กฎของเคปเลอร
KEPLER'S LAWS
ผูเรียบเรียง กชพร บุญเลิศ
โยฮันเนส เคปเลอร
JOHANNES KEPLER
ภาพที่ 1 โยฮันเนส เคปเลอร โยฮันเนส เคปเลอร (27 ธันวาคม ค.ศ.
ภทาีโพคทบ่ี 2รา โอยาฮจันาเรนยสขอเคงปเคเลปเอลรอกรับ 1571 – 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1630) นั ก
ภาพท่ี 3 ขแอบงบเคจําปลเลอองรระบบสุริยะ ดาราศาสตร นั กโหราศาสตรและนั กคณิ ตาสตร
ชาวเยอรมัน ผูมีสวนสําคัญในการปฏิวัติวงการ
วิทยาศาสตร เขาคนพบกฎการเคล่ือนท่ีของดาว
เคราะหในงาน ASTRONOMIA NOVA,
HARMONICE MUNDI ของเขา และไดแตงหนั งสือ
ช่ือ EPITOME OF COPERNICAN ASTRONOMY
โยฮันเนส เคปเลอร ประกอบอาชีพเป็ นครู
สอนคณิ ตศาสตรท่ีโรงเรียน GRAZ (ภายหลัง
เปล่ียนเป็ นมหาวิทยาลัย GRAZ) และเป็ นผูชวย
ของ ทีโค บราห นั กคณิ ตศาสตรในความอุปถัมภ
ของจักรพรรดิรูดอรฟท่ี 2 ผูซ่ึงรวบรวมรวม
ขอมูลของดาวเคราะหมาตลอดชีวิตและปูทางให
เ ค ป เ ล อ ร ค น พ บ ก ฎ ก า ร เ ค ล่ ื อ น ท่ี ข อ ง ด า ว เ ค ร า ะ ห
ในเวลาตอมา กลาวคือ วงโคจรของดาวเคราะห
แตละดวงเป็ นวงรี เขาทํางานดานทัศนศาสตร
และชวยสนั บสนุนการคนพบกลองโทรทรรศน
ของกาลิเลโอ กาลิเลอี
เขาถูกยกยองวาเป็ น " นั กฟิ สิกส
ดาราศาสตรทฤษฎีคนแรก" แตคารล ซาแกน
ยกยองเขาในฐานะ นั กโหราศาสตรทาง
วิทยาศาสตรคนสุดทาย
กฎของกเาครปคเนลพอบร
การที่เคปเลอรไดรับ และจากเหตุการณท่ี
“มรดก”จากทีโค บราซ่ึง เกี่ยวของกับดาวอังคารนี้เคปเลอ
เป็ นอาจารยของตน มรดก รก็ไดตั้งกฎขอที่
นั้นเป็ นขอมูลถึง 900 1 วา ดาวเคราะหทุกดวง (ไม
หน ากระดาษ เก่ียวกับวิถี เฉพาะแตดาวอังคาร) โคจรรอบ
โคจร และตาํ แหนงของ ดวงอาทิตยเป็ นวงรีโดยมีดวง
ดาวอังคารท่ีทีโคสนใจมาก อาทิตย อยูที่จุดโฟกัสของวงรีนั้น
การไมมีคอมพิวเตอรชวย และกฎขอท่ี 2 ซ่ึงแถลงวาเสน
คาํ นวณ และไมมีตาราง รัศมีที่ลากจากดวงอาทิตย ถึงดาว
ลอกการิทึม ใช ทําใหเคป เคราะห จะกวาดพ้ืนที่ไดเทากัน
เลอรตองใชเวลานานถึง 4 ในเวลาท่ีเทากัน ซ่ึงหมายความ
ปี จึงสามารถสรุปไดวา วา ขณะที่ดาวเคราะหอยูใกลดวง
ดาวอังคารโคจรรอบดวง อาทิตยมันจะมีความเร็วน อย แต
อาทิตยดังท่ีโคเปอรนิคัส ขณะอยูไกลมันจะมีความเร็วมาก
คิดและวงโคจรของมัน เคปเลอรไดแถลงกฎทั้งสองขอนี้
มิไดเป็ นวงกลม แตเป็ น ในหนังสือช่ือ Astronomia Nova
วงรีที่มีดวงอาทิตยอยูท่ีจุด (ดาราศาสตรยุคใหม) ในปี 2148
โฟกัสจุดหน่ึงของวงรีนั้น
ภาพท่ีห4นังหสืนอังเลสมือแAรกstขrอoงnเคoปmเลiอaร Nova
กฎของเคปเลอร
กฎขอที่ 1
กฎของวงรี
ภาพที่ 5 ภราอพบวดงวโคงอจารทขิตองยด าวเคราะห
“ดาวเคราะห์ เคปเลอรพบวา ผลของการคํานวณซ่ึง
โคจรรอบดวง ถือเอาวงโคจรเป็ นรูปวงกลมไม
อาทิตย์เปนวงรี สอดคลองกับขอมูลที่ไดจากการ
โดยมีดวง สังเกตการณ แตสอดคลองกับการ
อาทิตย์อยู่ที คํานวณซ่ึงถือเอาวงโคจรเป็ นรูปวงรี
โฟกัสจุดหนึง” ในปี ค.ศ.1609 (พ.ศ.2152) เคปเลอร
ไดประกาศกฎขอที่ 1 (กฎของวงรี)
Johannes Kepler
ก า ร ส ร า ง ว ง รี
สามารถสรางได 2 วธิ ี
ดว ยกัน คือ
วิธีขึงเชือก สรางสามเหล่ียม
ระหวางจุดโฟกัส 2 จุดและปลายดินสอ
จากนั้นลากดินสอรอบจุดโฟกัส โดยให
เสนเชือกตรึงอยูตลอดเวลา ดังภาพที่ 6
และอีกวิธีหน่ึ ง คือ
วิธีภาคตัดกรวยซ่ึงมีจุดเริ่มตน
จากการตัดรวยดวยระนาบ สามารถสราง
รูปรางไดหลากหลายรูปราง ทั้งวงกลม
วงรี พาราโบลาและไฮเปอรโบลา ดังภาพ
ท่ี 7
ภาพท่ี 6 การขึงเชือกเพ่ือวาดวงรี
ภาพที่ 7 ภาคตัดกรวยชนิดดาง ๆ
ก า ร ห า ค ว า ม รี
ECCENTRICITY
Eccentricity ความหมาย คือ ภาวะเย้ือง
ศูนย, ความเย้ืองศูนยกลาง - ตัวเลขแสดงคา
ความรีของวงโคจร หากวง โคจรเป็ นรูป
วงกลมโดยสมบูรณจะมีภาวะเย้ืองศูนย
เทากับ 0 กรณีท่ีวงโคจรเป็ นรูปวงรี ภาวะ
เย้ืองศูนยจะมีคามากกวา 0 แตน อยกวา 1
ในกรณีวงโคจรเป็ นรูปพาราโบลา ภาวะเย้ือง
ศูนยมีคาเทากับ 1 ในกรณีวงโคจรเป็ นรูปไฮ
เพอรโบลาภาวะเย้ืองศูนยมีคามากกวา 1 ใน
กรณีของวงรีภาวะเย้ืองศูนยจะมีสูตร
ภาพท่ี 8 สวนประกอบของวงรี
ภาพที่ 9 ความเย้ิองในแตละระดับ
กฎของเคปเลอร
กฎขอที่ 2
กฎแหงพ้ืนท่ี
ภาพรทะี่ ห1ว0างภโลาพกกกับารดโวยงงอเาสทนิตสยม มติ
“เส้นทีโยง ในปี เดียวกัน เคปเลอรพบวา ความเร็ว
ระหว่างดาว ในวงโคจรของดาวเคราะหมิใชคาคงที่
เคราะห์กับดวง ดาวเคราะหเคล่ือนที่เร็วข้ึนเม่ือเขาใกล
อาทิตย์ จะกวาด ดวงอาทิตย และเคล่ือนที่ชาลงเม่ือ
เปนพืนทีเท่าๆ ออกหางจากดวงอาทิตย เคปเลอร
กันในช่วงเวลา ประกาศกฎขอที่ 2
เท่ากัน”
Johannes Kepler
ก ฎ แ ห ง พ้ื น ที่
เคปเลอรไดศึกษาเกี่ยวกับเสนทางโคจรของ
โลกรอบดวงอาทิตย แสวสามารถบอก
อัตราเร็วของโลกในเวลาตาง ๆ ได โดย
อาศัยจากสมมติฐานที่เขาตั้งไว ซ่ึงเขาสรุป
เป็ นกฎไดวา
"ดาวเคราะหท โี่ คจรรอบดว ยอาทติ ย เสน ตรงท่ี
ลากจากดวงอาทติ ยไ ปยงั ดาวเคราะหน นั้ จะกวาดไป
เป็นพ้นื ทเี่ ทา กนั ภายในชว งเวลาเทา กนั "
เชน ถา ดาวเคราะหโ คจรรอบดวงอาทติ ย จาก A
ไป Bไป C ไป D ไป E ไป A หากแตล ะชว งใชเ วลา
เทา ๆ กนั จะไดพ ้นื ทร่ี ปู ASB = พ้นื ทรี่ ปู BSC =
พ้นื ทร่ี ปู CSD = พ้นื ทร่ี ปู DSE = พ้นื ทรี่ ปู ESA ถา
พจิ ารณา ASB กบั CSBถา พจิ ารณา D ASB กบั D
CSB พ้นื ทเ่ี ทา กนั แตค วามสงู D ASB > D CSD
สว นโคง CD > เสน โคง ABการเคล่อื นทใี่ หไ ด CD ใช
เวลาเทา กบั การเคล่อื นใหไ ด AB เพราะฉะนนั้
v ในชว ง CD > D ในชว ง AB
ภาพที่ 11 ภเคาพปเกลาอรรพ ิสูจนกฎของ
กฎของเคปเลอร
กฎขอท่ี 3
ฮารโมนิก
“เส้นทีโยง เกาปี ตอมา ในปี ค.ศ.1618
ระหว่างดาว (พ.ศ.2161) เคปเลอรพบวา พ้ืนท่ีของ
เคราะห์กับดวง คาบวงโคจรของดาวเคราะห (คําวา
อาทิตย์ จะ"กําลัง “พ้ืนท่ี” หมายถึง กาํ ลังสอง) จะแปรผัน
สองตามการ ตาม ปริมาตรของระยะหางจากดวง
โคจรของดาว อาทิตยเสมอ (คาํ วา “ปริมาตร” หมาย
เคราะห์เปน ถึง กําลังสาม) หรือพูดอยางงายวา
สัดส่วนตรงกับ “กาํ ลังสองของคาบวงโคจรของดาว
กําลังสามของ เคราะหรอบดวงอาทิตย จะแปรผันตาม
รัศมีเฉลียของวง กําลังสามของระยะหางจากดวงอาทิตย
โคจรรอบ ดวง เม่ ือนํ าคายกกําลังสองของคาบวงโคจร
อาทิตย์" ของดาวเคราะห p2 มาหารดวย คา
กําลังสามของระยะหางจากดวงอาทิตย
Johannes Kepler a3 จะไดคาคงที่เสมอ (p2/a3 = k, k
เป็ นคาคงท่ี) มิวาจะเป็ นดาวเคราะห
ดวงใดก็ตาม กฎขอท่ี 3 นี้เรียกวา
“กฎฮารมอนิก” (Harmonic Law)
ก ฎ ฮ า ร โ ม นิ ก
จ า ก ท ฤ ษ ฎี ข อ ง เ ค ป เ ล อ ร
ส า ม า ร ถ ส รุ ป ไ ด ว า
p2/a3 = k, k เป็ นคาคงท่ี
โดยท่ีระยะทาง 1 หนวยดาราศาสตร หรือ 1
AU (Astronomical Unit) เทากับ ระยะทางเฉล่ีย
จากโลกไปยังดวงอาทิตย หรือ 149,600,000 ลาน
กิโลเมตร (ในยุคของเคปเลอรยังไมทราบวา 1 AU
มีคาเทาไร จึงติดคาไ่วในลักษณะของสัดสวน)
สขอรงุปเคกปฎเสลาอมรขอ
กฎขอท่ี 1: ดาวเคราะหโคจรรอบ ภาพท่ี 12 โยฮันเนส เคปเลอร
ดวงอาทิตยเป็ นวงรี โดยมีดวง
อาทิตยอยูที่โฟกัสจุดหน่ึง
กฎขอท่ี 2: เวลาท่ีดาวเคราะหใช
โคจรรอบดวงอาทิตย คาบเวลาเทา
กันจะกวาดไดพ้ืนท่ีเทากัน
กฎขอที่ 3: กาํ ลังสองของคาบวง
โคจรรอบดวงอาทิตย แปรผันตาม
กาํ ลังสามของระยะหางจากดวง
อาทิตย (p2/a3 = k, k เป็ นคาคงท่ี)