สื่อการเรียนการสอนบทเรียนสำเร็จรูป
เรื่อง สมุดตั๋วเงินและการปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงิน
ใช้ประกอบการเรียนการสอน วิชา การบัญชีตั๋วเงิน รหัสวิชา 20201-2102
ตรงตามจุดประสงค์รายวิชา มาตรฐานรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562
ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขางานการบัญชี
ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ตั๋วเงิน
จัดทำโดย
นางกรุณา สมจิต
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
คำนำ
บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง สมุดตั๋วเงินและรายการปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงินเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อ
ต้องการพัฒนาผู้เรียนสาขางานการบัญชีหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รายวิชาการบัญชี
ตั๋วเงิน (20201-2102) ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพพุทธศักราช2562ของสำนักงานคณะ
กรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผู้จัดทำได้วิเคราะห์เนื้อหาตรงตามมาตรฐาน
รายวิชา ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะด้านบัญชีเกี่ยวกับการใช้สมุดตั๋วเงิน
และการปรับปรุงรายการดอกเบี้ยตั๋วเงิน
เนื้อหาบทเรียนสำเร็จรูปประกอบด้วย ความสำคัญและประโยชน์ของสมุดตั๋วเงิน การ
บันทึกรายการในสมุดตั๋วเงิน การปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงินเมื่อสิ้นงวดบัญชี และการโอนกลับรายการ
เมื่อขึ้นงวดบัญชีใหม่ โดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองเนื่องจากได้เรียงลำดับความยากง่าย
ของเนื้อหาที่สามารถสร้างความรู้ ความเข้าใจที่คงทน มีรูปแบบการนำเสนอที่กระตุ้นให้เกิดการ
เรียนรู้ มีแบบทดสอบตนเองก่อนเรียนและหลังเรียน และมีเฉลยคำตอบที่ประเมินผลการเรียนได้
เป็นอย่างดี
บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้สำเร็จขึ้นมาได้ เนื่องจากรักและศรัทธาในวิชาชีพครู โดยมี บุคคล
หลายท่านที่เป็นกำลังใจการจัดทำ ผู้จัดทำขอกราบขอบคุณบิดา ครู-อาจารย์ทุกท่าน และผู้ช่วย
ศาสตราจารย์เรวดี ศรีเอี่ยมสะอาด ที่แนะนำการสร้างบทเรียนสำเร็จรูป หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบท
เรียนสำเร็จรูปเล่มนี้จะสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิชาบัญชีให้กับผู้เรียน
หรือผู้ที่สนใจ หากการจัดทำมีข้อผิดพลาด ข้อบกพร่อง หรือข้อเสนอแนะประการใด ผู้จัดทำยินดี
น้อมรับนำไปปรับปรุงแก้ไขด้วยความยินดีและขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
นางกรุณา สมจิต
คำแนะนำในการใช้บทเรียนสำเร็จรูป
บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้ เป็นบทเรียนที่สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยไม่จำกัดเวลา
ขอให้นักเรียนทำตามคำแนะนำต่อไปนี้แล้วจะได้รับความรู้อย่างครบถ้วน
1. อ่านจุดประสงค์ของบทเรียนให้เข้าใจ
2. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนที่อยู่ด้านหน้าของบทเรียนก่อนที่จะศึกษา
เนื้อหาของสมุดตั๋วเงินและการปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงิน
3. เนื้อหาจะประกอบด้วยภาพและเนื้อหาและคำถามอย่างต่อเนื่อง ขอให้นักเรียน
อ่านและทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นจนจบแล้วตอบคำถาม
4. เมื่อตอบคำถามแล้วให้นักเรียนดูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องเพื่อจะได้ทราบว่านักเรียน
ตอบคำถามถูกหรือผิดอย่างไร
5. อย่าเปิดข้ามหน้าเพราะจะทำให้เนื้อหาไม่ต่อเนื่อง
6. เมื่อเรียนจบแล้วให้ทำแบบทดสอบหลังเรียนตอนท้ายเล่ม และดูเฉลยคำตอบเพื่อ
เป็นการประเมินผลตนเอง และทบทวนบทเรียนเมื่อเข้าใจไม่ถ่องแท้
7. สำรวจตนเองหลังเรียนจบว่าบรรลุจุดประสงค์ครบถ้วนตามที่กำหนดหรือไม่
ประการใด
การบัญชีตั๋วเงิน
เรื่อง สมุดตั๋วเงินและการปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงิน
จุดประสงค์ของบทเรียน
เมื่อนักเรียนเรียนจบบทเรียนนี้แล้ว นักเรียนสามารถ
1. บอกความสำคัญและประโยชน์ของสมุดตั๋วเงินได้
2. บันทึกรายการของตั๋วเงินในสมุดตั๋วเงินและสามารถผ่านรายการไปบัญชีแยก
ประเภทได้
3. ปรับปรุงดอกเบี้ยของตั๋วเงินได้
4. โอนกลับรายการปรับปรุงได้
แบบทดสอบก่อนเรียน
เรื่อง สมุดตั๋วเงินและการปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงิน
คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1. ข้อใดเป็นประโยชน์ของสมุดตั๋วเงิน
ก. ป้องกันการสูญหายของตั๋วเงินรับและตั๋วเงินจ่าย
ข. ป้องกันการหลงลืมจ่ายชำระหนี้ตามตั๋วเงินจ่ายที่ถึงกำหนด
ค. เป็นสมุดที่แสดงรายละเอียดต่าง ๆ ของตั๋วเงินทุกฉบับ
ง. ถูกทุกข้อ
2. สมุดตั๋วเงินมีกี่ชนิด อะไรบ้าง
ก. 1 ชนิด สมุดตั๋วเงิน
ข. 2 ชนิด สมุดตั๋วเงินรับ และ สมุดตั๋วเงินจ่าย
ค. 3 ชนิด สมุดตั๋วเงินที่ครบกำหนด สมุดตั๋วเงินที่ยังไม่ครบกำหนด และสมุดตั๋วเงิน
ทั่วไป
ง. แล้วแต่ความเหมาะสมของกิจการที่เปิดใช้
3. การใช้สมุดตั๋วเงินรับและสมุดตั๋วเงินจ่าย มีวิธีการใช้อย่างไร
ก. ใช้บันทึกรายการเสมือนเป็นสมุดรายวันขั้นต้นชนิดหนึ่ง
ข. ใช้ควบคู่ไปกับบัญชีตั๋วเงินรับและบัญชีตั๋วเงินจ่าย
ค. ไม่ต้องบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไปอีก
ง. ผิดทุกข้อ
4. เมื่อใช้สมุดตั๋วเงินรับยอดรวมของตั๋วเงินที่ยังไม่ได้รับชำระจะต้องตรงกับยอดคงเหลือ
ของบัญชีใด
ก. บัญชีลูกหนี้
ข. บัญชีขายสินค้า
ค. บัญชีตั๋วเงินรับ
ง. บัญชีตั๋วเงินจ่าย
5. เมื่อใช้สมุดตั๋วเงินจ่ายยอดรวมของตั๋วเงินที่ยังไม่จ่ายชำระหนี้จะต้องตรงกับยอดคงเหลือ
ของบัญชีใด
ก. บัญชีเจ้าหนี้
ข. บัญชีซื้อสินค้า
ค. บัญชีตั๋วเงินรับ
ง. บัญชีตั๋วเงินจ่าย
6. ชิดชอบออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าให้ร้านนงเยาว์ ตั๋วลงวันที่9 เม.ย. 49
อายุตั๋ว 30 วัน อัตราดอกเบี้ย12% ต่อปี จำนวนเงิน 37,000 บาท ข้อใดต่อไปนี้เป็นการ
บันทึกรายการของตั๋วเงินในสมุดตั๋วเงินรับของร้านนงเยาว์
ก.
ข.
ค.
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
7. จากโจทย์ข้อ 6. ร้านนงเยาว์จะบันทึกบัญชีในสมุดบัญชีอย่างไร
ก. เดบิต ตั๋วเงินรับ 37,000
เครดิต เงินสด 37,000
37,000
ข. เดบิต ตั๋วเงินรับ 37,000 37,000
เครดิต ขายสินค้า
ค. เดบิต ตั๋วเงินรับ 37,000
เครดิต ลูกหนี้-ชิดชอบ
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
8. จากโจทย์ข้อ 7. เมื่อร้านนงเยาว์บันทึกบัญชีแล้วข้อใดเป็นการผ่านบัญชีแยกประเภททั่วไป
ได้อย่างถูกต้อง
ก.
ข.
ค.
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
9. การคำนวณดอกเบี้ยค้างจ่ายและดอกเบี้ยค้างรับมีวิธีนับระยะเวลาอย่างไร
ก. นับจากวันที่ 31 ธันวาคมจนถึงวันครบกำหนด
ข. นับจากวันที่ออกตั๋วจนถึงวันครบกำหนด
ค. นับจากวันที่ออกตั๋วจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น
ง. นับจากวันที่ 1 มกราคมของปีหน้าจนถึงวันครบกำหนด
10. การคำนวณดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้าและดอกเบี้ยรับล่วงหน้ามีวิธีนับระยะเวลาอย่างไร
ก. นับจากวันที่ 31 ธันวาคมจนถึงวันครบกำหนด
ข. นับจากวันที่ออกตั๋วจนถึงวันครบกำหนด
ค. นับจากวันออกตั๋วจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น
ง. นับจากวันที่ 1 มกราคมของปีหน้าจนถึงวันครบกำหนด
11. สาเหตุที่ต้องมีการโอนกลับรายการปรับปรุงบัญชี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งใด
ก. การบันทึกบัญชีซ้ำซ้อนเกี่ยวกับรายได้และค่าใช้จ่ายของกิจการ
ข. การบันทึกบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายต่ำกว่าความเป็นจริง
ค. การบันทึกบัญชีหนี้สินของกิจการต่ำกว่าความเป็นจริง
ง. การบันทึกบัญชีสินทรัพย์ของกิจการต่ำกว่าความเป็นจริง
12. กิจการมีตั๋วเงินรับฉบับหนึ่งลงวันที่ 1 ธ.ค. 49 อายุตั๋ว 60 วัน จำนวนเงิน 20,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี กิจการปิดบัญชีวันที่ 31 ธ.ค. 49 การปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ย
ตั๋วเงินข้อใดถูกต้อง
ก. ดอกเบี้ยค้างรับ = 300 บาท
ข. ดอกเบี้ยค้างจ่าย = 300 บาท
ค. ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า = 300 บาท
ง. ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า = 300 บาท
13. จากโจทย์ข้อ 12. การบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไปเป็นอย่างไร
ก. เดบิต ดอกเบี้ยค้างรับ 300
เครดิต ดอกเบี้ยรับ 300
300
ข. เดบิต ดอกเบี้ยจ่าย 300 300
300
เครดิต ดอกเบี้ยค้างจ่าย
ค. เดบิต ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า 300
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย
ง. เดบิต ดอกเบี้ยรับ 300
เครดิต ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า
14. จากข้อ 13. การโอนกลับรายการปรับปรุงวันที่ 1 ม.ค. 50 ข้อใดถูกต้อง
ก. เดบิต ดอกเบี้ยรับ 300
เครดิต ดอกเบี้ยค้างรับ 300
ข. เดบิต ดอกเบี้ยค้างจ่าย 300
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย 300
ค. เดบิต ดอกเบี้ยจ่าย 300
เครดิต ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า 300
ง. เดบิต ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า 300
เครดิต ดอกเบี้ยรับ 300
จากโจทย์ต่อไปนี้ให้ตอบคำถามข้อ 15-17
กิจการออกตั๋วสัญญาใช้เงินกู้ยืมเงินจากธนาคาร 40,000 บาท ตั๋วลงวันที่ 11 พ.ย. 49
อายุตั๋ว 2 เดือน ธนาคารคิดส่วนลด 12% ต่อปี
15. จากโจทย์กิจการปิดบัญชี 31 ธ.ค. 49 การปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยตั๋วเงินคือข้อใด
ก. ดอกเบี้ยค้างจ่าย
ข. ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า
ค. ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า
ง. ดอกเบี้ยค้างรับ
16. การคำนวณนับระยะเวลาการปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงินนับอย่างไร
ก. ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 49 – 11 ม.ค. 50
ข. ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 50 – 11 ม.ค. 50
ค. ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 49 – 31 ธ.ค. 49
ง. ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 49 – 11 ม.ค. 50
17. ดอกเบี้ยตั๋วเงินที่ต้องปรับปรุงบัญชีมีจำนวนเงินเท่าใด
ก. 160 บาท
ข. 146.67 บาท
ค. 666.67 บาท
ง. 813.34 บาท
จากโจทย์ต่อไปนี้ให้ตอบคำถามข้อ 18-19
ร้านนุดีรับตั๋วสัญญาใช้เงินจากลูกหนี้ 12,000 บาท เพื่อเป็นการชำระหนี้ 11,500 บาท
ตั๋วเงินลงวันที่ 10 ธ.ค. 49 อายุตั๋ว 30 วัน
18. ร้านนุดีปิดบัญชีวันที่ 31 ธ.ค. 49 ร้านนุดีต้องปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยตั๋วเงินตามข้อใด
ก. ดอกเบี้ยค้างรับ
ข. ดอกเบี้ยค้างจ่าย
ค. ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า
ง. ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า
19. การบันทึกรายการปรับปรุงบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป ข้อใดถูกต้อง
ก. เดบิต ดอกเบี้ยค้างรับ 150
เครดิต ดอกเบี้ยรับ 150
ข. เดบิต ดอกเบี้ยค้างจ่าย 150
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย 150
ค. เดบิต ดอกเบี้ยรับ 150
เครดิต ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า 150
ง. เดบิต ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า 150
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย 150
20. วันที่ 14 ส.ค. 49 กิจการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อกู้ยืมเงินจากธนาคาร 100,000 บาท
อายุตั๋ว 5 เดือน อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี กิจการปิดบัญชีวันที่ 31 ธ.ค. 49 กิจการต้อง
ปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงินตามข้อใด
ก. ดอกเบี้ยค้างรับ
ข. ดอกเบี้ยค้างจ่าย
ค. ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า
ง. ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า
สวัสดีค่ะวันนี้…พี่แก้มดีใจที่ได้มาแนะนำเรื่องสมุดตั๋วเงินและการ
ปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงินให้น้อง ๆ ได้รับรู้นะค่ะ......เมื่อเรียนรู้จบแล้ว
จึงจะร้องเพลงให้ฟังนะค่ะ
เอ! น้อง ๆ คงสงสัยว่าพี่มีตั๋วเงินมากใช่หรือเปล่าค่ะ จึงมีความรู้มา
แนะนำ เรื่องสมุดตั๋วเงิน... ขอบอกว่ามีบ้างค่ะแต่มีไม่มากเท่าใด โดย
เมื่อมีหลายฉบับจึงจำเป็นต้องมีสมุดจดบันทึกเพื่อเตือนความทรงจำเดี๋ยวลืมจ้ะ ซึ่งสมุดนี้
เรียกว่า สมุดตั๋วเงิน ซึ่งสมุดนี้มีประโยชน์ในการบันทึกข้อมูลตั๋วเงินแต่ละฉบับไม่ว่าจะเป็น
ตั๋วเงินรับหรือตั๋วเงินจ่าย เช่น จำนวนเงินในตั๋ว, กำหนดอายุตั๋วเงิน, ผู้รับเงิน, ผู้จ่ายเงิน,
อัตราดอกเบี้ย และวันครบกำหนดรับเงินหรือจ่ายเงินเมื่อใด ขณะเดียวกันหากตั๋วเงินฉบับ
ใดครบกำหนดงวดบัญชีปีหน้าจะทำให้รู้ว่าต้องมีการปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยตั๋วเงิน ทั้งนี้
เพราะการบันทึกบัญชีดอกเบี้ยตั๋วเงินสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริงจะส่งผลให้งบการเงิน คือ
งบกำไรขาดทุน และงบดุลผิดพลาดได้ เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของสมุดตั๋วเงิน
แล้วนะค่ะ ส่วนการใช้สมุดตั๋วเงินมีการแบ่งออกเป็น 2 เล่ม คือ สมุดตั๋วเงินรับและสมุดตั๋ว
เงินจ่าย แต่ไม่มีรูปแบบที่แน่นอนขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ใช้
เข้าใจแล้วขอถามเพื่อทดสอบการเรียนรู้ของน้องก่อนนะค่ะ
สมุดตั๋วเงินเป็นสมุดที่มีความสำคัญอย่างไร แบ่งออก
เป็นสมุดอะไรบ้าง จงอธิบาย ?
เฉลย
สมุดตั๋วเงิน เป็นสมุดที่ใช้บันทึกข้อมูลของตั๋วเงินแต่ละฉบับว่ามีรายละเอียดต่าง ๆ
ในตั๋วเงินอย่างไร เช่น
จำนวนเงินในตั๋ว
กำหนดอายุตั๋วเงิน
ผู้รับเงินและผู้จ่ายเงิน
อัตราดอกเบี้ย
วันครบกำหนดรับเงินหรือจ่ายเงินเมื่อใด
โดยแบ่งออกเป็น 2 เล่ม คือ สมุดตั๋วเงินรับ และสมุดตั๋วเงินจ่าย
ต่อไปพี่ขอนำรูปแบบของสมุดตั๋วเงินมาให้ดูเป็นตัวอย่าง
แต่ถ้าไปดูที่อื่นแล้วพบว่าไม่เหมือนกัน ก็ขอให้เข้าใจว่าแล้ว
แต่การกำหนดของผู้ใช้
ตัวอย่างของสมุดตั๋วเงินรับ
ตัวอย่างของสมุดตั๋วเงินจ่าย
จากตัวอย่างของสมุดตั๋วเงิน ขอถามคำถามค่ะ
สมุดตั๋วเงิน 2 เล่ม (ตั๋วเงินรับและตั๋วเงินจ่าย) ควรมีข้อความในสมุดที่
สำคัญอะไรบ้าง ? เพื่อควบคุมหรือเตือนความทรงจำ
เฉลย
สมุดตั๋วเงิน ควรมีข้อความที่สำคัญ ดังนี้
1. วันที่รับตั๋ว/วันที่รับรองตั๋ว
2. ชื่อผู้รับเงิน / ชื่อผู้จ่ายเงิน
3. วันที่ออกตั๋ว
4. วันที่ตั๋วครบกำหนด
5. อายุตั๋วเงิน
6. อัตราดอกเบี้ย
7. จำนวนเงิน
8. ดอกเบี้ยตั๋วเมื่อครบกำหนด
เมื่อรู้ประโยชน์สมุดตั๋วเงินแล้ว ต่อไปมาเรียนรู้
การบันทึกบัญชีพร้อมกันค่ะ
การใช้สมุดตั๋วเงินรับและสมุดตั๋วเงินจ่ายนั้น เริ่มต้นมาจากการที่กิจการ
บันทึกการรับตั๋วเงินมาจากลูกหนี้หรือออกตั๋วให้เจ้าหนี้ (น้อง ๆ เรียนรู้และฝึกการ
บันทึกบัญชีมาแล้วนะ) ซึ่งบันทึกในสมุดรายวันทั่วไปและผ่านรายการไปบัญชีแยก
ประเภท และให้ผ่านรายการไปที่สมุดตั๋วเงินรับหรือตั๋วเงินจ่ายด้วย โดยยอดรวม
ของตั๋วเงินที่ยังไม่ได้รับหรือยังไม่ได้จ่ายตามสมุดตั๋วเงินรับและสมุดตั๋วเงินจ่ายจะ
ต้องมียอดเงินตรงกับยอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภทตั๋วเงินรับและตั๋วเงินจ่าย
เสมอ
เมื่อเรียนรู้การบันทึกบัญชีมาแล้วขอถามค่ะ
1. กรณีกิจการได้รับตั๋วเงินรับมาจากลูกหนี้จะบันทึกบัญชีในสมุดรายวัน
ทั่วไปอย่างไร
ก. เดบิต ตั๋วเงินรับ xx
เครดิต ลูกหนี้ xx
ข. เดบิต ลูกหนี้ xx
เครดิต ตั๋วเงินรับ xx
2. กรณีกิจการได้ออกตั๋วเงินเพื่อชำระหนี้เจ้าหนี้จะบันทึกบัญชีในสมุด
รายวันทั่วไปอย่างไร
ก. เดบิต เจ้าหนี้ xx
เครดิต ตั๋วเงินจ่าย xx
ข. เดบิต ตั๋วเงินจ่าย xx
เครดิต เจ้าหนี้ xx
เฉลย xx
1. ก. เดบิต ตั๋วเงินรับ
เครดิต ลูกหนี้ xx
2. ก. เดบิต เจ้าหนี้ xx
เครดิต ตั๋วเงินจ่าย xx
มาดูขั้นตอนการบันทึกตั๋วเงินในสมุดตั๋วเงินรับและ
สมุดตั๋วเงินจ่าย ต่อเลยนะ + + +
ตามที่ได้เห็นรูปแบบของสมุดตั๋วเงินแล้ว การบันทึกรายละเอียดในสมุดตั๋วเงินนั้นทำได้โดย
ระบุรายละเอียดที่มีอยู่ในตั๋วเงินลงในสมุดตั๋วเงิน ถ้ามีการรับตั๋วเงินให้บันทึกในสมุด
ตั๋วเงินรับ แต่ถ้าเป็นการออกตั๋วให้บันทึกในสมุดตั๋วเงินจ่าย
ตัวอย่างเช่น
- 5 ก.ค. 48 ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 150,000 บาท เพื่อชำระหนี้ร้า
นพงษ์เทพ อายุตั๋ว 30 วัน อัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี
- 17 ก.ค. 48 รับตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 50,000 บาท จากนางกาญจนา
เพื่อเป็นการชำระหนี้ อายุตั๋ว 1 เดือน อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี
การบันทึกมีดังนี้
สมุดตั๋วเงินรับ
สมุดตั๋วเงินจ่าย
จากตัวอย่างคงเข้าใจถึงวิธีบันทึกรายการที่เกิดขึ้นในสมุดตั๋วเงิน
รับและตั๋วเงินจ่ายแล้วและเมื่อบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไป
และผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภทมีดังนี้
2548 150,000
ก.ค. 5 เดบิต เจ้าหนี้-ร้านพงษ์เทพ 150,000
เครดิต ตั๋วเงินจ่าย
(ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อชำระหนี้)
17 เดบิต ตั๋วเงินรับ 50,000
เครดิต ลูกหนี้-นางกาญจนา
50,000
(รับตั๋วสัญญาใช้เงินจากลูกหนี้)
และเมื่อตั๋วเงินครบกำหนดให้บันทึกยกเลิกตั๋วเงินฉบับที่ครบ
กำหนด โดยอาจระบุไว้ในช่องหมายเหตุว่ารับชำระเงินแล้ว
หรือจ่ายเงินแล้ว คงเข้าใจนะเพราไม่ยากสำหรับน้อง ๆ หรอก
ค่ะ และเมื่อตั๋วเงินครบกำหนดการบันทึกรายการในสมุดราย
วันทั่วไปและการผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภทมีดังนี้
2548
ส.ค. 4 เดบิต ตั๋วเงินจ่าย 150,000
ดอกเบี้ยจ่าย 1,500
เครดิต เงินสด 151,500
(ตั๋วเงินวันที่ 5 ก.ค. 48 ครบกำหนด) 50,000
750
17 เดบิต เงินสด 50,750
เครดิต ตั๋วเงินรับ
ดอกเบี้ยรับ
(ตั๋วเงินลงวันที่ 17 ก.ค. 48 ครบกำหนด)
ก่อนไปผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภท ขอ
ถามก่อนว่าการคิดดอกเบี้ยนั้นหามาจากสูตรใด และ
จากตัวอย่างมีวิธีการคำนวณอย่างไร
เฉลย
ดอกเบี้ย = จำนวนเงินในตั๋ว * ระยะเวลาตั๋วเงิน * อัตราดอกเบี้ย
การคำนวณ จำนวนเงินในตั๋ว * ระยะเวลาตั๋วเงิน * อัตราดอกเบี้ย
ดอกเบี้ย = 150,000 * 30/360 * 12/100
1,500 บาท
=
=
ดอกเบี้ย = จำนวนเงินในตั๋ว * ระยะเวลาตั๋วเงิน * อัตราดอกเบี้ย
= 50,000 * 1/12 * 18/100
= 750 บาท
คำนวณได้ถูกต้องนะ ต่อไปนำรายการในสมุดรายวัน
ทั่วไปผ่านเข้าบัญชีแยกประเภท
ขอถามก่อนไปต่อค่ะ
บัญชีแยกประเภททั่วไป ตั๋วเงินรับ และตั๋วเงินจ่าย กับสมุดทะเบียนตั๋ว
เงินรับ และสมุดตั๋วเงินจ่าย จะมียอดคงเหลือเป็นอย่างไร
ก. เท่ากัน ข. ไม่เท่ากัน
เฉลย
ข้อ ก. เท่ากัน
+ + + เหนื่อยหรือยังจ้ะ + + + พี่แก้มขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ..
ต่อไปเรามาเรียนรู้การปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงิน ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายที่
จะแนะนำจ้ะ
น้องบัญชีจ้ะ! กิจการส่วนใหญ่จะปิดบัญชีเพื่อทำงบการเงิน
คือ งบกำไรขาดทุนและงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันสิ้นงวดบัญชี
(ปกติ 31 ธ.ค.) โดยกิจการใดมีการรับ-จ่ายด้วยตั๋วเงิน และตั๋วเงินนั้น
ครบกำหนดงวดบัญชีปีหน้า จึงอาจมีการบันทึกบัญชีผิดพลาดได้
ในเรื่องของดอกเบี้ยตั๋วเงิน ซึ่งจะส่งผลให้งบการเงินมีความผิดพลาดได้
ใช่หรือเปล่าจ้ะ ดังนั้น หากพบข้อผิดพลาดต้องทำการปรับปรุงบัญชี
ดอกเบี้ยให้ถูกต้อง ซึ่งมีรายการปรับปรุงจำนวน 4 รายการคือ
1. ดอกเบี้ยค้างจ่าย
2. ดอกเบี้ยค้างรับ
3. ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า
4. ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า
ก่อนจะไปเรียนรู้การปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงิน พี่แก้มขอถามวัดความเข้าใจที่แนะไปก่อนนะ
คำถาม
การปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยตั๋วเงินจะต้องทำเมื่อตั๋ว
เงินนั้นมีระยะเวลาครบกำหนดเมื่อใด ?
เฉลย
การปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยตั๋วเงินจะต้องทำเมื่อตั๋ว
เงินนั้นมีระยะเวลาครบกำหนดในงวดบัญชีปีหน้า
มาเรียนรู้การปรับปรุงพร้อมกันค่ะ
การปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงินจะ
ปรับปรุงเมื่อตั๋วเงินครบกำหนดปีหน้า
ซึ่งมี 4 รายการด้วยกัน คือ
ดอกเบี้ยค้างจ่าย เป็นรายการที่เกิดขึ้นเนื่องจากออกตั๋วสัญญาใช้เงินหรือ
รับรองตั๋วแลกเงินชนิดมีดอกเบี้ยให้กับเจ้าหนี้ โดยตั๋วเงินฉบับนั้นครบกำหนดปีหน้าจึง
จะจ่ายเงินสดพร้อมดอกเบี้ยจ่ายให้เจ้าหนี้ ดังนั้นวันสิ้นงวดบัญชีปีนี้มีดอกเบี้ยจ่าย
(หมวดรายจ่าย) เกิดขึ้นแล้วแต่ยังมิได้จ่ายหรือเรียกว่าค้างจ่ายไว้ (หมวดหนี้สิน)
หลักการปรับปรุงจะนับระยะเวลาเพื่อคำนวณดอกเบี้ยค้างจ่าย โดยเริ่มนับ
จากวันออกตั๋ว/รับรองตั๋วจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น มีการบันทึกบัญชีคือ
เดบิต ดอกเบี้ยจ่าย xx
เครดิต ดอกเบี้ยค้างจ่าย xx
- มาดูตัวอย่างนี้ -
1 พ.ย. 48 กิจการออกตั๋วสัญญาใช้เงินชำระหนี้ค่าสินค้าให้กับร้านกมล เป็น
จำนวนเงิน 47,000 บาท อายุตั๋ว 90 วัน อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี ให้
ปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงิน
การนับระยะเวลาดอกเบี้ยค้างจ่ายเริ่มนับจากวันที่ 1 พ.ย.– 31 ธ.ค. 48
รวมเวลา = 60 วัน
- การคำนวณหาจำนวนเงินดอกเบี้ยค้างจ่าย
=
= XX
=
- การบันทึกบัญชี 1,410
2548
ธ.ค. 31 เดบิต ดอกเบี้ยจ่าย 1,410
เครดิต ดอกเบี้ยค้างจ่าย
(ปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยค้างจ่าย)
เข้าใจหรือเปล่า! ก่อนเรียนต่อไปขอถามอีกครั้ง
การนับระยะเวลาของดอกเบี้ยค้างจ่ายเริ่มนับตั้งแต่วันที่ใดจนถึงวันที่ใด ?
ก. นับจากวันที่ในตั๋วเงินถึงวันที่ตั๋วเงินครบกำหนด
ข. นับจากวันที่ในตั๋วเงินถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น
ค. นับจากวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น ถึงวันที่ตั๋วเงินครบกำหนด
ง. นับจากวันที่ 1 มกราคม ของปีหน้า ถึงวันที่ตั๋วเงินครบกำหนด
เฉลย
ข้อ. ข. นับจากวันที่ในตั๋วเงินถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น
ต่อไปนี้เป็นรายการปรับปรุงดอกเบี้ยค้างรับ
ดอกเบี้ยค้างรับ เป็นรายการที่เกิดขึ้นเนื่องจากรับตั๋วสัญญาใช้เงินจากลูกหนี้
หรือสั่งจ่ายตั๋วแลกเงินให้ลูกหนี้รับรอง โดยเป็นตั๋วเงินชนิดมีดอกเบี้ยและตั๋วฉบับนั้น
ครบกำหนดปีหน้า จึงจะได้รับเงินสดพร้อมดอกเบี้ยรับจากลูกหนี้ ดังนั้นจะพบว่า
งวดบัญชีปีนี้มีดอกเบี้ยรับ (หมวดรายรับ) เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังมิได้รับหรือเรียกว่าค้าง
รับไว้ (หมวดสินทรัพย์)
หลักการปรับปรุงจะนับระยะเวลาเพื่อคำนวณดอกเบี้ยค้างรับ โดยเริ่มนับ
จากวันที่ในตั๋ว จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น โดยมีการบันทึกบัญชีคือ
เดบิต ดอกเบี้ยค้างรับ xx
เครดิต ดอกเบี้ยรับ xx
- ดูตัวอย่างนี้ค่ะ -
1 ต.ค. 48 รับตั๋วสัญญาใช้เงินจากลูกหนี้ จำนวนเงิน 75,000 บาท อายุตั๋ว 3 เดือน
อัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี
การนับระยะเวลาดอกเบี้ยค้างรับเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. – 31 ธ.ค. 48 รวมเวลา =
91 วัน
= จำนวนเงินในตั๋ว x ระยะเวลาที่ค้างรับ x อัตราดอกเบี้ย
= 75,000 x 91 x 12
360 100
= 2,275 บาท
- การบันทึกบัญชี 2,275
2548
ธ.ค. 31 เดบิต ดอกเบี้ยค้างรับ 2,275
เครดิต ดอกเบี้ยรับ
(ปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยค้างรับ)
เหมือนเดิมจ้ะขอถามก่อนเรียนต่อไปดังนี้
การนับระยะเวลาของดอกเบี้ยค้างรับเริ่มนับ
ตั้งแต่วันที่ใดจนถึงวันที่ใด ?
ก. นับจากวันที่ในตั๋วเงินถึงวันที่ตั๋วเงินครบกำหนด
ข. นับจากวันที่ในตั๋วเงินถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น
ค. นับจากวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น ถึงวันที่ตั๋วเงิน
ครบกำหนด
ง. นับจากวันที่ 1 มกราคม ของปีหน้า ถึงวันที่ตั๋วเงิน
ครบกำหนด
เฉลย
ข้อ ข. นับจากวันที่ในตั๋วเงินถึงวันที่ 31
ธันวาคม ของปีนั้น
ดูรายการต่อไปค่ะ
ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า เป็นรายการที่เกิดขึ้นเนื่องจาก
ออกตั๋วสัญญาใช้เงินชนิดไม่มีดอกเบี้ยกู้เงินจากธนาคาร
โดยตั๋วเงินครบกำหนดปีหน้าจึงจะจ่ายเงินสดให้ธนาคารแต่ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย
เนื่องจากวันที่กู้เงินจากธนาคารได้รับเงินไม่เต็มจำนวนที่ขอกู้เพราะธนาคารหัก
ดอกเบี้ยจ่ายไว้แล้ว (หมวดรายจ่าย) ดังนั้น วันสิ้นปีต้องปรับปรุงหาดอกเบี้ยจ่าย
ของปีหน้า นั่นคือ ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า (หมวดสินทรัพย์)
หลักการปรับปรุงการนับระยะเวลาของดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า เริ่มนับตั้งแต่
วันที่ 1 มกราคม ของปีหน้า จนถึงวันที่ตั๋วเงินฉบับนั้นครบกำหนด โดยมีการบันทึก
บัญชีคือ เดบิต ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า xx
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย xx
- ดูตัวอย่างนี้จ้ะ -
1 พ.ย. 48 ออกตั๋วสัญญาใช้เงินชนิดไม่มีดอกเบี้ยกู้เงินจากธนาคาร จำนวนเงิน
100,000 บาท อายุตั๋ว 3 เดือน อัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี
วันครบกำหนดคือ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549
การนับระยะเวลาดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 1 ก.พ.
49 รวมเวลา = 32 วัน
ม.ค. = 31 วัน
ก.พ. = 1 วัน
= 32 วัน
- การคำนวณหาจำนวนเงินดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า
= จำนวนเงินในตั๋ว x ระยะเวลาที่จ่ายล่วงหน้า x อัตราส่วนลด
= 100,000 x 32 x 15
360 100
= 1,333.33 บาท
- การบันทึกบัญชี 1,333.33
เดบิต ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า 1,333.33
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย
(ปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า)
มีคำถามค่ะ
การนับระยะเวลาของดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้าเริ่มนับ
ตั้งแต่วันที่ใดจนถึงวันที่ใด ?
ก. นับจากวันที่ในตั๋วเงินถึงวันที่ตั๋วเงินครบกำหนด
ข. นับจากวันที่ในตั๋วเงินถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น
ค. นับจากวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น ถึงวันที่ตั๋วเงินครบ
กำหนด
ง. นับจากวันที่ 1 มกราคม ของปีหน้า ถึงวันที่ตั๋วเงินครบ
กำหนด
เฉลย
ข้อ ง. นับจากวันที่ 1 มกราคม ของปีหน้า ถึงวันที่ตั๋วเงินครบ
กำหนด
ต่อไปเป็นรายการปรับปรุงสุดท้ายแล้วค่ะ
ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า เป็นรายการที่เกิดขึ้นเนื่องจากรับ
ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตั๋วแลกเงินชนิดมีดอกเบี้ยมาจากลูกหนี้ที่จ่ายชำระหนี้คืนให้
โดยลูกหนี้จ่ายเงินให้มากกว่าเงินที่ติดค้าง จึงเกิดผลต่างขึ้นซึ่งถือว่าเป็นดอกเบี้ย
รับ (หมวดรายรับ) หากตั๋วเงินฉบับนั้นครบกำหนดปีหน้า ดังนั้นวันสิ้นงวดบัญชีปี
นี้ต้องปรับปรุงหาดอกเบี้ยรับของปีหน้าที่รวมอยู่ด้วย นั่นคือ ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า
(หมวดหนี้สิน)
หลักการปรับปรุงนับระยะเวลาการคำนวณดอกเบี้ยรับล่วงหน้า เริ่มนับ
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ของปีหน้า จนถึงวันที่ตั๋วเงินฉบับนั้นครบกำหนด โดยมีการ
บันทึกบัญชีคือ
เดบิต ดอกเบี้ยรับ xx
- ตัวอย่างเช่น - เครดิต ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า xx
1 ธันวาคม 48 รับตั๋วสัญญาใช้เงินชนิดมีดอกเบี้ยมาจากลูกหนี้ จำนวนเงิน 30,000
บาท เพื่อชำระหนี้จำนวน 26,000 บาท ตั๋วลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2548 อายุ
ตั๋ว 45 วัน
วันครบกำหนดของตั๋วเงิน
พ.ย. (30-27) = 3 วัน
ธ.ค. = 31 วัน
ม.ค. = 11 วัน
= 45 วัน
การนับระยะเวลาดอกเบี้ยรับล่วงหน้าเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 11 ม.ค. 2549
รวมเวลา เท่ากับ 11 วัน
- การคำนวณหาจำนวนเงินดอกเบี้ยรับล่วงหน้า
= ส่วนเกิน (ดอกเบี้ย) ที่ได้รับจากลูกหนี้ x ระยะเวลารับล่วงหน้า
อายุตั๋วเงิน
= 4,000 x 11
45
= 977.78 บาท
- การบันทึกบัญชี 977.78
เดบิต ดอกเบี้ยรับ
เครดิต ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า 977.78
(ปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยรับล่วงหน้า)
จบแล้วขอถามค่ะ
การนับระยะเวลาของดอกเบี้ยรับล่วงหน้าเริ่มนับตั้งแต่วันที่
ใดจนถึงวันที่ใด ?
ก. นับจากวันที่ในตั๋วเงินถึงวันที่ตั๋วเงินครบกำหนด
ข. นับจากวันที่ในตั๋วเงินถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้น
ค. นับจากวันที่31ธันวาคม ของปีนั้น ถึงวันที่ตั๋วเงินครบ
กำหนด
ง. นับจากวันที่ 1 มกราคม ของปีหน้า ถึงวันที่ตั๋วเงินครบ
กำหนด
เฉลย
ข้อ ง. นับจากวันที่ 1 มกราคม ของปีหน้า ถึงวันที่ตั๋วเงิน
ครบกำหนด
เรียนรู้และเข้าใจการปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยตั๋วเงิน
ครบทั้ง 4 รายการแล้ว
พี่แก้ม....ขอทดสอบความรู้ทั้งหมดอีกครั้งค่ะ
ให้ปรับปรุงรายการต่อไปนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ( 1 ปีธุรกิจ = 360 วัน )
1. กู้เงินจากธนาคารโดยออกตั๋วสัญญาใช้เงิน ลงวันที่ 1 พ.ย. 49 อายุตั๋ว 90 วัน
จำนวนเงิน 42,000 บาท ธนาคารหักส่วนลดไว้ 12% ต่อปี
เดบิต ....................................................
เครดิต ......................................
2. เมื่อวันที่1 ต.ค. 49กิจการได้รับตั๋วสัญญาใช้เงินจากลูกหนี้ เพื่อเป็นการชำระหนี้
จำนวนเงิน 78,000 บาท อายุตั๋ว4 เดือน อัตราดอกเบี้ย15% ต่อปี
เดบิต ....................................................
เครดิต ......................................
3.กิจการรับรองตั๋วแลกเงินเพื่อซื้อสินค้าจากร้านดวงนภา ตั๋วเงินลงวันที่ 17 สิงหาคม
2549 อายุตั๋ว 6เดือน จำนวนเงิน 120,000บาท อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี
เดบิต ....................................................
เครดิต ......................................
4.กิจการรับตั๋วสัญญาใช้เงินจากลูกหนี้เพื่อเป็นการชำระหนี้ จำนวนเงิน64,000 บาท
ตั๋วเงินลงวันที่ 5 พ.ย.49 จำนวนเงิน 65,000บาท อายุตั๋ว 60วัน
เดบิต ....................................................
เครดิต ......................................
เฉลย 420
1. ตั๋วฉบับนี้ครบกำหนดวันที่ 30 มกราคม 2550 420
(นับ 1 ม.ค. - 30 ม.ค. = 30 วัน)
เดบิต ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า (42,000 x 59 x 15 )
360 100
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย
2. ตั๋วฉบับนี้ครบกำหนดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 2,957.50
(นับ 1 ต.ค. – 31 ธ.ค. 49 = 91 วัน) 2,957.50
เดบิต ดอกเบี้ยค้างรับ (78,000 x 91 x 15 )
360 100
เครดิต ดอกเบี้ยรับ
3. ตั๋วฉบับนี้ครบกำหนดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2550
(นับ 17 ส.ค. - 31 ธ.ค. = 136 วัน)
เดบิต ดอกเบี้ยจ่าย 8,160
เครดิต ดอกเบี้ยค้างจ่าย (120,000 x 136 x 18 ) 8,160
360 100
4. ตั๋วฉบับนี้ครบกำหนดวันที่ 4 มกราคม 2550
(นับ 1 ม.ค. - 4 ม.ค. = 4 วัน)
เดบิต ดอกเบี้ยรับ 66.67
เครดิต ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า ( 1,000 x 4 ) 66.67
60
ทำถูกหมดหรือเปล่า.......
ถ้ายังผิดพลาดอยู่ให้กลับไปทบทวน
รายการปรับปรุงอีกครั้งนะค่ะ !!!!
ต่อไปเป็นเรื่องการโอนกลับรายการปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยตั๋วเงิน น้องทุกคน
รู้ว่ารายการปรับปรุงจะทำในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกรอบระยะเวลาบัญชี ดังนั้น
เมื่อขึ้นรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ คือวันที่ 1 มกราคมของทุกปี ต้องโอนกลับรายการ
ดังกล่าวทั้งหมด เพื่อมิให้เกิดการผิดพลาดในงบการเงิน คือ งบดุลและงบกำไรขาดทุน
นั่นคืออาจมีการบันทึกรายการซ้ำซ้อนได้ในวันที่ตั๋วเงินครบกำหนด วิธีทำคือรายการ
ใดที่ปรับปรุงและบันทึกไว้ด้วยชื่อบัญชีใด ทางด้านใด ให้นำมาบันทึกไว้ในวันที่ 1
มกราคมด้วยชื่อบัญชีเดิมแต่เป็นด้านตรงข้าม เช่นจากด้านเดบิตมาเป็นเครดิต
เป็นต้น
ยกตัวอย่างเช่น
2549
ธ.ค. 31 เดบิต ดอกเบี้ยจ่าย xx
เครดิต ดอกเบี้ยค้างจ่าย xx
xx
(ปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยค้างจ่าย)
2550
ม.ค. 1 เดบิต ดอกเบี้ยค้างจ่าย xx
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย
(โอนกลับรายการปรับปรุง)
คำถาม เฉลย
เพราะป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในงบ
เหตุใดจึงต้องทำการโอนกลับ การเงิน คือ งบกำไรขาดทุนและงบดุล นั่นคือ
รายการปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ย อาจมีการบันทึกรายการซ้ำซ้อนได้ในวันที่ตั๋ว
ตั๋วเงิน และจะโอนกลับรายการ เงินครบกำหนด ซึ่งการโอนกลับรายการจะ
ในวันที่ใด มีวิธีทำอย่างไร ? ทำในวันที่ 1 มกราคมของปีหน้า มีวิธีทำ
คือรายการใดบันทึกไว้ด้วยชื่อบัญชีใด ทาง
ด้านใด จะถูกนำมาบันทึกไว้ด้วยชื่อบัญชีเดิม
แต่เป็นด้านตรงข้าม
จบแล้วค่ะ .. ! พี่แก้มขอสรุปสาระที่สำคัญให้อีกครั้ง
สมุดตั๋วเงินมีประโยชน์เพื่อบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับตั๋วเงินรับและตั๋วเงินจ่ายที่
กิจการมีอยู่ โดยยอดคงเหลือสมุดตั๋วเงินรับหรือสมุดตั๋วเงินจ่าย จะมียอดเท่ากับบัญชี
ตั๋วเงินรับและบัญชีตั๋วเงินจ่ายในสมุดแยกประเภททั่วไปเสมอ
กรณีตั๋วเงินรับและตั๋วเงินจ่ายมีอายุครบกำหนดงวดบัญชีปีหน้า กิจการต้อง
ปรับปรุงรายการดอกเบี้ยตั๋วเงิน ณ วันสิ้นงวดบัญชี ( 31 ธ.ค. ) และต้องโอนกลับ
รายการปรับปรุงในวันที่ 1 มกราคมของงวดบัญชีใหม่
รายการปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงินเนื่องจากตั๋วเงินครบกำหนดปีหน้า ซึ่งมี 4
รายการ คือ
ดอกเบี้ยค้างจ่าย รับรองตั๋วแลกเงินหรือออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้เจ้าหนี้
ออกตั๋วสัญญาใช้เงินชนิดมีดอกเบี้ยกู้เงินจากธนาคาร
ดอกเบี้ยค้าง
ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า รับสั่งจ่ายตั๋วแลกเงินหรือรับตั๋วสัญญาใช้เงินจากลูกหนี้
ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า
ออกตั๋วสัญญาใช้เงินชนิดไม่มีดอกเบี้ยกู้เงินจากธนาคาร
รับชำระหนี้จากลูกหนี้โดยลูกหนี้จ่ายเงินให้มากกว่าที่ติดหนี้
สรุปเนื้อหาให้แล้วเพื่อง่ายต่อการจดจำ... ต่อไปมาดู
ศัพท์ทางบัญชีเพื่อพัฒนาตนเองด้านภาษาค่ะ
ศัพท์บัญชีที่ควรรู้
สมุดตั๋วเงินรับ Notes Receivable
สมุดตั๋วเงินจ่าย Notes Payable
ดอกเบี้ยค้างจ่าย Accrued Interest Payable
ดอกเบี้ยค้างรับ Accrued Interest Receivable
ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า Prepaid Interest
ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า Interest Receivable in Advance
หมั่นทบทวนการเรียนรู้ให้มาก ๆ นะค่ะ....จะได้มีความรู้ที่คงทนทั้งด้าน
เนื้อหาและฝึกปฏิบัติงานบัญชีด้วย ก่อนจากกันขอให้ทดสอบตนเองว่าเรียนรู้ผ่าน
จุดประสงค์ของบทเรียนหรือเปล่าทำให้ครบทุกข้อนะค่ะ พี่แก้ม...ขอส่งกำลังใจให้
ทำถูกหมดทุกข้อเลยจ้ะ....
ขอร้องเพลงให้ฟังก่อนจากกัน
แบบทดสอบหลังเรียน
เรื่อง สมุดตั๋วเงินและการปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงิน
คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1. กิจการขนาดปานกลางหรือใหญ่ที่มีการรับและจ่าย (ตั๋วเงินรับและตั๋วเงินจ่าย)
จำนวนมาก
ควรใช้สมุดใดในการบันทึกข้อมูลตั๋วเงินแต่ละฉบับ
ก. สมุดรายวันทั่วไป
ข. สมุดตั๋วเงิน
ค. สมุดรับเงินและจ่ายเงิน
ง. คำตอบทุกข้อถูกต้อง
2. การใช้สมุดตั๋วเงินรับและสมุดตั๋วเงินจ่าย ต้องใช้ควบคู่กับสมุดบัญชีใด
ก. สมุดรายวันทั่วไป
ข. สมุดรับเงินและสมุดจ่ายเงิน
ค. สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป (บัญชีตั๋วเงินรับและบัญชีตั๋วเงินจ่าย)
ง. สมุดบัญชีซื้อสินค้าและสมุดบัญชีขายสินค้า
3. ข้อใดเป็นประโยชน์ของสมุดตั๋วเงิน
ก. ป้องกันการสูญหายของตั๋วเงินรับและตั๋วเงินจ่าย
ข. ป้องกันการหลงลืมจ่ายชำระหนี้ตามตั๋วเงินจ่ายที่ถึงกำหนด
ค. เป็นสมุดที่แสดงรายละเอียดต่าง ๆ ของตั๋วเงินทุกฉบับ
ง. ถูกทุกข้อ
4. สมุดตั๋วเงินรับ และสมุดตั๋วเงินจ่าย สามารถตรวจสอบยอดเงินคงเหลือได้โดยต้อง
ตรงกับ
ยอดเงินของบัญชีใด
ก. บัญชีลูกหนี้ และบัญชีเจ้าหนี้
ข. บัญชีตั๋วเงินรับ และบัญชีตั๋วเงินจ่าย
ค. บัญชีซื้อสินค้า และบัญชีขายสินค้า
ง. บัญชีเงินสด และบัญชีเงินฝากธนาคาร
จากโจทย์ต่อไปนี้ให้ตอบคำถามข้อ 5-7
นายยอดชาย ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าให้ร้านเพลินตา
จำนวนเงิน 30,000 บาท ตั๋วลงวันที่ 1 เม.ย. 49 อายุตั๋ว 1 เดือน อัตรา
ดอกเบี้ย 15% ต่อปี
5. นายยอดชายจะบันทึกข้อมูลในสมุดตั๋วเงินอย่างไร
ก.
ข.
ค.
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูกต้อง
6. นายยอดชายจะบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไปอย่างไร
ก. เดบิต ตั๋วเงินรับ 30,000
เครดิต เงินสด 30,000
ข. เดบิต ลูกหนี้-ร้านเพลินตา 30,000
เครดิต ขายสินค้า 30,000
ค. เดบิต เจ้าหนี้-ร้านเพลินตา 30,000
เครดิต ลูกหนี้-ยอดชาย 30,000
ง. เดบิต เจ้าหนี้-ร้านเพลินตา 30,000
เครดิต ตั๋วเงินจ่าย 30,000
7. เมื่อตั๋วเงินครบกำหนด นายยอดชายจ่ายเงินชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ข้อใดเป็นการ
บันทึก
ข้อมูลในสมุดตั๋วเงินได้ถูกต้อง
ก. ระบุข้อมูลในสมุดตั๋วเงินรับว่ารับเงินครบถ้วนแล้ว
ข. ระบุข้อมูลในสมุดตั๋วเงินจ่ายว่าจ่ายเงินครบถ้วนแล้ว
ค. ระบุข้อมูลในสมุดตั๋วเงินว่ายกเลิก
ง. ระบุข้อมูลตามที่กิจการต้องการ
8.การคำนวณดอกเบี้ยค้างจ่ายและดอกเบี้ยค้างรับมีวิธีนับระยะเวลาอย่างไร
ก.นับจากวันที่31 ธันวาคมจนถึงวันครบกำหนด
ข.นับจากวันที่ออกตั๋วจนถึงวันครบกำหนด
ค.นับจากวันที่ออกตั๋วจนถึงวันที่ 31ธันวาคมของปีนั้น
ง.นับจากวันที่ 1 มกราคมของปีหน้าจนถึงวันครบกำหนด
9.การคำนวณดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้าและดอกเบี้ยรับล่วงหน้ามีวิธีนับระยะเวลาอย่างไร
ก.นับจากวันที่31 ธันวาคมจนถึงวันครบกำหนด
ข.นับจากวันที่ออกตั๋วจนถึงวันครบกำหนด
ค.นับจากวันออกตั๋วจนถึงวันที่ 31ธันวาคมของปีนั้น
ง.นับจากวันที่ 1 มกราคมของปีหน้าจนถึงวันครบกำหนด
10.สาเหตุที่ต้องมีการโอนกลับรายการปรับปรุงบัญชี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งใด
ก.การบันทึกบัญชีซ้ำซ้อนเกี่ยวกับรายได้และค่าใช้จ่ายของกิจการ
ข.การบันทึกบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายต่ำกว่าความเป็นจริง
ค.การบันทึกบัญชีหนี้สินของกิจการต่ำกว่าความเป็นจริง
ง.การบันทึกบัญชีสินทรัพย์ของกิจการต่ำกว่าความเป็นจริง
11. กิจการมีตั๋วเงินรับฉบับหนึ่งลงวันที่ 1 ธ.ค. 49 อายุตั๋ว 60 วัน จำนวนเงิน 20,000
บาท อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี กิจการปิดบัญชีวันที่ 31 ธ.ค. 49 การปรับปรุงบัญชี
ดอกเบี้ยตั๋วเงินในสมุดรายวันทั่วไปเป็นเช่นไร
ก. เดบิต ดอกเบี้ยค้างรับ 300
เครดิต ดอกเบี้ยรับ 300
ข. เดบิต ดอกเบี้ยจ่าย 300
เครดิต ดอกเบี้ยค้างจ่าย 300
ค. เดบิต ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า 300
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย 300
ง. เดบิต ดอกเบี้ยรับ 300
เครดิต ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า 300
12. จากข้อ 11. การโอนกลับรายการปรับปรุงวันที่ 1 ม.ค.50 ข้อใดถูกต้อง
ก. เดบิต ดอกเบี้ยรับ 300
เครดิต ดอกเบี้ยค้างรับ 300
ข.เดบิตดอกเบี้ยค้างจ่าย 300
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย 300
ค.เดบิต ดอกเบี้ยจ่าย 300
เครดิต ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า 300
ง.เดบิตดอกเบี้ยรับล่วงหน้า 300
เครดิต ดอกเบี้ยรับ 300
จากโจทย์ต่อไปนี้ให้ตอบคำถามข้อ 13-15
กิจการออกตั๋วสัญญาใช้เงินกู้ยืมเงินจากธนาคาร 40,000 บาท ตั๋วลง
วันที่ 11 พ.ย. 49 อายุตั๋ว 2 เดือน ธนาคารคิดส่วนลด 12% ต่อปี
13. จากโจทย์กิจการปิดบัญชี 31 ธ.ค. 49 การปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยตั๋วเงินคือข้อใด
ก. ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า
ข. ดอกเบี้ยค้างจ่าย
ค. ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า
ง. ดอกเบี้ยค้างรับ
14. การคำนวณนับระยะเวลาการปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงินนับอย่างไร
ก. ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 49 – 31 ธ.ค. 49
ข. ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 49 – 11 ม.ค. 50
ค. ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 49 – 11 ม.ค. 50
ง. ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 50 – 11 ม.ค. 50
15.ดอกเบี้ยตั๋วเงินที่ต้องปรับปรุงบัญชีมีจำนวนเงินเท่าใด
ก.160 บาท
ข. 146.67 บาท
ค. 666.67 บาท
ง.813.34 บาท
จากโจทย์ต่อไปนี้ให้ตอบคำถามข้อ 16-17
ร้านนุดีรับตั๋วสัญญาใช้เงินจากลูกหนี้ 12,000บาท เพื่อเป็นการชำระหนี้
10,500บาท ตั๋วเงินลงวันที่ 10 ธ.ค. 49อายุตั๋ว 30 วัน
16. ร้านนุดีปิดบัญชีวันที่ 31 ธ.ค. 49ร้านนุดีต้องปรับปรุงบัญชีดอกเบี้ยตั๋วเงินตามข้อใด
ก. ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า
ข.ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า
ค. ดอกเบี้ยค้างรับ
ง.ดอกเบี้ยค้างจ่าย
17.การบันทึกรายการปรับปรุงบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป ข้อใดถูกต้อง
ก.เดบิต ดอกเบี้ยรับ 450
เครดิต ดอกเบี้ยค้างรับ 450
ข. เดบิต ดอกเบี้ยรับ 450
เครดิต ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า 450
ค. เดบิต ดอกเบี้ยรับ 1,500
เครดิต ดอกเบี้ยค้างรับ 1,500
ง.เดบิต ดอกเบี้ยรับ 1,500
เครดิต ดอกเบี้ยรับล่วงหน้า 1,500
จากโจทย์ต่อไปนี้ให้ตอบคำถามข้อ 18-20
ร้านปกฉัตร ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินชนิดมีดอกเบี้ยกู้ยืมเงินจากธนาคาร 100,000 บาท
อายุตั๋วเงิน3 เดือน ตั๋วเงินลงวันที่ 1 พ.ย. 49อัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี
18. ร้านปกฉัตรปิดบัญชีวันที่ 31 ธ.ค. 49 ร้านปกฉัตรต้องปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงินตามข้อใด
ก. ดอกเบี้ยค้างจ่าย จำนวนเงิน 250บาท
ข.ดอกเบี้ยค้างจ่ายจำนวนเงิน3,750 บาท
ค.ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า จำนวนเงิน 250บาท
ง.ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า จำนวนเงิน 3,750บาท
19. การบันทึกรายการปรับปรุงดอกเบี้ยตั๋วเงินในสมุดรายวันทั่วไปเป็นเช่นไร
ก.เดบิต ดอกเบี้ยค้างจ่าย 250
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย 250
ข. เดบิตดอกเบี้ยจ่าย 250
เครดิต ดอกเบี้ยค้างจ่าย 250
ค.เดบิต ดอกเบี้ยจ่าย 3,750
เครดิต ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า 3,750
ง.เดบิต ดอกเบี้ยจ่ายล่วงหน้า 3,750
เครดิต ดอกเบี้ยจ่าย 3,750
20. จากตัวเลือกในโจทย์ข้อ 19. ข้อใดเป็นการโอนกลับรายการในวันที่ 1 มกราคม 2550
ก. ตัวเลือกข้อ ก. เป็นรายการโอนกลับรายการ
ข.ตัวเลือกข้อ ข. เป็นรายการโอนกลับรายการ
ค.ตัวเลือกข้อ ค. เป็นรายการโอนกลับรายการ
ง.ตัวเลือกข้อ ง. เป็นรายการโอนกลับรายการ
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
1. ง.
2. ข. 1. ข.
3. ข. 2. ค.
4. ค. 3. ข.
5. ง. 4. ข.
6. ข. 5. ก.
7. ค. 6. ง.
8. ก. 7. ข.
9. ค. 8. ค.
10. ง. 9. ง.
11. ก. 10. ก.
12. ก. 11. ก.
13. ก. 12. ก.
14. ก. 13. ก.
15. ข. 14. ง.
16. ข. 15. ข.
17. ข. 16. ก.
18. ค. 17. ข.
19. ค. 18. ก.
20. ข. 19. ข.
20. ก.
บรรณานุกรม
จริยา กมุทมาศ. การบัญชีตั๋วเงินและเช็ค. กรุงเทพมหานคร : หจก.มณฑลการพิมพ์, 2541.
น้ำแท้ มีบุญสร้าง. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์. กรุงเทพมหานคร : บริษัทภูมิบัญฑิต
การพิมพ์ จำกัด, 2549.
ผาณิต ธวัชชัยนันท์. การบัญชีตั๋วเงิน. กรุงเทพมหานคร : บริษัท ศูนย์รวมหนังสือกรุงเทพ
(2004) จำกัด, 2551.
พรรณลินี พูนสาระคุณ. การบัญชีตั๋วเงิน. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริม
อาชีวะ, 2548.
ศรายุทธ อมตะไพบูลย์. การบัญชีตั๋วเงิน. กรุงเทพมหานคร : บริษัทสำนักพิมพ์เอมพันธ์
จำกัด, 2551.
สุพจน์ กู้มานะชัย. ย่อหลักกฎหมายลักษณะตั๋วเงิน. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์
นิติธรรม, 2548.