ปืืนเล็็กสั้้ � น (Carbine) ชั้้ � นนำำ�ของโลก 2023 อากาศยานไร้้คนขัับ ยุุ ทโธปกรณ์์ที่่� มีีความสำำ �คััญ ในการรบปััจจุุบัันและอนาคต * ข้้าคืือทหารราบ ** ข้้าถืือกำำ ข้้าถืือกำำ เนิิดจา เกกสีีเขีขีียวขจีขจีขขีองสนสนามฝึึกนกนานนา ทุ่่�งหญ้้าป่่าเขา และจากก และจากกลิ่ลิ่่� ่� นสาบเหม็็นของเลนต นสาบเหม็็นของเลนตมม * อ้อ้้อมกกอดขของข้้าคืือปืื องข้้าคืือปืืนนเล็็กกยาว บนหัหััวของข้ข้้าคืือห ้ามมวกเหล็ล็็ก แผ่ นห่่ ลัลัังของข้ข้้าแบกเคครื่�องสนา ่่ มอัมอัันหนันัักอึ้อึ้้�ง และเ และเท้ท้้าทั้้ ทั้้� งสองของ งสองของข้ข้้าต้ต้้องอัอััดแน่่ น่่นอยู่่�ใน นอยู่่�ในรรองเท้ท้้าบู้้ทบู้้ท * ดนนตรีรีขขีองข้้าคืือเสีียงปืื องข้้าคืือเสีียงปืืนน ม มหรรสพของข้ข้้า คืือละครครจากชีีวิิวิิตจริิริิง ของ ทุุ ทุุก ๆ ฉากแห่่ ห่่งสมรมรภููมิิ ูมิิ * ข้้าคืือผู้้ ข้้าคืือผู้้สืสืืบสสายโลหิลหิิต แห่ห่่งนันัักกรบดึดึึกดำกดำำ บรรพ์์ โดยยการรเข้ข้้าปร ประจัจััญญบาน ด้ด้้วยยพลัลัังในกายยของข้ข้้า ข้ ข้้าคืือผู้้ ผู้้เผด็ผด็็จศึกใน ึึ วัวัันนี้้ นี้้ � และ ขีขีีดเส้ส้้น ให้ห้้แก่่ปร ก่่ประวัวััติิศติิศาสตร์ร์์ของชชาติิพัติิพัันธุ์์ทั้้ ์ทั้้� งมมวลในวัวัันพรุุ่ รุุ่�ง * ยยามข้มข้้าย่่ ย่่างกรรายยไปที่่ ปที่่�ใด ผู้้ค ผู้้คนนันัับแสนนันัับล้ล้้าน ต่่ ต่่างเงี่่งี่่�ยยสดัดัับเสีสียยีงฝีีเท้ท้้าของข้ข้้า ปประหนึ่่นึ่่�งไพร่ พร่่ฟ้้า ข้้าแผ่ผ่่นดินดิินคนคอยฟัฟัังข่ข่่าวจาก ก ราชิินีนีีแห่ห่่งสนสนามรบ ผู้้ ผู้้ไม่่ ม่่เคยคยเหน็น็็ดเหนื่่ นื่่�อยยในงานท่่ ท่่ามคมคาวเลืลืือด และคความมตายย * ข้้าคืือทููตมรณะ ผู้้ ผู้้ไม่่ ม่่เคยคยขาดรระยยะ ในการรสร้ร้้างคความมสรราญญใจ และ คความมหดหู่หู่่�ให้ห้้แก่่มนุุ ก่่มนุุษยชยชาติิติิ...ข้ข้้าทำทำำ ให้ห้คค้ นนันัับล้ล้้านนอนตาห ้านนอนตาหลัลัับ และ คคนอีอีีกนันัับล้ล้้านตรระหนกอกสั่่สั่่� นด้ด้้วยลียลีีลาอัอัันเดีดีียยวกักััน * ข้้าคืือทหารราบ ผู้้ ผู้้ไม่่ ม่่เคยคยอยู่่�ห อลัลัังใครครในทุุ ทุุกยุุทธ ยุุทธภููมิิ ูมิิ และไ และไม่่ ม่่เคยคยหยุุ ยุุดหย่่ ย่่อนต่่ ต่่อการรโผผเข้ข้้าหาคความมตายย ปร ประหนึ่่นึ่่�งหญิิ ญิิงสาวที่่ ที่่�โผผเข้ข้้าหาอ้อ้้อมมกอดของชชายยหนุ่นุ่่�มม... * ข้้าคืือทหารราบ พ.อ. พ.อ. เชชษฐ พั พััวพานิิช นิิช ปร ประพัพัันธ์ธ์์ ข้้าคืือทหารราบ ปีีที่่ 94 ฉบัั�บที่่ 1/66 ตุุลาคม 2565 - มกราคม 2566 �ทหารรา บ
กำ�หนดการออกวารสาร ปีละ 3 ฉบับ • ตุลาคม - มกราคม 1 ฉบับ • กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 1 ฉบับ • มิถุนายน - กันยายน 1 ฉบับ สำ�นักง สำ�นักงาานวาารสาารทหาารราาบ กองวิทยาการ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรีจ.ประจวบคีรีขันธ์77160 โทร. 0 3255 5502 การส่งบทความ การบอกรับเป็นสมาชิกและส่งค่าบำ�รุง ธนาณัติโปรดสั่งจ่ายที่หัวหน้ากองจัดการ สำ นักงานวารสารทหารราบ ปท.ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรีจ.ประจวบคีรีขันธ์77160 พิมพ์ที่ บริษัท ธนอรุณการพิมพ์ จำ กัด 457/6-7 ถนนพระสุเมรุแขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทร. 0 2282 6033-4 โทรสาร 0 2280 2187-8 E-mail: [email protected] ISSN 0125-4812 ส่งที่ กองบรรณาธิการวารสารทหารราบ กองวิทยาการ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์77160 โทร. 0 3255 5502 E-mail: [email protected] ฉบับที่ 1 / 2565 ฉบับที่ 2 / 2565 ฉบับที่ 3 / 2565 ค่าบำ�รุง ชั้นสัญญาบัตร/บุคคลทั่วไป ปีละ 80 บาท ชั้นประทวน/นักเรียนนายสิบ ปีละ 80 บาท สมาชิกบุคคลเพิ่มค่าส่ง ปีละ 40 บาท ชำ ระค่าบำ รุงสมาชิกในเดือนพฤษภาคม
วััตถุุประสงค์์ เพื่่�อเผยแ เพื่่�อเผยแพพร่่วิิทยากา ร่่วิิทยาการร กิกิิจกรรรรม ข่่าววสารร ข้ข้้อคิิดเห็็น และวิิ ้อคิิดเห็็น และวิิวัวััฒนาการรทางทหหารร ขของหน่หน่่ววยทหหารรเป็็นสื่่�อ เป็็นสื่่�อสัสััมพัันธ์์ระหว่่างห ัมพัันธ์์ระหว่่างหน่น่่ววยเหล่่าทหารราบ แ ยเหล่่าทหารราบ แลละเหล่่า ะเหอื่อื่่�น ๆ กองอำ�นวยการ ผู้อำ�นวยการ พล.ต. อาวุุธ พุุทธอำนวย รองผู้อำ�นวยการ พ.อ. เฉลิิมพล ขำคง พ.อ. วััชระ ถนััดรบ พ.อ. สุุเมศ พููลมีี พ.อ. วาทยุุทธ เฟืืองทอง ประจำ�กองอำ�นวยการ พ.อ. สิิทธิิศัักดิ์์� ธรรมเชื้้�อ พ.อ. วรกุุล กุุลจัันทร์์ บรรณาธิการ พ.อ. เสน่่ห์์ นิิติิวิิทยากุุล ผู้ช่วยบรรณาธิการ พ.อ. มนวััต ฉิิมพาลีี หัวหน้ากองบรรณาธิการ พ.อ. ธรรมสถิิตย์์ หลวงสิิทธิ์์� ผู้ช่วยหัวหน้ากองบรรณาธิการ ร.ท. ชาญณรงค์์ ทองสวีี หัวหน้ากองจัดการ พ.ท. อรุุณรััชช์์ ปลื้้�มจัันทึึก หัวหน้ากองผลิต ร.ท. ปริิญ ศิิริิรัักษ์์ถากุุล เหรัญญิก พ.ท. วิิทยา ทองเปลว ศิลปกรรม ร.ท. มนต์์ศัักดิ์์� มีีมั่่�งคั่่�ง ส.ท. ธนพงค์์ วิินทะไชย ฝ่ายทะเบียนสมาชิก จ.ส.อ. เอกพงษ์์ พรมโสภา จ.ส.อ. สมศัักดิ์์� หิิตกำปััง ส.ท. ณััฐวิิทย์์ เผ่่าแจ้้ นางอััษฎาพร ขวกเขีียว น.ส. สุุทิินา แย้้มประเสริิฐ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พล.อ. ณรงค์์พัันธ์์ จิิตต์์แก้้วแท้้ พล.อ. เจริิญชััย หิินเธาว์์ พล.อ. สุุขสรรค์์ หนองบััวล่่าง พล.อ. เกรีียงไกร ศรีีรัักษ์์ พล.อ. อุุกฤษฎ์์ บุุญตานนท์์ พล.ท. พนา แคล้้วปลอดทุุกข์์ พล.ท. สวราชย์์ แสงผล พล.ท. สุุริิยะ เอี่่�ยมสุุโร พล.ท. ศานติิ ศกุุนตนาค พล.ต. ณััฐเดช จัันทรางศุุ พล.ต. สราวุุธ ไชยสิิทธิ์์� พล.ต. นรธิิป โพยนอก พล.ต. ณรงค์์ฤทธิิ ปาณิิกบุุตร พล.ต. วรเดช เดชรัักษา พล.ต. วีีระยุุทธ รัักศิิลป์์ พล.ต. ชายแดน กฤษณสุุวรรณ พล.ต. วุุทธยา จัันทมาศ พล.ต. เอกอนัันต์์ เหมะบุุตร พล.ต. เฉลิิมพร ขำเขีียว ISSN 0125-4812 ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566
สวััสดีีปีีใหม่่ 2566 สมาชิิกวารสารทหารราบ และผู้้�อ่่านทุุกท่่าน ในวารดิิถีีขึ้้�นปีีใหม่่ ขออำนาจสิ่่�งศัักดิ์์�สิิทธิ์์�ทั้้�งหลายในสากลโลก จงดลบัันดาลให้้ท่่านสมาชิิกวารสารทหารราบ ประสบแต่่ความสุุขเกษมสำราญ และสััมฤทธิิผลในสิ่่�งอัันพึึงปรารถนาทุุกประการ สำหรัับปีี 2566 วารสารทหารราบฉบัับนี้้�เป็็นฉบัับแรกของปีีที่่� 94 (เดืือน ตุุลาคม 2565 - มกราคม 2566) ได้้ดำเนิินการเป็็นระยะเวลายาวนานพอสมควร คณะผู้้จััดทำได้้ตั้้�งใจปรัับปรุุงรููปแบบ “วารสารทหารราบ” ให้้มีีทัันสมััยมากขึ้้�น เพื่่�อให้้เหล่่าทหารราบได้้ติิดตามข่่าวสาร และสถานการณ์์โลก โดยเฉพาะมีีแผนการศึึกษา ของเหล่่าทหารราบ ประจำปีีงบประมาณ 2566 เพื่่�อให้หน่้ว่ ยได้้เตรีียมแผนการศึึกษาของหน่ว่ ยและการฝึึกของกำลัังพล ที่่�สนใจเข้้ารัับการศึึกษาในหลัักสููตรต่่างๆ ของเหล่่าทหารราบ วารสารทหารราบได้้นำบทความที่่�เป็็นประโยชน์์ มีีเนื้้�อหาสาระในทุุกๆ ด้้านที่่�เกี่่�ยวกัับเหล่่าทหารราบ และเนื้้�อหาความรู้้วิิชาการด้้านอื่่�นๆ ในฐานะบรรณาธิิการวารสารทหารราบ ขอความร่ว่มมืือรณรงค์์ให้หน่้ว่ ยและกำลัังพล เหล่่าทหารราบทุุกท่่านเป็็นสมาชิิก รวมทั้้�งผู้้อ่่านได้ร่้ว่มสร้้างสรรค์สั์ังคมทหารให้น่้ ่าอยู่่อัันเป็็นผลดีต่ี่อเหล่่าทหารราบต่่อไป หากท่่านสมาชิิกท่่านใดมีีความต้้องการให้้กองบรรณาธิิการนำเสนอบทความประเภทใด หรืือมีีข้้อคิิดเห็็นใดๆ เพื่่�อการพััฒนาวารสารทหารราบ กรุุณาส่่งข้้อมููลมาได้้ที่่� Email: [email protected] หรืือ สามารถสแกน QR Code ได้้ที่่�หน้้าปก ทางกองบรรณาธิิการยิินดีีน้้อมรัับ และขอขอบคุุณ มา ณ ที่่�นี้้� ขอบคุุณครัับ บรรณาธิิการวารสารทหารราบ
ประวััติิ ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์ ประวััติิ ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์ ธนะ ์� ์�รัรััชต์ต์ ์ เข้้ารัับการศึึกษาในโรงเรีียนนายร้้อยพระจุุลจอมเกล้้า ซึ่่�งในสมััยนั้้�นมีีชื่่�อว่่า “โรงเรีียนนายร้้อยทหารบก” ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์์� ธนะรััชต์์ เป็็นผู้้ที่่�มีีกิิริิยามารยาทสุุภาพเรีียบร้้อยมีีใบหน้้าที่่�ยิ้้�มแย้้มแจ่่มใส โอบอ้้อมอารีี รัักเพื่่�อน แต่่งกายสะอาดหมดจดด้ว้ยเสื้้�อผ้้าที่่รี�ีดเรีียบอยู่่เสมอ เป็็นผู้้มีีความขยัันขัันแข็็งในการเล่่าเรีียน สำเร็จ็การศึึกษา ชั้้�นต้้นมาในเกณฑ์์ที่่�ค่่อนข้้างดีีมาก และด้้วยความขยัันหมั่่�นเพีียร ความกล้้าหาญเด็็ดขาด ความตั้้�งใจจริิงต่่อชาติิ และคุุณธรรมอื่่�นๆ อีีกนานััปการ ทำให้้ ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์์� ธนะรััชต์์ ประสบความสำเร็จ็ในชีวิีิต มีีความเจริิญก้้าวหน้้า ในตำแหน่่งราชการทหารตามลำดัับจนได้้ดำรงตำแหน่่งผู้้บััญชาการทหารสููงสุุด และได้รั้ับพระราชทานยศเป็็นถึึงจอมพล ของทั้้�ง 3 กองทััพ และพลตำรวจเอก (ยศตำรวจไม่่มีีจอมพล) ในด้้านการเมืืองได้้ดำรงตำแหน่่งเป็็นนายกรััฐมนตรีี มาจนถึึงอสััญกรรม กล่่าวได้้ว่่า ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์์� ธนะรััชต์์ คืือชายชาติิทหารที่่�ได้้อุุทิิศชีีวิิตและร่่างกายรัับใช้้มาตุุภููมิิ จนวาระสุุดท้้ายของชีีวิิต แม้้นจะเจ็็บป่่วยบอบช้้ำเพีียงใด ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์์� ธนะรััชต์์ ก็็ยัังคงปฏิิบััติิหน้้าที่่� อย่่างเข้้มแข็็ง แสดงถึึงกำลัังใจอัันเด็็ดเดี่่�ยวกล้้าหาญ แสดงถึึงความรัักใคร่่จริิงใจต่่อผู้้ใต้้บัังคัับบััญชาอย่่างแท้้จริิง ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์์� ธนะรััชต์์ ถึึงแก่่อสััญกรรม เมื่่�อวัันที่่� 8 ธัันวาคม 2506 เป็็นการจากไปด้้วยความโศก สลดอาลััยรัักของชาวไทยและชาวต่่างชาติิ ตลอดจนผู้้ใต้้บัังคัับบััญชา ฝากไว้้แต่่ชื่่�อเสีียงเกีียรติิคุุณความดีี ดัังความตอนหนึ่่�งในพระราชหััตถเลขาแสดงความเศร้้าสลดพระราชหฤทััย ซึ่่�งพระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััว และสมเด็็จพระนางเจ้้าฯ พระบรมราชิินีีนาถ ได้้ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้า ให้้ราชเลขาธิิการในพระองค์์อัันเชิิญ มาพระราชทานแก่่ ท่่านผู้้หญิิง วิิจิิตรา ธนะรััชต์์ ในวัันที่่� ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์์� ธนะรััชต์์ ได้้ถึึงแก่่อสััญกรรมว่่า “นายกฯ ได้้ปฏิิบััติิหน้้าที่่�มาด้้วยความเหน็็ดเหนื่่�อยตรากตรำ โดยมิิได้้นึึกถึึงตนเองเลย และได้้บำเพ็็ญประโยชน์์ แก่่ประเทศชาติิเป็็นอเนกประการ จึึงเป็็นการสููญเสีียอัันยิ่่�งใหญ่่สำหรัับบ้้านเมืืองและเราด้้วย” ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์์� ธนะรััชต์์ อดีีตนายกรััฐมนตรีี ผู้้บััญชาการทหารบก ผู้้บััญชาการทหารสููงสุุดและอธิิบดีี กรมตำรวจ เป็็นผู้้ที่่�ได้้ประกอบคุุณงามความดีีไว้้อย่่างมาก ทั้้�งด้้านการเมืือง การปกครอง การเศรษฐกิิจ และการทหาร ฯพณฯ มีลัีักษณะของความเป็็นผู้้นำชั้้�นเยี่่�ยมที่่มี�ีเจตนาแน่ว่แน่่ พููดจริิงทำจริิงมุ่่งแต่่เสริิมสร้้างความเจริิญให้้แก่บ้่ ้านเมืือง โดยไม่่คำนึึงถึึงความยากลำบากใดๆ มีีจิิตใจที่่�เข้้มแข็็งมั่่�นคงยึึดมั่่�นในชาติิศาสนา และเทิิดทููนสถาบัันพระมหากษััตริิย์์ อย่่างจริิงจัังตราบจนถึึงอสััญกรรม คุุณลัักษณะเหล่่านี้้�ยัังติิดตรึึงและฝัังอยู่่ในจิิตใจของปวงชนชาวไทยตลอดมา วัันที่่� 8 ธััน วัันที่่� 8 ธัันววาคม 2565 ครบรอบ 59 ปีี วัันอสััญกรรม ฯพณฯ จอมพล าคม 2565 ครบรอบ 59 ปีี วัันอสััญกรรม ฯพณฯ จอมพล สสฤษดิ์์� ฤษธธนะรัรััชต์์ ศููนย์์การ ัชต์์ ศููนย์์การททหารราบ ค่ค่่ายธยธนะรัรััชต์์ ขอกล่ล่่าววเกีียกีียรติิคุติิคุุณคววามดีีดีีนานันััปปการของ ฯพณฯ จอมพล การของ ฯพณฯ จอมพล สสฤษดิ์์� ฤษธธนะรัรััชต์์ ที่่�ฝากไ ัชต์์ ที่่�ฝากไว้ว้้แก่ก่่ปประเทศทศชาติินั้้ ติินั้้�น นันัับเป็ป็็นส่ส่่ววนหนึ่นึ่่�ง ของปประวััติิศติิศาสตร์ สตร์์ชาติิติิไทยทยที่่�คววรแก่ก่่การศึึศึึกษาและเ กษาและเป็ป็็นแบบอย่ย่่างแก่ก่่อนุนุุชนรุ่่ รุ่่นต่ต่่อไปป ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์์� ธนะรััชต์์ เกิิดเมื่่�อวัันที่่� 16 มิถุิุนายน 2451 ตรงกัับวัันอัังคาร แรม 3 ค่่ำ เดืือน 7 ปีีวอก ที่่�บ้้านปากคลองตลาด ตำบลพาหุุรััด จัังหวััดพระนคร เป็็นบุุตรพัันตรีี หลวงเรืืองเดชอนัันต์์ (ทองดีี ธนะรััชต์์) กัับคุุณแม่่จัันทิิพย์์ ธนะรััชต์์ สมรสกัับท่่านผู้้หญิิง วิิจิิตรา ธนะรััชต์์ ธิิดา ของนาวาโท พระศรการวิิจิิตร รน. (ช้้อย ชลทรััพย์์) และคุุณหญิิง ประเทีียบ ชลทรััพย์์ เมื่่�อวัันที่่� 1 ตุุลาคม 2491 ได้้ครองเรืือนร่่วมทุุกข์์สุุขกัันมาจวบจน ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์์� ธนะรััชต์์ ถึึงอสััญกรรม เมื่่�อเยาว์์วััย ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์์� ธนะรััชต์์ ได้้เดิินทางติิดตามมารดา ไปศึึกษาอยู่่ที่่�อำเภอมุุกดาหาร ซึ่่�งเป็็นบ้้านของคุุณตาระยะหนึ่่�ง จึึงกลัับมา ศึึกษาต่่อที่่�โรงเรีียนวััดมหรรณพาราม อัันเป็็นโรงเรีียนหลวงในสมััยนั้้�น หลัังจากนั้้�น
ประวััติิรัับราชการ (ย่่อ) พล.ต. อาวุุธ พุุทธอำ ำ านวย ผู้้�บััญชาการศููนย์์การทหารราบ/ผู้้�อำำ นวยการวารสารทหารราบ เกิิดเมื่่�อ 12 เม.ย. 2510 ครอบครััว คู่่�สมรส นางเบญจวรรณ พุุทธอำำนวย บุุตร-ธิิดา นายกฤตภาส พุุทธอำำนวย นางสาวพิิชชาพร พุุทธอำำนวย นางสาวพรรษธร พุุทธอำำนวย การศึึกษาก่่อนเข้้ารัับราชการ มััธยมศึึกษาตอนปลาย โรงเรีียนวััดราชโอรส พ.ศ. 2525 ปริิญญาตรีี โรงเรีียนนายร้้อยพระจุุลจอมเกล้้า พ.ศ. 2533 ปริิญญาโท มหาวิิทยาลััยราชภััฏสวนดุุสิิต พ.ศ. 2549 การศึึกษาหลัังจากเข้้ารัับราชการ รร.สพศ.ศสพ. ส่่งทางอากาศ รุ่่นที่่� 180 พ.ศ. 2531 รร.สพศ.ศสพ. การรบแบบจู่่โจม รุ่่นที่่� 97 พ.ศ. 2532 รร.ร.ศร. ปฐมนิิเทศนายทหารใหม่่ เหล่่าทหารราบ รุ่่นที่่� 12 พ.ศ. 2533 รร.ร.ศร. นายทหารเครื่่�องยิิงลููกระเบิิด รุ่่นที่่� 18 พ.ศ. 2533 รร.ร.ศร. ชั้้�นนายร้้อย เหล่่าทหารราบ รุ่่นที่่� 87 (9 ต.ค. 34 – 21 ม.ค. 35) รร.ร.ศร. ชั้้�นนายพััน เหล่่าทหารราบ รุ่่นที่่� 64 (1/38) (12 ก.พ. – 5 มิิ.ย. 38) รร.สธ.ทบ. หลัักสููตรหลัักประจำ รร.สธ.ทบ. ชุุดที่่� 77 (1 ต.ค. 41 - 30 ก.ย. 42) วทบ. หลัักสููตรหลัักประจำ วทบ. ชุุดที่่� 57 (1 ต.ค. 55 – 30 ก.ย. 56) โรงเรีียนจิิตอาสา จิิตอาสา 904 “หลัักสููตรประจำ” (6 สััปดาห์์) ชุุดที่่� 4/62 ตำำ แหน่่งรัับราชการ ผบ.ตอน ปรส.ร้้อย.สสก.ร.15 พััน.1 พ.ศ. 2533 ผบ.มว.กรม นนร.รอ.รร.จปร. พ.ศ. 2535 รอง ผบ.ร้้อย.รร.จปร. พ.ศ. 2537 ผบ.ร้้อย.รร.จปร. พ.ศ. 2539 ประจำ รร.สธ.ทบ.สบส. ชุุดที่่� 77 พ.ศ. 2541 รอง ผบ.ศร.พััน.2 พ.ศ. 2542 ประจำกอง ศร. พ.ศ. 2544 หน.ศร. พ.ศ. 2545 ผบ.ศร.พััน.1 พ.ศ. 2546 อจ.หน.รร.ร.ศร. พ.ศ. 2548 อจ.หก.วทบ. พ.ศ. 2553 หน.ศร. พ.ศ. 2555 หก.ศร. พ.ศ. 2556 นปก. ประจำ ศร. พ.ศ. 2558 ผอ.กอง รร.ร.ศร. พ.ศ. 2559 ผบ.กรม นร.รร.ร.ศร. พ.ศ. 2561 รอง ผบ.รร.ร.ศร. พ.ศ. 2563 รอง ผบ.ศร. พ.ศ. 2564 ผบ.ศร. พ.ศ. 2565 เครื่่�องราชอิิสริิยาภรณ์์ - ทวีีติิยาภรณ์์ช้้างเผืือก (ท.ช.) เมื่่�อ 5 ธ.ค. 58 - ทวีีติิยาภรณ์์มงกุุฎไทย (ท.ม.) เมื่่�อ 5 ธ.ค. 50 - เหรีียญทองดิิเรกคุุณาภรณ์์ (ร.ท.ภ.) เมื่่�อ 5 ธ.ค. 48 - ตริิตาภรณ์์ช้้างเผืือก (ต.ช.) เมื่่�อ 5 ธ.ค. 45 - เหรีียญรามมาลา (ร.ม.) เมื่่�อ 5 ธ.ค. 43 - ตริิตาภรณ์์มงกุุฎไทย (ต.ม.) เมื่่�อ 5 ธ.ค. 40 - จััตุุรถาภรณ์์ช้้างเผืือก (จ.ช.) เมื่่�อ 5 ธ.ค. 37
ส า ร บั ญ 6 ปืืนเล็็กสั้น (Carbine) ชั้้�น ้� นำำ�ของโลก 2023 14 อากาศยานไร้้คนขัับ ยุุทโธปกรณ์์ที่่�มีีความ สำ�ำ คััญในการรบในปััจจุบััุนและอนาคต 21 งานนิิทรรศการอุุปกรณ์์ป้้องกัันประเทศ หรืือดีเฟนซ์์ 2022 ี 29 การรบระหว่่าง ไทย-ลาว ที่ ่� บ้้านร่ม่เกล้า้ 38 กองพลทหารราบที่่� 1 (ฟิลิิ ปปิินส์)์ 45 รู้ไ้ว้้ใช่ว่่ ่า 47 มุุมกวีี 51 ข่่าวสั้นท ้� างทหารทัันโลก 57 ทหารสดุุดีี 58 ภาพกิิจกรรม CONTENTS 6 14 21
ปืืนเล็็กสั้้ � น (Carbine) ชั้้� นนำำ�ของโลก 2023 พลเอก ทรงพล ไพนุพงศ์ ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 6
นเล็็กสั้้�น (Carbine) อาวุุธประจำำ กายแบบหนึ่่�ง ของทหารราบ นอกจากอาวุุธปืืนเล็็กยาวทั่่�วไป ปััจจุุบัันพื้้�นที่่�ปฏิิบััติิการทางทหารเปลี่่�ยนมาอยู่่� ในตััวเมืืองขนาดใหญ่่ แตกต่่างจากในอดีีตที่่� สนามรบ เป็็นพื้้�นที่่�โล่่งขนาดใหญ่่มีีแนวรบชััดเจนสามารถ ทำำการยิิงด้้วยอาวุุธได้้หลายชนิิด เมื่่�อสนามรบ ได้้มาอยู่่�ภายในตััวเมืืองและภายในตััวอาคาร ขนาดใหญ่่ อาวุุธประจำำ กายเปลี่่�ยนจากปืืนเล็็กยาว มาตรฐาน มาเป็็นปืืนเล็็กสั้้�น (Carbine) โดยลำำกล้้อง จะสั้้�นกว่่าปืืนเล็็กยาว ปกติิปืืนเล็็กยาวลำำกล้้องปืืนยาว 508 มิิลลิิเมตร และปืืนเล็็กสั้้�นยาว 370 มิิลลิิเมตร เพิ่่�มอำำนาจการยิิงด้้วยการติิดตั้้�งเครื่่�องยิิงลููกระเบิิด แบบเอ็็ม-203 (M-203) ขนาด 40 มิิลลิิเมตร บทความนี้้� กล่่าวถึึง... ปืืนเล็็กสั้ ปืืนเล็็กสั้น (Carbine) ชั้้ น (Carbine) ชั้้ ้� น � นำนำำ ของโลลก ปื 1. กล่่าวทั่่�วไป สิิบห้้าปีีที่่�ผ่่านมามีีความขััดแย้้งอย่่างรุุนแรงในหลาย ภููมิิภาคของโลก ปฏิิบััติิการทางทหารขนาดใหญ่่เกิิดขึ้้�น หลายครั้้�งที่่�สำคัญั ประกอบด้้วย คาบสมุทรุบอลข่่าน, ภููมิภิาค ตะวัันออกกลาง, ภููมิภิาคอ่่าวเปอร์์เซีีย, ดิินแดนอดีีตสหภาพ โซเวีียต และภููมิภิาคเอเชีียตะวัันออกเฉีียงใต้้ พื้้�นที่่�ปฏิิบััติิการ ภายในตััวเมืือง (ภายใต้สิ่่้ �งปลููกสร้้าง) เป็็นปฏิิบััติิการทางทหาร ในระยะใกล้้อาวุุธประจำกาย จึึงต้้องมีีขนาดยาวสั้้�นกว่่า ปืืนเล็็กยาวมาตรฐาน ปืืนเล็็กสั้้�น (Carbine) ลำกล้้องสั้้�นกว่่า ปืืนเล็็กยาวมาตรฐานปฏิิบััติิการในพื้้�นที่่�จำกััด เพิ่่�มขีีดความ สามารถในการยิิงด้้วยการติิดกล้้องเล็็งที่่�ทัันสมััย 2. ปฏิิบััติิการทางทหารที่่�สำำคััญในอดีีต 2.1 สงครามกลางเมืืองซีีเรีีย(พ.ศ.2554- ปััจจุุบััน) สงครามกลางเมืืองซีีเรีีย เริ่่�มต้้นเมื่่�อวัันที่่� 15 มีีนาคม พ.ศ. 2554 ต่่อสู้้กัับกองกำลัังติิดอาวุุธต่่อต้้าน รััฐบาลประเทศซีเีรีียมีีหลายกลุ่่ม (FSA นัักรบ 32,000 นาย และ IS/ISIS/SSIL นัักรบ 10,000 นาย) เข้้ายึึดเมืืองสำคัญั คืือ เมืืองอเลปโป (Battle of Aleppo) การรบภายใน ตััวเมืืองหรืือสิ่่�งปลููกสร้้างขนาดใหญ่่ เมืืองโบราณขนาดใหญ่่ 190 ตารางกิิโลเมตร ประชากร 2.09 ล้้านคน การรบระหว่่าง พ.ศ. 2555 - 2559 กองทััพบกซีเีรีียได้รั้ับชัยชันะ ยึึดเมืือง กลัับคืืนมาได้้ เป็็นส่่วนหนึ่่�งของสงครามกลางเมืืองซีีเรีีย ทหารสหรััฐอเมริิกาพร้้อมด้้วยปืืนเล็็กสั้้�นแบบเอ็็ม-4 (M-4) ประกอบเครื่่�องยิิงลููกระเบิิดเอ็็ม-203 (M-203) ขนาด 40 มิิลลิิเมตร ขณะปฏิิบััติิการทางทหารประเทศอััฟกานิิสถาน (วัันที่่� 4 เมษายน พ.ศ. 2554) การรบที่่�เมืืองมาราวีี เริ่่�มต้้นเมื่่�อวัันที่่� 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 กองกำำลัังติิดอาวุุธต่่อต้้านรััฐบาลฟิิลิิปปิินส์์เข้้ายึึดสถานที่่�ราชการ เมืืองมาราวีี (Marawi) อยู่่ที่่�เกาะมิินดาเนา ทหารฟิิลิิปปิินส์์ ต่่อสู้้อย่่างรุุนแรงภายในตััวเมืือง สามารถผลัักดัันกองกำำลััง ติิดอาวุุธให้้ถอนตััวออกจากตััวเมืืองได้้สำำเร็็จ การรบยุุติิลง เมื่่�อวัันที่่� 23 ตุุลาคม พ.ศ. 2560 (หน่่วยนาวิิกโยธิินฟิิลิิปปิินส์์ พร้้อมปืืนเล็็กสั้้�นแบบเอ็็ม-4) ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 7
2.2 สงครามกลางเมืืองอิิรััก(พ.ศ.2556-2560) สงครามกลางเมืืองอิิรััก เริ่่�มต้้นเมื่่�อวัันที่่� 30 ธัันวาคม พ.ศ. 2556 กองกำลัังติิดอาวุุธต่่อต้้าน รััฐบาลอิิรััก (IS) มีีนัักรบ 200,000 นาย (โดยประมาณ) เข้้ายึึดเมืืองโมซุุล (Mosul) ทางตอนเหนืือของประเทศ ใกล้้กัับบริิเวณชายแดนติิดต่่อกัับประเทศซีีเรีีย พื้้�นที่่�ขนาด 180 ตารางกิิโลเมตร ประชากร 1.68 ล้้านคน กองทััพบกอิรัิัก และพัันธมิตริ ได้รั้ับชัยชันะ การรบยุุติิลงเมื่่�อวัันที่่� 9 ธัันวาคม พ.ศ. 2560 เป็็นส่่วนหนึ่่�งของสงครามกลางเมืืองอิิรััก 2.3 การรบที่่�เมืืองมาราวีี(พ.ศ.2560) สงครามกลางเมืืองมาราวีี เริ่่�มต้้นเมื่่�อวัันที่่� 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 กองกำลัังติิดอาวุุธต่่อต้้านรััฐบาล ฟิิลิปปิินส์์ (กลุ่่ม Abu Sayyaf และกลุ่่ม Maute) เข้้ายึึดสถานที่่� ราชการเมืืองมาราวีี (Marawi) เมืืองทางตอนใต้ข้องประเทศ ตั้้�งอยู่่ที่่�เกาะมิินดาเนา (ทางด้้านทิิศตะวัันตก) เป็็นเมืืองขนาด 87 ตารางกิิโลเมตร มีีประชากร 0.20 ล้้านคน ทหารราบ ฟิิลิิปปิินส์์และหน่่วยงานความมั่่�นคงเข้้าต่่อสู้้อย่่างรุุนแรง ภายในตััวเมืือง (อาคารแต่่ละหลัังและภายในห้้องพื้้�นที่่� ปฏิิบััติิการมีีขนาดเล็็ก) กองกำลัังติิดอาวุุธได้รั้ับการสนัับสนุุน จากนัักรบต่่างชาติิ จึึงใช้ร้ะยะเวลานานถึึงจะสามารถผลัักดััน ให้้กองกำลัังติิดอาวุุธให้้ถอนตััวออกจากตััวเมืืองมาราวีี (Marawi) ได้้สำเร็็จอย่่างสมบููรณ์์ การรบได้้ยุุติิลง เมื่่�อวัันที่่� 23 ตุุลาคม พ.ศ. 2560 3. ปืืนเล็็กสั้้�น (Carbine) ชั้้�นนำำ ของโลก 3.1 เอ็็ม-4(M-4,5.56x45 mm.) ปืืนเล็็กสั้้�นเอ็็ม-4 (M-4) ขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร ออกแบบในปีี พ.ศ. 2525 - 2536 สร้้างปืืนต้้นแบบ (รวม 20 กระบอก) ใช้ท้ดสอบขีีดความสามารถทั้้�งทางเทคนิิค และทางยุุทธวิิธีี ข้้อมููลสำคััญประกอบด้้วยน้้ำหนััก 2.92 กิิโลกรััม, ยาว 756 มิิลลิิเมตร (29.75 นิ้้�ว), ลำกล้้อง ยาว 368 มิิลลิิเมตร (14.5 นิ้้�ว), อััตราการยิิง 700 - 950 นััดต่่อนาทีี, ความเร็็วลููกกระสุุน 910 เมตรต่่อวิินาทีี (M-855A1), ระยะยิิงหวัังผล 500 เมตร, ซองกระสุุน ชนิิด 30 นััด และติิดกล้้องเล็็ง ปืืนเล็็กสั้้�นเอ็็ม-4 (M-4) สหรััฐอเมริิกาประจำการปีี พ.ศ. 2537 กองทััพบกสหรััฐอเมริิกา (รวมทั้้�งหน่่วยรบพิิเศษ) ประจำการที่่�สำคััญ คืือ กองพล ส่่งทางอากาศที่่� 101, กองพลทหารราบที่่� 1, กองพลทหารราบ ที่่� 25, หน่่วยรบพิิเศษ กองทััพเรืือสหรััฐอเมริิกา (Navy SEALs) และหน่่วยนาวิิกโยธิินสหรััฐอเมริิกา (จััดหาปีี พ.ศ. 2556 รวม 80,000 กระบอก) ปืืนเล็็กสั้้�นเอ็็ม-4 (M-4) ผลิตริ วม 2 รุ่่น คืือ เอ็็ม-4 (M-4) และเอ็็ม-4 เอ 1 (M-4A1) ประจำการปีี พ.ศ. 2537 ต่่อมาได้ท้ ำการปรัับปรุุง ปืืนเล็็กสั้้�นเอ็็ม-4 (M-4) เป็็นรุ่่นเอ็็ม-4 เอ 1 (M-4A1) รวม 300,000 กระบอก ปีี พ.ศ. 2554 ปืืนเล็็กสั้้�นเอ็็ม-4 (M-4) ผลิิตในต่่างประเทศ ประกอบด้้วย ตุุรเคีีย (รุ่่น M-4A1) และมาเลเซีีย ปััจจุุบัันผลิิตกว่่า 0.5 ล้้านกระบอก ปืืนเล็็กสั้้�นเอ็็ม-4 (M-4) กองทััพบกสหรััฐอเมริิกา และมิตรปร ิะเทศนำออกปฏิิบััติิการทางทหารในหลายภููมิภิาค ของโลกที่่�มีีความขััดแย้้งอย่่างรุุนแรง ที่่�สำคััญประกอบด้้วย สงครามโคโซโว (พ.ศ. 2541 - 2542) คาบสมุทรุบอลข่่าน, สงครามอัฟักานิสิถาน (พ.ศ. 2554 - 2564), สงครามอิรัิัก (พ.ศ. 2546 - 2554), สงครามเลบานอน (พ.ศ. 2549), สงครามรััสเซีีย-จอร์์เจีีย (พ.ศ. 2551), การรบที่่�กาซา (พ.ศ. 2551 - 2552), สงครามกลางเมืืองซีีเรีีย (พ.ศ. 2554 - ปััจจุุบััน), ลาฮััด ดาตูู สแตนออฟฟ์์ (พ.ศ. 2556) ประเทศมาเลเซีีย, สงครามอิิรััก (พ.ศ. 2556 - 2560), การรบที่่�มาราวีี (พ.ศ. 2560) ประเทศฟิิลิิปปิินส์์ และ สงครามยููเครน-รััสเซีีย 2022 (พ.ศ. 2565) หน่่วยนาวิิกโยธิินสหรััฐอเมริิกาพร้้อมด้้วยอาวุุธประจำำกาย ปืืนเล็็กสั้้�นเอ็็ม-4 (M-4) ขณะปฏิิบััติิการทางทหารที่่�ต่่อสู้้กัับ กองกำำลัังติิดอาวุุธทาลิิบััน (Taliban) อำำ เภอนาวา (Nawa) จัังหวััดเฮลมัันด์์ (Helmand) ทางตอนใต้้ประเทศอััฟกานิิสถาน (เมื่่�อวัันที่่� 2 ตุุลาคม พ.ศ. 2552) ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 8
ปืืนเล็็กสั้้�นแบบเอ็็ม-4 (M-4) มิิตรประเทศ สหรััฐฯ ประจำการ 67 ประเทศ (ที่่�สำคัญคืื ัอ บราซิิลประจำการ สารวััตรทหารบก, หน่่วยรบพิิเศษ กองทััพบก, กองทััพเรืือ, หน่่วยนาวิิกโยธิิน และตำรวจปฏิิบััติิการพิิเศษ) เอเชีีย ประจำการ 22 ประเทศ กลุ่่มประเทศอาเซีียนประจำการ 5 ประเทศ ประกอบด้้วย มาเลเซีีย (กองทััพบก และตำรวจ ปฏิิบััติิการพิิเศษ), ไทย (กองทััพบก และหน่่วยรบพิิเศษ พ.ศ. 2549), สิิงคโปร์์ (หน่่วยคอมมานโด กองทััพบก, ตำรวจ ป้้องกัันชายฝั่่�ง และตำรวจปฏิิบััติิการพิิเศษ), ฟิิลิิปปิินส์์ (ปีี พ.ศ. 2551 รุ่่น M-4/M-4A1 รวม 63,000 กระบอก กองทััพบก และหน่่วยนาวิิกโยธิิน) และอิินโดนีีเซีีย (หน่่วยรบ พิิเศษ กองทััพบก/Kopassus, หน่่วยรบพิิเศษ กองทััพเรืือ/ Kopaska และตำรวจปฏิิบััติิการพิิเศษ ตำรวจแห่่งชาติิ) ปีี พ.ศ. 2540 และปืืนเล็็กสั้้�นเอชเค จีี-36 เค (HK G-36K) น้้ำหนััก 3.30 กิิโลกรััม, ยาว 860 มิิลลิิเมตร (33.9 นิ้้�ว), ลำกล้้องปืืนยาว 318 มิิลลิิเมตร (12.5 นิ้้�ว), ระยะยิิงหวัังผล 500 เมตร, ซองกระสุุนชนิิด 30 นััด และติิดกล้้องเล็็ง เพิ่่�มขีีดความสามารถการยิิงด้้วยการติิดตั้้�งเครื่่�องยิิงลููกระเบิิด ขนาด 40 มิิลลิิเมตร (M-320) ประจำการกองทััพบกเยอรมััน (กว่่า 180,000 กระบอก ในทุุกรุ่่น รวมทั้้�งรุ่่นปืืนเล็็กสั้้�น หน่่วยรบพิิเศษ กองทััพบก) ปืืนเล็็กสั้้�นเอชเค จีี-36 เค (HK G-36K) นำออกปฏิิบััติิการทางทหารในหลายสมรภููมิิ ขนาดใหญ่่ทั่่�วโลกรวม 11 สมรภููมิิ ที่่�สำคััญคืือ สงคราม โคโซโว (พ.ศ. 2541 - 2542), สงครามอััฟกานิิสถาน (พ.ศ. 2554 - 2564), สงครามรัสัเซีีย-จอร์์เจีีย (พ.ศ. 2551), สงครามกลางเมืืองลิิเบีีย (พ.ศ. 2554) และสงคราม ปืืนเล็็กสั้้�นเอชเค จีี-36 เค (HK G-36K) ขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร น้ำำ�หนััก 3.63 กิิโลกรััม ปืืนยาว 860 มิิลลิิเมตร ลำำกล้้องปืืนยาว 318 มิิลลิิเมตร ระยะยิิงหวัังผล 500 เมตร ซองกระสุุน ชนิิด 30 นััด และติิดกล้้องเล็็ง 3.2 เอชเค จีี-36เค (HK G-36K,5.56x45 mm.) ปืืนเล็็กสั้้�นเอชเค จีี-36 เค (HK G-36K) ขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร พััฒนามาจากปืืนเล็็กยาว เอชเค จีี-36 (HK G-36) ขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร ข้้อมููลสำคััญประกอบด้้วย น้้ำหนััก 3.63 กิิโลกรััม, ยาว 999 มิิลลิิเมตร (39.3 นิ้้�ว), ลำกล้้องยาว 480 มิิลลิิเมตร (18.9 นิ้้�ว), อััตราการยิิง 750 นััดต่่อนาทีี, ความเร็็ว ลููกกระสุุน 920 เมตรต่่อวิินาทีี, ระยะยิิงหวัังผล 800 เมตร, ซองกระสุุนชนิิด 30 นััด และติิดกล้้องเล็็ง ประจำการ กองกำลัังไอซาฟ (ISAF) ขึ้้�นกัับกองบััญชาการภาคเหนืือ ประเทศอััฟกานิิสถาน ปฏิิบััติิการในจัังหวััดบาดััดชาน ทางทิิศตะวัันออกเฉีียงเหนืือ มีีทหาร 5,350 นาย ปืืนเล็็กสั้้�นเอชเค จีี-36 เค (HK G-36K) มิตรปร ิะเทศเยอรมนีีนำเข้้าประจำการ ประกอบด้้วย ฝรั่่�งเศส, จอร์์เจีีย, สาธารณรััฐเช็็ก, เอสโตเนีีย (หน่่วยรบพิิเศษ), ลััตเวีีย, ลิิทััวเนีีย, นอร์์เวย์์, โปแลนด์์ (หน่่วยรบพิิเศษ กองทััพบก/กองทััพเรืือ และตำรวจปฏิิบััติิการพิิเศษ), โรมาเนีีย (หน่่วยรบพิิเศษ กองทััพบก), สวีีเดน, อัังกฤษ, บราซิิล, เซีียร์์ราลีีโอน, ติิมอร์์ตะวัันออก, ฮ่่องกง, ฟิิลิิปปิินส์์ (หน่่วยอารัักขาประธานาธิิบดีี) และไทย (หน่่วยรบพิิเศษ กองทััพบก และตำรวจปฏิิบััติิการพิิเศษ) กลางเมืืองอิรัิัก (พ.ศ. 2557 - 2560) เยอรมัันส่่งทหารปฏิิบััติิการร่่วมกัับ ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 9
พััฒนาและผลิิตจากประเทศสหรััฐอเมริิกาผลิิต ในปีี พ.ศ. 2558 ข้้อมููลที่่�สำคัญั ประกอบด้้วย น้้ำหนััก 2.72 กิิโลกรััม, ขนาดยาว 730 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องปืืนยาว 292 มิิลลิิเมตร, อัตรัาการยิิง 800 นััดต่่อนาทีี, ความเร็็วลููกกระสุุน 914 เมตร ต่่อวิินาทีี, ระยะยิิงหวัังผล 503 เมตร, ซองกระสุุนชนิิด 30 นััด และติิดกล้้องเล็็งประจำการหน่่วยรบพิิเศษสหรััฐอเมริิกา (Navy SEALs และ Delta Force) ปีี พ.ศ. 2558 มีีการผลิิต รุ่่นปืืนเล็็กยาวมาตรฐาน ปืืนยาว 908 มิิลลิิเมตร (35.7 นิ้้�ว) และลำกล้้องยาว 406 มิิลลิิเมตร (16.0 นิ้้�ว) ปืืนเล็็กสั้้�น ซิิก เอ็็มซีีเอ็็กซ์์ (SIG MCX) มิิตรประเทศสหรััฐอเมริิกา นำเข้้าประจำการรวม 10 ประเทศ (เป็็นกลุ่่มประเทศในยุุโรป ส่่วนใหญ่่เป็็นหน่่วยรบพิิเศษของกองทััพ และหน่่วยงานทาง ด้้านความมั่่�นคงของประเทศ) และสิิงคโปร์์ (หน่่วยคอมมานโด) ปืืนเล็็กสั้้�นทาโวร์์ เอ็็กซ์์ 95 (Tavor X 95) มิตรปร ิะเทศอิสริ าเอลนำเข้้าประจำการ ประกอบด้้วย แองโกลา, โมร็็อกโก (พ.ศ. 2561), โคลอมเบีีย (ตำรวจแห่่งชาติิ), ฮอนดููรััส (หน่่วยรบพิิเศษ กองทััพบก), นอร์์ท มาซิิโดเนีีย (หน่่วยต่่อต้้านการก่่อการร้้าย), อาเซอร์์ไบจาน (หน่่วย ป้้องกัันชายแดน และหน่่วยนาวิิกโยธิิน), จอร์์เจีีย, ยููเครน (หน่่วยป้้องกัันชายแดน กำลััง 60,00 นาย พ.ศ. 2565), ไซปรัสั (หน่่วยป้้องกัันชายแดน), มองโกเลีีย (หน่่วยรบพิิเศษ กองทััพบก), ฟิิลิปปิินส์์ (หน่่วยยามฝั่่�งและตำรวจแห่่งชาติิ), ไทย (หน่่วยรบพิิเศษ กองทััพบก) และอิินเดีีย (พ.ศ. 2554 รวม 12,000 กระบอก ปีี พ.ศ. 2554 ตำรวจปฏิิบััติิการพิิเศษ) ปืืนเล็็กสั้้�นซิิก เอ็็มซีีเอ็็กซ์์ (SIG MCX) กระสุุนขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร น้ำำ�หนััก 2.72 กิิโลกรััม ขนาด 3.4 ทาโวร์์เอ็็กซ์์95(IWITavor X 95, 5.56x45 mm.) ปืืนเล็็กสั้้�นทาโวร์์ เอ็็กซ์์ 95 (Tavor X 95) พััฒนามาจากปืืนเล็็กยาว แบบทาโวร์์ (Tavor TAR-21) ผลิติจากประเทศ อิิสราเอล ข้้อมููลประกอบด้้วย น้้ำหนััก 3.3 กิิโลกรััม, ยาว 580 มิิลลิิเมตร (22.8 นิ้้�ว), ลำกล้้องปืืน 330 มิิลลิิเมตร (13.0 นิ้้�ว), อััตราการยิิง 750 - 950 นััดต่่อนาทีี และ ซองกระสุุนชนิิด 30 นััด ประจำการปีี พ.ศ. 2552 นอกจากนี้้� ปืืนเล็็กสั้้�นทาโวร์์ เอ็็กซ์์ 95 (Tavor X 95) พััฒนาเป็็น รุ่่นปืืนเล็็กยาวมาตรฐาน ปืืนยาว 670 มิิลลิิเมตร (26.4 นิ้้�ว) และลำกล้้องยาว 419 มิิลลิิเมตร (16.5 นิ้้�ว) 3.3 ซิิก เอ็็มซีีเอ็็กซ์์ (SIG MCX, 5.56x45 mm.) ปืืนเล็็กสั้้�นซิิก เอ็็มซีีเอ็็กซ์์ (SIG MCX) ขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร ยาว 730 มิิลลิิเมตร ลำำกล้้องปืืนยาว 292 มิิลลิิเมตร ซองกระสุุนชนิิด 30 นััด และติิดกล้้องเล็็ง ปืืนเล็็กสั้้�นทาโวร์์ เอ็็กซ์์ 95 (Tavor X 95) น้ำำ�หนััก 3.3 กิิโลกรััม ปืืนยาว 580 มิิลลิิเมตร ลำำกล้้องปืืนยาว 330 มิิลลิิเมตร และซองกระสุุนชนิิด 30 นััด ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 10
3.5 เอเค-12เค (AK-12 K,5.45x39 mm.) ปืืนเล็็กสั้้�นเอเค-12 เค (AK-12 K) ขนาด 5.45 x 39 มิิลลิิเมตร พััฒนามาจากปืืนเล็็กยาวเอเค-12 (AK-12) ข้้อมููลสำคัญั ประกอบด้้วย น้้ำหนััก 3.5 กิิโลกรััม, ยาว 922 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องปืืน 415 มิิลลิิเมตร, อัตรัาการยิิง 700 นััดต่่อนาทีี, ความเร็็วลููกกระสุุน 880 เมตรต่่อวิินทีี (2,887 ฟุตตุ่่อวิินาทีี), ระยะยิิงหวัังผล 440 เมตร, ซองกระสุุน ชนิิด 30 นััด และติิดกล้้องเล็็ง เพิ่่�มขีีดความสามารถในการยิิง ด้้วยการติิดตั้้�งเครื่่�องยิิงลููกระเบิิดจีีพีี-34 (GP-34) ขนาด 40 มิิลลิิเมตร ประจำการชุุดแรกปืืนเล็็กยาว เอเค-12 เค (AK-12 K) รวม 2,500 กระบอก เดืือนธัันวาคม พ.ศ. 2561 ต่่อมาจััดหาอีีกหลายครั้้�งนำเข้้าประจำการเพื่่�อทดแทน ปืืนเล็็กยาวเอเค-74 เอ็็ม (AK-74 M) ประจำการปีี พ.ศ. 2534 ปืืนเล็็กยาวแบบเอเค-12 (AK-12) ประจำการหน่่วยพลร่่ม ปืืนเล็็กสั้้�นเอเค-12 เค (AK-12 K) ลคความยาวของลำกล้้อง ปืืนให้้สั้้�นจากรุ่่นมาตรฐาน (ลำกล้้องปืืนยาว 380 มิิลลิิเมตร) ทหารรััสเซีียประจำการด้้วยปืืนเล็็กยาวตระกููลเอเค-12 (AK-12) ปฏิิบััติิการในสงครามยููเครน เริ่่�มต้้นปฏิิบััติิการ วัันที่่� 24 กุุมภาพัันธ์์ พ.ศ. 2565 ปฏิิบััติิการทางทหาร ยัังคงดำเนิินการต่่อไป ปืืนเล็็กสั้้�นเอเค-12 เค (AK-12 K) กระสุุนขนาด 5.45 x 39 มิิลลิิเมตร น้ำำ�หนััก 3.5 กิิโลกรััม ปืืนยาว 922 มิิลลิิเมตร ลำำกล้้องปืืนยาว 380 มิิลลิิเมตร ระยะยิิงหวัังผล 440 เมตร ซองกระสุุน ชนิิด 30 นััด และติิดกล้้องเล็็ง ปืืนเล็็กยาวตระกููลเอเค-12 (AK-12) พััฒนาเป็็นรุ่่นเอเค-15 (AK-15) ใช้้กระสุุนมาตรฐานของ กองทััพบกรัสัเซีียขนาด 7.62 x 39 มิิลลิิเมตร เป็็นปืืนเล็็กยาว มาตรฐาน ปืืนขนาดยาว 1,066 มิิลลิิเมตร และลำกล้้องปืืน 415 มิิลลิิเมตร ประจำการทดแทนปืืนเล็็กยาวรุ่่นเก่่า แบบเอเค-103 (AK-103) ปีี พ.ศ. 2544 และพััฒนา เป็็นรุ่่นปืืนเล็็กสั้้�นเอเค-15 เค (AK-15 K) ลำกล้้องสั้้�นกว่่า รุ่่นมาตรฐาน ประจำการทดแทนปืืนเล็็กสั้้�นรุ่่นเก่่าแบบ เอเคเอส-74 ยูู (AKS-74U) นำเข้้าประจำการปีี พ.ศ. 2522 เป็็นปืืนเล็็กสั้้�นมาตรฐานประจำการอย่่างแพร่่หลาย ในกองทััพอดีีตสหภาพโซเวีียตและพัันธมิิตร ช่่วงของ สงครามเย็็นปืืนเล็็กสั้้�นเอเคเอส-74 ยูู (AKS-74U) ขนาดยาว 730 มิิลลิิเมตร และลำกล้้องปืืนยาว 206 มิิลลิิเมตร ประจำการนาน 43 ปีี รััสเซีียและมิิตรประเทศนำออก ปฏิิบััติิการทางทหารขนาดใหญ่่ 8 สมรภููมิิ ในภููมิิภาค ตะวัันออกกลางและดิินแดนในอดีีตสหภาพโซเวีียต 3.6 คิิวบีีแซด-192(QBZ-192,5.8x42 mm.) ปืืนเล็็กสั้้�นคิิวบีีแซด-192 (QBZ-192) ขนาด 5.8 x 42 มิิลลิิเมตร พััฒนาโดยสาธารณรััฐ ประชาชนจีีน ข้้อมููลที่่�สำคััญ คืือ น้้ำหนััก 3.0 กิิโลกรััม, ยาว 670 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องปืืน 267 มิิลลิิเมตร, ปืืนเล็็กสั้้�นคิิวบีีแซด-192 (QBZ-192) กระสุุนขนาด 5.8 x 42 มิิลลิิเมตร น้ำำ�หนััก 3.0 กิิโลกรััม ปืืนยาว 670 มิิลลิิเมตร ลำำกล้้องปืืนยาว 267 มิิลลิิเมตร ระยะยิิงหวัังผล 300 เมตร และซองกระสุุนชนิิด 30 นััด อััตราการยิิง 750 นััดต่่อนาทีี, ระยะยิิงหวัังผล 300 เมตร, ซองกระสุุนชนิิด 30 นััด และติิดกล้้องเล็็ง ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 11
ประจำการปีี พ.ศ. 2562 พััฒนามาจากปืืนเล็็กยาว คิิวบีีแซด-191 (QBZ-191) น้้ำหนััก 3.0 กิิโลกรััม, ยาว 670 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องปืืนยาว 368 มิิลลิิเมตร, อัตรัาการยิิง 750 นััดต่่อนาทีี, ระยะยิิงหวัังผล 400 เมตร, ซองกระสุุน ชนิิด 30 นััด และติิดกล้้องเล็็ง ประจำการกองทััพบก กองทััพปลดปล่่อยประชาชนจีีน พ.ศ. 2562 ปืืนเล็็กสั้้�นคิิวบีีแซด-192 (QBZ-192) ประจำการ ทดแทนปืืนเล็็กสั้้�นรุ่่นเก่่าแบบคิิวบีีแซด-95 บีี (QBZ-95B) ประจำการปีี พ.ศ. 2550 น้้ำหนััก 2.9 กิิโลกรััม, ปืืนยาว 609 มิิลลิิเมตร (24.0 นิ้้�ว), ลำกล้้องปืืนยาว 369 มิิลลิิเมตร (14.5 นิ้้�ว), อััตราการยิิง 800 นััดต่่อนาทีี, ระยะยิิงหวัังผล 400 เมตร, ซองกระสุุนชนิิด 30 นััด และติิดกล้้องเล็็ง 3.7 เอฟบีี มินิิ-เบอร์ลีี ์ (FBMini-Beryl,5.56x45mm.) ปืืนเล็็กสั้้�นเอฟบีีมิินิิ-เบอร์์ลีี (FB Mini-Beryl) ขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร พััฒนาโดยประเทศโปแลนด์์ ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ น้้ำหนััก 3.0 กิิโลกรััม (ไม่่มีีซองกระสุุน), ปืืนยาว 730 มิิลลิิเมตร (28.7 นิ้้�ว), ลำกล้้องปืืนยาว 235 มิิลลิิเมตร (9.3 นิ้้�ว), อััตราการยิิง 700 นััดต่่อวิินาทีี, ความเร็็วลููกกระสุุน 770 เมตรต่่อวิินาทีี, ระยะยิิงหวัังผล 100 - 1,000 เมตร (ติิดกล้้องเล็็ง) และซองกระสุุนชนิิด 30 นััด กองทััพบกโปแลนด์์นำเข้้าประจำการ 8,000 กระบอก ปีี พ.ศ. 2540 มิิตรประเทศโปแลนด์์นำเข้้าประจำการ ประกอบด้้วย ลิิทััวเนีีย และไนจีีเรีีย กองทััพบกโปแลนด์์ นำปืืนเล็็กสั้้�นเอฟบีีมินิิ-เบอร์ลีี์ (FB Mini-Beryl) ปฏิิบััติิการ ทางทหารในสงครามอััฟกานิิสถาน (ขึ้้�นการบัังคัับบััญชา กัับกองบััญชาการภาคตะวัันออกของกองกำลัังไอซาฟ/ ISAF จัังหวััดกััซฮ์์นีีมีีทหาร 600 นาย) 3.8 เอสเอส 2-วีี2(PindadSS2-V2,5.56x45mm.) ปืืนเล็็กสั้้�นเอสเอส 2-วีี 2 (SS2-V2) ขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร พััฒนาโดยประเทศอิินโดนีีเซีีย ที่่�ปรัับปรุุงจากปืืนเล็็กยาวแบบเอสเอส 2 (SS2) ประจำการ ปีี พ.ศ. 2549 ปืืนขนาดยาว 985 มิิลลิิเมตร และลำกล้้อง ปืืนยาว 460 มิิลลิิเมตร ปืืนเล็็กสั้้�นแบบเอสเอส 2-วีี 2 (SS2-V2) ข้้อมููลที่่�สำคัญั ประกอบด้้วย น้้ำหนััก 3.8 กิิโลกรััม, ปืืนยาว 742 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องยาว 403 มิิลลิิเมตร, อััตราการยิิง 720-760 นััดต่่อวิินาทีี, ระยะยิิงหวัังผล 400 เมตร และซองกระสุุนชนิิด 30 นััด เพิ่่�มขีีดความสามารถ ในการยิิงด้้วยการติิดตั้้�งเครื่่�องยิิงลููกระเบิิดขนาด 40 มิิลลิิเมตร (M-203) อิินโดนีีเซีียประจำการหน่่วยรบพิิเศษ กองทััพบก (KOPASSUS มีีกำลัังพล 4 กองพลน้้อย) 3.9 เค 2ซีี (K2C,5.56x45 mm.) ปืืนเล็็กสั้้�นเค 2 ซีี (K2C) ขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร พััฒนาโดยประเทศเกาหลีีใต้้ ปรัับปรุุงมาจาก ปืืนเล็็กยาวแบบเค 2 (K2) น้้ำหนััก 3.26 กิิโลกรััม, ปืืนยาว 980 มิิลลิิเมตร (39.0 นิ้้�ว) และลำกล้้องปืืนยาว 465 มิิลลิิเมตร ปืืนเล็็กสั้้�นเอสเอส 2-วีี 2 (SS2-V2) กระสุุนขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร น้ำำ�หนััก 3.8 กิิโลกรััม ปืืนยาว 742 มิิลลิิเมตร ลำำกล้้องปืืนยาว 403 มิิลลิิเมตร ระยะยิิงหวัังผล 400 เมตร และซองกระสุุนชนิิด 30 นััด ปืืนเล็็กสั้้�นเค 2 ซีี (K2C) ขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร น้ำำ�หนััก 3.3 กิิโลกรััม ปืืนยาว 777 มิิลลิิเมตร ลำำกล้้องปืืนยาว 310 มิิลลิิเมตร และติิดกล้้องเล็็ง ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 12
(18.3 นิ้้�ว) ข้้อมููลที่่�สำคัญั ประกอบด้้วย น้้ำหนััก 3.3 กิิโลกรััม, ปืืนขนาดยาว 777 มิิลลิิเมตร (30.6 นิ้้�ว), ลำกล้้องปืืนยาว 310 มิิลลิิเมตร (12.0 นิ้้�ว), ความเร็็วลููกกระสุุน 825 เมตร ต่่อวิินาทีี, อัตรัาการยิิง 700-900 นััดต่่อวิินาทีี, ระยะยิิงหวัังผล 500 เมตร และซองกระสุุนชนิิด 30 นััด กองทััพเกาหลีีใต้้ ประจำการปีี พ.ศ. 2557 หน่่วยรบพิิเศษ กองทััพบกผลิิต ออกมา 2 รุ่่น ประกอบด้้วย เค 2 ซี (K2C) และ เค 2 ซี ี 1 (K2C1) ี เพิ่่�มมืือจัับปืืน (ใต้้ลำกล้้องปืืน) ปืืนเล็็กสั้้�นแบบเค 2 ซีี (K2C) มิิตรประเทศ เกาหลีีใต้้นำเข้้าประจำการ ประกอบด้้วย มาราวีี (รวม 6,200 กระบอก พ.ศ. 2555 - 2556), อิิรััก (พ.ศ. 2558 หน่่วยรบพิิเศษ ขนาดกองพลน้้อย), กััมพููชา (พ.ศ. 2562 หน่่วยรบพิิเศษ), ปาปััวนิิวกินีีิ (พ.ศ. 2556) และฟิิลิปปิินส์์ (พ.ศ. 2561 ตำรวจแห่่งชาติิกำลััง 220,000 นาย) นอกจากนี้้� กองกำลัังติิดอาวุุธมีีใช้้งาน ประกอบด้้วย ไอซิิส (ISIS) ยึึดได้้มาจากทหารอิิรััก, กองกำลัังต่่อต้้านรััฐบาลซีีเรีีย และ กลุ่่มโบโกฮาราม (Boko Haram) 3.10 ทารััส ทีี 4(Taurus T4,5.56x45 mm.) ปืืนเล็็กสั้้�นทารััส ทีี 4 (Taurus T4) ขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร พััฒนาโดยประเทศบราซิิล ออกแบบ ในปีี พ.ศ. 2560 ข้้อมููลสำคััญประกอบด้้วย น้้ำหนััก 3.05 กิิโลกรััม, ลำกล้้องยาว 292.1 มิิลลิิเมตร (11.5 นิ้้�ว) และ ซองกระสุุนชนิิด 30 นััด กองทััพบกบราซิิลประจำการ อย่่างจำกััด และหน่่วยงานด้้านความมั่่�นคง มิิตรประเทศ บราซิิลนำเข้้าประจำการประกอบด้้วย เซเนกััล และฟิิลิปปิินส์์ (จััดหา 12,412 กระบอก เป็็นเงิิน 7.3 ล้้านเหรีียญสหรััฐ ประจำการกองพลทหารราบที่่� 4 และจััดหาเพิ่่�มเติิมอีีก 1,118 กระบอก ปีี พ.ศ. 2564) 4. บทสรุุป อาวุุธประจำกายของทหารราบ คืือ ปืืนเล็็กยาว มาตรฐานสำหรัับปฏิิบััติิการทางทหารในสงครามตามแบบ ปฏิิบััติิการทางทหารขนาดใหญ่่มีีแนวรบชััดเจนในสงคราม อ่่าวเปอร์์เซีียครั้้�งที่่�หนึ่่�ง พ.ศ. 2534 ต่่อมาพื้้�นที่่�ปฏิิบััติิการ ได้้เปลี่่� ยนมาทำการรบภายในตััวเมืือง (อาคารขนาดใหญ่่) ปืืนเล็็กสั้้�นทารััส ทีี 4 (Taurus T4) กระสุุนขนาด 5.56 x 45 มิลลิิเมตร น้ำำ�หนััก 3.05 กิิโลกรััม ลำำกล้้องยาว 292.1 มิิลลิิเมตร และ ซองกระสุุนชนิิด 30 นััด (ในภาพกองทััพบกฟิิลิิปปิินส์์ ประจำำการ กองพลทหารราบที่่� 4) หรืือปฏิิบััติิการภายใต้้สิ่่�งปลููกสร้้าง ปืืนเล็็กยาวมาตรฐาน ได้้รัับการพััฒนาให้้เหมาะสมกัับภารกิิจที่่�เปลี่่� ยนใหม่่ ให้้มีีขนาดยาวสั้้�นลงจากรุ่่นมาตรฐาน (ความยาวของ ลำกล้้องให้้สั้้�นลง) มีีความคล่่องตััวทางยุุทธวิิธีี ติิดอุุปกรณ์์ เพิ่่�มขีีดความสามารถในการยิิงให้้แม่่นยำมากขึ้้�น เพื่่�อปฏิิบััติิ การทางทหารในอนาคต ที่่�มา: 1. The World Defense Almanac 2015. 2. https://en.wikipedia.org/wiki/War_in_Iraq_ (2013-2017) 3. https://www-technology.com/QBZ-191 4. https://en.wikipedia/org/wiki/M4_carbine 5. https://en.wikipedia/org/wiki/Daewoo_ Precision_Industries_K2 6. https://en.wikipedia/org/wiki/Taurus_T4 7. https://en.wikipedia/org/wiki/SIG_MCX 8. https://en.wikipedia/org/wiki/Syrian_civil_war 9. https://en.wikipedia/org/wiki/Heckler_%26_Koch_G36 10. https://en.wikipedia/org/wiki/Battle_of_Aleppo_ (2012-2016) 11. https://en.wikipedia/org/wiki/Siege_of_Marawi ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 13
อากาศยานไร้้คนขัับ ยุุทโธปกรณ์์ที่่�มีควา ี มสำคั ำ ัญในการรบ ในปััจจุบั ุ ันและอนาคต กล่่าวนำำ ในสภาวการณ์์ของโลกปััจจุุบัันต้้องยอมรัับว่่า อากาศยานไร้้คนขัับหรืือที่่�เราเรีียกสั้้�นๆ ว่่า “โดรน” นั้้�น เข้้ามามีีบทบาทและได้้รัับความนิิยมอย่่างแพร่่หลาย ทั้้�งการใช้้ในกิิจการพลเรืือนและการใช้้งานตามภารกิิจ ทางทหารหรืือการสงคราม ซึ่่�งมีีการพััฒนาการมาอย่่าง ต่่อเนื่่�องตั้้�งแต่่อดีีตมาจนถึึงปััจจุุบััน แม้้แต่่สงครามที่่�เกิิดขึ้้�น ในปััจจุุบัันและยัังมีีการรบกัันอยู่่ระหว่่างรััสเซีียกัับยููเครน รวมถึึงจุุดที่่�มีีความขััดแย้้งด้้านการทหารอื่่�นๆ ทั่่�วโลกนั้้�น มีีการนำำอากาศยานไร้้คนขับัมาใช้้ เพื่่�อช่่วงชิิงความได้้เปรีียบ ในสนามรบหรืือย่่านความขััดแย้้ง ดัังนั้้�นจึึงถืือเป็็นยุทุโธปกรณ์์ สำำคััญชนิิดหนึ่่�งของการสงครามสมััยใหม่่และในอนาคต เนื้้�อหา ความหมายอากาศยานไร้้คนขัับ (UAV) หมายถึึง เครื่่�องบิิน เครื่่�องร่่อน หรืือสิ่่�งที่่�บิินในอากาศได้้ หรืือเป็็น อากาศยานที่่�ไม่่มีีนัักบิินประจำการอยู่่บนเครื่่�อง ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 14 อ.อััสดง
ประวััติิอากาศยานไร้้คนขัับ อากาศยานไร้้คนขัับ เกิิดจากแนวคิิดของ Nikola Tesla ซึ่่�งเป็็นวิิศวกร เครื่่�องกลและไฟฟ้้าเป็็นผู้้ริิเริ่่�มแนวคิิดเกี่่�ยวกัับกองบิิน อากาศยานไร้้คนขัับขึ้้�นในปีี พ.ศ. 2458 และในปีี พ.ศ. 2459 ได้้มีีการสร้้างอากาศยานไร้้คนขัับรุ่่นแรก ซึ่่�งเป็็นเป้้าฝึึกทางอากาศ (Aerial Target) โดย Archibald Montgomery Low (A.M. Low) ซึ่่�งเป็็น นัักวิทิยาศาสตร์์และเป็็นนัักวิิศวกรรมที่่�มีีความเชี่่�ยวชาญ เกี่่�ยวกัับเครื่่�องบิิน หลัังจากนั้้�นอากาศยานไร้้คนขัับ ก็็มีีการคิิดค้้นพััฒนากัันอย่่างแพร่่หลายมากขึ้้�น หลัังสงครามโลกครั้้�งที่่� 1 ในปีี พ.ศ. 2478 เรจิินััลด์์ เดนนี่่� (Reginald Denny) มีีการพััฒนาระบบควบคุุมให้้เป็็น อากาศยานไร้้คนขัับที่่�ควบคุุมได้้จากระยะไกลหรืืออาร์พีีวีี ์ (Remote Piloted Vehicle: RPV) ขึ้้�นอีีก และได้้มีี ความพยายามคิิดค้้นและพััฒนาการสร้้างอากาศยาน ไร้้คนขัับอย่่างต่่อเนื่่�อง จนมาถึึงยุุคสงครามเวีียดนาม ในช่่วงปีี พ.ศ. 2523 และ พ.ศ. 2533 ด้้วยความ ก้้าวหน้้าของเทคโนโลยีีและจึึงเริ่่�มมีีการพััฒนาอากาศยาน ให้มีีข้นาดเล็็กลง ทำให้้เกิดิความสนใจเกี่่�ยวกับัอากาศยาน ไร้้คนขัับเพิ่่�มมากขึ้้�น ต่่อมาภารกิิจต่่างๆ จึึงมีีมากขึ้้�น เช่่น การค้้นหาเป้้าหมาย เพื่่�อชี้้�เป้้าหมาย จนกระทั่่�ง ปีี พ.ศ. 2533 อากาศยานไร้้คนขัับจึึงกลายเป็็นเครื่่�องมืือ ที่่�สำคััญในการสงคราม เรีียกโดยรวมๆ อากาศยานที่่�ไรคนขัับ แต่่สามารถควบคุุม การบิินได้้โดยการบัังคัับจากภายนอกด้้วยอุุปกรณ์์ต่่างๆ เช่่น ความถี่ ่� วิิทยุุอุุปกรณ์์คอมพิิวเตอร์์ที่่�มีีข้้อมููล ซึ่่�งได้้จาก ระบบนำร่่อง GPS ระบบตรวจวัดัแสง ระบบนำทางด้้วยอิินฟราเรด มีีการติิดตั้้�งระบบถ่่ายภาพ ที่่�สามารถบัันทึึกภาพระยะไกล ได้้แล้้วแพร่่ภาพสััญญาณมายัังจอภาพที่่�สถานีีภาคพื้้�นดิิน ในเวลาที่่�ใกล้้เวลาจริิงมากที่่�สุุด (Near Real Time: NRT) ทำให้้ผู้้บัังคัับบััญชาสามารถมองเห็็นภาพสนามรบในเวลา ที่่�ใกล้้เวลาเป็็นจริิงมากที่่�สุุด นอกจากนั้้�นอากาศยานไร้้คนขัับ ยัังสามารถปฏิิบัติัิภารกิิจด้้านข่่าวกรอง การเฝ้้าตรวจ การค้้นหา เป้้าหมาย และการลาดตระเวนเปรีียบเสมืือนหููทิิพย์์ตาทิิพย์์ ให้กั้บัหน่่วยเพื่่�อรู้้ความเคลื่่�อนไหว กิิจกรรม ของฝ่่ายตรงข้้าม Mr.Archibald Montgomery Low ผู้้�พััฒนาอากาศยานไร้้คนขัับลำำ แรก ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 15
ความเป็็นมาของอากาศยานไร้้คนขัับในประเทศไทย ประเทศไทยได้้มีีการนำอากาศยานไร้้คนขัับมาใช้ตั้้้ �งแต่สมั่ ัย สงครามร่่มเกล้้า ซึ่่�งเป็็นสงครามระหว่่างประเทศไทย กัับประเทศสาธารณรััฐประชาธิิปไตยประชาชนลาว โดยมีีการจััดหาอากาศยานไร้้คนขัับจากประเทศอัังกฤษ เข้้าประจำการในกองทััพอากาศไทยตั้้�งแต่ปี่ ี พ.ศ. 2531 คืือ รุ่่น R4D Sky Eye จำนวน 7 ลำ โดยประจำการอยู่่ที่่�ฝููงบิิน 402 กองบิิน 4 ซึ่่�งเป็็นอากาศยานไร้้คนขัับประเภท RPV (Remote Piloted Vehicle) มีีภารกิิจตรวจการณ์์และถ่่ายภาพ โดยร่่วมปฏิิบััติิการอยู่่กัับเครื่่�องบิินลาดตระเวนแบบ Arava แต่่ด้้วยข้้อจำกััดทางเทคโนโลยีีในขณะนั้้�นทำให้้ยาน RPV ไม่ส่ามารถตอบสนองต่่อความต้้องการของกองทััพได้้เท่่าที่่�ควร เนื่่�องจากยาน RPV เหมาะกัับการใช้้งานในพื้้�นที่่�โล่่งแจ้้ง แต่่ไม่่เหมาะกัับการใช้้งานในภููมิิประเทศที่่�เป็็นป่่าเขาอย่่าง ประเทศไทย หลัังจากนั้้�นอากาศยานไร้้คนขัับหรืือยููเอวีี ก็็ไม่่ได้้รัับความสนใจจากกองทััพไทยอีีก จนกระทั่่�ง ต่อความ่สำเร็็จในการปฏิิบัติัภาิรกิิจของประเทศสหรััฐอเมริิกา ในการบุุกจับซัดดััม และได้้มีีการพััฒนาอากาศยานไร้้คนขัับ หรืือยููเอวีีอย่่างต่่อเนื่่�องและรวดเร็็ว จากอากาศยานที่่�ใช้้สำหรัับ การสัังเกตการณ์์ จนกลายเป็็นอากาศยานใช้้สำหรัับการรบ และโจมตีีที่่�น่่าเกรงกลััว และอีีกครั้้�งที่่�ทำให้้ประเทศไทย มีีการตื่่�นตััวให้้ความสนใจและให้้ความสำคััญกับัอากาศยาน ประเภทนี้้�อย่่างชััดเจนมากขึ้้�น การแบ่่งประเภทอากาศยานไรคนขัับของกองทััพบกไทย กองทััพบกไทยกำหนดให้้อากาศยานไร้้คนขัับ (UAV) เป็็นยุุทโธปกรณ์์ในความรับผิัดชิอบสายขนส่่ง โดยมีีขส.ทบ. เป็็นหน่่วยรัับผิิดชอบ และแบ่่งประเภทของอากาศยาน ไร้้คนขัับโดยอ้้างอิิงจากลัักษณะของหน่่วยที่่�ใช้้งาน แต่่ละประเภทในกองทััพบกไทย เพื่่�อที่่�จะสามารถระบุุความ ต้้องการอากาศยานไร้้คนขัับในหน่่วยแต่่ละระดัับ ได้้อย่่างชััดเจนตามแนวทางการส่่งกำลัังบำรุุง จึึงกำหนด ให้้มีี 5 ประเภท ดัังนี้้� ปีี พ.ศ. 2538 ในสมััย สงครามอ่่าวเปอร์์เซีีย ผลงานของอากาศยาน ไร้้คนขัับทำให้นั้ ักวิชิาการ และกองทััพไทยหัันไป ให้้ความสนใจอากาศยาน ประเภทนี้้อีี�กครั้้�งหนึ่่�ง แต่ก็่ ็ ไม่่เป็็นที่่�แพร่่หลายและให้้ ความสำคััญมากนััก ในปีี พ.ศ. 2546 สมััยสงคราม อ่่าวเปอร์์เซีียครั้้�งที่่�สอง อากาศยานไร้้คนขัับหรืือ ยููเอวีีได้้มีีบทบาทสำคััญ อากาศยานไร้้คนขัับรุ่่�น R4D Sky Eye ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 16
1. อากาศยานไ ร้้คนขัับขนา ด เ ล็็ก พิิเศษ (Micro UAV : Micro Unmanned Aerial Vehicle หรืือ MAV : Micro Air Vehicle) เป็็นอากาศยานไ ร้้คนขัับ ใ ช้ ส้ำห รั บั ต รวจกา รณ์์ ในภารกิิจกา รลา ด ต ระเวนหา ข่่าว ของห น่่วย ปฏิิ บั ติัิการพิิเศษ หรืือห น่่วย อื่่�นๆ ที่่� ต้้องกา รใ ช้้อากาศยาน ขนา ด เ ล็็ก 2. อากาศยานไ ร้้คนขัับขนา ด เ ล็็กมาก (Mini UAV : Mini Unmanned Aerial Vehicle) อากาศยานไร้้คนขัับขนาดเล็็กมาก (Mini UAV) ใช้้สำหรัับภารกิิจตรวจการณ์์และการลาดตระเวนของหน่่วย ดำเนิินกลยุุทธ์์เดิินเท้้า ในระดัับ กรม ร. และ พััน.ร. เป็็นระบบที่่�ส่่งขึ้้�น และ ร่่อนลงโ ดยไ ม่่ ต้้องใ ช้้สนามบิิน นำพาไ ปได้้ด้้วยบุุคคล ใ ช้้งานได้้ง่่ายและไ ม่่ ต้้องเตรีียมกา รมาก มีีระยะ ปฏิิ บััติิกา ร ที่่�ค ร อ บ คลุุ มพื้้�นที่่� ร ะ วััง ป้้อง กััน ของห น่่วย โ ด ย ปััจจุุบััน ทบ.ไ ทย มีีประจำกา ร แ ล้้ว เป็็นแบบราเวน (RAVEN) และแจก จ่่าย ตามโค ร งสร้้าง ของ ก รม ร. รููป แบบให ม่่ 3. อากาศยานไ ร้้คนขัับขนา ด เ ล็็ก (Small UAV : Small Unmanned Aerial Vehicle) อากาศยานไ ร้้คนขัับ ขนา ด เ ล็็ก (Small UAV) ใ ช้้สำห รั บัภารกิิจต รวจกา รณ์์และ กา รลา ด ต ระเวน ของห น่่วย ดำเ นิินกลยุุทธ์์ที่่�ใ ช้้ยานยน ต์์ และยานเก ราะ เ ช่่น ร้้อย.ม.ลว., พััน.ม.ลว., พััน. ร.ยก. และ พััน. ข ก ท. เป็็น ต้้น เป็็น ร ะบบส่่งขึ้้�นและ ร่่อนลง โ ด ย ไ ม่่ ต้้องอา ศััย สนามบิิน (โ ด ยทั่่�วไ ปเป็็น ร ะบบส่่งขึ้้�นด้้วย ราง และการรัับลงด้้วย ร่่มหรืือตา ข่่าย ดััก รัับ) ร ะบบสามารถ นำพาไ ปได้้ด้้วยยานพาหนะ ติิดตั้้�ง ร ะบบ ใ ช้้งานใน ยุุท ธบริิเว ณ เ ขตห น้้าได้้โ ดยไ ม่่จำ กั ดัด้้วย ลัักษ ณ ะภููมิปริะเ ทศ มีีระยะ ปฏิิ บััติิกา รที่่�ค ร อ บ คลุุ มพื้้�นที่่� ร ะ วััง ป้้อง กััน ของห น่่วย 4. อากาศยานไ ร้้คนขัับขนา ดกลาง (Medium UAV : Medium Unmanned Aerial Vehicle) อากาศยานไร้้คนขัับขนาดกลาง (Medium UAV) เป็็นอากาศยานไร้้คนขัับที่่�อยู่่ในระบบการลาดตระเวน และเฝ้้าตรวจสนามรบ ระบบการค้้นหาและกำหนดที่่�ตั้้�งเป้้าหมายหรืือสามารถใช้้ในภารกิิจอื่่�นๆ โดยที่่�ระบบสามารถติดตั้้ ิ �งอุุปกรณ์์ (Payload) รอง รัับภารกิิจ ต่่างๆ ได้้หลากหลาย เ ช่่น กา รเป็็นสถ านีีถ่่าย ท อดสััญญา ณ กา ร โปรยใบปลิิว อากาศยานไร้้คนขัับ ขนาดเล็็ก พิิเศษ อากาศยานไร้้คนขัับ ขนาดเล็็กมาก อากาศยานไร้้คนขัับ ขนาดเล็็ก อากาศยานไร้้คนขัับ ขนาดก ลาง ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 17
การส่่องสว่่างสนามรบ ฯลฯ โดยทั่่�วไปแล้้วการใช้้งาน จะถููกจััดไว้้ในระดัับของกองพลดำเนิินกลยุุทธ์์ โดยอาจ จะอยู่ในห่น่่วยค้้นหาเป้้าหมายของทหารปืืนใหญ่่, หน่่วย ขกท., พััน.ขกท., หน่่วยบิิน ของ ทบ. เป็็นต้้น เป็็นระบบที่่�ต้้องการ ใช้้สนามบิินสนัับสนุุนในการส่่งขึ้้�นและร่่อนลง ทั้้�งนี้้� การมีี ขีีดความสามารถเสริิมในการส่่งขึ้้�นด้้วยรางและการรัับลง ด้้วยร่่มหรืือตาข่่ายดัักรับัเป็็นสิ่่�งพึึงประสงค์์ ระบบมีีระยะปฏิิบัติัิ การครอบคลุุมเขตปฏิิบััติิการของกองพลดำเนิินกลยุุทธ์์ โดยเพ่่งเล็็งการใช้้งานในพื้้�นที่่�ระวัังป้้องกัันของกองพลดำเนิิน กลยุุทธ์์ ปััจจุุบััน ทบ.ไทย มีีประจำการแล้้วด้้วยอากาศยาน ไร้้คนขัับขนาดกลาง แบบ Searcher MarkI จำนวน 1 ระบบ อยู่ใน ่ร้้อย.ป. คปม. พล.ป., Searcher MarkII จำนวน 1 ระบบ อยู่ใน ศ่บบ. และ HERMES 450 จำนวน 1 ระบบ อยู่ใน ศ่บบ. 5. อากาศยานไร้้คนขัับขนาดใหญ่่ (Large UAV : Large Unmanned Aerial Vehicle) อากาศยานไร้้คนขัับ ขนาดใหญ่่ (Large UAV) เป็็นอากาศยานไร้้คนขัับที่่�ปฏิิบััติิ ภารกิิจได้้เช่่นเดีียวกัับอากาศยานไร้้คนขัับขนาดกลาง แต่มีีคุุณลั ่ ักษณะพิิเศษที่่�สามารถบิินอยู่ในอากาศได้้นานก่ว่่า และมีีระยะปฏิิบัติัิการที่่�กว้้างไกลเกิินไปกว่่าขอบเขตการใช้้งาน ในระดัับกองพลดำเนิินกลยุุทธ์์ ประกอบกัับการที่่�สามารถ ติดตั้้ ิ �งอุุปกรณ์์ (Payload) ได้้อย่่างหลากหลาย การปรับปรุุ ัง ให้้มีีขีีดความสามารถในการโจมตีีจึึงเป็็นแนวทางที่่�สมควร ดำเนิินการต่่อไปในอนาคต ทั้้�งนี้้จึ�ึงได้้กำหนดเป็็นอากาศยาน ไร้้คนขัับในระดัับ ทบ.ที่่�มีีความเหมาะสมในการปฏิิบััติิการ ทางลึึก และเหมาะสมที่่�จะประจำการในหน่่วยบิินของ ทบ. ในส่่วนของระบบการส่่งขึ้้�นและร่่อนลงนั้้�น เนื่่�องจาก มีีระบบสนัับสนุุนหลายระบบจึึงต้้องใช้้สนามบิินมาตรฐาน เช่่นเดีียวกัับ บ.ปีีกติิดลำตััว มีีหลัักการใชกัับภารกิิจ เชน การลาดตระเวน การใช้้อากาศยานไร้้คนขัับในหน่่วยทหารราบ ปััจจุุบัันในหน่่วยระดัับกรมทหารราบและกองพัันทหารราบ ได้้บรรจุุอากาศยานไร้้คนขัับอยู่่ในกองร้้อยลาดตระเวน และเฝ้้าตรวจ และหมวดลาดตระเวนและเฝ้้าตรวจ ตามอััตราการจััดหน่่วยรููปแบบใหม่่ โดยเป็็นอากาศยาน ไร้้คนขัับขนาดเล็็ก (Mini UAV) รุ่่น Raven เพื่่�อใช้้ใน การตรวจการณ์์ทางอากาศ ให้้ได้้มาซึ่่�งภาพเคลื่่�อนไหวและ ภาพนิ่่�งของพื้้�นที่่�ปฏิิบัติัิการ โดยใชกับัภารกิิจ การลาดตระเวน เพื่่�อให้้ได้้ข้้อมููลข่่าวสารของภาพสนามรบในระบบเวลาจริิง (Real time) เกี่่�ยวกับภููมิั ปริะเทศ การปฏิิบัติัขิองกำลัังทหาร ฝ่่ายเดีียวกััน และการเคลื่่�อนย้้ายที่่�ตั้้�งของหน่่วยทหาร ฝ่่ายข้้าศึึกที่่�เป็็นไปได้้การเฝ้้าตรวจสนามรบของพื้้�นที่่� หน่่วยทหารฝ่่ายเดีียวกััน หรืือเฝ้้าตรวจดิินแดนฝ่่ายข้้าศึึก อากาศยานไร้้คนขัับขนาดใหญ่่ การแจ้้งเตืือนสถานการณ์์ ทำให้้ผู้้บัังคัับบััญชาหรืือ ผู้้บัังคับัหน่่วย มีีความเขาใจ ในสถานการณ และข้้อมููล ในการวางแผนการปฏิิบััติิ ภารกิิจ, การรัักษาความ ปลอดภััยขณะปฏิิบััติิการ โต้้ตอบและการดํําเนิิน กลยุุทธ์์ของพื้้�นที่่�หลััก รวมถึึงพื้้�นที่่�รัักษาความ ปลอดภััย ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 18
อากาศยานไร้้คนขัับที่่�ใช้้ในกรมทหารราบ เป็็นรุ่่น Raven RQ 11 B ของสหรััฐอเมริิกา ซึ่่�งมีีใช้้ในกองทััพสหรััฐฯ และกองทััพชาติพัิ ันธมิิตร เป็็นยุุทโธปกรณ์์ที่่�ใช้้ในการตรวจการณ์์ ทางอากาศ เพื่่�อให้้ได้้ภาพเคลื่่�อนไหวและภาพนิ่่�งของพื้้�นที่่� ปฏิิบััติิการในระยะจำกััด ได้้รัับการออกแบบมาเพื่่�อให้้ใช้้ ปฏิิบัติัิการเพื่่�อการตรวจการณ์์ลาดตระเวนส่่วนหน้้า การค้้นหา เป้้าหมายทางยุุทธวิิธีี การค้้นหาและกู้้ภััยกรณีีที่่�เกิิด ภััยพิิบััติิ โดยทำการปฏิิบััติิการได้้ทั้้�งกลางวััน และกลางคืืน ซึ่่�งกองทััพสหรััฐอเมริิกาได้้ทำการปฏิิบัติัิการบิินในสถานการณ์์จริิง มาแล้้วมากกว่่า 100,000 ชม. ในสถานที่่�ต่่างๆ มากกว่่า 15,000 แห่่ง มีีขีีดความสามารถในการปฏิิบััติิภารกิิจ เช่่น การลาดตระเวนสอดแนม การติิดตามยานพาหนะ และบุุคคลต้้องสงสััย การค้้นหาผู้้ประสบภััยพิบัิติัิ การเฝ้้าตรวจ พื้้�นที่่�บุุกรุุกทรััพยากรธรรมชาติิ การคุ้้มครองกำลัังรบ การรัักษา ความปลอดภััยให้กั้บัยานพาหนะ การประเมิินความเสีียหาย จากการรบและการค้้นหาเป้้าหมาย เช่่น ที่่�ตั้้�งฐาน ยานยนต์์ เป็็นต้้น คุุณลัักษณะเฉพาะและขีีดความสามารถของอากาศยานไร้้นัักบิินขนาดเล็็ก Raven ปีีกกาง 1.35 ม. น้้ำหนัักรวม 1.9 กก. ความเร็็วในการบิิน 32 - 82 กม./ชม. เพดานบิินปกติิ 30 - 300 ม. เพดานบิินสููงสุุด 1,000 ม. ระยะปฏิิบััติิการ 10 กม. ระบบการบิิน ขึ้้น-ลง ใช้้มืือขว้้างให้้ร่่อนไปปล่่อยให้้ตกลงมา/ร่่อนลง ระยะเวลาปฏิิบััติิการ 90 นาทีี (แบตเตอรี่่� แบบ Rechargeable) อุุปกรณ์์บรรทุุก (Payload) กล้้องกลางวัันและกล้้องกลางคืืน (TV/FLIR) การบิิน Raven RQ 11 B ใช้้มืือขว้้างให้้ร่่อนไป ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 19
สรุุป อากาศยานไร้้คนขัับที่่�ใช้้ทางทหารในยุุคปััจจุุบัันนั้้�น มีีวิิวััฒนาการและการพััฒนาระบบเทคโนโลยีีแบบ ก้้าวกระโดด ในหลายประเทศที่่�เป็็นมหาอำนาจทางทหาร ของโลก เช่่น สหรััฐอเมริิกา รััสเซีีย ตุุรเคีีย ฯลฯ นำมา ซึ่่�งการขายและส่่งออกให้้กัับชาติิพัันธมิิตรของตนเอง ซึ่่�งมีีมากมายหลายรุ่่นหลายขนาดตามแต่่ภารกิิจการใช้้งาน สำหรัับหน่่วยกรมทหารราบของไทย ควรให้้ความสำคััญ ในการนำมาใช้้ฝึึกให้้เป็็นไปตามวััตถุุประสงค์์ โดยจัดัการฝึึก เป็็น Unit School เพื่่�อเสริิมสร้้างความชำนาญให้กั้บัเจ้้าหน้้าที่่� ของหน่่วย ก่่อให้้เกิิดประสิิทธิิภาพสููงสุุดของยุุทโธปกรณ์์ และเพื่่�อเพิ่่�มแนวคิิดในการพััฒนาอากาศยานไร้้คนขัับ ในอนาคตต่่อไป ที่่�มา: 1. คููมืือราชการสนาม ว่าดวย หลัักนิิยมการปฏิิบััติิการของอากาศยานไรนัักบิิน รส.1-155, กองทััพบก, พ.ศ. 2557 2. คููมืือราชการสนาม ว่าดวย หลัักนิิยมการปฏิิบััติิการของอากาศยานไรคนขัับในภารกิิจของทหารปืืนใหญ่่ รส.6-155, กองทััพบก, พ.ศ. 2565 การฝึึก Unit School ของกองร้้อยลาดตระเวนและเฝ้้าตรวจ กรมทหารราบที่่� 5 ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 20
พลเอก ทรงพล ไพนุพงศ์ งานนิิทรรศการ อุุปกรณ์์ อุุปกรณ์์ป้ป้้ อองกักัันประเทศ ันประเทศ หรื ื อดีีเฟนซ์์ 2022 ประเทศมีีความก้้าวหน้้าทางด้้านอุุตสาหกรรมมีีเทคโนโลยีีสููง ผลิิตสิินค้้าด้้วยเทคโนโลยีีสููง ส่่งขายทั่่�วโลก เพื่่�อความมั่น ่� คงของประเทศได้้ส่่งเสริมิอุุตสาหกรรมป้อ้งกัันประเทศ ผลิิตยุุทโธปกรณ์์ ทางทหารทั้้�งสามเหล่่าทััพนำำเข้้าประจำำการ บางส่่วนส่่งออกขายให้้มิิตรประเทศเป็็นผลให้้มีีความมั่ ่� นคง ทางด้้านเศรษฐกิจิยุุทโธปกรณ์์ทางทหารผลิิตจากประเทศมหาอำำนาจทางทหารของโลกและประเทศอุุตสาหกรรม ชั้้�นนำำของโลกจากยุุโรป ต่่อมาหลายประเทศในเอเชีียส่่งเสริิมอุุตสาหกรรมป้้องกัันประเทศและส่่งออก ขายให้้มิิตรประเทศ บทความนี้้� กล่่าวถึึงงานนิิทรรศการอุุปกรณ์์ป้้องกัันประเทศหรืือดีีเฟนซ์์ 2022 (Defence & Security 2022) ระหว่่างวัันที่่� 29 สิิงหาคม - วัันที่่� 1 กัันยายน ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) เมืืองทองธานีี ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 21
1. กล่่าวทั่่�วไป งานดีีเฟนซ์์จััดขึ้้�นในประเทศไทยครั้้�งแรกที่่ศู�ูนย์์การค้้า เซ็็นทรััล สาขาลาดพร้้าวปีี พ.ศ. 2530 ได้รั้ับความสนใจจาก ข้้าราชการทหารทุุกเหล่่ารวมทั้้�งหน่่วยงานด้้านความมั่่�นคง และประชาชนที่่�สนใจในงานด้้านความมั่่�นคงของประเทศ มีีการจััดงานดีีเฟนซ์์เป็็นประจำปีีเว้้นปีี และเปลี่่�ยนสถานที่่� จััดงานตามความเหมาะสมในแต่่ละสถานการณ์์ของประเทศ 2. ดีีเฟนซ์์2022 (Defence & Security 2022) งานนิิทรรศการอุุปกรณ์์ป้้องกัันประเทศหรืือดีีเฟนซ์์ บริิษััทผลิิตอาวุุธชั้้�นนำของโลกนำอุุปกรณ์์ป้้องกัันประเทศ ที่่�สำคััญมาแสดงในงานที่่�สำคััญประกอบด้้วย 2.1 อาวุุธเบา 2.1.1 เอ็็กซ์์เอ็็ม-5(XM-5,6.8x51 mm.) ปืืนเล็็กยาวรุ่่นใหม่่เอ็็กซ์์เอ็็ม-5 (XM-5) ได้้ทำการวิิจััยพััฒนาขึ้้�นใหม่่ รวมทั้้�งกระสุุนปืืนเล็็กยาว รุ่่นใหม่่ ขนาด 6.8 x 51 มิิลลิิเมตร พััฒนาในปีี พ.ศ. 2562 จากประเทศสหรััฐอเมริิกา สร้้างปืืนต้้นแบบทดสอบขีีด ความสามารถทางเทคนิิคและทางยุุทธวิิธีี ข้้อมููลที่่�สำคััญ คืือ น้้ำหนััก 3.8 กิิโลกรััม, ปืืนยาว 866 มิิลลิิเมตร (พร้้อม กระบอกเก็็บเสีียงยาว 914 มิิลลิิเมตร), ลำกล้้องปืืนยาว 330 มิิลลิิเมตร (พร้้อมกระบอกเก็็บเสีียง 389 มิิลลิิเมตร) และซองกระสุุนชนิิด 20 นััด กองทััพบกสหรััฐอเมริิกา จะนำเข้้าประจำการทดแทนปืืนเล็็กสั้้�นแบบเอ็็ม-4 (M-4) รุ่่นเก่่าประจำการมาเป็็นเวลานาน (พ.ศ. 2537) เพิ่่�มขีีดความสามารถด้้วยการประกอบระบบเก็็บเสีียง (น้้ำหนััก 0.66 กิิโลกรััม) กองทััพบกสหรััฐอเมริิกาจััดหานำเข้้า ประจำการปีี พ.ศ. 2566 ชุุดแรก 107,000 กระบอก ประจำการหน่่วยทหารราบและหน่่วยทหารม้้า ที่่�ปฏิิบัติัิการ ทางทหารในเขตหน้้าของพื้้�นที่่�การรบและหน่่วยนาวิิกโยธิิน สหรััฐอเมริิกา 2.1.2 เอซีีอีี23 (Galil ACE 23, 5.56 x 45 mm.) ปืืนเล็็กยาวเอซีีอีี (ACE) ขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร ผลิิตจากประเทศอิิสราเอล ปืืนตระกููลกาลิิล (Galil) ประจำการกองทััพบกอิิสราเอล ในปีี พ.ศ. 2551 ปืืนเล็็กยาวเอซีีอีี 23 (AEC 23) ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ น้้ำหนััก 3.6 กิิโลกรััม, ปืืนยาว 896 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องปืืนยาว 463 มิิลลิิเมตร, อััตราการยิิง 680 - 880 นัดต่ั ่อนาทีี, ความเร็็วกระสุุน 600 - 915 เมตร ต่่อวิินาทีี (1,970 - 3,000 ฟุุตต่่อวิินาทีี), ระยะยิิงหวัังผล 300 - 500 เมตร และป้้อนกระสุุนด้้วยซองกระสุุน 35 นััด ก่่อนนั้้�นผลิิตรุ่่นปืืนเล็็กยาวรุ่่นเอซีีอีี 22 (ACE 22) น้้ำหนััก 3.4 กิิโลกรััม, ปืืนยาว 767 มิิลลิิเมตร และลำกล้้อง ปืืนยาว 335 มิิลลิิเมตร และรุ่่นปืืนเล็็กสั้้�นเอซีีอีี เอ็็น 21 (ACE N 21) น้้ำหนััก 3.05 กิิโลกรััม, ปืืนยาว 650 มิิลลิิเมตร และลำกล้้องปืืนยาว 216 มิิลลิิเมตร นอกจากนี้้� ผลิิต รุ่่นเอซีอีี 31 (ACE 31) ปืืนเล็็กสั้้�นกระสุุนขนาด 7.62 x 39 มิิลลิิเมตร (มาตรฐานกองทััพรััสเซีีย) ข้้อมููลที่่�สำคััญ คืือ น้้ำหนััก 3.0 กิิโลกรััม, ปืืนยาว 650 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องปืืนยาว 216 มิิลลิิเมตร, ความเร็็วลููกกระสุุน 600 เมตรต่่อวิินาทีี (2,000 ฟุุตต่่อวิินาทีี) และซองกระสุุน ชนิิด 30 นััด ได้้ผลิิตรุ่่นปืืนเล็็กยาวเอซีีอีี 32 (ACE 32) ปืืนยาว 847 มิิลลิิเมตร ลำกล้้องปืืนยาว 409 มิิลลิิเมตร ปืืนเล็็กยาวรุ่่�นใหม่่ผลิิตจากประเทศสหรััฐอเมริิกา (Colt) ขนาด 5.56 มิิลลิิเมตร ประจำำการแพร่่หลายในกองทััพบกและหน่่วยงาน ทางด้้านความมั่่�นคงทั่่�วโลก ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 22
ปืืนเล็็กยาวเอซีีอีี (ACE) มิิตรประเทศ อิิสราเอลประจำการรวม 19 ประเทศ กลุ่่มประเทศอาเซีียน ประจำการคืือ ลาว (ได้้รัับการสนัับสนุุนจากเวีียดนาม พ.ศ. 2562), ฟิลิิิปปิินส์์ (ตำรวจแห่่งชาติิ รุ่่นเอซีอีี 22 เอ็็น พ.ศ. 2561, หน่่วยปราบปรามยาเสพติดิ รุ่่นเอซีอีี 21 เอ็็น/ รุ่่นเอซีีอีี 22 เอ็็น และหน่่วยยามฝั่่�งรุ่่นเอซีีอีี 21 เอ็็น รวม 4,000 กระบอก มีีนาคม พ.ศ. 2563) และเวีียดนาม (รุ่่นเอซีอีี 31 และรุ่่นเอซีอีี 32 เป็็นเงิิน 100 ล้้านเหรีียญสหรััฐ ประจำการทดแทนปืืนเล็็กยาวรุ่่นเก่่าแบบเอเค-47) ปืืนเล็็กยาวตระกููลซีีแซด 805/806 (CZ 805/806) ผลิิตจากประเทศสาธารณรััฐเช็็ก ติิดตั้้�งกล้้องเล็็ง ประจำำการแพร่่หลายในกองทััพบกและหน่่วยงานทางด้้านความมั่่�นคง ในหลายประเทศ 2.1.3 ซีี แซด 806 เบรน 2 (CZ806BREN 2,5.56x45 mm.) ปืืนเล็็กยาวซีีแซด 806 เบรน 2 (CZ 806 BREN 2) กระสุุนขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร ได้้พััฒนามาจาก ปืืนเล็็กยาวซีีแซด 805 เบรน (CZ 805 BREN) กระสุุน 5.56 x 4 มิิลลิิเมตร ประจำการ กองทััพบกสาธารณรััฐเช็็ก ปีี พ.ศ. 2554 มิิตรประเทศประจำการ 8 ประเทศ ปืืนเล็็กยาว ซีีแซด 806 เบรน 2 (CZ 806 BREN 2) ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ หนััก 3.0 กิิโลกรััม, ยาว 875 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องปืืนยาว 356 มิิลลิิเมตร, อััตราการยิิง 750 นััดต่่อวิินทีี, ระยะยิิงหวัังผล 500 เมตร, ติิดกล้้องเล็็ง และซองกระสุุนชนิิด 30 นััด เพิ่่�มขีีดความสามารถในการยิิงด้้วยการติิดตั้้�ง เครื่่�องยิิงลููกระเบิิดขนาด 40 มิิลลิิเมตร ผลิิตรุ่่นปืืนเล็็กสั้้�น (Carbine) มีีความยาวของลำกล้้องปืืน 280 มิิลลิิเมตร (CZ BREN 2A2) และรุ่่นคอมแพ็็ค (Compact) ลำกล้้อง ปืืนยาว 207 มิิลลิิเมตร กองทััพบกสาธารณรััฐเช็็กประจำการ ปีี พ.ศ. 2560 ปืืนเล็็กยาวซีีแซด 806 เบรน 2 (CZ 806 BREN 2) มิิตรประเทศประจำการ คืือ ฝรั่่�งเศส (ตำรวจปฏิิบััติิการพิิเศษ ใช้้กระสุุนขนาด 7.62 x 39 มิิลลิิเมตร), ฮัังการีี และอียิีิปต์์ (หน่่วยพลร่่ม และหน่่วยพิทัิักษ์์ สาธารณรััฐ ใช้้กระสุุนขนาด 7.62 x 39 มิิลลิิเมตร ประจำการปีี พ.ศ. 2560 - 2561) 2.1.4 เอ็็กซ์์เอ็็ม-250 (XM-250, 6.8 x 51 mm.) ปืืนกลของหมู่่ปืืนเล็็ก (SAW) รุ่่นใหม่่ แบบเอ็็กซ์์เอ็็ม-250 (XM-250) รุ่่นใหม่ที่่�ได้พั้ ัฒนาขึ้้�นใหม่่ รวมทั้้�งกระสุุนปืืนรุ่่นใหม่่ขนาด 6.8 x 51 มิิลลิิเมตร วิิจััยพััฒนาในปีี พ.ศ. 2562 โดยซิิก ซาวเออร์์ (SIG Sauer) ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ น้้ำหนััก 5.9 กิิโลกรััม (พร้้อมด้้วย ขาทราย), ยาว 1,063 มิิลลิิเมตร (รวมระบบเก็็บเสีียง) ลำกล้้องปืืนยาว 444 มิิลลิิเมตร และป้้อนกระสุุนด้้วย สายกระสุุนชนิิด 50/100 นััด กองทััพบกสหรััฐอเมริิกา จะทำการทดสอบทางยุุทธวิิธีีในเดืือนตุุลาคม พ.ศ. 2566 และจะนำเข้้าประจำการทดแทนปืืนกลของหมู่่ปืืนเล็็ก (SAW: Squad Automatic Weapon) รุ่่นเก่่าเอ็็ม-249 (M-249) ของกองทััพบกสหรััฐอเมริิกา ประจำการมาตั้้�งแต่ปี่ ี พ.ศ. 2527 เพิ่่�มขีีดความสามารถด้้วยการประกอบระบบ เก็็บเสีียงจะมีีน้้ำหนัักใหม่่เป็็น 6.6 กิิโลกรััม ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 23
2.1.5 เอ็็ม-60 อีี6(M-60E6,7.62x51mm.) ปืืนกลเบาเอ็็ม-60 (M-60) ขนาด 7.62 x 51 มิิลลิิเมตร ผลิิตจากประเทศสหรััฐอเมริิกา กองทััพบกสหรััฐอเมริิกาประจำการในปีี พ.ศ. 2500 เป็็นปืืนกลอเนกประสงค์์ทำการตั้้�งยิิงบนขาทราย และ ติิดตั้้�งกัับรถเกราะหรืือเฮลิิคอปเตอร์์ นำออกปฏิิบััติิการ ทางทหารในสงครามเวีียดนาม เมื่่�อสงครามยุุติิลง ในปีี พ.ศ. 2518 ปืืนกลเบาเอ็็ม-60 (M-60) ประจำการ อย่่างแพร่่หลายกองทััพมิิตรประเทศ จากการประจำการมา เป็็นเวลานาน ได้้ปรัับปรุุงให้ทั้ ันสมััยตลอดเวลา ผลิิตออกมา 9 รุ่่น ที่่�สำคััญคืือ รุ่่นเอ็็ม-60 อีี 3 (M-60E3) พ.ศ. 2529 กองทััพเรืือสหรััฐอเมริิกา (หน่่วย Navy SEAL), รุ่่นเอ็็ม-60 อีี 4 (M-60E4) ปืืนกลเบา และปืืนกลร่่วมแกน พ.ศ. 2543 และรุ่่นเอ็็ม-60 อีี 6 (M-60E6) สำหรัับกองทััพบกเดนมาร์์ก พ.ศ. 2558 กว่่า 600 กระบอก และกองทััพเรืืออิินโดนีีเซีีย ปืืนกลเบาตระกููลเอ็็ม-60 (M-60) มิิตรประเทศประจำการ 54 ประเทศ (หลายประเทศทยอย ปลดประจำการ นำปืืนกลเบารุ่่นใหม่่ประจำการทดแทน) กลุ่่มประเทศเอเชีียประจำการ 12 ประเทศ (อาเซีียน ประจำการ 6 ประเทศ คืือ กััมพููชา, ฟิลิิิปปิินส์์ (รุ่่น M-60E3, รุ่่น M-60E4 และรุ่่น M-60E6), ไทย, มาเลเซีีย (รุ่่น M-60E1 หน่่วยรบพิิเศษกองทััพบก), เวีียดนาม และอิินโดนีีเซีีย รุ่่น M-60E2 กองทััพบก) นอกจากนี้้� ประจำการกองกำลัังติิดอาวุุธทั่่�วโลก รวม 8 กลุ่่ม 2.1.6 เนเกฟ-7 (Negev-7, 7.62x51 mm.) ปืืนกลเบาแบบเนเกฟ-7 (Negev-7) พััฒนามาจากปืืนกลของหมู่่ปืืนเล็็ก (SAW) กระสุุนขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร ประจำการกองทััพบกอิิสราเอล ปีี พ.ศ. 2540 เรีียกว่่า เนเกฟ-5 (Negev-5) ปืืนกลเบา เนเกฟ-7 (Negev-7) กระสุุนขนาด 7.62 x 51 มิิลลิิเมตร ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ น้้ำหนััก 7.95 กิิโลกรััม, ยาว 1,100 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องปืืนยาว 508 มิิลลิิเมตร, อััตราการยิิง 600-750 นััดต่่อนาทีี, ความเร็็วลููกกระสุุน 810 เมตร ต่่อวิินาทีี (2,657 ฟุุตต่่อวิินาทีี), ระยะยิิงหวัังผล 1,000 เมตร และป้้อนกระสุุนด้้วยสายกระสุุนชนิิด 100/125 นััด ปืืนกลตระกููลเนเกฟ-5/7 (Negev-5/7) มิิตรประเทศอิิสราเอลประจำการ 22 ประเทศ กองทััพบก อิินเดีียประจำการปืืนกลเบาเนเกฟ-7 (Negev-7) รวม 16,479 กระบอก เดืือนมีีนาคม พ.ศ. 2563 ทดแทน ปืืนกลของหมู่่ปืืนเล็็กแบบอิินซาส (INSAS) กระสุุนขนาด 5.56 x 45 มิิลลิิเมตร รัับมอบครบตามโครงการเดืือน กุุมภาพัันธ์์ พ.ศ. 2564 2.1.7 เจเอ็็นจีี-90(JNG-90,7.62x51 mm.) ปืืนซุ่่มยิิงแบบเจเอ็็นจีี-90 (JNG-90) ขนาด 7.62 x 51 มิิลลิิเมตร ผลิิตโดยประเทศตุุรเคีีย ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ น้้ำหนััก 6.4 กิิโลกรััม (ไม่่บรรจุุกระสุุน), ปืืนยาว 1,165 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องปืืน 660 มิิลลิิเมตร, ความเร็็วลููกกระสุุน 860 เมตรต่่อวิินาทีี, ระยะยิิงหวัังผล 1,200 เมตร, ติิดกล้้องเล็็ง และซองกระสุุนชนิิด 10 นััด ทำการตั้้�งยิิงบนขาทราย กองทััพบกตุุรเคีียประจำการ ปีี พ.ศ. 2551 ปืืนซุ่่มยิิงแบบเจเอ็็นจีี-90 (JNG-90) มิิตรประเทศตุุรเคีียนำเข้้าประจำการ 4 ประเทศ คืือ เติิร์์กเมนิิสถาน, คีีร์์กีีซสถาน, อาเซอร์์ไบจาน และ ซาอุุดีีอาระเบีีย ปืืนซุ่่�มยิิงเจเอ็็นจีี-90 (JNG-90) ขนาด 7.62 มิิลลิิเมตร น้ำำ�หนััก 6.4 กิิโลกรััม ปืืนยาว 1,165 มิิลลิิเมตร ลำำกล้้องปืืน 660 มิิลลิิเมตร ระยะยิิงหวัังผล 1,200 เมตร และซองกระสุุนชนิิด 10 นััด ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 24
2.2 ระบบอาวุุธยิิงสนัับสนุุน 2.2.1 เอ็็มเค.19(Mk.19,40x53 mm.) เครื่่�องยิิงลููกระเบิิดอััตโนมััติิขนาด 40 มิิลลิิเมตร (Mk.19) ผลิิตโดยประเทศสหรััฐอเมริิกา ประจำการปีี พ.ศ. 2511 ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ น้้ำหนััก 35.2 กิิโลกรััม, ยาว 1,092 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องยาว 413 มิิลลิิเมตร, อััตราการยิิง 360 - 390 นััดต่่อนาทีี, ความเร็็วลููกกระสุุน 750 - 790 ฟุุตต่่อวิินาทีี, ระยะยิิง หวัังผล 2,212 เมตร และป้้อนกระสุุนด้้วยสายกระสุุน 32/48 นััด ผลิิตรวม 5 รุ่่น เป็็นเครื่่�องยิิงลููกระเบิิด อเนกประสงค์์คืือ ทำการตั้้�งยิิงบนพื้้�นดิินด้้วยขาหยั่่�ง ชนิิดสามขา และติิดตั้้�งบนรถเกราะนาวิิกโยธิิน รถเอเอวีี-7 (AAV-7) น้้ำหนัักขนาด 29.1 ตััน ลููกกระสุุนพร้้อมยิิง 96 นัดั และเก็็บไว้้อีีก 768 ลููก รถเอเอวีี-7 (AAV-7) ผลิิตขึ้้�น 1,972 คััน (นาวิิกโยธิินสหรััฐอเมริิกาประจำการ 400 คััน) และประจำการหน่่วยนาวิิกโยธิินของมิิตรประเทศรวม 12 ประเทศ (หน่่วยนาวิิกโยธิินกลุ่่มประเทศอาเซีียน ประจำการ 3 กองทััพ ประกอบด้้วย ฟิิลิิปปิินส์์, ไทย และอิินโดนีีเซีีย) และติิดตั้้�งบนรถยนต์์ทางทหารชนิิดล้้อ แบบฮััมวีี (HMMWV) ชนิดิ 4 x 4 ล้้อ (M-1025) เครื่่�องยิิง ลููกระเบิิดอััตโนมััติิขนาด 40 มิิลลิิเมตร (Mk.19) มิิตรประเทศนำเข้้าประจำการ 23 ประเทศ สหรััฐอเมริิกา และมิิตรประเทศนำออกปฏิิบัติัิการทางทหารรวม 15 สมรภูมิูิ ที่่�สำคััญคืือ สงครามเวีียดนาม, สงครามอ่่าวเปอร์์เซีียครั้้�งที่่�หนึ่่�ง, สงครามอััฟกานิิสถาน, สงครามอ่่าวเปอร์์เซีียครั้้�งที่่�สอง และสงครามยููเครน-รััสเซีีย (พ.ศ. 2565-ปััจจุุบััน) 2.2.2 เอสทีีเค40(STK 40AGL,40x53mm.) เครื่่�องยิิงลููกระเบิิดอััตโนมััติิขนาด 40 มิิลลิิเมตร (STK 40 AGL) ผลิิตโดยประเทศสิิงคโปร์์ นำเข้้าประจำการปีี พ.ศ. 2534 ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ น้้ำหนััก 33 กิิโลกรััม, ยาว 966 มิิลลิิเมตร, ลำกล้้องยาว 350 มิิลลิิเมตร, อััตราการยิิง 350-500 นััดต่่อนาทีี, ความเร็็วลููกกระสุุน 242 เมตรต่่อวิินาทีี (794 ฟุุตต่่อวิินาทีี), ระยะยิิงหวัังผล 2,200 เมตร และป้้อนกระสุุนด้้วยสายกระสุุน เป็็นเครื่่�องยิิง ลููกระเบิิดอเนกประสงค์์คืือ ทำการตั้้�งยิิงบนพื้้�นดิินและ ติิดตั้้�งบนรถรบทหารราบไบโอนิิกซ์์ (Bionix 40/50 IFV) ขนาด 23 ตััน ประจำการ 300 คััน (พ.ศ. 2540) เครื่่�องยิิงลููกระเบิิดอััตโนมััติิขนาด 40 มิิลลิิเมตร (STK 40 AGL) มิิตรประเทศนำเข้้าประจำการ 13 ประเทศ กลุ่่มประเทศอาเซีียนประจำการคืือ อิินโดนีีเซีีย (โดยซื้้�อลิขสิิทธิ์์�มาผลิิตในประเทศปีี พ.ศ. 2537 มีชื่่ี�อเรีียกใหม่่ ว่่า SPG-3) และฟิิลิิปปิินส์์ (กองทััพบก และนาวิิกโยธิิน) 2.3 อาวุุธต่่อสู้้�รถถััง 2.3.1 อาร์์พีีจีี-7 (RPG-7,85 mm.) จรวดอาร์์พีีจีี-7 (RPG-7) ต่่อสู้้รถถััง ระยะใกล้้ เทคโนโลยีีจากประเทศรััสเซีีย ข้้อมููลที่่�สำคััญ น้้ำหนััก 6.3 กิิโลกรััม (ไม่มี่ ีกล้้องเล็็ง), ยาว 950 มิิลลิิเมตร, เส้้นผ่่านศููนย์์กลางลููกจรวด 85 มิิลลิิเมตร (เครื่่�องยิิง 40 มิิลลิิเมตร), ความเร็็วลููกจรวด 300 เมตรต่่อวิินาทีี, ระยะยิิงหวัังผล 330 เมตร (PG-7V) และเจาะเกราะ ได้้หนา 260 มิิลลิิเมตร (PG-7V) ประจำการปีี พ.ศ. 2504 ผลิิตทั้้�งสิ้้�นกว่่า 9.0 ล้้านลููก (ทุุกแหล่่งผลิิต) เครื่่�องยิิงจรวด ผลิิตรวม 4 รุ่่น และลููกจรวดผลิิตรวม 5 รุ่่น ประเทศบััลแกเรีีย (ผลิิตโดย Arsenal มีีชื่่�อเรีียกว่่า ATGL-L) รััสเซีีย และมิิตรประเทศนำออกปฏิิบััติิการทางทหารทั่่�วโลกรวม 29 สมรภููมิิ (รวมทั้้�งการต่่อสู้้ในดิินแดนของรััสเซีีย) เครื่่�องยิิงลููกระเบิิดอััตโนมััติิขนาด 40 มิิลลิิเมตร (Mk.19) น้ำำ�หนััก 35.2 กิิโลกรััม ยาว 1,092 มิิลลิิเมตร ลำำกล้้องยาว 413 มิิลลิิเมตร ระยะยิิงหวัังผล 2,212 เมตร และป้้อนกระสุุนด้้วยสายกระสุุน 32/48 นััด (ผลิิตจากประเทศสหรััฐอเมริิกา) ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 25
จรวดอาร์พี์จีี-7 (RPG-7) มิิตรประเทศ รััสเซีียนำเข้้าประจำการ 92 ประเทศ กลุ่่มประเทศอาเซีียน ประจำการ 6 ประเทศ ประกอบด้้วย กััมพููชา, มาเลเซีีย (ผลิิตจากบััลแกเรีีย ประจำการปีี พ.ศ. 2543), เมีียนมา (ผลิิตในประเทศ), ฟิิลิิปปิินส์์ (ผลิิตจากบััลแกเรีีย และ สาธารณรััฐประชาชนจีีน), เวีียดนาม (ผลิิตในประเทศ) และอิินโดนีีเซีีย (นาวิิกโยธิิน) 2.3.2 คาร์์ล กุุสตาฟ (Carl Gustav M4, 84x246 mm.) เครื่่�องยิิงกระสุุนต่่อสู้้รถถัังระยะใกล้้ คาร์์ลกุุสตาฟ (Carl Gustav) ขนาด 84 มิิลลิิเมตร ผลิิตจากประเทศสวีีเดน ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ น้้ำหนััก 7.0 กิิโลกรััม, ยาว 1,000 มิิลลิิเมตร, ความเร็็วลููกกระสุุน 230 - 255 เมตรต่่อวิินาทีี, อััตราการยิิง 6 นััดต่่อวิินาทีี, ระยะยิิงหวัังผล 400 เมตร, เจาะเกราะหนา 400 - 500 มิิลลิิเมตร, ติิดกล้้องเล็็ง และพลยิิง 1 นาย ผลิิตรวม 4 รุ่่น คืือ รุ่่นเอ็็ม-1 (M-1) พ.ศ. 2489, รุ่่นเอ็็ม-2 (M-2) พ.ศ. 2507, รุ่่นเอ็็ม-3 (M-3) พ.ศ. 2539 และรุ่่นเอ็็ม-4 (M-4) พ.ศ. 2557 กองทััพบกสวีีเดนจััดหาเครื่่�องยิิงกระสุุน จรวดอาร์พี์จีีี-7 (RPG-7) ต่่อสู้้รถถัังระยะใกล้้ ผลิิตจากประเทศบัลัแกเรีีย (ผลิิตโดย Arsenal มีีชื่่�อเรีียกว่่า ATGL-L) น้ำำ�หนััก 6.3 กิิโลกรััม (ไม่่ติิดกล้้องเล็็ง) ยาว 950 มิิลลิิเมตร และระยะยิิงหวัังผล 330 เมตร เครื่่�องยิิงกระสุุนต่่อสู้้รถถัังระยะใกล้้ คาร์์ล กุุสตาฟ (Carl Gustav) ขนาด 84 มิิลลิิเมตร ระยะยิิงหวัังผล 400 เมตร และพลยิิง 1 นาย ต่่อสู้้รถคาร์์ล กุุสตาฟ (Carl Gustav) รุ่่นเอ็็ม-4 (M-4) เพื่่�อทดแทนเครื่่�องยิิงรุ่่นเก่่า รุ่่นเอ็็ม-2 (M-2) และรุ่่นเอ็็ม-3 (M-3) ประจำการระหว่่างปีี พ.ศ. 2563 - 2566 เครื่่�องยิิง กระสุุนต่่อสู้้รถถัังคาร์์ล กุุสตาฟ (Carl Gustav) มิิตรประเทศสวีีเดน นำเข้้าประจำการ 44 ประเทศ กลุ่่มประเทศเอเชีียประจำการ 11 ประเทศ ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 26
2.3.3 มาทาดอร์์(Matador,90 mm.) จรวดต่่อสู้้รถถัังระยะใกล้้มาทาดอร์์ (Matador) พััฒนาร่่วมกัันระหว่่างเยอรมััน/อิิสราเอล และสิิงคโปร์์ ประจำการปีี พ.ศ. 2543 ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ น้้ำหนััก 8.9 กิิโลกรััม, ยาว 1.0 เมตร, เส้้นผ่่านศููนย์์กลาง ลููกจรวด 90 มิิลลิิเมตร, ความเร็็วลููกจรวด 250 เมตร ต่่อวิินาทีี (820 ฟุุตต่่อวิินาทีี), ระยะยิิงหวัังผล 500 เมตร (1,600 ฟุุต) และเพิ่่�มขีดีความสามารถด้้วยการติดิกล้้องเล็็ง ในเวลากลางคืืน นำประจำการในกองทััพบกทั้้�งสามประเทศ มีีการผลิิตรวม 4 รุ่่น (รุ่่น MP, รุ่่น WB, รุ่่น AS พ.ศ. 2552 และรุ่่น RGW90) กองทััพบกเยอรมัันประจำการ 1,000 ลููก (รุ่่น AS) จรวดนำำวิถีิต่่ ีอสู้้รถถัังขนาดหนัักเอชเจ-12 (HJ-12) น้ำำ�หนััก 22 กิิโลกรัมั ยาว 1.2 เมตร (เครื่่�องยิิง) ระยะยิิงหวัังผล 4,000 เมตร (เวลากลางวััน) เจาะเกราะ 800 มิิลลิิเมตร และนำำวิิถีีด้้วยระบบอิินฟราเรด (ผลิิตจาก ประเทศสาธารณรััฐประชาชนจีีน) จรวดต่่อสู้้รถถัังระยะใกล้้มาทาดอร์์ (Matador) มิิตรประเทศนำเข้้าประจำการ 8 ประเทศ (ประจำการจำนวนมากคืือ ยููเครน 5,100 ลููก รัับมอบ ชุุดแรก 2,650 ลููก วัันที่่� 26 มีีนาคม พ.ศ. 2565 และ รัับมอบชุุดที่่�สอง 2,450 ลููก พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ยููเครนได้้นำปฏิิบััติิการทางทหารในสงครามกัับรััสเซีีย พ.ศ. 2565) กลุ่่มประเทศอาเซีียนประจำการคืือ สิิงคโปร์์ (ประจำการทดแทนเครื่่�องยิิงอาวุุธต่่อสู้้รถถัังระยะใกล้้ รุ่่นเก่่าแบบอััมร์์บรััสท์์ ทำการผลิิตภายในประเทศ) และ กองทััพเรืือเวีียดนาม (ทหารราบ กองทััพเรืือ) 2.3.4 เอชเจ-12(HJ-12) จรวดนำวิิถีีต่่อสู้้รถถัังขนาดหนัักแบบ เอชเจ-12 (HJ-12) พััฒนาโดยสาธารณรััฐประชาชนจีีน เป็็นจรวดนำวิถีิต่ี่อสู้้รถถัังขนาดหนัักรุ่่นที่่�สาม ข้้อมููลที่่�สำคััญ คืือ น้้ำหนััก 22 กิิโลกรััม, ยาว 1.2 เมตร (เครื่่�องยิิง), เส้้นผ่่านศููนย์์กลางลููกจรวด 135 มิิลลิิเมตร, ระยะยิิงหวัังผล 4,000 เมตร (เวลากลางวััน), เจาะเกราะได้้ 800 มิิลลิิเมตร และนำวิิถีีด้้วยระบบอิินฟราเรด ผลิิตขึ้้�นในปีี พ.ศ. 2557 นำเข้้าประจำการกองทััพบก กองทััพปลดปล่่อยประชาชนจีีน (PLAGF) ผลิิตรวม 2 รุ่่น (รุ่่น HJ-12 และรุ่่น HJ-12E ผลิิตเพื่่�อการส่่งออก) จรวดนำวิถีิต่ี่อสู้้รถถัังขนาดหนัักเอชเจ-12 (HJ-12) มิิตรประเทศนำเข้้าประจำการรวม 3 ประเทศ คืือ แอลจีีเรีีย, ไนจีีเรีีย และอิินโดนีีเซีีย (พ.ศ. 2565) ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 27
2.4 รถเกราะล้้อยาง รถเกราะล้้อยางแบบเฟิิร์์สวิิน (First Win) ชนิดิ 4 x 4 ล้้อ วิิจััยพััฒนาขึ้้�นในประเทศไทยปีี พ.ศ. 2553 ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ น้้ำหนััก 1 ตััน (ปกติิ), ยาว 6.5 เมตร, กว้้าง 2.45 เมตร, สููง 2.65 เมตร, เครื่่�องยนต์์ดีีเซล 215 แรงม้้า, ความเร็็ว 100 กิิโลเมตรต่่อชั่่�วโมง, ปืืนกลขนาด 7.62 มิิลลิิเมตร (ขึ้้�นกัับความต้้องการของผู้้สั่่�งซื้้�อ) และ บรรทุุกได้้ 11 นาย (ประจำรถ 1 นาย + ทหารราบ 10 นาย) ประจำการกองทััพบกไทยและกองทััพเรืือใช้้งานหลาย ภารกิจคืิ ือ รถลำเลีียงพล (APCV), รถรบทหารราบ (AFV), รถลาดตระเวน (RV) และรถพยาบาล (AAV) ต่่อมาปรัับปรุุง เป็็นรถรุ่่นใหม่่เฟิิร์์สวิิน II (First Win II) เครื่่�องยนต์์ดีีเซล 300 แรงม้้า รถเกราะล้้อยางเฟิร์ิ์สวิิน (First Win) ประจำการ ในต่่างประเทศคืือ มาเลเซีีย (AV-4 Lipanbara ลิิขสิิทธิ์์� ผลิิตที่่�มาเลเซีีย 200 คััน), ภููฏาน (15 คััน พฤศจิิกายน พ.ศ. 2564 เพื่่�อปฏิิบััติิการสัันติิภาพร่่วมกัับสหประชาชาติิ ที่่�ประเทศสาธารณรััฐแอฟริิกากลาง) และอิินโดนีีเซีีย 2.5 ดีีพีี-20(DP-20 UAV, ATIL) ยููเอวีี ดีีพีี-20 (DP-20) ภารกิิจลาดตระเวน และตรวจการณ์์ ข้้อมููลที่่�สำคััญคืือ น้้ำหนัักเชื้้�อพลิิง 430 กิิโลกรััม, ยาว 10.63 เมตร, ช่่วงปีีก 18.0 เมตร, สููง 2.28 เมตร, เครื่่�องยนต์์โรแท็็กซ์์, ความเร็็ว 200 กิิโลเมตร ต่่อชั่่�วโมง, ปฏิิบััติิการนาน 36 ชั่่�วโมง และน้้ำหนัักบรรทุุก 1,500 กิิโลกรััม ผลิิตในประเทศไทย 4. บทสรุุป งานนิิทรรศการอุุปกรณ์์ป้้องกัันประเทศหรืือดีีเฟนซ์์ 2022(Defence & Security 2022) ที่่�เมืืองทองธานีี เป็็นงานยิ่่�งใหญ่่ระดัับภูมิูิภาคเอเชีียที่่�แสดงถึึงความก้้าวหน้้า ของเทคโนโลยีีป้้องกัันประเทศที่่�ทัันสมััย นอกจากนี้้�มีี ยุุทโธปกรณ์์ทางทหารที่่�พััฒนาและผลิิตในประเทศไทย กองทััพไทยนำเข้้าประจำการ เป็็นผลให้้ทหารและหน่่วยงาน ทางด้้านความมั่่�นคงทราบถึึงความก้้าวหน้้าทางด้้านเทคโนโลยีี ป้้องกัันประเทศที่่ก้�้าวหน้้า มีีความสำคััญทางด้้านความมั่่�นคง ทางด้้านการทหารในอนาคต รถเกราะล้้อยางเฟิิร์์สวิิน (First Win) ชนิิด 4 x 4 ล้้อ น้ำำ�หนััก 11.0 ตััน เครื่่�องยนต์์ดีีเซล 215 แรงม้้า ความเร็็ว 100 กิิโลเมตรต่่อชั่่�วโมง ปืืนกลขนาด 7.62 มิิลลิิเมตร (ขึ้้�นกัับความต้้องการของผู้้สั่่�งซื้้�อ) และบรรทุุก 11 นาย (ประจำำรถ 1 นาย + ทหารราบ 10 นาย) ที่่�มา: 1. The World Defense Almanac 2015. 2. https://en.wikipedia.org/wiki/XM5_rifle 3. https://www-technology.com/M60_machine_gun 4. https://en.wikipedia/org/wiki/HJ-12 5. https://en.wikipedia/org/wiki/STK_40_AGL 6. https://en.wikipedia/org/wiki/First_Win 7. https://en.wikipedia/org/wiki/MKE_JNG-90 8. https://en.wikipedia/org/wiki/IWI_Negev 9. ASIAN MILITARY REVIEW August 2022, Day 1. 10. ASIAN DEFENCE JOURNAL, Defense & Security 2022, Monday, August 29, 2022. ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 28
การรบระหว่่าง ไทย-ลาว ที่ที่ ่� บ้บ้้านร่ร่่มเกล้ล้้า 2. ปััญหาเส้้นเขตแดน จุุดก่่อของสงคราม ตามสนธิิสััญญาระหว่่างไทยกัับฝรั่่�งเศส ปีี พ.ศ. 2450 กำหนดให้้น้้ำเหืืองเป็็นเขตแดนสยาม-ฝรั่่�งเศส แต่่ปีีถััดมา พนักังานสำรวจทำแผนที่่�พบว่่ามีีน้้ำเหืือง 2 สาย ฝรั่่�งเศสตััดสิินเอาเอง (เข้้าใจว่่าไม่่ได้้แจ้้งให้กรุ้ ุงเทพฯ ทราบ) ว่่าเลืือกสายน้้ำ ที่่�ทำให้้ฝรั่่�งเศสได้ดิ้ ินแดนมากขึ้นห้น่่อย เขตแดนตรงนั้้นไม่มีีปั่ ัญหาอะไร จนกระทั่่�งปีี 2530 ทางลาวอ้้างว่่าบริิเวณบ้้านร่่มเกล้้า เป็็นของลาว เนื่่�องจากแผนที่่�คนละฉบัับกัับไทย ซึ่่�งอาจจะเกิิดจากความผิิดพลาดในการสำรวจครั้้งนั้้น ภายหลัังพบว่่า ลำน้้ำเหืืองมีี 2 สาย ซึ่่�งไม่่ตรงกัับแนวลำน้้ำในปััจจุุบััน ซึ่่�งปรากฏในแผนที่่�สหรััฐฯ ทำให้้รััฐบาลไทยช่่วงสงครามเวีียดนาม อีีกทั้้งลำน้้ำในปััจจุุบัันเรีียกว่่า เหืืองป่่าหมััน ซึ่่�งไม่่ใช่่ชื่่�อที่่�เคยปรากฏในเอกสารใดๆ เมื่่�อปีี พ.ศ. 2450 - 2451 1. มููลเหตุุของการรบ ยุุทธการบ้้านร่่มเกล้้า เกิิดขึ้้นในกรณีีพิิพาทระหว่่าง ไทย-ลาว ณ บ้้านร่่มเกล้้า อำเภอชาติิตระการ จัังหวััดพิิษณุุโลก อัันเนื่่�องมาจากปััญหาเส้้นเขตแดน ซึ่่�งไทยและลาวอ้้าง สนธิิสััญญาคนละฉบัับ โดยลาวได้ส่้ ่งกำลัังทหารเข้้ามายึึดพื้้นที่ ่� ส่ว่นที่่�เป็็นปััญหา ไทยจึึงได้ส่้ ่งกำลัังทหารเข้้าผลักดััน และเกิิด การปะทะกัันด้ว้ยกำลัังทหารของทั้้งสองฝ่่ายอย่่างหนักัหน่ว่ง ในช่่วงเดืือนธัันวาคม 2530 - กุุมภาพัันธ์์ 2531 และ มีีการหยุุดยิิง ของทั้้งสองฝ่่ายเมื่่�อ 19 กุุมภาพัันธ์์ 2531 ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 29 เข็็มทอง
2.1 จุุดที่ ่� น่่าสัังเกตของเหตุุการณ์์ครั้้�งนี้้� 2.1.1 ในช่่วงระยะเวลาดัังกล่่าวคืือ ปีี 2528 - 2530 ทหารเวีียดนาม-เฮงสััมริิน ได้ส่้ ่งกองกำลัังจำนวนมาก เข้้ากวาดล้้างกองกำลัังเขมรฝ่่ายต่่อต้้าน ตามแนวชายแดนไทย ที่ ่� จัังหวััดอุุบลราชธานีี จนเกิิดกรณีีการรบกัันอย่่างหนััก กัับไทยที่่�ช่่องบก ตั้้งอยู่ใน่พื้้นที่่� อำเภอน้้ำยืืน จัังหวััดอุุบลราชธานีี เป็็นพื้้นที่ ่� ชายแดนซึ่่�งมีีอาณาเขตติิดต่่อกััน 3 ประเทศ คืือ ไทย ลาว และกััมพููชา มีีทิวิเขาพนมดงรักั กั้้นเป็็นแนวเขตแดน เนื่่�องจากพื้้นที่่�ทางฝั่่�งเขมรเป็็นที่่�ราบต่่ำ ทหารเวีียดนาม จึึงได้้รุุกล้้ำเข้้ามาตั้้งฐานที่ ่�มั่่�นลึึกเข้้ามาในเขตไทยประมาณ 5 กม. มีีการปรัับปรุุงดััดแปลงที่ ่�ตั้้งเพื่่�อรัับการโจมตีีจาก ทางไทยเป็็นอย่่างดีี ซึ่่�งจะเป็็นการตััดการติิดต่่อระหว่่างไทย กัับกองกำลัังกลุ่่มต่่อต้้านในการสนัับสนุุนยุุทธปััจจััยการรบ ที่่�ช่่องบกนั้้น มีีการปะทะกัันอย่่างหนัักระหว่่างไทยและ เวีียดนาม (ไทยใช้้กำลัังส่่วนต่่างๆ จากกองทััพภาคที่่� 2 ประกอบด้ว้ย 5 กองพัันทหารราบ, 1 ร้้อยลาดตระเวนระยะไกล, 27 กองร้้อยทหารพราน, 1 ร้้อยรถถััง สนัับสนุุนด้ว้ยปืืนใหญ่่ และกำลัังทางอากาศ โดยเครื่่�องบิิน เอ 37 และเอฟ 5) การรบมีีความรุุนแรงไม่่น้้อยไปกว่่าที่ ่� บ้้านร่่มเกล้้า การปฏิิบััติิการกวาดล้้างกองกำลัังทหารเวีียดนามที่่�ช่่องบก ตั้้งแต่่ ม.ค. 2528 - ธ.ค. 2530 ทหารไทยสููญเสีีย กำลัังพล 109 นาย บาดเจ็็บ 644 นาย ยึึดอาวุุธจากฝ่่ายเวีียดนาม ได้้จำนวนมาก (ตััวเลขที่่�เปิิดเผยจากทางการไทย) ทหาร เวีียดนามเสีียชีีวิิตประมาณ 50,000 คน จากการรบในเขมร และชายแดนไทยตั้้งแต่่บุุกเข้้ามาจนถอนออกไป บางส่่วน ถููกจัับเป็็นเชลยและหนีีทััพมอบตัวักัับไทยประมาณ 500 คน จุุดที่ ่� น่่าสัังเกตเรื่่�องหนึ่่�งก็็คืือ การรบครั้้งนี้้ มีีการเตรีียมการอย่่างดีี ทหารเวีียดนามมีีอาวุุธ และระบบ การติิดต่่อสื่่�อสารที่ทั ่� ันสมััยมาก คาดว่่าได้รั้ับมาการสนัับสนุุน จากรััสเซีีย (ปีี 2522 เวีียดนามตีีเขมรแดงแตก และถอยไป ตั้้งฐานที่ ่� ชายแดนไทย แถบเทืือกเขาพนมมาลััย และเกิิด การรบเรื่่�อยมาในเขมร โดยฝ่่ายเขมรต่่อต้้านคืือ เขมรแดง ได้้จีีนสนัับสนุุน กลุ่่มซอนซาน และเจ้้าสีีหนุุ (มีีไทย สหรััฐฯ ฝรั่่�งเศสให้้การสนัับสนุุน) กัับทหารเวีียดนาม ผสมกัับเขมร กลุ่่มเฮงสััมริิน มีีนายฮุุนเซนเป็็นผู้้นำ ซึ่่�งแต่่ก่่อนเคยเป็็น เขมรแดงมาก่่อน แต่่แตกคอกัันและไปเข้้ากัับเวีียดนาม นำทหารเวีียดนามมาขัับไล่่เขมรแดงออกไป) นอกจากนี้้ยัังมีีรายงานจากบางหน่ว่ยของ กองทััพบกว่่าทหารเวีียดนามมีีการใช้้อาวุุธเคมีีในบริิเวณ ดัังกล่่าวด้้วย ซึ่่�งมีีการยืืนยัันจากทหารเขมรในการปะทะ หลายครั้้งว่่า มีีการโปรยหรืือทิ้้งสารบางอย่่างลงมา ซึ่่�งมีีผลต่่อผิิวหนัังและระบบหายใจ นอกจากนั้้นแหล่่งน้้ำ ในบริิเวณดัังกล่่าวยัังเต็็มไปด้้วยสารพิิษ จากการปะทะ และกวาดล้้างทหารเวีียดนามในเนิิน 565,408,500,382 พบหน้้ากาก และชุุดสำหรัับป้้องกัันอาวุุธเคมีีด้้วย ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 30
2.1.2 หลายฝ่่ายตั้้งข้้อสัังเกตว่่ากรณีีพิิพาท ระหว่่างไทยกัับลาวครั้้งนี้้ เป็็นแรงผลัักดัันที่ ่� ลาวได้้รัับจาก เวีียดนามและโซเวีียต ซึ่่�งพยายามขััดขวางการกระชัับความ สััมพัันธ์์ระหว่่างไทยกัับลาวมาตั้้งแต่่ปีี 2530 และเป็็นหนึ่่�ง ในแผนตััดขาดและยึึดภาคอีีสานของไทยตามยุุทธการ ตััว L (L Operation) และรวมภาคอีีสานของไทย ลาว เขมร เวีียดนาม เป็็นสหพัันธ์์อิินโดจีีน โดยมีีเวีียดนามเป็็นผู้้นำ ลัักษณะภููมิิประเทศรููปตััวแอลใหญ่่ คืือ พื้้นที่ป่� ่าภููเขาบริิเวณรอยต่่อจัังหวััดพิิษณุุโลก จัังหวััดเพชรบููรณ์์ จัังหวััดเลย ทอดตััวยาวลงมาทางใต้้ตามแนวเทืือกเขา เพชรบููรณ์์มาบรรจบกัันบริิเวณเขาใหญ่่ บริิเวณรอยต่่อ จัังหวััดนครราชสีีมา จัังหวััดปราจีีนบุุรีีจัังหวััดนครนายก และจัังหวััดสระบุุรีี ซึ่่�งทอดตััวยาวมาจากทิิศตะวัันตก ตั้้งแต่่จัังหวััดอุุบลราชธานีีจัังหวััดศรีีสะเกษ จัังหวััดสุุริินทร์์ จัังหวััดบุุรีีรััมย์์ ตามแนวเทืือกเขาพนมดงรัักเขาบรรทััด เขากำแพง และบรรจบกัันที่่�เขาใหญ่่ อำเภอปากช่่อง จัังหวััด นครราชสีีมา 2.1.3 ในช่่วงดัังกล่่าวบางรายงานแจ้้งว่่า มีีทหารเวีียดนามในลาวประมาณ 60,000 คน และในเขมร ประมาณ 150,000 คน ซึ่่�งอาจจะต้้องการเปิิดศึึก 2 ด้้าน ให้้ไทยพะว้้าพะวงทั้้งการรุุกที่ ่� บ้้านร่่มเกล้้าตีีเจาะ มาทางเหนืือ และตีีรุุกเข้้ามาที่่�ช่่องบกทางใต้้ เพื่่�อตััดและ ยึึดภาคอีีสาน เลยหากรณีีมาอ้้าง เพื่่�อทำการรบ 2.1.4 จากการปะทะกัันระหว่่างทหารไทย และลาวนั้้น มีีรายงานจากบางหน่่วยแจ้้งว่่าฝ่่ายลาวมีีทหาร ต่่างชาติิบััญชาการรบ อาจเป็็นคนรััสเซีีย และถููกทหารไทย ยิิงตายไปหลายคน (กองทััพไทยไม่่ได้้ให้้ข้้อมููลกัับเรื่่�องนี้้ มากนััก) จากการปะทะหลายครั้้งบางหน่่วยรายงานว่่า ทหารที่่�เข้้าใจว่่าเป็็นทหารลาว บางคนพููดร้้องสั่่�งการเป็็น ภาษาเวีียดนาม คาดว่่าเป็็นกองกำลัังผสมระหว่่างเวีียดนาม และลาวที่่�รบกัับไทย ในการรบที่ ่� บ้้านร่่มเกล้้านี้้จึึงไม่่ใช่่ กรณีีพิิพาทระหว่่างไทยกัับลาวธรรมดา 2.1.5 ระบบอาวุุธและการติิดต่่อสื่่�อสาร ในการรบที่่�ทางฝ่่ายลาวใช้้นั้้น ทัันสมััยมาก สามารถรู้้พิิกััด ที่ ่�ตั้้งปืืนใหญ่่ของไทย และยิิงตอบกลัับอย่่างรวดเร็็ว อีีกทั้้ง มีีการรบกวนระบบการสื่่�อสารของทหารไทย ซึ่่�งกองทััพ ประชาชนลาว คงไม่่มีีระบบที่ ่� ทัันสมััยอย่่างนี้้ 2.1.6 ที่ ่�ตั้้งบนเนิิน 1428 มีีการดััดแปลง การตั้้งรัับอย่่างดีีบัังเกอร์์เป็็นคอนกรีีตเสริิมเหล็็ก ลัักษณะ เป็็นเนิินเขาบีีบแคบ ในการเข้้าตีีต้้องเข้้าตีีจากด้้านหน้้า อย่่างเดีียว ทำให้้ฝ่่ายไทยเสีียเปรีียบในการรบ หากจะต้้อง ทำการรบในกรอบปกติิ 2.1.7 ข้้อกล่่าวหาของลาวต่่อไทยอีีกอย่่างหนึ่่�ง คืือ ลาวกล่่าวหาว่่ามีีบริิษััทคนไทยบุุกรุุกเข้้าไปตััดไม้้และ ชักลัากไม้้ของลาวเข้้ามาในอาณาเขตไทย ทหารลาวต้้องการ เงิินค่่าไม้้ เมื่่�อไม่่ได้รั้ับจึึงดำเนิินการในลักัษณะรุกุรานดัังกล่่าว แต่่บางรายงานก็กล่็ ่าวว่่า มีีคนไทยบางคนสมคบกัับทหารลาว ในพื้้นที่่�ทำธุุรกิิจไม้้เถื่่�อนจากลาวเข้้ามาในไทย มีีการติิดต่่อ ค้้าขายกัันมานาน ก่่อนเกิิดเหตุุมีีการคดโกงกัันขึ้้น คืือ ผู้้ประกอบธุุรกิิจฝ่่ายไทยไม่่ยอมจ่่ายค่่าไม้้เถื่่�อนให้้กัับทหารลาว ในวงเงิินประมาณ 5 ล้้านบาท ทหารลาวจึึงทำการเผา รถแทรกเตอร์์ รถบรรทุุกและรถจี๊๊�บเป็็นการตอบแทน ซึ่่�งมีีหลายฝ่่ายของไทยกล่่าวว่่า การตั้้งข้้อกล่่าวหาดัังกล่่าว เพื่่�อเป็็นการเสริิมเรื่่�องไทยรุุกล้้ำแดนลาว และยัังเข้้าไป ตััดไม้้ด้้วย เพื่่�อหาเหตุุผลในการรุุกราน ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 31
อำเภอนาแห้้ว จัังหวััดเลย ยิิงราษฎรไทยตาย 1 คน จัับกุุมตััวไป 6 คน หนีีรอดมา 1 คน โดยกล่่าวหาว่่าราษฎร เหล่่านั้้นลัักลอบเข้้าไปตััดไม้้ในลาว 7 สิิงหาคม 2530 ทหารลาวประมาณ 200 นาย เข้้าโจมตีีฐานปฏิิบััติิการของทหารพรานชุุดคุ้้มครอง ที่่� 3405 ที่ ่� บ้้านร่่มเกล้้า (บางรายงานแจ้้งว่่าทหารลาว ประมาณ 1 กองพััน ซึ่่�งมีีประมาณ 800 คน เข้้าโจมตีี โดยการระดมยิิงด้้วยเครื่่�องยิิงลููกระเบิิดจรวดอาร์์พีีจีีและ ปืืนไร้้แรงสะท้้อนถอยหลัังอย่่างหนััก ก่่อนจะโหมกำลัังเข้้าตีี ตามกลยุุทธ์์ของคอมมิิวนิิสต์์ ที่่�จะบุุกเข้้าตีีข้้าศึึกด้้วยกำลััง มากกว่่า 10 เท่่า และกองทััพภาคที่่� 3 ได้้รายงานด่ว่ นไปยััง กองทััพบกถึึงสถานการณ์์ที่่�เกิิดขึ้้น) 17 สิิงหาคม 2530 สถานีีวิิทยุุลาวเสนอบท สััมภาษณ์์ประธานคณะปกครองเมืืองบ่่อแตน แขวงไทรบุุรีี กล่่าวหาบริิษััททำไม้้เอกชนของไทยกัับฝ่่ายทหารไทยว่่า ได้้ร่่วมกัันสร้้างเส้้นทางเข้้าไปตััดไม้้ในลาว และได้้เรีียกร้้อง ให้้ไทยยุุติิการกระทำดัังกล่่าว รวมทั้้งกล่่าวหาฝ่่ายไทยว่่า ใช้้กำลัังทหารเข้้ารุุกรานเบีียดบัังเอาดิินแดนของลาวไป ลำำดัับเหตุกุารณ์์ที่่�สำำคััญของสงครามบ้้านร่่มเกล้้า ช่่วงปีี พ.ศ. 2510 - 2520 พรรคคอมมิิวนิิสต์์ แห่่งประเทศไทย (พคท.) เคลื่่�อนไหวรุุนแรงที่่�จะยึึด อำนาจรััฐ พื้้นที่ ่� ติิดต่่อเขตลาวในเขตนี้้ ซึ่่�งเป็็นที่่�อยู่่อาศััย ของชาวเผ่่าม้้ง ใช้้เป็็นพื้้นที่่�หลบซ่่อนและปฏิิบััติิการเพราะ สามารถข้้ามลำน้้ำเหืืองเข้้ามาในเขตไทยได้้ง่่าย และ บริิเวณพื้้นที่นี้้กล ่� ายเป็็นยุุทธบริิเวณอัันสำคััญระหว่่างทหาร กัับ พคท. ชาวม้้งซึ่่�งเป็็นแนวร่่วมกัับ พคท. ถููกปราบปราม อย่่างหนััก หนีีข้้ามลำน้้ำเหืืองเข้้าไปในเขตลาว ช่่วงปีี พ.ศ. 2525 สถานการณ์์ในอิินโดจีีนเปลี่่�ยนแปลง ประกอบกัับนโยบาย 66/2523 ของรััฐบาลไทย คืือ ใช้ยุุ้ทธวิธีีิ “กวนป่่า ล้้อมบ้้าน” ใช้้ยุุทธศาสตร์์ “การเมืืองนำทหาร” ทำให้้ชาวม้้งตััดสิินใจกลัับเข้้ามาตามโครงการเป็็นผู้้ร่่วม พััฒนาชาติิไทย กองทััพภาคที่่� 3 ได้ตั้ ัดถนนสายยุุทธศาสตร์์ และแนวชายแดนจาก อำเภอนาแห้ว้จัังหวััดเลย ขึ้นไ้ ปสิ้้นสุุด ที่ ่� บ้้านร่่มเกล้้า กลายเป็็นเขตสััมปทานป่่าไม้้ มีีการจััดตั้้ง ชุุดทหารพรานคุ้้มครองที่่� 3405 ขึ้้น 31 พฤษภาคม 2530 ทหารลาวยกกำลัังเข้้ามา ในพื้้นที่่� ซึ่่�งไทยอ้้างว่่า อยู่่ในเขต อำเภอชาติิตระการ จัังหวััดพิิษณุุโลก ทำลายรถแทรกเตอร์์ของบริษัิ ัทป่่าไม้้เอกชน เสีียหาย 3 คััน มีีผู้้เสีียชีีวิิต 1 คน หายสาบสููญ 1 คน ทหารพรานชุุด 3405 เข้้าปะทะกัับทหารลาว 1 มิิถุุนายน 2530 ทหารลาวเข้้าโจมตีีม้้ง ที่ ่� บ้้านร่่มเกล้้า โดยอ้้างว่่าเป็็นการกวาดล้้างม้้งที่่�เคลื่่�อนไหว ต่่อต้้านทางการลาว (กลุ่่มกองกำลัังต่่อต้้านลาว ซึ่่�งมีีการ จััดตั้้งในสมััยสงครามเวีียดนาม ผู้้นำคืือ นายพลวัังเปา เพื่่�อใช้้ต่่อต้้านการรุุกรานของคอมมิิวนิิสต์์เวีียดนามเหนืือ และลาวแดง ปััจจุุบัันมีีการเคลื่่�อนไหวในภาคเหนืือของลาว บางพื้้นที่่�ทหารลาวยัังไม่่สามารถควบคุุมได้้ ปััจจุุบัันนี้้ ก็็ยัังมีีการปะทะระหว่่างทหารลาวและลาวฝ่่ายต่่อต้้าน หลายครั้้ง เช่่น ที่ด่ ่� ่านวัังเต่่าติิดชายแดนไทย เมื่่�อไม่่นานมานี้้ และลาวกล่่าวหาไทยว่่าให้ก้ารสนัับสนุุน บางรายงานแจ้้งว่่า ม้้งกลุ่่มนี้้ได้้รัับการสนัับสนุุนด้้านการเงิินจากม้้งที่่�อพยพ ไปอยู่่ต่่างประเทศ) และมีีทหารลาวอีีกชุุดหนึ่่�งยกกำลััง ข้้ามพรมแดนเข้้ามาที่่�เขตบ้้านนาผัักก้้าม และบ้้านนากอก ช่่วงเดืือนกัันยายน-ตุุลาคม 2530 ทหารไทย เคลื่่�อนกำลัังเข้้าประจำการในพื้้นที่ ่� ที่่�เกิิดปััญหาทั้้งจาก ทหารราบ ทหารม้้า ทหารพราน และหน่่วยปืืนใหญ่่ เช่่นเดีียวกัับทางลาวก็็มีีการเคลื่่�อนย้้ายทหารและอาวุุธ จำนวนมาก ทหารไทยเข้้าตีีและทำลายเนิินต่่างๆ ที่่�อยู่่ รอบๆ ที่่�ทหารลาวมาตั้้งฐานอยู่่ เพื่่�อยึึดจุุดยุุทธศาสตร์์ 3 พฤศจิิกายน 2530 กองทััพภาคที่่� 3 เปิิดยุุทธการ ภููสอยดาว โหมการรบอย่่างรุุนแรงทั้้งทางภาคพื้้นดิิน ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 32
ไม่่มีีต้้นไม่่เหลืืออยู่่เลย เพราะถููกระดมยิิงจากปืืนใหญ่่ และการทิ้้งระเบิิดจากเอฟ 5 แต่่ทางลาวมีีที่่�ตั้้งแข็็งแรงและ เตรีียมการตั้้งรัับอย่่างดีี บางรายงานกล่่าวว่่าเมื่่�อไม่่สามารถ เข้้าไปตรงๆ ได้้ กองทััพไทยได้้ส่่งหน่่วยสงครามพิิเศษ แทรกซึึมเข้้าไปในพื้้นที่่�ของลาว เพื่่�อทำการโจมตีีระบบ ส่่งกำลัังบำรุุง และค้้นหาที่ ่�ตั้้งปืืนใหญ่่ ทำให้้การปฏิิบััติิการ ของลาวถููกกดดัันมากยิ่่�งขึ้้น (ซึ่่�งทางการไทยได้้มีีการปรัับ เปลี่่�ยนรููปแบบในการรบใหม่่เนื่่�องจากมีีการสููญเสีียกำลัังพล และไม่่สามารถรุุกคืืบหน้้าได้้) 17 ธัันวาคม 2530 กองทััพบกออกแถลงการณ์์ว่่า ขณะนี้้กองทััพปลดปล่่อยประชาชนลาวได้้เคลื่่�อนย้้าย กำลัังพลและอาวุุธอย่่างต่่อเนื่่�องเข้้ามาในพื้้นที่่�เมืืองบ่่อแตน แขวงไทรบุุรีี และได้้เข้้ามาในพื้้นที่่� อำเภอชาติิตระการ จัังหวััดพิิษณุุโลก เพื่่�อลาดตระเวนวางกัับระเบิิดและทุ่่นระเบิิด พลเอก ชวลิิต ยงใจยุุทธ บิินด่่วนเพื่่�อตรวจสถานการณ์์ และหาหนทางคลี่่�คลายสถานการณ์์ 17 ธัันวาคม 2530 นาย กิิทอง วงสาย เอกอััครราชทููตลาว ประจำองค์์การสหประชาชาติิ ยื่่�นหนัังสืือประท้้วงไทย ต่่อเลขาธิิการองค์์การสหประชาชาติิ โดยมีีใจความว่่า ไทยใช้้เครื่่�องบิินทิ้้งระเบิิดแขวงไทรบุุรีี และมีีการระดมยิิง ปืืนใหญ่่เข้้าไปในพื้้นที่่�อย่่างรุุนแรง ในวัันที่่� 5 ธัันวาคม 2530 ที่ ่� ผ่่านมา 20 ธัันวาคม 2530 สำนัักข่่าวเอพีี รายงานว่่า การรบระหว่่างไทย-ลาว ในวัันที่่� 15 ธัันวาคมที่ ่� ผ่่านมา นัับเป็็นการต่่อสู้้ที่รุ ่� ุนแรงที่สุ ่� ุดของทั้้งสองฝ่่าย (มีีรายงานจาก บางหน่่วยที่่�เข้้ายึึดฐานทหารลาวได้้แจ้้งว่่าพบชุุดป้้องกััน อาวุธุเคมีีแบบเดีียวกัันกัับที่ยึึ่� ดได้้จากทหารเวีียดนามในช่่องบก บางรายงานแจ้้งว่่าทางการลาวมีีแผนจะใช้้อาวุุธเคมีีด้้วย และในช่่วงนั้้นหนึ่่�งกรมทหารราบของลาวจะมีี 1 กองร้้อย อาวุุธเคมีีประจำการอยู่่) และทางอากาศ โดยส่่งเครื่่�องบิินขัับไล่่เอฟ 5 อีี ไปทิ้้งระเบิิด ในยุุทธภููมิิอย่่างหนััก การสู้้รบยัังคงต่่อเนื่่�องและรุุนแรง ยัังคงดำเนิินอยู่่ตััวเลขของความเสีียหายของทั้้งสองฝ่่าย ไม่่เป็็นที่่�เด่่นชััด บางรายงานแจ้้งว่่าทางลาวเสีียหาย อย่่างหนัักที่่�โรงพยาบาลเมืืองไทรบุุรีีของลาวเต็็มไปด้้วย ทหารที่่�บาดเจ็็บจนล้้นโรงพยาบาล 11 ธัันวาคม 2530 กระทรวงการต่่างประเทศ แจ้้งว่่าลาวมีีความประสงค์์ที่่�จะให้้มีีการเจรจาเพื่่�อปรัับปรุุง ความสััมพัันธ์์ระหว่่างสองประเทศขึ้้นเป็็นครั้้งที่่� 3 หลัังจาก การเจรจาสองครั้้งที่ผ่ ่� ่านมาคืือ ครั้้งแรก 18 สิิงหาคม 2530 ครั้้งที่่�สอง 27 พฤศจิิกายน 2530 ประสบความล้้มเหลว (หลายฝ่่ายตั้้งข้้อสัังเกตว่่าทุกุ ๆ ครั้้งที่ฝ่� ่ายลาวเกิิดการสููญเสีีย ในการรบอย่่างหนักั จะยื่่�นเจรจาเพื่่�อให้้ทางไทยชะลอการรุกุ และทำการเสริิมกำลัังของฝ่่ายลาว และปรัับปรุุงการตั้้งรัับ) 13 ธัันวาคม 2530 กองทััพภาคที่่� 3 ออกปฏิบัิติักิาร กวาดล้้างเข้้าโจมตีีฐานทหารลาวเกิิดการปะทะกัันอย่่างหนักั ของทั้้งสองฝ่่าย อย่่างหนัักหน่่วง 16 ธัันวาคม 2530 กระทรวงการต่่างประเทศลาว เชิิญอุุปทููตไทยเข้้ารัับบัันทึึกช่่วยจำ มีีเนื้้อความว่่า เครื่่�องบิินไทยละเมิิดน่่านฟ้้าลาว และทำการทิ้้งระเบิิดพื้้นที่ ่� แขวงไทรบุุรีีของลาว รวมทั้้งมีีการยิิงปืืนใหญ่่ใส่่บริิเวณ ต่่างๆ ของลาวอีีกด้้วย สำหรัับในกรณีีนี้้นั้้นจากการวิิเคราะห์์ของหลายฝ่่าย กล่่าวว่่า เนื่่�องจากเนิิน 1428 เป็็นที่ ่�ตั้้งที่ ่�ดีีการเข้้าตีีต้้อง เข้้าตีีจากด้้านหน้้า ทางลาวตั้้งฐานปืืนใหญ่่ด้้านหลััง ซึ่่�งเป็็น แนวเขาซัับซ้้อน ยากต่่อการค้้นหา และยิิงตอบกลัับ ในช่่วงนั้้น มีีข่่าวว่่า กองทััพไทยประกาศว่่าหากจะทำการบุกขุ้้ามแม่น้่ ้ำโขง เข้้าไปก็็ต้้องทำ หากสถานการณ์์ยัังไม่่คลี่่�คลาย ซึ่่�งมีีผู้้ใหญ่่ หลายฝ่่ายออกมาปรามในเรื่่�องนี้้ เพราะไม่่อยากให้้ สถานการณ์์รุุนแรงจนกลายเป็็นสงครามเต็็มขั้้นระหว่่าง ไทยกัับลาวและจากการรบในช่่วงแรกที่่�ทางไทยเข้้าตีี ตามกรอบ คืือ เข้้าทางด้้านหน้้าได้รั้ับการต้้านทานอย่่างหนักั และยากต่่อการเคลื่่�อนกำลััง จึึงมีีการใช้้เครื่่�องบิินรบ เอฟ 5 เข้้าไปทิ้้งระเบิิดบนเนิิน 1428 และที่ ่�ตั้้งทางยุุทธศาสตร์์ ในเขตลาวจนเสีียหายยัับเยิิน เช่่น สนามบิินบ้้านน้้ำทาของลาว จากภาพถ่่ายทางอากาศเนิิน 1428 ราบเป็็นหน้้ากอง ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 33
29 ธัันวาคม 2530 พลอากาศเอก สิิทธิิ เศวตศิิลา รััฐมนตรีีว่่าการกระทรวงการต่่างประเทศ ประกาศยืืนยััน ว่่าพื้้นที่ ่� บ้้านร่่มเกล้้าเป็็นของไทย โดยหลัักฐานมีีแน่่ชััด และได้้กล่่าวถึึงเรื่่�องการเจรจาปรัับความสััมพัันธ์์นั้้น ทางไทยตั้้งเงื่่�อนไขให้ล้าวเปลี่่�ยนตัวหัวัหน้้าผู้้แทนการเจรจา เพราะผู้้แทนลาวมักัไม่มีี่ความจริิงใจในการเจรจา เอาการเจรจา เป็็นเครื่่�องมืือในการโฆษณาชวนเชื่่�อทำลายไทย 30 ธัันวาคม 2530 รายงานข่่าวจากกระทรวง การต่่างประเทศเปิิดเผยว่่า ไทยได้้เสนอผ่่านประเทศที่่�สาม ให้้ลาวแต่่งตั้้งเอกอััครราชทููตประจำประเทศลาวคนใหม่่ แทน ท้้าวคำพััน สิิมาลาวงศ์์ ซึ่่�งมีีพฤติิกรรมชััดแจ้้ง หลายอย่่างที่่�จะก่่อให้้เกิิดความแตกแยกในหมู่่ผู้้นำไทย และไม่่สร้้างบรรยากาศการแก้้ไขปััญหาพิิพาทให้้ดีีขึ้้น 5 มกราคม 2531 นัักศึึกษาลาวและพระภิิกษุุ จำนวนหลายร้้อยคนเดิินขบวนประท้้วงไทย ผ่่านหน้้า สถานทููตไทยประจำเวีียงจัันทน์์ เรีียกร้้องให้้ไทยยุติุกิารโจมตีี และให้้ไทยถอนกำลัังออกจากบ้้านร่่มเกล้้าโดยเร็็ว 20 มกราคม 2531 ใกล้้บริิเวณเนิิน 1428 ทหารลาวซุ่่มโจมตีีรถบรรทุุกทหารช่่างและทหารพราน เกิิดความเสีียหายครั้้งสำคััญยิ่่�งของไทย 21 มกราคม 2531 มีีการปรัับยุุทธวิิธีีการสู้้รบ ครั้้งใหญ่่ต่่อยุุทธการภููสอยดาว เพราะไทยเริ่่�มมีีการสููญเสีีย มากขึ้้นและเพื่่�อลดความสููญเสีียดัังกล่่าว จึึงมีีการปรัับปรุุง ยุุทธการรบให้้เหมาะสมยิ่่�งขึ้้นต่่อยุุทธภููมิิที่่�เป็็นอยู่่ (ทางไทยเริ่่�มมีีการใช้้การรบนอกแบบ และได้้ผลสร้้าง ความกดดัันต่่อการปฏิิบััติิการของฝ่่ายลาวเป็็นอย่่างมาก) 22 มกราคม 2531 พลเอก เปรม ติิณสููลานนท์์ นายกรััฐมนตรีี พลอากาศเอก พะเนีียง กานตรััตน์์ รมว.กระทรวงกลาโหม พลเอก ประจวบ สุุนทรางกููร รมว.กระทรวงมหาดไทย พลอากาศเอก สิิทธิิ เศวตศิิลา รมว.กระทรวงการต่่างประเทศ และ พลเอก ชวลิิต ยงใจยุุทธ พร้้อมทหารระดัับสููงอีีกหลายนาย เดิินทางไปดููสถานการณ์์ การรบในพื้้นที่่�และเน้้นให้้ทหารผลัักดัันกองกำลัังทหารลาว ไปให้้เร็็วที่ ่� สุุด แต่่ก็็ให้้ทหารทำการรบในขอบเขตจำกััดที่ ่� สุุด 26 - 27 มกราคม 2531 ได้้มีีการเคลื่่�อนไหว ของประชาชนนัับแสนคน ในประมาณ 20 จัังหวััดทั่่วป�ระเทศ ทำการเคลื่่�อนไหวประท้้วงลาวอย่่างต่่อเนื่่�องเช่่นที่่� เลย หนองคาย มุุกดาหาร สงขลา ระนอง และลำปาง เป็็นต้้น 27 มกราคม 2531 กระทรวงการต่่างประเทศ นำทููตประจำประเทศไทยจาก 22 ประเทศ พร้้อมทั้้ง สื่่�อมวลชนจำนวนหนึ่่�ง ไปดููสถานการณ์์ในพื้้นที่บ้ ่� ้านร่่มเกล้้า ท่่ามกลางการต่่อสู้้อย่่างหนัักของกองกำลัังทั้้งสองฝ่่าย 29 - 30 มกราคม 2531 สถานการณ์ตึึ์งเครีียดรุุนแรง โดยเฉพาะบริิเวณเนิินยุุทธศาสตร์์ 1428 นาย ชีีวิิน สุุทธิิสุวุรรณ ผู้้ว่่าราชการจัังหวััดเลย ได้้มีีคำสั่่�งปิิดพรมแดนด้้านอำเภอ ปากชม เชีียงคาน ภููเรืือ ด่่านซ้้าย และนาแห้้ว เพื่่�อป้้องกััน มิิให้้ฝ่่ายลาวลัักลอบเข้้ามาซื้้อสิินค้้ายุุทธปััจจััย อัันจะเป็็น ประโยชน์์ในการรบของลาวต่่อไป (ฐานทหารลาวที่ถููก ่� ไทยตีีแตก พบว่่า อาหารมีีการซื้้อมาจากฝั่่�งไทย ด้้านจัังหวััดเลย) 1 กุุมภาพัันธ์์ 2531 การปฏิิบััติิการทางอากาศ ของเครื่่�องบิิน เอฟ-5 อีี อย่่างหนััก และรุุนแรงในวัันๆ หนึ่่�ง มีีเที่่�ยวบิินไม่่ต่่ำกว่่า 30 เที่่�ยวบิินรบ 4 กุุมภาพัันธ์์ 2531 เครื่่�องบิินขัับไล่่ เอฟ-5 อีี ของไทยลำหนึ่่�งถููกยิิงตกขณะบิินปฏิิบััติิการเหนืือ ยุุทธภููมิิร่่มเกล้้า โดยจรวดแซม 7 ทำจากโซเวีียต แต่่นัักบิิน ปลอดภััย นัับเป็็นความสููญเสีียที่่�สำคััญอีีกครั้้งของฝ่่ายไทย เครื่่�องบิินถููกยิิงที่่�บริิเวณส่่วนหางและเครื่่�องยนต์์ด้้านขวา ทำให้้เครื่่�องยนต์์ระเบิิดกลางอากาศ ได้้รัับความเสีียหาย อย่่างหนัักไม่่สามารถบัังคัับเครื่่�องบิินต่่อไปได้้ จำเป็็นต้้อง สละเครื่่�องบิินเหนืือพื้้นที่ ่� ที่ ่�ฝ่่ายตรงข้้ามครอบครองอยู่่ และได้้ถููกควบคุุมตััวโดยกำลัังฝ่่ายตรงข้้าม จนกระทั่่�ง ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 34
ในวัันที่่� 29 กุุมภาพัันธ์์ 2531 ผู้้บััญชาการทหารสููงสุุด (พลเอก ชวลิิต ยงใจยุุทธ) ได้้รัับนัักบิินทั้้งสองนายกลัับ ประเทศไทย รายงานบางกระแสแจ้้งว่่าทหารเวีียดนามเป็็นคนยิิง โดยยิิงพร้้อมกัันทีีละ 7 กระบอก การรบครั้้งนี้้ไทยยัังเสีีย เครื่่�องโอวีี 10 ไปอีีก 1 เครื่่�องด้้วย และมีีเครื่่�องเอฟ 5 อีีกเครื่่�องหนึ่่�ง โดนจรวดแซมยิิงเข้้าที่่�เครื่่�องยนต์์ท้้าย ในการเข้้าโจมตีีของเครื่่�องเอฟ 5 จำนวน 4 เครื่่�อง ที่่�เป้้าหมาย ในการเข้้าโจมตีีทิ้้งระเบิิดต่่อเป้้าหมายครั้้งหนึ่่�ง แต่่นัักบิิน สามารถนำเครื่่�องกลัับมาลงที่่�สนามบิินได้้อย่่างปลอดภััย และ กองทััพอากาศทำการแก้้ไข ซ่่อมแซมนำกลัับมาบิินได้อีีก้ครั้้ง 8 กุุมภาพัันธ์์ 2531 มีีการประชุุม และปรัับยุุทธการ การรบของฝ่่ายไทยอย่่างเต็็มที่่� หลัังจากมีีการสููญเสีีย มากขึ้นโดยเ ้น้้นการประสานงานระหว่่างหน่ว่ยต่่างๆ ในพื้้นที่ ่� การรบ และที่่�สำคััญคืือ กำลัังจากไทยเสีียเครื่่�องบิินรบไป ในวัันที่่� 8 กุุมภาพัันธ์์ ที่ ่� ผ่่านมา 9 - 10 กุุมภาพัันธ์์ 2531 คณะผู้้แทนฝ่่ายไทย นำโดย พลเอก เกรีียงศัักดิ์์� ชมะนัันท์์ อดีีตนายกรััฐมนตรีี ได้้เดิินทางไปลาว ซึ่่�งหลายฝ่่ายให้้ความเห็็นว่่าเป็็นการเดิินทาง ไปทำงานให้้รััฐบาลไทยในการหาทางหาข้้อยุุติิในปััญหา พิิพาทด้้วยการเจรจา 11 กุุมภาพัันธ์์ 2531 นายไกรสอน พรมวิิหาร นายกรััฐมนตรีีลาว ได้ส่้ ่งสาสน์ถึึ์ง พลเอก เปรม ติิณสููลานนท์์ นายกรััฐมนตรีีของไทย เสนอให้้ทหารทั้้งสองฝ่่ายพบแก้้ไข ปััญหาที่ก ่� ำลัังเกิิดขึ้นในขณะ ้ นี้้โดยเร็ว็ลาวพร้้อมที่่�จะส่่งคณะ ผู้้แทนทหารมากรุุงเทพมหานคร และยิินดีีที่่�จะต้้อนรัับคณะ ผู้้แทนทหารของประเทศไทย ที่่�จะเดิินทางไปนครเวีียงจัันทน์์ เพื่่�อปรึึกษาหารืือ ดัังนี้้ 1. ให้้ทั้้งสองฝ่่าย หยุุดยิิง และแยกกำลัังทหาร ออกไกลจากกัันโดยทัันทีี แล้้วตั้้งคณะกรรมการทหารผสม ของทั้้ง 2 ฝ่่ายขึ้้น เพื่่�อตรวจตราการหยุุดยิิง และแยกกำลััง ทหารทั้้งสองฝ่่ายออกไกลจากกัันโดยเด็็ดขาด 2. ให้้ทั้้งสองฝ่่ายแต่่งตั้้งคณะกรรมการวิิชาการ ไปพิิสููจน์์ข้้อเท็็จจริิงและหาวิิธีีการแก้้ไขปััญหาชายแดน ในบริิเวณดัังกล่่าวนี้้ เพื่่�อเสนอต่่อรััฐบาลทั้้งสองฝ่่ายต่่อไป 3. ให้้ทั้้งสองฝ่่ายเสนอข้้อร้้องเรีียนไปยัังเลขาธิิการ องค์ก์ารสหประชาชาติิ เพื่่�อขอความอุปุถััมภ์์ให้้แก่ก่ารปฏิบัิติัิ ตามข้้อตกลงที่ ่�ทั้้งสองฝ่่ายเห็็นพ้้องต้้องกััน ฯพณฯ นายก รััฐมนตรีีของไทย ได้้ตอบตกลงตามข้้อเสนอของฝ่่ายลาว และได้้กำหนดวัันพบปะหารืือระหว่่างทหารทั้้งสองฝ่่ายขึ้้น ในวัันที่่� 16 กุุมภาพัันธ์์ 2531 16 - 17 กุุมภาพัันธ์์ 2531 คณะผู้้แทนลาว นำโดย พล.อ. สีีสะหวาด แก้้วบุุญพััน พร้้อมคณะ เดิินทางถึึงไทยเพื่่�อเจรจาปััญหากัับคณะผู้้แทนฝ่่ายไทย โดยมีี พลเอก ชวลิิต ยงใจยุุทธ เป็็นหััวหน้้าคณะ หลัังการ เจรจาตกลงได้้มีีแถลงการณ์์ร่่วมไทยลาวดัังนี้้ 5 กุุมภาพัันธ์์ 2531 หลัังการสููญเสีียเครื่่�องบิิน เอฟ-5 อีี พลเอก ชวลิิต ยงใจยุุทธ ประกาศกร้้าวที่่�จะปกป้้อง อธิิปไตยของชาติิ อีีกทั้้งย้้ำว่่าทุุกครั้้งที่่�ทหารไทยที่่�เสีียชีีวิิต 1 คน ทหารลาวต้้องเสีียชีีวิิตอย่่างน้้อย 3 คน และ กล่่าวถึึงว่่า ถ้้าหากจำเป็็นจะเปิิดศึึกข้้ามโขงก็็ต้้องทำ นาย ฮาเวีียร์์ เปเรซ เดอ เกวลยาร์์ (Jarier Pé�rez de Cué�llar) เลขาธิิการองค์์การสหประชาชาติิ ได้้มีีสาส์์นถึึง พลอากาศเอก สิิทธิิ เศวตศิิลา ขอให้้ฝ่่ายไทยและลาว ใช้้ความอดกลั้้นให้้ถึึงที่ ่� สุุดเพื่่�อป้้องกัันมิิให้้สถานการณ์์ เลวร้้ายลงไปอีีก และขอให้้หาทางยุติุปัิัญหาโดยสัันติิโดยเร็วที่็สุ ่� ุด และพร้้อมที่่�จะช่่วยเหลืือในการเจรจายุุติิปััญหาดัังกล่่าว 6 กุุมภาพัันธ์์ 2531 มีีการเปิิดเผยโดยอ้้างแหล่่งข่่าว ระดัับสููงของกองทััพบกว่่าลาวและกลุ่่มประเทศอิินโดจีีน มีีแผนตั้้งสหพัันธ์์อิินโดจีีน และจะมีีการส่่งกำลัังรบจาก ลาวบุุก 16 จัังหวััดในภาคตะวัันออกเฉีียงเหนืือของไทย แล้้วตััดส่่วนที่่�อยู่่เหนืือบริิเวณ 3 จัังหวััด คืือ เพชรบููรณ์์ พิิษณุุโลก และเลย เป็็นรููปตััว L เพื่่�อเป็็นฐานที่ ่�มั่่�นของ ขบวนการดาวเขีียวที่่�เวีียดนามหนุุนอยู่่ ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 35
1. ทั้้งสองฝ่่ายจะเริ่่�มหยุุดยิิงในวัันที่่� 19 กุุมภาพัันธ์์ 2531 2. ทั้้งสองฝ่่ายจะแยกทหารออกจากกัันฝ่่ายละ 3 กิิโลเมตร ภายใน 48 ชั่่�วโมง นัับตั้้งแต่่เวลาหยุุดยิิง 3. ให้มีีก้ารจััดตั้้งคณะกรรมการประสานงานทางทหาร เพื่่�อพิิสููจน์์ตรวจตราและประสานการปฏิิบััติิตามข้้อตกลง ข้้อ 1 และ ข้้อ 2 อย่่างเคร่่งครััด 4. ให้้ทั้้งสองฝ่่าย สั่่�งทหารของตนให้้หลีีกเลี่่�ยง การปะทะด้้วยอย่่างเคร่่งครััด เน้้นการประสานความเข้้าใจ 19 กุุมภาพัันธ์์ 2531 เริ่่�มวัันแรกของการหยุุดยิิง และแยกทหารออกจากกััน มีีการประชุุมฝ่่ายปฏิิบััติิการ หยุุดยิิงทั้้งสองฝ่่ายที่ ่� บ้้านร่่มเกล้้า 20 กุุมภาพัันธ์์ 2531 การแยก และถอนทหาร ของทั้้งสองฝ่่ายออกจากพื้้นที่ ่� การสู้้รบ 3 กิิโลเมตร เริ่่�มขึ้้น 23 - 24 กุุมภาพัันธ์์ 2531 พลเอก ชวลิิต ยงใจยุุทธ และคณะเดิินทางไปลาว เพื่่�อเป็็นการตอบแทนที่ ่�ผู้้แทน ลาวมาไทย และเป็็นการไปปรึึกษาหารืือเพื่่�อหาหนทาง แก้้ไขให้้เพิ่่�มระดัับสัันติิภาพยิ่่�งขึ้้นอีีกด้้วย นอกจากจะพบ กัับผู้้บริิหารประเทศแล้้ว พลเอก ชวลิิตฯ ยัังได้้เข้้าพบ เสด็็จเจ้้าสุุภานุุวงศ์์ ประธานสมััชชา ซึ่่�งมีีสายสััมพัันธ์์กัับ ตััวท่่านเองในฐานะ อา-หลาน และตกลงที่่�จะเจรจาครั้้งที่่� 2 ในวัันที่่� 3 - 4 มีีนาคม 2531 ที่่�เวีียงจัันทน์์ 3 - 4 มีีนาคม 2531 คณะผู้้แทนไทยนำโดย ม.ร.ว. เกษมสโมสร เกษมศรีี ปลััดกระทรวงการต่่างประเทศ เดิินทางไปเจรจากัับลาวที่่�เวีียงจัันทน์์ โดยฝ่่ายลาวมีี พลเอก ทองไหล กมมะสิิด รองหััวหน้้ากรมใหญ่่การเมืือง กองทััพประชาชนเป็็นหัวัหน้้า แต่ยั่ ังตกลงกัันไม่่ได้้ในประเด็็น ของแผนที่ ่� ที่่�จะนำเอามาอ้้างชี้้เขตแดน และประเด็็นเรื่่�อง การจััดตั้้งคณะกรรมการปัักปัันเขตแดน 6 - 12 มีีนาคม 2531 มีีการออกเผยแพร่่ใบปลิิว ลงท้้ายว่่า “ทหารม้้า” โจมตีีการปฏิิบััติิการที่ ่� ล้้มเหลว และการสร้้างความสููญเสีียของกองทััพอากาศต่่อฝ่่ายไทย ด้้วยกัันเอง โดยแจ้้งว่่าครึ่่�งหนึ่่�งของความสููญเสีียมาจาก การโจมตีีผิิดเป้้าหมายของกองทััพอากาศไทยเอง (สำหรัับ การสููญเสีียของทหารม้้า จากตััวเลขที่่�เปิิดเผยของกองพััน ทหารม้้าที่่� 8 ที่ ่� จััดกำลัังกองพัันทหารม้้าผสม ปฏิิบััติิภารกิิจ ป้้องกัันประเทศชายแดนไทย-ลาว กรณีีบ้้านร่่มเกล้้า อำเภอชาติิตระการ จัังหวััดพิิษณุุโลก นั้้น กำลัังพลของหน่ว่ย ได้้สละชีีวิิตในการป้้องกัันอธิิปไตยของชาติิไทยไว้้ จำนวน ทั้้งสิ้้น 24 นาย และมีีผู้้ได้้รัับพระราชทานเหรีียญกล้้าหาญ จำนวน 3 นาย ซึ่่�งเป็็นที่ ่� น่่าสัังเกตว่่ายอดสููญเสีียสููงมาก แค่่หน่ว่ยเดีียวถึึง 25% ของยอดสููญเสีียที่่�ช่่องบก ถึึงแม้้จะมีี รายงานว่่าจำนวนทหารลาวที่่�เสีียชีีวิิตจากการรบครั้้งนี้้ มีีจำนวนหลายเท่่าของทหารไทย กระแสข่่าวการสููญเสีีย ดัังกล่่าวยัังคงสร้้างความสงสััยให้้กัับหลายคน) ในกรณีีการทิ้้งระเบิิดใส่ฝ่่ ่ายเดีียวกัันเองนี้้ เป็็นประเด็็น ที่ ่�มีีการถกเถีียงกัันมาก มีีรายงานหลายกระแส เช่่น 1. เกิิดจากความผิิดพลาดในการประสานงาน ระหว่่างกองกำลัังภาคพื้้น และเครื่่�องบิินที่่�จะเข้้าทิ้้งระเบิิด เช่่น ทางภาคพื้้นมีีการแจ้้งยกเลิกกิ ารโจมตีี แต่ก่องทััพอากาศ ไม่่ได้้รัับแจ้้ง เมื่่�อมีีการแจ้้งยืืนยัันการทิ้้งระเบิิดที่่�เป้้าหมาย มีีการแจ้้งกลัับว่่าให้้ทำการโจมตีีได้้ 2. เกิิดการรบติิดพัันรุุนแรงและประชิิด ไม่่สามารถ ระบุุเป้้าหมายที่่�แน่่นอนได้้ (ในสงครามเวีียดนามหรืือ กรณีีอิิรัักครั้้งล่่าสุุดยอดทหารสหรััฐฯ ที่่�เสีียชีีวิิตจากการยิิง หรืือทิ้้งระเบิิดฝ่่ายเดีียวกัันมีีจำนวนมาก) 3. ทหารไทยยึึดฐานทหารลาวได้ก่้ ่อนกำหนดการณ์์ และมีีการเคลื่่�อนกำลัังปะทะติิดพััน ไม่่สามารถแยกแนวรบ ที่ ่� ชััดเจนได้้ตอนที่ ่� นัักบิินทิ้้งระเบิิดลงไปโจมตีี 4. ทางลาวทำการรบกวนระบบการสื่่�อสารของไทย มีีการดัักฟััง ทำการถอดรหััส และรวมทั้้งมีีการเลีียนเสีียง การสั่่�งการ ซึ่่�งได้้รัับอุุปกรณ์์ที่ ่� ทัันสมััยจากรััสเซีีย 5. เกิิดการขััดแย้้งกัันในกองทััพ และสายทางการเมืือง ที่ต้ ่� ้องการแย่่งอำนาจการเมืืองจากทางทหาร เลยทำการสร้้าง ความแตกแยกในกองทััพ และมีีการให้ข้้ ้อมููลแก่ฝ่่ ่ายตรงข้้าม เกี่่�ยวกัับแผนการรบ ฯลฯ เนื่่�องจากในช่่วงนั้้น ส.ส. หลายคน อดีีตเคยเป็็นสมาชิิกพรรคคอมมิิวนิิสต์์แห่่งประเทศไทย ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 36
มาก่่อนและมีีความสััมพัันธ์์กัับทหารบางกลุ่่ม บางคน เคยเป็็นสมาชิิกของเขมรแดง หลัังจากนโยบาย 66/23 จึึงเข้้ามาต่่อสู้้ทางการเมืือง อีีกทั้้งฝ่่ายทหารยัังแตกแยก เรื่่�องการบัังคัับบััญชา 6. การวางแผนการรบที่ผิ ่� ิดพลาด ขาดความยืืดหยุ่่น ในการรบและการตั้้งรัับและเรื่่�องยุุทโธปกรณ์์ที่่�ไม่่พร้้อม รวมทั้้งการประเมิินกำลัังและขีีดความสามารถของฝ่่าย ตรงข้้ามต่่ำไป บทเรีียนและการเปลี่่�ยนแปลงที่่�ได้้จากสงคราม ครั้้�งนี้้� 1. หลัังจากที่่� พลเอก ชาติิชาย ชุุณหะวััณ เป็็น นายกรััฐมนตรีีมีีการประกาศนโยบาย เปลี่่�ยนสนามรบ เป็็นสนามการค้้า มีีการไปเยี่่�ยมเยีียนกัันของผู้้นำทางทหาร ของไทยที่ ่� ลาวและเวีียดนาม เพื่่�อกระชัับความสััมพัันธ์์ รวมทั้้งลดความตึึงเครีียดทางการทหารระหว่่างกััน ปััจจุุบััน ไทยกัับลาวมีีการร่่วมมืือกัันมากขึ้้นในด้้านต่่างๆ และ ลาวยึึดไทยเป็็นแบบอย่่างในการพััฒนาเศรษฐกิิจ แทน การเดิินตามเวีียดนาม แต่่ลาวก็็ดำเนิินนโยบายกัับไทย อย่่างระมััดระวััง เพราะกลััวไทยครอบงำและเข้้าแทรกแซง ทางสัังคมและวััฒนธรรม เนื่่�องจากขนบธรรมเนีียมและ ประเพณีีที่่�ใกล้้เคีียงกััน 2. กองทััพบกได้้ทำการปรัับปรุุงกำลัังรบให้้มีีความ คล่่องตัวัในการเคลื่่�อนที่่�เข้้าหาพื้้นที่ที่ ่� ่�เกิิดปััญหา ปรัับลดกำลััง คนลงตามภััยคุุกคามที่่�เปลี่่�ยนไป และเพิ่่�มระบบอาวุุธ ให้้มีีความทัันสมััยและคล่่องตััวมากขึ้้น ตามนโยบาย “จิ๋๋�วแต่่แจ๋๋ว” รวมทั้้งมีีการจััดตั้้งหน่่วยเคลื่่�อนที่่�เร็็ว 3. แนวทางในการป้้องกัันประเทศเปลี่่�ยนไป มีีการดำเนิินการของฝ่่ายทหารและการเมืืองเป็็นระบบมากขึ้น ้ ประสานการทำงานกััน โดยฝ่่ายทหารทำการรบและสร้้าง ความได้้เปรีียบและอำนาจการต่่อรอง ส่่วนฝ่่ายการเมืืองคืือ กระทรวงการต่่างประเทศจะทำการเจรจา เมื่่�อมีีกรณีีปััญหา ตามแนวชายแดน กองทััพจะส่่งทหารเข้้าไปในพื้้นที่่�อย่่างรวดเร็ว็ ซึ่่�งเป็็นหน่ว่ยที่ ่�มีีความคล่่องแคล่่ว และมีีอำนาจในการยิิงสููง ตรวจหาและตอบโต้้กลัับทัันทีี เข้้าตีีและยึึดพื้้นที่ ่� ชิิงความได้้ เปรีียบในยุุทธศาสตร์์ก่่อน อย่่างในกรณีีกะเหรี่่�ยงก็็อดอาร์์มีี ที่่�โดนทางการไทยโจมตีีและกดดัันจนต้้องสลายกลุ่่ม และยอมมอบตััว หรืือการปะทะกัันระหว่่างทหารไทย และทหารพม่่าผสมว้้า กรณีีบ้้านปางหนุุน อำเภอแม่ฟ้่ ้าหลวง และพื้้นที่ปั่� ัญหากู่เ่ต็็งนาโยง อำเภอแม่่สาย จัังหวััดเชีียงราย ที่ ่�มีีการประสานงานระหว่่างกองทััพบกและกองทััพอากาศ เป็็นอย่่างดีี จากเหตุุการณ์์นี้้มีีการใช้้เครื่่�องบิินรบแบบ เอฟ 16 เข้้าปฏิิบััติิการด้้วย ซึ่่�งไม่่เคยมีีมาก่่อน 4. การจััดหาอาวุุธและระบบป้้องกัันประเทศ เช่่น 4.1 RTAD เฟส 1 เฟส 2 4.2 ระบบตรวจจัับการยิิงปืืนใหญ่่ ระบบปืืนใหญ่่ แบบอััตตาจร 4.3 การพััฒนาและผลิิตอาวุุธขึ้้นมาใช้้เองการ พััฒนาระบบสื่่�อสารระหว่่างหน่ว่ ยใหม่ที่่ ่�เป็็นความลัับมากขึ้น้ 4.4 การจััดตั้้งคลัังอาวุุธร่่วมไทย-สหรััฐฯ ที่่�สามารถนำอาวุุธมาใช้้ได้้กรณีีฉุุกเฉิิน 4.5 การจััดหาเครื่่�องบิินรบเอฟ 16 รถถัังหลััก รถสายพานลำเลีียงพลจากสหรััฐฯ และจีีน เข้้าประจำการ จำนวนมาก การจััดหาระบบต่่อสู้้อากาศยานและต่่อสู้้รถถััง ที่ ่� ทัันสมััยเข้้าประจำการ 4.6 การจััดตั้้งหน่่วยนาวิิกโยธิิน 4.7 การฝึึกร่่วมกัับกองทััพสหรััฐฯ และ ต่่างประเทศ เพื่่�อเรีียนรู้้ระบบการรบและพััฒนากองทััพ อย่่างต่่อเนื่่�องทั้้งในด้้านการรบและการรัักษาสัันติิภาพ 4.8 การซ้้อมรบของหน่่วยกำลัังรบผสมของ กองทััพไทย เพื่่�อสร้้างความคุ้้นเคยและเพิ่่�มประสิิทธิิภาพ ในการรบ เพื่่�อเตรีียมความพร้้อมในการรัับสถานการณ์์ รุุนแรงที่่�อาจจะเกิิดขึ้น (ค ้ รั้้งล่่าสุุดมีีการเคลื่่�อนย้้ายกำลัังพล หลายหมื่่�นคนและยุุทโธปกรณ์์จำนวนมากไปฝึกึในพื้้นที่่�จริิง จนประเทศเพื่่�อนบ้้านขนลุุกต้้องปิิดชายแดนไปก็็มีี) ที่่�มา: - ประวััติิศาสตร์์ในอดีีตบางเรื่่�องคุุณอาจไม่่เคยรู้้มาก่่อนเลยในชีีวิิต เราจะมาทำให้้คุุณรู้้และเข้้าใจประวััติิศาสตร์์ ที่ ่�มีีคุุณค่่าในอดีีตอีีกครั้้ง - Permalink : http://www.oknation.net/blog/kingkaoz ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 37
เอ็มดีหนุ่ม กองพลทหารราบที่่� 1 (ฟิิลิิปปิินส์์ ) ภาพกราฟิิกคาบสมุุทรซััมบวงกา (Zamboanga) ทางทิิศ ตะวัันตกเฉีียงใต้้ของเกาะมิินดาเนา ที่่�ตั้้�งของกองบััญชาการ มิินดาเนาตะวัันตก (WESTMINCOM) แคมป์์เจเนอรััล นาวาร์์โร (Camp General Navarro) เมืืองซััมบวงกา (Zamboanga) กลุ่่�มประเทศอาเซีียนหลายประเทศมีปัีัญหา ด้้านความมั่่�นคงภายในประเทศ เนื่่�องจาก มีีกองกำำลัังติิดอาวุุธต่่อต้้านรััฐบาลมีีการต่่อสู้้มาเป็็น ระยะเวลานานมีีการสููญเสีียเป็็นจำำ นวนมาก ประกอบด้้วย หน่่วยงานด้้านความมั่่�นคง (ทหารและตำำ รวจ), ประชาชน และสิ่่�งปลููกสร้้าง ประกอบด้้วย มาเลเซีีย, อิินโดนีีเซีีย, ไทย และฟิิลิิปปิินส์์ ทางตอนใต้้ของประเทศฟิิลิิปปิินส์์ มีีการต่่อสู้้กัับกองกำำลัังติิดอาวุุธจากหลายกลุ่่�ม หลัังการรบที่่�เมืืองมาราวีี (Battle of Marawi 2017) กองทััพบกฟิิลิิปปิินส์์จััดตั้้�งกองพลทหารราบที่่� 11 อยู่่�ที่่�จัังหวััดซููลูู (Sulu) เพื่่�อเพิ่่�มขีีดความสามารถ ในการปราบปรามกองกำำลัังติิดอาวุุธต่่อต้้านรััฐบาล ฟิิลิิปปิินส์์ เพื่่�อลดขีีดความสามารถของกองกำำลััง ติิดอาวุุธให้้ลดลง ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 38
ARMY 101: PHILIPPINE ARMY INFANTRT DIVISIONS ภาพกราฟิิกที่่�ตั้้�งของกองพลทหารราบ กองทััพบกฟิิลิิปปิินส์์ ตามที่่�ตั้้�งทางทหารที่่�สำำคััญต่่อความมั่่�นคงของประเทศ บทความนี้้ กล่่าวถึึงกองพลทหารราบที่่� 1 กองทััพบกฟิิลิิปปิินส์์ ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 39
1. กล่่าวทั่่�วไป ฟิิลิิปปิินส์์สมาชิิกกลุ่่�มประเทศอาเซีียน แต่่ไม่่มีี ดิินแดนใดที่่�ติิดต่่อกัับประเทศสมาชิิกอาเซีียนอยู่่�ทาง ด้้านตะวัันออกเฉีียงใต้้ของแผ่่นดิินใหญ่่เอเชีีย พื้้�นที่่� 300,000 ตารางกิิโลเมตร ประเทศหมู่่�เกาะมีีเกาะรวมทั้้�งสิ้้�น 7,641 เกาะ ชายฝั่่�งทะเลยาว 36,289 กิิโลเมตร มีีประชากร 103.0 ล้้านคน (พ.ศ. 2556) แบ่่งการปกครองออกเป็็น 82 จัังหวััด มีีกองกำลัังติดิอาวุุธต่อ่ต้้านรััฐบาลกลุ่่�มโมโร (MLIF: Moro Islamic Liberation Front) ปฏิิบััติิการปีี พ.ศ. 2520 บริิเวณเกาะมิินดาเนา (Mindanao) ทางตอนใต้้ของประเทศ กองพลทหารราบที่่� 1 มีีหน่่วยรองคืือ กองพลน้้อยทหารราบ มีีที่่�ตั้้�ง ตามพื้้�นที่่�สำำคััญคืือ กองพลน้้อยที่่� 101 และกองพลน้้อยที่่� 102 เกาะมิินดาเนา ด้้านตะวัันตก, กองพลน้้อยที่่� 103 จัังหวััดบาซิิลััน และกองพลน้้อยที่่� 104 จัังหวััดซููลูู 2. ภััยคุุกคามทางด้้านความมั่่�นคงภายในประเทศ 2.1 โมโรหรืือเอ็็มไอแอลเอฟ (MILF: The Moro Islamic Liberation Front) กองกำลัังติิดอาวุุธโมโร (MILF: The Moro Islamic Liberation Front) กองบััญชาการอยู่่�ที่่�จัังหวััด มากููอิินดาเนา เดล มอร์์เต (Maguindanao del Norte) กองกำลัังติิดอาวุุธปฏิิบััติิการเกาะมิินดาเนา (Mindanao) ทางด้้านตะวัันตก เริ่่�มต้้นปฏิิบััติิการปีี พ.ศ. 2520 รวมทั้้�ง พื้้�นที่่�บริิเวณจัังหวััดซููลูู (Sulu), ปาละวััน (Palawan) และบาซิิลััน (Basilan) ปฏิิบััติิการก่่อการร้้ายหลายครั้้�งที่่� เป็็นกลุ่่�มก่่อการร้้ายที่่�ใช้้ความรุุนแรงมากที่่�สุุดในฟิิลิิปปิินส์์ ปฏิิบััติิการที่่�สำคััญคืือ การระเบิิดที่่�สนามบิินดาเวา (Davao Airport) ปีี พ.ศ. 2546 ทางด้้านตะวัันออกของ เกาะมิินดาเนา (Mindanao) ต่่อมามีีการแยกออกตััวไปตั้้�ง เป็็นกองกำลัังติิดอาวุุธกลุ่่�มใหม่่อีีกหลายกองกำลัังติิดอาวุุธ 2.2 อาบููซายััฟ (AbuSayyaf) กองกำลัังติดิอาวุุธกลุ่่�มอาบูู ซายัฟั (Abu Sayyaf) เริ่่�มปฏิิบััติิการทางทหารปีี พ.ศ. 2542 พื้้�นที่่�ปฏิิบััติิการ จัังหวััดซููลูู (Sulu) เมืืองโจโล ทางตอนใต้้สุุดของประเทศ ฟิิลิิปปิินส์์ ติิดต่่อกัับประเทศมาเลเซีีย และอิินโดนีีเซีีย โดยจัับตััวชาวต่่างประเทศเป็็นตััวประกัันและเรีียกค่่าไถ่่ ประกอบด้้วย ปีี พ.ศ. 2554 จัับชาวออสเตรเลีีย รวม 1 คน เรีียกค่่าไถ่่ 2 ล้้านเหรีียญสหรััฐ, พ.ศ. 2559 จัับชาวแคนาดา รวม 3 คน เรีียกค่่าไถ่ 16 ่ล้้านเหรีียญสหรััฐ, พ.ศ. 2559 จัับลููกเรืือชาวมาเลเซีีย รวม 4 คน เรีียกค่่าไถ่่ 3 ล้้านเหรีียญสหรััฐ และ พ.ศ. 2557 การรบที่่�บาซิิลััน ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 40
2.3 กลุ่่มมาอููเต (Maute group) กองกำลัังติิดอาวุุธกลุ่่�มมาอููเต (Maute group) ปฏิิบััติิการทางทหารในปีี พ.ศ. 2555 มีีฐานปฏิิบััติิการที่่� จัังหวััดลาเนา เดล ซููร์์ (Lanao del Sur) เกาะมิินดาเนา (Mindanao) ทางตอนใต้้ของประเทศฟิิลิิปปิินส์์ ปฏิิบััติิการ ก่่อการร้้าย ประกอบด้ว้ยการวางระเบิดิและจัับชาวต่างประเทศ ่ เป็็นตััวประกััน ที่่�สำคััญคืือ การระเบิิดที่่�ดาเวา (Davao City bombing) เมื่่�อวัันที่่� 2 กัันยายน พ.ศ. 2559 จัังหวััดดาเวา เดล ซููร์์ (Davao del Sur) ทางทิิศตะวัันออก ของเกาะมิินดาเนา (Mindanao) มีีผู้้เสีียชีีวิิต 15 คน และบาดเจ็็บ 70 คน (Battle of Basilan 2014) ทหารกองพลน้้อยทหารราบที่่� 101 และกองพลน้้อยทหารราบที่่� 104 มีีกำลัังพลประมาณ 1,000 นาย ปฏิิบััติิการทางทหารกวาดล้้างนัักรบกองกำลััง ติิดอาวุุธอาบูู ซายััฟ (Abu Sayyaf) มีีนัักรบประมาณ 200 นาย เริ่่�มต้้นเมื่่�อวัันที่่� 11 เมษายน ทหารฟิิลิิปปิินส์์ เป็็นฝ่่ายชนะ การต่อ่ สู้้ยุุติลิง เมื่่�อวัันที่่� 30 เมษายน พ.ศ. 2557 ทหารเสีียชีีวิิต 2 นาย บาดเจ็็บ 31 นาย ฝ่่ายนัักรบเสีียชีีวิิต 18 นาย บาดเจ็็บ 14 นาย ผู้้นำคืือ อัับดููราจััค อาบููบาการ์์ จานจาลานีี (Abdurajak Abubakar Janjalani) เกิิดที่่�จัังหวััดบาซิิลััน (Basilan) เคยเดิินทางไปศึึกษาที่่�ประเทศลิิเบีีย, ซีีเรีีย และซาอุุดีีอาระเบีีย ช่่วงปีี พ.ศ. 2523 เดิินทางกลัับ ฟิิลิิปปิินส์์ ปีี พ.ศ. 2533 จััดตั้้�งกองกำลัังติิดอาวุุธได้้รัับเงิิน สนัับสนุุนจากโอซามา บิิน ลาเดน (Osama Bin Laden) รวม 6 ล้้านเหรีียญสหรััฐ ถููกหน่่วยงานด้้านความมั่่�นคง ยิิงเสีียชีีวิิต เมื่่�อวัันที่่� 18 ธัันวาคม พ.ศ. 2541 อายุุ 38 ปีี และคาฮ์์ดััฟฟีี จานจาลานีี (Khadaffy Janjalani) เกิิดที่่� เมืืองอิิสาเบลา (Isabela) ทางตะวัันตกเฉีียงใต้้ของจัังหวััด บาซิิลััน (Basilan) วัันที่่� 3 มีีนาคม พ.ศ. 2518 ได้้เป็็นผู้้นำ คนต่อมา เ่สีียชีวิีิต วัันที่่� 4 กัันยายน พ.ศ. 2549 อายุุ 31 ปีี ทหารราบฟิิลิปปิินส์์ขณะทำำการรบที่่�บาซิลัิัน (Battle of Basilan 2014) จากกองพลน้้อยทหารราบที่่� 101 และกองพลน้้อยทหารราบที่่� 104 ปฏิิบััติิการทางทหารกวาดล้้างนัักรบกองกำำลัังติิดอาวุุธอาบูู ซายััฟ (Abu Sayyaf) ระหว่่างวัันที่่� 11 - 30 เมษายน พ.ศ. 2557 สำำเร็็จภารกิิจ การรบที่่�เมืืองมาราวีี (Battle of Marawi) ทางตอนใต้้ของประเทศ ฟิิลิิปปิินส์์ กองกำำลัังติิดอาวุุธกลุ่่มมาอููเต (Maute) เข้้ายึึดตััวเมืือง วัันที่่� 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 กองทััพฟิิลิิปปิินส์์สามารถ ผลัักดัันกองกำำลัังติิดอาวุุธออกจากตััวเมืืองได้้สำำเร็็จ การรบ ได้้ยุุติิลง เมื่่�อวัันที่่� 23 ตุุลาคม พ.ศ. 2560 ผู้้นำพี่่�น้้องตระกููลมาอููเต (Maute) คืือ อัับดุุลฮ์์ มาอููเต (Abdullah Maute) และโอมาร์์ มาอููเต (Omar Maute) เกิิดที่่�บููติิก (Butig) ทางด้้านตะวัันตก ของจัังหวััดลาเนา เดล ซููร์์ (Lanao del Sur) ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 41
ภาพกราฟิิกเกาะมิินดาเนา (Mindanao) ทางด้้านตะวัันตก บริิเวณจัังหวััดลาเนา เดล ซููร์์ (Lanao del Sur) เมืืองมาราวีี (Marawi) เป็็นเมืืองเอก มีีการรบขนาดใหญ่่ เรีียกว่่า การรบ ที่่�เมืืองมาราวีี (Battle of Marawi) 3. กองทััพบกฟิิลิิปปิินส์์(PA) กองทััพบกฟิิลิิปปิินส์์ทหารประจำการ 85,000 คน กองบััญชาการอยู่่�ที่่�ฟอร์์ท โบนิิฟาซิิโอ (Fort Bonifacio) เมโทร มนิิลา จััดเป็็น 10 กองพลทหารราบ อาวุุธหลััก ประจำการประกอบด้้วย รถถัังเบาสกอร์์เปี้้�ยนรวม 20 คััน, รถรบทหารราบ (IFV) รวม 55 คััน, รถสายพานลำเลีียงพล (APC) รวม 196 คััน, รถเกราะล้้อยาง ชนิดิ 4 x 4/6 x 6 ล้้อ รวม 288 คััน, รถฮััมวีี (M-1114) รวม 20 คััน, เครื่่�องยิิงลููกระเบิิดขนาด 81 มิิลลิิเมตร (M-29) รวม 400 เครื่่�องยิิง, ปืืนใหญ่่สนาม 105 มิิลลิิเมตร รวม 359 กระบอก, ปืืนใหญ่่สนาม 155 มิิลลิิเมตร รวม 42 กระบอก, จรวดนำวิิถีีต่่อสู้้รถถัังขนาดหนัักโทว์์ (TOW), เครื่่�องบิินรวม 13 เครื่่�อง (กองบิินทหารบก) และยููเอวีี (UAV) รวม 8 เครื่่�อง 4. กองพลทหารราบที่ ่�1 (ฟิิลิิปปิินส์์) 4.1 การจััดหน่่วย กองพลทหารราบที่่� 1 กองทััพบกฟิิลิิปปิินส์์ เป็็นกองพลทหารราบที่่�จััดตั้้�งมาเป็็นเวลานาน เมื่่�อวัันที่่� 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2479 ได้รั้ับการพััฒนาตามห้ว้งระยะเวลา จััดหน่่วยประกอบด้้วย กองพลน้้อยทหารราบที่่� 101, กองพลน้้อยทหารราบที่่� 102, กองพลน้้อยทหารราบที่่� 103 อยู่่�ที่่�จัังหวััดบาซิิลััน (Basilan) และกองพลน้้อยทหารราบ ที่่� 104 ที่่�ตั้้�งแคมป์์เจเนอรััล ทีีโอดอลโฟ บาทิิสต้้า (Camp General Teodolfo) เมืืองโจโล จัังหวััดซููลูู (มีีกองพัันที่่� 10, กองพัันที่่� 32 และกองพัันที่่� 35 เมื่่�อปฏิิบััติิการทางทหาร จะได้้รัับมอบกองพัันที่่� 8 จากกองพลทหารราบที่่� 4 และ กองพัันที่่� 43 จากกองพลทหารราบที่่� 8) ขึ้้�นการบัังคัับบัญชัา กัับกองบััญชาการมิินดาเนาตะวัันตก (WESTMINCOM) แคมป์์เจเนอรััล นาวาร์์โร (Camp General Navarro) เมืืองซััมบวงกา (Zamboanga) จัังหวััดซััมบวงกา เดล ซููร์์ ส่่วนฐานของกองพลประกอบด้้วย กองพัันทหารปืืนใหญ่่, กองพัันสื่่�อสาร, กองพัันข่่าวกรอง และกองพัันปฏิิบััติิการ พลเรืือน 4.2 ภารกิิจและพื้้�นที่่�ปฏิิบััติิการ กองพลทหารราบที่่� 1 ฟิิลิิปปิินส์์ ภารกิิจ คืือ การต่่อต้้านการก่่อการร้้ายทางตอนใต้้ของเกาะมิินดาเนา (Mindanao พื้้�นที่่� 97,530 ตารางกิิโลเมตร) ประกอบด้้วย จัังหวััดบาซิิลััน (พื้้�นที่่� 1,327 ตารางกิิโลเมตร, มีี 8 เมืือง และประชากร 0.55 ล้้านคน), ปาละวััน (พื้้�นที่่� 17,030 ตาราง กิิโลเมตร, มีี 24 เมืือง และประชากร 1.24 ล้้านคน), ซููลูู (พื้้�นที่่� 1,600 ตารางกิิโลเมตร, มีี 18 เมืือง และประชากร 1.0 ล้้านคน) และตาวีี-ตาวีี (พื้้�นที่่� 1,087 ตารางกิิโลเมตร, มีี 10 เมืือง และประชากร 0.44 ล้้านคน) 4.3 ปฏิิบััติิการต่่อต้้านการก่่อความไม่่สงบ 4.3.1 วิิกฤตที่่�เมืืองซััมบวงกา (Zamboanga City crisis) วิิกฤตที่่�เมืืองซััมบวงกา (Zamboanga) ขนาด 1,453 ตารางกิิโลเมตร ประชากร 0.97 ล้้านคน จัังหวััดซััมบวงกา กองทััพบกฟิิลิิปปิินส์์โดยมีีแกนนำ คืือ กองพลทหารราบที่่� 1 (กองพัันทหารราบที่่� 32 และ กองพัันทหารราบที่่� 44) พร้้อมด้ว้ยหน่่วยงานด้้านความมั่่�นคง มีีกำลััง 5,000 นาย (กองพลน้้อยนาวิิกโยธิินที่่� 1 และ ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 42
ตำรวจปฏิิบัติัิการพิิเศษ) ภารกิจิเพื่่�อกวาดล้้างกองกำลัังโมโร (MILF) นัักรบติิดอาวุุธ 500 นาย (หััวหน้้าคืือ นููร์์ มิิซููอะรีี) เริ่่�มต้้นปฏิิบััติิการ วัันที่่� 9 กัันยายน พ.ศ. 2556 ได้้สัังหาร ประชาชน 4 คน เป็็นการก่่อการร้้ายขยายตััวอย่่างรวดเร็็ว รวมถึึงสนามบิินนานาชาติิตััวเมืืองได้้รัับความเสีียหาย จำนวนมาก รััฐบาลฟิิลิิปปิินส์์สามารถควบคุุมสถานการณ์์ได้้ การรบได้้ยุุติิลงในวัันที่่� 28 กัันยายน พ.ศ. 2556 กองกำลัังโมโร (MILF) สููญเสีีย 183 นาย และถููกจัับตััว 292 นาย กองกำลัังฝ่่ายความมั่่�นคง สููญเสีีย 25 นาย และได้้รัับบาดเจ็็บ 184 นาย ประชาชนเสีียชีีวิิต 12 คน และบาดเจ็็บ 70 คน 4.3.2 การรบที่่�เมืืองมาราวีี (Battle of Marawi 2017) การรบที่่�เมืืองมาราวีี (Battle of Marawi) กองกำลัังติิดอาวุุธต่่อต้้านรััฐบาลกลุ่่�มมาอููเต (Maute) เป็็นแกนนำมีีนัักรบประมาณ 400 นาย (มาอููเต รวม 260 นาย และอาบููซายััฟ รวม 100 นาย) เข้้ายึึดสถานที่่� ราชการสำคััญภายในตััวเมืือง (รวมทั้้�งเรืือนจำเพื่่�อปล่่อย นัักโทษให้ก่่ ้อความวุ่่�นวายภายในตัวัเมืือง) และควบคุุมตัวัเมืือง เมื่่�อวัันที่่� 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 กองพลทหารราบที่่� 1 โดยกองพลน้้อยทหารราบที่่� 103 เข้้าปฏิิบัติัิการเพื่่�อผลัักดััน กองกำลัังติิดอาวุุธ (จะเรีียกว่่า นัักรบ) กองกำลัังติิดอาวุุธ หลายกลุ่่�มให้้การสนัับสนุุนกลุ่่�มมาอููเต (Maute) ประมาณ 500 - 700 นาย, วัันที่่� 25 พฤษภาคม นัักรบมาอููเต (Maute) เสีียชีีวิิต 50 นาย ทหารฟิิลิิปปิินส์์บาดเจ็็บ 30 นาย, วัันที่่� 28 พฤษภาคม นัักรบจากมาเลเซีียร่่วมปฏิิบััติิการ กัับกลุ่่�มมาอููเต (Maute) เป็็นการต่่อสู้้ภายในตััวเมืือง ภายใต้้สิ่่�งปลููกสร้้าง (ต่่อสู้้ระหว่่างอาคารและภายในอาคาร รวมทั้้�งห้้องต่อ่ห้้อง พื้้�นที่่�การรบจำกัดั), วัันที่่� 29 พฤษภาคม นัักรบโมโร (MNLF) ร่่วมปฏิิบััติิการสนัับสนุุนกลุ่่�มมาอููเต (Maute) ประมาณ 500 - 700 นาย ทหารราบฟิิลิิปปิินส์์พร้้อมด้้วยอาวุุธประจำำกาย ขณะปฏิิบััติิการ ทางทหารที่่�เมืืองมาราวีี (Marawi) วัันที่่� 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 ทหารราบฟิิลิิปปิินส์์ พร้้อมด้้วยอาวุุธประจำำกาย ขณะปฏิิบััติิการ ทางทหารที่่�หมู่่บ้้านมาปัันดิิ (Mapandi) ชานเมืืองมาราวีี (Marawi) วัันที่่� 2 มิิถุุนายน พ.ศ. 2560 ส่่วนหนึ่่�งของการรบที่่�เมืืองมาราวีี พ.ศ. 2560 วัันที่่� 1 มิิถุุนายน นัักรบต่่างชาติิถููกสัังหาร 8 นาย การต่่อสู้้ภายในตััวเมืืองยัังคงรุุนแรง, วัันที่่� 9 มิิถุุนายน นาวิิกโยธิินเสีียชีีวิิต 13 นาย และบาดเจ็็บ 40 นาย, วัันที่่� 19 มิิถุุนายน กองทััพบกฟิิลิิปปิินส์์ส่่งกองพััน ทหารราบที่่� 4 ปฏิิบัติัิการทางทหารที่่�เมืืองมาราวีี (Marawi), วัันที่่� 24 มิิถุุนายน ผู้้นำกลุ่่�มอาบููซายััฟ (Abu Sayyaf) คืือ ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 43
รููปดาบสััญลัักษณ์์ของกองพลทหารราบที่่� 1 กองทััพบกฟิิลิิปปิินส์์ พื้้�นที่่ป�ฏิิบัติัิการทางตอนใต้้ของประเทศ กวาดล้้างกองกำำลัังติิดอาวุุธ ต่่อต้้านรััฐบาลหลายกลุ่่ม อิิสนิิลอน ฮาปิิลอน (Isnilon Hapilon) ได้้ถอนตััวออกจาก พื้้�นที่่�การรบเมืืองมาราวีี (Marawi), วัันที่่� 13 กรกฎาคม นัักรบของกองกำลัังติิดอาวุุธได้้สููญเสีีย 394 นาย, วัันที่่� 20 กรกฎาคม ทหารฟิิลิิปปิินส์์เริ่่�มควบคุุมพื้้�นที่่� สำคัญั ไว้้ได้้, ต่อมา่หัวัหน้้ากองกำลัังติดิอาวุุธมาอููเต (Maute) คืือ โอมาร์์ มาอููเต (Omar Maute) อายุุ 27 ปีี และ หััวหน้้าของกองกำลัังติิดอาวุุธอาบูู ซายััฟ (Abu Sayyaf) คืือ อิิสนิิลอน ฮาปิิลอน (Isnilon Hapilon) ได้้เสีียชีีวิิต เมื่่�อวัันที่่� 16 ตุุลาคม กองกำลัังติิดประมาณ 100 นาย ยัังคงต่่อสู้้, วัันที่่� 18 ตุุลาคม นัักรบสููญเสีีย 4 นาย และทหารบาดเจ็็บ 10 นาย ต่่อมานัักรบเสีียชีีวิิตเพิ่่�มอีีก 13 นาย และการต่่อสู้้ยัังคงรุุนแรง ถึึงวัันที่่� 22 ตุุลาคม นัักรบเสีียชีีวิิตรวม 919 นาย และฝ่่ายความมั่่�นคงเสีียชีีวิิต 165 นาย จากการต่่อสู้้ในพื้้�นที่่�ปฏิิบััติิการ วัันที่่� 23 ตุุลาคม พ.ศ. 2560 การรบได้ยุุติ้ ิ หน่่วยงาน ความมั่่�นคงเข้้าตรวจสอบพื้้�นที่่�การรบที่่�ได้้รัับความเสีียหาย ส่่วนใหญ่่เป็็นซากอาคาร สรุุปยอดการสููญเสีียเป็็นนัักรบ หรืือกองกำลัังติดิอาวุุธเสีียชีวิีติ 978 นาย (ต่าง่ชาติิเสีียชีวิีติ 13 นาย) และถููกจัับ 12 นาย (ต่่างชาติิถููกจัับ 1 นาย) กองพลทหารราบที่่� 1 (รวมฝ่่ายความมั่่�นคง) เสีียชีวิีติ 168 นาย ได้้รัับบาดเจ็็บ 1,400 นาย ประชาชนเสีียชีีวิิต 87 คน 5. บทสรุุป กองทัพั บกฟิิลิิปปิินส์์มีภัี ัยคุุกคามทางด้้านความมั่่�นคง ภายในประเทศ คืือ กองกำลัังต่่อต้้านรััฐบาลที่่�ได้้ปฏิิบััติิการ ทางตอนใต้้ของประเทศหรืือทางตอนใต้้ของเกาะมิินดาเนา (Mindanao) และจัังหวััดทางตอนใต้้เป็็นหมู่่�เกาะจำนวนมาก เป็็นพื้้�นที่่�อยู่่�ห่่างไกลจากเมืืองเอกของจัังหวััดเป็็นผลให้้ กองกำลัังติดิอาวุุธต่อ่ต้้านรััฐบาลหลายกลุ่่�มได้้ขยายอิิทธิพลิ ได้้มาก มีีกำลัังเพิ่่�มมากขึ้้�นนำมาสู่่�ปฏิิบััติิการทางทหาร ขนาดใหญ่่ที่่�เมืืองมาราวีี (Marawi) แม้ว่่ ้าได้ถูู้ กกองกำลัังฝ่่าย ความมั่่�นคงปราบปรามได้้สงบลง แต่่กองกำลัังติิดอาวุุธ ยัังคงมีีอิิทธิิพลอยู่่� ยัังเป็็นภััยคุุกคามภายในประเทศต่่อไป ที่่�มา: 1. The World Defence Almanance 2015, Philippines, P. 342-344. 2. http://en.wikipedia.org/wiki/Siege_of_Marawi 3. http://en.wikipedia.org/wiki/1st_Infantry_Division_(Philippines) 4. http://en.wikipedia.org/wiki/Philippine_Army 5. http://en.wikipedia.org/wiki/Philippine_Marine_Corps 6. http://en.wikipedia.org/wiki/Moro_Islamic_Liberation_Front 7. http://en.wikipedia.org/wiki/2016_Davao_City_bombing 8. http://en.wikipedia.org/wiki/Maute_group 9. http://en.wikipedia.org/wiki/Abu_Sayyaf 10. ฟอรั่่�ม, ชุุดที่่� 45, ฉบัับที่่� 1/2563, บทเรีียนจากมาราวีี, หน้้าที่่� 42 - 49. ปีที่ 94 ฉบับที่ 1/66 44
ยาและเครื่องดื่ม ที่ กิ น คู่ กั น ไมมีใครอยากปวย การมีสุขภาพที่ดี ใครๆ ก็ตองการ แตเนื่องจากสภาพอากาศบานเรา ที่เปลี่ยนแปลงบอย เปนเร�่องธรรมดา ที่จะเจ็บปวยเล็กๆ นอยๆ เชน หวัด ปวดหัว ตัวรอน สวนใหญจ�งนิยมหาซื้อยาจาก รานขายยาที่สั่งจาย โดยเภสัชกร เพราะ สะดวก งาย รวดเร็ว นอนพักรักษาตัว 2 - 3 วัน ก็หายเปนปกติ แตวาตัวยา บางชนิดมีผลตอรางกาย ควรทําตาม คําแนะนําของแพทยอยางเครงครัด ดังนั้น การซื้อยามาทานเอง ควรจะรูดวยวายา และเคร�่องดื่มที่หามกินคูกัน มีอะไรบาง Ying-suwannawong 1. ยาลดกรด กับ นม นมมีสวนประกอบของแคลเซียม ซึ่งจะทำใหการ ออกฤทธิ์ของยามีประสิทธิภาพลดลง เพราะยาลดกรด ทำหนาที่เคลือบกระเพาะ ไมมีคุณสมบัติใหดูดซึม แตนมเปน ตัวกระตุนใหกระเพาะดูดซึมตัวยาเขาไป หากตองการที่จะดื่ม ควรเวนระยะหางประมาณ 2 ชั่วโมงกอนทานยา 2. ยาปฏิชีวนะ กับ นม เนื่องจากนมมีคุณสมบัติอีกอยางหนึ่ง คือ การเคลือบ กระเพาะ เมื่อทานไปพรอมกันกับยา นมก็จะไปหุมยาไว ทำใหรางกายไมสามารถดูดซึมได เทากับวาทานยาเขาไป ก็ไมไดประโยชนอะไรกับรางกาย ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 45
3. ยาลดกรด กับ นํ้าผลไมที่มีรสชาติเปร�้ยว น้ำผลไมบางชนิดมีสวนผสมของกรดออนๆ เมื่อ ทานยาลดกรดพรอมกับน้ำผลไม ตัวยาจะไปเคลือบ น้ำผลไมแทนการไปเคลือบกระเพาะ หรือกรดภายในกระเพาะ มีมากเกินไป จากการที่รางกายผลิตเองและกรดจากน้ำผลไม จึงเปนยาและเครื่องดื่มที่หามกินคูกันเพราะทำใหฤทธิ์ของยา ไมเพียงพอจะชวยรักษาไดอยางเต็มที่ 4. พาราเซตามอล กับ เคร�่องดื่มที่มีสวนผสม ของแอลกอฮอล หลายคนปวดหัวเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล และ เผลอหยิบยาพาราเซตามอลทานเพื่อคลายปวด แตนั่น หมายถึง วาตับไดถูกทำลายเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รางกายยัง ไมสามารถขับพิษออกจากรางกายไดตามปกติ หากกินคูกัน จนเปนประจำมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคตับพังได ดังนั้น จึงเปนยาและเครื่องดื่มที่หามกินคูกันอยางเด็ดขาด 5. แคลเซียม กับ กาแฟ แมวาจะไมสงผลกระทบตอรางกายมากนัก แตการกิน แคลเซียมเพื่อใหกระดูกและฟนแข็งแรงนั้น เมื่อทานคูกับกาแฟ ซึ่งเปนตัวกระตุนใหรางกายขับแคลเซียมออกทางปสสาวะ ทานเขาไปก็ไมกอใหเกิดผลประโยชนใดๆ ตอรางกาย 6. ยาขยายหลอดลม กับ กาแฟ ถือวาเปนยาและเครื่องดื่มที่หามกินคูกันอยาง เด็ดขาดอีกประเภทหนึ่ง เพราะฤทธิ์ของยาขยายหลอดลม ชวยใหหายใจสะดวกขึ้นแตมีผลใหหัวใจเตนแรงและเร็ว กาแฟก็มีสวนกระตุนใหหัวใจเตนเร็ว ผูที่เปนโรคหัวใจ อาจจะช็อกหมดสติ หรืออาการแยลงอยางรวดเร็ว ยาแผนปจจุบันชนิดตางๆ มีคุณสมบัติการออกฤทธิ์ ที่แตกตางกันออกไป เราควรปฏิบัติตามแพทยหรือเภสัชกร แนะนำอยางตอเนื่อง สม่ำเสมอ งดทานยา และเครื่องดื่ม ที่หามกินคูกันดังที่กลาวมาขางตน ควรทานยากับน้ำเปลา จะดีที่สุด เพราะน้ำเปลามีสวนชวยละลายตัวยาไดดี ทำใหรางกายไดรับฤทธิ์ของยาไดอยางเต็มประสิทธิภาพ ทำใหรางกายฟนตัวไดรวดเร็ว และหายจากการปวยในที่สุด สุขภาพเปนสิ่งสำคัญที่สุด ดังคำกลาววา “อโรคยา ปรมาลาภา การไมมีโรค เปนลาภอันประเสริฐ” ที่มา: postjung.com/thaiza.com/matichon.co.th ปที่ 94 ฉบับที่ 1/66 46
มุมกวี ดอกแกว ตํานานทหารกล้า สองมือถือปื นระวังระไว สองเท้าตระเวนไปในแนวป่ า คือนักรบนิรนามข้ามกาลเวลา ผู้ปกป้ องรักษาผืนแผ่นดิน ในชุดลายพรางสีเขียวหม่น ชีพแขวนบนเส้นด้ายพร้อมตายดิ�น ลมหายใจวันนี�ของชีวิน วันพรุ่งอาจหมดสิ�นทุกเวลา กลางสนามสงครามแม้ยามไหน เพลงชาติไทยกล่อมใจจักแกล้วกล้า เพื� อบ้านเมืองเพื� อชาติ ศาสน์ ราชา เพื� อความผาสุกของทุกผองชน เสียงระเบิดคมกระสุนแสนคุ้นหู ปลิดชีพผู้กล้าตายแล้วหลายหน กายเจ็บปวดเลือดรินรดยังอดทน และสู้จนร่างตกซบธรณี ทหารหาญสมญายอดชายชาญ อุทิศปราณแห่งตนสมศักดิ�ศรี เพื� อต้านศึกรุกไล่ต้านไพรี ชีวิตพลีเพื� อถิ�นแผ่นดินทอง หลับตาเถิดผู้กล้าซึ� งลาจาก อย่าอยู่ยากทุกข์ใจใดทั�งผอง เหนือท้องฟ้ าทอฝันอันเรืองรอง วิมานผ่องพรรณรายจักต้อนรับ เหนือหลุมศพสุสานทหารกล้า ดอกไม้ป่ าแบ่งบานสีครามขลับ เป็ นของขวัญแด่ปวงผู้ล่วงลับ จงนอนหลับพักกายในนิทรา อกแม่พระธรณีจักโอบกอด ไปตลอดชั�วกาลนานหนักหนา เป็ นจารึกตํานานข้ามกาลเวลา แห่งนักรบแนวหน้าตราบฟ้ าดิน ตุลาคม 2565 - มกราคม 2566 47
สํ ารวจเทรนด์สุขภาพ คนไทย 2022 เมื่อโควิด ยังคงอยู่รอบตัว Ying-suwannawong เวลาผานไปกวา 3 ป นับตั้งแตการระบาดของ ไวรัสโคว�ด-19 จนถึงทุกวันนี้ แมวาสถานการณจะดีข�้น จากการที่คนไทยไดรับวัคซีนอยางทั่วถึง และความเขาใจ ในการปองกันตนเองที่เพ��มมากข�้น ทําใหจํานวนผูติดเชื้อ ลดลง แตก็ปฏิเสธไมไดวา ยังคงเปนปญหาใหญที่ทุกคน ตองเร�ยนรูที่จะอยูกับโรคนี้ ไมเพ�ยงแคเร�่องสุขภาพที่ตองปองกัน ตัวเองไมใหติดเชื้อแลว การแพรระบาดยังไดสราง ผลกระทบวงกวางในทุกๆ มิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ไปจนถึงเร�่องของความสัมพันธในครอบครัวเลย ทีเดียว ว�ถีชีว�ตที่เปลี่ยนไปยังสงผลใหเกิดปญหา อื่นๆ ตามมา เชน สุขภาพจ�ตและสุขภาพกาย จากการที่ตองอยูบานนานๆ รวมไปถึงความ กังวลตอไวรัสสายพันธุใหมที่กําลังเกิดข�้น ลองมาสํารวจเทรนดสุขภาพของคนไทย ในป 2022 วันที่ไวรัสโคว�ด-19 ยังคงอยูรอบตัว วามีประเด็นอะไรที่ตองจับตาและเฝาระวังกันบาง ปที่ 94 ฉบับที่ 1/66 48