ในเช้าอันสดใสวันหนึ่ ง หนูบ้านที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองอันแสนวุ่นวายได้ออกเดินทางไปเยี่ยมหนูนาที่ชนบท
ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้กลับไปที่นั่ นมานานหลายปี มันเดินรอนแรมแบบไม่พักจนตะวันตกดิน ในที่สุดก็มาถึงบ้านของ
หนูนา ทั้ง 2 เจอหน้ ากันก็เข้ามาโผกอดทักทายอย่างดีใจ
พี่หนูบ้าน เป็นอย่างไรบ้าง ฉันคิดถึงพี่เหลือเกินไม่ได้พบกันตั้งหลายปี”
หนูนากล่าวทักอย่างอารมณ์ ดี
“ พี่สบายดีน้ องหนูนา กินอิ่มอยู่สบาย อยู่ในเมืองจะทำอะไรก็สะดวกไปหมด" หนูบ้านตอบแบบภูมิใจ
“ ดีจริงที่ได้ยินอย่างนั้ น... มา ๆ เข้าบ้านกันก่อนพี่ ฉันเตรียมอาหารไว้มากมาย พี่เหนื่ อยมาทั้งวันคงหิวแย่
" หนูนาเชิญชวนให้เข้ามาข้างในโพรงไม้ริมชายนาน่ าพักผ่อนของตน
พอเข้ามาในโพรงไม้ อาหารที่หนูนาจัดไว้อย่างดีกลับมีเพียงข้าวสาร ธัญพืชและผลไม้เพียงเล็กน้ อย ไม่ได้มีอาหารน่ ากินเหมือนที่หนูเมืองคิดเอาไว้
“โธ่ หนูนาน้ องพี่ นี่ เธอกินอาหารพวกนี้ ไปได้อย่างไรกัน วัน ๆ ไม่เคยได้กินของที่ดีกว่านี้ เลยหรือไร
”หนูบ้านหันมาถามหนูนาด้วยสีหน้ าแสนห่วงใย
ฉันว่านี่ ก็ดีแล้วนะพี่ อาหารแต่ละอย่าง
คุณภาพดี ๆ ทั้งนั้ น ขนาดคนเมืองยังมา
รับไปขายเลย" เสียงของหนูนาตอบกลับ
แบบแผ่วเบา ด้วยความรู้สึกอายที่ว่า
อาหารนั้ นไม่ถูกใจแขกผู้มาเยือน
“ เอาอย่างนี้ เดี๋ยวเราเข้าเมืองไปเที่ยว
บ้านพี่กัน รับรองว่าจะมีของกินคุณภาพดี
มากมายให้เธอได้กินอย่างสุขสบาย”
พอหนูนาพูดจบ ทั้ง 2 ก็กินอาหารแล้ว
เข้านอน เมื่อพระอาทิตย์ฉายแสงมา พวก
เขาจึงออกเดินทางไปยังในเมืองทันที
เมื่อถึงบ้านในเมืองอันแสนคับแคบแต่เต็มไปด้วยข้าวของทันสมัย หนูนาที่เพิ่งเข้า
มาในเมืองครั้งแรกก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้ อยว่าพี่หนูบ้านไม่อึดอัดหรืออย่างไร ที่ต้องอยู่แค่
ในรูแสนคับแคบของชุมชนเมืองแบบนี้
“ หลังจากนั่ งได้สักพักหนูบ้านก็ถืออาหารละลานตามาพร้อมเสิร์ฟต้อนรับแขก มี
ทั้งขนมเค้ก ชีส นม เนย อาหารอย่างดีแบบที่หนูนาไม่เคยเห็นมาก่อน”
โอ้โห ! พี่หนูบ้าน พี่ได้กินของดีอย่างนี้ ทุกวันเลยหรือจ๊ะ
”หนูนาร้องออกมาด้วยเสี ยงตื่นเต้น
เมื่อถึงบ้านในเมืองอันแสนคับแคบแต่เต็มไปด้วยข้าวของทันสมัย หนูนาที่เพิ่งเข้ามาในเมืองครั้ง
แรกก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้ อยว่าพี่หนูบ้านไม่อึดอัดหรืออย่างไร ที่ต้องอยู่แค่ในรูแสนคับแคบของชุมชน
เมืองแบบนี้
หลังจากนั่ งได้สักพักหนูบ้านก็ถืออาหารละลานตามาพร้อมเสิร์ฟต้อนรับแขก มีทั้งขนมเค้ก ชีส
นม เนย อาหารอย่างดีแบบที่หนูนาไม่เคยเห็นมาก่อน "
โอ้โห ! พี่หนูบ้าน พี่ได้กินของดีอย่างนี้ ทุกวันเลยหรือจ๊ะ
" หนูนาร้องออกมาด้วยเสียงตื่นเต้น
“คงเป็นเสียงดนตรีแหละมั้ง คนแถวนี้ เขาชอบฟังเพลงกัน ช่างเถอะนะหนูนาน้ องพี่ เรามากินอาหาร
กันเถอะ “หนูบ้านกับหนูนากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แต่เสียงร้องเหมียว ๆ ก็ใกล้เข้ามาทุกที
ทันใดนั้ นเอง แมวร่างใหญ่ก็โผล่เข้ามาข้างโต๊ะอาหาร หนู 2 ตัวต่างวิ่งหนี กระเจิดกระเจิงด้วย
ความตกใจ หนูนาวิ่งไปซ่อนตัวในถังขยะอันเหม็นเน่ า นั่ งตัวสั่นเทาตรงนั้ นหลายชั่วโมงแล้วค่อยกล้า
เดินออกมา
น้ องหนูนา “ เสียงหนูบ้านตะโกนดังลั่นมาแต่ไกลเมื่อได้เห็นหน้ าหนู
นา "ไปหลบที่ไหนมา พี่นึ กว่าโดนเจ้าแมวนั่ นคาบไปเสียแล้ว”
ฉันหลบอยู่ที่ถังขยะเหม็นเน่ ามา ฉันกลัวเหลือเกินพี่ อยากกลับบ้าน
เต็มทีแล้ว
“หนูนาตอบด้วยเสี ยงสั่ นเครือ”
“ แต่ที่นี่ มีของดี ๆ รอให้เธอมากินอีกมากมายเลยนะ" หนูบ้านกล่าวรั้งไว้”
ของดีแค่ไหนฉันก็กินไม่ลงหรอกพี่ ขอตัวกลับบ้านไปกินของเท่าที่มีแต่รู้สึกสบายใจ
ในชนบทจะดีกว่า
พูดจบหนูนาก็เดินกลับชนบท ทิ้งให้หนูบ้านอยู่อย่างหวาดหวั่นที่เขตเมืองต่อไป
นิ ทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า :
สิ่ งไหนที่เรามีแล้วรู้สึ กสบายใจที่ได้ครอบครองย่อมนำความสุข
มาสู่ชีวิตเสมอ แต่สิ่งใดที่มีแล้วหวาดหวั่นทุกครั้งนั่ นคือความทุกข์
ดังนั้ นเราควรพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี แค่นั้ นก็เพียงพอแล้ว