The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการ bbl ปี64 โรงเรียนบ้านห้วยหละ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Joyy Jitraporn, 2022-06-16 03:53:52

โครงการ bbl ปี64 โรงเรียนบ้านห้วยหละ

โครงการ bbl ปี64 โรงเรียนบ้านห้วยหละ



๕ก

คำนำ
รายงานผลการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด
(Brain-based Learning: BBL) ฉบับนี้ เป็นการรวบรวมผลการดำเนินงานตามนโยบายของสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ เพื่อให้โรงเรียนสามารถพัฒนาคุณภาพการเรียน
การสอนภาษาไทยของโรงเรียนและเพ่อื ให้นักเรียนมผี ลสมั ฤทธว์ิ ชิ าภาษาไทยเพ่ิมขึน้
โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด (Brain-based Learning:
BBL) คร้งั นีม้ วี ัตถปุ ระสงค์ เพอื่ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรยี นใหเ้ อ้ือต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตาม
แนวทางการพฒั นาทางสมอง (Brain-based Learning: BBL)
ขอขอบคุณผู้บริหาร คณะครู ผู้ที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนรวมทั้งนักเรียนที่ช่วยให้
การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด
(Brain-based Learning: BBL) ประสบผลเปน็ ทีน่ า่ ภาคภมู ใิ จยงิ่

ผจู้ ัดทำโครงการ

สารบัญ ข๖

คำนำ ก
สารบัญ ข
สารบญั ตาราง ค
บทท่ี ๑ บทนำ
1
ความสำคญั และความเป็นมา 1
วตั ถปุ ระสงค์ 1
ประโยชน์ท่คี าดว่าจะไดร้ บั 1
ระยะเวลาในการดำเนนิ การ
บทท่ี ๒ ข้อมลู พื้นฐานของโรงเรยี น 2
ประวัตโิ รงเรียน 3
ขอ้ มูลบุคลากร ข้อมูลนักเรยี น 4
บทที่ ๓ กระบวนการบรหิ ารจัดการพัฒนาตาม Road Map ของโรงเรียน 4
รูปแบบการบรกิ ารจัดการ 6
แนวทางการดำเนนิ งานของโรงเรยี น 7
แนวทางการพัฒนาการจดั การเรียนรเู้ ชิงรกุ 7
การนิเทศ ตดิ ตามการจัดการเรียนรู้ 10
บทท่ี ๔ ผลการดำเนนิ งาน 17
บทท่ี ๕ บทสรุป อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ 19
ภาคผนวก 49
คณะผ้จู ดั ทำ

ค๗

สารบญั ตาราง

ตาราง หนา้
1 ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการดำเนินงานโครงการพัฒนาคณุ ภาพการ 8
เรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด (Brain-based Learning: BBL) ระดบั
มากข้ึนไป 9
2 ผลการประเมินความสามารถในการอ่านของนกั เรียนครง้ั ท่ี ๑ ของนกั เรียน 9
โรงเรียนบา้ นหว้ ยหละ 10
3 ผลการประเมนิ ความสามารถในการเขยี นของนกั เรยี นคร้ังที่ ๑ ของนกั เรยี น 10
โรงเรยี นบา้ นหว้ ยหละ 11
4 ผลการประเมินความสามารถในการอ่านของนักเรียนครงั้ ที่ 2 ของนักเรียน 11

โรงเรียนบา้ นหว้ ยหละ

5 ผลการประเมนิ ความสามารถในการเขยี นของนกั เรยี นครั้งท่ี 2 ของนกั เรยี น

โรงเรียนบ้านหว้ ยหละ

6 ผลการประเมนิ ความสามารถในการอ่านของนกั เรยี นครงั้ ที่ 1 และคร้งั ที่ 2

ของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยหละ

7 ผลการประเมินความสามารถในการเขยี นของนกั เรยี นคร้ังที่ 1 และครั้งที่ 2

ของนักเรียนโรงเรียนบา้ นหว้ ยหละ



บทที่ ๑
บทนำ

ความสำคัญและความเปน็ มา
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการศึกษาขั้น

พื้นฐาน กำหนดนโยบายสำคัญให้นักเรียนทุกระดับชั้นอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่องเขียนคล่องและ
สือ่ สารได้ เพอื่ เปน็ การวางรากฐานสำคัญในการเรียนรู้ระดบั สูง เปน็ ไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลโดย
ปีการศึกษา ๒๕๕๘ นอกจากกระทรวงศึกษาธิการจะประกาศนโยบาย ปี ๒๕๕๘ เป็นปีปลอด
นักเรยี นอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แลว้ รัฐบาลไดก้ ำหนดนโยบายให้ “เด็กนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑
เม่ือเรยี นจบชั้น ป.๑ ต้องอา่ นออกเขียนได้ และมมี าตรการประเมนิ ผลใหเ้ ป็นรปู ธรรม”

ตามท่ีตามท่ีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ ได้ดำเนินงานโครงการ
ยกดับคุณภาพการเรยี นกาสอนภาษาไทย ตามนโยบาย "พลกิ โฉมโรงเรียน พัฒนาอา่ นเขยี น(ศตวรรษท่ี
๒๑ " ทั้งนี้เพื่อให้โรงเรียนสามารถพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยของโรงเรียน พัฒนาครู
ให้ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน และเพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ภาษาไทยเพิ่มขึ้น นักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๓ อา่ นออกเขียนได้ นักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ - ๖ อ่านคล่องเขยี นคลอ่ ง

เพ่ือใหก้ ารดำเนินการนาํ นโยบายไปสู่การปฏบิ ัติที่เป็นรปู ธรรมที่ชัดเจนโรงเรียนบ้านห้วยหละ
จึงพิจารณาเห็นว่า วิธีการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยที่ประสบผลสำเร็จได้จะต้องปรับปรุง
สิ่งแวดลอ้ มในโรงเรียนและบรรยากาศการเรียนการสอนท่ีกระตุน้ ให้นักเรียนสนใจใครเ่ รียนรู้ตามแนว
ทางการพฒั นาทางสมอง (Brain-based Learning: BBL) จึงได้จดั ทำโครงการนข้ี ้นึ

วัตถปุ ระสงค์
เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ตามแนวทาง

การพฒั นาทางสมอง (Brain-based Learning: BBL)

ประโยชนท์ ่คี าดว่าจะได้รบั
๑. โรงเรียนมีภูมทิ ัศน์ สนามเดก็ เล่นที่สวยงาม
๒. นักเรยี นมีผลการอ่าน การเขียนเพมิ่ มากขึ้น

ระยะเวลาในการดำเนนิ การ
๑ กนั ยายน ๒๕๖๔ – ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕



บทท่ี ๒
ข้อมูลพ้ืนฐานโรงเรยี น

ประวัตคิ วามเป็นมาของโรงเรยี น
โรงเรียนบ้านห้วยหละตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๑๓๘ หมู่ ๓ ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัด

ลำพูน ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๙๔ โดยคณะกรรมการอำเภอ นายจู ทองเพ็ญ ปลัดกิ่งอำเภอ
บ้านโฮ่งและนายแทน สิริทิพากร ตั้งชื่อว่า “โรงเรียนบ้านห้วยหละ”เป็นอาคารชั่วคราว มุงด้วยตอง
ตึง โดยมีครูที่สามารถพูดภาษากระเหรี่ยงได้มาทำการสอนเป็นคนแรก คือ นายสุทัศน์ ท้าวใจ ต่อมา
ปี พ.ศ.๒๕๐๐ ราษฎรได้มอบที่ดินให้ จำนวน ๔ ไร่ ๒ งาน ๔.๗ ตารางวา และร่วมกันสร้างอาคาร
เรียนชั้นเดียว ขนาด ๓ ห้องเรียน โดยได้รับเงินสมทบจากทางราชการ เป็นจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท
เปิดทำการสอนชั้น ป.๑ – ป.๔ ปี พ.ศ.๒๔๒๑ ได้ขยายเปิดทำการกสอนถึงชั้น ป.๖ พร้อมกับเปิดทำ
การสอนชั้นเด็กเล็กโดยรับเด็กอายุ ๕-๖ ปี มาเข้าเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเกณฑ์
ปีพ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับอนุญาตให้เปิดโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ได้เปิดทำการสอนชั้น ม.๑
ปีพ.ศ. ๒๕๔๐ ได้รับงบประมาณในการต่อสร้างอาคาร แบบ สปช. ๑๐๕/๒๙ โดยทำการก่อสร้างขน้ึ
ในบริเวณที่สาธารณะของหมู่บ้าน(ป่าชา้ เก่า)ซึง่ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบรเิ วณโรงเรียนเดมิ
เพอ่ื เป็นห้องเรยี นระดับมัธยมศึกษา

ปัจจุบันโรงเรียนบ้านห้วยหละเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
มีนักเรียนทั้งสิ้น ๑๕๙ คน จำนวน ๑๒ ห้องเรียน มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน
๑๗ คน มีอาคารเรียน ๔ หลงั อาคารอเนกประสงค์ ๒ หลัง

ขอ้ มลู บคุ ลากร ข้อมูลนักเรยี น

ขอ้ มลู บคุ ลาการโรงเรยี นบา้ นห้วยหละ

๑. นายนริ ญั เหลืองอรา่ ม ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นหว้ ยหละ

๒. นางวรรณพร สิทธติ นั ตำแหน่ง ครู คศ.๓

๓. นายอนุชา อ่นุ นันกาศ ตำแหน่ง ครู คศ.๓

๔. นางจนั ทรา ปญั โญกลาง ตำแหนง่ ครู คศ.๓

๕. นายอภชิ าต บังคมเนตร ตำแหน่ง ครู คศ.๓

๖. นางศศิธร สมบตั ิใหม่ ตำแหน่ง ครู คศ.๓

๗. นายกัณชรชั ต์ จอมธัญ ตำแหน่ง ครู คศ.๒

๘. นางศรัณยา วงค์โพธิ์ ตำแหนง่ ครู คศ.๑

๙. นางสาวจติ ราภรณ์ จินา ตำแหนง่ ครู คศ.๑

๑๐. นางสาวอุบลวรรณ เตชะระ ตำแหนง่ ครู คศ.๑



๑๑. นายจเร สภุ าใจ ตำแหน่ง ครู คศ.๑
๑๒. นางสาวบุศรนิ ทร์ ปล้ืมใจ ตำแหนง่ ครผู ชู้ ่วย
๑๓. นางสาวอาภสั รา อินทผสม ตำแหน่ง ครูผชู้ ่วย
๑๔. นายอนนั ต์ จันทรอ์ ว้ น ตำแหนง่ นักการภารโรง
๑๕. นางธนิตา สดุ สม ตำแหนง่ เจา้ หน้าที่ธุรการโรงเรียน
๑๖. นางเกตุมณี เถมินพนา ตำแหนง่ ครอู ัตราจา้ ง
๑๗. นางสาวแสงดา แก้วก๋า ตำแหนง่ ครอู ัตราจ้าง

ขอ้ มลู นักเรยี นโรงเรียนบา้ นหว้ ยหละ จำนวนนักเรียน
ชาย หญงิ รวม
ชนั้ ๑๑ ๗ ๑๘
๑๐ ๖ ๑๖
ชั้นอนุบาล ๒ ๒๑ ๑๓ ๓๔
ชนั้ อนบุ าล ๓ ๗ ๓ ๑๐
รวมอนุบาล ๔ ๕๙
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ๖ ๑๐ ๑๖
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๒ ๘ ๙ ๑๗
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ๑๐ ๑๐ ๒๐
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๐ ๙ ๑๙
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๕ ๔๕ ๔๖ ๙๑
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๖ ๔ ๖ ๑๐
รวมช้นั อนุบาล ๒ - ชน้ั ป.๖ ๑๑ ๕ ๑๖
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ๓ ๕๘
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ ๑๘ ๑๖ ๓๔
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ๘๔ ๗๕ ๑๕๙
รวมช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓
รวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด



บทที่ ๓
กระบวนการบริหารจัดการพัฒนาตาม Road Map ของโรงเรียน

รูปแบบในการบริหารจัดการ

การบรหิ ารโรงเรียนคุณภาพโดยใช้ แนวทาง “HTS STEP Model” เป็นรปู แบบการบริหาร

โรงเรียนคุณภาพท่ีมุ่งสู่ การพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนโดยเริม่ ที่บุคลากร ปฏิบัติงานในหน้าทีอ่ ย่างมี

ความสุข ส่งผลให้นักเรียนที่เป็นผลผลิต เป็นคนดี มีความสามารถ และมีความสุข เป็นรูปแบบการ
บริหารที่มีความสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนบ้านห้วยหละ เหมาะสมกับชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งมี

ลักษณะเฉพาะของตนเอง จากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และประสบการณ์ในการบริหารโรงเรยี น ทำ

ให้ได้แนวทางการบริหารโรงเรียนที่สอดคล้อง เหมาะสมกับการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนบ้านห้วย
หละ ทำใหก้ ารดำเนนิ การบรหิ ารจัดการศึกษาบรรลุตามเปา้ หมาย การบริหารโรงเรียนภายใต้โมเดลนี้

มรี ายละเอียด ดังน้ี

1. HTS ประกอบด้วย H – Huila Heart (3 ใจ), T – Team Work (การทำงานเป็นทีม)

และ S – School Based Management (การบริหารโดยใชโ้ รงเรียนเปน็ ฐาน) ดงั มีรายละเอยี ด ดังน้ี
H – Huila Heart หมายถงึ ผู้บรหิ ารมกี ารบริหารโดยใช้ 3 ใจ ซึง่ ได้แก่ การเอาใจใส่ การ

ให้กำลังใจ และ การประสานใจ ผู้บริหารบริหารด้วยการเสริมแรงทางบวก มีการเอาใจใส่ สอบถาม
สนทนากบั ครู เมอ่ื พบวา่ มปี ญั หาก็คอยให้กำลงั ใจ อีกทงั้ ผบู้ รหิ ารเป็นศูนยร์ วมทป่ี ระสานความเข้าใจใน
เรอ่ื งต่างๆ ผ้บู ริหารมีความสมั พนั ธท์ างบวกกบั ครูและบคุ ลากรทุกคน



T – Team Work หมายถงึ การทำงานเป็นทีม โดยการกระจายอำนาจ สรา้ งทีมงาน เช่น
ทีมงานประถม ทีมงานมัธยม การแต่งตั้งหัวหน้างาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบโครงการ/กิจกรรม เพื่อ
ขบั เคลื่อนใหเ้ ปน็ โรงเรยี นคณุ ภาพ (Quality School)

S – School Based Management หมายถึง การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน และ
บริหารตามบริบทของโรงเรียน เนอ่ื งจากโรงเรียนบา้ นหว้ ยหละเป็นโรงเรียนขยายโอกาส นกั เรียน รอ้ ย
ละ 100 เป็นชนเผ่ากะเหรี่ยง มีวัฒนธรรม เอกลักษณ์การดำรงชีวิตเป็นของตนเองที่ยังคงรักษาไว้ได้
การบริหารงานของโรงเรยี นจงึ ต้องมลี ักษณะที่ไม่เหมือนโรงเรยี นโดยท่วั ไป

2. STEP ป ร ะ ก อ บ ด ้ ว ย ( 1) S : Student (น ั ก เ ร ี ย น ) ( 2) T : Teacher ( ค ร ู ) ( 3)
E : Environment (สภาพสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและทางวิชาการ ) และ (4) P : Participation
(การมีส่วนร่วม) ดังมรี ายละเอียด ดงั น้ี

S : Student คือ การดำเนินการสูค่ วามเปน็ เลิศ การดำเนินการในทุกโครงการและทุก
กจิ กรรมมเี ป้าหมายเพ่ือความเปน็ เลศิ ทกุ ดา้ นของนกั เรยี น การสร้างความตระหนกั และสร้างคา่ นิยมท่ี
ดีในการทำงาน มงุ่ ส่คู วามสำเรจ็ ใหเ้ กิดกับตวั บุคลากรครูและนกั เรยี นทุกคน โดยให้ความหมายของ
คำวา่ สำเรจ็ คือ งานบรรลตุ ามเป้าหมายท่วี างไว้ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ เรียบร้อยสมบรู ณ์ สามารถ
นำไปเปน็ วธิ ีปฏิบตั ทิ ่ีเป็นเลิศ (Best Practice) โดยมีปจั จัยนำเข้า ได้แก่ คมู่ ือนักเรียน ระบบดแู ล
ชว่ ยเหลือนักเรยี น กจิ กรรมและโครงการท่ีมงุ่ พัฒนาและสง่ เสรมิ นกั เรียนสคู่ วามเป็นเลิศในทุก ๆ ด้าน

T: Teacher คือ การส่งเสริมพัฒนาครูในทุกด้านทุกคนเพื่อที่เป็นผู้ขับเคลื่อน
การปฏิบัติงานและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เน้นย้ำให้เกิดความร่วมมือความร่วมใจในการดำเนิน
โครงการและกจิ กรรมเพื่อให้เกิดประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลแก่นักเรยี นอย่างเต็มตามศักยภาพ โดย
มีปัจจัยนำเข้าได้แก่ การจัดวาง ตัวบุคคลและสนับสนุนทางด้านงบประมาณในการพัฒนาและจัดทำ
สื่อการเรยี นการสอน วัสดุอุปกรณ์ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในทุก ๆ ด้าน โดยได้จัดการจัดอบรม
ให้ความรู้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา โครงการศึกษาดูงาน การจัดทำ ID Plan บันทึกความดี
โครงการสอน แผนการสอน และวิจัยในช้นั เรียนของครใู นทกุ ๆ ภาคเรยี น และสนบั สนุนให้ครูสร้างส่ือ
และนวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้แก่นักเรียน และมีการนิเทศติดตาม การเยี่ยมชั้น
เรียน และการใหข้ วัญกำลงั ใจแกค่ รู เปน็ ต้น

E : Environment คือ การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพสภาพแวดล้อมทาง
วชิ าการและสภาพแวดลอ้ มทางการบริหารการจดั การ

สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ สภาพแวดล้อมที่เป็นวัตถุ เช่น บริเวณโรงเรียน
อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้องประกอบ ครุภัณฑ์และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ สิ่งชี้วัดถึง
ลักษณะสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ดี ได้แก่ความชุ่มช่ืน การถูกสุขลักษณะ ความร่มรื่น
ความสวยงาม ความสะอาด ความเปน็ ระเบียบความสะดวก ฯลฯ

สภาพแวดลอ้ มทางวชิ าการ ได้แก่ การจัดบรรยากาศการเรยี นการสอนทั้งในและนอก
ห้องเรียนตลอดจนการจัดบริการเพื่อส่งเสริม สนับสนุนทางวิชาการต่าง ๆ ที่จะทำให้นักเรียนได้รับ
ความรู้ ประสบการณ์ให้มากทสี่ ุดภายใตบ้ รรยากาศท่มี ีชวี ิตชีวา แจม่ ใส นา่ เรยี นรู้ สอนสนุก เรียนสนุก



ครูรักเด็กเด็กรักครู รักเพื่อน ไม่มีบรรยากาศแห่งความกลัว หวาดผวา วิตกกังวลทุกคนพูดเป็นเสียง

เดียวกนั วา่ "อยากมาโรงเรียน"

สภาพแวดลอ้ มทางการบริหารการจัดการ ได้แก่ การดำเนินการใด ๆ ภายในโรงเรียนให้การ

ปฏิบัติงานสำเร็จลงด้วยความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรซึ่งสังเกตได้จากการดำเนินงานอย่างมีระบบ

มคี วามเอื้อเฟอื้ เผือ่ แผช่ ว่ ยเหลือเกือ้ กลู กันของบุคลากร ทกุ คนในโรงเรยี นย้ิมแย้มแจม่ ใสเปน็ มติ รต่อกัน

รักใครก่ ลมเกลยี วกัน ฯลฯ

P : Participationคือ การมีส่วนรว่ มของทกุ คน ทุกภาคส่วน ทง้ั ในโรงเรียนและนอกโรงเรยี น

หมายรวมถงึ การสร้างเครือขา่ ยในทุกๆเร่ืองทเี่ กยี่ วข้องกับการบรหิ ารจัดการของโรงเรยี น ผู้บริหารจึง

ดำเนินกิจกรรมต่างๆ โดยใช้รูปแบบมี ส่วนร่วม สร้างความร่วมมือร่วมใจให้ ทุกภาคส่วนสนับสนุน

กิจกรรมของโรงเรียน ให้ทุกคนเป็นเจ้าของโรงเรียน ทั้งบุคลากรครู นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน และ

หน่วยงานต่างๆ ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม การประสานความร่วมมือ จึงเป็นหัวใจหลักที่ทำ

ให้กิจกรรมสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเน้นรูปแ บบการทำงานที่ให้ทุก

ภาคส่วน ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ตลอดจนบรรลุเป้าหมายกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสร้างความตระหนักและ

เห็นความสำคัญของความสำเรจ็ ของโรงเรยี นให้ความรู้สึกเป็นเจา้ ของ

การดำเนินงานตาม “HTS STEP Model” ได้มุ่งเป้าหมายของโครงการและกิจกรรมที่

สอดคล้องกับนโยบายของตน้ สังกัด และเป้าหมายการศึกษาของชาติ ผ้บู ริหารจึงเนน้ ยำ้ ให้ทุกกิจกรรม

โครงการได้ใช้กระบวนการตามวงจรเดมมิ่ง (PDCA) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ

ทำงานอยา่ งเต็มศกั ยภาพเน้นผลผลิต คอื ตวั ผเู้ รยี นทม่ี ีความร้คู วามสามารถ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพ

และความสามารถในตนเองได้อย่างเต็มที่และที่สำคัญคือ การเป็นคนดี มีจริยธรรม มีจิตสาธารณะเห็น

แกป่ ระโยชน์สว่ นรวมเปน็ สำคัญ และท่สี ำคัญที่สุด คือการมุ่งพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี คนเก่ง และมี

ความสขุ เป็นผลติ ผลที่ดเี ยย่ี มของโรงเรยี นส่สู ังคมตอ่ ไป

แนวทางการดำเนินงานของโรงเรยี น

กจิ กรรม/ขน้ั ตอน ระยะเวลาการดำเนนิ งาน

๑. จัดทำโครงการและเสนอขออนุมัติ ๑ กันยายน ๒๕๖๔

๒. แต่งตงั้ คณะกรรมการดำเนินโครงการ ๑ กนั ยายน ๒๕๖๔

๓. ประชมุ วางแผนการดำเนินงานโครงการ ๑ กนั ยายน ๒๕๖๔

๔. ดำเนินงานตามโครงการ ๑ กันยายน ๒๕๖๔ –
- กิจกรรมทาสีพ้ืนถนน จำนวน ๗ ฐาน ไดแ้ ก่ ฐานคฤหาสจำนวน, ฐานจงอาง ๒๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๕

พยญั ชนะไทย, ฐานตัวหอยรอ้ ยสระ, ฐานWalk Rally ภาษา, ฐานรงั ผง้ึ ฝึกอา่ น, ฐาน ๑-๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕
ตวั หนอนสอนตัวสะกด, ฐานวงล้อ ABC

- กิจกรรมทาสีสนามเดก็ เลน่
- กิจกรรมทาสหี อ้ งเรียน

๕. นิเทศกำกับตดิ ตามโครงการ

๖. ประเมินผลการดำเนินงานโครงการ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๕

๗. สรปุ และรายงานผลโครงการ ๓๐ มนี าคม ๒๕๖๕



แนวทางการพฒั นาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ทส่ี อดคลอ้ งกบั พัฒนาการทางสมอง
การจดั การเรียนรรู้ ูปแบบ BBL มีทงั้ หมด ๕ ขนั้ ตอน
ข้ันท่ี ๑ ข้ันเตรียมความพร้อม Preparation
เป็นการเตรียมความพร้อมร่างกายของผู้เรียน เช่น บริหารสมอง (Brain Gym เป็น

กิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกายแบบต่างๆ เพื่อกระตุ้นสมองซีกซ้ายและซีกขวาให้ทำงานสัมพันธ์กัน )
ยืดเส้นยืดสาย กิจกรรมเคลื่อนไหว เพลง เกม และเป็นการเตรียมความพร้อมของสมองสำหรับ
การเชอื่ มโยงการเรยี นรู้

ขน้ั ท่ี ๒ ขน้ั นำเสนอความรู้ Present
เป็นขั้นตอนการกระตุ้นความสนใจด้วยสื่อที่แปลกใหม่ ท้าทาย สอนจากสิ่งใกล้ตัว

เชื่อมโยงกับบริบทชีวิตจริง จัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างหลากหลายและมีบรรยากาศตื่นตัวหรือ
สนุกสนานเพลิดเพลนิ

ขั้นท่ี ๓ ขน้ั เรยี นรู้ Learning
เป็นขั้นตอนการฝึกซ้ำๆ จนเกิดความเข้าใจและความชำนาญ มีการใช้ใบงานเพื่อ

ปรบั ปรุง หรอื พัฒนาผลงานใหม้ ีช้นิ งานท่กี ้าวหน้าขน้ึ
ขั้นที่ ๔ ขนั้ สรปุ Summary
เปน็ ขั้นตอนการสรุปความคิดรวบยอดของบทเรยี นซ้ำอีกครง้ั หน่งึ สรุปโดยใช้แผนผัง

กราฟ และใสร่ หสั ชว่ ยจำ ประเมินผลการเรียนรตู้ ามตวั ชีว้ ดั
ขน้ั ที่ ๕ ขั้นนำไปใช้ Apply
เป็นขั้นตอนการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์ใหม่ๆ เช่น การทำใบงานใหม่ๆ

โครงการงานใหมๆ่ และการสร้างสรรค์ผลงานและชิน้ งานใหม่ๆ เป็นตน้

การนิเทศ ติดตามการจัดการเรยี นรู้
ใช้กระบวนการนเิ ทศแบบ PDCA
ขนั้ ที่ ๑ ดำเนินการวางแผน เป็นขั้นเตรียมการนิเทศโดยศึกษาข้อมูลสารสนเทศประมวล

สภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาการศึกษา กำหนดจุดมุ่งหมายการนิเทศ จัดทำแผน
การนิเทศ กำหนดเนื้อหาการนิเทศ ออกแบบการนิเทศ สื่อนิเทศ จัดเตรียมเครื่องมือนิเทศ กำหนด
กรอบการประเมนิ วธิ ีการตดิ ตามและรายงานผลการนเิ ทศและขออนุมัตโิ ครงการ งบประมาณ

ข้ันท่ี ๒ ดำเนินการตามแผนนิเทศ โดยประชุมเพื่อทบทวนจุดมุ่งหมายการนิเทศ แบ่งหน้าที่
ภาระงานในการนิเทศ ประสานงานบุคคลทเี่ ก่ียวข้องและนิเทศตามแผนด้วยรูปแบบ เทคนิค วิธีการท่ี
กำหนด



ขั้นท่ี ๓ ดำเนินการตรวจสอบและประเมินผล เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตาม
จุดมุ่งหมายหรือไม่และมีสภาพการจดั การเรียนการสอนที่ครูปฏิบัติจริง ปัญหา อุปสรรค ที่เป็นข้อมูล
สารสนเทศที่ต้องตรวจสอบใหม่ แลว้ ปรับปรุงการนิเทศตอ่ ไป

ขน้ั ที่ ๔ การนำผลการประเมินมาปรับปรุง เมื่อสิ้นสุดการนิเทศแต่ละครั้ง ควรรายงานให้
ผู้บังคับบัญชาทราบโดยทำเป็นบันทึกข้อวามหรือแบบรายงานที่กำหนดไว้ในหัวขอ้ ประเด็นตา่ งๆ เช่น
ผู้นิเทศ ผู้รับการนเิ ทศ วันเดือนปีท่ีนิเทศ เนื้อหาสาระที่นิเทศ การประเมินผลของผู้รับการนิเทศ และ
ขอ้ ควรพฒั นา

กระบวนการนิเทศการศึกษา โดยใช้กระบวนการ PDCA ในการดำเนินการมีขั้นตอนการวาง
แผนการนเิ ทศเปน็ ส่วนสำคัญ ดงั นี้



เครือ่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการนเิ ทศ

แบบประเมนิ ความพงึ พอใจในการดำเนนิ งาน
โครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด (Brain-based Learning: BBL)

คำชี้แจง ให้ทำเคร่ืองหมาย √ ในชอ่ งทนี่ กั เรยี นมีความพึงพอใจในการดำเนินงานโครงการพัฒนา

คณุ ภาพการเรยี นการสอนภาษาไทยตามแนวคิด BBL

ผูต้ อบแบบสอบถาม เพศ ชาย หญงิ

ระดับชั้น ป.๑-๓ ป.๔-๖

เกณฑ์การประเมิน มากทสี่ ดุ หมายถึง นักเรยี นมีความพึงพอใจมากท่ีสุด

มาก หมายถงึ นกั เรยี นมีความพงึ พอใจมาก

ปานกลาง หมายถงึ นักเรียนมีความพงึ พอใจปานกลาง

นอ้ ย หมายถงึ นกั เรียนมีความพึงพอใจนอ้ ย

นอ้ ยทีส่ ดุ หมายถงึ นักเรยี นมีความพึงพอใจน้อยทส่ี ดุ

ระดับความร้คู วามเขา้ ใจ

รายการประเมนิ มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย
ที่สดุ
ทส่ี ุด กลาง

1. นกั เรยี นได้รบั ความรจู้ ากการทาสบี นพน้ื ถนนทงั้ ๗ ฐาน

2. นักเรียนสามารถนำความรู้ทไ่ี ด้รับไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้

3. นกั เรยี นกิจกรรมท้งั ๗ ฐานมคี วามหลากหลายเหมาะสมกบั ผู้เรยี น

4. นกั เรยี นสามารถอ่านออกเขียนไดจ้ ากกจิ กรรมทั้ง ๗ ฐาน

5. นักเรยี นอ่านคล่องเขียนคล่องจากกิจกรรมทั้ง ๗ ฐาน

6. นกั เรียนสนกุ สนานในการเลน่ สนามเด็กเล่น

7. นกั เรียนเกิดมีความเอ้ือเฟื้อเผ่อื แผ่ในการเล่นสนามเด็กเล่น

8. สนามเดก็ เลน่ มคี วามปลอดภัย สีสนั สดใส

9. บรรยากาศภายในช้ันเรยี นเอือ้ ต่อการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

10.ช้ันเรียนมีความสะอาดและปลอดภัย

ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

๑๐

บทท่ี ๔
ผลการดำเนินงาน

เชงิ ปรมิ าณ
โรงเรยี นมกี ารทาสีสนามเด็กเล่นมกี ารปรบั ปรงุ ทาสหี ้องเรยี นและมีการจัดทำสนาม BBL

จำนวน ๗ ฐาน ได้แก่
- ฐานคฤหาสจำนวน
- ฐานจงอางพยัญชนะไทย
- ฐานตัวหอยร้อยสระ
- ฐานWalk Rally ภาษา
- ฐานรังผงึ้ ฝึกอ่าน
- ฐานตัวหนอนสอนตวั สะกด
- ฐานวงล้อ ABC

โรงเรยี นได้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในโรงเรยี นและห้องเรยี น

เชงิ คุณภาพ
๑. นักเรียนรอ้ ยละ ๘๐ พงึ พอใจต่อการดำเนนิ งานโครงการพฒั นาคณุ ภาพการเรียนการสอน

ภาษาไทยตามแนวคดิ (Brain-based Learning: BBL) ระดับมากขน้ึ ไป
๒. ผลการอ่านการเขียนของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ หลัง

การดำเนินโครงการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด (Brain-based Learning:
BBL) ระดบั ดขี ึ้นไปเพม่ิ มากข้นึ

๑๑

ตารางที่ ๑ ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการ

สอนภาษาไทยตามแนวคิด (Brain-based Learning: BBL) ระดบั มากขึน้ ไป

ความพงึ พอใจ

มากที่สดุ มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด รวม

รายการ จำนวนคน (รอ้ ยละ)
ร้อยละ
จำนวนคน
ร้อยละ
จำนวนคน
ร้อยละ
จำนวนคน
ร้อยละ
จำนวนคน
ร้อยละ

๑. นักเรียนไดร้ บั ความร้จู ากการทาสบี น ๘๙ ๙๗.๘๐ ๒ ๒.๒๐ - - - - - - ๑๐๐
พืน้ ถนนทงั้ ๗ ฐาน - ๙๒.๓๑

๒. นักเรยี นสามารถนำความรู้ทไ่ี ดร้ บั ไปใช้ ๗๔ 81.32 ๑๐ ๑๐.๙๙ ๗ ๗.๗๐ - - - ๑๐๐
ในชวี ิตประจำวันได้
๙๒.๓๑
๓. นักเรียนกจิ กรรมท้ัง ๗ ฐานมคี วาม ๘๕ ๙๓.๔๑ ๖ ๖.๖๐ - - - - - - ๙๔.๕๑
หลากหลายเหมาะสมกบั ผเู้ รยี น ๑๐๐
๑๐๐
๔. นักเรียนสามารถอา่ นออกเขยี นได้จาก ๘๒ ๙๐.๑๑ ๗ ๗.๗๐ ๒ ๒.๒๐ - - - ๑๐๐
กจิ กรรมทั้ง ๗ ฐาน ๙๘.๙๐
๙๗.๘๑
๕. นกั เรียนอ่านคล่องเขียนคลอ่ งจาก ๗๙ ๘๖.๘๑ ๕ ๕.๔๙ ๗ ๗.๗๐ - - - - ๙๗.๕๐
กจิ กรรมท้งั ๗ ฐาน

๖. นกั เรยี นสนกุ สนานในการเล่นสนามเด็ก ๙๑ ๑๐๐ - - ----- -
เล่น

๗. นักเรยี นมีความเอือ้ เฟ้ือเผอื่ แผใ่ น ๘๘ ๙๖.๗๐ ๓ ๓.๓๐ - - - - - -
การเลน่ สนามเด็กเลน่

๘. สนามเดก็ เล่นมคี วามปลอดภัย สีสนั ๙๑ ๑๐๐ - - ----- -
สดใส

๙. บรรยากาศภายในช้นั เรยี นเอ้ือตอ่ การ ๘๙ ๙๗.๘๐ ๑ ๑.๑๐ ๑ ๑.๑๐ - - - -
จัดกิจกรรมการเรยี นรู้

๑๐.ชน้ั เรียนมคี วามสะอาดและปลอดภัย ๘๓ ๙๑.๒๑ ๖ ๖.๖๐ ๒ ๒.๒๐ - - - -

รวมร้อยละ

จากตารางที่ ๑ พบว่านักเรียนมีประเมินความพึงพอใจในการดำเนินงานโครงการพัฒนา

คุณภาพการเรยี นการสอนภาษาไทยตามแนวคิด (Brain-based Learning: BBL) นกั เรยี นไดร้ บั ความรู้

จากการทาสีบนพน้ื ถนนทง้ั ๗ ฐาน นักเรยี นกิจกรรมทง้ั ๗ ฐานมคี วามหลากหลายเหมาะสมกับผู้เรียน

นักเรียนสนุกสนานในการเล่นสนามเด็กเล่น นักเรียนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในการเล่นสนามเด็กเล่น

สนามเด็กเล่นมคี วามปลอดภยั สสี ันสดใส คิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐ และ บรรยากาศภายในชัน้ เรยี นเอ้ือต่อ

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๙๐ และชั้นเรียนมีความสะอาดและปลอดภัย คิดเป็น

ร้อยละ ๙๗.๘๑ และนักเรียนอ่านคล่องเขียนคล่องจากกิจกรรมทั้ง ๗ ฐาน คิดเป็นร้อยละ ๙๔.๕๑

๑๒

และนักเรียนสามารถนำความรูท้ ี่ได้รับไปใช้ในชวี ิตประจำวันได้ นักเรยี นสามารถอ่านออกเขียนได้จาก
กิจกรรมท้ัง ๗ ฐาน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๙๒.๓๑ รวมทัง้ หมดคิดเป็นร้อยละ ๙๗.๕๐

ผลการเปรยี บเทียบผลการอ่านการเขียนของนักเรยี น ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หลงั การดำเนนิ
โครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคดิ (Brain-based Learning: BBL)
ระดับดีขนึ้ ไป

ตารางท่ี ๒ ผลการประเมินความสามารถในการอ่านของนักเรยี นครงั้ ท่ี ๑ ของนกั เรยี น
โรงเรยี นบ้านห้วยหละ

ช้นั จำนวน ดมี าก ผลการประเมิน ปรบั ปรุง
ดี พอใช้

ป.1 10 10 - - -

ป.2 9 2 4 1 2

ป.3 16 3 5 7 1

ป.4 10 6 4 - -

ป.5 16 3 11 2 -

ป.6 12 6 6 - -

รวม 73 30 30 10 3

จากตารางที่ 2 พบว่า มนี ักเรยี นผา่ นเกณฑ์ในระดบั ดีขึน้ ไป จำนวน 60 คน

ตารางที่ 3 ผลการประเมินความสามารถในการเขียนของนกั เรียนคร้ังท่ี 1

ของนกั เรยี นโรงเรยี นบา้ นหว้ ยหละ

ช้นั จำนวน ดีมาก ผลการประเมิน ปรบั ปรุง
ดี พอใช้

ป.1 10 10 - - -

ป.2 9 6 2 1 -

ป.3 16 8 6 2 -

ป.4 10 3 5 2 -

ป.5 16 3 10 2 1

1ป.6 12 4 6 2 -

รวม 73 34 29 9 1

จากตารางท่ี 3 พบวา่ มีนักเรยี นผ่านเกณฑ์ในระดบั ดีขน้ึ ไป จำนวน 63 คน

๑๓

ตารางท่ี 4 ผลการประเมินความสามารถในการอา่ นของนักเรยี นครั้งที่ 2 ของนักเรยี น
โรงเรยี นบา้ นห้วยหละ

ชั้น จำนวน ดีมาก ผลการประเมิน ปรับปรงุ
ดี พอใช้
-
ป.1 10 3 6 1 -
-
ป.2 9 4 3 2 -
-
ป.3 16 6 7 3 -
-
ป.4 10 8 2 - คน

ป.5 16 6 11 1

ป.6 12 7 5 -

รวม 73 34 34 7

จากตารางที่ 4 พบว่า มีนักเรียนผ่านเกณฑ์ในระดบั ดีขน้ึ ไป จำนวน 68

ตารางที่ 5 ผลการประเมินความสามารถในการเขียนของนกั เรยี นครัง้ ท่ี 2
ของนักเรียนโรงเรียนบา้ นหว้ ยหละ

ช้นั จำนวน ผลการประเมิน

ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรุง

ป.1 10 7 2 1 -
-
ป.2 9 5 3 1 -
-
ป.3 16 8 6 2 -
-
ป.4 10 5 4 1 -
คน
ป.5 16 4 11 1

ป.6 12 7 3 2

รวม 73 36 28 8

จากตารางที่ 5 พบวา่ มีนักเรียนผา่ นเกณฑ์ในระดับดีขนึ้ ไป จำนวน 64

๑๔

ตารางที่ 6 ผลการประเมินความสามารถในการอา่ นของนกั เรยี นครง้ั ที่ 1 และครั้งที่ 2

ของนักเรยี นโรงเรยี นบา้ นหว้ ยหละ

จำนวนนกั เรยี น จำนวนนกั เรียนทีผ่ า่ นเกณฑ์การ เปรียบเทยี บผล
ท้ังหมด ประเมิน คน ร้อยละ

กอ่ น หลัง

73 60 68 +8 10.97

จากตารางท่ี 6 พบว่า มนี ักเรยี นผา่ นเกณฑ์ในระดบั พอใชข้ ึน้ ไป เพ่ิมข้ึนร้อยละ 10.97

ตารางท่ี 7 ผลการประเมินความสามารถในการเขยี นของนกั เรยี นครงั้ ท่ี 1 และคร้ังท่ี 2
ของนกั เรียนโรงเรียนบ้านหว้ ยหละ

จำนวนนกั เรยี น จำนวนนกั เรียนท่ผี า่ นเกณฑก์ าร เปรยี บเทียบผล
ทัง้ หมด ประเมนิ คน รอ้ ยละ

กอ่ น หลงั

73 63 64 +1 1.40

จากตารางที่ 7 พบว่า มีนักเรียนผ่านเกณฑ์ในระดบั พอใช้ข้ึนไป เพิ่มขนึ้ ร้อยละ 1.40

๑๕

ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลการดำเนนิ งานของโรงเรยี น

ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานโครงการพฒั นาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด
(Brain-based Learning: BBL)

๑๖
ประชาสมั พนั ธผ์ ลการดำเนินงานผ่านทางกลมุ่ ไลน์ของโรงเรียนและหน้าเพจของโรงเรยี นบ้านหว้ ยหละ

๑๗

บทท่ี ๕
บทสรปุ อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ

สรปุ ผล
การดำเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด

(Brain-based Learning: BBL)มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอื้อต่อ
การเรียนรู้ของผู้เรียนตามแนวทางการพัฒนาทางสมอง (Brain-based Learning: BBL) สรุปผล
การดำเนินงานได้ดังตอ่ ไปน้ี

๑. ผลการประเมนิ ความพึงพอใจในการดำเนินงานโครงการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนการสอน
ภาษาไทยตามแนวคิด BBL นกั เรียนได้รับความรู้จากการทาสีบนพื้นถนนท้ัง ๗ ฐาน นักเรียนกิจกรรม
ทั้ง ๗ ฐานมีความหลากหลายเหมาะสมกับผู้เรียน นักเรียนสนุกสนานในการเล่นสนามเด็กเล่น
นักเรียนมีความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ในการเลน่ สนามเด็กเล่น สนามเด็กเล่นมีความปลอดภัย สีสันสดใส คิด
เป็นร้อยละ ๑๐๐ และ บรรยากาศภายในชั้นเรียนเอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ
๙๘.๙๐ และชั้นเรยี นมคี วามสะอาดและปลอดภยั คิดเป็นรอ้ ยละ ๙๗.๘๑ และนกั เรียนอ่านคลอ่ งเขียน
คล่องจากกิจกรรมทั้ง ๗ ฐาน คิดเป็นร้อยละ ๙๔.๕๑ และนักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ใน
ชีวิตประจำวันได้ นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้จากกิจกรรมทั้ง ๗ ฐาน คิดเป็นร้อยละ ๙๒ .๓๑
รวมท้ังหมดคิดเป็นร้อยละ ๙๗.๕๐ สงู กวา่ เกณฑท์ ต่ี ัง้ ไว้

๒. ผลการอ่านออกเขียนได้ หลังจากดำเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียน
การสอนภาษาไทยตามแนวคิด (Brain-based Learning: BBL) มีจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ระดับดขี ึ้นไปเพม่ิ ข้นึ

อภิปรายผล
จากกการดำเนินดำเนินงานตามโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตาม

แนวคิด (Brain-based Learning: BBL) สามารถอภปิ รายผลได้ดังนี้
๑. นักเรียนร้อยละ ๙๗.๕๐ มีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพ

การเรยี นการสอนภาษาไทยตามแนวคิด (Brain-based Learning: BBL) สงู กว่าเกณฑ์ทต่ี ัง้ ไว้
๒. ผลการเปรียบเทยี บผลการอ่านการเขียนของนกั เรียน ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หลงั การดำเนิน

โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด (Brain-based Learning: BBL)
ระดับดีขึ้นไป มีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับดีขึ้นไปเพิ่มขึ้น จากการดำเนินงาน
ตามโครงการทำให้นักเรียนไดฝ้ ึกความสามารถดา้ นการอา่ น การเขยี นจากสง่ิ แวดลอ้ มใกลๆ้ ตัวนักเรียน

๑๘

ขอ้ เสนอแนะ
การดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด (Brain-

based Learning: BBL) ควรดำเนนิ งานอย่างต่อเน่ือง เพราะจะเป็นการพัฒนาคณุ ภาพการอ่าน การ
เขยี นของนักเรียนให้นักเรียนมผี ลการอ่านการเขยี นสงู ข้นึ

๑๙

ภาคผนวก

๒๐

โครงการ โครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นการสอนภาษาไทยตามแนวคิด
(Brain-based Learning: BBL)

กลุ่มงาน งานวิชาการ

สนองยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ท่ี 3

สนองนโยบายสพฐ./สพป.ลพ.2 กลยทุ ธท์ ี่ 1

สนองมาตรฐาน สพฐ. มาตรฐานที่ 1 ข้อ 1.1 (1) มาตรฐานที่ 3 ขอ้ 3.2
สนองกลยทุ ธ์ของโรงเรียน
ผู้รับผดิ ชอบ กลยุทธ์ที่ 1

ลกั ษณะโครงการ นางสาวจิตราภรณ์ จนิ า, นายจเร สภุ าใจ
ระยะเวลาดำเนินการ โครงการใหม่  โครงการต่อเนอ่ื ง  อ่ืนๆ

1. หลกั การและเหตผุ ล
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการศึกษาขั้น

พื้นฐาน กำหนดนโยบายสำคัญให้นักเรียนทุกระดับชั้นอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่องเขียนคล่องและ

สือ่ สารได้ เพอื่ เปน็ การวางรากฐานสำคญั ในการเรยี นรรู้ ะดับสูง เป็นไปตามเจตนารมณข์ องรฐั บาลโดย

ปีการศึกษา ๒๕๕๘ นอกจากกระทรวงศึกษาธิการจะประกาศนโยบาย ปี ๒๕๕๘ เป็นปีปลอด

นกั เรียนอ่านไม่ออกเขยี นไม่ได้ แล้วรฐั บาลไดก้ ำหนดนโยบายให้ “เด็กนกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑

เม่ือเรียนจบชน้ั ป.๑ ต้องอา่ นออกเขยี นได้ และมมี าตรการประเมินผลใหเ้ ป็นรูปธรรม”

ตามที่ตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ ได้ดำเนินงานโครงการ

ยกดบั คุณภาพการเรียนกาสอนภาษาไทย ตามนโยบาย "พลิกโฉมโรงเรยี น พฒั นาอา่ นเขียน(ศตวรรษที่

๒๑ " ทั้งนี้เพื่อให้โรงเรียนสามารถพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยของโรงเรียน พัฒนาครู

ให้ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน และเพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ภาษาไทยเพิ่มขึ้น นักเรียนชั้น

ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๓ อ่านออกเขยี นได้ นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ อา่ นคลอ่ งเขียนคล่อง

เพ่ือใหก้ ารดำเนินการนํานโยบายไปสู่การปฏิบตั ิที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนโรงเรียนบ้านห้วยหละ

จึงพิจารณาเห็นว่า วิธีการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยที่ประสบผลสำเร็จได้จะต้องปรับปรุง

สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและบรรยากาศการเรียนการสอนท่ีกระตุน้ ให้นักเรียนสนใจใครเ่ รียนรู้ตามแนว

ทางการพัฒนาทางสมอง (Brain-based Learning: BBL) จึงได้จดั ทำโครงการน้ขี ึน้

2. วัตถุประสงค์

เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามแนวทางการ

พฒั นาทางสมอง (Brain-based Learning: BBL)

3. เป้าหมาย
3.1 ดา้ นปริมาณ
3.1.1 โรงเรยี นจดั ทำสนาม BBL จำนวน 7 ฐาน

3.1.2 โรงเรยี นได้ปรบั ปรุงสภาพแวดลอ้ มภายในโรงเรยี นและห้องเรียน

๒๑

3.2 ดา้ นคณุ ภาพ

3.2.1 นักเรยี นร้อยละ ๘๐ พงึ พอใจต่อการดำเนนิ งานโครงการพัฒนาคณุ ภาพการเรียน
การสอนภาษาไทยตามแนวคดิ BBL ระดับมากข้ึนไป

3.2.2 การอ่านการเขียนของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ หลัง

การดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด BBL อยู่ในระดับดีขึ้นไป

เพิ่มมากขึน้
4. ระยะเวลาดำเนนิ งาน ๑ กันยายน ๒๕๖๔ – ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕

5. พ้ืนท่ีดำเนนิ งาน โรงเรยี นบา้ นห้วยหละ

6. วิธดี ำเนินการ (กิจกรรม/การดำเนินงาน ให้ครอบคลุมระบบงาน PDCA)

กิจกรรม/ขั้นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ผ้รู บั ผิดชอบ

1. จดั ทำโครงการและเสนอขออนุมตั ิ ก.ย. - ครูจิตราภรณ์, ครจู เร

2. แต่งต้ังคณะกรรมการดำเนินโครงการ ก.ย. - ครจู ิตราภรณ์, ครูจเร

3. ประชมุ วางแผนการดำเนินงานโครงการ ก.ย. - ครจู ติ ราภรณ์, ครจู เร

4. ดำเนนิ งานตามโครงการ ก.ย.64 – ม.ี ค.65 10,000 ครจู ิตราภรณ์, ครูจเร

- กิจกรรมปรบั ปรงุ สนาม BBL จำนวน 7

ฐาน
- กจิ กรรมส่ือและนวตั กรรมการเรยี นรู้

ตามแนวคดิ BBL

- กจิ กรรมจดั ซือ้ คู่มือการสอนอ่านออก

เขยี นได้ตามแนวคดิ BBL ระดับประถมศกึ ษา

5. นเิ ทศกำกบั ติดตามโครงการ ก.พ. 65 - ครูจิตราภรณ์, ครูจเร

6. ประเมนิ ผลการดำเนนิ งานโครงการ ม.ี ค.65 - ครจู ิตราภรณ์, ครจู เร

7. สรปุ และรายงานผลโครงการ ม.ี ค.65 - ครูจติ ราภรณ์, ครจู เร

7. งบประมาณในการดำเนนิ งาน 10,000 บาท จำแนกตามรายการใช้จ่ายและแหลง่ งบประมาณ

ไดด้ งั น้ี

สนาม BBL จำนวน 7 ฐาน จำนวน 6,500 บาท

1. สีน้ำมนั สำหรบั ทาพนื้ ปูน จำนวนเงนิ 5,000 บาท

2. ชอล์กขาวสำหรับวาดสนาม จำนวนเงิน 200 บาท

3. แปรงทาสีตามขนาดทต่ี ้องการ จำนวนเงิน 1,000 บาท

4. ทนิ เนอร์ จำนวนเงนิ 300 บาท

สอ่ื และนวตั กรรมการเรยี นรู้ ตามแนวคิด BBL จำนวน 3,000 บาท

คมู่ อื การสอนอ่านออกเขียนได้ตามแนวคดิ BBL ระดับประถมศึกษา จำนวน 500 บาท

รวมเป็นเงินท้งั สนิ้ 10,000 บาท (หน่ึงหม่นื บาทถว้ น)

๒๒

8. ผูร้ ับผิดชอบงาน/โครงการ
1. นางสาวจติ ราภรณ์ จนิ า
2. นายจเร สภุ าใจ

9. การตดิ ตาม / ประเมนิ ผล / รายงาน
1. นางสาวจิตราภรณ์ จินา
2. นายจเร สภุ าใจ

10. ผลท่ีคาดวา่ จะได้รับ
10.1 โรงเรียนมีภมู ทิ ัศน์ สนามเด็กเล่นท่ีสวยงาม
10.2 นักเรยี นมีผลการอ่าน การเขียนเพิม่ มากข้นึ

11. การประเมินผล

ตวั ช้วี ดั ความสำเรจ็ วิธีการประเมนิ เครือ่ งมือ เกณฑ์
รอ้ ยละ 80
1. ปรับปรงุ สภาพแวดลอ้ มใน สอบถาม แบบสอบถามความพงึ พอใจ

โรงเรียนใหเ้ ออื้ ต่อการเรียนรขู้ อง

ผู้เรยี น

ลงชื่อ………………………………………ผูเ้ สนอโครงการ
(นางสาวจติ ราภรณ์ จนิ า)
ตำแหน่ง ครู คศ.1

ลงช่ือ………………………………………ผ้เู สนอโครงการ
(นายจเร สุภาใจ)
ตำแหน่ง ครู คศ.1

ลงชอ่ื ……………………….………………ผ้อู นมุ ตั โิ ครงการ
(นายนริ ญั เหลอื งอร่าม)

ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบา้ นห้วยหละ

๒๓

ข้อมูลการอา่ นเขียนของนักเรยี น ครั้งที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา 2565

แบบสรุปผลกำรประเมินควำมสำมำรถในกำรอำ่ นนกั เรียนบกพร่องทำงกำรเรียนรู้ ครง้ั ที่ 1 ปกี ำรศกึ ษำ 2564

โรงเรียน.บำ้ นหว้ ยหละ.......... เครือข่ำยสถำนศกึ ษำ...เวียงกำนต.์ ....วัน เดอื น ปที ป่ี ระเมนิ ..9 ธนั วำคม 2564

สำนกั งำนเขตพนื้ ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำลำพนู เขต 2

ชั้น จำนวน นร.บกพรอ่ ง ระดบั ควำมสำมำรถกำรอำ่ นออกเสยี ง ระดบั ควำมสำมำรถกำรอำ่ นสะกดคำ/อำ่ นรเู้ รอื่ ง
นกั เรยี นทง้ั หมด ดมี ำก ดี พอใช้ ปรับปรุง ดมี ำก ดี พอใช้ ปรับปรงุ

ป.1 10 0

ป.2 9 0

ป.3 16 0

ป.4 17 7 24 1 241

ป.5 20 4 12 1 13

ป.6 19 7 14 1 1 1 3 3

รวม 91 18 1 7 7 3 1 6 10 1

หมายเหตุ อา่ นสะกดคา ป.1

ผ้รู บั รองข้อมูล....................................
(นายนิรญั เหลืองอร่าม)

ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นห้วยหละ

แบบสรุปผลกำรประเมินควำมสำมำรถในกำรอำ่ นนกั เรียนปกติ ครงั้ ที่ 1 ปกี ำรศกึ ษำ 2564

โรงเรียน.บำ้ นหว้ ยหละ.......... เครือข่ำยสถำนศกึ ษำ...เวียงกำนต.์ ....วนั เดอื น ปที ปี่ ระเมนิ ..9 ธนั วำคม 2564

สำนกั งำนเขตพน้ื ทกี่ ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำลำพนู เขต 2

ช้ัน จำนวน นร.ปกติ ระดบั ควำมสำมำรถกำรอำ่ นออกเสยี ง ระดบั ควำมสำมำรถกำรอำ่ นสะกดคำ/อำ่ นรเู้ รอ่ื ง
นกั เรยี นทง้ั หมด ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง

ป.1 10 10 10 10

ป.2 9 9 63 2 412

ป.3 16 16 12 3 1 3 571

ป.4 17 10 8 2 64

ป.5 20 16 3 11 1 1 3 11 2

ป.6 19 12 7 5 66

รวม 91 73 46 24 2 1 30 30 10 3

หมายเหตุ อา่ นสะกดคา ป.1

ผูร้ บั รองข้อมลู ....................................
(นายนิรญั เหลืองอร่าม)

ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นห้วยหละ

๒๔

แบบสรุปผลกำรประเมินควำมสำมำรถในกำรเขียนนกั เรียนปกติ ครง้ั ท่ี 1 ปกี ำรศกึ ษำ 2564

โรงเรียนบำ้ นหว้ ยหละ.......... เครือข่ำยสถำนศกึ ษำ...เวียงกำนต.์ ....วัน เดอื น ปที ป่ี ระเมิน..9 ธนั วำคม 2564

สำนกั งำนเขตพน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำลำพนู เขต 2

ชนั้ จำนวน นร.ปกติ ระดบั ควำมสำมำรถกำรเขียนคำ ระดบั ควำมสำมำรถเขียนพยญั ชนะ/เขียนตำมจนิ ตนำกำร
นกั เรยี นทงั้ หมด ดมี ำก ดี พอใช้ ปรับปรุง ดมี ำก ดี พอใช้ ปรับปรงุ

ป.1 10 10 10 10

ป.2 9 9 32 4 62 1

ป.3 16 16 3 7 2 4 8 6 2

ป.4 17 10 35 2

ป.5 20 16 3 10 2 1

ป.6 19 12 46 2

รวม 91 73 34 29 9 1

หมายเหตุ เขยี นพยัญชนะ ป.1

ผู้รบั รองข้อมลู ....................................
(นายนิรญั เหลืองอรา่ ม)

ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นห้วยหละ

แบบสรุปผลกำรประเมนิ ควำมสำมำรถในกำรเขียนนกั เรียนบกพร่องทำงกำรเรียนรู้ ครง้ั ท่ี 1 ปกี ำรศกึ ษำ 2564

โรงเรียน.บำ้ นหว้ ยหละ.......... เครือขำ่ ยสถำนศกึ ษำ...เวยี ง\กำนต.์ ....วนั เดอื น ปที ป่ี ระเมิน..9 ธนั วำคม 2564

สำนกั งำนเขตพนื้ ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำลำพนู เขต 2

ชั้น จำนวน นร.บกพรอ่ ง ระดบั ควำมสำมำรถกำรเขียนคำระดบั ควำมสำมำรถกำรเขียนพยญั ชนะ/เขียนตำมจนิ ตนำกำร
นักเรยี นทงั้ หมดทำงกำรเรียนรู้ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

ป.1 10 0

ป.2 9 0

ป.3 16 0

ป.4 17 7 15 1

ป.5 20 4 11 2

ป.6 19 7 61

รวม 91 18 2 12 4

หมายเหตุ เขียนพยัญชนะ ป.1

ผูร้ ับรองขอ้ มลู ....................................
(นายนริ ัญ เหลืองอร่าม)

ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นห้วยหละ

๒๕

ขอ้ มูลการอา่ นเขยี นของนักเรียน คร้งั ท่ี ๒ ปีการศึกษา 2565

แบบสรุปผลกำรประเมนิ ควำมสำมำรถในกำรอำ่ นนกั เรียนปกติ ครง้ั ท่ี 2 ปกี ำรศกึ ษำ 2564

โรงเรียนบำ้ นหว้ ยหละ.......... เครือขำ่ ยสถำนศกึ ษำ...เวยี งกำนต.์ ....วัน เดอื น ปที ปี่ ระเมนิ . 21 มนี ำคม 2565

สำนกั งำนเขตพน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำลำพนู เขต 2

ชน้ั จำนวน นร.ปกติ ระดบั ควำมสำมำรถกำรอำ่ นออกเสยี ง ระดบั ควำมสำมำรถกำรอำ่ นสะกดคำ/อำ่ นรเู้ รอื่ ง
นักเรยี นทง้ั หมด ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ดมี ำก ดี พอใช้ ปรับปรงุ

ป.1 10 10 7 2 1 3 61

ป.2 9 9 72 4 32

ป.3 16 16 13 2 1 6 73

ป.4 17 10 9 1 82

ป.5 20 16 5 9 1 6 11 1

ป.6 19 12 9 3 75

รวม 91 73 50 19 2 1 34 34 7

หมายเหตุ อา่ นสะกดคา ป.1

ผูร้ ับรองข้อมูล....................................
(นายนริ ญั เหลืองอรา่ ม)

ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นห้วยหละ

แบบสรุปผลกำรประเมนิ ควำมสำมำรถในกำรอำ่ นนกั เรียนบกพร่องทำงกำรเรียนรู้ ครงั้ ท่ี 2 ปกี ำรศกึ ษำ 2564

โรงเรียนบำ้ นหว้ ยหละ.......... เครือขำ่ ยสถำนศกึ ษำ...เวียงกำนต.์ ....วัน เดอื น ปที ปี่ ระเมนิ 21 มีนำคม 2565

สำนกั งำนเขตพนื้ ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำลำพนู เขต 2

ชนั้ จำนวน นร.บกพร่อง ระดบั ควำมสำมำรถกำรอำ่ นออกเสยี ง ระดบั ควำมสำมำรถกำรอำ่ นสะกดคำ/อำ่ นรเู้ รอื่ ง
นักเรียนทง้ั หมด ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ดมี ำก ดี พอใช้ ปรับปรงุ

ป.1 10 0

ป.2 9 0

ป.3 16 0

ป.4 17 7 33 1 241

ป.5 20 4 12 1 13

ป.6 19 7 141 1 1 3 3

รวม 91 18 1 8 6 3 1 6 10 1

หมายเหตุ อา่ นสะกดคา ป.1

ผรู้ บั รองข้อมูล....................................
(นายนิรัญ เหลืองอรา่ ม)

ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นห้วยหละ

๒๖

แบบสรุปผลกำรประเมนิ ควำมสำมำรถในกำรเขียนนกั เรียนปกติ ครง้ั ที่ 2 ปกี ำรศกึ ษำ 2564

โรงเรียนบำ้ นหว้ ยหละ เครือขำ่ ยสถำนศกึ ษำ เวียงกำนต์ วัน เดอื น ปที ปี่ ระเมิน 21 มนี ำคม 2565

สำนกั งำนเขตพน้ื ทกี่ ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำลำพนู เขต 2

ช้ัน จำนวน นร.ปกติ ระดบั ควำมสำมำรถกำรเขียนคำ ระดบั ควำมสำมำรถเขียนพยญั ชนะ/เขียนตำมจนิ ตนำกำร
นกั เรียนทงั้ หมด ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง

ป.1 10 10 7 2 1 72 1

ป.2 9 9 432 53 1

ป.3 16 16 7 6 3 86 2

ป.4 17 10 54 1

ป.5 20 16 4 10 1 1

ป.6 19 12 73 2

รวม 91 73 18 11 6 36 28 8 1

หมายเหตุ เขยี นพยัญชนะ ป.1

ผรู้ ับรองข้อมลู ....................................
(นายนิรัญ เหลืองอรา่ ม)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นห้วยหละ

แบบสรุปผลกำรประเมนิ ควำมสำมำรถในกำรเขยี นนกั เรียนบกพร่องทำงกำรเรียนรู้ ครง้ั ที่ 2 ปกี ำรศกึ ษำ 2564

โรงเรียนบำ้ นหว้ ยหละ เครือขำ่ ยสถำนศกึ ษำ เวยี งกำนต์ วัน เดอื น ปที ป่ี ระเมนิ 21 มนี ำคม 2565

สำนกั งำนเขตพนื้ ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำลำพนู เขต 2

ช้นั จำนวน นร.บกพร่อง ระดบั ควำมสำมำรถกำรเขียนคำ ระดบั ควำมสำมำรถกำรเขียนพยญั ชนะ/เขียนตำมจนิ ตนำกำร
นกั เรียนทงั้ หมดทำงกำรเรยี นรู้ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ดมี ำก ดี พอใช้ ปรับปรุง

ป.1 10 0

ป.2 9 0

ป.3 16 0

ป.4 17 7 24 1

ป.5 20 4 12 1

ป.6 19 7 33 1

รวม 91 18 69 3

หมายเหตุ เขยี นพยญั ชนะ ป.1

ผูร้ ับรองขอ้ มูล....................................
(นายนิรญั เหลืองอร่าม)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นห้วยหละ

๒๗

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๔

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง แต่เด็กซื่อไว้ เวลา 3 ชวั่ โมง

เรื่อง มาตราตวั สะกด เวลา 1 ชวั่ โมง

มาตรฐาน

ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง

ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ

ตัวชี้วดั
1. ท 1.1 ป.3/1 อ่านออกเสียงคำ ข้อความ เร่ืองสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง

คลอ่ งแคลว่
2. ท 4.1 ป.3/1 เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

สาระสำคญั
การเรยี นรู้ มาตราตัวสะกด ทั้ง 8 มาตรา ไดแ้ ก่ แม่ กก กด กบ กง กน กม เกย เกอว

การเขียนและการอ่านคำท่สี ะกดตรงตามมาตรา ความหมายและหลกั การใช้จึงจะสามารถนำคำไป
ใชไ้ ดถ้ กู ต้องตามสถานการณ์

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ดา้ นความรู้

1. นักเรียนสามารถจำแนกมาตราตวั สะกดได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ

2. นกั เรียนสามารถเขียนคำท่ีสะกดตรงตามมาตราได้
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์

1.ใฝ่เรยี นรู้
2.มุ่งม่นั ในการทำงาน

สาระการเรียนรู้
1. การสะกดคำ การแจกลูก และการอ่านเปน็ คำ
2. มาตราตวั สะกดทีต่ รงตามมาตรา

๒๘

กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขั้นเตรยี มความพร้อม

1. ครูและนักเรียนร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน โดยการร้องเพลง ความซอื่ สตั ย์ พร้อมทง้ั ปรบมอื
ใหเ้ ข้าจงั หวะเพลง เพื่อเป็นการกระตุ้นใหผ้ เู้ รยี นได้ตื่นตัวพรอ้ มท่ีจะเรยี นรู้

เพลง ความซ่ือสัตย์
ความซื่อสตั ย์ เปน็ สมบัตขิ องคนดี
หากวา่ ใครไมม่ ี ชาตนิ ี้คงดไี มไ่ ด้
มีความรทู้ ่วมหวั เอาตัวไม่รอดถมไป
คดโกงแลว้ ใคร จะรบั ไว้ให้ร่วมการงาน
คดโกงแล้วใคร จะรบั ไว้ใหร้ ว่ มงานเอย
ข้นั เสนอความรู้
1. คณุ ครสู อนก่อนว่า มาตราตัวสะกดมีท้ังหมด ๘ มาตรา ได้แก่ แม่ กก กด กบ กง กน กม
เกย เกอว
2. คณุ ครแู สดงบัตรคำทีส่ ะกดตรงตามมาตรา ท้งั ๘ มาตรา
3. คณุ ครพู านักเรยี นช้อี า่ นคำท่ีสะกดดว้ ยมาตราต่างๆ ไปทีละมาตราจนครบทกุ มาตรา
4. เม่อื คณุ ครูพาอา่ นครบทุกมาตราแล้ว ลองใหน้ ักเรยี นอา่ นเอง โดยที่คุณครชู ี้บตั รคำไปทีละ
คำตามมาตรา
5. คุณครลู องชูบัตรคำโดยที่ไม่เรียงไปทีละมาตรา เพื่อฝึกใหน้ กั เรยี นอา่ นจนคลอ่ ง
ขน้ั เรียนรู้
1. คณุ ครูนำบตั รคำท่ีนกั เรยี นอา่ นเสร็จ แจกใหน้ ักเรยี นในห้องจนครบทุกคน
2. ใหน้ กั เรยี นแต่ละคนพิจารณาและนำบัตรคำท่ีตัวเองได้ นำไปติดไว้ใหต้ รงกับมาตรา
ตวั สะกด
3. เมอื่ นักเรยี นนำบตั รคำไปไว้จนเสรจ็ แล้ว ใหน้ ักเรยี นชอี้ า่ นคำทส่ี ะกดตรงตามมาตราใน
หนังสอื เรยี น พร้อมกันท้ังหอ้ ง
ขนั้ สรปุ ความรู้
1. ใหน้ ักเรียนหาคำทส่ี ะกดตรงตามมาตราคำอน่ื ๆ นอกเหนือจากในหนังสือและท่ีคุณครูสอน
แยกเขียนลงตามมาตราท่กี ำหนดให้
2. เม่อื นักเรยี นเขียนเสรจ็ แล้ว คณุ ครูเฉลยในห้องเรยี น เพื่อใหน้ ักเรยี นไดแ้ ลกเปลย่ี นกันคำที่
ตนเองหาได้
ข้นั นำไปใช้
1. แลกเปล่ยี นคำท่ีสะกดตรงตามมาตรากบั เพ่ือนในห้อง ในใบงาน “คำในมาตราต่างๆ”
2. ใหน้ ักเรยี นเขยี นคำทีเ่ พื่อนหาได้ ให้เขยี นลงในสมดุ

๒๙

สอ่ื อุปกรณ์การเรียนรู้

1. บัตรคำมาตราตัวสะกด

2. หนังสือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

การวัดผลประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ประเดน็ การประเมิน วธิ กี ารประเมนิ เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ

ด้านความรู้ - ตรวจใบงาน ใบงาน สามารถตอบได้ ร้อยละ

1. นกั เรียนสามารถจำแนก 80 ของคำถามทั้งหมด

มาตราตวั สะกด

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ - ตรวจใบงาน ใบงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น

2. นกั เรยี นสามารถเขียนคำท่ี เกณฑ์

สะกดตรงตามมาตราได้

ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ - ประเมินพฤตกิ รรม แบบประเมนิ พฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน

ประสงค์ การทำงาน การทำงาน เกณฑ์

1. มีวินยั

2. ใฝเ่ รียนรู้

3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

เกณฑ์ในการวัดผลและประเมินผล

1) เกณฑ์ประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์รายบุคคลมีคะแนน 3 ระดับ คือ

ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง ดี ไดค้ ะแนน 7 – 8

ระดบั คุณภาพ 2 หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน 4 – 6

ระดับคุณภาพ 1 หมายถงึ ควรปรับปรุง ได้คะแนน 1 – 3

เกณฑ์การผา่ นต้องไดร้ ะดบั คุณภาพ 2 ขน้ึ ไปหรือได้คะแนน 4 ขน้ึ ไป

2) เกณฑ์การประเมนิ การทำใบงาน มคี ะแนน 3 ระดับ ดงั น้ี

ระดบั คุณภาพ 3 หมายถงึ ดี ทำได้ถูก 9 – 10

ระดับคุณภาพ 2 หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน 6 – 8

ระดบั คุณภาพ 1 หมายถึง ควรปรบั ปรงุ ได้คะแนน 1 – 5

เกณฑ์การผา่ นต้องได้ระดับคุณภาพ 2 ขน้ึ ไปหรือได้คะแนน 6 ข้ึนไป

๓๐

แบบประเมินการให้พฤติกรรมการทำงาน

เลข ช่ือ-สกุล ีม ิวนัย
ท่ี ใ ่ฝเรียนรู้
ุ่มง ่ัมนในการทำงาน
การจำแนก ัตวสะกด
การเ ีขยนสะกดคำ
รวม
2ผ่า0นค/ไะแ่ม ่ผนานน
๓๒๑๓๒๑๓๒๑๓๒๑๓๒๑

๑ เด็กชายสริ โิ ชค ตาแกว้
๒ เด็กชายอลงกร วรรณดี
๓ เดก็ ชายณฐโชค วงคจ์ ันทร์ติ๊บ
๔ เด็กชายณัฐกรณ์ ตาโละ๊
๕ เดก็ หญิงภทั รธดิ า เงนิ ดี
๖ เด็กหญิงพรนลทั แสนวงค์
๗ เด็กหญงิ พชั รพร วงค์จนั ทร์ติ๊บ
๘ เด็กหญงิ กชพร บญุ มาปะ
๙ เด็กหญิงกัญญาภัค เดชรกั ษา

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมิน
............../.................../...............

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ดมี าก =
ดี = 3 ชว่ งคะแนน ระดบั
พอใช้ = 2 คุณภาพ
1 13-15
9-12 ดมี าก
5-8 ดี
ตำ่ กว่า 4
พอใช้
ปรบั ปรงุ

๓๑

บันทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ผลการจดั การเรียนรู้

............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................................... ......
............................................................................................................................ ....................................
............................................................................................................................. ...................................

ปญั หา/อปุ สรรค
........................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

แนวทางการแกไ้ ขปัญหา
...................................................................................................................... ..........................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...........................................ครผู ู้สอน
(นายจเร สภุ าใจ)
ตำแหน่ง ครู คศ.1

๓๒

ส่ือบัตรคำ

๓๓

ใบงาน
เร่อื ง แยกมาตราตัวสะกด
คำชีแ้ จง เลือกคำท่กี ำหนดให้ต่อไปนี้ เขียนลงในตาราง ให้ตรงตามมาตราตวั สะกด

รกมาก ความงาม ย้ิมแย้ม เกี่ยวขา้ ว
แวววาว
แมงป่อง ปากนก

เปียกโชก สอนอา่ น กลว้ ยออ้ ย
โกงกาง
หอยลาย แกง่ แยง่
เสื่อมโทรม
โวยวาย

ห้อยทา้ ย แถวเดียว แพรวพราว

แนน่ แฟ้น

สองห้อง แหกคอก ทนทาน ปอกเปลือก
เชน่ กนั ยอ่ ยสลาย ตม้อเ้อคมม็ ค้อม เปลือก

ทวิ แถว

รอ้ งเพลง อ้วนทว้ น แมงปอ่ ง

แม่ กก แม่ กง แม่ กน แม่ กม แม่ เกย แม่ เกอว

๓๔

ใบงาน
เรื่อง หาคำให้ตรงมาตรา
คำชแี้ จง ให้นกั เรยี นเขยี นคำตามมาตราตัวสะกดตามชอ่ งว่าท่กี ำหนดให้ถกู ต้อง
แม่ ก กา แม่ กก แม่ กด แม่ กม แม่ กง แม่ กน แม่ กบ แม่ เกย แม่ เกอว

๓๕

ภาพกิจกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยตามแนวคิด
(Brain-based Learning: BBL)

กจิ กรรมทาสสี นามเดก็ เล่น

๓๖

๓๗

๓๘

กิจกรรมทาสีพ้ืนถนน

๓๙

๔๐

๔๑

๔๒

กจิ กรรมทาสีห้องเรยี น

๔๓

๔๔

๔๕

๔๖


Click to View FlipBook Version