The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by lookmee095432, 2021-08-15 05:12:11

ม.6/3-23อารยธรรมลุ่มแม่น้ำฮวงโห

อารยธรรมจีน

อารยธรรมจนี
ล่มุ แมน่ าํ ฮวงโห

คํานาํ

หนงั สอื อิเล็คทรอนคิ เล่มนเี ปนสว่ นหนงึ ของรายวชิ า
อารยธรรมโลก(ส33101) จดั ทําขนึ เพอื ใหค้ วามรใู้ นเรอื ง
อารยธรรมจนี ล่มุ แมน่ าํ ฮวงโห ผา่ นแหล่งความรตู้ ่างๆ
เชน่ หนงั สอื และเวบ็ ไซต์ ผจู้ ดั ทําคาดหวงั เปนอยา่ งยงิ
วา่ การจดั ทําหนงั สอื เล่มนจี ะมขี อ้ มูลทีเปนประโยชนต์ ่อผู้
ทีสนใจจะศึกษาเรอื งอารยธรรมจนี ล่มุ แมน่ าํ ฮวงโหไม่
มากก็นอ้ ยหากมสี งิ ใดขาดตกบกพรอ่ ง หรอื มขี อ้ ใดผดิ
พลาด ผจู้ ดั ทําขออภัยไว้ ณ ทีนี

ธนสั สรณ์ ศรชี ูศิลป
ผจู้ ดั ทํา

สาบญั 1
4
อิทธพิ ลความเชอื ทีมผี ลต่อการ
ตังถินฐานและการดาํ เนนิ ชวี ติ 5
7
ยุคสมยั 8
13
แนวคิดของขงจอื เล่าจอื เมง่ จอื
ทีมอี ิทธพิ ลต่อสงั คมจนี
เศรษฐกิจแพรไหม
ความเจรญิ ดา้ นวทิ ยาการต่างๆ

การปกครองระบบกษัตรยิ ์

อิทธพิ ลความเชอื ทีมผี ลต่อการ
ตังถินฐานและการดําเนินชวี ติ

อารยธรรมจนี เกิดขนึ ครงั แรกทีล่มุ แมน่ าํ ฮวงโห คือทีราบ
ตอนปลายของแมน่ าํ ฮวงโหและแมน่ าํ แยงซเี กียง อารยธรรม
จนี เจรญิ โดยไดร้ บั อิทธพิ ลจากภายนอกนอ้ ยเพราะทิศตะวนั
ออกติดมหาสมุทรแปซฟิ ก ทางตะวนั ตกและทิศเหนอื เปนท่งุ
หญา้ ทะเลทราย และเทือกเขา จนี ถือวา่ ตนเปนศูนยก์ ลางของ
โลก เปนแหล่งกําเนดิ ความเจรญิ แหล่งอารยธรรมยุคหนิ ใหม่

ทีพบมอี ายุประมาณ 2,000 ปก่อนครสิ ต์กาลทีตําบล ยางเชา

เรยี กวฒั นธรรมยางเชา มณฑลเฮอหนาน และวฒั นธรรมลงุ
ชาน ทีเมอื งลงุ ชาน มณฑลชานตงุ พบเครอื งมอื เครอื งใชท้ ํา
ดว้ ยหนิ กระดกู สตั ว์ เครอื งปนดนิ เผา กระดกู ววั กระดองเต่า
เสยี งทาย จนี เปนชาติทีมคี วามเจรญิ มาตังแต่สมยั โบราณ มี
อารยธรรมเก่าแก่จนไดช้ อื วา่ เปนอู่อารยธรรมของชาติตะวนั ตก

(ชนชาติในทวปี เอเชยี )

1

ยุคสมยั

1. สมยั กอ่ นประวตั ิศาสตร์

• ยุคหินเก่า จนี เปนดนิ แดนทีมนษุ ยอ์ าศัยเปนเวลานาน
ทีสดุ ในทวปี เอเชยี หลักฐานทีพบคือ มนษุ ยห์ ยวนโหมว่ (
yuanmou man)มอี ายุประมาณ 1 , 700 , 000 ป
ล่วงมาแล้ว พบทีมณฑลยูนนาน ภาคตะวนั ตกเฉียงใต้
ของจนี และพบโครงกระดกู มนษุ ยป์ กกิง

• ยุคหินกลาง มอี ายุประมาณ 10,000 ป – 6,000 ป
ล่วงมาแล้วใชช้ วี ติ กึงเรร่ อ่ น ไมม่ กี ารตังหลักแหล่งถาวร
มกี ารพบเครอื งถ้วยชาม หมอ้ มกี ารล่าสตั ว์ เก็บอาหาร
เครอื งมอื หนิ ทีใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วนั คือ หนิ สบั ขูด หวั ธนู

• ยุคหินใหม่ มอี ายุประมาณ 6,000 ป – 4,000 ปล่วง
มาแล้วเรมิ ตังหลักแหล่งเปนชุมชน รจู้ กั เพาะปลกู ขา้ วฟาง
เลียงสตั ว์ ทอผา้ ปลกู บา้ นมหี ลังคา ในยุคหนิ ใหมน่ มี ี
มนษุ ยท์ ําเครอื งปนดนิ เผาทีสวยงามมากขนึ และเขยี น
ลายสี

ในยุคหนิ ใหม่ ชุมชนทีตังถินฐานอยูท่ ีราบล่มุ นาํ
ฮวงโหไดส้ รา้ งสรรค์วฒั นธรรม " หยางเชา’ " ขนึ และอีก
ชุมชนหนงึ อยูบ่ รเิ วณมณฑลซานดงุ ไดส้ รา้ งสรรค์
วฒั นธรรมทีเรยี กวา่ วฒั นธรรม "หลงชาน" ขนึ

2

ล่มุ แมน่ าํ ฮวงโห พบความเจรญิ ทีเรยี กวา่ วฒั นธรรม
หยางเชา ( Yang Shao Culture ) พบหลักฐานทีเปน
เครอื งปนดนิ เผามลี ักษณะสาํ คัญคือ เครอื งปนดนิ เผา
เปนลายเขยี นสี มกั เปนลายเรขาคณติ พชื นก สตั วต์ ่างๆ
และพบใบหนา้ มนษุ ย์ สที ีใชเ้ ปนสดี าํ หรอื สมี ว่ งเขม้
นอกจากนยี งั มกี ารพมิ พล์ ายหรอื ขูดสลักลายเปนรปู ลาย
จกั สาน ลายเชอื กทาบ

ล่มุ นาํ แยงซี ( Yangtze ) บรเิ วณมณฑลชานตงุ พบ
วฒั นธรรมหลงซาน ( Lung Shan Culture ) พบหลัก
ฐานทีเปนเครอื งปนดนิ เผามลี ักษณะสาํ คัญคือ
เครอื งปนดนิ เผามเี นอื ละเอียดสดี าํ ขดั มนั เงา คณุ ภาพดี
เนอื บางและแกรง่ เปนภาชนะ 3 ขา

3

2.สมัยประวตั ิศาสตร์

• สมยั โบราณ เรมิ ตังแต่สมยั ราชวงศ์ชาง สนิ สดุ
สมยั ราชวงศ์โจวรงุ่ เรอื งทางปรชั ญาโดยเฉพาะลัทธิ
ขงจอื และเต๋า

• สมยั จกั รวรรดิ เรมิ ตังแต่สมยั ราชวงศ์จนิ มี
จกั รพรรดทิ ียงิ ใหญ่ พระเจา้ ชวิ งั ตีเปนผใู้ หส้ รา้ ง
กําแพงเมอื งจนี จนถึงปลายราชวงศ์ชงิ หรอื เชง็ เปน
ยุคทีจนี เสอื มถอยความเจรญิ ทกุ ดา้ น

• สมยั ใหม่ เรมิ ปลายราชวงศ์เชง็ ราชวงศ์สดุ ท้ายที
ปกครองจนี คือราชวงศ์ชงิ อ่อนแอ ทําใหจ้ นี ตกตําทัง
ทางดา้ นเศรษฐกิจสงั คมและดา้ นการเมอื ง โดยเฉพาะ
อยา่ งยงิ การแพส้ งครามต่างชาติ สดุ ท้ายแล้ว "เหมา
เจอ๋ ตงุ " ก็ยดึ ประเทศสาํ เรจ็ กลายเปนคอมมวิ นสิ ต์โดย
สมบูรณ์ โดยใชช้ อื วา่ "สาธารณรฐั ประชาชนจนี "

• รว่ มสมยั เรมิ ตังแต่จนี ปฏิวตั ิเปลียนแปลงการ
ปกครองเขา้ สรู่ ะบอบสงั คมนยิ มหรอื คอมมวิ นสิ ต์
จนถึงปจจุบนั

4

แนวคิดของขงจอื เล่าจอื เมง่ จอื

ทีมอี ิทธพิ ลต่อสงั คมจนี

ขงจอื ไดม้ อี ิทธพิ ลต่อชาวจนี อยา่ งใหญห่ ลวงรอบดา้ น คําสอน
ของขงจอื ถือเปนแบบอยา่ งในการดาํ เนนิ ชวี ติ และเปน
มาตรฐานของสงั คม ความรสู้ กึ นกึ คิดของชาวจนี จะแนบแนน่
อยูก่ ับปรชั ญาขงจอื งานนพิ นธข์ องขงจอื ถือกันวา่ เปน
วรรณกรรมชนั สงู และเปนหลักสตู รใชศ้ ึกษากันในสถาบนั การ
ศึกษาต่าง ๆ อีกทังเปนวชิ าสาํ หรบั สอบไล่ของทางราชการอีก
ดว้ ย ปรชั ญาขงจอื ทําใหช้ าวจนี มวี ฒั นธรรมทีเปนเอกลักษณ์
ของตนหลายอยา่ ง

เล่าจอื ซงึ มอี ิทธพิ ลต่อวฒั นธรรมของประเทศจนี อยา่ งมาก
เทียบเท่าไดก้ ับ ขงจอื นกั ปราชญค์ นสาํ คัญในยุคก่อนหนา้ นี
โดยมเี นอื หาวา่ ดว้ ยเรอื งปรชั ญาบุคคล ความกลมกลืนต่อการ
ใชช้ วี ติ กับธรรมชาติ จนไปถึงปรชั ญาการเมอื งตําราอันเปน
แบบแผนทางลัทธเิ ต๋า ซงึ เปนผลงานทียงั คงตกทอดมาถึงยุค
ปจจุบนั นี นอกจากนี เล่าจอื ยงั มคี วามเชยี วชาญทาง
ประวตั ิศาสตร์ ภมู ศิ าสตร์ ดาราศาสตร์

ขงจอื เล่าจอื 5

เมง่ จอื

• ด้านการศึกษา แนวคิดของเมง่ จอื สง่ เสรมิ ใหค้ นมกี าร
ศึกษา คือ เชอื วา่ คนมกี ารศึกษาเท่านนั จงึ เก็บเอาความ
เจรญิ ของมนษุ ยถ์ ่ายทอดไปใหล้ กู หลานได้ ในประเทศจนี
พยายามสง่ เสรมิ ใหบ้ ุตรหลานของตนเขา้ รบั การศึกษา
เพอื จะไดม้ หี นา้ ทีการงานทีดี
• ด้านปกครอง ลัทธเิ มง่ จอื เปนแนวคิดพนื ฐานของทัง
การปกครองแบบประชาธปิ ไตยและคอมมวิ นสิ ต์ แนวคิด
ในสว่ นนมี คี วามขดั แยง้ กับลัทธขิ งจอื เนอื งจากขงจอื ให้
ความสาํ คัญกับสถาบนั ครอบครวั มากกวา่ สถาบนั ชาติ
• ด้านเศรษฐกิจ แนวคิดของเมง่ จอื มผี ลต่อการ
เปลียนแปลงทางเศรษฐกิจ คือ เปนผลใหป้ ระเทศจนี มี
ระบบเศรษฐกิจแบบสงั คมนยิ ม ความเปนอยูใ่ นสงั คมทกุ
คนต้องมคี วามอยูร่ อดเสมอกัน ทีดนิ ทีอยูใ่ นประเทศก็
ถือวา่ เปนของรฐั ดงั นนั ทกุ คนต้องทําเพอื รฐั และความอยู่
รอดของตน

6

เศรษฐกิจแพรไหม

เปนชุดเสน้ ทางการสง่ การค้าและวฒั นธรรมซงึ เปน
ศูนยก์ ลางของอันตรกิรยิ าทางวฒั นธรรมผา่ นภมู ภิ าคของทวปี
เอเชยี ทีเชอื มตะวนั ตกและตะวนั ออกโดยการโยงพอ่ ค้าวาณชิ ผู้
แสวงบุญ นกั บวช ทหาร ชนเรร่ อ่ นและผอู้ าศัยในเมอื งจากจนี
และอินเดยี ไปยงั ทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนยี นระหวา่ งเวลาหลายสมยั
เสน้ ทางสายไหมทางทะเลมสี ว่ นสาํ คัญอยา่ งยงิ ต่อการค้าและ
เศรษฐกิจของจนี โบราณ ดงั นนั สมยั ราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ซง่
ราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมงิ ไดว้ างระบบการจดั การและกฎ
ระเบยี บการค้าแก่พอ่ ค้าชาวต่างประเทศ สรา้ งรายไดม้ หาศาลจาก
การค้าต่างประเทศ รวมถึงแลกเปลียนสนิ ค้ากับดนิ แดนอันหา่ ง
ไกลและยงั มกี ารแลกเปลียนวฒั นธรรมต่างๆ สนิ ค้าสง่ ออกที
สาํ คัญของจนี ไดแ้ ก่ ผา้ ไหม เครอื งเคลือบดนิ เผา ชา นาํ ตาล
เปนต้น สว่ นสนิ ค้านาํ เขา้ มคี วามหลากหลาย เชน่ อัญมณี
สมุนไพร เครอื งเทศ งาชา้ ง ผคู้ ้าหลักระหวา่ งยุคโบราณ คือ ชาว
จนี เปอรเ์ ซยี กรกี ซเี รยี โรมนั อารม์ เี นยี อินเดยี และแบกเตรยี

(Bactrian) และตังแต่ครสิ ต์ศตวรรษที 5 ถึง 8 เปนชาวซอก
เดยี (Sogdian) ระหวา่ งการเจรญิ ของศาสนาอิสลาม พอ่ ค้า

อาหรบั กลายมาโดดเดน่

7

ความเจรงิ ด้านวทิ ยาการต่างๆ

1)จติ รกรรม

- มวี วิ ฒั นาการมาจากการเขยี นตัวอักษรจนี จารกึ บนกระดกู

เสยี งทายเพราะตัวอักษรจนี มลี ักษณะเหมอื นรปู ภาพ

- งานจติ รกรรมจนี รงุ่ เรอื งมากในสมยั ราชวงศ์ฮัน นยิ ม

เขยี นภาพบนผา้ ไหม ภาพวาดเปนเรอื งเล่าในตําราขงจอื
พระพุทธศาสนาและภาพธรรมชาติ

- สมยั ราชวงศ์ถัง มกี ารพฒั นาการใชพ้ ูก่ ันสแี ละกระดาษ

ภาพสว่ นใหญไ่ ดร้ บั อิทธพิ ลจากพระพุทธศาสนาและลัทธเิ ต๋า

- สมยั ราชวงศ์ซง่ จติ รกรรมจดั วา่ รงุ่ เรอื งมาก ภาพวาดมกั

เปนภาพมนษุ ยก์ ับธรรมชาติ ทิวทัศน์ ดอกไม้ โดยเชอื มโยง
เขา้ กับบทกวนี พิ นธ์

8

2)ประติมากรรม

• พวกเครอื งปนดนิ เผาทําจากดนิ สแี ดง มลี วดลาย
แดง ดาํ และขาวเปนลวดลายเรขาคณติ และภาชนะ
สาํ รดิ เปนหมอ้ สามขา

• ปนหนุ่ ดนิ เผาเปนรปู ทหารในสสุ านของจกั รพรรดจิ นิ
ซี ในเมอื งซอี าน สรา้ งเมอื ปลายราชวงศ์โจวถึง
ราชวงศ์ฉิน

• สมยั ราชวงศ์ชาง มกี ารแกะสลักหยกตามความเชอื ที
วา่ "หยกทําใหเ้ กิดความเปนสริ มิ งคล ความสขุ สงบ
ความรอบรู้ ความกล้าหาญ"
• สมยั ราชวงศ์ถัง มกี ารพฒั นาเครอื งเคลือบดนิ เผาใหม้ ี
3 สคี ือ เหลือง นาํ เงิน และสเี ขยี วไขก่ ามชี อื เสยี งมากใน
สมยั ราชวงศ์ซอ้ ง

9

• นยิ มสรา้ งพระพุทธรปู ในสมยั ราชวงศ์ถัง มกี ารปนรปู
พระโพธสิ ตั วก์ วนอิม พระศรศี ากยะมุนี และพระโพธิ
สตั วอ์ วโลกิเตศวร
• สมยั ราชวงศ์หมงิ เครอื งเคลือบไดพ้ ฒั นาจนกลาย
เปนสนิ ค้าออก คือ เครอื งลายครามและลายสแี ดง ถึง
ราชวงศ์ชงิ เครอื งเคลือบจะนยิ มสสี นั สดใส เชน่ เขยี ว
แดง ชมพู

3).สถาปตยกรรม

• กําแพงเมอื งจนี สรา้ งในสมยั ราชวงศ์ฉิน

10

• เมอื งปกกิง สรา้ งในสมยั ราชวงศ์หงวน โดยกบุ ไลขา่ น
ซงึ ไดร้ บั การยกยอ่ งทางดา้ นการวางผงั เมอื ง

• พระราชวงั ปกกิง สรา้ งในสมยั ราชวงศ์เหมงิ
• พระราชวงั ฤดรู อ้ น สรา้ งในสมยั ราชวงศ์ซง่ โดย
พระนางซูสไี ทเฮาเปนสถาปตยกรรมทีผสมผสาน
ระหวา่ งยุโรปและจนี โบราณ
• สสุ านในสมยั ราชวงศ์ฮัน โดยขุดเจาะบรเิ วณเนนิ เขา
ลึกลงไปใต้ดนิ มอี ุโมงค์ทางเดนิ ทอดยาว แบง่ เปนหอ้ ง
ต่างๆมากมาย

4)วรรณกรรม

• สามก๊ก สนั นษิ ฐานวา่ เขยี นในครสิ ต์ศตวรรษที 14
เปนเรอื งราวของความแตกแยกในจนี ตังแต่ปลาย
สมยั ราชวงศจนิ จนถึงราชวงศ์ฮัน

11

• ซอ้ งกัง เปนเรอื งประท้วงสงั คม เรอื งราวความทกุ ข์
ของผคู้ นในมอื ชนชนั ผปู้ กครอง สะท้อนความทกุ ขข์ อง
ชาวจนี ภายใต้การปกครองของพวกมองโกล

• ไซอิว เปนเรอื งราวการเดนิ ทางไปนาํ พระสตู รจาก
สวรรค์ทางตะวนั ตกมายงั ประเทศจนี จนิ ผงิ เหมย หรอื
ดอกบวั ทอง แต่งขนึ ในราวครสิ ต์ศตวรรษที 16-17 เปน
นยิ ายเกียวกับสงั คมและชวี ติ ครอบครวั เปนเรอื งของ
ชวี ติ ทีราํ รวย มอี ํานาจขนึ มาดว้ ยเล่หเ์ หลียม แต่ดว้ ยการ
ทําชวั และผดิ ศีลธรรมในทีสดุ ต้องดร้ บั กรรม หงโหลว
เมงิ หรอื ความฝนในหอแดง เดน่ ทีสดุ ในครสิ ต์ศตวรรษ
ที 18 เรอื งราวเต็มไปดว้ ยการแก่งแยง่ ชงิ ดี อิจฉารษิ ยา
กัน ผอู้ ่านจะรสู้ กึ เศรา้ สลดต่อชะตาชวี ติ ของพระเอก
นางเอกเนอื เรอื งสะท้อนใหเ้ หน็ สงั คมศักดนิ าของจนี ที
กําลังเสอื มโทรมก่อนการเปลียนแปลงสงั คมเขา้ สยู่ ุค
ใหม่ บนั ทึกประวตั ิศาสตร์ ของ สอื หมา่ เฉียน

12

การปกครองระบบกษัตรยิ ์

โดยมจี นิ ซฮี ่องเต้เปนฮ่องเต้พระองค์แรก ก่อนสมยั ราชวงศ์
ฉินประเทศจนี ไดถ้ กู แบง่ เปนแวน่ แควน้ ต่างๆมากมาย และแต่ละ
แควน้ จะมผี ปู้ กครองเรยี กวา่ "อ๋อง" ซงึ แปลวา่ พระมหากษัตรยิ ์
แต่ต่อมาหลังจากอ๋องแหง่ แควน้ ฉินไดร้ วบรวมแวน่ แควน้ ต่าง ๆ
เปนหนงึ เดยี วจงึ สถาปนาแผน่ ดนิ เปนจกั รวรรดจิ นี และประกาศ
ใชเ้ ปนพระนามคํานาํ หนา้ วา่ จกั รพรรดหิ รอื ฮ่องเต้ คือฉินซอื หวงตี
หรอื จนิ ซฮี ่องเต้ ตังแต่สมยั ราชวงศ์ฉิน ฮ่องเต้ไดร้ บั การเคารพ
ในฐานะโอรสแหง่ สวรรค์ คือเปรยี บเสมอื นไดร้ บั อํานาจจาก
สวรรค์มาใหป้ กครองประชาชน ตามหลักการ "สงู สดุ โอรสสวรรค์
ล่างสดุ นนั ประชาราษฎร" การสบื ทอดตําแหนง่ ฮ่องเต้มกั อยูใ่ นรปู
แบบจากบดิ าไปยงั บุตร

โดยคําวา่ ฮ่องเต้ หรอื หวงตี ถ้าแปลตรงตัวจะสามารถแปล
ไดว้ า่ "ผปู้ กครองทียงิ ใหญ"่ โดยนาํ มาจากพระนามฮ่องเต้องค์แรก
คือ"ฉินซอื หวงตี"หลังจากนนั ตําแหนง่ ฮ่องเต้ก็ดาํ รงอยูม่ านบั
พนั ปซงึ ตังแต่ราชวงศ์ฉิน ราชวงศ์ฮัน ราชวงศ์จนิ ราชวงศ์สยุ
ราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ซง่ ราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมงิ โดยมาสนิ
สดุ ทีราชวงศ์ชงิ เนอื งจากบรหิ ารบา้ นเมอื งล้มเหลวและยงั ถกู
ประเทศต่างชาติรกุ ราน เปนเหตใุ หป้ ระเทศจนี เกิดการปฏิรปู การ
ปกครองจากระบอบระบอบสมบูรณาญาสทิ ธริ าชยม์ าเปน
ประชาธปิ ไตยแบบสาธารณรฐั

13

ตําแหนง่ ฮ่องเต้จงึ สนิ สดุ ลงเมอื วนั ที 12 กมุ ภาพนั ธ์ ค.ศ.
1912 ฮ่องเต้พระองค์สดุ ท้ายของประเทศจนี คือ จกั รพรรดฮิ ง
เซยี นหรอื หยวน ซอื ไข่ แต่ไมไ่ ดร้ บั การยอมรบั จากประชาชน
โดยฮ่องเต้พระองค์สดุ ท้ายทีไดร้ บั การยอมรบั จากประชาชนคือ
สมเดจ็ พระจกั รพรรดผิ อู่ ีแหง่ ราชวงศ์ชงิ

สมเดจ็ พระจกั รพรรดผิ อู่ ี

14


Click to View FlipBook Version