The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by janyai009, 2023-03-20 08:36:20

คู่มือ NICU

บทนำ20-3

คู่มือการทำงานNICU NICU PTH 2565


บทนำ คู่มือการทำงาน NICU ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อในเป็นแนวทางในการให้การพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะ วิกฤตและ/หรือทารกที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิกฤต เพื่อให้พยาบาลที่ทำงานในหน่วยงาน NICU มี ...................................... ทางผจู้ ดัทาํขอขอบคุณบุคคลที่อยเูบ้ืองหลังความสําเร็จของ เล่มน้ีไดแ ้ ก่บิดา มารดาที่ให้การสนับสนุน คุณครูและอาจารยท ์ ี่อบรมสั่งสอนและประสิทธ์ิประสาทวิชาความรู้ใหแ ้ ก่ผจู้ ดัทาํและที่ตอ ้ งกล่าวขอบคุณ เป็ นอยา่งยงคือ ิ่ .....................ที่ปรึกษา...................... ที่ไดใ้ หค ้ วามช่วยเหลือและคําแนะนําในการจัดทําคู่มือ การทํางานสําหรับพยาบาล NICU เล่มน้ีแพทย์หญิง.............. ที่ได้ให้ความคิดริเริ่มจนสาํเร ็ จลุล่วงไดเ ้ป็ น อยางดี ่


กิติกรรมประกาศ


สารบํญ


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 เวลาที่ใช้วัดอุณหภูมิแกนกลางในทารกแรกเกิด ตำแหน่งที่ใช้วัด ความลึกของปรอทที่ใช้(ซม) ระยะเวลาที่วัด(นาที) ทวารหนัก ทารกเกิดก่อนกำหนด 2.5 3 ทารกคลอดครบกำหนด 3 3 รักแร้ ทารกเกิดก่อนกำหนด กลางรักแร้ จับแขนทารก แนบลำตัว 5 ทารกคลอดครบกำหนด 8 ตำแหน่งที่วัดไข้ ข้อดี ข้อเสีย Rectum (Gold standard) สัมพันธ์กับอุณหภิมแกนกลาง/ ไม่ถูกรบกวนจากอุณหภูมิ ภายนอก/ไม่จำกัดอายุและ น้ำหนัก/วัดแบบต่อเนื่องได้ใน กรณีทำ body cooling ใช้เวลานาน / อาจทำให้ลำไส้ ทะลุ/ค่าที่ได้อาจไม่เที่ยงตรง ในกรณีที่มีเลือดไปเลี้ยงลำไส้ ลดลง / Perianal bleeding, anal fissure Axillar สะดวก /ง่าย/รบกวนทารกน้อย / ลดการปนเปื้อน ใช้เวลานานในการวัดจนกว่าจะ ได้ค่าคงที่ skin สะดวก /ง่าย /ไม่รบกวนทารก / ใช้ติดตามต่อเนื่อง ผิวหนังเป็นแผล โดยเฉพาะ ทารกคลอดก่อนกำหนด ค่าที่ได้อาจผิดพลาดจาก ตำแหน่ง probe ที่ไม่ เหมาะสม Esophagus Tympanic membrane วิธีการวัดไข้ในทารกแรกเกิด การวัดไข้สามารถวัดได้หลายทาง 1


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 วิธีการวัดปรอทใน NICU PTH 1. สวมถุงมือที่มือขวา 2 ข้าง , สวมถุงมือที่มือซ้าย 1 ข้าง 2. นับการหายใจทารกก่อนทำการกระตุ้นทารก หากไม่สามารถนับได้ด้วยตาเปล่า ให้ใช้ stethoscope ในการนับการหายใจ โดยให้วาง stethoscope (Mid Clavicular Lines กระดูกซี่โครงที่ 3- 4) และใช้เวลาในการนับ 1 นาทีเต็ม 3. วัดปรอททางรักแร้ โดยจัดให้บริวเณที่เป็นปลายปรอทวางอยู่กลางรักแร้ และปรอทวางแนบ ลำตัว หันด้ามปรอทไปทางปลายเท้า โดยใช้ปรอท Digital วัด ระยะเวลาในการวัด เมื่อปรอท Digital ส่งเสียง Alarm หากพบว่าอุณหภูมิทารกไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติ ให้ทำการวัดซ้ำที่รักแร้ อีกข้างหนึ่ง และ/หรือ วัดทาง rectum เพื่อประเมินอุณหภูมิทารกซ้ำ 4. ปลดสาย Probe O2 และ cuff BP ออกจากทารก 5. เปลี่ยน Diaper ทารก ใช้มือขวา พยายามกำ Diaper ที่ใช้แล้ว และถอดถุงมือชั้นบนห่อ Diaper ไว้ วางไว้ข้างตัวทารก 6. ติดสาย Probe O2 และ cuff BP เปลี่ยนตำแหน่งในการวัด ไม่ให้ซ้ำที่เดิม ยกเว้นใน กรณีที่ทารกต้องวัด Pre duct (มือขวา) อย่างต่อเนื่อง ให้เปลี่ยนการวาง Probe โดยไม่ให้ไฟ สีแดงวางซ้ำตำแหน่งเดิม เพื่อป้องกันการ Burn ผิวหนังทารก 7. ดูแลความเรียบร้อยของทารกตั้งแต่ศีรษะถึงปลายเท้า ก่อนออกจากทารก และนำถุงมือห่อ Diaper ไปชั่งน้ำหนัก เพื่อหาปริมาณปัสสาวะของทารก ซึ่งหาได้โดย น้หนักที่ชั่งได้ทั้งหมดหัก น้ำหนักdiaper ตามยี่ห้อ และหักน้ำหนักถุงมือ (ประมาณ 3 กรัม ) วิธีการวัดสัญญานชีพทารกแรกเกิดใน NICU PTH 2 อุปกรณ์ที่ต้องใช้ 1. ปรอทวัดไข้ 2. ถุงมือสะอาด 3 ข้าง 3. Diaper(Pamperse) 4. กระดาษทิชชู่เปียก 5. micropore ขนาด 2 นิ้ว ความยาว 4 นิ้ว 1 เส้น และความยาว 6 นิ้ว 1 เส้น


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 ระดับของภาวะอุณหภูมิกาย องศาเซลเซียส ภาวะอุณหภูมิกายต่ำ(Hypothermia) < 36.5 ภาวะอุณหภูมิกายปกติ(Normal temperature) 36.5 – 37.5 ภาวะมีไข้ต่ำ(Low grade fever) 37.6 – 37.9 ภาวะมีไข้ (hyperthermia) ≥ 38 การสูญเสียความร้อน วิธีการสูญเสีย วิธีการป้องกันหรือแก้ไข 1. การนำ (Conduction) เป็นการสูญเสียความร้อนโดยผิวหนัง ทารกสัมผัสกับวัตถุหรือพื้นผิวที่เย็น กว่าผิวหนังทารก เช่น ที่นอน , แผ่น X-ray , มือ ทำมือให้อุ่นก่อนสัมผัสทารก สิ่งของ/อุปกรณ์ต่างๆที่จะ สัมผัสทารกควรทำให้อุ่นก่อน 2. การพา (Convection) เป็นการสูญเสียความร้อนไปกับ อากาศรอบตัว การถ่ายเทความร้อน ไปสู่สิ่งแวดล้อมโดยการเคลื่อนย้าย ของอากาศ จัดให้ทารกนอนในบริเวณที่ไม่ มีลมพัดผ่าน รักษาอุณหภูมิ สิ่งแวดล้อมให้อุ่น ทารก คลอดก่อนกำหนดให้นอนใน Incubator 3. การแผ่รังสี(Radiaton) เป็นการสูญเสียความร้อนไปกับวัตถุที่ เย็นที่ไม่ได้สัมผัสโดยตรง เกิดขึ้นได้ เมื่อนำทารกไว้ใกล้หน้าต่าง หรือผนัง ที่เย็น หรืออยู่ในอุณหภูมิห้องที่เย็น จัดให้ทารกนอนห่างจากผนัง ที่เย็น หรือให้ทารกนอน ภายใต้ Radiant Warmer ไม่จัดให้ทารกนอนใกล้ อุปกรณ์ที่มีความเย็นหรือใกล้ หน้าต่างที่มีลมพัดผ่าน 4. การระเหย(Evaporation) เป็นการสูญเสียความร้อนไปกับน้ำ หรือของเหลว เช่น น้ำ เหงื่อ ปัสสาวะ ที่ติดอยู่กับตัวทารก เมื่อน้ำ ระเหยกลายเป็นไอ ไอจะนำความร้อน ไปด้วย ดูแลผิวหนังทารกให้แห้งอยู่ เสมอ ดูแลให้ทารกไม่ให้ทารก นอนแช่ผ้าอ้อมที่เปียก จัดให้ ทารกนอนใน incubator ที่ มี Humidity 3 การจำแนกระดับของภาวะอุณหภูมิกาย การสูญสียความร้อนในทารกแรกเกิด Knobel, R. B..2014). Fetal and neonatal thermal physiology. Newborn and Infant Nursing Reviews, 14(2), 45-49


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์. (2550). การควบคุมอุณหภูมิกายของทารกแรกเกิด. สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2564, จาก https://hpc9.anamai.moph.go.th/webupload/migrated/fif iles/hpc9/n965_3cdbac7cdf43659bd82e6a72f1f8d 9b1_article_20170113133133.pdf อาการและอาการแสดงของภาวะตัวเย็น ผิวเย็น , ปลายมือปลายเท้าเขียว(acrocyanosis) , ตัวลาย (mottled) หรือผิวซีด (pale skin) มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำชั่วคราว (transient hypoglycemia) หายใจเร็ว(tachypnea) หัวใจเต้นช้า (bradycardia) หายใจลำบาก (respiratory distress) ซึม (poor activity) หยุดหายใจ (apnea) อาจมีภาวะเลือดเป็นกรด (metabolic acidosis) ดูดนมไม่ดี รับนมไม่ได้น้ำหนักไม่ขึ้น หรือ น้ำหนักลดลง 4 3 การดูแล แก้ไขภาวะตัวเย็น การเพิ่มอุณหภูมิกายอย่างเร็ว (rapid rewarming) วางทารกไว้ใต้เครื่องให้ความอบอุ่น โดยการแผ่รังสี ชนิด servo-control ติด skin probe ไว้ที่ผนังหน้าท้องและตั้งปุ่มปรับ อุณหภูมิผิวหนังไว้ที่ 36.5 องศาเซลเซียส วัดอุณหภูมิรักแร้ ทุก15 ถึง 30 นาทีจนกว่า อุณหภูมิสูงถึง 36.5 องศาเซลเซียส จึงจัดให้ทารกอยู่ในIncubator โดยปรับอุณหภูมิตู้อบให้อยู่ใน NTE temperature ก่อนนำทารกเข้า Incubator และติดตามอุณหภูมิทารกจน >36.5 องศาเซลเซียส ข้อควรระวังในการติด skin probe 1. ไม่ติดบริเวณกระดูก ติดให้แนบสนิทกับลำตัวทารก ไม่ให้เผยอ ห้ามให้ skin probe โดนทับ เพราะ อาจทำให้ Heater Incubator ไม่ทำงานเนื่องจาก probe มีความร้อนจากการโดนทับ 2. ติด skin barrier กับผิวหนังทารก วาง skin probe บน skin barrier โดยให้บริเวณแผ่นเหล็ก วางนหน้าท้องทารก ติด micropore ขนาด 2 นิ้ว X 1.5 นิ้ว บน skin probe และติด Fixumull บน micropore เฝ้าระวังไม่ให้พลาสเตอร์ทั้งหมด ปิดเกินขนาดของ skin barrier เพราะอาจทำให้ ผิวหนังของทารกได้รับบาดเจ็บ ติดต่อกัน 2 ครั้ง หลังจากนั้นให้ตามต่อทุก 4 ชม


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 วิธีการวัด 1. พัน cuff ให้แนบแขนโดยวางตำแหน่งเครื่องหมายหลอดเลือดแดงให้ตรงกับตำแหน่งหลอดเลือด แดง โดยหากพัน cuff แล้วเส้นทึบปลายด้าน cuff โอบจนเลยเส้นปะมาได้แสดงว่าขนาด cuff ไม่ เล็กเกินไป 2. วัดความดันโลหิต ในขณะที่ทารกนิ่ง สงบ ควรวัดความดันโลหิต 2 – 3 ครั้ง แล้วหาค่าเฉลี่ย 3. ค่า Mean arterial pressure เป็นค่าที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า SBP และ DBP 4. หลีกเลี่ยงการวัดความดันโลหิต ที่แขนหรือขาที่วัดความอิ่มตัวของออกซิเจน ขนาดของ cuff เส้นรอบวงแขนหรือขาที่ ต้องการวัด(ซม.) 1 3 – 6 2 4 - 8 3 6 - 11 4 7 - 13 5 8 - 15 5 การวัดความดันโลหิต Blood Pressure โดย • ขนาดของ cuff ** ขนาดที่เล็กเกินไป จะได้ค่าที่สูงกว่าความเป็นจริง ** ขนาดที่ใหญ่เกินไป จะได้ค่าที่น้อยกว่าความเป็นจริง • อายุครรภ์ และน้ำหนักตัวทารก • ตำแหน่งที่ใช้วัด : แขน > ขา ปัจจัยที่มีผลต่อความแม่นยำของการวัดความดันโลหิต วิธีการวัด Oscillometric method อุปกรณ์ที่ใช้ในการวัด Cuff BP ความกว้างของ cuff ความยาวของเส้นรอบวงกึ่งกลางแขน = 0.45 – 0.7


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 วิธีการวัด pulse oximetry ในทารก Vital Signs Normal range Body Temperature 36.5 – 37.5 องศาเซลเซียส Respiratory rate 40 – 60 /min Heart rate 120 – 160 /min Mean Arterial Pressure (MAP) เท่ากับ GA (24 ชม. แรก) 35 mmHg (BW 1 kg) 40 mmHg (BW 2 kg) 45 mmHg (BW 3 kg) SpO2 ≥ 95 % ( Term ) 90 – 95 % ( Preterm ) Normal Vital Signs 1. เลือกตำแหน่งที่ติด probe ให้เหมาะสม 2. เช็ดคราบเลือด/ไขมันออกก่อน ติด probe 3. วาง probe และ หลอด LED ให้อยู่ตรงข้ามกันพอดี ใช้ micropore พันรอบ probe ให้มิดชิด 4. รอดูสัญญาณว่ามีความแรงที่น่าเชื่อถือหรือไม่ โดยพิจารณาจากกราฟ 5. ตั้ง alarm ให้เหมาะสมกับทารกแต่ละกลุ่ม และเสียงดังพอควร 6


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 ขั้นตอนการวัด IBP/ABP NICU PTH 1. เตรียม Heparin ( 1 : 1 ) จำนวน 50 ซีซี 2. นำ Syringe 50 ซีซี ดูด Heparin ( 1 : 1 ) ที่เตรียมไว้ ต่อกับ Extension ยาว 90 เซนติเมตร แล้วนำมาต่อเข้ากับ Transducer IBP ตรงบริเวณ sensor ของ IBP ดังรูป 3. ไล่ Heparin ( 1 : 1 ) เข้าชุด Transducer IBP โดยขณะไล่ Heparin ต้องดึงจุกตรงบริเวณ sensor ของ IBP ไว้ตลอดเวลา ไม่เช่นนั้น จะไม่สามารถ Push Heparin ( 1 : 1 ) จาก Syringe ได้ เนื่องจากมีการ Block บริเวณ sensor ของ IBP ไว้ 4. ต่อปลายสาย IBP กับ Three way ไล่สายด้วย Heparin ( 1 : 1 ) เสร็จแล้ว นำไปต่อกับ Three way ที่ปลายสาย UAC โดยเมื่อต่อเสร็จ ให้ปิด Three way ทางด้านคนไข้ไว้ เพื่อป้องกันเลือดไหลย้อน 5. ต่อ Cable IBP ที่เครื่อง Monitor เครื่อง Monitor ที่มี Port สีเหลืองที่ข้างเครื่อง สามารถวัด ABP ได้ทุกเครื่อง เมื่อต่ออุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการ Zero Cal โดยให้เจ้าหน้าที่อีกท่าน อยู่ที่หน้า เครื่อง Monitor กดหน้าจอบริเวณที่ตำแหน่ง P1 ให้ทำการเลือก Zero cal พยาบาล อยูที่ตัวทารก ให้หมุน Three way ตรงบริเวณ sensor ของ IBP ด้านปิด ไปที่ทารก และดึงตุ่มสีฟ้าที่ sensor ของ IBP พร้อม กับให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้าเครื่อง monitor กด ตรงคำว่า calibration รอจนขึ้น คำว่า Complete ให้แจ้งกับ พยาบาล ปล่อยตุ่มสีฟ้าที่ sensor ของ IBP และปรับ Three way อยู่ในแนวที่สามารถให้ Heparin ( 1 : 1 ) ไหลไปสู่ทารกได้อย่างต่อเนื่อง ให้สังเกต กราฟ บนเครื่อง monitor ว่าสม่ำเสมอหรือไม่ หากกราฟไม่ สม่ำเสมอ ให้ดูบริเวณ เส้น A- line มีเลือดค้างหรืออุดตันหรือไม่ ตำแหน่งของ A- line อยู่ใน position ที่เหมาะสมหรือไม่ หากพบว่าการอ่านค่า ABP ไม่แน่นอน ให้ลองวัด NIBP เทียบด้วยเสมอ 7 อุปกรณ์ที่ต้องใช้ 1. Transducer IBP + cable IBP 2. Syringe 50 ซีซี 1 อัน 3. Extension ยาว 90 เซนติเมตร 1 อัน 4. Heparin (1 : 1 ) 50 ซีซี 5. Syringe pump 6. ผ้าอ้อม 2 – 3 ผืน 7. กระดาษกาว วิธีการวัด IBP / ABP NICU PTH


ขั้นตอนการวัด IBP/ABP NICU PTH (ต่อ) 6. ให้พับผ้าอ้อม ให้มีขนาดที่สามารถวาง sensor ของ IBP ได้ และให้มีความสูงเท่ากับ พื้นที่ทารกนอน – mid axillary line ของทารก วาง sensor ของ IBP บนผ้าแล้วใช้กระดาษกาวพัน sensor ของ IBP เพื่อ ป้องกันการเคลื่อนของ sensor ของ IBP และให้นำผ้าอ้อมที่วาง sensor ของ IBP ไปวางไว้บริเวณหัวไหล่และ หรือต้นแขนทารก และจัดให้อยู่แนบข้างลำตัวทารกทารกเสมอ ไม่ให้วางสูงหรือต่ำกว่าระดับของหัวใจทารกมาก เกินไป อาจทำให้ค่าที่อ่านได้เกิดความผิดพลาด 7. นำ Syringe ที่ดูด Heparin (1 : 1 ) ไว้ ไปใส่เครื่อง Syringe pump และตั้ง rate 1 cc/hr. โดยให้ทำการเปลี่ยนทุก 72 ชั่วโมง ในกรณีที่ใช้ ขวด IV แต่ถ้าเตรียม Heparin (1 : 1 ) โดย Syringe 50 ซีซี ให้ทำการเปลี่ยนทุก 24 ชั่วโมง จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 วิธีการทำ Heparin (1:1) Heparin 1 ซีซี เท่ากับ 5,000 unit 1. ดูด Heparin ( 1 ซีซี เท่ากับ 5,000 unit ) มา 0.1 ซีซี นำ Heparin ที่เตรียมไว้ ผสม กับ NSS 9.9 ซีซี จะทำให้ได้ Heparin 500 unit ต่อ 10 ซีซี หรือ 50 unit ต่อ 1 ซีซี 2. นำ Heparin ( 500 unit /1 ซีซี) มา 1 ซีซี ผสมกับ NSS 49 ซีซี จะได้เป็น Heparin 50 unit ใน NSS 50 ซีซี หรือ Heparin (1:1) นั่นเอง 8


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 ขั้นตอนการให้สารน้ำในทารก NICU PTH 1. เตรียมสารน้ำที่จะให้กับทารกโดย ใช้Solution set หรือ Set micro-drip 2. สวมถุงมือที่มือทั้ง 2 ข้าง ในกรณีที่ต้องการทำ H/C พร้อมกับการให้สารน้ำ ให้สวมถุงมือ sterile ทั้ง 2 ข้าง 3. เลือกตำแหน่งที่ต้องการให้สารน้ำทารก และใช้ Insyte No. 24 ในการเปิดเส้นทารก โดยใช้ 2 % chlorhexidine in water paint skin ก่อนเปิดเส้นทารก 4. เมื่อได้เส้น รอให้เลือดไหลออกมาบริเวณ Insyte และใช้มือที่ถนัด จับ Syringe 3 cc. ต่อกับเข็ม No. 21แบบ sterile ใช้เพื่อดูดเลือดจากปลาย Insyte อย่างระมัดระวัง การ contamination เมื่อ ได้เลือดตามต้องการแล้ว ส่ง Syringe ที่มีเลือด ให้ผู้มาช่วยในการให้สารน้ำ เปลี่ยนเข็มและนำเลือด ใส่ขวด H/C โดยให้ paint ขวด H/C ด้วย 2 % chlorhexidine in water ก่อนนำเลือดใส่ขวด 5. เก็บ specimen ตามแผนการรักษา และให้สารน้ำทารก fix บริเวณ รอยต่อระหว่าง Insyte กับ ชุดให้สารละลาย หลังจากนั้นใช้ Tegaderm ปิดทับบน Insyte และใช้ fixumull รองใต้ข้อต่อ Insyte แล้วอ้อมมาปิดบน Tegaderm เพื่อป้องกันการหลุดของชุดสายให้สารน้ำ 6. ใช้ไม้ดามที่ทำจากกระดาษ รองใต้บริเวณที่ให้สารน้ำ เพื่อป้องกันการงอแขน / ขา ของทารก 7.นำสารน้ำ เข้าเครื่อง Infusion pump และตั้ง rate / Limit แล้ว start เครื่อง โดยปล่อย clamp IV set เป็นลับสุดท้าย 8. ติดตามดูสารน้ำที่ให้ และบริเวณที่ให้สารน้ำ ทุก 1 – 2 ชั่วโมง อุปกรณ์ที่ต้องใช้ 1. Insyte No. 24 2. ถุงมือสะอาด /Sterile 2 ข้าง 3. alcohol ball 4. Tegaderm ขนาด 2 cm. X 2cm. ครึ่งแผ่น 5. Fixumull 0.5 cm. X 2 inc 5. Tourniquet 6. micropore ขนาด 2 นิ้ว ความยาว 6 นิ้ว 4 เส้น 7. ไม้ดาม วิธีการให้สารน้ำในทารก NICU PTH 9


• NSS 100 ml ประกอบด้วย Sodium chloride (Nacl) 900 mg. • NSS/2 100 ml ประกอบด้วย Sodium chloride (Nacl) 450 mg. • NSS/3 100 ml ประกอบด้วย Sodium chloride (Nacl) 300 mg. • NSS/4 100 ml ประกอบด้วย Sodium chloride (Nacl) 225 mg. • NSS/5 100 ml ประกอบด้วย Sodium chloride (Nacl) 180 mg. จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 การทำ N/2 , N/3 ……….จาก NSS จะเห็นได้ว่า NSS/2 มีปริมาณของ Sodium chloride เป็นครึ่งหนึ่งของ NSS NSS/3 มีปริมาณของ Sodium chloride เป็น1 ใน 3 ของ NSS NSS/4 มีปริมาณของ Sodium chloride เป็น1 ใน 4 ของ NSS และ NSS/5 มีปริมาณของ Sodium chloride เป็น1 ใน 5 ของ NSS วิธีการคิด คือ คำว่า /. . . . . หมายความว่า การทำสารน้ำเป็น ส่วน ตามแผนการรักษา เช่น N/5 หมายความว่า แบ่งสารน้ำเป็นทั้งหมด 5 ส่วน N/4 หมายความว่า แบ่งสารน้ำเป็นทั้งหมด 4 ส่วน เป็นต้น ตัวอย่าง คือ ถ้าต้องการ N/5 100 cc. จาก NSS มีวิธีทำดังนี้ 1. 100 cc แบ่งเป็น 5 ส่วน ดังนั้น 1 ส่วน คือ 20 cc. 2. คำว่า N/5 จะเขียนได้อีกแบบคือ N 1/5หมายความว่ามี NSS 1 ส่วน และ Sterile Water อีก 4 ส่วน นั่นคือ NSS 20 cc. และ Sterile Water 80 cc. และ เวลาผสม ให้คิดสารน้ำเป็น 100 cc เสมอ เพื่อป้องกันการสับสน แต่ถ้าคิด ชำนาญมากขึ้นแล้ว เราสามารถปรับลดได้ตามสัดส่วน โดยการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สารน้ำนี้ต้องเติม Glucose เพื่อให้ได้ ความเข้มข้น ของสารน้ำตามความต้องการของแพทย์ ซึ่งเราจะพูดถึงในหน้าต่อไป 10


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 5 % D /. . . . หมายความว่า ใน 100 cc มี glucose อยู่ 5 กรัม 10 % D /. . . . หมายความว่า ใน 100 cc มี glucose อยู่ 10 กรัม 12.5 % D /. . . . หมายความว่า ใน 100 cc มี glucose อยู่ 12.5 กรัม เป็นต้น ข้อควรจำ . . . ต้องจำไว้เสมอว่า สารน้ำที่ได้ รวม glucose จะต้องเป็น 100 cc. เสมอ ตัวอย่าง ที่ 1 ต้องการ 17.5 % D/w 100 cc ** วิธีคิด D / w คือ sterile water ที่มี Glucose ** 17.5 % D/W คิอ มี 17.5 กรัม ของ Glucose Glucose 500 มิลลิกรัม เท่ากับ 50 %glucose 1 cc. ดังนั้น ถ้าต้องการ glucose 17.5 กรัม หรือ 17500 มิลลิกรัม มี วิธีคิดดังนื้ คือ ถ้า glucose 500 มิลลิกรัม เท่ากับ 1 cc glucose 17,500 มิลลิกรัม เท่ากับ ดังนั้น glucose 17,500 มิลลิกรัม เท่ากับ 50 % glucose 35 cc. สรุป เราต้องใช้ 50 % glucose 35 cc. (ห้ามลืมเด็ดขาด ว่าสารน้ำที่ต้องการจะต้องเป็น 100 cc. เสมอ ) ผสม Sterile water 65 cc. ทำให้เราได้ 17.5 % D/W 100 cc. 17,500 X 1 500 ตัวอย่าง ที่ 2 ต้องการ 12.5 % D/N/5 100 cc ** วิธีคิด คือ เราต้องทำ N/5 ก่อน จากเรื่องก่อนที่เราทำกัน คือ ** เราสามารถทำ N/5 โดยแบ่ง เป็น 5 ส่วน และใช้ NSS 1 ส่วน และ Sterile water 4 ส่วน จากแนวคิด สารน้ำที่จะทำต้อง เป็น 100 cc. เสมอ ดังนั้น N/5 100 cc. จะได้จาก NSS 20 cc. ผสมกับ Sterile water 80 cc. ต่อมา เราจะมาทำ % glucose ต่อ โดยคิดดังนี้ 12.5 % D/N/5 คิอ มี 12.5 กรัม ของ Glucose Glucose 500 มิลลิกรัม เท่ากับ 50 %glucose 1 cc. ดังนั้น ถ้าต้องการ glucose 12.5 กรัม หรือ 12500 มิลลิกรัม มี วิธีคิดดังนื้ คือ ถ้า glucose 500 มิลลิกรัม เท่ากับ 1 cc glucose 12,500 มิลลิกรัม เท่ากับ glucose 12,500 มิลลิกรัม เท่ากับ 50 % glucose 25 cc. สรุป เราต้องใช้ 50 % glucose 25 cc. (ห้ามลืมเด็ดขาด ว่าสารน้ำที่ต้องการจะต้องเป็น 100 cc. เสมอ ) ผสม N/5 75 cc. ทำให้เราได้ 12.5 % D/N/5 100 cc. 500 12,500 X 1 การทำ % IV 11


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 การเตรียม IV ในกรณีที่มี glucose อยู่ใน IV บางส่วน เช่น การทำ % IV จาก 5 % D/W , 5%D/N/5 , 5%D/N/4 ,5%D/N/3 และ 5%D/N/2 ความเข้มข้นของ สารน้ำ (%) เติม 50 % glucose (ซีซี) ปริมาณ 5 % . . . . . (ซีซี) จำนวน glucose (กรัม) TOTAL % IV รวมปริมาตร ทั้งหมด (ซีซี) 10 % 89 4.45 9.95 100 11 5.5 12.5 % 84 4.2 12.45 100.5 16.5 8.25 15 % 78 3.9 15.15 100.5 22.5 11.25 17.5 % 72 3.6 17.6 100 28 14 20 % 67 3.35 19.85 100 33 16.5 22.5% 61 3.05 22.55 100 39 19.5 25 % 55.5 2.77 25.02 100 44.5 22.25 12 การทำ % IV (ต่อ) วิธีการทำ 10 % IV จาก 5 % IV วิธีคิด คือ 5 % ใน IV ต่างๆ 100 ซีซี จะมี glucose 5 กรัม ดังนั้น เมื่อต้องการ % glucose ที่เพิ่มขึ้น จะต้องลด ปริมาณของ 5% ลง และเพิ่มปริมาณ glucose ตามความต้องการ โดย 50 % glucose 1 ซีซี เท่ากับ 500 มิลลิกรัม เช่น จะทำ 10 % IV จาก 5 % IV ตาม ตารางด้านบน ได้มาจาก 5 % IV 100 ซีซี มีglucose 5 กรัม ดังนั้น 5 % IV 89 ซีซี มีglucose 4.45 กรัม ดังนั้น ต้องการ glucose อีก 5.5 กรัม เพื่อให้ได้ปริมาณ glucose ทั้งสิ้น 10 กรัม ใน 5 % IV 100 ซีซี สรุป ต้องใช้ 5 % IV 89 ซีซี และเติม 50 % glucose อีก 11 ซีซี จะได้ 10 % IV 100 ซีซี ตามต้องการ


วิธีการคำนวณ GIR จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 GIR คือ Glucose infiltration rate อัตราการให้glucose ทางหลอดเลือดดำ (mg/kg/min) GIR = % สารน้ำ X rate IV (น้ำหนัก(Kg) X 6) ตัวอย่าง ทารกน้ำหนัก 2.5 kg. ทารกได้รับ IV เป็น 12.5 % D/N/5 8 cc/hr. GIR ของทารกรายนี้ = (12.5X8)/(2.5X6) = 100/15 = 6.67 GIR ของทารกรายนี้ = 6.67 mg/kg/min 13


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 14 วิธีการคำนวณขนาดยาและอัตราเร็วการบริหารยา กรณีที่ยาเกี่ยวข้องกับการ ทำงานของหัวใจ สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคำนวณขนาดยาและอัตราการบริหารยา 1. น้ำหนักตัวทารกเป็นกิโลกรัม 2. การเปลี่ยนหน่วยของยา ทำได้ดังนี้ 1 gm วิธีคิด คือ 1 X 1000 เท่ากับ 1000 มิลลิกรัม 1 mg วิธีคิด คือ 1 X 1000 เท่ากับ 1000 ไมโครกรัม 3. ยาที่มีผลกับการทำงานของหัวใจ จะมีหน่วยเป็น ng,mcg,mg/kg/min *Dopamine *Dobutamine *PGE1 * Nimblex *Adrenaline *Levophed *Iloprost ตัวอย่าง วิธีคิด กรณีที่ยาเกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจ น้ำหนักทารก เท่ากับ 1 กิโลกรัม Dopamine 12 mg + 5%D/W to 20 ml iv 1 ml/hr.(10mcg/kg/min) 1. ให้ดูหน่วยของยาที่ต้องการให้ กับหน่วยในวงเล็บด้านท้าย ว่าเป็นหน่วยเดียวกันหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ให้ทำให้เป็นหน่วยเดียวกัน ดังในตัวอย่าง คือ Dopamine 12 mg แต่ด้านท้ายในวงเล็บ คือ mcg ดังนั้นต้องทำให้เป็น Dopamine 12 *1000 mcg เท่ากับ Dopamine 12000 mcg 2. เมื่อได้ปริมาณของยาแล้ว ให้ หารด้วยปริมาณ volume ทั้งหมด คือ 12000/20 เท่ากับ 600 4. นำคำตอบจากข้อ 3 มาหารด้วย 60 คือ 600/60 เท่ากับ 10 3. นำคำตอบจากข้อ 2 มาหารด้วยน้ำหนักหน่วยเป็นกิโลกรัม คือ 600/1 เท่ากับ 600 5. นำคำตอบจากข้อ 4 มาคูณด้วย rate IV คือ 1 X 10 เท่ากับ 10 คำตอบ คือ 10 mcg/kg/min จะเห็นได้ว่าตรงกับในวงเล็บใน order แพทย์ ถ้าพบว่าไม่ตรงกัน ต้อง confirm กับ senior และแพทย์อีกครั้ง


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 วิธีการคำนวณขนาดยาและอัตราเร็วการบริหารยา กรณีที่ยาที่ไม่เกี่ยวข้อง กับการทำงานของหัวใจ ตัวอย่างวิธีคิด กรณีที่ยาไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจ น้ำหนักทารก เท่ากับ 1.36 กิโลกรัม Fentanyl 54 mcg + 5%D/W to 20 ml iv 1 ml/hr.(2mcg/kg/hr.) 1. ให้ดูหน่วยของยาที่ต้องการให้ กับหน่วยในวงเล็บด้านท้าย ว่าเป็นหน่วยเดียวกัน หรือไม่ ถ้าไม่ ให้ทำให้เป็นหน่วยเดียวกัน ดังในตัวอย่าง คือ Fentanyl 54 mcg และด้านท้ายในวงเล็บ คือ mcg ดังนั้นไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม 2. เมื่อได้ปริมาณของยาแล้ว ให้ หารด้วยปริมาณ volume ทั้งหมด คือ 54/20 เท่ากับ 2.7 3. นำคำตอบจากข้อ 2 มาหารด้วยน้ำหนักหน่วยเป็นกิโลกรัม คือ 2.7/1.36 เท่ากับ 1.98 4. นำคำตอบจากข้อ 3 มาคูณด้วย rate IV คือ 1 X 1.98 เท่ากับ 1.98 คำตอบ คือ 1.98 mcg/kg/hr. จะเห็นได้ว่าตรงกับในวงเล็บใน order แพทย์ ถ้าพบว่าไม่ตรงกัน ต้อง confirm กับ senior และแพทย์อีกครั้ง สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคำนวณขนาดยาและอัตราการบริหารยา 1. น้ำหนักตัวทารกเป็นกิโลกรัม 2. การเปลี่ยนหน่วยของยา ทำได้ดังนี้ 1 gm คือ 1 X 1000 เท่ากับ 1000 มิลลิกรัม 1 mg คือ 1 X 1000 เท่ากับ 1000 ไมโครกรัม 3. ยาที่ไม่มีผลกับการทำงานของหัวใจ จะมีหน่วยเป็น ng, mcg, mg /kg/hr. เช่น *Fentanyl *Dormicum/midazolam *Heparin * Nimblex 15


จัดทำโดย น.ส.มาลี โกษะ ทีมวิชาการและทีม Med. Error NICU PTH ปี 2566 การบริหารยา ใน NICU PTH การใช้เครื่องมือ ใน NICU PTH การใช้ส่ง lab / การเจาะ lab ใน NICU PTH IV care / C – line care ใน NICU PTH การส่งเวร / การรายงานแพทย์ ใน NICU PTH การให้เลือดและส่วนประกอบของเลือด ใน NICU PTH การช่วยแพทย์ทำหัตถการ ใน NICU PTH .....................................................................


Click to View FlipBook Version