เมขลา รามสูร เรีย รี บเรีย รี งโดย:นางสาวพัชพั รา เสน่ห์ น่ ห์ พูด
คำ นำ เมื่อใดที่ฝนตกฟ้าคะนอง ฟ้าแลบ เป็นประกายเจิดจ้า ตามด้วยเสียงฟ้าร้อง สะเทือนไปทั้ง แผ่นดิน และบางครั้งฟ้าก็ผ่าลงมาดังสนั่นหวั่นไหว ชาวอาเซียเชื่อว่าเกิดจากอำ นาจ แก้ววิเศษ ของนางฟ้าเมขลา และขวานวิเศษของอสูรเทพรามสูร วรรณคดีเรื่องนี้พูดถึงปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างชาย หญิง รวมถึงความสัมพันธ์ของ คนรอบข้างที่มีปัญหาในเรื่องของการแย่งชิงผลประโยชน์ หรือทะเลาะเบาะแว้งอย่างรุนแรง ในเรื่องราวที่ไม่จบสิ้น การเรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้นำ เอาวรรณคดีเรื่องเมขลา รามสูร เพื่อนำ เสนอ ปัญหา ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ในมุมมองเพื่สอดแทรกความรู้ต่างๆในเรื่อง
ท้าวพระยามังกร ตัวละคร เมขลา รามสูร พระอิศวร พระอุมา
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพญามังกรตัวหนึ่งมีฤทธิ์มากท่อง เที่ยวอยู่ในมหาสมุทร พญามังกรตัวนี้มีดวงแก้วซึ่งมีรัศมี เจิดจ้าประดับอยู่ที่หัวและ มีธิดานามว่า นางเมลา มีรูป ร่าง และใบหน้าที่งดงามมาก นางชอบท่องเที่ยว เล่นแร่แปรธาตุ พญามังกรเป็นห่วงลูกจึงพาไปถวายตัว เป็นพระพนมพระอินทร์ 1
เห่เอ่ยนางเอก มณีเ ณี มขลา ลอยเร่เล่นในเมฆา ถือ ถื จินดาดัง ดั ดวงดาว โยนเล่นเห็น ห็ แก้ว สว่างแวววามวาว ลอยฟ้าเวหาหาว รูป รู ราวกัล กั กิน กิ รี ทรงเครื่องเรืองจำ รัส อร่ามรัศมีฉ มี วี ชูช่วงดวงมณี เลื่อนลอยลีลามา เลียบรอบคอบทวีป อยู่กลางกลีบเมฆา เชยชมยมนา เฝ้ารักษาสิน สิ ธู ครั้นถึง ถึปัจฉิมคิมหันต์ ถึง ถึ วสัน สั ตฤดู ฟ้าคำ รนฝนฝู เสีย สี งซู่ซู่ ซู่ ซู่ ส ซู่ าดเซน ลอยล่องละอองอาบ กระสิน สิ ธุ์ซ ธุ์ าบทรวงเย็น ย็ เคยรำ ระบำ เบน ล่อเล่นกับ กั เทวัญ 2
กล่าวถึงฤดูฝนเหล่าเทวดา นางฟ้า พากันเหาะมาร่สย รำ ด้วยลีลาอันงดงามกับดนตรี ต่างหยอกล้อกันอย่าง สนุกสนาน 3
ชูแก้วแววสว่าง รำ ด้วยนางสาวสวรรค ล่อเลี้ยวเกี้ย กี้ วพัน พวกเทวัญกั้น กั้ กาง ฉวยฉุดยุดหยอก สัพ สั ยอกเย้านาง โยนแก้วแววสว่าง ให้เนตรพร่างพรายเอ่ย 4
กล่าวถึงนางเมขลาผู้เป็นเทพธิดารักษาสมุทร ถือมณี เหาะมาร่ายร่วมกับเหล่าเทวดา นางฟ้าอย่างสนุกสนาน 5
พญามังกรได้ถวายดวงแก้วของตนให้แก่พระอินทร์ด้วย พระอินทร์รับดวงแก้วไว้ แล้วมอบให้นางเมขลาเป็นผู้ดูแลรักษา นางเมขลาเมื่ออยู่กับพระอินทร์ก็กลัดกลุ้ม ที่ไม่ได้ท่องเที่ยว วันหนึ่งนางแอบหนีไปเที่ยว 6
นางเอาลูกแก้วไปด้วย นางร่ายรำ ระหว่างอยู่บนก้อนเมฆ เหนือฟองคลื่นทั่วท้องมหาสมุทรพลางโยนลูกแก้วเล่นอย่าง สนุกสนาน เกิดแสงเป็นประกายวูบวาบไม่ยอมกลับสวรรค์ 7
เมื่อเป็นเช่นนี้ พระอินทร์จึงมอบหน้าที่ให้ นางดูแลรักษาสมุทร เจ้าจงดูแลสมุทร 8
มียักษ์ตนหนึ่งนามว่า รามสูร มีขวานเพชรเป็นอาวุธ วัน หนึ่งรามสูรไปเยี่ยมเพื่อนชื่อราหู พบว่าราหูตัวขาดเหลือ เพียงครึ่งตัวแต่ยังไม่ตาย เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า 9
ราหูเล่าว่า ตนได้แอบดื่มน้ำ อมฤตที่พระนารายณ์ชักชวนให้ เทวดาทั้งหลาย รวมทั้งตนเองมาช่วยกวน พระนารายณ์ทราบ ก็โกรธ ขว้างจักรมาถูกตน จึงทำ ให้ร่างกาย ขาดเป็น 6 ท่อน รามสูรสงสารเพื่อน ได้ไปขอให้ พระอินทร์ช่วย และเพื่อเอาใจพระอินทร์จึงคิดจะจับ นางเมขลาไปถวาย 10
รามสูรพยายามจะจับนางเมขลาให้ได้ แต่นางก็หลบหลีกได้ ว่องไวพลางโยนดวงแก้วล่อหลอก จะหนีไปไหน 11
เห่เอยเห่นาม เทพรามสูร สู มาร มีมื มี อ มื ถือ ถื ขวาน อยู่วิมานมณีนิ ณีนิ ล หน้าเขีย ขี วเขี้ย ขี้ วงอก สีเ สี หมือ มื นดอกอิน อิ ทนิล เมือ มื งสวรรค์ชั้นอิน อิ ทร์ เกรงสิ้น สิ้ ทุกเทวา เลี้ยวรอบขอบพระเมรุ ตรวจตระเวนเวหา เห็น ห็ นางเอกเมขลา โยนจินดาดัง ดั เปลวเพลิง 12
บนสวรรค์มียักษ์ตนหนึ่งนามว่า รามสูร มีขวานเพชรเป็นอาวุธ มีกายสีเขียว ตาม่วงแดง เป็นที่เกรงกลัวของเหล่าเทวดา นางฟ้า รามสูรอยากได้ลูกแก้วของนางเมขลา แต่ไม่เคยแย่งได้สำ เร็จแม้แต่ครั้งเดียว 13
เมขลากล้าแกล้ว ล่อแก้วแววไว โยนสว่างเหมือ มื นอย่างไฟ ปลาบนัยน์เนตรขุน ขุ มาร หน้ามีด มี ฮืดฮาด กริ้วกราดโกรธทยาน แค้นนางขว้างขวาน เปรี้ยงสะท้านโลกา ฤทธิ์แ ธิ์ ก้วแคล้วคลาด ยิ่งกริ้วกราดโกรธา โลดไล่ไขว่คว้า เมขลาล่อเวียน 14
เมขลาชูลูกแก้วขึ้นมาหลอกล่อรามสูร ลูกแก้วแสงส่อง ไปกระทบตารามสูร รามสูรจึงโกธร จึงขว้างขวานใส่ เมขลา 15
ยักษ์โถมโจมโจน หลีกลัดฉวัดเฉวียน เปรี้ยงเปรี้ยงเสีย สี งขวาน ไล่นางกลางฝน นวลนางนั้นช่างล่อ เวียนไวไปมา นางก็โก็ ยนวิเชียร ล่อเวียนวงวน ก้องสะท้านสากล มืด มื มนในเมฆา รั้งรอร่อนรา ในจักรราศีเ ศี อย 16
รามสูรพุ่งเข้าหาเมขลา เมขลา รู้ทัน ตัวพุ่งหลบ เสียงขวานขว้างของรามสูรดังกึกก้อง ไปทั่วท้องฟ้า เมขลากับรามสูร ขับไล่กันไปมากลางสายฝน วนเวียน มาบนท้องฟ้า 17
รามสูรพยายามจะจับนางเมขลาให้ได้ แต่นางก็หลบหลีกได้ ว่องไวพลางโยนดวงแก้วล่อหลอก แสงของดวงแก้วกระทบตารามสูรจนพร่ามัว รามสูโกรธจึง ขว้างขวานเพชรไป หมายจะฆ่นางเมขลาเสีย แต่ดวงแก้วก็คุ้มครองนางให้หลบได้ทุกครั้ง รามสูรก็ติดตาม อยู่เช่นนี้เรื่อยไป 18
ผู้เฒ่าผู้แก่มักเล่าสู่กันฟังว่า เวลาฝนตกฟ้าแลบแปลบปลาบ เป็น เพราะประกายจากดวงแก้ว ของนางเมขลาส่วนเสียงฟ้าร้องนั้นเกิดจากรามสูรขว้างขวานเพชร บางครั้งเมื่อขวานเพชรพลาดไม่โดน นางเมขลา แล้วตกลงมาบนพื้นโลก ทำ ให้เกิดเสียงกึกก้องกัมปนาท เป็นเสียงฟ้าผ่า
ข้อคิด ๑. เรี่อ รี่ งเมขลากับ กั รามสูร เป็น ป็ การอธิบ ธิ ายเกี่ย กี่ วกับ กั การเกิด กิ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า…ทำ ให้เราเรีย รี นรู้เกี่ย กี่ วกับ กั ธรรมชาติ รอบตัว ตั ได้สนุกมากขึ้น ขึ้ …ที่สำ ที่ สำคัญ คั ทำ ให้เข้าและผูกพัน พั กับ กั ท้องถิ่น ถิ่ ก่อให้เกิด กิ ความภาคภูมิใมิ จในท้องถิ่น ถิ่ ๒. ได้เรีย รี นรู้กาพย์กลอนการใช้คำ ภาษาไทยที่ส ที่ วยงาม ก่อให้เกิด กิ ความภาคภูมิใมิ จในภาษา ศิล ศิ ปะ วัฒ วั นธรรมของ ไทย
บรรณานุกรรม https://nitanstory.com file:///C:/Users/User/Downloads/.pdf นิทานปรัมปราเมขลารามสูร 5522840216823PDF_2 (1).pdf
เมขลา เทพธิด ธิ าผู้รัก รั ษาน่านน้ำ รามสูร ยัก ยั ษ์ถือ ถื ขวานเป็น ป็ อาวุธ เมื่อ มื่ นางเมขลาขโมยแก้วมณีไปจากพระอิศ อิ วรขอพรให้สมปรารถนาดัง ดั ใจ นึก นึ ให้เรือรื งฤทธิ์เดช มิใมิ ห้ผู้ใดที่ติ ที่ ด ติ ตามค้นหาพบเห็น ห็ ตน คลาดแคล้วจากเทพอาวุธและอย่าให้ชายใดมาแผ้วพาน นับ นั แต่นั้ ต่ นั้ น นั้ มานางเมขลาก็เ ก็ป็น ป็ ผู้ค ผู้ รอบครองแก้วมณีวิเ วิ ศษนี้แ นี้ ละเหาะเที่ย ที่ ว เล่น ล่ เรื่อ รื่ ยไป แม้รามสูร ขุนมารซึ่ง ซึ่ มีข มี วานวิเ วิ ศษเป็น ป็ อาวุธจะเพีย พี ร พยายามติด ติ ตามนางอย่างไม่ล ม่ ดละเพื่อ พื่ นำ แก้วมณีกลับ ลั ไปถวายพระอิศ อิ วร แต่ด้ ต่ ด้ วยอำ นาจแก้วมณีวิเ วิ ศษรามสูรก็ไก็ ม่อ ม่ าจติด ติ ตามนางได้ทั ด้ นทั