บทที่ 5
การออกแบบ เข้าถึง และประยุกต์ใช้ส่ือดิจิทัล
ตามธรรมชาติของสาขาวิชาเอก
เสนอ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนล สวนประดิษฐ์
รายวชิ านวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและดิจทิ ัลเพ่ือการศกึ ษา
เสนอ
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.อนล สวนประดษิ ฐ์
รายวิชานวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและดจิ ทิ ัลเพ่ือการศกึ ษา
การออกแบบ เขา้ ถงึ และประยกุ ต์ใชส้ อื่ ดจิ ทิ ลั ตามธรรมชาตขิ องสาขาวชิ าเอก
การผลติ สือ่ ในปจั จบุ นั ไมว่ ่าจะเป็นสอื่ ประเภทใดกต็ าม การนาความรู้เรอื่ งการออกแบบและพัฒนา
นับวา่ เป็นส่วนสาคญั ท่มี บี ทบาทโดยเฉพาะการผลติ "สือ่ การสอน" หรือ "Instructional Media" ซง่ึ หมายรวมถงึ
สอื่ ด้ังเดิม(Traditional Media)
เชน่ กระดานชอร์ค เทปบันทึกเสียง ของจรงิ
สื่อใหม่และวธิ ีการใหม่
เชน่ คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เนต็ ส่อื ประสม สื่ออเิ ล็กทรอนกิ ส์
ส่อื ปจั จุบันเน้นการสมั ผสั ทางการรบั รดู้ ว้ ยการดเู ป็นสว่ นใหญ่
ซง่ึ ได้แก่ หนังสอื ตารา โทรทศั น์ รวมท้งั การนาเสนอด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอรแ์ บบ ต่าง ๆ
การนาความรูใ้ นด้านศลิ ปะ และหลักการทางการออกแบบมาผสมผสานกันเพื่อนาไปสรา้ งสรรคร์ ูปแบบ
สอ่ื ทรี่ บั รดู้ ้วยการมอง หรือทศั นสาร มคี วามสาคัญในการนามาใชใ้ นเป็นตวั กลางในการส่ือสารระหวา่ ง
ผ้สู ่งสาร และผรู้ บั สาร สามารถดึงดูดและช่วยให้เกิดการรับรู้ได้ถูกต้อง และรวดเรว็ ส่งผลตอ่ การ
จาระยะยาว รวมท้ังทาใหเ้ กดิ การยอมรับ และเกดิ เจตคตทิ ี่ดตี ่อ การเรยี นอกี ดว้ ย
สอ่ื ทน่ี ามาใชโ้ ดยนาเอาความสามารถในการรับรู้ทางทศั นะ (Visual Literacy) มาใช้เป็นแนวคิดพ้ืนฐาน กค็ ือ
สือ่ ประเภทกราฟกิ และสื่อสิ่งพิมพ์
ส่อื การสอน 1.ความหมาย
สือ่ การสอน
บทบาทและ ประเภทของ
สอื่ การเรยี น
คณุ คา่ ของสื่อ
2.การสอน
3. การเรยี น
การสอน
1. ความหมายสอื่ การสอน
เกอรล์ าซและอลี ี (Gerlach and Ely 1971: 282)
ได้กล่าวว่าสือ่ การสอนเป็นกุญแจสาคัญในการวางแผนและการสอนเชงิ ระบบสื่อเป็นคาท่ีมคี วามหมาย
กว้างขวางมาก ไมว่ ่าจะเป็นบุคคลวสั ดอุ ุปกรณห์ รือเหตกุ ารณ์ท่ีสรา้ งเง่ือนไขซ่งึ สามารถทาใหเ้ กดิ การเรียนรู้
ทกั ษะตลอดจนทัศนคติโดยนัยน้คี รูตาราและสิง่ แวดลอ้ มรอบ ๆ โรงเรยี นตา่ งเป็นสื่อการเรียนการสอนทง้ั ส้ิน
ไชยยศ เรืองสวุ รรณ (2526: 11)
คาวา่ สื่อการสอนตรงกบั คาภาษาอังกฤษว่า Instructional Media ซง่ึ หมายความว่า“ ส่อื การสอน
“หรือ“ ส่ือในการสอน
1. ความหมายสอ่ื การสอน (ตอ่ )
การสัมผัส หมายถงึ ประสาทสัมผัสเชน่ หูตาและอืน่ ๆ ท่ีถูกเรา้ โดยสารหรอื เน้ือหาสาระท่ีสอน
ชอ่ งทางการส่ือสาร คือ การสัมผัสในการส่ือสารเช่นทศั นะ (มองเห็น) โสต (การได้ยนิ ) การลม้ิ รส การไดก้ ลิ่น
ประเภทส่ิงเรา้ คือ ตัวกลางที่ไมใ่ ช่เครอื่ งจกั รกล เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน
ส่ือ คือ ตัวกลางทางภายในการส่ือสาร เชน่ หนังสอื หรอื สงิ่ พิมพ์ โมเดล บทเรียน โปรแกรมคอมพิวเตอร์
สไลด์เทปประกอบเสยี ง ภาพยนตร์ เทปทศั นอ์ ่ืน ๆ
ส่อื การสอน จึงหมายถงึ ส่งิ ต่าง ๆ ทใ่ี ช้เป็นตัวกลางในกระบวนการเรียนการสอน (หรอื การสือ่ สารในการเรียน
การสอน) เพ่ือช่วยให้การเรียนการสอนนั้นดาเนินไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพตามจดุ มุ่งหาย
2. ประเภทของสอื่ การเรยี นการสอน
ในการแบ่งประเภทของสอ่ื การเรยี นการสอนน้นั มีการแบง่ ได้หลายแบบตามทัศนะของผแู้ บ่งซึง่ สามารถ
จาแนกได้เป็น 8 ทัศนะ ไดแ้ ก่
1.การแบง่ ประเภทของส่อื การเรียนการสอนตามระดับประสบการณ์ของผเู้ รียน
การเรยี นรูข้ องมนษุ ย์ยอ่ มเกดิ จากประสบการณท์ ีผ่ เู้ รยี นได้รับรจู้ ากประสาทสมั ผสั ตา่ ง ๆ โดย
ผ่านสอื่ กลางเดล (EdgarData) (ศริ ิพงศ์ พะยอมแยม้ , 2533: 68) ไดแ้ บ่งสอื่ การเรยี นการสอนโดย
คานึงประสบการณ์ทผ่ี เู้ รยี นจะไดร้ ับจากการใช้ส่อื จากประสบการณต์ รงหรอื รปู ธรรม (Concrete) ไปสู่
ประสบการณน์ ามธรรม (Abstract) สามารถแบ่งเป็นประเภทในรปู ของกรวยเรยี กวา่ กรวยประสบการณ์
(The Cone of Experience) โดยสือ่ ที่อย่สู ว่ นยอดจะใหป้ ระสบการณท์ ี่เป็นนามธรรมและสอื่ ท่ีอยสู่ ่วน
ฐานจะให้ประการณ์รปู ธรรม ไดแ้ ก่
กรวยประสบการณ์ (The Cone of Experience)
ทศั นสัญลักษณเ์ ชน่ แผนทีแ่ ผนภูมแิ ผนสถติ เิ ป็น วจนสัญลกั ษณเ์ ป็นประสบการณ์ท่ีเป็นนามธรรมมากท่สี ดุ
สัญลักษณ์แทนความจริง ไดแ้ ก่ ตวั หนังสือเขียนหรือและเสยี งของคาพูด
ภาพยนตร์ เป็นการบันทึกเรอื่ งราวเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ การบันทกึ เสยี งวิทยุภาพน่งิ เป็นการเรียนรูไ้ ด้
เพ่ือให้ผู้เรยี นได้รับประสบการณท์ ั้งภาพ เสียง ประสบการณจ์ ากสอ่ื ที่ไดเ้ ห็นจากหรอื ไดย้ นิ จากเสยี ง
นิทรรศการ เป็นการจดั แสดงสิง่ ของตา่ งๆการจดั โทรทัศน์การศึกษาโดยใช้โทรทัศน์เพ่ือให้ขอ้ มูล
ปา้ ยนิเทศผสมผสานกันเพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความร้แู ก่ผู้เรยี นทอี่ ยู่ในหอ้ งเรยี นและอยู่ทพ่ี ัก
การสาธิตเป็นการแสดงหรอื กระทาประกอบ การศกึ ษานอกสถานทเ่ี ป็นการเรียนรู้จากภายนอก
คาอธิบายเพื่อใหเ้ ห็นตามลาดับขัน้ ตอน สถานทเี่ ยี่ยมชมสถานทต่ี า่ ง ๆ
ประสบการณจ์ าลอง เรียนรูไ้ ด้จากสงิ่ ท่ใี กลเ้ คยี ง ประการณน์ าฏการหรอื การแสดง เรยี นรู้โดย
ความเป็นจรงิ สถานการณ์จาลอง การจัดแสดงละครการแสดงบทบาทสมมุติ
ประสบการณ์ตรง โดยได้รับโดยตรงจากของจรงิ
สถานการณจ์ รงิ
2. ประเภทของสอ่ื การเรยี นการสอน (ต่อ)
2. การแบ่งประเภทของสอ่ื การสอนตามรูปรา่ งลกั ษณะของส่อื
ในการแบง่ ประเภทของสื่อตามทศั นะนไ้ี ด้มนี กั เทคโนโลยีการศึกษาในปจั จุบนั ได้จาแนก
สอ่ื การเรียนการสอนออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
2.1. ประเภทเครอื่ งมอื หรอื อปุ กรณ์ ซงึ่ ถอื เป็นสอื่ ใหญ่ (Hardware) ส่งิ ท่เี ป็น
ตัวกลางหรือตวั ผา่ นทาให้ข้อมูลหรอื ความรทู้ นี่ กั ทึกในวสั ดุสามารถถา่ ยทอดออกมา
ให้เหน็ หรอื ได้ยินเชน่ เครอ่ื งฉายต่างๆเครือ่ งเสียง
2.2. ประเภทวสั ดหุ รอื ส่อื เลก็ (Software) เป็นสื่อทีต่ ้องอาศยั สอื่ ใหญ่ส่ือที่เกบ็
ความรู้อย่ใู นตัวเองเป็นสอื่
2.3. ประเภทเทคนคิ วธิ กี าร (Techniques and Methods ) เป็นสื่อที่มีลักษณะ
เป็นแนวคิดหรอื รูปแบบขั้นตอนการสอน
2. ประเภทของสอื่ การเรยี นการสอน (ตอ่ )
3. ยัง (Wilbure Young)
ไดแ้ บง่ ประเภทส่ือการสอน (สนั ทดั ภบิ าลสุขและพิมพ์ใจภบิ าลสขุ . 2524: 39-40) ไว้ดงั นี้
3.1 ทศั นวสั ดุ ได้แก่ กระดานชอล์กแผนภมู ิรูปภาพสไลด์ฟลิ ม์ สตริป ฯลฯ
3.2 โสตวสั ดุ ได้แก่ เทปบนั ทึกเสยี งวิทยหุ อ้ งปฏิบตั ิการทางภาษา ฯลฯ
3.3 โสตทัศนวัสดุ ได้แก่ ภาพยนตรโ์ ทรทศั น์
3.4 เครอื่ งมอื ตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ เครื่องฉายเครอ่ื งเสียง ฯลฯ
3.5 กจิ กรรม ไดแ้ ก่ นทิ รรศการการสาธติ นาฏการการศึกษานอกสถานที่
2. ประเภทของสอ่ื การเรยี นการสอน (ตอ่ )
4. เกอรล์ าซและอลี ี (Gerlach and Ely 1979: 247-250)
ได้แบ่งสอ่ื การเรียนการสอนออกเป็น 6 ประเภท ไดแ้ ก่
4.1 ภาพนงิ่ ได้แก่ รูปภาพตา่ ง ๆ ท้งั ทีเ่ ป็นภาพถา่ ย ภาพพิมพ์ และภาพที่มอี ยู่ในหนังสือสไลด์
4.2 การบันทึกเสียง ได้แก่ ส่อื ท่บี ันทึกเสียงไวเ้ ชน่ แผน่ เสยี ง เทปบนั ทึกเสยี ง
4.3 ภาพเคล่ือนไหว ไดแ้ ก่ ฟลิ ม์ ภาพยนตร์ และเทปโทรทศั น์
4.4 โทรทศั น์
4.5 ของจรงิ สถานการณ์จาลองและหนุ่ จาลอง (Real Things, Simulation and Models)
4.6 การสอนแบบโปรแกรมและคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน (Programmed and Compute Assised Instruction
2. ประเภทของสอ่ื การเรยี นการสอน (ตอ่ )
5. เปรอื่ ง กุมุท
ได้จดั แบ่งสอ่ื การเรยี นการสอนไว้เป็น 5 ประเภท (จีรารัตน์ ชิรเวทย์, 2526: 24) ดังนี้
5.1 บคุ ลากร ได้แก่ ครู วทิ ยากร ฯลฯ
5.2 วัสดุ ได้แก่ กระดาษสขี องจริงสิง่ จาลองหนังสือฟลิ ม์ ฯลฯ
5.3 เครือ่ งมอื อปุ กรณ์ ได้แก่ เคร่อื ง ฉายเคร่ืองปฏิบตั งิ าน ฯลฯ
5.4 สถานที่ ได้แก่ หอ้ งปฏบิ ัตงิ านฟาร์มโรงงานพิพิธภณั ฑ์ ฯลฯ
5.5 กิจกรรม ได้แก่ การสาธิตการจดั นทิ รรศการการแสดงบทบาทสมมตุ ิ
2. ประเภทของสอ่ื การเรยี นการสอน (ต่อ)
6. ไชยยศ เร่อื งสวุ รรณ (2526: 141)
ไดแ้ บง่ ประเภทของสอ่ื การเรยี นการสอนตามลกั ษณะของ การนาไปใช้เป็น 2 ประเภทดงั น้ี
6.1 สื่อทศั นะทไ่ี มต่ ้องฉาย ได้แก่ หนงั สอื พิมพ์รปู ภาพของจรงิ การศกึ ษานอกสถานทีแ่ ละอ่ืน ๆ
6.2 ส่อื ทตี อ้ งฉายและสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ได้แก่ ภาพยนตรโ์ ทรทัศนภ์ าพนง่ิ สไลด์คอมพิวเตอร์
2. ประเภทของสอ่ื การเรยี นการสอน (ตอ่ )
7. เดอคฟั เฟอร์ (Robert E. De Kieffer)
ไดแ้ บ่งสอ่ื การเรยี นการสอนออกเป็น 3 ประเภทโดยยึดถอื ลักษณะการใชง้ าน (สันทัดภบิ าลสขุ และพิมพ์ใจภบิ าลสขุ .
2526: 40) ดงั นี้
7.1 สอื่ ทไ่ี ม่ตอ้ งใชก้ บั เครื่องฉาย ไดแ้ ก่ กระดานชอลก์ รูปภาพแผนภมู ิแผนสถติ ิปา้ ยนิเทศแผ่น
ปา้ ยสาลีลกู โลกแผนท่กี ารสาธติ การจดั นิทรรศการและนาฏการเป็นตน้
7.2 สอื่ ท่ีใช้กับเคร่ืองฉาย ได้แก่ สไลด์ฟลิ ม์ สตรปิ ภาพยนตรเ์ ครอ่ื งฉายทึบแสงเครอ่ื งฉายภาพ
ข้ามศรี ษะเป็นต้น
7.3 ส่ือประเภทเครอื่ งเสยี ง ได้แก่ วิทยุเครื่องขยายเสียงเคร่ืองบันทึกเสียงเป็นต้น
2. ประเภทของสอื่ การเรยี นการสอน (ตอ่ )
8. การแบ่งสอ่ื การสอนตามหลักสตู รการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานพุทธศักราช 2544
จาแนกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภทดังน้ีกรมวชิ าการ 2546: 7-9)
8.1 สอ่ื สิ่งพิมพ์ หมายถงึ หนงั สือและเอกสารสงิ่ พิมพ์ต่างๆซง่ึ ไดแ้ สดงหรือ
จาแนกหรอื เรยี บเรียงสาระความร้ตู ่างๆโดยใชห้ นงั สือทเ่ี ป็นตัวเขยี นหรอื
ตวั พิมพ์เป็นสอื่ เพื่อแสดงความหมาย เชน่ หนงั สือ ตารา
8.2 สอื่ เทคโนโลยี หมายถึงสือ่ การเรยี นรทู้ ี่ได้ผลิตข้นึ เพ่ือใชค้ วบค่กู บั เครอ่ื งมือ
โสตทัศนวัสดุ เช่นแถบบันทึกภาพพรอ้ มเสียงวีดทิ ศั น์
2. ประเภทของสอ่ื การเรยี นการสอน (ตอ่ )
8.3 สื่ออ่นื ๆ ท่ีส่งเสรมิ การเรยี นการสอนซ่ึงมีความสาคญั ไมย่ ง่ิ หยอ่ นไปกวา่ สือ่ 2 ประเภท
ดังกลา่ วเพราะสามารถอานวยประโยชน์ใหแ้ กท่ ้องถิน่ ทขี่ าดแคลนสอื่ สิง่ พิมพ์และสื่อ
เทคโนโลยีส่ือเหลา่ น้ีอาจแบง่ ได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ดงั นี้
8.3.1 สอื่ บุคคล
8.3.2 ส่อื ธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม
8.3.3 ส่ือกจิ กรรม / กระบวนการ ทค่ี รูหรือผเู้ รยี นกาหนดขน้ึ เพ่ือเสริมสรา้ งประสบการณ์การเรยี นรู้
8.3.4 สอ่ื วัสดุ / เครือ่ งมือและอุปกรณ์ที่ประดษิ ฐข์ น้ึ เพ่ือประกอบการเรยี นรู้
3. บทบาทและคณุ คา่ ของสอื่ การเรยี นการสอน
ได้มีนกั เทคโนโลยกี ารศกึ ษาได้ประมวลบทบาทและคณุ คา่ ของสอื่ การเรยี นการสอน
ตอ่ ประสทิ ธิภาพของการเรยี นการสอนพอสรปุ ไดด้ งั นี้
1. (ศริ พิ งศพ์ ะยอมแยม้ 2533: 74-76, รคิ สัน (Erickson 1968: 112) ได้กลา่ วถงึ ความสาคัญของสอ่ื
การเรยี นการสอนไว้ดงั นี้
1.1 ช่วยเพิ่มพูนประสบการณใ์ หแ้ ก่ผเู้ รียนไดเ้ ป็นอย่างดี
1.2 ชว่ ยให้ผสู้ อนสามารถจดั ประสบการณ์ใหแ้ กผ่ ้เู รียนได้หลายรูปแบบ
1.3 สอื่ การเรยี นการสอนจะช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกิดการตอบสนองตามทค่ี าดหวงั จะใหเ้ กิดขนึ้ ในตวั ผเู้ รียน
1.4 ชว่ ยสง่ เสริมให้ผู้เรยี นไดท้ ากิจกรรมหลาย ๆ รปู แบบ
1.5 ช่วยสอนสง่ิ ทีอ่ ยู่ในท่ีลบั ไมส่ ามารถนามาให้ดูโดยตรงได้การใชภ้ าพยนตร์การต์ นู แสดงกระบวนการทางาน
ของอะตอม
1.6 สือ่ การเรยี นการสอนจะชว่ ยในการส่ือความหมายระหวา่ งผเู้ รียนกบั ผู้สอนให้ชดั เจนเป็นรปู ธรรมมากยิ่งขนึ้
1.7 สื่อการเรียนการสอนจะชว่ ยในการวนิ จิ ฉยั หรอื การซอ่ มเสรมิ ผูเ้ รียนได้
3. บทบาทและคณุ คา่ ของสอื่ การเรยี นการสอน (ตอ่ )
2. เกอรล์ าซและอลี ี
ได้ใหล้ กั ษณะพิเศษของส่ือการเรียนการ สอนไว้ 3 ประการ (สนั ทดั ภิบาลสุขและพิมพ์ใจภบิ าลสขุ .
2526: 42-43) ดงั นี้
2.1 ส่ือการเรยี นการสอนสามารถบนั ทึกเหตุการณใ์ นอดตี ตลอดจนปจั จบุ ันได้และสามารถนากลับมาใชอ้ กี
2.2 สอื่ การเรยี นการสอนสามารถบนั ทกึ เหตุการณท์ ม่ี นุษย์ไม่สามารถสังเกตหรือมองเหน็ ได้
2.3 สอื่ การเรยี นการสอนสามารถใช้กับคนกลุ่มใหญ่ กล่มุ ย่อย หรอื รายบุคคลในสถานท่แี ตกต่างกันได้
3. บทบาทและคณุ คา่ ของสอ่ื การเรยี นการสอน (ตอ่ )
3. เปรอ่ื ง กุมุท ได้กลา่ วถงึ คณุ คา่ ของสื่อการเรยี นการสอนต่อผลของการเรียนการสอน (ลาพองบุญชว่ ย.
2530 : 238-239) ตัวอย่างดงั น้ี
3.1 ช่วยใหค้ ณุ ภาพการเรยี นรดู้ ีขน้ึ เพราะมคี วามจรงิ จังและมคี วามหมายชดั เจนตอ่ ผูเ้ รยี น
3.2 ช่วยใหผ้ ูเ้ รียนเรยี นรไู้ ดม้ ากขนึ้ ในเวลาทก่ี าหนดไว้
3.3 ช่วยให้ผเู้ รยี นสนใจและมีส่วนร่วมอยา่ งแข็งขันในกระบวนการเรยี นการสอน
3.4 ชว่ ยใหผ้ เู้ รียนจดจาและประทับความร้สู กึ ทาอะไรเป็นเรว็ และดีขึ้น
3.5 ช่วยให้สามารถเรยี นรสู้ ่งิ ทเ่ี รยี นได้ยากลาบาก โดยการช่วยแกป้ ญั หาหรอื ขอ้ จากดั ตา่ ง ๆ ได้
โดยสรุปแลว้ สอื่ การสอนมบี ทบาทสาคญั อยา่ งย่ิงตอ่ การเพ่ิมประสทิ ธภิ าพการเรยี นรูข้ องผูเ้ รยี นได้
สูงขน้ึ ทงั้ ในดา้ นปรมิ าณการเรยี นรแู ละการประหยัดเวลา
การวิเคราะห์สอ่ื ดจิ ทิ ลั การศกึ ษา
การวเิ คราะห์ การวเิ คราะห์เนือ้ หา การวิเคราะห์
ปัญหา/ความจาเป็น บทเรียนทส่ี มั พันธ์ รปู แบบการนาเสนอ
ในการจัดการเรียน กบั เปา้ หมายในการ เนือ้ หาและกจิ กรรม
เรยี นรู้ทก่ี าหนดไว้ ทเ่ี หมาะสม และการ
การสอน ออกแบบกลยทุ ธ์การ
เรยี นการสอน
การวเิ คราะห์ การวิเคราะห์
ลกั ษณะของผ้เู รยี น วตั ถปุ ระสงค์
การวเิ คราะห์สอ่ื ดจิ ิทลั การศกึ ษา
การวิเคราะห์ปจั จัยปอ้ นเขา้ ของระบบด้วย "การวางแผนการใช้สอ่ื การเรยี นการสอน"(INPUT)
การวิเคราะห์ปจั จัยปอ้ นเข้าของระบบหรอื การวางแผนการใชส้ ื่อการเรียนการสอนใหม้ ีประสทิ ธภิ าพนน้ั
ข้ันตอนสาคัญท่ีควรพิจารณาประกอบดว้ ยกัน 5 ขน้ั ตอน จะเป็นแนวทางในการพิจารณาการวาง
แผนการใชส้ ่ือการเรยี นการสอนทจ่ี ะตอบโจทยด์ า้ นการใชส้ ือ่ ๆ ท่เี หมาะสมในการเรยี นการสอน และ
เหมาะสมกบั ลกั ษณะของผเู้ รยี นมากทส่ี ุด
การวเิ คราะห์สอื่ ดจิ ทิ ลั การศกึ ษา (ต่อ)
ขัน้ ที่ 1 : การวเิ คราะหป์ ญั หา/ความจาเป็นในการจดั การเรยี นการสอน (Instructional Problem)
เป็นขนั้ แรกในการออกแบบการเรยี นการสอนซง่ึ จะช่วยใหผ้ สู้ อนสามารถระบุสภาพปญั หาที่แท้จริงและตัด
ปญั หาท่ีไม่เกี่ยวข้องออกไปได้นาไปสกู่ ารวางแผนการใชส้ ่อื ฯ ในการเรียนการสอนอยา่ งมีประสิทธิภาพ การวเิ คราะห์
ปญั หา/ความจาเป็นในการจดั การเรยี นการสอนมี ขนั้ ตอนที่สาคัญดังนี้
1.1 การประเมินความตอ้ งการโดยรวม (Need Assessment)
1.2 การวเิ คราะหเ์ ปา้ หมายของการเรยี นการสอน (Goal Analysis) นาไปสกู่ ารวางแผนการใช้สอ่ื ใน
การเรยี นการสอนประกอบดว้ ยขน้ั ตอนคือ การกาหนดเปา้ หมาย การจัดลาดับเปา้ หมาย และ
วางแผนการใชส้ ื่อๆ ที่เหมาะสมกับเปา้ หมายทไี่ ด้ตงั้ ไว้
1.3 การประเมนิ ประสทิ ธิภาพการทางาน (Performance Assessment)
การวเิ คราะห์สอื่ ดจิ ิทลั การศกึ ษา (ตอ่ )
ขนั้ ท่ี 2 : การวเิ คราะหล์ กั ษณะของผเู้ รยี น (Learner Characteristics)
ขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากข้นั น้ีจะเป็นประโยชน์อยา่ งยิ่งสาหรบั การวางแผนการใชส้ ่ือการเรยี นการสอนที่
เหมาะสมกบั กล่มุ เปา้ หมาย โดยสามารถพิจารณาจากลักษณะทั่วไปของผูเ้ รยี น ไดแ้ ก่ บุคลิกลักษณะ
ท่วั ไป คอื ความสามารถจาเพาะพ้ืนฐานในการใช้สอ่ื พื้นฐาน ตลอดจนรูปแบบการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น
รวมถงึ การพิจารณาเกีย่ วกบั ขอ้ มูลการศกึ ษา เช่น สาขาวิชาท่จี บ คะแนนเฉลี่ยทไี่ ดร้ บั
ขัน้ ที่ 3 : การวเิ คราะหเ์ นอื้ หาบทเรยี นทสี่ ัมพันธก์ บั เปา้ หมายในการเรยี นรทู้ ก่ี าหนดไว(้ Task Analysis)
การวิเคราะห์เน้อื หาและงานทีส่ มั พันธ์กบั เปา้ หมายในการเรยี นการสอนทก่ี าหนดไวท้ าไดโ้ ดย
พิจารณาจากความรแู้ ละทักษะทจ่ี าเป็นต้องมีในบทเรยี นเพ่ือให้บรรลุวตั ถปุ ระสงคท์ ี่ต้ังไว้ โครงสรา้ ง
ของเนอ้ื หาซง่ึ โดยทวั่ ไปแล้วเน้ือหาจะประกอบดว้ ยขอ้ มลู จรงิ เชน่ มโนทศั น์ กฏ ขนั้ ตอน ทัศนคติและ
ทกั ษะ
การวเิ คราะห์สอื่ ดจิ ิทลั การศกึ ษา (ต่อ)
ขนั้ ท่ี 4 : การวเิ คราะหว์ ัตถปุ ระสงค์ (Instructional objectives)
การวเิ คราะหว์ ตั ถปุ ระสงค์ จะชว่ ยใหเ้ กดิ กระบวนการเรยี นการสอนและการวดั ผลสมั ฤทธใ์ิ นการ
เรยี นการสอนไดอ้ ยา่ งชดั เจนและถกู ตอ้ ง ตรงตามเปา้ หมายทไี่ ดต้ ง้ั ไว้ โดยวัตถปุ ระสงคท์ างการเรยี นการสอนนนั้
สามารถจาแนกไดเ้ ป็น 3 ดา้ นคอื ด้านพุทธพิ ิสยั ไดแ้ กค่ วามรคู้ วามจาและความเขา้ ใจ ส่วนด้านจติ พิสยั ซง่ึ
ประกอบดว้ ย การรบั รู้ การตอบสนองการเหน็ คณุ คา่ การจดั ระบบคา่ นยิ ม และการแสดงลกั ษณะตามคน่ ยิ มนน้ั
ได้แก่ การแลกเปลยี่ นเรยี นรรู้ ะหวา่ งเพ่ือนรว่ มชน้ั เรยี น สาหรบั ดา้ นทกั ษะพิสยั ซงึ่ ประกอบดว้ ยการเลยี นแบบจาก
การสาธติ การปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอน ความถกู ตอ้ ง
การวเิ คราะห์สอื่ ดจิ ิทลั การศึกษา (ต่อ)
ขน้ั ที่ 5 : การวเิ คราะหร์ ปู แบบการนาเสนอเนอื้ หาและกจิ กรรมทเี่ หมาะสม (Appropriatesettings of contents
and activities) และการออกแบบกลยทุ ธก์ ารเรยี นการสอน (InstructionalStrategies)
สามารถทาได้โดยพิจารณาจากคณุ ลกั ษณะของผ้เู รยี นและการวิเคราะหผ์ ูเ้ รยี น
ประกอบด้วยการระบคุ วามรแู้ ละทักษะทีผ่ ้เู รยี นจาเป็นต้องมีมากอ่ น การจดั รปู แบบการนาเสนอเน้อื หาโดยเรม่ิ
จากสิง่ ทีผ่ ูเ้ รยี นคนุ้ เคยและจากความสนใจของผู้เรยี นพัฒนาไปสู่เนอ้ื หาท่ยี ากและชับซอ้ นยง่ิ ข้นึ นอกจากนี้การ
นาเสนอเน้ือหาสามารถพิจารณาจากบริบทและภาพรวมโดยการนาเสนอเนอื้ หาให้มีความสอดคลอ้ งกบั
สถานการณ์ที่ผเู้ รียนอาจต้องเผชญิ ในชีวติ จรงิ การออกแบบกลยทุ ธก์ ารเรียนการสอนกม็ คี วามสาคญั โดยมี
วตั ถุประสงคส์ งู สุดคอื เพื่อให้ผ้เู รียนสามารถเรยี นรไู้ ดต้ ามวตั ถปุ ระสงคไ์ ด้รับความรแู้ ละมคี วามพอใจ โดยควร
พิจารณาการเลอื กใช้
กลยทุ ธท์ ่สี อดคล้องกับรปู แบบการจดั การเรยี นการสอนและวิธกี ารสอนที่เหมาะสมกบั การเรยี นรใู้ น
ศตวรรษที่ 21 ทงั้ นี้ กลยุทธ์การสอนมมี ากมายหลากหลายประเภท ในทนี่ จี้ ึงขอเสนอกลยทุ ธก์ ารสอนซึ่งแบ่งเป็น 6
ประเภท มีดงั นี้
การวเิ คราะหส์ อื่ ดจิ ทิ ลั การศกึ ษา (ต่อ)
กลยทุ ธก์ ารสอนซง่ึ แบง่ เป็น 6 ประเภท มีดังน้ี
5.1 การใชส้ อ่ื เพ่ือชว่ ยในการเรยี นการสอนเนือ้ หาทเี่ ป็นขอ้ เทจ็ จริงโดยเน้นใหผ้ ู้เรยี นไดม้ ี
ประสบการณต์ รงกับขอ้ เทจ็ จรงิ น้ันหรอื การอธบิ าย
5.2 การใช้สอ่ื เพื่อช่วยในการเรียนการสอนเนื้อหาทเี่ ป็นมโนทศั โดยการยกตวั อยา่ งประกอบการ
อธบิ ายนน้ั ๆ เพ่ือใหผ้ ้เู รยี นสามารถเชือ่ มโยงมโนทัศนก์ ับตัวอยา่ งตา่ งๆ ทีเ่ ป็นรูปธรรมได้
5.3 การใชส้ ื่อเพื่อชว่ ยในการเรยี นการสอนเน้ือหาทเ่ี ป็นกฎและหลกั การเพื่อใหเ้ กิดการเชอื่ มโยงจาก
กฎและหลักการไปส่กู ารประยุกตใ์ ช้
5.4 การใช้ส่อื เพ่ือชว่ ยในการเรยี นการสอนเนอ้ื หาทีเ่ ป็นกระบวนการโดยใหค้ วามต่อเนอื่ งในแต่ละ
ขั้นตอนของกระบวนการน้นั ๆ
การวเิ คราะหส์ อ่ื ดจิ ิทลั การศกึ ษา (ตอ่ )
กลยทุ ธก์ ารสอนซงึ่ แบง่ เป็น 6 ประเภท มีดงั น้ี (ตอ่ )
5.5 การใช้ส่อื เพ่ือชว่ ยในการเรยี นการสอนเนื้อหาทน่ี น้ การพัฒนาทักษะระหวา่ งบุคคล เนน้ การ
พัฒนาทักษะการติดตอ่ สื่อสาร ซง่ึ มีรากฐานมาจากทฤษฎกี ารเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา
โดยกลวิธีน้ีอาจเร่ิมจากการสงั เกต การสาธิต และการเขา้ รว่ มแสดงบทบาทสมมติ เป็นต้น
5.6 การใช้สื่อเพ่ือชว่ ยในการเรยี นการสอนเนอ้ื หาทเ่ี กีย่ วกับทัศนคติ เช่น ความเชื่อและพฤตกิ รรม
การตอบสนองของผ้เู รยี น โดยกลยทุ ธ์ในการพัฒนาทัศนคติมีรากฐานมาจากทฤษฎีการเรียนรู้
ทางสังคมของแบนดูราเชน่ เดียวกนั
การออกแบบ 1.การออกแบบสอื่
ดจิ ทิ ลั การศกึ ษา
การประยกุ ตใ์ ชส้ อ่ื ดจิ ิทลั
การศกึ ษา 2. หลักการ
ออกแบบ
กราฟกิ
3. หลักการออก
กราฟกิ กบั สอ่ื
สิ่งพิมพ์
4. การออกแบบ
สือ่ มัลติมเี ดีย
1. การออกแบบสอื่ ดจิ ทิ ัลการศกึ ษา
การออกแบบการเรยี นการสอน (Instructional Design) เปา้ หมายหลักของการจดั การ
เรยี นการสอน คอื การทาสาเร็จบรรลตุ ามเปา้ หมายและจดุ ประสงค์ทก่ี าหนดไวใ้ นกจิ กรรมการเรยี น
การสอน ทั้งน้ีการออกแบบสอ่ื การสอนจาเป็นตอ้ งกาหนดลาดบั ขน้ั ตอนไวใ้ ห้ชัดเจนเพ่ือไมใ่ ห้ผสู้ อน
เกดิ ความสบั สน ในขณะพัฒนาขนั้ ตอนทมี่ ักนามาใชใ้ นการออกแบบและพัฒนามาจากแนวคิด
ทฤษฎพี ื้นฐาน 3 ทฤษฎี คือ The Events of Instruction ของ Gagne (1992) ทฤษฎี
ระบบทน่ี าเอารปู แบบการเรียนการสอนทีเ่ ป็นแบบจาลองการออกแบบ ADDIE ซง่ึ เป็นรากฐานที่
นาไปสูแ่ บบจาลองอนื่ ๆ มาใช้และ ทฤษฎกี ารรับรู้ทางทัศนะ โดยมีรายละเอยี ด ของแนวคดิ
ดังกลา่ วดงั น้ี
1. การออกแบบสอ่ื ดจิ ทิ ลั การศกึ ษา (ต่อ)
1. แนวคิดการออกแบบของ Gagne แนวคดิ ในการออกแบบขั้นตอนการสอนทีเ่ รยี กวา่ The Event of
Instruction ประกอบดว้ ยขัน้ ตอน กระบวนการเรยี นการ สอน 9 ขั้นตอนดังนี้
1.1 การกระตุ้นความสนใจขนั้ ที่ทาใหผ้ ู้เรยี นเกิดความสนใจในบทเรยี น
1.2 การแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรใู้ ห้ผเู้ รยี นทราบเป็นการบอกใหผ้ ้เู รยี นทราบถงึ เปา้ หมายหรอื
ผลท่ีจะได้รับจากบทเรยี นน้นั
1.3 การกระตนุ้ ให้ระลกึ ถงึ ความรเู้ ดิม เป็นการทบทวนความรเู้ ดมิ ท่ีจาเป็นเพ่ือใหเ้ กดิ การ
เชอ่ื มโยงไปสู่ความรใู้ หม่
1.4 การนาเสนอสงิ่ เรา้ หรอื เนอ้ื หา เป็นการเริม่ กจิ กรรมของบทเรยี นใหมโ่ ดยใช้วสั ดุต่างๆ
1.5 การแนะแนวทางการเรยี นรูโ้ ดยอาจแนะกจิ กรรม แหล่งเรยี นรู้หรอื แนวทางใหไ้ ปคิดเอง
1.6 การกระตุ้นให้แสดงความสามารถ เป็นการให้ผู้เรยี นลง มอื ปฏิบตั ิ
1.7 การใหข้ อ้ มลู ปอ้ นกลับ ขัน้ ท่ีครใู หข้ ้อมูลเกีย่ วกบั ผลการปฏบิ ตั หิ รอื พฤตกิ รรมทแ่ี สดงออก
ว่ามีความถูกต้องมากนอ้ ยเพียงใด
1.8 การประเมินผลการแสดงออกขน้ั ตอนการวดั และประเมนิ ผลวา่ ผลการเรยี นสามารถเกิดการเรียนรู้
1.9 การส่งเสรมิ ความคงทนและการถ่ายโอนการเรยี นรู้
1. การออกแบบสอื่ ดจิ ทิ ัลการศกึ ษา (ตอ่ )
2. ADDIE Model กบั การออกแบบและพัฒนาส่อื เป็นรปู แบบระบบการเรยี นการสอนทีน่ ิยม เนอื่ งจากเป็นรปู แบบท่ี
งา่ ย และมขี ้นั ตอนชัดเจน สามารถนาไปใช้ได้กบั การออกแบบและพัฒนาสอื่ หลายรปู แบบโดยเฉพาะการพัฒนาส่อื
มลั ติมีเดยี ลกั ษณะต่าง ๆ โดยมขี ั้นตอนของ ADDIE Model ดังงนี้
2.1 การวิเคราะห์ (Analysis)
2.2 การออกแบบ (Design)
2.3 การพัฒนา (Development)
2.4 การนาไปใช้ (Implementation)
2.5 การประเมนิ ผล (Evaluation)
1.3 แนวคดิ ทฤษฎกี ารรบั รทู้ างทศั นะ การเรยี นรูไ้ มไ่ ดเ้ กิดขนั้ ตอนจากการใช้ภาษาทเี่ ป็นภาษาเขยี น เท่านน้ั เทคโนโลยี
ในรปู แบบใหม่ ๆ เกดิ ข้ึนมากมาย โดยเฉพาะการนาภาพ สัญลกั ษณ์มาใชแ้ ทนตวั อกั ษร ภาษา คาพูด ที่มีความเป็น
นามธรรม
1. การออกแบบสอื่ ดจิ ทิ ัลการศกึ ษา (ตอ่ )
สรุปไดว้ า่
ความสามารถเฉพาะอ่านและเขยี น ไมไ่ ดจ้ ากดั แตก่ ารใชห้ นงั สอื เพ่ือให้ผเู้ รยี น อ่านออกเขยี นได้
แต่ยังเหน็ ผเู้ รียนสามารถใชเ้ ครอื่ งมอื ในการสอ่ื ความหมายได้ทกุ ประเภท ทจ่ี ะช่วยให้เข้ารหสั (Encode)
และถอดรหสั (Decode) ความหมายในรปู แบบสญั ลักษณต์ า่ งๆ สามารถพัฒนาความคดิ ความเขา้ ใจใน
การเรยี นร้จู ากระบบสญั ลักษณจ์ ากประเภท ของวสั ดุกราฟกิ และกราฟกิ ในรปู แบบสอ่ื ส่งิ พิมพ์ตา่ งๆ และสอื่
ดจิ ิทลั ไดอ้ กี ด้วย
2. หลักการออกแบบกราฟกิ
1. หลกั การทางศลิ ปะ
1.1 รปู แบบ/ขนาดตัวอกั ษร การสร้างรปู แบบตวั อกั ษรใหม้ ีรปู แบบท่แี ปลกตาม ชัดเจน สวยงาม อา่ นงา่ ย
1.2ระยะห่างและพื้นทว่ี า่ ง เน้นความชดั เจนและความเป็นระเบียบมากข้นึ
1.3 การกาหนดโครงสรา้ ง เน้นความชดั เจน ทาใหส้ ะดดุ ตา สร้างสรรค์ความสวยงาม
1.4 การจดั วางตาแหนง่ ความสมดุลตา่ งๆ
2. หลักการออกแบบกราฟกิ (ตอ่ )
2. องคป์ ระกอบในการออกแบบ คณุ ภาพของกราฟกิ จะส่งผลมาจากการออกแบบ ดงั นน้ั การออกแบบทดี่ คี วรคานึกถงึ
องคป์ ระกอบต่าง ๆ ดงั น้ี
2.1 ความงา่ ย (Simplicity) การออกแบบกราฟกิ ในการใช้เพื่อจุดประสงคต์ า่ งกนั จงึ ตอ้ งคานึงถึง การนาไปใช้
โดยมสี ิ่งสนบั สนุนลักษณะที่เป็นความงา่ ย ดงั นี้
2.1.1 งา่ ยตอ่ การนาไปใชค้ ือ ใหม้ ีขนาดพอเหมาะไมใ่ หญเ่ กนิ ไปหรือเลก็ ไป
2.1.2 งา่ ยตอ่ การนาไปทาวสั ดฉุ าย คือ ให้มีสัดสว่ นตอ่ การนาไปดัดแปลงใชใ้ นการ ทาเป็นงานศิลป์
2.1.3 งา่ ยต่อการอา่ น คอื เนน้ ลักษณะขององค์ประกอบในดา้ นการใช้ตวั หนังสอื จะตอ้ งมรี ปู แบบท่อี า่ นงา่ ย
2.1.4 งา่ ยต่อความเขา้ ใจ คือ เป็นการใชข้ อ้ ความสน้ั ๆ กะทดั รัด เหมาะสมกบั วัยของผเู้ รยี น
2.2 ความเป็นเอกภาพ (Unity) ลักษณะทเี่ ป็นเอกภาพ กค็ อื การแสดงให้เหน็ ถึงความสมั พันธข์ อง องค์ประกอบใน
ภาพที่แสดงออกเป็นอันหนง่ึ อนั เดยี วกนั ผสมผสานขององค์ประกอบต่าง ๆ เข้าด้วยกันเป็น หน่ึงเดยี ว
2. หลกั การออกแบบกราฟกิ (ตอ่ )
2.3 การเนน้ (Emphasis) การเนน้ เป็นเรอื่ งจาเป็นในการออกแบบ เพื่อชว่ ยเป็นจุดสนใจของภาพ เชน่ ความใกล้
ไกลของวัสดุ การเล่นสี เป็นตน้
2.4 ความสมดลุ (Balance) การจดั ภาพหรือการออกแบบเพ่ือให้เกิดความสมดุล กค็ อื จัดให้น้าหนัก ของภาพท้งั
2 ซีก คือ ซีกซ้ายและซีกขวาเท่ากัน มี 2 แบบ ดังนี้
2.4.1 สมดุลแบบเท่ากัน (Formal Balance) คอื การวางภาพโดยให้เกิดทว่ี ่างเทา่ กันทั้งสองด้าน
โดยองค์ประกอบทง้ั 2 ด้าน มีลักษณะเหมอื นกัน
2.4.2 สมดุลแบบไมเ่ ทา่ กัน (Informal Balance) เป็นความสมดุลทเ่ี กดิ จากการใหน้ ้าหนักทางสายตา
ส่วนประกอบในภาพของทงั้ สองด้านซา้ ยและขวาของภาพไมจ่ าเป็นตอ้ งมีขนาดเหมือนกนั
2.5 รปู รา่ ง (Shapes) รูปร่างทผี่ ดิ ปกติหรือแปลกไปจากท่ีเป็นจะช่วยทาใหภ้ าพนา่ สนใจ
2. หลกั การออกแบบกราฟกิ (ต่อ)
2.6 ช่องวา่ ง (Space) การเว้นท่ีวา่ งรอบ ๆ ภาพและคาทปี่ รากฏในงานออกแบบจะชว่ ยทา ใหผ้ ดู้ ู รู้สกึ ผอ่ นคลาย
ความอึดอดั และความแน่นในภาพใหล้ ดลง
2.7 เสน้ (Lines) การใช้เสน้ จะชว่ ยเชอ่ื มตอ่ องค์ประกอบภายในภาพ และกาหนดทศิ ทาง เพื่อให้ผดู้ ู ลาดับความคิด
และเนอ้ื หาได้
2.8 พ้ืนผวิ (Texture) เป็นส่วนทใี่ ห้ความรสู้ ึกในด้านการสัมผัส เชน่ เดยี วกับการ ใช้สลี ักษณะของ พื้นผวิ
2.9 สี (Color) สเี ป็นสว่ นประกอบทีส่ าคญั สาหรบั การผลิตงานกราฟnกทุกประเภท แตก่ ค็ วร จะ รู้จกั นามาใชเ้ พ่ือให้
เกิดประโยชนม์ ากทสี่ ดุ
2.9.1 ความหมายของสี (Meanings of Color) สแี ต่ละสีสามารถสร้างอารมณ์และความรสู้ ึกไดด้ ี ซง่ึ แต่
ละสมี คี วามหมายแตกตา่ งกนั ออกไป
2. หลักการออกแบบกราฟกิ (ต่อ)
2.9.2 การผสมผสานสี (Color Combination) การผลิตภาพโฆษณาหรอื วสั ดกุ ราฟกิ การใชส้ ีทม่ี ี
ความสัมพันธ์กนั หลายสจี ะทาให้นา่ สนใจขึน้ เช่น
1. สีออ่ นกับแกจ่ ะมคี วามตัดกันดมี าก
2. ตัวหนงั สอื สขี าวบนพื้นหลังสเี ข้ม จะมองเห็นไดช้ ัด
3. สแี กห่ รือสีมดื ไมค่ วรใช้กบั สีที่มีความหนักมดื เหมอื นกนั
4. อยา่ ใช้สมี ากกวา่ 2 หรอื 3 สี และจะต้องมีสีเด่นอย1ู่ สเี ทา่ น้นั
2.10 สดั สว่ น (Proportion) การออกแบบทด่ี คี วรคานงึ ถงึ การใชส้ ัดสว่ นของวัสดุกราฟกิ แตล่ ะชนิด ใหเ้ หมาะสม
2.11 การรวบรวมจัดวาง (Organize) การวางภาพและข้อความควรเรยี ง ลาดับเพ่ือไมใ่ ห้ผู้ดูเกดิ ความสบั สน
2.12 การอา่ นได้งา่ ย (Legibility) องค์ประกอบตา่ งๆ ในเน้ือหาการนาเสนอไม่วา่ จะเป็นภาพหรอื ตวั อกั ษร ควรเป็น
แบบง่าย อา่ นงา่ ย มขี นาดใหญ่และเหน็ ได้ชดั เจน ตวั อยา่ งเช่น
- พ้ืนหลังกบั สตี วั อกั ษรควรมสี เี ขม้ /ออ่ นตดั กนั
- หลกี เลี่ยงการจบั ค7ู สขี อ้ ความ/ภาพท่ตี ัดหรอื กลมกลืนกนั มาก
- ในกรณีท่ีสีพื้นและตวั อกั ษรใกล้เคียงกนั อาจเพิ่มเสน้ ขอบตัวอกั ษรหรอื ทาเงา
- ไมค่ วรใช้สีหลายสีในคา/ประโยค เดียวกัน ยกเว้นตอ้ งการเน้นให้สนใจ
2. หลักการออกแบบกราฟกิ (ต่อ)
3. การออกแบบหนา้ จอ สาหรบั การสรา้ งชน้ิ งานเพื่อนาเสนอดว้ ยโปรแกรมคอมพิวเตอรเ์ ชน่ การทาบทเรยี นคอมพิวเตอร์
บทเรียน มัลติมีเดยี หลักพ้ืนฐานของการออกแบบกราฟกิ สาหรบั การนาเสนอบนหนา้ จอ องค์ประกอบมีดังนี้
3.1 ความเรยี บงา่ ย (Simplicity) หมายถึง ปรมิ าณข้อมูล จานวนชิ้นงานควรมคี วามเรยี บง่าย และ ไมม่ ากจนเกนิ ไป
3.2 ความสมา่ เสมอ (Consistency) เป็นหลักการสาคญั ของการออกแบบสื่อทกุ ประเภท ความ สม่าเสมอของสีสัน
ขนาดและรูปทรง
3.3 ความชดั เจน (Clarity) หมายถงึ การใช้ถอ้ ยคา ภาษา คาศัพท์ท่ีนามาใช้ในการนาเสนอ บทเรยี นควรกะทดั รดั และ
ตรงประเดน็
3.4 ความสวยงามนา่ ดู (Aesthetic Consideration) การออกแบบหน้าจอเป็นการ ออกแบบงาน ศลิ ปด์ งั นั้นความ
น่าดดู จึงให้พิจารณาจาก 1) ความสมดลุ 2) ความกลมกลืน 3) ความเป็นเอกภาพ 4) ระยะหา่ ง
5) ความตอ่ เนอ่ื งในการมองภาพ 6) ตาแหนง่ การแสดงภาพ
3. หลกั การออกแบบกราฟกิ กบั สอื่ สงิ่ พิมพ์
1. ความหมายและความสาคญั สอื่ สิ่งพิมพ์(Printed Materials)
เป็นสอื่ ที่เกิดขน้ึ โดยผ่านระบบ การทา สาเนาภาพและขอ้ ความ โดยมีการพัฒนาระบบการพิมพ์มาตัง้ แต่
ค.ศ.1476 ในประเทศอังกฤษ และ แพร่หลายพัฒนามาสปู่ ระเทศทางยโุ รป ระบบการพิมพ์มกี ารพัฒนามาจาก
การใช้แมพ่ ิมพ์การทาสาเนาดว้ ย ระบบลอ้ หมนุ ต่อมามีการพัฒนาเครอ่ื งคอมพิวเตอรแ์ ทนพิมพ์ดดี มาจนถงึ
การใช้ระบบคอมพิวเตอรค์ วบคมุ การทางานของการผลิตส่งพิมพ์
3. หลักการออกแบบกราฟกิ กบั สอ่ื สง่ิ พิมพ์ (ต่อ)
2. ประเภทของสอ่ื สิ่งพิมพ์
การนาสอื่ ส่ิงพิมพ์มาใช้ในการเรยี นการสอน เน้นการแพรก่ ระจายของสาระเนอื้ หาไปยังผรู้ บั ได้
พร้อม ๆ กนั จานวนมาก ซ่งึ จะเห็นได้ว่าในวงการโฆษณาและธรุ กจิ นิยมใช้สอ่ื สิง่ พิมพ์ ดงั น้นั ถา้ จะ
แยกประเภทของสือ่ สิ่งพิมพ์โดยทั่ว ๆ ไปสามารถจาแนกออกไดด้ งั นี้
2.1 ตาราเอกสารประกอบการสอน/บทรยี นสาเรจ็ รปู
2.2 ใบงาน/ใบความรู้ แบบฝึก
2.3 แผ่นพับ
2.4 ภาพโฆษณา ปา้ ยโมษณา
2.5 หนงั สือพิมพ์
2.6 นิตยสาร/วารสาร
2.7 จดหมายขา่ ว
3. หลกั การออกแบบกราฟกิ กบั สอื่ สงิ่ พิมพ์ (ต่อ)
3. การออกแบบสอ่ื ส่ิงพิมพ์ประเภทตา่ ง ๆ
ในการผลติ งานกราฟกิ บนส่อื สง่ิ พิมพ์นนั้ การออกแบบใหส้ อดคล้องกับลกั ษณะของสอ่ื เป็นสิ่งที่
ควรคานงึ เพื่อใหก้ ารผลิตงานไดอ้ ยา่ งนา่ สนใจ ดงึ ดดู ใหผ้ ู้รบั รู้ สามารถรบั และอา่ นความหมายของ
สญั ลกั ษณใ์ นรูปแบบตา่ งๆ แยกออกตามประเภท ได้ดงั น้ี
3.1 การออกแบบโปสเตอร์ (Poster) ในการออกแบบภาพโฆษณา หรือโปสเตอรน์ นั้
ผู้ออกแบบหรือวางแผนการออกแบบกราฟกิ บนภาพโฆษณา ควรคานึงถงึ เรอื่ งต่อไปนี้
3.1.1 ขนาดของโปสเตอร์ ขึ้นอยู่กับวัตถปุ ระสงค์ของการโฆษณา
3.1.2 ขนาดของภาพประกอบ สามาถนาภาพถ่าย ภาพวาด มาเป็นภาพประกอบได้
3.1.3 ขนาดของตวั อักษร โดยท่วั ไปจะมี 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง เลก็
3. หลกั การออกแบบกราฟกิ กับสอ่ื สงิ่ พิมพ์ (ตอ่ )
3.2 การออกแบบแผน่ พับ (Brochure) การนากราฟกิ มาใช้ในการออกแบบควรพิจารณาถึง
เรอื่ งต่างๆ เชน่ กรพับให้ขอ้ มลู แสดงลักษณะเฉพาะในแตล่ ะหนา้ ควรจัดขอ้ มูลใหแ้ ต่ละหน้า
จบในตวั ของมันเอง รูปแบบบนหนา้ กระดาบแตล่ ะหน้า ไมค่ วรแนน่ เกินไป การนาภาพ มาใช้
ประกอบขอ้ มลู อาจเป็นในรูปแบบของแผนสถติ ิ รปู ภาพ ทแี่ สดงข้อมูลไดช้ ดั เจนและเขา้ ใจงา่ ย
ซ่งึ จะช่วยใหแ้ ผน่ พับมคี วามสวยงามและสมบรู ณย์ ง่ิ ขน้ึ
3.3 การออกแบบปกหนังสือ (Cover Design) ควรประกอบด้วยชอ่ื เรอื่ ง ชอ่ื หนงั สอื ช่อื
ผปู้ ระพันธ์ และมรี ปู ภาพประกอบ โดยจัด วางองค์ประกอบต่าง ๆ ใหเ้ หมาะสมและสวยงาม
หลกั ในการออกแบบปกหนังสอื ควรคานงึ ถึงในเรอื่ งตอ่ ไปนี้
3.3.1 ประเภทของหนังสอื
3.3.2 บคุ ลิกภาพของหนังสอื
3.3.3 แนวทางการสร้างสรรค์
3.3.4 วธิ ีการผลติ
3.3.5 วสั ดุที่ใช้ทาปก
3. หลักการออกแบบกราฟกิ กับสอื่ สง่ิ พิมพ์ (ต่อ)
3.4 การออกแบบภาพประกอบ (lustration) การนาเอาภาพมาใช้ในงานกราฬก จงึ ต้องพิจารณา
ถึงองค์ประกอบและวตั ถปุ ระสงคข์ องงานนัน้ ๆ ดว้ ย ลกั ษณะเฉพาะทแ่ี ตกต่างกันของภาพแต่ละ
ประเภทยอ่ มทาหน้าทไี่ ดเ้ ฉพาะทาง ในการทางานกราฟกิ จงึ ควร ไดท้ ราบถงึ ประเภทของ
ภาพประกอบทจี่ ะ นามาใช้ ทั้งนีม้ อี งคป์ ระกอบทเี่ กี่ยวกับการออกแบบภาพประกอบ ดงั น้ี
3.4.1 ลักษณะของภาพประกอบ
3.4.2 แนวคิดในการเลอื กภาพ
3.4.3 การจดั ภาพประกอบในงานกราฟกิ โดยการวางแผนการจดั หน้าโดยมีแนวคิดดงั นี้
1) การออกแบบเพ่ือเน้นภาพให้เด่นชดั
2) การกาหนดสพี ้ืนให้ขัดแย้งหรือตัดกันกบั สขี องรูปภาพ
3) การขยายสว่ นเพ่ือเนน้ เฉพาะสว่ นท่ีเป็นสาระของความหมายภาพ
4) การออกแบบตกแต่งพ้ืนหรือฉากหลงั ภายในภาพ
5) การจดั วางภาพให้นา่ สนใจ ไดแ้ กว่ างเรยี งกันอย่างเป็นระเบยี บ หรือการจดั รวมกนั
ใหเ้ ป็นกลมุ่
6) การสรา้ งภาพท่ีมคี วามต่อเนอ่ื ง สามารถอธิบายความไดท้ ั้งหมด
7) การใช้คาอธิบายภาพ
4. การออกแบบสอ่ื มลั ตมิ เี ดยี
มัลตมิ เี ดียสามารถสรา้ งขึ้นจากโปรแกรมประยุกตห์ ลายๆ โปรแกรม แตอ่ ย่างไรก็ตามจะตอ้ ง
ประกอบด้วย 2 สอ่ื หรือมากกวา่ ตามองค์ประกอบดังนี้ คอื ขอ้ ความ ภาพนิง่ เสยี ง ภาพเคลื่อนไหว
การเชอื่ มโยงแบบปฏิสมั พันธ์ ภาพยนตร์ หรอื วดี ีทศั น์ การทส่ี ื่อประสมสามารถนาแสนอขอ้ มูลขา่ วสารได้
มาก และน่าสนใจ สอื่ ประสมจึงไดร้ บั ความสนใจอย่างกวา้ งขวาง โดยเฉพาะในวงการศกึ ษา สื่อประสมมี
ความเหมาะสม สาหรบั องคป์ ระกอบการเรยี นรเู้ ป็นอย่างยง่ิ เพราะเป็นสอื่ เพื่อการเรยี นรโู้ ดยตอบรบั
ประสาทสมั ผัสได้มากกวา่ จงึ เป็นส่ือการเรยี นการสอนและการศกึ ษาทีข่ อบเขตกวา้ งขวางเพิ่มทางเลือก
ในการเรยี นและการสอน สามารถสนองต่อรปู แบบการเรยี นรทู้ แ่ี ตกตา่ งกนั ได้ สามารถจาลอง
สภาพการณข์ องวชิ าตา่ ง ๆ เพ่ือการ เรยี นรู้ได้ผเู้ รยี นไดร้ บั ประสบการณต์ รงกอ่ นลงมอื ปฏิบัตจิ ริง
สามารถท่ีจะทบทวนขน้ั ตอนและกระบวนการได้เป็นอยา่ งดี กลา่ วไดว้ ่าสอ่ื ประสมมคี วามเหมาะสมทนี่ ามาใช้
ในการเรยี นการสอนนบั แตเ่ ทคโนโลยสี ารสนเทศไดเ้ ขา้ มามบี ทบาทในการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. การออกแบบสอื่ มัลตมิ ีเดยี (ต่อ)
1. แนวคดิ ในการออกแบบจงึ นยิ มนาทฤษฎรี ะบบและแบบจาลอง ADDIE มาใชเ้ ป็นพ้ืนฐาน
โดยเฉพาะ เมือ่ พิจารณาในขน้ั ตอนการออกแบบ (Design) จะพบวา่ มแี นวคิดในการออกแบบท่มี ี
องคป์ ระกอบ เป็นขน้ั ตอนตามภาพ
4. การออกแบบสอ่ื มัลตมิ เี ดยี (ต่อ)
2. การพัฒนาสือ่ มลั ตมิ เี ดยี โดยมขี นั้ ตอนการดาเนนิ การดงั ตอ่ ไปนี้
2.1 ขน้ั การวางแผน (Planning)
2.1.1 กาหนดเปา้ หมาย
2.1.2 วิเคราะห์ปจั จัยทีเ่ กี่ยวขอ้ งเพ่ือนามาเป็นข้อมลู ในการวางแผนการปฏบิ ตั ิงาน ได้แก่
1. กลมุ่ เปา้ หมายและความต้องการในการเรยี น
2. เนื้อหาวชิ า เป็นการวิเคราะห์ เพื่อกาหนดขอบขา่ ยของเนอ้ื หา
3. ทรัพยากรต่าง ๆ ที่เกยี่ วข้อง
2.1.3. กาหนดแผนการปฏิบัติงาน
2.2 ขน้ั การออกแบบ (design) ประกอบดว้ ย
2.2.1 การเขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
2.2.2 การเขียนเนอื้ หา
2.2.3 การกาหนดรปู แบบ
2.2.4 การวางโครงสร้างของบทเรยี นและเสน้ ทางการควบคุมบทเรยี น
2.2.5 การเขียนผังการทางาน
2.2.6 การร่างสว่ นประกอบตา่ งๆ ในหน้าจอ
2.2.7 การเขียนแผนโครงเรอ่ื ง
4. การออกแบบสอ่ื มัลตมิ เี ดยี (ตอ่ )
2. การพัฒนาส่ือมลั ตมิ เี ดยี โดยมขี นั้ ตอนการดาเนนิ การดงั ตอ่ ไปน้ี
2.3 ข้ันการพัฒนา (Development) ประกอบด้วย
2.3.1 การเตรียมสอ่ื ในการนาเสนอเนอ้ื หา ไดแ้ ก่
1. การเตรยี มข้อความ
2. การเตรียมภาพกราฟกิ
3. การเตรียมเสยี ง
4. การเตรียมวดิ ิทศั น์
2.3.2 การเตรียมกราฟกิ ทีใ่ ชต้ กแต่งหนา้ จอ
2.3.3 การเขียนโปรแกรม
2.3.4 การทดสอบการใชง้ านเบื้องต้น
2.3.5 การสรา้ งคมู่ ือการใชง้ านและบรรจภุ ณั ฑ์
4. การออกแบบสอ่ื มลั ตมิ เี ดยี (ต่อ)
2.4 ขั้นการประเมนิ และปรบั ปรงุ (Evaluation and Revise) ประกอบด้วย
2.4.1 ขั้นตอนการประเมนิ คุณภาพ โ
2.4.2 ขนั้ ตอนการประเมนิ ดา้ นเนื้อหา ควรใหผ้ ้เู ชย่ี วชาญดา้ นสือ่ ประเมินคณุ ภาพสอ่ื ใน
3 ดา้ น คอื
1. ด้านการออกแบบการเรยี นการสอน.
2. ด้านการออกแบบหน้าจอ
3. ขนั้ ตอนการทดลองใชก้ ับผู้เรียน
2.4.3 ข้ันตอนการทดลองใช้กับผเู้ รยี น แบง่ เป็น 2 ขน้ั ตอน
ขัน้ ตอนที่ 1 ทดสอบนารอง (Pilot Testing) เป็นข้นั แรกในการทดลอง
ข้นั ตอนท่ี 2 การทดสอบภาคสนาม (Field Tesing)
2.5 ขั้นการหาประสทิ ธภิ าพของบทเรยี น
2.6 ขั้นการวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
2.7 ขนั้ การวัดความพึงพอใจ
2.8 ขน้ั การปรับปรุงแกไ้ ข (revise)
สรปุ
การออกแบบและพัฒนาสือ่ การเรยี นการสอนในปจั จบุ ันมีเทคโนโลยที สี่ ามารถนามาชว่ ยในการพัฒนาที่มี
ประสทิ ธิภาพมากข้นึ แต่หวั ใจสาคญั กค็ ือจะออกแบบสอื่ ที่มีคณุ ภาพเพ่ือใชใ้ หบ้ รรลเุ ปา้ หมายของการเรยี นการสอน
ได้อยา่ งไร แนวคดิ การออกแบบและพัฒนาจึงจาเป็นต้องมหี ลักการ ทัง้ นแี้ นวคดิ การออกแบบทเ่ี ป็น ข้นั ตอน 9 ข้ัน
ของ Gange และระบบการออกแบบทเ่ี ป็นระบบตาม ADDIE Model รวมท้งั ทฤษฎีการรบั ร้ทู าง ทัศนะ (Visual
Literacy) จงึ เป็นหลักการเบ้ืองตน้ ไปสรู่ ปู แบบของกราฟกิ ทนี่ ับวา่ เป็นสว่ นสาคัญในการ ออกแบบส่อื การเรยี น
การสอนท่สี ามารถนามาใชใ้ นการสื่อความหมายได้อย่างกวา้ งขวาง น่าสนใจ รวดเรว็ เนือ่ งจากการนากราฟกิ มาใช้
นบั วา่ เป็นท่ีนยิ มเนื่องจากการผลิต การนามาใช้ไม่ยงุ่ ยาก และสามารถหา แหลง่ ขอ้ มูล และแหลง่ วสั ดใุ นการนามา
ปรบั ปรุง ประยุกตใ์ ช้ได้ ในทุกสภาพการเรียนรู้ สามารถใชไ้ ดโ้ ดยไม่มขี น้ั ตอนการใช้ที่ยงุ่ ยาก การนากราฟกิ มาใช้
น้นั นอกจากจะใช้ในรปู แบบของสอื่ สง่ิ พิมพ์ แลว้ ยังเหมาะต่อการนาไปใชก้ ับรปู แบบสอ่ื คอมพิวเตอรม์ ลั ตมิ ีเดยี
เนอ่ื งจากในปจั จบุ ัน การเรียนรู้ส่วนใหญ่ผา่ นทางทัศนะสัญลักษณ์ เพราะในกระบวนการส่อื ความหมายนน้ั ไมว่ ่าจะ
ใชส้ ่อื ประเภทใดกต็ าม ผู้เรยี นยงั คงใช้อวัยวะรบั สมั ผสั เพื่อการรบั รู้โดยผา่ นทางตามากที่สดุ การนาเสนอโดยการ
สรา้ งงานกราฟกิ ในรปู แบบต่างๆ จงึ ควรเนน้ ความสามารถ ในการผลติ และการใช้งานกราฟกิ ใหม้ ีประสิทธิภาพ
มากทส่ี ดุ และเนือ่ งจากการออกแบบและพัฒนา สือ่ คอมพิวเตอรม์ ัลติมเี ดียเป็นท่นี ยิ มใชใ้ นศตวรรษท่ี 21 หลกั การ
ออกแบบสื่อดังกล่าวจงึ ตอ้ งมแี นวทางทเี่ ป็นระบบเพ่ือให้ได้ส่ือการเรยี นการสอนทีม่ ีคณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพตอ่ ไป