ชุมชนท้องถิ่น บ้านพร้าวหนุ่ม โรงเรียนแม่แจ่ม ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
2 ชุมชนทอ้งถิ่น หมู่บ้านพร้าวหนุ่ม จัดท าโดย นางสาวยุพารัตน์ สุขใจ เลขที่ 10 ชั้น 5/4 เสนอ ครูกรวรรณ โกฏิมูล โรงเรียนแม่แจ่ม ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
1 ค ำน ำ รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาวิถีชุมชน เป็นเรื่องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน ทั้งในเรื่องด้าน การบริหารงาน อาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่นและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รายงานฉบับนี้ มุ่งเน้นให้ผู้ที่ศึกษาชุมชนหรือผู้ศึกษาทั่วไปให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การศึกษาชุมชน ตามรายละเอียดข้างต้น และสามารถน าความรู้หรือข้อมูลที่ได้น าไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อผู้ศึกษาและชุมชนของตัวเอง ทั้งนี้ทางผู้จัดหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้มาศึกษาเป็นอย่าง ยิ่งและขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการหาข้อมูล ท าให้รายงานเล่มนี้สมบูรณ์และส าเร็จ หาก มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ ผู้จัดทำ นางสาวยุพารัตน์ สุขใจเลขที่10 ชั้น ม. 5/4
2 กติกรรมประกำศ โครงงานเล่มนี้ส าเร็จลุล่วงด้วยความกรุณาจากครูกรวรรณ โกฏิมูล ครูที่ปรึกษาโครงงานที่ ให้ค าเสนอเเนะ แนวคิด ตลอดจนเเก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ มาโดยตลอด จนโครงงานเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์ผู้ศึกษาจึงอยากกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอกราบขอบพระคุณผู้ที่ให้ค าปรึกษาต่าง ๆและผู้ให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับชุมชนบ้านพร้าว หนุ่ม ส าหรับโครงงานเล่มนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนและผู้ศึกษา ชื่อโครงงาน : ชุมชนท้องถิ่น หมู่บ้านนาฮ่อง ชื่อผู้เขียน : นางสาวยุพารัตน์ สุขใจ อาจารย์ที่ปรึกษา : ครูกรวรรณ โกฏิมูล ปีการศึกษา : 2565
3 บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติ ความเป็นมา สภาพทาง นิเวศวิทยา การ ปลูกพืชและการใช้แรงงาน ประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ ปราชญ์ชุมชน ข้อมูลด้านศาสนาวัฒนธรรม ความเชื่อ ปัญหาและแนวทางการพัฒนาของชุมชนบ้านพร้าวหนุ่ม ต าบลช่างเคิ่งอ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
4 สำรบัญ เรื่อง หน้ำ ค าน า 1 กติกรรมประกาศ 2 บทคัดย่อ 3 บทที่1.ประวัติหมู่บ้าน 5 บทที่2. สภาพทางนิเวศวิทยา 6 2.3 เนื้อที่ 6 2.4 ลักษณะภูมิประเทศ 6 2.5 ภูมิอากาศ 6 2.6 ข้อมูลสิ่งปลูกสร้าง 7 2.6 การคมนาคม 7 บทที่3. ระบบปลูกพืชและการใช้แรงงาน 8 3.1 ปฏิทินการปลูกพืชและการใช้แรงงาน 8 บทที่4.ประชากร 8 บทที่5.ปราชญ์ชุมชน 9 บทที่6. ข้อมูลด้านศาสนา วัฒนธรรม ความเชื่อ และประเพณี 11 บทที่7. ระบบการเมืองและการปกครองท้องถิ่น 13 บทที่8.ปัญหา และแนวทางการพัฒนาของชุมชน 14 บรรณานุกรม 15 ภาพประกอบการลงส ารวจชุมชน 16
5 1.ประวัติหมู่บ้ำน ต ำนำนเล่ำขำน "บ้ำนพร้ำวหนุ่ม" สืบสานเรื่องราวเล่าขาน มีหลายหลากมากนิยาย และหนึ่งในจ านวนเรื่องที่เล่าขาน คือ "ลัวะพ่ายแพ้เจ้าแม่จามเทวี" พ่อหนานสุจา เจริญใจ เล่าว่า ลัวะได้ครองเมืองเชียงใหม่ เมืองแจ๋ม ขุนลัวะอยากได้เมืองล าพูนแล พระ นางจามเทวีมาเป็นของตน ฝ่ายหริภูญชัยนคร เมืองเงินล าพูน เจ้าแม่จามเทวีก็เห็นบอกตอบขานว่าขอให้ขุนลัวะได้แสดงฝีมือพุ่งสะเหน้าเข้าล าพูน ให้ชาวบ้าน ชาวเมืองได้เห็นเป็นที่ชื่นใจ ขุนลัวะไม่รู้กลอุบายจึงรับขาน ดังที่รู้กันทั่วไปอยู่แล้วว่าเจ้าแม่จามเทวี ก็มีทีเด็ดไม้ตายท าลายอ านาจมนด์ขลงัขนุหลวงลวัะใหเ้สื่อมนอ้ย ถอ้ยลงจนสนิ้ฤทธิ์ไม่เป็นท่า ความฝันของลัวะจะเอาเมืองล าพูนและพระนางจามเทวีมาเป็นของ นก็ล้มเหลว ยิ่งกว่านั้นยังถูก ขุนพลคนทัพของพระนางจามเทวีไล่ดีกระหน ่าซ ้าเดิมขับออกจาก บ้านเมืองที่คนปกครอง ขุนลัวะ ได้พาพวกพ้องพร้อมบริวารหนีการขับไล่เข้าเมืองแจ่ม ป้ำหนุ่ม ทั้งกลุ่มลัวะและกลุ่มผู้ไล่ล่ามาพัก ปกครองของลัวะ คนไดก็เข้ามาสร้างบ้าน สร้าง เรือนอยู่อย่างถาวรในป่ าหนุ่มแห่งนี้ จึงมีชื่อว่า ชุมชนหมู่บ้ำนป้ำหนุ่ม เวลาพันผ่าน นาน ๆ ไป ก็ แปรเปลี่ยนเป็น บ้ำนพร้ำวหนุ่ม
6 2. สภำพทำงนิเวศวิทยำ 2.2 ลักษณะทตี่ั้ง บ้านพร้าวหนุ่ม ต าบลช่างเคิ่ง อ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ติดกับแม่น ้าแจ่มทิศเหนือ ติดกับหมู่บ้านพุทธเอ้น หมู่ 15 ต าบลช่างเคิ่ง อ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทิศใต้ติดกับหมู่บ้าน ป่ าเท้อ หมู่ที่ 7 ต าบลช่างเคิ่ง อ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทิศตะวันออกติดกับหมู่บ้านบนนา หมู่ที่ 14 ต าบลช่างเคิ่ง อ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทิศตะวันตกติดกับหมู่บ้านสันหนอง หมู่ที่ 3 ต าบลช่างเคิ่ง อ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 2.3 เนือ้ที่ บ้านพร้าวหนุ่ม หมู่ที่ 6 ต าบลช่างเคิ่ง อ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ประมาณ 42 ตารางกิโลเมตร 2.4 ลักษณะภมิประเทศู บ้านพร้าวหนุ่ม หมู่ที่ 6 ต าบลช่างเคิ่ง อ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพเป็นที่ราบ และอยู่ในเขตอ าเภอแม่แจ่ม มีแหล่งน ้าธรรมชาติ คือแม่น ้าแม่แจ่ม และแม่น ้าล าห้วยแม่กึ๋ง 2.5 ภูมิอำกำศ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ เดือน มีนาคม และพฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ เดือน มิถุนายน และพฤศจิกายน (ฤดูเพาะปลูก) ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ เดือน ธันวาคม และกุมภาพันธ์ (ฤดูเก็บเกี่ยว)
7 2.6 ข้อมูลสิ่งปลูกสร้ำง ครัวเรือน 200 หลังคาครัวเรือน โรงเรียนประถมศึกษา 1 แห่ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แห่ง วัด 1 แห่ง ศาลากลางหมู่บ้าน 1 แห่ง ป่ าช้า 1 แห่ง แหล่งน ้าส าคัญ 1 แห่ง 2.6 กำรคมนำคม ระยะทางคมนาคมห่างตัวอ าเภอ 1.6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 3 นาทีและ ระยะทางคมนาคมห่างจากตัวจังหวัด 111 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 2 ชั่วโมง 12 นาที
8 3. ระบบปลูกพชืและกำรใช้แรงงำน อาชีพหลักของประชาการในพื้นที่บ้านพร้าวหนุ่ม ต าบลช่างเคิ่ง อ าเภอแม่แจ่ม จังหวัด เชียงใหม่ส่วนมากท าอาชีพเกษตร มีอาชีพการเกษตรที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่ส าคัญ ดังนี้ 1. พืชทั่วไป 2. ข้าว 3. มันฝรั่ง 4. หอมแดง 3.1 ปฏิทินกำรปลูกพชืและกำรใช้แรงงำน การปลูกพืชของชาวอ าเภอแม่แจ่มจะมีการเริ่มปลูกพืชในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง เดือน พฤศจิกายน และท าการเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วง เดือนตุลาคม ถึง เดือนธันวาคม 4.ประชำกร ในชุมชนบ้านพร้าวหนุ่ม ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ 95% และศาสนาคริสต์ 5% ส่วนใหญ่ เป็นคนพื้นเมืองและส่วนน้อยจะเป็นชนเผ่ากระเหรี่ยง รวมประชากรทั้งหมดเป็น 452 คน แบ่งเป็น เพศหญิง 220 คน และ เพศชาย 232 คน
9 5.ปรำชญ์ชุมชน ภูมปิัญญำทอ้งถิ่น ด้ำนหตัถกรรม ( กำรทอผ้ำตีนจก ) ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ-สกุล : นางกาญจนา ธิโน วัน/เดือน/ปีเกิด :8 ธันวาคม พ.ศ.2512 ศาสนา : พุทธ ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี สถานภาพ : สมรสอยู่ด้วยกัน อาชีพหลัก : เกษตร ที่อยู่ :79 หมู่ที่ 6 ต าบลช่างเคิ่ง อ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ควำมช ำนำญด้ำนภูมปิัญญำทอ้งถิ่น ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น : การทอซิ่นตีนจก ลักษณะภูมิปัญญา : การทอ เช่น การทอผ้าซิ่นต่างๆ
10 ภูมปิัญญำทอ้งถิ่น ด้ำนอำหำร ( กำรทำ ถ่ัวเน่ำ ) ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ-สกุล : นางศรีมอย สุริยา วัน/เดือน/ปีเกิด :6 สิงหาคม พ.ศ.2493 ศาสนา : พุทธ ระดับการศึกษา : ประถมศึกษา สถานภาพ : สมรสอยู่ด้วยกัน อาชีพหลัก : เกษตร ที่อยู่ :9 หมู่ที่ 6 ต าบลช่างเคิ่ง อ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ควำมช ำนำญด้ำนภูมปิัญญำทอ้งถิ่น ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น : การแปรรูปอาหาร ลักษณะภูมิปัญญา : การแปรรูปอาหาร เช่น การท าถั่วเน่า
11 6. ข้อมูลด้ำนศำสนำ วัฒนธรรม ควำมเชื่อ และประเพณี 6.1 ประเพณีตำยก๋วยสลำก ประเพณีตานก๋วยสลากหรือประเพณีถวายทานสลากภัต จะท ากันตั้งแต่วันเพ็ญขึ้น 15 ค ่า เดือน 12 เหนือ (ราวเดือนกันยายน) จนถึงวันแรม 14 ค ่า เดือนเกี๋ยงหรือวันเกี๋ยงดับ (ราวเดือน ตุลาคม) เป็นประเพณีที่ชาวล้านนาแสดงความระลึกถึงบรรพบุรุษและญาติมิตรผู้ล่วงลับไปแล้ว ด้วยการท าบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผ่านสิ่งที่เรียกว่า “ก๋วยสลาก” ก๋วยสลากจะสานจากไม้ไผ่ซึ่งข้าง ในถูกห่อหุ้มด้วยใบขมิ้น และใบตอง บรรจุข้าวสารอาหารแห้ง อาหารปรุงสุก เครื่องอุปโภคบริโภค ด้านบนก๋วยสลากจะมีใบหมากพลู ไม้ดอก ไม้ประดับมัดรวมกัน มีเทียนบุหรี่มัดติดไม้เสียบเงินที่ เป็นปัจจัย ส่วนในก๋วยสลากมีกระดาษเขียนไว้ว่า “สลากก๋วยนี้จัดตานอุทิศไปหาผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว" 6.2 กำรสืบชะตำ พิธีสืบชะตา เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินชีวิตของชาวล้านนา ที่เชื่อกันว่าเป็นการ ต่ออายุหรือต่อชีวิตของบ้านเมืองหรือของคนให้ยืนยาว มีความสุข ความเจริญตลอดจนเป็นการ ขจัดภัยอันตรายต่างๆ ที่จะบังเกิดขึ้นให้แคล้วคลาดปลอดภัย แบ่งเป็ น 3 ประเภทคือ 1. สืบชะตำคน นิยมท าเมื่อขึ้นบ้านใหม่ ย้ายที่อยู่ใหม่ ได้รับยศหรือต าแหน่งสูงขึ้น วันเกิดที่ครบรอบ เช่น 24 ปี 36 ปี 48 ปี 60 ปี 72 ปี เป็นต้น หรือฟื้นจากป่ วยหนัก หรือมีผู้ทักทายว่าชะตาไม่ดี จ าเป็นต้องสะเดาะเคราะห์และสืบชะตา เป็นต้น 2. สืบชะตำบ้ำน นิยมท าเมื่อคนในหมู่บ้านประสบความเดือดร้อน หรือเจ็บไข้ได้ป่วยกันทั่วไปในหมู่บ้าน หรือตายติดต่อกันเกิน 3 คนขึ้นไป ถือเป็นเสนียดของหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านอาจพร้อมใจกันจัดในวันปากปี ปากเดือน หรือปากวัน คือ วันที่หนึ่ง สอง หรือสามวันหลังวันเถลิงศก เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล บางท้องถิ่นมีการท าพิธีในวัดประจ า หมู่บ้าน 3. สืบชะตำเมือง จัดขึ้นเมื่อบ้านเมืองเกิดความเดือดร้อนจากอิทธิพลของดาวพระเคราะห์ตามความเชื่อทาง
12 โหราศาสตร์ เพราะท าให้บ้านเมืองปั่นป่ วนวุ่นวาย เพราะการจลาจลการศึก หรือเกิดโรคภัยแก่ ประชาชนในเมือง 6.3 ประเพณีปี ใหม่เมือง ประเพณีปี๋ใหม่เมือง เป็นประเพณีที่ปรากฏในเดือนเมษายน หรือเดือน 7 เหนือ ประเพณี ปีใหม่เมืองเป็นการเปลี่ยนศักราชใหม่ การเอาเดือนเมษายนเป็นเดือนแรกของปีนั้นอยู่บนพื้นฐาน ของความเชื่อเรื่องการเปลี่ยนศักราชใหม่ และเป็นโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวได้มาอยู่รวมกัน เพื่อท าบุญตักบาตร สรงน ้าพระ ด าหัว เล่นน ้า และขอพรจากผู้ใหญ่ 6.4 ประเพณีปอยหลวง “ ปอยหลวง ” คืองานฉลองที่ยิ่งใหญ่ของคนทางภาคเหนือ “ ปอย ” มาจากค าว่า ปเวณี หมายถึง งานฉลองรื่น เริงหรืองานเทศกาลที่จัดขึ้นค าว่า “ หลวง ” หมายถึง ยิ่งใหญ่ ประเพณีปอย หลวงมักจัดขึ้นช่วงเดือน ๕ จนถึงเดือน ๗ เหนือ ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน หรือ เดือนพฤษภาคมของทุกปี“ ปอยหลวง ” เป็นการฉลองถาวรวัตถุของวัด หรือสิ่งก่อสร้างที่ ประชาชนช่วยกันท าขึ้นเพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ ประเพณีงานปอยหลวงเป็นการท าบุญเพื่อ เฉลิมฉลองศาสนสมบัติต่าง ๆ เพื่อให้เกิดอานิสงส์แก่ตนและครอบครัว ถือว่าได้ บุญกุศลแรง นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องแสดงถึงความสามัคคีกลมเกลียวของคณะสงฆ์และชาวบ้านนอกจากการ ฉลองที่ยิ่งใหญ่แล้วการท าบุญปอยหลวงนิยม ท าบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่ปู่ ย่าตายาย หรือ ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วสิ่งส าคัญอีกอย่างที่ได้จากการท าบุญงาน ปอยหลวงก็คือการแสดง ความชื่นชม ยินดีร่วมกันเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินให้แก่คนในท้องถิ่นโดยการจัดมหรสพ สมโภชเพราะนานหลายปีถึง จะได้มีโอกาสได้จัดงานประเพณีปอยหลวง
13 7. ระบบการเมืองและการปกครองท้องถิ่น การบริหารงานในชุมชนบานพร้าวหนุ้ม แบ่งกำรท ำงำนออกเป็ น 4 ฝ่ ำย ได้แก่ 1. ผู้ใหญ่บ้าน 1.2 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
14 2. กลุ่มแม่บ้าน 2.1 กลุ่มเงินล้าน 3. อาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน 4. หมู่บ้าน 4.1 กลุ่มผู้สูงอายุ 4.2 กรรมการหมู่บ้าน 8.ปัญหำ และแนวทำงกำรพัฒนำของชุมชน 8.1 ปัญหา คนในชุชนชนทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง ความเคยชินทิ้งขยะ ขาดความรู้การก าจัดและจัดการ ขยะที่ถูกวิธี ขาดความรับผิดชอบ ไม่มีการใช้ประโยชน์จากขยะ เช่น ใช้ซ ้า ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมใน ชุมชนนั้นมีขยะสองริมทาง มีจุดคนทิ้งขยะ ท าให้ทัศนียภาพไม่สวยงาม เกิดกองขยะในชุมชน 8.2 แนวทางการพัฒนาของชุมชน ท าการพัฒนาชุมชนเดือนละ 1 ครั้ง ให้คนในชุมชนมารวมตัวกันเพื่อเก็บขยะรอบๆ หมู่บ้าน
15 บรรณำนุกรม อุทยานหลวงราชพฤกษ์. ประเพณีตำนก๋วยสลำกหรือประเพณีถวำยทำนสลำกภัต. เข้าถึงเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เข้าถึงได้จาก https://www.royalparkrajapruek.org/ วิกิพีเดีย. ปี ใหม่เมือง เข้าถึงเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เข้าถึงได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/ มติชนสุดสัปดาห์พธิีสืบชะตำตำมควำมเชื่อชำวล้ำนนำ “ชะตำคน-ชะตำบ้ำน-ชะตำเมือง” เข้าถึงเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เข้าถึงได้จากhttps://www.matichonweekly.com/column/
16 ภำพประกอบกำรลงส ำรวจชุมชน