The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม Best practice (SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน)_compressed

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พนิดา เทพสาตรา, 2024-03-24 09:32:46

เล่ม Best practice (SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน)_compressed

เล่ม Best practice (SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน)_compressed

ก วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 คำนำ รายงานผลการใช้หลักการบริหารจัดการแบบ “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อสรุปและรวบรวมผลการดำเนินงานจากการใช้ หลักการบริหารจัดการแบบ “SARAN Model พัฒนาครูสู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” นวัตกรรมวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหารสถานศึกษา ตามโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สู่วิธีปฏิบัติ ที่เป็นเลิศ ที่ผู้รายงานได้คิดและพัฒนาขึ้นเป็นรูปแบบการบริหารจัดการที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้ เข้ามามีบทบาทในการวางแผนการจัดการศึกษาร่วมกันให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมคุณภาพของงาน เกิดจากการสร้างสรรค์จากภายในสู่ภายนอกกล่าวคือ คุณภาพของโรงเรียนต้องเกิดจากความร่วมมือ ของบุคลากรในโรงเรียน โดยมีบุคลากรภายนอกคอยให้การสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการ ดำเนินงานโดยผู้บริหาร คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองและชุมชนต้องมีความตระหนักในการ พัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพ เพื่อนำสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ควบคุมคุณภาพด้วย PDCA ในการดำเนินงาน และบูรณาการด้วยกิจกรรมอย่างหลากหลายด้วยกระบวนการ Active Learning สู่การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของผู้เรียน และด้านอื่น ๆ ต่อไป ผู้รายงานขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของผู้เรียนโรงเรียนวัดผลาหารให้บรรลุผลสำเร็จตามความมุ่งหวัง คือ นักเรียนมีความรู้ คู่คุณธรรม และร่วมกันสร้างคนดีให้สังคม นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดผลาหาร


ข วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ 1 จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน 2 ขั้นตอนการดำเนินงาน กระบวนการผลิตผลงาน รูปแบบวิธีการในการพัฒนาสถานศึกษา 2 ผลการดำเนินงาน/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ 6 ปัจจัยความสำเร็จ 10 ประโยชน์ที่ได้รับผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 11 การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ 11 การขยายผล ต่อยอดหรือประยุกต์ใช้ผลงาน นวัตกรรมหรือวิธีการปฏิบัติ 20 ทฤษฎี/เอกสารทางวิชาการ/บทความ/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 21 การเชื่อมโยงผลงาน/วิธีการ/รูปแบบ/นวัตกรรม 25 ข้อเสนอแนะที่ได้รับจากผลการดำเนินงาน 26


๑ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 ผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) (ด้านผู้บริหาร) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 ประจำปีการศึกษา 2566 1. ชื่อผลงาน : SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning 2. ชื่อผู้นำเสนอผลงาน : นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ ตำแหน่ง : ผู้อำนวยการโรงเรียน โรงเรียน : วัดผลาหาร สังกัด : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 ตำบล : คลองหก อำเภอ : คลองหลวง จังหวัด : ปทุมธานี รหัสไปรษณีย์ : 12120 โทรศัพท์ : 089-6810639 E-mail : [email protected] เว็บไซต์โรงเรียน : https://wph.thai.ac/home/ 3. ความสำคัญของผลงานรูปแบบวิธีการหรือนวัตกรรมที่นำเสนอผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการ เรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือ ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนอง ต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต การสร้างความตื่นตัวให้คนไทยตระหนักถึงบทบาท ความรับผิดชอบ การวางพื้นฐานระบบการรองรับการเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และการสร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศ ทางวิชาการระดับนานาชาติในการปฏิรูปการศึกษาจึงมุ่งให้เกิดคุณภาพทั้งในด้านผลผลิต กระบวนการจัดการ และปัจจัยต่าง ๆ โดยมุ่งหวังให้การจัดการศึกษา พัฒนาทั้งระบบ บุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ก็คือ ผู้บริหารสถานศึกษา เพราะต้องเป็นผู้นำและผู้ประสานความร่วมมือ จากทุกฝ่ายที่มีความสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการเรียนการสอนและการเรียนรู้ รวมทั้งประสานสัมพันธ์ ระดมและจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ (สุพล วังสินธ์, ๒๕๔๕ : ๒๙) ผู้บริหารสถานศึกษาจึงเปรียบได้ว่าเป็นจอมทัพสำคัญ ที่จะนำพาโรงเรียนให้ก้าวไปในกระแสแห่งการปฏิรูปได้ อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี สามารถขับเคลื่อนโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ มุ่งเน้นให้เด็ก ผู้ปกครอง และครูมีความสุข มีกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยเชื่อมโยงกับหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วน ร่วมในชั้นเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ โดยมีครูเป็นผู้อำนวย ความสะดวก สร้างแรงบันดาลใจ ให้คำปรึกษา ดูแล แนะนำ ทำหน้าที่เป็นโค้ชและพี่เลี้ยง แสวงหาเทคนิค วิธีการจัดการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย ผู้เรียนสร้างองค์ ความรู้ได้ มีความข้าใจในตนเองใช้สติปัญญา คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่บ่งบอกถึงการมี สมรรถนะสำคัญในศตวรรษที่ ๒๑ มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ ตามระดับช่วงวัย


๒ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวัดผลาหารจึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning ที่มุ่งเน้นให้เด็ก ผู้ปกครองและครูมีความสุข ลดการบรรยายของครู เพิ่มเวลาและโอกาสให้ผู้เรียนได้สร้าง ความรู้ด้วยตนเองผ่านการลงมือปฏิบัติจริงมากขึ้น ปรับบทบาทของครูจากผู้สอนมาเป็นผู้ให้คำปรึกษาชี้แนะ (Coach) กิจกรรมการเรียนรู้ต้องมีความสร้างสรรค์และหลากหลาย โดยใช้กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบ Active Learning โดยเชื่อมโยงกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ภายใต้ การบริหารจัดการ คือ “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning”มา ใช้ในการบริหารงาน และจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีสุข 4. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน 4.1 จุดประสงค์ 1) เพื่อสร้างและพัฒนานวัตกรรมการบริหารเพื่อนำสถานศึกษาสู่โรงเรียนที่เป็นเลิศ 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน 4.2 เป้าหมาย 1) เชิงปริมาณ นักเรียนโรงเรียนวัดผลาหารมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณภาพของผู้เรียนเพิ่มสูงขึ้น เฉลี่ยมากว่าร้อยละ 80 2) เชิงคุณภาพ คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนโรงเรียนวัดผลาหารมีความพึงพอใจต่อการใช้ หลักการบริหารจัดการแบบแบบ “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” ในการพัฒนานักเรียนให้มีพัฒนาผลสัมฤทธิ์และคุณภาพของผู้เรียตามเป้าหมายของโรงเรียน วัดผลาหาร 5. ขั้นตอนการดำเนินงาน กระบวนการผลิตผลงาน รูปแบบวิธีการในการพัฒนาสถานศึกษา การบริหารจัดการสถานศึกษา มีการประชุมวางแผนแนวทางการบริหารการจัดการศึกษา ด้วยการวิเคราะห์ จัดทำ SWOT ระดมความคิดเห็น ศึกษาปัญหาภายใน ภายนอก สร้างรูปแบบการบริหารงาน โดยนำข้อมูลจากการ วิเคราะห์ SWOT ออกแบบกลยุทธ์การบริหารการศึกษา ดำเนินงานการ บริหารจัดการ ให้สอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ พันธกิจ ของโรงเรียน โดยใช้เทคนิคกระบวนการวงจรคุณภาพ เดมมิ่ง ( PDCA) เป็นแนวทางสร้างรูปแบบการบริหาร SARAN Model


๓ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 ภาพที่ 1 รูปแบบการบริหารงานโรงเรียนวัดผลาหาร ขั้นที่ ๑ การวางแผน P : Plan การวางแผนการดำเนินงานและกำหนดแนวทางการวางแผน กิจกรรมวิเคราะห์จากกระบวนการ PLC ของคณะกรรมการจากการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานตามหน้าที่แต่ละฝ่าย ขั้นที่ ๒ การดำเนินงาน D : DO การปฏิบัติตามขั้นตอนในแผนงานที่ได้เขียนไว้อย่างเป็นระบบ และมีความต่อเนื่อง S : Smart Administration หมายถึง การบริหารจัดการแบบชาญชลาดโดยใช้ปัจจัย ให้มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์ต่อองค์กร ผู้เรียน อย่างสูงสุดบริหารจัดการด้วยระบบประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษา มีส่วนร่วม ครู บุคลากร ร่วมประชุม แสดงความคิดเห็น กำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ แผนงาน โครงการ กิจกรรม จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาในการบริหารองค์กรเพื่อการประกัน คุณภาพภายในสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุดและบรรลุเป้าหมาย A : Attitude หมายถึง คุณธรรมนำชีวิตโดยเป็นการนำคุณธรรมจริยธรรมมาเป็นการสร้าง โอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ รวมถึงเด็กด้อยโอกาส เด็กในวัยเรียนที่มีความต้องการทางการศึกษาและเด็ก ที่มีพฤติกรรมในทางลบและได้มีโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โครงการยุวชนคนคุณธรรมรองรับเพื่อพัฒนา


๔ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 ขัดเกลาให้เป็นคนดี มีจิตอาสาต่อผู้อื่นพร้อมทั้งให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนตามแผนภูมิการดำเนินการระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน TEAM Model R : Resolution หมายถึง การแก้ปัญหาร่วมกันภายในองค์กรและในการทำงาน แต่งตั้งหัวหน้า งาน 4 ฝ่ายบริหาร ได้แก่ กลุ่มบริหารวิชาการ กลุ่มบริการงบประมาณ กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มงานบริหาร ทั่วไปโดยมีการประชุมภารกิจงานเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจนสามารถได้ข้อตกลงในการแก้ปัญหา โดยใช้รูปแบบนวัตกรรมในการบริหารงาน ๔ ฝ่าย ดังนี้ - รูปแบบการบริหารงานด้านงานวิชาการ (WINNER Model ) - รูปแบบการบริหารงานด้านบุคลากร (KRU W.P.H. Model ) - รูปแบบการบริหารงานด้านงบประมาณ (RICH Model) - รูปแบบการบริหารงานด้านงานบริหารทั่วไป (IMPRESS Model ) A : Assessment หมายถึง มีการตรวจสอบและประเมินผลเป็นอย่างสม่ำเสมอแบบมีส่วนร่วม มีการวัดความก้าวหน้าและผลที่เกิดขึ้นจากการร่วมกันวางแผนพัฒนาโรงเรียนเพื่อสร้างโอกาสและพัฒนา คุณภาพการศึกษารวมทั้งงานงบประมาณงานวิชาการด้านการตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ เทคโนโลยีในการจัด การเรียนการสอนและจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้มีคุณภาพหลากหลายทันสมัยและเพียงพอ กับความต้องการของผู้เรียน


๕ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 N : Networt หมายถึง กระบวนการสร้างเครือข่ายนำองค์ความรู้ใหม่ๆ มาพัฒนาครูบุคลากร ทางการศึกษาให้เป็นครูมืออาชีพเป็นไปตามมาตรฐานของสถานศึกษาที่สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยการใช้สื่อเทคโนโลยีและการใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ มาจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนและประเมินผลได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ขั้นที่ 3 ขั้นการประเมินผล C : Check มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม โดยใช้ระบบการนิเทศ แบบครบวงจร ประกอบด้วย ผู้บริหาร หัวหน้าสายชั้น หัวหน้ากลุ่มสาระ เพื่อนครู หลังจากนั้นให้นำผล จากการดำเนินงานตามขั้นตอนการพัฒนานวัตกรรมมาจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้กับเพื่อนครูในโรงเรียนและ ผู้ปกครอง ชุมชนและองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการ ประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาเพื่อนำผลการประเมินไปปรับปรุงและพัฒนางานต่อไป ขั้นที่ ๔ ขั้นการปรับปรุงแก้ไข A : Action นำผลการดำเนินงานรูปแบบการพัฒนางานบริหารงาน โรงเรียนวัดผลาหาร ข้อเสนอแนะจากการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา ร่วมกันหาแนวทางแก้ไข พร้อมกับดำเนินการพัฒนาองค์กร ซึ่งจะนำไปสู่กิจกรรมในการพัฒนาปีต่อไป 5


๖ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 6. ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ 6.1 ผลที่เกิดตามจุดประสงค์ ๑) โรงเรียนวัดผลาหารมีนวัตกรรมการบริหารคือ นวัตกรรม “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพ ผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ และเป็น ที่ยอมรับจากหน่วยงานอื่น ๒) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับ 3 ขึ้นไป ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 ปีการศึกษา 2565 จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สูงกว่าค่าเป้าหมายของโรงเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖5 คิดเป็นร้อยละ ๙6.16 ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 : ร้อยละของนักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับ 3 ขึ้นไป ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ปีการศึกษา 2565 วิชา จำนวนนักเรียนที่ได้ระดับ 3 ขึ้นไป รวม เฉลี่ยร้อยละ ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 จำนวนนักเรียน 18 17 20 26 18 17 116 100 ภาษาไทย 18 17 17 22 15 15 104 89.65 คณิตศาสตร์ 18 17 18 26 15 16 110 94.82 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 18 17 20 26 18 16 115 99.13 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 18 17 20 21 14 17 107 92.24 ประวัติศาสตร์ 18 17 20 26 18 17 116 100 สุขศึกษาและพลศึกษา 18 17 20 25 18 17 115 99.13 ศิลปะ 18 17 20 26 18 8 107 92.24 การงานอาชีพ 18 17 20 26 18 16 115 99.13 ภาษาอังกฤษ 18 17 19 26 18 17 115 99.13 จากตารางผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจะพบว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นไปตาม เป้าหมายที่กำหนด คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สุข ศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ


๗ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 6.2 ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ การใช้หลักการบริหารจัดการแบบ “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” ส่งผลให้ผู้ร่วมงานทุกฝ่ายรวมทั้งนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนดีขึ้น อันเป็นผลพลอยได้ที่ตามมาซึ่งเป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่สังคมต้องการนั้นก็คือ เป็นคนดี และมีความสุขจากการ ดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมโครงงานและโครงการต่าง ๆ และจะเห็นได้ว่าโรงเรียนวัดผลาหารได้รับการ ยอมรับจากทุกฝ่าย ทั้งสถานศึกษา ผู้บริหาร ครูและนักเรียน มีผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่ปรากฏให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ตั้งแต่ระดับกลุ่มเครือข่าย เขตพื้นที่ ภูมิภาค จนถึงระดับชาติ อันส่งผลให้ ผู้ปกครองไว้วางใจส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนในทุกปีการศึกษา และได้รับการรับรอง การประกันคุณภาพ ภายนอก (พ.ศ.๒๕๖๔ – ๒๕๖๘) จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การ มหาชน) การศึกษาปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่วันที่ ๒7 สิงหาคม ๒๕๖๔ นอกจากนั้น โรงเรียนวัดผลาหาร ได้รับรางวัลในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 6.2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1) ด้านผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ (RT) มีผล การพัฒนาการด้านอ่านออกเสียงและด้านอ่านรู้เรื่องอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ ทั้ง 2 ด้าน 3 ปีการศึกษาดังตาราง


๘ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 2) การทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่าด้านคณิตศาสตร์และด้านภาษาไทยมีผลการประเมินทั้งสองด้านมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ ทั้ง 3 ปีการศึกษา ดังตาราง 3) การทดสอบความสามารถทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 ปีการศึกษา 2565 วิชาภาษาไทย มีคะแนนสูงกว่าระดับประเทศ ดังตาราง


๙ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 สรุปผล ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ (RT) มีผลการพัฒนาการ ด้านอ่านออกเสียงและด้านอ่านรู้เรื่องอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศทั้ง 2 ด้าน 3 ปี การศึกษา การทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จะพบว่าด้าน คณิตศาสตร์และด้านภาษาไทยมีผลการประเมินทั้งสองด้านมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศทั้ง 3 ปี การศึกษาการทดสอบความสามารถทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปี การศึกษา 2565 วิชาภาษาไทย มีคะแนนสูงกว่าระดับประเทศ 4) นักเรียนทุกระดับชั้นผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ 100 ระดับชั้น จำนวน นักเรียน (คน) จำแนกตามผลการประเมิน (คน) หมายเหตุ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ประถมศึกษาปีที่ 1 18 10 8 0 0 ประถมศึกษาปีที่ 2 19 19 0 0 0 ประถมศึกษาปีที่ 3 20 20 0 0 0 ประถมศึกษาปีที่ 4 26 26 0 0 0 ประถมศึกษาปีที่ 5 18 18 0 0 0 ประถมศึกษาปีที่ 6 17 11 6 0 0 รวม 118 104 14 0 0 ร้อยละ 100 88.14 11.86 0.00 0.00 จากตารางสรุปคุณลักษณะอันพึงประสงค์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 โรงเรียนวัดผลาหาร ปีการศึกษา 2565 พบว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ในระดับดีเยี่ยม จำนวน 104 คิดเป็นร้อยละ 88.18 และในระดับดี จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 11.86


๑๐ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 6.2.2 ผลลัพธ์การเรียนรู้ ด้านทักษะ มีทักษะการคิดที่เป็นกระบวนการมีขั้นตอนสามารถสร้างนวัตกรรม จากกระบวนการโครงงานตามกลุ่มสาระการเรียนรู้เกิดชิ้นงานที่สามารถต่อยอดสู่อาชีพ 6.๒.3 ผลที่เกิดกับครู 1) ครูมีการสร้าง/พัฒนาหลักสูตร วิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานตัวชี้วัด ออกแบบหน่วยการ เรียนรู้ เน้นผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริงแบบ Active Learning นักเรียนมีทักษะการคิด 2) ครูมีการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนที่เป็นเลิศตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ 3) ครูมีรูปแบบการการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จัดทำสื่อการสอน สร้างคลิป you tube สร้างสื่อการสอน 4) ครูมีการทำวิจัยในชั้นเรียนที่เกิดจากการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 5) ครูมีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best practice มีการสร้างรูปแบบการสอน Model การสอนของ ตนเอง 6.2.4 ผลงานของสถานศึกษา 1) สถานศึกษามีนวัตกรรมโครงงานที่เกิดจากทักษะการคิดที่เป็นกระบวนการมีขั้นตอน และเป็นรูปธรรม นักเรียน ข้าราชการครูสามารถนำมาเป็นแนวทางในการขยายผลให้ยั่งยืน 7. ปัจจัยความสำเร็จ หลักการบริหารจัดการแบบ “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” มีความสำเร็จเพราะคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ความร่วมมือ โดยมีปัจจัยแห่ง ความสำเร็จ ดังนี้ 1. ผู้บริหารเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ กล้าเปลี่ยนแปลง มีภาวะผู้นำ มีคุณธรรม ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี 2. ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีการทำงานแบบมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมประสาน ร่วมทำจนทำให้ งานสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์และมีคุณภาพ 3. ชุมชน ประกอบด้วยผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ การยอมรับ มีศรัทธาและให้การสนับสนุนในด้านงบประมาณในการพัฒนาโรงเรียน 4. ทรัพยากรและแหล่งเรียนรู้ โรงเรียนมีความพร้อมด้านนวัตกรรมต่าง ๆ ด้านวัสดุอุปกรณ์การเรียน การสอน สื่อละเทคโนโลยีทางการศึกษาพอเพียงและทันสมัย


๑๑ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 8. ประโยชน์ที่ได้รับผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) 1. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน ชุมชน และศึกษานิเทศก์ ในการพัฒนาโรงเรียน โดยใช้รูปแบบ “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” 2. “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning”เป็นโมเดลที่ สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างง่าย และสามารถลงมือปฏิบัติได้จริง เข้ากับทุกกิจกรรมของโรงเรียน วัด ผลาหาร 3. ผู้บริหารสถานศึกษา ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานอื่น ให้เป็นวิทยากร และคณะทำงาน ทั้งใน ระดับเขตพื้นที่ ระดับ สพฐ. 4. ครูผู้สอน ดำเนินการจัดการเรียนการสอน ตามโมเดลแล้ว ได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่าง ๆ 5. นักเรียนได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ จนได้รับรางวัลต่าง ๆ 6. ชุมชนเกิดความศรัทธาและไว้วางใจในสถานศึกษา ส่งบุตรหลาน เข้าศึกษาตามเกณฑ์และมี จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปีการศึกษา 9. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับสอดคล้องกับผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) โรงเรียนวัดผลาหารได้มีการเผยแพร่นวัตกรรมหลักการบริหารจัดการแบบ “SARAN Model พัฒนาครู สู่ คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” ดังนี้ 9.1 การเผยแพร่ 1) เผยแพร่ผลการดำเนินงานของโรงเรียนวัดผลาหาร ในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและ นิเทศการศึกษา จากคณะกรรมการ ก.ต.ป.น ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2566


๑๒ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 2) เผยแพร่ผลการดำเนินงาน“SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” ผ่านทางช่องทาง Online เพจ facebook โรงเรียนวัดผลาหาร 9.2 การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับสอดคล้องกับผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) 9.2.1 ด้านสถานศึกษา ๑) โรงเรียนวัดผลาหาร ได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการเข้าร่วมโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) ประจำปี 2565 ผ่านเกณฑ์ในระดับดีมาก


๑๓ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 2) โรงเรียนวัดผลาหาร ได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการเข้าร่วมโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) ประจำปี 2566 ผ่านเกณฑ์ในระดับดี 3) โรงเรียนวัดผลาหาร ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปทุมธานี เขต 1 เป็นโรงเรียนเครือข่าย โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ประจำปีการศึกษา 2565


๑๔ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 4) โรงเรียนวัดผลาหาร ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปทุมธานี เขต 1 เป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2566 ประเภทโรงเรียนระดับประถมศึกษา ขนาดกลาง เกียรติบัตรระดับดีเด่น 5) โรงเรียนวัดผลาหาร ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปทุมธานี เขต 1 เป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ประเภทผลงานดีเด่น ระดับเงิน โครงการสถานศึกษา สีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจำปีการศึกษา 2565


๑๕ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 9.2.2 ด้านผู้บริหารสถานศึกษา 1) ผู้รายงานได้นำหลักการบริหารจัดการแบบ “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพ ผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” ใช้ในการขับเคลื่อนโรงเรียนวัดผลาหารเริ่มตั้งแต่ ปีการศึกษา ๒๕๖3 เป็นต้นมา จากการขับเคลื่อนโรงเรียนวัดผลาหารด้วยหลักการบริหารดังกล่าว ส่งผลให้ข้าพเจ้าได้รับ ความยอมรับจากหน่วยงานต้นสังกัดในการร่วมเป็น คณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาการจัดการ เรียนรู้ครูสุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตของนักเรียนในลักษณะการจัดกิจกรรมแบบ Active Learning


๑๖ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 2) ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการดำเนินงานและคณะวิทยากรให้การฝึกอบรม หลักสูตรลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษา


๑๗ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 3) ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตัดสินการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2565 ภาคกลางและภาคตะวันออก จังหวัดราชบุรี


๑๘ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 4) ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการดำเนินโครงการแข่งขันบาสเกตบอลสามคน ถ้วย พระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ปี 2565 5) ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการลงพื้นที่ประเมินเชิงประจักษ์โรงเรียนต้นแบบ นักเรียนไทยสุขภาพดี พร้อมทั้งกำกับ ติดตาม การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนและโครงการส่งเสริมสุขภาพของโรงเรียน


๑๙ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 6) ได้รับรางวัลสยามมาตุภูมิประจำปี 2566 สาขาเกียรติคุณผู้บริหารดีเด่นระดับชาติ


๒๐ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 7) รางวัลเสมา ป.ป.ส. ประเภทผลงานดีเด่นระดับเงินโครงการโรงเรียนสีขาว ปลอดยาเสพติและอบายมุข ปีการศึกษา 2565 10. การขยายผล ต่อยอดหรือประยุกต์ใช้ผลงานนวัตกรรมหรือวิธีปฏิบัติ ผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศเรียนรู้ เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) มีการขยายผล ต่อยอดและประยุกต์ใช้ผลงานหลักการบริหารจัดการแบบ “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” สู่การปฏิบัติและต่อยอดทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของนักเรียนเพิ่มขึ้น ได้รับการยกย่องทำให้เกิดผลการดำเนินงาน ดังนี้ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในโรงเรียนมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ศักยภาพของโรงเรียน ทำให้แก้ปัญหาและพัฒนางานให้สอดคล้อง กับความต้องการและสภาพจริงของโรงเรียนครูที่ได้รับการนิเทศมีความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ จนเกิด ประสิทธิภาพในการทำงาน รู้บทบาทหน้าที่และประสิทธิภาพของตนเองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บุคลากรในโรงเรียนได้รับความรัก ความจริงใจจากข้าพเจ้า บุคลากร ในโรงเรียนจึงมีความรัก ความศรัทธาต่อผู้อำนวยการ ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งงานด้านการสอน และงานพิเศษอย่างเต็มความสามารถ บุคลากรได้รับการยกย่องชมเชยเป็นประกาศเกียรติคุณ จนเกิดขวัญ กำลังใจในการทำงานเป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ นำไปสู่การจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยเน้นกระบวนการลงมือปฏิบัติจริง การทำงานเป็นทีม มีกระบวนการกลุ่ม มีครูคอยให้คำแนะนำและเป็น ผู้อำนวยความสะดวก และในการจัดการเรียนการสอนได้นำความรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมา ประยุกต์ใช้โดยมีโครงการที่สำเร็จบรรลุตามเป้าหมาย เช่น โครงการ ๑ ห้องเรียน 1 โครงงานอาชีพ โครงสถานศึกษาพอเพียง เป็นต้น


๒๑ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 11. ทฤษฎี/เอกสารทางวิชาการ/บทความ/งานวิจัยที่เกี่ยวข้องสอดคล้องกับวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) 11.1 ความหมายของการบริหาร การบริหารคือกลุ่มของกิจกรรมประกอบด้วยการวางแผน (Planning) การจัดองค์การ (Organizing) การนำ/การสั่งการ (Leading/ Directing) และการควบคุม (Controlling) ซึ่งจะมีความสัมพันธ์ โดยตรงกับทรัพยากรขององค์การ เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และบรรลุความสำเร็จตามเป้าหมาย ขององค์การอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ซึ่งมีนักวิชาการหลายท่านได้กล่าวเกี่ยวกับแนวคิดการ บริหารไว้ดังนี้ วิโรจน์สารรัตนะ (2545, หน้า 3 - 5) ได้กล่าวว่าการบริหารเป็นกระบวนการดาเนินงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การโดยอาศัยหน้าที่ทางการบริหาร 4 ประการ คือ การวางแผน การจัดองค์การ การนำและการควบคุม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวมีผู้บริหารเป็นผู้รับผิดชอบที่จะให้มีการปฏิบัติงานอย่างมี ประสิทธิผลและประสิทธิภาพ การวางแผน (Planning) เป็นหน้าที่การบริหารที่สำคัญประการหนึ่งซึ่งนักวิชาการกำหนดขึ้น เป็นอันดับแรก จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนขณะเดียวกันแผนงาน หมายถึง วิถีทางที่ จะก่อให้เกิดการกระทาเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับองค์การ การจัดองค์การ (Organizing) เป็นหน้าที่การบริหารที่ต่อเนื่องจากการวางแผน กล่าวคือ เมื่อองค์การกำหนดเป้าหมายและแผนกลยุทธ์แล้ว ผู้บริหารควรจะต้องออกแบบโครงสร้างองค์การเพื่อให้การ บริหารงานบรรลุเป้าหมายตามแผนกลยุทธ์ขององค์การ


๒๒ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 การนำ (Leading) เป็นสภาวะที่ผู้นำใช้ความพยายามที่จะให้มีอิทธิพลต่อผู้อื่นเพื่อให้การ ปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายขององค์การได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ การที่ผู้นำจะมีศักยภาพดังกล่าว จะต้องมีความเข้าใจทฤษฎีการจูงใจ (Motivation) ภาวะผู้นำ (Leadership) การติดต่อสื่อสาร (Communication) และการบริหารกลุ่ม (Group) เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม การควบคุม (Controlling) เป็นกระบวนการวางระเบียบกฎเกณฑ์เพื่อให้การปฏิบัติงานของ องค์การบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้และช่วยให้เกิดความมั่นใจว่าสมาชิกในองค์การได้ประพฤติปฏิบัติไปใน ทิศทางที่จะทาให้บรรลุผลตามมาตรฐานการทางานที่กำหนดไว้ จากการทบทวนวรรณกรรมด้านการบริหารแล้วสามารถสรุปได้ว่าการบริหาร เป็นกระบวนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การซึ่งจะต้องอาศัยหน้าที่การบริหาร 4 ประการ คือ การวางแผน การจัดองค์การ การนำ และการควบคุม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ ผู้บริหารขององค์การ นอกจากการหลักการบริหารแล้วผู้บริหารสมัยใหม่ควรจะต้องรู้จักหลักของการทำงาน เป็นทีมไปพร้อม ๆ กันด้วย ทั้งนี้เพื่อทุกคนในองค์การจะได้มีส่วนช่วยกันนำพาองค์การไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ ได้อย่างสมบูรณ์เพราะถ้ามีแต่หลักการบริหารแต่คนในองค์การไม่ร่วมมือกันในการทำงาน องค์การนั้น ๆ ก็ไม่ สามารถที่จะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้ได้ 11.2 ความหมายของการบริหารสถานศึกษา มีนักวิชาการได้ให้ความหมายของการบริหารสถานศึกษาไว้ดังนี้ ณัฐรฎา พวงธรรม (2553, หน้า 14) กล่าวว่าการบริหารสถานศึกษา หมายถึงกระบวนการ บริหาร การพัฒนา และปรับปรุงวิธีการบริหารงานด้านต่าง ๆ เพื่อนำพาสถานศึกษาสู่ความก้าวหน้า ส่งเสริม ความเจริญด้านความคิด ความรู้ควบคู่กับการสอดแทรกคุณธรรมแก่นักเรียนเพื่อให้ได้นักเรียนที่มีคุณภาพ สรุปได้ว่าการบริหารการศึกษาสถานศึกษา หมายถึง การบริหารโรงเรียนเป็นการร่วมมือกัน ทำงานของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเพื่อให้โรงเรียนมีคุณภาพ โดยใช้ทรัพยากรให้เกิด ประโยชน์กับการศึกษามากที่สุด ผู้เรียนเกิดการพัฒนาด้านความรู้ความสามารถ ทักษะ ทัศนคติ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม โดยผ่านวิธีการของการจัดองค์กร การสั่งการ การอำนวยความสะดวกและการปรับปรุง การทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการศึกษา 11.3 กระบวนการบริหาร การบริหารเป็นกระบวนการที่มีขั้นตอนต่อเนื่องกันการบริหารที่ดีจึงต้องอาศัยกระบวนการ บริหารเป็นหลัก ได้มีผู้ให้ความเห็นของกระบวนการบริหารแตกต่างกันไป ดังนี้ Gulick and Urwick (1937, อ้างถึงใน เจริญผล สุวรรณโชติ. 2551, หน้า 418-420) ได้ เสนอกระบวนการบริหารไว้ 7 ประการ เรียกย่อ ๆ ว่า หลัก “POSDCoRB” ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากที่สุดและ สามารถนำมาใช้เป็นหลักในการบริหารงานทั่ว ๆ ไป ประกอบด้วย รายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. การวางแผนงาน (Planning) หมายถึง การจัดวางโครงการแผนปฏิบัติงาน และวิธีการ ปฏิบัติงานไว้ล่วงหน้า ผู้จัดการองค์กรต้องวางแผนงานทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน เพราะแผนงานจะเป็น แนวทางปฏิบัติทั้งองค์กร ซึ่งประกอบด้วย แผนงานหลักและแผนงานย่อย แผนงานต้องมีลักษณะยืดหยุ่น 2. การจัดหน่วยงาน (Organizing) หมายถึง การกำหนดโครงสร้างอำนาจหน้าที่การแบ่งส่วน งาน และการจัดสายงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ 3. การจัดตัวบุคคล (Staffing) หมายถึง การบริหารงานด้านบุคลากรได้แก่ การจัดอัตรากำลัง การสรรหาและพัฒนาบุคลากรการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง การส่งเสริมขวัญและกำลังใจ สวัสดิการ และการ เสริมสร้างบรรยากาศในการทำงาน “คน” เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ที่ส่งผลให้งานสำเร็จหรือล้มเหลว


๒๓ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 4. การอำนวยการ (Directing) หมายถึง การทำหน้าที่ในการตัดสินใจวินิจฉัยสั่งการ การออกคำสั่ง มอบหมายภารกิจการงานไปให้ผู้ใต้บังคับบัญชา หลังจากนั้นต้องใช้ภาวะของการเป็นผู้นำ ในการกระตุ้นจูงใจคนให้ยอมรับในผู้บริหาร 5. การประสานงาน (Coordinating) หมายถึง การทำหน้าที่ในการประสานกิจกรรมต่าง ๆ ที่ ได้มีการแบ่งแยกออกไปเป็นส่วนงานย่อย ๆ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถทำงานประสานสอดคล้องกันและมุ่ง ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน 6. การรายงาน (Reporting) หมายถึง การทำหน้าที่ในการรับฟังรายงานผลการปฏิบัติงานของ บุคคลและหน่วยงานที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาได้รายงานมา การรายงานถือเป็นมาตรการในการตรวจสอบและ ควบคุมงานด้วย 7. การบริหารงบประมาณ (Budgeting) หมายถึง หน้าที่ที่เกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณ การจัดทำบัญชีการใช้จ่ายเงินและการตรวจสอบควบคุมด้านการเงิน การบัญชีของหน่วยงาน The American Association of School Administration (1955, p.17 อ้างถึงในนพพงษ์ บุญจิตรดุล. 2551, หน้า 43) ได้กำหนดรูปแบบการบริหารงานไว้ดังนี้ คือ 1. การวางแผน (Planning) เป็นความพยายามที่จะให้การปฏิบัติงานตรงกับเป้าหมายที่ ต้องการจึงได้กำหนดงานที่จะต้องทำวิธีที่จะทำและจุดมุ่งหมายของการทำงานแต่ละอย่างไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็น แนวทางในการปฏิบัติงานของบุคลากรในองค์การ 2. การแบ่งสรร (Allocation) มีการจัดแบ่งทรัพยากรมนุษย์และทรัพยากรที่มิใช่มนุษย์ให้เป็น สัดส่วนพอที่จะดำเนินงานไปได้อย่างมีประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพ 3. การเร้าใจ (Stimulation) เป็นการกระตุ้น เร้าใจและส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติงานให้ ได้ผลดีทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ 4. การประสานงาน (Coordinating) เป็นการจัดให้มีการประสานงานระหว่างหัวหน้างาน ของหน่วยย่อยให้เกิดความเข้าใจกัน ประสานงานกันและขจัดข้อขัดแย้งให้ลดลงหรือหมดไป 5. การประเมินผลงาน (Evaluation) เป็นการตรวจสอบการปฏิบัติงานตลอดจนการดำเนินการ เพื่อการแก้ไขปัญหา และการวางแผนในช่วงระยะเวลาข้างหน้าโดยมุ่งประเมินสัมฤทธิ์ผลตามจุดมุ่งหมายที่ตั้ง ไว้ สามารถสรุปได้ว่า กระบวนการการบริหาร มีรูปแบบกระบวนการที่หลากหลาย โดยสิ่งสำคัญ ที่ต้องดำเนินการ คือ 1. การวางแผนงาน 2. การจัดสรรหน่วยงาน 3. การอำนวยการ 4. การประสานงาน และ 5. การรายงาน/ประเมินผล ซึ่งกระบวนการเหล่านี้สามารถรับเปลี่ยนได้ตามบริบทขององค์กร 11.4 การทำงานเป็นทีม นอกจากหลักในการบริหารแล้วผู้บริหารสมัยใหม่ต้องรู้จักการทำงานเป็นทีมอย่างที่กล่าวไว้ ข้างต้น เพราะการทำงานเป็นทีมมีความสำคัญในทุกองค์การและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการบริหารงาน การทำงานเป็นทีมมีบทบาทสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของงานที่ต้อง อาศัยความร่วมมือของกลุ่มสมาชิกเป็นอย่างดี โดยการทำงานเป็นทีมนั้นได้มีนักวิชาการหลายท่านได้ให้ ความหมายไว้ดังนี้ ความหมายของทีม (การสร้างทีมงาน, ผศ.ดร.สุนันทา เลาหนันทน์, หน้า ๖๐–๖๒) ได้กล่าวถึง ทีมว่าหมายถึง กลุ่มบุคคลผู้มีพลัง มีความผูกพันรับผิดชอบที่จะทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกัน สมาชิกใน ทีมเป็นผู้ที่ทำงานร่วมกันได้ด้วยดีและรู้สึกเพลิดเพลินที่จะทำงานนั้นจนสามารถผลิตผลงานที่มีคุณภาพสูง


๒๔ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 ปาร์คเกอร์ (Parker, 16) อธิบายว่าทีมเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันและต้องพึ่งพากัน เพื่อปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย หรือปฏิบัติงานให้เสร็จสมบูรณ์ คนกลุ่มนี้มีเป้าหมายร่วมกันและยอมรับว่าวิธี เดียวที่จะทำให้งานสำเร็จ คือ การทำงานร่วมกัน จากความหมายของการทำงานเป็นทีมที่มีนักวิชาการหลายท่านได้ให้ความหมายไว้เมื่อนำมา ปรับใช้กับบทบาทของผู้บริหารกับการสร้างทีมงานในการพัฒนาองค์การได้ดังนี้ การทำงานเป็นทีม คือ กลุ่มของบุคคลที่ทำงานร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ช่วยกันทำงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพและผู้ร่วมงานต่างมีความพอใจในการทำงานนั้น สำหรับการสร้างทีมงานนั้นเป็นการทำให้กลุ่มสามารถเรียนรู้การวินิจฉัยปัญหาเพื่อปรับปรุง ความสัมพันธ์ต่าง ๆ ในการทำงานให้ดีขึ้นทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพซึ่งความสัมพันธ์เหล่านี้จะมีผลต่อ การทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย ดังนั้นบทบาทของผู้บริหารกับการสร้างทีมงานในการพัฒนาองค์การ ที่จะประสบความสำเร็จจำเป็นจะต้องหล่อหลอมทีมงานให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รู้จักหาวิธีจูงใจที่ให้ทำงาน ด้วยความสมัครใจและเต็มใจ ทั้งนี้เพื่อให้ทีมสามารถร่วมมือกันทำงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์การที่ตั้งไว้ ดังนั้นเมื่อมีทีมงานที่พร้อมจะทำงานแล้วบทบาทของผู้บริหารสำหรับการพัฒนาองค์การที่สำคัญ อีกสิ่งหนึ่งนั้น ก็คือ การสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ 11.5 การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (2560) และนักการศึกษา ได้อธิบายลักษณะของการ จัดกิจกรรม Active Learning ไว้หลากหลาย ซึ่งได้สรุปลักษณะสำคัญไว้ดังนี้ 11.5.1 การมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้และ จัดระบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง ดังนี้ 1) ผู้เรียนมีส่วนร่วม ในการตั้งคำถาม หาคำตอบ 2) ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการอธิปราย แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น การสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียน 3) มีส่วนร่วมในการแก้ปัญญา 4) การนำเสนอกิจกรรมการเรียนรู้และการนำเสนอชิ้นงาน 5) การทำงานเป็นกลุ่ม การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันการเป็นผู้นำผู้ตาม 6) การอ่าน การเขียน 7) การเขียนสรุปเนื้อหา 11.5.2 การพัฒนาทักษะการคิดให้ผู้เรียนคิดเป็น ดังนี้ 1) การคิดวิเคราะห์ 2) การคิดสร้างสรรค์และคิดสังเคราะห์ 3) การคิดวิจารณญาณ 4) การคิดประเมินค่า 5) การคิดแก้ปัญหา 11.2.3 ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง 1) การค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย 2) การลงมือปฏิบัติจริง 3) การสร้างสรรค์ชิ้นงาน 4) กำกับความก้าวหน้าในการเรียนรู้ด้วยตนเอง


๒๕ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 5) ประเมินตนเองเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ 11.2.4 การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ 1) นำความรู้ประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่ 2) นำความรู้ไปปรับใช้กับสภาพแวดล้อมใกล้ตัว 3) นำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาของชุมชน สังคม ประเทศชาติและสังคมโลก 12. การเชื่อมโยงผลงาน/วิธีการ/รูปแบบ/นวัตกรรม/ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ลงสู่การ ปฏิบัติกับผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) โรงเรียนวัดผลาหารได้นำหลักการบริหารจัดการแบบ “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” มาใช้ในการบริหารสถานศึกษาและขับเคลื่อนโครงการยกระดับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รวมทั้งจัดโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ในการส่งเสริมคุณภาพของผู้เรียน พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และสร้างคนดีสู่สังคม นวัตกรรมการบริหารและการจัดการสถานศึกษา “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” มีจุดเด่นที่ครอบคลุมกระบวนการจัดการเรียนการสอนทั้งต่อผู้เรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษาและชุมชน ตลอดจนสามารถเป็นแบบอย่างในการพัฒนาสถานศึกษาได้ ดังนี้ 12.1 ด้านผู้เรียน 1) ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ จนได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายจากการเรียนรู้และ ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ทั้งการประกวดระดับเขตพื้นที่ ระดับจังหวัด ระดับชาติ เช่น เด็กหญิงโชคดี - ได้รับรางวัลเหรียญทองรองชนะเลิศอันดับที่1 กิจกรรมการแข่งขันวงอังกะลุง ระดับชั้น ป.1 -ป.6 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2565 2) ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ตลอดจนสามารถแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ เป็นอย่างดี


๒๖ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Best Practice For Active Learning) ด้านผู้บริหาร ปีการศึกษา 2566 12.2 ด้านครูผู้สอน 1) ครูเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันตามแนวทางชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ระหว่างครูผู้สอน ทำให้ครูสามารถพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เหมาะสมกับความแตกต่าง ระหว่างบุคคลของผู้เรียน และเพิ่มศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) ครูเกิดการพัฒนาตนเอง นำไปสู่การนำเสนอผลงานทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนจนได้รับ รางวัลต่าง ๆ หลายรายการ และได้รับเชิญเป็นวิทยากรและคณะทำงานสำนักงานลูกเสือจังหวัดปทุมธานี 13. ข้อเสนอแนะที่ได้จากผลการดำเนินงานเพื่อการพัฒนางานครั้งต่อไป หลักการบริหารจัดการแบบ “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” หากโรงเรียนอื่น ๆ จะนำไปประยุกต์ใช้ ข้อควรระวัง คือ เนื่องจากในแต่ละโรงเรียนย่อมมีบุคลากร ที่มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันหากผู้ร่วมงานโดยส่วนใหญ่มีศักยภาพและมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน ก็สามารถนำหลักการบริหารจัดการแบบ “SARAN Model พัฒนาครู สู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยกระบวนการ Active Learning” มาใช้ได้อย่างราบรื่น แต่หากมีผู้ร่วมงานที่ไม่มีศักยภาพและขาดความมุ่งมั่นในการ ปฏิบัติงาน ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำอย่างสูงและต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ในการบริหารงานเพื่อขับเคลื่อน สถานศึกษาให้ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ผู้บริหารจำเป็นต้องมีการพัฒนาตนเองอยู่สม่ำเสมอ เพื่อนำองค์ ความรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาต่อยอด การบริหารสถานศึกษาต่อไป และต้องมีการประเมินตนเอง วิเคราะห์องค์กร ตามหลัก SWOT เพื่อให้เห็นจุดอ่อน จุดแข็ง จะได้มีการพัฒนาสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับของ ชุมชนและผู้ปกครองนักเรียนไว้วางใจ ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนในสถานศึกษา ลงชื่อ.......................................................... (นางสาวศรัณย์ภัทร ประทุมชาติ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดผลาหาร


Click to View FlipBook Version