ระเบียบ
กระทรวงมหาดไทย
ว่าดว้ ยการรบั เงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน
การเก็บรกั ษาเงิน และการตรวจเงิน
ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน พ.ศ. 2547
แกไ้ ขเพิ่มเติมถึง (ฉบบั ท่ี 4) พ.ศ. 2561
งานกิจการสภา
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลทรายแดง
อาเภอเมืองระนอง จงั หวดั ระนอง
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํารนะกั เบงาียนบคกณระะกทรรรวมงกมารหกาฤดษไทฎีกยา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
วา่ ด้วยการรบั เงนิ การเบกิ จ่ายเงิน การฝากเงนิ การเก็บรกั ษาเงนิ
สํานกั งแาลนะคกณาะรกตรรรวมจกเางรินกขฤอษงฎอกี งาค์กรปกครองสสํา่วนนักทงอ้านงถคนิ่ณะพก.รศร.ม๒กา๕ร๔กฤ๗ษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิก
จ่ายเงิน การฝสาํานกกั เงงาินนคกณาะรกเรกร็บมรกัการษกาฤเษงฎินกี าและการตรวสจําเนงกั ินงาเนพคื่อณใะหก้อรรงมคก์การรกปฤกษคฎรกี อางส่วนท้องถิ่น
สํานักงานบครณิหาะรกงรารนมกดา้ารนกกฤาษรฎเงีกินาเปน็ แนวทางสเดํานียักวงกาันนคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานอักางาศนัยคอณําะนการจรตมกามารคกวฤาษมฎใกี นามาตรา ๖ แลสะํานมักางตารนาคณ๗ะ๖กรแรหมก่งาพรรกะฤรษาฎชีกบาัญญัติองค์การ
บริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๖๙ และมาตรา ๗๗ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.
สํานักงาน๒ค๔ณ๙ะ๖กรมรมาตกราราก๕ฤษแฎลีกะามาตรา ๘๘ แสหําน่งกัพงราะนรคาณชะบกัญรรญมัตกาิสรภกาฤตษําฎบกี ลาและองค์การสบํารนิหักางราสน่วคนณตะํากบรรลมกพา.รศก.ฤษฎีกา
๒๕๓๗ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยจงึ ออกระเบยี บไว้ ดังต่อไปน้ี
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิก
สาํ นักงานจค่าณยเะงกินรรกมากรารฝกาฤกษเฎงินกี าการเก็บรักษสาํานเงกั ินงานแคลณะะกการรรตมรกวารจกเงฤินษฎขกีอางองค์กรปกคสราํอนงักสง่วานนคทณ้อะงกถร่ินรมพกา.รศก.ฤษฎกี า
๒๕๔๗” สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษขฎ้อกี ๒า๑ ระเบียบนี้ใสหําใ้นชักบ้ งังาคนับคณตง้ัะแกตรรว่ มันกถาดั รจกาฤกษวฎนั กี ปาระกาศในราชกสิจําจนาักนงเุาบนกคษณาะเปกร็นรตม้นกไาปรกฤษฎกี า
สํานขกั อ้งาน๓คณใหะกย้ รกรเมลกิการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑) ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน
สํานกั งานกคารณเะกก็บรรรกัมษกาารเงกนิฤษแฎลีกะาการตรวจเงินสขําอนงักองงาคน์กครณปะกกครรรมอกงาสร่วกนฤทษอ้ฎงีกถาน่ิ พ.ศ. ๒๕๔ส๑ํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน
การเกบ็ รกั ษาเสงาํนิ นักแงลาะนกคาณระตกรรวรจมเกงาินรขกอฤงษอฎงกี คา์กรปกครองสส่วํานนทัก้องงาถนิน่คณ(ฉะกบรบั รทมกี่ ๒าร)กพฤ.ษศฎ. กี๒า๕๔๓
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษขฎ้อกี ๔า ให้ปลัดกสรําะนทกั รงวานงมคณหะากดรไรทมยกรารักกษฤาษกฎากี ราให้เป็นไปตาสมํารนะักเงบานียคบณนะี้ กแรลรมะกใหาร้มกีฤษฎีกา
อาํ นาจตีความวนิ จิ ฉยั ปัญหา กาํ หนดหลกั เกณฑ์ และวิธปี ฏบิ ัติ เพอื่ ดําเนนิ การให้เป็นไปตามระเบียบนี้
สํานใักนงกานรคณณีทะ่ีอกงรรคม์กกราปรกกฤคษรฎอกีงาส่วนท้องถ่ินไสมํา่สนาักมงาานรคถณปะฏกิบรัตรมิตกาามรรกะฤเษบฎียกี บานี้ได้ ให้ขอทํา
สํานักงานคควณามะตกกรรลมงกกาับรปกฤลษดั ฎกกีราะทรวงมหาดไสทํายนกกั ่องานนกคาณระปกฏรบิรมัตกิ ารกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ปลัดกระทรวงมหาดไทย อาจมอบอํานาจตามวรรคสองให้อธิบดีกรมส่งเสริมการ
ปกครองทอ้ งถสิ่นาํ นหกั รงือาผนวู้ค่าณระากชรกรามรกจางัรหกฤวษดั ฎกกี็ไดา้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณหะมกวรดรม๑การกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ขอ้ ความทั่วไป
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๑ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๙ ง/หนา้ ๒๕/๓๑ มกราคม ๒๕๔๘
- ๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกขฤอ้ ษ๕ฎีกาในระเบยี บนี้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑)๒ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด
เทศบาล และองคสก์ ําานรกั บงารนหิ คาณรสะกว่ รนรตมาํ กบาลรกรฤวษมฎทีกงั้ากจิ การพาณชิ สยํานข์ อักงงาอนงคคณ์กะรกปรกรคมรกอารงกสฤว่ ษนฎทีกอ้ างถน่ิ ดว้ ย
(๒)๓ “สภาท้องถิ่น” หมายความว่า สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาเทศบาล
สํานกั แงลานะคสณภาะอกรงรคมก์ กาารรบกรฤหิ ษาฎรกี สา่วนตาํ บล สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
นายกเทศมนตรี แส(ลาํ๓นะ)ักน๔งาา“ยนผกคู้อบณงระคิกห์กราารรรมบทกร้าอริหงกาถฤริ่ษนสฎว่”กีนาหตํามบาลยความสว่ําานักนงาานยคกณอะงกคร์กรมากราบรกรฤิหษาฎรกี สา่วนจังหวัด
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษ๕ฎ“กี ผาู้ช่วยผู้บริหารสทําน้อกังงถา่ินน”คณหะมการยรคมวกาารมกวฤ่าษรฎอกี งานายกองค์กาสรบํานรักิหงาารนสค่วณนะจกังรหรมวกัดารกฤษฎีกา
รองนายกเทศมนตรี และรองนายกองคก์ ารบริหารสว่ นตาํ บล
ส(ํา๕น)กั๖ง“านปคลณัดะอกงรคร์กมรกปารกกคฤรษอฎงกี สา่วนท้องถิ่น”สหํานมักางยาคนวคาณมะวก่ารรปมลกัดารอกงฤคษ์กฎากี ราบริหารส่วน
จังหวัด ปลัดเทศบาล และปลดั องค์การบริหารสว่ นตาํ บล
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๖ฤ)ษ๗ฎ“กี พา นักงานส่วนทสํา้อนงักถงิ่นาน”คหณมะากยรรคมวกาามรวก่าฤษขฎ้ารีกาาชการองค์การสบาํ นรักิหงาารนสค่วณนะจกังรหรมวกัดารกฤษฎกี า
พนกั งานเทศบาล และพนักงานส่วนตําบล
ส(ํา๗น)กั “งาหนนค่วณยะงการนร”มกหารมกาฤยษคฎวกี าามว่า สํานัก กสอํางนักสง่วานนคฝณ่าะยกรตรามมกโาครกรฤงษสฎร้ากี งาขององค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน แต่ละรูปแบบ หรือหน่วยงานท่ีมงี บเฉพาะการ หรือหนว่ ยงานท่ีได้แยกออกไปทํา
สาํ นกั กงาารนรคับณจะา่ กยรแรมลกะาเกรกบ็ ฤรษักฎษีกาาเงนิ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ส(าํ๘น)กั “งาผนู้เคบณิกะ”กหรรมมากยาครกวฤาษมฎวกี่าาหน่วยงานทส่ีไดําน้รักับงงาบนคปณระะกมรารณมกทาั่วรไกปฤแษลฎะกี งาบประมาณ
เฉพาะการรวมทงั้ เงินนอกงบประมาณดว้ ย
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๙ฤ)ษฎ“กีหาน่วยงานคลังส”ํานหกั มงาายนคคณวาะมกวรร่ามหกานร่วกยฤงษาฎนีกทา่ีมีหน้าท่ีเกี่ยวสกํานับักกงาารนรคับณเะงกินรรกมากรารกฤษฎีกา
เบกิ จา่ ยเงนิ การฝากเงนิ การเก็บรักษาเงนิ ตามระเบียบนี้
ส(๑ําน๐ัก)งา“นหควั ณหะนกา้ รหรมนก่วายรงกาฤนษคฎลกี งั า” หมายความสวําา่นักหงัวาหนคนณ้าหะกนร่วรยมงกาานรกซฤึ่งษมฎีหกี นา้าที่เกี่ยวกับ
การรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน หรืองานเกี่ยวกับการเงินการบัญชี ตามท่ี
สํานักกงําานหคนณดะไวก้ใรนรมรกะาเบรกียฤบษนฎ้ี กี แาละให้หมายคสวําานมกั รงวามนคถณึงหะัวกหรรนม้ากหารนก่วฤยษงฎาีกนาที่มีงบเฉพาะกสาาํ รนหักงราือนหคนณ่วะยกงรารนมกทา่ี รกฤษฎีกา
ได้แยกไปทําการรับจา่ ยและเก็บรกั ษาเงนิ ต่างหากจากหน่วยงานคลงั
ส(ํา๑น๑กั )งา“นเคจณ้าหะกนร้ารทมก่ี”ารหกมฤาษยฎคีกวาามว่า ผู้ที่มีหสนําน้าักทง่ีราับนคจณ่ายะเกงรินรมแกลาะรใกหฤ้รษวฎมีกถาึงผู้ซึ่งได้รับ
มอบหมายใหม้ หี นา้ ทีร่ ับจา่ ยเงนิ ด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส๒าํ ขน้อักง๕าน(ค๑ณ) แะกก้ไรขรเมพก่ิมาเรตกิมฤโษดยฎรีกะาเบียบกระทรวสงมํานหักาดงาไนทคยณว่ะากด้รวรยมกการารรับกฤเงษินฎกกี าารเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงิน การเกบ็ รักษาเงนิ และการตรวจเงินขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๓ฤขษ้อฎ๕กี า(๒) แก้ไขเพ่ิมเสตําิมนโดักยงารนะคเบณียะบกกรรระมทกราวรงกมฤหษาฎดกีไทาย ว่าด้วยการรสับําเนงินักงกานารคเณบิกะจก่ารยรมเงกินารกฤษฎีกา
การฝากเงนิ การเกบ็ รกั ษาเงิน และการตรวจเงินขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
๔ ข้อ ๕ (๓) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงิน การเกบ็ สรําักนษกั างเางนินคแณละะกกรารรมตกรวาจรกเงฤินษขฎองกี อางคก์ รปกครองสสว่ํานนทักอ้งางนถิ่นคณ(ฉะบกบัรทรม่ี ๓ก)ารพก.ศฤ.ษ๒ฎ๕ีก๕า๘
๕ ข้อ ๕ (๔) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
สํานักกงาารนฝคาณกเะงกนิ รกรามรกเการ็บกรฤกั ษษฎาเกี งาิน และการตรวจสเํางนนิ ักขงอางนอคงคณ์กะรกปรกรคมรกอางรสก่วฤนษทฎอ้ ีกงถาิ่น (ฉบบั ที่ ๓) พส.าํศน. ัก๒ง๕า๕น๘คณะกรรมการกฤษฎีกา
๖ ข้อ ๕ (๕) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงนิ การเกบ็ สราํ ักนษักางเางนินคแณละะกกรารรมตกรวาจรกเงฤนิ ษขฎองีกอางคก์ รปกครองสสว่ํานนทัก้องางนถน่ิคณ(ฉะบกบัรทรมี่ ๓ก)ารพก.ศฤ.ษ๒ฎ๕ีก๕า๘
๗ ข้อ ๕ (๖) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
สํานกั กงาารนฝคาณกเะงกินรกรามรกเการ็บกรฤกั ษษฎาเีกงาิน และการตรวจสเํางนนิ กัขงอางนอคงคณก์ ะรกปรกรคมรกอางรสกว่ ฤนษทฎ้อกีงถาน่ิ (ฉบบั ที่ ๓) พส.ําศน. ัก๒ง๕า๕น๘คณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๓ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑๒) “ตู้นิรภัย” หมายความรวมถึง กําป่ันหรือตู้เหล็กหรือหีบเหล็กอันมั่นคง ซึ่งใช้
สาํ นักสงาําหนครบัณเะกก็บรรรมกั กษาารเกงฤินษขฎอกีงอา งคก์ รปกครอสงําสนว่กั นงาทน้อคงณถะิ่นกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑๓) “หบี หอ่ ” หมายความว่า หีบ หรือถุง หรือภาชนะอื่นใด ซึ่งใช้สําหรับบรรจุเงิน
เพื่อฝาก เก็บรักษสําานไวกั ้ใงนานตคู้นณิระภกัยรใรนมกลาักรษกฤณษะฎหีกีบาห่อ หรือสําหสํารนับักบงรานรจคุณเงะินกเรพรื่อมนกาํารสก่งฤษหฎรกีือานําฝากส่วน
ราชการ หรือบรรจเุ งินท่ีขอเบกิ คืนจากต้นู ริ ภัยของสว่ นราชการหรอื องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ
สํานกั งานคณะกรรมการก(๑ฤษ๔ฎ) ีก“าอนุมัติฎีกา”สหํานมกั างยานคควณามะกวร่ารมอกนาุญรกาฤตษใฎหกี ้จา่ายเงินจากอสงาํคน์กักรงปานกคคณระอกงรสรม่วกนารกฤษฎีกา
ทอ้ งถ่นิ ส(ํา๑น๕กั )งา“นหคลณักะฐการนรมกกาารรจก่าฤยษ”ฎีกหามายความว่าสําหนลกั ักงาฐนาคนณแะสกดรงรวม่ากไาดร้มกฤีกษาฎรจกี ่าายเงินให้แก่
สํานกั ผงรู้าับนคหณรือะกเจร้ารหมกนาตี้ รากมฤขษอ้ฎผีกูกาพันแลว้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑๖) “ใบสําคัญคู่จ่าย” หมายความว่า หลักฐานการจ่ายเงินท่ีเป็นใบเสร็จรับเงิน
หลักฐานของธนาสคาํ านรักแงสานดคงกณาะรกจรร่ามยกเงาินรกแฤกษ่เจฎ้ากี หาน้ี หรือหลักฐสาํานนักกงาารนนคําณเงะินกเรขร้ามบกัญารชกีฤเงษินฎฝีกาากของผู้รับท่ี
ธนาคาร และให้รวมถงึ ใบนาํ สง่ เงินต่อหน่วยงานคลงั ด้วย
สํานกั งานคณะกรรมการก(๑ฤ๗ษฎ) กี“าเงินรายรับ” สหํามนาักยงคานวคาณมวะ่ากรเรงมินกทาั้งรกปฤวษงทฎกี่ีอางค์กรปกครองสสาํ น่วนักงทา้อนงคถณ่ินะจกัดรรเมกก็บารกฤษฎีกา
หรอื ไดร้ ับไว้เป็นกรรมสทิ ธิ์ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ หรอื จากนิตกิ รรม
ส(๑ําน๘กั )งา“นเงคินณนะอกรกรงมบกปารรกะฤมษาณฎกี ”า หมายความวส่าํานเกังินงาทนั้งคปณวะงกทร่ีอรมยกู่ในารคกวฤาษมฎรกีับาผิดชอบของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เว้นแต่เงินท่ีปรากฏตามงบประมาณรายจ่าย และเงินที่รัฐบาลอุดหนุนให้
สํานกั องงาคน์กครณปะกกครรรมอกงาสรว่ กนฤทษอ้ฎงีกถา่ินโดยระบุวัตสถําุปนรกั ะงสานงคคณ์ ะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส(๑ําน๙กั )งา“นรคาณยงะากนรรสมถกาานระกกฤาษรฎเงกี นิา ประจําวนั ” สหํามนาักยงคานวคามณระวกมรรถมงึ กยารอกดฤเงษินฎรีกับาและจ่ายใน
แต่ละวันรวมถงึ ยอดเงนิ ทฝ่ี ากธนาคารและคลังจงั หวัดดว้ ย
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ๐ษฎ) ีก“าเงินยืม” หมาสยํานคกัวงาามนวค่าณเะงกินรรงมบกปารระกมฤษาณฎีกหารือเงินนอกงบสาํปนรักะงมานาคณณทะ่ีอกงรครม์กกรารกฤษฎีกา
ปกครองส่วนท้องถ่ินจ่ายให้แก่บุคคลใดยืมเพ่ือเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการหรือปฏิบัติ
ราชการอื่นใด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒๑) “แผนพัฒนา” หมายความรวมถึง แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาและแผนพัฒนา
สํานักสงาามนปคณขี อะกงอรรงมคกก์ ารรปกกฤคษรฎอกี งาสว่ นท้องถน่ิ สหํารนือกั ตงาานมคทณี่กะฎกหรมรมายกการํากหฤนษดฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒๒) “แผนการใช้จ่ายเงิน” หมายความว่า แผนแสดงรายละเอียดการใช้จ่ายเงิน
ของหน่วยงานผู้เบสําิกนใกันงชา่วนงครณะะยกะรเรวมลกาาใรดกเฤวษลาฎหกี นา ่ึง ซึ่งหน่วยงสาํานนผกั ู้เงบาิกนไคดณ้ยะ่ืนกตรร่อมหกนาร่วกยฤงษานฎคกี าลัง ทุกระยะ
สามเดือน
สํานักงานคณะกรรมการก(๒ฤ๓ษฎ) กี “าทุนสํารองเงินสสํานะักสงมาน”คหณมะกายรรคมวกาามรกว่ฤาษยฎอีกดาเงินสะสมจําสนาํ วนนักรง้อานยคลณะะยกี่สริบรมหก้าารกฤษฎีกา
ของยอดเงินสะสสมาํ ปนกัรงะาจนําคปณีทะุกกรสริ้นมปกาีงรบกปฤรษะฎมกี าาณ เพ่ือรักษสาําเสนถกั งียารนภคาณพะกกรารรมเงกินารกกาฤรษคฎลกี ังาขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๒ฤ๔ษฎ) ีก“าเงินสะสม” หสมํานาักยงคาวนาคมณวะ่ากรเรงมินกทา่ีเรหกลฤษือฎจกี่าายจากเงินรายสรัําบนตักางมานงคบณปะรกะรมรามณการกฤษฎกี า
รายจ่ายประจําปี และหรืองบประมาณรายจ่ายเพ่ิมเติม และให้หมายความรวมถึงเงินรายรับอ่ืนที่
องค์กรปกครองสว่สนาํ นทักอ้ งงาถนิ่นคไณดะ้รกับรไรวม้ภกาายรใกนฤวษนั ฎสีกน้ิ าปงี บประมาณสหํานลกัังจงาานกคทณไ่ี ดะห้กรกั รทมุนกสารํากรฤอษงเฎงกีินาสะสมไว้แล้ว
และรวมทัง้ เงินสะสมปกี ่อน ๆ ดว้ ย
สํานักงานคณะกรรมการก(๒ฤ๕ษฎ) ีก“าหน้ีสูญ” หมาสยําคนวกั างมานวค่าณหะนก้ีทรรี่อมงกคา์กรรกปฤษกฎคกีราองส่วนท้องถิ่นสใาํ นนฐักางนานะคเจณ้าะหกนรรี้ไมมก่มาี รกฤษฎกี า
ทางท่จี ะไดร้ บั ชําระหน้จี ากลกู หนี้ได้
ส(๒ําน๖กั )งา“นปค”ี ณหะกมรารยมคกวาารมกฤว่าษฎปกี งี าบประมาณ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ๗ษ)ฎ“ีกนา ายอาํ เภอ” หสมํานายกั คงาวนาคมณรวะมกถรรงึ มปกลารดั กอฤําษเภฎอีกผาู้เป็นหวั หนา้ ปสราํ ะนจักํางกา่ิงนอคําณเภะกอรดรว้ มยการกฤษฎีกา
- ๔ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานหคมณวะดกร๒รมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ขอ้ กาํ หนดในการรับเงนิ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานสค่วณนะทก่ีร๑รมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี กาารรบั เงนิ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤ้อษฎ๖ีก๘า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
บรรดาแบบพิมพ์และเอกสารใด ๆ ที่ใช้ในการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงิน กาสราํถนอักนงาเงนินคณกะากรรเรกม็บการรักกษฤษาเฎงกี ินา และการตรสวําจนเกั งงินานขคอณงอะกงรคร์กมรกปารกกคฤรษอฎงีกสา่วนท้องถิ่น
ตลอดจนแบบบัญชี ทะเบียนและรายงานการเงิน ให้เป็นไปตามท่ีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน
สํานักกงําาหนคนณดะเกวรน้ รแมตก่จาระกมฤกี ษฎฎหีกมาาย ระเบยี บสขํา้อนบักังงคานับคกณําะหกนรดรมไวก้เาปร็นกฤอษยฎ่างีกอาื่น สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขาํ ้อนัก๗งานบครณระดการเรงมินกทา่ีอรกงคฤษ์กฎรปกี ากครองส่วนทส้อํางนถักิ่นงไาดน้รคับณไะวก้เรปร็นมกกรารรกมฤสษิทฎธีก์ิ ใาห้นําส่งเป็น
เงินรายได้ท้ังส้ิน ห้ามมิให้กันไว้เป็นเงินฝาก หรือเงินนอกงบประมาณ เว้นแต่จะมีกฎหมาย ระเบียบ
สํานักขง้อานบคงั ณคับะกครราํ มสกง่ั หารรกือฤหษนฎังกี สาอื สั่งการกระทสํารนวักงมงาหนาคดณไทะกยรกราํมหกนารดกไฤวษ้เปฎน็กี อา ย่างอนื่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สคาํ วนาักมงาในนควณรระกครหรนม่ึกงไามรก่ใฤชษ้บฎังีกคาับในกรณีท่ีมสีผําู้อนุทักิศงาในหค้แณกะ่อกงรครม์กกราปรกกฤคษรฎอีกงสา ่วนท้องถ่ิน
เป็นการเฉพาะเจาะจงว่าให้กระทําการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือในกรณีท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สาํ นักจงัดานหคาณราะกยรไรดม้ขกึ้นาเรปก็ฤนษคฎรีกั้งาคราวภายในขสอํานบกั เงขาตนอคําณนะากจรรหมนก้าาทรก่ี ฤเพษื่อฎใีกชา้จ่ายในกิจกาสรําอนยัก่างงาในดคอณยะ่ากงรหรมนก่ึงารกฤษฎกี า
โดยเฉพาะ
สเํางนินกั รงาายนไคดณ้ทะี่อกงรคร์กมรกปารกกคฤรษอฎงีกสา่วนท้องถ่ินจัดสหํานาขักึ้นงาเนปค็นณคะรก้ังรครรมากวารหกรฤือษเฎงินีกาที่มีผู้อุทิศให้
ตามวรรคสอง ถ้าไม่ได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น หากมีเงินเหลือจ่าย หรือหมดความจําเป็นท่ีจะต้องใช้
สาํ นกั จง่าายนแคลณว้ ะกใรหรน้ มํากสาง่รเกปฤน็ ษรฎากี ยาไดข้ ององคก์ รสปํานกกัคงราอนงคสณ่วะนกทรอ้รมงถกน่ิารกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขํา้อนกั ๘งา๙นคกณาระกรัรบรเมงินกาใรหก้รฤับษเฎปีก็นาเงินสด ส่วนกสาํานรรกั ับงาเนชค็คณดะรการฟรมทก์ าหรรกือฤษตฎรากี สาารอย่างอื่น
หรอื โดยวธิ ีอื่นใด ให้ปฏบิ ัตติ ามวิธกี ารทีก่ รมส่งเสริมการปกครองท้องถน่ิ กาํ หนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขาํ ้อนัก๙งานกคาณรระกับรเรงมินกใหาร้อกงฤคษ์กฎรกี ปากครองส่วนทส้อํางนถกั ิ่นงาอนอคกณใบะกเสรรรม็จกราับรเกงฤินษใฎหกี้แาก่ผู้ชําระเงิน
ทุกครั้ง เว้นแต่การรับเงินที่มีเอกสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินระบุจํานวนเงินท่ีชําระอันมี
สาํ นกั ลงักานษคณณะะเกชร่นรมเดกียารวกกฤับษใฎบีกเาสร็จรับเงิน ซสึ่งําเอนกักงสาานรคดณังะกกลร่ารวมจกะารตก้อฤงษมฎีกกี าารควบคุมจํานสวาํ นนทักง่ีราับนจค่าณยะทกํารรนมอกงารกฤษฎีกา
เดียวกับใบเสร็จรบั เงิน และการรับเงินตามฎกี าเบกิ เงนิ จากหน่วยงานคลัง
สใําหน้ใกัชง้ใาบนเคสณร็จะรกับรรเงมินกเาลรกม่ ฤเดษยี ฎวีกกาันรับเงินทุกปสรําะนเกัภงทานเควณ้นแะกตร่ รเงมินกปารรกะฤเษภฎทกีใดา มีการชําระ
เป็นประจําและมจี าํ นวนมากรายจะแยกใบเสร็จรบั เงนิ เลม่ หนึ่งสําหรบั การรับเงนิ ประเภทหนึ่งกไ็ ด้
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๘ ข้อ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงิน การเกบ็สรําักนษกั างเางนนิ คแณละะกกรารรมตกรวารจกเงฤนิ ษขฎอีกงอางคก์ รปกครองสส่วํานนทักงอ้ างนถค่นิ ณ(ฉะบกบัรรทม่ี ๓ก)ารพก.ศฤ.ษ๒ฎ๕กี ๕า๘
๙ ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
สาํ นกั กงาารนฝคาณกเะงกินรกรมารกเากร็บกรฤกั ษษฎาเีกงาิน และการตรวจสเํางนินักขงอางนอคงคณ์กะรกปรกรคมรกอางรสกว่ ฤนษทฎ้อกีงถานิ่ (ฉบบั ท่ี ๓) พส.ําศน. ัก๒ง๕า๕นค๘ณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกขฤอ้ ษ๑ฎ๐ีกา๑๐ ให้หน่วยงสาํานนคักลงาังนบคันณทะกึ กเรงรินมทกี่ไาดรร้กบัฤษในฎสกี มาุดเงนิ สด ภายสใาํ นนวักันงาทน่ีไคดณ้รับะกเงรินรมสกดารกฤษฎีกา
เช็คหรือดราฟท์ หรือตราสารอย่างอ่ืนหรือโดยวิธีอ่ืนใดน้ัน โดยแสดงให้ทราบว่าได้รับเงินตามฎีกา
ใบเสร็จรบั เงนิ หรสอื าํเอนกักงสาานรคอณ่ืนะกเลร่มรมใดกาเรลกขฤทษี่ใฎดีกาจํานวนเท่าใดสํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๑ฎีก๑า เม่ือส้ินเวลาสรําับนักเงงินานใหคณ้เจะ้ากหรนรม้ากทาี่ผรู้มกฤีหษนฎ้ากี ทา่ีจัดเก็บหรือรัสบําชนําักรงะาเนงคินณนะกํารเงรินมกทา่ี รกฤษฎกี า
อไดง้รคับ์กพรปร้อกมคสรําอเงนสาส่วใาํ นบนทเกั สง้อราง็จนถรค่ินับณเเะงพกินร่ือรแนมลํากะเางเรินอกฝกฤาสษกาฎรธกี อนาื่นาคทา่ีจรัดเกกร็บณในีทสว่ีนําันนํานฝัก้ันางากทนธ้ังคนหณามะคดกาสรรร่งไมตมก่อ่ทาเันรจก้าใฤหหษ้เนกฎ้า็บกีทาร่ีกักาษราเงไินว้ใขนอตงู้
สํานักนงิรานภคัยณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขํา้อนกั ๑งา๒นคใณหะ้หกนรร่วมยกงาารนกคฤษลัฎงจีกัดาให้มีการตรวสจําสนอกั งบาจนําคนณวะนกเรงรินมทกาี่เจรก้าฤหษนฎ้าีกทาี่จัดเก็บและ
นําส่งกับหลักฐาน และรายการที่บันทึกไว้ในสมุดเงินสด ว่าถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ หากการ
สาํ นักตงรานวจคณสอะกบรปรรมากการฏกวฤ่าษถฎูกกี ตา้องแล้ว ให้ผสู้ตํารนวกั จงแานสคดณงยะอกรดรรมวกมาเรงกินฤรษับฎทีกาั้งสิ้นตามใบเสสรํา็จนรักับงาเงนินคทณุกะกฉรบรับมกทา่ี รกฤษฎกี า
ไดร้ บั ในวันน้นั ไวใ้ นสําเนาใบเสรจ็ รับเงนิ ฉบบั สุดท้ายและลงลายมอื ชือ่ กาํ กับไว้ดว้ ย
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สว่ นที่ ๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งใาบนเคสณร็จะรกับรรเงมนิ การกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๑ฎกี๓า ใบเสร็จรับเสงําินนขกั องางนอคงณค์กะกรรปรกมคกรารอกงฤสษ่วฎนกีทา้องถ่ิน ให้มีสาสรําะนสักํางาคนัญคอณยะ่ากงรนรม้อกยารกฤษฎีกา
ดงั ต่อไปนี้
ส(๑ําน)กั ตงรานาเคคณระอื่ กงรหรมมากยารแกลฤะษชฎือ่ กีขาององค์กรปกคสํารนอกังงสา่วนนคทณ้อะงกถรน่ิรมการกฤษฎกี า
(๒) เลม่ ท่แี ละเลขที่ของใบเสรจ็ รับเงนิ โดยให้พมิ พห์ มายเลขกาํ กบั เลม่ และหมายเลข
สํานักกงาํากนับคณเละขกทรรใ่ี นมกใบารเสกฤร็จษรฎับีกเางินเรียงกันไปสทําุกนฉักบงาับนคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓) ทที่ ําการหรอื สาํ นกั งานท่อี อกใบเสร็จรบั เงนิ
ส(๔าํ น)ักวงันานเคดณือะนกรปรี มทกี่ราบั รเกงฤินษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๕) ชื่อและช่ือสกุลของบคุ คลหรือชอ่ื นิตบิ คุ คลผู้ชําระเงิน
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๖ฤ)ษรฎากี ยาการแสดงการสรํานับักเงงนิานโคดณยะรกะรบรวุม่ากราบัรกชฤาํ ษระฎเกี งานิ ค่าอะไร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ส(๗าํ น)กั จงําานนควนณเะงกินรทรม่รี บักาชราํ กรฤะษทฎงั้ ีกตาัวเลขและตวั อสักํานษกัรงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๘) ข้อความระบวุ า่ ได้มีการรับเงินไวเ้ ปน็ การถูกต้องแลว้
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๙ฤ)ษลฎากี ยามอื ช่ือพร้อมชสําือ่ นในักงวางนเลคบ็ณะแกลระรมตกําาแรหกนฤ่งษผฎ้รู ีกับาเงนิ กาํ กับอยา่ สงาํ นน้อักยงาหนนคง่ึ ณคะนกรรมการกฤษฎกี า
ใบเสรจ็ รับเงนิ ทกุ ฉบบั ให้มีสาํ เนาเย็บตดิ ไวก้ บั เล่มอยา่ งนอ้ ยหน่งึ ฉบับ
สหํานากกั งอางนคค์กณระปกรกรคมรกอารงกสฤ่วษนฎทีกา้องถิ่นใดประสสํานงคักง์จาะนพคณิมะพก์ใรบรมเสกราร็จกรฤับษเฎงีกินาด้วยเครื่อง
คอมพิวเตอร์พิมพ์ใบเสร็จรับเงินให้จัดทําได้โดยให้มีขนาดตามความเหมาะสมกับลักษณะงานที่ปฏิบัติ
สาํ นักมงีสานําคเนณาะอกยรร่ามงกนา้อรกยฤหษนฎ่ึงกี ฉาบับ และให้มสีสํานากัรงะาสนําคคณัญะกตรารมมวกรารรกคฤหษนฎ่ึงีกาพร้อมท้ังให้กสําําหนนักดงารนะคบณบะวกิธรรีกมากรารกฤษฎกี า
ควบคมุ การพิมพใ์ บเสร็จรบั เงิน รวมทัง้ การพมิ พ์ เล่มท่ี เลขท่ี ให้รดั กุม
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๑๐ ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
สํานักกงาารนฝคาณกเะงกนิ รกรมารกเากร็บกรฤักษษฎาเีกงานิ และการตรวจสเํางนนิ กัขงอางนอคงคณ์กะรกปรกรคมรกอางรสกว่ ฤนษทฎ้อีกงถานิ่ (ฉบบั ท่ี ๓) พส.าํศน. ัก๒ง๕า๕นค๘ณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๖ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๑ฎีก๔า ให้หน่วยงาสนํานคกั ลงังานจคัดณทะํากทระรมเบกียารนกคฤุมษฎใบีกาเสร็จรับเงินไวส้เาํ พน่ืักองใาหน้ทครณาะบกรแรมลกะารกฤษฎกี า
ตรวจสอบได้ว่าได้จัดพิมพ์ข้ึนจํานวนเท่าใด ได้จ่ายใบเสร็จรับเงินเล่มใด หมายเลขใดถึงหมายเลขใด
ใหห้ นว่ ยงานใดหรสอืาํ นเจักา้ งหานนคา้ ณทะ่ีผกู้ใรดรมไปกดารํากเนฤษินฎกีกาารจัดเกบ็ เงินเมสือ่ ําวนันักงเาดนือคนณะปกีใรดรมการกฤษฎีกา
การจ่ายใบเสร็จรับเงินให้หน่วยงานใด หรือเจ้าหน้าที่ไปจัดเก็บเงิน ให้พิจารณาจ่าย
สํานกั ใงหาใ้นนคจณาํ ะนกวรนรมทกีเ่ หารมกาฤะษสฎมีกแากล่ กั ษณะงานสทํานปี่ กั ฏงบิานตั คิ แณละะกใรหรม้มกีหาลรกักฐฤาษนฎกกี าารรบั สง่ ใบเสรสจ็ าํรนับักเงงานิ นนค้นั ณไะวก้ดรว้ รยมการกฤษฎีกา
สขาํ ้อนกั ๑งา๕นคใณบะเกสรรร็จมรกับารเงกินฤเษลฎ่มีกใาด เม่ือไม่มีควสาํามนจักํางาเปนค็นณตะ้อกงรใรชม้ กเชา่นรกฤยษุบฎเีกลาิกสํานักงาน
สํานักหงรานือคไมณ่มะกีกรารรมจกัดาเรกก็บฤษเงฎินีกตา่อไปอีก ให้หสัวําหนนกั ง้าาหนนค่วณยะงการนรมทกี่ราับรกใบฤษเสฎรกี ็จารับเงินนั้นไปสนาํ ํานสัก่งงคานืนคหณนะ่วกยรรงมากนารกฤษฎกี า
ท่ีจ่ายใบเสรจ็ นน้ั โดยเรว็
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๑๖ เม่ือส้ินปีให้หัวหน้าหน่วยงานท่ีรับใบเสร็จรับเงินไปดําเนินการจัดเก็บเงิน
สาํ นักแงจานง้ ใคหณห้ ะวั กหรรนม้ากหานรก่วยฤษงาฎนกี คาลงั ทราบว่า มสีใําบนเักสงรา็จนรคับณเะงกินรอรยมู่ใกนารคกวฤาษมฎรีกับาผิดชอบเล่มใดสาํเลนขักงทา่ีในดคถณึงะเลกขรรทม่ีใกดารกฤษฎกี า
และได้ใช้ใบเสร็จรับเงินไปแล้วเล่มใด เลขท่ีใดถึงเลขที่ใด อย่างช้าไม่เกินวันท่ีสามสิบเอ็ดตุลาคมของปี
ถัดไป และให้หัวสหาํ นน้าักหงานน่วคยณงะากนรครลมังกรารวกบฤรษวฎมีกราายงานเสนอผส่าํานนกัปงลานัดคอณงคะก์กรรรปมกกคารรกอฤงษสฎ่วกีนาท้องถิ่นเพื่อ
นาํ เสนอผบู้ รหิ ารท้องถ่ินทราบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขํา้อนกั ๑งา๗นคใณบะเกสรรร็จมกรับารเกงฤินษเลฎ่ีกมาใดใช้สําหรับรสัํบานเักงินงาขนอคงณปะีใกดรรใมหก้ใาชรก้รฤับษเงฎินีกภา ายในปีน้ัน
เท่าน้ัน เม่ือขึ้นปีใหม่ก็ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินเล่มใหม่ ใบเสร็จรับเงินฉบับใดท่ียังไม่ใช้ให้คงติดไว้กับเล่ม
สาํ นักแงตานใ่ หค้ปณระเุกจราระมรกู าหรรกือฤปษรฎะีกทาับตราเลกิ ใช้สเําพนือ่ ักใงหา้เนปค็นณทะ่สีกังรเรกมตกมาริใหกฤ้นษําฎมีกาาใชร้ ับเงินได้ต่อสไําปนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขํา้อนกั ๑งา๘นคใณบะเกสรรร็จมรกับารเกงิฤนษหฎ้ากีมาขูด ลบ แก้ไขสําเนพักิ่มงาเตนคิมณจะํากนรรวมนกเางรินกหฤรษือฎชกี ่ือา ผู้ชําระเงิน
หากใบเสร็จรับเงินฉบับใดลงรายการรับเงินผิดพลาด ก็ให้ขีดฆ่าจํานวนเงินและเขียนใหม่ท้ังจํานวน
สํานักแงลานว้ ใคหณ้ผะู้รกับรรเงมินกลารงกลฤาษยมฎือกี าชอ่ื กํากับการขสดีํานฆัก่างนาัน้นไควณ้ดะว้ กยรรหมรกือาขรดีกฤฆษ่าฎเลีกิกาใช้ใบเสร็จรับสเงาํ ินนักนง้ันาทนค้ังฉณบะับกรแรมลกะารกฤษฎกี า
ใหต้ ดิ ไว้กบั สําเนาใบเสร็จรบั เงินในเลม่ แลว้ ออกใบเสร็จรบั เงนิ ฉบบั ใหม่
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๑๙ ให้หน่วยงานคลังเก็บรักษาสําเนาใบเสร็จรับเงินซ่ึงยังมิได้ตรวจสอบจากผู้มี
สํานกั องําานนคาณจตะกรรวรจมสกอาบรกไฤวษ้ในฎทีก่ีาปลอดภัยอย่าสใําหน้สักูญงาหนาคยณะแกลระรมเมกื่อารไกดฤ้ตษรฎวีกจาสอบแล้วก็ให้สเกําน็บักไวงา้อนยค่าณงเะอกกรรสมากรารกฤษฎกี า
ธรรมดา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานหคมณวะดกร๓รมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
การเกบ็ รกั ษาเงิน
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานสค่วณนะทกี่ร๑รมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ต้นู ริ ภยั เก็บเงิน
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๗ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๒๐ ตู้นิรภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้ติดหรือต้ังไว้ในห้องม่ันคงหรือ
สาํ นักกงรานงเคหณละ็กกรหรมรกือากรกรฤณษีไฎมีก่มาีห้องมั่นคงหสรําือนกักรงางนเหคณล็กะกใรหร้ตมิดกหารรกือฤตษ้ังฎไีกวา้ในที่ม่ันคงแลสะํานปักลงอานดคภณัยะภการรยมใกนารกฤษฎีกา
สํานกั งานขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นนน้ั
สหาํ านกกั งมาีจนําคนณวะนกรเงรินมกสาดรทกฤ่ีเกษ็บฎรีกักา ษาไว้ในตู้นิรสภํานัยกั ตงาานมควณรระคกรหรนม่ึงกใาหรก้นฤําษฝฎาีกกาธนาคารทั้ง
จํานวนในวันทําการถัดไป กรณีเทศบาลตําบลหรือองค์การบริหารส่วนตําบลท่ีมีพื้นที่ห่างไกลการ
สาํ นักคงมานนคาณคะมกไรมร่สมะกดารวกกฤษไมฎ่สีกาามารถนําฝากสธํานนักางคาานรคไณดะ้เปกร็นรปมรกะารจกําฤทษุกฎวีกันาให้เก็บรักษาสเงําินนักสงดาในนคตณู้นะิรกภรรัยมไกดา้ รกฤษฎกี า
และใหน้ าํ เงินสดดสงัํากนลกั ่างาวนฝคาณกธะนกรารคมากราใรนกวฤนั ษทฎําีกกาารสดุ ทา้ ยขอสงําสนปั ักดงาาหนค์ ณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤ้อษฎ๒กี ๑า ตู้นิรภัยใหส้มําีลนูกกั งกาุญนคแณจะอกยร่ารมงนกา้อรยกสฤษอฎงดกี าอก แต่ละดอสกาํ มนีลักงักาษนณคณะะตก่ารงรกมกันารกฤษฎีกา
โดยใหก้ รรมการเกบ็ รกั ษาเงินถือลูกกญุ แจคนละดอก
สตาํ ู้นนิักรงภาัยนหคณน่ึงะกๆรรใมหก้มารีลกูกฤกษุญฎีกแาจอย่างน้อยสสอํางนสกั ํางารนับคณใหะ้กกรรรรมมกกาารกรฤเกษ็บฎรกี ักาษาเงินเก็บ
รักษาหน่ึงสํารับนอกนั้นให้นําฝากเก็บรักษาในลักษณะหีบห่อไว้ในตู้นิรภัยเก็บเงินของส่วนราชการอื่น
สาํ นักตงาามนคทณ่ีเหะ็นกสรรมมคกวารรกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสว่ นท่๒ี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการเก็บรกั ษาเงิน สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๒๒ ใหผ้ ู้บรหิ ารทอ้ งถน่ิ แต่งตงั้ คณะกรรมการเก็บรกั ษาเงนิ ไว้ ณ สํานักงานอย่าง
สาํ นักนง้อานยคสณามะกครนรมใกนาจรกําฤนษวฎนีกนาี้ให้หัวหน้าหนส่วํานยักงงาานนคคลณังะเกปร็นรกมรกรารมกกฤาษรฎโดกี ายตําแหน่งหนส่ึงาํคนนักงแาลนะคกณระรกมรรกมากรารกฤษฎกี า
เก็บรกั ษาเงนิ อ่ืนอีกอยา่ งน้อยสองคน
สกาํ านรกั แงตานง่ ตค้งัณกะรกรรมรมกการารเกกฤ็บษรฎักีกษาาเงินตามวรรสคําหนนักึ่งงาในหค้แณตะ่งกตร้ังรจมากกาพรกนฤักษงฎากีนาส่วนท้องถ่ิน
ตัง้ แตร่ ะดบั สาม หรือเทียบเท่าขึ้นไป เว้นแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีพนักงานส่วนท้องถิ่นไม่ครบ
สาํ นักจงําานนควนณทะก่ีจระรแมตก่งาตรกั้งฤเปษ็นฎกีกรารมการ ให้แตสํา่งนตัก้ังงพานนักคงณาะนกสรร่วมนกทา้อรกงถฤษิ่นฎระกี ดา ับอ่ืน หรือผู้ชส่วํานยักผงู้บารนิหคาณระทก้อรรงมถก่ินารกฤษฎกี า
เปน็ กรรมการใหค้ รบจาํ นวนก็ได้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ขอ้ ๒๓ ใหก้ รรมการเก็บรกั ษาเงนิ เป็นผู้ถือลูกกุญแจตู้นิรภัย ในกรณีท่ีตู้นิรภัยมีท่ีใส่
สํานกั กงุญานแคจณสะากมรรดมอกกาแรกลฤะษมฎีกกี รารมการสามคสนํานใักหง้กานรครณมกะการรรถมือกการุญกแฤษจฎคกีนาละหนึ่งดอก สแําตน่ถัก้างตานู้นคิรณภะัยกมรรีทมี่ใกสา่ รกฤษฎีกา
กุญแจสองดอกแตส่มํานกี ักรงรามนกคาณระสการมรคมนกากรก็ใหฤษก้ รฎรีกมาการท่อี าวโุ สถสือํานกักุญงาแนจคคณนะลกะรหรมนกึ่งดารอกกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๒ฎ๔กี า กรรมการเกสบ็ ํารนกั ักษงาานเงคินณผะใู้ กดรไรมมส่ กาามรการฤถษปฎฏีกาิบัตหิ นา้ ที่กรรมสาํกนาักรงไาดน้ คใหณ้ผะู้บกรรริหมากรารกฤษฎีกา
ท้องถิ่นพิจารณาแต่งต้ังพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น ตามข้อ ๒๒ เป็นกรรมการ
แทนช่วั คราวให้คสรบาํ นจกั าํ งนาวนนคณกะากรรแรตม่งกตาั้งรผกฤทู้ ษี่จฎะีกเปาน็ กรรมการแสทํานนจกั งะาแนตค่งณตะ้ังกไวรร้เปม็นกากรากรฤปษรฎะีกจาําเพื่อปฏิบัติ
หน้าที่แทนชัว่ คราวก็ได้
สาํ นกั งานคณะกรรมการกกฤาษรฎปีกฏาิบัติหน้าท่ีกรสรํามนักกงาารนแคทณนะกตรารมมกวารรรกคฤหษนฎกี่ึงาต้องส่งมอบสแาํลนะักรงับานมคอณบะกกรุญรมแกจารกฤษฎกี า
ระหว่างกรรมการผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทําหน้าท่ีกรรมการแทนชั่วคราว รวมทั้งต้องตรวจนับตัวเงิน
และหลักฐานแทสนําตนัวักเงงาินนเคกณ็บะรกักรษรมาไกวา้ใรนกฤตษู้นฎิรกีภาัยให้ถูกต้องตสาํามนรกั างยานงาคนณสะถกรารนมะกกาารรกเฤงษินฎปกี ราะจําวันแล้ว
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
บันทึกการส่งมอบและรับมอบพร้อมกับลงลายมือช่ือกรรมการทุกคนไว้ในรายงานสถานะการเงิน
สํานกั ปงรานะคจําณวะันกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หา้ มมใิ หก้ รรมการมอบลูกกญุ แจใหผ้ ู้อื่นทาํ หน้าท่กี รรมการแทน เวน้ แต่เป็นการมอบ
ให้กรรมการซงึ่ ไดส้รําบั นแักตง่งานตคงั้ เณปะ็นกกรรรรมมกการากรฤแษทฎนีกชาั่วคราว สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤ้อษ๒ฎกี๕า กรรมการเสกํา็บนรักักงาษนาคเณงินะกตร้อรงมเกกา็บรกรฤักษษฎากี ลาูกกุญแจไว้ในสทาํ ี่ปนักลงอาดนภคณัยะอกยรร่ามใกหา้ รกฤษฎีกา
สสงูญสหัยาวยา่ จหะรมือีผใหู้ป้ผลสู้อใดาํมนลแักักปงลาลนองคบลณกูนกะํากุญไปรแรพมจิมกใพาหร์แร้กบีบฤษบราฎลยีกูกงากาุญนผแู้บจรไดิห้าหราทสก้อําปงนถรกั า่นิ งกเาพนฏ่ือควสณ่าลงั่ะกูกการกรรุญโมดกแยาจเรสรกว็ูญฤษหฎาีกยาหรือมีกรณี
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สว่ นที่ ๓
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษกฎารีกเากบ็ รักษาเงินสํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๒๖ ให้หัวหน้าหน่วยงานคลังจัดทํารายงานสถานะการเงินประจําวันตามแบบท่ี
กรมส่งเสริมการปสาํกนคักรงอานงคทณ้อะงกถร่ินรกมํากหารนกดฤเษปฎ็นีกปา ระจําทุกวันสทําี่มนีกักางารนรคับณจะ่ากยรเรงมินกาหรากกฤวษันฎใีกดาไม่มีการรับ
จา่ ยเงนิ จะไม่ทํารายงานสถานะการเงินประจําวันสําหรับวันน้ันก็ได้ แต่ให้หมายเหตุในรายงานสถานะ
สาํ นกั กงาารนเคงณนิ ปะกรระรจมํากวานั รกทฤี่มษีกฎาีกรารบั จา่ ยเงนิ ในวสันํานถักดั งไาปนใคหณ้ทะรการบรดมว้กยารกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๒๗ เมื่อส้ินเวลารับจ่ายเงิน ให้เจ้าหน้าที่ดําเนินการนําเงินท่ีได้รับนําฝาก
สํานกั ธงนานาคคณาระทกรั้งรจมํากนาวรกนฤหษฎากีกานําฝากธนาคสาํารนไกัมง่ทาันนคใหณ้นะกํารเงริมนกทา่ีจระกฤเกษ็บฎรีกักาษา และรายสงาํานนักสงถานาคนณะะกการรรเมงกินารกฤษฎีกา
ประจาํ วัน สง่ มอบต่อคณะกรรมการเก็บรักษาเงนิ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๒๘ กรณีมีเงินสดเก็บรักษาให้กรรมการเก็บรักษาเงินร่วมกันตรวจสอบตัวเงิน
สาํ นกั กงบัานรคายณงะากนรสรมถกาานระกกฤาษรฎเงกี ินาประจําวัน เมสอ่ื ํานปักรงาากนฏควณ่าะถกูกรตรอ้มงกแารลก้วฤใหษฎ้นีกําาเงินเข้าเก็บรักสษาํ านใักนงตานู้นิรคภณัยะแกลรระมใกหา้ รกฤษฎีกา
กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อในรายงานสถานะการเงินประจําวันไว้เป็นหลักฐาน แล้วให้หัวหน้า
หน่วยงานคลงั เสนสอํานผักา่ งนาปนลคัดณอะงกครร์กมรกปากรคกฤรอษงฎสกี ่วานทอ้ งถิ่น เพ่ือสํานนาํ กั เสงานนอคใณหะผ้ กู้บรรรหิมการารทก้อฤงษถฎิน่ กี ทาราบ
สาํ นักงานคณะกรรมการกขฤอ้ ษ๒ฎ๙กี า ในกรณที ี่ปรสาํากนฏกั วงา่านเคงณินทะก่ีกรรรรมมกการากรฤไดษ้รฎับีกมาอบให้เก็บรักสษาํ านไักมง่ตารนงคกณับะจกํารนรมวกนารกฤษฎกี า
ซ่ึงแสดงไว้ในรายสงําานนกั สงถานานคณะกะการรรเงมินกปารรกะฤจษําฎวีกันาให้คณะกรรมสํากนาักรงเากน็บครณักะษการเรงมินกแาลรกะฤผษู้นฎําีกสา่งเงินร่วมกัน
บันทึกจํานวนเงินท่ีตรวจนับได้ในรายงานสถานะการเงินประจําวัน และลงลายมือช่ือกรรมการทุกคน
สํานักพงรานอ้ คมณดว้ะกยรเจรม้าหกานรา้กทฤีผ่ษสู้ฎ่งกี เางนิ แลว้ นําเงินสเําขน้าักเงกา็บนครักณษะกาไรวร้ใมนกตารู้นกิรฤภษัยฎีกแาละให้คณะกรรสมาํ นกักางราเนกค็บณรักะกษรารเมงกินารกฤษฎีกา
รายงานใหป้ ลัดองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นทราบทนั ที เพื่อเสนอผู้บรหิ ารทอ้ งถิ่นพจิ ารณาสงั่ การ
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๓๐ เม่ือนําเงินเข้าเก็บรักษาในตู้นิรภัยเรียบร้อยแล้ว ให้กรรมการเก็บรักษาเงิน
สํานักใงสา่กนุญคณแจะกตรู้นริรมภกัยารใกหฤ้เรษียฎบกี รา้อยและลงลาสยํามนือักงชา่ือนบคนณกะรกะรรดมากษาปรกิดฤทษับฎีกหารือตราประจําสคํารนั่งักงหารนือคดณินะเกหรนรมียกวารกฤษฎกี า
ของกรรมการเก็บรักษาเงินแต่ละคน ไว้บนเชือกผูกมัดตู้นิรภัยในลักษณะที่แผ่นกระดาษปิดทับ หรือ
ตราประจาํ คร่งั หสราํ ือนดักินงาเหนคนณียวะกจระรตมก้อางรถกกู ฤทษําฎลกี าายเมื่อมกี ารเปสิดําตนู้นกั ริงาภนยั คณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๙ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในกรณีทต่ี นู้ ริ ภยั ต้ังอยใู่ นห้องมั่นคงหรือกรงเหล็ก การลงลายมือชื่อบนแผ่นกระดาษ
สํานักปงิดานทคับณะหกรรือรตมรกาารปกรฤะษจฎํากี คารั่ง หรือดินเหสนํานียกั วงขาอนงคกณระรกมรกรมากราเกรก็บฤรษักฎษกี าาเงิน จะกระทสําําทนี่ปักงราะนตคูหณ้อะงกมรั่นรมคกงารกฤษฎกี า
หรอื กรงเหลก็ แตเ่ พยี งแหง่ เดยี วก็ได้
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๓๑ ในวันทําการถัดไป ให้คณะกรรมการเก็บรักษาเงินมอบเงินที่เก็บรักษาไว้
สาํ นักทง้ัางนหคมณดะใกหร้หรมัวกหานรก้าฤหษนฎ่วีกยางานคลัง หรสือําเนจัก้างหานนค้าณทะ่ีกการรรเมงกินาแรกลฤ้วษแฎตีก่การณีรับไปเพื่อสดาํ นําักเนงาินนกคาณระนกํารฝรมากการกฤษฎกี า
ธธนนาาคคาารรโดยให้ลงสลาํ านยกั มงือานชค่ือณรับะกเงรินรมไวก้ใานรกราฤยษงฎาีกนาสถานะการเงสินําปนรักะงาจนําควณันกะก่อรนรวมันกทารํากกฤาษรฎทกี ่ีราับเงินไปฝาก
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๓๒ ก่อนเปิดประตูห้องมั่นคง หรือประตูกรงเหล็ก หรือตู้นิรภัย ให้กรรมการ
เก็บรักษาเงินตรวสจาํ กนุญกั งแานจคลณาะยกมรือรมชก่ือาบรนกฤแษผฎ่นีกการะดาษปิดทับสําหนรักืองาตนรคาณปะรกะรจรํามคกราั่งรกหฤรษือฎดีกินาเหนียวของ
กรรมการ เมื่อปรากฏว่าอยู่ในสภาพเรยี บร้อยจึงให้เปิดได้
สํานักงานคณะกรรมการกหฤาษกฎปีกราากฏว่า แผ่นสํากนรักะงาดนาคษณปะิดกรทรับมกหารรกือฤตษฎราีกปา ระจําครั่ง หสรํานือักดงินานเคหณนะียกวรขรมอกงารกฤษฎกี า
กรรมการเก็บรักษาเงินอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อย หรือมีพฤติการณ์อื่นใดที่สงสัยว่าจะมีการทุจริต
ให้รายงานใหป้ ลดั สอาํ นงคกั ก์งารนปคกณคะรกอรงรสม่วกนารทก้อฤงษถฎิ่นีกทาราบ เพือ่ เสนสอําผนบู้ักรงาิหนาครณทะ้อกงรถรน่ิ มพกจิารากรฤณษาฎสกี ั่งาการ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤ้อษ๓ฎ๓กี า ให้หน่วยงาสนําทน่ีมักีงงบานปครณะะมการณรมเฉกพารากะฤกษาฎรีกหา รือหน่วยงานสทําน่ีไดักง้แายนกคอณอะกกไรปรมทกําารกฤษฎีกา
การรับจ่ายและเกส็บํานรกัักงษาานเคงณินะใกหร้นรมํากขา้อรกกําฤหษนฎดีกาในการเก็บรักสษําานเกังินงาขนอคงณอะงกคร์กรรมปกการคกรฤอษงฎสกี ่วานท้องถ่ินมา
ถอื ปฏิบตั ิ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ส่วนท่ี ๔
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกีกาารรบั สง่ เงนิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๓๔ เงินรายรับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เก็บรักษาไว้ตามข้อ ๒๐ ให้นํา
ฝากธนาคารทงั้ จาํสนํานวกันงาภนาคยณในะกวันรรนมั้นกาถรา้กฝฤาษกฎใกี นาวันน้ันไม่ทนั ใสหําน้ นาํักฝงาานกคตณ้นู ะิรกภรัยรมแกลาะรวกันฤษรุ่งฎขีก้ึนา หรือวันทํา
การถัดไปใหน้ ําฝากธนาคารทง้ั จํานวน สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขํา้อนกั ๓งา๕นคณกาะกรรรรับมสก่งารเงกินฤษขฎอกีงาองค์กรปกครสอํานงสักง่วานนทค้ณองะกถริ่นรมซกึ่งาเรปก็นฤษเงฎินกี สาดและหรือ
สถานท่ี ท่ีจะรับส่งอยู่ห่างไกล หรือกรณีอ่ืนใดซ่ึงเห็นว่าไม่ปลอดภัยแก่เงินที่รับส่ง ให้ผู้บริหารท้องถ่ิน
สาํ นกั แงตาน่งคตณ้ังพะกนรักรมงากนารสก่วฤนษทฎ้ีกอางถ่ินตั้งแต่ระสดําับนสักงาามนคหณระือกเรทรียมบกาเรทก่าฤขษ้ึนฎไีกปาอย่างน้อยสอสงาํ คนนักงเาปน็นคกณระรกมรรกมากรารกฤษฎีกา
รบั ผิดชอบร่วมกนั ควบคมุ การรบั ส่งเงนิ และจัดใหม้ เี จ้าหน้าที่ตาํ รวจควบคุมรกั ษาความปลอดภยั ด้วยก็ได้
สกําานรักแงตานง่ ตคงั้ณกะรกรรมรมกการารตกาฤมษวฎรกีราคหน่ึง ให้ทําเปสํา็นนหักนงาังนสคือณแะลกะรใรหม้มกีหารลกักฤฐษาฎนีกกาารรับส่งเงิน
ระหว่างผู้มอบหรือผู้รับมอบเงินกับกรรมการผู้นําส่งหรือผู้รับไว้ทุกคร้ัง หากกรรมการผู้ใดไม่สามารถ
สํานกั ปงฏานบิ คตั ณหิ ะนก้ารทรมต่ี กาามรทก่ไีฤดษ้รฎับกี แาต่งต้งั ไวใ้ หน้ ําสคําวนาักมงใานนขคณ้อะ๒ก๔รรมมกาใาชรกบ้ ฤงั ษคฎับกี โดา ยอนโุ ลม สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขาํ ้อนัก๓งา๖นคใณหะ้คกณรระมกกรารรกมฤกษาฎรกีรัาบส่งเงินมีหน้าสทําน่ีรักับงผานิดคชณอะบกรร่วรมมกกันารใกนฤกษาฎรกี คาวบคุมเงินท่ี
สาํ นกั นงาํานสค่งโณดะยกใรหร้ปมฏกาิบรตั กิฤดษังฎนีก้ี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) ตรวจนบั จํานวนเงินซึ่งได้รับมอบหมายให้รับส่งกับใบนําส่งและบันทึกการรับเงิน
สํานักเงพาื่อนนคณําสะ่งกใรหรม้ถกูกาตร้อกงฤตษรฎงกี กาันแล้วลงลายสมําือนกัชง่ือาในนคบณันะทกรึกรพมรก้อารมกกฤับษผฎู้มีกอา บหรือผู้รับมสอาํ บนเักงงินานทค้ังณสะอกงรฉรบมกับารกฤษฎกี า
โดยให้คณะกรรมการรับส่งเงินเก็บรักษาไว้หนึ่งฉบับมอบให้ผู้มอบหรือผู้รับมอบเก็บไว้เป็นหลักฐาน
หนง่ึ ฉบับ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) บรรจุเงินลงหีบห่อใส่กุญแจหรือใช้เชือกผูกมัด และตราประจําคร่ังหรือดิน
สาํ นักเงหานนียควณขะอกงรกรมรกรมารกกาฤรษรฎับกี สา่งเงินทุกคนทส่ีเชํานือักกงมาัดนหคณีบะหก่อรใรนมลกัการษกณฤษะฎทกีี่เมา่ือเปิดหีบห่อสตาํ รนาักปงรานะคจณําคะรก่ังรหรมรกือารกฤษฎกี า
ดินเหนยี วจะต้องสถ(๓าํูกนท)ักใาํ งหลา้กนายรครณแมะลกกะารมรรรอมับบกสาหร่งบีกเงฤหนิษอ่ พฎใหรีก้อก้ามรรกมนั กอาอรกซเึ่งดเนิปสท็นํานาผกังู้อไงาปาวนยโุ คงัสณสเพถะกาอื่ นรนรทํามเี่รกงบั นิาสรเกด่งฤเินงษทินฎาทีกงันาไปทสี หง่ ต้าม่อมไปิให้
สาํ นักแงยานกคยณ้ายะจกรารกมกกันาหรกรฤือษหฎยกี ุดาพักระหว่างทสาํางนโดกั งยาไนมค่มณีเหะกตรุผรลมจกําาเรปก็นฤษแฎลกี ะาเม่ือไปถึงสถาสนาํ ทนักี่นงําาสน่งคเณงินะแกรลร้วมใกหา้ รกฤษฎกี า
รบี นาํ เงินสง่ ใหเ้ สร็จส้ินภายในวันทําการนั้น หรอื อยา่ งช้าภายในวนั ทาํ การถดั ไป
ส(าํ๔น)กั กงา่อนนคเณปิดะกหรีบรมหก่อาเรพกื่อฤนษําฎสกี ่งาเงิน ให้กรรมสกําานรกั รงับานสค่งเณงะินกทรุกรมคกนาพรกรฤ้อษมฎกกีันาตรวจสภาพ
ลูกกญุ แจและตราประจําครั่ง หรือดนิ เหนียว เมอื่ ปรากฏว่าอย่ใู นสภาพเรียบรอ้ ยแลว้ จงึ ใหน้ ําเงินออกสง่
สํานักงานคณะกรรมการกหฤาษกฎปีกราากฏว่า หีบห่อสอํานยักู่ในงาลนักคษณณะกะรไรมม่เรกียารบกรฤ้อษยฎกีหารือมีพฤติการณสาํ ์ชนวักนงาในหค้สณงสะกัยรวร่ามจกะารกฤษฎกี า
มีการทุจริตเงินในหีบห่อ ให้คณะกรรมการรับส่งเงินรีบรายงานปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อ
นาํ เสนอผู้บริหารทสําอ้ นงกัถง่นิ านพคจิ ณาระณกรารสม่งั กกาารรกตฤ่อษไฎปกี าสว่ นเงนิ ให้คณสะํานกกัรงรามนกคาณรนะกาํ รสรง่ มใกหาแ้ รลกว้ฤเษสฎรกี็จา
(๕) กรณีจํานวนเงินที่นําส่งมีปลอมแปลงจํานวนเท่าใด ให้คณะกรรมการรับส่งเงิน
สาํ นกั นงําานสค่งณเงะินกตรารมมกจาํารนกวฤนษทฎกี่ีนาําส่งได้ และใสหํา้บนันักงทาึกนจคําณนะวกนรรเมงินกาปรลกฤอษมฎแกีปาลงนั้นไว้ในบันสาํทนึกักกงาานรครณับะเงกินรรเพมก่ือารกฤษฎกี า
นําส่ง แล้วลงลายสมํานือกั ชงื่อานกครรณมะกกรารรมทกุกาครกนฤพษรฎ้อีกมาด้วยเจ้าพนักสงําานนกั ขงาอนงคผณู้รับะกเงริรนมแกาลระกเฤมษ่ือฎกีกลาับถึงองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ให้รายงานปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเพื่อนําเสนอผู้บริหารท้องถิ่น
สํานกั พงิจานาครณณะากสรง่ั รกมากรารกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๖) เมื่อคณะกรรมการรับส่งเงินได้รับส่งเงินเสร็จเรียบร้อย และเดินทางกลับถึง
องค์กรปกครองสสํา่วนนักทงา้อนงคถณ่ินะแกรลร้วมกใาหร้รกีบฤษมฎอีกบาคู่ฉบับใบนําสสํา่งนเกั งงินานหครณือะหกลรัรกมฐกาานรกกฤาษรฎรักีบามอบเงินให้
หน่วยงานผู้นําส่งหรือขอเบิกเงินในวันนั้น หรืออย่างช้าในวันทําการถัดไป และให้หัวหน้าหน่วยงาน
สํานกั ผงู้นานําคสณ่งหะกรรือรขมอกเาบรกิกฤเงษินฎตีกราวจสอบหลักสฐําานนกั กงาารนนคําณสะ่งกเรงรินมหกรารือกขฤอษเฎบกี ิกาเงิน เม่ือปรากสฏํานวัก่างถาูกนตค้ณองะแกลรร้วมใกหา้ รกฤษฎกี า
บนั ทกึ การรบั มอบตอ่ กนั ไว้
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๓๗ การถอนเงินฝากธนาคารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงาน
สาํ นักทง่ีไาดน้แคยณกะกไปรรทมํากกาารรกรฤับษจฎ่าีกยาและเก็บรักษสาําเนงกัินงาในหค้อณงคะก์กรรรปมกกคารรกอฤงษสฎ่วกีนาท้องถิ่นแจ้งเงสื่อํานนไักขงกานาครสณั่งะจก่ารยรมตก่อารกฤษฎีกา
ธนาคารโดยให้ผู้มสีอาํ นํากันงาาจนลคงณนะากมรสรม่ังจก่าารยกเงฤินษรฎ่วกี มากันอย่างน้อยสสํานามักงคานนคใณนจะกํารนรวมนกนารี้ใกหฤ้มษีผฎู้บีกราิหารท้องถ่ิน
และปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงนามสั่งจ่ายด้วยทุกคร้ัง และให้ผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายให้
สํานักผงู้ชาน่วคยณผู้บะกรริหรามรกทาร้อกงฤถษ่ินฎหกี ารือผู้ดํารงตําแสหํานนกั ่งงไามน่ตค่ําณกะวก่ารหรัวมหกานร้ากหฤนษ่วฎยีกงาานอีกหนึ่งคนสําแนลักะงาในหค้มณอะบกหรรมมากยารกฤษฎกี า
พนักงานท้องถิ่นตั้งแต่ระดับสามหรือเทียบเท่าขึ้นไปเพิ่มอีกหนึ่งคนในกรณีที่ไม่มีผู้บริหารท้องถิ่น
เป็นผมู้ ีอํานาจลงลสําานยักมงอื าชน่ือคถณอะนกรเงรนิมฝกาารกกรฤ่วษมฎกีกนั า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
การถอนเงินฝากของหน่วยงานที่มีงบประมาณเฉพาะการ หรือหน่วยงานท่ีได้แยก
สํานกั องอานกคไปณทะกาํ กรรามรกราับรจก่าฤยษแฎลีกะาเกบ็ รักษาเงนิ สําผนู้บักรงิหานาครทณ้อะกงถรร่ินมอกาาจรแกตฤษ่งตฎ้ังีกหาัวหน้าหน่วยงสาํานนนัก้ันงาแนลคะณพะนกักรรงมากนารกฤษฎกี า
ส่วนทอ้ งถ่นิ ตัง้ แตร่ ะดบั สามหรอื เทียบเท่าขน้ึ ไปอกี หนง่ึ คน เป็นผ้มู ีอาํ นาจลงลายมอื ชื่อร่วมกันถอนเงิน
ฝากของหนว่ ยงานสํานนั้นักงๆานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๑ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
กรณีการถอนเงินฝากจากคลังจังหวัด ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่กระทรวงการคลัง
สํานักกงาํ าหนคนณดะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าหมวด ๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา การเบิกเงิน สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขาํ ้อนัก๓งา๘นคกณ่อะกนรกรามรกเาบริกกฤจษ่าฎยีกเงาินตามงบประสํามนาักณงารนาคยณจะ่ากยรปรรมะกจารํากปฤีหษรฎือกี งาบประมาณ
สาํ นกั รงาายนจค่าณยะกเพรรม่ิ มเตกาิมรกใหฤษ้หฎนกี ว่ ายงานผูเ้ บกิ ยนื่ สแํานผกันงกาานรคใณช้จะกา่ ยรรเงมนิ กตาร่อกหฤนษว่ฎยีกงาานคลงั ทุกสามสาํเดนือักนงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ในกรณที มี่ ีความจาํ เป็น อาจปรับแผนการใชจ้ ่ายเงินของหนว่ ยงานผเู้ บิกได้ตามความ
เหมาะสม และสอสดํานคักลง้อางนกคับณฐะากนระรกมากรารคกลฤงั ษขฎอีกงอา งค์กรปกครอสงําสนว่กั นงาทน้อคงณถะิ่นกรรมการกฤษฎีกา
การจัดทําแผนการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามแบบท่ีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
สํานักกงาําหนคนณดะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขํา้อนกั ๓งา๙นคณกาะกรรขรอมเกบาิกรกเงฤินษจฎาีกกาหน่วยงานคสลําังนขักองางนอคงณค์ะกกรรปรกมกคารรอกงฤสษ่วฎนกี ทา ้องถิ่นตาม
งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณใด ให้เบิกได้แต่เฉพาะในปีงบประมาณนั้น รวมท้ังเงิน
สาํ นกั องดุานหคนณนุ ะทก่รี รฐัรบมกาลารใกหฤอ้ ษงฎคีก์การปกครองสว่ นสทํานอ้ ักงงถาิ่นนโคดณยะรกะรบรวุมัตกถารุปกรฤะษสฎงกีคา์ เวน้ แต่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส(๑ําน)กั เงปาน็นเคงณินะงกบรปรรมะกมารากณฤรษาฎยกี จา่ายที่ยังมิได้ก่อสําหนนัก้ีผงูกานพคันณในะกปรีงรบมปการระกมฤาษณฎนีกา้ัน และได้รับ
อนุมัติให้กันเงินไว้ตอ่ ผมู้ อี ํานาจตามระเบยี บแล้ว
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษฎเปีก็นา งบประมาณสรําานยกั จงา่านยคทณี่ไะดก้กร่อรหมกนา้ีผรูกกฤพษันฎไีกวา้ก่อนสิ้นปีงบปสรํานะักมงาาณนคแณละะกไรดรม้รกับารกฤษฎีกา
อนมุ ตั ิจากผบู้ ริหารท้องถ่ินให้กันเงินไปจา่ ยในปีงบประมาณถดั ไป
ส(ํา๓น)ักกงารนณคีมณีเะงกินรอรุดมหกานรุนกทฤษี่รัฐฎบีกาาลให้องค์กรปสกํานคักรงอางนสค่วณนะทก้อรรงมถกิ่นาโรดกยฤรษะฎบีกุวาัตถุประสงค์
ซง่ึ เบกิ จา่ ยไมท่ ันภายในสนิ้ ปีงบประมาณท่ีผา่ นมา และไดบ้ นั ทกึ บญั ชีไว้แล้ว
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๔๐ การเบิกเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้หน่วยงานผู้เบิกขอเบิกกับ
หน่วยงานคลังโดสยําในหัก้หงาัวนหคนณ้าะหกรนร่วมยกงาารนกฤผษู้เบฎิกกี าเป็นผู้ลงลายมสําือนชักื่องาเบนคิกณเงะินกแรรลมะกใาหร้วกาฤงษฎฎีกีกาาตามแบบท่ี
กรมสง่ เสรมิ การปกครองท้องถนิ่ กําหนด
สาํ นกั งานคณะกรรมการกกฤาษรเฎบกี ิกาเงินต้องมีหลสักําฐนากั นงากนาครณเบะกิกรเพรมื่อกปารรกะฤโยษชฎนกี า์ในการตรวจสสอาํ บนักแงลานะคใหณ้ผะกู้เบรริกมลกงารกฤษฎีกา
ลายมือช่อื รบั รองสคาํวนากัมงถากูนตคอ้ณงะใกนรหรมลกักาฐรากนฤกษาฎรีกเบา กิ ทีเ่ ป็นภาพสถําา่ นยักหงราือนสคาํณเะนการทรกุมฉกบารับกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤ้อษ๔ฎ๑กี า ฎีกาเบิกเงินสจํานะตักง้อางนพคิมณพะ์จกํารรนมวกนาเรงกินฤทษี่ขฎอกี เาบิกทั้งตัวเลขแสลํานะักตงัวาอนักคษณระจกะรรตม้อกงารกฤษฎกี า
พมิ พใ์ ห้ชดั เจน หา้ มขูดลบ หากผดิ พลาดให้แก้ไขโดยวิธีขดี ฆา่ แล้วพิมพ์ใหม่ทั้งจํานวน แล้วให้ผู้เบิกลง
ลายมือชื่อรบั รองสกําานรักขงีดาฆนา่คนณน้ั ะดกร้วรยมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
การพิมพ์จํานวนเงินในฎีกาเบิกเงินท่ีเป็นตัวอักษร ให้พิมพ์จํานวนท่ีขอเบิกให้ชิดคําว่า
สาํ นกั “งตานัวอคณักษะกรร”รมหกราือรขกดี ฤเษสฎน้ ีกหานา้ จาํ นวนเงินสําอนยัก่างใาหนคม้ ณีชอ่ะกงวรรา่ มงทกาีจ่ ระกพฤิมษพฎ์จีกาํานวนเพ่ิมเตมิ ใสหําน้สักงู ขงาึ้นนไคดณ้ ะกรรมการกฤษฎกี า
สขาํ ้อนกั ๔ง๒านคเณงินะกทรี่เรบมิกกถา้ารไกมฤ่ไษดฎ้จีก่าายหรือจ่ายไม่หสมํานดกั ใงหา้หนนคณ่วยะงการนรมผกู้เบาริกกนฤําษสฎ่งกี คาืนหน่วยงาน
สาํ นักคงลานงั ภคณายะใกนรสรมบิ กหาา้ รวกนั ฤษนฎบั ีกจาากวันที่ได้รบั สเงําินนักจงาากนหคนณ่วะยกงรารนมคกลารงั กฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๑๒ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๔ฎีก๓า การขอเบิกสเงํานินกังงบาปนคระณมะากณรรรมากยารจก่าฤยษแฎลกี ะา หรือเงินอุดหสนํานุนักทง่ีรานัฐบคณาละกใหรร้โมดกยารกฤษฎีกา
ระบุวตั ถุประสงคป์ ใี ด ใหว้ างฎีกาเบกิ เงนิ ไดจ้ นถึงวนั ทาํ การสดุ ท้ายของปนี ั้น
สใาํนนกกั รงณานีทค่ีไดณ้มะกีกรารรมกกันาเงรินกฤไวษ้ ใฎหกี ้วาางฎกี าไดจ้ นถสึงําวนันกั ทงาํากนาครณสะดุ กทรา้ รยมขกอางรรกะฤยษะฎเวีกลาาท่ีกันเงนิ
สํานกั งานคณะกรรมการกขฤอ้ ษ๔ฎ๔ีกา เงนิ ประเภทสใําดนซกั ึง่ งโาดนยคลณักะษกณรระมจกะาตรก้อฤงษจฎ่ายีกปา ระจําเดือนในสวํานันักสง้ินานเดคือณนะกใรหร้วมากงารกฤษฎีกา
ฎกี าภายในวันที่ยส่สี าํ บิ นหกั ง้าาขนอคงณเดะือกนรรนมัน้ การกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๔ฎ๕กี า การเบกิ เงนิ สซําึ่งนมักลี งักาษนคณณะะเปกรน็ รคม่ากใาชร้จกา่ฤยษปฎรกี ะาจํา และมีการสเาํรนยี ักกงเากน็บคเณป็นะกงรวรดมกๆารกฤษฎีกา
หรือค่าใช้จ่ายอ่ืน ๆ ตามประเภทที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกําหนด ให้ถือว่าค่าใช้จ่ายนั้น
เกิดขึ้นเม่ือองค์กสรําปนกักคงารนอคงณส่ะวกนรทรม้อกงถาริ่นกไฤดษ้รฎับีกแาจ้งให้ชําระหสนําี้นแกั ลงะานใหคณ้นําะกมรารเมบกิกาจร่ากยฤษจฎากกี งาบประมาณ
รายจ่ายประจําปีทไี่ ดร้ บั แจง้ ให้ชาํ ระหน้ีได้
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๔๖๑๑ การเบิกเงินเดือน ค่าจ้าง บําเหน็จบํานาญ เงินประจําตําแหน่ง เงินเพิ่ม
เงินประโยชน์ตอสบาํ นแกัทงนานอค่ืนณเะงกินรรชม่วกยาเรหกลฤืษอฎแีกลาะเงินอ่ืนในลสักําษนณกั งะานเดคียณวะกกันรรมใหกา้เรปก็นฤไษปฎตีกาามกฎหมาย
ระเบียบ ขอ้ บังคับ คําสั่งหรอื หนงั สอื สง่ั การของกระทรวงมหาดไทย
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขาํ ้อนัก๔ง๗านคกณาะรกซรื้อรมเกชา่ารทกรฤัพษยฎ์สกี ินา หรือจ้างทําสขําอนงกั งใาหน้หคนณ่วะยกงรารนมผกาู้เบรกิกฤรษีบฎดีกําาเนินการวาง
ฎีกาเบกิ เงนิ โดยเร็วอยา่ งชา้ ไมเ่ กนิ ห้าวัน นับจากวันทไ่ี ด้ตรวจรับทรพั ยส์ ินหรือตรวจรับงานถูกต้อง
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๔๘ เว้นแต่กรณีที่กําหนดไว้ในข้อ ๕๑ และข้อ ๕๒ การเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็น
คา่ ซื้อทรัพย์สนิ หรสอืํานจักา้ งงาทนําคขณอะงกใรหร้มมเีกอากรกสฤาษรปฎีกระากอบฎีกา ดงั สนํา้ีนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) สัญญาซือ้ ทรัพยส์ นิ หรอื จ้างทําของหรือเอกสารอ่ืนอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ เช่น
สาํ นกั หงลานกั คฐณานะกกรารรมสก่ังาซรอ้ื กฤหษรฎอื กี สา่งั จา้ ง สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) ใบแจง้ หนี้ หรือใบสง่ มอบทรพั ยส์ ินหรอื มอบงาน
ส(๓าํ น)ักเงอากนสคาณระแกสรดรงมกกาารรกตฤรษวจฎรีกับาทรพั ยส์ นิ หรสือํานตักรงวาจนรคับณงาะกนรรมการกฤษฎกี า
เอกสารหลกั ฐานดังกลา่ วจะใชภ้ าพถา่ ยหรือสาํ เนาซง่ึ ผ้เู บกิ ลงลายมอื ชือ่ รบั รองก็ได้
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขํา้อนกั ๔งา๙นคกณาะรกเรบริกมเกงาินรเกพฤ่ือษจฎ่ากี ยาล่วงหน้าตามสสํานัญักญงาานซคื้อณทะรกัพรรยม์สกินารหกรฤือษจฎ้ากี งาทําของให้มี
สัญญาซอื้ ทรพั ย์สินหรือจ้างทําของ หรือหลักฐานอ่ืนซ่ึงแสดงว่าใกล้จะถึงกําหนดจ่ายเงินแล้วประกอบ
สาํ นกั ฎงีกานาคดณว้ ยะกซรึ่งรจมะกเาปรก็นฤภษาฎพีกถา่ายหรือสาํ เนาสซํา่ึงนผักเู้ งบาิกนลคงณละากยรมรมอื กชา่อื รรกับฤรษอฎงกี กา็ได้ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขํา้อนกั ๕ง๐านคกณาะรกเรบริกมเกงาินรเกพฤ่ือษจฎ่าีกยาเป็นค่าซื้อทรสัพํายน์สักินงาหนรคือณจะ้ากงรทรํามขกอารงกซฤึ่งษเฎปีก็นาการซื้อหรือ
จ้างโดยวิธีตกลงราคาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุ ให้แสดงรายการทรัพย์สิน
สาํ นักแงลานะคจณาํ นะวกนรรเงมนิ กเาปรก็นฤรษายฎปีการะเภทประกอสบํานฎกักี งาาขนอคเณบะิกกเรงรนิ มการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๑๑ ข้อ ๔๖ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
สาํ นักกงาารนฝคาณกเะงกินรกรามรกเการ็บกรฤกั ษษฎาเกี งาิน และการตรวจสเํางนินกัขงอางนอคงคณก์ ะรกปรกรคมรกอางรสกว่ ฤนษทฎ้อกีงถาน่ิ (ฉบับท่ี ๓) พส.ําศน. ัก๒ง๕า๕น๘คณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๑๓ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๕๑ การเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าซื้อที่ดิน ให้มีสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญา
สํานกั ซงื้อานขคาณยปะกรระรกมอกบารฎกีกฤาษดฎ้วกียาซง่ึ จะเป็นภาสพําถน่าักยงหานรคือณสาํะกเนรารมซกง่ึ ผารู้เบกฤิกษลฎงลกี าายมือชอ่ื รับรอสงํากน็ไักดง้ านคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขําอ้นกั ๕ง๒านคกณาะรกเบรริกมเงกนิารใกนฤหษมฎวีกดาค่าตอบแทน สใําชน้สักองยานแคลณะวะัสกดรรุ มใหก้ทารํากกฤาษรฎเบีกิกา จ่ายได้ตาม
งบประมาณที่ได้รับอนุมัติ และให้มีหลักฐานแสดงว่าเงินจํานวนท่ีขอเบิกน้ีถูกต้องตามวัตถุประสงค์
สํานกั แงลานะคเปณน็ ะไกปรตรมามกากรฎกหฤษมฎายกี าระเบยี บ ข้อบสงัําคนับกั งคานําคสณ่ัง ะหกรรือรหมกนางั รสกอื ฤสษ่ังฎกกี าารกระทรวงมหสาําดนไักทงยานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขํา้อนกั ๕งา๓นคกณาะรกเรบริกมเกงาินรรกาฤยษจฎ่ากี ยางบกลางเป็นสคํา่านใกัชง้จา่านยคอณยะ่ากงรใรดมกใหาร้ปกฏฤิบษฎัตกีิตาามกฎหมาย
สํานักรงะาเนบคียณบะกขร้อรบมงักคารบั กฤคษาํ สฎ่งักี หารอื หนังสือสั่งสกําานรกั กงรานะคทณรวะงกมรรหมากดาไรทกยฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขาํ ้อนกั ๕งา๔นคณกะากรรเรบมิกกาเรงกินฤใษนฎหีกมา วดเงินอุดหสนําุนนกั ทง่ีอานงคคณ์กะรกปรรกมคกรารอกงฤสษ่วฎนีกทา้องถิ่นมิได้
ดําเนินการเอง และได้ต้ังงบประมาณเพื่อการนั้นตามระเบียบไว้แล้ว ให้ดําเนินการได้ตามงบประมาณ
สาํ นักทงี่ไาดน้ครับณอะกนรุมรัตมิกาทร้ังกนฤ้ีษกฎากี ราก่อให้เกิดหนส้ีแําลนะกั กงาานรคเบณิกะเกงรินรตมก้อางรปกฏฤิบษฎัตกีิตาามระเบียบ ขส้อาํ บนังักคงาับนคคณําสะก่ังรหรมรกือารกฤษฎีกา
หนงั สือสง่ั การกระทรวงมหาดไทย สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๕๕ การเบิกเงินนอกงบประมาณให้เป็นไปตามวิธีการที่กรมส่งเสริมการ
สํานักปงกานคครณองะทกร้อรงมถกิ่นากรกาํ หฤษนฎดีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๕๖ ค่าใช้จ่ายที่เป็นรายจ่ายประจําท่ีเกิดขึ้นในปีใด ให้เบิกจากงบประมาณ
สาํ นกั รงาายนจค่าณยะใกนรปรนีมกน้ั าไรปกจฤ่าษยฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เงินทเ่ี บิกไปเพ่ือจ่ายให้ยืม ถ้าจําเป็นต้องจ่ายติดต่อคาบเก่ียวไปถึงปีงบประมาณใหม่
จะเบิกเงินล่วงหนส้าาํ จนากั กงปานีปคัจณจะุบกันรรไปมกจา่ารยกสฤําษหฎรกี ับาระยะเวลาในสปําีในหกั มงา่กน็ไคดณ้ โะดกยรใรหม้ถกือารวก่าฤเปษ็นฎรกี าายจ่ายของปี
ท่เี บกิ เงนิ งบประมาณ ดังต่อไปนี้
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษคฎา่กี ใาชจ้ ่ายในการเสดําินนทกั างางนไปครณาะชกกรารรมไกมาเ่รกกนิ ฤหษกฎสีกบิา วนั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) สําหรบั ปฏบิ ตั ิราชการอนื่ ๆ ไมเ่ กินสบิ หา้ วัน
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๕ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งากนาครณกะนั กเรงรนิ มการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๕ฎีก๗า กรณีที่องคส์กํารนปักกงคานรคอณงสะก่วรนรทม้อกางรถกิ่นฤไษดฎ้กีก่อาหน้ีผูกพันไว้กส่อาํ นนักสง้ินานปคี โณดะยกสรรั่งมซกื้อารกฤษฎีกา
หรือส่ังจ้างหรือการเช่าทรัพย์สิน ถ้าเห็นว่าการเบิกเงินไปชําระหนี้ผูกพันไม่ทันส้ินปี ให้ผู้บริหาร
ทอ้ งถิน่ อนุมตั ใิ ห้กสนั าํ นไวัก้เงบาิกนใคนณปะถีกัดรรไปมกไดาร้อกีกฤไษมฎ่เกีกนิาระยะเวลาหนสําง่ึ นปักี งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หากดําเนินการตามวรรคหนึ่งไม่แล้วเสร็จ ให้ขอขยายเวลาเบิกจ่ายเงินต่อสภา
สํานักทงอ้านงคถณน่ิ ไะดก้อรรกี มไมกา่เกรกนิ ฤหษกฎเกีดาือน สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๔ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๕๘ ให้วางฎีกากันเงินตามแบบท่ีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถ่ินกําหนด
สาํ นักกงอ่านนควณนั สะก้นิ รปรีอมยกาา่ รงกนฤอ้ ษยฎสกี าามสิบวัน เว้นแสตํา่มนกัีเหงาตนุผคลณสะมกครวรรมกผาู้บรกรฤิหษาฎรทกี า้องถ่ินอาจพิจาสรําณนักางอานนุมคณัติใะหก้ขรรยมากยารกฤษฎกี า
เวลา ยื่นขอกนั เงนิ ไดไ้ มเ่ กนิ วันทาํ การสุดทา้ ยของปีนั้น
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๕๙ ในกรณีที่มีรายจ่ายหมวดค่าครุภัณฑ์ท่ีดินและส่ิงก่อสร้าง ยังมิได้ก่อหน้ี
สํานักผงูกานพคันณะแกตร่มรมีคกวาารมกจฤําษเฎปกี ็นาจะต้องใช้จ่าสยําเนงักินงนานั้นคตณ่อะไกปรอรมีกกใาหรก้อฤงษคฎ์กกี ราปกครองส่วนสทําน้อักงงถาิ่นนรคาณยะงการนรมขกอารกฤษฎกี า
อนมุ ตั กิ ันเงนิ ตอ่ สสภหําานาทกกั ้องอางงนถคค่ิน์กณไรดะปกอ้ รีกกรไคมมรก่เอการินงกสรฤะ่วษยนฎะทกี เว้อาลงาถหิ่นนยึ่งังปมี ิไดส้ดําํานเกันงินานกคาณรกะก่อรหรมนกี้ผาูกรกพฤันษตฎากี มาเงื่อนไขใน
สาํ นกั วงรานรคคณหะนก่ึงรรใมหก้ขาอรกอฤนษุมฎัตกี ิขายายเวลาเบิกสําจน่ากั ยงเางนินคไณดะ้ไกมร่เรกมินกอารีกกหฤนษึ่งฎปกี ีตา่อสภาท้องถิ่สนํานหักรงือานกครณณะีมกีครรวมากมารกฤษฎีกา
จําเป็นต้องแก้ไขเปล่ียนแปลงรายการดังกล่าวท่ีทําให้ ลักษณะ ปริมาณ คุณภาพเปลี่ยน หรือ
เปลี่ยนแปลงสถาสนาํ นทัก่ีกง่อานสคร้ณางะกใรหร้ขมอกอารนกุมฤัตษิเฎปกี ลา่ียนแปลงและสําหนรักืองขานยคาณยเะวกลรารมเบกิการจก่าฤยษเฎงินกี าได้ไม่เกินอีก
หน่งึ ปีต่อสภาท้องถน่ิ แล้วแตก่ รณี
สํานักงานคณะกรรมการกกฤรษณฎีเกี มาื่อสิ้นสุดระยสะําเนวักลงาากนาครณกะันกเรงรินมกแาลระกขฤษยฎายีกาเวลาเบิกจ่ายสเํางนินักแงลาน้วคหณาะกกรไรมม่ไกดา้ รกฤษฎีกา
ดาํ เนินการหรอื มีเงินเหลอื จา่ ยจากเงินดงั กลา่ ว ให้เงินจาํ นวนนัน้ ตกเปน็ เงินสะสม
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๕๙/๑๑๒ รายจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง บําเหน็จบํานาญ เงินประจําตําแหน่ง เงินเพ่ิม
สํานักเงงาินนปครณะะโกยรชรมนก์ตาอรกบฤแษทฎนกี าอื่น เงินช่วยเสหําลนือักงแาลนะคเณงะินกอรื่นรมในกาลรักกฤษษณฎะีกเาดียวกัน หากสเําบนิกักเงงาินนไคมณ่ทะกันรสริ้นมกปาี รกฤษฎกี า
และมีความจําเปน็สาํตนอ้ ักงงใาชน้จค่าณยะเงกนิ รรนมน้ั กตาอ่รกไปฤอษกีฎกี ใาหผ้ บู้ รหิ ารทอ้ สงําถนน่ิ ักองนานมุ คัตณใิ หะกก้ รนั รเมงกนิ าไรดก้ไฤมษ่เกฎินีกเาก้าสิบวนั
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานหคมณวะดกร๖รมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
การตรวจและการอนุมตั ฎิ ีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๖ฎกี๐า ให้หัวหน้าสหํานน่วกั ยงางนาคนณคะลกังรหรมรกือาเรจก้าฤหษนฎ้าีกทา่ีการเงิน ที่ไดส้รํานับักมงอานบคหณมะากยรรเปมก็นารกฤษฎกี า
ผู้ตรวจฎีกา สกาํ านรักตงารนวคจณฎะีกการตรมากมาวรรกรฤคษหฎนกี า่ึง เม่ือถูกต้องสใํานนสักงาารนะคสณําะคกัญรรตม่อกไาปรกนฤ้ีแษลฎ้วีกาให้เสนอผู้มี
อํานาจเพ่ืออนุมัติฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษมฎีลีกาายมอื ชอื่ ของผสเู้ําบนกิ กั เงงาินนถคกูณตะอ้กงรตรมากมาตรวั กอฤยษา่ ฎงีกา
ส(ํา๒น)ักมงาีหนนค้ีผณูกะกพรันรมหกราืรอกมฤีคษวฎาีกมาจําเป็นที่จะตส้อํานงจักง่าายนเคงิณนะกกับรรถมึงกกาํารกหฤนษดฎหีกราือใกล้จะถึง
กาํ หนดท่ีจะตอ้ งจ่ายเงนิ
สํานกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษมฎเีีกงาินงบประมาณสเพํานียกังพงาอนครณายะกการรรถมูกกตาร้อกงฤตษรฎงกกี ับา หมวดและปรสะาํ เนภักทงใานนงคบณปะรกะรมรามณการกฤษฎกี า
(๔) มีเอกสารประกอบฎีกาครบถว้ นถกู ต้อง
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๖๑ ฎีกาหรือเอกสารประกอบฎีกาฉบับใดไม่ถูกต้องในสาระสําคัญตามข้อ ๖๐
สาํ นกั ใงหา้ผนู้ตครณวะจกฎรรีกมากแาจร้งกใฤหษ้ผฎูเ้ บกี ิกา ทราบ เพื่อดสําําเนนกันิ งกาานรคแณกะ้ไกขรรถม้ากผาู้เรบกกิ ฤไษมฎ่แกีกา้ไขให้ถูกต้องภสาํายนใักนงสานามควณันะทกรํารกมากรารกฤษฎีกา
นับจากวันทไี่ ด้รบั ทราบ ให้ผตู้ รวจฎกี าคนื ฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๑๒ ข้อ ๕๙/๑ เพ่ิมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน
สาํ นกั กงาารนเกค็บณระักกษรารเมงินกาแรลกะฤกษาฎรตีกราวจเงินขององคสก์ ํารนปักกงคารนอคงสณว่ ะนกทรอ้รงมถกน่ิ าร(กฉบฤษับทฎี่กี ๓า) พ.ศ. ๒๕๕๘ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๑๕ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ในกรณีท่ีฎีกามีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ซ่ึงมิใช่สาระสําคัญหรือจํานวนเงินที่ขอเบิก
สํานักผงตู้านรวคจณฎะีกกรารจมะกแากร้ไกขฤใษหฎถ้ กี ูกาตอ้ งแล้วแจง้ ใสหํา้ผนูเ้ักบงกิานทครณาบะกกร็ไรดม้ การกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขํา้อนกั ๖งา๒นคณฎะีกการรทมี่ตกรารวกจฤถษูกฎตีก้อา งแล้วตามขส้อําน๖ักง๐านใคหณ้หะัวกรหรนม้ากหารนก่ฤวษยฎงกีาานคลัง หรือ
เจ้าหน้าท่ีการเงินที่ได้รับมอบหมายนําเสนอผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ท่ีผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายเป็น
สํานกั ผงู้อานนคุมณตั ะิฎกีกรารมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขํา้อนัก๖งา๓นคณกาะกรรอรนมุมกาัตริฎกีฤกษาฎจกีะากระทําได้เมื่อสําสนาักรงะาสนําคคณัญะกถรูกรมตก้อางรตกฤาษมฎทีกี่กาําหนดไว้ใน
สํานกั ขง้อาน๖ค๐ณะแกลรระมผกู้ตารรวกจฤฎษกี ฎาีกไาดล้ งลายมอื ช่ือสําตนรกัวงจาฎนกีคาณนะั้นกแรรลมว้ การกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ในกรณที ีผ่ ู้อนุมัติมีเหตผุ ลสมควร จะอนมุ ัตฎิ กี าเป็นเงนิ จํานวนตา่ํ กวา่ ทข่ี อเบิกก็ได้
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๖๔ การอนุมัติฎีกาเบิกเงินเพ่ือจ่ายเป็นค่าซ้ือทรัพย์สินหรือจ้างทําของ ในกรณี
สํานกั ทงี่ไามนค่มณีเหะตกรุทรักมทก้าวรงกฤใหษ้ดฎํากี เานินการให้เสสรํา็จนภกั างยานในคสณาะมกรวรันมทกําารกกาฤรษนฎับีกถาัดจากวันรับฎสีกํานาักใงนานกครณณะีทกี่มรรีเหมกตาุ รกฤษฎกี า
ทกั ท้วงให้ดําเนินการใหเ้ สร็จภายในสามวันทําการนบั ถดั จากวนั ทีผ่ ้เู บิกได้แกไ้ ขถูกต้องแลว้
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๖๕ เม่ือผู้มีอํานาจอนุมัติในฎีกาเบิกเงิน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบันทึก
สํานกั ลงงาในนคสณมะุดกเรงรนิ มสกดารตกาฤมษแฎบีกบาทก่ี รมสง่ เสรมิ สกํานาักรปงากนคครณอะงกทร้อรมงถก่นิารกกําฤหษนฎดีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๖๖ เม่ือหน่วยงานท่ีมีงบประมาณเฉพาะการ หรือหน่วยงานที่ได้แยกออกไปทํา
สาํ นกั กงาารนรคับณจะ่ากยรรแมลกะาเรกก็บฤรษักฎษกี าาเงิน ได้รับแจส้งํารนากั ยงกาานรคหณนะ้ีกหรรรมือกทาํารรกาฤยษกฎากี ราคํานวณเงินค่าสจําน้าักงแงารนงคงาณนะแกลรร้วมใกหา้ รกฤษฎีกา
จัดแยกประเภทการจ่ายส่งหน่วยงานคลังเพ่ือตรวจสอบและนําเสนอผู้มีอํานาจอนุมัติฎีกาตามข้อ ๖๒
เพือ่ ขออนุมัตจิ ่ายสเงาํ ินนกัตงาามนรคาณยะกการรรนม้นั กาๆรกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานหคมณวะดกร๗รมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ขอ้ กาํ หนดในการจา่ ยเงิน
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานสค่วณนะทกี่ร๑รมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกกี าารจ่ายเงนิ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๖๗ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันได้แต่เฉพาะท่ี
กฎหมาย ระเบยี บสําขน้อักบงาังนคคบั ณหะกรรือรหมนกงัาสรกอื ฤสษ่งั ฎกีการาทีก่ ระทรวงมสหําานดักไงทานยคกณาํ หะกนรดรไมวก้ ารกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๖ฎกี๘า การจ่ายเงินสใําหน้แักงกา่เนจค้าณหะนกี้หรรรืมอกผาู้มรีสกิทฤษธิฎใหีก้จา่ายเป็นเช็ค กสราํ ณนักีจงําาเนปค็นณทะ่ีกไมรร่อมากจารกฤษฎกี า
จ่ายเป็นเช็คได้ ให้จัดทําใบถอนเงินฝากธนาคารเพื่อให้ธนาคารออกตั๋วแลกเงินสั่งจ่ายให้เจ้าหน้ี
หรือผู้มีสิทธิ การสจาํา่ นยกัเงงนิานผค่าณนธะกนรารคมากราใรหก้เฤปษ็นฎไกีปาตามวธิ กี ารที่กสรํานมกัสง่งาเนสคริมณกะากรรปรมกกคารรอกงฤทษอ้ฎงกี ถา่นิ กาํ หนด
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๑๖ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ขอ้ ๖๙ การเขียนเชค็ สั่งจ่ายให้ปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
สํานักงานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษฎกีการาจ่ายเงินให้เจส้าําหนนักงี้ ใานนคกณรณะกีซรื้อรมหกราือรกเชฤ่าษทฎรกี ัพา ย์สิน หรือจ้าสงําทนําักขงอานงคใหณ้อะอกรกรเมชก็คารกฤษฎีกา
สง่ั จ่ายในนามของเจา้ หน้ี ขีดฆ่าคาํ ว่า “หรือตามคาํ สั่ง” หรอื “หรือผู้ถอื ” ออกและขีดครอ่ มดว้ ย
ส(ํา๒น)กั กงาานรคจณ่ายะกเงรินรมตกาามรสกิทฤษธิทฎกี่ีพาึงจะได้รับให้แสกําน่เจัก้างหานนค้ีหณระือกผรู้รมมีสกิทาธรกิรับฤษเงฎินีกาหากมีความ
จําเปน็ ทีจ่ ะตอ้ งสั่งจ่าย เพอื่ ขอรบั เงนิ สดมาจ่ายให้กระทําไดใ้ นการจ่ายเงนิ ทมี่ ีวงเงินต่ํากว่าสองพันบาท
สาํ นกั โงดายนใคหณอ้ ะอกกรเรชม็คกสารัง่ กจฤ่ายษใฎนีกนาามหัวหน้าหนสํา่วนยักงงาานนคคลณังะกหรรรือมกกราณรกีทฤ่ีไษมฎ่มีกีหาัวหน้าหน่วยงสาาํ นนคักลงาังนหครณือะมกีแรรตม่ไกมา่ รกฤษฎีกา
ขสน้ึามไปารแถลปะฏขิบีดัตฆหิ า่ นคส้าําาํ ทนว่ากั่ีไดง“า้ ในหหคร้ผณอื ู้บตะรกาิหมรราคมรํากทสาอ้ั่งร”งกถฤหน่ิ ษรแฎือตกี ่ง“าตหัง้ รพอื นผัก้ถู งอื า”นสอส่วอํานกนทกั ห้องา้างนมถคอิ่นณอตกะ้ังกเแชรต็คร่รมสะก่งั ดาจรับา่ กสยฤเาษงมนิฎสหีกดารือเทียบเท่า
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษฎหีกาากเจ้าหน้ีหรือสผําู้มนีสักิทงาธนิรคับณเงะินกรไมรม่มกาารรับกเฤชษ็คฎภีกาายในสิบห้าวันสนํานับักตงั้งาแนตค่วณันะสกรั่งรจม่ากยารกฤษฎกี า
ใหย้ กเลิกเชค็ นั้น หากมกี ารยกเลิกเช็คดังกลา่ วเกนิ สามคร้ัง ตอ้ งรายงานเหตผุ ลให้ผบู้ รหิ ารท้องถ่ินทราบ
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๗๐ การเขียนหรือพิมพ์จํานวนเงินในเช็คท่ีเป็นตัวอักษรอย่าให้มีช่องว่างที่จะ
สํานักเงขายี นนคหณระือกพรริมมพก์จาํารกนฤวษนฎเงกี ินาเพิ่มเติมได้ แสลําะนใักหง้ขานีดคเสณ้นะตกรรงรหมกลาังรชก่ือฤสษกฎุลกี าชื่อบริษัท หรือสหาํ น้าักงงหาุ้นนสค่วณนะกจรนรมชกิดารกฤษฎกี า
คําว่า “หรือผู้ถือ” หรือ “หรือตามคําสั่ง” แล้วแต่กรณีโดยมิให้มีการเขียนหรือพิมพ์ชื่อบุคคลอ่ืน
เพิ่มเตมิ ได้อกี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤอ้ ษ๗ฎ๑กี า การจา่ ยเงินสทํากุ นกักรงณานี คถณา้ ผะกูจ้ ร่ารยมมกีหานรก้าฤทษ่ตี ฎากีมากฎหมายทจ่ี ะสตําอ้ นงักหงกัานภคาณษีใะดกรๆรมไกวา้ รกฤษฎีกา
ณ ท่ีจ่ายเพอ่ื นาํ สสง่ สาํ นว่ กันงราานชคกณาะรกใรดรมใหก้ดาราํ กเนฤษนิ ฎกกีาารตามกฎหมายสนํานน้ั ักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤอ้ ษ๗ฎ๒กี า เงินทขี่ อเบิกสจําานกกั หงานนว่ คยณงาะกนรครลมงั กเาพรื่อกกฤาษรฎใีกดาให้นําไปจ่ายไสดําเ้นฉักพงาานะเคพณื่อะกการรรนมก้ันารกฤษฎกี า
เท่านนั้ จะนาํ ไปจ่ายเพอื่ การอ่นื ไม่ได้
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สว่ นท่ี ๒
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําหนักลงักาฐนาคนณกะากรรจรา่ มยกเางรินกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๗๓ การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้ีหรือผู้มีสิทธิรับเงินทุกรายการ จะต้องมีหลักฐาน
สาํ นกั กงาารนจคา่ณยะไกวรเ้ พรม่ือกปารระกโฤยษชฎนีกใ์ านการตรวจสอสบํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ขอ้ ๗๔ หลักฐานการจา่ ยเงนิ จะตอ้ งพิมพห์ รือเขยี นดว้ ยหมกึ การแกไ้ ขหลักฐานการ
สาํ นกั จง่าายนใคหณข้ ะดี กฆรรา่ มแกลา้วรพกมิฤพษฎ์หกีราอื เขยี นใหมแ่ ลสว้ ําในหกั ผ้ งู้รานบั คเงณินะลกงรลรามยกมารอื กชฤ่ือษกฎําีกกาบั ไว้ทกุ แห่ง สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขํา้อนัก๗ง๕านคใณหะ้อกงรคร์กมรกปารกกคฤรษอฎงกี สา่วนท้องถ่ินเกส็บํารนักักษงาานหคลณักะฐการนรกมากราจรก่าฤยษซฎ่ึงสีกําานักงานการ
ตรวจเงินแผ่นดินยังไม่ได้ตรวจสอบไว้ในท่ีปลอดภัย อย่าให้ชํารุด สูญหาย หรือเสียหายได้ และเมื่อได้
สาํ นกั ตงราวนจคสณอะบกรแรลมว้ กกา็ใรหก้เฤกษบ็ ฎอกี ยาา่ งเอกสารธรสรํามนดักางานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขาํ ้อนกั ๗งา๖นคใณบะสกํารครมัญกคาู่จรก่าฤยษทฎี่เปกี า็นใบเสร็จรับเสงําินนซักึ่งงผานู้รับคณเงะินกอรอรมกกใาหร้ กอฤยษ่าฎงีกนา้อยจะต้องมี
สาํ นักรงาายนกคาณระดกงั รตร่อมไกปานรกี้ ฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) ช่อื สถานทีอ่ ยหู่ รอื ท่ที าํ การของผรู้ ับเงนิ
สํานกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษวฎันีกาเดือน ปีทรี่ ับเสงํานิ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓) รายการแสดงการรับเงนิ และระบวุ า่ เปน็ ค่าอะไร
ส(๔ําน)ักจงาํานนควนณเะงกนิ รทรมงั้ ตกาวั รเลกฤขษแฎลีกะาตวั อกั ษร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๕) ลายมอื ชื่อพรอ้ มทัง้ มีตวั บรรจงช่อื และช่อื สกุลของผรู้ ับเงนิ
สาํ นักงานคณะกรรมการกถฤ้าษผฎู้รกีับาเงินลงลายมสืําอนชัก่ืองาไนมค่ไณดะ้ กใรหร้ใมชก้ลารากยฤพษิมฎีกพา์นิ้วมือ ห้ามมสําิในหัก้ใงชาน้แคกณงะไกดรหรมรกือารกฤษฎีกา
เครื่องหมายอื่นทสาํ นาํ นอักงงเชาน่นควณ่านะก้ันรแรทมนกากรากรฤลษงฎลกีาายมือชอื่ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๗ฎกี๗า ให้ผู้จ่ายเงินสลํานงักลงาายนมคือณชะื่อกรรรับมรกอางรกกาฤรษจฎ่าีกยาพร้อมทั้งมีชื่อสสาํ นกักุลงดาน้วยคตณัวะบกรรรรมจกงารกฤษฎกี า
กาํ กบั ไวใ้ นหลกั ฐานการจา่ ยเงินใหแ้ ก่เจ้าหนีห้ รอื ผู้รบั เงนิ เพ่อื เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ และกรณี
ท่ีเป็นใบสาํ คัญคู่จสา่ าํ ยนใกั หง้หานัวคหณนะ้ากหรนรว่มยกงาารนกฤคษลฎงั ลกี างลายมือชื่อรบั สรําอนงักคงาวนาคมณถูกะกตรอ้ รงมกกําากรบักฤไวษด้ ฎ้วกี ยา
ในกรณีที่ใบสําคัญคู่จ่ายเป็นภาษาต่างประเทศ ให้มีคําแปลเป็นภาษาไทยตาม
สํานักสงาารนะคสณําะคกัญรรใมนกขา้อรก๗ฤ๖ษฎไกีวาด้ ้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขําอ้นกั ๗ง๘านคกณาะรกจรา่ รยมเกงนิารกถฤ้าษผฎ้มู กีีสาทิ ธริ บั เงินไมส่ สาํามนากั รงถารนบั คเณงนิะกดร้วรยมตกนารเอกงฤไษดฎ้ จกี าะมอบฉันทะ
ให้ผ้อู ่นื เป็นผรู้ ับแทน เมือ่ ได้รบั อนุญาตจากหัวหนา้ หนว่ ยงานคลังแล้วก็ใหก้ ระทาํ ได้
สํานกั งานคณะกรรมการกแฤบษบฎใบีกามอบฉันทะรับสเงําินนกั ใงหา้เนปคน็ ณไปะกตรารมมแกบารบกทฤีก่ ษรฎมีกสา่งเสรมิ การปกคสาํรนอักงทงาอ้ นงคถณิ่นะกกาํ รหรนมดการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๗๙ การจ่ายเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในต่างประเทศ ซ่ึงกฎหมาย
สํานกั หงรานือคปณระะกเพรรณมีนกิยารมกขฤอษงฎปกี ราะเทศน้ัน ๆ ไสมํา่ตน้อกั งงอานอคกณใบะกเสรรรม็จกราับรเกงฤินษหฎรีกือาออกใบเสร็จรสับํานเงักินงาไนมค่เปณ็นะไกปรรตมากมารกฤษฎีกา
หลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ ๗๖ ให้ผู้จ่ายเงินทําใบรับรองการจ่ายเงินโดยระบุว่าเป็นการจ่ายเงินค่า
อะไร เมื่อวัน เดือสนํานปักีใงดานจคําณนะวกนรเรทม่ากใาดรกแฤลษะฎใกีหา้ลงลายมือช่ือสรับํานรกั องงากนาครณจะ่ากยรไรวม้เชก่นารเกดฤียษวฎกีกับาท่ีกําหนดใน
ข้อ ๗๗ ในกรณีท่ีมีหลักฐานการรับเงินเป็นอย่างอื่นก็ให้แนบหลักฐานน้ันไปพร้อมกับใบรับรองเพ่ือ
สาํ นกั ตงราวนจคสณอะบกรดร้วมยการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขาํ ้อนัก๘ง๐านคกณาะรกจร่ารยมเกงาินรรกาฤยษใฎดีกซาึ่งตามลักษณะสไํามน่อกั งาาจนเรคียณกะใกบรเรสมรก็จารรกับฤเงษินฎจีกาากผู้รับชําระ
เงินได้ ให้ผู้จ่ายเงินทําใบรับรองการจ่ายเงินได้ โดยให้บันทึกช้ีแจงเหตุผลท่ีไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงิน
สํานกั ไงดาเ้นพคื่อณปะรกะรกรอมบกากรากรฤพษจิ ฎากี ราณาด้วย สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๘๑ การจ่ายเงินต่อไปน้ีให้ผู้จ่ายเงินทําใบรับรองการจ่ายเงินโดยไม่ต้องทํา
สาํ นักบงันานทคึกณชะ้แี กจรงรเมหกตาุผรกลฤตษามฎกีขาอ้ ๘๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) การจ่ายเงินรายหนึ่ง ๆ เปน็ จํานวนไม่ถึงสบิ บาท
ส(๒ําน)ักกงาานรจคา่ณยะเกงรินรคมา่ กราถรกหฤรษือฎเกีรือา น่งั รบั จา้ ง สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓) การจ่ายเงนิ เป็นคา่ โดยสารรถไฟ รถยนตป์ ระจําทาง หรือเรอื ยนตป์ ระจาํ ทาง
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ขอ้ ๘๒ ในกรณีทใี่ บสาํ คญั คจู่ า่ ยสูญหาย ใหป้ ฏิบตั ิดงั นี้
ส(ํา๑น)ักถงา้านใคบณสะํากครัญรมคกู่จาร่ากยฤเษปฎ็นกี ใาบเสร็จรับเงินสสํานูญกั หงาานยคณใหะก้ใรชร้สมํากเานรากใฤบษเฎสีกรา็จรับเงินซึ่ง
สาํ นกั ผงู้รานับคเงณินะกรรับรรมอกงาแรทกฤนษกฎ็ไดีก้า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๑๘ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) ถ้าใบสําคัญคู่จ่ายท่ีเป็นใบเสร็จรับเงินสูญหาย หรือไม่อาจขอสําเนา
สํานกั ใงบาเนสครณ็จระกบั รเรงมินกตาารมกฤ(๑ษฎ) กีไดา้ ใหผ้ ้จู า่ ยเงนิ สทําํานใกั บงราับนครอณงะกการรรจมา่กยารเงกนิ ฤษโดฎยีกชา ้ีแจงเหตุผลพสฤาํ ตนิกักางรานณค์ทณ่ีใะบกสรํารคมัญการกฤษฎกี า
คู่จ่ายสูญหายและไม่อาจขอสาํ เนาใบเสร็จรับเงินนั้นได้ พร้อมทั้งคาํ รับรองว่ายังไม่เคยนําใบสําคัญ
คู่จ่ายมาเบิกจ่ายแสลํานะหักงลาักนฐคาณนะกการรรแมจก้งาครวกาฤมษใฎบีกสาําคัญคู่จ่ายหาสยําจนากั กงพานนคักณงะากนรเรจม้ากหานร้ากทฤ่ีผษู้มฎีอกี าํานาจรับแจ้ง
ถ้าหากค้นพบภายหลังก็จะไม่นํามาเบิกจ่ายอีก เสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับ เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว
สํานักกง็ใาหนใ้คชณใ้ บะกรรับรรมอกงานรกั้นฤเปษน็ฎีกใบาสาํ คัญคูจ่ ่ายไสดํา้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขาํ ้อนัก๘ง๓านคหณ้าะมกมรริใหมก้ผาู้มรีหกฤนษ้าฎทกีี่จา่ายเงินเรียกใบสสํานําคกั งัญานคคู่จณ่ายะหกรรรือมใกหา้ผรู้รกับฤษเงฎินีกลางลายมือชื่อ
สํานกั รงบั านเงคินณในะกหรลรกัมฐกาารนกกฤาษรฎจีก่ายา เงนิ โดยทย่ี ังสมําไินดกั ม้ งีกานาครจณา่ ะยกเรงรนิ มใกหา้แรกกฤ่เจษ้าฎหีกนาี้หรอื ผมู้ สี ทิ ธิรสับาํ เนงักนิ งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าสว่ นที่ ๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
การจ่ายเงินยมื
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขํา้อนัก๘ง๔านคกณาะรกจร่ารยมเกงาินรยกืมฤจษะฎจกี ่าายได้แต่เฉพาะสําทนี่ผกั ู้ยงืมานไดค้ทณําะสกัญรรญมกาากรากรฤยษืมฎเกีงินา ตามแบบท่ี
กรมสง่ เสริมการปกครองทอ้ งถน่ิ กําหนด และผู้บรหิ ารท้องถิ่นได้อนมุ ตั ใิ ห้จา่ ยเงินยมื ตามสัญญาการยืม
สาํ นกั แงลาน้วเคทณา่ ะนกน้ั รรโมดกยาจระกตฤษ้อฎงเีกปาน็ ไปตามเงือ่ นสไําขนักดงังาตน่อคไณปะนกี้ รรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ส(๑ําน)กั มงงีานบคปณระะกมรารณมเกพาอื่รกกฤาษรฎนีกัน้ าแล้ว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) ผู้ยืมได้ทําสัญญาการยืมเงินและรับรองว่าจะปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือ
สํานกั คงําานสค่ังทณ่ีไะดก้กรรํามหกนารดกไฤวษ้สฎํากีหารับเร่ืองน้ัน แสลํานะกัจงะานนํคาใณบะสกํารรคมัญกคารู่จก่าฤยษทฎ่ีถีกูกาต้องรวมทั้งเสงินาํ นเักหงลาือนจค่ณายะกสร่งรคมกืนารกฤษฎีกา
ตามท่ีกําหนดในข้อ ๘๖ ถ้าไม่ส่งตามกําหนดก็จะชดใช้เงินหรือยินยอมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
หักเงินเดือน ค่าจส่าํางนักบงําานเหคนณ็จะบกรํารนมากญารกหฤรษือฎเงีกินา อ่ืนใดอันจะสพําึงนไกัดง้ราับนจคาณกะอกรงรคม์กกราปรกกฤคษรฎอกีงาส่วนท้องถ่ิน
ชดใชเ้ งนิ ยมื นนั้
สาํ นักงานคณะกรรมการกกฤรษณฎที ีกี่ผา้ยู ืมไมม่ ีเงนิ ใดสําๆนกัองันาจนะคพณึงะไกดร้รรับมจกาารกกอฤงษคฎ์กีกราปกครองส่วนทสํา้อนงักถง่ินาทนคี่จณะหะกักรสร่งมใกชา้ รกฤษฎีกา
เงนิ ยืมได้ ใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ กําหนดใหผ้ ูย้ ืมหาหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน หรือหาบุคคล
ท่ีมหี ลกั ฐานมาทําสสําญันักญงาานคคาํ้ ณประกะรกรนั มไกวาต้ รอ่กอฤงษคฎ์กกี ราปกครองส่วนสทํา้อนงกั ถงาน่ิ นดค้วณยะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) ผู้ยืมแต่ละรายจะต้องไม่มีเงินยืมค้างชําระแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และ
สาํ นักใงหา้ยนืมคไณดะ้เกฉรพรามะกผาู้มรกหี ฤนษา้ ฎทีกี่ตา้องปฏบิ ัติงานสนํา้ันนักๆงาในหคอ้ ณงะคก์กรรรปมกกาครรกอฤงษสฎว่ กีนาทอ้ งถ่ิน และหสา้าํ มนักยงมื าแนทคนณกะันกรรมการกฤษฎกี า
ส(าํ๔น)ักกงารนณคีคณระบกกรรํามหกนาดรกกฤาษรสฎ่งกี ใาช้เงินยืมแล้วผสู้ยํานืมกั ยงังาไนมค่ชณดะใกชร้เรงมินกยาืมรกใฤหษ้ผฎู้บีกราิหารท้องถ่นิ
มีอํานาจส่ังการให้ผู้ค้างชําระเงินยืมส่งใช้เงินยืมภายในกําหนดเวลาตามท่ีเห็นสมควร อย่างช้าไม่เกิน
สํานักสงาามนสคณบิ วะันกรถรมา้ กผาู้ยรืมกขฤดัษขฎนืีกหา รือหลีกเลี่ยงสไํามนย่ กั องมานชคดณใชะ้เกงรินรยมืมกใาหรก้นฤําษคฎวกีาามใน (๒) มาใชส้บาํ นังคักงับานแคลณ้วระกายรรงมากนารกฤษฎกี า
ให้บริหารทอ้ งถิน่ ทราบ
ส(๕ําน)ัก๑๓งาในนคกณระณกีรทร่ีผมู้ยกืมารจกะฤตษ้อฎงกีพา้นจากตําแหนส่งําหนรักืองาพน้นคจณาะกกกรารมรปกาฏริบกัตฤษิงาฎนกี ใาห้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้หัวหน้าหน่วยงานคลังมีหน้าท่ีตรวจสอบทะเบียนเงินยืมของ
สํานกั บงุคานคคลณดะังกกรลร่ามวกหารากกฤปษรฎากีกาฏว่ายังค้างชําสรําะนเักงินงายนืมคอณยะู่ กใรหร้หมัวกหารนก้าฤหษนฎ่วกี ยางานคลังเร่งรสัดาํในหัก้เสงารน็จคสณิ้นะใกนรทรันมกทาี รกฤษฎกี า
ก่อนที่ผู้ยืมจะต้องพ้นจากตําแหน่งหน้าที่ไปหรือพ้นจากการปฏิบัติงานให้แก่องค์กรปกครองส่วน
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๑๓ ข้อ๘๔ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
สาํ นักกงาารนฝคาณกเะงกินรกรามรกเการบ็ กรฤกั ษษฎาเีกงานิ และการตรวจสเํางนินกัขงอางนอคงคณ์กะรกปรกรคมรกอางรสกว่ ฤนษทฎ้อกีงถาิน่ (ฉบับท่ี ๓) พส.ําศน. ัก๒ง๕า๕น๘คณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๑๙ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ท้องถิ่นไป ในกรณีที่ผู้ยืมถึงแก่กรรมหรือไม่ยินยอมชดใช้เงินยืมให้นําความใน (๒) มาใช้บังคับโดย
สํานกั องนานุโลคมณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๖) การสง่ เงนิ ใชย้ ืมใหห้ ัวหน้าหน่วยงานคลังปฏบิ ตั ิ ดังนี้
สาํ นัก(งกา)นหคณมาะยกรเหรมตกจุ าาํ รนกวฤนษเฎงกีินาและวัน เดอื นสําปนี ักทงสี่ าง่นใคชณ้ในะสกรัญรญมกาากรากรฤยษมื ฎเงีกนิา
(ข) ต้องเก็บรกั ษาสัญญาการยมื เงินนน้ั เป็นเอกสารสําคญั ในราชการ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎ(คกี )าถ้ารับคนื เปน็ สเํางนินักสงดานใคหณอ้ ะอกกรใรบมเกสารร็จกรฤับษเฎงนิกี าให้แกผ่ ูย้ มื ไวเ้ ปส็นาํ นหักลงักานฐาคนณะกรรมการกฤษฎีกา
ในทะเบียนเงินยมื สสํานาํ หัก(งรงาบั )นรใคาหณย้บะกกันารรทรทึกมี่สกร่งาาใรยชกก้นฤานั้ษรฎสีก่งาใช้เงินยืมในทสําะนเบกั งียานนคเงณินะยกืมรรไมว้ดกา้วรยกฤโษดฎยกีใหา ้ผู้ยืมลงชื่อ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๘๕ สัญญาการยืมเงิน สัญญาวางหลักทรัพย์ และสัญญาค้ําประกัน ให้ใช้ตาม
แบบและวิธีการทสี่กํารนมักสงง่านเสครณิมะกการรรปมกกคารรกอฤงษทฎอ้ กี งาถน่ิ กาํ หนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๘ฎกี๖า เงินท่ียืมไปสใําหน้ผกั งู้ยาืมนสค่งณใะบกสรํารคมัญกาแรลกฤะษเงฎินีกทาี่เหลือจ่าย (ถส้าํามนี)ักภงาานยคใณนะกกํารหรมนกดารกฤษฎกี า
ระยะเวลา ดงั นี้ ส(๑ําน)ักกงราณนคีเดณินะทกรารงมไปกปารรกะฤจษําฎตีก่าางสํานักงานหรสือํากนรกั ณงาีเนดคินณทะากงกรรลมับกภารูมกิลฤําษเนฎากี เาดิม ให้ส่งต่อ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่จ่ายเงินให้ยืม โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือธนาณัติ แล้วแต่กรณี
สาํ นักภงาานยคในณสะากมรสรมิบกวานั รนกฤับษจฎากกี าวนั ทไี่ ด้รบั เงนิ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส(ํา๒น)ักกงารนณคีเณดะินกทรารงมไกปารรกาชฤษกฎารีกอาื่น ให้ส่งต่ออสงําคน์กกั รงปานกคคณระอกงรสร่วมนกทาร้อกงฤถษ่ินฎผกี ู้ใาห้ยืมภายใน
สิบห้าวันนบั จากวันกลบั มาถึง
สํานักงานคณะกรรมการก(๓ฤษ) ฎกีกาารยืมเงินเพื่อสปําฏนิบักงัตาิรนาคชณกะการรรนมอกการจกาฤกษตฎากี มา (๑) หรือ (๒สํา)นใักหงา้สน่งคตณ่อะอกงรครม์กกรารกฤษฎีกา
ปกครองสว่ นท้องถน่ิ ผู้ใหย้ ืมภายในสามสิบวนั นบั จากวันท่ไี ด้รบั เงิน
สใาํนนกกั รงณานีทค่ีผณู้ยะกืมรไรดม้สก่งาใรบกสฤษําคฎักีญาคู่จ่ายหักล้างสเํางนินกั ยงืมานแคลณ้วะมกีเรหรตมุตกา้อรงกทฤักษทฎกี้วาง ให้องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นผู้ให้ยืมแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้ยืมทราบโดยด่วน แล้วให้ผู้ยืมปฏิบัติตามคําทักท้วง
สาํ นักภงาานยคในณสะกิบรหร้ามวกันารนกับฤจษาฎกีกวาันท่ีได้รับคําทสําักนทัก้วงางนหคาณกะผกู้รยรืมมมกิไาดรก้ดฤําษเนฎินีกาการตามคําทักสทําน้วักงงแาลนะคมณิไะดก้ชรร้ีแมจกงารกฤษฎกี า
เหตุผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้ให้ยืมทราบ ก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินดําเนินการตาม
เง่อื นไขในสญั ญากสําานรักยงืมาเนงคินณโะดกยรถรือมวกา่าผรกนู้ ฤัน้ ษยฎังีกมาิไดส้ ง่ ใชเ้ งินยืมสเําทน่ากั จงาาํ นนควณนะทกที่ รกัรมทก้วางรนกน้ั ฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานหคมณวะดกร๘รมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี เางนิ สะสม สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๘๗ ทุกวันสิ้นปีงบประมาณ เม่ือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ปิดบัญชีรายรับ
รายจ่ายแล้ว ให้กสัํานนยักองดานเงคินณสะะกรสรมมปกราระกจฤําษปฎีไกีวา้ร้อยละยี่สิบหส้าําขนอักงงาทนุกคปณี ะเกพรื่อรเมปก็นารทกุนฤสษําฎรีกอางเงินสะสม
โดยที่ทุนสาํ รองเงินสะสมนใ้ี หเ้ พม่ิ ขน้ึ รอ้ ยละยสี่ บิ ห้าของทกุ ปี
สํานักงานคณะกรรมการกกฤาษรจฎ่าีกยาเงินทุนสํารอสงําเงนินักสงาะนสคมณจะะกกรรระมทกําารไกดฤ้ตษ่อฎเมกี ่ือายอดเงินสะสสมําในนักสง่วานนคทณ่ีเหะลกือรรมมีไกมา่ รกฤษฎีกา
เพยี งพอตอ่ การบรหิ าร ให้ขอความเหน็ ชอบจากสภาท้องถิ่น และขออนุมตั ิผ้วู า่ ราชการจงั หวัด
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๒๐ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในกรณีที่ปีใด องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมียอดเงินทุนสํารองเงินสะสมเกินร้อยละ
สํานกั ยง่ีสานิบคหณ้าะขกอรงรงมบกปารรกะฤมษาฎณีกราายจ่ายประจสําําปนักีนงั้นานหคาณกะมกีครรวมากมาจรํากเฤปษ็นฎอกี งาค์กรปกครองสสํา่วนนักทงา้อนงคถณ่ินะอการจรมนกําารกฤษฎกี า
ยอดเงินส่วนทเ่ี กินไปใชจ้ า่ ยไดโ้ ดยไดร้ บั อนุมัติจากสภาท้องถ่ินภายใตเ้ งื่อนไขข้อ ๘๙ (๑)
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๘๘ กิจการใดที่มีงบประมาณรายจ่ายประจําปีอนุญาตให้จ่ายได้แล้ว แต่ระยะ
สํานักสงาานมคเดณือะนกรแรรมกกขาอรกงฤปษีงฎบีกปาระมาณ องคส์กํารนปกั กงาคนรคอณงะสก่วรนรทมก้อางรถกิ่นฤไษมฎ่สีกาามารถจัดเก็บสรําานยักไดงา้เนพคียณงะพกอรทรมี่จกะารกฤษฎีกา
ดาํ เนินการตามงบสกปาํ รนรณักะงมีทาาน่ีอณคงณคอ์กะงกรครป์กรกรมปคกการรคอกรงฤอสษง่วฎสนีก่วทาน้อทงอ้ ถงิ่นถไิ่นดอ้ราับจแสนจําาํ น้งเงกักนิ งาาสรนะจคสัดณมสะทรกดรรรเรงอมินงกจอาร่าุดกยหฤไนปษุนฎพกีทลาาี่รงัฐกบอ่ านลไรดะ้ บุ
สาํ นกั วงัตานถคุปณระะกสรงรมคก์ใหาร้ไกปฤดษําฎเกี นาินการตามอสําํานนากั จงาหนนค้าณทะ่ีกยรกรเมวก้นารงกบฤลษงฎทกี ุนา แต่ยังมิได้รสับํานเงักินงานหคาณกะมกีครรวมากมารกฤษฎีกา
จาํ เปน็ ตอ้ งใชจ้ ่ายเงนิ ก่อน องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ อาจยมื เงินสะสมทดรองจา่ ยไปพลางก่อนได้เมื่อ
ได้รับเงินงบประสมาํ านณกั งดาังนกคลณ่าะวกแรลรม้วกใหาร้บกันฤทษฎึกีกบาัญชีส่งใช้เงินสสําะนสักมงาทนี่ยคืมณตะากมรรวมิธกีกาารรกทฤ่ีกษฎรมีกาส่งเสริมการ
ปกครองท้องถ่นิ กาํ หนด
สาํ นกั งานคณะกรรมการกกฤรษณฎีอกี งาค์กรปกครอสงําสน่วักนงาทน้อคงณถะิ่นกใรดรมมกีกาิจรกกฤาษรฎพกีาาณิชย์ หากมีคสวาํ นามักงจาํานเคปณ็นะกกิจรรกมากรารกฤษฎกี า
พาณิชย์อาจขอยืมเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปทดรองจ่ายเพื่อบริหารกิจการก่อนได้
โดยขอความเห็นชสอํานบักจงาากนสคภณาะทก้อรรงมถกิ่นาแรลกะฤใษหฎ้สีก่งาชดใช้เงินยืมเสงินํานสักะงสามนเคมณอ่ื ะสกน้ิ รรปมีงกบาปรรกะฤมษาฎณีกา
กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด มีผู้รับบํานาญที่ย้ายภูมิลําเนาและประสงค์จะ
สาํ นักโงอานนกคาณระรกับรรเงมินกบารํากนฤาษญฎไีกปารับในองค์กรสปํากนคกั รงาอนงคสณ่วนะกทร้อรมงถกิ่นารปกรฤะษเฎภีกทาเดียวกันในท้อสงาํ นทัก่ีทง่ียาน้ายคไณปะอกยรรู่ใหมกมา่ รกฤษฎีกา
องค์กรปกครองสส่วาํ นนกัทง้อางนถค่ินณอะากจรรยมืมกเางรินกสฤะษสฎมกี ขา ององค์กรปกสําคนรกั องงาสน่วคนณทะก้อรงรถมิ่นกใาหรกมฤ่ทษดฎรีกอางจ่ายให้กับ
ผู้รับบํานาญนั้นได้ โดยอํานาจของผู้บริหารท้องถ่ิน และเมื่อได้รับเงินคืนให้บันทึกบัญชีส่งใช้เงินสะสม
สาํ นักทงยี่านมื คตณามะกวริธรกี มากราทรกี่กรฤมษสฎง่กี เาสริมการปกคสรอํานงกัทง้อางนถค่นิ ณกะํากหรนรมดการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขํา้อนัก๘ง๙าน๑ค๔ณอะกงรคร์กมรกปารกกคฤรษอฎงีกสา่วนท้องถิ่นอาสจําในชัก้จง่าายนเคงณินสะกะรสรมมไกดา้ รโกดฤยษไฎดกี ้ราับอนุมัติจาก
สภาทอ้ งถนิ่ ภายใต้เงอ่ื นไข ดังตอ่ ไปนี้
สํานักงานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษใฎหกี ้การะทําได้เฉพาสะํานกกัิจงกาานรคซณ่ึงะอกยรู่ใรนมอกําานรกาฤจษหฎนีก้าาท่ีขององค์กรปสกาํ นคักรงอางนสค่วณนะทก้อรรงมถก่ินารกฤษฎีกา
ซึ่งเกี่ยวกับด้านการบริการชุมชนและสังคม หรือกิจการท่ีเป็นการเพ่ิมพูนรายได้ขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น หรือสาํกนิจักกงาานรคทณี่จะัดกทรํรามเพกา่ือรบกํฤาบษฎัดกีคาวามเดือดร้อสนําขนอักงงาปนรคะณชะากชรรนมกทาร้ังกนฤ้ี ษตฎ้อกี งาเป็นไปตาม
แผนพัฒนาขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ หรือตามทีก่ ฎหมายกําหนด
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษฎไดกี ้สา่งเงินสมทบกสําอนงักทงุนานสค่งณเสะรกิมรรกมิจกกาารกรฤขษอฎงกีอางค์กรปกครอสงาํสน่วักนงทาน้อคงณถะิ่นกแรตรม่ลกะารกฤษฎกี า
ประเภทตามระเบสียํานบกัแงลาว้นคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๓) เมื่อได้รับอนุมัติให้ใช้จ่ายเงินสะสมแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินต้อง
สาํ นักดงําานเนคินณกะการรรกม่อกหารนกี้ผฤูกษพฎันีกาให้เสร็จสิ้นภสาํายนใักนงราะนยคะณเะวกลรารไมมก่เากรินกฤหษนฎ่ึงีกปาีถัดไป หากไมส่าํดนําักเนงาินนกคาณระภการรยมใกนารกฤษฎีกา
ระยะเวลาทกี่ าํ หนดใหก้ ารใชจ้ ่ายเงนิ สะสมนนั้ เป็นอนั พับไป
สทาํ ั้นงนกั ง้ี าในหค้อณงะคก์กรรรมปกกาครกรฤอษงฎสีก่วานท้องถ่ินมียสอําดนเกั งงินานสคะณสะมกครงรมเหกลารือกเฤพษียฎงีกพา อที่จะจ่าย
คา่ ใช้จ่ายประจําและกรณฉี กุ เฉินท่ีมสี าธารณภัยเกดิ ขึ้น โดยการใช้จา่ ยเงนิ สะสมใหค้ ํานึงถงึ ฐานะการคลงั
สํานักแงลานะคเสณถะยี กรรภรมาพกาใรนกรฤะษยฎะกียาาว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๑๔ ข้อ ๘๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
สํานักกงาารนฝคาณกเะงกนิ รกรมารกเากรบ็ กรฤกั ษษฎาเกี งาิน และการตรวจสเํางนินกัขงอางนอคงคณก์ ะรกปรกรคมรกอางรสก่วฤนษทฎ้อกีงถาิ่น (ฉบบั ท่ี ๒) พส.าํศน. ัก๒ง๕า๔นค๘ณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๒๑ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๙๐๑๕ กรณีที่งบประมาณรายจ่ายประกาศใช้บังคับแล้ว มีงบประมาณไม่เพียง
สาํ นกั พงอานทคี่จณะจะก่ารยรหมรกือาไรมก่ไฤดษ้ตฎั้งีกงาบประมาณเพส่ือํากนาักรงนาน้ันคไณว้ ะใกหร้อรงมคก์การรกปฤกษคฎรกีอางส่วนท้องถ่ินจส่าาํ นยักขงาาดนเคงินณสะะกรสรมมไกดา้ รกฤษฎกี า
โดยไดร้ บั อนุมตั จิ ากผบู้ รหิ ารทอ้ งถ่ินในกรณีดงั ตอ่ ไปนี้
ส(๑าํ น)ักรงบั านโอคนณะเกลรือ่ รนมรกะาดรกับฤเษลฎื่อกี นาขนั้ เงินเดือนพสนํานักักงงาานนสค่วณนะทก้อรรงมถกน่ิ ารกฤษฎกี า
(๒) เบิกเงินให้ ผู้บริหารท้องถ่ิน ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถ่ิน
สาํ นกั เงลาขนาคนณุกะากรรผรมู้บกราิหรากรฤทษ้อฎงีกถาิ่น เลขานุกาสรําสนภกั างทาน้อคงณถิ่นะกทรรี่ปมรกึการษกาฤผษู้บฎรกี ิหาารท้องถิ่น พสนําักนงักางนานสค่วณนะทก้อรงรมถกิ่นารกฤษฎกี า
สซิึ่ทงมธีสิไดิท้รธับิไดเง้รินับอเงื่นินสตตาํ านามักมกงกาฎฎนหหคมณมาาะยกยรวรร่ามะดเก้วบายรียกกบาฤรษคจฎําัดกีสตา่ังั้งอหงรคือ์กหรนปังกสคสือรําสอนั่งงักกสงาา่วนรนคกทณร้อะะงทกถรร่ินรวมนงกั้นมาหรตกาลฤดอษไดทฎจีกยนาลในูกรจะ้าหงซวึ่ง่ามงี
สํานักปงีงานบคปณระะกมรารณมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) ค่าใช้จา่ ยตาม (๑) และหรอื (๒) ใหถ้ ือเป็นรายจ่ายในปีงบประมาณนนั้
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๙๑ ภายใต้บังคับข้อ ๘๙ ในกรณีฉุกเฉินที่มีสาธารณภัยเกิดขึ้น ให้ผู้บริหาร
สาํ นกั ทง้อานงคถณ่ินอะกนรุมรัตมิใกหาร้จก่าฤยษขฎาดกี เางินสะสมได้ตาสมํานคกัวงาามนจคําณเปะก็นรใรนมขกณาระกนฤั้นษฎโดีกยาให้คํานึงถึงฐาสนํานะกักงาารนเงคินณกะการรรคมลกังารกฤษฎกี า
ขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ นัน้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๙๒ การวางฎีกาเบิกเงินสะสม ตามข้อ ๘๙ และข้อ ๙๐ ให้ดําเนินการวางฎีกา
สาํ นักเงบาิกนเคงณินะสกะรสรมมไกดา้รเฉกพฤษาะฎตีกาามจํานวนที่จสะําตน้อกั งงจา่านยคจณระิงกแรลระมจกะารถกึงฤกษําฎหีกนาดเวลาที่ต้องจส่าาํ ยนเักงงินานหครณือวะกางรฎรมีกกาารกฤษฎกี า
เบกิ เงนิ สะสมเปน็ สงําวนดกั งๆานตคาณมคะกวรารมมจกําาเรปก็นฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๙ฎกี๓า๑๖ ให้หน่วยสงําานนักคงาลนังคจณัดะทกํารรรามยกงารากนฤเษงินฎีกสาะสมและเงินทสุาํนนสักํางราอนคงเณงะินกสระรมสกมารกฤษฎีกา
ณ วันสิ้นเดือนมีนาคมและกันยายนตามแบบรายงานท่ีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกําหนดส่งให้
สํานักงานส่งเสรสิมํากนาักรงปานกคคณระอกงรทรม้อกงาถร่ินกฤจษังหฎีกวัาดตรวจสอบแสลํา้วนรกั างายนงคาณนะใกหร้ผรู้วม่ากราารกชฤกษาฎรกีจาังหวัดทราบ
ภายในเดือนเมษายนและตลุ าคมของทกุ ปี
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
หมวด ๙
สํานกั งานคณกาะกรถรรอมนกคานืรกเงฤินษรฎากี ยารบั และการจสาํ หํานนกั า่ งยาหนคนณี้สูญะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขํา้อนัก๙งา๔น๑ค๗ณะกกรรณรมีอกงาคร์กกรฤปษกฎคกี ราองส่วนท้องถสิ่นํานไดกั ง้ราับนเคงณินระการยรรมับกแาลรกะฤตษ่อฎมกี าามีการขอคืน
ในลักษณะของลาภมิควรไดภ้ ายในกําหนดอายคุ วาม ใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินถอนคืนเงินรายรับ
สํานกั โงดายนถคอื ณปะฏกรบิ รัตมติ กาามรกขฤอ้ ษ๙ฎีก๕าและขอ้ ๙๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๑๕ ข้อ ๙๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
สํานกั กงาารนฝคาณกเะงกินรกรมารกเากรบ็ กรฤักษษฎาเีกงานิ และการตรวจสเํางนนิ กัขงอางนอคงคณก์ ะรกปรกรคมรกอางรสก่วฤนษทฎ้อีกงถา่ิน (ฉบับท่ี ๒) พส.าํศน. ัก๒ง๕า๔นค๘ณะกรรมการกฤษฎกี า
๑๖ ข้อ ๙๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงิน การเก็บสรําักนษกั างเางนนิ คแณละะกกรารรมตกรวารจกเงฤนิ ษขฎอกีงอางคก์ รปกครองสส่วํานนทกั ง้อางนถคน่ิ ณ(ฉะบกับรรทมี่ ๓ก)ารพก.ศฤ.ษ๒ฎ๕กี ๕า๘
๑๗ ข้อ ๙๔ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
สํานกั กงาารนฝคาณกเะงกินรกรมารกเากรบ็ กรฤกั ษษฎาเกี งาิน และการตรวจสเํางนนิ ักขงอางนอคงคณก์ ะรกปรกรคมรกอางรสก่วฤนษทฎอ้ กีงถา่นิ (ฉบบั ท่ี ๓) พส.ําศน. ัก๒ง๕า๕นค๘ณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๒๒ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๙๕ การถอนคนื เงนิ รายรบั ตามข้อ ๙๔ ให้ตรวจสอบและมสี าระสาํ คัญ ดังน้ี
สํานักงานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษเฎหกี ตาุผลความจาํ เปส็นํานใกันงกาานรคถณอะนกครืนรมเงกินารรกาฤยษรบัฎทกี า่นี ําส่งเปน็ เงนิ รสาาํ ยนรักบั งาทนน่ี คาํ ณสะง่ กแรลร้วมการกฤษฎกี า
(๒) หลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น หลักฐานแสดงการยกเลิกการจัดซื้อ
จัดจา้ ง คําขอคนื เสงาํินนคกั า่ งซาน้อื คเอณกะสการรรมหกนารงั กสฤือษแฎจกีง้ ใาหร้ ับผดิ ชดใชส้จําานกกั กงาารนลคะณเะมกิดรรเมปก็นาตรน้กฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกขฤอ้ ษ๙ฎ๖ีกา วิธปี ฏิบตั ิในสกําานรกัถงอานนคคณนื เะงกินรรรามยกราับรกใฤหษป้ฎฏีกาิบตั ดิ งั น้ี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คืนเงินรายรับดังกส(ลํา๑า่น)วกั ขงโอาดนเยงคตินณอ้คะงืนกไภรดรร้ามับยกใอานนรปกมุ ฤีงตั บษิจปฎากีรกาะผมูบ้ ารณหิ ทารี่รทับอ้ เงงินถส่นิําเนมักื่องตานรควณจสะอกรบรแมลก้วารเหก็นฤษวฎ่าถกี ูกาต้องให้จ่าย
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษฎขกีอาเงินคืนภายหสลําังนจกั างกาปนคีงบณปะกรระรมมากณารทกี่รฤับษฎเงีกินารายรับเมื่อตรสวาํ นจักสงอาบนคแณล้วะกเหรร็นมวก่าารกฤษฎีกา
ถูกต้อง ใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ จา่ ยขาดเงินสะสมได้โดยตอ้ งไดร้ บั อนุมตั จิ ากสภาทอ้ งถิ่น
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ขอ้ ๙๗ หากองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน มิอาจจัดเก็บหน้ีจากลูกหนี้ที่ค้างชําระเกิน
สํานกั กงวาน่าสคบิณปะกีขรนึ้ รไมปกาดร้วกยฤเษหฎตกี หุ านงึ่ เหตุใด แลสะําไนดักด้ งาํ าเนนคนิ ณกะากรรแรลม้วกาดรังกนฤ้ีษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑) เร่งรัดติดตามให้มีการชําระหน้ีแล้ว แต่ไม่สามารถจัดเก็บได้ เน่ืองจากลูกหนี้
กลายเป็นบุคคลลส้ํามนลกั ะงลานาคยณยะากกรจรมนกาไรมก่มฤีทษรฎัพีกยา์สินจะเรียกชสําํารนะกั หงานน้ีไคดณ้ หะกรรือรกมฎกาหรมกฤายษมฎิกีไดา้เปิดช่องให้
กระทาํ ได้
สํานกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษฎกกีราณีท่ีลูกหน้ีตาสยําหนรกั ืองสานาคบณสะูญกรผรู้รมับกาพรินกฤัยษกฎรีกรมา หรือทายาทสผาํ นู้รับักงมารนดคกณตะ้อกรงรเปมก็นารกฤษฎกี า
บคุ คลทมี่ ลี ักษณะสเําชนน่ ักเงดาียนวคกณบั ะทก่ีไรดรม้ระกบารุไกวฤใ้ นษฎ(๑กี า) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจําหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหน้ีโดยได้รับความ
สาํ นักเงหาน็นชคอณบะจกรารกมผกู้บารรหิกฤาษรทฎอ้ีกงาถน่ิ และได้รับสําอนนกั มุ งตัานิจคาณกสะกภรารทมอ้ กงาถรกิ่นฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
หลักเกณฑก์ ารจําหนา่ ยหนสี้ ญู และวธิ ีการบนั ทกึ บญั ชใี ห้เป็นไปตามท่ีปลัดกระทรวง
มหาดไทยกําหนดสํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานหคมณวดะก๑รร๐มการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
การตรวจเงนิ
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๙ฎีก๘า ให้องค์กรปสกํานคกั รงอานงสค่ณวนะกทร้อรงมถกิ่นารจกัดฤทษฎําบีกาัญชีและทะเบสียํานนักรงาายนรคับณระากยรรจม่ากยารกฤษฎีกา
รวมทัง้ สรรพบัญชสีหาํ นรือักงทาะนเคบณียะนกอร่ืนรมใดกตารากมฤทษกี่ ฎรีกมาสง่ เสรมิ การปสกําคนรกั องางนสค่วณนทะกอ้ รงรถมน่ิ กการํากหฤนษดฎกี า
การจัดทําบัญชีโดยระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้
สํานักเงปา็นนไคปณตะากมรหรมมกวาดรก๑ฤ๑ษ๑ฎ๘กี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขาํ ้อนกั ๙ง๙านคใณหะห้ กัวรหรนมกา้ หารนกว่ฤยษงฎาีกนาคลังทาํ รายงาสนําแนสกั ดงางนรคาณยระบักรรรามยกจา่ารยกแฤลษะฎงกี บาทดลองเป็น
รายเดือน เสนอปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนําเสนอผู้บริหารท้องถ่ินเพื่อทราบในฐานะ
สํานกั หงัวานหคนณ้าะผกู้บรังรคมกับาบรักญฤชษาฎกีแาละส่งสําเนาใสหํา้ผนู้วัก่างารนาคชณกาะกรรจรังมหกวาัดรกสฤําษหฎรีกับา องค์การบริหสาาํ นรัสกง่วานนตคําณบะลกรใหรม้สก่งารกฤษฎกี า
นายอาํ เภอ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๑๘ ข้อ ๙๘ วรรคสอง เพิ่มโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
สาํ นกั กงาารนฝคาณกเะงกนิ รกรมารกเากร็บกรฤกั ษษฎาเีกงานิ และการตรวจสเํางนินักขงอางนอคงคณก์ ะรกปรกรคมรกอางรสก่วฤนษทฎอ้ กีงถา่ิน (ฉบับท่ี ๓) พส.าํศน. ัก๒ง๕า๕นค๘ณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๒๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๑ฎ๐ีกา๐ ให้หวั หนา้ หสํานน่วกั ยงงาานนคคณละังกจรดั รทมาํกงาบรกแฤสษดฎงฐกี าานะการเงิน แลสะํานงบักงอานื่ นคๆณตะากมรแรมบกบารกฤษฎกี า
ท่ีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกําหนด เพื่อส่งให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคตรวจสอบ
ภายในเก้าสิบวันนสําับนแกั ตง่วานันคสณ้ินะปกี รแรลมะกสา่งรสกําฤเษนฎากี ใาห้ผู้ว่าราชการสจําังนหักวงัดานสคําณหะรกับรรอมงกคา์กรากรฤบษรฎิหกี าารส่วนตําบล
ใหส้ ่งนายอําเภอ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
งบอื่น ๆ ตามข้อสข๑ํา้อน๐กั ๐๑ง๐าโนด๑คยณเใปะหกิด้อรเรงผมคยก์กเาพรรปื่อกกใฤหคษ้ปรฎอรีกะงาสช่าวชนนทท้อรงถาบิ่นปสณํารนะสกักํางานาศนักสคงําณาเนะนกอารงงรบคม์กแกรสาปรดกกงฤฐคษารฎนอกีะงากสา่วรนเทงิน้อแงถล่ินะ
สาํ นกั ใงนาเนวคลณาอะกนั รสรมมคกวารรกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขาํ ้อนัก๑งา๐น๑ค/ณ๑ะ๑ก๙รรใมหก้หารัวกหฤนษ้าฎหีกนา ่วยงานคลังจสัดํานทกัํางราานยคงณานะกแรสรดมงกผารลกกฤาษรฎดีกําาเนินงานราย
ไตรมาสตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ินกําหนดเพ่ือนําเสนอผู้บริหารท้องถ่ินภายในสามสิบวัน
สํานักนงัาบนจคาณกะวกันรรสมิ้นกไาตรกรฤมษาฎสกี าและประกาศสสํานํากัเนงาานรคาณยะงการนรมดกังากรลกฤ่าษวฎโดีกยา เปิดเผยให้ปสรํานะักชงาาชนนคณทะรการบรมณการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ภายในสิบห้าวันนบั แตผ่ ู้บริหารท้องถิ่นรับทราบรายงานดังกลา่ ว
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๑๐๒ ในการตรวจสอบบัญชีและหลักฐานการรับจ่ายเงิน ให้หัวหน้าหน่วยงาน
สาํ นกั ผงู้เาบนิกคณหะรกือรรรับมเกงาินรกแฤลษะฎหกี ารือหัวหน้าหนส่ําวนยักงงาานนคคณลังะกมรีหรมนก้าาทรกี่ใฤหษ้คฎําีกชา้ีแจงและอํานสวาํ ยนคักวงาานมคสณะะดกวรกรมแกกา่ รกฤษฎกี า
เจ้าหน้าที่ของสําสนาํ ักนงกั างนานกคาณรตะกรรวรจมเกงินารแกผฤ่นษดฎิกีนาและหากได้รสับํานขัก้องทานักคทณ้วะงกจรารกมสกําานรกักฤงษาฎนกีกาารตรวจเงิน
แผ่นดิน ให้หัวหน้าหน่วยงานผู้เบิกและหรือหัวหน้าหน่วยงานคลังปฏิบัติตามคําทักท้วงโดยเร็ว อย่างช้า
สาํ นักไงมาเ่นกคนิ ณสะีส่ กิบรหรม้ากวาันรนกับฤษจาฎกีกวาันท่ีองค์กรปกสคํานรกัองงาสน่วคนณทะ้อกงรถริน่มไกดาร้รกับฤแษจฎ้งีกขาอ้ ทกั ท้วงนนั้ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขาํ ้อนัก๑ง๐าน๓คณใะนกกรรรมณกีทาร่ีอกงฤคษ์กฎรีกปากครองส่วนทส้อํางนถกั ่ินงชาน้ีแคจณงขะก้อรทรักมทก้วารงกไปฤษยฎังสีกําานักงานการ
ตรวจเงินแผ่นดิน แต่สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินยืนยันว่ายังไม่มีเหตุผลที่จะล้างข้อทักท้วง
สาํ นกั ใงหา้นอคงคณ์กะรกปรรกมคกราอรกงสฤ่วษนฎทีกา้องถ่ินชี้แจงเหสตําุผนลักแงาลนะครณาะยกงรารนมใกหา้ผรู้วก่าฤรษาฎชกี กาารจังหวัดวินิจสฉาํ นัยักภงาายนใคนณสะิบกหรร้ามวกันารกฤษฎีกา
นับจากวันท่ีได้รับคํายืนยันจากสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งผลการ
วนิ จิ ฉัยภายในสาสมําสนบิ ักวงันานนคับณจะากกรวรนั มทกไ่ีาดรก้รฤบั ษรฎายีกงาานจากองค์กสรําปนกักคงารนอคงสณว่ ะนกรทร้อมงกถาิน่รกฤษฎีกา
ในกรณีท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของผู้ว่าราชการ
สาํ นกั จงังาหนวคัดณใะหก้ปรรฏมิบกัตาิใรหกเ้ฤสษรฎ็จกี สา้ินภายในสส่ี บิ สหําา้นวกั นั งนานบั คจณาะกกวรันรทมไ่ีกดาร้รกบั ฤทษรฎากีบาผลการวินิจฉยั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขาํ ้อนกั ๑ง๐าน๔ค๒ณ๐ะกใรหร้สมํากนารักกงฤาษนฎสีก่งาเสริมการปกคสรํานอกังทงา้อนงคถณิ่นะจกังรหรมวกัดารตกรฤวษจฎสกี อาบการจัดทํา
สาํ นกั บงัญานชคีแณละะกรรารมยกงาารนกกฤาษรฎเงีกินา ขององค์กรปสกํานคักรงอานงสค่วณนะทกร้อรงมถกิ่นารอกยฤ่าษงฎนกี้อายปีละหนึ่งครสั้งํานพักรง้อามนคทณั้งระากยรรงมากนารกฤษฎีกา
ให้ผวู้ า่ ราชการจงั หวัดทราบภายในสบิ ห้าวนั นับแต่วันท่ไี ดท้ ําการตรวจสอบแล้วเสรจ็
สผาํ ู้บนรักิหงาานรคทณ้อะงกถร่ินรมผกู้วาร่ากรฤาษชฎกีกาารจังหวัด อธิบสดํานีกกัรงมาสน่งคเณสะรกิมรกรามรกปารกกคฤรษอฎงีกทา้องถ่ิน หรือ
ปลัดกระทรวงมหาดไทย อาจให้ผู้เช่ียวชาญบัญชีทําการตรวจสอบบัญชีการเงินขององค์กรปกครอง
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๑๙ ข้อ ๑๐๑/๑ เพิ่มโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงนิ การเก็บสราํ นกั ษักางเางนนิ คแณละะกกรารรมตกราวรจกเงฤนิ ษขฎอีกงอางค์กรปกครองสส่วํานนักทงอ้ างนถคิน่ ณ(ฉะบกบัรรทมี่ ๓ก)ารพก.ศฤ.ษ๒ฎ๕กี ๕า๘
๒๐ ข้อ ๑๐๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิก
สํานักจง่าายนเคงินณะกการรรฝมากกาเงรินกฤกษารฎเกีกาบ็ รักษาเงิน และสกําานรกั ตงราวนจคเงณินะขกอรงรอมงคก์การรปกฤกษครฎอีกงาสว่ นทอ้ งถน่ิ (ฉบสบัาํ นทัก่ี ๓ง)านพค.ศณ. ะ๒ก๕ร๕ร๘มการกฤษฎีกา
- ๒๔ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส่วนท้องถ่ินเป็นการภายในได้ สําหรับองค์การบริหารส่วนตําบล ให้นายอําเภอดําเนินการดังกล่าวได้
สํานักเงชาน่ นกคันณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกหามวด ๑๑ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ระบบบัญชีคอมพิวเตอรข์ ององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
สาํ นกั งานคณะกรรม(กEาlรeกcฤtษroฎnีกiาc Local AdmสําinนiกัsงtrาaนtคivณeะกAรcรcมoกuาnรกtiฤnษgฎSกี yาstem : e-LAสAําSน)ัก๒๑งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกขฤ้อษ๑ฎ๐ีกา๕๒๒ ให้องค์กสรํานปกั กงคานรอคงณสะ่วกนรรทม้อกงาถริ่นกฤจษัดฎทีกําาบัญชีโดยระบสบาํ บนัญักงชาีคนอคณมพะกิวรเรตมอกรา์ รกฤษฎกี า
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (Electronic Local Administrative Accounting System : e-
LAAS) ซงึ่ อย่างนส้อํายนปกั รงะานกคอณบดะกว้ รยรรมะกบาบรกกฤาษรฎทีกําางาน ๔ ระบบสดํานังนกั งี้ านคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) ระบบงบประมาณ ประกอบด้วยการจัดทําข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
สาํ นกั ปงรานะคจณําปะกี ขรร้อมบกัญารญกัตฤษิงบฎปีการะมาณรายจส่าํายนเกัพง่ิมานเตคิมณะเทกรศรบมัญกาญรกัตฤิงษบฎปกี ราะมาณรายจ่าสยาํปนรักะงจานําคปณี หะรกือรรเทมกศารกฤษฎกี า
บัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม การโอน และการแก้ไข เปล่ียนแปลงคําช้ีแจงงบประมาณ
รวมท้งั การควบคสมุ าํงนบักปงราะนมคาณณะกแรลระมรกาายรงกาฤนษยฎอีกดางบประมาณคสํงานเหกั ลงาอื นคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) ระบบรายรบั ประกอบด้วยการรบั เงนิ ทกุ ประเภท รวมทง้ั การออกใบเสร็จรับเงิน
สาํ นักแงลานะคหณลักะกฐรารนมกกาารรรกบัฤเษงฎนิ ีกราายงานและทสะําเนบักียงนานตค่างณะๆกทรรี่เมกกี่ยาวรขก้อฤงษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ส(ํา๓น)กั รงะานบคบณระากยรจร่ามยกาปรกระฤษกฎอีกบาด้วยการก่อหสนํา้ีผนูกกั พงาันนแคลณะะกกรารรมเบกาิกรจก่าฤยษเฎงินีการวมทั้งการ
จดั ทําฎีการายงานและทะเบียนตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษฎระีกบา บบัญชี ประสกําอนบักงดา้วนยคกณาะรกจรัดรทมกําาบรัญกฤชษีแฎลกี ะาทะเบียนต่าง สๆาํ นรักวงมาทนคั้งกณาะรกจรัดรมทกําารกฤษฎีกา
รายงานการเงนิ ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๑๐๕/๑๒๓ ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ินวางระบบ กําหนดวิธีปฏิบัติงาน
สาํ นกั กงาารนบครณหิ ะากรรพรมัฒกนารากรฤะษบฎบีกกา ารสง่ เสริมแลสะํานกกัํางกาับนดคูแณละกกรารรมปกฏาิบรกัตฤิงษานฎีกระาบบบัญชีคอมสพาํ นิวักเตงอานรค์ขณองะอกรงรคม์กกรารกฤษฎีกา
ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๑๐๕/๒๒๔ ให้สํานักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด ส่งเสริมและ
สํานักสงนานับคสณนะุนกรรรวมมกทาร้ังกกฤําษกฎับีกดาูแลการปฏิบัตสิงําานนกั ใงนารนะคบณบะบกรัญรมชีกคาอรมกพฤษิวเฎตกี อาร์ขององค์กรปสกาํ นคักรงอางนสค่วณนะทก้อรรงมถกิ่นารกฤษฎีกา
ให้เปน็ ไปตามทก่ี รสมํานสกัง่ งเสานรคิมณกาะรกปรรกมคกราอรงกทฤอ้ษงฎถีกนิ่ ากําหนด สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการก๒๑ฤษชือ่ฎหีกมาวด ๑๑ เบ็ดเตสลํา็ดนแกั กงา้ไขนเคปณ็นะ“กรระรบมบกบารัญกชฤีคษอฎมกีพาิวเตอร์ขององค์กสรําปนกักคงรานองคสณ่วะนกทร้อรงมถกิ่นารกฤษฎกี า
(Electronic Local Administrative Accounting System : e-LAAS)” โดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วย
ก(ฉาบรบั รทับี่ เ๓ง)ินพก.ศา.ร๒เบ๕สิก๕าํ จ๘น่าักยงเางนินคณกาะรกฝรารกมเกงาินรกกฤาษรเฎกีก็บารักษาเงิน และสกําานรกั ตงราวนจคเงณินะขกอรงรอมงกคา์กรรกปฤกษคฎรีกอางส่วนท้องถ่ิน
๒๒ ข้อ ๑๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิก
สาํ นกั จง่าายนเคงินณะกการรรฝมากกาเงรนิกฤกษารฎเีกกา็บรกั ษาเงิน และสกําานรกั ตงราวนจคเงณินะขกอรงรอมงคกก์ารรปกฤกษครฎอกี งาสว่ นทอ้ งถิ่น (ฉบสับํานทักี่ ๓ง)านพค.ศณ. ะ๒ก๕ร๕ร๘มการกฤษฎีกา
๒๓ ข้อ ๑๐๕/๑ เพิ่มโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงนิ การเกบ็สรํานกั ษักางเางนินคแณละะกกรารรมตกราวรจกเงฤินษขฎอีกงอางคก์ รปกครองสส่วํานนักทง้อางนถค่นิ ณ(ฉะบกับรรทมี่ ๓ก)ารพก.ศฤ.ษ๒ฎ๕ีก๕า๘
๒๔ ข้อ ๑๐๕/๒ เพิ่มโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
สาํ นักกงาารนฝคาณกะเงกนิ รรกมารกเากรบ็ กรฤกั ษษฎาีกเงานิ และการตรวสจํเางนินกั ขงอางนอคงณคก์ ะรกปรกรมครกอางรสก่วฤนษทฎ้อกี งาถิ่น (ฉบับที่ ๓) พสาํ.ศน.ัก๒ง๕าน๕ค๘ณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๒๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงบาทนเคฉณพะากะรกรามลการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๑๐๖ การรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การถอนเงิน การเก็บรักษาเงิน
สํานกั แงลานะคกณาระตกรรวรมจเกงานิ รใกดฤษทฎอี่ กี ยาใู่ นระหว่างดําสเํานนินักกงาานรแคณละะยกรังรไมม่แกาลร้วกเฤสษรฎ็จใีกนาวันท่ีระเบียบสกํารนะักทงรานวคงมณหะากดรรไมทกยารกฤษฎีกา
ฉบบั นใ้ี ช้บงั คับ ใหสาํด้ นาํ กัเนงานิ นกคาณระตก่อรไรปมตกาามรกรฤะษเบฎียกี บาหรือหลักเกณสฑําน์ทัก่ใี งชา้บนคังคณบั ะอกรยรูเ่ มดกมิ ารจกนฤกษวฎ่าีกจาะแล้วเสรจ็
สํานักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๑ฎีก๐า๗ บรรดาแบสําบนพกั ิมงาพน์แคลณะะเกอรกรมสกาารรใกดฤษๆฎทีกี่าใช้ในการรับเงสินํานกักงาารนเบคณิกจะก่ารยรเมงกินารกฤษฎีกา
การฝากเงิน การถอนเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ตลอดจนแบบบัญสชํานีแักลงะาทนะคเณบะียกนรรตม่ากงารๆกใฤหษ้ใฎชกี ้แาบบเดิมไปพลสาํางนกกั ่องานนคจณนกะกวร่ารกมรกมาสรก่งฤเสษรฎิมกี กาารปกครอง
ท้องถิ่นจะได้กาํ หนดให้เปน็ ไปตามระเบียบน้ี
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๑๐๘ หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบัญชีลูกหนี้เงินยืมสะสมซึ่งต้องต้ัง
งบประมาณรายสจํา่านยักชงดานใคชณ้คงะกคร้ารงมตกาามรกบฤัญษชฎีกี ใาห้ปรับปรุงบัญสําชนีตกั งาามนแคบณบะกทรี่กรรมมกาสร่งกเฤสษรฎิมีกกาารปกครอง
ท้องถิ่นกําหนด และให้ตั้งเงินทุนสํารองเงินสะสมสําหรับปีแรกจากบัญชีเงินสะสมที่ได้ปรับปรุง
สํานกั ยงอานดคเงณนิ ะสกะรสรมมกเรายีรกบฤรษอ้ ฎยกีแาลว้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ข้อ ๑๐๙ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่ง หรือหนังสือส่ังการที่ออกตาม
สํานักคงวานามคใณนะรกะรเรบมียกบารกกรฤะษทฎรีกวางมหาดไทย ว่าสดําน้วักยงกาานรครณับะเงกินรรกมากราเรบกิกฤษจ่าฎยกี เางิน การฝากเงสินํานกักางราเนกค็บณระักกษรารเมงกินารกฤษฎีกา
และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. ๒๕๔๑ และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
การรับเงิน การเบสิกาํ นจกั่ายงาเนงินคณกะากรรฝรามกกเางรินกฤกษาฎรีกเกา็บรักษาเงิน แสลํานะกักงาารนตครณวะจกเงรินรมขกอางรอกงฤคษ์กฎรีกปากครองส่วน
ทอ้ งถิน่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้ใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่ง หรือ
สาํ นักหงนานังคสณือสะกั่งกรรามรกทาอ่ี รอกกฤษตฎามกี ราะเบียบนี้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
สํานักงานคณะกรรปมรกะารชกาฤษมฎาีกลาีนนท์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎรฐักี มานตรชี ว่ ยวา่ กสาํารนฯกั งปาฏนิบคณตั ิระากชรรกมากราแรทกนฤษฎีกา
รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทย
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๒๖ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน
สาํ นกั แงลานะคกณาระตกรรวรมจกเงาินรกขฤอษงอฎงกี คา์กรปกครองสส่วํานนทักง้อางนถค่นิ ณ(ะฉกบรรับมทก่ี า๒ร)กพฤษ.ศฎ.กี ๒า๕๔๘๒๕ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สขาํ อ้นัก๒งานระคเณบะยี กบรนรี้ใมหกใ้ าชร้บกังฤคษบั ฎตีก้งัาแต่วันถัดจากวสันํานปกัรงะากนาคศณในะรการชรกมิจกจารานกฤเุ บษกฎษกี าาเปน็ ต้นไป
สํานกั รงะานเบคียณบะกกรรระมทกรารวกงฤมษหฎาีกดาไทย ว่าด้วยสกําานรักรงับานเงคินณะกการรรมเบกิการจก่าฤยษเฎงกีินา การฝากเงินสํากนาักรงเากน็บครณักะษกรารเมงกินารกฤษฎกี า
และการตรวจเงินสขําอนงักองงานคคก์ ณรปะกกรครรมอกงาสรว่กนฤทษฎ้อีกงถา่ิน (ฉบบั ที่ ๓ส)ําพน.กัศง.า๒นค๕ณ๕ะ๘ก๒ร๖รมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกขฤ้อษ๒ฎกี ราะเบียบนี้ใหใ้ ชส้บํานังคักับงาตน้งั คแณตะ่วกันรถรดั มจกาากรวกันฤษปฎระีกกาาศในราชกจิ จสาาํนนุเักบงกาษนาคเณป็นะกตรน้ รไมปการกฤษฎกี า
สขาํ ้อนัก๑ง๗านคกณาะรกปรฏรมิบกัตาิงรากนฤใษนฎรกี ะาบบบัญชีคอมสพํานิวกัเตงอานรค์ขณอะงกอรงรคม์กกราปรกกฤคษรฎอีกงาส่วนท้องถิ่น
ท่ีได้ดําเนินการตามระเบยี บ ขอ้ บังคับ ประกาศ คาํ สง่ั หรอื หนงั สอื สั่งการไปก่อนวันทร่ี ะเบียบนี้มีผลใช้
สาํ นักบงังานคคับณใะหก้ถรรือมวก่าาเรปก็นฤษกฎารกี ปา ฏิบัติงานในสรําะนบักบงาบนัญคณชีคะกอรมรพมกิวาเรตกอฤรษ์ขฎอกี งาองค์กรปกครสอาํ งนสัก่วงนานทค้อณงะถกิ่นรตรมากมารกฤษฎกี า
ระเบยี บนี้ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อ ๑๘ ในวาระเร่ิมแรก หากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินใดยังไม่พร้อมจะปฏิบัติ
สํานักตงาานมคหณมะวกดรรม๑ก๑ารกรฤะษบฎบกี บา ัญชีคอมพิวสเําตนอกั รงา์ขนอคงณอะงกคร์รกมรกปารกกคฤรษอฎงกี สา่วนท้องถิ่น ส(Eาํ นleักcงtาrนoคnณicะกLรoรcมaกlารกฤษฎีกา
AdministrativeสAําcนcกั oงuานnคtiณnะgกSรรyมstกeาmรกฤ:ษeฎ-กี าLAAS) ตามรสะําเนบักียงบานนคี้ ใณหะ้อกงรรคม์กกราปรกกฤคษรฎอกีงาส่วนท้องถิ่น
น้ันปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่ง หรือหนังสือส่ังการเดิมต่อไปได้ แต่ท้ังนี้ต้องไม่เกิน
สํานักหงนาน่งึ คร้อณยะแกรปรดมสกบิ ารวกันฤนษับฎแีกตาร่ ะเบยี บนม้ี ีผสลําในชักบ้ งงัานคคับณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สขํา้อนัก๑ง๙านคบณระรกดรารมระกเาบรกียฤบษฎข้อีกาบังคับ ประกาสศํานคกั ํางสานั่งคหณระือกหรรนมังกสาือรกสฤ่ังกษาฎรกี าท่ีใช้อยู่ก่อน
วนั ทรี่ ะเบียบนม้ี ีผลใช้บังคับ ใหใ้ ชต้ ่อไปโดยอนโุ ลมเทา่ ทไ่ี มข่ ดั หรือแยง้ กับระเบยี บน้ี
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๒๕ ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ๑๒๓/ตอนพเิ ศษ ๑๒ ง/หนา้ ๑๒/๒๖ มกราคม ๒๕๔๙
สาํ นักงานคณะกรรมการก๒๖ฤษราฎชีกกาจิ จานเุ บกษา เลสม่ําน๑กั ๓ง๒าน/ตคอณนะพกิเรศรษมก๒า๓ร๐กฤงษ/หฎนกี ้าา๒/๒๕ กนั ยายสนาํ น๒ัก๕ง๕า๘นคณะกรรมการกฤษฎกี า
- ๒๗ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐติ ิพงษ์/ตรวจ
ส๒าํ น๙ักตงาลุ นาคคณมะ๒กร๕ร๕มก๐ารกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎนีกสุ ารา/ปรบั ปรงุ
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้า ๑ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา
ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย
วา่ ดว้ ยการรบั เงนิ การเบกิ จา่ ยเงิน การฝากเงนิ การเกบ็ รักษาเงนิ และการตรวจเงิน
ขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ (ฉบับที่ 4)
พ.ศ. 2561
โดยท่ีเป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547
เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน และสอดคล้องกับระเบียบการเบิกจ่ายเงินของคลัง
การเก็บรักษาเงนิ และการนาเงนิ ส่งคลงั พ.ศ. 2551
อาศัยอานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 76 แหง่ พระราชบญั ญัติองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
พ.ศ. 2540 มาตรา 69 และมาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 5
และมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติสภาตาบลและองคก์ ารบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537 รัฐมนตรีวา่ การ
กระทรวงมหาดไทย จึงออกระเบยี บไว้ ดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงนิ
การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงนิ ขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2561”
ขอ้ 2 ระเบียบน้ีให้ใชบ้ งั คบั ต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกความใน (16) (17) (19) (20) (21) และ (23) ของข้อ 5
ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน
และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความตอ่ ไปน้ีแทน
(16) “ใบสาคัญคู่จ่าย” หมายความว่า หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงิน หลักฐาน
ของธนาคารแสดงการจ่ายเงินแก่เจ้าหนี้ หลักฐานการนาเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้รับท่ีธนาคาร หรือ
หลักฐานอนื่ ใดท่ีแสดงการจ่ายเงนิ ให้แกผ่ ู้รับเงนิ หรือเจา้ หน้ี และให้รวมถงึ ใบนาส่งเงนิ ต่อหนว่ ยงานคลงั ด้วย
(17) “เงินรายรับ” หมายความวา่ เงินท้ังปวงทอ่ี งค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ จดั เก็บหรือได้รบั
ไว้เป็นกรรมสิทธ์ิตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือจากนิติกรรม และเงินอุดหนุนจากรัฐบาล
ท่ีนาฝากบัญชีเงินฝากกระทรวงการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ตลอดจนเงินอุดหนุน
ทก่ี ระทรวงการคลงั เป็นผูจ้ ่ายเงินแทนองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
(19) “รายงานสถานะการเงนิ ประจาวัน” หมายความรวมถงึ ยอดเงนิ รบั และจ่ายในแตล่ ะวนั
รวมถงึ ยอดเงนิ ทฝ่ี ากธนาคาร
(20) “เงินยืม” หมายความว่า เงินงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณ หรือเงินอุดหนุน
ท่ีรัฐบาลให้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน โดยท่ีมิต้องจัดทาข้อบญั ญัติหรือเทศบญั ญัติงบประมาณรายจา่ ย
ประจาปีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจ่ายให้แก่บุคคลใดยืมเพ่ือเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
หรอื ปฏบิ ตั ริ าชการอ่นื ใด
หน้า ๒ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๒๓ ง ราชกจิ จานุเบกษา
(21) “แผนพัฒนา” หมายความว่า แผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หรือตามท่กี ฎหมายกาหนด
(23) “ทุนสารองเงินสะสม” หมายความวา่ ยอดเงนิ สะสมจานวนร้อยละสบิ ห้าของยอดเงินสะสม
ประจาทกุ ส้นิ ปงี บประมาณ เพ่ือรักษาเสถียรภาพการเงินการคลังขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
ขอ้ 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (28) และ (29) ในข้อ 5 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถน่ิ พ.ศ. 2547
(28) “เวลาปิดบัญชี” หมายความว่า เวลาปิดบัญชีรับจ่ายเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ทง้ั นี้ ให้นาเวลาปิดบญั ชีรับจ่ายเงินของกรมบัญชีกลางมาใชโ้ ดยอนุโลม
(29) “ระบบ” หมายความว่า ระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(Electronic Local Administrative Accounting System : e-LAAS)
ขอ้ 5 ให้เพิ่มความต่อไปน้ีเป็นข้อ 9/1 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547
“ข้อ 9/1 การรับเงินรายรับดงั ตอ่ ไปน้ี ให้ใช้หลักฐานการรับโอนเงิน หรือการนาฝาก หรอื
รายงานการจ่ายเงินแทนของกระทรวงการคลงั แทนใบเสรจ็ รับเงนิ
(1) รายได้ที่รฐั จดั สรร หรอื อุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
(2) ดอกเบ้ียเงินฝากธนาคาร
(3) เงนิ ทก่ี ระทรวงการคลังจา่ ยแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ ”
ข้อ 6 ให้ยกเลิกความในข้อ 10 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 ซึง่ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยการรับเงนิ การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงนิ
การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558
และให้ใช้ความตอ่ ไปนแี้ ทน
“ข้อ 10 ให้หน่วยงานคลังบันทึกรายการรับเงินในระบบภายในวันที่ได้รับเงิน หรือได้รับ
หลักฐานตามข้อ 9/1 โดยแสดงใหท้ ราบว่าไดร้ บั เงินตามใบเสร็จรับเงิน ฎีกา หรือเอกสารอื่น เล่มใด
เลขทใี่ ด จานวนเทา่ ใด หรือตามท่กี รมส่งเสรมิ การปกครองทอ้ งถิ่นกาหนด
ในกรณีท่ีมีการรับเงินภายหลังกาหนดเวลาปิดบัญชีสาหรับวันนั้นแล้ว ให้บันทึกการรับเงิน
ในวันนัน้ และเกบ็ เงนิ สดในต้นู ริ ภัย
เงินประเภทใดมีใบเสร็จรับเงินวันหน่ึง ๆ หลายฉบับ จะรวมรับเงินประเภทน้ันตามสาเนา
ใบเสร็จรับเงินทุกฉบับมาบันทึกในบัญชีรายการเดียวก็ได้ โดยแสดงให้ทราบว่าเป็นเงินรับตามใบเสร็จรับเงิน
เลขทใ่ี ด ถึงเลขท่ใี ด จานวนเงนิ รวมทัง้ ส้นิ เทา่ ใด ไวด้ า้ นหลงั สาเนาใบเสร็จรบั เงินฉบับสุดทา้ ย”
หน้า ๓ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา
ขอ้ 7 ให้ยกเลิกความในข้อ 12 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้ีแทน
“ข้อ 12 ให้หน่วยงานคลังจดั ใหม้ ีการตรวจสอบจานวนเงนิ ทเ่ี จ้าหน้าที่จดั เก็บและนาส่งกบั หลกั ฐาน
และรายการที่บันทึกไวใ้ นระบบ เมื่อได้ตรวจสอบว่าถูกต้องครบถ้วนแล้วให้ผู้ตรวจแสดงยอดรวมเงินรบั
ตามใบเสรจ็ รบั เงนิ ทกุ ฉบับทไ่ี ดร้ ับในวนั นน้ั ไว้ในสาเนาใบเสร็จรบั เงนิ ฉบบั สดุ ท้ายและลงลายมือช่อื กากบั ไวด้ ้วย
กรณที ่เี ปน็ การรบั เงินตามขอ้ 9/1 ให้ดาเนินการเชน่ เดยี วกับวรรคหนง่ึ ”
ขอ้ 8 ให้ยกเลิกความในข้อ 19 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงนิ การฝากเงิน การเกบ็ รักษาเงนิ และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ พ.ศ. 2547
และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนแ้ี ทน
“ขอ้ 19 ให้หน่วยงานคลังเก็บรักษาสาเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้ท่ีมีอานาจตรวจสอบยังมิได้
ตรวจสอบไว้ในที่ปลอดภัย อย่าให้สูญหายหรือเสียหายได้ และเมื่อได้ตรวจสอบแล้วก็ให้เก็บไว้อย่าง
เอกสารธรรมดา”
ข้อ 9 ให้ยกเลิกความในส่วนท่ี 1 ตู้นิรภัยเก็บเงิน ของหมวด 3 การเก็บรักษาเงิน
ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน
และการตรวจเงินขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2547 และให้ใชค้ วามต่อไปนี้แทน
“ส่วนที่ 1
สถานทเ่ี ก็บรกั ษา”
ข้อ 10 ให้ยกเลิกความในข้อ 20 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้ีแทน
“ข้อ 20 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเก็บรักษาเงินที่จัดเก็บหรือได้รับไว้ในตู้นิรภัย
ซ่งึ ตัง้ อยใู่ นทป่ี ลอดภัยขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
ตู้นิรภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ติดหรือต้ังไว้ในห้องม่ันคงหรือกรงเหล็ก หรือกรณี
ไม่มีห้องมั่นคงหรือกรงเหล็กให้ติดหรือต้ังไว้ในที่มั่นคง และปลอดภัยภายในสานักงานขององค์กรปกครอง
สว่ นท้องถ่นิ น้ัน
หากมีจานวนเงินสดท่ีเก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยตามวรรคหน่ึง ให้นาฝากธนาคารทั้งจานวน
ในวันทาการถัดไป กรณีเทศบาลตาบลหรือองค์การบริหารส่วนตาบลท่ีมีพ้ืนท่ีห่างไกล การคมนาคม
ไม่สะดวกไม่สามารถนาฝากธนาคารได้เป็นประจาทุกวันให้เก็บรักษาเงินสดในตู้นิรภัยได้ และให้
นาเงนิ สดดงั กลา่ วฝากธนาคารในวนั ทาการสุดท้ายของสปั ดาห์
หน้า ๔ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๒๓ ง ราชกจิ จานุเบกษา
กรณีท่ีมีความจาเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ไปจัดเก็บหรือรับชาระเงินนอกที่ต้ังสานักงานปกติ
ให้ผู้บริหารท้องถิ่นกาหนดวิธีการรับเงินและเก็บรักษาเงินให้รัดกุมและเหมาะสม เมื่อเดินทางกลับถึง
สานกั งานใหร้ บี นาฝากทนั ที”
ข้อ 11 ให้ยกเลิกความในข้อ 22 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ขอ้ 22 ให้ผู้บริหารท้องถิ่นแต่งตัง้ คณะกรรมการเก็บรักษาเงินไว้ ณ สานักงานอย่างนอ้ ยสามคน
ในจานวนน้ใี หห้ ัวหนา้ หนว่ ยงานคลังเป็นกรรมการโดยตาแหน่งหนงึ่ คน และกรรมการเกบ็ รักษาเงินอน่ื อกี
อยา่ งน้อยสองคน
การแต่งต้งั กรรมการเก็บรกั ษาเงินตามวรรคหนง่ึ ให้แต่งตง้ั จากพนกั งานส่วนท้องถน่ิ โดยให้คานงึ ถึง
หน้าที่ความรับผิดชอบ เว้นแต่ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีพนักงานส่วนท้องถิ่นไม่ครบจานวน
ท่ีจะแตง่ ตง้ั เปน็ กรรมการ ให้แต่งต้ังผู้ชว่ ยผู้บริหารท้องถนิ่ เปน็ กรรมการใหค้ รบจานวนกไ็ ด้”
ขอ้ 12 ให้ยกเลิกความในข้อ 30 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปนแี้ ทน
“ข้อ 30 เม่ือนาเงินเข้าเก็บรักษาในตู้นิรภัยเรียบร้อยแล้ว ให้กรรมการเก็บรักษาเงิน
ใส่กุญแจตู้นิรภัยให้เรียบร้อยและลงลายมือช่ือกรรมการเก็บรักษาเงินแต่ละคนบนกระดาษปิดทับ
หรือประจาตราครั่ง หรือดินเหนียวไว้บนเชือกผูกมัดตู้นิรภัยในลักษณะท่ีแผ่นกระดาษปิดทับ
หรือประจาตราครง่ั หรอื ดนิ เหนียว จะต้องถูกทาลายเม่ือมกี ารเปิดต้นู ริ ภยั
ในกรณีที่ตู้นิรภัยตั้งอยู่ในห้องมั่นคง หรือกรงเหล็ก การลงลายมือช่ือบนแผ่นกระดาษปิดทับ
หรือประจาตราคร่ัง หรือดินเหนียว ของกรรมการเก็บรักษาเงิน จะกระทาที่ประตูห้องมั่นคง
หรือกรงเหลก็ แตเ่ พียงแหง่ เดยี วก็ได้”
ขอ้ 13 ให้ยกเลิกความในวรรคหน่ึงของข้อ 35 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครอง
สว่ นท้องถิ่น พ.ศ. 2547 และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้แี ทน
“ขอ้ 35 การรับส่งเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินซ่ึงเป็นเงินสดหรือสถานที่ท่ีจะรับส่ง
อยู่ห่างไกล หรือกรณีอ่ืนใดซ่ึงเห็นว่าไม่ปลอดภัยแก่เงินท่ีรับส่ง ให้ผู้บริหารท้องถิ่นแต่งตั้งพนักงาน
ส่วนทอ้ งถ่นิ อย่างนอ้ ยสองคน เป็นกรรมการรบั ผดิ ชอบร่วมกนั ควบคุมการรบั สง่ เงินและจดั ใหม้ ีเจ้าหนา้ ที่
ตารวจควบคุมรกั ษาความปลอดภัยด้วยกไ็ ด้”
ข้อ 14 ให้ยกเลิกความในข้อ 37 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และให้ใชค้ วามต่อไปนแ้ี ทน
หน้า ๕ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๒๓ ง ราชกจิ จานเุ บกษา
“ข้อ 37 การถอนเงินฝากธนาคารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่ได้แยก
ไปทาการรับจ่ายและเก็บรักษาเงิน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเงื่อนไขการส่ังจ่ายต่อธนาคาร
โดยให้ผู้มีอานาจลงนามสั่งจ่ายเงินร่วมกันอย่างน้อยสามคน ในจานวนน้ีให้มีผู้บริหารท้องถิ่น
และปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินลงนามสั่งจ่ายด้วยทุกคร้ัง และให้ผู้บริหารท้องถ่ินมอบหมายให้
ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่าหัวหน้าหน่วยงานอีกหนึ่งคน และให้มอบหมาย
ผู้ดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่าหัวหน้าหน่วยงาน เพิ่มอีกหน่ึงคน ในกรณีที่ไม่มีผู้บริหารท้องถ่ิน
เปน็ ผมู้ อี านาจลงลายมอื ชอ่ื ถอนเงนิ ฝากร่วมกนั
การถอนเงินฝากของหน่วยงานที่มีงบประมาณเฉพาะการ หรือหน่วยงานที่ได้แยกออกไป
ทาการรับจ่ายและเก็บรักษาเงิน ผู้บริหารท้องถ่ินอาจแต่งตั้งหัวหน้าหน่วยงานนั้นและพนักงาน
สว่ นท้องถิ่นอีกหนึ่งคน เปน็ ผูม้ ีอานาจลงลายมอื ชื่อร่วมกนั ถอนเงินฝากของหนว่ ยงานนั้น
กรณีการถอนเงินฝากจากคลงั จังหวัด ให้ปฏบิ ัตติ ามระเบียบทกี่ ระทรวงการคลังกาหนด”
ขอ้ 15 ให้ยกเลิกความในข้อ 39 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความตอ่ ไปน้ีแทน
“ข้อ 39 การขอเบิกเงินจากหน่วยงานคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามงบประมาณ
รายจ่ายประจาปีงบประมาณใด ให้เบิกได้แต่เฉพาะในปีงบประมาณนั้น รวมท้ังเงินอุดหนุนที่รัฐบาล
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยท่ีมิต้องจัดทาข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปี
เวน้ แต่
(1) เป็นเงินงบประมาณรายจ่ายที่ยังมิได้ก่อหนี้ผูกพันในปีงบประมาณนั้น และได้รับอนุมัติ
ให้กนั เงนิ ไว้ตอ่ ผ้มู ีอานาจตามระเบยี บแลว้
(2) เป็นงบประมาณรายจ่ายที่ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ และได้รับอนุมัติจาก
ผู้บรหิ ารท้องถนิ่ ให้กนั เงนิ ไปจ่ายในปีงบประมาณถดั ไป
(3) กรณีมีเงินอุดหนุนที่รัฐบาลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยท่ีมิต้องจัดทาข้อบัญญัติ
หรือเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปีซึ่งเบิกจ่ายไม่ทันภายในส้ินปีงบประมาณท่ีผ่านมา
และได้บันทกึ บัญชีไวแ้ ลว้ ”
ขอ้ 16 ให้ยกเลิกความในข้อ 40 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และใหใ้ ช้ความต่อไปนแี้ ทน
“ขอ้ 40 การเบิกเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ให้หน่วยงานผู้เบิกขอเบิกกับหน่วยงานคลงั
โดยให้หัวหน้าหน่วยงานผู้เบิกเป็นผู้ลงลายมือชื่อเบิกเงินและให้วางฎีกาตามแบบที่กรมส่งเสริม
การปกครองทอ้ งถน่ิ กาหนด
หน้า ๖ ๑๘ ธนั วาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา
ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับในกรณีท่ีกระทรวงการคลังเป็นผู้ดาเนินการแทนองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิน่
การขอเบิกเงินทุกกรณีให้ระบุวัตถุประสงค์ท่ีจะนาเงินนั้นไปจ่ายและห้ามมิให้ขอเบิกจนกว่า
จะถึงกาหนดหรอื ใกลถ้ ึงกาหนดจา่ ยเงิน
การเบิกเงินต้องมีหลักฐานการเบิกเพ่ือประโยชน์ในการตรวจสอบ และให้ผู้เบิกลงลายมือช่ือ
รับรองความถูกต้องในหลักฐานการเบกิ ท่เี ป็นภาพถ่ายหรือสาเนาทกุ ฉบับ”
ข้อ 17 ให้ยกเลิกความในข้อ 50 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และให้ใชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน
“ข้อ 50 การเบิกเงินเพ่อื จา่ ยเป็นคา่ ซือ้ ทรพั ย์สนิ หรือจ้างทาของ หรอื เชา่ ทรัพยส์ ินให้แสดง
รายการทรัพย์สนิ และจานวนเงนิ เป็นรายประเภทประกอบฎกี าขอเบิกเงิน”
ขอ้ 18 ให้ยกเลิกความในข้อ 57 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนีแ้ ทน
“ขอ้ 57 กรณีทอี่ งค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ไดก้ ่อหนผ้ี กู พนั ไว้ก่อนส้ินปี โดยส่งั ซือ้ หรือส่งั จา้ ง
หรือการเช่าทรัพย์สิน ถ้าเห็นว่าการเบิกเงินไปชาระหนี้ผูกพันไม่ทันสิ้นปี ให้ผู้บริหารท้องถ่ินอนุมัติ
ให้กันเงินไว้เบกิ จา่ ยในปถี ัดไปได้อีกไม่เกินระยะเวลาหน่งึ ปหี รอื ตามขอ้ ผูกพัน”
ขอ้ 19 ให้ยกเลิกความในข้อ 59 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนี้แทน
“ข้อ 59 ในกรณีท่ีมีรายจ่ายหมวดค่าครุภัณฑ์ท่ีดินและสิ่งก่อสร้าง ยังมิได้ก่อหนี้ผูกพัน
แต่มีความจาเป็นต้องใช้จ่ายเงินน้ันต่อไปอีก ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินรายงานขออนุมัติกันเงิน
ตอ่ สภาทอ้ งถ่ินไดอ้ ีกไม่เกินระยะเวลาหนึ่งปี
กรณเี มื่อสน้ิ สดุ ระยะเวลาการกันเงนิ ตามวรรคหนงึ่ แลว้ หากองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินยงั มิได้
ดาเนินการก่อหน้ผี ูกพัน ให้ขออนุมัตขิ ยายเวลาเบกิ จ่ายเงินได้ไม่เกินอีกหนงึ่ ปีต่อสภาท้องถ่ิน หรือกรณี
มีความจาเป็นต้องแก้ไขเปล่ียนแปลงรายการดังกล่าวท่ีทาให้ ลักษณะ ปริมาณ คุณภาพเปลี่ยน
หรือเปล่ียนแปลงสถานที่ก่อสร้าง ให้ขออนุมัติเปล่ียนแปลงและหรือขยายเวลาเบิกจ่ายเงินได้ไม่เกิน
อีกหนึ่งปีต่อสภาท้องถิ่นแล้วแต่กรณี และโครงการดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์เดิมตามท่ีได้รับอนุมัติ
ให้กันเงนิ ไว้
กรณีทีอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ได้กอ่ หนผี้ ูกพันแลว้ ใหเ้ บิกจา่ ยไดต้ ามข้อผูกพัน
หน้า ๗ ๑๘ ธนั วาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๒๓ ง ราชกจิ จานุเบกษา
เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการกันเงินตามวรรคหน่ึงหรือขยายเวลาเบิกจ่ายเงินตามวรรคสองแล้ว
หากยังไม่ได้ดาเนินการก่อหนี้ผูกพันหรือมีเงินเหลือจ่ายจากเงินดังกล่าว ให้เงินจานวนน้ันตกเป็น
เงินสะสม”
ขอ้ 20 ให้ยกเลิกความในข้อ 59/1 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับท่ี 3)
พ.ศ. 2558 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนแี้ ทน
“ข้อ 59/1 รายจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง บาเหน็จบานาญ เงินประจาตาแหน่ง เงินเพิ่ม
เงินประโยชน์ตอบแทนอ่ืน เงินช่วยเหลือและเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน รวมท้ังค่าตอบแทนท่ีเรียกช่ือ
อยา่ งอื่น ทีม่ รี ะเบียบ กฎหมาย กาหนดให้จา่ ยในลักษณะเดียวกนั หากเบิกเงินไมท่ ันสน้ิ ปแี ละมคี วามจาเปน็
ต้องใชจ้ ่ายเงนิ นั้นตอ่ ไปอีก ใหผ้ ูบ้ รหิ ารท้องถนิ่ อนมุ ตั ใิ หก้ ันเงนิ ไดไ้ มเ่ กนิ หกเดือน
เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการกนั เงินตามวรรคหนงึ่ หากยังดาเนนิ การไมแ่ ลว้ เสรจ็ ให้ขอขยายเวลา
การเบิกจ่ายเงินตอ่ สภาท้องถนิ่ ไดอ้ กี ไม่เกินหกเดอื น”
ข้อ 21 ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นข้อ 59/2 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547
“ข้อ 59/2 การขอขยายเวลาเบิกจ่ายเงินตามหมวดน้ี ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ดาเนินการกอ่ นส้นิ ระยะเวลาที่ไดร้ ับอนมุ ตั ใิ ห้กนั เงนิ หรอื ขยายเวลาเบกิ จา่ ยเงิน”
ข้อ 22 ให้ยกเลิกความในข้อ 65 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้แี ทน
“ข้อ 65 เมื่อผู้มีอานาจอนุมตั ิในฎีกาเบกิ เงนิ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินบันทึกรายการเบกิ เงนิ
ในระบบ”
ขอ้ 23 ให้ยกเลิกความในข้อ 68 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนี้แทน
“ขอ้ 68 การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนห้ี รือผ้มู สี ิทธิให้จ่ายเปน็ เช็ค กรณีจาเป็นที่ไมอ่ าจจ่ายเป็นเช็คได้
ใหจ้ ดั ทาใบถอนเงินฝากธนาคารเพอ่ื ให้ธนาคารออกต๋ัวแลกเงินสงั่ จา่ ยใหเ้ จา้ หน้หี รอื ผมู้ ีสทิ ธิ
การจ่ายเงินผา่ นธนาคารหรือดว้ ยวิธีอื่นใด ใหเ้ ปน็ ไปตามทีก่ รมส่งเสริมการปกครองท้องถิน่ กาหนด”
หน้า ๘ ๑๘ ธนั วาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๒๓ ง ราชกจิ จานเุ บกษา
ขอ้ 24 ให้ยกเลิกความในข้อ 69 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนี้แทน
“ข้อ 69 การเขียนเช็คสัง่ จ่ายให้ปฏิบัติ ดงั นี้
(1) การจ่ายเงินให้เจ้าหน้ีหรือผู้มีสิทธิรับเงิน ในกรณีซ้ือทรัพย์สิน จ้างทาของ หรือเช่าทรัพย์สิน
ให้ออกเช็คส่ังจ่ายในนามของเจา้ หน้หี รือผูม้ ีสทิ ธิรับเงิน โดยขีดฆา่ คาวา่ “หรอื ผู้ถือ” ออกและขีดคร่อมดว้ ย
(2) การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน นอกจากกรณีตาม (1) ให้ออกเช็คสั่งจ่าย
ในนามของเจา้ หน้หี รือผมู้ ีสทิ ธิรับเงิน โดยขดี ฆ่าคาว่า “หรอื ผถู้ ือ” และจะขดี ครอ่ มหรือไม่กไ็ ด้
(3) ในกรณีส่ังจ่ายเงินเพ่ือขอรับเงินสดมาจ่าย ให้กระทาได้ในการจ่ายเงินท่ีมีวงเงินไม่เกิน
ห้าพันบาท โดยให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามหัวหน้าหน่วยงานคลังหรือเจ้าหน้าท่ีของหน่วยงานคลัง
และขดี ฆ่าคาว่า “หรอื ผูถ้ อื ” ออก ห้ามออกเชค็ สง่ั จ่ายเงนิ สด
(4) หากเจ้าหน้ีหรือผู้มสี ิทธิรบั เงินไมม่ ารับเช็คภายในสามสิบวันนับตง้ั แต่วันส่ังจ่าย ให้ยกเลิกเช็คน้ัน
หากมีการยกเลิกเช็คดังกลา่ วเกินสองคร้ัง ตอ้ งรายงานเหตผุ ลใหผ้ ูบ้ ริหารทอ้ งถิ่นทราบ
ในการเขียนเช็คส่ังจ่ายเงิน ห้ามลงลายมือชื่อส่ังจ่ายในเช็คไว้ล่วงหน้า โดยยังมิได้มีการเขียน
หรือพิมพ์ช่อื ผูร้ ับเงิน และจานวนเงินท่สี งั่ จ่าย”
ข้อ 25 ให้ยกเลิกความในข้อ 70 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน
“ขอ้ 70 การเขียนหรือพิมพ์จานวนเงินในเช็คที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรเขียนหรือพิมพ์
ให้ชิดเส้น และชิดคาว่า “บาท” หรือขีดเส้นหน้าจานวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร โดยไม่มีช่องว่าง
ที่จะเขียนหรือพิมพ์จานวนเงินเพิ่มเติมได้ และให้ขีดเส้นตรงหลังชื่อสกุล ช่ือบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน
จนชดิ คาวา่ “หรือผูถ้ อื ” โดยมิให้มีการเขียนหรือพิมพช์ ื่อบุคคลอ่นื เพม่ิ เติมไดอ้ ีก”
ขอ้ 26 ให้ยกเลิกความในข้อ 71 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน
“ข้อ 71 การจา่ ยเงินทุกกรณี ถ้าผูจ้ า่ ยมหี น้าที่ตามกฎหมายท่ีจะตอ้ งหักภาษีใด ๆ ไว้ ณ ท่ีจา่ ย
หรือเงินอ่ืนใดท่ีมีกฎหมายกาหนดให้หักเพ่ือนาส่งส่วนราชการหรือหน่วยงานใด ให้ดาเนินการ
ตามกฎหมายน้นั ”
ข้อ 27 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ 73 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถน่ิ พ.ศ. 2547
หน้า ๙ ๑๘ ธนั วาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา
“กรณีที่กระทรวงการคลังจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินแทนองค์กรปกครอง
สว่ นท้องถน่ิ ให้ใช้หลักฐานการจา่ ยเงนิ ของกรมบญั ชีกลาง กระทรวงการคลงั เปน็ หลกั ฐานการจ่ายเงนิ ”
ขอ้ 28 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 73/1 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
การรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครอง
สว่ นท้องถน่ิ พ.ศ. 2547
“ข้อ 73/1 การจ่ายเงนิ ขององค์การปกครองส่วนท้องถน่ิ ใหใ้ ชใ้ บเสร็จรบั เงนิ หรอื ใบรบั เงิน
ซ่ึงผู้รับเงินเป็นผู้ออกให้ หรือใบสาคัญรับเงิน หรือใบรับรองการจ่ายเงิน หรือหลักฐานอื่นใด
ทก่ี ระทรวงมหาดไทยกาหนดใหเ้ ปน็ หลักฐานการจ่าย”
ข้อ 29 ให้ยกเลิกความในข้อ 77 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้ีแทน
“ขอ้ 77 ใหผ้ ู้จา่ ยเงินประทับตราขอ้ ความวา่ “จ่ายเงินแล้ว” โดยลงลายมอื ชือ่ รบั รองการจา่ ย
พร้อมทั้งระบุชื่อสกุลด้วยตัวบรรจงพร้อมวัน เดือน ปี ท่ีจ่ายกากับไว้ในหลักฐานการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้
หรือผู้มีสิทธิรับเงินทุกฉบับเพ่ือประโยชน์ในการตรวจสอบ และกรณีที่เป็นใบสาคัญคู่จ่ายให้
หวั หน้าหนว่ ยงานคลงั ลงลายมอื ช่ือรับรองความถกู ต้องกากบั ไว้ดว้ ย
ในกรณีที่ใบสาคัญคู่จ่ายเป็นภาษาต่างประเทศ ให้มีคาแปลเป็นภาษาไทยตามสาระสาคัญ
ในขอ้ 76 ไว้ดว้ ย”
ข้อ 30 ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นข้อ 77/1 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547
“ขอ้ 77/1 การจ่ายเงินทุกรายการต้องมีการบันทึกการจ่ายเงินไวใ้ นระบบและต้องตรวจสอบ
การจา่ ยเงินกับหลกั ฐานการจ่ายทกุ สิ้นวัน”
ข้อ 31 ให้ยกเลิกความในข้อ 78 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนีแ้ ทน
“ขอ้ 78 ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้รับบานาญ
หรอื เบีย้ หวัดท่ีไม่สามารถมารบั เงินไดด้ ว้ ยตนเอง จะมอบฉันทะให้ผู้อืน่ เป็นผู้รับแทนก็ได้ โดยใช้ใบมอบฉันทะ
ตามแบบที่กรมสง่ เสรมิ การปกครองท้องถนิ่ กาหนด
การจา่ ยเงนิ ให้แกบ่ คุ คลนอกจากที่กาหนดไวใ้ นวรรคหน่งึ หากบุคคลนน้ั ไมส่ ามารถมารบั เงินได้
ด้วยตนเอง สามารถทาหนงั สือมอบอานาจใหบ้ คุ คลอ่นื มารับเงินแทนได้
การจา่ ยเงนิ ในกรณที มี่ ีการโอนสิทธิเรยี กรอ้ ง ใหเ้ ปน็ ไปตามทกี่ ระทรวงมหาดไทยกาหนด”
หน้า ๑๐ ๑๘ ธนั วาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๒๓ ง ราชกจิ จานเุ บกษา
ขอ้ 32 ให้ยกเลิกความในข้อ 80 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปนแ้ี ทน
“ข้อ 80 กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจ่ายเงินรายใด ซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียก
ใบเสรจ็ รบั เงินจากผรู้ ับเงินได้ ใหผ้ ู้รับเงนิ ลงช่อื รับเงินในใบสาคัญรบั เงินเพ่อื ใชเ้ ป็นหลกั ฐานการจ่าย”
ขอ้ 33 ให้ยกเลิกความในข้อ 81 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปนแ้ี ทน
“ข้อ 81 กรณีข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจ่ายเงินไป
โดยได้รับใบเสร็จรับเงินซ่ึงมีรายการไม่ครบถ้วนตามข้อ 76 หรือซึ่งตามลักษณะไม่อาจ
เรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ ให้ข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน้ัน
ทาใบรับรองการจ่ายเงินเพื่อนามาเป็นเอกสารประกอบการขอเบิกเงินต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และเม่ือมีการจ่ายเงินแล้ว ให้ข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน้ัน
ทาใบสาคัญรบั เงนิ และลงชื่อในใบสาคญั รับเงนิ นั้น เพ่ือเปน็ หลกั ฐานการจ่าย”
ขอ้ 34 ให้ยกเลิกความในข้อ 82 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนแี้ ทน
“ข้อ 82 ในกรณีท่ใี บสาคัญคู่จ่ายสูญหาย ให้ปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
(1) กรณีท่ีได้รับใบเสร็จรับเงินแล้ว แต่เกิดสูญหาย ให้ใช้สาเนาใบเสร็จรับเงิน ซ่ึงผู้รับเงินรับรอง
เป็นเอกสารการขอเบกิ เงินแทนก็ได้
(2) กรณีท่ีไม่อาจขอสาเนาใบเสร็จรับเงินตาม (1) ได้ ให้ผู้จ่ายเงินนั้นทาใบรับรอง
การจ่ายเงิน โดยชี้แจงเหตุผล พฤติการณ์ท่ีสูญหาย หรือเหตุที่ไม่อาจขอสาเนาใบเสร็จรับเงินได้
และรับรองว่ายังไม่เคยนาใบเสร็จรับเงินนั้นมาเบิกจ่าย แม้พบภายหลังจะไม่นามาเบิกจ่ายอีก
แล้วเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลาดับเพื่อพิจารณาอนุมัติ เม่ือได้รับอนุมัติแล้วก็ให้ใช้ใบรับรองน้ันเป็น
หลักฐานประกอบการขอเบิกเงินได้ และเม่ือมีการจ่ายเงินแล้ว ให้ผู้จ่ายเงินนั้น ทาใบสาคัญรับเงิน
และลงช่อื ในใบสาคัญรบั เงนิ น้นั เพอ่ื เป็นหลกั ฐานการจา่ ย”
ข้อ 35 ใหย้ กเลิกความในสว่ นที่ 3 การจา่ ยเงนิ ยืม หมวด 7 ข้อกาหนดในการจ่ายเงินของ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน
และการตรวจเงินขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ พ.ศ. 2547 และใหใ้ ช้ความต่อไปนแ้ี ทน
เล่ม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๒๓ ง หน้า ๑๑ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑
ราชกิจจานเุ บกษา
“ส่วนที่ 3
การเบิกจ่ายเงนิ ยมื ”
ขอ้ 36 ให้ยกเลิกความในข้อ 84 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3)
พ.ศ. 2558 และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนี้แทน
“ขอ้ 84 การจ่ายเงินยืมจะจ่ายได้แต่เฉพาะที่ผู้ยืมได้ทาสัญญาการยืมเงินและผู้บริหารท้องถ่ิน
ได้อนุมตั ิใหจ้ ่ายเงินยืมตามสญั ญาการยืมแลว้ เท่าน้ัน โดยจะต้องเปน็ ไปตามเงอื่ นไข ดงั ต่อไปนี้
(1) มงี บประมาณเพือ่ การนนั้ แล้ว
(2) ผู้ยืมได้ทาสัญญาการยืมเงินข้ึนสองฉบับ โดยผู้ยืมได้รับเงินตามสัญญาการยืมแล้ว
ให้ลงลายมือช่ือรับเงินในสัญญาการยืมเงินท้ังสองฉบับ พร้อมกับมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินผู้ให้ยืม
เก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานหนึ่งฉบับ ให้ผู้ยืมเก็บไว้หนึ่งฉบับ และรับรองว่าจะปฏิบัติตามระเบียบ
ข้อบังคับ หรือคาส่ังท่ีได้กาหนดไว้สาหรับเร่ืองนั้น และจะนาใบสาคัญคู่จ่ายท่ีถูกต้องรวมท้ังเงินเหลือจ่าย
ส่งคืนตามที่กาหนดในข้อ 86 ถ้าไม่ส่งตามกาหนดก็จะชดใช้เงินหรือยินยอมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ
หักเงินเดือน ค่าจ้าง บาเหน็จบานาญ หรือเงินอื่นใดอันจะพึงได้รับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ชดใชเ้ งนิ ยืมนั้น
กรณีท่ีผู้ยืมไม่มีเงินใด ๆ อันจะพึงได้รับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีจะหักส่งใช้เงินยืมได้
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกาหนดให้ผู้ยืมหาหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน หรือหาบุคคล
มาทาสญั ญาค้าประกนั ไว้ตอ่ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ด้วย
(3) การอนุมัติให้ผู้ยืมเงินเพ่ือใช้ในราชการแต่ละราย ให้ผู้มีอานาจพิจารณาอนุมัติให้ยืม
เท่าที่จาเป็นได้เฉพาะผู้มีหน้าท่ีต้องปฏิบัติงานน้ัน ๆ และห้ามมิให้อนุมัติให้ยืมเงินรายใหม่ในเม่ือผู้ยืม
มไิ ดช้ าระคนื เงินยมื รายเกา่ ให้เสร็จสิน้ ไปกอ่ น
ในกรณีการเดนิ ทางไปราชการเป็นหมู่คณะ อาจให้ผมู้ สี ทิ ธคิ นใดคนหนง่ึ เปน็ ผูย้ มื แทน
(4) กรณคี รบกาหนดการส่งใชเ้ งินยืมแลว้ ผยู้ ืมยงั ไม่ชดใช้เงนิ ยมื ให้ผู้บรหิ ารทอ้ งถน่ิ มอี านาจสงั่ การ
ให้ผู้ค้างชาระเงินยืมส่งใช้เงินยืมภายในกาหนดเวลาตามที่เห็นสมควร อย่างช้าไม่เกินสามสิบวันนับแต่
วนั ครบกาหนด ถา้ ผยู้ มื ขดั ขืนหรอื หลกี เลย่ี งไมย่ อมชดใชเ้ งินยมื ใหน้ าความใน (2) มาใชบ้ ังคับ แล้วรายงานให้
ผู้บรหิ ารทอ้ งถ่ินทราบ
(5) ในกรณีที่ผู้ยืมจะต้องพ้นจากตาแหน่งหรือพ้นจากการปฏิบัติงานให้แก่องค์กรปกครอง
สว่ นท้องถิ่นไมว่ า่ กรณีใด ๆ ให้หวั หน้าหน่วยงานคลงั มหี น้าท่ีตรวจสอบทะเบียนเงินยืมของบคุ คลดงั กลา่ ว
หากปรากฏว่ายังค้างชาระเงินยืมอยู่ ให้หัวหน้าหน่วยงานคลังเร่งรัดให้เสร็จสิ้นในทันที ก่อนที่ผู้ยืม
หน้า ๑๒ ๑๘ ธนั วาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๒๓ ง ราชกจิ จานุเบกษา
จะต้องพ้นจากตาแหน่งหน้าท่ีไปหรือพ้นจากการปฏิบัติงานให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไป
ในกรณที ่ีผ้ยู ืมถึงแกก่ รรมหรือไม่ยินยอมชดใชเ้ งนิ ยมื ใหน้ าความใน (2) มาใช้บงั คับโดยอนุโลม
(6) การส่งใชเ้ งินยืมใหห้ วั หน้าหนว่ ยงานคลังปฏบิ ัติ ดังน้ี
(ก) หมายเหตจุ านวนเงินและวนั เดือน ปี ทส่ี ง่ ใชใ้ นสัญญาการยมื เงิน
(ข) ต้องเกบ็ รกั ษาสญั ญาการยืมเงินนน้ั เปน็ เอกสารสาคัญในราชการ
(ค) ถา้ รบั คืนเป็นเงนิ สด ใหอ้ อกใบเสร็จรบั เงินใหแ้ ก่ผู้ยืมไว้เปน็ หลกั ฐาน
(ง) ให้บันทึกรายการส่งใช้เงนิ ยืมในทะเบยี นเงินยืมไว้ดว้ ย โดยให้ผู้ยืมลงชื่อในทะเบยี นเงินยมื
สาหรบั รายการทสี่ ่งใช้นนั้ ”
ขอ้ 37 ให้เพิ่มความต่อไปน้ีเป็นข้อ 84/1 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิ น
พ.ศ. 2547
“ข้อ 84/1 การจ่ายเงินยืมจากเงินนอกงบประมาณ ให้องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ กระทาไดเ้ ฉพาะ
เพ่ือใช้จ่ายในการดาเนินงานตามวัตถุประสงค์ของเงินนอกงบประมาณประเภทนั้น หรือกรณีอื่น
และไดร้ บั อนุมัติจากผบู้ รหิ ารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผ้ใู ห้ยืมน้นั ”
ข้อ 38 ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นข้อ 85/1 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547
“ข้อ 85/1 การเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นเงินยืมให้แก่บุคคลใดในสังกัด ยืมเพ่ือปฏิบัติราชการ
ใหก้ ระทาได้เฉพาะรายการ ดงั ต่อไปนี้
(1) รายการคา่ จ้างแรงงาน ซึง่ ไม่มีกาหนดจ่ายเปน็ งวดแน่นอนเปน็ ประจา แต่จาเปน็ ต้องจ่าย
ใหแ้ ตล่ ะวันหรอื แต่ละคราวเมอื่ เสร็จงาน
(2) รายการค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ เฉพาะค่าตอบแทนสาหรับผู้ที่ปฏิบัติงานให้แก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจาเป็นต้องจ่ายแต่ละวันหรือแต่ละคราวเมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติงาน
ค่าตอบแทนคณะกรรมการ ค่าเบ้ียประชุม รายการค่าใช้สอยหรือวัสดุท่ีไม่ตอ้ งจัดซ้ือจัดจ้าง ค่าใช้จ่าย
ในการเดินทางไปราชการ หรือค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม หรือค่าใช้จ่ายในการจัดงานเฉพาะรายการ
ทไี่ มต่ ้องจัดซ้ือจัดจ้าง เปน็ ตน้
(3) รายการค่าสาธารณูปโภค เฉพาะค่าบริการไปรษณียโ์ ทรเลข”
ขอ้ 39 ให้ยกเลิกความในข้อ 86 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนีแ้ ทน
หน้า ๑๓ ๑๘ ธนั วาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๒๓ ง ราชกจิ จานุเบกษา
“ข้อ 86 เงินทย่ี มื ไป ใหผ้ ูย้ ืมส่งหลกั ฐานการจ่ายภายในกาหนดระยะเวลา ดงั นี้
(1) กรณีเดินทางกลับภูมิลาเนาเดิม ให้ส่งต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่จ่ายเงินให้ยืม
โดยทางไปรษณียล์ งทะเบียนหรือธนาณัติแลว้ แตก่ รณี ภายในสามสิบวนั นบั จากวนั ท่ีไดร้ ับเงนิ
(2) กรณีเดินทางไปราชการอ่ืน ให้ส่งต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินผู้ให้ยืมภายในสิบห้าวัน
นบั จากวนั กลบั มาถึง
(3) การยืมเงินเพ่ือปฏิบัติราชการนอกจากตาม (1) หรือ (2) ให้ส่งต่อองค์กรปกครอง
สว่ นท้องถน่ิ ผู้ให้ยมื ภายในสามสิบวันนบั จากวันทไ่ี ด้รับเงิน
ในกรณีที่ผู้ยืมได้ส่งหลักฐานการจ่ายเพื่อส่งใช้คืนเงินยืมแล้วมีเหตุต้องทักท้วง ให้องค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ผู้ให้ยมื แจง้ ขอ้ ทักท้วงใหผ้ ู้ยมื ทราบโดยดว่ น แลว้ ใหผ้ ยู้ ืมปฏิบัตติ ามคาทักท้วงภายใน
สิบห้าวันนับจากวันท่ีได้รับคาทักท้วง หากผู้ยืมมิได้ดาเนินการตามคาทักท้วงและมิได้ชี้แจงเหตุผล
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินผู้ให้ยืมทราบ ก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดาเนินการตามเงื่อนไข
ในสัญญาการยมื เงนิ โดยถอื ว่าผนู้ ้นั ยังมิได้สง่ ใช้เงนิ ยืมเท่าจานวนท่ที ักทว้ งนั้น”
ขอ้ 40 ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นข้อ 86/1 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2547
“ข้อ 86/1 เมื่อผู้ยืมส่งหลักฐานการจ่ายเงินหรือเงินเหลือจ่ายที่ยืม (ถ้ามี) ให้หน่วยงานคลัง
บันทึกการรับคืนในสัญญาการยืมเงิน ถ้ารับคืนเป็นเงินสดให้ออกใบเสร็จรับเงิน พร้อมทั้งออกใบรับ
ใบสาคญั ตามแบบท่ีกรมส่งเสรมิ การปกครองทอ้ งถ่นิ กาหนดใหผ้ ยู้ ืมไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเก็บรักษาสัญญาการยืมเงินซึ่งยังมิได้ชาระคืนให้เสร็จสิ้นไว้ใน
ที่ปลอดภัยอย่าให้สูญหายและเม่ือผู้ยืมได้ชาระคืนเงินยืมเสร็จสิ้นแล้วให้เก็บรักษาเช่นเดียวกับหลักฐาน
การจ่าย”
ขอ้ 41 ให้ยกเลิกความในข้อ 87 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน
“ขอ้ 87 ทุกวันสิ้นปีงบประมาณ เมื่อองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน ได้ปิดบญั ชรี ายรบั รายจ่ายแลว้
ใหก้ ันยอดเงินสะสมประจาปไี ว้รอ้ ยละสิบห้าของทกุ ปี เพื่อเปน็ ทนุ สารองเงินสะสม
องคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ อาจใช้จ่ายเงนิ ทุนสารองเงนิ สะสมได้ กรณดี งั ต่อไปน้ี
(1) กรณีท่ียอดเงินสะสมคงเหลือไม่ถึงร้อยละสิบห้าของเงินสะสม ณ วันท่ี 1 ตุลาคม
ของปงี บประมาณนั้น ให้ขอความเห็นชอบจากสภาทอ้ งถ่ิน และขออนมุ ตั ผิ ้วู ่าราชการจงั หวัด
(2) กรณีที่ปีใด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมียอดเงินทุนสารองเงินสะสมเกินร้อยละสิบห้า
ของงบประมาณรายจา่ ยประจาปีนั้น หากมคี วามจาเปน็ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจนาเงินทุนสารอง
เงินสะสมเฉพาะในส่วนท่ีเกินไปใชจ้ า่ ยไดภ้ ายใตเ้ ง่อื นไขข้อ 89 (1) โดยได้รับอนุมตั ิจากสภาท้องถิ่น”
หน้า ๑๔ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๒๓ ง ราชกิจจานเุ บกษา
ขอ้ 42 ให้ยกเลิกความในข้อ 88 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปนแี้ ทน
“ข้อ 88 กิจการใดท่ีมีงบประมาณรายจ่ายประจาปีอนุญาตให้จ่ายได้แล้ว แต่ระยะสามเดือนแรก
ของปีงบประมาณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ไม่เพียงพอท่ีจะดาเนินการตามงบประมาณ
องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินอาจนาเงินสะสมทดรองจ่ายไปพลางก่อนได้
กรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินได้รับแจ้งการจัดสรรเงินอุดหนุนท่ีรัฐบาลระบุวัตถุประสงค์
ให้ไปดาเนินการตามอานาจหน้าท่ียกเว้นงบลงทุน แต่ยังมิได้รับเงิน หากมีความจาเป็นต้องใช้จ่ายเงินก่อน
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจยืมเงินสะสมทดรองจ่ายไปพลางก่อนได้ เม่ือได้รับเงินง บประมาณ
ดงั กลา่ วแล้วใหบ้ ันทกึ บัญชสี ่งใช้เงินสะสมทยี่ มื ตามวิธีการทีก่ รมส่งเสรมิ การปกครองทอ้ งถิน่ กาหนด
กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินใดมีกิจการพาณิชย์ หากมีความจาเป็นกิจการพาณิชย์
อาจขอยมื เงนิ สะสมขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินไปทดรองจ่ายเพอ่ื บริหารกิจการก่อนได้ โดยขอความเห็นชอบ
จากสภาทอ้ งถ่ินและให้ส่งชดใชเ้ งินยมื เงนิ สะสมเมอ่ื สน้ิ ปีงบประมาณ
กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินใด มีผู้รับบานาญรายใหม่หรือผู้รับบานาญท่ีย้ายภูมิลาเนา
และประสงค์จะโอนการรับเงินบานาญไปรับในองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินประเภทเดียวกันในท้องที่
ที่ย้ายไปอยู่ใหม่ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ หรือองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ใหม่อาจยืมเงนิ สะสมทดรองจ่าย
ให้กับผู้รับบานาญนั้นได้ โดยอานาจของผู้บริหารท้องถิ่น และเมื่อได้รับเงินคืนให้บันทึกบัญชี
ส่งใช้เงนิ สะสมท่ยี ืมตามวธิ กี ารท่ีกรมสง่ เสริมการปกครองทอ้ งถน่ิ กาหนด”
ข้อ 43 ให้ยกเลิกความในข้อ 89 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน
การฝากเงนิ การเกบ็ รกั ษาเงนิ และการตรวจเงินขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2548
“ข้อ 89 องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอาจใช้จ่ายเงินสะสมได้ โดยได้รับอนุมัติจากสภาท้องถน่ิ
ภายใตเ้ งื่อนไข ดังต่อไปน้ี
(๑) ใหก้ ระทาได้เฉพาะกจิ การซ่ึงอยู่ในอานาจหน้าทขี่ ององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินซงึ่ เกย่ี วกบั
ด้านการบริการชุมชนและสังคม หรือกิจการที่เป็นการเพ่ิมพูนรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หรอื กิจการทจ่ี ดั ทาเพ่ือบาบดั ความเดือดรอ้ นของประชาชน ทง้ั นี้ ตอ้ งเปน็ ไปตามแผนพฒั นาขององคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถ่ินหรอื ตามทกี่ ฎหมายกาหนด
(๒) ได้ส่งเงินสมทบกองทุนส่งเสริมกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภท
ตามระเบยี บแล้ว
หน้า ๑๕ ๑๘ ธนั วาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๒๓ ง ราชกจิ จานเุ บกษา
(3) ให้กันเงินสะสมสารองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรไม่น้อยกว่าสามเดือนและกันไว้อีก
ร้อยละสิบของงบประมาณรายจ่ายประจาปีน้ัน เพ่ือเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานและกรณีท่ีมี
สาธารณภัยเกิดขึ้น
(4) เม่ือได้รับอนุมัติให้ใช้จ่ายเงินสะสมแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินต้องดาเนินการ
ก่อหนี้ผูกพันให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกินหน่ึงปีถัดไป หากไม่ดาเนินการภายในระยะเวลา
ที่กาหนดให้การใชจ้ ่ายเงินสะสมนั้นเปน็ อันพับไป
ทั้งนี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายเงินสะสม โดยคานึงถึงฐานะการเงินการคลัง
ขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ และเสถยี รภาพในระยะยาว”
ข้อ 44 ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นข้อ 89/1 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547
“ขอ้ 89/1 ในกรณีท่ีมีภารกิจตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทย
และจาเป็นต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นผู้ดาเนินการ โดยมีความจาเป็นต้องใช้จ่ายจาก
งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและงบประมาณดังกล่าวไม่เพียงพอและไม่ต้องด้วยเงื่อนไข
การใช้จ่ายเงินสะสมหรือเงินทุนสารองเงินสะสมตามข้อ 87 และข้อ 89 ปลัดกระทรวงมหาดไทย
อาจอนุมัติยกเว้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินใช้จ่ายจากเงินสะสมหรือเงินทุนสารองเงินสะสมได้
โดยความเหน็ ชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย”
ข้อ 45 ให้ยกเลิกความในข้อ 100 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
พ.ศ. 2547 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนแ้ี ทน
“ข้อ 100 ให้หัวหน้าหน่วยงานคลังจัดทางบแสดงฐานะการเงิน และงบอ่ืน ๆ ตามแบบท่ี
กระทรวงการคลังกาหนด เพ่ือส่งให้สานกั งานการตรวจเงนิ แผ่นดินตรวจสอบภายในเกา้ สิบวันนบั แตว่ ันส้ินปี
พร้อมส่งให้กระทรวงการคลังด้วย และส่งสาเนาให้ผู้ว่าราชการจงั หวดั กรณีองค์การบริหารสว่ นจงั หวัด
และเทศบาล สง่ นายอาเภอ กรณอี งคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล”
ขอ้ 46 ให้ปลดั กระทรวงมหาดไทยรักษาการตามระเบยี บน้ี
ประกาศ ณ วนั ท่ี 4 ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
พลเอก อนพุ งษ์ เผ่าจนิ ดา
รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย