The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดที่ 3 การออกแบบผลิตภัณฑ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kru Fon Wiomlsiri, 2022-01-23 09:52:04

ชุดที่ 3 การออกแบบผลิตภัณฑ์

ชุดที่ 3 การออกแบบผลิตภัณฑ์

1

2

คำนำ

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ รายวิชางานคหกรรม รหัสวชิ า ง20255 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 หน่วยการ
เรยี นรู้ การประดิษฐ์ผลิตภณั ฑ์ผ้ามดั ยอ้ ม จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น และเพ่ือสง่ เสรมิ
ความคดิ สร้างสรรค์ของนักเรียน ตามแนวคิดเศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์ ซึ่งเปน็ การใช้ความคดิ สรา้ งสรรคท์ อ่ี ย่บู น
ฐานขององค์ความรู้จากการเรียนร้มู าออกแบบผลติ ภัณฑ์จากผ้ามัดยอ้ ม ให้มลี กั ษณะโดดเดน่ มีความเป็น
เอกลักษณ์ แนวคิดน้ยี งั สะท้อนถึงกระบวนการซ่งึ รวมเอาวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกนั
ในการผลิตสินค้า เพ่ือสรา้ งมูลคา่ เพมิ่ ทางเศรษฐกจิ ผา่ นการลงมอื ปฏิบตั ิ มีปฏสิ มั พันธ์กับผู้อ่ืน และยังอาศยั
ความพร้อมของร่างกายผเู้ รยี น โดยนวัตกรรมนจ้ี ะชว่ ยเสริมสรา้ งและพฒั นาความสามารถด้านความ
คิดสร้างสรรค์ได้เปน็ อยา่ งดี

ชุดกจิ กรรมนีม้ ีเน้ือหา สีสันและความยากงา่ ย เหมาะสำหรับช่วงวยั ของนักเรยี น และนักเรยี น
ยงั สามารถตรวจสอบความเข้าใจและประสิทธิภาพทางการเรียนของตนเองจากกจิ กรรมตา่ ง ๆ ชุดกิจกรรม
การเรยี นรู้เล่มนจี้ ะช่วยใหน้ กั เรยี นได้ฝกึ ฝนเรียนรูจ้ นเกดิ ความชำนาญจากการเรียนรดู้ ้วยตนเอง โดยสรา้ ง
นิสยั ให้ผู้เรียนมีความสามารถคดิ เปน็ ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น เกิดความกระตือรอื รน้ ในการเรยี น

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างย่ิงว่าชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ผ้ามดั ย้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจสรา้ งสรรค์ชุดนี้
จะเป็นประโยชนต์ ่อการเรยี นการสอนวิชาเพมิ่ เติม สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นเกิดการเรียนร้แู ละมีทกั ษะท่ีดีข้นึ และ
ขอขอบคุณเจา้ ของบทความ บทอา่ นทุกท่านท่ผี ู้จัดทำได้นำมาประกอบเนื้อหาในชดุ กิจกรรมนี้ หากมี
ขอ้ บกพร่องประการใด ต้องขออภยั มา ณ ท่นี ี้

วิมลสริ ิ กนั ทาธรรม
ผูจ้ ัดทำ

3

สารบัญ

เรอ่ื ง หน้า
คำชี้แจงการใชช้ ุดกิจกรรม 1
คูม่ อื ครู 3
คมู่ ือนักเรียน 4
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 5
เนื้อหาสาระและสือ่
6
- บตั รเนอ้ื หา เรอ่ื การออกแบบ 13
- เนื้อหาสาระเพ่ิมเตมิ เรื่อง หมอน 17
- บตั รกจิ กรรมสง่ เสริมความคิดสรา้ งสรรค์ เร่อื ง ฝกึ การออกแบบ 18
- บตั รกจิ กรรม เรอื่ ง สิง่ ท่ฉี ันได้รบั 20
- บตั รกิจกรรม เรือ่ ง ฝึกคดิ วางแผนการประดษิ ฐ์
แบบประเมินผล 22
- แบบทดสอบหลังเรียน
ภาคผนวก 26
- เฉลยบัตรกิจกรรม เรอื่ ง สิง่ ทฉี่ ันไดร้ บั 28
- เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น 29
บรรณานกุ รม

1

คำชแี้ จง

1) ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ผ้ามัดยอ้ มตามแนวคดิ เศรษฐกิจสรา้ งสรรค์นเ้ี ปน็
นวตั กรรมการเรยี นรทู้ ผ่ี จู้ ดั ทำสร้างข้ึน เพื่อประกอบการเรียนรวู้ ิชางานคหกรรม รหสั วชิ า
ง20255 มีจุดประสงค์หลกั เพ่ือส่งเสรมิ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 2
โดยชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ มีทั้งหมด 4 ชดุ ประกอบดว้ ย

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง ความรู้พน้ื ฐานการประดิษฐ์
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ที่ 2 เรอื่ ง ความรเู้ กย่ี วกับผ้ามัดย้อม
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง การออกแบบผลติ ภณั ฑ์
ชุดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ่ี 4 เรื่อง การประดษิ ฐแ์ ละการจัดจำหนา่ ยผลติ ภัณฑ์

จากผ้ามดั ย้อม
2) ชดุ กิจกรรมการเรียนรนู้ ้ีเป็นชดุ ท่ี 3 เร่ือง การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ ใชป้ ระกอบ
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชางานคหกรรม (ง20255) ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2 จำนวน 1 แผน
เวลา 2 ชวั่ โมง
3) ส่วนประกอบของชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ ชุดที่ 3 ประกอบดว้ ย

3.1 คำชแี้ จง
3.2 คำแนะนำสำหรบั ครู
3.3 คำแนะนำสำหรับนักเรยี น
3.4 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.5 เนอ้ื หาสาระและส่ือ

3.5.1 บัตรเนือ้ หา
3.5.2 บัตรกจิ กรรม
3.6 แบบประเมนิ ผล
3.7 บรรณานกุ รม
4) ผู้เรียนทีใ่ ชช้ ุดกิจกรรมการเรียนร้ชู ดุ น้ี ศกึ ษาข้ันตอนและคำแนะนำในการใช้ชุด
กิจกรรมการเรียนรใู้ หล้ ะเอยี ดกอ่ นนำไปใช้

2

5) ขนั้ ตอนในการใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้
ครผู ูใ้ ชช้ ดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ จะได้ศึกษาขัน้ ตอนในการใช้ชุดกิจกรรมการ

เรยี นรู้ ใหเ้ ข้าใจ ดังน้ี
5.1 ครอู ธิบายวิธกี ารเรียนโดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้
5.2 ครชู แี้ จงบทบาทของนักเรียน ให้นักเรยี นเข้าใจบทบาทของตนเองในการ

ดำเนนิ กจิ กรรมในแต่ละชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้
5.3 ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามเก่ยี วกบั วิธี หรอื ขน้ั ตอน หรอื บทบาทของ

นักเรยี นตลอดจนขอ้ สงสัยอนื่ ๆ
5.4 ครดู ำเนินการจดั กิจกรรมตามที่กำหนดไวใ้ นแผนการจัดการเรียนรู้ เพ่ือ

กระตุ้นใหน้ ักเรยี นเกิดความสนใจในเนอ้ื หาท่ีกำลังเรียน
5.5 ครดู ำเนินการจดั กจิ กรรมตามท่ีกำหนดไวใ้ นแผนการจัดการเรยี นรโู้ ดย

คำนึงถึงความสามารถในการรบั รูข้ องนักเรยี น และเน้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ให้นักเรยี นได้
ปฏิบัติตามกิจกรรมทีก่ ำหนดไว้

5.6 ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปสงิ่ ที่ไดเ้ รยี นมา โดยใหน้ กั เรียนอภิปรายหรือ
การเขยี นสรุปเป็นแผนผังความคดิ โดยครคู อยชแี้ นะ

5.7 นกั เรยี นตอบคำถามในชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้

3

คำแนะนำในการใชช้ ุดกิจกรรมสำหรับครู

ครเู ตรียมความพร้อมก่อนสอน
1. ศึกษาคำแนะนำการใชช้ ุดกิจกรรมการเรยี นรู้ผ้ามัดยอ้ ม สำหรบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
2. ศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ คุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ กระบวนการจดั การเรียนร้แู บบซิปปา การวดั และประเมินผล
ตลอดจนแหลง่ การเรยี นรู้ในแต่ละชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ให้เขา้ ใจอย่างถ่องแท้ และครูควร
เตรียมชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ตลอดจนอปุ กรณต์ ่าง ๆ ใหค้ รบถว้ น
3. เตรียมสื่ออุปกรณใ์ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ใู ห้พร้อมและครบจำนวนนกั เรียนในช้นั
เรยี นแต่ละกลมุ่
4. ครูควรชแ้ี จงบทบาทและหนา้ ทขี่ องผเู้ รียน และกำหนดข้อตกลงร่วมกัน และแจ้ง
จดุ ประสงค์การเรียนรูใ้ นแตล่ ะชดุ กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หน้ ักเรียนทราบ

บทบาทครขู ณะสอน
1. จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ตรงตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่กำหนดไว้
2. ขณะทีน่ ักเรียนปฏบิ ัติกจิ กรรมการเรยี น ครคู วรให้ความชว่ ยเหลอื แนะนำ กระตุ้น
เสรมิ แรงใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรมอยา่ งกระตือรือร้น และตอบขอ้ สงสยั ระหว่างเรียน พร้อมท้ัง
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน
3. สร้างบรรยากาศท่เี อื้อต่อการเรียนรู้ ไมด่ ุดา่ ขูเ่ ข็น บังคบั ให้นกั เรียนสามารถทำกจิ กรรม
ได้อย่างอิสระตามขอ้ ตกลง
4. ครูคอยให้กำลงั ใจ ชืน่ ชม และสง่ เสรมิ การเรยี นรูด้ ้วยตนเองของนกั เรียน

บทบาทครูหลังสอน
1. บนั ทึกผลที่ไดจ้ ากการสังเกตพฤติกรรม
2. การวัดและประเมินผล จากแบบทดสอบหลงั เรียน ประเมินผลการปฏบิ ัตงิ าน ตรวจ
บัตรกจิ กรรม ในการประเมนิ จะตอ้ งคำนงึ ถึงความพร้อม วฒุ ภิ าวะ และความแตกตา่ ง
ระหว่างบุคคล
3. ชื่นชมผลงานนกั เรยี น ใหก้ ำลังใจ ใหค้ ำแนะนำในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่อไป

4

คำแนะนำในการใช้ชดุ กจิ กรรมสำหรับนักเรยี น

1. ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ชดุ ท่ี 3 เร่ือง การออกแบบผลิตภัณฑ์ ใชเ้ วลา 2 ชัว่ โมง
2. อา่ นคำช้แี จง คำแนะนำการใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ให้เข้าใจก่อนลงมือศึกษา
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้
3. อ่านทำความเข้าใจจุดประสงค์การเรยี นรกู้ ่อนลงมือศึกษาข้อมลู ตามชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้
4. ปฏบิ ตั ิตามขัน้ ตอนในชุดกิจกรรมการเรยี นรู้
5. ศกึ ษาเน้ือหาด้วยความต้ังใจ ร่วมแสดงความคดิ เห็น อธิบาย ซักถามกันภายในกลุ่ม หาก
ไมเ่ ขา้ ใจให้สอบถามครูผสู้ อน
6. ขณะท่ีปฏิบตั ิกิจกรรมตอ้ งทำดว้ ยความต้งั ใจ และฝกึ ปฏิบัติอย่างเต็มกำลงั ความสามารถ
ของตนเอง
7. หลงั จากเรียนรดู้ ว้ ยชดุ กิจกรรมการเรยี นรแู้ ต่ละชุดจบแล้ว ให้ทำกิจกรรมประจำ
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้
8. ทำแบบทดสอบหลงั เรียน ชดุ ท่ี 3 เรอื่ ง การออกแบบผลิตภณั ฑ์ จำนวน 10 ขอ้

คำแนะนำ
1. หากมีข้อสงสยั เก่ียวกับชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ชุดท่ี 3 เรื่อง การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ ให้
สอบถามจากครูผูส้ อน
2. เพอื่ ใหเ้ กดิ ผลดีตอ่ นักเรยี น นกั เรียนตอ้ งมคี วามซื่อสตั ย์

5

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

หลงั จากนกั เรยี นไดศ้ ึกษาเรยี นรู้และปฏบิ ตั ิกจิ กรรมในชดุ กิจกรรมการเรียนรู้
เร่อื ง การออกแบบผลิตภณั ฑ์ เสรจ็ แลว้ นกั เรยี นมพี ฤติกรรม ดังนี้

ดา้ นความรู้ (K)
นกั เรียนอธบิ ายหลกั การออกแบบผลติ ภณั ฑไ์ ด้(K)

ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
นกั เรียนออกแบบและวางแผนการประดิษฐ์ผลติ ภณั ฑจ์ ากผ้ามดั ย้อมได้

ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
นักเรยี นมุง่ ม่นั ในการทำงาน

6

บตั รเนื้อหา

ความหมายของการออกแบบ
การออกแบบ หมายถึง การใชค้ วามรู้ ความคดิ และจินตนาการท่จี ะนำ

องค์ประกอบของการออกแบบ ได้แก่ เส้น สี ลักษณะ พ้นื ผิว รูปรา่ ง รูปทรง มาสร้างผลงาน
ใหม่ ๆ หรอื ปรับปรงุ ดัดแปลงสิง่ ท่ีมอี ยู่แล้วใหเ้ กิดรูปแบบที่แปลกใหม่ตามทีต่ ้องการ เพ่ือ
ประโยชน์ใชส้ อยในการดำเนินชีวิต เช่น การออกแบบของใช้และของตกแตง่
ทมี่ าของการออกแบบ
การออกแบบงานประดษิ ฐ์มีที่มา ดงั นี้
1. การศกึ ษาแบบ หมายถึง การศึกษาแบบของงานท่ีตนเองสนใจจากตน้ แบบในหนังสือ
นิตยสารหรือจากแหล่งท่ีมาอื่น ๆ แลว้ ทดลองปฏบิ ตั ิตามแบบนน้ั
2. การดดั แปลงแบบ หมายถึง การปรับแบบที่มีอยู่เดิมหรอื แบบตัวอยา่ ง โดยทำการศึกษา
แบบจนเกิดความเขา้ ใจถึงสรา้ งแบบ โดยการนำเอาแนวความคิดหรอื ความคิดสรา้ งสรรค์
ของตนเองไปผสมผสาน ทำให้ไดแ้ บบทเ่ี ปน็ เอกลักษณเ์ ฉพาะไม่เหมือนใคร
3. การออกแบบด้วยตนเอง หมายถึง การออกแบบชิน้ งานท่ีเกดิ จากแนวความคดิ ของตนเอง
และทดลองปฏิบัตสิ ร้างแบบจนไดแ้ บบทีส่ วยงามเหมาะสมตามความต้องการ

เกร็ดความรู้
แบบ หมายถึง ผลงานจากการออกแบบเปน็ ส่งิ ทีเ่ กิดจากความคดิ สรา้ งสรรค์และ

ฝีมอื ของนักออกแบบ แบบมีอยู่หลายลักษณะ เชน่ ภาพวาดลายเส้น ภาพระบายสี
ภาพถ่ายแบบรา่ งที่มีรายละเอียด และแบบจำลองหรือของจริง ซ่ึงเป็นแบบอีกประเทศหน่ึง
ท่ีใชแ้ สดงรายละเอยี ดของงานไดช้ ดั เจนกว่าภาพต่าง ๆ เน่ืองจากมลี กั ษณะเปน็ 3 มิติทำให้
สามารถเข้าใจในผลงานได้ดีกวา่ นอกจากน้แี บบจำลองบางประเทศยังใช้งานได้เหมือนของ
จรงิ อีกดว้ ย จึงสามารถใช้ในการทดลองและทดสอบการทำงาน เพ่อื หาข้อบกพรอ่ งได้

7

ประเภทของการออกแบบ

1. การออกแบบทางสถาปตั ยกรรม (Architecture Design) เปน็ การออกแบบเพ่ือการ

ก่อสร้าง ส่ิงก่อสร้างต่าง ๆ นักออกแบบสาขานี้ เรยี กว่า สถาปนกิ (Architect) ซง่ึ โดยท่ัวไป

จะต้องทำงานร่วมกบั วศิ วกรและมณั ฑนากร โดยสถาปนิก รบั ผิดชอบเก่ียวกบั ประโยชน์

ใชส้ อยและความงามของสิง่ ก่อสร้าง งานทางสถาปตั ยกรรมไดแ้ ก่

- สถาปัตยกรรมท่วั ไป เป็นการออกแบบสิ่งก่อสรา้ งทั่วไป

เชน่ อาคาร บ้านเรือน รา้ นคา้ โบสถ์ วหิ าร ฯลฯ

- สถาปัตยกรรมโครงสรา้ ง เป็นการออกแบบเฉพาะ

โครงสร้างหลกั ของอาคาร

- สถาปตั ยกรรมภายใน เป็นการออกแบบที่ต่อเน่ืองจาก

สถาปตั ยกรรมทว่ั ไป งานโครงสร้าง ที่เปน็ ส่วนประกอบของอาคาร
- งานออกแบบภูมทิ ัศน์ เป็นการออกแบบท่ีมีบริเวณ

กว้างขวาง เปน็ การจัดบรเิ วณพื้นท่ตี ่าง ๆ เพ่อื ให้เหมาะสมกับประโยชนใ์ ชส้ อยและความ

สวยงาม

- งานออกแบบผังเมือง เปน็ การออกแบบที่มีขนาดใหญ่ และมีองค์ประกอบ

ซบั ซอ้ น ซ่ึงประกอบ ไปดว้ ยกลมุ่ อาคารจำนวนมาก ระบบภมู ทิ ศั น์ ระบบสาธารณูปโภค

ฯลฯ

2. การออกแบบผลิตภณั ฑ์ (Product Design) เปน็ การออกแบบเพื่อการผลิตผลติ ภัณฑ์

ชนิดตา่ ง ๆ งานออกแบบสาขานี้ มีขอบเขตกว้างขวางมากที่สุด และแบง่ ออกได้มากมาย

หลาย ๆ ลกั ษณะ นักออกแบบรบั ผดิ ชอบเกยี่ วกับประโยชน์ใชส้ อยและความสวยงามของ

ผลิตภณั ฑ์ งานออกแบบประเภทนีไ้ ด้แก่

- งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์

- งานออกแบบครภุ ัณฑ์

- งานออกแบบเครื่องสุขภัณฑ์

- งานออกแบบเคร่ืองใช้สอยต่างๆ

- งานออกแบบเคร่ืองประดบั อัญมณี

- งานออกแบบเคร่ืองแตง่ กาย งานออกแบบภาชนะบรรจผุ ลติ ภณั ฑ์
- งานออกแบบภาชนะบรรจุผลติ ภณั ฑ์

- งานออกแบบผลติ เคร่ืองมือตา่ ง ๆ ฯลฯ

8

3. การออกแบบทางวศิ วกรรม (Engineering Design) เปน็ การออกแบบเพ่ือการผลิต

ผลิตภณั ฑช์ นดิ ต่าง ๆ เชน่ เดียวกับการออกแบบผลติ ภัณฑ์ ซึ่งมคี วามเก่ียวข้องกนั ต้องใช้

ความร้คู วามสามารถและเทคโนโลยีในการผลิตสูง ผอู้ อกแบบคอื วิศวกร ซ่งึ จะรับผิดชอบใน

เรื่องของประโยชนใ์ ชส้ อย ความปลอดภยั และกรรมวิธใี นการผลิต บางอยา่ งต้องทำงาน

ร่วมกนั กบั นกั ออกแบบสาขาต่าง ๆ ดว้ ย งานอกแบบ

ประเภทนี้ ไดแ้ ก่

- งานออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้า

- งานออกแบบเคร่ืองยนต์

- งานออกแบบเคร่ืองจักรกล

งานออกแบบเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า - งานออกแบบเคร่ืองมอื สื่อสาร
- งานออกแบบอปุ กรณ์อิเลคทรอนิคต่าง ๆ ฯลฯ

4. การออกแบบตกแตง่ (Decorative Design) เปน็ การออกแบบเพื่อการตกแต่งสง่ิ ตา่ ง ๆ

ให้สวยงามและเหมาะสมกับประโยชน์ใชส้ อยมากขึ้น นักออกแบบเรยี นว่า มณั ฑนากร

(Decorator) ซึง่ มักทำงานร่วมกับสถาปนิก งานออกแบบประเภทนี้ได้แก่

- งานตกแต่งภายใน (Interior Design)

- งานตกแต่งภายนอก (Exterior Design)

- งานจดั สวนและบริเวณ ( Landscape Design)

- งานตกแต่งมุมแสดงสินคา้ (Display)

- การจัดนทิ รรศการ (Exhibition) งานตกแตง่ ภายใน
- การจัดบอร์ด

- การตกแต่งบนผวิ หนา้ ของส่งิ ต่าง ๆ เปน็ ตน้ ฯลฯ

5. การออกแบบส่งิ พมิ พ์ (Printing Design) เปน็ การออกแบบเพ่ือทางผลิตงานส่ิงพมิ พ์

ชนิดตา่ ง ๆ ได้แก่ หนงั สือ หนังสอื พิมพ์ โปสเตอร์ นามบตั ร บตั รตา่ ง ๆ งานพิมพล์ วดลายผา้

งานพมิ พ์ภาพลงบนส่ิงของเครอ่ื งใช้ต่าง ๆ งานออกแบบรูปสัญลกั ษณ์ เครื่องหมายการค้า

6. การออกแบบกราฟิก (Graphic Design) เปน็ การออกแบบงานดา้ นกราฟกิ อาจจะ

ออกมาในลักษณะของ การผลติ สอื่ ที่ใชแ้ นวคิด รูปแบบซึง่ มกี ารใชร้ ปู ภาพ ตัวอักษร นำมา

จัดองคป์ ระกอบให้นา่ สนใจ มีการใชส้ ี สวยงาม บางครัง้ อาจสอดแทรกเทคนิคโปรแกรม

คอมพวิ เตอร์ (effect) สามารถนำไปใช้เปน็ ส่ือในการนำเสนอ การออกแบบแผนภมู ิ สถิติ

แผนภาพ ภาพโฆษณา การ์ตูน ลูกโลก-แผนท่ี การจัดปา้ ยนิเทศ การจัดนิทรรศการ

สอ่ื มลั ติมเี ดีย สอ่ื กราฟิกในโทรทศั น์ สือ่ สำหรับงานวจิ ยั ตามจดุ มงุ่ หมายของชิ้นงานในแตล่ ะ

คร้ัง

9

หลกั การออกแบบ
ผู้ออกแบบควรคำนึงถึง เพ่ือนำความรูท้ ่ีได้ไปปรบั ใช้กบั การออกแบบงานประดิษฐ์
ของตนเองใหเ้ กิดความสวยงาม เหมาะสม โดยนำไปผสมผสานกบั ความคิดสร้างสรรค์ ความ
ต้องการ รวมทั้งจุดมุ่งหมายของผู้ประดิษฐ์เปน็ สำคญั ความรูพ้ ืน้ ฐานท่ีผอู้ อกแบบงาน
ประดิษฐ์ควรนำมาใช้มดี ังน้ี

1. ความรเู้ รอ่ื งรปู รา่ งและรปู ทรงของช้นิ งาน โดยรปู รา่ งเป็นเส้นรอบนอกของ
วตั ถหุ รือรูปแบบของช้ินงานท่ีสามารถส่อื ความหมายถึงความกว้าง ความยาว สว่ นรปู ทรง
เป็นลกั ษณะของชิ้นงานที่ออกแบบสามารถส่ือความกวา้ ง ความหนา และความยาว เช่น

ท่มี า : หนงั สอื เรียน รายวิชาเพ่มิ เตมิ งานประดิษฐ์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1-3

10

2. ความร้เู รอ่ื งเสน้ การใชเ้ ส้นเปน็ การออกแบบงานประดษิ ฐ์ชว่ ยใหเ้ กดิ
ความรสู้ กึ ท่ีแตกตา่ งกนั เพราะ เส้นแต่ละเสน้ มีลักษณะและอิทธิพลตอ่ ความรู้สกึ แตกต่างกนั
การนำเสน้ ต่าง ๆ มาใช้ในการออกแบบ ผอู้ อกแบบควรคำนึงถึงลักษณ์ของเส้นดงั น้ี เส้นแนว
ตง้ั หรือแนวดง่ิ ให้ความรสู้ ึกแข็งแรง มงั่ คง ในทศิ ทางการตัง้ เสน้ นอนหรือเส้นขนานให้
ความรสู้ ึกเวง้ิ ว้าง ราบเรียบ เส้นโคง้ ให้ความรู้สกึ อ่อนโยน น่มิ นวล ออ่ นไหว เส้นคดให้
ความรสู้ กึ เคล่ือนไหว ไม่หยุดนิ่ง ไมข่ ดั แย้ง เส้นหักให้ความรูส้ ึกตืน่ เตน้ เคลื่อนไหว อนั ตราย
เป็นต้น ตวั อยา่ งเชน่

ทม่ี า : หนงั สือเรยี น รายวชิ าเพิม่ เติม งานประดิษฐ์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1-3

11

3. ความรู้เร่ืองขนาดและสดั ส่วนของชิ้นงาน เพราะขนาดของชนิ้ งานจะ
สง่ ผลถึงประโยชน์และความสามารถในการนำไปใช้ เช่น การออกแบบแจกันมมุ ห้อง ถ้า
ขนาดเลก็ ไปก็จะไม่เหมาะสม

4. ความรเู้ รือ่ งสีทีน่ ำมาใช้ในงาน สีที่มีอิทธิพลต่อความรู้สกึ เป็น
องคป์ ระกอบสำคัญท่ีทำใหง้ านประดิษฐ์มีคุณค่า วรรณะของสแี บ่งเปน็ 2 วรรณะ ดงั นี้

- สีร้อน เปน็ สที ี่แสดงความอบอุ่น รา่ งเรงิ แจม่ ใส สวา่ งไสว แสดง
ระยะใกลเ้ พิ่มขนาดของวตั ถใุ ห้ใหญ่ขนึ้ ไดแ้ ก่ สีแดง สสี ม้ สีมว่ งแดง สเี หลือสม้ เปน็ ตน้

- สีเยน็ เปน็ สที ีแ่ สดงความราบเรยี บ สงบ เยอื กเย็น มืดมวั แสดง
ระยะไกลออกไปและลดขนาดของวัตถุให้เลก็ ลงตัวอย่างสีเย็น ได้แก่ สนี ้ำเงนิ สเี ขียว สเี ทา
สฟี า้ เปน็ ตน้ ยกตัวอยา่ งเชน่

ท่ีมา : หนังสือเรยี น รายวชิ าเพิม่ เตมิ งานประดษิ ฐ์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1-3

12

5. ความรูเ้ ร่ืองผิวสัมผสั ของชิ้นงาน ผวิ ของช้นิ วสั ดทุ ีใ่ ช้ในงานประดษิ ฐ์มี
หลายลักษณะ เชน่ ผวิ เรยี บ ผิวขรุขระ ผวิ หยาบ ผวิ ดา้ น เปน็ ต้น การใชผ้ ิวสมั ผสั ตกแต่งงาน
ประดษิ ฐ์ ทำใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ ทางการสมั ผัส ถ้าตกแต่งเหมาะสมจะทำใหง้ านตา่ ง ๆ มคี ุณค่า
และมีคุณสมบตั ิพิเศษเฉพาะตัว เช่น การทำสีบนแผ่นโลหะ การขดั เงาแสดงลวดลายของไม้
เป็นตน้
คุณสมบตั ขิ องนักออกแบบที่ดี
1. เปน็ ผทู้ ม่ี ีความคดิ สร้างสรรค์ และมีความเช่ือมน่ั ในตนเอง
2. เปน็ ผทู้ มี่ ที ักษะในการออกแบบ
3. เปน็ ผ้ทู ร่ี ู้จกั สังเกตและทำความเข้าใจกับส่ิงแวดล้อมรอบ ๆ ตวั ซง่ึ มที งั้ สภาพทาง
ธรรมชาติ และส่ิงตา่ ง ๆ ทมี่ นุษยส์ รา้ งสรรคข์ ึน้ เพ่ือให้เปน็ แหลง่ ความคดิ สรา้ งสรรค์ในการ
ออกแบบ
4. เป็นผู้ทต่ี ดิ ตามการเปลยี่ นแปลงและความเคลือ่ นไหวของงานออกแบบสรา้ งสรรคท์ ุก
สาขาอยู่เสมอ
5. เปน็ ผู้ทมี่ คี วามสนใจศึกษาความเชอื่ และผลงานที่ออกแบบตามความเช่ือในยุคต่าง ๆ ท่ี
ผ่านมา เพอ่ื นำมาใช้เป็นพน้ื ฐานในการออกแบบสรา้ งสรรค์ใหก้ า้ วหนา้ ตอ่ ไปในปจั จุบันและ
อนาคต
6. เป็นผู้ทเ่ี ข้าใจสภาพแวดล้อมของสงั คม และความต้องการของประชาชน เพือ่ ใหก้ าร
ออกแบบสอดคล้องกบั ความต้องการ
7. เปน็ ผู้ที่มคี วามเข้าใจงานออกแบบแตล่ ะชนดิ เพื่อให้การออกแบบตอบสนองไดต้ รงตาม
จุดประสงค์ของงานออกแบบนัน้ ๆ เชน่ การออกแบบโฆษณามจี ุดประสงคใ์ นการจูงใจ
เป็นตน้

13

เนอื้ หาสาระเพม่ิ เตมิ เรอื่ ง หมอน

นกั เรียนทำการศกึ ษาเร่ือง หมอน เพ่ือใชค้ วามรู้ในการนำไปออกแบบงาน
ประดิษฐ์ผลิตภัณฑห์ มอน ให้มีความสรา้ งสรรค์ มีรูปแบบที่แปลกใหม่ และมี
เอกลกั ษณ์เฉพาะตัว

หมอน เป็นเคร่ืองนอนอย่างหนงึ่ ท่ใี ชศ้ รี ษะหนุนเวลานอน หรือใชป้ ระโยชน์
อืน่ ๆเช่น ใช้กอด ใช้องิ หมอนถกู ประดษิ ฐ์ขนึ้ มาในหลากหลายรูปแบบ โดยหมอนท่ีใช้
ส่วนใหญท่ ำจากผ้าเปน็ รูปทรงส่ีเหล่ียมผนื ผ้าและยดั ดว้ ยวสั ดุ เช่น นุน่ ขนเปด็ หรือ
ปจั จบุ นั นยิ มใช้
โพลีเอสเตอร์ สว่ นหมอนที่ใช้นอนกอด เรียกว่า หมอนข้าง เป็นรปู ทรงกระบอก
สำหรับ หมอนอิง มหี ลายแบบ เช่น ทรงส่เี หลยี่ มจตั ุรัส ทรงกลม เป็นตน้

ในประเทศไทย หมอนในแตล่ ะภมู ิภาคก็มเี อกลักษณ์ต่าง ๆ กนั ไป เช่น
หมอนสี่เหล่ียมทางภาคอสี าน หรอื หมอนขวานทางภาคกลาง

14

ชนิดของหมอน

หมอนหนนุ ท่ีเขา่ ซ่งึ สามารถหนนุ ได้สองรปู แบบ
คือ นอนหงายแล้วเอาหมอนหนุนใต้เข่า หรอื
นอนตะแคงหมอนอยูร่ ะหว่างขา ท่านอนและ
การใชห้ มอนทา่ น้ีจะช่วยลดอาการปวดหลัง
เนื่องจากกล้ามเน้ือหลังอักเสบ หมอนทใี่ ช้คือ
หมอนข้าง

หมอนหนนุ ท่ศี รี ษะและคอ หมอนทดี่ ีควรจะ
รองต้ังแต่ตน้ คอจรดถงึ ศรี ษะ ความสูงของ
หมอนประมาณ 4-6 น้ิวโดยหมอนควรจะนุ่ม
เพือ่ ทสี่ ่วนทีร่ องศีรษะยบุ จนกระทั่งหมอน
สามารถรองรบั บริเวณคอ หมอนชนดิ น้ีเหมาะ
สำหรับคนที่ปวดตน้ คอ หากหมอนสูงเกินไปเม่ือ
นอนหงายหรอื นอนตะแคง กลา้ มเนือ้ คอจะถูก
ยืดมากเกินไป ทำให้ปวดกลา้ มเน้ือคอ และท่ี
สำคัญในทางนอนหงายหากหมอนสูงไป จะทำ
ให้ทางเดนิ หายใจแคบเกดิ อาการกรน

15

ชนดิ ของหมอน (ต่อ)

หมอนรูปตวั U เปน็ หมอนทีใช้สำหรับหนนุ คอ
ขณะเดนิ ทางโดยสารเพ่ือป้องกันมใิ หค้ อเอียง
ไปทางด้านใดดา้ นหน่ึง หรือหงายไปทาง
ด้านหลัง เหมาะสำหรับนง่ั หลับขณะโดยสาร
ในรถหรอื เครอื่ งบิน

หมอนรองหลงั ใช้สำหรบั หนุนหลงั สว่ นเอว
เหมาะสำหรับคนทต่ี ้องทำงานนง่ั นาน หรือ
ขับรถนาน เพ่ือลดอาการเกร็งของกลา้ มเน้ือ
หลงั

หมอนรปู โดนทั เหมาะสำหรับผู้ทม่ี กี ระดกู กน้ กบ
หัก เวลานั่งจะไม่ปวดกน้ เมอ่ื ทา่ นเลือกท่ีจะใช้
หมอนท่ใี ดที่หนง่ึ ให้ลองดู 1-2 สัปดาหจ์ งึ จะเห็นผล
เม่ือใช้หมอนไประยะเวลาหนงึ่ ความนมุ่ ของหมอน
จะเสียไป ต้องเปล่ยี นหมอน

ตัวอย่างหมอน 16
หมอนขา้ งหัวรปู สัตว์
หมอนองิ ผา้ มดั ย้อม

หมอนรูปตัว U หมอนรองหลงั

หมอนรูปโดนัท

17

บัตรกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เร่อื ง ฝกึ การออกแบบ
ใหน้ กั เรยี นออกแบบผลิตภณั ฑห์ มอนตามชนิดท่ีกำหนดให้ พร้อมต้ังชื่อภาพงานประดิษฐ์
1. หมอนรองคอ

ชอ่ื งานประดิษฐ์.............................................

2. หมอนองิ

ชื่องานประดิษฐ์.............................................

18

บัตรกจิ กรรม เรื่อง ส่ิงทฉี่ นั ไดร้ ับ

ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้
1. ความหมายของการออกแบบ
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................................................... ..
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................... ..................................
2. จงอธิบายที่มาของการออกแบบมอี ะไรบ้าง อย่างไร
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................................. ....................
....................................................................................................... ..........................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................
3. หลกั การออกแบบมกี ีห่ ลักการ อะไรบา้ ง
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
................................................................................................................................ .................
................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ....................

19

4. หากนักเรียนต้องการเปน็ นักออกแบบท่ดี ี นกั เรยี นควรมีคุณสมบตั ิอย่างไรบา้ ง
(ตอบอย่างน้อย 3 ข้อ)
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................................................... ..
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................................. ....................
.............................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................................. ....................
..................................................................................................... ............................................

20

บัตรกจิ กรรม เร่ือง ฝึกคดิ วางแผนการประดษิ ฐ์

ใหน้ ักเรียนวางแผนการประดิษฐผ์ ลติ ภัณฑจ์ ากผา้ มัดย้อมของตนเอง โดยมีหัวขอ้ ดังต่อไปน้ี
1. ชือ่ งานประดษิ ฐ.์ ................................................................................................................
2. ภาพการออกแบบงานประดิษฐ์

3. อุปกรณ์ในการทำงานประดิษฐ์
3.1 อุปกรณท์ ใ่ี ช้ในการทำผ้ามัดยอ้ ม

............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
....................................................................................................................................... ..........

3.2 อปุ กรณท์ ี่ใช้ในการทำงานประดษิ ฐ์ผลติ ภณั ฑจ์ ากผา้ มัดยอ้ ม
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................... ..................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................

21

4. วิธที ำ
4.1 วธิ กี ารมดั ยอ้ มผา้

............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................... ..................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
..................................................................................................................................... ............
...................................................................................................................... ...........................
............................................................................................................................. ...................
.................................................................................... .............................................................

4.2 วธิ กี ารประดษิ ฐผ์ ลติ ภัณฑ์จากผ้ามัดยอ้ ม
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................................... ..................
................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
..................................................................................................................................... ............
....................................................................................................................... ..........................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................

22

แบบทดสอบหลังเรียน

คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบที่ถกู ต้องทส่ี ุดเพียงขอ้ เดียว

1. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ความหมายของการออกแบบ

ก. การสรา้ งสรรค์ส่งิ ใหม่

ข. การปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยแู่ ลว้

ค. มกี ารวางแผนอยา่ งเป็นกระบวนการในการสรา้ งผลงาน

ง. การอนุรกั ษร์ ปู แบบของเดิม ให้มีคุณคา่ ทางศลิ ปะสงู ข้ึน

2. การปรับแบบที่มีอย่เู ดิมหรือแบบตัวอย่าง โดยทำการศกึ ษาแบบจนเกิดความเขา้ ใจถึง

สร้างแบบ คอื ความหมายของข้อใด

ก. การศึกษาแบบ ข. การดดั แปลงแบบ

ค. การออกแบบด้วยตนเอง ง. การเลยี นแบบ

3. ข้อใดมีความหมายตรงกับคำวา่ การออกแบบผลติ ภัณฑ์

ก. PRODUCT DESIGN ข. INTERIOR DESIGN

ค. EXTERIOR DESIGN ง. DECORATIVE DESIGN

4. ขอ้ ใดคือหลกั การออกแบบผลิตภัณฑ์

ก. ความสวยงาม ข. สี รปู ทรง

ค. การประหยดั ง. ความทนทาน

5. การออกแบบโดยใชร้ ูปทรงกลม จะให้ความรูส้ ึกในข้อใด

ก. กลมกลนื ไม่มน่ั คง ข. เคลื่อนไหว ไม่แน่นอน

ค. สมดุล แขง็ แรง ไมเ่ อนเอยี ง ง. กว้างขวาง สงบ มั่นคง

6. หากตอ้ งการออกแบบงานใหม้ ีความรู้สึกขัดแยง้ น่ากลัว ตื่นเต้น แปลกตา ควรใช้ลักษณะ

เส้นแบบใด

ก. เส้นขด ข. เส้นตรงแนวนอน

ค. เส้นหยัก ง. เสน้ ตรงแนวต้ัง

23

7. หากต้องการออกแบบงานให้มคี วามรสู้ กึ สงบ ราบเรียบ กวา้ งขวาง ควรใชล้ กั ษณะเสน้

แบบใด

ก. เส้นขด ข. เสน้ ตรงแนวตัง้

ค. เสน้ หยัก ง. เสน้ ตรงแนวนอน

8. หากตอ้ งการออกแบบงานให้มคี วามร้สู ึกสดใส สะอาด เรียบรอ้ ย ควรเลือกใชส้ ใี ดในการ

ออกแบบ

ก. สสี ้ม ข. สีชมพู ค. สีเขียว ง. สฟี า้

9. การออกแบบโดยใชส้ ที ี่แสดงความราบเรยี บ สงบ เยือกเย็น มืดมวั แสดงระยะไกลออกไป

และลดขนาดของวัตถุใหเ้ ล็กลง คอื สใี นข้อใด

ก. สแี ดง สเี หลอื ง สีฟา้ ข. สมี ่วงแดง สีแดง สีส้ม

ค. สฟี ้า สีเขยี ว สเี ทา ง. สีเหลือง สีเขยี ว สเี ทา

10. ผลิตภัณฑ์ท่ีผลิตออกมาแล้วไมซ่ ้ำแบบใคร ถือเป็นงานทีเ่ กดิ จากส่ิงใด

ก. ความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ ข. ประสบการณ์และการฝึกฝน

ค. การนำความรู้มาประยุกตใ์ ช้ ง. การนำความรู้ทางศิลปะมาใช้

ตั้งใจทำกนั ดว้ ยนะคะ
นกั เรียนท่ีนา่ รกั ทุกคน

24

กระดาษคำตอบ

ข้อ ก ข ค ง
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.

ขอให้นักเรียนทุกคนโชคดี

25

บรรณานุกรม

ถาวร สายสืบ. (2546). การประกอบภาพ. ภาควชิ าเทคโนโลยีและสื่อสารการศกึ ษา
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร.

ภาวศุทธิ ด้วงหอม. (2560). หนงั สือเรียน รายวชิ าเพิ่มเตมิ งานประดษิ ฐ์ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี
1-3. พี เอน็ เค แอนด์ สกายพรน้ิ ติ้งส.์

วรรณี วงศพ์ านชิ ย์. (ม.ป.ป.). หนงั สือเรียนรายวิชาเพิม่ เติมชุดเพ่ิมศักยภาพงานประดิษฐ์
ม.1-ม.3. ไทยร่มเกลา้ .

วกิ พิ เี ดีย สารานุกรมเสรี. (ม.ป.ป). หมอน.
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD
%E0%B8%99


Click to View FlipBook Version