➢ การวัดผลและประเมินผลการเรียนและการสำเร็จการศึกษา 1. กฎระเบียบหรือหลักเกณฑ์ในการให้ระดับคะแนน (เกรด) การวัดผลและการสำเร็จการศึกษาเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการศึกษา และประเมินผลการศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ของสถาบันการ อาชีวศึกษา พ.ศ. 2556 หมวดที่ 3 ส่วนที่ 2 1.1 การประเมินผลการศึกษาในแต่รายวิชา ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการศึกษาในแต่ละ รายวิชา ดังต่อไปนี้ 4.0 หมายถึง ผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม 3.5 หมายถึง ผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก 3.0 หมายถึง ผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดี 2.5 หมายถึง ผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้ 2.0 หมายถึง ผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์พอใช้ 1.5 หมายถึง ผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์อ่อน 1.0 หมายถึง ผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์อ่อนมาก 0 หมายถึง ผลการศึกษาตก 2. เกณฑ์การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร เกณฑ์การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการศึกษา และประเมินผลการศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ของสถาบันการ อาชีวศึกษา 2.1 เรียนครบหน่วยกิตและรายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตร มีจำนวนหน่วยกิตสะสมไม่ต่ำ กว่าที่กำหนดไว้ตามโครงสร้างหลักสูตร และครบถ้วนตามโครงสร้างที่กำหนดไว้ในหลักสูตร 2.2 มีผลการเรียนระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า ๒.๐๐ 2.3 ผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ 44
1.4 หลักสูตรอุดมศึกษา (ภายใต้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา) ➢ หลักการ หลักการสำคัญของกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ 1.เป็นเครื่องมือในการนำแนวนโยบายการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การจัดการศึกษาตามที่ กำหนดใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฯ ในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรฐานการอุดมศึกษาและการประกัน คุณภาพการศึกษาสู่การปฏิบัติใน สถาบันอุดมศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม 2. มุ่งเน้นที่ผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes) ๕ ด้าน ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำเชิงคุณภาพเพื่อ ประกันคุณภาพบัณฑิต 3. มุ่งประมวลกฎเกณฑ์และประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน เข้าไว้ด้วยกันและ เชื่อมโยงให้เป็นเรื่องเดียวกัน 4. เป็นเครื่องมือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความเข้าใจและ ความมั่นใจในกลุ่มผู้ที่ เกี่ยวข้องมีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น นักศึกษา ผู้ปกครอง ผู้ประกอบการ ชุมชน สังคมและสถาบันอื่นๆ ทั้ง ในและต่างประเทศเกี่ยวกับคุณลักษณะของ บัณฑิตที่คาดว่าจะพึงมี 5. มุ่งให้คุณวุฒิหรือปริญญาของสถาบันใดๆของประเทศไทย เป็นที่ยอมรับและเทียบเคียงกันได้ กับสถาบันอุดมศึกษา ที่ดีทั้งใน และต่างประเทศ โดยเปิดโอกาสให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถจัด หลักสูตรตลอดจนกระบวนการเรียนการ สอนได้อย่างหลากหลาย โดยมั่นใจถึงคุณภาพของบัณฑิตซึ่ง จะมีมาตรฐานผลการเรียนรู้ ตามที่มุ่งหวัง สามารถ ประกอบอาชีพได้อย่างมีความสุขและภาคภูมิใจ เป็นที่พึงพอใจของนายจ้าง 6. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ➢ ประกาศ ตามที่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 25555 มาตรา 34 กำหนดให้คณะกรรมการการอุดมศึกษา จัดทำมาตรฐานการอุดมศึกษาที่สอดคล้องกับ ความต้องการตามแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของ ชาติ โดยคำนึงถึงความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา คณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงได้ดำเนินการจัดทำมาตรฐานการ อุดมศึกษาเพื่อใช้เป็นกลไก ระดับกระทรวง ระดับคณะกรรมการการอุดมศึกษา และระดับหน่วยงานเพื่อนำไปสู่การกำหนด นโยบายของสถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนาการอุดมศึกษาต่อไปอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการ 45
กระทรวง ศึกษาธิการโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษาในคราวประชุม ครั้งที่ 7/2559 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 จึงประกาศมาตรฐาน การอุดมศึกษาไว้ดังต่อไปนี้ มาตรฐานการอุดมศึกษา ประกอบด้วย มาตรฐาน 3 ด้าน 12 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ 1. มาตรฐานด้านคุณภาพบัณฑิต บัณฑิตระดับอุดมศึกษาเป็นผู้มีความรู้ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความสามารถในการเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ เพื่อการดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขทั้งทาง ร่างกายและจิตใจ มีความ สำนึกและความรับผิดชอบในฐานะพลเมืองและพลโลก ตัวบ่งชี้ 1.1 บัณฑิตมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของตน สามารถเรียนรู้ สร้างและประยุกต์ใช้ ความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง สามารถปฏิบัติงานและ สร้างงานเพื่อพัฒนาสังคมให้สามารถแข่งขันได้ใน ระดับสากลรับผิดชอบ โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม 1.2 บัณฑิตมีจิตสำนึก ดำรงชีวิต และปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบบัณฑิตมีสุขภาพดีทั้ง ด้านร่างกายและจิตใจ มีการดูแลเอาใจใส่ รักษาสุขภาพของตนเองอย่างถูกต้อง เหมาะสม 1.3 มาตรฐานด้านการบริหารจัดการการอุดมศึกษามีการบริหารจัดการการอุดมศึกษาตาม หลักธรรมาภิบาล และพันธกิจของการอุดมศึกษาอย่างมีดุลยภาพ ก. มาตรฐานด้านธรรมาภิบาลของการบริหารการอุดมศึกษามีการบริหารจัดการการ อุดมศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึงความ หลากหลายและความเป็นอิสระทางวิชาการ ตัวบ่งชี้ (1) มีการบริหารจัดการบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความยืดหยุ่นสอดคล้อ กับความต้องการที่หลากหลายของประเภทสถาบัน และสังคมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานอย่าง มีอิสระทางวิชาการ (2) มีการบริหารจัดการทรัพยากรและเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล คล่องตัว โปร่งใสและ ตรวจสอบได้ มีการจัดการศึกษาผ่านระบบและวิธีการต่างๆ อย่างเหมาะสมและคุ้มค่าคุ้มทุน (3) มีระบบการประกันคุณภาพเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการอุดมศึกษา อย่างต่อเนื่อง 46
ข. มาตรฐานด้านพันธกิจของการบริหารการอุดมศึกษา การดำเนินงานตามพันธกิจของการ อุดมศึกษาทั้ง ๔ ด้าน อย่างมี ดุลยภาพ โดยมีการประสานความร่วมมือรวมพลังจากทุกภาคส่วนของ ชุมชน และ สังคมในการจัดการความรู้ ตัวบ่งชี้ (1) มีหลักสูตรและการเรียน การสอนที่ทันสมัย ยืดหยุ่น สอดคล้องกับความ ต้องการที่หลากหลายของประเภทสถาบันและสังคม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน แบบผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้น การเรียนรู้และการสร้างงานด้วยตนเองตามสภาพจริง ใช้การวิจัยเป็นฐาน มีการประเมิน และใช้ผลการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน และการบริหารจัดการ หลักสูตร ตลอดจนมี การบริหารกิจการนิสิตนักศึกษาที่เหมาะสม สอดคล้อง กับหลักสูตรและการเรียนการสอน (2) มีการวิจัยเพื่อสร้างและประยุกต์ใช้องค์ความรู้ใหม่ที่เป็น การขยายพรมแดนความรู้ และ ทรัพย์สินทางปัญญาที่เชื่อมโยงกับสภาพ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมตามศักยภาพ ของประเภทสถาบัน มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาทั้งในและ ต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันได้ในระดับนานาชาติของสังคมและ ประเทศชาติ (3) มีการให้บริการวิชาการที่ทันสมัย เหมาะสม สอดคล้องกับความ ต้องการของสังคมตาม ระดับความเชี่ยวชาญของประเภทสถาบัน มีการประสาน ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งในและ ต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนของสังคม และประเทศชาติ (4) มีการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน พัฒนา เผยแพร่ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้าง ความรู้ ความเข้าใจและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีการปรับใช้ศิลปะ วัฒนธรรมต่างประเทศ อย่างเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ (5) การเรียนรู้ มาตรฐานด้านการสร้างและพัฒนาสังคมฐานความรู้ และสังคมแห่งการ แสวงหา การสร้างและการจัดการความรู้ตามแนวทาง/หลักการ ตัวบ่งชี้ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทศ เพื่อเสริมสร้างสังคมฐานความรู้อันนำไปสู่สังคมฐานความรู้ และสังคมแห่งการเรียนรู้ 3.1 มีการแสวงหา การสร้าง และการใช้ประโยชน์ความรู้ ทั้งส่วนที่ 47
3.2 มีการบริหารจัดการความรู้อย่างเป็นระบบ โดยใช้หลักการ วิจัยแบบบูรณาการ หลักการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ หลักการสร้างเครือข่าย และหลักการประสานความร่วมมือรวมพลังอันนำไปสู่ สังคมแห่งการเรียนรู้ ➢ เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับ อนุปริญญาที่ใช้ในปัจจุบันให้มีความ เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ในการรักษา มาตรฐานวิชาการและวิชาชีพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ การรับรองวิทยฐานะ และมาตรฐานการศึกษา และเพื่อให้การบริหารงานด้านวิชาการดำเนินไปอย่าง มีประสิทธิภาพ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ จึงให้ออกประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง "เกณฑ์ มาตรฐานหลักสูตรระดับอนุปริญญา พ.ศ. 2558” ดังต่อไปนี้ 1. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการนี้เรียกว่า "เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอนุปริญญา พ.ศ. 2558 2. ให้ใช้ประกาศกระทรวงนี้สำหรับหลักสูตรระดับอนุปริญญาทุก สาขาวิชาที่มีระยะเวลา การศึกษา 6ภาคการศึกษาปกติ (3 ปี) ตามระบบ ทวิภาค หรือหลักสูตรที่เทียบเท่าทุกสาขาวิชา สำหรับหลักสูตรที่จะเปิดใหม่และ หลักสูตรเก่าเพื่อปรับปรุงใหม่ของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและ เอกชน และ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 3.ให้ยกเลิกประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง “เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรอนุปริญญา พ.ศ. 2532 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2532 4. ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร มุ่งให้มีความสัมพันธ์สอดคล้อง กับแผนพัฒนา การศึกษาระดับอุดมศึกษาของชาติ ปรัชญาของการอุดมศึกษา ปรัชญาของสถาบันอุดมศึกษาและ มาตรฐานวิชาการและวิชาชีพของสาขาวิชา นั้นๆ โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรให้มีความรอบรู้ ทั้ง ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ในสาขาวิชาที่มีความจำเป็น สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และ สอดคล้องกับความต้องการของสังคม รวมทั้งให้เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรม 48
➢ ระบบการจัดการศึกษา ใช้ระบบทวิภาค โดย 1 ปีการศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษาปกติ 1 ภาคการศึกษาปกติ มีระยะเวลาศึกษา ไม่น้อยกว่า 15 สัปดาห์ สถาบันอุดมศึกษาที่เปิดการศึกษาภาคฤดูร้อน ให้กำหนด ระยะเวลาและจำนวนหน่วยกิตโดยมีสัดส่วนเทียบเคียงกันได้กับการศึกษา ภาคปกติ สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาในระบบไตรภาค หรือระบบ จตุรภาค ให้ถือแนวทางดังนี้ ระบบไตรภาค 1 ปีการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ภาคการศึกษาปกติ1 ภาคการศึกษาปกติ มี ระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 12 สัปดาห์ ระบบจตุรภาค 1 ปีการศึกษาแบ่งออกเป็น 4 ภาคการศึกษาปกติ1 ภาคการศึกษาปกติ มี ระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 10 สัปดาห์ สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาระบบอื่น ให้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับระบบการศึกษานั้น รวมทั้งรายละเอียดการเทียบเคียงหน่วยกิตกับระบบทวิภาคไว้ในหลักสูตรให้ชัดเจนด้วย ➢ การคิดหน่วยกิต 6.1 รายวิชาภาคทฤษฎี ที่ใช้เวลาบรรยาย หรืออภิปรายปัญหา ไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมงต่อภาค การศึกษาปกติ ให้มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต ระบบทวิภาค 6.2 รายวิชาภาคปฏิบัติ ที่ใช้เวลาฝึกหรือทดลองไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมงต่อภาคการศึกษาปกติ ให้มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิตระบบทวิภาค 6.3 การฝึกงานหรือการฝึกภาคสนาม ที่ใช้เวลาฝึกไม่น้อยกว่า 45 ชั่วโมงต่อภาคการศึกษา ปกติ ให้มีค่าเท่ากับ ๓ หน่วยก็ตระบบทวิภาค 6.4 การทำโครงงานหรือกิจกรรมการเรียนอื่นใดตามที่ได้รับ มอบหมายที่ใช้เวลาทำโครงง หรือกิจกรรมนั้นๆ ไม่น้อยกว่า 45 ชั่วโมงต่อ ภาคการศึกษาปกติ ให้มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิตระบบท วิภาค 7. จํานวนหน่วยกิตรวมและระยะเวลาการศึกษา ให้มีจำนวนหน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 90 หน่วยกิต ใช้เวลาศึกษาไม่เกิน 6 ปีการศึกษา สำหรับการลงทะเบียนเรียนเต็มเวลาและไม่เกิน 4 ปี การศึกษา สำหรับการลงทะเบียนเรียน ไม่เต็มเวลาทั้งนี้ ให้นับเวลาศึกษาจากวันที่เปิดภาคการศึกษา แรกที่รับเข้าศึกษาในหลักสูตรนั้น 49
8. โครงสร้างหลักสูตร ประกอบด้วยหมวดวิชาศึกษาทั่วไป หมวดวิชา เฉพาะ และหมวดวิชา เลือกเสรี โดยมีสัดส่วนจำนวนหน่วยกิตของแต่ละหมวดวิชา ดังนี้ 8.1 หมวดวิชาศึกษาทั่วไป หมายถึง วิชาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความ รอบรู้อย่างกว้างขวาง มี โลกทัศน์ที่กว้างไกล มีความเข้าใจธรรมชาติ ตนเอง ผู้อื่น และสังคม เป็นผู้ใฝ่รู้ สามารถคิดอย่างมี เหตุผล สามารถใช้ภาษาในการติดต่อ สื่อความหมายได้ดี มีคุณธรรม ตระหนักในคุณค่าของ ศิลปวัฒนธรรมทั้งของ ไทยและของประชาคมนานาชาติสามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิต และดำรงตนอยู่ในสังคมได้เป็นอย่างดีสถาบันอุดมศึกษาอาจจัดวิชาศึกษาทั่วไปในลักษณะจำแนกเป็น รายวิชาหรือลักษณะบูรณาการใดๆ ก็ได้ โดยผสมผสานเนื้อหาวิชาที่ครอบคลุม สาระของกลุ่มวิชา สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภาษา และกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ กับคณิตศาสตร์ ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของวิชาศึกษา ทั่วไป โดยให้มีจำนวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต 8.2 หมวดวิชาเฉพาะ หมายถึง วิชาแกน วิชาเฉพาะด้านวิชาพื้นฐานวิชาชีพและวิชาชีพ ที่มุ่งหมายให้ ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจและปฏิบัติงานได้โดยให้มีจำนวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 45 หน่วยกิต หากจัด หมวดวิชาเฉพาะในลักษณะวิชาเอกและวิชาโท วิชาเอกต้องมีจำนวนหน่วยกิต ไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิต และวิชาโทต้องมีจำนวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต 8.3 หมวดวิชาเลือกเสรี หมายถึง วิชาที่มุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้ ความ เข้าใจ ตามที่ตนเองถนัด หรือสนใจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเรียนรายวิชา ใดๆ ในหลักสูตรระดับอนุปริญญาตามที่ สถาบันอุดมศึกษากำหนด และให้ มีจํานวนหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 3 หน่วยกิตสถาบันอุดมศึกษา อาจยกเว้นหรือเทียบโอนหน่วยกิตรายวิชา ในหมวดวิชาศึกษาทั่วไป หมวดวิชาเฉพาะ และหมวดวิชา เลือกเสรี ให้กับ นักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถที่สามารถวัดมาตรฐานได้ ทั้งนี้ นักศึกษาต้อง ศึกษา ให้ครบตามจำนวนหน่วยกิตที่กำหนดไว้ในเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร และ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การ เทียบโอนผลการเรียนระดับปริญญาเข้าสู่การศึกษา ในระบบและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการเทียบโอน ของสำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา 9. จำนวนและคุณวุฒิของอาจารย์ ต้องมีอาจารย์ประจำหลักสูตรตลอด ระยะเวลาที่จัด การศึกษาตามหลักสูตรนั้น ซึ่งมีคุณวุฒิตรงหรือสัมพันธ์กับ สาขาวิชาที่เปิดสอนไม่น้อยกว่า 3 คน และ ในจำนวนนั้นต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่าปริญญาโทหรือเทียบเท่า หรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทาง วิชาการไม่ต่ำกว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จำนวนอย่างน้อย 1 คน ทั้งนี้ อาจารย์ประจำในแต่ละ หลักสูตร จะเป็นอาจารย์ประจำเกินกว่า 1 หลักสูตรในเวลาเดียวกันไม่ได้ 10. คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา จะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ เทียบเท่า 50
11. การลงทะเบียนเรียน 11.1 การลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา ให้ลงทะเบียนเรียนได้ไม่น้อยกว่า 4 หน่วยกิต และไม่เกิน 22 หน่วยกิต ในแต่ละภาคการศึกษาปกติ และจะ สำเร็จการศึกษาได้ไม่ก่อน 5 ภาคการศึกษาปกติ 11.2 การลงทะเบียนเรียนไม่เต็มเวลา ให้ลงทะเบียนเรียนได้ไม่เกิน 4 หน่วยกิต ในแต่ละภาค การศึกษาปกติ และจะสำเร็จการศึกษาได้ไม่ก่อน 10 ภาคการศึกษาปกติสำหรับการลงทะเบียนเรียน ในภาคฤดูร้อน ให้ลงทะเบียนเรียน ได้ไม่เกิน ๙ หน่วยกิตแหากสถาบันอุดมศึกษาใดมีเหตุผลและ ความจำเป็นพิเศษ การลงทะเบียนเรียนที่มีจำนวนหน่วยกิตแตกต่างไปจากเกณฑ์ข้างต้นก็อาจ ทำได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบกระเทือนต่อมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา 12. เกณฑ์การวัดผลและการสำเร็จการศึกษา ต้องเรียนครบตามจำนวน หน่วยกิตที่กำหนดไว้ ในหลักสูตร เกณฑ์ขั้นต่ำของแต่ละรายวิชา และต้องได้ระดับ คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๒.๐๐ จากระบบ 4 ระดับคะแนนหรือเทียบเท่า จึงถือว่าเรียนจบหลักสูตรอนุปริญญาสถาบันอุดมศึกษาที่ใช้ระบบการ วัดผลและการสำเร็จการศึกษาที่แตกต่างจากนี้ จะต้องกำหนดให้มีค่าเทียบเคียงกันได้ 13. ชื่อปริญญา ให้ใช้ชื่อว่า "อนุปริญญา” อักษรย่อ "อ." แล้วตามด้วยสาขาวิชาต่อท้าย หลักสูตรปริญญาตรีที่มีการให้อนุปริญญาเป็นส่วนหนึ่งของ หลักสูตรปริญญาตรี หรือหลักสูตรที่ เทียบเท่าอนุปริญญา และมีระบบการศึกษา แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ข้างต้น ให้ใช้เกณฑ์มาตรฐานนี้ โดยอนุโลม และ หลักสูตรอนุปริญญาที่มีระยะเวลาการศึกษาแตกต่างไปจากเกณฑ์มาตรฐานนี้ ให้ใช้ เกณฑ์มาตรฐานนี้พิจารณา โดยให้อยู่ในมาตรฐานที่เทียบเคียงกันได้ตามความเหมาะสม 14. การประกันคุณภาพของหลักสูตร ให้ทุกหลักสูตรกำหนดระบบ การประกันคุณภาพของ หลักสูตรไว้ให้ชัดเจน ซึ่งอย่างน้อยประกอบด้วย ประเด็นหลัก 4 ประเด็น คือ 14.1 การบริหารหลักสูตร 14.2 ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน 14.3 การสนับสนุนและการให้คำแนะนำนักศึกษา 14.4 ความต้องการของตลาดแรงงาน สังคม และ/หรือความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต 15. การพัฒนาหลักสูตร ให้ทุกหลักสูตรมีการพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย แสดงการปรับปรุง ดัชนีด้านมาตรฐานและคุณภาพการศึกษาเป็นระยะๆ อย่างน้อยทุกๆ 5 ปี และมีการประเมินเพื่อ พัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่องทุก 5 ปี 51
16. ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวได้ หรือมี ความจำเป็นต้องปฏิบัติ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้อยู่ใน ดุลยพินิจของคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่จะ พิจารณา และให้ถือคำวินิจฉัยของ คณะกรรมการการอุดมศึกษานั้นเป็นที่สุด สรุปสภาพปัจจุบันของหลักสูตรไทย หลักสูตรของไทย มีการกำหนดหลักสูตร จุดหมาย หลักการ มาตรฐานการเรียนรู้สาระการ เรียนรู้ โครงสร้างเวลาเรียน แนวทางการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล เพื่อให้ การศึกษาช่วยพัฒนาชีวิตของคนในแนวทางที่พึงประสงค์การศึกษามีส่วนสำคัญและจำเป็นในการ พัฒนาประเทศให้รุ่งเรืองทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และวัฒนธรรม เพราะ การศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรม และสร้างภูมิปัญญา ให้แก่สังคม ระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพต้องมีเนื้อหาสาระ และกระบวนการเรียนการสอนที่ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ มีหลักการที่ดี และจำเป็นต้องอาศัยการบริหารที่กระจายอำนาจให้ผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องและชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุดการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาเป็นอีกเรื่องที่ สำคัญ เพราะหลักสูตรการศึกษาคือกรอบที่กำหนด วิสัยทัศน์และแนวทางในการกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้และผลลัพธ์ที่คาดหวังให้เกิดขึ้นกับ นักเรียนทั่วประเทศ ดังนั้น กระบวนการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาจึงควรจะนำไปสู่การปลูกฝังความรู้ ทักษะ ทัศนคติ และค่านิยมต่าง ๆ ที่เยาวชนจำเป็นต้องมี เพื่อให้พวกเขาเติบโตได้ ไม่ใช่แค่ในโลก ปัจจุบัน แต่รวมถึงอนาคต 52
2. สภาพปัญหาหลักสูตรในประเทศไทย 2.1 สภาพปัญหาของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 1.การไม่ได้ใช้ประโยชน์จากหลักสูตรอย่างเต็มที่ 2. แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้หลักสูตรยังขาดความเป็นเอกภาพ 3.การเรียนการสอนจะเน้นสอนเนื้อหาวิชาตามหลักสูตรมากกว่าการพัฒนาการเด็ก ทำให้เด็ก เกิดความเครียด 4.การไม่ได้ใช้ประโยชน์จากหลักสูตรอย่างเต็มที่ 5. แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้หลักสูตรยังขาดความเป็นเอกภาพ 6.ระบบการผลิตครูปฐมวัย จากค่านิยมของการเข้ารับราชการที่มีสวัสดิการที่ดีและมีความมั่นคง ใน ชีวิต เกิดความต้องการเพิ่มคุณวุฒิด้านการศึกษาของครูให้สูงขึ้น แต่ระบบการผลิตครูในปัจจุบันยัง ขาดกลไกใน การ คิดตามและประเมินคุณภาพ เช่น การเปิดรับครูปฐมวัยจำนวนมาก ทำให้อัตราส่วน ระหว่างอาจารย์กับ จำนวน นักศึกษาไม่สอดคล้องกันส่งผลต่อประสิทธิภาพในด้านการเรียนการสอน เนื่องจากกระบวนการพัฒนา ครูปฐมวัย ไม่สามารถทำได้ด้วยการบรรยายเท่านั้น แต่จำเป็นต้องมีการ ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โดยมีอาจารย์ ที่เชี่ยวชาญ ด้านการศึกษาปฐมวัย มาดูแลอย่างใกล้ชิด 7.การขาดความรู้ความเข้าใจของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย เนื่องจาก ผู้ปกครอง ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการที่สำคัญตามช่วง วัยของเด็ก 8.การขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการจัดการศึกษาปฐมวัยของครู ผู้บริหารและ สถานศึกษา การขาดแคลนความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการด้าน สติปัญญาที่เหมาะสมกับวัย จึงทำให้ครูเน้นให้เด็กอ่านเขียนมากกว่าวัย และเน้นการสอนที่มีลักษณะ ให้เด็กท่องจำมากกว่าทักษะด้านการคิด การตัดสินใจ ในขณะที่ผู้บริหารสถานศึกษาบางส่วน บริหารงานเพื่อชื่อเสียงของโรงเรียนจึงเตรียมความพร้อมของเด็ก เพื่อการสอบแข่งขันมากกว่า การศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็ก รวมถึงปัญหาสถานศึกษาไม่สามารถจัดการศึกษา ที่มีคุณภาพ อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง จึงทำให้เกิดการเรียนเพื่อสอบเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ระดับอนุบาล 9.การเรียนการสอนจะเน้นสอนเนื้อหาวิชาตามหลักสูตรมากกว่าการพัฒนาการเด็ก ทำให้เด็ก เกิดความเครียด 53
2.2 สภาพปัญหาของหลักสูตรแกนแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ ปรับปรุง พุทธศักราช 2560) 1.การจัดโครงสร้างหลักสูตรใหม่ทำให้ครูต้องสอนเนื้อหาหนักมากขึ้นและผู้เรียนต้องเรียน หนักมากขึ้น 2.ครูขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวหลักสูตร 3. ครูไม่มีเวลาศึกษาทำความเข้าใจหลักสูตรก่อนสอน 4. ครูไม่สนใจจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 5. ครูไม่มีความรู้ ความเข้าใจในการวัดและประเมินผล 6. จำนวนครูที่สอนวิชาทักษะและความสามารถเฉพาะทางไม่เพียงพอ . ปัญหาด้านผู้บริหาร โรงเรียน 7. ผู้บริหารมีความรู้ ความเข้าใจในหลักสูตรน้อย 8. ผู้บริหาร ไม่มีความรู้ ความสามารถในการนิเทศ 9. ผู้บริหาร ไม่สนับสนุนการใช้หลักสูตรของคณะครูเท่าที่ควร 10 ผู้บริหาร ไม่ได้ประชาสัมพันธ์การใช้หลักสูตร ให้กว้างขวางและ 11. สถานศึกษาจัดทำเองไม่มีความชัดเจกรมวิชาการและกรมเจ้าสังกัดมีจุดเน้นที่ไม่ตรงกัน 12. ครูไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการสอน 2.3 สภาพปัญหาหลักสูตรในประเทศไทยหลักสูตรการอาชีวศึกษา 1.ผู้เข้าเรียนในการอาชีวศึกษาไม่มีคุณภาพเท่าที่ควรหลักสูตรก่อนถึงระดับ ปวช. คือระดับ มัธยมต้น หรือการศึกษาผู้ใหญ่เป็นการปูพื้นฐานความรู้ระดับต่ำ เช่น อ่าน สะกดคำไม่ได้ ขาด ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ เมื่อมาเรียนต่อในระดับอาชีวศึกษาจึงเกิดปัญหา แม้ครูจะ เตรียมการสอนดีอย่างไร ผู้เรียนไม่สามารถต่อยอดความรู้ได้ เพราะพื้นฐานความรู้ไม่ดีเพียงพอ 54
2.ผู้เข้าเรียนในการอาชีวศึกษาไม่มีคุณภาพเท่าที่ควรหลักสูตรก่อนถึงระดับ ปวช. คือระดับ มัธยมต้น หรือการศึกษาผู้ใหญ่เป็นการปูพื้นฐานความรู้ระดับต่ำ เช่น อ่าน สะกดคำไม่ได้ 3.ขาดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ เมื่อมาเรียนต่อในระดับอาชีวศึกษาจึงเกิดปัญหา แม้ครูจะเตรียมการสอนดีอย่างไร ผู้เรียนไม่สามารถต่อยอดความรู้ได้ เพราะพื้นฐานความรู้ไม่ดี เพียงพอ 4.ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหาการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ทวิศึกษา) เพื่อให้ได้ ข้อมูล ในการนำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงและการพัฒนาการบริหารหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ทวิศึกษา) ต่อไป 5.เนื้อหาไม่สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ประกอบอาชีพ 6.ควรศึกษาสภาพและปัญหาการจัดครูให้เข้าสอนตรงตามวิชาเอก เพื่อเป็นข้อมูล ใน การ พัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ 7. ควรศึกษาสภาพและปัญหาการจัดครูให้เข้าสอนตรงตามวิชาเอก เพื่อเป็นข้อมูล ในการ พัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ 2.4 สภาพปัญหาหลักสูตรในประเทศไทยหลักสูตรอุดมศึกษา (ภายใต้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ อุดมศึกษา) 1.ขาดแคลนอาจารย์ประจำที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์โดยเฉพาะสาขาวิชาที่มีความ ต้องการมากทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเกษตรกรรม 2. อุดมศึกษามุ่งความเป็นเลิศทางวิชาการ ละเลยคุณธรรม จริยธรรม การบริการวิชาการแก่ สังคม 3. มหาวิทยาลัยมักเลียนแบบต่างประเทศโดยไม่เข้าใจ หลักการและเป้าหมายที่แท้จริงของ หลักการที่เลียนแบบ 4. การเรียนการสอนยังเน้นทฤษฎีมากกว่าปฏิบัติเน้นความรู้มากกว่าการนำไปใช้ 5.การตื่นตัวทางการวิจัยมุ่งการกำหนดให้เลื่อนตำแหน่งทางวิชาการซึ่งเน้นการวิจัยมาก เกินไปจนทำให้ลดความสำคัญด้านการสอน 6.กลุ่มผู้บริหารอุดมศึกษามีลักษณะอนุรักษ์นิยมสูง 55
7.งบประมาณในการพัฒนาการศึกษาระดับนี้ก็ยังมีไม่เพียงพอ 8.สถาบันอุดมศึกษาปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างและ พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการเรียนการสอนและการวิจัย เปิดหลักสูตรตามความพอใจ โดยไม่คำนึงถึง คุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ขาดการวางแผนพัฒนาสถาบันในระยะยาว รวมถึงคณะกรรมการ บริหารสถาบัน/สภาสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนหลายแห่งไม่มีการบริหารจัดการที่ดี 9.มหาวิทยาลัยไทยโดยภาพรวมยังมีจุดอ่อนเรื่องการบริหารจัดการเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะ การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย ซึ่งจะสังเกตได้ว่ามหาวิทยาลัยที่ติดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกล้วน เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยทั้งสิ้น สรุปสภาพปัญหาหลักสูตรในประเทศไทย ปัญหาของการพัฒนาหลักสูตรประเทศไทย คือปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการพัฒนา หลักสูตร ที่เป็นปัญหาอันเกิดจากการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกันสร้างหลักสูตร และร่วมกันนำหลักสูตร ไปใช้ มีดังนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักสูตรไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนขาดการ ประสานงานหน้าที่ที่ดีระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักสูตรผู้บริหารระดับต่างๆ เห็นว่าหลักสูตรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะปัญหาการไม่เปลี่ยนแปลงการเรียน การสอนของครูตามแนวทางของหลักสูตรปัญหาการเผยแพร่หลักสูตร การสื่อสารทำความเข้าใจใน หลักสูตรที่พัฒนาขึ้นใหม่ การปรับปรุงระบบการศึกษาและการพัฒนาทักษะมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ ไทยบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ และด้วยแนวโน้มการเป็นสังคมผู้สูงอายุและสัดส่วนของ ประชากรในวัยทำงานที่ลดลงเรื่อย ๆ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะคือปัจจัยสำคัญของความสามารถใน การแข่งขันของประเทศไทยในอนาคต ดังนั้น คุณภาพของระบบการศึกษา ตลอดจนสมรรถนะและ ทักษะของผู้สำเร็จการศึกษา จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะตอบโจทย์ดังกล่าว สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นของ หลักสูตรในประเทศไทย พบว่าเป็นปัญหามาจากการที่ผู้ใช้หลักสูตร ไม่เข้าใจเนื้อหาในหลักสูตร เท่าที่ควร จึงทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ไม่เพียงพอ อีกทั้งยังเป็นผลมาจาก การที่บุคคลกรครูมีไม่ เพียงพอ ทำให้ภาระหน้าที่ของครูเยอะ ครูสอนไม่ตรงเอกที่จบมา ครูไม่มีเวลา เตรียมตัวหรือจัดการ หาสื่อการเรียนรู้ที่แปลกใหม่มาสอน จึงทำให้เกิดปัญหาการใช้หลักสูตรใน ประเทศไทยที่ยังไม่มี ประสิทธิภาพเท่าที่ควร 56
3. แนวโน้มการพัฒนาหลักสูตรในศตวรรษที่ 21 หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับ บริการ อย่างทั่วถึง 2. พัฒนาสุขภาพและสมองของเด็กซึ่งการจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาจำเป็นต้องมีการ ปฏิรูป การศึกษาตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ โดยการให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคู่สมรสและคนหนุ่มสาว ในเรื่อง การ วางแผนครอบครัว 3. ให้ความสำคัญกับคุณภาพของครูและพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ความเข้าใจและความตั้งใจในการ ปฏิบัติหน้าที่เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ 4. ส่งเสริมให้มีการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการ เรียนการสอน และวิธีการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็ก 5. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่มี ผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย 6. รัฐควรมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม 7. รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา อาทิ เด็กถูกทารุณกรรม โดยจัดหา องค์กรกลุ่ม บุคคล หรือ ครอบครัวที่มีความพร้อมในการให้ความอนุเคราะห์ 8. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากระบบสื่อสารให้มากขึ้น 9. พ่อแม่ควรจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพรวมถึงการให้การศึกษาแก่ ผู้สูงอายุใน การเลี้ยงดูเด็ก 57
หลักสูตรแกนแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) 1. ด้านหลักสูตรและการนำหลักสูตรไปใช้ 1.1 ส่งครูไปอบรมหลักสูตรให้ครบทุกคน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่สมบูรณ์ 2. ด้านการจัดการเรียนการสอน 2.1 ปรับปรุง และพัฒนาครูผู้สอนที่มีอยู่ให้เกิดความชำนาญในแต่ละสาขาวิชานั้นๆ 2.2 ครูต้องศึกษา เอกสารหลักสูตร วิธีสอน เตรียมสื่อ และแผนการสอนเป็นตัวช่วยให้มาก ขึ้น 20 3. ด้านสื่อการเรียนการสอน 3.1 ควรจัดสรรงบประมาณในการซื้อสื่อเพิ่มให้มากขึ้น จัดให้มีการอบรมการผลิตสื่อ และ การใช้สื่อ การสอน การยุบโรงเรียนรวมเข้าด้วยกันแทนการสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ การเรียนรู้โดยเน้น “การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยผู้เรียนจะต้องอาศัย กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายเป็นเครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร ซึ่ง กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน ได้แก่ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการ สร้างความรู้ กระบวนการคิดกระบวน การทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง และกระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย ซึ่งผู้สอน จำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัด กระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เมื่อนำมาเทียบเคียงกับทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ที่ ควรได้รับการพัฒนาแล้วนับว่าเป็นหลักสูตรที่มีความพยายามให้ครูผู้สอนได้พัฒนาตนเองเพื่อพัฒนา ผู้เรียนให้เรียนรู้โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ของตนเองมากขึ้น แต่ยังไม่เน้นย้ำที่ชัดเจนในเรื่องของ ทักษะสำคัญในการใช้เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 ซึ่งการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ โรงเรียนในปัจจุบันนี้ยังถือว่าเป็นแนวทางเดิมแบบศตวรรษที่ 20 ซึ่งใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือเพิ่ม ประสิทธิผลของการสอนแบบเก่า เช่น การใช้โปรแกรมประมวลผลคำเพื่อเพิ่มผลงาน การใช้ คอมพิวเตอร์พิมพ์งาน การใช้โปรแกรมช่วยคำนวณข้อมูล ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกในการทำงาน แต่การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากไอซีทีได้อย่างเต็มที่ในการแสดงความคิดเห็ 58
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตีความ ตัดสินใจ และใช้สารสนเทศในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ซึ่ง เป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานและการใช้ชีวิตของคนในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นแนวโน้มการปรับปรุงแก้ไขหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงจำเป็นต้องมีการ ปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาครูและผู้เรียนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต หลักสูตรการอาชีวศึกษา 1.ผู้บริหารสถานศึกษาได้รับการพัฒนาความรู้ใหม่ให้เท่าทันกับสภาวการณ์ปัจจุบันและมีทักษะ ต่อการ เปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 2.สถานศึกษาใช้เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทางและครูภูมิ ปัญญาท้องถิ่นด้านวิชาชีพมา ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียน เพื่อลดปัญหาความ ขาดแคลนครู 3.ครูจัดทำแผนพัฒนาผู้เรียน รายบุคคล (Individual Planning: ID PLAN) เพื่อให้ผู้เรียนได้เกิด การเรียนรู้ตามศักยภาพของ แต่ละบุคคลโดยผู้เรียนสามารถเลือกเรียนรายวิชาที่สนใจ 4.การประเมินคุณภาพการศึกษาต้องเน้น กระบวนการในการจัดการศึกษาเพื่อให้เกิดความ ยั่งยืน และต่อเนื่อง 5.ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนด เป้าหมายการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับแผน ยุทธศาสตร์ชาติ 6.มีระเบียบกฎเกณฑ์ที่ยืดหยุ่น โดยการเรียนรู้แบบสะสมหน่วยกิตหรือ หลักสูตรระยะสั้นที่ สามารถนำมาเทียบโอนเป็น ผลการเรียนในหลักสูตรแต่ละระดับได้เพื่อสร้าง โอกาสในการเรียนรู้ ตลอดชีวิต 7.เพิ่มงบประมาณในการจัดหาวัสดุครุภัณฑ์ตามสภาวการณ์ปัจจุบันเพื่อการฝึกทักษะผู้เรียน ให้ เกิดสมรรถนะ วิชาชีพตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน 8.กระบวนการจัดการอาชีวศึกษาให้มีคุณลักษณะเป็นที่ต้องการของสถานประกอบการ ด้าน ทักษะและด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์สถานศึกษาจะต้องมีการพัฒนากระบวนการต่างๆ ซึ่ง ประกอบไปด้วย ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถาน ศึกษา มีอัตราส่วนที่เหมาะสมของครูต่อผู้เรียน ภายใต้ การจัดห้องเรียนขนาดเล็ก หลักสูตรมีความเชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพระดับชาติหรือระดับสากล 59
โดยความร่วมมือกับสถานประกอบการ มีผู้เชี่ยวชาญและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดการเรียน การสอนตามแผนการเรียนรู้ 9.สถานศึกษาใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ ดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆในการติดตาม ผู้สำเร็จ การศึกษา 10.สถานศึกษาต้อง จัดการฝึกอบรมให้แก่ครูผู้สอนวิชาชีพให้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงทาง เทคโนโลยีของแต่ละอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีทางอาชีพในการปฏิบัติงานได้ หลักสูตรอุดมศึกษา (ภายใต้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา) 1. หลักสูตรใหม่แบบบูรณาการ 2 ศาสตร์ขึ้นไป จากการเปลี่ยนแปลงของสังคม และการแข่งขัน ใน ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ทำให้คนในสังคม ต้องการเพิ่มความรู้ความสามารถในหลายสาขา เพื่อให้ตนเองรู้เท่าทันและอยู่รอดท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ของสังคมในทุกด้าน จึงหันมาสนใจ หลักสูตรการศึกษาที่ ให้ความรู้ตั้งแต่สองศาสตร์ขึ้นไป เช่น บัญชีควบคู่กับ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ ควบคู่กับเศรษฐศาสตร์นิติศาสตร์ ควบคู่กับสังคมสงเคราะห์ เป็นต้น 2. หลักสูตรนานาชาติมีแนวโน้มมากขึ้น เนื่องจากสภาพโลกาภิวัตน์มีการเชื่อมโยงด้านการค้าและ การลงทุน ทำให้ตลาดแรงงานในอนาคต ต้องการคนที่มีความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ ส่งผลให้ ความ ต้องการหลักสูตรนานาชาติมีมากขึ้น และ จากการเปิดเสรีทางการศึกษา ยังเป็นโอกาสให้ สถาบันอุดมศึกษา จากต่างประเทศเข้าในไทย และเปิดหลักสูตร ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ฯลฯ ยิ่งกระตุ้นให้หลักสูตรการศึกษานานาชาติ ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ เนื่องจากหลักสูตรนานาชาติมีค่าใช้จ่าย สูง ดังนั้น การเรียนในหลักสูตรนี้ยังคงจำกัด ในกลุ่มผู้เรียน ฐานะดี 3. หลักสูตรสำหรับกลุ่มคนทำงาน หลักสูตรสำหรับกลุ่มคนทำงานจะมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อ ยกระดับฝีมือแรงงานของบุคลากร 32 ใน องค์กร สถาบันอุดมศึกษาอาจเปิดหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรภาคค่ำ นอกเวลาทำงาน หลักสูตรทางไกลที่ เรียน ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเนื้อหาหลักสูตรควร มีความหลากหลาย มีความ น่าสนใจ และตอบสนองความ ต้องการของ ผู้เรียนในวัยทำงาน อาทิ หลักสูตรเฉพาะที่มีความจำเป็นต่อการ พัฒนาคนในวัยแรงงาน เป็นได้ทั้งหลักสูตร ระยะสั้นหรือ หลักสูตรหลักในสถาบันการศึกษาก็ได้ เช่น หลักสูตรที่ เกี่ยวกับ Global literacy ได้แก่ ภาษา คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสารสนเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ สังคมและวัฒนธรรมในโลก หลักสูตรการ คิด ได้แก่ การคิดเชิงสร้างสรรค์การคิดเชิงกลยุทธ์ การคิดเชิงอนาคต การคิดเชิงวิพากษ์ การคิด เชิงสังเคราะห์ ฯลฯ หลักสูตรเพิ่มความสามารถสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงไปทั่วโลก ได้แก่ หลักสูตรในการสร้าง หุ้นส่วน การ เจรจาต่อรอง การประสานประโยชน์ เป็นต้น หลักสูตรปริญญา 2 60
ใบ ควบกันเหมาะสำหรับคน วัยทำงานที่ ต้องการลงทุนด้านการศึกษาครั้งเดียวแต่ได้คุ้มค่า สถาบันอุดมศึกษาต้องมีการปรับเปลี่ยนและติดตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก และการจัด การศึกษาเพื่อทักษะในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้การส่งมอบผลผลิตสู่หน่วยผู้ใช้ได้อย่างเหมาะ สมและมี ประสิทธิภาพ รวมถึงการผลิตบัณฑิตที่ตอบสนองพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 ที่ให้ ความสำคัญกับการ จัดการศึกษาที่ยึดหลักความรับผิดชอบต่อสังคม หลักเสรีภาพทางวิชาการ หลัก ความเป็นอิสระ หลักความเสมอ ภาค และหลักธรรมาภิบาล (ราชกิจจานุเบกษา, 2562) ตามทัศนะ ของผู้เขียนควรส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษามี ระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมีความเป็นอิสระ ทางวิชาการ สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ มีองค์ความ รู้ทางวิชาการในแขนง ต่าง ๆ ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก มีการวิจัยและการสร้าง นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้แก่กลุ่ม อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตลอดจนสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ อย่าง เหมาะสม เพื่อ สร้างความเป็นเลิศในทางวิชาการและมีทักษะขั้นสูงในการประกอบวิชาชีพ สามารถตอบสนอง ความ ต้องการของภาครัฐและภาคเอกชนได้อย่างแท้จริง สรุปแนวโน้มการพัฒนาหลักสูตรในศตวรรษที่ 21 แนวโน้มการพัฒนาหลักสูตรพิจารณาได้จากข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรที่ถูกรวบรวม วิเคราะห์เชื่อมโยงเป็นชุดของจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ใช้ในการวางแผนพัฒนาหลักสูตรและนำไป ออกแบบหลักสูตร โดยการอธิบายเหตุผลการได้มาของสาระความรู้ในหลักสูตร ที่มีเหตุผลประอบ หลักวิชาโดยอาศัยทฤษฎีการเรียนรู้ต่างๆและนักพัฒนาหลักสูตรนำมากำหนดเป้าหมายการพัฒนา ผู้เรียน กำหนดสาระเนื้อหาและผลการเรียนรู้ ข้อมูลต่างๆเหล่านี้สามารถเป็นแนวทางช่วยให้อธิบาย แนวโน้มของหลักสูตรได้ 61
บทสรุป สภาพปัจจุบันของหลักสูตรไทย จากที่ได้ศึกษาข้อมูลพบว่าหลักสูตรของไทย ที่เป็นหลักสูตร ของชาติที่ใช้ในปัจจุบัน คือ หลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีการกำหนดหลักสูตร จุดหมาย หลักการ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ โครงสร้างเวลาเรียน แนวทางการจัดการ เรียนการสอน การวัดและประเมินผล เพื่อให้การศึกษาช่วยพัฒนาชีวิตของคนในแนวทางที่พึงประสงค์ การศึกษามีส่วนสำคัญและจำเป็นในการพัฒนาประเทศให้รุ่งเรืองทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และวัฒนธรรม เนื่องจากหลักสูตรไทยในปัจจุบัน ยังคงรูปแบบที่เน้น ความสำคัญของการศึกษาที่เน้นเนื้อหาในเชิงปริมาณและ ครอบคลุม โดยที่นักเรียนต้องศึกษาเล่า เรียนตามที่หลักสูตรต่างๆ กำหนดเอาไว้ ซึ่งจะสามารถทำให้นักเรียนมี ความรู้ที่จำเป็นและมาก พอที่จะไปใช้ประกอบอาชีพในอนาคตทั้งที่นักเรียนสนใจเอง และเป็นที่ต้องการของ ตลาดหรือ สังคมไทยและสังคมโลกได้ โดยที่หลักสูตรต่างๆ จะตอบสนองให้กับผู้เรียนในรูปแบบที่ต่างกันไปตาม ความสนใจ สภาพปัญหาหลักสูตรในประเทศไทย จากการค้นคว้าข้อมูลพบว่า เกิดจากปัญหาที่ หลากหลาย ได้แก่ ปัญหาขาดครูที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ปัญหาของการพัฒนาหลักสูตร คือปัญหาที่ เกิดขึ้นในกระบวนการยกระดับของหลักสูตรจากระดับที่เป็นขึ้นสู่อีกระดับหนึ่ง ปัญหาอันเกิดจากการ ร่วมคิดร่วมทำ ร่วมกันสร้างหลักสูตร และร่วมกันนำหลักสูตรไปใช้ ปัญหาการจัดอบรมครูปัญหาการ ไม่ยอมรับและไม่เปลี่ยนแปลงบทบาทการสอนของครูตามแนวหลักสูตร ศูนย์การพัฒนาหลักสูตร ไม่ เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตน ขาดการประสานงานที่ดีระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ผู้บริหารต่าง ๆ ไม่ สนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร ปัญหาขาดแคลนเอกสาร เนื่องจากขาดงบประมาณและการ คมนาคมขนส่งไม่มีประสิทธิภาพพอ และขาดการวางแผนด้านเวลา การที่ไม่มีการวางแผนเรื่องเวลาใน การทำงานพัฒนาหลักสูตร ไม่ลดคาบสอน เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกัน แนวโน้มการพัฒนาหลักสูตรในศตวรรษที่ 21 จากที่ได้ศึกษาข้อมูลพบว่า การพัฒนาหลักสูตร ในศตวรรษที่ 21 เป็นการจัดการเรียนการสอนในอนาคตที่จะนำความเจริญและทันสมัย จึงเน้นการ เรียนรู้ที่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ การทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม โดย การอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นและของชาติ บูรณาการการให้สอดคล้องกับการ เรียนการสอนและกิจกรรมของ ผู้เรียน มีองค์ความรู้ทางวิชาการในแขนงต่าง ๆ ที่ทันต่อการ 39 เปลี่ยนแปลงของโลก มีการวิจัยและการสร้าง ๆ นวัตกรรมใหม่ ๆ การเพิ่มงบประมาณในการจัดหาสื่อ การปรับปรุงคุณภาพ และหลักสูตรโดยเน้นการประกอบอาชีพ 62
บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2560).หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560.(สืบค้นวันที่ 24 เมษายน 2566). กระทรวงศึกษาธิการ. (2560).หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. (สืบค้น วันที่ 24 เมษายน 2566). สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษากระทรวงศึกษาธิการ. (2553). มาตรฐานการอุดมศึกษาและ เกณฑ์มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง.(สืบค้นวันที่ 24 เมษายน 2566) กระทรวงศึกษาธิการ. (2563).หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2563. (สืบค้นวันที่ 24 เมษายน 2566). กระทรวงศึกษาธิการ. (2562).หลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ พุทธศักราช 2562. (สืบค้นวันที่ 24 เมษายน 2566). พิชญ์สุกานต์ จรพุทธานนท์. (2556).สาระที่ 7 ปัญหาและแนวโน้มในการพัฒนาหลักสูตร. (สืบค้น วันที่ 26 เมษายน 2566). ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์.(2557).แนวโน้มการพัฒนาหลักสูตรในศตวรรษที่ 21.(สืบค้นวันที่ 26 เมษายน 2566). กลิ่นแก้ว มาตา ,ชวนชม ชินะตังกูร,และกมลมาลย์ ไชยศิริธัญญา. (2563).การจัดการศึกษาปฐมวัย ในสองทศวรรษหน้า.มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี.(สืบค้นวันที่ 27 เมษายน 2566) สันติงามเสริฐ. (2560).การบริหารการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างมืออาชีพในศตวรรษที่21.(สืบค้น วันที่ 27 เมษายน 2566). 63