ทุกข์ของชาวนา
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกมุ ารี
ร้อยแก้ว ประเภทบทความ
มาจากหนังสือรวมบทพระราชนิพนธ์ใน
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม
ราชกมุ ารี เร่ือง มณพี ลอยร้อยแสง
ซ่ึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดพมิ พ์ขนึ้
เม่ือ พ.ศ. ๒๕๓๓ ในวโรกาสทพ่ี ระองค์ทรง
เจริญพระชนมายุครบ ๓ รอบ
โดยนิสิตคณะอกั ษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั รุ่นท่ี ๔๑
เพอ่ื แสดงพระราชดาํ ริเกยี่ วกบั บทกวขี อง
ไทยและบทกวจี ีน ซึ่งกล่าวถงึ ชีวติ และ
ความทุกข์ของชาวนา
เนือ้ ความในตอนแรกของบทความเร่ือง ทุกข์ของ
ชาวนาในบทกวี สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยาม
บรมราชกมุ ารี ได้ทรงยกบทกวขี องจติ ร ภูมศิ ักด์ิ ซึ่ง
ได้กล่าวถงึ ชีวติ และความทุกข์ยากของชาวนา
จติ ร ภูมิศักด์ิ
บทกวขี อง
จติ ร ภูมิศักด์ิ
เปิ บข้าวทุกคราวคาํ จงสูจาํ เป็ นอาจณิ
เหงอื่ กทู ส่ี ูกนิ จงึ ก่อเกดิ มาเป็ นคน
ทุกคร้ังทกี่ นิ ข้าวแต่ละคาํ น้ันขอให้ท่านจงจาํ ไว้
เถดิ ว่า ข้าวแต่ละคาํ น้ันคอื หยาดเหงอื่ ของพวกเรา
ซึ่งทาํ ให้มีพวกท่านในทุกวนั นี้
ข้าวนีน้ ะมรี ส ให้ชนชิมทุกช้ันชน
เบอื้ งหลงั สิทุกข์ทน และขมขน่ื จนเขยี วคาว
ข้าวทท่ี ุกท่านทุกชนช้ันได้กนิ กนั น้ัน ได้ผ่าน
ความยากลาํ บากอย่างแสนสาหัส จนเมลด็ ข้าวทม่ี สี ี
เขยี วไม่มีกลนิ่ สดชื่นมแี ต่กลนิ่ คาวเหงอื่ ของพวกเรา
จากแรงมาเป็ นรวง ระยะทางน้ันเหยยี ดยาว
จากรวงเป็ นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลาํ บากเขญ็
จากแรงของพวกเราต้งั แต่เริ่มปลูกจนถงึ วนั ที่
ข้าวเป็ นเมลด็ น้ันล้วนแล้วแต่เป็ นความยากลาํ บาก
เหงอื่ หยดสักกห่ี ยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเยน็
ปูดโปนกเี่ ส้นเอน็ จงึ แปรรวงมาเปิ บกนิ
กว่าทจี่ ะได้ข้าวมาให้ท่านกนิ กนั น้ันเราต้องเสีย
หยาดเหงอื่ และความเหนื่อยยากมากมายจนเส้นเอน็
ในร่างกายปูดโปนออกมา
นํา้ เหงอื่ ทเ่ี รื่อแดง และนํา้ แรงอนั หลง่ั ริน
สายเลอื ดกทู ้งั สิ้น ทสี่ ูซดกาํ ซาบฟัน
ข้าวแต่ละเมด็ ทพ่ี วกท่านกนิ น้ันมาจากหยาด
เหงอื่ แรงงาน และเลอื ดของพวกเรา “ชาวนา”
บทกวขี อง
หลเ่ี ชิน
หว่านข้าวในฤดูใบไม้ผลิ
ข้าวเมลด็ หน่ึงจะกลายเป็ นหมื่นเมลด็ ในฤดูใบไม้ร่วง
รอบข้างไม่มีนาทไ่ี หนทงิ้ ว่าง
แต่ชาวนากย็ งั อดตาย
ตอนอาทติ ย์เทยี่ งวนั ชาวนายงั พรวนดนิ
เหงอ่ื หยดบนดนิ ภายใต้ต้นข้าว
ใครจะรู้บ้างว่าในจานใบน้ัน
ข้าวแต่ละเมด็ คอื ความยากแค้นแสนสาหัส
ความแตกต่างระหว่างบทกวขี อง
หลเ่ี ชินและจติ ร ภูมศิ ักด์ิ
บทกวขี องหลเี่ ชิน
บรรยายภาพทเ่ี ห็นเหมอื นจติ รกรวาดภาพให้คนชม
บทกวขี องจติ ร ภูมิศักด์ิ
ใช้วธิ ีเสมอื นกบั นําชาวนามาบรรยายเรื่องของตนให้
ผู้อ่านฟังด้วยตนเอง
ข้อคดิ จากเร่ือง
ทาํ ให้เข้าใจความรู้สึกของชาวนาทตี่ ้องประสบ
ปัญหาต่างๆ
ทาํ ให้ได้รู้ถงึ ความทุกข์ยากความลาํ บากของ
ชาวนาในการปลูกข้าว
ข้อคดิ จากเร่ือง
ทาํ ให้ได้เห็นถงึ คุณค่าของข้าวทไี่ ด้รับประทาน
เป็ นอาหารหลกั ในการดาํ รงชีวติ อยู่ของมนุษย์
แนวคดิ ของเร่ือง
ความทุกข์ยากของชาวนา และสภาพชีวติ ของ
ชาวนาทถี่ ูกเอารัดเอาเปรียบอยู่เสมอ
ทดสอบ
สิ่งใดเป็นแรงบนั ดาลใจใหส้ มเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ
ทรงพระราชนิพนธ์ “ทุกขข์ องชาวนาในบทกว”ี
๑. ไดอ้ ่านบทกวีจีนของหลี่เซิน
๒.ไดฟ้ ังเพลงจากบทกวขี องจิตร ภมู ิศกั ด์ิ
๓.พระองคท์ รงเขา้ พระทยั ปัญหาต่างๆ ของชาวนา
๔.พระองคเ์ สดจ็ พระราชดาํ เนินเยยี่ มชาวนาในถิ่นทุรกนั ดาร
บทพระราชนิพนธ์เรื่องทุกขข์ องชาวนาในบทกวมี ี
สาระเกี่ยวกบั อะไร
๑. ชีวติ และความทุกขย์ ากของชาวนา
๒.ภาพชีวติ ของชาวนาท่ีควรศึกษา
๓.วธิ ีช่วยเหลือชาวนาใหพ้ น้ จากความทุกข์
๔.การแกไ้ ขปัญหาของชาวนาควรเป็นเร่ืองของ
รัฐบาลโดยตรง
“เหงื่อหยดสกั กี่หยาด ทุกหยดหยาดลว้ นยากเยน็
ปดู โปนกี่เส้นเอน็ จึงแปรรวงมาเปิ บกิน”
ขอ้ ใดกล่าวถึงคาํ ประพนั ธ์บทน้ีไม่ถูกตอ้ ง
๑. แต่งดว้ ยกาพยย์ านี ๑๑
๒.ดีเด่นทางดา้ นเล่นอกั ษร
๓. เล่นเสี ยงธรรมชาติ
๔.ใชค้ าํ หนกั ทาํ ใหเ้ กิดภาพ
ขอ้ ใดไม่ใช่เหตุผลท่ีชาวนาต่างกล็ ะทิง้ อาชีพ
เกษตรกรรมไปอยใู่ นภาคอุตสาหกรรมหรือภาคบริการ
๑. ชาวนาไม่มีสวสั ดิการ
๒.ผลผลิตทางการเกษตรตกต่าํ
๓.รายไดท้ างภาคอตุ สาหกรรมสูงกวา่
๔.ชาวนาไม่มีสิทธิท่ีจะอุทธรณ์ฏีกากบั ใคร
ขอ้ ใดแสดงใหเ้ ห็นถึงความขยนั ของชาวนา
๑. หวา่ นขา้ วในฤดูใบไมผ้ ลิ ขา้ วเมลด็ หน่ึง
๒.จะกลายเป็นหม่ืนเมลด็ ในฤดูใบไมร้ ่วง
๓.รอบขา้ งไม่มีนาที่ไหนทิ้งวา่ ง
๔.แต่ชาวนากย็ งั อดตาย
ขอ้ ใดใหค้ วามรู้สึกสลดใจมากท่ีสุด
๑. หวา่ นขา้ วในฤดูใบไมผ้ ลิ ขา้ วเมลด็ หน่ึง
๒.จะกลายเป็นหม่ืนเมลด็ ในฤดูใบไมร้ ่วง
๓.รอบขา้ งไม่มีนาท่ีไหนทิง้ วา่ ง
๔.แต่ชาวนากย็ งั อดตาย
“ไม่มีสิทธิจะอทุ ธรณ์ฏกี ากบั ใคร ”
“อทุ ธรณ์ฏกี า” หมายถึงอะไร
๑. ยน่ื คาํ ร้องเพือ่ ขอความกรุณา
๒.ยน่ื เรื่องเพอื่ ฟ้ องร้อง
๓.ร้องขอใหค้ นช่วย
๔.อธิบายความทุกขย์ ากของตน
“นอกจากจะทรงเป็นกวอี ยา่ งสมภาคภูมิแลว้ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ
ยงั ทรงเป็นปราชญผ์ สู้ ามารถถ่ายทอดความรู้ทางอกั ษรศาสตร์ไดอ้ ยา่ ง
ประณีตลึกซ้ึง สามารถ “หลกั ” และ “ผชู้ ้ีแนะ” ทางปัญญาแก่ผใู้ ฝ่ รู้ใน
“ศาสตร์” อนั ทรงคุณค่าได”้ ข้อความนีย้ กมาจากหนังสือเล่มใด
๑. นานาโวหาร
๒. มณีพลอยร้อยแสง
๓. เรียงร้อยถอ้ ยคาํ
๔. มาลยั ปกิณกะ
“ตอนอาทิตยเ์ ที่ยงวนั ชาวนายงั พรวนดิน
เหง่ือหยดบนดินภายใตต้ น้ ขา้ ว
ใครจะรู้บา้ งวา่ ในจานใบน้นั
ขา้ วแต่ละเมด็ คือความยากแคน้ แสนสาหสั ”
คาํ ประพนั ธ์ทยี่ กมานีแ้ สดงแนวคดิ ใดของผู้ประพนั ธ์
๑. ความยากลาํ บาก
๒. ความทุกขอ์ นั เกิดจากความแร้นแคน้
๓. ความไม่เท่าเทียมกนั ในสงั คม
๔. ความทุกขย์ ากของชาวนา
“เหง่ือหยดสกั ก่ีหยาด ทุกหยดหยาดลว้ นยากเยน็
ปดู โปนกี่เสน้ เอน็ จึงแปรรวงมาเปิ บกิน”
คาํ ประพนั ธ์น้ีดีเด่นทางดา้ นใด
๑. จงั หวะของเสียง
๒.เล่นสมั ผสั ใน
๓. เล่นอุปมา
๔. เล่นคาํ
“น้าํ เหงื่อท่ีเร่ือแดง และน้าํ แรงอนั หลง่ั ริน
สายเลือดกทู ้งั สิ้น ที่สูซดกาํ ซาบฟัน”
คาํ ประพนั ธ์น้ีจดั อยใู่ นรสวรรณคดีตามขอ้ ใด
๑. ศฤงคารรส (รัก)
๒.รุทธรส (โกรธ)
๓.วภี ตั สรส (เกลียดชงั )
๔.ภยานกรส (กลวั )
คาํ วา่ “ลาํ เลิก” มีความหมายตามขอ้ ใด
๑. ยกยอ่ งสรรเสริญ
๒.ทวงบุญคุณ
๓. ใส่ร้าย
๔.ตาํ หนิ
ขอ้ ไม่อาจสรุปไดจ้ ากเร่ือง “ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี”
๑. ลาํ ดบั ความทาํ ใหเ้ ขา้ ใจง่าย
๒.ใชถ้ อ้ ยคาํ กะทดั รัด สละสลวย
๓.เสนอแนวความคิดที่แจ่มแจง้ ชดั เจน
๔.นาํ ขอ้ เสนอไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ของทุกคนได้
ขอ้ ใดคือปัญหาของชาวนาจีนในบทกวี
๑. ชาวนาปลูกขา้ วไดผ้ ลผลิตต่าํ
๒.รัฐไม่ไดช้ ่วยชาวนาในดา้ นปัจจยั การผลิต
๓.ผลผลิตไม่ไดต้ กเป็นของชาวนาผผู้ ลิตขา้ ว
๔.รัฐควบคุมราคาขา้ ว ชาวนาจึงขายขา้ วไดใ้ นราคาถกู
“ความช่วยเหลือท่ีสงั คมมีต่อคนกลุ่มน้ีในดา้ นปัจจยั
การผลิต.....กย็ งั แทบจะเป็นไปไม่ได”้
ขอ้ ใดไม่ใช่ปัจจยั การผลิตของชาวนา
๑. การประกนั ราคาขา้ วของรัฐ
๒.ชาวนาไม่มีนาเป็ นของตนเอง
๓.ชาวนาตอ้ งซ้ือป๋ ุยในราคาแพง
๔.ผลผลิตท่ีไดน้ อ้ ยไม่คุม้ ทุนที่ลงไป
“เปิ บขา้ วทุกคราวคาํ จงสูจาํ เป็นอาจิณ
เหงื่อกทู ี่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็ นคน”
ผทู้ รงพระนิพนธ์ไดแ้ สดงความคิดเก่ียวกบั คาํ ประพนั ธ์
ขา้ งตน้ อยา่ งไร
๑. ชาวนาคงไม่มีโอกาสทวงบุญคุณ
๒.จิตร ภมู ิศกั ด์ิ เขียนคาํ ประพนั ธ์น้ีแทนชาวนา
๓.คาํ ประพนั ธ์บทน้ีเป็นการทวงบุญคุณของชาวนา
๔.ชาวนาคงไม่คิดทวงบุญคุณดงั คาํ ประพนั ธ์บทน้ี
“ต้งั แต่สมยั หล่ีเซินเม่ือพนั ปี กวา่ สมยั จิตร ภมู ิศกั ด์ิ เมื่อ ๓๐
กวา่ ปี ที่แลว้ สมยั ที่ขา้ พเจา้ ไดเ้ ห็นเองกไ็ ม่มีอะไรแตกต่าง
กนั นกั ” สิ่งท่ีไม่แตกต่างกนั น้นั หมายถึงอะไร
๑. ความทุกขย์ ากของชาวนา
๒.ชาวนาเป็นคนส่วนใหญ่ของสงั คม
๓.ความดอ้ ยโอกาสในสงั คมของชาวนา
๔.สงั คมเอารัดเอาเปรียบชาวนามาทุกยคุ ทุกสมยั
“การใชค้ าํ “สมยั ” ซ้าํ ๆ กนั น้นั ผทู้ รงพระราชนิพนธ์มี
เจตนาอยา่ งไร”
๑. ใหค้ าํ มีน้าํ หนกั ตรงกบั อารมณ์ผนู้ ิพนธ์
๒.ใชค้ าํ ซ้าํ ๆ เพือ่ ถ่ายทอดความสะเทือนใจ
๓.ใชค้ าํ ซ้าํ ๆ เพอ่ื เนน้ ความหมายใหเ้ ด่นชดั
๔.ใชค้ าํ ซ้าํ ๆ เพ่อื ใหข้ อ้ คิดอยา่ งลึกซ้ึงแก่ผอู้ ่าน
“ถา้ ไม่มีคนท่ีคอยเหนื่อยยากตรากตรําอยา่ งพวกเขา
คนอื่นจะเอาอะไรกิน”
ขอ้ ความขา้ งตน้ สอดคลอ้ งกบั คาํ ประพนั ธ์ในขอ้ ใด
๑. ปดู โปนกี่เสน้ เอน็ จึงแปรรวงมาเปิ บกิน
๒.สายเลือดกทู ้งั สิ้น ท่ีสูซดกาํ ซาบฟัน
๓.เบ้ืองหลงั สิทุกขท์ น และขมข่ืนจนเขียวคาว
๔.จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางน้นั เหยยี ดยาว
“จิตร ภมู ิศกั ด์ิ นาํ เสนอบทกวขี องเขาในลกั ษณะใด”
๑. นาํ ชาวนามาบรรยายเรื่องราวของตน
๒.ผแู้ ต่งบรรยายเร่ืองราวแทนชาวนา
๓.ผแู้ ต่งบรรยายความรู้สึกของตนแทนชาวนา
๔.ชาวนาและผแู้ ต่งสะทอ้ นความรู้สึกใหผ้ อู้ ่านฟัง
“บทกวีของหลี่เซิน” ใชก้ ลวิธีใดในการนาํ เสนอ
๑. สะทอ้ นภาพของชาวนาใหผ้ อู้ ่านเกิดจินตนาการ
๒.ใชจ้ ินตนาการสะทอ้ นภาพใหผ้ อู้ ่านสะเทือนใจ
๓.บรรยายภาพใหผ้ อู้ ่านเกิดอารมณ์สะเทือนใจ
๔.บรรยายภาพท่ีเห็นเหมือนจิตรกรวาดภาพใหค้ นชม
“ขอ้ ใดท่ีบทกวีของหล่ีเซินใชค้ วามขดั แยง้ ทาํ ใหผ้ อู้ ่านเกิด
อารมณ์สะเทือนใจ”
๑. ตอนอาทิตยเ์ ที่ยงวนั ชาวนายงั พรวนดิน
๒.รอบขา้ งไม่มีนาที่ไหนทิ้งวา่ ง แต่ชาวนากย็ งั อดตาย
๓.ใครจะรู้บา้ งวา่ ในจานใบน้นั ขา้ วแต่ละเมลด็ คือความ
ยากแคน้ แสนสาหสั
๔.หวา่ นขา้ วในฤดูใบไมผ้ ลิ ขา้ วเมลด็ หน่ึงจะกลายเป็น
หมื่นเมลด็ ในฤดูใบไมร้ ่วง
“ถึงจะมีคนแบบจิตรท่ีพยายามสะทอ้ นความในใจ....”
คาํ ที่ขีดเสน้ ใตม้ ีความหมายตรงกบั ขอ้ ใด
๑. สงสารชาวนาผทู้ ุกขย์ าก
๒.ไม่พอใจท่ีสงั คมเอาเปรียบชาวนา
๓.เคียดแคน้ แทนชาวนาที่ยากไร้
๔.เตือนใหค้ นในสงั คมเห็นใจชาวนา