The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tongtoey2518, 2023-02-01 22:29:50

คณิตศาสตร์ ม.ต้น

195







แสดงว่ำ คนกลำงได้มำกทสด







3) สมเกียรตซ้อโลหะแผ่นชนดหนง 3 ตำรำงเมตร รำคำ 456 บำท สมนกซ้อโลหะแผ่นชนด





เดยวกัน 4 ตำรำงหลำ รำคำ 567 บำท อยำกทรำบว่ำใครซ้อได้ถกกว่ำกัน ตำรำงเมตรละกีบำท (ก ำหนด 1


หลำ = 90 เซนตเมตร)

วิธท ำ 1 หลำ = 90 เซนตเมตร

1 ตำรำงหลำ = 90 x 90 ตำรำงเซนตเมตร

4 ตำรำงหลำ = 90 x 90 x 4 ตำรำงเซนตเมตร


100 x 100 ตำรำงเซนตเมตร = 1 ตำรำงเมตร

ดังนั้น 90 x 90 x 4 ตำรำงเซนตเมตร = 90x 90x 4  . 3 24 ตำรำงเมตร
100x 100

567




ดังนั้น สมนกซ้อโลหะแผ่น รำคำ 567 บำท คดเปนรำคำตำรำงเมตรละ  175 บำท
. 3 24
456
สมเกียรตซ้อโลหะแผ่นรำคำ 456 บำท คดเปนรำคำตำรำงเมตรละ  152 บำท




3





ดังนั้น สมเกียรตซ้อได้ในรำคำทถกกว่ำ


แบบฝกหัดที่ 2


1.จงเตมหน่วยกำรวัดทเหมำะสมลงในช่องว่ำง

2.1 เมตร


2.2 มลลเมตร
2.3 กิโลเมตร

2.4 กิโลกรม
2.5 วินำท ี

2.6 องศำเซลเซยส
2.7 ไร่ – งำน – ตำรำงวำ
2.8 ลกบำศก์เซนตเมตร หรอ ลตร




2.9 เซนตเมตร

2.10 กิโลกรม


196






แบบฝกหัดที่ 3









1. จงหำพื้นทส่วนทแรเงำของรปต่อไปน้ ตัวเลขทเขยนก ำกับด้ำนไว้ถอเปนควำมยำวของด้ำน และม ี



หน่วยเปนหน่วยควำมยำว










1 1
1.  20 15 150 ตำรำงหน่วย 2.  10  5  25 ตำรำงหน่วย
2 2


แบบฝกหัดที่ 4








1.1 พื้นทรปสเหลยมจัตรส = ด้ำน x ด้ำน = 8 x 8 = 64 ตำรำงเซนตเมตร










1.2 พื้นทรปสเหลยมผืนผ้ำ = กว้ำง x ยำว = 4 x 7 = 28 ตำรำงเซนตเมตร


1.3 พื้นทสเหลยมด้ำนขนำน = ฐำน x สง = 12 x 8 =96 ตำรำงเมตร






1
1









1.4 พื้นทสเหลยมคำงหม = x ผลบวกด้ำนค่ขนำน x สง = x 5  11  6 x 48 ตำรำงเมตร
2 2
1












1.5 พื้นทรปสเหลยมขนมเปยกปน = xผลคณของเสนทแยงมม = 1 x 12x 8  48 ตำรำงเมตร
2 2
1
1











1.6 พื้นทรปสเหลยมรปว่ำว = xผลคณของเสนทแยงมม = x 8x 10  40 ตำรำงเมตร
2 2
1
1




ี่
ี่


1.7 พื้นทรปสเหลยมใดๆ = x เสนทแยงมม x ผลบวกของเสนกิ่ง = x 10x 5 7  60
2 2
ตำรำงเมตร


197













2. จงหำพื้นทส่วนทแรงเงำ ตัวเลขทเขยนก ำกับไว้ถอว่ำเปนควำมยำวของด้ำนและมหน่วยควำมยำวเปน



เมตร















วิธท ำ พื้นทสำมเหลยมรปเล็ก = 1 x 4x 4  8 ตำรำงเมตร
2


พื้นทสำมเหลยมรปใหญ่ = 1 x 8x 6  24 ตำรำงเมตร



2



จะเหนว่ำพื้นทส่วนทแรเงำมพื้นทเท่ำกับ 24 – 8 = 16 ตำรำงเมตร







แบบฝกหัดที่ 5







1. จงหำพ้นทีสวนทีแรเงำ ตัวเลขทีเขยนก ำกับดำนมีหนวยเปนเซนติเมตร และจุด O, Q แทนจุด


ศูนยกลำงของวงกลม

1.1







วิธท ำ พื้นทสำมเหลยม รป 1 = 1  8  3 12
2






พื้นทสเหลยม รป 2 (รปสเหลยมคำงหม) = 1  10  8  1  10  8  40







2 2

ดังนั้น พื้นททแรเงำทั้งหมด = 12 + 40 = 52 ตำรำงหน่วย



198





1.2

















ี่
วิธท ำ พื้นทวงกลม = 22 5 . 3 x 5 . 3 x

7



พื้นททแรเงำทั้งหมด = 38.5 ตำรำงหน่วย






1.3















วิธท ำ พื้นทวงกลม = 22 x 7x 7  154



7






พื้นทสเหลยม = 14 x 14 = 196



พื้นททแรเงำทั้งหมด = 196 – 154 = 42 ตำรำงหน่วย


199





1.4

1 1
2.5

6 2





2.5








วิธท ำ พื้นทสำมเหลยมรปท 1 = 1 x 6 = 6









พื้นทสำมเหลยมรปท 2 = 2 x 1 = 2





พื้นทสำมเหลยมรปท 3 = 1 x 6 = 6




ดังนั้นพื้นทแรเงำทั้งหมด = 6+2+6 = 14 ตำรำงหน่วย

1.5







วิธท ำ พื้นทสเหลยมรปท 1 = 4 x 5 = 20





พื้นทสำมเหลยมรปท 2 = 1 x 4x 3  6
ี่




2

ดังนั้น พื้นททั้งหมด = 20 + 6 = 26 ตำรำงหน่วย



แบบฝกหัดที่ 6


ี่





1. แผนผังบ้ำนหลังหนงมลักษณะและขนำดดังรป ถ้ำบรเวณทแรเงำต้องกำรเทปนซเมนต์ โดยเสย





ค่ำใช้จ่ำยตำรำงเมตรละ 250 บำท จะต้องเสยค่ำใช้จ่ำยทั้งหมดกีบำท ก ำหนดควำมยำวมหน่วยเปน
เซนตเมตร


200































วิธท ำ พื้นทสเหลยมรปท 1 = 1 x 2 = 2 ตำรำงเมตร









พื้นทสเหลยมรปท 2 = 1 x 3 = 3 ตำรำงเมตร









พื้นทสเหลยมรปท 3 = 1.5 x 2 = 3 ตำรำงเมตร


ดังนั้นพื้นทส่วนทแรเงำ = 2+3+3 = 8 ตำรำงเมตร





ต้องกำรเทปนซเมนต์โดยเสยค่ำใช้จ่ำยตำรำงเมตรละ 250 บำท
จะต้องเสยค่ำใช้จ่ำยทั้งหมด = 250 x 8 = 2,000 บำท



แบบฝกหัดที่ 7

1. จงคำดคะเนเวลำหรอช่วงเวลำให้เหมำะสมกับสถำนกำรณต่อไปน้ ี


1.1 5.00 นำฬกำ
1.2 12.00 นำฬกำ

1.3 หนำว , ธันวำคม

2. จงวงกลมล้อมรอบข้อทเหมำะสมทสด ส ำหรบใช้หน่วยในกำรคำดคะเน ระยะทำง น ้ำหนัก หรอ






ขนำดของส่งต่อไปน้ ี

2.1 ข
2.2 ข
2.3
2.3.1 ค
2.3.2 ก
2.3.3 ข

3. ทำงหลวงสำยพหลโยธนกรงเทพฯ-แม่สำย ยำว 952 กิโลเมตร รถประจ ำทำงปรบอำกำศวิ่งบนทำง


หลวงสำยน้ตลอดเสนทำงด้วยอัตรำเรว 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง



3.1 10 – 12 ชั่วโมง
3.2 4.00 – 6.00 น.
3.3 24.00 – 2.00 น.


201










4. ลฟต์ของโรงแรมแห่งหนงบรรทกผู้โดยสำยได้เทยวละไม่เกิน 10 คน (600 กิโลกรม) บำงคร้งม ี










ผู้โดยสำรเข้ำลฟต์เพียง 8 คน ลฟต์จะมเสยงเตอน บำงคร้งมผู้โดยสำร 12 คน ลฟต์ไม่มเสยงเตอนยังใช้







งำนได้เปนเพรำะเหตใด จงอธบำย
ตอบ ถ้ำน ้ำหนักของคน 8 คน รวมกันเกิน 600 กิโลกรม

ถ้ำน ้ำหนักของคน 12 คน รวมกันไม่เกิน 600 กิโลกรม


เฉลย กิจกรรมบทที่ 6

แบบฝกหัดที่ 1




1. จงหำพื้นทผิวและปรมำตรของปรซมต่อไปน้ ี




วิธท ำ ปรมำตร = พื้นทฐำน x สง




=   1 x 8x 3 5 x = 60 ลูกบำศก์เซนติเมตร
 2 














วิธท ำ ปรมำตร = พื้นทฐำน x สง
=   1 x 12 2 x  4 x  = 48 ลูกบำศก์เซนติเมตร
 2 


202






แบบฝกหัดที่ 2






1. จงหำปรมำตร และพื้นทผิวทั้งหมดของทรงกระบอกสง 10 เซนตเมตร มเสนผ่ำนศนย์กลำง 14



เซนตเมตร

วิธท ำ ปรมำตร = ¶ r h

2
= 22 x 7x 7x 10  , 1 540 ลูกบำศก์เซนติเมตร
7
พื้นทฐำน = ¶ r


2
= 22 x 7x 7  154 ตำรำงเซนติเมตร
7


พื้นทผิวข้ำง = 2¶rh
= 2x 22 x 7x 10  440 ตำรำงเซนติเมตร
7




ดังนั้นพื้นทผิวทั้งหมด คอ 440 + (154 x 2) = 748 ตำรำงเซนตเมตร










2. จงหำปรมำตรของทรงกระบอกใบหนงทมรศมของฐำน 3.5 น้ว และสง 5 น้ว




วิธท ำ ปรมำตร = ¶ r h


2
= 22 x 5 . 3 x 5 . 3 x 5  192 5 . ลูกบำศก์นิ้ว
7

แบบฝกหัดที่ 3










1. จงหำปรมำตรและพื้นทผิวทั้งหมดของพีระมดทสง 6 เซนตเมตร ฐำนเปนรปสเหลยมจัตรส ยำวด้ำนละ







16 เซนตเมตร

วิธท ำ หำสงเอยง จำกสตร c  a  b




2
2
2
c 2  8  6
2
2
C = 10

ี่

ี่
พื้นทฐำนสเหลยมจัตรส = 16 x 16 = 256 ตำรำงเซนตเมตร
ี่


ปรมำตรพีระมด = 1 x พื้นทีฐำน x สูง


3
= 1 x 256 6 x = 512 ตำรำงเซนตเมตร

3

พื้นทผิวเอยง = 1 x  164x  10x = 320 ตำรำงเซนตเมตร



2



ดังนั้นพื้นทผิวทั้งหมด = 256 + 320 = 576 ตำรำงเซนตเมตร


203















2. จงหำพื้นทผิวเอยงของพีระมดฐำนรปหกเหลยมด้ำนเท่ำ มมเท่ำ ยำวด้ำนละ 4 เซนตเมตร สงเอยง 7.5


เซนตเมตร

วิธท ำ พื้นทผิวเอยง = 1 xควำมยำวรอบฐำน x สูงเอียง



2
= 1 x (4 x 6) x 7.5
2
= 2 x 6 x 7.5 = 90 ตำรำงเซนตเมตร


แบบฝกหัดที่ 4







1. จงหำปรมำตร และพื้นทผิวทั้งหมดของกรวยกลมทสง 24 เซนตเมตร มเสนผ่ำนศนย์กลำง 14




เซนตเมตร
วิธท ำ ปรมำตร = 1 ¶ r h


2
3
= 1 x 22 x 7x 7x 24
3 7


= 1,232 ลกบำศก์เซนตเมตร

สงเอยง = A 2  24  7 = 625

2
2
A = 25
พื้นทฐำน = ¶ r


2
= 22 x 7x 7  154 ตำรำงเซนตเมตร

7



พื้นทผิวเอยง = ¶rl

= 22 x 7x 25  550 ตำรำงเซนตเมตร
7



ดังนั้นพื้นทผิวทั้งหมด = 154 + 550 = 704 ตำรำงเซนตเมตร







2. จงหำปรมำตรและพื้นทผิวทั้งหมดของกรวยกลมทสงเอยง 5 เซนตเมตร มเสนผ่ำนศนย์กลำง







8 เซนตเมตร (ตอบในรป )


วิธท ำ หำสงตรง c  a  b
2
2
2
a 2  5  4
2
2
a = 3
ปรมำตร = 1 ¶ r h

2
3


= 1 4 x = 16 ¶ ลกบำศก์เซนตเมตร
2
3
3



พื้นทผิวเอยง = ¶rl


204






= ¶ (4)(5) = 20 ¶ ตำรำงเซนตเมตร


พื้นทฐำน = ¶ r
2
= ¶ 4 = 16 ¶ ตำรำงเซนตเมตร

2

พื้นทผิวทั้งหมด = 20 ¶ + 16¶ = 36¶ ตำรำงเซนตเมตร



แบบฝกหัดที่ 5





1. จงหำปรมำตรและพื้นทผิวของทรงกลมซงมเสนผ่ำนศนย์กลำง 14 เซนตเมตร







วิธท ำ ปรมำตรทรงกลม = 4 ¶r
3
3
= 4  22  7 7 7 = 1,437.3 ลูกบำศก์เซนติเมตร
3 7

พื้นทผิวทรงกลม = 4¶ r

2
= 4 x 22 x 7x 7 = 616 ตำรำงเซนติเมตร
7



2. ทรงกลมมปรมำตร 38,808 ลกบำศก์เซนตเมตร จงหำรศมและพื้นทผิว






วิธท ำ ปรมำตรทรงกลม = 4 ¶r


3
3
38,808 = 4 x 22 xr
3
3 7
r = 38 , 808 3 7
3
4 22
r = 21 เซนตเมตร



พื้นทผิวทรงกลม = 4¶ r
2
= 4x 22 x 21x 21 = 5,544 ตำรำงเซนติเมตร
7





3. ทรงกลมมพื้นทผิว 616 ตำรำงน้ว จงหำปรมำตรของทรงกลม



วิธท ำ พื้นทผิวทรงกลม = 4¶ r
2
616 = 4 22  r
2
7
r = 616  1  7
2
4 22
r = 7 เซนตเมตร


ปรมำตรทรงกลม = 4 ¶r
3
3
= 4  22  7 7 7
3 7


= 1,437.33 ลกบำศก์เซนตเมตร


205
















4. โลหะกลมลกหนง รศมภำยนอก 21 เซนตเมตร รศมภำยใน 7 เซนตเมตร จงหำปรมำตรเน้อโลหะ



วิธท ำ ปรมำตรทรงกลมรปนอก = 4 ¶r
3
3
= 4  22  21 21 21
3 7


= 38,808 ลกบำศก์เซนตเมตร
ปรมำตรทรงกลมรปใน = 4 ¶ 3r


3
= 4  22  7 7 7
3 7

= 1,437.33 ลกบำศก์เซนตเมตร

ดังนั้นปรมำตรเน้อโลหะ = 38,808 - 1,437.33 = 37,370.67




เฉลย กิจกรรมบทที่ 7
แบบฝกหัดที่ 1



1. จงเขยนค่อันดับจำกแผนภำพทก ำหนดให้ต่อไปน้ ี


1.1 (1,-1), (2,-2), (3,-3), (4,-4)
1.2 (1,c), (2,b), (3,a) , (4,d)
1.3 (1,0), (2,-1), (3,-2), (4,-3),(5,-4)


2. จงหำค่ำ x และ y จำกเงอนไขทก ำหนดให้ในแต่ละข้อต่อไปน้ ี



2.1 x = 4 , y = 3
2.2 x = y , y = 2

2.3 x = 6 , y = 0

2.4 x = 4 , y = 4




แบบฝกหัดที่ 2

1.1 A = ( 1,3) B= (-1,2) C= (-4, -2) D=(1,-1)

1.2 A = ( 0,2) B= (-3,1) C= (4, 0) D=(3,-4)


206





2.1


207


2.2





































แบบฝกหัดที่ 3



กรำฟข้ำงล่ำงแสดงกำรเดนทำงของอนวัฒนและอนพันธ ์
























3.1 2 ชั่วโมง

3.2 3 ชั่วโมง

3.3 320 กิโลเมตร
3.4 2 ชั่วโมง

3.5 160 กิโลเมตร


208





เฉลย กิจกรรมบทที่ 8


แบบฝกหัดที่ 1











จงบอกชนดของรปเรขำคณตสำมมตทมรปคลดังต่อไปน้ ี









1. พีระมดฐำนสำมเหลยม 2. สเหลยมลกบำศก์ หรอทรงสเหลยมมม








ี่
ฉำก










ี่
ี่

3. พีระมนฐำนหกเหลยม 4. ปรซมห้ำเหลยม







2. จงเขยนรปคลของรปเรขำคณตสำมมตในแต่ละข้อต่อไปน้ ี


209








แบบฝกหัดที่ 2


210






แบบฝกหัดที่ 3






จงจับค่ภำพด้ำนหน้ำ ด้ำนข้ำง และด้ำนบน ในแต่ละข้อต่อไปน้กับรปเรขำคณตสำมมตทก ำหนดให้











ทำงขวำมอ โดยเลอกตัวอักษรทก ำกับไว้ในรปเรขำคณตสำมมต เขยนเตมลงในช่องว่ำงบนขวำของแต่ละ

ข้อ















211





เฉลย แบบฝกหัดทำยบทที่ 9


สถิติ


แบบฝกหัดที่ 1

ขอมูลสถิติ


ขอที่ ขอควำม


เปน ไมเปน

1 น้ำหนกของนกเรยนทุกคนทีเรยนชุดกำรเรยนทำงไกล 







2 สมศรไดคะแนน 15 คะแนน 










ในกำรโยนเหรยญ 10 ครง เกิดหัว 6 ครง เกิดกอย 4 ครง ได ้ 
3 6

อัตรำสวนที่จะเกิดหัว 10
4 คน 6 คน เปนชำย 4 คน เปนหญิง 2 คน ทีอยูในบำนวิชย 







ึ่

จำนวนคดีอำชญำกรรมในป 2551 ซงรวบรวมมำจำกบันทึกคดี 
5
อำชญำกรรมแตละวันในแตละสถำนต ำรวจ














2. ใหผูเรยนพิจำรณำขอมูลในแตละขอตอไปน้ แลวเขยนเครองหมำย  ลงในชองที่ตรงกับ



ควำมคิดเห็น
ขอมูลสถิติ




ขอที่ ขอควำม ขอมูล ขอมูล

คุณภำพ ปรมำณ


ึ่
1 สถิติคนไขแยกตำมเชอโรคของโรงพยำบำลแหงหนง 



จำนวนครงของกำรโทรศพททำงไกลจำกแตละเครองในสำนกงำน 


ื่






2
ื่
10 เครอง ในวันหนง
ึ่








ผูจดกำรถูกสมภำษณถึงจำนวนเปอรเซนตของเวลำท ำงำนทีใชใน 


3
กำรประชุม



เครองสำอำงโดยเฉพำะสของสทำปำก ซงแตละบรษัทใน 10 
ื่

ึ่

4
บรษัท ไดระบุวำมียอดขำยมำกทีสุด




212
















3. ใหผูเรยนพิจำรณำขอควำมตอไปน้ แลวเติมค ำตอบลงในชองวำงตำมควำมคิดเหนของผูเรยนวำเปน




ขอมูลปฐมภูมิ หรอทุติยภูมิ


3.1 ทตยภม ิ


3.2 ปฐมภม ิ




3.3 ทตยภม ิ

3.4 ปฐมภม ิ



3.5 ทตยภม ิ


แบบฝกหัดที่ 2

1. แผนภมรปวงกลมแสดงรำยได้ของห้ำงสรรพสนค้ำแห่งหนงโดยเฉลยต่อวัน จ ำแนกตำมแผนกต่ำงๆ





















1.1 น้อยกว่ำ 0.86 %

ี่

1.2 รำยได้จำกแผนกเครองส ำอำงน้อยทสด คดเปน 12.87% ของรำยได้จำกแผนกทรำยได้มำกทสด

ื่

ี่

ี่
1.3 51.43%

ื่


1.4 แผนกเครองเขยนแบบเรยน คดเปน 20.11% ของรำยได้ทั้งหมด


213









2. จำกกำรสอบถำมงบประมำณทแต่ละกล่มสำระกำรเรยนรได้มำจำกกำรจัดสรรงบประมำณของทำง




โรงเรยน เปนดังน้ ี


กลุมสำระกำรเรยนรู ้ งบประมำณ จำนวนเปอรเซนต ์ ขนำดของมุมทีจุดศูนยกลำง





(บำท) ของรูปวงกลม (องศำ)
คณตศำสตร ์ 35,000 35 , 000  100  10 . 29 35 , 000  360  37 . 06

340 , 000 340 , 000
วิทยำศำสตร ์ 100,000 29.41 105.88
ภำษำต่ำงประเทศ 48,000 14.12 50.82
ภำษำไทย 34,500 10.15 36.53

ศลปะ 18,500 5.44 19.59
กำรงำนอำชพและเทคโนโลยี 40,500 11.91 42.83



สขศกษำและพลศึกษำ 29,500 8.68 31.24

สังคมศกษำ ศำสนำ และ 34,000 10.00 36.0
วัฒนธรรม






ี่

3. จงเขยนแผนภมรปวงกลมโดยใช้จ ำนวนเปอรเซนต์และขนำดของมมทจดศนย์กลำงของรปวงกลมท ี่






ค ำนวณได้จำกตำรำงข้ำงต้น


214










4. ใหผูเรยนพิจำรณำกรำฟเสนตอไปน้ ี



















































4.1 พ.ศ. 2529 , พ.ศ. 2531 , พ.ศ. 2533
4.2 พ.ศ. 2529 แตกต่ำงกันประมำณ 28,000 ลกบำศก์เมตร


215










5. ตำรำงแสดงรำยรบ – รำยจำยของนำย ก ในรอบ 6 เดอนแรกของป พ.ศ. 2546 เปนดังน้ ี






จำกตำรำงนำเสนอขอมูลดวยกรำฟเสน ไดดังน้ ี

































แบบฝกหัดที่ 3






1. จำกข้อมล 2, 6,1, 5, 13, 6, 16 จงหำค่ำเฉลยเลขคณต ฐำนนยม และมัธยฐำน


ค่ำเฉลยเลขคณต = 7

มัธยฐำน = 4
ฐำนนยม = 6




2. จำกข้อมล 24, 16,18, 36, 7, 28, 6, 36, 12 จงหำค่ำเฉลยเลขคณต ฐำนนยม และมัธยฐำน


ค่ำเฉลยเลขคณต = 20.33



มัธยฐำน = 18

ฐำนนยม = 36


3. จำกข้อมล 10.1, 13.8, 15.6, 4.5, 18.6, 8.4 จงหำค่ำเฉลยเลขคณต ฐำนนยม และมัธยฐำน






ค่ำเฉลยเลขคณต = 11.83
มัธยฐำน = 11.95
ฐำนนยม = -


216





เฉลย กิจกรรมบทที่ 10


แบบฝกหัดที่ 1
1. ตอบ กล่องทสำม เพรำะในกล่องทสำมมลกแก้วสแดงมำกกว่ำสน ้ำเงน ดังนั้นโอกำสทจะจับ













ได้ลกแก้วสแดงย่อมมมำกกว่ำ




2. ตอบ กล่งทสอง เพรำะในกล่องทสองเปปนลกแก้วสน ้ำเงนทั้งหมด










3. ตอบ กล่องทสอง เพรำะไม่มลกแก้วสแดงเลย











4. ตอบ กล่องทหนง เพรำะในกล่องทหนง มลกแก้วสแดงและลกแก้วสน ้ำเงนเท่ำกัน




แบบฝกหัดที่ 2


1. ให้ผู้เรยนพิจำรณำกำรทดลองส่มต่อไปน้ว่ำผลจำกกำรทดลองส่มอำจเปนอย่ำงไรบ้ำง





1.1 อำจได้ หัว หรอ ก้อย


1.2 อำจได้หัวทั้ง 2 เหรยญ หรอได้ หัว และ ก้อย หรออำจได้ก้อยทั้งสองเหรยญ











1.3 อำจได้ลกปงปองสเหลองสองลก หรอสเหลอง 1 ลกและสแดง 1 ลก






2. จงเขยนผลทอำจจะเกิดข้นได้ทั้งหมดจำกกำรหมนแปนวงกลมทมหมำยเลข 1 และ2 แล้วมำโยน


ี่


เหรยญบำท 1 อัน

ตอบ H,1 H,2 T,1 T, 2


3. จงเขยนผลทั้งหมดทอำจจะเกิดข้นได้จำกกำรหยิบสลำก 1 ใบ จำกสลำกทเขยนหมำยเลขตั้งแต่







10 ถง 20 ไว้
ตอบ 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20


แบบฝกหัดที่ 3

1. ทอดลกเตำ 1 ลก 1 คร้ง



1.1 1, 2, 3, 4, 5,6
1.2 1, 2, 3, 4, 5
1.3 3, 6


217











2. ทอดลกเตำ 2 ลกพรอมกัน 1 คร้ง

2.1 {(1,1),(1,2),(1,3),(1,4),(1,5),(1,6),
(2,1),(2,2),(2,3),(2,4),(2,5),(2,6),
(3,1),(3,2),(3,3),(3,4),(3,5),(3,6),

(4,1),(4,2),(4,3),(4,4),(4,5),(4,6),

(5,1),(5,2),(5,3),(5,4),(5,5),(5,6),

(6,1),(6,2),(6,3),(6,4),(6,5),(6,6)}

2.2 (2,6), (3,5), (4,4), (5,3) (6,2)

2.3 (4,6), (5,5), (5,6), (6,4),(6,5),(6,6)

2.4 (1,1),(1,2), (2,1)

2.5 (1,1), (1,3),(1,5),(2,1),(2,2),(2,4),(2,6), (3,1),(3,3),(3,5),(4,2),(4,4),(4,6),


(5,1),(5,3),(5,5),(6,2),(6,4),(6,6)









2.6 ไม่ม หรอ เปนเหตกำรณทเปนไปไม่ได้





ี่




3. จำกกำรสอบถำมถงปกรำยงำนทผู้เรยนชอบ 2 ส ในจ ำนวน 5 ส คอ สขำว สฟำ สชมพู สเขยว



และสเหลอง











3.1 (สขำว,สฟำ), (สขำว,สชมพู), (สขำว,สเขยว), (สขำว,สเหลอง), (สฟำ,สชมพู), (สฟำ,




















สเขยว), (สฟำ,สเหลอง), (สชมพู,สเขยว), (สชมพู,สเหลอง), (สเขยว,สเหลอง)




















3.2 (สขำว,สฟำ), (สขำว,สชมพู), (สฟำ,สชมพู), (สฟำ,สเขยว), (สฟำ,สเหลอง), (สชมพู.




สเขยว), (สชมพู,สเหลอง)


218






แบบฝกหัดที่ 4




1. ทอดลกเตำ 1 ลก 1 คร้ง
1.1 ตอบ เหตกำรณททอดลกเตำ แล้วออกแต้มจ ำนวนค่ มผลลัพธ์คอ 2, 4 และ 6 จะได้จ ำนวน










ผลลัพธ์ของเหตกำรณเปน 3


3 1




ดังนั้น ควำมน่ำจะเปนของเหตกำรณ ทอดลกเตำ 1 ลก 1 คร้ง แล้วแต้มออกเปนจ ำนวนค่ = หรอ






6 2






ี่

1.2 ตอบ เหตกำรณททอดลกเตำ และออกแต้มเปนจ ำนวนเฉพำะมผลลัพธ์คอ 2, 3 และ 5 จะได้



ผลลัพธ์ของเหตกำรณเปน 3
3







ดังนั้น ควำมน่ำจะเปนของเหตกำรณ ทอดลกเตำ 1 ลก 1 คร้ง แล้วแต้มออกเปนจ ำนวนเฉพำะ = =

6
1
2




2. ให้ R , R , R และ R แทนลกกวำดสแดง 4 เม็ด และ B และ B แทนลกกวำดสด ำ 2 เม็ด
1
2
3
4
1
2
R 1 R 2 R 2 R 3
R 3 R 4
R
4 B 1
B 1
B
2
B 2


R 3 R 4 R B
B 1 4 B 1
B 2 2


B 1 B
2





ผลลัพธทเกิดจำกกำรหยิบลกกวำด 2 เม็ด จำกถงได้แก่

(R , R ), (R , R ), ( R , R ), (R , B ), (R , B ), (R , R ), (R , R ), (R , B ), (R , B ), (R , R ), (R , B ), (R ,
1
2
3
4
3
1
3
3
2
1
2
1
4
2
1
2
1
1
2
3
4
1
2
B ), (R , B ), (R , B ) และ (B , B )
2
4
1
2
4
2
2
จ ำนวนผลลัพธทั้งหมดเปน 15


219









ี่
2.1 ตอบ เหตกำรณทหยิบได้ลกกวำดสแดง 1 เม็ด และ สด ำ 1 เม็ด คอ (R , B ), (R , B ), (R ,


1
2
2
1
1
B ), (R , B ), (R , B ), (R , B ), (R , B ) และ (R , B )
2
3
1
4
2
2
2
3
4
1
1

จะได้ จ ำนวนผลลัพธทั้งหมดเปน 8

8








ดังนั้น ควำมน่ำจะเปนของเหตกำรณทหยิบได้ลกกวำดสแดง 1 เม็ด และสด ำ 1 เม็ด เท่ำกับ
15



ี่


2.2 ตอบ เหตกำรณทหยิบได้ลกกวำดสแดงทั้งสองเม็ด คอ (R , R ), (R , R ), ( R , R ), (R , R ),
2
1
1
4
3
1
3
2
(R , R ), (R , R )
4
2
3
4
จะได้ จ ำนวนผลลัพธทั้งหมดเปน 6


6 2

ดังนั้น ควำมน่ำจะเปนของเหตกำรณทหยิบได้ลกกวำดสแดงทั้งสอง เท่ำกับ หรอ







15 5







3. โยนเหรยญ 3 เหรยญ พรอมกัน 1 คร้ง จงหำควำมน่ำจะเปนของเหตกำรณต่อไปน้ ี

ผลลัพธทอำจจะเกิดข้นจำก




ี่



ี่
ี่
เหรยญท 1 เหรยญท 2 เหรยญท 3


กำรโยนเหรยญ 3 เหรยญ
1 คร้ง


H HHH

H
H T HHT
H
T HTH
T HTT
H THH
H
T T THT
H TTH
T
T TTT


จะได้ จ ำนวนผลลัพธทั้งหมดของเหตกำรณเปน 8







3.1 ตอบ เหตกำรณทเหรยญออกก้อย อย่ำงน้อง 1 เหรยญ คอ HHT, HTH, HTT, THH, THT,


TTH, TTT

จะได้ จ ำนวนผลลัพธทั้งหมดของเหตกำรณเปน 7



220





7






ดังนั้น ควำมน่ำจะเปนของเหตกำรณทเหรยญออกก้อยอย่ำงน้อย 1 เหรยญ เท่ำกับ

8









3.2 ตอบ เหตกำรณทเหรยญออกหัวและก้อย จ ำนวนเท่ำกันคอ 0 นั่นคอ ไม่มผลลัพธของ

ี่


เหตกำรณทเหรยญออกหัวและก้อยจ ำนวนเท่ำกัน
7






ดังนั้น ควำมน่ำจะเปนของเหตกำรณทเหรยญออกหัวและก้อยจ ำนวนเท่ำกัน เท่ำกับ = 0
8

แบบฝกหัดที่ 5



อันดับของบตรเขยนเปนแผนภำพต้นไม้ได้ดังน้ ี

คนโต คนกลำง คนสดท้อง ผล

ช (ช, ช, ช)

ช ญ (ช, ช, ญ)
ญ ช (ช, ญ, ช)
ญ (ช, ญ, ญ)
ช (ญ, ช, ช)


ญ (ญ, ช, ญ)
ญ ช (ญ, ญ, ช)
ญ (ญ, ญ, ญ)

ผลกำรทดลองส่มทั้งหมด (Sample Space : S) ได้แก่ (ชชช), (ชชญ), (ชญช), (ชญญ),(ญชช), (ญชญ),

(ญญช),(ญญญ)

1) n(S) = 8




ให้ E แทนเหตกำรณทบตรคนหัวปเปนหญง

ี่


1
E ได้แก่ (ญชช), (ญชญ), (ญญช),(ญญญ)
1
n(E ) = 4
1
n(E )
P(E ) = 1
1
n (S)
4
จะได้ = = 0.5
8


221










ี่
2) ให้ E แทนเหตกำรณทบตรคนสดท้องเปนหญง

2
E ได้แก่ (ชชญ), (ชญญ), (ญชญ), (ญญญ)
2
n(E ) = 4
2
n(E )
P(E ) = 2
2
n (S)
4
จะได้ = = 0.5
8






3) ให้ E แทนเหตกำรณทบตรทั้งสำมคนเปนชำย
3
E ได้แก่ (ชชช)
3
n(E ) = 1
3
n(E )
P(E ) = 3
3
n (S)
1
จะได้ = = 0.125
8
ี่





3) ให้ E แทนเหตกำรณทบตรคนโตเปนหญงและบตรคนสดท้องเปนชำย



4
E ได้แก่ (ญชช), (ญญช)
4
n(E ) = 2
4
n(E )
P(E ) = 4
4
n (S)
2
จะได้ = = 0.25
8


222





เฉลย กิจกรรมบทที่ 11


แบบฝกหัดที่ 1




1. บัญชรบจ่ำยประจ ำวันของนำยสมพร ซงประกอบอำชพเปนผู้ขำยกำแฟในเวลำ 5 วัน




จำนวนเงิน จำนวนเงิน



วัน เดอน ป รำยกำรรบ วัน เดอน ป รำยกำรจำย



บำท สต. บำท สต.




1 ต.ค. 58 - ยอดเงนคงเหลอ 8,000 - 1 ต.ค. 58 - ซ้อวัตถดบ 2,500 -

ยกมำจำกเดอน - ค่ำแก๊สหงต้ม 350 -


กันยำยน 2558 - ค่ำอำหำร 270 -


- ได้รบเงนจำก 4,800 -
กำรขำยกำแฟ



2 ต.ค. 58 - ได้รบเงนจำก 4,200 - 2 ต.ค. 58 - ค่ำน ้ำ ค่ำไฟฟำ 840 -
กำรขำยกำแฟ - ค่ำอำหำร 320 -

- ค่ำถงพลำสตก 200 -

- ค่ำถงกระดำษ 100 -


3 ต.ค. 58 - ได้รบเงนจำก 3,900 - 3 ต.ค. 58 - จ่ำยค่ำโทรศัพท์ 430 -

กำรขำยกำแฟ - ค่ำอำหำร 290 -

- ค่ำหนังสอเรยน 950 -

- ค่ำน ้ำดม 160 -
ื่

4 ต.ค. 58 - ได้รบเงนจำก 4,500 - 4 ต.ค. 58 - จ่ำยค่ำเส้อผ้ำ 1,250 -


กำรขำยกำแฟ - ค่ำอำหำร 340 -
- ซ้อวัตถดบอนๆ 2,000 -





5 ต.ค. 58 - ได้รบเงนจำก 3,800 - 5 ต.ค. 58 - ค่ำอำหำร 250 -


กำรขำยกำแฟ - ค่ำน ้ำดม 120 -


- ค่ำหนังสอพิมพ์ 480 -

รวมรำยรบ 29,200 - รวมรำยจ่ำย 10,850 -


ยอดคงเหลอยกไป 18,350 -


223








2. (1) สมรต้องกำรซ้อเตยงนอน ต้เส้อผ้ำ และโต๊ะ

= 6,000 + 8,500 + 5,500 = 20,000
7


เสยภำษมลค่ำเพิ่ม = 20,000  = 1,400 บำท

100

สมรต้องจ่ำยเงน = 20,000 + 1,400 = 21,400 บำท



สมรซ้อเฟอรนเจอรข้ำงต้นไม่ครบ 25,000 บำท ไม่ได้รบส่วนลด




(2) สมรซ้อทกรำยกำรจำกตำรำง 6,000 + 8,500 + 2,600 + 5,500 +3,200 = 25,800 บำท
7


เสยภำษมลค่ำเพิ่ม 25,800  = 1,806 บำท

100

รำคำเฟอรนเจอรทั้งหมด 25,800 + 1,806 = 27,606 บำท





สมรซ้อสนค้ำเกิน 25,000 บำท ได้รบส่วนลด 10%
10
 ได้รบส่วนลด 25,800  = 2,580 บำท

100
สมรต้องจ่ำยเงน = 27,606 – 2,580 = 25,026 บำท

0.40


3. (1) ดอกเบ้ยออมทรพย์ = 500,000  1  = 2,000 บำท
100
1.25 6
(2) ดอกเบ้ยฝำกประจ ำ 6 เดอน = 500,000   = 3,125 บำท


100 12
ฝำกครบ 1 ป = 3,125  2 = 6,250 บำท

15
เสยภำษ = 6,250  = 937.50 บำท


100



ได้รบดอกเบ้ยจรง = 5,312.50 บำท
500,000
(3) ซ้อสลำกออมสนได้ = = 10,000 ฉบับ


50
ฝำกครบ 1 ป ขอถอนได้รบดอกเบ้ยฉบับละ 0.25 บำท



500,000
ได้รบดอกเบ้ย  0.25 = 2,500 บำท


50


มสทธถกรำงวัลเลขท้ำย 4 ตัว 12 เดอน ๆ ละ 2 รำงวัล ๆ ละ 150 บำท



= 12 2  150 = 3,600 บำท



 ได้รบเงนรำงวัลและดอกเบ้ยจำกกำรซ้อสลำกออมสน


= 2,500 + 3,600 = 6,100 บำท
 อมรควรซื้อสลำกออมสิน จะได้รับผลตอบแทนมำกที่สุด


224







4. เงนได้พึงประเมนของจ ำนง 15,000  12 = 180,000 บำท


หัก ค่ำใช้จ่ำย 40% ของเงนได้พึงประเมน แต่ไม่เกิน 60,000 บำท
40
=  180,000 = 72,000 บำท
100
จ ำนงสำมำรถหักค่ำใช้จ่ำยได้แค่ 60,000 บำท

หัก ค่ำลดหย่อนตนเอง 30,000 บำท และค่ำเบ้ยประกันชวิต 10,000 บำท

รวมหักค่ำลดหย่อน 30,000 + 10,000 = 40,000 บำท




เงนได้สทธของจ ำนง = เงนได้พึงประเมน – (หักค่ำใช้จ่ำย + หักค่ำลดหย่อน)


= 180,000 – (60,000 + 40,000)
= 80,000 บำท

ดังนั้น จ ำนงต้องยืนแบบภำษเงนได้บคคลธรรมดำ (ภ.ง.ด. 91) แต่ไม่ต้องช ำระเงนเพรำะ









ได้รบกำรยกเว้นภำษ (กรมสรรพำกรก ำหนดให้ผู้มเงนได้สทธตั้งแต่ 0 ถง 150,000 บำท ได้รบกำรยกเว้น



ภำษ)









5. เมอพิจำรณำข้อมลจำกกรำฟ บรษัทแห่งน้จ ำหน่ำยกระเปำได้สงข้นตำมล ำดับ






ควรเพิ่มจ ำนวนในกำรสั่งซ้อกระเปำเพิ่มข้น เพือเปนสต๊อคในกำรจ ำหน่ำย

6. ค่ำจ้ำงท ำงำนปกต ิ = 300  5 = 1,500 บำท
ค่ำล่วงเวลำ = 300  1.5  3 = 1,350 บำท


พนักงำนคนน้ได้รบค่ำจ้ำง = 1,500 + 1,380
= 2,850 บำท

10

7. วิธท ำ ปำยมควำมกว้ำง 10 น้ว = ฟต




12
21


ยำว 21 น้ว = ฟต
12
10 21

พื้นทปำยทั้งหมด =  3  = 4.375 ตำรำงฟุต


12 12

เสยค่ำใช้จ่ำยทั้งหมด = 4.375  185 = 809.375 บำท


225


226


227







คณะผูจดท ำ
ที่ปรกษำ



นำยสรพงษ์ จ ำจด เลขำธกำร กศน.




นำยกิตตศักด์ รตนฉำยำ รองเลขำธกำร กศน.



นำยประเสรฐ หอมด รองเลขำธกำร กศน.


คณะผูเขยนสรุปเนอหำ




นำยอร่ำม ค้มทรพย์ ข้ำรำชกำรบ ำนำญ



นำงสำววรวรรณ เบ็ญจนรตน ข้ำรำชกำรบ ำนำญ
นำงสำวอันน์เกต พงศ์เพ็ชร ์ วิทยำลัยนำฏศลป





นำยพิชำญ พรหมสมบัต วิทยำลัยนำฏศลป


นำงสำวพจน์วรรณ ชัยประดษฐ์ วิทยำลัยนำฏศลป




นำงสำวขจ ี หวำนนรกษ์ กศน.เขตพญำไท

คณะท ำงำน

นำยคมกฤช จันทรขจร ผู้อ ำนวยกำรสถำบันกำรศกษำทำงไกล


นำงกิตตยำ รศมพงศ์ รองผู้อ ำนวยกำรสถำบันกำรศกษำทำงไกล




นำงพิชญำ นัยนตย์ สถำบันกำรศกษำทำงไกล


นำงสำวสวรรค์ พลฉกรรณ ์ สถำบันกำรศกษำทำงไกล

นำงสำวประภำรช ทพย์สงเครำะห ์ สถำบันกำรศกษำทำงไกล




นำยเกรยงไกร มหำโชคดลก สถำบันกำรศกษำทำงไกล


ผูพิมพตนฉบับ





นำงสำวประภำรช ทพย์สงเครำะห ์ สถำบันกำรศกษำทำงไกล



นำยเกรยงไกร มหำโชคดลก สถำบันกำรศกษำทำงไกล

ผูออกแบบปก




นำยศภโชค ศรรตนศลป กล่มพัฒนำกำรศกษำนอกระบบและ





กำรศกษำตำมอัธยำศัย


228


Click to View FlipBook Version