The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ดนตรีพื้นเมือง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by poppyppy1234, 2023-07-13 12:20:02

ดนตรีพื้นเมือง

ดนตรีพื้นเมือง

ดนตรีพื้นเมือง ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2


ดนตรีพื้นเมือง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้


ดนตรีพื้นเมือง ภาคเหนือ


ดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ เป็นดนตรีที่ชาวบ้านสร้างสรรค์ขึ้นด้วยการร้องหรือบรรเลงโดยชาวบ้าน และชาวบ้านด้วยกันเป็นผู้ฟัง ดนตรีพื้นบ้านมีลักษณะดังนี้ 1. เป็นดนตรีของชาวบ้าน ส่วนมากเกิดขึ้นและพัฒนาในสังคมเกษตรกรรม มีลักษณะที่ไม่มีระบบ กฎเกณฑ์ชัดเจนตายตัว ประกอบกับใช้วิธีถ่ายทอดด้วนปากและการจดจ า จึงเป็นเหตุให้ไม่มีใครเอาใจใส่ ศึกษาหรือจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน 2. เป็นดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น แต่ละท้องถิ่นจะมีดนตรีที่มีส าเนียง ท านอง และจังหวะลีลา ของตนเอง ดนตรีพื้นบ้านส่วนใหญ่มีท านองที่ประดิษฐ์ดัดแปลงมาจากท านองของเสียงธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น ซอของดนตรีภาคเหนือ คือ เพลงจะปุ มีท านองอ่อนหวานตามส าเนียงพูดของคนไทย ชาวเมืองจะปุในแคว้นสิบสองปันนาหรือ ซอล่องน่าน ของจังหวัดน่านมีท านองเหมือนกระแสน้ าไหล


ลักษณะการบรรเลง ชาวบ้านล้านนาในอดีต มักนิยมใช้เวลาว่างในตอนกลางคืนให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะผู้หญิงสาว ภารกิจที่เป็นประโยชน์มักจะได้แก่ การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อเตรียมไปเพาะปลูกในวันรุ่งขึ้น บางทีก็ “ ไซ้(เลือก)” พืชผลทางการเกษตรที่ผลิตออกมาเพื่อจ าหน่าย จึงกลายเป็นจุดศูนย์กลางและการดึงดูด ความสนใจของหนุ่ม และกลายเป็นศูนย์รวม “นักแอ่วสาว” ทั้งหลายและดนตรีคู่กายชายหนุ่ม ย่อมน ามาใช้ตามความถนัด สันนิฐานว่าคงมีการนัดหมายเพื่อให้มาบรรเลง แนวเดียวกัน จึงเป็น การพัฒนาการขั้นแรกของการผสมวงดนตรี กลุ่มนักแอ่วสาวตามลานบ้านประกอบด้วยเครื่องดนตรี เปี๊ยะ สะล้อ ซึง ขลุ่ย ปี่ กลองพื้นเมือง (กลองโป่งป้ง) จึงกลายเป็นดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือโดยปริยาย นิยมเรียกตามชนิดของเครื่องดนตรีที่น ามาผสมเป็นวงว่า “วงสะล้อซอซึง”


ส าเนียงภาษาและเนื้อร้อง ลักษณะของดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือ จะมีส าเนียงเพลงที่บ่งบอกถึงความ เป็นเอกลักษณ์ของดนตรีท้องถิ่น มีส าเนียงไพเราะ อ่อนหวาน นุ่มนวล และ เนิบช้า แต่ก็มีการบรรเลงดนตรีที่มีจังหวะตื่นเต้น คึกคัก บทเพลงที่รู้จักกันทั่วไป คือ เพลงล่องนาน เพลงสาวไหม เพลงปราสาทไหว เป็นต้น


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ สะล้อ เป็นเครื่องสายบรรเลงด้วยการสี ใช้คันชักสี ตัวสะล้อที่เป็นแหล่งก าเนิด เสียง ท าด้วยกะลามะพร้าว ตัดและปิดหน้าด้วยไม้บาง ๆ มีช่องเสียงอยู่ด้านหลัง คันสะล้อท าด้วย ไม้สัก หรือ ไม้เนื้อแข็งอื่น ๆ โดยปกติ จะ ยาวประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ลูกบิดอยู่ด้านหน้า นิยม ท าเป็นสองสาย แต่ที่ท าเป็นสามสายก็ มีสาย ท าด้วยลวด (เดิมใช้สายไหมฟั่น ) สะล้อมี ๓ ขนาด คือ สะล้อ สะล้อเล็ก สะล้อกลาง และสะล้อใหญ่ ๓ สาย


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ ซึง เป็นเครื่องสายชนิดหนึ่งใช้บรรเลงด้วยการดีด ท าด้วยไม้สักหรือไม้เนื้อแข็ง มีช่องเสียงอยู่ด้านหน้า ก าหนดระดับเสียงด้วยนมเป็นระยะ ๆ ดีดด้วยเขาสัตว์บาง ๆ มีสายท าด้วยโลหะ เช่น ลวดหรือทองเหลือง (เดิมใช้สายไหมฟั่น) ซึง


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ พิณเปี๊ยะ หรือ พิณเพียะ หรือบางทีก็เรียกว่า เพียะ หรือเปี๊ยะ กะโหลกท าด้วยกะลามะพร้าว เวลาดีด เอากะโหลกประกบติดไว้กับหน้าอก ขยับเปิด-ปิด เพื่อให้เกิดเสียงกังวานตามต้องการ สมัยก่อนหนุ่ม ชาวเหนือนิยมเล่นดีดคลอการขับร้องในขณะไป เกี้ยวสาวตามหมู่บ้านในยามค่ าคืน ปัจจุบันมี ผู้เล่นได้ น้อยมาก พิณเปี๊ยะ


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ ปี่แน มีลักษณะคลายปี่ไฉน หรือปี่ชวา แต่มีขนาด ใหญ่กว่า เป็นปี่ประเภทลิ้นคู่ท าด้วยไม้เนื้อแข็ง มีรูบังคับเสียง เช่นเดียวกับปี่ใน นิยมบรรเลงในวง ประกอบกับฆ้อง กลอง ตะหลดปดและกลองแอว เช่น ในเวลาประกอบการฟ้อน เป็นต้น มี ๒ ขนาด ได้แก่ ขนาดเล็กเรียก แนน้อย ขนาดใหญ่ เรียก แนหลวง ปี่แน


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ ปี่จุม เป็นปี่ลิ้นเดียว ที่ตัวลิ้นปี่ท าด้วยโลหะเหมือนลิ้นแคน ตัวปี่ท าด้วยไม้ซาง ปลายข้างหนึ่งของเลาปี่ฝังลิ้นโลหะไว้ เวลาเป่าใช้ปากอม บริเวณลิ้นปี่ปลายเลาขลุ่ย อีกด้านหนึ่งเจาะรู บังคับเสียงเรียงกัน ๖ รู เพื่อให้เกิดท านองเพลง มี ๓ ขนาด ได้แก่ ขนาดใหญ่เรียก ปี่แม่ ขนาดรองลง มาเรียก ปี่กลาง และ ขนาดเล็กเรียก ปี่ก้อย นิยมบรรเลงประสมเป็นวงเรียก วงจุมปี่ หรือปี่จุม หรือบรรเลงร่วมกับซึงและสะล้อ ปี่จุม


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ ตะหลดปด หรือตะโล้ดโป้ด เป็นกลองสองหน้า ขนาดยาวประมาณ ๑๐๐ เซนติเมตร หน้ากลอง ขึงด้วยหนัง โยงเร่งเสียงด้วยเชือกหนัง หน้าด้านกว้าง ขนาด ๓๐ เซนติเมตร ด้านแคบ ขนาด ๒๐ เซนติเมตร หุ่นกลองท า ด้วยไม้เนื้อแข็งหรือเนื้ออ่อน ตีด้วยไม้หุ้มนวม มีขี้จ่า (ข้าวสุกบดผสมขี้เถ้า) ถ่วงหน้า ตะหลดปด


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ กลองแอว กลองแอว เป็นกลองพื้นบ้านมีในภาคเหนือ มีลักษณะคล้ายกับกลองยาว แต่ใหญ่และยาวกว่ามาก ตัวกลองท าด้วยไม้เนื้อแข็ง เป็นกลองขึงด้วยหนังหน้าเดียว มีหนังเส้นใหญ่ดึงหน้ากลองไว้โดยรอบยาว ตลอดไหล่กลอง เอวคอด ตอนท้ายเรียวและบานปลายคล้ายรูปกรวย ช่วงท้ายของกลองกลึงควั่นเป็น ปล้องๆ มีหลายขนาด


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ กลองสะบัดชัย กลองสะบัดชัย เป็นกลองที่มีมานานแล้วนับหลายศตวรรษ ในสมัยก่อนใช้ตียามออกศึกสงคราม เพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญก าลังใจให้แก่เหล่าทหารหาญในการต่อสู้ให้ได้ชัยชนะ ท านองที่ใช้ ในการตีกลองสะบัดชัยโบราณมี ๓ ท านอง คือ ชัยเภรี, ชัย ดิถี และชนะมาร


ดนตรีพื้นเมือง ภาคอีสาน


ดนตรีทางภาคอีสาน โครงสร้างของดนตรีพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีส าเนียงที่ เรียบง่าย ถ้าเป็นกลุ่มอีสานเหนือจะมีส าเนียงภาษา ที่มีส าเนียงคล้ายภาษาลาว ถ้าเป็นกลุ่มอีสานใต้ จะมีส าเนียง ภาษาที่มีส าเนียงคล้ายภาษากัมพูชา เนื่องจากทางภาคอีสานมีอากาศที่ร้อนและแห้ง แล้ง เมื่อถึงเวลาหน้าฝนชาวอีสานต้องรีบท ามาหากินเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง จนไม่มีเวลาที่จะ สนุกสนาน มากนัก เครื่องดนตรีจึงไม่สวยงาม ประดิษฐ์ขึ้นอย่างง่าย ๆ และใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ใน ท้องถิ่น การบรรเลงก็รวดเร็วคึกคัก กระชับและสนุกสนาน แสดงถึงความเร่งรีบ เห็นได้ว่าดนตรีพื้นบ้านจะมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวโดย เกิดจากภูมิปัญญาของชนชาวอีสาน โดยลักษณะของเครื่องดนตรีจะเกิดขึ้นกับแต่ละท้องถิ่นไม่เหมือนกันและได้มีการน ามารวมวงกัน เกิดขึ้น ซึ่งเป็นขอบเขตที่ชี้ลงไปอีกว่าสภาพภูมิประเทศภูมิอากาศแห้งแล้งหรืออุดมบรูณ์ โดยจะ สังเกตเห็นได้จากการก าเนิดของเครื่องดนตรีแต่ละประเภท


ตัวอย่างเช่น โหวด ก าเนิดขึ้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ชี้ให้เห็นถึงความแห้งแล้ง เพราะเสียงของโหวด เมื่อได้ฟังแล้วจะรู้สึกถึงความรันทด หดหู่ใจ และสอดคล้องกับสภาพของดินฟ้าอากาศที่จังหวัด ร้อยเอ็ด ซึ่งฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล สภาพดินแตกระแหงแห้งแล้ง อากาศมีความร้อนสูง ยากแก่การ เพาะปลูก เป็นเหตุที่ท าให้เครื่องดนตรีมีเช่นนี้ คือ การเข้าไปหาอาหารในป่า หรือ การล่าสัตว์ จึงน าเอาไม้ไผ่ชนิดบาง ๆ มาตัดมีความสั้นยาวที่แตกต่างกัน ท าให้เกิดเสียงสูงเสียงต่ า และน ามาเล่น ในยามที่ว่างจากงาน หรือยามที่ไม่ได้เก็บเกี่ยวอะไร


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคอีสาน โปงลาง ดนตรีพื้นเมืองอีสานถือว่าจังหวะส าคัญมาก เครื่อง ดนตรีประเภทตีใช้ด าเนินท านองอย่างเดียวคือ โปงลาง โปงลาง มีวิวัฒนาการมาจากระฆังแขวนคอสัตว์เพื่อให้เกิดเสียงโปงลางที่ ใช้บรรเลงอยู่ในภาคอีสานมี2 ชนิด คือ โปงลางไม้และโปงลาง เหล็ก ภาพที่แสดงคือ โปงลางไม้ซึ่งประกอบด้วยลูกโปงลาง ประมาณสิบสองลูกเรียงตามล าดับเสียงสูง ต่ า ใช้เชือกร้อยเป็น แผงระนาด แต่โปงลางไม่ใช้รางเพราะเห็นว่าเสียงดังอยู่แล้ว แต่ น ามาแขวนกับที่แขวน ซึ่งยึดส่วนปลายกับส่วนโคนให้แผง โปงลาง โปงลางท ามุมกับพื้น 45องศา


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคอีสาน โหวด เป็นเครื่องดนตรีไทยภาคอีสานประเภทเครื่องเป่า หรือแกว่ง มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกคล้ายกับบั้งไฟ ท าจาก ไม้กู่แคนซึ่งเป็นไม้ซางชนิดเดียวกับที่ใช้ท าแคนด้านบนมี ชันโรง (ขี้สูด) โหวดเป็นเครื่องดนตรีประจ าจังหวัดร้อยเอ็ด โหวด


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคอีสาน แคน เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองชนิดหนึ่งของภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ในประเทศไทย เครื่องดนตรีชนิด นี้จะใช้ไม้ซางขนาดต่าง ๆ ประกอบกันเข้าเป็นตัวแคน แคนเป็นเครื่องเป่ามีลิ้นโลหะ เสียงเกิดจากลมผ่านลิ้น โลหะไปตามล าไม้ที่เป็นลูกแคน การเป่าแคนต้องใช้ทั้ง เป่าลมเข้าและดูดลมออกด้วย ถือเป็นเครื่องดนตรีชนิด หนึ่งที่ให้เสียงไพเราะ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้าง เสียงประสานได้ในตัวเอง บ่งบอกถึงวิถีชีวิตของชาว พื้นเมืองบริเวณลุ่มแม่น้ าโขงได้เป็นอย่างดี แคน


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคอีสาน พิณ เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีดอีกชนิดหนึ่งมี 3 สาย นิยมใช้บรรเลงเล่นกัน ในภาคอิสานของ ไทย บรรเลงเดี่ยวและบรรเลงผสมกับแคน โปงลาง ไห โหวด กลองฯเรียกว่า " วงดนตรี พื้นเมืองอิสาน " นอกนั้นยังใช้บรรเลง ประกอบการเล่นหมอล าในชุดล าเพลินอีกด้วยพิณ มีลักษณะคล้ายคลึงกับซึง ( เครื่องดีดของ พิณ ภาคเหนือ ) เพียงแต่มีลักษณะต่างกันเล็กน้อย


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคอีสาน กลองหาง หรือกลองยาวอีสาน เป็นกลองขึงหนังหน้าเดียว หุ่นกลองท าจากไม้เนื้ออ่อนที่มีน้ าหนักเบา เช่นไม้ขนุน น ามา ขุดกลวงภายใน โดยปลายด้านหนึ่งจะบานออกคล้ายดอก ล าโพง เรียกว่า “ตีนกลอง” ตอนกลางเรียวคอด ด้านบน ป่องออกเป็นกล่องเสียง ขึงหนังขึ้นหน้าด้วยสายเร่งที่ท าจาก เชือกชนิดต่างๆ เช่น หวาย หนัง ไนล่อน กลองหางนิยมบรรเลงร่วมกับ กลองตึ้ง โดยมีกลองตึ้ง 1 ใบ กลองหาง หรือ กลองยาว 4 ใบรวมเป็นชุดกลองอีสาน หรืออาจจะใช้บรรเลงในขบวนแห่ต่างๆ เรียกว่า วงกลองยาว กลองหาง


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคอีสาน ซอกันตรึม เป็นเครื่องดนตรีของกลุ่มชาวไทยเชื้อสาย เขมรและชาวไทยอีสาน เป็นเครื่องสายใช้สี ท าด้วยไม้ กะโหลกซอขึงด้วยหนังงูหรือหนังจ าพวกตะกวด มีช่อง เสียง อยู่ด้านตรงข้ามหน้าซอ ใช้สายลวดมี 2 สาย คัน ชักอยู่ระหว่างสาย คันซอยาวประมาณ 60 เซนติเมตร มี ลูกบิดอยู่ตอนนอกซอใช้รัด ด้วยเชือก ขนาดของซอ แตกต่างกันไปตามความ ประสงค์ของผู้สร้าง โดยทั่วไป มี 3 ขนาด คือ ขนาดเล็กเรียก ตรัวจี้ ขนาดกลางเรียก ตรัวเอก ขนาดใหญ่เรียกตรัว บางครั้งจะเห็นมีการ ดัดแปลงประยุกต์กะโหลกซอโดยใช้กระป๋องหรือปี๊บ ซึ่งอาจเรียกแทนว่า ซอกระป๋องหรือซอปี๊บได้ ซอกันตรึม


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคอีสาน กลองกันตรึม เป็นเครื่องดนตรีประเภท กลองชนิดหนึ่งที่ท าด้วยหนังและไม้ขุดกลวง ขึงหน้าด้านหนึ่งด้วยหนังดึงให้ตึงด้วยเชือก ใช้ดีประกอบจังหวะในวงกันตรึม กลองกันตรึม


ดนตรีพื้นเมือง ภาคกลาง


ดนตรีพื้นเมืองภาคกลาง ส าเนียง ภาษา และเนื้อร้อง ผู้คนส่วนใหญ่ของภูมิภาคนี้ใช้ภาษาไทยกลาง ในการสื่อสารกัน แต่มีส าเนียงถิ่นที่ บ่งบอกแหล่งวัฒนธรรมในด้านภาษา องค์ประกอบของดนตรีพื้นบ้านภาคกลางจะ ประกอบไปด้วยเครื่องดนตรี วงดนตรี ท านองเพลงที่ปรากฏลีลาและจังหวะ วัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านภาคกลาง ถือว่ามีความสัมพันธ์กับดนตรีแบบแผน


เครื่องดนตรีและวงดนตรี จะประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีไทยแบบแผน โดยนิยมเล่นในงาน หรือ พิธีกรรมต่าง ๆ ของชาวบ้าน เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงในวงดนตรีพื้นบ้าน ภาคกลาง เช่น ปี่ ขลุ่ย ระนาด ฆ้อง ตะโพน กลองทัด กลองแขก กลองยาว เป็นต้น


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคกลาง


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคกลาง กลองยาว กลองยาว เป็นเครื่องดนตรี ส าหรับตีด้วยมือ ตัวกลองท าด้วยไม้ มีลักษณะกลมกลวง ขึงด้วยหนังมีหลายชนิด ถ้าท าด้วยหนังหน้าเดียว มีรูปยาวมากใช้สะพายในเวลาตี เรียกว่ากลองยาวหรือเถิดเทิง และนิยมเล่นกันเป็นที่รื่นเริง สนุกสนานในเทศกาลต่าง ๆ และเล่นกันแพร่หลายไปแทบทุกหัวบ้านหัวเมือง วงหนึ่งๆ จะใช้ กลองยาวหลายลูกก็ได้ เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงร่วม มี ฉิ่ง, ฉาบเล็ก, กรับ, โหม่ง เรียกการเล่นชนิดนี้ว่า "เถิดเทิง" หรือ "เทิงกลองยาว“ ที่เรียกเช่นนี้เข้าใจว่า เรียกตามเสียงกลองที่ตีและตามรูปลักษณะกลองยาว


ดนตรีพื้นเมือง ภาคใต้


ดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ มีลักษณะเรียบง่าย มีการประดิษฐ์เครื่องดนตรีจากวัสดุใกล้ตัวซึ่ง สันนิษฐานว่าดนตรีพื้นบ้านดั้งเดิมของภาคใต้น่าจะมาจากพวกเงาะซาไก ที่ใช้ไม่ไผ่ล าขนาดต่าง ๆ กัน ตัดออกมาเป็นท่อนสั้นบ้างยาวบ้าง แลัวตัดปากของกระบอกไม้ไผ่ให้ตรงหรือเฉียงพร้อมกับหุ้ม ด้วยใบไม้หรือกาบของต้นพืช ใช้ตีประกอบการขับร้องและเต้นร า จากนั้นก็ได้มีการพัฒนาเป็นเครื่องดนตรีแตร กรับ กลองชนิดต่าง ๆ เช่น ร ามะนา ที่ได้รับ อิทธิพลมาจากชาวมลายู กลองชาตรีหรือกลองตุ๊กที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงมโนราห์ ซึ่งได้รับ อิทธิพลมาจากอินเดีย ตลอดจนเครื่องเป่า เช่น ปี่นอกและเครื่องสี เช่น ซอด้วง ซออู้ รวมทั้งความ เจริญทางศิลปะ การแสดง และดนตรีของเมืองนครศรีธรรมราช จนได้ชื่อว่าละคอน


นอกจากนี้ ยังมีการบรรเลงดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ประกอบการละเล่นแสดงต่าง ๆ เช่น ดนตรีโนรา ดนตรีหนังตะลุง ที่มีเครื่องดนตรีหลักคือ กลอง โหม่ง ฉิ่ง และเครื่องดนตรีประกอบผสมอื่น ๆ ดนตรี ลิเกป่าที่ใช้เครื่องดนตรีร ามะนา โหม่ง ฉิ่ง กรับ ปี่ และดนตรีรองเง็ง ที่ได้รับแบบอย่างมาจากการ เต้นร าของชาวสเปนหรือโปรตุเกสมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยมีการบรรเลงดนตรีที่ประกอบด้วย ไวโอลิน ร ามะนา ฆ้อง หรือบางคณะก็เพิ่มกีตาร์เข้าไปด้วย ซึ่งดนตรีรองเง็งนี้เป็นที่นิยมในหมู่ชาวไทยมุสลิม ตามจังหวัดชายแดนไทย-มาเลเซีย ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าลักษณะเด่นของดนตรีพื้นบ้านภาคใต้จะได้รับอิทธิพลมาจากดินแดน ใกล้เคียงหลายเชื้อชาติ จนเกิดการผสมผสานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะ ในเรื่องการเน้นจังหวะและลีลาที่เร่งเร้า หนักแน่น และคึกคัก เป็นต้น เพลงพื้นบ้านเกิดจากชาวบ้าน เป็นผู้สร้างบทเพลงและสืบทอดกันมาแบบปากต่อปากโดยการจดจ าบทเพลงเป็นค าร้องง่าย ๆ ที่เป็น เรื่องราวใกล้ตัวในท้องถิ่นนั้น ๆ จึงท าให้เพลงพื้นบ้านของไทยในภาคต่าง ๆ มีความแตกต่างกันออกไป


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคใต้ ปี่กาหลอ ปี่กาหลอ หรือ ปี่ห้อ เป็นเครื่องเป่าชนิดหนึ่งของ ภาคใต้ของไทย เลาปี่ท าด้วยไม้ยาวประมาณ 13 นิ้ว มีรูบังคับเสียง 7 รู และด้านล่างมีรูนิ้วหัวแม่มือ 1 รู ลิ้นปี่ท าด้วยใบตาล มีบังลมท าด้วยไม้หรือเปลือกหอย มุก ด้านล่างเป็นล าโพงปี่ท าด้วยไม้ปากบาน เพื่อขยายเสียง (เช่นเดียวกับปี่ชวา) นิยมใช้ลูกปัดสี ต่าง ๆ ร้อยห้อยที่เลาปี่เพื่อตกแต่งด้วย ปี่กาหลอใช้ เป่าบรรเลงในงานศพ หรืองานบวชที่ผู้บวชจะไม่สึก ปัจจุบันหาดูได้ยากแล้ว


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคใต้ รือบับ รือบับ เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายที่ใช้คันชักอิสระ โดยทั่วไป มี 2 สาย บางถิ่นมี 3 สาย รูปร่างของรือบับคล้ายกับซอสามสายของ ไทย ใช้บรรเลงเดี่ยวเเละบรรเลงประกอบการขับร้องทั้งในวงกัมเมลัน เเละในวงดนตรีของชาวบ้านทั่วไป เป็นที่เข้าใจกันว่าเป็นเครื่องดนตรีที่ มีการละเล่นกันตั้งแต่ในบริเวณสามจังหวัดชายแดนใต้มาเลเซีย สุมาตรา เหนือของประเทศอินโดนีเซีย และชวา ใช้ในการแสดง เมาะโย่งหรือมะโย่ง ซึ่งการละเล่นนี้ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเป็นศิลปะ ละครร าในวัฒนธรรมหลวงหรือเป็นวัฒนธรรมราษฎร์ของคนถิ่นมลายู แต่ที่ปัตตานีปรากฏหลักฐานการละเล่นนี้ที่หนังสือ ฮิกายัดปัตตานี หรือพงศาวดารปัตตานี ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 รือบับมีลักษณะ โดยรวมคล้ายกับซอสามสายของภาคกลาง


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคใต้ ฆ้องคู่ ฆ้องคู่ เสียงต่างกันที่เสียงแหลม เรียกว่า “เสียงโหม้ง” ที่เสียงทุ้ม เรียกว่า “เสียงหมุ่ง” หรือ บางครั้งอาจจะเรียกว่าลูกเอกและลูก ทุ้ม ซึ่งมีเสียงแตกต่างกันเป็น คู่แปดแต่ดั้งเดิมแล้ว จะใช้คู่ห้า


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคใต้ ทับ ทับ (โทนหรือทับโนรา) เป็นคู่ เสียงต่างกันเล็กน้อย ใช้คนตีเพียงคนเดียว เป็นเครื่องตีที่ส าคัญที่สุด เพราะท าหน้าที่ คุมจังหวะและเป็นตัวน าในการ เปลี่ยนจังหวะท านอง


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคใต้ กลองตุ๊ก กลองตุ๊ก มีรูปร่างเหมือนกับกลองทัดแต่มีขนาดเล็ก กว่าตัวกลองท ามาจากไม้ขนุน เพราะจะท าให้เสียงดัง ดี หน้ากลอดขึงด้วยหนังวัว หรือหนังควายโดยใช้ หมุดไม้ ( ชาวใต้เรียกว่า “ ลูกสัก ” ) ส าหรับตอกยึด ไว้กับตัวหุ่น กลองชาตรีใช้ประกอบการแสดงละคร ชาตรี โนราและหนังตะลุงช่วย ย้ าจังหวะให้หนักแน่น เร้าใจ เสริมลีลาท่าทางการแสดงต านานโนราเรียก กลองชนิดนี้ว่า “ กลองสุวรรณเภรีโลก ”


เครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคใต้ แตระ แตระ (แกระ) เป็นเครื่องดนตรีเคาะให้จังหวะ แตระเป็นดนตรีหลักในการก ากับจังหวะในการ ขับร้องบทกลอนที่เรียกว่าร่ายแตระ และโนรา ยังถือเป็นครูของดนตรีโนรา


Click to View FlipBook Version