0
วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ รหัสวชิ า 30200-1001
หน่วยที่ 7 เรื่องตลาดในระบบเศรษฐกิจ
จัดทำโดย
นางกชมน เอยี ดแกว้
บธ.ม. (การจัดการโลจสิ ตกิ สแ์ ละโซ่อปุ ทาน)
1
หน่วยที่ 7 จำนวน 3 ช่ัวโมง
ชือ่ หน่วย ตลาดในระบบเศรษฐกิจ
สาระสำคัญ
ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหรือระบบเศรษฐกิจแบบผสมนั้น การผลิต การจำแนกแจกจ่าย และ
การบริโภคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการตามกลไกตลาดหรือกลไกราคา เพ่ือนำสินค้าและบริการไปสู่ผู้บรโิ ภค โดย
อาศัยการเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค ตลาดในระบบเศรษฐกิจมีความสำคัญมาก เนื่องจากสินค้า
และบริการจะต้องผ่านตลาดต่างจากระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมที่รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการแบ่งปันสินค้า
และบริการให้แก่ประชาชนโดยไม่ผ่านตลาดตลาดแต่ละประเภทมีลักษณะแตกต่างกัน เช่น ตลาดแข่งขัน
สมบูรณ์ ตลาดผูกขาด และตลาดผู้ขายน้อยราย โดยแต่ละตลาดมีท้ังข้อดีและข้อเสียต่อผู้บริโภคและระบบ
เศรษฐกิจ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกความหมาย และประเภทของตลาดได้
2. อธบิ ายลักษณะของตลาดประเภทต่าง ๆ และการกำหนดราคาในตลาดแข่งขนั สมบูรณ์ ตลาด
ผูกขาด ตลาดกึง่ แข่งขันก่งึ ผกู ขาด และตลาดผูข้ ายนอ้ ยรายได้
3. อธบิ ายดุลยภาพตลาดในแต่ละตลาดได้
4. เปรยี บเทยี บผลของตลาดแข่งขนั สมบรู ณแ์ ละตลาดผกู ขาดได้
5. อธบิ ายการกำหนดราคาและปริมาณสนิ ค้าของผผู้ ลติ ในแตล่ ะตลาดได้
สมรรถนะประจำหน่วย
แสดงความรใู้ นเรือ่ งตลาดในระบบเศรษฐกจิ
สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของตลาด
2. ประเภทของตลาด
3. ตลาดแขง่ ขนั สมบูรณ์
4. ตลาดผูกขาด
5. ตลาดกงึ่ แข่งขันกึ่งผูกขาด
6. ตลาดผ้ขู ายน้อยราย
7. การเปรียบเทยี บผลของตลาดแขง่ ขันสมบรู ณ์และตลาดผูกขาด
8. การเปรยี บเทยี บผลของตลาดกง่ึ แข่งขันกงึ่ ผูกขาดและตลาดประเภทอ่นื ๆ
2
1. ความหมายของตลาด
ตลาด โดยทั่วไปหมายถึง สถานทท่ี ี่ผ้ซู อื้ และผู้ขายมาพบปะซ้อื ขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการกัน
ซ่ึงมีสถานที่ต้ังและอาณาเขตท่ีแน่นอน เช่น ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดรถยนต์ ตลาดข้าวเปลือก ตลาดโภค
ภณั ฑ์เป็นตน้ ในทางเศรษฐศาสตร์คำวา่ “ตลาด (Market)” หมายถึง ตลาดของสินค้าชนดิ ใดชนิดหน่งึ เม่ือผูซ้ ้ือ
และผู้ขายมีการตกลงซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการ หรือสิ่งอ่ืนใดเกิดข้ึนก็แสดงว่าตลาดได้เกิดขึ้นแล้ว
โดยไม่จำเป็นต้องมกี ารพบกันโดยตรง ไม่จำเป็นต้องมสี ถานที่หรืออาณาเขตทีแ่ นน่ อน และไม่จำเป็นต้องชำระ
เงนิ หรือส่งมอบของกันทันที
2. ประเภทของตลาด
ในการซ้ือขายสินค้าและบริการตามท้องตลาดโดยทั่วไปนั้น สินค้าบางชนิดอาจมีผู้ผลิตหรือผู้ขาย
รายเดียว โดยไม่มีคู่แข่งขัน แต่สินค้าบางชนิดอาจมีผู้ผลิตจำนวนน้อยหรือผู้ขายจำนวนมาก เช่นผู้ผลิตไฟฟ้า
ประปา สลากกินแบ่งรัฐบาล นํ้าอัดลม ปูนซีเมนต์ เป็นต้น สินค้าสำหรับบริโภคในชีวิตประจำวันจะมีผู้แข่งขัน
ในตลาดเปน็ จำนวนมาก ดังน้ัน ในทางเศรษฐศาสตรจ์ ึงแบง่ ตลาดตามลักษณะของตลาดได้ 4 ประเภท ดังนี้
1. ตลาดแขง่ ขนั สมบรู ณ์
2. ตลาดผกู ขาด
3. ตลาดกงึ่ แขง่ ขนั กงึ่ ผกู ขาด
4. ตลาดผขู้ ายน้อยราย
3. ตลาดแขง่ ขนั สมบรู ณ์
การแข่งขันในตลาดจะมีท้งั ผู้ซื้อและผู้ขายเปน็ จำนวนมาก และสนิ ค้ามีลักษณะที่ไม่แตกต่างกันทั้ง
ในด้านคุณภาพและปริมาณ จึงเรียกว่า “การแข่งขันอย่างสมบูรณ์ (Perfect Competition)” ดังน้ันตลาด
แข่งขนั สมบูรณจ์ ึงมีลกั ษณะดังนี้
1. มีผู้ซ้ือและผู้ขายเป็นจำนวนมาก กล่าวคือ มากจนไม่สามารถรวมกลุ่มกันต้ังราคาสินค้าและ
บริการได้ตามใจชอบ ดังนั้น ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างไม่มีอำนาจในการกำหนดราคาสินค้า ราคาสินค้าท่ีขายใน
ตลาดจึงถูกกำหนดข้ึนโดยอุปสงค์และอุปทานของตลาด ซึ่งราคาจะเปลี่ยนแปลงไปตามอุปสงค์และอุปทาน
ของสินค้าท่ีมีอยู่ในตลาดขณะนั้น จึงกล่าวได้ว่า ผู้ซ้ือและผู้ขายในตลาดน้ีมีลักษณะเป็น“ผู้รับราคา (Price
Taker)”
2. ผผู้ ลิตมีอิสระในการเข้าออกจากตลาดโดยเสรี เช่น ถ้าตลาดมสี ินคา้ น้อย ราคาสินคา้ จะสูงและมี
กำไรมาก จึงเป็นเหตุจูงใจใหผ้ ู้ผลติ รายใหม่เขา้ มาผลิตแข่งขันมากขึ้น แต่ถ้าปรมิ าณสินค้าน้ันมีมากทำให้ราคา
ถกู และมีกำไรนอ้ ยหรือขาดทนุ ก็จะทำใหห้ ยุดผลติ หรอื ออกจากตลาดไปในท่ีสุด
3. ผู้ซื้อและผู้ขายมีความรอบรู้ใหม่ในหน่วยธุรกิจท้ังคุณภาพและปริมาณของสินค้าและบริการ
รวมท้งั การเคลื่อนไหวในราคาสินค้าท่เี ปลย่ี นแปลงไปด้วย
3
4. สินค้าและบริการแต่ละรายมีลักษณะเหมือนกันทุกประการ (Homogeneous Products)
สนิ คา้ ของผู้ขายแตล่ ะรายจะสามารถทดแทนกนั ได้อย่างสมบรู ณ์
5. การเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการเป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็ว ถ้าการขนส่งสินค้าจาก
แหลง่ ผู้ผลติ ไปถงึ ผู้บรโิ ภคไดร้ วดเร็วกจ็ ะทำใหร้ าคาสนิ ค้าไม่แตกตา่ งกนั นัก
ดังน้ัน คุณสมบัติของตลาดแข่งขันสมบูรณ์ตามแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ จึงไม่เกิดขึ้นในโลกแห่ง
ความจริง แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญพ่ ยายามอธิบายให้เข้าใจว่า ถา้ ตลาดในระบบเศรษฐกิจอยู่ในเง่ือนไขนี้
จะทำใหม้ เี สถียรภาพทางเศรษฐกจิ และมีความมนั่ คง
3.1 อปุ สงค์และอปุ ทานของหน่วยผลติ ในตลาดแขง่ ขนั สมบรู ณ์
เน่ืองจากการแข่งขันในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ จะประกอบไปด้วยผู้ซื้อผู้ขายเป็นจำนวนมาก
ราคาสินคา้ ท่ีทำการซอ้ื ขายในตลาดถกู กำหนดขน้ึ โดยอุปสงคแ์ ละอุปทาน ดังนั้น ราคาดุลยภาพของตลาดจะอยู่
ที่จุดตัดระหว่างเส้นอปุ สงค์และเสน้ อุปทาน จุดดังกล่าวผู้ผลิตตอ้ งขายสินค้าในราคาตลาดจึงจะขายสนิ ค้าของ
ตนได้หมด เสน้ อปุ สงค์ที่ผูซ้ อ้ื มีต่อสนิ คา้ ของหน่วยผลิตแต่ละรายจงึ เป็นเสน้ ตรงขนานแกนนอน ดังรูป
แสดงความสัมพันธข์ องอุปสงคแ์ ละอุปทานในตลาดแข่งขันสมบรู ณ์
จากรูป รูป (ก) เปน็ รูปที่แสดงการกำหนดราคาและปรมิ าณดุลยภาพในตลาด เมอ่ื เส้นอปุ สงค์
( D1) ตัดกบั เสน้ อุปทาน (S) ณ จุด E1 ราคาดุลยภาพคือ 0P1 บาท และปริมาณดุลยภาพคือ 0Q1 หน่วยรูป (ข)
ผู้ขายรายหนึ่งจำเป็นต้องยอมรับราคา 0P1 บาท มาต้ังราคาขายสินค้าของตนและขายสินค้าน้ันได้หมด ถ้า
สมมติว่าปรมิ าณเสนอซ้ือเพ่ิมข้ึนจาก D1 เป็น D2 และเส้นอุปทาน (S) คงท่ี เส้น D2 ตดั กับเส้น S ทจ่ี ุด E2 ทำ
ให้เกิดราคาดุลยภาพใหม่คือ 0P2 บาท ผู้ขายรายน้ีต้องเปล่ียนแปลงราคาขายใหม่เป็น 0P2 บาทดังนั้น ถ้า
ผู้ขายตั้งราคาสินค้าตามราคาตลาด เขาจะขายสินค้าได้หมด แต่ถ้าเพิ่มราคาสินค้าสูงกว่าราคาตลาดจะขาย
4
สินค้าไม่ได้เลย หรือถ้าลดราคาสินค้าลงมาก็จะทำให้รายรบั ลดลง ผู้ขายจึงต้องยอมรบั ราคาสินค้าในตลาดมา
เป็นราคาสนิ ค้าของตนเสมอ
3.2 ดลุ ยภาพระยะส้ันของผผู้ ลิตในตลาดแข่งขนั สมบูรณ์
เน่ืองจากการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตได้แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะสั้น หมายถึง ระยะท่ีปัจจัยการ
ผลิตไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น โรงงาน ท่ีดิน เคร่ืองจักรต่างๆ เป็นต้น ส่วนระยะยาว หมายถึงระยะท่ี
ปจั จัยการผลิตสามารถเปล่ียนแปลงไดไ้ ม่ว่าจะเปน็ โรงงาน ท่ีดนิ เคร่ืองจักรตา่ ง ๆ ดังนั้น ในระยะสน้ั ของตลาด
แขง่ ขนั สมบูรณ์ ถา้ ผู้ผลิตต้องการใหไ้ ด้กำไรสงู สุดจะต้องทำการผลิตณ ปริมาณ MC = MR ซึง่ ถือว่าเป็นจุดดลุ ย
ภาพของผผู้ ลิต ดังรูป
จากรูป ผู้ขายจะเลือกขายที่ MC = MR พอดี และปริมาณสินค้าเท่ากับ 0Q1 หน่วย โดยมี
รายรับเฉลี่ย(AR) เท่ากับ 0P1 บาท รายรับรวมเท่ากับ P1 x Q1 บาท มีต้นทุนเฉล่ีย (AC) หน่วยละ 0P2 บาท
ต้นทุนรวมเท่ากับ P2 x Q1บาท ดังน้ัน ผู้ขายรายนี้จะมกี ำไรเฉล่ียต่อหนว่ ยเท่ากับ P1 P2 บาท หรือเท่ากับช่วง
AB กำไรรวมจึงเท่ากับ P1 P2 x Q1 บาท หรือเท่ากับพื้นที่สี่เหล่ียม P1 P2 AB หรือพื้นท่ีแรเงาทั้งหมดในการ
ขายสินค้าระยะส้ันผู้ขายบางรายอาจประสบกับการขาดทุน นั่นคือ ต้นทุนเฉล่ีย (AC) สูงกวา่ รายรับเฉลี่ย (AR)
ดังแสดงในรูปต่อไป ผู้ขายจะเผชิญกับต้นทุนเฉลี่ยที่สูงกว่ารายรับเฉล่ีย หรือราคาขายท่ี 0P1 บาท ผู้ขายจะ
ประสบกบั การขาดทุน เพราะผขู้ ายจะขายสนิ ค้าไดห้ รือไม่กต็ อ้ งเสยี ต้นทุนคงท่ี
แสดงดลุ ยภาพในระยะส้ันของผขู้ าย : กรณีขาดทุน
5
จากรูป เพื่อให้ไดก้ ำไรสงู สดุ (หรอื ขาดทุนน้อยทีส่ ุด) ผู้ขายต้องเลือกขายที่ MC = MR พอดีณ
จุด A ปริมาณสินค้าเท่ากับ 0Q1 หน่วย โดยมีรายรับเฉล่ียเท่ากับ 0P1 บาท รายรับรวมเท่ากับ P1 x Q1 บาท
โดยมีต้นทุนเฉล่ีย (AC) เท่ากับ 0C บาท ต้นทุนรวมเท่ากับ C x Q1 บาท หรือเท่ากับพื้นที่ส่ีเหล่ียม 0CBQ1
ผขู้ ายรายนจ้ี ะขาดทุนเฉล่ยี หนว่ ยละ CP1 บาท หรือเทา่ กับช่วง AB โดยขาดทุนรวมเท่ากบั Q1 x AB บาท
หรือเท่ากบั พ้ืนท่ีสี่เหลี่ยม ABC P1 หรือพน้ื ท่ีแรเงาทั้งหมดจำนวนหนงึ่ ส่วนผู้ขายจะตัดสนิ ใจ
ว่าควรจะผลิตตอ่ ไปหรอื ไม่น้ันต้องทำการเปรียบเทียบระหว่างรายรับเฉล่ียกับตน้ ทุนผันแปรเฉลี่ย (AVC) หาก
รายรบั เฉลย่ี ตํา่ กวา่ ตน้ ทุนผนั แปรเฉลี่ย ผขู้ ายจะต้องตดั สนิ ใจเลิกผลติ หรือเลกิ กิจการทนั ที แตถ่ ้ารายรับเฉล่ียสูง
กว่าต้นทุนผันแปรเฉลี่ย (AR > AVC) ผู้ขายจะตัดสินใจผลิตต่อ เพราะการผลิตต่อทำให้มีกำไรบางส่วน ซ่ึง
นำมาชดเชยการขาดทนุ จากตน้ ทุนคงทไ่ี ดบ้ างสว่ น ทำใหก้ ารขาดทุนรวมน้อยกว่าจำนวนต้นทนุ คงที่ทั้งหมด
ในระยะส้นั ผู้ขายในตลาดแขง่ ขันสมบรู ณจ์ ะตดั สินใจผลิตสินค้า ที่ MC = MR เมอ่ื ราคาสินค้า
เปล่ียนแปลงไป ปริมาณสินค้าย่อมเปล่ียนแปลงไปด้วย ทำให้หาความสัมพันธ์ระหว่างราคากับปริมาณเสนอ
ขายได้ ความสัมพันธ์ดังกล่าวคือ อุปทานในระยะส้ันของผู้ขาย ซึ่งเราสามารถหาเส้นอุปทานของผขู้ ายได้โดย
กำหนดให้ราคาอยู่ที่ระดับต่าง ๆ กัน ในรูปต่อไปจะเห็นได้ว่า ราคาสินค้าหน่วยละ 0P1 บาท ผู้ขายจะขาย
สินค้าจำนวน 0Q1 หน่วย เพราะ MC = MR ผู้ขายจะมีกำไรเกินปกติ หากราคาสินค้าลดลงมาเป็น 0P2 บาท
ซ่ึงเป็นราคาที่เท่ากับจุดตํ่าสุดของเส้นต้นทุนเฉลี่ย (AC) พอดี ผู้ขายจะผลิตสินค้าออกมาขายจำนวน 0Q2
หน่วย ณ จุด B ผู้ขายจะไม่มีกำไรแต่ก็ไม่ขาดทุน นั่นคือมีกำไรปกติหรือมีกำไรทางเศรษฐศาสตร์เท่ากับศูนย์
เพราะรายรับเฉล่ียเท่ากับต้นทุนเฉล่ียพอดี แสดงว่า ณ จุด B เป็นจุดคุ้มทุน(break-even point) หากราคา
ลดต่ําลงมาเป็น 0P3 บาท ผู้ขายจะขาดทุนเพราะรายรับเฉลี่ยต่ํากว่าต้นทุนเฉลี่ย แต่ผู้ขายยังคงผลิตต่อไป
เนอ่ื งจากรายรบั เฉล่ียยงั สงู กว่าต้นทุนผันแปรเฉลยี่ หากราคาลดลงมาเป็น 0P4 บาท ซึ่งเปน็ จดุ ต่าํ สุดของต้นทุน
ผันแปรเฉลี่ย (AVC) ผู้ขายจะขายต่อไปหรือไม่ก็ได้ถ้าเลือก ณ จุด D ปริมาณสินค้าเท่ากับ 0Q4 หน่วย แต่ถ้า
ราคาตํ่ากว่า 0P4 บาท หรือตํ่ากว่าจุด Dผู้ขายควรปิดกิจการทันที ดังน้ัน จุด D จึงเป็นจุดปิดกิจการ
(Shutdown Point)
แสดงการหาเสน้ อุปทานในระยะสนั้ ของผ้ขู าย
6
สรปุ ได้ว่า เส้นอุปทานในระยะส้ันของตลาดแข่งขันสมบูรณ์ คือ เส้น MC นับตั้งแต่จุดตํ่าสุด
ของต้นทนุ ผันแปรเฉลี่ย (AVC) เปน็ ต้นไป
3.3 ดุลยภาพระยะยาวในตลาดแขง่ ขันสมบูรณ์
การผลิตในระยะยาวจะไม่มีปัจจัยคงท่ี ผู้ขายจึงสามารถเลือกขนาดการผลิตที่เหมาะสมได้
และท่ีสำคญั ในระยะยาวผ้ขู ายรายใหม่สามารถเข้ามาทำการแข่งขนั ในตลาดได้ หากในตลาดมีกำไรเกินปกติอยู่
จะจูงใจใหผ้ ู้ขายรายใหม่เขา้ มาแขง่ ขันในตลาดมากขึ้น เมอื่ ผขู้ ายมจี ำนวนมากขึ้น จะทำให้อปุ ทานของสินคา้ ใน
ตลาดเพิ่มขึ้น หากอุปสงค์ของตลาดไมเ่ ปลย่ี นแปลงหรือเปล่ยี นแปลงน้อยกว่าอปุ ทาน จะทำให้ราคาดุลยภาพ
ของตลาดลดตํ่าลง เป็นผลให้รายรับเฉล่ีย (AR) และรายรับหน่วยสุดท้าย (MR) ของผู้ขายแต่ละรายลดต่ําลง
ด้วย กำไรจะค่อย ๆ ลดลงจนไม่มีกำไรเกินปกตอิ ีกตอ่ ไป ผขู้ ายรายใหม่จะไม่เขา้ มาแขง่ ขันในตลาดอกี จุดดุลย
ภาพในระยะยาวจะอยู่ ณ จุดต่ําสุดของต้นทุนเฉล่ียในระยะยาว (LAC) และรายรับเฉล่ียเท่ากับต้นทุนเฉล่ีย
พอดี ในระยะยาวผขู้ ายในตลาดจะไมม่ กี ำไรเกินปกตจิ ะมเี พยี งกำไรปกติเท่าน้ัน
แสดงดุลยภาพระยะยาวในตลาดแข่งขันสมบูรณ์
จากรูป รูป (ก) แสดงดุลยภาพของตลาด ส่วนรูป (ข) แสดงดุลยภาพของผู้ขายรายหน่ึงณ
ราคา 0P1 บาท เป็นราคาตลาดในระยะสั้น และเส้น SAC1 และ SMC1 เป็นต้นทุนในระยะสนั้ ของผู้ขายผขู้ าย
จะเลือกโรงงานขนาดอื่นไม่ได้ ต้นทุนเฉล่ียจึงเป็นเส้น SAC1 เท่าน้ัน ณ ราคา 0P1 บาท ผู้ขายจะขายสินค้า
จำนวน 0Q1 หน่วย หรือจุด A เป็นจุดท่รี ายรับหน่วยสุดท้ายเท่ากับต้นทุนหนว่ ยสดุ ท้ายในระยะสั้น โดยมีกำไร
เทา่ กบั พ้นื ทส่ี เ่ี หล่ียมทแี่ รเงา เมื่อผู้ขายมกี ำไรเกินปกติทำให้ผู้ขายรายใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดสินค้ามากขึน้ เรอ่ื ย
ๆ จนอุปทานของตลาดเพ่ิมข้ึน เส้นอุปทานจะเคลื่อนจากเส้น S1 เป็นเส้น S2 ราคาดุลยภาพของตลาดลดลง
ผ้ขู ายรายน้ีได้ปรับตัวจนเข้าสกู่ ารผลิตในระยะยาว โดยสามารถเลือกขนาดการผลิตทเ่ี หมาะสมท่สี ุดได้ ซง่ึ ก็คือ
โรงงานที่มีต้นทุนเฉล่ียตํ่าสุด และเป็นขนาดการผลติ ท่ีอยู่ ณ ตน้ ทุนหน่วยสุดท้ายในระยะยาว (LMC) เท่ากับ
รายรับหน่วยสุดท้ายเสมอ (LMC = MR) ณ จุด B ในรูป (ข)เป็นจุดที่แสดงถึงดุลยภาพในระยะยาวของผู้ขาย
สามารถเขียนเงือ่ นไขทท่ี ำใหเ้ กิดดลุ ยภาพในระยะยาวของผขู้ ายในตลาดแขง่ ขนั สมบูรณ์ได้ดังน้ี
7
SAC = LAC = SMC = LMC = MR = P
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดแข่งขันสมบูรณ์อาจหาได้ยากในภาวะปัจจุบัน เนื่องจาก
หน่วยการผลติ ตา่ งๆ พยายามจะทำให้เกดิ กำไรแก่ธุรกิจของตนให้มากที่สดุ แต่การแขง่ ขันท่ีเขา้ ใกล้จดุ สมบูรณ์
มากเท่าไร จะทำให้ราคาสินค้าลดตํ่าลง ซ่ึงทำให้ประชาชนได้รับความพอใจในการดำเนินธุรกิจมากขึน้ เท่านั้น
แต่ถา้ หน่วยธุรกิจออกหา่ งจากการแข่งขนั สมบูรณ์ก็จะทำให้ประชาชนในสงั คมได้รบั ความลำบากมากขึ้น
4. ตลาดผกู ขาด
ลักษณะของตลาดผูกขาด (Monopoly) คือ ไม่มีคู่แข่งขันในตลาดเลย เพราะมีหน่วยธุรกิจหรือ
ผู้ขายรายเดียวในตลาด ไม่มีสินค้าทดแทนกันได้หรือทดแทนกันได้ยาก และไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้เช่น
กิจการไฟฟา้ ประปา โทรศัพท์ ไปรษณยี ์ โรงงานยาสบู สุรา เปน็ ตน้ อำนาจในการผูกขาดเกิดขึ้นได้หลายกรณี
เชน่ การเป็นเจา้ ของปจั จยั การผลติ ทีส่ ำคัญแต่เพียงผู้เดียว หรอื หน่วยธุรกิจทมี่ ีขนาดใหญม่ ากจนก่อให้เกิดการ
ประหยัดเนื่องจากขนาดและต้นทุนการผลิตตํ่าลงการคิดประดิษฐ์ส่ิง ของอ อกมาแล้วทำการจดทะเบียน
กรรมสิทธิ์เพื่อกันไม่ใหผ้ ู้อนื่ เข้ามาผลิตแข่งขนั หรือกรณีทีร่ ัฐบาลออกกฎหมายให้ผกู ขาดแต่ผู้เดยี ว
ตลาดทีม่ ีผู้ขายเพียงรายเดียว สนิ ค้าทั้งหมดในตลาดจะเป็นของผูข้ ายรายนัน้ เพียงผ้เู ดยี ว ผู้ขายจึงมี
อำนาจในการกำหนดราคาสินค้าหรือปริมาณผลผลิตได้ตามต้องการ หรือเรียกว่า “Price Maker” อุปสงค์ท่ี
ผู้ขายเผชิญก็คือ อุปสงค์ของตลาดน่ันเอง โดยท่ัวไปอุปสงค์ของตลาดมีลักษณะทอดลงจากซ้ายไปขวาและมี
ความชนั เปน็ ลบ ดังนนั้ เส้นอุปสงคท์ ่ีผู้ขายเผชิญจงึ เปน็ เส้นเดยี วกบั เส้นอุปสงค์ของตลาดดังแสดงในรูป (ก)จาก
ลักษณะเส้นท่ีทอดลงนี้แสดงว่าเม่ือผู้ขายลดราคาสินค้าลง ทำให้ผู้บริโภคซ้ือสินค้ามากข้ึน และถ้าผู้ขายข้ึน
ราคาสนิ คา้ ทำให้ผบู้ รโิ ภคซื้อสนิ คา้ ลดลง
แสดงลักษณะเส้นอุปสงคใ์ นตลาดผกู ขาด
8
จากรูป รูป (ก) เส้น D = AR เป็นเส้นอุปสงค์ของตลาด เส้นอุปสงค์ที่ผู้ขายเผชิญจะเป็นเส้น
เดยี วกับเส้นอุปสงค์ของตลาด การท่ีผู้ขายต้องเผชญิ กันเส้นอุปสงค์ท่ีมลี ักษณะทอดลงจากซา้ ยไปขวา แสดงว่า
ถ้าผู้ขายต้องการขายสินค้าให้ได้มากข้ึน จะต้องลดราคาสินค้าน้ันลงมา รูป (ข) เส้นอุปสงค์ที่ผู้ขายเผชิญเป็น
เส้นเดียวกับรายรับเฉล่ีย (D = AR) และรายรับเฉลี่ยมีค่าเท่ากับราคา (AR = P) เม่ือผู้ขายต้องการขายสินค้า
มากขน้ึ จะยอมขายสินคา้ ในราคาทถ่ี กู ลง ทำใหร้ ายรบั เฉลย่ี ของผู้ขายลดลงตามเสน้ อปุ สงค์ส่วนเส้นรายรับส่วน
เพิ่ม (MR) จะอย่ตู ่ํากว่าเส้นอุปสงค์ทุก ๆ ระดับสินค้า โดยมีความชันเป็นสองเทา่ ของเส้นอุปสงค์ เมื่อปริมาณ
สินค้าเพ่ิมขึ้น MR จะลดลงเร่อื ย ๆ จนกระท่ังเทา่ กับศูนย์และตดิ ลบในทีส่ ดุ
ในตลาดผูกขาด แม้วา่ ผขู้ ายจะกำหนดราคาสินคา้ ได้ แต่จะไม่สามารถกำหนดให้ผบู้ ริโภคซ้อื สินค้า
ของตนตามจำนวนท่ีต้องการขายได้ โดยปริมาณสินค้าที่ขายได้จะขึ้นอย่กู ับความเต็มใจของผู้บริโภค ณ ระดับ
ราคาหน่ึง ๆ ท่ีผู้ขายกำหนดข้ึนมา ซ่ึงพิจารณาได้จากเส้นอุปสงค์ท่ีผู้ขายเผชิญ ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้ขาย
กำหนดปรมิ าณสินค้าท่ีตอ้ งการจะขาย ผู้ขายจะไม่สามารถขายสินค้าได้ตามราคาทีต่ ้องการขายได้เพราะราคา
จะข้นึ อย่กู ับความเตม็ ใจจา่ ยของผู้บริโภค สรปุ ไดว้ า่ ผขู้ ายไม่สามารถกำหนดราคาและปรมิ าณสินคา้ ไดพ้ ร้อมกัน
แตส่ ามารถเลือกกำหนดอย่างใดอยา่ งหน่งึ ระหว่างราคากบั ปริมาณสนิ คา้ ได้
4.1 ดุลยภาพในระยะส้นั ของตลาดผูกขาด
ผู้ขายในตลาดทุกประเภทจะเลอื กระดับผลผลติ ท่ีทำให้ได้รบั กำไรสูงสดุ หรอื ขาดทุนนอ้ ยทส่ี ุด
ซึ่งทำให้ผู้ผูกขาดเข้าสู่ดุลยภาพในระยะส้ัน โดยเลือกผลิตท่ี MC = MR ในตลาดผูกขาดแม้ว่าผู้ผูกขาดจะมี
อำนาจในการกำหนดราคาหรอื ปรมิ าณสินคา้ แตก่ ็จะไม่ไดก้ ำไรเกินปกติเสมอไป ซึ่งผผู้ ูกขาดอาจจะไดร้ บั เพียง
กำไรปกติ หรอื ขาดทุนก็ได้ ขึน้ อยู่กับต้นทุนการผลิตของผู้ผูกขาดและอุปสงค์ของตลาด หากผู้ผูกขาดประสบ
กบั การขาดทุนแต่เขายังคงทำการการผลิตต่อไปถ้า ราคาขายหรือรายรบั เฉลี่ยยังคงสูงกว่าต้นทุนผนั แปรเฉล่ีย
(AR > AVC) แต่ถ้าราคาขายหรือรายรับเฉลี่ยตํ่ากว่าต้นทุนผันแปรเฉล่ีย (AR < AVC) ผู้ผูกขาดจะหยุดผลิต
หรอื เลกิ กิจการทันที
แสดงดลุ ยภาพในระยะสน้ั ของผู้ผกู ขาด : กรณีมกี ำไร
9
จากรูป ระดับผลผลิตที่ทำให้ผู้ผูกขาดได้รับกำไรสูงสุด คือ 0Q หน่วย ตรงกับจุดตัดของเส้น
MR กับเส้น MC ณ จุด E ผู้ผูกขาดกำหนดราคาขายตามเส้นอุปสงค์หรือรายรับเฉล่ีย (D = AR) คือ ราคา
หน่วยละ0P บาท ณ จุด A แต่ต้นทุนเฉลี่ยท่ี 0Q หน่วย คือ 0C บาท ณ จุด B ดังนั้น ผู้ผูกขาดจะมีกำไรเกิน
ปกตหิ น่วยละ CP บาท หรือกำไรรวมเทา่ กับพ้นื ทส่ี ี่เหลยี่ ม CPAB หรือเท่ากบั พน้ื ที่แรเงาทง้ั หมด
แสดงดลุ ยภาพในระยะส้ันของผู้ผกู ขาด : กรณีขาดทนุ
จากรูป ในกรณีนี้ผู้ผูกขาดประสบกับการขาดทุน เพราะเส้นต้นทุนเฉลี่ยอยูส่ ูงกว่าเส้นอุปสงค์
หรือรายรับเฉลี่ย ผู้ผกู ขาดเลือกผลิตที่ MC = MR โดยผลิตสินค้าจำนวน 0Q หน่วย กำหนดราคาขายตามเส้น
อุปสงคห์ รือรายรับเฉลี่ย (D = AR) คือ ราคาหน่วยละ 0P บาท ถ้าผู้ผกู ขาดเลิกกิจการจะทำให้ขาดทุนเท่ากับ
ต้นทุนคงท่ีท้ังหมด หรือพื้นท่ีส่ีเหลี่ยม CDFB ถ้าผู้ผูกขาดตัดสินใจดำเนินกิจการต่อจะขาดทุนเท่ากับพื้นท่ี
สี่เหลีย่ ม PAFD ซึง่ น้อยกว่าการเลิกกิจการ
ในระยะส้ันผู้ผูกขาดจะประสบได้ท้ังกำไรเกินปกติ กำไรปกติ หรือขาดทุน ท้ังน้ีข้ึนอยู่กับ
ลกั ษณะของเส้นรายรับเฉลี่ย (AR) และเสน้ ตน้ ทุนเฉล่ีย (AC) ของผู้ผกู ขาด หากผู้บริโภคมีความตอ้ งการสนิ ค้า
ของผู้ผูกขาดมากหรือเส้นอุปสงค์ของผู้ผูกขาดอยู่สูงกว่าเส้นต้นทุนเฉล่ีย ผู้ผูกขาดจะได้รับกำไรเกินปกติหรือ
กำไรทางเศรษฐศาสตร์ แต่ถา้ สินคา้ ไมค่ ่อยเปน็ ท่ีตอ้ งการของผบู้ ริโภคหรือผผู้ ูกขาดมีต้นทุนการผลิตสงู จนทำให้
เส้นอุปสงค์สมั ผัสกับเส้นต้นทนุ เฉลีย่ ผผู้ ูกขาดจะได้รับเพียงกำไรปกติเท่าน้ัน และถา้ เส้นอุปสงค์ของผ้ผู ูกขาด
อยู่ตํ่ากว่าเส้นต้นทุนเฉล่ียผู้ผูกขาดจะประสบกับการขาดทุน การท่ีราคาสินค้าในตลาดผูกขาดสูงกว่าต้นทุน
หนว่ ยสุดท้าย (P > MC) จะทำให้สงั คมไมไ่ ด้รับผลประโยชนส์ ูงสุดจากการใช้ทรัพยากรการผลิตและสังคมตอ้ ง
สูญเสียผลประโยชนบ์ างส่วนไป แต่ถา้ ราคาเท่ากบั ตน้ ทุนหน่วยสดุ ท้าย (P = MC)เช่น ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์
สังคมจะได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการใช้ทรัพยากรการผลิต ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรการผลิตที่มี
ประสิทธภิ าพมากทส่ี ดุ
10
4.2 ดลุ ยภาพในระยะยาวของตลาดผกู ขาด
ในระยะยาวผู้ผูกขาดสามารถเปล่ียนแปลงปัจจัยการผลิตและเปล่ียนแปลงขนาดการผลิตได้ถ้า
ผู้ผูกขาดประสบกับการขาดทุน เขาจะเลิกกิจการทันที แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ผูกขาดจะยังคงมีกำไรเกินปกติใน
ระยะยาว เพราะผผู้ ลติ รายใหม่ๆ ไม่สามารถเขา้ มาทำการแขง่ ขนั กับผู้ผูกขาดรายเดมิ ได้
แสดงดุลยภาพในระยะยาวของผผู้ ูกขาด
จากรปู ผ้ผู ูกขาดสามารถปรับขนาดการผลิตให้สอดคล้องกบั ปริมาณสินค้าในระดบั ต่างๆ ได้ ผู้ผกู ขาด
ยนิ ดีขายสินค้าจำนวน 0Q หน่วย ซ่ึงมตี ้นทุนเฉล่ียในระยะยาว (LAC) หน่วยละ 0C บาท และขายสินค้าตาม
เส้นอุปสงค์หรือรายรับเฉล่ีย (D = AR) คือ ราคาหน่วยละ 0P บาท ทำให้มีกำไรในระยะยาวเท่ากับ CP บาท
หรือเท่ากับพ้ืนท่ีสี่เหลี่ยม CPAB ซ่ึงถือเป็นกำไรเกินปกติ และผู้ผูกขาดจะยังคงมีกำไรเกินปกติในระยะยาว
เพราะผู้ขายรายอน่ื ๆ ไม่สามารถเข้ามาทำการแขง่ ขนั ในตลาดได้
5. ตลาดก่งึ แข่งขนั กง่ึ ผกู ขาด
ลักษณะของตลาดกึ่งแข่งขันก่ึงผูกขาด (Monopolistic Competition) คือ หน่วยธุรกิจใน
ตลาดมีจำนวนมากและแต่ละหน่วยธุรกิจจำหน่ายสินค้าเป็นสัดส่วนน้อยในตลาด โดยแต่ละหน่วยธุรกิจ
จำหน่ายผลผลิตหรือบริการมีลักษณะแตกต่างไปจากคู่แข่งขันเล็กน้อย ซึ่งเป็นการแข่งขันไม่สมบูรณ์น่ันเอง
เพราะมีบางอย่างท่ีคล้ายคลึงกับตลาดแข่งขันสมบูรณ์ และยังมีบางอย่างท่ีคล้ายกับตลาดผูกขาดจึงเรียกว่า
“ตลาดก่ึงแข่งขนั กึ่งผูกขาด” มีลักษณะดงั น้ี
1. ลักษณะท่ีคล้ายคลึงกบั ลักษณะของการแขง่ ขันสมบูรณ์ คือ มีผู้ขายเป็นจำนวนมาก โดยแต่ละ
หนว่ ยธุรกจิ จำหน่ายผลผลติ เป็นสัดสว่ นน้อยในตลาดกึ่งแข่งขนั กึ่งผูกขาด
2. ลักษณะท่ีแตกต่างไปจากคู่แข่งขันอ่ืน คือ เร่ืองผลผลิตและบริการ ซ่ึงทำให้ธุรกิจสามารถ
ควบคมุ ราคาของตนเองได้บา้ ง ดงั นน้ั เส้นอปุ สงค์ของแต่ละหน่วยธุรกจิ จะมีความชันต่างกัน
11
หน่วยธุรกจิ ที่มลี ักษณะก่ึงแข่งขันกง่ึ ผูกขาดในประเทศไทย เชน่ ร้านตดั ผม รา้ นซ่อมเครือ่ งใช้ไฟฟ้า
ทกุ ชนดิ รา้ นอาหารตา่ ง ๆ สถานีบริการอัดฉดี รถยนต์ เปน็ ตน้ สนิ คา้ อาจแตกตา่ งกนั ดา้ นคุณภาพ รปู รา่ งหลาก
สี การบรรจุหบี หอ่ ตรายหี่ อ้ ซึง่ เปน็ ลกั ษณะของตลาดกึ่งแข่งขันกง่ึ ผูกขาดท้ังสิน้
จะเห็นได้ว่า สินค้าในตลาดนี้มีลักษณะแตกต่างกัน แต่สามารถใช้ทดแทนกันได้ จึงทำให้ราคา
สินค้าของผู้ขายแต่ละรายมีความแตกต่างกัน และราคาสินค้าไม่ได้กำหนดจากราคาตลาด แต่จะกำหนดตาม
ลักษณะของอุปสงคท์ ี่ผขู้ ายเผชิญอยู่ในขณะน้ัน เส้นอปุ สงคจ์ ึงมลี ักษณะเปน็ เส้นที่ทอดลงจากซา้ ยไปขวาคลา้ ย
กบั อปุ สงค์ของตลาดผูกขาด แต่เนื่องจากสินคา้ ของผู้ขายมีอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก และสามารถใชท้ ดแทน
ด้วยสินค้าของผู้ขายรายอ่ืนได้ง่าย ทำให้อุปสงค์ท่ีผู้ขายมีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคามากกว่าในตลาด
ผกู ขาด ดงั รูป โดยเสน้ d เปน็ เส้นอุปสงคท์ ี่ผขู้ ายเผชิญรายหนึ่งเผชญิ อยใู่ นตลาด
เส้นอุปสงค์ที่ผู้ขายเผชิญมีลักษณะเป็นเส้นท่ีทอดลงจากซ้ายไปขวา มีความลาดชันมาก เพราะ
ผู้ขายแตล่ ะรายตอ้ งเผชญิ กับการแข่งขันจากผู้ขายจำนวนมากท่ีขายสนิ คา้ คลา้ ยกัน
แสดงเส้นอุปสงค์ทผี่ ู้ขายแต่ละรายในตลาดก่ึงแขง่ ขนั กึง่ ผกู ขาดเผชิญ
จากรูป เส้นอุปสงค์ท่ีผู้ขายเผชิญมีลักษณะทอดลงจากซ้ายไปขวา แสดงว่า ถ้าผู้ขายกำหนดราคา
สนิ ค้าแพงข้ึนจะทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าน้อยลง ในทางตรงข้าม ถ้ากำหนดราคาสนิ ค้าถูกลง จะทำให้ผู้บริโภค
ซอ้ื สินค้ามากข้นึ นอกจากนี้ เส้นอุปสงค์ท่ีผ้ขู ายเผชิญยังเป็นเส้นเดยี วกับรายรบั เฉลี่ย (d = AR) แตร่ ายรับสว่ น
เพ่ิมมีค่าน้อยกว่ารายรับเฉลี่ย ณ ทุกระดับสินค้า (MR < AR) เม่ือพิจารณาจากรูป เส้นรายรับส่วนเพิ่ม (MR)
จะอย่ใู นตำแหน่งที่ตํ่ากวา่ เส้นรายรบั เฉล่ยี และมีความชนั เปน็ สองเทา่ ของเส้นรายรบั เฉล่ยี (AR)
5.1 ดลุ ยภาพในระยะส้นั ของตลาดก่งึ แขง่ ขนั กึ่งผูกขาด
ผขู้ ายแต่ละรายในตลาดจะตดั สินใจผลิตสินค้า ณ MC = MR ซง่ึ ผูข้ ายอาจได้รับกำไรเกินปกติ
กำไรปกติ หรือขาดทนุ ก็ได้ ถ้า P > AVC ผู้ขายจะยงั คงขายสินค้าต่อไป เพื่อนำเงินส่วนตา่ งระหวา่ งรายรบั กับ
ตน้ ทุนผันแปรไปชดเชยกับตน้ ทุนคงทีท่ ่มี อี ยู่
12
แสดงดลุ ยภาพในระยะส้ันของผู้ขายในตลาดก่งึ แข่งขันกงึ่ ผูกขาด
จากรูป ผู้ขายยินดีเสนอขายสินค้าจำนวน 0Q หน่วย เส้นอุปสงค์อยู่สูงกว่าเส้นต้นทุนเฉล่ีย
แสดงว่าผู้ขายสามารถขายสินคา้ ได้ในราคาท่สี ูงกว่าตน้ ทุนเฉล่ีย (P > AC) หรอื มีรายรบั เฉล่ยี สงู กว่าตน้ ทุนเฉล่ีย
(AR > AC) ผู้ขายจะได้กำไรเฉล่ียเท่ากับ CP บาท หรือเท่ากับพื้นท่ีส่ีเหลี่ยม PABC ในกรณีนี้ผู้ขายจะได้รับ
กำไรเกินปกติ
ในระยะส้ัน ผู้ขายแต่ละรายจะพยายามสร้างความแตกต่างให้แก่สินค้าของตน ซ่ึงอาจทำได้
ดังนคี้ ือ 1) การคิดค้นหรือพัฒนาสนิ ค้า เพ่ือให้เกิดความแตกต่างอย่างแท้จริง และ 2) การโฆษณา เพ่ือให้เกิด
ความแตกต่างในด้านการรับรู้ของผู้บริโภค จากการสร้างความแตกต่างของสินค้าจะทำให้ผู้ขายสามารถขาย
สินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้น และทำให้ผู้ขายได้รับกำไรเกินปกติ ถึงแม้ว่ารายรับและต้นทุนของผู้ขายจะ
เปลย่ี นแปลงไป แตผ่ ูข้ ายจะยังคงตดั สนิ ใจผลติ ณ MC = MR เสมอ
5.2 ดุลยภาพในระยะยาวของตลาดกึ่งแขง่ ขันกึ่งผูกขาด
ในตลาดกึ่งแขง่ ขันกึ่งผูกขาด ผู้ขายสามารถเข้าและออกจากตลาดได้อย่างเสรี หากผู้ขายราย
เดิมมีกำไรเกินปกติ จะจูงใจให้ผู้ขายรายใหม่ ๆ เข้ามาทำการแข่งขันในตลาดเรื่อยๆ เมื่อมีผู้ขายในตลาดมาก
ขึ้นจะทำให้ผู้ขายแต่ละรายในตลาดมีส่วนแบ่งตลาดน้อยลง ซึ่งส่งผลให้ผู้ขายได้รับกำไรลดลง ในทางตรงกัน
ขา้ มถ้าผู้ขายบางรายขาดทุน และออกจากการแข่งขันในตลาด จะทำใหจ้ ำนวนผู้ขายลดลง และสว่ นแบ่งตลาด
จะเพ่ิมขึ้น จึงสรุปได้ว่า การผลิตในระยะยาวผู้ขายจะมีการปรับตัวทั้งเข้าและออกจากตลาด จนในที่สุดผู้ขาย
ทกุ รายในตลาดจะได้รับเพียงกำไรปกติเทา่ น้นั และเกดิ ดลุ ยภาพในระยะยาวในที่สุด ดงั รูป
13
แสดงดลุ ยภาพในระยะยาวของผูผ้ กู ขาด
จากรูป แสดงดุลยภาพในระยะยาวของผขู้ ายรายหน่ึง ผขู้ ายจะปรับขนาดการผลิตจนเขา้
สดุู่ลยภาพที่ปริมาณสินค้าเท่ากับ 0Q หน่วย ซ่ึง LMC = MR โดยขายสินค้าในราคาหน่วยละ 0P บาท ซึ่ง
เท่ากบั ต้นทุนเฉล่ยี ในระยะยาว (LAC) พอดี ทำให้ผูข้ ายมีเพยี งกำไรปกตเิ ท่านนั้
6. ตลาดผูข้ ายนอ้ ยราย
ตลาดผู้ขายน้อยราย (Oligopoly) คือ ตลาดที่มีหน่วยธุรกิจเพียงสามสี่ราย ซึ่งแต่ละรายจะ
จำหน่ายสินค้าเป็นสัดส่วนมากในตลาด สินค้าท่ีขายมีลักษณะเหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้แต่สามารถใช้
ทดแทนกันได้ดี ตัวอย่างขอตลาดผู้ขายน้อยราย เช่น บริษัทปูนซีเมนต์ บริษัทผลิตรถยนต์บริษัทผลิตยาง
รถยนต์ เหล็กกล้า เหมืองแร่ นํ้าอัดลม เป็นต้น แต่กรณีที่ผู้ผลิตรายนี้อาจจะไม่ใช่สามหรือส่ีรายเพราะคำว่า
น้อยรายน้ไี มไ่ ด้จำกดั วา่ จะมีกีร่ าย แตผ่ ผู้ ลิตนอ้ ยรายนี้จะมีอทิ ธิพลเหนอื ราคาตลาดอยบู่ า้ ง
ผขู้ ายในตลาดผู้ชายนอ้ ยราย มีพฤติกรรมหลายลักษณะ ไดแ้ ก่ การรวมกลมุ่ อย่างเปน็ ทางการและ
ไม่เป็นทางการ และการแข่งขันทางด้านราคาและไม่ใช้ราคา ดังน้ัน การศึกษาพฤติกรรมของผู้ขายในตลาดน้ี
ต้องใช้แบบจำลองการรวมกลุ่มแบบคาร์เทล ซ่ึงเป็นการรวมกล่มุ ของผู้ขายที่อยู่ในตลาดและเป็นทางการโดยมี
จดุ มุง่ หมายเพ่ือกำจัดความไม่แน่นอนท่ีเกิดข้ึนในตลาด เพื่อลดการแข่งขนั หรือการกีดกันการเข้ามาของผู้ขาย
รายใหม่ และเพอ่ื แสวงหากำไรเพม่ิ มากขึ้นจากการกำหนดราคา
การรวมกลุ่มแบบทางการ คอื การทีผ่ ู้ขายท่ีมีอย่นู ้อยรายมารวมตัวกนั เพอ่ื กำจดั ความไมแ่ นน่ อนท่ี
เกิดขึ้นในตลาดและเพ่ือแสวงหากำไรเพิ่มมากข้ึนจากการกำหนดราคาสินค้า ซง่ึ แบบจำลองการรวมกลุม่ แบบ
คารเ์ ทล แบง่ ออกเป็น 2 แบบ คือ คาร์เทลรวมอำนาจไวท้ ี่องค์กรส่วนกลาง และคารเ์ ทลแบ่งส่วนแบ่งตลาด
14
1. คาร์เทลรวมอำนาจไว้ท่ีองค์กรส่วนกลาง เป็นการรวมกลุ่มอย่างเป็นทางการ องค์กร
ส่วนกลางมีอำนาจในการตดั สินนโยบายทางดา้ นการกำหนดราคา ปริมาณสินค้ารวมของกลมุ่ และการจัดสรร
โควตาให้กับผู้ขายที่เป็นสมาชิก ในที่น้ีสมมติว่ามีผู้ขายในตลาดเพียงสองราย คือ ผูข้ าย A และผู้ขาย B โดยมี
ต้นทุนการผลิตแสดงในรูป (ก) และ (ข) สว่ นรปู (ค) แสดงถึง (1) เสน้ อุปสงคท์ ่ีกลุม่ เผชิญ (D)เป็นเส้นเดียวกับ
เสน้ อุปสงค์ของตลาดเพราะผ้ขู ายทกุ รายในตลาดรวมเป็นกลุ่มเดยี วกนั (2) เสน้ รายรับหน่วยสดุ ทา้ ย (MR) ของ
กลุ่ม และ (3) เส้นต้นทุนหน่วยสุดท้าย (MC) ได้มาจากต้นทุนหน่วยสุดท้าย (MC) ของผู้ขาย A และผู้ขาย B
รวมกนั หรือ MC = MCA + MCB
แสดงการกำหนดราคาโดยองคก์ รสว่ นกลางจากการรวมกลมุ่ แบบคาร์เทล
องค์กรส่วนกลางจะตัดสินใจเลือกระดับผลผลิตท่ีทำให้ได้รับกำไรสูงสุด โดยเลือกท่ี MC = MR
จากรปู (ค) องคก์ รส่วนกลางเลือกผลิตเท่ากับ 0Q* หน่วย และกำหนดราคาของกลุ่มเท่ากบั 0P* บาทจากน้ัน
องค์กรส่วนกลางจะจัดสรรโควตาให้แก่สมาชิก โดยจัดสรรโควตาให้ผู้ขาย A และผู้ขาย B คือ 0QA และ 0QB
หน่วย ซึ่งเป็นปริมาณสินค้าที่ทำให้ต้นทุนหน่วยสุดท้ายของผู้ขาย A ต้นทุนหน่วยสุดท้ายของผู้ขาย B ต้นทุน
หน่วยสุดท้ายของกลุ่ม และรายรับหน่วยสุดท้ายของกลุ่มมีคา่ เท่ากันท้ังหมดเท่ากับ C* (MCA= MCB = MC =
MR = C*)
2. คาร์เทลแบ่งส่วนแบ่งตลาด เป็นการรวมกลุ่มของผู้ขายและมีการตกลงท่ีจะแบ่งส่วนแบ่ง
ตลาดระหว่างกันภายใต้เง่ือนไขบางอย่างท่ีตกลงกัน โดยผู้ขายแต่ละรายยังคงมีอิสระในการดำเนินนโยบายท่ี
ตอ้ งการ การแบ่งส่วนแบ่งตลาดทำได้ 2 ทาง คือ การกำหนดโควตา และการตกลงขายในราคาเดียวกันแต่จะ
แขง่ ขันโดยไมใ่ ชร้ าคา
การรวมกลมุ่ แบบไม่เป็นทางการ แม้ตลาดจะมีผู้ขายจำนวนน้อยราย แต่ผู้ขายทุกรายไมม่ ีโอกาสรู้
ถึงนโยบายการค้าของผู้อ่ืนเพราะเปน็ ความลบั ทำให้ผู้ขายต้องติดตามการเคลอื่ นไหวของคู่แขง่ ขันตลอดเวลา
เพ่อื ท่ีจะปรับตัวให้ทันกับคู่แข่งขันได้ ดังนั้น จึงมีการรวมกลุ่มของผ้ขู าย โดยมีวตั ถปุ ระสงคท์ ี่จะลดการแข่งขัน
และลดความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในตลาด แต่เนื่องจากมีกฎหมายห้ามการรวมตวั กัน จึงมีการรวมกลมุ่ แบบไม่
เป็นทางการข้ึน โดยมีข้อตกลงต่าง ๆ ที่รู้กันระหว่างผู้ท่ีเข้ามารวมกลุ่ม เช่น การขายสินค้าในราคาเดียวกัน
15
การแบ่งเขตการขาย เป็นต้น แต่การรวมกลุ่มแบบไม่เป็นทางการนี้จะมีผู้ขายรายใหญ่และผู้ขายทีม่ ีต้นทุนการ
ผลติ ต่ํามาเปน็ ผนู้ ำในการกำหนดราคา
การแข่งขันทางด้านราคา ผู้ขายในตลาดผู้ขายน้อยรายจะทำการลดราคาหรือตัดราคาขายเพ่ือ
แยง่ ลูกค้าหรือแยง่ สว่ นแบง่ ตลาด ราคาสนิ ค้าจึงไม่คงที่
การแข่งขันที่ไม่ใชร้ าคา โดยท่ัวไปผู้ขายจำนวนน้อยจะไม่ขายสินค้าตัดราคากัน เน่ืองจากการตัด
ราคาโดยไม่ระมดั ระวัง อาจจะทำให้ผู้ขายรายอ่ืนโต้ตอบ จนทำให้เกิดสงครามราคาได้ หรือผู้ขายบางรายต้อง
ขาดทุนและล้มเลิกกิจการไปในท่ีสดุ ดังน้ัน การแข่งขันระหว่างผู้ขายจึงเป็นการแข่งขันที่ไม่ใช้ราคา เช่น การ
ปรบั ปรงุ คุณภาพสินค้า การปรบั ปรงุ บรรจภุ ณั ฑ์ การโฆษณา การลดแลกแจกแถม เป็นตน้
6.1 ดลุ ยภาพในระยะสั้นและระยะยาวของตลาดผขู้ ายนอ้ ยราย
เนื่องจากเส้นอุปสงค์ของผู้ขายจะคล้ายกับเส้นอุปสงค์ในตลาดผูกขาดและตลาดกึ่งแข่งขันก่ึง
ผูกขาดการพิจารณาดุลยภาพในระยะสั้นของตลาดน้ีจึงไม่แตกต่างไปจากผูข้ ายในตลาดทั้งสองท่ีกล่าวมาแล้ว
นั่นคอื ผู้ขายอาจจะมีกำไรหรือขาดทุนก็ได้แต่ถ้าขาดทุนราคาที่ขายจะต้องมากกวา่ ต้นทุนผันแปรเฉลี่ย เขาจะ
ยงั คงทำการผลิตตอ่ ไป ดังนั้น การอธบิ ายดุลยภาพของตลาดนีจ้ ึงขออธบิ ายเฉพาะดุลยภาพในระยะยาวเทา่ นนั้
แสดงดลุ ยภาพในระยะยาวของผู้ขายในตลาด
จากรปู ดุลยภาพของผขู้ ายจะเกดิ ข้นึ ท่ี MR = LMC ปริมาณสินค้าดุลยภาพคอื 0Q หน่วยโดยมี
ต้นทุนเฉลี่ยหน่วยละ 0C บาท และราคาสินคา้ ทต่ี ั้งไว้จะเท่ากับ 0P บาท ทำใหม้ กี ำไรจากการขายหน่วยละ CP
บาท หรอื พ้นื ทส่ี ีเ่ หลยี่ ม PABC ซง่ึ เป็นกำไรเกินปกติที่ผูข้ ายรายเดิมอาจมตี อ่ ไปได้ในระยะยาว
16
7. การเปรียบเทียบผลของตลาดแข่งขันสมบรู ณ์และตลาดผูกขาด
จากการศึกษาลักษณะของตลาดแข่งขันสมบูรณ์และตลาดผูกขาด ทำให้ทราบว่าผลของตลาด
แขง่ ขนั สมบรู ณ์ทม่ี ีต่อระบบเศรษฐกจิ มคี วามแตกต่างจากตลาดผกู ขาดท่มี ตี อ่ ระบบเศรษฐกิจดังนี้
1. การจัดสรรทรัพยากรในการผลิต ผู้ผลิตทั้งสองตลาดต่างต้องการกำไรสงู สุดจากการผลิตและ
เลือกขาย ณ ปริมาณสินค้าท่ีทำให้ได้รับกำไรสูงสุดเช่นกัน แต่ผู้ขายในตลาดแข่งขันสมบูรณ์จะเลือกผลิตใน
ระดับที่ทำให้ได้กำไรสูงสุด ณ P = MC สังคมจะไดร้ ับผลประโยชน์สงู สดุ จากการใช้ทรัพยากรการผลิต
และเปน็ การจัดสรรทรัพยากรการผลิตที่มีประสิทธภิ าพมากทส่ี ดุ แต่ผู้ขายในตลาดผกู ขาดจะเลือกผลติ ในระดับ
ที่ราคาสงู กว่าต้นทุนหน่วยสดุ ท้าย (P > MC) จงึ ทำให้ราคาในตลาดผูกขาดสูงกว่าราคาในตลาดแขง่ ขนั สมบรู ณ์
และปรมิ าณสนิ ค้าในตลาดผูกขาดมนี ้อยกว่าปรมิ าณสนิ ค้าในตลาดแข่งขันสมบูรณ์จึงเห็นไดว้ ่าการดำเนินการ
ในตลาดผกู ขาดมีผลทำให้การจดั สรรทรพั ยากรในการผลิตไม่มีประสทิ ธิภาพ
2. ผลประโยชน์ของสังคม เป็นผลท่ีสืบเน่ืองมาจากการจัดสรรทรัพยากรในการผลิต ผู้ผลิตจะ
เลือกผลิตท่ี MC = MR จะพบว่าราคาสินค้าในตลาดแข่งขันสมบูรณ์มีค่าเท่ากับต้นทุนหน่วยสุดท้าย (P =
MC) ซึ่งก่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่สังคม ในขณะที่ราคาสินค้าในตลาดผูกขาดมีค่าสูงกว่าต้นทุนหน่วย
สุดท้าย (P > MC) ทำให้สังคมไม่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดในการจัดสรรทรัพยากร และสูญเสียผลประโยชน์
บางส่วนไปอกี ด้วย
8. การเปรียบเทยี บผลของตลาดก่งึ แข่งขนั ก่งึ ผกู ขาดและตลาดประเภทอ่ืนๆ
จากการศึกษาลักษณะของตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดแล้ว สามารถนำมาเปรียบเทียบกับตลาด
ประเภทอนื่ ๆ ได้ดงั น้ี
ในตลาดกึ่งแข่งขันก่ึงผูกขาดผู้ขายจะตั้งราคาสงู กว่ารายรับหนว่ ยสุดท้ายและต้นทุนหน่วยสุดท้าย
(P > MR และ MC) ซึ่งแตกต่างจากตลาดแข่งขันสมบูรณ์แต่คล้ายกับตลาดผูกขาด ดังนั้น การจัดสรร
ทรัพยากรในการผลิตของตลาดกึ่งแข่งขันก่ึงผูกขาดจึงไม่มีประสิทธิภาพ หรือมีประสิทธิภาพน้อยกว่าตลาด
แข่งขันสมบูรณ์ ส่วนปริมาณสินค้าผู้ผลิตจะขายน้อยกว่าขนาดการผลิตท่ีมีประสิทธิภาพ จึงเป็นการผลิตใน
ขนาดการผลติ ทไ่ี ม่มปี ระสิทธิภาพ และมกี ารใชก้ ำลังการผลิตไมเ่ ตม็ ที่
การเปรยี บเทยี บผลของตลาดผูข้ ายน้อยรายกบั ตลาดประเภทอืน่ ๆ
ในตลาดผู้ขายน้อยราย ผู้ผลิตหรือผู้ขายจะมีการร่วมมือกันกำหนดราคาสินค้า เพื่อรักษา
ผลประโยชน์ร่วมกัน โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดจากการใช้ทรัพยากรการผลิต ผู้ผลิตใช้วัตถุดิบท่ีด้อย
คณุ ภาพเพื่อหวังกำไรสงู สุดโดยการตง้ั ราคาขายให้สูง แต่ผขู้ ายในตลาดนี้ส่วนใหญ่ไม่นิยมแข่งขันกันด้านราคา
แตจ่ ะใช้วิธตี ่อไปนี้ในการกำหนดราคาตลาด
1. ถ้าผู้ขายในตลาดผู้ขายน้อยรายมีขนาดใกล้เคียงกัน การกำหนดราคามักนิยมใช้วิธีการรวมหัว
กนั ตกลงราคาหรือการรวมหวั กันผูกขาด ท้งั โดยเปิดเผยและไม่เปิดเผย นอกจากนี้ยังต้องตกลงเร่ืองการจำกัด
ปริมาณผลติ เพือ่ ใหร้ าคาอยู่ในระดับสงู ได้
17
2. ถ้าผู้ขายบางรายในตลาดมีขนาดใหญ่กว่า หรือมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่ารายอ่ืน การกำหนด
ราคาตลาดมกั เป็นการตงั้ ราคาตามผ้นู ำ โดยท่ีผู้ขายรายย่อยจะถือเอาราคาท่ีผผู้ ลิตรายใหญ่กำหนดมาเป็นราคา
ขายของตน ซึ่งผู้ผลิตรายใหญ่น้ันถือเป็นผู้นำด้านราคา (price leader) กล่าวคือ ถ้ารายใหญ่ต้ังราคาอย่างไร
รายยอ่ ยกจ็ ะตอ้ งตั้งราคาตามนน้ั
สรปุ ตลาดในทางเศรษฐศาสตร์ คอื การทผี่ ซู้ ื้อและผ้ขู ายทำการตกลงแลกเปลยี่ นซื้อขายสินค้าและ
บรกิ ารโดยไม่จำเปน็ ต้องมีการพบกันโดยตรง ไม่จำเปน็ ต้องมีสถานท่ีที่แน่นอนและไมจ่ ำเป็นต้องชำระเงนิ หรือ
ส่งมอบสินคา้ แก่กันทนั ที
ตลาดแข่งขันสมบูรณ์เป็นตลาดท่ีมีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก สินค้าในตลาดมีลักษณะเหมือนกันทุก
ประการ เส้นอุปสงค์ท่ีผู้ขายเผชิญจะมีลักษณะขนานกับแกนนอน ณ ราคาตลาดดุลยภาพของผู้ขาย หมายถึง
สภาวะทผี่ ขู้ ายตัดสินใจเลือกระดบั ปรมิ าณสินค้าท่ีขายแลว้ ไดร้ บั กำไรสูงสุดหรือขาดทุนนอ้ ยทีส่ ดุ โดยผขู้ ายไม่มี
แนวโน้มท่จี ะเปลี่ยนแปลงนโยบายการขาย ผู้ขายในระยะสน้ั อาจได้รับกำไรเกินปกติ กำไรปกติ หรือขาดทนุ ก็
ได้ แต่ในระยะยาวผูข้ ายจะไดร้ ับเพยี งกำไรปกตเิ ท่านนั้
ตลาดผูกขาดเป็นตลาดที่มีผู้ขายเพียงรายเดียวและสินค้าไม่เหมือนกับผู้ขายรายอื่นเส้นอุปสงค์ที่ผู้
ผูกขาดเผชิญเป็นเส้นเดียวกับเส้นอุปสงค์ของตลาดซ่ึงมลี ักษณะเป็นเส้นทอดลงจากซ้ายลงมาขวาและมีความ
ชันเป็นลบ ทั้งในระยะส้ันและระยะยาว ผู้ผูกขาดอาจได้รับท้ังกำไรเกินปกติ กำไรปกติ หรือขาดทุน ในบาง
กิจการรัฐบาลจะเข้าไปควบคุมการดำเนินงานของผู้ผูกขาดโดยรัฐบาลจะกำหนดให้ผู้ผูกขาดตั้งราคาเท่ากับ
ตน้ ทุนเฉลีย่ (ราคายตุ ิธรรม) หรือตั้งราคาเทา่ กับต้นทุนหน่วยสุดท้าย (ราคาอดุ มคติ)
ตลาดก่ึงแขง่ ขนั ก่งึ ผกู ขาดเป็นตลาดที่มีผู้ขายเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ผู้ขายแต่ละรายมีอทิ ธิพลต่อราคา
สินค้าในตลาดน้อยมาก และทำให้การดำเนินนโยบายของผู้ขายรายหนึ่ง ๆไม่กระทบต่อผู้ขายรายอื่น ๆ ใน
ตลาด สนิ คา้ ในตลาดนมี้ ีลักษณะแตกตา่ งกันแต่สามารถใช้ทดแทนกันได้ เส้นอุปสงค์ที่ผูข้ ายเผชิญจึงมลี ักษณะ
ทอดลงจากซ้ายลงมาขวา และเป็นเส้นค่อนข้างลาดผู้ขายในระยะส้ันอาจได้รับกำไรเกินปกติ กำไรปกติ หรือ
ขาดทนุ แตใ่ นระยะยาวผู้ขายจะไดร้ บั เฉพาะกำไรปกตเิ ท่านั้น
ตลาดผ้ขู ายน้อยรายเปน็ ตลาดท่ีมผี ขู้ ายตัง้ แต่สองรายขึ้นไป ปรมิ าณสนิ ค้าของผ้ขู ายแต่ละรายมีสัดส่วนท่ี
คอ่ นข้างมาก ส่วนสินค้าในตลาดอาจมีลักษณะคล้ายกันหรือต่างกันแตส่ ามารถใช้ทดแทนกนั ได้ แบบจำลอง
การรวมกล่มุ แบบคารเ์ ทลเป็นลกั ษณะของการรวมกลมุ่ ผขู้ ายท่ีอยู่ในตลาด ซง่ึ แบ่งเป็นคารเ์ ทลรวมอำนาจไว้ท่ี
องคก์ รสว่ นกลางและคารเ์ ทลแบ่งสว่ นแบ่งตลาด
18
แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7
ตอนที่ 1 จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1. อธบิ ายตลาดในทางเศรษฐศาสตร์แตกต่างจากตลาดโดยทว่ั ไปอย่างไร
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................................................ .........................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
2. อธิบายลกั ษณะของตลาดแขง่ ขนั สมบรู ณ์
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................................................. ........................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
3. ปัจจัยทก่ี ำหนดขนาดของตลาดมีอะไรบ้าง
............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................................... ..
4. หนา้ ท่ีของตลาดมอี ะไรบ้าง
....................................................................................................................................... ..............................................
.....................................................................................................................................................................................
................................................................................................................... ..................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
5. อธิบายลกั ษณะของตลาดผูกขาด
............................................................................................................................................. ........................................
.....................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................... ..........................................................
............................................................................................................................. ........................................................
19
6. ประเภทของตลาดโดยทวั่ ไปจำแนกออกเปน็ ตลาดประเภทใดบ้าง
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................. .......................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
7. ตลาดผูกขาดมลี กั ษณะเด่นอย่างไรบ้าง
.....................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................ .....................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
8. อธิบายลกั ษณะของตลาดกง่ึ แขง่ ขันก่ึงผกู ขาด
.....................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... ..........................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
9. ผลของการแข่งขันก่อให้เกิดผลดแี ละผลเสยี อย่างไรบา้ ง
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................................. ........................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
10. ผลของการผูกขาดกอ่ ให้เกดิ ผลดีและผลเสยี อย่างไรบ้าง
............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
20
ตอนท่ี 2 จงเลือกข้อท่ถี กู ต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ตลาดแบ่งตามลกั ษณะของสนิ คา้ ได้กปี่ ระเภท
ก. ผ้ผู ลิตกบั ผู้บรโิ ภค
ข. หนว่ ยธุรกจิ กับผู้ผลิต
ค. การซอ้ื ขายทันทแี ละลว่ งหนา้
ง. สนิ ค้าเกษตรและสนิ ค้าอุตสาหกรรม
จ. แขง่ ขนั สมบูรณแ์ ละแขง่ ขนั ไม่สมบรู ณ์
2. เส้นอปุ สงคข์ องผู้ผลิตในข้อใดทีข่ นานกบั แกนนอน
ก. ผกู ขาด ข. ผู้ขายมากราย
ค. แขง่ ขันสมบูรณ์ ง. ผู้ขายน้อยราย
จ. แขง่ ขนั ไมส่ มบรู ณ์
3. เราเรียกผผู้ ลิตในตลาดผกู ขาดวา่ อย่างไร
ก. Price Taker ข. Price Maker
ค. Single Seller ง. Price Monopoly
จ. Price Discrimination
4. ข้อใดคือเสน้ อปุ สงค์ของตลาดแขง่ ขันสมบูรณ์
ก. เปน็ เสน้ ที่ทอดจากขวาไปซา้ ย
ข. เป็นเสน้ ท่ีทอดลงจากซ้ายไปขวา
ค. เปน็ เส้นตรงทขี่ นานกบั แกนนอน
ง. เป็นเส้นตั้งฉากกบั แกนนอน
จ. ผิดทกุ ขอ้
5. ข้อใดเปน็ ลกั ษณะของผผู้ ลิตในตลาดผูกขาด
ก. มผี ูผ้ ลติ สนิ ค้าสองราย
ข. มีผูผ้ ลติ สินคา้ เพียงรายเดยี ว
ค. ผู้ผลิตไม่มีอทิ ธพิ ลในการกำหนดราคา
ง. สนิ ค้าทผี่ ลิตไดส้ ามารถทดแทนกนั ได้
จ. การเข้าออกจากตลาดทำได้โดยเสรี
21
6. ขอ้ ใดบ่งชีว้ า่ ผู้ผลติ มอี ำนาจผูกขาดในการขายสินค้าในตลาด
ก. ความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ข. ความสามารถในการวางแผนกำไรของกจิ การ
ค. ความสามารถในการผลิตสินคา้ ไดด้ ว้ ยตน้ ทนุ ตํา่
ง. ความสามารถในการกำหนดราคาสนิ ค้าและปรมิ าณ
จ. ถกู ทุกขอ้
7. ข้อใดคอื ลกั ษณะของตลาดก่ึงแข่งขนั กงึ่ ผกู ขาด
ก. สินคา้ ในตลาดมีลักษณะแตกตา่ งกันแตท่ ดแทนกนั ได้
ข. สนิ คา้ ในตลาดมีลักษณะคลา้ ยกันแต่ทดแทนกันได้
ค. สินคา้ ในตลาดมีลักษณะท่ีคล้ายกนั แต่ทดแทนกันไมไ่ ด้
ง. สินค้าในตลาดไมเ่ หมอื นกนั และทดแทนกนั ไม่ได้
จ. สนิ คา้ ในตลาดมีลกั ษณะเหมือนกันทุกประการ
8. ขอ้ ใดคือลักษณะสนิ ค้าในตลาดแข่งขนั สมบูรณ์
ก. ตลาดขา้ วเปลือก ตลาดนํา้ มนั เช้ือเพลงิ
ข. ตลาดข้าวเปลอื ก กา๊ ซธรรมชาติ
ค. ไฟฟา้ ประปา โทรศพั ท์
ง. ตลาดข้าวเปลอื ก ตลาดยางพารา
จ. เสอื้ ผ้าสำเร็จรปู เฟอร์นเิ จอร์
9. ขอ้ ใดคือเสน้ อปุ ทานของผ้ผู ลิตในตลาดผกู ขาดในระยะสนั้
ก. เส้น MC อยู่เหนือจดุ ตํา่ สุดของเสน้ AVC ข้นึ ไป
ข. เสน้ MC อยู่ตา่ํ กวา่ เส้น AVC ลงมา
ค. เส้น AVC อยเู่ หนือจุดตํา่ สุดของเส้น AC ขน้ึ ไป
ง. เส้น MC ท่อี ย่เู หนือเสน้ AC
จ. หาเสน้ อุปทานไม่ได้
10. การเพ่ิมราคาในตลาดแข่งขันสมบูรณเ์ พ่ือให้กำไรมากข้ึน จะทำใหผ้ ู้ขายสินค้าเป็นอย่างไร
ก. ทำให้ผบู้ ริโภคหนั มาซ้อื สนิ ค้าของเขาแทนสนิ ค้าของผผู้ ลิตรายอน่ื
ข. ทำใหเ้ ขาตอ้ งการเพ่ิมการผลิตเพ่ือขายมากข้นึ เพราะมผี ู้บรโิ ภคมาซือ้ มากขึ้น
ค. ทำให้ผู้ผลิตขายสินค้าได้มากขึ้น เพราะผบู้ รโิ ภคซ้อื สินคา้ มากข้นึ
ง. ทำใหเ้ ขาไมส่ ามารถขายสินค้าได้เลย เพราะผู้บริโภคจะหันไปซื้อสนิ ค้าจากผู้ผลิตรายอืน่
จ. ทำใหค้ ่แู ข่งขายสนิ คา้ ไดล้ ดลง เพราะสนิ ค้าคุณภาพตํา่ ไมเ่ ปน็ ทีน่ ยิ มของผู้บริโภค
22
ตอนท่ี 3 จงใส่เครอื่ งหมาย ✓ หรอื × หน้าขอ้ ความทีเ่ หมาะสม
.............. 1. การซอื้ ขายทางเว็บไซตเ์ รียกอีกอยา่ งหน่งึ วา่ ตลาดออนไลน์
.............. 2. การแสดงราคาสนิ ค้าให้ผู้บรโิ ภครับรู้เป็นลักษณะสำคญั ของตลาดแข่งขนั สมบูรณ์
.............. 3. บริษทั ปูนซีเมนต์เปน็ ผ้ผู ลติ ท่จี ำหนา่ ยสนิ คา้ เป็นสดั ส่วนมากในตลาดทมี่ ีผ้ขู ายน้อยราย
.............. 4. สบู่ ผงซักฟอกเปน็ สนิ ค้าในตลาดแข่งขนั สมบูรณท์ ่มี ลี ักษณะและคุณภาพเหมือนกันจนแทบไมเ่ ห็นความแตกต่าง
.............. 5. สนิ คา้ ในตลาดกึง่ แขง่ ขันกง่ึ ผกู ขาดสว่ นใหญเ่ ปน็ สนิ ค้าท่จี ำเป็นต้องใช้ในชวี ิตประจำวัน
.............. 6. สัมปทาน หมายถงึ การทรี่ ัฐบาลให้สิทธิพเิ ศษแกเ่ อกชนในการประกอบธุรกิจ
.............. 7. ราคาสินค้าและบรกิ ารท่ถี ูกกำหนดข้ึนในสภาพการแข่งขันของตลาดแข่งขันแบบสมบูรณเ์ ปน็ ราคาท่ไี มม่ คี วาม
ยตุ ธิ รรมตอ่ ผู้บริโภค
.............. 8. ตลาดช่วยให้ผ้บู รโิ ภคมีมาตรฐานการครองชีพต่ําลง
.............. 9. ข้อดขี องตลาดแข่งขนั ผู้บริโภคมโี อกาสในการเลือกซอ้ื สนิ คา้ ทมี่ ีราคาถูกลง
.............. 10. ข้อเสียของตลาดแข่งขนั สมบูรณค์ อื มกี ารแข่งขันกันระหว่างผู้ผลิตอยา่ งแท้จรงิ
23
ใบงานท่ี 1
ค้นควา้ ข้อมูลจากส่ือสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับลักษณะของตลาดในระบบเศรษฐกิจ โดยวิเคราะห์วา่ สนิ คา้ และ
บริการเหลา่ น้นั อยู่ในตลาดประเภทใด
............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................. ...................................
.....................................................................................................................................................................................
ใบงานที่ 2
ใหท้ ำแผน่ พับเรอื่ งลกั ษณะของตลาดตามประเด็นตอ่ ไปน้ี
(1) ความหมายของตลาด
............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
(2) ลกั ษณะสำคัญของตลาดในประเภทต่าง ๆ
............................................................................................................................. ........................................................
...................................................................................................................................................................... ...............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
(3) ตวั อยา่ งสนิ คา้ และบรกิ ารทอี่ ย่ใู นตลาดประเภทต่าง ๆ
............................................................................................................................. ........................................................
...................................................................................................................................................... ...............................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ใบงานท่ี 3 24
ตัวอยา่ งสนิ ค้า
วิเคราะหล์ ักษณะของตลาดตามตารางทีก่ ำหนดให้
ประเภทของตลาด ลักษณะของตลาด
ตลาดแข่งขันสมบูรณ์
ตลาดกึง่ แขง่ ขนั กึง่ ผูกขาด
ตลาดผ้ขู ายนอ้ ยราย
ตลาดผกู ขาด
25