0
วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ รหสั วชิ า 30200-1001
หนว่ ยที่ 3 เรอ่ื งความยืดหยุ่นของอปุ สงค์และอุปทาน
จดั ทำโดย
นางกชมน เอยี ดแกว้
บธ.ม. (การจัดการโลจสิ ตกิ ส์และโซอ่ ปุ ทาน)
หนว่ ยที่ 3 1
ชอ่ื หนว่ ย ความยืดหยุ่นของอปุ สงคแ์ ละอุปทาน จำนวน 3 ชว่ั โมง
สาระสำคญั
จากการศึกษาเรื่องอุปสงค์และอุปทานทำให้ทราบว่าเม่ือราคาสินค้าและบริการ และปัจจัยอ่ืน ๆ ท่ี
กำหนดอปุ สงค์และอุปทานเปลี่ยนแปลงไปจะทำให้ปริมาณเสนอซื้อหรือปริมาณเสนอขายเปลี่ยนแปลงไป เมื่อ
ราคาสินค้าและบริการ รายได้ของผู้บริโภค ราคาสินค้าและบริการชนิดอ่ืนที่ใช้ทดแทนกันหรือประกอบกัน
เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน อุปสงค์และอุปทาน แต่การเปล่ียนแปลงจะมากน้อยเพียงใด
ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าและบริการน้ัน ๆ เช่น สินค้า และบริการท่ีต้องใช้บริโภคประจำ สินค้าฟุ่มเฟือย
สินค้าเกษตรกรรม สินค้าอุตสาหกรรม เป็นต้น ซ่ึงค่าท่ีคำนวณออกมาได้ของสัดส่วนการเปลี่ยนแปลงของ
ปริมาณเสนอซื้อหรือปริมาณเสนอขายท่ีตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงของราคาและปัยจัยอ่ืน ๆ คือ คา่ ความ
ยดื หยุ่น
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายของความยืดหยนุ่ ได้
2. บอกความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้และความยืดหยุ่นของ
อปุ สงค์ตอ่ ราคาของสนิ คา้ อื่นที่เก่ียวข้องได้
3. อธิบายความยืดหยนุ่ ของอุปทานได้
4. ระบคุ า่ ความยืดหยนุ่ ของอุปทาน และอธิบายลักษณะของเสน้ อุปทานได้
5. บอกประโยชนข์ องความยืดหย่นุ ของอุปสงคแ์ ละอุปทาน และวิเคราะห์ปญั หาทางเศรษฐกิจได้
สมรรถนะประจำหน่วย
แสดงความรใู้ นเร่อื งความยืดหย่นุ ของอุปสงค์และอุปทาน
สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของความยดื หย่นุ
2. ความยดื หย่นุ ของอุปสงค์
3. ความยืดหยนุ่ ของอุปทาน
4. ประโยชน์ของความยดื หยนุ่ ของอุปสงคแ์ ละอุปทาน
2
1. ความยืดหยุ่น
ความยืดหยุ่น (Elasticity) หมายถึง การวัดการตอบสนองของตัวแปรหน่ึงต่ออีกตัวแปรหน่ึง
ดงั น้ัน ความยืดหยุ่นเป็นการวัดสัดส่วนหรอื เปอรเ์ ซ็นต์การเปล่ยี นแปลงในตัวแปรตัวหน่ึงซ่ึงมีความสัมพันธ์กับ
สัดส่วนการเปลี่ยนแปลงของอีกตัวแปรหนึ่ง ความยืดหยุ่นทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการอธิบายถึงสัดส่วนการ
เปลี่ยนแปลงในปริมาณสินค้าที่มีความสัมพันธ์กับสัดส่วนการเปล่ียนแปลงของราคาสินค้า หรือสัดส่วนการ
เปล่ยี นแปลงของปจั จัยอื่นทก่ี ำหนด เช่น รายได้ ราคาสนิ ค้าชนิดอ่ืน เปน็ ต้น
2. ความยืดหย่นุ ของอุปสงค์
ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of Demand: Ed) หมายถึง เปอร์เซ็นต์หรืออัตราการ
เปล่ียนแปลงของปริมาณสินค้าที่มีผู้ต้องการซ้ือในขณะใดขณะหนึ่ง เมื่อตัวแปรที่เป็นปัจจัยกำหนดปริมาณ
เสนอซือ้ น้ัน ๆ เปล่ียนแปลงไปหน่ึงเปอร์เซ็นต์ ในการศึกษาเร่ืองความยดื หยนุ่ ของอปุ สงค์จะแยกพจิ ารณาตาม
ลักษณะของอุปสงค์ คือ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ และความ
ยดื หย่นุ ของอุปสงค์ตอ่ ราคาสินคา้ ชนิดอน่ื หรือความยืดหย่นุ ไขว้
2.1 การคำนวณหาค่าความยืดหยนุ่ ของอุปสงค์ตอ่ ราคา
ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาเป็นการศึกษาเบื้องต้นว่า เม่ือราคาสินค้าชนิดหนึ่งชนิดใด
เปลี่ยนแปลงไปแล้วจะมีผลทำให้ปริมาณซื้อสินค้าและบริการเปล่ียนแปลงไปเท่าใด เพ่ือให้ง่ายต่อการอธิบาย
จงึ สมมตใิ ห้อตั ราการเปล่ียนแปลงของราคาเป็น 1% และคำตอบที่ได้คอื อัตราการเปล่ยี นแปลงของปริมาณซื้อ
สินค้าและบริการมากกว่า 1% หรือน้อยกว่า 1% หรือเท่ากับ 1% โดยไม่สามารถให้คำตอบเป็นตัวเลขท่ี
แน่นอนได้ว่า ตัวเลขที่ได้มากกว่าหรือน้อยกวา่ 1% นั้นคือเท่าไร โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถสรุปความยืดหยุ่น
ของอุปสงคต์ ่อราคาในรูปสมการไดว้ า่
ความยืดหย่นุ ของอปุ สงค์ตอ่ ราคา (EPd) = เปอร์เซน็ ต์การเปลยี่ นแปลงของปรมิ าณซอื้ สินค้าชนดิ หนึ่ง0
เปอรเ์ ซน็ ต์การเปลีย่ นแปลงของราคาสินคา้ ชนดิ นั้น000
ดังนั้น เมื่อต้องการทราบอัตราการเปล่ียนแปลงของปริมาณซื้อที่ตอบสนองต่ออัตราการ
เปลี่ยนแปลงของราคาให้เป็นตัวเลขท่ีแน่นอน เพ่ือจะนำไปใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ต่อไปว่าสินค้าชนิดน้ัน
ๆ มีความยืดหยุ่นมาก (Elastic) หรือมีความยืดหยุ่นน้อย (Inelastic) เพียงใดก็สามารถทราบได้โดยการ
คำนวณหาคา่ ความยืดหย่นุ จากสตู ร
การวัดความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา สามารถทำได้ 2 วิธี คอื การวัดความยืดหยุ่นแบบจุดและ
การวดั ความยืดหย่นุ แบบชว่ ง ดงั นี้
3
1. การวัดความยืดหยุ่นแบบจุด (Point Elasticity of Demand) เป็นการวัดความยืดหยุ่น
ของอุปสงค์ ณ จุดใดจุดหนึ่งบนเส้นอุปสงค์ นิยมใช้ในกรณีที่ราคาสินค้ามีการเปล่ียนแปลงไปเล็กน้อยจนแทบ
จะสงั เกตไม่เห็น สตู รการคำนวณหาความยืดหย่นุ แบบจุดมีดงั น้ี
โดยท่ี EP d (แบบจุด) = ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ณ จุดจุดหน่ึงบนเส้นอุป
สงค์
ΔQ
ΔP = สว่ นเปลี่ยนแปลงของปรมิ าณซื้อ หรือ Q2 – Q1
Q1 = ส่วนเปลี่ยนแปลงของราคาสินคา้ หรือ P2 – P1
P1 = ปริมาณซือ้ กอ่ นการเปล่ียนแปลง
= ราคาสินคา้ ก่อนการเปลี่ยนแปลง
แสดงการหาค่าความยดื หยนุ่ ของอปุ สงค์ต่อราคาแบบจุด
4
ตัวอย่าง กำหนดให้ Qx = 500 – 20Px ถ้าราคาสินคา้ X เปลี่ยนแปลงจากช้ินละ 10 บาท เปน็ 15
บาท ความยดื หยุน่ ของอุปสงค์ตอ่ สินคา้ X เมอ่ื ราคาเปลยี่ นแปลงไปจะมคี ่าเท่าไร
วธิ ีทำ ณ ระดบั ราคา Px1 = 10 บาท : Qx1 = 500 – 20(10)
= 500 – 200
= 300
ณ ระดับราคา Px2 = 15 บาท : Qx2 = 500 - 20(15)
= 500 – 300
= 200
จากสูตร EP d = Q2 – Q1 X P1
P2 – P1 Q1
= 200 -300 X 10
15 -10 300
= - 0.67
ค่าความยืดหยุ่นท่ีคำนวณได้ติดลบ หมายความว่า เม่ือราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงไปจะมีผลให้
ปริมาณซ้ือเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงข้าม ตัวอย่างเช่น ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคามีค่าเท่ากับ 0.67(
ไม่คิดเคร่ืองหมายลบ) แสดงให้เห็นว่า เมื่อราคาสินค้า X เปล่ียนแปลงไปหนึ่งเปอร์เซ็นต์จะมีผลให้ปริมาณซ้ือ
สนิ ค้าเปลี่ยนแปลงไป 0.67 เปอรเ์ ซน็ ต์ในทศิ ทางตรงข้าม
2. การวดั ความยืดหยุ่นแบบช่วง (Arc Elasticity of Demand) เป็นการวัดความยืดหยนุ่ ของ
อุปสงค์ในช่วงใดช่วงหนึ่งบนเส้นอุปสงค์ หรือวัดจากจุด 2 จุดบนเส้นอุปสงค์ ค่าความยืดหยุ่นท่ีคำนวณได้จะ
เปน็ ค่าเฉลย่ี ของช่วงดงั กล่าว การวัดความยืดหยุ่นแบบช่วงน้ีนิยมใช้วัดในกรณีที่ราคามกี ารเปล่ยี นแปลงมากจน
สังเกตเห็นได้ สามารถเขยี นเปน็ สตู รได้ดังน้ี
โดยที่ EP d (แบบช่วง) = ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาในช่วงใดช่วงหน่ึงบนเส้น
อุปสงค์
Q1
Q2 = ปรมิ าณซอ้ื ก่อนการเปล่ยี นแปลง
P1 = ปริมาณซอื้ หลังการเปล่ยี นแปลง
P2 = ราคาสนิ ค้าก่อนการเปล่ียนแปลง
= ราคาสินคา้ หลงั การเปลี่ยนแปลง
5
ตัวอย่าง สมมติให้ราคาสินค้า X ลดลงจาก 15 บาท เป็น 10 บาท ปริมาณซ้ือที่ผู้บริโภคมีต่อ
สินค้า X เพ่ิมข้ึนจาก 1,600 หน่วย เป็น 2,000 หน่วย สามารถหาค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์จากราคา
15 บาท เปน็ 10 บาท ได้ดงั นี้
วิธที ำ EP d(แบบช่วง) = Q2 – Q1 X P1 + P2
P2 – P1 Q1 + Q2
= 2,000-1,600 X 15+10
10-15 2,000+1,600
= - 0.56
ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาเท่ากับ -0.56 หมายความว่า ในช่วงที่ราคาสินค้าลดลงจาก
15 บาท เป็น 10 บาท โดยเฉลี่ยการเปล่ียนแปลงของราคาสินค้า X ร้อยละ 1 จะมีผลทำให้อุปสงค์ต่อสินค้า
X เปลีย่ นแปลงไปในทิศทางตรงกันขา้ มเทา่ กับร้อยละ 0.56 เมือ่ กำหนดใหป้ จั จยั อ่นื ๆ คงที่
2.2 ชนดิ ของความยืดหยนุ่ ของอุปสงคต์ ่อราคา โดยปกติค่าความยืดหยุน่ ของอุปสงค์ตอ่ ราคาจะ
มีค่าเป็นลบ เพราะราคากับปริมาณซื้อจะผันแปรในทิศทางตรงกันข้ามตามกฎของอุปสงค์ ความยืดหยุ่นของ
อุปสงค์ต่อราคาแบ่งออกเป็น 5 ลักษณะ คอื 1) มีความยืดหยนุ่ มาก 2) มีความยืดหยุน่ น้อย 3) มีความยดื หยุ่น
เท่ากับหน่ึง 4) ไม่มีความยืดหยุ่นเลย และ 5) มีความยืดหยุ่นอย่างสมบูรณ์ มีรายละเอียดของความยืดหยุ่น
ดังนี้
1. อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมาก (Relatively Elastic) |Ed| > 1 หมายความว่า เปอร์เซ็นต์การ
เปลี่ยนแปลงของปริมาณเสนอซื้อมากกว่าเปอร์เซ็นต์การเปล่ียนแปลงของราคาเส้ นอุปสงค์ในกรณีน้ีจะมี
ลักษณะค่อนข้างลาด ดังรูป
แสดงเสน้ อุปสงค์ตอ่ ราคาที่มีความยืดหยนุ่ มาก
เส้นอุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นมาก หมายถึง เส้นอุปสงค์ท่ีมีความยืดหยุ่นมากกว่า 1 แต่น้อยกว่า
อินฟินิตี้ (∞) ส่วนใหญ่ได้แก่ สินค้าประเภทฟุ่มเฟือย เช่น เคร่ืองประดับ สุราจากต่างประเทศ เครื่องสำอาง
รถยนต์ราคาแพง เป็นต้น ลักษณะของเส้นอุปสงค์ในกรณีนี้จะค่อนข้างลาด ดังรูป จะเห็นได้ว่า เปอร์เซ็นต์การ
6
เปลี่ยนแปลงของปริมาณซื้อมากกว่าเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคา กล่าวคือ เม่ือราคาเปล่ียนแปลงไป
1%จะทำใหป้ รมิ าณซ้ือเปลย่ี นแปลงไปมากกวา่ 1%
2. อุปสงค์มีความยืดหยุ่นนอ้ ย (Relatively Inelastic) |Ed| < 1 หมายความว่า เปอร์เซ็นตก์ าร
เปล่ียนแปลงของปริมาณซื้อน้อยกว่าเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคาเส้นอุปสงค์ ในกรณีน้ีจะมีลักษณะ
ค่อนขา้ งชนั ดงั รปู
แสดงเสน้ อปุ สงค์ตอ่ ราคาทมี่ ีความยืดหยุน่ น้อย
เส้นอุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นน้อย คือ อุปสงค์ท่ีมีค่ามากกว่า 0 แต่น้อยกว่า 1 มักเป็นสินค้าท่ีมี
ความจำเป็นตอ่ การครองชีพ เชน่ อาหาร และยารักษาโรค เปน็ ตน้
3. อุปสงค์มคี วามยืดหยุ่นเท่ากับหนงึ่ (Unitary Elastic) |Ed| =1 หมายความวา่ เปอรเ์ ซ็นต์การ
เปลี่ยนแปลงของปริมาณซื้อเท่ากับเปอร์เซ็นต์การเปล่ียนแปลงของเส้นราคา กรณีนี้เส้นอุปสงค์จะมีลักษณะ
เป็นเส้นโคง้ ทกุ ๆ จุดบนเส้นอุปสงคม์ ีคา่ ความยืดหยุ่นเทา่ กบั 1 ตลอดทั้งเสน้ ดงั รปู
แสดงเสน้ อุปสงค์ต่อราคาทม่ี ีความยดื หยนุ่ เทา่ กับหนง่ึ
7
เสน้ อุปสงคท์ ม่ี ีความยืดหยนุ่ เทา่ กบั หน่ึง หมายถงึ เสน้ อปุ สงคท์ ่ีมคี วามยืดหยุ่นเท่ากับหนึ่งตลอดท้ัง
เส้น เส้นอุปสงค์ในกรณีน้ีจะมีลักษณะเป็นเส้นโค้งแบบ Rectangular Hyperbolar ดังรูป จะเห็นได้ว่า
เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของปริมาณซื้อเท่ากับเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคา กล่าวคือรายจ่ายมวล
รวมของผบู้ รโิ ภคและรายรบั รวมของผูผ้ ลติ เท่าเดิมเสมอ ไม่ว่าราคาจะลดลงหรือสูงขึ้นก็ตาม
4. อุปสงคไ์ ม่มีความยืดหยุ่นเลย (Perfectly Inelastic) |Ed| = 0 หมายความว่า ปริมาณซ้ือไม่
เปลี่ยนแปลงเลย แม้ว่าราคาจะเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม กรณีนี้เส้นอุปสงค์จะมีลักษณะเป็นเส้นตรงตั้งฉากกับ
แกนนอน ทกุ ๆ จดุ บนเสน้ อปุ สงคจ์ ะมคี า่ ความยดื หยนุ่ ต่อราคาเท่ากับศูนย์ตลอดทั้งเส้น ดงั รูป
แสดงเส้นอุปสงค์ต่อราคาที่ไม่มคี วามยดื หยุ่นเลย
สินค้าที่อุปสงค์มีความยืดหยุ่นเท่ากับศูนย์ ได้แก่ สินค้าที่มีความจำเป็นมากที่สุด สำหรับกรณีใด
กรณีหนึ่งโดยเฉพาะ เส้นอุปสงค์ในกรณีน้ีจะมีลักษณะเป็นเส้นตรงตั้งฉากกับแกนนอน ดังรูป ในกรณีนี้การ
เปลย่ี นแปลงของราคาไม่วา่ จะสูงขึ้นหรือลดลงก็ตาม จะไม่มีผลทำให้ปรมิ าณซ้ือสินค้าและบริการเปลี่ยนแปลง
ไปแต่ประการใด เช่น โลงศพ ไม่ว่าราคาจะสูงหรือถูกลง ผู้ซ้ือก็จำเป็นต้องซ้ือเพียง 1 โลงเท่านั้นเมื่อมีความ
จำเป็นตอ้ งใช้
5. อุปสงค์มีความยืดหยุ่นอย่างสมบูรณ์ (Perfectly Elastic) |Ed| = ∞ หมายความว่า ณ
ระดับราคาน้ัน ๆ ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าไม่จำกัดจำนวน แต่ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยจะไม่ซื้อสินค้านั้น
เลย เส้นอุปสงคจ์ ะมีลักษณะเป็นเส้นตรงตั้งฉากกับแกนตั้ง ทุก ๆ จุดบนเส้นอปุ สงค์จะมีความยืดหยุ่นตอ่ ราคา
เท่ากับ ∞ ตลอดทัง้ เสน้ ดังรปู
8
แสดงเสน้ อุปสงค์ตอ่ ราคาที่มีความยดื หยนุ่ อยา่ งสมบรู ณ์
สนิ ค้าทอ่ี ุปสงคม์ ีความยดื หยุ่นอย่างสมบูรณ์หรือมีความยืดหยุ่นเท่ากับอินฟินิตี้ ได้แก่ สนิ ค้าท่มี กี าร
แข่งขันอย่างสมบูรณ์ เช่น พืชผลทางการเกษตร เป็นต้น เส้นอุปสงค์ในกรณีนี้จะมีลักษณะเป็นเส้นตรงขนาน
กับแกนนอน ดังรูป จะเห็นได้ว่า ณ ราคา 0P1 ปริมาณซื้อขายจะมีโดยไม่จำกัดจำนวน แต่ถ้าผู้ขายรายใดขึ้น
ราคาสินค้าสูงกว่า 0P1 แม้เพียงเล็กน้อยผู้ซื้อจะไม่ซื้อสินค้าจากผู้ขายรายนั้นเลย ปริมาณซ้ือจะเท่ากับศูนย์ที่
เปน็ เชน่ นี้เพราะวา่ ผซู้ ้ือสามารถเลือกซอ้ื สนิ คา้ ชนิดเดียวกันในราคา 0P1 จากผู้ขายรายอน่ื ๆ ในตลาดได้
ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ (Income Elasticity of Demand: Ei) เป็นการวัดการ
ตอบสนองของปริมาณซื้อต่อการเปลี่ยนแปลงในรายได้ของผู้บริโภค เม่ือกำหนดให้ปัจจัยอื่น ๆ ท่ีกำหนดให้
คงท่ี ท้ังน้ีพิจารณาได้จากอัตราส่วนของเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของปริมาณซื้อกับเปอร์เซ็นต์การ
เปลย่ี นแปลงของรายได้ ดงั สูตรตอ่ ไปน้ี
ความยืดหยนุ่ ของอุปสงคต์ อ่ รายได้ (Ei) = เปอร์เซน็ ต์การเปล่ยี นแปลงของปริมาณซื้อสนิ คา้ ชนิดหน่ึง
เปอร์เซน็ ตก์ ารเปลี่ยนแปลงในรายไดข้ องผบู้ ริโภค
การวัดความยืดหยนุ่ ของอุปสงค์ต่อรายได้มีอยู่ 2 วิธี คือ การวัดความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อ
รายได้ ได้แก่ การวดั ความยดื หยุน่ แบบจดุ และการวดั ความยืดหยุน่ แบบช่วง
1. การวดั ความยืดหยนุ่ แบบจุด สามารถคำนวณหาความยืดหยนุ่ แบบจุดได้ดว้ ยสูตรตอ่ ไปน้ี
9
โดยที่ E1 (แบบจดุ ) = ความยดื หยุ่นของอปุ สงค์ตอ่ รายได้ ณ ระดบั รายได้หนึง่
ΔQ = สว่ นเปลย่ี นแปลงของปรมิ าณซื้อ หรอื Q2 – Q1
= สว่ นเปลยี่ นแปลงของรายไดผ้ ้บู รโิ ภค หรือ Y2 – Y1
ΔY = ปริมาณซ้อื ก่อนการเปลี่ยนแปลง
Q1 = รายไดข้ องผู้บรโิ ภคก่อนการเปลี่ยนแปลง
Y1
2. การวดั ความยืดหยนุ่ แบบชว่ ง สามารถเขียนเป็นสูตรได้ดงั น้ี
โดยที่ E1 (แบบช่วง) = ความยดื หยนุ่ ของอปุ สงคต์ ่อรายได้ในชว่ งหนงึ่ ของรายได้
Q1 = ปรมิ าณซื้อก่อนการเปลี่ยนแปลง
Q2 = ปรมิ าณซ้อื หลงั การเปลี่ยนแปลง
Y1 = รายไดก้ อ่ นการเปลีย่ นแปลง
Y2 = รายได้หลงั การเปลีย่ นแปลง
ตัวอย่าง สมมติว่าผู้บริโภครายหน่ึงมีรายได้ 5,000 บาท เขาจะซ้ือสินค้า X จำนวน 2 หน่วย
ตอ่ มารายได้ของเขาเพิ่มข้ึนเป็น 10,000 บาท เขาจะซ้ือสนิ ค้า X เพ่ิมขึน้ เป็น 6 หน่วย จงหาความยืดหยุ่นของ
อุปสงคต์ อ่ รายได้
วธิ ีทำ จากสตู ร Ei = Q2 – Q1 X Y1 + Y2
Y2 – Y1 Q1 + Q2
Ei = 6-2 X 5,000 + 10,000
10,000 - 5,000 6+2
Ei =4 X 15,000
5,000 8
= 0.5 x 3
= 1.5
คา่ ที่ได้นีแ้ สดงให้เห็นว่าถ้ารายได้ของผู้บรโิ ภคสูงขึน้ 1 เปอร์เซน็ ต์ จะมีผลทำใหป้ ริมาณซื้อสนิ คา้ X
เพิ่มขน้ึ 1.5 เปอรเ์ ซน็ ต์
10
การแบง่ ค่าของความยืดหย่นุ ของอุปสงคต์ ่อรายได้ เหมือนกับการแบ่งชนิดของความยืดหยุน่ ของ
อุปสงค์ต่อราคาทกุ ประการ เพียงแต่เปล่ียนจากราคาเป็นรายได้เทา่ นนั้ สำหรบั คา่ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ตอ่
รายได้ มีโอกาสเปน็ ได้ทง้ั ค่าบวกและค่าลบขึน้ อยู่กบั ประเภทของสินค้า ดังน้ี
1. เครือ่ งหมายลบทีห่ น้าค่าความยดื หยนุ่ แสดงวา่ สินค้าประเภทนั้นเปน็ สินค้าด้อยคุณภาพซึง่
ผู้บริโภคมกั จะบริโภคจำนวนน้อยเม่ือมีรายได้เพ่ิมขนึ้
2. เครอื่ งหมายบวกท่หี น้าคา่ ความยืดหยนุ่ แสดงว่าสนิ คา้ ประเภทนัน้ เปน็ สนิ ค้าปกติ ไดแ้ ก่ สนิ คา้
ทวั่ ไป และสินค้าคุณภาพดี ซ่ึงผบู้ รโิ ภคมักจะบริโภคเพ่ิมขน้ึ เมอื่ มีรายไดเ้ พ่ิมข้ึน
ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาสินค้าชนิดอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง (Cross Elasticity of Demand:
Ec) หรือความยืดหยุ่นไขว้ คือ อัตราการเปล่ียนแปลงปริมาณซ้ือของสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งที่ผู้บริโภคต้องการ
ซือ้ ในขณะใดขณะหนึ่ง ซึ่งตอบสนองตอ่ อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าชนดิ อื่นที่เก่ียวข้องโดยสมมติให้
สง่ิ อนื่ ๆ คงที่
ในการศึกษาความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาสินค้าชนิดอื่นท่ีเก่ียวข้องจะต้องพิจารณาสินค้า
จำนวน 2 ชนิด คือ สินค้าท่ีใช้ทดแทนกันหรือใช้ประกอบกัน เมื่อราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลงไป มักมี
ผลกระทบต่อปริมาณซ้ือของสินค้าที่กำลังพิจารณาอยู่เสมอ จึงจำเป็นต้องศึกษาว่าปริมาณซ้ือสินค้าชนิดหนึ่ง
จะเปลีย่ นแปลงไปอย่างไร เมอ่ื ราคาสินค้าชนิดอื่นท่ีเกย่ี วข้องเปลย่ี นแปลงไป นนั่ คือ
ความยดื หยนุ่ ของอปุ สงค์ตอ่ ราคาสนิ ค้าชนดิ อ่นื (Ec) = เปอร์เซ็นตก์ ารเปลีย่ นแปลงของปริมาณซือ้ สนิ คา้ ชนดิ หน่งึ
เปอร์เซน็ ตก์ ารเปล่ียนแปลงของราคาสินค้าชนดิ อ่นื
การวัดความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาสินค้าชนิดอ่ืนท่ีเก่ียวข้องมีอยู่ 2 วิธี คือ การวัดความ
ยดื หย่นุ แบบจดุ และการวดั ความยืดหยุ่นแบบชว่ ง
1. การวดั ความยืดหยุน่ แบบจุด สามารถคำนวณหาความยดื หยุ่นแบบจดุ ไดด้ ้วยสตู รตอ่ ไปน้ี
โดยที่ Ec (แบบจุด) = ความยดื หยนุ่ ของอุปสงค์ต่อราคาสินคา้ ชนิดอืน่ ทเ่ี กีย่ วข้อง
ณ ระดบั ราคาหนึง่ ของสินค้าชนดิ อ่ืน (สินคา้ Y)
ΔQx
ΔPy = ส่วนเปลย่ี นแปลงของปริมาณซอ้ื หรอื Q2 – Q1
Qx1 = ส่วนเปลยี่ นแปลงของราคาสินค้า หรือ Py2 – Py1
PY1 = ปริมาณซื้อก่อนการเปล่ียนแปลง
= ราคาสินคา้ ก่อนการเปลีย่ นแปลง
11
2. การวัดความยดื หย่นุ แบบช่วง สามารถเขยี นเป็นสตู รไดด้ ังนี้
โดยที่ Ec (แบบช่วง) = ความยดื หยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาสนิ ค้าชนดิ อ่นื ทเี่ กี่ยวข้อง
ในชว่ งหนึง่ ของรายได้
Qx1
Qx2 = ปริมาณซื้อก่อนการเปลย่ี นแปลง
Py1 = ปริมาณซอ้ื หลังการเปล่ียนแปลง
Py2 = ราคาสนิ ค้ากอ่ นการเปล่ียนแปลง
= ราคาสินค้าหลงั การเปลย่ี นแปลง
3. ความยดื หยุ่นของอปุ ทาน (Elasticity of Supply: Es)
หมายถึง การวัดการตอบสนองของปริมาณขายต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้า เม่ือกำหนดให้
ปจั จัยอน่ื ๆ ท่ีกำหนดอุปทานคงท่ีจากความหมายดังกล่าวจะเห็นว่าการเปล่ียนแปลงของราคาเป็นสาเหตุท่ีทำ
ให้ปริมาณเสนอขายเปล่ียนแปลงไป จึงเรียกความยืดหยุ่นของอุปทานว่า ความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคา
(price elasticity of supply) ซ่งึ เขยี นเป็นสตู รได้ดังน้ี
ความยืดหยนุ่ ของอุปทาน (Es) = เปอร์เซน็ ตก์ ารเปล่ยี นแปลงของปรมิ าณเสนอขายสินคา้ ชนิดหน่งึ
เปอร์เซ็นตก์ ารเปลย่ี นแปลงของราคาสนิ ค้าชนิดน้นั
ความยดื หยุน่ ของอุปทานต่อราคาจะมมี ากน้อยเพียงใดนน้ั ข้ึนอยกู่ บั ความยากง่ายในการผลติ สินค้า
เปน็ หลกั ดงั นี้
1. สนิ ค้าชนิดใดเมอื่ มคี วามต้องการเพิม่ ข้ึนแลว้ สามารถทำการผลิตออกมาตอบสนองความต้องการ
ได้อย่างทันทว่ งที แสดงว่าสนิ คา้ ชนิดนั้นเป็นสินคา้ ทีผ่ ลิตไดง้ า่ ย กรณีเช่นนี้ความยืดหยุ่นของอุปทานตอ่ ราคาจะ
มีค่ามาก หมายความว่า อัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณขายมีมากกว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา
ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรมท่ัวไป เมื่อราคาไหวตัวเพียงเล็กน้อยจะทำให้ปริมาณขายของสินค้าดังกล่าว
เปลี่ยนแปลงไปอยา่ งมาก
2. สินค้าท่ีผลิตได้ยากในการผลิตต้องอาศัยระยะเวลา จึงไม่สามารถผลิตสินค้าออกมาตอบสนอง
ความต้องการได้ทันต่อเหตุการณ์ สินค้าที่ผลิตได้ยากจะมีค่าความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคาน้อย ได้แก่
สินค้าเกษตรกรรม สินค้าอุตสาหกรรมประเภทเครื่องมือ เคร่ืองจักร ที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงสำหรับใช้
12
ประโยชน์ ดงั น้ัน สินค้าที่มีความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคาน้อยจะมอี ัตราการเปลี่ยนแปลงของปรมิ าณเสนอ
ขายนอ้ ยกว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา
3.1 การคำนวณหาค่าความยืดหยุ่นของอุปทาน
การคำนวณหาคา่ ความยืดหยุ่นของอปุ ทาน มวี ธิ ีการคำนวณ 2 แบบ คอื การคำนวณคา่ ความ
ยดื หยุ่นแบบจดุ และการคำนวณคา่ ความยืดหยุ่นแบบชว่ ง ดังต่อไปนี้
1. การวัดความยืดหยุ่นแบบจุด (Point Elasticity of Supply) เป็นการวัดความยืดหยุ่นของ
อุปทาน ณ จุดใดจุดหน่ึงบนเส้นอุปทาน ซึ่งนิยมใช้ในกรณีท่ีราคาสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากจนแทบจะ
สังเกตไมเ่ หน็ สามารถเขยี นเปน็ สูตรได้ดงั นี้
โดยท่ี Es (แบบจดุ ) = ความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคา ณ จุดจุดหน่ึงบนเส้น
อปุ ทาน
ΔQ
ΔP = ส่วนเปล่ยี นแปลงของปริมาณเสนอขาย หรอื Q2 – Q1
Q1 = สว่ นเปล่ยี นแปลงของราคาสินคา้ หรือ P2 – P1
P1 = ปรมิ าณเสนอขายกอ่ นการเปลย่ี นแปลง
= ราคาสินค้าก่อนการเปลี่ยนแปลง
ค่าความยืดหยุ่นของอุปทานจะมีค่าเป็นบวกเสมอ เป็นไปตามกฎของอุปทานท่ีอธิบายว่าปริมาณ
เสนอขายจะแปรผันตามราคาสินค้า ดังนั้น ค่าความยืดหยุ่นที่เป็นบวกแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในทิศทาง
เดียวกนั ระหว่างปรมิ าณเสนอขายกับราคาสนิ คา้
13
แสดงการหาค่าความยดื หยุ่นของอปุ ทานแบบจดุ
ตัวอย่าง การคำนวณค่าความยืดหยุ่นของอุปทาน ณ จุด A โดยสมมติให้เดิมอยู่ ณ จุด A ต่อมา
ราคาเปลี่ยนแปลงไปจาก 30 บาท เป็น 50 บาท ปริมาณขายจะเพ่ิมข้ึนจาก 200 หน่วย เปน็ 350 หน่วยณ จุด
B เม่ือนำคา่ มาแทนในสตู รจะไดด้ งั นี้
วิธที ำ Es = ΔQ X P1
ΔP
Q1
= 350-200 X 30
50-30 200
= 150 X 30
20 200
= 1.125
ค่าความยืดหยุ่นของอุปทานจะมีค่าเป็นบวกเสมอ ค่าความยืดหยุ่นของอุปทานเท่ากับ 1.125
หมายความว่า ถ้าราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงไป 1% จะมีผลทำให้ปริมาณขายสินค้าเปลี่ยนแปลงไปในทิศทาง
เดียวกันเท่ากับ 1.125% กล่าวคือ ถ้าราคาสินค้าเพ่ิมขึ้น 1% ปริมาณขายสินค้าจะเพ่ิมขึ้น 1.125% และ
ในทางตรงกนั ข้าม ถ้าราคาสินค้าลดลง 1% ปรมิ าณขายสินคา้ จะลดลง 1.125%
14
2. การวัดความยืดหยุ่นแบบช่วง (Arc Elasticity of Supply) เป็นการวัดความยืดหยุ่นของ
อุปทานในช่วงใดช่วงหนึ่งบนเส้นอุปทาน การวัดความยืดหยุ่นแบบช่วงนี้นิยมใช้วัดในกรณีท่ีราคามีการ
เปล่ียนแปลงมากจนสงั เกตเหน็ ได้ สามารถเขียนเปน็ สตู รได้ดังน้ี
โดยท่ี Ec (แบบช่วง) = ความยืดหยุ่นของอุปทานในชว่ งใดช่วงหนง่ึ บนเสน้ อุปทาน
Q1 = ปริมาณเสนอขายกอ่ นการเปล่ยี นแปลง
Q2 = ปรมิ าณเสนอขายหลงั การเปลี่ยนแปลง
P1 = ราคาสนิ คา้ กอ่ นการเปลีย่ นแปลง
P2 = ราคาสนิ คา้ หลังการเปลี่ยนแปลง
ตัวอย่าง สมมติให้ราคาสินค้าเพ่ิมขึ้นจาก 30 บาท เป็น 50 บาท ปริมาณเสนอขายท่ีผู้ขายยินดี
ขายเพ่มิ ขึ้นจาก 200 หน่วย เปน็ 350 หน่วย สามารถหาค่าความยดื หยนุ่ ของอปุ ทานไดด้ ังนี้
วิธีทำ Es = Q2- Q1 X P1+ P2
P2- P1 Q1+ Q2
= 350-200 X 30+50
50-30 200+350
= 150 X 80
20 550
= 1.09
15
3.2 ชนิดความยืดหย่นุ ของอุปทาน
จากกฎของอุปทานระบุว่าปริมาณเสนอขายเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันกับราคาสินค้าค่า
ความยืดหยุ่นของอุปทานท่ีคำนวณได้ เส้นอุปทานเป็นเส้นที่ทอดข้ึนจากซ้ายไปขวา มีความชันเป็นบวกซึ่ง
แสดงความสัมพันธร์ ะหว่างราคากบั ปริมาณเสนอขายสินค้าและบริการเปน็ ไปในทิศทางเดียวกนั ดังน้ัน ค่าความ
ยืดหยุ่นของอุปทานจะมีค่าเป็นบวก ซ่ึงเป็นไปตามกฎของอุปทาน ความยืดหยุ่นของอุปทานแบ่งออกเป็น 5
ลกั ษณะตามคา่ ความยดื หยุ่นที่แตกต่างกนั ดังน้ี
1. อุปทานที่มีความยืดหยุ่นมาก (Relatively Elastic) Es > 1 หมายความว่า เปอร์เซ็นต์การ
เปลยี่ นแปลงของปริมาณเสนอขายมากกว่าเปอรเ์ ซน็ ตก์ ารเปล่ียนแปลงของราคา กลา่ วคอื ถ้าราคาเปลย่ี นแปลง
หนึง่ เปอร์เซ็นต์ จะมผี ลทำใหป้ รมิ าณเสนอขายเปล่ียนแปลงไปมากกวา่ หนึ่งเปอร์เซน็ ต์
ตัวอย่างสนิ ค้า คอื สนิ ค้าอตุ สาหกรรม ในกรณีนเ้ี สน้ อปุ ทานจะมีลกั ษณะค่อนขา้ งลาด ดังรูป
แสดงเสน้ อปุ ทานทม่ี ีความยดื หยนุ่ มาก
2. อุปทานมีความยืดหยุ่นน้อย (Relatively Inelastic) Es < 1 หมายความว่า เปอร์เซ็นต์การ
เปล่ียนแปลงของปริมาณเสนอขายน้อยกว่าเปอร์เซ็นต์การเปล่ียนแปลงของราคา กล่าวคือ ถ้าราคา
เปลี่ยนแปลงหน่ึงเปอรเ์ ซน็ ต์ จะมีผลทำให้ปรมิ าณเสนอขายเปลีย่ นแปลงไปน้อยกวา่ หนง่ึ เปอรเ์ ซน็ ต์
ตัวอยา่ งสินคา้ คือ สินค้าเกษตรกรรม ในกรณีนเ้ี ส้นอุปทานจะมลี ักษณะค่อนข้างชัน ดังรปู
16
แสดงเส้นอุปทานท่ีมีความยดื หยุ่นน้อย
3. อปุ ทานที่มคี วามยืดหยุ่นเท่ากับหนึ่ง (Unitary Elastic) Es =1 หมายความว่า เปอรเ์ ซ็นต์
การเปล่ียนแปลงของปริมาณเสนอขายเท่ากับเปอร์เซ็นต์การเปล่ียนแปลงของราคา กล่าวคือ ถ้าราคา
เปล่ียนแปลงหน่ึงเปอร์เซ็นต์ จะมีผลทำให้ปริมาณเสนอขายเปลี่ยนแปลงไปเท่ากับหน่ึงเปอร์เซ็นต์ ในกรณีนี้
เสน้ อุปทานจะเรมิ่ ต้นจากจดุ กำเนดิ (origin) ดังรปู
แสดงเส้นอุปทานที่มีความยืดหยุ่นเท่ากับหน่ึง
17
4. อุปทานไม่มีความยืดหยุ่นเลย (Perfectly Inelastic) Es = 0 หมายความว่า ปริมาณเสนอ
ขายไม่เปล่ียนแปลงเลย แม้ว่าราคาจะเปล่ียนแปลงไปก็ตาม กล่าวคือ ไม่ว่าราคาจะเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือ
ลดลง ปรมิ าณเสนอขายสินคา้ จะไมเ่ ปลย่ี นแปลง ตัวอยา่ งสินคา้ คือ วตั ถโุ บราณ กรณนี เี้ ส้นอุปทานจะมีลักษณะ
เป็นเส้นตรงตั้งฉากกับแกนนอน ดงั รปู
แสดงเส้นอปุ ทานทไี่ มม่ คี วามยดื หยนุ่ เลย
5. อุปทานที่มีความยืดหยุ่นอย่างสมบูรณ์ (Perfectly Elastic) Es = ∞ หมายความว่า ณ
ระดับราคานั้น ๆ ผู้ขายยินดีเสนอขายสินค้าอย่างไม่จำกัดจำนวน แต่ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยจะไม่
ขายสินค้านั้นเลย กล่าวคือ ปริมาณเสนอขายจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าจะไม่เปล่ียนแปลง
เลย เสน้ อุปทานจะมลี ักษณะเป็นเสน้ ตรงตง้ั ฉากกบั แกนตง้ั ดงั รปู
แสดงเสน้ อปุ ทานทมี่ ีความยดื หยุ่นอยา่ งสมบรู ณ์
18
4. ประโยชนข์ องความยดื หยุ่นของอปุ สงคแ์ ละอุปทาน
การศึกษาเร่ืองความยืดหยนุ่ ของอปุ สงค์และอุปทานจะช่วยใหเ้ กดิ ประโยชน์หลายประการ ดังน้ี
1. ทำให้ทราบถึงปริมาณซื้อและปริมาณเสนอขายท่ีเปล่ียนแปลงไป อันเนื่องมาจากการ
เปลี่ยนแปลงปัจจัยท่ีกำหนดอปุ สงคแ์ ละปัจจยั ที่กำหนดอุปทาน
2. ทำให้ผู้ขายสามารถทราบถึงรายรับรวมที่เปล่ียนแปลงไป อันเน่ืองมาจากราคาสินค้า
เปลี่ยนแปลงเช่น ถ้าผู้ขายทราบว่าความยดื หยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาของสินค้ามีค่ามาก ผู้ขายสามารถตัดสินใจ
ได้ว่าควรใช้นโยบายลดราคาสนิ คา้ เนือ่ งจากจะทำใหม้ ียอดจำหน่ายสูงขึ้นแมว้ ่ากำไรต่อหน่วยจะลดลงก็ตามแต่
เม่อื ขายสนิ ค้าได้มากขน้ึ จะทำให้รายไดร้ วมของผขู้ ายสงู ขึ้น
3. ทำให้ทราบถึงความจำเป็นของสินค้าต่าง ๆ ที่มีต่อผู้บริโภค สินค้าท่ีมีความจำเป็นใน
ชีวิตประจำวันจะมีคา่ ความยดื หยุ่นต่ํา
4. สามารถนำความรู้เร่ืองน้ีไปประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์เร่ืองอ่ืน ๆ ได้ เช่น ผลกระทบของการ
ส่งออกจากนโยบายการลดค่าเงิน ผลกระทบของการเก็บภาษีอากรจากการขายสินค้าและภาระภาษีของทั้ง
ผู้ขายและผบู้ รโิ ภค เป็นต้น
สรุป ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา เป็นการวัดการตอบสนองของปริมาณซ้ือต่อการ
เปลี่ยนแปลงของราคาสินค้า ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา แบ่งออกเป็น 5 ลักษณะ คือ 1) อุปสงค์ที่มี
ความยืดหยุ่นมาก 2) อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นน้อย 3) อุปสงค์ท่ีมีความยืดหยุ่นเท่ากับหน่ึง 4) อุปสงค์ที่ไม่มี
ความยืดหยุ่นเลย และ 5) อุปสงค์ท่ีมีความยืดหยุ่นอย่างสมบูรณ์ อุปสงค์ต่อราคาของสินค้าแต่ละชนิดมีค่าไม่
เท่ากัน เพราะผลของความสามารถในการใช้ทดแทนกันของสินค้า มูลค่าสินค้าคิดเป็นสัดส่วนของรายได้
ความสำคญั กอ่ นการตอบสนองความต้องการสนิ ค้าขั้นพนื้ ฐาน และระยะเวลานบั ต้ังแต่ราคาสนิ ค้าเปลย่ี นแปลง
ความยืดหยุ่นของอุปทาน เป็นการวัดการตอบสนองของปริมาณเสนอขายต่อการเปลี่ยนแปลงของ
ราคาสินค้า ความยืดหยุ่นของอุปทานแบ่งออกเป็น 5 ลักษณะ คือ 1) อุปทานท่มี ีความยดื หยุ่นมาก 2) อุปทาน
ที่มีความยืดหยุ่นน้อย 3) อุปทานท่ีมีความยืดหยุ่นเท่ากับหนึ่ง 4) อุปทานที่ไม่มีความยืดหยุ่นเลย และ
5) อุปทานท่ีมีความยืดหยุ่นอย่างสมบูรณ์ ปัจจัยท่ีทำให้อุปทานมีความยืดหยุ่นต่อราคาแตกต่างกัน คือ
ระยะเวลา ความเป็นไปได้ในการผลติ ความเปน็ ไปไดใ้ นการเก็บรกั ษาผลผลติ และต้นทนุ การผลติ
19
แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3
ตอนที่ 1 จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. อธิบายความหมายของความยดื หยนุ่ ของอุปสงคต์ ่อราคา
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
2. อธบิ ายความหมายของคำตอ่ ไปน้ี
1. อปุ สงคไ์ ม่มคี วามยดื หยุ่นเลย
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
2. ตวั กำหนดอปุ สงคม์ ีอะไรบ้าง อธิบาย
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
3. อุปสงคม์ คี วามยืดหยุ่นคงท่ี
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
4. อุปสงค์มีความยืดหยนุ่ มาก
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
5. อุปสงคม์ คี วามยืดหยุ่นมากทีส่ ดุ
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
20
3. ถ้าราคาเน้ือหมูกิโลกรัมละ 60 บาท แม่บ้านต้องการซ้ือเนื้อหมู 3 กิโลกรัมต่อ 1 เดือน แต่ถ้าราคาเนื้อหมู
ลดลงเป็น กิโลกรัมละ 58 บาท แม่บ้านจะซอื้ เน้ือหมเู พิ่มขนึ้ เปน็ 4 กโิ ลกรมั ต่อ 1 เดือน จงหาคา่ ความยืดหยุ่น
ของอุปสงค์แบบจุดของเน้อื หมู
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
4. กำหนดให้เส้นอุปสงคข์ องสนิ ค้าชนดิ หนง่ึ มีลักษณะดังต่อไปนี้
จากรูป จงหาค่าความยืดหยนุ่ ของเสน้ อปุ สงค์ระหวา่ งจดุ A กับ B ว่าคา่ ความยืดหยุ่นท่ีได้เป็นอยา่ งไร
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
5. ความยดื หยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้คอื อะไร
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
6. เดิมผู้บริโภคมีรายได้เดือนละ 3,000 บาท เขาจะซอ้ื เนื้อไก่บริโภคเดือนละ 7 กิโลกรัม แต่ถ้ารายได้ของเขา
เพ่ิมขึ้น เป็นเดือนละ 5,500 บาท เขาจะซื้อเน้ือไก่บริโภคเดือนละ 10 กิโลกรัม จงหาค่าความยืดหยุ่นของ
อุปสงค์ตอ่ รายได้
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
21
7. ความยดื หยุน่ ของอปุ สงค์ต่อราคาสนิ ค้าชนดิ อน่ื หรือความยืดหย่นุ ไขว้คอื อะไร
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
8. ถา้ ราคากาแฟเพิ่มขึ้นจากขวดละ 150 บาท เป็นขวดละ 155 บาท โดยท่ีราคาชาคงท่ี ผู้บริโภคจะซื้อชามา
บรโิ ภค เพม่ิ ขน้ึ จากเดือนละ 1 ขวด เปน็ 2 ขวด จงหาค่าความยืดหยนุ่ ไขว้ของกาแฟ
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
9. ความยดื หยุ่นของอปุ ทานคืออะไร
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
10. การประกนั ราคาข้นั สูงและการประกันราคาข้นั ตํ่าแตกต่างกันอย่างไร
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
22
ตอนท่ี 2 จงเลอื กข้อที่ถกู ตอ้ งท่สี ดุ เพยี งข้อเดยี ว
1. สินคา้ ใดตอ่ ไปน้ีมีค่าความยดื หยุ่นของอุปสงคต์ ่อราคา (Ed) เท่ากบั ศูนย์
ก. โลงศพ ข. เสือ้ ผา้
ค. เครอื่ งจักร ง. วัตถุโบราณ
จ. อาหารและเคร่ืองด่มื
2. สนิ คา้ ขอ้ ใดต่อไปนมี้ คี า่ ความยดื หย่นุ ของอปุ สงค์ต่อราคา (Ed) นอ้ ยกว่า 1
ก. อาหารและเคร่ืองดมื่ ข. เสอ้ื ผา้
ค. ยารักษาโรค ง. น้ํามันเชอื้ เพลิง
จ. ถูกทุกข้อ
3. ปัจจยั ใดที่กำหนดคา่ ความยืดหยุน่ ของอุปสงคต์ อ่ ราคา
ก. สินค้าอื่นท่ที ดแทนกันได้ ข. การเปลี่ยนแปลงปัจจัยการผลิต
ค. เทคโนโลยีการผลิต ง. ตน้ ทุนส่วนเพิ่ม
จ. ฤดกู าลในการผลติ
4. สินคา้ ใดตอ่ ไปน้ีมคี ่าความยดื หยุน่ ของอปุ ทานต่อราคาน้อยกว่า 1
ก. สนิ ค้าเกษตร ข. สินคา้ ฟุ่มเฟอื ย
ค. สนิ คา้ ด้อยคุณภาพ ง. สินค้าอตุ สาหกรรม
จ. สนิ คา้ จำเปน็ ต่อการดำรงชีพ
5. การกำหนดราคาขน้ั สงู รัฐบาลมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อช่วยเหลือใคร
ก. ผผู้ ลิต ข. ผู้บริโภค
ค. เกษตรกร ง. ผูท้ ่ีอาศยั อยู่ในชนบท
จ. ผู้ทีอ่ าศัยอยใู่ นเมือง
6. เส้นอปุ ทานท่มี ีค่าความยืดหยุ่นตอ่ ราคาเท่ากับศนู ย์ จะมลี กั ษณะอย่างไร
ก. เส้นตรงขนานแกนนอน ข. เส้นตรงขนานแกนต้งั
ค. เสน้ ท่ีทอดลงจากซา้ ยไปขวา ง. เส้นทท่ี อดขน้ึ จากซ้ายไปขวา
จ. เส้นทีอ่ อกจากจุดกำเนิดทำมุม 45º
23
7. สินค้าใดต่อไปนีเ้ ม่ือลดราคาสนิ คา้ แล้ว จะทำใหผ้ ูผ้ ลติ มีรายรับเพม่ิ ขน้ึ
ก. เครื่องดื่ม ข. เคร่อื งจักร
ค. ขา้ วราดแกง ง. กระเปา๋ แฟช่นั
จ. อาหารแห้ง
8. สินคา้ เกษตรมีคา่ ความยืดหยนุ่ ของอุปทานต่อราคาเท่ากับข้อใด
ก. Es = 0 ข. Es = 1 ค. Es > 1 ง. Es < 1 จ. 0 > Es > 1
9. สนิ คา้ ใดตอ่ ไปนม้ี คี า่ ความยืดหย่นุ ของอุปทานตอ่ ราคา (Es) เท่ากับศูนย์
ก. เครือ่ งเพชร ข. วตั ถโุ บราณ
ค. ยารักษาโรค ง. เครื่องนุง่ หม่
จ. รถยนต์
10. การท่ีสนิ ค้าชนดิ หนึ่งมคี า่ ความยดื หยุ่นของอปุ ทานเท่ากบั ∞ หมายความตามข้อใด
ก. สินคา้ ชนดิ นนั้ เปน็ สนิ ค้าจำเป็น
ข. สนิ คา้ ชนดิ นั้นเปน็ สินค้าฟ่มุ เฟอื ย
ค. ถ้าผ้ขู ายรายหนึ่งตงั้ ราคาสงู กวา่ ราคาตลาด จะขายสินคา้ ไม่ได้เลย
ง. ถา้ ผู้ขายรายหนง่ึ ต้งั ราคาสูงกวา่ ราคาตลาด จะมสี นิ ค้าไมพ่ อขาย
จ. ณ ราคาเดิม ปริมาณขายสนิ ค้าไม่จำกดั จำนวน แตถ่ า้ ลดราคาเพยี งนดิ เดยี ว ผู้ขายจะไมน่ ำสนิ ค้า
ออกมาขายเลย
24
ตอนท่ี 3 จงใชต้ วั เลอื กตอ่ ไปนีต้ อบคำถามขอ้ 1 – 5
ก. อปุ สงคม์ คี วามยดื หยนุ่ สมบูรณ์
ข. อปุ สงคม์ ีความยืดหยุ่นมาก
ค. อปุ สงคม์ คี วามยืดหยนุ่ คงท่ี
ง. อุปสงค์มีความยดื หย่นุ นอ้ ย
จ. อปุ สงค์ไม่มคี วามยืดหยนุ่ เลย
1. ถ้าสนิ ค้า A ไม่ว่าราคาจะสงู ขนึ้ หรอื ลดลง ปรากฏว่าไม่มีผลทำให้ปริมาณซ้ือเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด
แสดงวา่ สินค้า A มีความยดื หยนุ่ ของอุปสงค์ต่อราคาประเภทใด ……....................................….………..
2. ถา้ สนิ คา้ A เมือ่ ผผู้ ลติ ขน้ึ ราคาเพยี งนิดเดียว ผู้บรโิ ภคจะไม่ซ้อื สินค้าจากผผู้ ลิตคนน้ันเลย แสดงวา่
สินค้า A มีความยดื หย่นุ ของอุปสงค์ตอ่ ราคาประเภทใด ………...........................…………………………….
3. ถา้ สินคา้ A เมอื่ ราคาเปล่ยี นแปลงไป 1% มผี ลทำให้ปรมิ าณซื้อเปลี่ยนแปลงไป 0.5% แสดงวา่ สนิ ค้า A
มคี วามยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาประเภทใด …..........................................…………………………………
4. ถา้ สินคา้ A เมอ่ื ราคาเปลี่ยนแปลงไป 1% มีผลทำใหป้ ริมาณซ้อื เปลีย่ นแปลงไป 2% แสดงวา่ สนิ คา้ A
มีความยดื หยุน่ ของอปุ สงค์ตอ่ ราคาประเภทใด ….........................................………………………………….
5. ถ้าสนิ คา้ A เมอื่ ราคาเปลย่ี นแปลงไป 1% มผี ลทำใหป้ รมิ าณซื้อเปล่ียนแปลงไป 1% แสดงวา่ สินคา้ A
มีความยดื หย่นุ ของอปุ สงคต์ อ่ ราคาประเภทใด …………….........................................……………………….
25
ใบงานท่ี 1
กำหนดใหส้ มการอปุ สงคแ์ ละอุปทานของตลาดปาลม์ น้ํามันในจังหวดั สุราษฎรธ์ านเี ป็นดงั น้ี
QD = 40 – 8P
Qs = 7 + 3P
(ก) สรา้ งตารางอุปสงค์ และตารางอุปทาน
(ข) หาราคาและปริมาณดุลยภาพของตลาด
(ค) ณ ราคาดุลยภาพ หาค่าความยืดหย่นุ ของอุปสงคแ์ ละอุปทาน
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
26
ใบงานท่ี 2
“เส้นอปุ ทานท่เี ป็นเส้นตรงจะมคี ่าความชันคงท่ี ดังนนั้ จึงมีค่าความยืดหยนุ่ คงทีด่ ว้ ย” ข้อความน้ี
ถกู ต้องหรอื ไม่ อธบิ าย
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ใบงานท่ี 3
วิเคราะห์ผลกระทบของการเกบ็ ภาษนี ำเข้าจากประเทศผู้นำเขา้ สินคา้ แต่กรณีนเ้ี กบ็ ในอัตราไม่
สงู นัก
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
27