The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สีพาสเทล บ้าน กระดาษเปล่า เอกสาร ขอบกระดาษ A4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ŚŢŘÂŃĠÈŘ ŤĤÊŃ FŔÍÈŃĐŜ, 2023-09-15 11:39:32

สีพาสเทล บ้าน กระดาษเปล่า เอกสาร ขอบกระดาษ A4

สีพาสเทล บ้าน กระดาษเปล่า เอกสาร ขอบกระดาษ A4

เรื่อง อารยธรรมโรมัน จัดทำ โดย นาย พศวัต ดารามาตย์ เสนอ คุณครู ศักดิ์นรินทร์ ดินรัมย์ โรงเรียน ประชาธิปัตย์วิทยาคาร รายงาน


อารยธรรมโรมัน 1. ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่มีผลต่ออารยธรรมโรมัน อารยธรรมโรมันกำ เนิดที่คาบสมุทรอิตาลี ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ ของทวีปยุโรป โดยมีลักษณะเป็นแหลมยื่นลงไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา และเนินเขา ได้แก่ เทือกเขาแอลป์ ทางทิศเหนือซึ่งกั้นคาบสมุทรอิตาลีออกจากดินแดนส่วนอื่นของทวีปยุโรป และเทือกเขาแอเพนไนน์ซึ่งเป็นแกนกลางของคาบสมุทร ส่วนบริเวณ ที่ราบมีน้อยและมีที่ราบน้อย จึงทำ ให้การตั้งถิ่นฐานของชุมชนอยู่อย่าง กระจัดกระจายเป็นชุมชนเล็กๆ พื้นที่การเกษตรมีไม่มากนัก แต่เมื่อ ประชากรเพิ่มขึ้น บริเวณดังกล่าวไม่สามารถรองรับการเกษตรที่ขยายตัว ได้ จึงเป็นสาเหตุที่ชาวโรมันขยายดินแดนไปยังดินแดนอื่นๆ


2. สมัยสาธารณรัฐ พวกอิทรัสกัน โดยได้รับอารยธรรมของกรีก ซึ่งต่อ มาได้อพยพเข้ามาในแหลมอิตาลี จึงได้นำ เอาความเชื่อใน ศาสนาและเทพเจ้าของกรีก ศิลปะการแกะสลัก การทำ เครื่องปั้นดินเผา ตัวอักษร การทำ นายจากการดูเครื่องในของ สัตว์และการบินของนก การสร้างซุ้มประตูโค้ง (Arch) และ ประติมากรรมเทพเจ้าเข้ามาเผยแพร่ นอกจากพวกอิทรัสกัน แล้วยังมีชนเผ่าอื่น ๆ อีก เช่น พวกละติน ต่อมาได้ตกมาอยู่ ภายใต้การปกครองพวกอิทรัสกัน


ในระยะแรกปกครองระบอบกษัตริย์ เรียกว่า อิมพิเรียม (Imperium) กษัตริย์จะสภาซีเนตหรือสภาขุนนางเป็นที่ปรึกษาโดย สมาชิกจะอยู่ในชนชั้นพาทรีเชียน (patrician) แต่ต่อมาพวกละติน ได้ขับไล่อิทรัสกันออกจากบัลลังก์และตั้งกรุงโรมขึ้น แต่อำ นาจการ ปกครองยังเป็นดินแดนของพวกพาทริเชียน (patrician) เท่านั้น ส่วนราษฎรที่เรียกว่า เพลเบียน (plebeian) ซึ่งเป็นสามัญชนหรือ ประชาชนส่วนใหญ่ เช่น ชาวไร่ ชาวนา ช่างฝีมือ ไม่มีสิทธิใดๆ ทางการเมืองและสังคมจนนำ ไปสู่ความขัดแย้งระหว่าง 2 ชนชั้น จนพวกเพลเบียนมีสิทธิออกกฎหมายร่วมกับพวกพาทริเชียน เรียก ว่า กฎหมายสิบสองโต๊ะ (Law of the Twelve Tables) เพื่อใช้ บังคับกับชาวโรมันทุกคน ซึ่งกฎหมายสิบสองโต๊ะนับเป็นมรดกชิ้น สำ คัญของโรมที่ถือเป็นแม่แบบของกฎหมายโลกตะวันตก ต่อมา โรมันได้ทำ สงครามพิวนิกกับพวกคาร์เทจ โดยมีสาเหตุมาจากการ แย่งผลประโยชน์ในเกาะชิชิลี ผลคือฝ่ายคาร์เทจแพ้ จึงทำ ให้โรมัน กลายเป็นรัฐที่มีอำ นาจสูงสุดในขณะนั้น


3. สมัยจักรวรรดิ ชาวโรมันเปลี่ยนการปกครองจากสาธารณรัฐมาใช้เป็น จักรวรรดิ และออกุสตุส (Augustus) เป็นจักรพรรดิหรือซีซาร์ (Caesar ) พระองค์แรกของจักรวรรดิโรมัน ในสมัยนี้โรมันเจริญถึงขีดสุดละได้ขยาย อำ นาจไปยังภูมิภาคต่าง ๆ และเมื่อศาสนาคริสต์ได้แผ่ขยายมาถึงดินแดน ทางภาคตะวันตกของปาเลสไตน์ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมัน ทำ ให้จักรวรรดิโรมันต่อต้านศาสนานี้อย่างรุนแรง แต่ในสมัยจักรพรรดิคอนส แตนตินมหาราชพระองค์ (Constantine the Great) ทรงให้เสรีภาพในการ นับถือศาสนา ทำ ให้จักรวรรดิโรมันกลายเป็นจักรวรรดิของคริสต์ศาสนา ทรง สร้างกรุงคอนสแตนติโนเปิล (ปัจจุบันคือ นครอิสตันบูลในประเทศตุรกี) ทาง ตะวันตกของจักรวรรดิโรมัน ต่อมาเรียกว่า จักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือ จักรวรรดิไบแซนไทน์ (Byzantine) จนกระทั่งสมัยปลายจักรวรรดิ โรมัน เผชิญปัญหาภายในทำ ให้ถูกพวก อนารยชนเผ่าเยอรมันหรือเผ่ากอธเข้าปล้น สะดม และขับไล่กษัตริย์ออกจากบัลลังก์ ถือเป็นการสิ้นสุดของจักรวรรดิ โรมันตะวันตก และประวัติศาสตร์สมัยโบราณ


4. มรดกของอารยธรรมโรมัน ความโดดเด่นของอารยธรรมโรมันเกิดจากรากฐานที่ แข็งแรง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมกรีกและอารยธรรมของดินแดนร อบๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผสานกับความเจริญก้าวหน้าที่เป็น ภูมิปัญญาของชาวโรมันเองที่พยายามคิดค้นสร้างระบบต่างๆ เพื่อดำ รง ความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันไว้ 4.1 สถาปัตยกรรม เน้นความใหญ่โต แข็งแรงทนทาน โดยชาวโรมันได้พัฒนา เทคนิคการก่อสร้างของกรีกเป็นประตูโค้ง (arch) และเปลี่ยนหลังคา จากจั่วเป็นโดม และสร้างอาคารต่าง ๆ เพื่อสนองความต้องการของรัฐ และ สาธาณชน เช่น โคลอสเซียม สถานที่อาบน้ำ สาธารณะ วิหาร แพนธีออน (Pantheon)


4.2 ประติมากรรม สะท้อนบุคลิกภาพของมนุษย์อย่างสมจริงตามธรรมชาติ และมี สัดส่วนงดงามเหมือนกรีก แต่โรมันจะเน้นพัฒนาศิลปะด้านการแกะสลักรูป เหมือนบุคคลสำ คัญๆ เช่น จักรพรรดิ นักการเมือง โดยเฉพาะในครึ่งท่อนบนจะ สามารถแกะสลักได้อย่างสมบูรณ์ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวา ชาวโรมัน เชื่อว่าการแกะสลักรูปเหมือนจริงที่สุดจะช่วยรักษาวิญญาณของคนนั้นเมื่อตายไป แล้วไว้ได้ นอกจากนี้ยังมีการแกะสลักภาพนูนต่ำ เพื่อบันทึกเรื่องรามทาง ประวัติศาสตร์และสดุดีวีรกรรมของนักรบ 4.3 ภาษาและวรรณกรรม ชาวโรมันพัฒนาภาษาละตินจากตัวพยัญชนะในภาษากรีกที่พวก อีทรัสกันนำ มาใช้ จนใช้กันแพร่หลายในมหาวิทยาลัยของยุโรปสมัยกลาง และ เป็นภาษาทางราชการของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ส่วนวรรณกรรม ระยะแรกเป็นบันทึกพงศาวดาร กฎหมาย ตำ ราการทหาร และการเกษตร ต่อ มามีการแต่งงานประพันธ์เป็นของตนเอง ได้แก่ เรื่อง อิเนียด ประพันธ์โดย เวอร์จิล งานประพันธ์ของซิเซโร เป็นต้น 4.4 วิศวกรรม การสร้างถนนคอนกรีต โดยถนนทั้ง 2 ข้างจะมีท่อระบายน้ำ และมีหลักบอก ระยะทาง นอกจากนี้ยังมีการสร้างสะพานส่งน้ำ (aqueduct) ขนาดสูงใหญ่ จำ นวนมากเพื่อนำ น้ำ วันละ 300 ล้านแกลลอนหรือประมาณ 8,505 ล้านลิตร จากภูเขาไปยังเมืองเพื่อให้ชาวเมืองได้ใช้


Click to View FlipBook Version