The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปัญหาอาชญากรรม 64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อภิญญา ฯ., 2023-01-11 22:24:12

ปัญหาอาชญากรรม 64

ปัญหาอาชญากรรม 64

โรงเรยี นทพั พระพทิ ยา

ปญั หาอาชญากรรม

ทาลายชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ของประชาชน

จดั ทาโดย

นางสาวณฐั ธดิ า ทองศริ ิ
นางสาวกมลวรรณ นาลาด
นางสาววรนุช ดืม่ โชค
นางสาวทพิ กฤตา ชนิ บตุ ร
นางสาวอภญิ ญา กนั ประกอบ
นางสาวปภาวรนิ ทร์ คลองงาม

*********

กติ ตกิ รรมประกาศ

การศกึ ษาวจิ ยั เรอื่ ง ปญั หาอาชญากรรมในชุมชน กรณีศกึ ษาโรงเรียนทพั พระยาพทิ ยา สาเร็จลลุ ่วงไปดว้ ยดผี ูว้ จิ ยั ขอขอบครุ พ
ระอาจารย์ท่ีได้มอบความรู้ตา่ ง ๆ ให้แก่ผ้วู ิจยั เพือ่ นาํ มาประกอบการทาํ วจิ ยั และนอกจากนนั ้ ผ้วู จิ ยั ขอขอบพระคณุ ขอกราบ
ขอบพระคณุ คณุ พ่อ และคณุ แม่ ทค่ี อยเป็นกําลงั ใจและเป็นแรงผลกั ดนั ทส่ี ําคญั ในการทํางานวิจยั ครัง้ นแี ้ ละได้มอบโอกาส
ทางการศึกษาให้ รวมถึงอาจารยผ์ ้สู อนทกุ ทา่ นทถี่ ่ายทอดความรู้และความสามารถตา่ งๆ ให้กับผ้วู ิจยั เพื่อให้สามารถ
นาํ เอาความรู้ความสามารถท่ีเรียนมาทาํ ให้เกิดประโยชน์สงู สดุ ตอ่ ไป ผ้วู ิจยั ต้องขอขอบพระคุณกลมุ่ ตวั อยา่ งทกุ ๆ ทา่ นท่ี
ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม และทําให้งานวจิ ยั ฉบบั นมี ้ ีความถกู ต้อง สมบรู ณ์ ครบถ้วนสดุ ท้ายนหี ้ ากมี
ข้อบกพร่องหรือผิดพลาดประการใด ผ้วู จิ ยั ขออภยั เป็นอย่างสงู และหวงั วา่ การศกึ ษาครัง้ นจี ้ ะมีประโยชนส์ าํ หรับหนว่ ยงาน
หรือบคุ คลท่เี ก่ียวข้อง ตลอดจนผ้ทู ี่สนใจ

บทคัดย่อ

การศึกษาเร่ือง การก่ออาชญากรรมในสถานศึกษา วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ศึกษาสภาพปัญหาอาชญากรรมท่ีเกิดขนึ ้ ในหม่บู ้าน
หรือทอี่ ย่อู าศยั สาเหตแุ ละปัจจยั ทสี่ ่งผลให้เสย่ี งต่อการก่ออาชญากรรมทงั ้ ด้านกายภาพปัจจยั ทเ่ี ออื ้ ต่อการประกอบ
อาชญากรรม ลกั ษณะของก่ออาชญากรรม และชอ่ งโอกาสในการเกิดอาชญากรรม ตลอดจนศกึ ษาแนวทางหรือมาตรการ
ท่ชี ่วยลดการตกเป็นเหย่ืออาชญากรรมการศกึ ษาครัง้ นเี ้ป็นการวจิ ยั เชิงสํารวจ โดยศึกษากลมุ่ ตวั อยา่ งของนกั เรียนโรงเรียน
ทพั พระยาพิทยาจาํ นวนทงั ้ 100 คนประเภทอาชญากรรมเป็น 2 ประเภทหลกั คอื อาชญากรรมที่เกี่ยวกบั ทรัพยแ์ ละ
อาชญากรรมท่เี กี่ยวกับชีวติ ร่างกาย และเพศ จากการศกึ ษาพบวา่ กล่มุ ตวั อย่างมปี ระสบการณ์การเกิดอาชญากรรม
เก่ียวกับการถกู คกุ คามลอบตดิ ตามหรือข่มข่มู ากทสี่ ดุ สาํ หรับอาชญากรรมทเี่ ก่ียวกบั ทรัพยน์ นั ้ ซง่ึ ผลการศึกษาสะท้อนให้
เห็นถึงรูปแบบการเกิดอาชญากรรมในพนื ้ ท่ีโดยรอบ

สารบญั

1 บทนาํ
1.1 ท่ีมาและความสาํ คญั
1.2 วตั ถปุ ระสงค์
1.3 คําถามวจิ ยั
1.4 ขอบเขตด้านการศกึ ษา
1.5 ประโยชน์ทไี่ ด้รับจากการศกึ ษา
2 แนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวข้อง
2.1 ทฤษฎกี ิจวตั รประจาํ วนั (Routine Activity Theory)
2.2 ทฤษฎรี ูปแบบอาชญากรรม (Crime Pattern Theory)
2.3 ทฤษฎีคดิ ก่อนกระทําผดิ (Rational Choice Theory)
2.4 การก่ออาชญากรรม
3 วิธีการดาํ เนนิ การวจิ ยั
3.1 ข้อมลู และแหล่งข้อมลู
3.2 การนาํ เข้าข้อมลู
3.3 การวเิ คราะหข์ ้อมลู

4 ผลการวจิ ยั

4.1 ผลการดาํ เนินการ

5.บทสรุป
5.1 สรุปผลการวิจยั
5.2 อภปิ รายผล 5.3 ข้อเสนอแนะ

บทท่ี 1

บทนา

1.1 ท่มี าและความสาคัญ

อาชญากรรมในสงั คมในปัจจบุ นั ทปี่ รากฏเป็นขา่ วตามสือ่ ตา่ ง ๆ เช่น การฆาตกรรม การทะเลาะววิ าท

ขม่ ขืนหรือกระทําชาํ เราทางเพศ การปล้นชิงทรัพย์และสร้างความเดอื ดร้ อนแก่ประชาชน ประชาชนส่วนใหญ่ ระบุ

ว่ามีความรุนแรงเกิดขนึ ้

มากจากสภาพสงั คมในปัจจบุ นั มกี ารเปลย่ี นแปลงไป เศรษฐกิจเริ่มมคี วามซบเซาผ้คู นมีความเครียดสงู อารมณ์

ร้ อนและรุนแรงมากขนึ ้ สภาพจติ ใจแย่ลงขาดสตศิ ีลธรรม ไมม่ จี ติ ใต้สาํ นกึ เกิดพฤตกิ รรมการเลียนแบบ มเี หตใุ ห้

เกิดขนึ ้ บอ่ ย ผ้กู ่อเหตมุ ีอายนุ ้อยลงหรือยงั ไม่บรรลนุ ิติบรรลภุ าวะ ทงั ้ ยงั มีความรุนแรงและโหดเหยี ้ มมากขนึ ้ เร่ือย ๆ

สว่ นหน่งึ เกิดจากสภาพแวดล้อม การเลยี ้ งดจู ากครอบครัว ผ้ปู กครองขาดการเอาใจใสไ่ มม่ เี วลาให้กฎหมายออ่ นแอ

ไม่มคี วามเดด็ ขาดและมแี รงงานตา่ งด้าวเข้ามาทาํ งานในประเทศไทยมากขนึ ้ กฎหมายไมม่ คี วามเดด็ ขาดจงึ ทําให้

ผ้คู นกล้าที่จะก่อเหตไุ ม่มีความเกรงกลวั ต่อกฎหมาย คนใจร้ อนกนั มากขนึ ้ มคี วามเหลอ่ื มลาํ ้ ทางสงั คม การแตง่ กาย

ของผ้หู ญิงที่มีความล่อแหลม มกี ารก่อเหตอุ าชญากรรมแบบรายวนั และสอื่ ทกุ วนั นเี ้ข้าถึงได้ง่ายมีเทคโนโลยีที่

ทนั สมยั ทงั ้ อินเตอร์เน็ต โทรศพั ท์มือถือ แลบ็ ท็อปและคอมพวิ เตอร์ อยใู่ นชว่ งเศรษฐกิจตกตา่ํ ผ้คู นล้มเลกิ กิจการ

เกิดปัญหาคนวา่ งงาน ความแตกตา่ งระหว่างคนจนกบั คนรวย จงึ ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมทมี่ ีผลกระทบตอ่ คน

ในสงั คมไทยทงั ้ ในด้านชวี ติ ร่างกาย และทรัพยส์ ิน เป็นปัญหาทส่ี ําคญั มากทตี่ ้องการแก้ไขให้หมดไป

เน่ืองจากอาชญากรรมพนื ้ ฐานเป็นอาชญากรรมท่ีเกิดขนึ ้ ได้ในชีวิตประจาํ วนั ส่งผลกระทบต่อความ

ปลอดภยั ในชีวติ และทรัพยส์ นิ ของประชาชน อีกทงั ้ ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเหยือ่ / ผ้เู สียหายและสงั คม ทาํ

ให้ผ้คู นเกิดความหวาดกลวั มีผลกระทบตอ่ การดําเนนิ ชวี ิตทาํ ให้บคุ คลไม่เข้าร่วมกิจกรรมของสงั คม ยอมสละ

โอกาสในการหาความสขุ การตดิ ตอ่ สมั พนั ธ์กันและความไว้วางใจกันมนี ้อยลง สถานทสี่ าธารณะขาดความ

ปลอดภยั หรือมคี วามปลอดภยั น้อยกวา่ ทีค่ วร จะเป็นสภาพสงั คมโดยทวั่ ไปทข่ี าดความสงบสขุ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่

ในปัจจบุ นั อาชญากรรมได้มีการพฒั นาควบคไู่ ปกบั ความเจริญของสงั คมและเทคโนโลยแี ละผลของการกระทาํ ของ
บคุ คลในสงั คมนนั ้ เอง สงั คมยิง่ มคี วามเจริญมากเทา่ ใด อาชญากรรมก็จะเจริญเติบโตมากขนึ ้ เป็นเงาตามตวั ซ่งึ เป็น
พฤตกิ รรมท่ไี ม่อาจหลกี เลย่ี งได้

สถานศกึ ษาในประเทศไทยนนั ้ มีความสาํ คญั มากเนอ่ื งจากประชาชนโดยทวั่ ไปมองวา่ เป็นสถานทข่ี ดั เกลา
พฤตกิ รรมการเรียนรู้ให้ความรู้แก่เยาวชนทงั ้ ในด้านวิชาการ การกีฬา คณุ ธรรมจริยธรรมและสอนถึงการใช้ทกั ษะ
ชวี ติ ในสงั คมเพอ่ื บรรลเุ ปา้ หมายให้สําเร็จในชวี ติ ทงั ้ ยงั เหลา่ อาจารยค์ อ่ ยอบรมสงั่ สอน จงึ ทาํ ให้ผ้ปู กครอง
หลายทา่ นไว้วางใจในการส่งเยาวชนเหลา่ นเี ้ข้ารับการศกึ ษาได้อยา่ งปลอดภยั
แต่คงไมม่ ใี ครคาดคดิ วา่ สถานศกึ ษานนั ้ เองก็ไมม่ คี วามปลอดภยั เสมอไป หลายคนอาจจะเคยได้ยินข่าวตาม
สอ่ื ต่าง ๆ ทเ่ี ก่ยี วกับอาชญากรรมทีเ่ กิดขนึ ้ ในสถานศึกษา เชน่ ในโซเชยี ล หนงั สือพมิ พ์ ข่าวตามโทรทศั น์ ทไี่ ด้มี
การออกมานาํ เสนอขา่ วเก่ียวกับการก่ออาชญากรรมในสถานทที่ ี่ตนอาศยั อยู่ เชน่ การลกั ขโมย
ทรัพย์สนิ การคกุ คามทางเพศ การลว่ งละเมิดทางเพศ การทาํ ร้ายร่างกาย การใช้วาจาทาํ ร้ายจติ ใจ การคดโกง
ฯลฯ มีผ้คู นจาํ นวนมากได้รับผลกระทบของการก่ออาชญากรรมเหลา่ นี ้

1.2 วัตถปุ ระสงค์:

เพ่อื ศึกษาถึงรูปแบบปัญหาการเกิดอาชญากรรมทเ่ี กิดขนึ ้

1.3 คาถามงานวจิ ยั

1) อาชญากรรมทเ่ี กิดขนึ ้ ในหม่บู ้านมสี ภาพปัญหาเป็นอยา่ งไร
2) สาเหตแุ ละปัจจยั ใดบ้างที่สง่ ผลให้เสย่ี งต่อการก่ออาชญากรรมและช่องโอกาสการเกิดอาชญากรรมเป็นอยา่ งไร

1.4 ขอบเขตด้านการศกึ ษา

1) ขอบเขตด้านพนื ้ ที่ พนื ้ ท่ีศกึ ษาคอื หมบู่ ้านโคกสงู
2) ขอบเขตด้านเนอื ้ หา ซึง่ ได้แก่ประเภทอาชญากรรม

-อาชญากรรมทเ่ี ก่ียวกับทรัพย์ - อาชญากรรมทเี่ กยี่ วชวี ิต ร่างกาย และเพศ

3) ขอบเขตด้านประชากรและกล่มุ ตวั อยา่ งในงานวิจยั โดยประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง

1.5 ประโยชน์ท่ไี ด้รับจากการศกึ ษา

1) ทําให้ทราบพฤตกิ รรมการใช้ชวี ติ ท่ีเสีย่ งตอ่ การก่ออาชญากรรม การประสบปัญหาอาชญากรรม
2) ทาํ ให้ทราบถึงแนวทางการปอ้ งกันตนเองจากการก่ออาชญากรรม

บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ัยท่เี ก่ียวข้อง

ในการศกึ ษาวจิ ยั ครัง้ นี ้ผ้วู ิจยั ได้ทาํ การค้นคว้าเอกสารเพอ่ื ศกึ ษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวจิ ยั
ทเี่ กี่ยวข้องมาใช้เป็นกรอบในการศกึ ษา โดยเลือกแนวคิดและทฤษฎีที่ตอบคาํ ถามวิจยั และวตั ถปุ ระสงค์ของการ
วจิ ยั ผ้วู จิ ยั ได้นาํ แนวคดิ และทฤษฎเี กยี่ วกับการก่ออาชญากรรมมาใช้อธิบายถึง สาเหตุ ปัจจยั และพฤติกรรมของ
อาชญากรรม รวมทงั ้ แนวคิดทฤษฎีเก่ียวกับการ ควบคมุ อาชญากรรมจากสภาพแวดล้อมนาํ มาใช้
เป็นแนวทางในการอธิบายสาเหตขุ องการเกิด อาชญากรรมทีเ่ กิดจากสภาพแวดล้อม และผ้วู ิจยั ยงั ได้นําแนวคิด
และทฤษฎีดงั กลา่ วมาประยกุ ตใ์ ช้เสนอแนะแนวทางหรือมาตรการปอ้ งกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและลดการก่อ
อาชญากรรมในในชมุ ชน ซ่ึงมีสาระสาํ คญั โดยสงั เขป ดงั ตอ่ ไปนี ้

2.1 ทฤษฎกี จิ วัตรประจาวัน (Routine Activity Theory)

พรชยั ขนั ตี (2558) ได้อธิบายถึงทฤษฎนี วี ้ า่ นกั อาชญาวทิ ยาโคเฮนและเฟลสนั (Cohen And Felson)
ได้ให้ความหมายของปกติวสิ ยั (Routine Activity) คือ กิจวตั รหรือการกระทาํ ใดของบคุ คลทเี่ กิดขนึ ้ บอ่ ยครัง้ หรือ
เป็นประจาํ ทงั ้ ทรี่ ู้ตวั หรือไม่รู้ตวั ซ่ึงการกระทาํ เป็นประจําจนเป็นปกตวิ สิ ยั นนั ้ อาจทาํ ให้อาชญากรมองเห็นโอกาส
หรือชอ่ งโหวท่ จี่ ะก่อเหตอุ าชญากรรมได้ เช่น การออกไป ทํางานทกุ ๆ วนั ปลอ่ ยให้บ้านไมม่ ีคนเฝา้ คนร้ ายอาจ

เฝา้ ดทู กุ วนั และอาศยั ชอ่ งโอกาสท่เี จ้าของบ้าน ไมอ่ ยบู่ กุ รุกเข้าไปในบ้าน การสวมใส่เคร่ืองประดบั ที่มีราคาแพง
แบบเปิดเผยเป็นประจําเป็นเหตลุ อ่ ตา ลอ่ ใจคนร้ายให้ทําการชงิ ทรัพย์ได้ หรือนกั ศกึ ษาท่ีเดนิ เท้าบริเวณริมถนน
พร้ อมกับก้มหน้าเลน่ โทรศพั ทม์ ือถือเป็นประจาํ มโี อกาสทจี่ ะถกู อาชญากรชิงหรือว่งิ ราวโทรศพั ท์ไปได้ เป็นต้น
โคเฮนและเฟลสนั นนั ้ มสี มมติฐานวา่ การเกิดอาชญากรรมนนั ้ เกิดจากการกระทาํ ทีเ่ ป็นนสิ ยั ประจาํ ของ
เหยื่อประสมกับองค์ประกอบตา่ งๆทีเ่ หมาะสม โดยมอี งคป์ ระกอบ 3 ประการ ในการเกิดอาชญากรรม ดงั นี ้

1) เหย่ือ หรือ เปา้ หมายท่เี หมาะสม (Suitable Target)

องคป์ ระกอบประการแรกของการเกิดอาชญากรรมคอื เหยือ่ หรือเปา้ หมายทีเ่ หมาะสม เชน่ การปล้นร้ านทอง
เนอ่ื งจากมขี องมีค่ามากมาย
ศึกษาทาํ กิจกรรมสนั ทนาการซ้อมกิจกรรมจนดกึ กลบั บ้านคนเดยี วในซอย เปลีย่ วเสยี่ งตอ่ การก่ออาชญากรรม เป็นต้น

2) ความออ่ นแอของผ้ดู แู ล (Absence of Capable Guardian)

องค์ประกอบประการท่ีสอง คอื ผ้ดู แู ลไม่อยู่ หรือมีอยแู่ ต่ไม่มีประสทิ ธิภาพ ซงึ่ ผ้ดู แู ลก็คือ ส่งิ ใดก็ตามที่
สามารถยบั ยงั ้ ไม่ให้อาชญากรรมเกิด สว่ นใหญ่จะเป็นคน หรืออาจเป็นอปุ กรณ์ก็ได้ เชน่ ตํารวจลาดตระเวน
พนกั งานรักษาความปลอดภยั เพ่ือนบ้าน คน เฝา้ ประตู กล้องโทรทศั นว์ งจรปิด เป็นต้น

3) บคุ คลที่มีแนวโน้มหรือแรงจงู ทจี่ ะกระทาํ ความผิด (Likely and Motivated Offenders)

องค์ประกอบประการท่ีสาม คือ ตวั อาชญากรซึง่ คิดวา่ เหยอ่ื หรือเปา้ หมายมคี วามเหมาะสม และผ้ดู แู ล
ออ่ นแอ และตดั สนิ ใจท่ีจะกระทาํ ความผิด ซึง่ ตวั อาชญากรมีเหตผุ ลหลายประการท่ีจะกระทาํ การไปเชน่ นนั ้ เชน่
ความยากจน ติดยาเสพติด เด็กหรือเยาวชนทข่ี าดการดแู ลเอาใจใส่ แต่ทงั ้ นนี ้ อกจากองค์ประกอบแวดล้อมที่
เหมาะแก่การประกอบอาชญากรรมแล้ว ส่งิ ทีส่ าํ คญั อีกส่ิงหนึง่ คอื ความต้องการและสภาพจติ ใจของอาชญากรท่มี ี
ความประสงคจ์ ะประกอบอาชญากรรม เป็นส่งิ สาํ คญั ทจี่ ะทาํ ให้เกิดพฤตกิ รรมอาชญากรรมขนึ ้ หากสภาพจติ ใจ
ความคดิ ไมไ่ ด้มีความประสงคท์ จ่ี ะทําพฤตกิ รรมอาชญากรรมก็จะไม่เกิดขนึ ้

ตามทฤษฎีนหี ้ ากมี 3 องค์ประกอบครบมากเทา่ ใด บุคคลหรือทรัพยส์ นิ ยอ่ มจะมคี วามเสยี่ งสงู ทจี่ ะเกิด
อาชญากรรม หากต้องการไม่ให้มีอาชญากรรมเกิดขนึ ้ หรือต้องการทาํ ให้อาชญากรรมลดลง จะต้องตดั
องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนงึ่ ออกไป เช่น การไม่ใสข่ องมีค่ามากจนเกินไป การแต่งตวั

2.2 ทฤษฎีรูปแบบอาชญากรรม (Crime Pattern Theory)

ทฤษฎรี ูปแบบอาชญากรรมพฒั นาโดย Brantingham ม่งุ เน้นอธิบายสาเหตอุ าชญากรรมว่าเกิด
จากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมโดยเช่อื วา่ อาชญากรรมเกิดจากการที่อาชญากร ได้เข้าไปอยใู่ นสถานทแ่ี ละมโี อกาส
เลือกเหยอื่ ทเี่ หมาะสม หากมีโอกาสก็จะลงมอื ประกอบอาชญากรรมประทษุ ร้ ายต่อทรัพยห์ รือชวี ิตร่างกายและเพศ
โดยเหยื่อมีโอกาสถกู ประทษุ ร้ายได้ทกุ สถานทแี่ ละเวลา นอกจากนอี ้ าชญากรก็จะมีการเดนิ ทางไปมาเหมอื นเหยือ่
หรือบคุ คลทว่ั ไปแต่อาชญากรจาํ นวนมากจะไมล่ งมอื ประกอบอาชญากรรมในสถานที่ที่ตนเองไมค่ ้นุ เคยหรือไมเ่ คย
ไปมาก่อน อาชญากรมีแนวโน้มจะประกอบอาชญากรรมในบริเวณทีต่ นเองค้นุ เคย เนือ่ งจากเห็นวา่ มีโอกาสทจี่ ะ
หลบหนีได้หรือมคี วามมนั คงทางด้านจติ ใจ ดงั นนั ้ ทฤษฎีรูปแบบอาชญากรรมจงึ เหน็ วา่ สถานทเี่ กิดเหตเุ ป็นปัจจยั
สําคญั ในการประกอบอาชญากรรม โดยทฤษฎีรูปแบบอาชญากรรมจะอธิบายสาเหตกุ ารกระทําผิดโดยใช้ปัจจยั ท่ี
สาํ คญั 3 ประการได้แก่
1. Node หมายถึง สถานทท่ี ี่คนเดินทางและเดนิ ทางไปถึงทเ่ี หลา่ นที ้ าํ ให้เกิดการกกระทาํ ผิด ทงั ้
ในตวั สถานทีแ่ ละบริเวณใกล้เคยี ง
2. Paths หมายถึง บริเวณทีอ่ าชญากรหรือผ้กู ระทําผดิ เหน็ ว่าเป็นสถานทเ่ี หมาะสมท่จี ะลง มอื
ประกอบอาชญากรรมและตดั สนิ ใจที่ประกอบอาชญากรรม
3. Edges หมายถึง เขตแดนของบริเวณสถานทท่ี ี่บคุ คลอาศยั ทาํ งาน ท่องเที่ยวหรือไปเที่ยว
พกั ผ่อนหยอ่ นใจซงึ่ อาชญากรรมบางประเภทจะเกิดขนึ ้ ในบริเวณเขตแดนนี ้

2.3 ทฤษฎีคิดก่อนกระทาผิด (Rational Choice Theory)

ทฤษฎีคิดก่อนกระทาํ ผดิ เริ่มมกี ารนาํ เสนอสวู่ งการอาชญาวทิ ยาโดยนกั เศรษฐศาสตร์ เชน่ Becker
และ Crouch แม้วา่ เนอื ้ หาสาระบางประการและรูปแบบการนาํ เสนออาจจะแตกต่างกนั แต่มสี มมตุ ิฐาน

พนื ้ ฐานท่ีเหมอื นกนั 2 ประการคอื ประการท่ี 1 ทฤษฎกี ลมุ่ นเี ้ชือ่ วา่ บคุ คลเป็นผ้มู อี สิ ระในการเลือกทจี่ ะกระทาํ ผิด
กฎหมายและประการที่ 2 แนวทางในการเลอื กพฤตกิ รรมผิดกฎหมายขนึ ้ อย่กู ับการท่บี คุ คลจะได้รับความพึงพอใจ
หรือผลประโยชนส์ งู ซงึ่ ความ พงึ พอใจหรือผลประโยชนท์ ่ตี ้องการนนั ้ ไมจ่ าํ กัดเฉพาะในรูปของทรัพยส์ นิ เทา่ นนั ้ แต่
ยงั รวมถึงผลประโยชนห์ รือความพึงพอใจด้านจติ ใจด้วย
Cornish and Clarke เสนอว่าการศกึ ษาอาชญากรรมต้องมองว่าอาชญากรรม มีคณุ สมบตั ิ 2
ประการคอื คณุ สมบตั ขิ องการประกอบอาชญากรรมและคณุ สมบตั ขิ องตวั อาชญากร ซึ่งคณุ สมบตั ขิ องการ
ประกอบอาชญากรรม หมายถึงข้อเท็จจริงของอาชญากรจะมีพฤตกิ รรม แตกต่างกนั ไปตามรูปแบบอาชญากรรม
จะแตกตา่ งกนั ในด้านความชํานาญในการประกอบอาชญากรรมทรัพย์สนิ หรือผลประโยชนท์ ีจ่ ะได้รบั จากการ
กระทาํ ผิดและการมีอยอู่ ยา่ งแพร่หลายของเหย่อื อาชญากรรม สวนคณุ สมบตั ิของตวั อาชญากรหมายถึงความ
แตกต่างของตวั อาชญากรในการตดั สนิ ใจทจี่ ะประกอบอาชญากรรม ก่อนทจี่ ะกระทําผิดกฎหมายอาชญากรต้อง
คํานงึ ถึงสภาพแวดล้อมทว่ั ไปได้แก่ โอกาสในการกระทาํ ผดิ ผลเสยี ผลประโยชน์ ตลอดจนความเสยี่ ง รวมทงั ้ แรง
กระต้นุ หรือมลู เหตจุ งู ใจในการกระทาํ ผิดของอาชญากรผ้นู นั ้ ด้วย หลงั จากท่บี คุ คลได้คิด คาํ นวณถึงปัจจยั ต่าง ๆ ท่ี
เกี่ยวข้องกบั การประกอบอาชญากรรมแล้ว จงึ ตดั สินใจวา่ จะประกอบอาชญากรรมหรือไม่ จะเห็นได้ว่า
ผลประโยชนจ์ ากการกระทาํ ผิด นอกจากจะเป็นทรัพย์สนิ แล้ว ยงั รวมถึงความพึงพอใจหรือความสขุ ทางด้านจิตใจ
ด้วยและกระบวนการตดั สินใจในการประกอบ อาชญากรรมนจี ้ ะมีลกั ษณะเฉพาะตวั เทา่ นนั ้

2.4 การก่ออาชญากรรม

ความหมายของเหยอื่ อาชญากรรมว่า บคุ คลหรือกลุ่มบคุ คลผซู ้ ่ึงไดร้ บั
อนั ตรายแกร่ ่างกาย จติ ใจ หรอื ไดร้ บั ความเสยี หายตอ่ ทรพั ย์ หรอื ไดร้ บั ผลกระทบใด ๆ จากการกอ่ อาชญากรรม
หรอื เสยี สทิ ธิจากการกระทาหรอื ละเวน้ การกระทาการใดอนั เป็นความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น ถกู ลกั
ทรพั ย์ ถกู ทารา้ ยร่างกาย ถกู ขม่ ขนื ถูกหน่วงเหนี่ยวกกั ขงั เป็นตน้
สาเหตขุ องการตกเป็นเหยอ่ื อาชญากรรม
แยกสาเหตขุ องการตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรมโดยพจิ ารณาจากตวั เหยอ่ื

สามารถแยกสาเหตขุ องการตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรมได้ 6 สาเหตุ ดงั ต่อไปน้ี
1) พฤตกิ รรม
วถิ ชี ีวติ พฤตกิ รรมสว่ นร่วมในการกระทาผดิ เหยอื่ เป็นผยู ้ วั่ ยุ เหย่ือเป็นตวั กระตนุ้ หรอื เหยอื่ เองอาจเป็นตน้ เหตุ
ของการกระความทาผดิ เป็นตน้
2) บคุ ลกิ ภาพ
ผทู ้ มี่ บี คุ ลกิ ภาพทอ่ี ่อนแอ ผทู ้ ไ่ี ม่มนั่ ใจในตนเอง ผทู ้ ม่ี กั ยอมจานนต่อทกุ สถานการณแ์ ละทกุ คน ผทู ้ ี่
มคี วามคดิ ว่าตนเองมปี มดอ้ ยคดิ ในแง่ลบ เป็นอกี หนงึ่ สาเหตขุ องการตกเป็นเหยอ่ื อาชญากรรม
3) ลกั ษณะทางชีวภาพ
เดก็ ผหู ้ ญงิ และคนชรา บคุ คลเหลา่ น้มี คี วามอ่อนแอทางธรรมชาตซิ ่ึงงา่ ยตอ่ การก่ออาชญากรรม
4) สง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพ
สงิ่ แวดลอ้ มทางกายภาพ หรอื สถานทที่ ม่ี องเหน็ จบั ตอ้ งได้ ถา้ ขาดการดูแลไม่มรี ะบบรกั ษาความ
ปลอดภยั ทดี่ จี ะกลายเป็นสถานทเ่ี สย่ี ง
5) สภาพเศรษฐกจิ และสงั คม
ในสงั คมมคี วามเหลอ่ื มลา้ ดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คม คา่ นยิ มในวตั ถขุ องคนในสงั คม โอกาสเขา้ ถงึ
ทรพั ยากร เขา้ ถงึ การศกึ ษาเขา้ ถงึ สวสั ดกิ ารและการจา้ งงานของคนในสงั คมไมเ่ ท่าเทยี มกนั สภาพเหลา่ น้ี
บบี บงั คบั ใหค้ นในสงั คมกระทาความผดิ และแน่นอนว่าจะตอ้ งมผี ูท้ ตี่ อ้ งตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรม
6) การดาเนนิ งานของกระบวนการยุตธิ รรม
การดาเนนิ งานและขนั้ ตอนในการนาอาชญากรมาลงโทษลา่ ชา้ บางกรณขี าดความเป็นธรรมทาให้
เหยอ่ื รูส้ กึ ทอ้ แทต้ อ่ กระบวนการยุตธิ รรม บางกรณเี หยอื่ ไปแจง้ ความเพราะไม่ตอ้ งการใหเ้กดิ เหตซุ า้ อีกแต่
ไมไ่ ดร้ บั การช่วยเหลอื หรือดาเนินคดกี บั ผกู ้ ระทาผดิ บางกรณีเมอื่ คดถี งึ ขนั้ มคี าพพิ ากษาแลว้ บทลงโทษ
กลบั ไม่มีความเป็นธรรม เมอื่ เกดิ เหตกุ ารณเ์ ช่นน้ตี วั อาชญากรจงึ รูถ้ งึ ช่องว่างทางกฎหมาย การตดิ ตามจบั กมุ ของเจา้ หนา้ ทตี่ ารวจลา่ ชา้ ทา
ใหอ้ าชญากรยา่ มใจและเกดิ ความกาเรบิ กลา้ ทจี่ ะกระทาผดิ ซา้ อกี เพราะไมม่ คี วามเกรงกลวั ต่อกระบวนการยุตธิ รรม

บทท่3ี
วธิ กี ารดาเนินการวจิ ยั

การศึกษาปญั หาการก่ออาชญากรรมในชุมชนและพ้นื ทโี่ ดยรอบโดยการประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ ีการศึกษาโดยการรวบรวมขอ้ มลู การกอ่
อาชญากรรมในพ้นื ทตี่ าบลโคกสูงอาเภอโคกสูง จงั หวดั สระแกว้ และนาขอ้ มลู มาวเิ คราะหแ์ ละประยุกตใ์ ชก้ บั เทคโนโลยีภมู สิ ารสนเทศ
อยา่ ง เป็นแนวทางแกไ้ ขปญั หาเพอ่ื ลดการก่ออาชญากรรม

3.1 ขอ้ มลู และแหล่งขอ้ มูล

ขอ้ มูลเชิงบรรยาย เป็นการรวบรวมขอ้ มลู ทไ่ี ดม้ าจาก ผคู ้ นในชุมชนเป็นขอ้ มลู คดีการกอ่ อาชญากรรม ซึง่ ขอ้ มูลทจ่ี ะนามาใชใ้ นการ
วเิ คราะหค์ อื ขอ้ มลู จากขา่ วสารและโลกโซลเชยี ล
การกอ่ อาชญากรรม วนั /เดอื น/ปีทเ่ี กดิ เหตกุ ารณก์ อ่ อาชญากกรม และลกั ษณะของการก่ออาชญากรรม

3.2 การนาเขา้ ขอ้ มลู

1) การนาขอ้ มลู เขา้ จากขอ้ มูลการจดั บนั ทกึ ประจาวนั เป็นขอ้ มลู Excel (CSV)
ทาการรวบรวมขอ้ มลู คดี ซงึ่ ขอ้ มูลทไ่ี ดม้ าอยูใ่ นรูปแบบสมดุ จดบนั ทกึ ประจาวนั
จากนน้ั จงึ แปลขอ้ มลู นาเขา้ สู่โปรแกรม Microsoft Excel โดยลงขอ้ มูลพกิ ดั , วนั รบั แจง้ , เวลา,
วนั เกดิ เหตุ, สถานทเี่ กดิ เหต,ุ ลกั ษณะการเกดิ เหต,ุ ผบู ้ าดเจบ็ , ผเู ้สยี ชีวติ , ลกั ษณะการก่อเหตกุ ารณ,์ หมายเหตุ เป็นตน้

2) การนาขอ้ มูล Microsoft Excel
หลงั จากทไ่ี ดต้ าแหน่ง และขอ้ มูลการเกดิ อาชญากรรมในรูปแบบของ Microsoft

Excel

แสดงตวั อย่างขอ้ มลู ใน Google map

3.3 การวิเคราะหข์ อ้ มูล
การวเิ คราะหห์ าจดุ เสยี่ งและพฤตกิ รรมการเสยี่ งก่ออาชญากรรมในเขตชมุ ชน และพ้นื ทโ่ี ดยรอบ
โดยประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ ีกระบวนการการวเิ คราะหโ์ ดยใชเ้ ครื่องมอื 1. แบบสอบถาม 2. แบบสมั ภาษณ์ 3. แบบสงั เกต 4. แบบทดสอบ
ที่ ซงึ่ เป็นวธิ กี ารหน่งึ ของการคาดเดาความเสยี่ ง ซึง่ การศกึ ษาน้จี ะแบง่ การวเิ คราะหอ์ อกเป็น
ทางดา้ นพ้นื ท่ี และวเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมเสยี่ งทที่ าใหเ้กดิ อาชญากรรมในเขตชมุ ชน

บทท่ี 4
ผลการวิจยั

4.1 ผลการดาเนินการ

ในการศึกษาปญั หาอาชญากรรมและพ้นื ทโ่ี ดยรอบนน้ั มกี ารวเิ คราะหพ์ ้นื ทเ่ี สย่ี งของการเกดิ อาชญากรรม โดยการประยกุ ตใ์ ชร้ ะบบ
สารสนเทศภูมศิ าสตร์ มกี ารนาปจั จยั ต่างๆมาวเิ คราะห์ โดยเทคนิคการประมาณค่าไดท้ าการวเิ คราะหใ์ น 2 ประเดน็ ไดแ้ ก่
1) การวเิ คราะหพ์ ้นื ทเี่ สย่ี ง ทเี่ กดิ เหตบุ ่อยครง้ั
2) การวเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมของผขู ้ บั ข่ี ซ่งึ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี
1) การวเิ คราะหพ์ ้นื ทเี่ สยี่ งทเี่ กดิ อาชญากรรม
มกี ารเกดิ ข้นึ กระจายตวั ตามจดุ ตา่ งๆ ซง่ึ อาชญากรรมส่วนใหญ่มกั เกดิ บริเวณทเี่ ป็นทางเปลยี่ ว มดื ปลอดสายตาผคู ้ น
เป็นตน้ ซึ่งสาเหตสุ ว่ นใหญน่ นั่ เกดิ จาก เป็นผหู ้ ญงิ เป็นเดก็ แตง่ ตวั โป๊ มขี องมคี ่าตดิ ตวั เดนิ ทางคนเดยี ว
สาเหตทุ เี่ กดิ ข้นึ นนั้ เกดิ จากความโลภ หลง คลงั่ เป็นสว่ นใหญ่ ลกั ษณะการเกดิ อาชญากรรมทเี่ กดิ มากทสี่ ุดคอื การปลน้ จ้ชี งิ ทรพั ย์
การข่มขนื การทารา้ ยร่างกาย การคกุ คามทางเพศ
1.1) ในพ้นื ทเี่ ขตชุมชน
จากการวเิ คราะหแ์ ละจดุ ของการเกดิ อาชญากรรมในชมุ ชน พบวา่
บริเวณทมี่ กี ารเกดิ อาชญากรรมบอ่ ย คอื รา้ นทอง โลตสั โรงเรยี น โรงพยาบาล ทสี่ าธารณะ ตา่ งๆ
2) การวเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมของผูร้ า้ ย
จากการศกึ ษาพฤตกิ รรมการเกดิ อาชญากรรมพบว่า การเกดิ อาชญากรรมสว่ นใหญเ่ กดิ จากความโลภอยากได5้ 0% หนื ใคร่20 %
หา้ วแสดงความเป็นใหญ่ 20% เมา 10% เป็นตน้

บทท่ี 5
สรุป อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ

5.1 สรุปผลการวจิ ยั
การศกึ ษาวจิ ยั เร่อื ง การตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรมในชุมชน มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ศึกษาถงึ รูปแบบปญั หาการเกดิ
อาชญากรรมทเ่ี กดิ ข้นึ ภายในสถานศึกษา
จาแนกตามเพศ อายุ คณะ และชนั้ ปี กลุ่มตวั อยา่ งทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั ครง้ั น้ีเป็นผคู ้ นทวั่ ไปจานวน 100คน
เครอื่ งมอื ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เป็นแบบสอบถามออนไลนแ์ บบสอบถามประกอบดว้ ยกรอบคาถาม 5ตอน ไดแ้ ก่
ตอนท่ี 1 เป็นแบบสอบถามขอ้ มลู ทวั่ ไปของผตู ้ อบแบบสอบถาม เป็นแบบสอบถามเลอื กตอบ ไดแ้ ก่
เพศ อายุ
ตอนที่ 2 การสารวจแบบสอบถามคาถามทถ่ี ามว่า ทา่ นคดิ วา่ พ้นื ทใ่ี นชมุ ชนมกี ารเกดิ อาชญากรรมมากนอ้ ยเพยี งใด
(อาชญากรรม เช่น การลกั ขโมยทรพั ยส์ นิ ,การทารา้ ยร่างกาย,การขม่ ขู่ เป็นตน้ )
ตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามขอ้ มูลการเกดิ อาชญากรรมในชุมชน
ตอนท่ี 4สารวจการรบั รู ้ ปญั หาอาชญากรรม โดยเป็นแบบสอบถามแบบเลอื กตอบ
ตอนที่ 5 เป็นแบบสอบถามขอ้ มลู สาเหตขุ องปญั หาอาชญากรรมในชมุ ชน
สารวจบริเวณทที่ า่ นมปี ระสบการณเ์ ป็นเหยอ่ื ทางอาชญากรรมในบรเิ วณชมุ ชน
ผวู ้ จิ ยั นาแบบสอบถามทร่ี วบรวมไดม้ าตรวจสอบความถูกตอ้ งและความสมบรู ณแ์ ละประมวลผลโดยใช้
โปรแกรม Google Form และใชส้ ถติ เิ ชิงพรรณนาในการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ไดแ้ ก่คา่ ความถี่ คา่ รอ้ ยละ ค่าเฉลย่ี และ
คา่ ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบวา่ การตกเป็นเหยอ่ื อาชญากรรมในชมุ ชน กรณีศึกษา
จาแนกตามกลุม่ คดที เ่ี คยตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรม พบว่า เคยตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรมใน
กลุ่ม 2 คดปี ระทษุ รา้ ยต่อทรพั ยส์ นิ มากทสี่ ดุ รองลงมาคอื กลมุ่ ที่ 3 คดปี ระทษุ รา้ ยต่อเพศ กลมุ่ ท่ี 4 การตกเป็น
เหยอื่ อาชญากรรมทางคอมพวิ เตอรแ์ ละสดุ ทา้ ยการประทษุ ตอ่ ร่างกายและชวี ติ
จากการศกึ ษาน้ีในกลมุ่ ของการประทษุ รา้ ยตอ่ ทรพั ยส์ นิ พบวา่ กลุ่มตวั อย่างเคยตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรม

ถูกโจรกรรมรถจกั รยานยนตร์ วมไปถงึ ทรพั ยส์ นิ ในภายในรถมากทส่ี ุด ในกล่มุ ที่3 การประทษุ รา้ ยต่อเพศนนั้ กลุ่ม
ตวั อย่างเคยตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรมในดา้ นการถกู ลวนลามทางสายตามากทสี่ ดุ กล่มุ ที่ 4 การตกเป็นเหยอื่
อาชญากรรมทางคอมพวิ เตอรก์ ลมุ่ ตวั อยา่ งเคยตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรมประเภทน้ีในเรื่องถกู Cyberbully การกลนั่
แกลง้ บนโลกออนไลน์ มากทส่ี ดุ และสุดทา้ ยกลุ่มประทษุ รา้ ยตอ่ รา่ งกายและชวี ติ กลุม่ ตวั อยา่ งตกเป็นเหยอ่ื
อาชญากรรมในเรอื่ งการถูกคุกคาม ลอบตดิ ตามหรอื ขม่ ขู่มากทสี่ ดุ
5.2 อภปิ รายผล
ในการศึกษาการตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรมในชมุ ชน ผลการวจิ ยั
พบวา่ นกั เรียนและผคู ้ นทวั่ ไป มที ศั นะต่อแนวทางการป้องกนั ตนเองไมใ่ หต้ กเป็นเหยอ่ื อาชญากรรมใน
ดา้ นการไมท่ าตนเองใหเ้ป็นตน้ เหตุ ยวั่ ยุหรอื กระตนุ้ ใหเ้กดิ อาชญากรรมสูงสดุ หรอื เหน็ ดว้ ยในระดบั มากทส่ี ดุ
ซึง่ ศกึ ษาเรื่องแนวทางการป้องกนั ไมใ่ หต้ กเป็นเหยอ่ื อาชญากรรม : กรณศี กึ ษานกั เรยี นทอ่ี าศยั อยู่ทไี่ กลๆ ขอ้ แตกต่างของ
งานวจิ ยั คอื แตกต่างกนั แคเ่ พยี งขอ้ มูลของอาชญากรรมทใ่ี ชว้ เิ คราะห์
ไดท้ าการสารวจการตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรมของประชาชนในพ้นื ทจี่ งั หวดั ซงึ่ วเิ คราะหต์ ามกลมุ่ คดขี องสมาชกิ
ภายในครวั เรอื นของประชาชน
ในพ้นื ทจี่ งั หวดั พงั งา ทไี่ ดก้ ล่าวจาแนกตามกลุ่มคดี 5 กล่มุ ไดแ้ ก่ คดปี ระทษุ รา้ ยต่อร่างกาย คดปี ระทษุ รา้ ยตอ่
ทรพั ยส์ นิ คดปี ระทษุ รา้ ยตอ่ เพศ ถกู หลอกหลวงหรือแอบอา้ งใชข้ อ้ มลู /เอกสารส่วนตวั และอาชญากรรมรูปแบบ
ใหม่ มคี วามสอดคลอ้ งดา้ นการรบั รูภ้ ยั อาชญากรรม และขอ้ แตกต่างของงานวจิ ยั น้ีคอื แตกตา่ งกนั แคเ่ พยี งขอ้ มลู
ของอาชญากรรมทนี่ ามาใชใ้ นการวเิ คราะหเ์ ท่านน้ั
5.3 ขอ้ เสนอแนะ
จากการศกึ ษาพบวา่ กลมุ่ ตวั อย่างมปี ระสบการณก์ ารเกดิ อาชญากรรมเกย่ี วกบั การถกู คุกคาม ลอบตดิ ตาม
หรือขม่ ขมู่ ากทส่ี ุดในหมวดของการประทษุ รา้ ยตอ่ ร่างกาย ในหมวดของการประทษุ รา้ ยตอ่ ทรพั ยส์ นิ นน้ั กล่มุ
ตวั อยา่ งมปี ระสบการณก์ ารการถูกโจรกรรมรถจกั รยานยนตร์ วมไปถงึ ทรพั ยส์ นิ ในภายในรถมากทส่ี ุดและหมวด
สุดทา้ ยหมวดประทษุ รา้ ยตอ่ เพศ กลมุ่ ตวั อย่างมปี ระสบการณท์ างเรือ่ งของการถูกลวนลามทางสายมากทสี่ ุด ซึ่ง

สะทอ้ นใหเ้หน็ ถงึ รูปแบบการเกดิ อาชญากรรมในมหาวทิ ยาลยั และพ้ืนทโี่ ดยรอบ สว่ นสาเหตแุ ละปจั จยั นน้ั ยงั มี
ความหลากหลายไมเ่ ดน่ ชดั ควรศึกษาแบบเจาะลกึ เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มูลทมี่ คี วามถูกตอ้ งชดั เจน และเป็นประโยชนต์ ่อ
หน่วยงานในการแกไ้ ขปญั หา
การศึกษาครงั้ น้เี ป็นการศึกษาเชงิ ปริมาณ ควรมกี ารศกึ ษาในเชิงคุณภาพ ดว้ ยการสมั ภาษณแ์ บบเจาะลกึ
เพอื่ ใหไ้ ดค้ าตอบเพมิ่ เตมิ ในประเดน็ ทกี่ ารศึกษาเชิงปริมาณไมส่ ามารถทาไดอ้ ยา่ งเช่น การเกบ็ ขอ้ มลู จากผตู ้ อบ
แบบสอบถามทเี่ คยมปี ระวตั กิ ารเกดิ อาชญากรรม กบั ตนเองหรือคนใกลช้ ดิ เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทม่ี คี วามถกู ตอ้ งชัดเจน
เป็นประโยชนต์ อ่ หน่วยงานในการน าขอ้ มลู เหลา่ นน้ั ไปใชใ้ นการวางแผนการแกป้ ญั หาต่อไป และงานวจิ ยั น้ีสามารถ
นาไปศึกษาพฒั นาเพอื่ ตอ่ ยอดได้ โดยการใชเ้ ป็นฐานขอ้ มลู จดั เกบ็ ขอ้ มูลการเกดิ อาชญากรรมเพอื่ เป็นแนวทางใน
การป้องกนั การเกดิ อาชญากรรมในอนาคตได้


Click to View FlipBook Version