ภาษาไทย ชั้ นประถมศึ กษาปี ที่ ๖
คำนำ สำรบญั หน้ำ
๓
หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ (E-book) วชิ าภาษาไทยเล่มน้ี เป็นส่วน เร่ือง ๔
หน่ึงในรายวิชาภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ จดั ทาข้ึนเพ่ือช่วย ระดบั ของภาษา ๕
ใหผ้ เู้ รียนหรือผสู้ นใจ ที่ตอ้ งการศึกษาไดค้ วามรู้เกี่ยวกบั คาราชา ๖
ศพั ท์ ระดบั ของภาษา การใชภ้ าษาทางการ ภาษาก่ึงทางการภาษาไม่ ภาษาทางการ ๗
เป็นทางการหรือภาษาปาก ภาษาพูดและภาษาเขียน ใหม้ ีการใชค้ า ภาษาก่ึงทางการ ๗
ท่ีถูกตอ้ ง ภาษาไม่เป็ นทางการหรื อภาษาปาก
ภาษาพดู
คณะผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ หนงั สือเล่มน้ีจะสามารถให้ ภาษาเขียน
ความรู้แก่ผทู้ ี่ศึกษาไดอ้ ยา่ งมาก หากผดิ พลาดประการใดขออภยั ไว้
ณ ที่น้ี
คณะผจู้ ดั ทา
ระดั บของภาษา คือ ภำษำทม่ี รี ะเบยี บแบบแผน มศี ัพท์เทคนิคหรือศัพท์
วชิ ำกำรปะปน มกั ใช้เขยี นตำรำ ตดิ ต่อรำชกำร
ระดบั ภาษา คือ ความแตกต่างของภาษา ท้งั ภาษาพูด ภาษาเขียน
และภาษาทาทาง ซ่ึงควรใช้ให้เหมาะสมกับฐานะของบุคคลและ ระดบั ทำงกำร คำสรรพนำมทใ่ี ช้แทนตนเอง
กาลเทศะในการสื่อสาร ราชาศพั ท์ซ่ึงไดแ้ ก่ ระเบียบการใชถ้ อ้ ยคาให้ (สรรพนำมบุรุษท่ี ๑) มักใช้ กระผม ผม ดิฉัน ข้ำพเจ้ำ คำ
เหมาะแก่ช้นั ของบุดคล กเ็ ป็นเรื่อง เกี่ยวกบั ระดบั ภาษาดว้ ย สรรพนำมทใ่ี ช้แทนผู้รับสำร
(สรรพนำมบุรุษที่ ๒) มกั จะใช้ ท่ำน ท่ำนท้งั หลำย
๑. ภำษำทำงกำร *ส่วนภำษำระดับที่ไม่เป็ นทำงกำรและระดับกันเอง ผู้ส่งสำร
๒. ภำษำกง่ึ ทำงกำร จะใช้สรรพนำม ผม ฉัน ดิฉัน กัน เรำ หนู หรืออำจใช้คำนำม
๓. ภำษำไม่เป็ นทำงกำรหรือภำษำปำก แทน เช่น นิด ครู หมอ แม่ พ่อ พ่ี ป้ำ
๒. ภาษากึ่งทางการ ตัวอย่ำง เช่น
คือ ภำษำท่ีไม่เป็ นทำงกำรมำกนัก มีศัพท์วิชำกำรเท่ำท่ี ๓.ภาษาไม่เป็ นทางการหรอื ภาษาปาก
จำเป็ น มกั ใช้ในกำรอภปิ รำย กำรเขยี นข่ำว เร่ืองส้ัน คือ ภาษาท่ีใช้ทว่ั ไปในชีวิตประจาวนั มกั ใช้
สนทนาระหวา่ งคนคุน้ เคย
ภำษำระดับกึ่งทำงกำร คล้ำยกับภำษำระดับทำงกำร
แต่ ล ดควำมเป็ นงำนเป็ นก ำรล งบ้ ำง เพื่ อ ให้ เกิด
สัมพันธภำพระหว่ำงผู้ส่งสำรและผู้รับสำรซ่ึงเป็ นบุคคล
ในกลุ่มเดียวกัน มีกำรโต้แย้งหรือแลกเปลี่ยนควำมคดิ เห็น
กันเป็ นระยะๆ มักใช้ในกำรประชุมกลุ่มหรือกำรอภิปรำย
ก ลุ่ ม ก ำ ร บร ร ย ำ ยในช้ั น เ รี ยน ข่ ำ ว บท ค วำ มใ น
หนังสือพิมพ์ เนื้อหำมักเป็ นควำมรู้ทั่วไป ในกำรดำเนิน
ชีวิตประจำวัน กิจธุระต่ำงๆ รวมถึงกำรปรึกษำหำรือ
ร่วมกนั
ภำษำพดู
คือ ภำษำเฉพำะกล่มุ หรือเรียกว่ำ ภำษำปำก เช่น พวกภำษำ ๒. ภำษำพูด มักเป็ นภำษำไทยแท้ คือ ภำษำชำวบ้ำน เข้ำใจง่ำย เป็ นภำษำ
กล่มุ วยั รุ่น บำงคร้ังฟังแล้วดูไม่สุภำพ มกั ใช้พดู ระหว่ำงคนทส่ี นิท กง่ึ แบบแผน เช่น
สนมกนั มำกๆ
ผวั เมีย = สำมี ภรรยำ
ภำษำเขยี น ดำรำหนัง = ดำรำภำพยนตร์
ปอดลอย = หวำดกลวั
ภำษำเขยี นทลี่ กั ษณะเคร่งครัด ในหลกั ทำงภำษำ เรียกว่ำ ภำษำ
แบบแผน ระดบั ไม่เคร่งครัดมำกนัก เรียกว่ำ ภำษำกง่ึ แบบแผน ๓. ภำษำพูดมักเปลยี่ นแปลงเสียวสระและเสียงพยญั ชนะ รวมท้งั นิยมตดั
หรือ ภำษำไม่เป็ นทำงกำร คำให้ส้ันลง เช่น
ตัวอย่ำงเปรียบเทยี บภำษำพูดและภำษำเขยี น เริ่ด = เลศิ
เพ่ = พ่ี
๑. ภำษำพูดเป็ นภำษำเฉพำะกล่มุ หรือเฉพำะวยั เช่น จงิ อะป่ ำว = จริงหรือเปล่ำ
วยั โจ๋ = วยั รุ่น เจ๋ง = เยย่ี มมำก ๔. ภำษำพดู ยืมคำภำษำต่ำงประเทศ และมักตดั คำให้ส้ันลง
เช่น
เว่อร์ (Over) = เกนิ ควร เกนิ กำหนด
จอย (Enjoy) = สนุก เพลดิ เพลนิ
ก๊อบ(Coppy) = สำเนำ ต้นฉบบั
แห้ว = ผดิ หวงั
เดีย้ ง = พลำดและเจบ็ ตวั
มว่ั นิ่ม = ทำไม่จริงจงั และปิ ดบงั
ชั้ นปรภะาถษมาศไึ กทษยาปี ที่ ๖