วารสาร
NONGNAKHAM JOURNAL
" วิ ถี เ รี ย บ ง่ า ย ใ น ส า ย น้ำ "
ข อ บ คุ ณ รู ป ภ า พ จ า ก I ศั ก ด ริ น ท ร์ ข า ม ธ า ตุ
NONGNAKHAM
JOURNAL บทบรรณาธิการ
วารสารหนองนาคำ บ้านวังหินซา หมู่ที่ 10 ตำบลขนวน อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น เป็นอีก
หมู่บ้านหนึ่งที่ประสบภัยน้ำท่วมในปีนี้ เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ เป็น
ฉบับที่ 4 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 พื้นที่รับน้ำจากลำน้ำหลายสายที่ไหลมารวมกัน และชาวบ้านทุกคนรับรู้ว่าบ้านเรือน
จัดทำขึ้นโดยที่ทำการปกครองอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น ของตนอยู่ในเขตเขื่อนซึ่งเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ
เพื่อการประชาสัมพันธ์ สร้างสรรค์ภูมิปัญญา
พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน จากสถิติย้อนหลังเฉลี่ยแล้วทุกๆ 5 ปี จะมีน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร
บ้านวังหินซาอย่างต่อเนื่อง ครั้งที่ท่วมหนักที่สุดคือ เมื่อปีพ.ศ.2521 ครั้งนั้น
คณะที่ปรึกษา รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่าระดับน้ำท่วมหลังคาบ้านเรือนจำนวนหลายหลัง และถนนเข้าสู่
นายอำเภอหนองนาคำ หมู่บ้านถูกตัดขาด มีการอพยพผู้คนและสัตว์เลี้ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัย มีเพียง
นายจารึก เหล่าประเสริฐ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหนองนาคำ เรือเท่านั้นที่สามารถลำเลียงเคลื่อนย้ายข้าวของเครื่องใช้ได้ ซึ่งก็ยากลำบาก
นายปิยะพงษ์ คลังทอง พัฒนาการอำเภอหนองนาคำ มากเพราะน้ำลึกและเชี่ยว อีกทั้งเส้นทางยาวไกลกว่าจะลอยเรือไปถึงฝั่ ง นั่นเป็น
นายวิลาศ วันชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองนาคำวิทยาคม ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อ 43 ปีก่อน
นายรังสรรค์ เชื้อสาวะถี ศิลปินมรดกอีสานสาขาวรรณศิลป์ปี 2554/นักเขียน
น.ส.สุภาเพ็ญ พรมโสภณ ประธานสโมสรนักเขียนภาคอีสานฯ/นักเขียน ล่วงมาถึงปีนี้ หมู่บ้านวังหินซาถูกล้อมรอบไว้ด้วยมวลน้ำจำนวนมาก ซึ่ง
นายสมคิด สิงสง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านมูลนาค/นักเขียน หนุนเนืองจากเขื่อนขึ้นมาเอ่อท่วมบ้านเรือนและถนนหนทาง แม้สภาพโดยรวม
นายสังคม เภสัชมาลา ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอหนองนาคำ แล้วปริมาณน้ำจะไม่มากเท่าปี พ.ศ.2521 และถนนภายในหมู่บ้านยังสามารถที่
นายสรยุทธ วาระกูล ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนคอนสวรรค์ จะสัญจรผ่านไปมาได้สะดวก แต่ด้วยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทาง
นายอารี พลดร ราชการจึงได้แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
นายยุทธศักดิ์ ลุ่มใธสงค์
ด้วยความเคยชินกับวิถีชีวิตที่อิงอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เขื่อน ซึ่งต้อง
กองบรรณาธิการ เผชิญกับน้ำท่วมมาหลายครั้งหลายหน ราษฎรส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยกังวลหรือ
หวาดกลัวว่าน้ำจะเอ่อท่วมบ้านเรือนและส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตเท่าไหร่นัก
นายปิยะพงษ์ คลังทอง นายอำเภอหนองนาคำ เพราะเกือบทั้งหมู่บ้าน มีอาชีพทำประมงพื้นบ้านอยู่แล้ว ซึ่งได้เรียนรู้และสั่งสม
นางบุษกร ชินอ้วน ปลัดอำเภออาวุโส ประสบการณ์ที่จะอยู่กับสถานการณ์น้ำในภาวะต่างๆ ได้อย่างชำนาญ สามารถ
นายกำชัย หาจันดา ปลัดอำเภอ เอาตัวรอดได้เมื่อระดับน้ำเอ่อท่วมขึ้นมา
นายวรชัย ธรรมชาติ ปลัดอำเภอ
นายสมบัติ โหมดขาว ปลัดอำเภอ การประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านของพี่น้องบ้านวังหินซาดังกล่าวนี้ จึงเป็น
นางสาวรักษณาลี วงษาหาร ปลัดอำเภอ วิถีที่เต็มไปด้วยลีลาชีวิตที่ง่ายงาม พอมีพอกิน สุขสงบ และพึ่งพาอาศัยซึ่งกัน
นางจันสุดา ชัยเลิศ เสมียนตราอำเภอ และกัน เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายบนสายน้ำที่หลั่งไหลหนุนเนืองตลอดฤดูกาล ซึ่ง
นางสาวนวพร ไกรษร จนท.TST หากเปรียบเปรยกับชีวิตของคนเรา น้ำท่วมและน้ำแล้งในแต่ละฤดูกาล ก็คล้าย
นางสาวณัฐพร ศรีวิจารย์ จนท.TST กับสุขและทุกข์ของผู้คน ไม่จีรังยั่งยืน มีเกิด มีดับ มีเปลี่ยนแปลง หมุนวน นับ
นางสาววิชุดา อุ่นสา จนท.TST เนื่องมายาวนาน
นางสาวเกษร โพทิพยวงษ์ จนท.TST
นางสาวอรสา จันสนิท จนท.TST วารสารหนองนาคำ ฉบับที่ 4 ขอนำเสนอวิถีชีวิตเรียบง่ายในสายน้ำที่แปร
นายสราวุธ นามตะ จนท.TST เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เชิญชวนทุกท่านมาเฝ้ามองภาพชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน
ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ ที่รุ่มรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติล้ำค่ามากมาย ซึ่งซ่อน
ตัวอย่างเรียบง่ายและอบอุ่น อยู่ในเวิ้งน้ำท้ายเขื่อนอุบลรัตน์
CONTACT ปิยะพงษ์ คลังทอง
นายอำเภอหนองนาคำ
043-217-099
[email protected]
หมู่ที่ 8 ต.บ้านโคก อ.หนองนาคำ จ.ขอนแก่น 40150
https://sites.google.com/view/nkdopa
ที่ทำการปกครองอำเภอหนองนาคำ
สารบัญ
04 กิจกรรมเด่น 19 พื้นที่-วิถี-ศิลปะ
- วันปิยมหาราช - ประณิธานประพันธกร
โดย กองบรรณาธิการ โดย สมคิด สิงสง
05 รายงานจากหมู่บ้าน
- จิตอาสา
โดย กองบรรณาธิการ
06 ภูมิปัญญาชาวบ้าน 20 เรื่องเล่าจากเยาวชน
- คนเอาถ่าน - เหตุไฉน...ถึงต้องไปอียิปต์
โดย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ตำบลขนวน โดย พฤนท์ วันชัย
07-08 นวัตกรรม
- ศูนย์ข่าวอำเภอหนองนาคำ
โดย กองบรรณาธิการ 21 หน้าต่างความคิด
- นอนนา
09-10 เยือนท้องถิ่น โดย สังคม เภสัชมาลา
- ส่งเสริมการลดปริมาณขยะ
โดย เทศบาลตำบลหนองนาคำ 22-23 ซึมซาบกับกาพย์กลอน
- เหงื่อหลั่งรินโลมถิ่นไพร
11 ตามฮอยบ้านนามเมือง โดย ปิยะพงษ์ คลังทอง
- ภูมิปัญญาท้องถิ่น - บำบัดตนหนสุดท้าย
โดย วิลาศ วันชัย โดย ปราโมช ปราโมทย์
12-17 คนหนองนาคำในตำนาน 24-26 เรื่องสั้น (แปล)
- โนน นก ทา - ไส้เดือนน้อยมหัศจรรย์
โดย กองบรรณาธิการ โดย จินตรัย
18 ลมหายใจแห่งเขตน้ำแดนดิน 27 ผญา-พาเพลิน-เจริญใจ
- เรื่องเล่าวันน้ำมาก ผญา-พาเพลิน-เจริญใจ
โดย สมคิด สิงสง โดย บ่าวหมอนกิ่ว
28 แวดวงการศึกษา
- เปิดเทอม เปิดประเทศ
โดย สรยุทธ วาระกูล
กิจกรรมเด่น I กองบรรณาธิการ
" วั น ปิ ย ม ห า ร า ช "
พ ร ะ ปิ ย ม ห า ร า ช
ผู้ ธำ ร ง เ อ ก ร า ช ข อ ง ช า ติ ไ ท ย
" วั น ปิ ย ม ห า ร า ช " NONGNAKHAM JOURNAL
อำเภอหนองนาคำ
วันที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08.00 น. ณ บริเวณสนามหน้า
ที่ว่าการอำเภอหนองนาคำ นายปิยะพงษ์ คลังทอง นายอำเภอ-
หนองนาคำ เป็นประธานในงานพิธี “วันปิยมหาราช” ประจำปี
2564 โดยมีข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน
สมาคม ชมรม สโมสรและประชาชนชาวอำเภอหนองนาคำ ทุก
หมู่เหล่า เข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อเป็นการน้อม
รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า
อยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งงานพิธีในครั้งนี้ ประกอบด้วย พิธีวาง
พวงมาลาเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จ-
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และกิจกรรมจิตอาสา
ถวายเป็นพระราชกุศล (ปลูกต้นไม้มงคล)
ทั้งนี้ การดำเนินงานพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสม
และสมพระเกียรติ ตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่-
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่าง
เคร่งครัด
PAGE 04
รายงานจากหมู่บ้าน I กองบรรณาธิการ
จิ ต อ า ส า
ร่วมมือ คือพลัง
วันที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น.นายปิยะพงษ์ คลังทอง นายอำเภอหนองนาคำ มอบหมายให้ นางบุษกร ชินอ้วน
ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานฯ นายกำชัย หาจันดา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายสมบัติ โหมดขาว ปลัดอำเภอ ผู้รับผิด
ชอบประจำตำบลขนวน นายกเทศมนตรีตำบลขนวน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันทำแนวกระสอบทราย
กั้นน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเอ่อเข้าท่วมหมู่บ้าน บ้านกุดกั้ง หมู่ที่ 4 ตำบลขนวน อำเภอหนองนาคำ
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 05
ภูมิปัญญาชาวบ้าน I ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ตำบลขนวน
คนเอาถ่าน
ค น เ อ า ถ่ า น
ก า ร เ ผ า ถ่ า น ข อ ง ข้ า พ เ จ้ า จ า ก ก า ร ที่ ไ ด้ เ รี ย น รู้ ด้ ว ย
ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ข อ ง ตั ว เ อ ง นั้ น มี อ ยู่ 4 รู ป แ บ บ
1 . เ ผ า แ บ บ ถั ง แ ด ง เ ห ม า ะ สำ ห รั บ ก า ร ใ ช้ ใ น ก า ร ป ร ะ ก อ บ
ก า ร ร้ า น ค้ า อ า ทิ เ ช่ น เ นื้ อ ย่ า ง เ ก า ห ลี เ พ ร า ะ ถ่ า น เ ต า
ถั ง แ ด ง จ ะ มี ค ว า ม ร้ อ น ข อ ง ถ่ า น แ บ บ ช้ า ๆ อุ่ น ๆ ไ ม่ ร้ อ น
แ ร ง แ ล ะ ห ม ด ค ว า ม ร้ อ น ไ ด้ เ ร็ ว
2 . ถ่ า น เ ต า ผี ส า ม า ร ถ นำ ม า ใ ช้ ไ ด้ เ ช่ น กั น แ ต่ ค ว า ม ร้ อ น
ข อ ง ถ่ า น จ ะ มี น้ อ ย ก ว่ า ก า ร เ ผ า ด้ ว ย วิ ธี อื่ น ๆ
3 . ถ่ า น เ ต า อ บ ดิ น เ ป็ น ถ่ า น ที่ มี คุ ณ ภ า พ สู ง ที่ สุ ด เ พ ร า ะ
ส า ม า ร ถ ทำ ค ว า ม ร้ อ น ไ ด้ เ ร็ ว ที่ สุ ด ร้ อ น น า น แ ล ะ มี เ ถ้ า
ถ่ า น น้ อ ย
4 . ถ่ า น เ ต า แ ก ล บ โ บ ร า ณ เ ป็ น ถ่ า น ที่ ดั บ ไ ฟ ด้ ว ย น้ำ ซึ่ ง
ทำ ใ ห้ ถ่ า น เ ปี ย ก ชุ่ ม ก่ อ น ห น้ า ที่ จ ะ นำ ม า ผึ่ ง ใ ห้ แ ห้ ง แ ล้ ว นำ
ม า ใ ช้ ง า น จึ ง ทำ ใ ห้ ถ่ า น ไ ม่ มี ค ว า ม ร้ อ น ม า ก นั ก
( อ่ า น ต่ อ ฉ บั บ ห น้ า ) / เ ค ล็ ด ลั บ เ ผ า ถ่ า น ที่ ไ ม่ เ ห มื อ น ใ ค ร
PAGE 06 NONGNAKHAM JOURNAL
นวัตกรรม I กองบรรณาธิการ
ศูนย์ข่าวหนองนาคำ
(Nongnakham News)
ประยุกต์นวัตกรรม
สู่เครือข่ายการมีส่วนร่วม
เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์ชุมชน
และพัฒนาคุณภาพชีวิต
.
นายปิยะพงษ์ คลังทอง นายอำเภอ
หนองนาคำ เป็นประธานเปิดอบรม
โครงการพัฒนาศักยภาพข้าราชการ
ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ
เครือข่ายกลุ่มอาชีพอำเภอ ซึ่งมีผู้เข้า
รับการอบรมจำนวน 20 คน ระหว่าง
วันที่ 25-26 ตุลาคม 2564 โดยมี
วัตถุประสงค์ ดังนี้
" ศูนย์ข่าวหมู่บ้าน/ตำบล พัฒนาชุมชนยั่งยื่น "
1.เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการสื่อสารมวลชน 3.เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนวาระจังหวัด
การใช้สื่อออนไลน์ (Social Media) รูป ขอนแก่น “Khonkaen Smart City”
แบบต่างๆ ในการรายงานกิจกรรม หรือ ประยุกต์นวัตกรรม นำสื่อออนไลน์มา
ภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างถูกต้อง สร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม เพื่อ
รวดเร็ว เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ รองรับแผนการเปิดประเทศและพัฒนา
คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ซึ่งได้เลือกเอาวิถี
2.เพื่อจัดตั้งศูนย์ข่าวฝ่ายปกครองระดับ การทำประมงพื้นบ้าน บ้านวังหินซา หมู่
หมู่บ้าน/ระดับตำบล ในการเผยแพร่ข้อมูล 10 ตำบลขนวน เป็นพื้นที่นำร่อง ถ่ายทำ
ข่าวสาร กิจกรรมดี สถานที่เด่น ใน สื่ออัตลักษณ์ชุมชน
หมู่บ้าน/ตำบล ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง
เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญา อัตลักษณ์ชุมชน
ส่งเสริมกลุ่มอาชีพ การท่องเที่ยว สร้าง
โอกาส สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 07
นวัตกรรม I กองบรรณาธิการ
โดยมีนางบุษกร ชินอ้วน ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานฯ นายสมบัติ โหมดขาว ปลัดอำเภอ นายกำชัย หาจันดา ปลัดอำเภอ นาย
วรชัย ธรรมชาติ ปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารเทศบาลตำบลขนวน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ และประธานกลุ่มเครือ
ข่ายอาชีพระดับอำเภอ เข้าร่วมฯ
ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรโรงเรียนหนองนาคำวิทยาคม นำโดย อาจารย์ศักรินทร์ ขามธาตุ ท่านคะชะภัคพงศ์ ดวงมะลา
ประมงอำเภอ
และวิทยากรรับเชิญจากเครือข่ายศิลปินสโมสรนักเขียนภาคอีสาน เช่น อาจารย์สมคิด สิงสง, อาจารย์สรยุทธ วาระกูล, อาจารย์
ยุทธศักดิ์ ลุ่มไธสงค์ และอาจารย์ปรานี วาระกูล ร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย
PAGE 08 NONGNAKHAM JOURNAL
ธันวาคม 2559 เยือนท้องถิ่น I เทศบาลตำบลหนองนาคำ
โครงการ
ส่งเสริมการลดปริมาณขยะ
ปัญหาจากขยะมูลฝอยเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วน เนื่องจากขยะมูลฝอยส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่ง
แวดล้อมอย่างเห็นได้ชัดเพื่อลดปัญหาการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะและขยะตกค้างในพื้นที่ จึงต้องมีการคัดแยก
ขยะ ให้ถูกประเภท เพื่อสะดวกในการจัดการ
โครงการส่งเสริมการลดปริมาณขยะประจำปีงบประมาณ 2564 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม
ให้ประชาชนมีความรู้ในการคัดแยกขยะ เพื่อลดปริมาณการผลิตขยะต้นทาง ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีความรู้
ตระหนัก และให้ความร่วมมือในการลดปริมาณขยะทั่วไปให้น้อยที่สุด ก่อนนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี โดยมีเป้าหมาย
ให้ประชาชนทั้ง 8 หมู่บ้านของตำบลบ้านโคก สามารถลดขยะทั่วไปที่จะต้องนำไปกำจัด โดยการแยกขยะ
เปียก(ขยะอินทรีย์)ขยะรีไซเคิลไปใช้ประโยชน์ และแยกขยะอันตรายไปกำจัดอย่างถูกวิธี ซึ่งกองสาธารณสุขและ
สิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลหนองนาคำ ตำบลบ้านโคก อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น เป็นผู้รับผิดชอบใน
การดำเนินการโครงการดังกล่าว กิจกรรมที่ดำเนินการในโครงการมีดังนี้
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 09
กิจกรรมรับซื้อขยะรีไซเคิลเข้าธนาคารขยะ กิจกรรมการรณรงค์ ทำความสะอาด
เพื่อกองทุนฌาปนกิจตำบลบ้านโคก หมู่บ้าน สร้างความตระหนักรู้ สร้าง
ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ จิตสำนึกและความร่วมมือในการรักษา
จำนวน 706 ครัวเรือนโดยขยะรีไซเคิลที่ ความสะอาดในชุมชน
เข้าร่วมโครงการใน ปี 2564 เป็นจำนวน
ถึง 77,782.57 กิโลกรัม
กิจกรรมขยะพิษแลกไข่ เพื่อรวบรวมขยะ กิจกรรมการอบรมเรื่องการคัดแยกขยะตาม
พิษไม่ให้ตกค้างสู่สิ่งแวดล้อมในชุมชน หลัก 3 RS ให้กับเด็กนักเรียนเพื่อสร้าง
ปี2564 สามารถรวบรวมได้ จำนวน 642 ความรู้ความเข้าใจและประโยชน์ในเรื่องการ
กิโลกรัม และนำส่ง อบจ.ขอนแก่น เพื่อนำ คัดแยกขยะต้นทางให้กับเด็กนักเรียน
ไปกำจัดอย่างถูกวิธีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โรงเรียนบ้านหนองคำ โรงเรียนบ้านหนอง
หว้าหนองหญ้าปล้องและโรงเรียนบ้านหนอง
หอย รวมจำนวน 150 คน ณ ตลาดสด
เทศบาลตำบลหนองนาคำ ในเดือนกันยายน
2564 ที่ผ่านมา
3.กิจกรรมสาธิตวิธีการจัดการขยะอินทรีย์ การจัดการขยะติดเชื้อและหน้ากากอนามัย
โดยการจัดทำถังขยะเปียกในครัวเรือน ที่ใช้แล้ว รวบรวมจากจุดที่ทางเทศบาลจัด
และการจัดทำเสวียนในชุมชน ส่งเสริม ไว้ให้ในแต่ละหมู่บ้านและนำส่งต่อให้โรง
การใช้ประโยชน์จากขยะอินทรีย์ เพื่อทำ พยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคก
เป็นปุ๋ยหมักไว้ใช้ในครัวเรือน ปัจจุบันมี เพื่อการกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป
เครือข่ายต้นแบบจำนวน 30 ครัวเรือน
PAGE 10 NONGNAKHAM JOURNAL
ตามฮอยบ้าน นามเมือง I วิลาศ วันชัย
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
การถนอมอาหารการกิน
การถนอมอาหาร
อาหารที่สำคัญ คือ ปลาร้า หรือปลาแดก ขาดไม่ได้มีอยู่คู่ครัวเรือน จึงเสมือนเป็นอาหารหลัก รองจากข้าวเหนียว การ
ทำปลาร้าใช้ปลาอะไรก็ได้โดยนำมาหมักเกลือ นำรำอ่อนมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้สามเดือนขึ้นไป หรือเป็นปีจึงนำ
มาบริโภคทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของปลาประโยชน์ใช้เป็นเครื่องปรุง อาหารหลัก อาหารเกือบทุกชนิดจะใส่ปลาร้า ไม่ว่าจะ
เป็น แจ่ว ลาบ แกง หมก ซุป ฯลฯ
ปลาร้ามักทำในครัวเรือนบริเวณที่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ มักผลิตกันเป็นอุตสาหกรรม เช่น บริเวณเขื่อนอุบลรัตน์
ส่วนอำเภอหนองนาคำ มีการทำปลาร้ามาก คือ บ้านวังหินซา บ้านหนองพี่ บ้านขนวนบ้านโคก นอกนั้นมักทำไว้บริโภค
กันภายในครัวเรือน
ในแง่ภูมิปัญญา ปลาร้าที่นำมารับประทานได้ เรียกว่า “ปลาร้าเป็น"
จะไม่เหม็นคาว ถ้ายัง “ไม่เป็น” สีปลาจะขาวมีกลิ่นกุยหรือเหม็นคาว ใช้เวลาหมักอย่างน้อย ๓ เดือนขึ้นไป
นอกจากปลาร้าแล้วยังมีการถนอมอาหารอีกหลายอย่าง เช่น หน่อไม้ส้ม หน่อไม้ปีบ ปลาแดดเดียว ปลาจ่อม
ปลาส้มแบบก้อนและแบบตัว เป็นต้น
ปลาร้าและน้ำปลาร้า
ปลาส้มแบบก้อนและแบบตัว
หน่อไม้อัดถุง,หน่อไม้อัดปีบ
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 11
คนหนองนาคำในตำนาน I กองบรรณาธิการ
ร า ย ง า น ขั้ น สุ ด ท้ า ย ข อ ง . . . โ น น ก ท า
2530-2536 ภาค ภาษาไทย
มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในการวางแผนของเราเกี่ยวกับ ฉันตั้งใจจะเกษียณอายุเมื่อสิ้นสุดภาคเรียนในฤดูใบไม้ผลิ ปี
รายงานขั้นส่วนสุดท้ายเกี่ยวกับโนนนกทา ในขณะที่มีการวิจัย
ทางโบราณคดีมากขึ้นเรื่อยๆ ในโลกทุกวันนี้ ฉันมีความรู้สึก 2533 เพื่อจะได้มีเวลาทำรายงานเต็มเวลา แต่ในการเจรจา
ประทับใจ รายงานส่วนสุดท้ายที่น่ายกย่องของไฮแฮมเกี่ยวกับ
สถานที่ในประเทศไทย ซึ่งถูกขุดค้นภายใต้การนำของเขา และ แผนการเกษียณอายุกับประธานภาควิชามานุษยวิทยาและคณบดี
ความร่วมมือกับนักโบราณคดีไทย มีการเผยแพร่รายงานขั้น
สุดท้ายและรายงานเหล่านี้มีข้อมูล/เนื้อหาจำนวนมากที่มีการ สังคมศาสตร์ ฉันพบว่าพวกเขายินดีที่จะให้ฉันมีวันหยุดยาวอีก
สรุปรวมไว้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะ
เผยแพร่ข้อมูลทั้งหมดโดยไม่ได้รับเงินอุดหนุนจำนวนมาก หนึ่งครั้งและออกจากงานในสิ้นปี หลังจากที่ฉันกลับจากวันหยุด
เพราะการตีพิมพ์ที่มีราคาแพงมาก
ยาว ด้วยเหตุนี้ฉันเลยไม่ได้ทำเนื้อหาส่วนที่เหลือให้เสร็จ จนกว่าฉัน
ด้วยสิ่งพิมพ์ที่มีราคาแพงพร้อมทั้งมีห้องสมุดเพียงไม่กี่
แห่งและบุคคลเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะซื้อรายงานไว้เพื่อศึกษา จะกลับจากวันพักวันหยุดยาวในเดือนมกราคม 2534 เนื้อหาที่
หรือจำหน่ายด้วยเหตุนี้ และในการปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่
กองบรรณาธิการของ University of Hawaii เราจึงตัดสิน เสร็จสมบูรณ์ถูกส่งต่อให้สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยฮาวายใน เดือน
ใจว่าเราต้องการให้รายงานส่วนสุดท้ายของเรานี้ รวมถึงข้อมูล
ทั้งหมดที่มี พร้อมภาพประกอบจำนวนมากได้รับการตีพิมพ์ มิถุนายน พ.ศ. 2534. เพื่อตรวจสอบ สิ่งที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่ที่
เมื่อ เบยาร์ด กลับมาที่ Otago ประเทศนิวซีแลนด์ ในปี ต้องทำ ณ จุดนี้คือการเติมภาพประกอบที่ขาดหายไปซึ่งมีอยู่
2530 เราหวังว่ารายงานจะเสร็จสมบูรณ์และพร้อมที่จะส่งไป
ยัง University of Hawai`i Press ในต้นปี 2531 เพื่อเผย หลายภาพ ฉันขอขอบคุณ Jo Singer (โจ ซิงเกอร์) และ
แพร่.
Conrad Iger (คอนเรด ไอเกอร์) สำหรับความช่วยเหลือด้านการ
ถ่ายภาพ. Hemantha Jayatilake (เหมันถา เจยาติเลค) จาก
ศรีลังกาและลูกเลี้ยงของฉัน Ed Solheim (เอ็ด โซลไฮม์)
สำหรับการวาดภาพ และ เอ็ด เป็นคนเตรียมการเรื่อง
คอมพิวเตอร์ส่วนสุดท้ายสำหรับการเรียบเรียงภาพประกอบ และ
Virgil Meeker (เวอร์จิล มีเกอร์) ในการช่วยเหลือในส่วนทั้งหมด
ที่เขาได้รับมอบหมาย ในการจัดเตรียมไม่เพียงช่วยเรื่องภาพ
ประกอบอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรายงานขั้นสุดท้าย
ทั้งหมด เพื่อความพร้อมสำหรับการตีพิมพ์.
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 13
เนื่องจากมีคนน้อยมากที่คุ้นเคยกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เราตกลงกันว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดของโครงการ “เรา
ของประเทศไทย จึงต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการหาผู้ตรวจสอบ แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยฮาวาย ที่
ความถูกต้อง แต่ในที่สุดก็ได้รับการอนุมัติให้ตีพิมพ์เมื่อปลายปี 2534 พวกเขามีความเข้าใจในการสนับสนุนโครงการนี้, ผู้อำนวยการและ
และมีการลงนามบันทึกข้อตกลงการตีพิมพ์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ Pam Kelley (แพม เคลลีย์) บรรณาธิการที่รับผิดชอบจากการดู
2535 ทุกอย่างพร้อมแล้วที่จะดำเนินการรายงานส่วนสุดท้ายที่เหลือให้ หนังสือเล่มนี้ไปจนถึงการตีพิมพ์ ซึ่งใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงและเงิน
เสร็จสมบูรณ์. ทุนหลักในการผลิตต้นฉบับคัดลอกซึ่งส่งไปยัง Bill Solheim ใน
เดือนมิถุนายน 2544
แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าอายอย่างยิ่งที่จะต้องอธิบายอีกครั้งว่าทำไม
รายงานส่วนสุดท้ายไม่ได้ถูกตีพิมพ์ในปลายปี 2535 หลังจากใช้เงินไป ฉันขนกล่อง 2 กล่องที่หนักมากๆ ที่บรรจุต้นฉบับและภาพ
เกือบ 1,500,000 ดอลลาร์ ในทุนการช่วยเหลือต่างๆ จากแหล่งต่าง ประกอบต่างๆ ของต้นเดือน กันยายน 2544 เพื่อขนกลับไปที่
ๆ เพื่อทำงานภาคสนาม คำอธิบาย, วิเคราะห์ ข้อความและภาพ ฟิลิปปินส์ที่ที่ฉันอาศัยอยู่ ณ ตอนนั้น ฉันต้องการอ่านและแก้งานทาง
ประกอบที่เรามีพร้อมที่จะตีพิมพ์แล้ว ฉันยังรู้สึกว่าน่าจะไม่มีปัญหาใน ด้านภาษาขั้นสุดท้ายก่อนส่งต้นฉบับไปยัง คุณพิศิษฐ์ เจริญวงศ์ษา
การหาเงินอุดหนุนในการเริ่มตีพิมพ์รายงานฉบับสุดท้าย ปรากฏว่าไม่ ผู้อำนวยการ SPAFA (ศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยโบราณคดีและวิจิตร
เป็นเช่นนั้น ทั้งหมดที่เราคิดไว้ไม่เป็นไปตามนั้น และไม่มีเงินทุนเลยใน ศิลป์ของซีมีโอ). ด้วยความช่วยเหลือนี้ เราหวังว่าจะได้รับทุนสนับสนุน
การใช้ตีพิมพ์ ในประเทศไทยเพื่อเผยแพร่ข้อมูลนี้ในราคาที่เหมาะสม. ความตั้งใจของ
เราคือเผยแพร่งานเล่มที่ 2 ที่จะนำเสนอข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม
เมื่อสิ้นสุดสหัสวรรษเราได้อธิบายกับบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ ซึ่งจะรวมถึงเนื้อหาการฝังศพและเนื้อหาต่างๆ; ซากโครงกระดูก
มหาวิทยาลัยฮาวายว่าเราไม่สามารหาเงินอุดหนุนเพื่อเผยแพร่รายงาน มนุษย์วิเคราะห์โดย Michael Pietrusewsky และ Sheilagh T.
ฉบับสุดท้ายได้ เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2544 วิลเลียม เอช แฮมิล Brooks; และการวิเคราะห์ดินเคมีโดย Mary Nelson.
ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อมวลชน โดยทาง The University of ฉันขอขอบคุณกรมศิลปากรและอธิบดีหลายคน ที่อดทนและสนับสนุน
Hawaii ได้ยกเลิกการตีพิมพ์งานที่ได้มอบให้กับสื่อมวลชนผ่านข้อ ตั้งแต่เราเริ่มโครงการเป็นอย่างดี การขุดค้นภายหลังของ Bayard
ตกลงการตีพิมพ์ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 สำหรับงานที่ยัง ที่โนนนกทา และการส่งคืนโบราณวัตถุสู่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ไม่ได้ตีพิมพ์ชื่อ การขุดค้นทางโบราณคดีที่ โนนกทาภาคตะวันออก ฉันหวังว่าเมื่อรายงานขั้นสุดท้ายแล้ว ปรากฏว่าพวกเขาจะรู้สึกว่า
เฉียงเหนือของประเทศไทย 2508 – 2511 เขาได้ระบุไว้ว่าคุณต้องหา ความอดทนของพวกเขาได้รับการตอบแทนที่คุ้มค่ามาก. ฉันต้องขอ
โอกาสในการตีพิมพ์กับผู้จัดพิมพ์ชาวไทยที่มีความสนใจ ขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับอาจารย์ชิน อยู่ดี หากไม่มีการสนับสนุนและ
ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป็นไปได้ที่งานนี้
จะเกิดขึ้น
เราเสียใจมากที่หนังสือไม่ได้ออกมาทันเวลา เพื่อเขาจะได้มี
โอกาสได้อ่านมัน เราขอขอบคุณบุคคลที่มีชื่อข้างต้นสำหรับภาพ
ประกอบ การวิจัย24 และรายงานเกี่ยวกับงานวิจัยชิ้นนี้ที่เราได้ใช้ และ
เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากร ข้าราชการไทย นักศึกษาไทย และ
นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาวายและโอทาโก หลายท่านที่ได้ช่วยเหลือเรา
ในหลายๆ ด้าน เราเป็นหนี้บุญคุณต่อการต้อนรับของคนไทยที่เราเคย
พักอาศัยทั้งบ้านและหมู่บ้าน กับคนงานชาวไทยของเราในสถานที่
ต่างๆ และพื้นที่ที่เราเคยทำงาน และเราเป็นหนี้อย่างมากต่อทวี อุทัยวี
ซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานของเราในช่วง การขุดค้นปีแรกที่โนนนกทา
อารมณ์ขันที่ดี รอยยิ้มพร้อมความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องของเขา
เป็นที่น่าจดจำ
PAGE 14 NONGNAKHAM JOURNAL
คนหนองนาคำในตำนาน I กองบรรณาธิการ
FINAL REPORT ON NON NOK THA
1987-1993 ENGLISH VERSION
There have been several changes in our As a result, I didn’t get back to completing
planned organization of the final report on Non my portion of Chapter 7 until my return from
Nok Tha. While more and more archaeological sabbatical in January 1991. The completed text
research is being done in the world today, I have was turned over to the University of Hawai`i Press
the impression that, with the outstanding in June 1991 for review. Most of what remained to
exception of Higham’s commendable final reports be done at this point was to complete any
on Thailand sites that have been excavated under missing illustrations, of which there were several. I
his cooperative direction with Thai archaeologists, would like to thank Jo Singer and Conrad Iger for
fewer and fewer final reports are being published their help with the photography, Hemantha
and many of these reports include much Jayatilake from Sri Lanka and my stepson Ed
summarization. Because of the cost of publication Solheim for their drawings and Ed for his final
it has become impossible to publish the data fully computer preparation of the illustrations, and
without either a very large subsidy or an Virgil Meeker for all the help he has given in
extremely expensive publication, or both. With getting not only the illustrations but the entire
expensive publications, only a few libraries and a final report ready for publication.
very few individuals can afford the reports; they
should be available to a considerably wider, Because very few people are acquainted with
though still rather small audience. With this in northeastern Thailand, it took quite some time to
mind, and in consultation with the University of find reviewers, but it was finally approved for
Hawai`i Press Editorial staff, we decided that we publication late in 1991 and a Memorandum of
wanted our final report to include all the data Agreement for publication was signed on February
available, with a large number of illustrations. 27, 1992. Everything was ready to go.
When accepted for publication, we would seek
subsidation so that those people and libraries that It is extremely embarrassing to again have to
should have these data available would be able to explain why this did not come out in late 1992.
afford to buy the report. After having spent close to $1,500,000.00 in
various grants from many different sources to
When Bayard returned to Otago in 1987, we undertake the fieldwork, description and analysis
hoped to have the report completed and ready to of the collections and complete the text and
submit to the University of Hawai`i Press in early illustrations we felt it would not be a problem to
1988 for possible publication. Bayard had his part find the needed smalls subsidy to start
competed in January 1988, but I was far from publication of the final report. It turned out that
completing my small part. this was not so. All sources we could think of
were approached, but no funds were forthcoming.
I had intended to retire at the end of the At the end of the millennium, we explained to the
spring term in 1990 so that I could put full time Editor of the University of Hawaii Press that we
into completing the report, but in negotiating my had not been able to find a subsidy to publish
retirement plans with the Chairman of the the final report. On January 9th, 2001 William H.
Anthropology Department and the Dean of Social Hamilton, the Director of the Press, sent the
Sciences, I found they were willing to let me have following document stating: The University of
one more sabbatical leave and retire at the end of Hawai`i Press hereby returns to you all the fights
the year following my return from sabbatical. granted to the Press through the Publishing
Agreement dated February 27, 1992
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 15
คนหนองนาคำในตำนาน I กองบรรณาธิการ Our intention is to publish a second volume that
will present more detailed data. This will include the
for the unpublished work entitled Archaeological burials and their contents; the levels and their
Excavations at Non Nok Tha, Northeastern Thailand, contents; the human skeletal remains as analyzed by
1966-1968… Bill has indicated that you would now Michael Pietrusewsky and Sheilagh T. Brooks; the
like to pursue publication opportunities with a Thai funeral remains, both associated with burials and
publisher who has expressed interest. We agree that from the levels, by Charles Higham; and chemical soil
it would be in the best of interests of the project for analysis by Mary Nelson.
us to withdraw our interest at this time.” We here
express out profound appreciation to the University I would like to thank the Fine Arts Department
of Hawaii Press for their understanding support of of Thailand and its several Director Generals since we
this project, its Director and Pam Kelley the editor started our program for their great patience in
in charge of seeing this volume through to waiting for out completion of the work on the
publication, contributing hundreds of hours of time collections, Bayard’s subsequent excavation at Non
and major funding to produce the copyedited Nok Tha and the ultimate return of the artifacts to
manuscript which was turned over to Bill Solheim in the National Museum of Thailand. I hope when the
June 2001. final report has appeared that they will feel that their
patience has been rewarded. Our particular
I picked up the two heavy boxes containing the appreciation is due to Achan Chin You-di without
manuscript and illustrations in early September 2001 whose support and continuing assistance over many
to hand carry back to the Philippines, where I am years it is likely this work would never have been
now living. I am making a final proofreading before done, at least by us.
sending the manuscript on to Pisit Charoenwongsa,
Director of SPAFA (SEAMEO Project in Archaeology We are very sorry that this could not have come
and Fine Arts) and a close and valued friend. With out in time for him to have had the chance to read it.
this help we hope to get a grant in Thailand to We thank those people named above for the
finally have this published at a reasonable price illustrations, research 24 and reports on this research
which we have used and many officials of the Fine
Arts Department of Thailand, Thai Government
officials, Thai students and students of the
Universities of Hawaii and Otago who have helped us
in many ways. We are indebted to the hospitality of
the Thai in whose homes and villages we have
stayed, to our Thai workmen at the many different
sites and areas where we have worked, and we are
very much in debt to Thawee Uthaiwee who became
our foreman during the first year’s excavation at Non
Nok Tha. His good humor, ready smile, and constant
assistance have been memorable (P1. 1c).
Editor’s Note: After all these years, the Richard F.
Taitano Micronesian Area Research Center of the
University of Guam agreed to e-publish this historic
and important work in Guampedia, Guam’s Online
Encyclopedia in 2010 to allow for free public access.
Due to the passage of time and changes in
technology, some of the original information was not
found or inaccessible. If you have photo caption
information please contact Guampedia by using the
contact links at the bottom of the website. Thank you
PAGE 16 NONGNAKHAM JOURNAL
THANK YOU !!
Non Nok Tha
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 17
ลมหายใจแห่งเขตน้ำแดนดิน I สมคิด สิงสง จึงหักกลับแล้ววนไปทางเส้นทิศเหนือด้านคุ้มน้อย
เพื่อจะเลือกเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ตีนภู ซึ่งจะเลาะ-
เรื่องเล่าเช้าวันน้ำมาก เลียบเชิงเขาไปถึงคอกควายสวนตาได้เหมือนกัน
วันพุธที่ 13 ต.ค.2564 อีก 2 สัปดาห์ก่อนจะถึงวันครบรอบ 71 วงปีชีวิตของตา คือวันที่ พอถึงท้ายบ้านด้านนั้น สถานการณ์น้ำก็ไม่แตก
27 ต.ค.2564 หลังเที่ยงคืนที่ผ่านมาบ้านเรามีฝนทั้งคืน รุ่งเช้าตาจับมอเตอร์ไซค์จะออกไป ต่าง ดูราวกับฟ้าและน้ำจรดเป็นผืนแผ่นเดียวกัน
คอกควายเช่นทุกเช้าพร้อมด้วยเหยื่อข้าวหมา ข้าวหมู กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไหลล้นทุ่งขึ้นท่วมตัดเส้น-
ทาง กวาดเอาคันคูดินไปเกลี้ยง ต้นกล้วยและทิว
พอแล่นพ้นตะวันตกตีนบ้านทางที่เคยมุ่งหน้าจะไปคอกควาย ปรากฏว่าทุ่งนาที่เคยเห็น แถวกอหญ้าหวานถูกพัดพาไปตามกระแสน้ำ ดีแต่
เขียวขจีเหมือนผ้ากำมะหยี่ผืนใหญ่กลายเป็นทะเลสาบไปแล้ว ท้องทุ่งนาตีนบ้านเนืองนอง ว่าเส้นทางเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก พ่อจึงกล้าขับ
ไปด้วยมวลน้ำ ท่วมเส้นทางสัญจรที่เคยชินคะเนว่ากว่า 200 เมตร กระแสน้ำไหลตัดหน้า รถเครื่องลุยตัดฝ่ากระแสน้ำข้ามไป
เชี่ยวกรากและท่วมสูงกว่าหัวเข่า มีชาวบ้านสองสามคนกำลังทอดแหจับปลาอยู่บนหนทาง
ที่แล้วมาเคยขึ่รถลุยข้ามอย่างชำนาญเส้นทาง แต่เที่ยวนี้ไม่กล้าเสี่ยง ไปถึงหนองพงโพด แหล่งเก็บน้ำพิ้นที่ 4-5 ไร่
ระดับน้ำเต็มเปี่ ยมแล้ว ก่อนหน้านั้นทหารมาช่วย
ขุดลอกและเสริมคันคูดินโดยรอบให้มั่นคงขึ้น แต่
ไม่เคยมีน้ำเต็มหนองสักปี
จากหนองพงโพดตามุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่พุ่ง
ขึ้นเชิงภูเขาอย่างทุลักทุเล เพราะบางช่วงเส้นทาง
ถูกกระแสน้ำกัดเซาะเป็นหลุมลึก เส้นทางดินโรย
ลูกรังเลียบตีนภูมุ่งหน้าไปทางสวนที่ตั้งคอกควาย
ระยะทางราว 2 กิโลเมตร
เส้นทางลูกรังเลาะเลียบตีนภูจากตะวันออกเฉียง
เหนือลงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านซับเม็กที่ตั้ง
ศาลตาปู่ที่เราต้องตั้งพิธีเซ่นไหว้และจุดบั้งไฟ
เสี่ยงทายฟ้าฝนทุกปลายเดือนหกก่อนงานหว่าน
ดำ ผ่านไประยะหนึ่งเป็นทางลาดลงสู่ที่ลุ่ม ไปต่อ
ไม่ได้เพราะเส้นทางถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนขาด ตา
ตัดสินใจหักหลบขึ้นตีนภูอีกครั้ง หวังจะพบเส้น
ทางสัญจรชายขอบไร่ชาวบ้านกับตีนภู หมายจะ
ลัดเลาะออกสู่เส้นทางสัญจรที่คุ้นเคย
เดินหน้าไปไม่ถึงร้อยเมตรก็สุดเส้นทาง จำเป็น
ต้องตัดฝ่าเข้าไปในไร่มันสำปะหลัง หมายจะฝ่าข้าม
ไปหาไร่ยูคาลิปตัสที่แลเห็นเบื้องหน้า คาดว่าจะพบ
เส้นทางสัญจรระหว่างไร่
แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่ออยู่
ดีๆ พอรถเครื่องพุ่งไปตามร่องมันสำปะหลังด้วย
เกียร์ต่ำสุด พลันสะดุดหยุดนิ่งไม่ขยับเขยื้อน ล้อ
หน้าและหลังถูกทรายอมน้ำดูดจมลงจนขยับไม่ได้.
PAGE 18 NONGNAKHAM JOURNAL
คอลัมนิสต์ ประจำวารสารหนองนาคำ
พื้นที่ - วิถี - ศิลปะ I สมคิด สิงสง
ภาพ : นาฮ่อมตีนภู เท็คนิคสีน้ำบนกระดาษ
ประณิธานประพันธกร
๏ เขียนหนังสือสื่อสารสะพานเชื่อม ๏ อาจเขียนองค์อุปสรรคด้วยมรรคผล
ลบรอยเหลื่อมล้ำไกลใกล้ชิดหน่อย หมายดาลดลโลกุตรเคร่ง
อยู่ใต้ฟ้าเดียวกันเหมือนเลื่อนลอย อริยะมรรคาแต่กาลเพรง
โลกใบน้อยแต่ฟ้าใยกว้างใหญ่นัก
ประพันธกรจักบรรเลงเพลงปากกา
๏ นั่นโคนรุ้งคุ้งโค้งโยงฝั่ งฟ้า ๏ เขียนหนังสือสื่อสารสะพานเชื่อม
สุดสายตาม่านเมฆมาทอถัก ดีกับเลวอาจล้ำเหลื่อมอย่ากังขา
อุ่นไอดินดื่มกินลมบ่มด้วยรัก ดำกับขาวแตกต่างแน่เป็นธรรมดา
ใจสมัครจักสืบสานงานประพันธ์ เราจะเขียนคุณค่าสองด้านนี้
๏ นั่นท้องฟ้ายังว่างอยู่หลายย่าน ๏ มิอาจทิ้งสิ่งองค์เอกภาพ
จับปลายรุ้งอีกด้านมาเขียนฝัน จักซึมซาบเพียงด้านฤๅใช่ที่
ต่างปากกาปีกนกแสงตะวัน เป็นนักเขียนด้านเดียวดูไม่ดี
อาจรังสรรค์งานศิลป์จนสิ้นใจ จึงต้องมีประณิธานประพันธกร๚ะ๛
๏ เขียนหนังสือสื่อสารไปด้านโน้น เฮือนดินตีนภู : เสนาสนะสัปปายะ
อาจจะโดนดังหวังก็เป็นได้ สัปปายสถานเพื่อการศึกษาสรรพธรรมศาสตร์
โลกที่ร้อนอาจร่มเย็นอยู่ภายใน
เขียนเปลวไฟด้วยไอเย็นเช่นนั้นเอง 12 กันยามาส 2561
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 19
เรื่องเล่าจากเยาวชน I พฤนท์ วันชัย
เหตุไฉน...
...ต้องไปอียิปต์
การทัพของฝรั่งเศสในอียิปต์และซีเรีย (อังกฤษ: French ศิลาโรเซตตา ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 195ปีก่อนคริสตกาล ค้น
campaign in Egypt and Syria; ค.ศ. 1798–1801) เป็นการ พบเมื่อ ค.ศ.1799 โดยทหาร ฝรั่งเศส การศึกษาเกี่ยวกับ
ทัพ ของนโปเลียน โบนาปาร์ตในพื้นที่ดินแดนออตโตมันซึ่ กฤษฎีกาบนศิลานั้นเริ่มขึ้นเมื่อมีการแปลเนื้อความภาษากรีก
ประกอบไป ด้วยอียิปต์และซีเรีย เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ บนศิลาอย่างเต็มรูปแบบใน ค.ศ. 1803 จนราวยี่สิบปีให้หลัง คือ
ทางการค้าในพื้นที่ ทำให้บริเตนใหญ่ไม่สามรถเข้าถึงพื้นที่บริติช ใน ค.ศ. 1822 ฌ็อง-ฟร็ องซัว ช็องปอลียง (Jean-François
อินเดียได้ และไม่สามารถค้นคว้างานทางด้านวิทยาศาสตร์ใน Champollion) นักวิชาการชาวฝรั่งเศส จึงแถลงใน กรุงปารีส
บริเวณที่บริเวณแห่งนั้นได้ การทัพนี้ยังเป็นอีกหนึ่งของจุด ว่า สามารถอ่านอักขระอียิปต์ได้เป็นผลสำเร็จ อย่างไรก็ดี นับ
ประสงค์หลักของการเกิดการทัพเมดิเตอร์เรเนียน ค.ศ. 1798 แต่ค้นพบศิลา หลักนี้เป็นต้นมา ตัวศิลานั้นตกเป็นข้ออ้างใน
ซึ่งเป็นการยุทธวิธีทางการทัพเรือเพื่อยึด พื้นที่ของเขตแดนม ความขัดแย้งทางชาตินิยมหลายต่อหลาย ครั้ง และนับแต่ ค.ศ.
อลตรา ในพื้นที่บริเวณได้เป็นเส้นทางสำคัญในการพบศิลาโร 2003 สืบมา มีการเรียกร้องอยู่เสมอว่า ให้คืนศิลากลับสู่อียิปต์
เซตตา ซึ่งจะทำให้มีการเปลี่ยนประวัติศาสตร์หลายอย่างในตอน
แรงนโปเลียน และคณะติดตามสามรถผ่านเข้ามายังพื้นที่อย่าง ADDUCE : NAPOLEON WAS HERE! AN INTERACTIVE JOURNEY FOLLOWING NAPOLEON'S
ราบรื่น แต่เมื่อถึงซีเรียต้องถอยทัพกับพื้นที่เนื่องจากปัญหา EXPEDITION TO EGYPT, THE NATIONAL LIBRARY OF ISRAEL
ภายในประเทศ และการพ่ายแพ้ของกองเรือฝรั่งเศสในยุทธการ
ที่แม่น้ำไนล์ ก็จึงจำเป็นต้อง กลับทัพ
PAGE 20 NONGNAKHAM JOURNAL
...ฉบับต่อ หน้าต่างความคิด I สังคม เภสัชมาลา
บางคืนลงไปผจญฝนฟ้ากับพวกลุง – น้า ด้วยการถือข้องให้แก
ซึ่งถือตะเกียงโป๊ะเดินออกหน้า ขณะที่มืออีกข้างถือไม้ยาวเป็นวา " นอนนา "
เพื่อคอยตีกบเขียดแล้วจับยื่นให้เด็กน้อยนำใส่ข้อง สายข้องเริ่มตึง
ขึ้นๆ บ่าน้อยเริ่มเอียงลงๆ จนต้องช่วยกันหาไม้มาสอดหามกับ ลอมข้าวเติบโตขึ้นตามลำดับ กระทั่งสมบูรณ์ (เกี่ยวเสร็จ)และตั้ง
เพื่อนอีกคน กบ เขียด ปู ปลาหน้านาไม่อด หาได้แต่พอกินแล้วก็ อยู่ดังหนึ่งหลังช้าง รอเวลานวดตี “ลงแขกตีข้าว” เป็นประเพณีที่
กลับไปนอนบนเถียงนา สืบทอดกันมายาวนาน สาโท อาหารหวานคาวถูกตระเตรียมไว้พร้อมสรรพ
สำหรับแขกที่มาช่วยงาน เสียงตีข้าวหรือนวดข้าวดังตึ้มต้ำๆ เป็นระยะๆ
บางคืนไม่ได้ลงไปหาอยู่หากินก็นอนฟังเสียงฝน แน่นอนล่ะว่า เมล็ดข้าวสีทองกองพูนขึ้นตามลำดับ เช่นเดียวกับกองฟางที่เพิ่มจำนวน
ฟ้าผ่าที พวกเรากระโจนไปกองกันอยู่กลางเถียงนา เช้าขึ้นจึงทราบ ขึ้น จนสูงท่วมหัวและเป็นที่เล่นซ่อนหาของเด็ก ๆ อย่างพวกเรา กระโดด
ว่าต้นบกใหญ่ถูกสายฟ้าฟันสะพายแล่งลงเป็นทาง ยืนตายซากใน ตีลังกา วิ่งฝ่าโครมคราม มุดลอดสอดเกี่ยวกันอยู่ใต้กองฟาง
เวลาต่อมา เสร็จนาเสร็จไร่นู้นหรอกมันจึงจะถูกปล้ำลงทำฟืนหรือใช้
ประโยชน์อื่น การนอนนาจะสิ้นสุดลงเมื่อขบวนเกวียนได้ขนข้าวกลับเข้าบ้านหมด
ทุกเล่มแล้ว
เด็กชาวนาสมัยก่อนถูกฝึกสอนให้รับผิดชอบแต่ยังเล็ก ไม่ได้
สอนเป็นคำพูด หากแต่ให้ลงมือกระทำกันเลย เช่น การรับผิดชอบ นอนนาครานี้มิมีส่วนใดคล้ายคลึงครั้งเด็ก นารึก็ใช่จะไกลจากหมู่บ้าน
ต่อวัวควาย เลิกโรงเรียนแล้วพวกเราจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า วิ่งแจ้น สายไฟฟ้าเดินทางเชื่อมถึงด้วยซ้ำ ไม่ห่างจากบ้าน หากแต่อยากนอนเพื่อ
ออกไปนา เผอิญว่าเส้นทางนั้นต้องผ่านหน้าป่าช้าด้วย ซองทาง การซึมซับบางสิ่งบางอย่าง ผมไม่ได้นำมุ้งมากาง หากแต่นำเปลหรือถุง
เล็ก ๆ ดูลึกลับแสนเปลี่ยวเปล่าดูดกลืนพวกเราราวไร้ตัวตน เพราะ นอนมาแขวนกับเสาเถียงนา แล้วยัดตัวเองเข้าไปเหยียดยาวอยู่ในนั้น อ้อ
ทั้งผมและเพื่อนต่างหลับตาวิ่งฝ่าไปเร็วจี๋ทะลุผ่านไปถึงทุ่งนา ค่อย ก่อนหน้านี้เพื่อนบ้านคนหนึ่งแวะมาถามข่าวพร้อมเหล้าดองยาหนึ่งขวด
หายใจโล่งอก มุ่งตรงไปหาควายซึ่งตอนนี้ถูกปลดไถ ปล่อยให้เล็ม น้อย เราดื่มยาดองด้วยจอกเล็ก ๆ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ชีวิตของชาวนา
หญ้าอยู่หัวนาหัวไร่แล้วต้อนมันลงอาบน้ำ ขัดสีฉวีวรรณให้พวกมัน ในปัจจุบัน โดยเฉพาะประเด็นการไม่ตระหนักถึงพิษภัยของยาฆ่าแมลงและ
พร้อมกับชำระร่างกายตัวเองด้วย หนองเซิงแมวอยู่ติดนาผม หน้า ยาฆ่าหญ้า ลามไล่ไปถึงการทำนาในเชิงรีบด่วน บางคนมีนาอยู่เพียง 3 –
ฝนน้ำเชี่ยว ไม่กล้าลอยข้าม แต่ถ้าหน้าแล้ง เดิมข้ามสบาย ๆ 4 ไร่แต่กลับไปจ้างรถไถ่ จ้างคำดำนา จ้างรถเกี่ยวทั้งที่ชีวิตนอกเหนือ
จากการทำนาแล้วไม่มีงานอื่น ซ้ำร้ายเด็กชาวนาหรือลูกชาวนา ไม่ได้รับ
มีอยู่ปีหนึ่ง นอนนาอยู่ดีๆ ตื่นขึ้นพบน้ำขาวพร่าไปสุดแนว น้า การฝึกปรือหรือให้สัมผัสซึมซับงานนา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลังควายนุ่มนิ่ม
ตะโกนบอกว่าน้ำท่วมแล้วตื่นๆ จากนั้นพวกเราต้องต้อนควายไปอยู่ เพียงไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควายกับคนสามารถสื่อสารกันได้ เพราะปัจจุบันใน
ในที่สูงซึ่งน้ำท่วมไม่ถึง และมันหาใช่อยู่ใกล้ๆ ต้องนำควายลอยน้ำไป หมู่บ้านไม่มีควายเหลืออยู่ ไม่มี – ไม่มีแม้แต่ตัวเดียว
จึงจะถึงดอนที่ว่า ตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจกับสายน้ำหลาก จริงแล้ว
พวกเราไม่กลัว ไม่เคยกลัวน้ำท่วม ท่วมได้มันก็ลดลงได้ หลายคน การนอนนาได้ปลาสนาการไปจากชีวิตลูกชาวนาหมดสิ้นแล้ว เหลือ
คิดกันอย่างนี้ แต่ความหลังครั้งเด็กของคนรุ่นพวกผมซึ่งนับวันแต่จะจากหายไปไม่หวน
คืน.
นอนอยู่แรมเดือน ปักดำเสร็จจึงอพยพกลับบ้าน พวกผู้ใหญ่
จะหาบของพะรุงพะรัง (เสื่อ มุ้ง หมอน)กลับทางลัด ไต่คันนาของ จบ...
เพื่อนบ้านไปจนถึงทางดินทรายหน้าป่าช้า จากนั้นค่อยมุ่งตรงสู่
เรือนชานของตัวเอง เด็ก ๆ อย่างพวกเรานำควายกลับเข้าบ้านโดย
การขึ้นขี่หลังมันแล้วเลียบเลาะไปตามซองทางเละโคลนและขุ่นคลั่ก
บางช่วงน้ำลึกถึงหลังควายก็ลอยไปกับพวกมัน ไม่ทุกข์ร้อน ตรง
ข้ามกลับสนุกสนานกับการลอยไปปีนหลังควายตัวนั้น ตัวนี้สลับ
ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยและดูไม่ต่างกับลูกควายตัวหนึ่ง
นอนนา จะกลับมา อีกครั้งเมื่อฤดูเก็บเกี่ยวมาถึง ครั้งนี้ไม่
นิยมนอนบนเถียงนา หากแต่มานอนในซุ้มฟางที่สร้างขึ้นข้างๆ ลาน
ข้าว น้ำค้างพรมหนาหนัก แต่พวกเราไม่เหน็บหนาวเพราะในซุ้มฟาง
อุ่นนัก ซ้ำบางลานข้าวมีว่าวเริงลอยอยู่บนฟ้าสะนูว่าวแว่วดังตลอด
คืน เป็นดนตรีอันสุดแสนไพเราะ พวกเราไม่ประสีประสากับการหา
อยู่หากิน ได้รับการฝึกปรือในการหาเลี้ยงปากเลี้ยงทองโดยการไป
ไต้หรือส่องหนูกับพวกคนใหญ่ ปืนหน้าไม้ของน้าชายศักดิ์สิทธิ์นัก
แม่นยำหาใดปานพักเดียวได้หนูจนนับหางไม่ถ้วน หนูหน้าหนาวมัน
ย่อง แกงใส่ผักชีผักกาดหรือจะย่างจะผัดก็อร่อยทั้งนั้น
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 21
ซึมซาบกับกาพย์กลอน I คำ:ปิยะพงษ์ คลังทอง /ภาพ:ยุทธศักดิ์ ลุ่มไธสงค์
" เ ห งื่ อ ห ลั่ ง ริ น โ ล ม ถิ่ น ไ พ ร "
รวมกลุ่มก๊วนยกขบวนชวนเพื่อนรัก จึงร่วมแรงแข็งขันประชันชัย
เมื่อแสงสายทายทักก็พรักพร้อม คนหนึ่งจ่อก่อไฟไว้ไล่ข่ม
สะพายย่ามข้ามคลองคูดูแปลกปลอม คนว่องไว ไต่กิ่ง เหมือนลิงลม
สู่ป่าใหญ่ไพรล้อมพร้อมประจัญ อีกคนชม รมย์รื่น เฝ้าตื่นเต้น
ต่างส่งเสียงเฮฮาจนป่าตื่น เป่ากลิ่นควันมวลไฟใส่ไม่หยุด
ทั้งวิ่ง คลาน ทะยานยืน ลื่นถลัน กำแพงผึ้งจึงทรุดแล้วหลุดเร้น
ฝ่าเปลวแดดแผดจ้ากล้าฝ่าฟัน ทั้งแตกตื่น ฝืนปีกกาง อย่างลำเค็ญ
ด้วยเรี่ยวแรงมุ่งมั่นไม่พรั่นพรึง อีกเคลื่อนคล้อยลอยเด่นเห็นเป็นกลุ่ม
เลือกที่หมายไม้ใหญ่ใบดกหนา รีบเร่งตัดคัดกิ่งลิดทิ้งใบ
แล้วสอดส่ายสายตาหารังผึ้ง เพื่อนตื่นร้องก้องไกลดั่งไฟสุม
เห็นรวงรังพรั่งพรูดูตราตรึง เจ็บปวดซ้ำร่ำไห้เหล็กไนรุม
เสียง ภู่ ผึ้ง หึ่ง หึ่ง กลมกลึง ผสาน ทิ้งตัวตกปกคลุมยังรุ่มร้อน
ป่าทั้งป่า หลากล้วน มวลเกสร มีรังใหญ่ในมือยังถือวิ่ง
ผึ้งต่อผึ้งสัญจรป้อนน้ำหวาน ฝ่าทุกสิ่งล้มกลิ้งยิ่งเปียกปอน
หอมดอกอ้อ ช่อมะกอก ดอกไม้บาน นอนตัวหอบยอบกายลงถ่ายถอน
เฝ้าดื่มด่ำสำราญมานานนม ทำหน้าเศร้าเว้าวอนเพื่อนจรมา
PAGE 22 ต่างหัวร่อต่อภาพที่ซาบซึ้ง
เหล็กไนสุมรุมทึ้งถึงใบหน้า
แต่ละคนร้าวทรวงถึงดวงตา
ปิด โปน ปูด บูดบ้า น่าขันขำ
ลุกปัดป่ายย้ายปรับขยับใหม่
บีบน้ำหวานซ่านใสให้ดื่มด่ำ
ประสบการณ์ผ่านท่วงท่าน่าจดจำ
เร้าสำนึกลึกล้ำก็จำยอม
ยังไม่ท้อยังทนคนต่อสู้
มันยกคอ รออยู่ เรากรูล้อม
เลื่อนบ่วงเชือกเลือกจังหวะฉะกะปอม
เพื่อนวิ่งอ้อมพร้อมยกชูดูมันดิ้น
แล้วย่ำย่างทางลับกลับทางเถื่อน
ยังวิ่งวนปนเปื้ อนเกลื่อนกรวดหิน
ยิ่งเล่นไล่ไชโยเหมือนโผบิน
เหงื่อพรูพรั่งหลั่งรินโลมถิ่นไพร
ถึงเรือนชานบ้านช่องแม่ร้องบอก
ไอ้ลูกนก อกสามศอก ได้เติบใหญ่
มันแกร่งกล้าฝ่าด่านทะยานไกล
ด้วยแรงฤทธิ์จิตใจยิ่งใหญ่เกิน
NONGNAKHAM JOURNAL
ซึมซาบกับกาพย์กลอน I ปราโมช ปราโมทย์
บำ บั ด ต น ห น สุ ด ท้ า ย
ก วี
๏ ตลก ๏ ส า ร พิ ษ เ ค มี ยุ ค นี้ ป ลี่ เ ป ร อ ะ เ ย อ ะ
ข ก ขำ ฉี่ เ ข ล อ ะ ค ง บ า น เ บ อ ะ แ ต่ พิ ษ เ จ้ า
งึ ม งำ มิ เ ป็ น ไ ร ใ ช้ ก ร ะ ตุ้ น ร่ า ง ขั ด เ ก ล า
ทำ ไ ร ส ร้ า ง ส า ร เ ร้ า ต้ า น พิ ษ ฤ ท ธิ์ พ ลั ง
๏ ไ ร้ ส า ร ะ ๏ โ ร ค ภั ย ไ ล่ โ ร ค รุ ม สุ ม ด ว ง จิ ต
ง ะ แ ล้ ว ไ ง เ ร า ญ า ติ มิ ต ร ชิ ด เ ชื้ อ เ พื่ อ กั ก ขั ง
บ้ า ไ ป ใ ห ญ่ เ พื่ อ น บ้ า น ห ล า น ลู ก ทุ ก ค น ท้ น จั ง งั ง
ไ ด้ บำ บั ด โ ร ค ป ร ะ ดั ง อั่ ง อ อ ท้ อ ทุ ก ข์ ท น
๏ ดู ถู ก ดู แ ค ล น ๏ ตั บ ข้ อ อั ก เ ส บ บ า ด เ จ็ บ ไ ม เ ก ร น
ใ จ แ ส น ป่ า ย ปั ด ห อ บ หื ด เ ป็ น ชั ก ภู มิ แ พ้ แ ผ ล เ อ ด ส์ ข้ น
รั ง เ กี ย จ อึ ด อั ด คั น ไ อ เ ริ ม เ ชื้ อ ร า ไ ว รั ส ป ว ด ห ลั ง ป น
เ กิ น ดั ด จ ริ ต อ้ ว น วั ง ว น เ บ า ห ว า น ม ะ เ ร็ ง เ ซ็ ง น า น า
๏ ข อ ง เ สี ย ร ะ เ หี่ ย ใ จ ๏ ทุ่ ม รั ก ษ า แ พ ท ย์ ปั จ จุ บั น กั น ย ก ใ ห ญ่
เ ยี่ ย ว ใ ค ร เ ร า เ ศ ร้ า จิ ต ข า ย น า ไ ร่ ใ ห้ เ ค มี เ ต็ ม ที่ รั ก ษ า
ส ก ป ร ก ร ก ข อ ง พิ ษ สุ ด กำ ลั ง ห ม อ ห ล ว ง ป ว ง ปั ญ ญ า
บิ ด เ บี้ ย ว เ ยี่ ย ว เ ป็ น ย า ล อ ง หั น ม า ธ ร ร ม ช า ติ บำ บั ด สุ ด ท้ า ย
๏ แ พ ท ย์ แ บ บ แ ผ น ต ะ วั น ต ก ๏ ไ ร้ ล ง ทุ น ม า ก ม า ย ค ล า ย ผ่ อ น ส่ ง
ฝั ง หั ว ร ก เ กิ น จ ะ ก ล้ า น้ำ ดำ ร ง ดี มี ใ น ตั ว ใ ช่ ชั่ ว ร้ า ย
บรรพชนโบราณมา น้ำ ปั ส ส า ว ะ ใ ช่ ข ย ะ อั น ต ร า ย
เ ยี ย ว ย า ท้ า ท า ย ค ล า ย เ ร า เ ป็ น คำ ต อ บ สุ ด ท้ า ย ห ม า ย ย ง ยื น : ๚ ะ ๛
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 23
เรื่องสั้น I ปะกายเพ็ด,/จินตรัย (แปล)
ไส้เดือนน้อย...มหัศจรรย์
ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ฝูงนกกาต่างก็บินกลับรัง ชาวบ้านต่างพากันจูงควายจากทุ่งนาเข้าสู่หมู่บ้าน สองพี่น้องดุนล้อเข็น
มาตามเส้นทางดินแดง น้องสาวชื่อวันนีอายุสิบขวบ ส่วนพี่สาวชื่อสมสีอายุสิบแปดปี ทั้งสองกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน ในล้อเข็นเต็ม
ไปด้วยกล้วยน้ำว้าและมะละกอซึ่งพวกเขาช่วยกันไปขอซื้อมาจากชาวบ้านหนองบัว
เมื่อก่อนสถานภาพครอบครัวของน้องวันนีและสมสี เมื่อทั้งสองเข็นรถมาถึงหน้าบ้านก็มองเห็นผู้ชายสี่คน
มาคุยกับคุณพ่อคุณแม่ที่ใต้ถุน พอเอารถเข็นเก็บไว้ข้าง
ยากจนมาก มีแต่พ่อคนเดียวหาเลี้ยงครอบครัวพ่อทำงาน กองฟืนทั้งสองจึงรู้ว่าแขกที่มาเยือนคือคณะกรรมการ
ปกครองหมู่บ้านนั่นเอง
เป็นกรรมกรก่อสร้างในเมืองต่อมาพ่อทำงานหนักไม่ได้ แม่
จึงพยายามหางานทำเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว วัน
หนึ่งแม่ไปเยี่ยมเพื่อนที่ในเมือง เพื่อนคนนั้นชวนแม่ไปฝึก
อบรมทำกล้วยตากซึ่งองค์การพัฒนาภาคเอกชนจัดขึ้น แม่ “พวกเราได้เตือนสองสามครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นเที่ยวที่สี่
จึงได้ความรู้นั้นมาแล้วเอามาทดลองทำอยู่ที่บ้านของตน แต่ ฉะนั้นพวกเราจำเป็นต้องปรับไหมตามกฎหมายของ
เนื่องจากว่า ที่บ้านมีกล้วยไม่มากนัก แม่จึงให้ลูกสาวทั้งสอง บ้านเมือง” ประธานบ้านว่าขึ้น
ไปตะเวนหาซื้อกล้วยที่หมู่บ้านใกล้เคียง “จะให้ทำยังไง พวกเราไม่มีที่ทิ้งน่ะ” พ่อพยายาม
แม่ทำกล้วยตากขายเป็นปีที่สองแล้ว ปัจจุบันมีตู้ตาก อธิบาย
กล้วยทั้งหมดหกตู้ ตากกล้วยได้เที่ยวหนึ่งสิบสองกิโลกรัม “ผมบอกพวกคุณแล้วนี่ ให้เอาไปทิ้งที่กองขยะใหญ่ที่
แต่ละสัปดาห์มีแม่ค้ามาจากในเมืองซื้อเอาไปแพ็คใส่กล่อง เมืองได้จัดไว้ให้โน้นแล้ว” ประธานบ้านว่าต่อ
พลาสติกส่งขายตามร้านค้าต่างๆ ขณะนี้ความต้องการ “มันไกลจริง ๆ พวกเราจะเอารถที่ไหนมาขนไปทิ้ง” แม่
กล้วยตากที่ในเมืองมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้รายได้ของ พูดบ้าง
ครอบครัวดีขึ้น “พวกคุณต้องคิดแก้ปัญหาเอง ถ้าไม่ทำยังงั้น พวก
สมสีมองดูใบหน้าน้องสาวที่เดินเคียงข้างเธอคิดไปถึง คุณจะไม่ได้ทำอาชีพนี้อีกต่อไป” รองประธานบ้านขู่ขึ้น
ตอนที่เธอมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับวันนี ตอนนั้นเธอเรียน “พวกคุณทำกล้วยตากขายส้มตำ พวกเราไม่ได้ห้าม
ชั้น ป.5 และอยากจะเรียนต่อชั้นมัธยม แต่ไม่มีโอกาสเพราะ แต่ไม่ให้เอาเปลือกกล้วยและเปลือกมะละกอไปทิ้งที่ชาย
ครอบครัวยากจน ฉะนั้นเธอจึงออกมาอยู่บ้านแล้วขายส้มตำ ป่าตีนบ้าน เพราะมันเน่าเหม็นและสกปรกไม่สะอาดตา
เป็นการหารายได้เพิ่มเติมแก่ครอบครัว เธออยากให้วันนั้น ถ้าเจ้านายมาตรวจงาน พวกคุณจะโดนลงโทษ”
หวนกลับมาอีก แต่มันเป็นไปไม่ได้ด้วยตนเองโตเป็นสาวแล้ว ประธานบ้านพยายามชี้แจงเพิ่มเติม
ปีนี้น้องวันนีกำลังจะจบชั้นประถมศึกษา
“น้องต้องตั้งใจเรียนแล้วสอบเข้าเรียนต่อมัธยมให้ได้” น้องวันนีซึ่งนั่งฟังอยู่ข้างแม่ เห็นสีหน้าความกังวลใจ
สมสีเอ่ยกับน้อง ของคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าครอบครัว
“น้องจะพยายามพี่” ของเธอทำความผิดอย่างร้ายแรงจนถึงขั้นจะถูกตัดช่อง
“น้องจะต้องเรียนสูงกว่าพี่ ตอนที่พี่จบระดับประถม ทางการทำมาหากิน
อยากเรียนต่อก็ไม่ได้เรียน เพราะครอบครัวของเรา
ยากจนขณะนี้ฐานะครอบครัวของเราดีขึ้นแล้ว อนาคต ตอนค่ำ หลังจากกินข้าวเย็น วันนีได้ยินคุณพ่อคุณแม่
ของน้องต้องสดใสอย่างแน่นอน” นั่งพูดคุยกัน
คำพูดของพี่สาวจุดประกายความหวังอันแรงกล้าให้ “พ่อว่าเราเอาใส่กระสอบแล้วจ้างคนเอาใส่ท้ายรถ
แก่วันนี เธอยิ้มทั้งคิดจินตานาการไปว่าเธอจะได้สวมชุด มอเตอร์ไซค์ขนไปทิ้งที่กองขยะใหญ่ดีมั้ย ? ”
นักเรียนใหม่เอี่ยม มีเงินซื้อขนมกินทุกวัน และขี่รถจักรยาน พ่อเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งพ่นควันยาสูบออกจากปาก
กับเพิ่อนๆ ไปเรียนโรงเรียนมัธยมสมบูรณ์บ้านโพนหมีซึ่ง “ใครจะมารับจ้างทำ !คุณว่าค่าน้ำมูกน้ำมัน มันเท่าไร
ห่างจากบ้านของเธอหนึ่งกิโลเมตร แล้วตอนนี้” แม่ว่า
“งั้นก็มีแต่จ่ายให้เขาขนขึ้นเกวียนไปทิ้งเท่านั้นแหละ”
“ไกลออกยังงั้น มีใครจะทำให้ ? ”
PAGE 24 NONGNAKHAM JOURNAL
คืนนั้นพ่อกับแม่ไม่สามารถคิดหาช่องทางที่จะกำจัด หลังจากนั้นอาจารย์ยังอธิบายวิธีเลี้ยงและการดูแล
เปลือกกล้วยและเปลือกมะละกอได้เลย อย่างละเอียดลออ วันนีสนใจไส้เดือนชนิดนี้มาก เธออยาก
ลองเอาไปเลี้ยงเพื่อให้มันกินเปลือกกล้วยเปลือกมะละกอที่
รุ่งเช้าของวันต่อมา น้องวันนีเดินไปโรงเรียนเช่นเคย บ้าน เมื่อจบชั่วโมงแล้ว วันนีก็เดินไปหาครูที่เป็นแขกมาบ
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเหมือนกับฝันร้ายที่คอยหลอกหลอน อกเรื่องไส้เดือนทันที
เธอตลอดเวลาพ่อแม่โดนปรับไหมเป็นเงินห้าหมื่นกีบเพราะไม่
ปฏิบัติตามระเบียบการรักษาความสะอาดในหมู่บ้านได้ เธอ “อาจารย์หนูอยากได้ไส้เดือนอย่างนี้ไปเลี้ยงที่บ้าน ให้
คิดเป็นห่วง หากพ่อแม่ไม่สามารถทำกล้วยตากและขาย หนูบ้างได้ไหมอาจารย์ ? ” วันนีว่า
ส้มตำแล้วจะได้เงินมาจากไหนมาส่งเสียให้เธอเรียนต่อ “เธอสนใจเลี้ยงงั้นเหรอ ? ” อาจารย์ถาม
มัธยมศึกษาได้ อนาคตของเธอจะไม่ลงเอยเหมือนกันกับพี่ “ค่ะอาจารย์ ครอบครัวหนูทำกล้วยตากและตำส้มขาย
สาวหรอกหรือ ? พวกเราไม่มีที่ทิ้งเปลือกของมันจนถูกบ้านเมืองปรับ
ไหม”
วันนั้นคุณครูประจำชั้นของห้องเธอได้แจ้งให้ลูกศิษย์ อาจารย์มองดูหน้าวันนีทั้งน่ารักและน่าสงสาร
ทราบว่า จะมีอาจารย์คนหนึ่งมาพูดเรื่องไส้เดือนให้ลูกศิษย์
ฟัง เหล่าลูกศิษย์ต่างก็ต่างถกเถียงกันไปต่าง ๆนานา บาง “ที่บ้านอาจารย์มีเยอะ แต่วันนี้อาจารย์เอามาเท่านี้
คนว่าไส้เดือนเฉย ๆจะมีอะไรน่าสนใจ เปิดวีดีโอให้ดูจะไม่ดี ประมาณหนึ่งกิโล ถ้าเธอสนใจจริง ๆเอาเท่านี้ไปเลี้ยง
กว่าหรือ บางคนพูดว่า ก่อนก็ได้” อาจารย์พูดพร้อมทั้งยื่นโถที่บรรจุไส้เดือน
ให้วันนี
“ไม่ใช่ครูมาแนะนำ วิธีนำไส้เดือนใช้เป็นเหยื่อล่อเอาปลา “ราคาเท่าไร อาจารย์ ? ”
หรือ ? ” “ถ้าว่าถึงเรื่องราคามันแพงนะเธอ เพราะเป็นพันธุ์ที่เอา
มาจากต่างประเทศ เอายังงี้ซะ เรามาแลกเปลี่ยนกัน
แต่เมื่อชั่วโมงนั้นมาถึง นักเรียนทุกคนก็ต้องแปลกประหลาด เธอเอากล้วยตากมาให้อาจารย์สองกิโลได้มั้ย ?”
ใจ เพราะสิ่งที่พวกเขาคาดเดานั้นผิดทั้งหมดหลังจากที่ยกโถ “เอาอย่างนี้ก็ได้ วันหน้าหนูจะเอากล้วยตากมาให้อา
แก้วบรรจุดินและไส้เดือนออกมาตั้งบนโต๊ะ อาจารย์ท่านนี้ก็ จารย์สองโล”
กล่าวว่า
หลังจากนั้น แขกครูคนนี้ก็ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมแก่
“วันนี้ พวกเรามาทำความรู้จักไส้เดือนชนิดหนึ่งซึ่งแตก น้องวันนี พอโรงเรียนเลิก วันนีก็รีบถือโถแก้วกลับบ้าน
ต่างจากไส้เดือนที่พวกหลานเห็นตามห้วยหนองคลอง
บึงที่บ้านเรา ผมเรียกไส้เดือนชนิดนี้ว่า “ไส้เดือนน้อย “วันนี น้องเอาอะไรมา ? ” พี่สมสีถาม เมื่อวันนีเข้า
มหัศจรรย์” เพราะมันเป็นไส้เดือนรักษาสิ่งแวดล้อม มัน ประตูบ้านมา
สามารถกินเศษขยะจากครัวได้ทุกอย่าง และกินได้หลาย “ไส้เดือน” วันนีตอบ
ๆกิโลกรัมเป็นการช่วยกำจัดขยะให้หมดไป นอกจากนั้น “เอาไส้เดือนมาทำอะไร ? ”
มูลของมันก็เป็นปุ๋ยบำรุงดินปลูกพืชผักได้เติบโตงาม “เอามาเลี้ยง ให้มันกินเปลือกกล้วยเปลือกมะละกอ”
มากด้วย” “ใครบอกน้อง ? ”
นักเรียนทุกคนต่างพากันเงียบ ตั้งอกตั้งใจฟังเพราะมัน “คุณครูที่มาจากโรงเรียนหนองบัวทองใต้ ท่านมาพูด
เป็นเรื่องใหม่สำหรับพวกเขา ประเดี๋ยวหนึ่งเจ้าแก้วนั่งอยู่ เรื่องไส้เดือนแล้วท่านก็เอาให้น้องมาเลี้ยงลองดู”
แถวหลังยกมือขึ้นถาม “พี่ไม่เคยได้ยินมาเลยนะ จริงรึวะ ?”
“ท่านเรียกมันว่า ไส้เดือนมหัศจรรย์ เอามาจากประเทศ
“อาจารย์ผมขอถามได้ไหม ?” ฮอลแลนด์ว่างั้น ให้น้องเอากล้วยตากแลกเปลี่ยนกัน
“ได้สิ ถามเลย !” สองกิโล”
“ไส้เดือนนี้กินได้ทุกอย่างใช่ไหมอาจารย์ ?”
“เป็นคำถามที่ดี ไส้เดือนนี้สามารถกินหญ้า ใบไม้ เศษ น้องวันนีจดจำคำแนะนำทุกอย่างของคุณครูคนนั้นได้
ผัก เศษอาหารแต่ไม่กินสารเคมี น้ำมันรถ โลหะ และ เป็นอย่างดี เธอเอาถังเปล่าตัดครึ่งที่พ่อทิ้งไว้หลังบ้านมา
พลาสติก” เจาะรูเล็ก ๆสองสามรูเพื่อระบายอากาศ แล้วเอาดินมาใส่
หนาขึ้นมาสิบเซนติเมตร เอาไส้เดือนโรยลงแล้วรดน้ำจนทั่ว
น้องวันนีที่นั่งอยู่แถวหน้ายกมือขึ้น หลังจากนั้นก็เอาเปลือกกล้วยเปลือกมะละกอมาโรยเรียง
รายประมาณสิบกิโลกรัม พี่สมสียืนดูการกระทำของน้อง
“เธออยากถามอะไรอีก ? ” อาจารย์ว่า สาวด้วยความสงสัยและไม่แน่ใจ.
“อาจารย์ มันกินเปลือกกล้วยกับเปลือกมะละกอได้ไหม
ค่ะ ? ” วันนีถาม
“ได้สิ มันกินทุกอย่างที่สลายเน่าเปื่ อยตามธรรมชาติได้
หมด ยกเว้นพวกสารเคมี และสิ่งที่เป็นโลหะนะเธอ”
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 25
“มันจะกินรื้อ ?” พี่สมสีว่า “โอ เทวดาชั่งมาโปรด ความจริงเอากล้วยตากสองกิโล
“ทิ้งไว้ยังงี้แหละ พรุ่งนี้ค่อยมาดู” แลกเอาไส้เดือนกิโลหนึ่งนั้นไม่คุ้มดอกลูก!เอาไปให้ครูอีก
วันนีพูดพร้อมกับเอาแผ่นขัดแตะไม้ไผ่เฮี้ยมาปิดปากถังไว้ สักห้าโลนะลูก!” พ่อพูดกับวันนีช่วงที่กินข้าวด้วยกัน
วันต่อมาเป็นวันเสาร์ วันนีตื่นแต่เช้า ๆรีบวิ่งไปเปิดผาปิดถัง
เธอประหลาดใจที่เห็นเปลือกกล้วยเปลือกมะละกอยุบลงครึ่ง วันหนึ่ง คณะกรรมการหมู่บ้านได้ลงมาตรวจตราดูแล
หนึ่ง ความสะอาดหมู่บ้าน เมื่อมาถึงบ้านของวันนี ทางคณะฯก็
“พี่สมสี! พี่สมสี! มาดูนี้ซี!” แปลกประหลาดใจที่ไม่เห็นเปลือกกล้วยเปลือกมะละกอกอง
น้องวันนีส่งเสียงดังพร้อมกวักมือเรียกพี่สาวด้วยความดีใจ ทิ้งที่หน้าบ้านเหมือนเดิม
“มีเรื่องอะไร อีวันนี ? มึงทำไมส่งเสียงดังแต่เช้าแท้” แม่
ที่ห้องครัวร้องใส่ “พวกคุณเอาเปลือกกล้วยเปลือกมะละกอไปทิ้งที่ไหน”
ประธานบ้านถามพ่อวันนี
เมื่อสมสีก้มดูในถัง เธอไม่เชื่อสายตาตนเองจนเบิกตากว้างดู “เอาให้ไส้เดือนกินทุกวัน” พ่อตอบ
แล้วก็ร้องขึ้นว่า “ผมไม่เคยได้ยินสักที” ประธานบ้านว่า
“ผมก็ไม่เคยได้ยินมาเหมือนกัน” รองประธานบ้านว่าอีก
“โอ้โฮ้มันกินได้ครึ่งหนึ่งเลยนะ ! แม่ ๆมาดูนี้สิ!” “อยู่ที่ไหน ขอดูหน่อยสิ” ประธานบ้านว่า
แม่รีบเดินออกมาจากห้องครัวมาหาถังตรงที่สองพี่น้องยืน พ่อวันนีพาคณะกรรมการหมู่บ้านเดินไปหลังบ้านแล้วเปิด
อยู่ ฝาถังที่ตั้งเรียงรายออก สมาชิกคณะกรรมการหมู่บ้าน
แต่ละคนต่างก็สนใจ และถามพ่อวันนีว่า
“สูเอาเปลือกกล้วยเปลือกมะละกอมาใส่ในถังนี้ทำไม มันจะ
เน่าเหม็นนะ สักหน่อยทางบ้านเมืองเขาจะมาโทษกูอีก !” “ใครที่มาแนะนำให้เลี้ยง ? ”
“ไม่ใช่นะแม่คุณครูเอาไส้เดือนให้วันนีมาเลี้ยงเพื่อให้มันกิน “คุณครูที่โรงเรียนเอาให้อีนังน้อยมันก็เลยลองมาเลี้ยง
เศษอาหาร ลูกลองเอาเปลือกกล้วยเปลือกมะละกอให้มัน ดู เห็นว่าได้ผลดีก็เลยเลี้ยงให้มันแผ่ขยาย” พ่อตอบทั้ง
กินลองดู เมื่อวานนี้เอาให้มันกินกองใหญ่เลย วันนี้เหลือ เอามือลูบหัววันนีที่ยืนอยู่ข้างๆ
แค่ครึ่งเดียวดูสิแม่” “เด็กน้อยสมัยนี้ ฉลาดมากมีสิ่งดีๆ มาแนะนำช่วยพ่อ
แม่ เก่งมากหลานเรียนหนังสือให้เก่งๆ นะ โตขึ้นจะได้
พี่ของวันนีอธิบาย มาทำงานสร้างสรรค์บ้านเมืองช่วยกัน”
“มันคือไส้เดือนน้อยมหัศจรรย์สมกับคำอาจารย์ว่าจริง ๆ
ท่านว่ามันขยายตัวไวมาก ไม่ถึงเดือนพวกเราก็จะได้ ประธานบ้านพูดกับน้องวันนี ทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่ที่นั่น
ไส้เดือนเพิ่มขึ้นเท่าตัว ต่อจากนั้นพวกเราก็เลี้ยงมันใส่ใน ต่างมองมาที่ใบหน้าวันนีเป็นจุดเดียว น้องวันนียิ้มแบบอายๆ
หลายถัง ใส่ครุ ใส่ชามหรือรางไม้ก็ได้” น้องวันนีพูดบ้าง เล็กน้อย ทั้งยื่นแขนมากอดเอวพ่อ.
“งั้นก็ดีเลย เลี้ยงให้มันแผ่มาก ๆ ให้มันกินเปลือกกล้วย
เปลือกมะละกอ ทีนี้พวกเราก็จะไม่มีปัญหาแล้ว” แม่พูด
ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ดูสิแม่ วันนีมันรีบมาดูไส้เดือนจนลืมล้างหน้า ขี้ตายัง
เขรอะที่ขนตาอยู่เลย” สมสีเย้าหยอกน้องสาวทั้งใช้มือชี้ไป
ที่ใบหน้าน้องจนวันนีหน้าแดงแล้วใช้กำปั้ นตีแขนพี่สาวเบา
สมสีและวันนีเอาใจใส่ดูแลไส้เดือน พวกเธอจะคอย
ระมัดระวังไม่ให้มีมด แมลงหรือหนูมารบกวน สองสามวันจะ
รดน้ำเพื่อให้ดินชุ่มเมื่อใดเปลือกกล้วยเปลือกมะละกอในถังใกล้
จะหมด พวกเธอก็จะเอามาเติมใหม่ไม่ให้ขาด สองสามเดือน
ผ่านไป ไส้เดือนน้อยมหัศจรรย์ได้ออกแม่แผ่ลูกเป็นจำนวน
มากมาย พ่อของวันนีได้ค้นหาถังเปล่าที่ทิ้งแล้วของชาวบ้านที่
อยู่ใกล้เคียงมาใส่เพิ่มเป็นสี่ห้าถัง ทำให้จำนวนเปลือกกล้วย
เปลือกมะละกอที่ไม่มีที่ทิ้งนั้นลดลงอย่างมากหลาย
PAGE 26 NONGNAKHAM JOURNAL
ผญา-พาเพลิน-เจริญใจ I บ่าวหมอนกิ่ว
“ ผ ญ า ค ว า ม รั ก ล ง ข่ ว ง จ่ า ย ผ ญ า ห า ส า ว ”
ผญาเกี้ยวสาวมักจะจ่ายหรือพูดกันในสถานที่ที่สาวๆ ไปชุมนุมกันมากๆ สถานที่นั้นเรียกว่า “ลงข่วง” การลงข่วงคือ การที่ผู้หญิงสาว
สมัยนั้นไปปั้ นฝ้ายหรือเข็นฝ้ายในตอนกลางคืนแห่งเดียวกัน โอกาสนี้เองที่ฝ่ายหนุ่มสาวจะมาเกี้ยวสาวด้วยผญาภาษารักฝ่ายหญิงก็จะ
พูดจ่ายผญาโต้ตอบด้วยท่วงท่าทำนองไพเราะอ่อนหวาน หรือกระแทกแดกดันตามลักษณะที่ฝ่ายชายจ่ายมาก่อน ถ้าฝ่ายชายจ่ายมาแบบ
ตัดพ้อต่อว่าฝ่ายหญิงก็จะจ่ายในลักษณะเดียว ถ้าจ่ายมาแบบปริศนาภาษารักก็จะถูกตอบไปแบบเดียวกัน
เช่นการถามข่าว.
สาว: แม่นเจ้าเนาหนห้อง สถานถิ่นเมืองใด อ้ายเอย
ใจประสงค์สังน้อ จั่งด่วนมาทางนี้
บ่าว: อ้ายกะเนาหนห้อง หนองนาคำก่ำบ้านอยู่ พุ้นแหล้ว
ในประสงค์อยากไดชู้ กะเลยล้ำล่วงมา น้อยเอย
ผญาดักใจบ่าวสาว
บ่าว: โอย คันแม่นแนวผู้หญิงนี้ตั๋วไวเว้าคล่อง อ้าปากขึ้นตั๋วพร้อมเสี่ยงกระบวนแท้แหล่ว
สาว: น้องนี้ บ่เคยตี๋ แถลงเล่นตั๋วเป็นปากหม่อดอกนา ทางซิหลอกล้อเซาถ่อน อย่าสิฝันอ้ายเอย
ผญาปริศนารักบ่าวสาว
บ่าว: พี่นี้ซายเซ็งด้ามเจาะจงจาต่อคำสัตย์จริงจั่งเว้า บ่มีเล่ห์เหลี่ยมกล พี่หากคนเดียวแห้ประสงค์แยงมาใส่ ขอให้ฮับฮักใว้อย่าให้เสื่อม
สูญพี่ถ่อน
สาว: โอย คันแม่นคนซายนี้ตั๋วเป็นตลกเก่งจิตใจหากลี้ซ้อนไว้ปลายลิ้นตวัดลมย่านบ่ สมความเว้าเอาๆ ตั้งแต่ปาก ฮักแต่ยามอยู่นี่หนีแล้ว
บ่ฮักนำอ้ายเอย
ผญาความรักเกี้ยวพาราสีมีอยู่อย่างมากมาย กระจัดกระจายอยู่กับคนเฒ่าคนแก่ตามที่ๆ ได้เอามาเป็นตัวอย่างเพื่อจะได้สะดวกแก่การ
ศึกษาค้นคว้าของอนุชนต่อไป
อ้างอิงจากหนังสือ ประมวลอ้อยต้อยต่อนผญา โดยน้อย ผิวผัน
หนังสือ ผญา โดย สำลี รักสุทธี อาจาร์ 3 พ.ม.ศษ.บ. น.ธ.เอกเปรียญ
NONGNAKHAM JOURNAL PAGE 27
แวดวงการศึกษา I สรยุทธ วาระกูล
" เ ปิ ด เ ท อ ม เ ปิ ด ป ร ะ เ ท ศ "
ผมเชื่อว่าใจจริงแล้ว ผู้ปกครองต้องการให้เปิดเรียนตามปกติใจ และมีมาตรการรองรับที่ค่อนข้างปฏิบัติได้ค่อนข้างยาก
แทบขาด โดยเฉพาะโรงเรียนในต่างจังหวัด เพราะผู้ปกครองย่อมรู้ ดังนั้นหลายโรงเรียนจึงยังไม่มีความพร้อมที่จะเปิดเรียนใน
อยู่แก่ใจดีว่า ไม่มีการจัดการเรียนการสอนในระบบไหนดีกว่าให้ลูก ระบบ on site ได้ตามนโยบายที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด
ไปโรงเรียน ไปอยู่กับครูในชั้นเรียน หรือที่เราเรียกกันจนติดปากว่า ไว้ บางแห่งรอดูท่าทีไปจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน แต่ก็มี
on site แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามที่ทราบ บางแห่งที่เปิดแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หากเอา
กันอยู่ในเวลานี้ และดูเหมือนว่าจะยิ่งแพร่ระบาดไปอย่างกว้างขวาง ไม่อยู่ก็จะสั่งปิดอีกรอบ....
ทั่วทุกหัวระแหงของประเทศ เพียงแต่การอัพเดตข้อมูลไม่เข้มข้น
เหมือนการระบาดในระยะแรกจึงทำให้เกิดความลังเล เกรงว่าลูก เชื่อว่าในขณะนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูอาจารย์
หลานของตนจะติดเชื้อโควิดมาจากโรงเรียน และเป็นพาหะมาสู่ จำนวนมากกำลังกระอักกระอ่วน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ด้วย
บุคคลในครอบครัว เกิดเป็นคลัสเตอร์ขนาดใหญ่ลุกลามไปทั่ว สามัญสำนึกลึกๆ แล้วย่อมรู้ดีว่าการเรียนในระบบอื่นนอกจาก
ประเทศ ! on site นั้นได้ผลน้อยเต็มที การวัดผลประเมินผลก็แทบจะ
คลำหาทางออกไม่เจอ ครั้นจะให้เด็กติด 0. ติด ร. ก็ใช่ที่ โดย
แน่นอนแรงกดดันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ย่อมตกไปที่กระทรวง เฉพาะติด 0. ยิ่งไม่อยากทำแม้เด็กจะไม่มารับใบงานหรือโผล่
ศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หน้ามาให้เห็นในสมาร์ทโฟนของครูเลยก็ตาม ในส่วนของ
(สพฐ.) ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับการศึกษาไทย ซึ่งดูเหมือน กระทรวงศึกษาธิการ ทำได้อย่างมากก็แค่บอกให้ผู้บริหาร
จะต้องขานรับกับนโยบายเปิดประเทศในห้วงระยะเวลาเดียวกัน ซึ่ง สถานศึกษาใช้ดุลยพินิจ และฟังความเห็นของสาธารณสุข
ก็เข้าใจได้ว่าเพื่อประคับประคองสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ อำเภอหรือจังหวัดของตนเองว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ ซึ่งแทบ
กำลังดิ่งลงอย่างน่าวิตก ล่าสุดก็มีนโยบายฉีดวัคซีนให้แก่เด็กอายุุ จะไม่มีอะไรแตกต่างกับการระบาดในรอบที่ผ่านๆ มามากมาย
12 ปี เป็นเบื้องต้นก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ นัก ที่เห็นเพิ่มเติมก็คงจะเป็นคำสั่งให้สถานศึกษาจัดหาชุด
2/2564 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา และกำลังจะระดม ตรวจ ชุดป้องกัน..แต่งบประมาณกลับไม่มีเพียงพอต่อความ
ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่เด็กที่มีอายุ 5 -11 ขวบ เป็นลำดับต่อไป ต้องการของแต่ละสถานศึกษา ! สุดท้ายก็ยังเอวัง วังเวงจน
พูดอะไรไม่ออก และไม่รู้จะโทษใครดี นอกจากเสี่ยงดวงไปวันๆ
PAGE 28 NONGNAKHAM JOURNAL
PROJECT NONGNAKHAM JOURNAL
THANK YOU
ออกแบบปกและรูปเล่ม : วิชุดา อุ่นสา
พิมพ์ที่ อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น