กิโมโนชุดประจำชาติญป่ี ุ่น
กญั ญานัฐ โพธกิ์ ลาง
644313103
รายงานนี้เปน็ ส่วนหน่งึ ของการศกึ ษาค้นควา้ ในรายวชิ า 1631101 การร้ดู ิจิทัลเพือ่ การเรียนรู้
มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบุรี
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
2
กิโมโนชดุ ประจำชาตญิ ปี่ ุ่น
กัญญานัฐ โพธก์ิ ลาง
644313103
รายงานน้เี ป็นสว่ นหน่งึ ของการศึกษาค้นคว้าในรายวชิ า 1631101 การรู้ดจิ ทิ ัลเพ่อื การเรียนรู้
มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบรุ ี
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564
3
คำนำ
รายงานเรอ่ื ง กิโมโนชดุ ประจำชาติญ่ปี นุ่ เป็นส่วนหนง่ึ ของการค้นควา้ ใน
รายวิชา 1631101 การรดู้ จิ ิทัลเพ่ือการเรยี นรู้ มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบุรีภาคเรียนที่ 1 ปี
การศกึ ษา 2564 โดยเนอื้ หาภายในรายงานนำเสนอเรอ่ื งราวของกิโมโนชดุ ประจำชาติญ่ปี ุ่น
มงุ่ เน้นใหเ้ ขา้ ใจ ถึงบทความสำคญั ของชุดกิโมโนในแต่ละรวดรายของชดุ กโิ มโน ศึกษาเกี่ยวกับ
กโิ มโนชุดประจำชาติญป่ี นุ่
รายงานเลม่ นี้ เป็นการรวบรวมเนอ้ื หาเบอ้ื งตน้ อาจมีตกหลน่ บ้างหรือไม่
ครบถว้ นบ้าง
ประการใดผ้จู ดั ทำจึงขออภยั เป็นอย่างสูงและน้อมรบั ข้อเสนอแนะไปพจิ ารณาปรบั ปรุงในอนาคต
กัญญานฐั โพธก์ิ ลาง
644313103
4
สารบญั
เรื่อง หน้า
1. ประวตั คิ วามเปน็ มาของกโิ ม ……………………………………………………………. 6
1.1 ประวัตชิ ุดกิโมโน ………………………………………………………………………. 6
1.2 ความสำคัญของกโิ มโม ……………………………………………………………. 11
12
2. ลกั ษณะของกิโมโน ……..………………………………………………………………..... 12
2.1 สว่ นประกอบของกโิ มโน …………………………………………………………... 13
2.2 การตดั เย็บ ………………………………………………………………………...…... 16
2.3 ประเภทของวัสดุที่ใช้ ……...……………………………………………………….. 18
18
3. กิโมโนแตล่ ะลายมคี วามหมายและสญั ลกั ษณ์ .....…………………………………. 18
3.1 ลายแบบซายะ .......………………………………………………………………….. 18
3.2 ลายกระดองเต่า ………………………………………………………………………. 18
3.3 ลายนกกระเรยี น ...…………………………………………………………………… 18
3.4 ลายดอกโบต๋ัน ……………………………………..…………………………………. 19
3.5 ลายพดั ………………………………………………………………….................... 19
3.6 ลายตาราง ....………………………………………………………………………….. 19
3.7 ลายคลื่นทะเล .………………………………………………………………………... 19
3.8 สมบตั ิทง้ั เจด็ ………………………………………………………………………….. 19
3.9 ลูกศรขนนก ………………………………………………………………………….... 19
3.10 ลายทะเทะวาคุ …………………………………………….....……………………… 19
3.11 ลายเกล็ดปลา …………………….………………………………………………… 20
3.12 ลายดอกบว๊ ย …………………….………………………………………………… 20
3.13 ลายมารมุ น ………………….………………………………………………………… 20
3.14 ลายฮานะมารมุ น ..…………………………………………………………………… 20
3.15 ลายโนะชิ ………………………………………………………………………………. 20
3.16 รถโกะโฉะกุรมุ ะ ………………………………………………………………………
3.17 ลายซากุระ ....…………………………………………………………………………..
5
เรื่อง หน้า
3.18 ลายนกฟินิกซ์ ………………………………………………………………………….. 21
3.19 ลายดอกเบญจมาศ ……………………………..……………..……………………. 21
3.20 ลายต้นสน+ไผ่+บว๊ ย ………………………………..…………………………….. 21
3.21 ลายใบฝน่ิ …………………………….…………………………………………………. 21
3.22 ลายผีเสอ้ื ……………………………………..………………………………………… 21
3.23 ลายคันเสะมสิ ุ ………………………………………………………………………… 22
3.24 ลายยูกิวะ ……………….………………………………………………………………. 22
3.25 ลายดอกวสิ ทเี รีย ………….………………………………………………………….. 22
4. วธิ ีสวมใสช่ ุดกโิ มโนและเคร่ืองประดับ ....…………………………………………….. 23
4.1 รองเท้าสำหรบั ชดุ กิโมโน ………………………………....………………………. 25
4.2 โอบิสำหรับชุดกโิ มโน ……………………………..………………………………… 27
4.3 ทรงผมสำหรับชดุ กิโมโน ……………………………….…………………………. 29
5. สรปุ เรอ่ื งของกโิ มโน …………………………..…………………………………………….. 30
6. บรรณานกุ รรม ……….....……………………………………………………………………. 32
6
1.ประวัติความเปน็ มาของกโิ มโน
1.1 ประวัตชิ ดุ กิโมโน
กิโมโนมีวธิ ีการก่อสรา้ งท่กี ำหนดไว้ และโดยทวั่ ไปแล้วจะทำมาจากผ้าท่ยี าวและแคบที่เรียกวา่ ทัน
โมโนแมว้ ่าบางครง้ั จะใชโ้ บลตผ์ า้ แบบตะวันตก กิโมโนมีหลายประเภทสำหรบั ผ้ชู าย ผูห้ ญงิ และเดก็
ขน้ึ อยู่กับโอกาส ฤดูกาล อายุของผูส้ วมใส่ และ - น้อยกว่าปกตใิ นยุคปจั จบุ นั - สถานภาพการสมรสของ
ผสู้ วมใส่ แม้จะมองวา่ ชดุ กิโมโนเป็นเสอ้ื ผา้ ที่เปน็ ทางการและสวมใสย่ าก แต่ก็มชี ดุ กิโมโนหลายประเภทที่
เหมาะกบั ทุกพธิ กี าร รวมถึงโอกาสที่ไมเ่ ปน็ ทางการ วธิ ีการเปน็ คนทส่ี วมชดุ กโิ มโนของพวกเขาเปน็ ที่รู้จัก
กนั kitsuke (着付けสวา่ ง "การแต่งกาย")
ในปัจจุบนั นี้ กิโมโนมักจะไม่สวมใสเ่ ปน็ ชดุ ประจำวนั และหลดุ พ้นจากแฟช่นั มาโดยตลอด เนอ่ื งจาก
เปน็ เสอ้ื ผ้าท่ีคนญป่ี ุ่นนิยมสวมใสม่ ากที่สุด ปัจจุบันมีการแสดงชุดกิโมโนบ่อยทส่ี ดุ ในเทศกาลฤดูร้อน ซึง่
ผคู้ นมักสวมชดุ ยูกาตะซง่ึ เป็นชุดกิโมโนทีไ่ มเ่ ปน็ ทางการทีส่ ุด อย่างไรกต็ าม กโิ มโนแบบเป็นทางการยัง
ถูกสวมใสใ่ นงานศพ งานแตง่ งาน งานรบั ปรญิ ญา และกิจกรรมทางการอน่ื ๆ คนอนื่ ๆ ท่สี วมชดุ กิโมโน
เป็นประจำ ได้แก่เกอชิ าและไมโกะทตี่ ้องสวมใส่เปน็ สว่ นหนึ่งของอาชีพ และริกชิ ิหรือนักมวยปลำ้ ซโู ม่ท่ี
ต้องสวมชุดกิโมโนในทส่ี าธารณะตลอดเวลา
แม้จะมจี ำนวนผู้สวมชดุ กิโมโนโดยท่ัวไปนอ้ ยและชื่อเสยี งของเสอ้ื ผา้ ว่าเป็นเส้ือผา้ ท่ีซับซ้อน แต่ชุดกโิ มโน
กไ็ ดร้ ับการฟ้นื ฟูหลายครัง้ ในทศวรรษที่ผ่านมา และยังคงสวมใสใ่ นปจั จุบนั เป็นเส้อื ผา้ แฟชน่ั ในญ่ปี นุ่
สมัยยามาโตะ (300–710)
ตัวอย่างแรกของเสือ้ ผ้าคลา้ ยกโิ มโนในญีป่ ุ่นคือเสอ้ื ผา้ จนี ด้งั เดิมที่แนะนำให้รจู้ กั กบั ญี่ปุ่นโดยทูตจนี
ในสมยั โคฟุน (ค.ศ. 300 – 710 ซอี )ี โดยมีการย้ายถ่นิ ฐานระหวา่ งสองประเทศและทูตไปยงั ราชสำนัก
ราชวงศถ์ งั ที่นำไปสูก่ ารแต่งกายแบบจีน รูปลักษณ์และวัฒนธรรมกลายเปน็ ทีน่ ิยมอย่างมากในสังคมศาล
ญปี่ ุน่ ศาลจกั รวรรดญิ ปี่ ุ่นนำมาใชอ้ ย่างรวดเรว็ รปู แบบภาษาจนี ของการแต่งกายและเสื้อผา้ มีหลักฐาน
ของกลุม่ ตัวอย่างทเ่ี ก่าแก่ทีส่ ุดของshiboriผ้าผูกย้อมเก็บไวท้ ว่ี ัด Shosoin เปน็ ภาษาจีนในการใหก้ ำเนิด
เน่อื งจากขอ้ จำกัด ของความสามารถของญีป่ ุ่นทีจ่ ะผลติ ผา้ ทีเ่ กบ็ ไว้ทนี่ ่นั ในเวลาน้ัน เป็นช่วงต้นของ
ศตวรรษที่ 4 ภาพของพระราชนิ แี ละหัวหนา้ เผา่ ในประเทศญ่ปี นุ่ เปน็ ภาพเส้อื ผา้ สวมใสซ่ ่ึงมีความ
คลา้ ยคลงึ กับผทู้ ี่สวมใส่ในของจีนราชวงศ์ฮนั่
สมยั นารา (ค.ศ. 710-794)
ชดุ สมัยนารา บูรณะ พ.ศ. 2548
ในปี ค.ศ. 718 CE ไดก้ ่อตงั้ รหัสเสื้อผา้ ของ Yoro ซึง่ กำหนดวา่ เส้ือคลมุ ทัง้ หมดต้องทบั ซ้อนกนั ท่ี
ด้านหน้าดว้ ยการปดิ จากซา้ ยไปขวาตามแฟชน่ั จีนทวั่ ไป ประเพณกี ารสวมใสน่ ย้ี งั คงมีอยู่ในปัจจุบนั โดยมี
การปดิ จากขวาไปซ้ายทส่ี วมใส่โดยผตู้ ายเท่านั้น
7
สมัยเฮอันถึงสมัยอะซุจิ-โมโมยามะ (794-1600)
ในชว่ งสมยั เฮอนั (ค.ศ. 794-1193) ญี่ปุ่นหยุดสง่ ทตู ไปยังราชสำนักราชวงศ์จนี ส่งผลให้สนิ คา้ จีน
สง่ ออก รวมทั้งเสอ้ื ผ้า จากการเขา้ ไปในพระราชวงั อมิ พีเรียลและเผยแพร่ไปยงั ชนชั้นสงู ซ่ึงเป็น
อนญุ าโตตลุ าการหลักในการพัฒนาวัฒนธรรมดง้ั เดิมของญ่ีปนุ่ ในขณะนัน้ และมเี พียงคนเดยี วทส่ี ามารถ
หรือได้รับอนุญาตให้สวมใส่เสื้อผา้ ดังกล่าวได้ สญู ญากาศทางวัฒนธรรมทีต่ ามมานำไปสกู่ ารอำนวยความ
สะดวกของวัฒนธรรมญป่ี ุ่นทเ่ี ปน็ อิสระจากแฟช่ันจีนในระดับท่ีมากขึ้น สง่ิ นีเ้ ห็นองค์ประกอบท่ียกมาจาก
ศาลราชวงศ์ถงั ก่อนหน้านี้พฒั นาอย่างอิสระในส่งิ ทีเ่ รยี กว่า "วฒั นธรรมของชาต"ิ หรือ " วฒั นธรรมโคคุฟุ
" (国風文化, kokufū-bunka)คำทใ่ี ชเ้ พื่ออ้างถึงวฒั นธรรมญปี่ นุ่ สมยั เฮอนั โดยเฉพาะของชน
ชนั้ สงู
เส้อื ผ้ามสี ไตล์มากข้นึ โดยมีองคป์ ระกอบบางอยา่ ง เช่นแจ็กเก็ตชุนจูคอกลมและแขนเส้ือที่สวมใส่โดยท้งั
สองเพศในชว่ งตน้ ศตวรรษที่ 7 ซ่งึ ถกู ขา้ ราชบรพิ ารทง้ั ชายและหญงิ ทอดท้ิง สว่ นอน่ื ๆ เช่น เสือ้ คลุมท่ี
คลุมหน้าซง่ึ สวมใสโ่ ดยผู้ชายและผหู้ ญิง ถูกเกบ็ ไว้ และองค์ประกอบบางอยา่ ง เชน่ กระโปรงโมทีผ่ หู้ ญิง
สวมใส่ ยงั คงลดความจลุ ง สวมใสเ่ ฉพาะในโอกาสที่เป็นทางการเท่านัน้
ในชว่ งยุคเฮอันต่อมา พระราชกฤษฎกี าการแต่งกายต่างๆ ได้ลดจำนวนชั้นทผี่ หู้ ญงิ สวมใส่ได้ นำไปสู่
โคะโซะเดะ "แขนเลก็ " - เครื่องแตง่ กายซง่ึ แต่ก่อนถอื ว่าเปน็ ชดุ ชนั้ ใน กลายเปน็ แจก๊ เกต็ ในสมยั มุโรมาจิ
(พ.ศ. 1336- 1573 ซีอี) แตเ่ ดิมสวมใส่กบั hakamaกางเกง - ชนิ้ สว่ นของชดุ ช้ันในทล่ี ะช่วงอน่ื - The
kosodeเรมิ่ ท่ีจะจัดขึ้นปิดดว้ ยเข็มขัดเล็ก ๆ ทรี่ จู้ ักกนั เป็นโอบี kosode คลา้ ยกิโมโนท่ีทันสมัยแมว้ า่ ใน
เวลานแ้ี ขนท่ีถูกเย็บปดิ ทด่ี ้านหลงั และมขี นาดเลก็ กวา้ งกว่ารา่ งกายของเส้ือผ้า ในสมัยเซ็นโกกุ (ค.ศ.
1467-1615) และยุค Azuchi-Momoyama (1568-1600) การตกแต่งของkosodeพฒั นาขึ้นด้วยการ
ออกแบบทโี่ ดดเดน่ ยงิ่ ขึน้ และสีหลกั ที่ฉูดฉาดกลายเปน็ ท่ีนิยม
สมยั เอโดะ (1603-1867)
ภาพเงาโดยรวมของชุดกิโมโนเปลีย่ นไปในชว่ งสมยั เอโดะอันเนอื่ งมาจากววิ ัฒนาการของโอบิแขน
เสื้อ และรปู แบบการสวมชดุ กิโมโนหลายชัน้ (อุตางาวะ คนุ โิ ยชิ ดอกพลมั ยามคำ่ คนื ภาพพมิ พแ์ กะไม้
ศตวรรษท่ี 19)
ในช่วงสมยั เอโดะ (1603-1867 ซอี ี) วัฒนธรรมทง้ั ของญี่ปนุ่ และการพัฒนาเศรษฐกจิ อย่างมีนยั สำคญั
โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในช่วงGenrokuระยะเวลา (1688-1704 ซอี ี) ในประเด็น " วฒั นธรรม Genroku " -
ขดั แย้งแสดงหรหู ราของความมั่งคงั่ มีการแสดงผลโดยทัว่ ไปการเจรญิ เตบิ โตและชนชั้นพ่อคา้ ทที่ รงพลัง(
chōnin ) - เจรญิ รงุ่ เรอื ง ในเวลานี้ เสอ้ื ผา้ ของชนชนั้ โชนนิ ซงึ่ เปน็ ตัวแทนของอำนาจทางเศรษฐกจิ ที่
เพ่ิมขน้ึ ของพวกเขา แข่งขันกับชนชัน้ สงู ส่งและชนชัน้ ซามไู ร ดว้ ยชดุ กโิ มโนสีสนั สดใสท่ใี ชเ้ ทคนคิ การ
ผลติ ราคาแพง เช่น การย้อมด้วยมือ ในการตอบสนองต่อเร่ืองนี้โชกนุ โทคุงาวะออกมาเป็นจำนวนของ
8
เรยแ์ บนลทั ธิกิโมโนของชั้นเรียนผปู้ ระกอบการคา้ ท่ีห้ามใช้สีมว่ งหรอื สีแดงผ้า, เย็บปักถักรอ้ ยทองและ
การใช้ย้อมประณีตshiboriรปู แบบ Rinzuเปน็ ผา้ สแี ดงเขม้ เปน็ วัสดทุ ี่นยิ มสำหรบั ชดุ กโิ มโน
เปน็ ผลให้โรงเรียนแห่งความคิดเกย่ี วกบั สนุ ทรียศาสตรท์ ่เี รียกวา่ "อิคิ " ซึ่งให้ความสำคญั และจดั ลำดบั
ความสำคัญของการแสดงความมั่งค่ังผ่านลักษณะที่ปรากฏเกอื บโลกยี ์พัฒนาแนวคดิ ของการออกแบบ
และการสวมใส่ชุดกโิ มโนที่ยงั คงมาจนถึงทุกวันนใ้ี นฐานะอิทธิพลสำคญั
จากจดุ นี้เป็นตน้ ไป รปู รา่ งพน้ื ฐานของชดุ กิโมโนของท้ังชายและหญิงยงั คงไม่เปลีย่ นแปลงอยา่ งมาก ใน
สมัยเอโดะ แขนเสื้อของโคะโซะเดะเริ่มยาวขน้ึ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในหมู่ผหู้ ญงิ ท่ียงั ไม่แต่งงาน และโอบิก็
ยาวและกว้างขึน้ มาก โดยมปี มสไตลต์ า่ งๆ เขา้ มาในแฟช่ัน ควบคู่ไปกบั วัสดทุ อท่ีแข็งขน้ึ เพ่ือรองรบั พวก
เขา
ในสมยั เอโดะ ตลาดกโิ มโนถูกแบ่งออกเป็นช่างฝีมือ ซง่ึ ทำทันโมโนะและเครื่องประดบั โทยะหรอื ผู้คา้ ส่ง
และผ้คู า้ ปลกี
สมยั เมจิ (พ.ศ. 2411 ถึง พ.ศ. 2455)
ประเภทสารพนั กโิ มโน, ชุดตะวันตกผ้หู ญงิ ศาลในkeikoและเด็กนักเรียนในระดับ high-collared
เสือ้ กิโมโนและhakama พ.ศ. 2433
ครอบครัวของHoriai Setsukoพฤษภาคม 1912 บางอย่างในยุโรปชดุ บางในชุดกโิ มโนบางสวมhakama
ฮากามะของผ้หู ญิงแพร่กระจายจากศาลซึ่งเปน็ สว่ นหน่ึงของชดุ ปฏริ ูปญป่ี ุ่น
ในปี พ.ศ. 2412 ระบบช้นั เรยี นถกู ยกเลิกและมกี ารแต่งกายเฉพาะช้ันเรยี นดว้ ย ชดุ กิโมโนที่มี
องคป์ ระกอบเดมิ ทถี่ ูกจำกัด เชน่ สแี ดงและสมี ่วง กลายเป็นท่นี ิยม
หลังจากการเปดิ พรมแดนของญป่ี ุน่ ในสมยั เมจติ อนตน้ สู่การคา้ ของตะวนั ตก วสั ดุและเทคนคิ จำนวนหนง่ึ
เช่น ขนสตั วแ์ ละการใช้สสี ังเคราะห์ กลายเป็นที่นยิ ม โดยกโิ มโนขนสัตวแ์ บบลำลองน้นั พบได้ท่วั ไปใน
ญี่ปุ่นก่อนปี 1960 การใชส้ ยี อ้ มดอกคำฝอย ( 'เบนิ' ) สำหรบั ผา้ ซับในไหม (ร้จู ักกนั ในชือ่ 'โมมิ'แท้จรงิ
แล้วคือ "ผ้าไหมสีแดง") ก็พบเหน็ ได้ท่ัวไปในประเทศญ่ปี ่นุ ช่วงก่อนปี 1960 ทำให้สามารถระบุชุดกโิ มโน
จากยคุ นไี้ ด้อยา่ งงา่ ยดาย
ในสมยั เมจกิ ารเปิดประเทศญี่ปนุ่ สูก่ ารค้าขายแบบตะวนั ตกหลังการปิดลอ้ มของสมัยเอโดะ นำไปสกู่ าร
ขบั เคลื่อนไปสู่การแตง่ กายแบบตะวนั ตกซ่งึ เปน็ สญั ลกั ษณข์ อง "ความทนั สมยั " หลังจากที่ประกาศโดย
จักรพรรดเิ มจิ,ตำรวจพนักงานรถไฟและครยู ้ายไปสวมเส้ือผา้ ตะวันตกภายในบทบาทงานของพวกเขากับ
การยอมรบั ของเสือ้ ผา้ ตะวนั ตกโดยคนในประเทศญีป่ นุ่ ทีเ่ กิดข้นึ ท่ีก้าวมากข้ึนกวา่ ผหู้ ญิง ความคิดริเริ่ม
เชน่ สมาคมผู้ผลติ เครอื่ งแต่งกายสตรีและเด็กแห่งกรุงโตเกยี ว (東京婦人子供服組合) ได้
สง่ เสรมิ การแต่งกายแบบตะวันตกใหเ้ ป็นเสื้อผ้าประจำวัน
สมัยไทโช (1912–1926)
9
เสอ้ื ผ้าของตะวันตกกลายเป็นปัญหามาตรฐานอย่างรวดเร็วในฐานะเคร่ืองแบบทหารสำหรบั ผูช้ าย
และชุดนักเรียนสำหรับเด็กผชู้ าย และระหวา่ งปี 1920 และ 1930 ชดุ กะลาสฟี กุ ุเขา้ มาแทนทีช่ ุดกโิ มโน
และฮากามะที่ไม่มกี ารแบ่งแยกเปน็ ชดุ นกั เรียนสำหรบั เด็กผู้หญิงอย่างไรกต็ าม กโิ มโนยังคงเป็นทีน่ ิยมใน
ฐานะไอเท็มของแฟชนั่ ในชีวิตประจำวนั หลังเกิดแผ่นดนิ ไหวครัง้ ใหญ่ทค่ี นั โตในปี 1923 กโิ มโนไมเซนิ
ราคาถกู ไม่เปน็ ทางการ และพรอ้ มสวมใสซ่ ึ่งทอจากเสน้ ไหมดบิ และเหลือทิ้งท่ีไมเ่ หมาะกับการใช้งาน
อ่ืนๆ กลายเปน็ ที่นยิ มอย่างมาก หลังจากสญู เสยี ทรัพยส์ นิ ของผคู้ นจำนวนมากภายในปี พ.ศ. 2473 ไม
เซนพร้อมสวมใสช่ ุดกโิ มโนได้รับความนยิ มอย่างสงู จากการออกแบบทส่ี ดใสและเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
ซงึ่ หลายๆ ชดุ ไดร้ ับแรงบันดาลใจจากขบวนการอาร์ตเดโคMeisenกโิ มโนมักถกู ย้อมโดยใช้Ikat ( Kasuri
) เทคนิคการยอ้ มสที ่ีท้ังวปิ รติ หรือทัง้ สองอย่างวิปริตและผ้าหวั ขอ้ (ทร่ี ้จู ักกนั heiyō-gasuri ) ถกู ยอ้ มโดย
ใชร้ ูปแบบลายฉลุก่อนการทอผ้า
เปน็ ช่วงท่ีไทโชเรมิ่ ทำชุดกโิ มโนและชดุ กโิ มโนใหเ้ ปน็ ทางการ อุตสาหกรรมกิโมโนได้คิดค้นhōmongi ,
tomesodeและmontsuki hakamaในยคุ นี้ ชุดกิโมโนเจ้าสาว ( oyomeiri dōgu ) ซ่งึ เป็นวธิ ีปฏบิ ัติที่
ไมธ่ รรมดาของชนชน้ั สูงในสมัยเอโดะ ก็กลายเปน็ เรอ่ื งธรรมดาชดุ กิโมโนสามารถขายไดใ้ นยามยากหรือ
เพื่อหลกี หนจี ากการแตง่ งานทเ่ี ลวร้าย
สมัยโชวะ (พ.ศ. 2469-2532)
แมว้ า่ ชุดกโิ มโนจะไม่ใชช่ ุดปกติสำหรบั ผู้ชายอกี ตอ่ ไป แต่ก็ยงั คงสวมใส่ทกุ วนั สำหรบั ผหู้ ญงิ ญีป่ นุ่
จนถงึ สงครามโลกครัง้ ที่ 2 (พ.ศ. 2483-2488) สง่ ผลใหช้ ุดกิโมโนมีความเกี่ยวข้องกับผูห้ ญิงเปน็ หลักใน
ระหว่างชว่ งเวลานี้มาตรฐานของการแตง่ กายไม่ได้เปน็ กรงเลบ็ ทีม่ ีรอยยน่ ไม่สมำ่ เสมอohashoriและคด
เคี้ยวโอบียงั คงถือวา่ ยอมรับได้
ในช่วงสงคราม โรงงานกโิ มโนตอ้ งปิดตัวลง และรัฐบาลสนับสนนุ ให้ผูค้ นสวมมงเป้ - กางเกงทสี่ ร้างจาก
ชุดกโิ มโนเกา่ – แทน เส้นใย เชน่ เรยอน แพรห่ ลายในชว่ งสงครามโลกครงั้ ทส่ี อง มีราคาไมแ่ พงในการ
ผลติ และราคาถูกสำหรบั การซื้อ และโดยทวั่ ไปแลว้ มกี ารออกแบบการพิมพท์ ี่โดดเดน่ การปนั สว่ นผา้
ยงั คงมีอยจู่ นถึงปี 1951 ดงั นั้นชดุ กิโมโนสว่ นใหญ่จงึ ทำขึ้นเองทบ่ี า้ นจากผา้ ท่นี ำกลับมาใชใ้ หม่
ในชว่ งคร่ึงหลงั ของศตวรรษที่ 20 เศรษฐกจิ ญป่ี ุ่นเฟ่ืองฟูและผ้าไหมก็ราคาถูกลง ทำให้ครอบครัวทั่วไป
สามารถซ้ือชดุ กิโมโนผ้าไหมไดอ้ ุตสาหกรรมค้าปลีกชดุ กิโมโนไดพ้ ฒั นากฎเกณฑส์ ำหรับการสวมใส่ชุด
กโิ มโนอยา่ งละเอยี ดถ่ีถ้วน กับประเภทของชุดกิโมโน ระดับความเปน็ ทางการ และกฎเกณฑ์เกยี่ วกบั
ฤดกู าล สิ่งเหลา่ นีม้ ักอธบิ ายเป็นภาษาญปี่ ุ่นโดยใช้วลีภาษาองั กฤษว่า "เวลา สถานท่ี และโอกาส" (TPO)
ก่อนหนา้ นี้มีกฎเกณฑเ์ ก่ียวกับการสวมชดุ กโิ มโน แตก่ ฎเหล่านไ้ี มไ่ ด้มกี ารประมวลอย่างเข้มงวดและ
แตกต่างกันไปตามภูมภิ าคและระดับการทำใหเ้ ปน็ ทางการกลายเป็นความสมบูรณ์แบบ โดยไม่มรี อยยับ
หรือความไม่สม่ำเสมอในชดุ กิโมโน และรูปร่างท่เี รยี วยาวขึ้นได้รับการสง่ เสรมิ ให้เหมาะกับผู้หญิงในชดุ
กโิ มโน อตุ สาหกรรมคา้ ปลกี ชุดกโิ มโนยังส่งเสริมความแตกตา่ งทช่ี ดั เจนระหว่างเส้ือผา้ ญ่ีปุน่ และตะวนั ตก
10
ตวั อยา่ งเช่น การสวมรองเท้าแบบตะวันตกกับเสือ้ ผา้ ญป่ี นุ่ เนอ่ื งจากชาวญ่ีปนุ่ ไมน่ ยิ มสวมชดุ กิโมโนอีก
ตอ่ ไปโรงเรยี นคิทสึเกะเชงิ พาณิชยจ์ ึงถูกจดั ตงั้ ขึ้นเพือ่ สอนใหผ้ ูห้ ญิงสวมชุดกิโมโนผูช้ ายในยคุ นไี้ ม่ค่อย
สวมชดุ กโิ มโน และเสื้อผา้ บรุ ุษจึงหนไี ม่พ้นพิธกี ารสว่ นใหญ่
กโิ มโนไดร้ ับการสง่ เสริมให้เป็นสงิ่ จำเปน็ สำหรบั พิธกี าร ตวั อยา่ งที่มรี าคาแพงfurisodeสวมใสโ่ ดยหญงิ
สาวสำหรับSeijinshiki กางเกงเจา้ สาว60 ตวั ทบี่ รรจชุ ุดกโิ มโนหลายสบิ แบบจากทกุ แบบทเี่ ป็นไปได้ได้รับ
การเล่อื นตำแหน่งเป็นde riguerและผปู้ กครองรู้สึกว่าจำเปน็ ต้องจดั หากิโมโน trousseaus ทร่ี าคาสงู ถงึ
10 ลา้ นเยน (~70,000 ปอนด)์ ทแี่ สดงและตรวจสอบโดยสาธารณะเป็นส่วนหน่งึ ของงานแตง่ งานรวมทัง้
บรรทุกในรถบรรทุกโปรง่ ใส
ในชว่ งทศวรรษ 1970 ชุดกโิ มโนแบบเปน็ ทางการมียอดขายเหนอื กว่าชดุ ธรรมดามาก ผคู้ ้าปลกี ชดุ
กโิ มโน เนื่องจากโครงสรา้ งการกำหนดราคาของชุดกโิ มโนใหม่เอ่ยี ม ได้พฒั นาการผูกขาดสัมพันธก์ บั
ราคาไม่เพียงเท่านั้น แตย่ ังรวมถึงการรับรู้ความร้เู กย่ี วกับชุดกโิ มโนด้วย ทำให้พวกเขาสามารถกำหนด
ราคาและส่งเสริมการซื้อทเี่ ป็นทางการ (และมีราคาแพง) ได้อยา่ งมาก เนอ่ื งจากการขายชดุ กโิ มโนแบบ
เปน็ ทางการเพียงชุดเดียวสามารถช่วยเหลอื ผู้ขายได้สบายๆ เปน็ เวลาสามเดือน อุตสาหกรรมกโิ มโนพงุ่
สงู สุดในปี 1975 โดยมียอดขายรวม 2.8 ลา้ นลา้ นเยน (~18 พนั ลา้ นปอนด)์ การขายชุดกิโมโนแบบใหม่
ทีไ่ ม่เป็นทางการน้นั ถูกละเลยไปมาก
สมยั เฮเซ (1989–2019)
การล่มสลายทางเศรษฐกิจในปี 1990 ทำให้อตุ สาหกรรมกิโมโนส่วนใหญ่ล้มละลายและสน้ิ สุดการ
ปฏิบัติทม่ี ีราคาแพงจำนวนหน่ึงกฎการใส่ชดุ กโิ มโนขาดการยดึ เกาะเส้ือคลุมทรงกิโมโนสำหรบั ค่แู ต่งงาน
หายไปโดยท่ัวไป และเม่ือยงั ใหอ้ ยู่ ก็มีความกว้างน้อยกว่ามากเป็นท่ยี อมรับและชอบใหผ้ ู้หญงิ สวมชุด
แบบตะวันตกในพิธีต่างๆ เชน่ งานแต่งงานและงานศพผูห้ ญิงหลายคนมชี ดุ กโิ มโนหลายสบิ หรือหลาย
ร้อยชุด ส่วนใหญ่ยงั ไม่ไดส้ วมใส่ ในบ้านของพวกเขา ชุดกโิ มโนมอื สองแมว้ ่าจะไม่ได้สวมก็ขายได้
ประมาณ 500 เยน (น้อยกวา่ 3.50 ปอนด์ ประมาณ $5 US) ไม่กเี่ ปอร์เซน็ ต์ของราคาซ้ือ-ใหม่ ในช่วงปี
1990 และตน้ ทศวรรษ 2000 ร้านกโิ มโนมือสองหลายแหง่ ไดเ้ ปดิ ขน้ึ
ในชว่ งปีแรกๆ ของศตวรรษที่ 21 ชดุ ยูกาตะทรี่ าคาถกู และเรียบง่ายกลายเปน็ ทน่ี ิยมในหมู่คนหนมุ่ สาว
ประมาณปี 2010 ผู้ชายเรมิ่ สวมชดุ กโิ มโนอีกคร้ังในสถานการณ์อืน่ ที่ไม่ใชง่ านแต่งงานและชุดกิโมโน
ได้รบั การเลื่อนตำแหน่งอีกคร้ังและสวมใส่เปน็ ชุดประจำวนั โดยชนกลุ่มน้อย
ยุคเรวะ ( 2019–ปจั จบุ นั )
ทุกวันนี้ คนส่วนใหญใ่ นญ่ปี ุน่ สวมเสอื้ ผ้าแบบตะวันตกในชวี ติ ประจำวนั และมีแนวโน้มมากทีส่ ุดท่จี ะสวม
ชดุ กโิ มโนในโอกาสทเี่ ป็นทางการ เชน่ งานแต่งงาน งานศพ หรืองานฤดูร้อนทช่ี ดุ กิโมโนมาตรฐานสวมใส่
งา่ ย,ช้ันเดยี วผ้าฝ้ายชุดยกู าตะ
11
ในปี 2019 นายกเทศมนตรเี มืองเกียวโตประกาศวา่ เจ้าหน้าทีข่ องเขากำลังทำงานเพื่อลงทะเบียน
"วฒั นธรรมชดุ กิโมโน" ในรายการมรดกทางวัฒนธรรมท่จี บั ต้องไมไ่ ด้ของยเู นสโก
1.2 ความสำคญั ของกโิ มโน
กโิ มโนหลากหลายประเภทสำหรับโอกาสและฤดูกาลท่ีแตกตา่ งกันรวมถงึ ผู้ชายด้วย ประเภทนี้
กำหนดโดยเกณฑ์เฉพาะหลายประการรวมถึงเพศสถานภาพการสมรสและเหตุการณ์ทีส่ วมใส่ชดุ
ตวั อยา่ งเช่นผ้หู ญงิ ท่ียงั ไม่แต่งงานจะสวม furisode ("แขนกระพือ") ในงานทีเ่ ป็นทางการ - เส้อื ผา้ ชนดิ
พเิ ศษทม่ี ีแขนยาวในขณะท่ีผ้ชู ายท่ีเปน็ เจ้าของร้านค้าจะสวมแจ็คเก็ตชนดิ พิเศษ
การสำรวจสัญลกั ษณ์ของเส้ือผ้าญป่ี ุ่นแบบด้งั เดิมจะช่วยให้ชาวต่างชาตเิ ขา้ ใจได้ดขี น้ึ ว่ากิโมโนคอื อะไร
รปู แบบสัญลักษณ์และภาพวาดอืน่ ๆ ยงั รายงานสถานะของเจ้าของลักษณะบุคลิกภาพและข้อดี
ลวดลายท่เี ป็นที่นยิ มคือองคป์ ระกอบที่ไดร้ บั แรงบันดาลใจจากธรรมชาตเิ ชน่ ใบไม้ดอกไม้และนก
(กล่าวคอื ป้ันจ่ัน)
ภาพวาดยงั ขึน้ อยู่กบั ชว่ งเวลาของปเี มือ่ ใส่เสื้อผา้ ตัวอย่างเช่นใชผ้ า้ ทมี่ ีผีเส้อื หรือดอกไม้ซากรุ ะสำหรบั
การตดั เยบ็ ซ่งึ สวมใส่ในฤดใู บไมผ้ ลิชดุ รปู แบบของน้ำทีใ่ ช้สำหรบั เสือ้ ผา้ ฤดรู ้อนสำหรบั ฤดูใบไม้ร่วง - ใบ
เมเปิ้ลสำหรบั ฤดหู นาว – สนหรอื ไม้ไผ่และนอกจากรูปแบบแลว้ ชดุ กโิ มโนสยี งั มีความหมายที่เป็น
สญั ลกั ษณ์ นอกจากน้ีเม็ดสที ่ใี ชเ้ พอ่ื ให้ไดเ้ ฉดสีบางอยา่ งกม็ ีลักษณะเช่นกนั เห็นไดช้ ัดวา่ สียอ้ มเป็นศนู ย์
รวมของจติ วิญญาณของพชื ท่ีพวกเขาถกู สกัด สรรพคุณทางยาของพืชจะถกู พิจารณาวา่ ส่งไปยังเน้ือเยอ่ื
ดว้ ย ตัวอย่างเช่นสนี ้ำเงนิ มาจากสคี รามซึ่งใช้ในการรักษาอาการกัดดงั นนั้ จึงคดิ วา่ การใสเ่ นอื้ เย่ือสีฟ้า
หลีกเล่ยี งงูและแมลงกดั ตอ่ ย ความหมายท่เี ฉพาะเจาะจงได้รบั การสีหลายศตวรรษทีผ่ า่ นมา ตวั อยา่ งเชน่
เสื้อผ้าสแี ดงและสมี ่วงมคี วามสำคญั มาก ดังน้ันหนึง่ ในประเพณคี ือสมาชิกของราชวงศ์เท่านั้นท่สี ามารถ
สวมใส่ชุดกโิ มโน หา้ มสวมเสอ้ื ผ้าสีที่มีลวดลายสดใส
12
2.ลกั ษณะของกโิ มโน
2.1 สว่ นประกอบของกโิ มโน
ไดอะแกรมของชิ้นสว่ นกโิ มโน
มกี ารใช้คำศัพทห์ ลายคำเพื่ออ้างถงึ ส่วนตา่ งๆ ของชดุ กิโมโน กโิ มโนท่ีเรียงรายเรยี กว่ากโิ มโนอาซาเสะใน
ขณะที่กโิ มโนท่ีไมม่ เี สน้ จะเรยี กว่ากิโมโนฮโิ ตเอะ กโิ มโนมซี ับในบางสว่ น — มซี ับเฉพาะทปี่ ลายแขนเสื้อ
ด้านหลังแขนเส้อื สว่ นหน้าอกส่วนลา่ งของโดอุระและชุดฮกั กาเคะท้งั หมด เรยี กวา่ โดบิโท (แปลตรงตวั
วา่ "อกชน้ั เดียว") กโิ มโนบางอย่างเต็มท่ีเรียงรายกโิ มโนไม่ได้มซี ับในแยกตา่ งหากลา่ งและชั้นบนและเรยี ง
รายไปแทนด้วยแผงแขง็ ในokumiทmี่ aemigoroและushiromigoro
คำเหลา่ นีห้ มายถึงส่วนต่างๆ ของชดุ กิโมโน:
• โดอุระ(胴裏) : ซบั ในของชุดกโิ มโน
• Hakkake (八掛) : ซบั ในของชุดกโิ มโน
• Eri (衿) : ปลอกคอ
• Fuki (袘) : ยามชายเสือ้
• Furi (振り) : lit., "dangling" — แขนเสอื้ ดา้ นซ้ายหอ้ ยอยใู่ ตช้ อ่ งแขนเส้ือ
• Maemigoro (前身頃) : สวา่ ง "รา่ งกายด้านหน้า" - แผงด้านหนา้ กิโมโนไมร่ วมokumi แผง
แบง่ ออกเป็น " maemigoroขวา" และ "left maemigoro "
• Miyatsukuchi (身八つ口) : การเปดิ ใต้แขนเสื้อบนชุดกโิ มโนของผหู้ ญิง
• Okumi (衽) : แผงด้านหน้าที่ทบั ซ้อนกนั
• Sode (袖) : ท้งั แขนเสอื้
• โซเดกุจิ(袖口) : ขอ้ มือเปิดแขนเสอ้ื
• โซเดตสเึ กะ(袖付) : ช่องแขนเสอื้ ชุดกโิ มโน
• ซโู ซมาวาชิ(裾回し) : ซับใน
• Tamoto (袂) : กระเปา๋ แขนกิโมโน
• Tomoeri (共衿) : สว่าง "มากกวา่ ปก" - ปกคอเสอื้ เย็บที่ด้านบนของuraeri
• อุราเอริ(裏襟) : lit. "แถบคาดคอ" — ปลอกคอดา้ นใน
• อุชโิ รมิโกโระ (後身頃) : lit., "back body" — แผงด้านหลัง แผงด้านหลังประกอบด้วย " อุ
ชิโรมโิ กโระทางขวา" และ " อุชิโรมิโกโระด้านซา้ ย"
13
2.2 การตัดเย็บ
ชดุ กิโมโน อาจจะตดั เยบ็ แบบเดนิ ลายเส้นของผา้ หรือไมก่ ็ได้ หรอื เยบ็ ตะเขบ็ ด้วยผา้ ฝ้ายก็ได้ หากไม่
เดนิ ลายเสน้ นิยมสวมใส่ในช่วงเดือน ม.ิ ย. ถงึ ก.ย. แต่ทกุ วันนี้ การสวมชดุ ยาคาตะเป็นท่ีนิยมกนั มาก
ท่ีสดุ สว่ นการออกไปนอกบ้าน นยิ มสวมชดุ กิโมโนตดั เย็บจากผ้าไหมและผา้ ฝ้าย ในขณะทช่ี ุดกิโมโนเดนิ
ลายเสน้ ของผา้ จะสวมใส่กนั ในช่วงเดอื น ต.ค. ถงึ เดอื นพ.ค. แตจ่ ะเยบ็ ดว้ ยผ้าไหม หรือผ้าสำลี
สำหรับชดุ กิโมโนท่เี ปน็ พธิ กี ารสำหรบั ผูช้ ายจะเปน็ ผา้ ไหมสีดำ มตี ราประจำตระกูลเปน็ สีขาว ส่วน
ของผหู้ ญิงก็จะแตกต่างกันไป เช่น เปน็ ชดุ ผา้ ไหมสีขาวหรอื แดง ประดับดว้ ยไหมยกสีทองหรือสเี งิน
ผู้หญงิ ท่แี ต่งงานแลว้ จะนยิ มผ้าไหมสีเข้ม การออกแบบไม่ฉูดฉาด เชน่ ชดุ สำหรบั ไปรว่ มงานศพ ก็จะเปน็
สีดำเขม้ ไปเลย
สว่ นใหญ่การสวมชดุ กโิ มโนจะต้องสวมถุงเทา้ (tabi) มเี สอ้ื ชั้นในส่วนบน และผา้ พันรอบใตก้ ระโปรง
จากน้นั จึงสวมกิโมโนทบั ซง่ึ จะมผี ้ารดั เอว (datemaki) ไว้อยา่ งหนาแน่น ปกเส้ือนิยมสขี าว และจะตอ้ ง
ใหเ้ ห็นปกเสื้อประมาณ 1น้ิวเมื่อสวมกิโมโนทบั สาบเส้อื ใช้ซา้ ยทบั ขวา ทง้ั หมดน้ีคือวฒั นธรรมการแตง่
กายของชาวอาทิตยอ์ ุทัยทส่ี บื ทอดกันมานบั พนั ปี
กิโมโนทำมาจากผ้าผนื เดยี วท่ีเรยี กว่าTanmonoซึ่งมีความยาวประมาณ 11.5 เมตร (38 ฟตุ ) และ
กวา้ ง 36 เซนตเิ มตร (14 นว้ิ ) สำหรบั ผหู้ ญงิ และ 12.5 เมตร (41 ฟุต) และ 42 เซนตเิ มตร กวา้ ง (17
นิ้ว) สำหรบั ผชู้ าย สลักท้ังหมดใชใ้ นการทำกโิ มโนหน่ึงชดุ และผา้ ทนั โมโนะของผู้ชายบางคนกท็ อใหม้ ี
ความยาวพอท่จี ะสรา้ งแจ็คเก็ตฮาโอรแิ ละจบู งั ได้เช่นกนั สลักเกลียวผา้ บางแบบผลิตขึน้ สำหรบั คนตวั สูง
หรือตัวหนักโดยเฉพาะเช่นนกั มวยปลำ้ ซูโมซ่ ึง่ ตอ้ งมีชุดกิโมโนท่ที ำขนึ้ เองโดยการต่อสลกั เกลยี วหลายตวั
ทอผา้ ที่มคี วามกวา้ งแบบกำหนดเองหรอื ใชผ้ ้าขนาดท่ีไม่ได้มาตรฐานผ้าบุกโิ มโนทำจากสลักเกลยี วทมี่ ี
ความกว้างเท่ากัน
ชดุ กิโมโนมวี ิธีการสรา้ งชุดหนง่ึ ซ่งึ ชว่ ยใหส้ ามารถถอดเส้ือผ้าทั้งหมดออกจากกันทำความสะอาดและ
สร้างใหม่ได้อย่างง่ายดาย เน่ืองจากคา่ เผ่ือตะเขบ็ ในเกือบทกุ แผงมีขอบสองดา้ นทจี่ ะไม่หลดุ ลุ่ยขอบทอ
ของสลักเกลียวผา้ จะยงั คงอยเู่ ม่ือเย็บกิโมโนซึ่งนำไปสคู่ ่าเผ่ือตะเข็บที่ใหญแ่ ละมักไม่สมำ่ เสมอ ซง่ึ
แตกตา่ งจากเสือ้ ผ้าแบบตะวนั ตกตรงที่คา่ เผือ่ ตะเข็บจะไม่ถูกตัดลงทำให้สามารถเปลย่ี นชุดกิโมโนตาม
ขนาดที่แตกตา่ งกันไดโ้ ดยทผี่ า้ ไม่หลดุ ลยุ่ ท่ีตะเข็บ สำหรับชดุ กิโมโนสำหรบั เดก็ อาจเยบ็ ทเ่ี อวไหล่และ
แขนเสือ้ จากนน้ั จะปล่อยออกมาเมอ่ื เด็กโตขึน้ เนื่องจากกิโมโนสำหรับเด็กกท็ ำจากสลักเกลียวสำหรับ
ผใู้ หญ่ อดตี กโิ มโนถูกนำตัวออกจากกันอยา่ งสนิ้ เชิงท่จี ะล้าง - กระบวนการทีเ่ รยี กว่าอาราอิ-Hariเมอื่ ทำ
14
ความสะอาดแลว้ ผา้ จะถูกทำใหม่ด้วยมอื กระบวนการนี้แม้ว่าจะมคี วามจำเปน็ ในหลายศตวรรษก่อน แต่
ก็เปน็ เรอื่ งแปลกในญ่ีปนุ่ ในปัจจบุ นั เนื่องจากมีราคาคอ่ นข้างแพง
อย่างไรกต็ ามแม้จะมีค่าใชจ้ ่ายในการตัดเย็บด้วยมือ แต่ชดุ กโิ มโนสมัยใหมบ่ างชุดรวมถงึ กิโมโนผา้ ไหม
และชดุ กิโมโนแบบทางการทั้งหมดกย็ ังคงเยบ็ ดว้ ยมือทง้ั หมด แม้แตก่ โิ มโนท่เี ยบ็ ดว้ ยเครอื่ งจกั รกต็ ้องใช้
การเย็บดว้ ยมอื ในระดบั หน่ึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตกแตง่ คอเสื้อชายเสือ้ และซบั ในถ้ามี กิโมโนท่เี ย็บ
ดว้ ยมอื มักจะเยบ็ ดว้ ยตะเขบ็ ว่ิงเสน้ เดยี วยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร (0.12 น้ิว) ถงึ 4 มิลลิเมตร (0.16
นวิ้ ) โดยเยบ็ ใหส้ ั้นลงรอบบริเวณคอเสื้อเพ่ือความแข็งแรง ตะเขบ็ กิโมโนแทนท่ีจะถูกกดให้แบนท้งั หมด
จะถกู กดให้มี 'รมิ ฝปี าก' ประมาณ 2 มิลลิเมตร (0.079 นิว้ ) (หรือทเี่ รียกวา่ คเิ สะ ) กดทับแต่ละตะเขบ็ น่ี
เป็นการอำพรางรอยเยบ็ เน่ืองจากกิโมโนเยบ็ ด้วยมือไม่ได้เย็บแน่นทำให้สามารถมองเห็นรอยเย็บได้หาก
กดให้แบนท้ังหมด
เปรยี บเทยี บระหวา่ งkosode (ซา้ ย) กบั ชดุ กโิ มโนสมยั ใหม่ (ขวา)วธิ ขี องการสวมใส่kosode ซา้ ยบน:
เป็นเส้อื คลุมคาดเข็มขดั บนขวา: คาดเข็มขดั และปดิ ไหลใ่ นสไตล์โคชมิ ากิ ล่างซา้ ย: โคโซเดะเสอ้ื คลมุ
นอกแบบไม่มีเข็มขดั ในสไตลอ์ ุจคิ าเคะ ลา่ งขวา: เหนอื ศรี ษะในสไตล์คัตสึกิ
แม้วา่ รปู รา่ งพ้ืนฐานของชุดกิโมโนจะไมเ่ ปล่ียนแปลงในช่วงหลายศตวรรษทผี่ ่านมา แต่สัดส่วนตาม
ประวัติศาสตรก์ ็แตกตา่ งกันไปตามยุคสมยั ต่างๆ ของประวัติศาสตรญ์ ีป่ ุ่น เริม่ ต้ังแต่สมัยเฮอนั ฮิโตเอะ -
เส้ือคลุมไม่มซี บั ในทีส่ วมเปน็ ชุดช้ันใน - กลายเปน็ เสอ้ื ผา้ แจ๊กเกต็ ท่โี ดดเดน่ สำหรับทัง้ ชายและหญงิ รู้จกั
กนั ในชื่อkosode (แปลวา่ "แขนเส้อื เล็ก") การแตง่ กายท่เี หมาะสมกบั ศาลยังคงคลา้ ยกบั ยุคก่อน
ในตอนต้นของยุคคามาครุ ะโคโซะเดะเปน็ เส้ือผา้ ยาวถงึ ข้อเท้าสำหรับทัง้ ชายและหญงิ และมีแขนเสื้อ
กลมเล็กๆ ทีเ่ ยบ็ ติดกับตวั เสื้อผา้ โอบีเปน็ เขม็ ขดั ค่อนข้างบางผูกคอ่ นขา้ งต่ำในเอวมักจะอยใู่ นคนั ธนู
ธรรมดาและเปน็ ทรี่ ู้จักกันเป็นHOSO-โอบี ในระหว่างชว่ งเวลาน้ีแฟชั่นของการสวมใส่ท่ีkosode draped
รอบไหล่เหนือหวั หรือเปน็ เสอ้ื ผา้ สดุ ถอดไหล่และจัดขนึ้ ในสถานทโี่ ดยโอบนี ำไปสู่การเพ่มิ ขึ้นของ
uchikake - หนกั แต่งชดุ กิโมโน มาจากคำกริยา"uchikake-ru"(แปลตรงตัววา่ "คลมุ ดว้ ยผา้ ") สวมแบบ
ไมม่ ีเขม็ ขัดคาดด้านบนของโคะโซะเดะ - กลายเปน็ ทีน่ ยิ มในการแต่งกายทีเ่ ปน็ ทางการสำหรับชนช้ันสูง
ในศตวรรษตอ่ มาkosodeส่วนใหญ่ยงั คงธรรมชาติทีเ่ ล็ก แคบ และเปน็ วงแขน โดยความยาวของแขนเสอื้
ผ้หู ญงิ คอ่ ยๆ เพิ่มขึ้นเม่ือเวลาผา่ นไป และในท่สี ดุ ก็หลดุ ออกจากรา่ งกายของเส้ือผา้ ทีอ่ ยู่ใต้ไหล่เป็นสว่ น
ใหญ่ ปลอกคอทโ่ี คะโซะเดะทั้งชายและหญงิ ยังคงมสี ดั สว่ นที่ค่อนข้างยาวและกวา้ ง และแผงดา้ นหนา้
ของโอคุมิก็รักษามมุ ท่ยี าวและต้นื เข้าหาชายเสื้อ ในช่วงสมยั เอโดะโคโซะเดะได้พัฒนาสัดสว่ นชุดกิโมโน
15
สมัยใหมโ่ ดยประมาณ แม้วา่ จะมคี วามหลากหลายจนถึงช่วงกลางถงึ ปีหลงั ๆ ของยคุ นัน้ แขนเส้ือของ
ผชู้ ายยงั คงเยบ็ ตดิ กับตัวชดุ กิโมโนตามความยาวสว่ นใหญ่ โดยไม่ไดผ้ กู ไว้ที่ดา้ นล่างเกินสองสามนิว้ ซึง่
แตกตา่ งจากสไตล์ของผู้หญิงท่ีมีแขนเส้ือลกึ มากซึง่ ส่วนใหญแ่ ยกออกจากตวั ชุดกโิ มโน แขนของผู้ชายมี
นอ้ ยลกึ กวา่ ของผ้หู ญิงแขนกโิ มโนเพอื่ ให้พวกเขาไม่ไดผ้ ูกติดอย่ภู ายใตแ้ คบโอบีรอบสะโพกในขณะท่ีใน
ชดุ กโิ มโนของผู้หญงิ ยาวดา้ นล่างโสดแขนสามารถแขวนเหนือกว้างโอบีโดยไม่ได้รับในทาง แขนเสื้อ
สำหรับทงั้ ชายและหญงิ เติบโตในสดั ส่วนทมี่ ีความกว้างเทา่ กับแผงลำตวั โดยประมาณ และคอเสือ้ สำหรบั
ทั้งชายและหญงิ ในชุดกโิ มโนก็สน้ั ลงและแคบลง
ในปจั จบุ ัน ชดุ กโิ มโนของทั้งชายและหญิงยงั คงไว้ซ่ึงลักษณะทางประวตั ศิ าสตร์ เชน่ ชุดกิโมโนของ
ผ้หู ญิงทเี่ ดินตามพน้ื ตลอดบางยุคสมัย และเมื่อผู้สวมใสอ่ อกไปข้างนอก ความยาวส่วนเกินจะถูกมัดและ
มัดไว้ใต้โอบเิ ป็นพับสะโพก เรียกว่าโอฮาโซริohasoriคือตอนน้ีใชส้ ำหรับการปรับความยาวดแี ละจะขึ้น
7-10 น้วิ (18-25 ซม.) ความยาวเกินเย็บดว้ ยมือทดี่ ้านหลงั ใตโ้ อบิใช้สำหรบั การปรับแบบหยาบ และทำ
ให้อ่อนแอโดยเจตนาเพื่อให้เย็บแผลฉีกขาดก่อนท่ผี า้ จะตึงในทางกลับกัน ชดุ กโิ มโนของผู้ชายจะถกู ตัด
ให้ยาวและผูกด้วยเข็มขัดแคบที่สะโพกโดยไม่พบั ทับกโิ มโนแบบเปน็ ทางการของผหู้ ญงิ ยงั คงปกเส้ือท่ี
กว้างกวา่ ของยคุ กอ่ นๆ เอาไว้ (ทำจากผา้ แทนโมโนแบบกว้างแทนที่จะเปน็ ครึ่งความกว้าง) แมว้ ่าจะพับ
ครึ่งตามยาวเสมอก่อนสวมใส่กต็ าม สไตล์ท่ีเรียกว่าฮโิ รเอริ (ตามคำวา่ "คอกว้าง") " ตรงข้ามกับbachi-
eriปกกวา้ งปกต)ิ
แมว้ า่ ความยาวของชดุ กิโมโน ลกั ษณะปก และวิธกี ารเยบ็ แขนเส้อื จะแตกต่างกันไปตามชุดกิโมโนซู
โซฮกิ แิ ต่ในชดุ กโิ มโนสตรปี ระเภทอ่ืนๆ ท้ังหมด โครงสร้างโดยทว่ั ไปจะไมเ่ ปล่ยี นแปลง ปลอกคอถูกวาง
กลับเขา้ ไปในท้ายทอยเล็กนอ้ ย แขนเสื้อตดิ ไว้ที่ไหลเ่ ท่านนั้ ไมไ่ ดย้ าวจนสุดแขนเส้ือ และความยาวของ
ชดุ กโิ มโนจากไหลถ่ งึ ชายเส้ือโดยท่ัวไปควรเท่ากบั ความสูงท้ังหมดของผ้หู ญงิ ที่สวมใส่ , เพื่อใหส้ ามารถ
พบั สะโพกohashoriได้
16
2.3 ประเภทของวสั ดทุ ีใ่ ช้
ในอดตี สลักเกลียวผา้ ท้ังหมดท่ีทอสำหรบั กิโมโนน้ันทอดว้ ยมอื และแมจ้ ะมีการทอดว้ ยเคร่ืองจักรใน
ศตวรรษที่ 19 แต่ก็ยังมีการผลติ ผา้ กิโมโนทเ่ี ป็นทีร่ ู้จกั กนั ดีจำนวนหนงึ่ ดว้ ยวธิ ีน้ี Oshima tsumugi เป็น
ผ้าไหมทอแบบ Slub ท่ผี ลติ ใน Amami Ōshima ซ่งึ เป็นทรี่ ้จู ักกนั ดวี า่ เป็นทต่ี ้องการอยา่ งมากในฐานะ
ผา้ สำหรับกิโมโนแบบสบาย ๆ Bashōfu,ความหลากหลายของกลว้ ยใยญีป่ ุ่นผ้ายังเปน็ ที่ต้องการอยา่ ง
มากในฐานะผา้ ลำลอง แตผ่ ลิตผา้ ได้น้อยมากต่อปเี นื่องจากวิธีการปลูกทีใ่ ชใ้ นการผลิตพชื การผลิตผ้า
เหล่านีป้ ระสบกับความตกต่ำอย่างมากท้งั ในด้านความพงึ พอใจและความต้องการของช่างฝมี ือเม่ือเวลา
ผ่านไป แม้ว่าในทศวรรษที่ผา่ นมามชี ่างฝีมือมากถึง 20,000 คนทเ่ี กีย่ วข้องกับการผลติ โอชิมะสึมงุ ิใน
ปจั จบุ ันเหลือช่างฝีมือเพยี ง 500 คน ผา้ กิโมโนสายพนั ธ์อุ ่นื ๆ ซ่ึงกอ่ นหน้านี้ผลิตข้นึ โดยไม่จำเปน็ สำหรับ
ชนช้นั ลา่ งและชนชั้นแรงงานผลิตโดยมอื สมัครเล่นและช่างฝมี อื เพื่อความน่าสนใจแบบชนบทมากกวา่
ความจำเปน็ ทีจ่ ะตอ้ งทำเส้ือผา้ ของตัวเอง Saki-ori ผ้าทอหลากหลายชนิดท่เี คยใช้ในการประดษิ ฐ์โอบิ
จากเศษวสั ดุในอดตี ผลติ จากชุดกิโมโนเกา่ ท่ีตัดเป็นเส้นยาวประมาณ 1 เซนติเมตร (0.39 น้วิ ) โดยโอบิ
หนง่ึ ผนื ต้องใชก้ ิโมโนเก่าประมาณสามผนื ในการทำ เหล่าน้ีโอบีได้ท้ังหมดดา้ นเดียวและมักจะให้
ความสำคญั Ikat ออกแบบ - dyed ของลาย, การตรวจสอบและลกู ศร, มักใชย้ ้อมคราม ผา้ ฝา้ ยย้อม
ครามที่ทอด้วยอิกตั ส่วนใหญ่หรอื ทีร่ ู้จกั กันในชอ่ื คะสรุ ิเป็นผ้าทอมือในอดตี เน่ืองจากลักษณะของการผลิต
โดยชนชน้ั แรงงานทต่ี อ้ งป่นั และทอเสื้อผ้าของตัวเองด้วยความจำเป็นก่อนทีจ่ ะมีการจำหนา่ ยอย่าง
กว้างขวางและ เสอื้ ผ้าพร้อมส่งราคาถูกกว่า อนิ ดิโกเปน็ สยี ้อมทถี่ ูกที่สดุ และปลูกงา่ ยทสี่ ุดสำหรับหลาย ๆ
คนใช้เนอ่ื งจากคุณสมบัตขิ องสีย้อมทเ่ี ฉพาะเจาะจง สามารถใชส้ ียอ้ มครามอ่อน ๆ ได้หลายครงั้ เพ่ือสร้าง
สที ตี่ ิดยากในขณะที่สียอ้ มอนื่ ๆ จะใชไ้ ม่ได้หลังจากการย้อมไปแลว้ หนึ่งรอบ ครอบครัวชนชั้นแรงงานมัก
ผลิตหนงั สือตวั อย่างผา้ ทอมือทเ่ี รยี กว่าshima-cho- ตามตัวอักษร "สมุดลาย" เน่อื งจากผา้ หลายผนื ทอ
เป็นลาย - ซ่งึ จะใชเ้ ปน็ สินสอดทองหม้นั สำหรับหญิงสาวและเปน็ ข้อมลู อ้างอิงสำหรับการทอผ้าใน
อนาคต ดว้ ยการเปดิ ตัวเสื้อผา้ สำเร็จรปู ความจำเปน็ ในการทอเส้อื ผา้ ของตัวเองกห็ มดลงทำให้หนังสือ
เหล่าน้ีหลายเล่มกลายเป็นมรดกตกทอดแทนที่จะเป็นคู่มืออา้ งอิงสำหรบั การทำงาน นอกเหนือจากการ
ทอซ้ำเป็นผ้าใหมแ่ ล้วกโิ มโนเกา่ ยังถูกนำกลับมาใชใ้ หมใ่ นหลาย ๆ วธิ ีข้ึนอยู่กับประเภทของกโิ มโนและ
การใชง้ านด้ังเดิม ชดุ กโิ มโนทีเ่ ปน็ ทางการซึ่งทำจากผา้ ไหมราคาแพงและบางจะถกู นำมาตัดเยบ็ ใหม่เป็น
ชดุ กิโมโนสำหรบั เดก็ เมือ่ พวกเขาไม่สามารถใชง้ านไดส้ ำหรับผู้ใหญเ่ น่ืองจากโดยทั่วไปแลว้ ไม่เหมาะกับ
เสอ้ื ผ้าที่ใช้งานไดจ้ ริง กิโมโนถูกตัดให้สน้ั ลงโดยถอดโอคุมิออกและเยบ็ คอเสื้อใหม่เพ่ือสรา้ งฮาโอริหรือตัด
ท่เี อวเพ่ือสรา้ งแจ็คเก็ตแบบผูกด้านข้าง หลงั จากแตง่ งานหรือช่วงอายหุ น่งึ แลว้ หญิงสาวจะลดแขนเส้ือ
ของกิโมโนให้สัน้ ลง ผา้ ส่วนเกนิ จะใช้เป็นฟโุ รชกิ ิ(ผ้าห่อ) สามารถนำมาใชเ้ พ่ือยดื กิโมโนที่เอวหรือสามารถ
17
นำมาใช้ในการสรา้ งช้ันเยบ็ ปะติดปะต่อกนั ที่เรียกว่า dounuki กิโมโนที่อยู่ในสภาพท่ดี สี ามารถนำมาใช้
เปน็ ภายใตก้ ิโมโนหรือเพือ่ สรา้ ง underlayer เทจ็ ทีร่ ู้จกั กันเป็น hiyoku
18
3.กิโมโนแตล่ ะลายมคี วามหมายและสัญลักษณ์
การสวมใสช่ ุดกิโมโนของญ่ีปนุ่ น้นั จะแตกตา่ งกนั ไปตามแตล่ ะโอกาส และมลี วดลายสีสนั ใหเ้ ลอื ก
มากมาย นอกจากน้คี ุณสามารถเลอื กความส้ัน ยาวของชุดไดต้ ามต้องการ ชดุ กิโมโนสมัยใหม่เช่นชุด
กิโมโนแบบอะนิเมะคอสเพลย์และชุดกโิ มโนแบบโลลติ ้ากเ็ ป็นท่ีนิยมเช่นกนั
3.1 ลายแบบซายะ (紗綾形-さやがた,さあやがた)
เป็นลายทเี่ กิดจากการเรยี งเฉียงต่อกันของสญั ลักษณ์ 卍 เนอ่ื งจากเป็นลายพ้นื ของผ้าทอซายะใน
ยคุ หมงิ ของประเทศจนี ชอ่ื ลายซายะจึงมาจากช่ือผ้าทอซายะนเี้ อง
3.2 ลายกระดองเตา่ (亀甲-きっこう)
เปน็ ลวดลายทางเรขาคณติ ทน่ี ำหกเกลี่ยมด้านเทา่ มาเรียงตอ่ กนั มีรูปรา่ งคลา้ ยกระดองเต่า จึง
นำมาต้งั เป็นชอ่ื ลาย เต่า เปน็ สัตวท์ ีแ่ สดงสญั ลักษณ์ในด้านอายุยืนยาวเชน่ เดยี วกบั นกกระเรียน ดงั นน้ั
ลายกระดองเตา่ น้นั จึงถือเปน็ ลายมงคลลายหนึง่ เลยก็วา่ ได้
3.3 ลายนกกระเรียน (鶴-つる)
นกกระเรยี น ถือเปน็ สัตวม์ งคลในตำนานของชาวญ่ปี นุ่ เปรยี บเสมือนสญั ลักษณ์ในด้านอายทุ ีย่ นื
ยาว และชวี ิตทอี่ ดุ มสมบูรณ์ ลายนกกระเรียนจึงมกั ถูกเลือกใช้เป็นลายกโิ มโนที่ส่อื ถึงความสุข
นอกจากน้ี นกกระเรียนยังเป็นหนง่ึ ในสตั ว์ทเ่ี มอื่ มคี แู่ ล้วจะอยู่ดว้ ยกันไปตลอดชีวิต จงึ มกั ใช้ลายนก
กระเรียนน้ีเปน็ ลายในชดุ กิโมโนแต่งงานเพื่อส่ือถึงความรักใคร่ระหวา่ งคสู่ ามภี รรยาท่ีจะอยู่ดว้ ยกนั และ
ช่วยกนั ดูแลบตุ รจนเติบใหญอ่ ีกด้วย
3.4 ลายดอกโบตนั๋ (牡丹-ぼたん)
ดอกโบตน๋ั ถือเป็นราชาแหง่ ดอกไม้ที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก มีความหมายถงึ ความมั่งคัง่
เกียรตยิ ศ และความสูงส่ง เนื่องจากดอกของโบต๋นั น้นั ตรงกลางจะเป็นดอกตูมกลมขนาดเล็กทีล่ ้อมรอบ
ด้วยกลีบบานขนาดใหญ่ขน้ึ ไปเร่อื ยๆ สอื่ ถึงเสน้ ทางให้ได้มาซึ่งสิง่ ต่างๆท่ีกลา่ วไปขา้ งตน้
3.5 ลายพัด (扇-おうぎ)
ลายพัดน้ันมักใชส้ ือ่ ถงึ อนาคตท่งี อกงาม เนื่องจากพัดนน้ั มีลกั ษณะตรงด้านปลายแผ่ขยายกว้าง
ออกไป ลายพัดถือเปน็ ลายมงคลทจี่ ะนำมาสอ่ื ถึงการเติบโตและความม่ังค่งั
19
3.6 ลายตาราง (市松-いちまつ, 格子-こうし)
ลายตารางเปน็ ลายทน่ี กั แสดงคาบูกิ ซาโนะ อจิ ิมัตสึ สวมใส่ตอนเลน่ คาบูกิแลว้ ประสบความสำเรจ็
เปน็ อยา่ งมาก หลงั จากนนั้ กิโมโนลายนีจ้ งึ เรม่ิ เปน็ ที่นิยม จึงมกี ารนำช่ือของซาโนะ อิจิมัตสึ มาต้งั เป็นชอ่ื
ลาย ลวดลายเป็นลายตารางท่ีเกดิ จากการตดั กันของเส้นแนวนอนและแนวตั้ง
3.7 ลายคลน่ื ทะเล (青海波-せいがいは、せいかいは)
ลวดลายทางเรขาคณติ ท่เี กดิ จากการนำพดั มาเรยี งเป็นคลืน่ เป็นลายที่ส่ือถงึ คำอธษิ ฐานให้ดำเนนิ
ชวี ิตอยา่ งรม่ เย็นเปน็ สขุ ตลอดไป ดัง่ คลื่นสงบในทะเลอนั กว้างใหญ่
3.8 สมบตั ิทัง้ เจด็ (七宝-しっぽう)
เปน็ ลวดลายท่เี กิดจากการนำ 1 ใน 4 ส่วนของวงกลมมาซ้อนกัน นอกจากจะสอ่ื ความหมายถึง
สมบตั ิทงั้ เจ็ดแลว้ วงกลมยังแสดงถงึ ปรองดองอีกด้วย ดังนั้นลายน้ีจงึ มักถูกใชเ้ ปน็ สัญลกั ษณข์ องความ
รำ่ รวย รวมถงึ ความมงั่ คัง่ อนั อันไมม่ ีทส่ี น้ิ สุดของลูกหลาน
3.9 ลกู ศรขนนก (矢絣-やがすり、矢羽根絣-やばね)
เกดิ จากการเรียงกนั ของลกู ศรขนนก นยิ มใชเ้ ป็นลายกิโมโนทใี่ สใ่ นพธิ ีเรยี นจบการศกึ ษา
3.10 ลายทะเทะวาคุ (立湧-たてわく)
เกดิ จากการซิกแซกของเสน้ 2 เสน้ แสดงถงึ ไอนำ้ ท่ีกำลงั ระเหยขึ้นไปดา้ นบน
3.11 ลายเกล็ดปลา (鱗-うろこ)
เปน็ ลายทีเ่ กดิ จากการนำรูปทรงสามเหลี่ยมมาเรยี งต่อกนั เนือ่ งจากมองดคู ล้ายเกลด็ ปลา จึงมัก
เรียกช่อื ลายน้ีว่าลายเกลด็ ปลา ลายนีม้ คี วามหมายสื่อถงึ การปกปอ้ งค้มุ ครอง จึงนิยมใช้เปน็ ลายของชุดที่
ซอ่ นอยู่ด้านใน เชน่ บริเวณปกคอเสอ้ื
3.12 ลายดอกบว๊ ย (梅-うめ)
ดอกบ๊วยเป็นดอกไม้ที่ทนผา่ นความหนาวเยน็ ของฤดูหนาวเพ่ือมาเบ่งบานอยา่ งงดงามในฤดูใบไมผ้ ลิ
จึงถอื เปน็ ดอกไม้ท่ีเปน็ ตัวแทนของความอดทนและความงาม นอกจากน้ีแลว้ คำว่าดอกบ๊วยใน
ภาษาญี่ปุน่ นนั้ ยังเปน็ คำพ้องเสียงกับคำท่ีมคี วามหมายว่าการให้กำเนดิ ดอกบ๊วยจึงมีความหมายส่อื ถึง
การคลอดลูกปลอดภัยอีกดว้ ย
20
3.13 ลายมารมุ น (丸文-まるもん)
วงกลม เปน็ รปู ทรงท่ีไม่มีจุดเริ่มตน้ และจุดส้ินสุด ลายมารมุ นซึง่ แปลว่า ลายวงกลม นจี้ ึงถือเปน็ ลาย
มงคลท่แี สดงถงึ ความเป็นนิรันดร์ มีลายมากมายทสี่ รา้ งจากวงกลม เชน่ ลายกระจก หรอื ลายดอกไม้ท่ี
เกิดจากการลาดเส้นโคง้ ต่อกัน วงกลมมคี วามหมายเก่ยี วข้องถงึ ความสมั พันธ์ จงึ มักนยิ มใชเ้ ป็นลายในชุด
กโิ มโนแต่งงาน
3.14 ลายฮานะมารุมน (花丸文-はなのまるもん)
ลายดอกไม้ทเ่ี ป็นรปู คล้ายวงกลม หรอื ลายทเี่ กดิ จากการนำดอกไมม้ าประดบั ไวด้ ้านในวงกลม
3.15 ลายโนะชิ (熨斗-のし)
โนะชิ เปน็ สิ่งท่เี ตรียมไว้สำหรับถวายเทพเจ้าโนะชิอะวาบิ (熨斗鮑) นบั เปน็ เครือ่ งรางโบราณ
เพอ่ื ใหม้ อี ายยุ นื ยาว ทแี่ ถบยาวๆของโนะชินั้นมักจะมลี ายงดงามประดบั อยู่
3.16 รถโกะโฉะกุรมุ ะ (御所車-ごしょぐるま)
โกะโฉะกรุ ุมะ เป็นรถของชนชนั้ สูงที่ใช้วัวเป็นพาหนะในการลากทีบ่ รเิ วณบรเิ วณเกยี วโตโกะโฉะ(
京都御所) โดยลายนี้จะแสดงถึงความสงู ส่งหากมองสำรวจดู จะพบว่ารถโกะโฉะกุรุมะซง่ึ เปน็ รถ
พาหนะของชนชนั้ สงู ในสมยั เฮอนั น้ี เป็นสงิ่ ที่แสดงถึงความร่ำรวยหรหู ราและความมง่ั ค่ังอยา่ งเหน็ ไดช้ ัด
ลายโกะโฉะกุรมุ ะน้ีจึงมกั ถูกนำมาใช้เปน็ ลายของชุดกิโมโน
3.17 ลายซากุระ (さくらもん)
ดอกซากุระเปน็ ดอกไมท้ ี่ชาวญ่ปี ุ่นช่นื ชอบมาตง้ั แต่สมยั เฮอัน โดยมีความเชอ่ื วา่ ทต่ี น้ ซากุระนัน้ มี
เทพเจา้ แห่งความอดุ มสมบูรณ์ (五穀豊穣) อาศยั อยู่ ซากรุ ะจึงมีความหมายที่ส่ือถึง ความอดุ ม
สมบูรณ์ คำวา่ ซา ของซากุระนั้น มีความหมายถึง ตน้ ขา้ ว ส่วน กุระ หมายถึง ตำแหน่งท่ีเทพเจ้าสถิต
อย่ดู ้วยเหตุน้ี ลายซากุระจึงถูกสร้างข้นึ เพ่ืออธิษฐานขอพรใหพ้ ชื พนั ธมุ์ ีความอดุ มสมบูรณ์จนมีการจดั งาน
ฮานาบ(ิ เทศกาลชมดอกไมบ้ าน) ถงึ แม้ซากุระจะเปน็ ดอกไม้ทบ่ี านในช่วงฤดูใบไมผ้ ลิ แตล่ ายซากุระก็เปน็
ลายท่ีสามารถเลือกใส่ได้ทัง้ ปี นอกจากนแ้ี ลว้ ชว่ งเวลาที่ดอกซากรุ ะซ่งึ เป็นดอกไมส้ ัญลักษณข์ องประเทศ
ญ่ีปุ่นนเี้ บง่ บาน กต็ รงกับช่วงเรมิ่ ต้นของฤดใู บไม้ผลิพอดี ดอกซากรุ ะจึงมีอีกความหมายท่ีสื่อถึง การ
เร่มิ ต้นใหม่ อีกดว้ ย
21
3.18 ลายนกฟนิ ิกซ์ (鳳凰-ほうおう)
นกฟนิ ิกซ์เปน็ นกในตำนานทส่ี ืบทอดมาจากประเทศจนี เชอ่ื ว่าเปน็ นกศักด๋สิ ิทธทิ์ ่จี ะปรากฏใหเ้ หน็
เม่ือโลกมีแต่ความร่มเยน็ เปน็ สขุ นอกจากนีน้ กฟินิกซย์ ังเป็นนกทม่ี รี ปู รา่ งสวยสงา่ งาม ทำใหล้ ายนก
ฟนิ ิกซเ์ ป็นลายท่ีทุกคนช่นื ชอบมายาวนานตงั้ แต่สมัยอะสุคะ(飛鳥時代)
3.19 ลายดอกเบญจมาศ (菊-きく)
ดอกเบญจมาศเป็นดอกไมท้ ่ีมีความงดงามและมกี ล่นิ หอม จงึ เหมาะกบั การนำมาทำเป็นลายชดุ
กิโมโนเป็นอย่างมาก ดอกเบญจมาศเปน็ สัญลกั ษณ์สื่อถึงการมีอายยุ นื ยาว รวมทั้งมคี วามหมายอน่ื ๆ เชน่
การไม่เป็นโรค การขบั ไล่ส่งิ อัปมงคล ความม่ันคงทั้งดา้ นรา่ งกายและจิตใจ อีกด้วย ลายดอกเบญจมาศ
สว่ นมากมกั เปน็ การผสมผสานกันระหวา่ งรูปรา่ งของเพชรและวงกลม ดอกเบญจมาศนับเปน็ ดอกไม้ที่
บานในฤดใู บไมร้ ว่ งแต่กส็ ามารถบานในฤดูอื่นไดเ้ ชน่ กัน ลกั ษณะดอกเป็นวงกลมซึ่งเปรียบเสมอื นพระ
อาทติ ย์ ลายดอกเบญจมาศจงึ ถอื เปน็ ลายชั้นสูงเมื่อเทยี ยบกับลายดอกไมล้ ายอน่ื ๆ
3.20 ลายตน้ สน+ไผ่+บ๊วย (松竹梅-しょうちくばい)
“ตน้ สน” เป็นต้นไมท้ ่ีมีใบสเี ขียวตลอดปถี ึงแม้ว่าจะขนึ้ ท่ามกลางอากาศหนาวจดั “ต้นไผ่” เป็น
ตน้ ไม้ท่ีแตกหน่อเพิ่มแม้ในช่วงทอี่ ากาศหนาว “ต้นบ๊วย”เป็นต้นไม้ท่ีออกดอกงดงามทง้ั ๆท่ีอากาศหนาว
ต้นไม้ท้ัง 3 ชนิดนี้เป็นตน้ ไม้ท่ีได้รับการยกยอ่ งเปน็ ต้นไม้ทที่ นตอ่ อากาศหนาวมาต้งั แต่อดีต จงึ ถอื เป็น
ลายมงคลท่สี ื่อความหมายถึงความม่นั คง มักใชใ้ นงานแสดงความยินดีตา่ งๆ
3.21 ลายใบฝ่นิ (麻の葉-あさのは)
ลายใบฝิ่น มีลักษณะเป็นรูปหกเหล่ยี ม ซง่ึ เปน็ รูปทรงทางเรขาคณติ ที่นิยมนำมาทำเป็นลายชุด
กโิ มโน ฝ่นิ เป็นตน้ ไมท้ เี่ ติบโตอย่างรวดเรว็ ลายใบฝน่ิ จึงส่อื ถึงการอธษิ ฐานด้านพัฒนาการการเติบโตของ
เด็ก มักใช้เปน็ ลายเส้อื ผ้าเด็ก นอกจากนี้ ยงั มีความเชื่อว่าใบฝน่ิ มีคณุ สมบตั ิในการขับไล่สิ่งอัปมงคล จงึ
ถือเป็นเครอ่ื งรางอยา่ งหน่งึ ดว้ ย
3.22 ลายผเี สื้อ (蝶-ちょう)
วงจรชวี ิตของผเี ส้อื น้ัน มีการเติบโตโดยพฒั นาจากดักแด้มาเปน็ ผีเส้ือท่ีงดงาม ลายนจี้ งึ ส่อื ถึงความ
งดงามของสตรี นอกจากนี้ ในภาษาญป่ี นุ่ มีคำอ่านว่า “โจว”ซึ่งเปน็ คำพ้องเสียงกบั คำที่มีความหมายวา่
ยาว ลายนจี้ ึงมคี วามหมายส่อื ถึงอายยุ นื ยาวด้วยเช่นกนั
3.23 ลายคนั เสะมสิ ุ (観世水-かんぜすい)
เป็นลายทแ่ี สดงการไหลนำ้ ของนำ้ ท่ีวนไปวนมา
22
3.24 ลายยูกิวะ (雪輪-ゆきわ)
เปน็ ลายทม่ี ที ี่มาจากผลึกของหมิ ะ
3.25 ลายดอกวิสทเี รีย (藤-ふじ)
ในสมยั โบราณของญีป่ นุ่ สมี ่วงของดอกวิสทีเรยี นับเป็นสีที่มีความสูงสง่ วิสทีเรียเป็นพชื ท่ีมลี ักษณะ
เดน่ ด้านความสามารถในการขยายพันธดุ์ ว้ ยการเกาะพันต้นไมใ้ หญ่อน่ื ๆและเติบโตแพร่พนั ธุไ์ ปเรื่อยๆ
ลายวสิ ทเี รยี จึงเป็นสญั ลกั ษณ์สื่อถงึ อายยุ ืนยาวและการมลี ูกเต็มบ้านหลานเต็มเมอื ง นอกจากนี้ “ฟุจิ”ซง่ึ
เปน็ ช่ือดอกวสิ ทเี รียในภาษาญ่ปี นุ่ ยังเปน็ คำพอ้ งเสยี งกบั คำท่มี ีค่ วามหมายวา่ ไมต่ าย จงึ มกั นำคำนี้มาตั้ง
เป็นช่ือคนหรือใช้ดอกวสิ ทีเรยี มาเป็นตราสัญลักษณป์ ระจำตระกูล
23
4.วิธสี วมใสช่ ุดกิโมโนและเคร่อื งประดบั
เม่ือไมไ่ ดใ้ ช้งานกิโมโนจะถูกพับเกบ็ ไว้ ทำให้มรี อยยับบนผา้ นอกจากนยี้ ังตอ้ งใช้เวลาในการสวมใส่
มาตรียมส่ิงที่เราสามารถทำได้ลว่ งหน้ากอ่ นวนั ใส่จริงกัน
1. แขวนไวบ้ นไม้แขวนเส้ือ
เพอื่ ลดรอยยับท่เี กิดจากการพับ ใหแ้ ขวนกโิ มโนไวบ้ นไมแ้ ขวนหน่ึงวนั ก่อนสวมใส่ ตามหลักการแล้วไม่
ควรให้ชดุ โดนแสงแดดโดยตรง หากคุณไมส่ ามารถขจัดรอยยับได้ ใหว้ างผา้ สีขาวธรรมดาลงบนจดุ นั้น
แลว้ รดี จากด้านหลงั ดว้ ยอณุ หภูมิทต่ี ำ่ หากเปน็ ผา้ มีสีอาจทำใหก้ ิโมโนมรี อยไดจ้ ากความร้อนของเตารดี
2. ตดิ ปกคอ (半衿 Han-eri) เตรยี มไว้
ตดิ ปกคอสำหรบั ตกแต่ง(Han-eri) ใหเ้ ขา้ กับปกกโิ มโน นอกจากน้ีตรวจสอบให้แนช่ ดั วา่ คุณเตรียมโอบิ
และอปุ กรณ์เสรมิ ทง้ั หมดท่ีเข้ากบั เสือ้ ผา้ เพราะหากคณุ สวมใสช่ ดุ กโิ มโนแลว้ จะทำให้เคล่อื นไหว
ร่างกายลำบาก ดังนั้นเตรยี มอุปกรณสำหรับการแตง่ กิโมโนให้เรียบร้อย
3. ทำความสะอาดบริเวณที่คุณจะแต่งชุดกโิ มโนให้สะอาด
ในประเทศญี่ปุ่นเพอื่ ป้องกันไมใ่ ห้ชุดกโิ มโนถูกลากไปบนพ้ืนหรือเสอ่ื ทาทามิเมอื่ เวลาสวมใส่ ที่พื้นจะปู
กระดาษวาชิขนาดใหญ่ทเ่ี รียกว่าอิโชชกิ ิ (衣裳敷) แลว้ จึงนำชดุ กิโมโนมาวางบนกระดาษน้ี คณุ ยงั
สามารถใช้แผน่ ผา้ ยางสำหรับไปปิคนิคและแผน่ ไวนลิ ปพู ้ืนแทนได้หากคณุ ไม่ไดท้ ำความสะอาดพนื้ ที่ที่
คณุ จะใช้เป็นห้องแตง่ ตัว
อีก 5 ขนั้ ตอนกอ่ นสวมใส่ชดุ กิโมโน
อาจจะนา่ แปลกใจทีส่ ่งิ แรกท่ีคุณควรทำเมอ่ื สวมชดุ กโิ มโนคือการสวมทาบิ (足袋 ถงุ เท้าแบบแยก
นว้ิ เทา้ ) เพราะมนั จะกม้ ลำบากมากหากคุณสวมใส่กิโมโนและผกู โอบแิ ล้วมาสวมทาบิในขน้ั ตอนสุดท้าย
เราจะมาสอนวิธกี ารแตง่ กายด้วยชุดกโิ มโนตามลำดบั ท่ีคุณอาจคาดไม่ถึง
ขนั้ ตอนที่ 1: ใสท่ าบิ
ขัน้ แรกให้ถอื ทาบิเหมือนว่าคุณกำลังจะสวมถงุ เท้าอยู่ จากนั้นพับทาบิจากดา้ นในออกลงคร่งึ หนึ่ง (เหลอื
แค่สน้ เทา้ และพน้ื รองเท้าใหป้ ลายอยู่ในทรงเดิม) เพือ่ ใหว้ างเท้าไดง้ ่ายขน้ึ เม่ือคุณใส่เทา้ เข้าไปแล้วใหด้ ึง
ทาบริ อบ ๆ ให้พอดกี ับเท้า ติดตะขอท่ีสน้ เท้าและหลังขอ้ เท้า
24
ขัน้ ตอนที่ 2: ใส่ชุดชั้นในกโิ มโน
ใสช่ ุดชนั้ ในท่เี รียกวา่ “Hadajuban” (肌襦袢) และ“ Susoyoke” (裾よけ) มีท้งั แบบช้ินเดยี ว
หรอื ชุดชนั้ ในแยกชิ้นต่างหากสำหรับกโิ มโนของผู้หญิง ดังนั้นควรเลือกแบบทเ่ี หมาะกับคุณทีส่ ดุ และควร
เลอื กเสอื้ ชั้นในและชุดชน้ั ในแบบไร้รอยต่อทสี่ วมใส่ในชีวิตประจำวัน
ขน้ั ตอนท่ี 3: ทำการปรับเปลี่ยน
สำหรับผู้หญงิ ทจี่ ะสวมใสช่ ุดกิโมโนของคุณใหส้ วยงาม ควรจดั การส่วนเอวที่โคง้ เว้าใหเ้ ป็นเอวตรงๆ โดย
การนำผ้าขนหนมู าพันรอบเอว เพอื่ ให้สว่ นเวา้ ของเอวหายไป
ขั้นตอนท่ี 4: สวมใส่ชดุ ซบั ใน Nagajuban
สวมเสือ้ ซับชน้ั ใน (Nagajuban /長襦袢) โดยจบั ปลายคอเสอื้ แตล่ ะข้างไวด้ ้านหนา้ ลำตัวดว้ ยมือท้ัง
สองขา้ งและจัดตำแหนง่ ใหต้ รงกลางของคอเสอ้ื อยตู่ รงกลางลำคออยา่ งถูกต้อง เมื่อจดั กงึ่ กลางให้จบั
ปลายคอเสื้อทงั้ สองข้างพร้อมกับมือซ้ายแลว้ ดงึ คอเส้อื กลับดว้ ยมือขวาเลก็ น้อย มนั จะดูสวยงามเมื่อ
ช่องวา่ งระหวา่ งคอเส้ือและคออยู่ทค่ี วามกวา้ งประมาณฝ่ามือ จากนน้ั จงึ พันเส้ือผา้ รอบตัวโดยใชผ้ า้
ด้านซา้ ยพาดไปทางขวา
ปรบั ความยาวของชายเส้อื ซับในนากาจบู งั ใหส้ นั้ กวา่ กิโมโนเลก็ นอ้ ย จะถอื ว่าไมส่ ุภาพหากชายเสื้อซบั ใน
นากาจโู ผล่เลยชายเส้ือกิโมโน สขี องนากาจูบงั มักเปน็ สขี าวหรอื สีอ่อนๆ
ข้ันตอนที่ 5: ยดึ ด้วย Date-jime
ในขณะทสี่ วมใสน่ ากาจูบงั ไวด้ ้านใน ต้องพนั ด้วย date-jime (伊達締め - เชอื กรัดด้านใน) รอบ ๆ
แลว้ รัดให้แน่น สามารถใชโ้ บวผ์ ูกได้ อย่าลืมยดึ ให้แน่นเพื่อไมใ่ หน้ ากาจบู งั เสียรูปทรง ในตอนนีช้ ดุ
สามารถสวมใส่ได้หากมรี อยยับหรือเส้ือผ้าไมต่ รง หากคณุ ทำตามสามจดุ ต่อไปน้ีคณุ จะสวมใสช่ ุดกิโมโน
ได้อย่างสวยงาม
การดงึ ตรงกลางหลัง: ในขัน้ ตอนที่ 4 ข้างตน้ ควรดึงปกคอใหอ้ อกจากตน้ คอเพื่อใหเ้ หลอื ชอ่ งว่างกว้าง
ประมาณหนึ่งฝา่ มือ ทำอีกคร้ังเพือ่ ใหแ้ น่ใจวา่ มรี ปู ร่างท่ีถูกต้อง
จบั ด้านซ้ายและขวาให้ตรง: ดึงแขนเสอื้ ใหเ้ ทา่ ๆ กันดงึ ส่วนท่หี ย่อนด้านหน้าอก: ดงึ สว่ นของกิโมโนทีอ่ ยู่
ด้านล่างลงมาเพ่ือดึงความหย่อนของผา้ บรเิ วณหน้าอกใหต้ ึงสวยงาม
25
4.1 รองเทา้ สำหรับชุดกิโมโน
โซริ
โซริประกอบดว้ ยฮานาโอะ เป็นผา้ ท่ใี ชร้ อ้ ยตรงกลางของแผ่นไม้ทีเ่ ป็นฐานรองเท้าซงึ่ เรียกวา่ "ได"
ตวั รองเท้าทำจากหนังที่หุ้มไม้ก๊อก และบางสว่ นอาจจะเคลือบด้วยมุก ดา้ นลา่ งของพืน้ รองเทา้ แบนราบ
โดยสว่ นส้นจะยกสงู ข้นึ เลก็ นอ้ ย ว่ากันวา่ ย่งิ ส่วนหลงั ย่ิงสงู ยิง่ ดเู ป็นทางการมากข้ึน เม่ือใสโ่ ซริแล้วต้อง
สวมทาบิ ทาบคิ ือถุงเท้าท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยถุงมือโดยแยกนว้ิ หวั แมเ่ ทา้ ออกจากนิ้วท้ัง 4 ถึงแม้วา่ จะมีการ
แยกโซริออกเปน็ ข้างซ้ายและขวา แต่กด็ ูเหมือนกนั ทง้ั 2ขา้ ง รองเทา้ โซริสามารถสง่ั ทำได้ตามขนาดท่ี
ตอ้ งการ แตข่ นาดมาตรฐานคือไซล์ S (ประมาณ 22.5 ซม.), M (ประมาณ 23.5 ซม.) และ L (ประมาณ
24.5 ซม.) วา่ กันว่าขนาดท่ีเหมาะท่สี ดุ คอื ให้ส้นเทา้ ย่นื ออกมาเล็กน้อย จงึ ไม่จำเปน็ ต้องเลอื กขนาดที่
พอดี มารยาทที่ดีไม่ควรเดินสง่ เสยี งดัง
รองเทา้ สำหรับชดุ กโิ มโนสดี ำทเ่ี ป็นทางการ
คโุ รโทเมะโซเดะ คอื ชดุ กโิ มโนแบบทางการของผู้หญงิ ฐานของโซริจะสงู 5 ซม.ขึน้ ไป ตัวฐานและ
สายหนังควรมีสแี ละวสั ดุเดยี วกนั เพมิ่ ความหรุหราดว้ ยดา้ ยสีทองหรอื สเี งิน
รองเทา้ โซริกับชดุ กิโมโนแบบฟุรโิ ซเดะ
ฟุรโิ ซเดะคอื ชุดกโิ มโนแบบทางการสำหรับหญงิ สาวทย่ี งั ไม่ได้แต่งงาน ตวั ฐานของรองเทา้ โซรคิ วรมี
ความสงู 5 ซม แนะนำใหใ้ ชโ้ ซริทม่ี ลี วดลายท่ีประณีตและสสี นั สดใส
การจับครู่ ะหวา่ งรองเท้าโซริกับชุดกิโมโนแบบบโฮมงกิ
ชุดกิโมโนแบบโฮมงกิ เปน็ ชุดก่ึงทางการ สำหรบั สมใส่ไปงานเลย้ี ง หรือต้อนรับแขก ชดุ กิโมโนจะ
เป็นแบบมีสีสันทไ่ี ม่ใช่สีดำ เพราะฉะนนั้ จะเลือกสีและลวดลายตามฤดูกาล หรอื เลอื กสีมาตารฐานเช่นสี
ครีมหรือสีเทา
รองเทา้ กิโมโน: เกตะ (เก๊ยี ะ)
เกตะคือรองเท้าที่หนงั ตดิ อยกู่ ับพนื้ ไม้ โดยมี "ฮะ" (ซี่ไม้) สองอนั อยู่ดา้ นล่าง ทำจากวัสดุทว่ั ไป เช่น
ไม้ซดี าร์และไมค้ ริ ิ ซ่ึงเหมาะกับชุดกิโมโนแบบสบาย ๆ มากกวา่ รองเท้าแตะ รูปร่างของพื้นรองเทา้
โดยท่ัวไปเปน็ รูปสเี่ หลี่ยมผืนผา้ มี 3 ขนาด ไซล์ S (ประมาณ 22 ซม.) ไซล์ M (ประมาณ 23.5 ซม.),
และไซล์ L (ประมาณ 24.5 ซม.) ในทำนองเดยี วกันวา่ กันว่าขนาดที่เหมาะที่สุดคือใหส้ น้ เท้าย่ืนออกมา
เล็กน้อย จึงไมจ่ ำเปน็ ต้องเลอื กขนาดท่ีพอ เนอ่ื งจากสว่ นฮะมีหลายประเภท เราจะแนะนำเกตะทวั่ ไป
26
โคมาเกตะ
เกตะที่มีฮะ 2 ซี่ขนาดเทา่ กันอยดู่ า้ นลา่ ง วา่ กนั ว่าช่ือโคมาเกตะนนั้ มาจากรูปรา่ งคลา้ ยกีบมา้ มี
ความเบา และะเสนห่ ข์ องมนั คือเสียงไมก้ ระทบพนื้
โนเมริ
เกตะแบบนจ้ี ะมฮี ะเป็นรูปสเ่ี หลีย่ มผืนผ้าอยตู่ รงสว่ นหน้าและส้นเท้า โดยทส่ี ่วนด้านหน้าจะถกู ตัด
มมุ ให้เฉียงลง และจะถกู ใชง้ านมากกว่าโคมาเกตะซง่ึ มีนำ้ หนกั หนักกวา่ เล็กน้อย ทนทาน
อคุ อน
รองเทา้ แบบนจ้ี ะมีซ่ีฮะทีเ่ ตีย้ และมีความสูงเหมือนรองเทา้ ปกตทิ ั่วไป ดูคล้ายรองเทา้ โซริ พน้ื
รองเท้าจะติดยางกนั ล่ืน ทำให้คนทีเ่ พ่ิงเคยใส่ไม่ต้องกังวล
เกตะทีเ่ ข้าคูก่ บั ชดุ ยกู าตะ
เกตะนนั้ เขา้ กนั ไดด้ ีกับชดุ แบบยูกาตะ เน่ืองจากโดยท่วั ไปแลว้ การสวมใส่เกตะน้ันจะสวมด้วยเท้า
เปล่าไม่สวมทาบิ (ถงุ เท้า) การทาเลบ็ จงึ เปน็ อีกวธิ ที ี่เพิ่มสสี ันและทำให้ดูทันสมัย
27
4.2 โอบสิ ำหรบั ชดุ กโิ มโน
โอบสิ ำหรับผ้หู ญงิ
“ฟุคุโระโอบิ” สำหรบั ชดุ กิโมโนแบบทางการ
โอบชิ นดิ นี้เหมาะกบั การสวมใสก่ บั ชุดกโิ มโนแบบโทเมะโซเดะสำหรับเข้ารว่ มงานแต่งงาน โฮมอนงิ
(สำหรบั งานเลยี้ ง) และฟรุ โิ ซเดะ (สำหรับพธิ ีบรรลนุ ติ ภิ าวะ)ความยาวประมาณ 430-450 ซม. และกว้าง
31 ซม. ถือเปน็ โอบทิ ีย่ าวและกว้างทส่ี ดุ วัสดทุ ีน่ ำมาตดั เย็บดา้ นหน้าและดา้ นหลังจะถูกเย็บทบั ซ้อนเขา้
ดว้ ยกัน ทำให้ดเู หมือนถุงผ้าใหค้ วามหมายถึง "ความยนิ ดแี ละความสุขท่ีซ้อนทบั กนั " โอบชิ นิดนม้ี คี วาม
ยาวมากกว่าชนดิ อ่ืน ๆ เพ่ือใหส้ ามารถตกแต่งคาซารโิ อบ"ิ (飾り結び) ท่ีทำใหช้ ุดกิโมโนดงู ดงาม
ยิ่งข้นึ
"นาโกยะโอบิ " สำหรบั ชุดกิโมโนกึ่งทางการ
โอบชิ นิดน้สี ำหรบั สวมใสใ่ นชวี ติ ประจำวนั ซงึ่ ดัดแปลงมาจากฟคุ ุโระโอบซิ ่งึ สวมใส่ไดย้ าก โดยการ
เย็บตะเขบ็ ด้านข้างเพื่อให้ผกู ได้งา่ ยขึ้น มีขนาดสั้นกวา่ ฟุคุโระ โอบิดว้ ยขนาดความกว้าง 30 ซม. ความ
ยาว 360-380 ซม. ดงั นั้นจงึ ทำใหส้ วยน้อยกว่าแตผ่ ูกไดง้ า่ ย
"ฮงั ฮาบะโอบ"ิ สำหรับชุดกิโมโนแบบลำลอง
ขนาดของฮังฮาบะโอบิมขี นาดเล็กกวา่ ครง่ึ นงึ ของฟุคโุ ระโอบิ ซงึ่ มคี วามกว้าง 17 ซม. และยาว
ประมาณ 360-400 ซม. สามารถผกู แบบไมเ่ ป็นทางการมากข้นึ และเนอื่ งจากมีความยาวและไม่หนา จงึ
ผูกไดง้ ่ายสำหรบั คนเพิ่งเคยผูกโอบิ โดยทั่วไปจะผูกเปน็ ทรงคลา้ ยโบว์ ใช้เมื่อสวมชดุ ยูกาตะซึ่งทำจากผ้า
บางๆนอกจากนว้ี ัสดยุ งั แตกต่างกันไปแลว้ แตล่ ะฤดกู าล ในฤดรู อ้ นจะมี "Ro" (絽) ซง่ึ เป็นผา้ โปร่งผสม
ผา้ ธรรมดา "Sha" (紗) ผ้าโปร่งเนอ้ื ละเอียด และ"Ra" (羅) ผา้ โปรง่ หยาบ สว่ นฤดอู น่ื ของปจี ะใช้โอบิท่ี
มผี า้ ซบั ในอยู่ดา้ นใน
ลวดลายโอบิสำหรบั ผหู้ ญงิ
โอบนิ ้นั แบง่ ได้3ประเภทอยา่ งเห็นได้ชัด "เซนทาสคึ าระ" (โอบิท่มี ลี วดลายทง้ั ผืน) "โรคุสึคาระ" (โอบิ
ที่มลี วดลายเพียง6สว่ นของทั้งผนื ) และ "โอไทโคคาระ" (โอบิทีม่ ลี วดลายเพียง3ส่วนของผา้ โอบิทัง้ หมด
โดยท่ีลวดลายจะมตี ำแหนง่ ดา้ นในและดา้ นนอกของโอบิ โอบกิ ็เชน่ เดียวกบั ชดุ กิโมโน ทีม่ ีลวดลาย
แตกตา่ งกันไปตามแตล่ ะฤดูกาล
28
ลวดลายของโอบติ ามแตล่ ะฤดูกาล
ฤดูใบผล (มนี าคม-พฤษภาคม): ลวดลายธรรมชาติ ดอกซากุระ ดอกโบตั๋น เมฆ สายฝน
ฤดูรอ้ น (มิถนุ ายน-สิงหาคม): ไฮเดเยยี น ลายน้ำไหล ดอกไมไ้ ฟ
ฤดใู บไมร้ ว่ ง (กนั ยายน-พฤศจิกายน): ลายพระจนั ทร์ ลายใบไม้
ฤดหู นาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ)์ : หิมะ ดอกคาเมเลยี ดอกบ๊วย
นอกจากนีย้ งั มลี วดลายทสี่ ามารถสวมใส่ได้ตลอดท้ังปีอย่างเช่นลายโชชิคุไบ (ต้นสน - ไม้ไผ่ - ดอกบ๊วย)
มิซนึ (ลายเมฆ) ลายสึรุคาเมะ (ลายนกกระเรียนและเต่า) ลายผเี สอ้ื ลายหงสฟ์ า้ และลวดลายมงคลอนื่
ๆ รวมถงึ ลายดอกบว๊ ย ดอกเบญจมาศและกลว้ ยไม้ หรอื ดอกไมท้ ่ีแสดงถงึ ฤดกู าลทัง้ ส่ี
เคร่ืองประดบั โอบิ
นอกจากนคี้ ณุ ยังสามารถประดับส่ิงของช้ินเล็ก ๆ รอบ ๆ โอบิเพ่ือให้ดูมสี ไตลแ์ ละเปน็ แฟชั่นมาก
ขนึ้ อนั ดบั แรก "obi-age" ทปี่ ระดับขอบด้านบนของโอบิซึ่งจะมองได้เหน็ อย่างเดน่ ชัด ดังนนั้ จึงควรเลือก
ใหเ้ ข้ากบั สีของกโิ มโน ตอ่ ไปคือ"obi-shime" (เชือกผูกรอบตรงกลางโอบ)ิ โดยจะพนั รอบโอบใิ หแ้ นน่ ทำ
ให้โอบดิ ูสวยงามหรูหรายงิ่ ขน้ึ สดุ ท้ายคอื การตกแต่ง "โอบิโทเมะ" ซ่งึ มีลักษณะเหมือนหัวเขม็ ขัดและตดิ
อยู่ที่ดา้ นบนของ โอบิชเิ มะ เปน็ เพยี งเคร่ืองประดบั เสรมิ โอบิเท่านนั้ จงึ ไม่จำเปน็ สวมใสก่ ็ได้ แตข่ อ
แนะนำสำหรบั ผทู้ ี่อยากจะมดั โอบโิ ทเมะ ควรเลือกให้เขา้ กับสีของโอบิและกิโมโน และยังสามารถเลือก
ให้เขา้ คู่กบั รองเท้าเพื่อให้ดูสวยงามยง่ิ ขึ้น
โอบสิ ำหรบั ผ้ชู าย
โอบิของผู้ชายแตกต่างจากของผหู้ ญิงโดยสน้ิ เชิง ซงึ่ มีเพยี ง 2 ประเภทคือ "คาคุโอบิ" (Kaku-obi)
และ "เฮโกะโอบ"ิ
คาคโุ อบ:ิ โอบิท่ีนิยมใชก้ ับกโิ มโน
เฮโกะโอบ:ิ ทำจากผ้าทีน่ ุ่มและกว้างต่างจากคาคโุ อบิจงึ ไม่ทำใหร้ ่างกายเมอ่ื ยลา้ ดังน้นั จึงเหมาะ
กับการใช้เมื่อพักผ่อนอย่บู า้ น
การผูกโอบมิ หี ลายวธิ ี ความสวยงามน้นั ขึ้นอยู่กับวิธกี ารผูกและการเลือกกิโมโนของแตล่ ะคน
เพลดิ เพลินกับการจัดแต่งทรงผมให้เหมาะกับกโิ มโนท่ีคุณสวมใส่
29
4.3 ทรงผมสำหรับชุดกิโมโน
ทรงผมสำหรบั ยกู าตะ กิโมโนแบบลำลอง
ทรงผมธรรมดาสำหรับชุดยูกาตะซงึ่ เปน็ ชุดกโิ มโนแบบสบาย ๆ ท่ีสดุ ในบรรดาชดุ กโิ มโน เพราะชดุ ยู
กาตะสามารถสวมใส่ได้เอง ดงั น้นั ทรงมกั จะเปน็ ทรงท่ีสามารถทำได้ด้วยตวั เองเช่นกนั สำหรบั ชุดยกู าตะ
เมือ่ สวมใส่ในอณุ หภูมิและความชน้ื ทส่ี ูง โดยมากจะเกลา้ ผมข้นึ คุณควรตดิ เครื่องประดับผมทม่ี ีสีสันและ
ลวดลายใหเ้ ข้ากับชดุ ด้วย
ทรงผมสำหรับชุดกิโมโนแบบลำลอง
ถา้ หากผมสัน้ หรือยาวประบ่าจะถกั เปียด้านข้างศรษี ะสำหรับจดั ทรงและติดเคร่ืองประดบั เช่นท่ี
คาดผม ชว่ ยเพิ่มเสนห่ ์ใหก้ ับทรงผม ถา้ หากผมยาวก็จะเกล้าผมข้ึน หรอื รวบเป็นหางมา้ ไว้ดา้ นข้างแทน
ทรงผมสำหรบั ชดุ กโิ มโนแบบทางการ
ทรงผมมีความเรยี บงา่ ยเพียงเกล้าผมข้นึ ไมใ่ ห้ปิดบังตรงคอเส้ือ และดหู รูหราขึ้นเมื่อสวมกับชิโระมุกุ
(สำหรบั เจ้าสาว) อุจคิ าเคะ ฟุริโซเดะสำหรับงานแตง่ งาน โดยปกตกิ ารทำผมแบบนี้จะให้ช่างทำผมเป็น
คนจดั แตง่ ทรงให้
ทรงผมทเ่ี รยี บง่ายและเปน็ มาตราฐานสำหรับชดุ กิโมโนแบบคุโรโซเมะ (กิโมโนสดี ำ) ซ่ึงสวมใส่สำหรบั งาน
แต่งงาน หรอื ชดุ แบบอโิ รโซเมะ (กโิ มโนส)ี สำหรับงานปฐมนเิ ทศ หรอื รว่ มงานเล้ียงงานแต่งงาน หรืออา
จะเกลา้ ผมให้ดูหรหู ราย่ืงขน้ึ ด้วยการเกลา้ ผมแบบมว้ นขน้ึ แลว้ ประดับเคร่ืองประดับไว้ที่มวยผม หรือทรง
ชิคนอนซงึ่ เปน็ ที่นยิ มกนั โดยรวบผมไวด้ า้ นหลังหรอื ด้านข้างแลว้ ประดบั เคร่ืองประดบั ผมไวท้ ีด่ า้ นข้าง
ของศรษี ะ สำหรับเครอื่ งประดับผมแนะนำให้ใช้เคร่ืองประดบั ที่มรี ปู รา่ งคล้ายของโบราณ เช่นกิบ๊ ติดผม
หรือหวีไม้ท่ีลงรักปิดทองหรือไขม่ ุก
ทรงผมสำหรบั กโิ มโน: ทรงบุงคนิ ทาคาชมิ าดะ
ทรงผมแบบดัง้ เดิมที่เขา้ กับชดุ กิโมโนเจ้าสาว สามารถใชผ้ มของเจ้าสาวเองเกล้าได้ แตใ่ นปัจจบุ นั มกั
ใช้วิกผมมากกวา่ เคร่อื งประดับศีรษะทเี่ รียกว่า "วาตาโบช"ิ (ที่ครอบผมทำจากผ้าฝา้ ยสขี าว) ใช้สำหรับ
ชุดแบบชิโรมุกุ และ "สโึ นะคาคชุ "ิ สำหรบั ชุดแบบอจุ ิคาคิ
30
5.สรปุ เร่อื งของกโิ มโน
กโิ มโนประกอบด้วยเสื้อนางางิ (長着) ซึ่งมีลกั ษณะเป็นคลมุ ขนาดยาวที่มีแขนเส้ือที่มีความกวา้ ง
มาก และสายโอบิ (帯) ซ่ึงใช้รดั เสอื้ คลมุ นใี้ ห้อยู่คงที่ ชุดกโิ มโนทั้งของหญิงและชายเม่ือใส่แล้วจะพราง
รูปของผ้สู วมใสไ่ ม่ใหเ้ ห็นสัดส่วนท่แี ทจ้ รงิ ชดุ กโิ มโนของผู้หญงิ โสดเปน็ กโิ มโนแขนยาว ลวดลายท่นี ยิ มคือ
ลายดอกซากุระ กโิ มโนของผู้หญงิ แต่งงานแล้วจะเปน็ กโิ มโนแขนสั้นสไี มฉ่ ูดฉาดมาก
ชดุ ประจำชาติของญี่ปุน่ เปน็ หน่ึงในเอกลักษณ์ของประเทศท่ีรู้จักกันไปท่ัวโลกเป็นอย่างดีในนาม
ของกิโมโน (kimono) เช่อื วา่ ทกุ คนคงจะรู้จักค้นุ เคยกบั ชดุ ประจำชาติน้ีไม่มากกน็ ้อย กโิ มโนถกู นำเสนอ
อยา่ งสวยงามบนเรือนรา่ งของดาราสาวจาง ซ่ยี ี่ต่อหนา้ คนท่ัวโลกผ่านภาพยนตร์เรื่อง Memoirs of a
Geisha ดว้ ยความสวยงามของลายผ้านน้ั ทำให้ใครๆหลายคนทไี่ มใ่ ชช่ าวญีป่ ุ่นเกิดความรู้สึกหลงใหลจน
อยากท่ีจะใสช่ ุดกิโมโนกับเขาบา้ ง
แตท่ ราบไหมว่ากิโมโนน้นั มอี ุปกรณก์ ารแต่งกายทมี่ ากความพิถีพถิ ันซับซอ้ นกว่ายูกาตะมาก จึง
มนี ้ำหนักมากดว้ ย ด้วยเหตุนี้ กิโมโนจงึ นยิ มใสเ่ ฉพาะแคง่ านวนั โอกาสพเิ ศษเท่าน้นั (ถา้ หากคณุ ไม่ใช่
เกอิชาที่จะต้องแต่งชุดกโิ มโนทำงานทุกวัน) เช่น งานแตง่ งาน หรือในสมัยก่อนก็ใส่ในฤดูหนาว เพอ่ื ไมใ่ ห้
สาวๆ ชาวญปี่ ุน่ ห่างหายจากการใสก่ ิโมโน ทญ่ี ปี่ ุ่นจงึ มคี อร์สเรียนการสวมใส่กิโมโนโดยเฉพาะ ซึ่งจะ
ควบคู่ไปกับการสอนมารยาท การลกุ นงั่ ขณะสวมใสก่ ิโมโนดว้ ย
31
บรรณานกุ รม
32
บรรณานุกรม
admin. (16 กรกฎาคม 2017). ชุดกิโมโน มสี ่วนประกอบอะไรบ้าง. เขา้ ถึงไดจ้ าก
https://www.brain-
attack.net/403/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0
%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%99-
%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%
B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A
D/16/2017/07/16/
Designer. (20 มีนาคม 2552). กิโมโน – KIMONO 「着物」. เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://www.designer.co.th/1424?doing_wp_cron=1633831821.4057619571685791015
625
FUN! JAPAN Team. (6 กมุ ภาพนั ธ์ 2021). ชุดกิโมโนและยกู าตะ: แตกต่างกันอย่างไร? เขา้ ถึงไดจ้ าก
https://www.fun-japan.jp/th/articles/11415
FUN! JAPAN Team. (4 กมุ ภาพนั ธ์ 2021). รองเท้ากิโมโน: เลือกรองเท้าให้เข้ากับชุดกิโมโนของคณุ .
เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.fun-japan.jp/th/articles/11424
FUN! JAPAN Team. (17 กมุ ภาพนั ธ์ 2021). วิธีสวมชุดกิโมโนญี่ป่ นุ . เขา้ ถึงไดจ้ าก
https://www.fun-japan.jp/th/articles/11439
Maria Matsumoto. (10 กมุ ภาพนั ธ์ 2021). ลายกิโมโนสวย ๆ ! แต่ละลวดลายไว้ใส่ในโอกาสไหน
และมคี วามหมายอย่างไร ? เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.fun-japan.jp/th/articles/11464
33
ภาคผนวก ก
แบบประเมิน
34
35