รายงานวิธีการปฏิบัติที่เป3นเลิศ (Best Practice) ปBการศึกษา 2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี ชื่อผูUนำเสนอ นางสาวอสมา เสียงเพราะ โรงเรียน ไชยวานวิทยา อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี ชื่อผลงาน การสร<างสรรค>ผลงานภาพพิมพ>ด<วยเทคนิค Eco Print โดยใช<การจัดการเรียนรู<เชิงสร<างสรรค> (Creative Learning) เพื่อสVงเสริมทักษะในการสร<างสรรค>ผลงานทัศนศิลปZเป[นกลุVมของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาป_ที่ 5 1. ความเป3นมาและความสำคัญของนวัตกรรมที่นำเสนอ การศึกษาในยุคศตวรรษที่ 21 ได<ให<ความสำคัญกับการสVงเสริมความคิดสร<างสรรค>ไว<เชVนกัน เพราะ ‘ความรู<’ เพียงอยVางเดียวไมVเพียงพอที่จะใช<แขVงขันในด<านตVางๆได<อีกตVอไป แตVต<องประกอบด<วย “ความคิด สร<างสรรค>” ของบุคคลหรือชุมชนที่รู<วVาจะนำความรู<ไปใช<ในการสร<างสรรค>ผลิตภัณฑ>และนวัตกรรมในแบบใด การวิจัยทางการศึกษาที่เกี่ยวกับความคิดสร<างสรรค>ด<วยศิลปะเป[นฐานเป[นการตอบสนองความเจริญเติบโต ทางศิลปะ ทั้งด<านการจัดการเรียนการสอนโดยใช<ศิลปะเป[นฐาน และการประเมินผลความคิดสร<างสรรค> ได< เกิดคำวVา การวิจัยด<วยศิลปะเป[นฐาน สามารถนิยามได<วVา เป[นความพยายามในการก<าวข<ามผVานขอบเขตที่ถูก จำกัดไว<ของการสื่อสารทางอ<อม การจัดกิจกรรมการเรียนรู<ในรายวิชาทัศนศิลปZเป[นการสVงเสริมความคิดสร<างสรรค>และการแสดงออก ทางความคิดของผู<เรียน แตVประสบปpญหาการแสดงออกทางด<านกระบวนการคิดและความคิดสร<างสรรค> ทำให<ข<าพเจ<าได<ศึกษา ค<นคว<าแนวทางในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู<แบบความคิดสร<างสรรค>เป[นฐาน (Creative Learning) ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข<อง และข<าพเจ<ามีความสนใจในเรื่อง การทำภาพพิมพ>ด<วยเทคนิค Eco Print จึงนำการจัดการเรียนการสอนแบบ (Creative Learning) มาประยุกต>ใช<กับ กระบวนการ สร<างสรรค>ผลงานภาพพิมพ>ด<วยเทคนิค Eco Print เพื่อสร<างเสริมทักษะในการสร<างสรรค>ผลงานทัศนศิลปZเป[น กลุVม เพื่อให<ผู<เรียนใช<เป[นแนวทางในการแก<ปpญหาการแสดงออกทางด<านกระบวนการคิด และความคิด สร<างสรรค> ผู<เรียนสามารถเรียนรู<ได<อยVางเต็มความสามารถและเกิดการเรียนรู<ตลอดชีวิตสามารถนำมา ประยุกต>ใช<ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อสVงเสริมทักษะในการสร<างสรรค>ผลงานทัศนศิลปZเป[นกลุVมของ ผู<เรียนและพัฒนาผลการเรียนของผู<เรียนได< 2. วัตถุประสงค^และเป_าหมายของการดำเนินงาน เพื่อประยุกต>กิจกรรมการจัดการเรียนรู< การสร<างสรรค>ผลงานภาพพิมพ>ด<วยเทคนิค Eco Print โดยใช<การจัดการเรียนรู<เชิงสร<างสรรค> (Creative Learning) เพื่อสVงเสริมทักษะในการสร<างสรรค>ผลงาน ทัศนศิลปZ
2.1 เชิงปริมาณ ผู<เรียนชั้นมัธยมศึกษาป_ที่ 5/1 โรงเรียนไชยวานวิทยา จํานวน 32 คน ที่เรียนในรายวิชา ทัศนศิลปZ ได<คะแนนชิ้นงาน บรรลุวัตถุประสงค> ไมVต่ำกวVา ร<อยละ 70 ตามแผนการจัดการเรียนรู< เรื่อง การสร<างสรรค>ผลงานภาพพิมพ>จากสีธรรมชาติด<วยเทคนิค Eco Print 2.2 เชิงคุณภาพ 1. ผู<เรียนมีทัศนคติที่ดีตVอรายวิชาทัศนศิลปZ สามารถนำทักษะการทำงานศิลปะ และการนำเทคนิค Eco Print ไปประยุกต>ใช<ในชีวิตประจำวันได< 2. ผู<เรียนมีคุณลักษณะประจำวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค>และสมรรถนะตามหลักสูตรและ เป[นไปตามเกณฑ>ที่สถานศึกษากำหนด 3. ผู<เรียนเกิดกระบวนการคิดสร<างสรรค> คิดแก<ปpญหา มีทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน ทักษะการ เรียนรู<และนวัตกรรมทักษะด<านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี 3. ขั้นตอนการดำเนินงาน 3.1 การออกแบบนวัตกรรม จากเจตนารมณ>ของโรงเรียนที่มีความมุVงหวังและความคาดหมายหลักๆ คือ ผู<เรียนได<รับการพัฒนาให< เป[นพลเมืองที่มีคุณภาพ อันหมายถึง เป[นคนดี เป[นคนเกVง เป[นคนที่สามารถดำรงชีวิตได<อยVางมีคุณคVาและมี ความสุข บนพื้นฐานของความเป[นไทย ภายใต<บริบทสังคมโลกรวมทั้งเพิ่มศักยภาพและความสามารถใน ระดับสูง เทคโนโลยีและการสื่อสาร เพื่อการพึ่งตนเองและเพื่อสมรรถนะในการแขVงขันและโรงเรียนยกระดับ คุณภาพสูงขึ้น ผVานการรับรองมาตรฐานคุณภาพตามเกณฑ> รางวัลคุณภาพแหVงสำนักงาน คณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECQA) เป[นโรงเรียน ยุคใหมVที่จัดการศึกษาแบบองค>รวมและบูรณาการเชื่อมโยงกับ เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม ศาสนา และการเมือง เพื่อพัฒนาประเทศอยVางยั่งยืน โดยมีภาคีเครือขVายการ จัดการเรียนรู<และรVวมพัฒนากับสถานศึกษาระดับท<องถิ่นระดับภูมิภาคและองค>กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข<อง ตลอดจน เป[นศูนย>และรVวมเป[นเครือขVายพัฒนา ความรู<ให<กับ ประชาชนในชุมชนและบุคคลทั่วไป ดังนั้น ข<าพเจ<าจึง ดำเนินการพัฒนาและแก<ไขปpญหาผู<เรียนโดยใช<นวัตกรรมทางการเรียนการสอน (Instructional innovation) โดยมีเปÅาหมายตามหลักการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหVงชาติ ที่เน<นผู<เรียนเป[นสำคัญ ซึ่งต<องดำเนินการพัฒนาผู<เรียนให<เป[นผู<มีความรอบรู<ก<าวทันโลกและการเปลี่ยนแปลง มีคุณธรรมและ จริยธรรมสามารถนำความรู<ไปประยุกต>ใช<และพัฒนาตนเองได<อยVางมีประสิทธิภาพ สอดคล<องกับปรัชญา การศึกษา ด<านประสบการณ>นิยม(Progressivism)และทฤษฎีการเรียนรู<ด<านการสร<างองค>ความรู<ด<วยตนเอง (Constructivism) และนำมาประยุกต>ใช<กับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active learning โดยศึกษารูปแบบและเทคนิควิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู<แบบความคิดสร<างสรรค>เป[นฐาน Creativity-Based Learning (CBL) นำมาออกแบบกิจกรรมและจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู< ข<าพเจ<าจึงนำมาประยุกต>ใช<ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู<และนำไปทดลองจัดกิจกรรม เพื่อให<นักเรียนเกิดทักษะ ในการทำงานและการแสดงออกทางความคิดในงานศิลปะโดยใช<เทคนิค Eco print อยVางสร<างสรรค>
กระบวนการที่นำมาประยุกต>ใช<ในการออกแบบการจัดการเรียนรู< โดยใช< CBL หรือ Creativity - Based - Learning คือ วิธีการสอนที่ออกแบบการสอนให<ผู<เรียนได<เรียนแบบครอบคลุมครบสองด<าน คือ ทักษะวิชาการ และทักษะการคิดอยVางสร<างสรรค>อยVางเป[นรูปธรรมโดยการสอนลักษณะนี้จะชVวยให<ผู<เรียนได< คิดวิเคราะห>และสร<างสรรค>ตVอจากการสอนแบบดั้งเดิมโดยทุกขั้นตอนของ CBL จะครอบคลุมด<วยวงจร คุณภาพ PDCA ตามแผนภาพดังนี้ จากกระบวนการประยุกต>ใช<นวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป[นเลิศ ข<าพเจ<าได<ศึกษารูปแบบและเทคนิควิธีการ จัดกิจกรรมการเรียนรู<แบบความคิดสร<างสรรค>เป[นฐาน Creativity-Based Learning (CBL) นำมาออกแบบ กิจกรรมและจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู< นำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู<และนำไปทดลองจัดกิจกรรม นักเรียนเกิดทักษะการแสดงออกทางความคิดในงาน ศิลปะอยVางสร<างสรรค^ 2.1 วิเคราะห>หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตร สถานศึกษาโรงเรียนไชยวานวิทยาในเรื่องของมาตรฐานการเรียน และตัวชี้วัดรายวิชาทัศนศิลปZ 2.2 ออกแบบหนVวยการเรียนรู<ที่เน<นผู<เรียนเป[นสำคัญ และแผนการจัดการเรียนรู<ที่สVงเสริม ทักษะการคิดรวบยอดและคิดสร<างสรรค> 2.3 ศึกษารูปแบบและเทคนิควิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู<แบบความคิดสร<างสรรค>เป[นฐาน Creativity-Based Learning (CBL) นำมาออกแบบกิจกรรมและจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู< 2.4 ครูผู<สอนนำกิจกรรมมาปรับปรุง แก<ไขตามคำแนะนำของหัวหน<ากลุVมสาระ 2.5 ครูผู<สอนสร<างแผนการจัดการเรียนรู<โดยใช<รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู<เชิง สร<างสรรค> (Creative Learning) 2.6 นำแผนการจัดการเรียนรู<ที่ออกแบบนำไปใช<กับผู<เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาป_ที่ 5 ภาค เรียนที่ 1 ป_การศึกษา 2566 2.7 จัดกิจกรรมการเรียนรู<รายวิชาทัศนศิลปZกับผู<เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาป_ที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ป_การศึกษา 2566 โดยปรับกิจกรรมให<เหมาะสมกับบริบทของห<องเรียน ให<ผู<เรียนได<ลง
มือปฏิบัติจริง ผVานการศึกษาสถานการณ>หรือคลิปวิดีทัศน>ตัวอยVางผลงงานเพื่อเป[นแนวทางในการ สร<างสรรค>ผลงานทัศนศิลปZของผู<เรียน 2.8 บันทึกผลการเรียนรู<ของสรุปสารสนเทศของผู<เรียน แล<วแจ<งให<ผู<เรียนที่ไมVผVานเกณฑ> ทราบและได<รับการพัฒนาจนกวVาผู<เรียนจะผVานเกณฑ>ที่กำหนด 2.9. สอบถามความพึงพอใจของนักเรียนเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนรู<เชิงสร<างสรรค> (Creative Learning) เพื่อนำมาปรับปรุงแก<ไขให<ดีขึ้น 3.2 การการดำเนินการตามกิจกรรม ขั้นเตรียมการ (Plan) 1) ผู<สอนศึกษาเปÅาหมายของการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ศึกษาหลักสูตรของโรงเรียน ศึกษา เอกสารประกอบหลักสูตรและวิเคราะห>หลักสูตร ศึกษาทักษะกระบวนการทางด<านศิลปะและ ทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค<นคว<าและสร<างองค>ความรู<เกี่ยวกระบวนการทำงานเป[นทีม และ การจัดการเรียนรู<เชิงสร<างสรรค>(Creative Learning) เพื่อสร<างหนVวยการเรียนรู<ให<สอดคล<องกับ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู<แกนกลาง กลุVมสาระการเรียนรู<ศิลปะภายใต<หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 2) ผู<สอนจัดทำหนVวยการเรียนรู<และแผนการจัดการเรียนรู< 3) ผู<เรียนและผู<สอนรVวมกันสำรวจแนวคิดหลักในการจัดทำผลงงานและนวัตกรรมเพื่อนำไปสูVการ กำหนดหัวข<อองค>ความรู<ใหมVที่ผู<เรียนมีความสนใจรVวมกัน ขั้นดำเนินการ (Do) การพัฒนาผลงานและนวัตกรรมของนักเรียนจากการจัดการเรียนการสอนแบบ Active learning โดยใช<กระบวนการสอนแบบสร<างสรรค> (Creative Learning) ของการพัฒนาผู<เรียนให<เกิด การเรียนรู<สูงสุด ดังนี้ การเตรียมความพรUอม ผูUสอน 1. ผู<สอนเตรียมกิจกรรมให<ผู<เรียนสร<างแผนการดำเนินกิจกรรม ประกอบด<วย ลักษณะสถานการณ> ปpญหาหรือประเด็นที่ผู<เรียนสนใจ ขั้นตอนการสร<างสรรค>ผลงาน ระยะเวลา ความรู<และทักษะที่จำเป[น ในการสร<างสรรค>ผลงาน ทรัพยากรที่ต<องใช< บทบาทความรับผิดชอบของสมาชิกกลุVม 2. ผู<สอนเตรียมสื่อการเรียนรู<และแหลVงข<อมูลที่เกี่ยวข<อง เพื่อเป[นทรัพยากรให<ผู<เรียนได<สืบค<นเพิ่มเติม 3. ผู<สอนเตรียมชVองทางการประชุมปรึกษาหารือกันภายในกลุVมยVอยแกVผู<เรียน โดยตั้งเป[น Channel หรือกลุVมยVอยถาวร เพื่อเป[นชVองทางให<ผู<เรียนแตVละกลุVมได<รายงานความก<าวหน<าในการดำเนิน กิจกรรม เชVน โพสต>ประกาศของห<องเรียนออนไลน> Meeting Room, Classroom Assessment แอพพลิเคชั่น Flipgrid, Padlet, Explain Everything, Jamboard เป[นต<น
ผูUเรียน 1. ผู<สอนให<ผู<เรียนทบทวนประเด็นสำคัญที่ได<เรียนรู< 2. ผู<สอนให<ผู<เรียนรวมกลุVมตามความสมัครใจ โดยมีเงื่อนไขจำนวนสมาชิกในกลุVมต<องสอดคล<องกับ ความสร<างสรรค>ของผลงานที่ผู<เรียนตั้งเปÅาหมายไว< 3. ผู<สอนมอบหมายให<ผู<เรียนศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนรู<โดยใช<การคิดสร<างสรรค>เป[นฐาน (Creative-based Learning) มาลVวงหน<า โดยผู<สอนควรมีเอกสารหรือสื่อวิดีทัศน>แนะนำสั้นๆ ให< ผู<เรียนได<ทำความเข<าใจด<วยตนเอง การจัดการเรียนรูU ขั้นตอนที่ 1 การสรUางความตระหนัก 1. ผู<สอนชี้แจงวัตถุประสงค>การเรียนรู< ลักษณะกิจกรรม เกณฑ>การให<คะแนน และซักถามความ เข<าใจของผู<เรียน - ผู<สอนเลVาสถานการณ> ใช<ภาพ ข<อความ สื่อมีเดีย หรือเกม ที่มีความสอดคล<องกับผู<เรียนและ เนื้อหาที่ต<องการให<ผู<เรียนเรียนรู< เพื่อให<ผู<เรียนพร<อมเข<าสูVเรื่องที่จะเรียนรู<และเกิดความคิด จินตนาการ ขั้นตอนที่ 2 การติดเพื่อระบุสถานการณ^ 1. ผู<สอนให<ผู<เรียนตั้งปpญหาหรือค<นหาปpญหาที่ตนเองสงสัย จากนั้นให<ผู<สอนให<ผู<เรียนรวมกลุVมตาม ความสมัครใจ โดยอาจเพิ่มเงื่อนไขให<ผู<เรียนที่สนใจในหัวข<อเดียวกันรวมกลุVมกัน 2. ผู<สอนให<ผู<เรียนเข<ากลุVมยVอยใน Channel ที่กำหนดไว< เพื่ออภิปรายและรVวมกันกำหนดปpญหาหรือ สถานการณ>ที่ต<องการสร<างสรรค>ให<ดีขึ้น 3. ผู<สอนให<ผู<เรียนแตVละกลุVมแจ<งปpญหาที่ต<องการสร<างสรรค>เป[นผลงาน เพื่อให<ผู<สอนและผู<เรียนกลุVม อื่นๆ ได<รVวมให<ข<อสังเกตเพิ่มเติม กรณีผู<เรียนบางกลุVมเลือกหัวข<อซ้ำกัน ผู<สอนจำเป[นต<องหาจุด รVวมที่เหมาะสมสำหรับกลุVมที่เลือกหัวข<อซ้ำกัน และเป[นธรรมสำหรับผู<เรียนกลุVมอื่นๆ ขั้นตอนที่ 3 การคUนควUาและสรUางสรรค^ผลงาน 1. ผู<สอนให<ผู<เรียนเข<ากลุVมยVอยใน Channel ที่กำหนดไว< เพื่อรวบรวม วิเคราะห> และสร<างสรรค> ผลงาน โดยผู<สอนต<องสนับสนุนให<ผู<เรียนสร<างสรรค>ผลงานในรูปแบบตVางๆ โดยไมVหลีกเลี่ยงการ ตัดสินถูกผิด และการอธิบายเนื้อหาอยVางละเอียด เนื่องจากจะสVงผลให<ผู<เรียนหมดอิสระทาง ความคิด ทั้งนี้ในขั้นตอนที่ 3 อาจใช<เวลามากน<อยแตกตVางกันขึ้นอยูVกับขอบเขตและความซับซ<อน ของผลงาน 2. ผู<สอนสุVมสมาชิกในกลุVม เพื่อสังเกตพฤติกรรมที่เกิดขึ้นระหวVางการสร<างสรรค>ผลงาน ตั้งคำถาม กระตุ<นชวนให<ผู<เรียนมีสVวนรVวมในการทำงาน ให<คำแนะนำปรึกษาเมื่อผู<เรียนต<องการความ ชVวยเหลือ รับฟpงเรื่องราวที่ผู<เรียนคิดหรือนำเสนอและเรียนรู<ไปพร<อมกับผู<เรียน
ขั้นตอนที่ 4 การนำเสนอผลงาน 1. ผู<สอนชี้แจงกติกาการนำเสนอ ระยะเวลาในการนำเสนอ ลำดับการนำเสนอ และซักถามความ เข<าใจของผู<เรียน 2. ผู<สอนให<ผู<เรียนนำเสนอผลงานของกลุVมตามชVองทางการเผยแพรVผลงานที่ผู<สอนกำหนด โดย สนับสนุนให<ผู<เรียนสร<างสรรค>วิธีการนำเสนอในรูปแบบตVางๆ โดยหลีกเลี่ยงการตัดสินถูกผิด แตVให< การเสริมแรงและเน<นการเลือกสื่อนำเสนอที่สอดคล<องกับผลงานและกลุVมผู<ชมการนำเสนอ 3. ผู<สอนให<ผู<เรียนกลุVมอื่นประเมินผลงานตามเกณฑ>ประเมินผลที่กำหนดไว< และให<ความคิดเห็น เกี่ยวกับการนำเสนอผลงานของกลุVมอื่น โดยหากไมVมีข<อซักถามหรือข<อสงสัยจากผู<เรียนรVวมชั้น ผู<สอนอาจจะเป[นผู<เริ่มถามเองได< 4. ผู<สอนและผู<เรียนรVวมกันคัดเลือกผลงานที่โดดเดVน เพื่อนำแสดงตVอสาธารณะ โดยอาจเป[นการ แสดงผลงานในระดับสถานศึกษา หรือชุมชน หรือในสื่อสังคมออนไลน> เพื่อเปôดโอกาสให<ผู<เรียน ได<รับมุมมองจากบุคคลที่หลากหลายมากขึ้นและสามารถใช<เป[นประวัติผลงานของผู<เรียนได< การประเมินผล ผูUสอน สามารถประเมินผลลัพธ>การเรียนรู<ได<หลายมิติ เชVน ความสร<างสรรค>ของผลงาน คุณคVาหรือประโยชน>ตVอสังคมของผลงาน กระบวนการทำงานที่มีอิสรภาพทางความคิด และ คุณลักษณะหรือบุคลิกภาพที่เปôดรับความท<ายทายและมีความยืดหยุVน ผูUเรียน ตรวจสอบผลงานของกลุVมตนเอง โดยเทียบกับกลุVมอื่น เพื่อให<เห็นจุดเหมือน จุดตVาง และเป[นข<อมูลประกอบการเรียนรู<เพิ่มเติม ทำการสะท<อนคิดการเรียนรู< (Reflection) ในประเด็นสำคัญ เชVน ความรู<ความเข<าใจเกี่ยวกับเนื้อหา ทักษะที่ได<รับจากกิจกรรม แนวทางการนำความรู<และทักษะไป ประยุกต>ใช< เป[นต<น และสามารถให<ผู<เรียนเป[นผู<ประเมินสมาชิกภายในกลุVมตามเกณฑ>ประเมินที่กำหนดได< 4. ผลการดำเนินงาน/ประโยชน^ที่ไดUรับ 4.1 ผลที่เกิดตามจุดประสงค^ 1. ผู<เรียนเกิดการเรียนรู<สูงสุด โดยใช<กระบวนการสอนแบบสร<างสรรค> 2. ผู<เรียนได<พัฒนาทักษะในการสร<างสรรค>งานทัศนศิลปZด<วยเทคนิค Eco Print 3. ผู<เรียนให<เกิดความรู<ความเข<าใจ และความคิดสร<างสรรค>จากการทำงานเป[นทีม 4. ผู<เรียนกล<าแสดงออกและสามารถเผยแพรVผลงานผVานโซเชียลมีเดีย และภายในสถานศึกษา 4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน ผลการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน Active learning ประยุกต>ใช<กับกระบวนการ สอนแบบสร<างสรรค> โดยการสร<างสรรค>ผลงานทัศนศิลปZการทำภาพพิมพ>ด<วย เทคนิค Eco Print หรือการพิมพ>ภาพจากใบไม< คือผู<เรียนได<ทำงานภาพพิมพ>แบบใหมV ซึ่งเป[นชิ้นงานที่มีกระบวนการ และขั้นตอนวิธีการทำงานที่ละเอียดและต<องใช<เวลา ทำให<ผู<เรียนได<ใช<เวลาในการทำงานรVวมกับผู<อื่น
พบวVา นักเรียนสามารถสร<างสรรค>ผลงานภาพพิมพ>ด<วยเทคนิค Eco Print บนผ<า และนำไปออกแบบ ผลิตภัณฑ> เพื่อตVอยอดและสร<างคุณคVาให<แกVผลงานของกลุVมตนเองได< พร<อมทั้งนำเสนอ/เผยแพรV ขั้นตอนการทำงานให<แกVผู<ที่สนใจ 4.3 ประโยชน^ที่ไดUรับ 1. นักเรียนเกิดทักษะกระบวนการศิลปะ ในการสร<างสรรค>ผลงานด<วนเทคนิค Eco Print เกิดทักษะการคิดสร<างสรรค>และการคิดแก<ไขปpญหารVวมกับผู<อื่น 2. ผู<เรียนมีความกระตือรือร<นและมีความสุขในการทำกิจกรรมรายวิชาทัศนศิลปZ 3. ผู<เรียนมีพฤติกรรมกล<าแสดงออก กล<าแสดงความคิดเห็นมากขึ้น และผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนสัมพันธ>ทางบวกกับพฤติกรรมกล<าแสดงออก 4. ผู<เรียนได<เผยแพรVขั้นตอนการทำ Eco Print ตVอสาธารณะ กล<าแสดงออกยอมรับความคิดเห็น ของผู<อื่น และสามารถนำไปประยุกต>ใช<ในชีวิตประจำวัน ตVอยอดเป[นอาชีพในอนาคตได< 5. ปnจจัยความสำเร็จ การจัดกิจกรรมการเรียนรู<การสรUางสรรค^ผลงานภาพพิมพ^ดUวยเทคนิค Eco Print โดยใชUการ จัดการเรียนรูUเชิงสรUางสรรค^ (Creative Learning) เป[นเทคนิคการสอน แบบ Active Learning ข<าพเจ<าได<ศึกษาและมีโอกาสเข<ารVวมอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการครูเพื่อพัฒนาท<องถิ่น ทำให<อยากนำ ความรู<ที่ได<มาปรับประยุกต>ใช<ในรูปแบบของการจัดกิจกรรมการเรียนรู<จนประสบความสำเร็จ 6. บทเรียนที่ไดUรับ 6.1 การระบุขUอมูลที่ไดUรับจากการผลิตและการนำผลงานไปใชU 1) ผู<เรียนเกิดทักษะกระบวนการศิลปะ ในการสร<างสรรค>ผลงานภาพพิมพ>ด<วยเทคนิค Eco Print ทักษะการคิดสร<างสรรค>และการคิดแก<ปpญหารVวมกับผู<อื่น 2) ผู<เรียนทราบวิธีการสร<างสรรค>ผลงานภาพพิมพ>ด<วยเทคนิค Eco Print 3) ผู<เรียนมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเองและเพื่อนรVวมชั้น 4) ผู<เรียนได<เรียนรู<รVวมกันเกี่ยวกับการนำความรู<ทางด<านศิลปะไปพัฒนาเป[นอาชีพได<และ ผู<เรียนได<เรียนรู<หลากหลายมากยิ่งขึ้น สนองตอบหลักสูตรสถานศึกษา และหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 6.2 ขUอเสนอแนะ ขUอควรระวัง 1) การกำหนดหัวข<อ หรือขอบขVายในการทำงานให<เฉพาะเจาะจงมายิ่งขึ้น เพื่อให<ผู<เรียนได< ศึกษาองค>ความรู<อยVางละเอียดและลึกซึ้ง 2) จัดตั้งงบประมานสำหรับการซื้ออุปกรณ>ในการทำงานให<ผู<เรียน เนื่องจากมีอุปกรณ>หลาย อยVาง และอุปกรณ>ไมVเพียงพอตVอจำนวนนักเรียน
3) หากในพื้นที่ใกล<เคียงมีปราชญ>ชาวบ<านหรือผู<รู<ในเรื่องของการทำ Eco Print ควรเชิญ มารVวมเป[นวิทยากรให<ความรู< 4) ในบางขั้นตอนครูผู<สอนต<องให<คำแนะนำเพื่อให<ผลงานออกมาตามวัตถุประสงค>
บรรณานุกรม กรมวิชาการ. (2535). ความคิดสร<างสรรค>หลักการ ทฤษฎีการเรียนการสอนการวัดผลประเมินผล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ>คุรุสภาลาดพร<าว. ทิศนา แขมมณี. (2548). การจัดการเรียนรู,โดยผู,เรียนใช,การวิจัยเป4นส6วนหนึ่งของ กระบวนการเรียนรู,. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ>คุรุสภาลาดพร<าว. ราชบัณฑิตยสถาน. (2555). พจนานุกรมศัพทFศึกษาศาสตรF ฉบับราชบัณฑิตสถาน. (พิมพ>ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน.
ภาคผนวก
ภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรูUและผลงานนักเรียน
การเตรียมอุปกรณ^
ลงมือทำกิจกรรม
นำไปนึ่งและนำมาตากประมาน 2 วัน