1
การสร้างสื่อสรา้ งสรรค์
สื่อสร้างสรรค์ หมายถงึ สอื่ นาเสนอในรปู ของเทคโนโลยนี าเสนอตา่ งๆ เช่น คลิปวดี โี อ หนงั
สนั้ ภาพ กราฟกิ ภาพเคลอ่ื นไหว เปน็ ตน้
สื่อ ๗ ประเภท ไดแ้ ก่
๑. โทรทศั น์
๒. วทิ ยุ
๓. สงิ่ พิมพ์ (หนังสือพิมพ์, นติ ยสาร, นยิ าย,การต์ นู ฯลฯ)
๔. ภาพยนตร์ ๕. อินเทอร์เนต็ และเกม (Offline – Online)
๕. โทรศพั ท์
๖. วดี ที ัศน์ (DVD และ VCD)
ความหมายของสื่อ เม่ือพิจารณาคาว่า “ส่ือ” ในภาษาไทยกับคาในภาษาอังกฤษ พบว่ามี
ความหมายตรงกับคาว่า “media” (ในกรณีที่มีความหมายเป็นเอกพจน์จะใช้คาว่า “medium”)
คาว่า “ส่ือ” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ ความหมายของคาน้ีไว้ดังน้ี
“ส่ือ (กริยา) หมายถึง ติดต่อให้ถึงกนั เช่น สื่อความหมาย, ชักนาให้รู้จักกัน สื่อ (นาม) หมายถึง ผู้
หรือสิ่งท่ีติดต่อให้ถึงกันหรือชักนาให้รู้จักกัน เช่น เขาใช้จดหมายเป็นส่ือติดต่อกัน, เรียกผู้ท่ีทา
หน้าทีช่ ักนาให้ชายหญิงไดแ้ ตง่ งานกันว่า พ่อสือ่ หรือ แมส่ ่อื ; (ศิลปะ) วัสดุต่างๆ ทน่ี ามาสรา้ งสรรค์
งานศิลปกรรม ใหม้ คี วามหมายตามแนวคดิ ซ่งึ ศิลปนิ ประสงค์แสดงออกเช่นนน้ั เชน่ สื่อผสม”
คุณลกั ษณะของนวตั กรรมสอ่ื ปลอดภยั และสร้างสรรค์
1. เกิดจากการสร้างขนึ้ ใหม่
2. เปน็ แบบอย่างทด่ี ี
3. มเี น้ือหาท่ีเหมาะสมตอ่ สงั คม
4. ไมม่ ีลักษณะของส่ือทไ่ี ม่ปลอดภยั
2
คาว่า “ส่ือ” ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2493 และ พ.ศ. 2525
หมายถึง ทาการติดต่อให้ถึงกัน ชักนาให้รู้จักกัน ในกระบวนการส่ือสารมวลชน คาว่า “ส่ือ”
(Channel or Medium) คือ พาหนะนาข่าวสาร (Message Vehicles) หรือพาหนะของสารหรือ
สิ่งที่ขนส่งสาร (Carrier of Messages) จากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร ผู้ส่งสารไปได้ก็ต้องอาศัยสื่อที่
จะถ่ายทอดข่าวสารออกไปและข่าวสารจะไปถึงผู้รับได้ก็ต้องอาศัยสื่อพาไป เช่น คลื่นวิทยุใน
อากาศนาเสียงพูดไปให้ผู้ฟัง กระดาษนาตัวอักษรและภาพที่ปรากฏไปให้ผู้รับสารได้อ่าน เป็นต้น
ทางด้านผู้รับสารก็เช่นเดียวกัน ต้องอาศัยส่ือในการรับสารน้ัน ๆ เช่น ผู้รับสารจะต้องมีเคร่ืองรับ
วิทยุ เป็นต้น ดังนั้นท้ังสองฝ่ายต่างอาศัยสื่อเพ่ือการติดต่อให้ถึงกัน มนุษย์ได้คิดค้นประดิษฐ์สร้าง
ขึ้น เสาะหาวิธีการหาช่องทางในรูปแบบต่าง ๆ กัน ตามสภาพของทรัพยากรในท้องถ่ินของตนเอง
และพัฒนาวิธีการ กระบวนการ และเคร่ืองมืออุปกรณ์ใหก้ ้าวหนา้ เพิ่มพูนสมรรถนะ คุณภาพและ
ประสิทธิภาพในการแสวงหาสาร การเก็บสาร การส่งสาร การรับสาร และการส่ือสารกลับ เพ่ือให้
เกดิ ประโยชน์ในการส่อื สารของมนุษยต์ อ่ ไป
การพิจารณาถึงเร่ืองส่ือน้ันมีปัจจัย 3 ประการท่ีเก่ียวข้อง ได้แก่ (1) วัสดุท่ีรองรับ (2)
สญั ลักษณ์ทีส่ ร้างขึน้ อยา่ งมคี วามหมายเป็นสาร (3) พาหนะที่จะนาวสั ดุท่มี สี ารไปให้ถึงผ้รู บั สาร
ดังนั้น จึงข้ึนอยู่กับการหาวิธีการ หาช่องทางของมนุษย์ในรูปแบบต่าง ๆ กัน ในการใช้
ทรัพยากรในท้องถ่ินของคนแตกต่างกันไปตามยุคตามสมัย เช่น ใช้ “ส่ือบุคคล” หรือ “คน” เพื่อ
การสื่อสารด้วยวัตถุประสงค์ของการส่ือสารที่ต่างกัน โดยคนได้คิดท่าทาง อากัปกิริยาเป็นสารให้
คนอื่น ๆ เข้าใจความหมายใช้ส่ือบุคคลในลักษณะเป็นพาหนะที่มีสารโดยเป็นเจ้าหน้าท่ีส่งเสริม
และเผยแพรก่ ารเกษตร สาธารณสขุ ออกไปพบปะพดู คุยกบั ประชาชน การใชศ้ ลิ ปนิ ส่อื พ้ืนบา้ นเพ่ือ
เป็นช่องทางในการเผยแพร่ความรู้และเปลี่ยนแปลงทัศนคติการทาหมัน และการวางแผน
ครอบครัว การใช้บุรุษไปรษณีย์เพ่ือนาจดหมายไปบริการประชาชน นอกจากน้ัน ส่ือบุคคลยัง
พยายามหาวสั ดเุ พ่อื รองรบั สาร เป็นช่องทางในการเผยแพร่ เชน่ ใช้ฝาผนงั ผนงั ถา้ ดนิ เหนียว หนัง
สตั ว์ ไมไ้ ผ่ กระดาษสา แผ่นใส และแมแ้ ต่งานศิลปหัตถกรรม การปั้น แกะสลกั ก็ได้ใช้เปน็ ชอ่ งทาง
ในการถา่ ยทอดสารใหค้ นอืน่ ได้รบั สารบางอยา่ งอยดู่ ว้ ย
3
นักเทคโนโลยีการศกึ ษาไดม้ ีการนยิ ามความหมายของคาว่า “สื่อ” ไวด้ ังตอ่ ไปนี้
Heinich และคณะ (1996) Heinich เปน็ ศาสตราจารย์ ภาควชิ าเทคโนโลยรี ะบบการเรียน
การสอน ของมหาวิทยาลัยอินเดียน่า (Indiana University) ให้คาจากัดความคาว่า “media” ไว้
ดังน้ี “Media is a channel of communication.” ซึ่งสรุปความเป็นภาษาไทยได้ดังน้ี “สื่อ คือ
ช่องทางในการติดต่อสื่อสาร” Heinich และคณะยังได้ขยายความเพิ่มเติมอีกว่า “media มีราก
ศัพท์มาจากภาษาลาติน มีความหมายว่า ระหว่าง (between) หมายถึง อะไรก็ตามซึ่งทาการ
บรรทุกหรือนาพาข้อมูลหรอื สารสนเทศ ส่อื เป็นสิง่ ที่อยู่ระหว่างแหล่งกาเนดิ สารกบั ผู้รบั สาร”
A. J. Romiszowski (1992) ศาสตราจารย์ทางด้านการออกแบบ การพัฒนา และการ
ประเมินผลส่ือการเรียนการสอน ของมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ (Syracuse University) ให้คาจากัด
ความคาว่า “media” ไว้ดังน้ี “the carriers of messages, from some transmitting source
(which may be a human being or an inanimate object) to the receiver of the
message (which in our case is the learner)” ซึ่งสรุปความเป็นภาษาไทยได้ดังน้ี “ตัวนาสาร
จากแหล่งกาเนิดของการสื่อสาร (ซึ่งอาจจะเป็นมนุษย์ หรือวัตถุท่ีไม่มีชีวิต ) ไปยังผู้รับสาร (ซ่ึงใน
กรณีของการเรียนการสอนกค็ ือ ผเู้ รียน)”
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ส่ือ หมายถึง สิ่งใดๆ ก็ตามที่เป็นตัวกลางระหว่างแหล่งกาเนิดของสาร
กับผู้รับสาร เปน็ สง่ิ ท่นี าพาสารจากแหล่งกาเนนิ ไปยังผ้รู ับสาร เพ่ือให้เกิดผลใดๆ ตามวัตถุประสงค์
ของการส่ือสาร
ส่ือ หมายถึง ส่ิงท่ีทาให้ปรากฏด้วยอักษร เคร่ืองหมาย ภาพ หรือเสียง ไม่ว่าจะได้จดั ทาใน
รูปแบบของเอกสาร ส่ิงพิมพ์ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี รูปภาพ ภาพโฆษณา รูปถ่าย
ภาพยนตร์ วิดที ศั น์ การแสดง ขอ้ มูลคอมพวิ เตอรใ์ นระบบคอมพิวเตอร์ หรือไดจ้ ดั ทาในรูปแบบอ่ืน
ใดตามทกี่ าหนดในกฎกระทรวง (มาตรา 3 วรรค 2)
สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หมายถึง สื่อที่มีเน้ือหาส่งเสริมศีลธรรม จริยธรรม และ
วัฒนธรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ส่งเสริม
ความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและสังคม รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามัคคีและใช้ชีวิตใน
สงั คมท่มี ีความหลากหลายได้อยา่ งมีความสขุ (มาตรา 3 วรรค 3)
4
สถานการณ์สอ่ื ในปัจจบุ นั
- คนไทย อายุ ๖ ปีข้นึ ไป นิยมชมโทรทัศนม์ ากที่สุด รอ้ ยละ ๖๔.๗
- คนฟังวิทยุ แต่ไม่ชมโทรทัศน์ ร้อยละ ๑.๒ และมีแนวโน้มว่าผู้ชมโทรทัศน์มี เพิ่มมาก
ขนึ้ โดยเดก็ และเยาวชน คือ กลมุ่ บรโิ ภคกลุ่มท่ีใหญท่ ส่ี ุด
- สื่อใหม่ (New Media) โดยเฉพาะเว็บไซต์ขยายตัวอย่างรวดเร็วและมี แนวโน้มสูงข้ึน
เรื่อย ๆ
- เด็กปัจจุบันใช้โทรศัพท์มือถือร้อยละ ๘๕ ใช้เวลาคุยวันละประมาณ ๙๒ นาที เล่น
อนิ เทอรเ์ น็ตประมาณ ๑๓๔ นาที
- เด็กไทยใช้เวลากบั ส่อื และเทคโนโลยตี า่ ง ๆ ถงึ ๖ – ๘ ชัว่ โมงตอ่ วัน
ปัจจุบัน ใน ๑ ช่ัวโมง มีโฆษณาท่ีปรากฏในส่ือโทรทัศน์เฉลี่ย ๔๒ ครั้ง ต่อ ชั่วโมง คิดเป็น
เวลาประมาณ ๒๐ นาที - ข้อมูลโครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัดช่วง ๕ ปี
ท่ี ผ่านมา พบว่าเด็กระดับชั้นมัธยมศึกษา – อุดมศึกษา มีโทรศัพท์มือถือใช้ ร้อยละ ๘๕ และมี
คอมพิวเตอรส์ ว่ นตัวร้อยละ ๔๕ และมแี นวโน้มเพม่ิ ทุกปี
5
ความเส่ียงท่เี กดิ จากการใชส้ ือ่ สมัยใหมท่ ีไ่ ม่เหมาะสม
- การเรียนรู้ / เลียนแบบทางเพศแบบผิด ๆ เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่พร้อม, การ
แตง่ กายย่วั ยทุ างเพศ
- การเรียนรู้ / เลียนแบบพฤติกรรมดารา และบุคคลสาธารณะท่ีมีชื่อเสียง ในค่านิยมท่ี
ไม่เหมาะสม
- การเรียนรู้ / เลียนแบบการใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้อง หรือการพูดหยาบคาย โกหก ใส่ร้าย
หรือหลอกลวงผ้อู นื่
- การมีพฤตกิ รรมการบรโิ ภคทีอ่ ันตราย เนอ่ื งจากการเลียนแบบ สือ่ โฆษณาทางโทรทัศน์
และมีความเชื่อท่ผี ดิ ๆ เช่น คา่ นิยมมี ผวิ ขาว
- การมพี ฤตกิ รรมความรนุ แรง ที่มีให้เห็นผา่ นสอื่ ตา่ ง ๆ
6
กรอบแนวคิดยุทธศาสตรส์ อื่ ปลอดภยั และสรา้ งสรรค์
๑. การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย
๒. การสนบั สนนุ การพัฒนาส่ือปลอดภยั และสรา้ งสรรค์
๓. การสร้างเสริมวฒั นธรรมการใชส้ ื่ออยา่ งเหมาะสม
๔. การกาหนดการบรหิ ารจัดการโครงสรา้ งการบรหิ ารจดั การสื่อทกุ แขนง อยา่ งเป็นระบบ
๕. การรณรงค์และประชาสัมพันธ์เพ่ือสร้างความตระหนัก และการมีส่วน ร่วมสาหรับคน
ทกุ ส่วนในสงั คม
7
ขั้นตอนการดาเนินงานเพือ่ พฒั นาสอื่ ปลอดภยั และ สรา้ งสรรคร์ ะดบั จงั หวดั
๑. การประชุมระหว่างหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเพื่อร่วมกาหนดเป้าหมายของ การทางาน
รว่ มกนั ของเครือขา่ ยในพืน้ ที่
๒. การค้นหาตัวอย่างความสาเร็จในการท างานด้านสื่อปลอดภัยและ สร้างสรรค์ท่ีมีอยู่
แลว้ ในชุมชนจากเครือข่ายในชุมชน
๓. การสังเคราะห์ปัจจัยที่จะมามีส่วนสนับสนุนการทางานให้มีความย่ังยืน และมี
ประสิทธิภาพ เพื่อสังเคราะห์ตัวอย่างความสาเร็จท่ีรวบรวมมาจาก ชุมชนว่ามีปัจจัย
อะไรบา้ งท่เี กีย่ วข้องกบั การทางาน และ ปัจจยั ใดนาไปสู่ การสนบั สนนุ การทางาน
๔. การสนับสนุนการทางานให้กับตัวอย่างความสาเร็จในขั้นท่ีสาม เพื่อทา ให้ตัวอย่าง
ความสาเร็จนนั้ สามารถทางานตอ่ ไปได้อย่างเขม้ แข็ง
๕. การจัดกิจกรรมแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างตัวอย่างความสาคัญในแต่ละเรื่อง และ การ
แลกเปลยี่ นเรียนรู้ระหว่างปัจจยั ที่สนับสนนุ หรือหนุนเสริมการทางาน ระหวา่ งกัน เพ่ือ
ทาใหเ้ กิดการสร้างความแขง็ แรงในการทางาน และ เพ่อื ตอ่ ยอด การทางานระหว่างกนั
๖. การค้นหาระบบการสนับสนุนท่ีย่ังยืน การจัดโครงสร้างหรือระบบในการ สนับสนุน
การท างานเพือ่ ใหเ้ กิดการทางาน อยา่ งตอ่ เนือ่ งของตวั อย่างความสาคญั ใน แต่ละเรือ่ ง
8
และแต่ละปัจจัย ทาให้เกิดการขยายตวั ของชมุ ชนเครือข่ายในแต่ละ ปัจจัยให้มีจานวน
มากขึน้ หลากหลายมากขนึ้ ท างานรว่ มกันมากขนึ้
๗. การถอดรหัสความรู้ในการทางาน ถือเป็นกระบวนการท่ีมีความสาคัญอย่างย่ิงใน การ
ทางาน เพือ่ สงั เคราะหอ์ งคค์ วามรูท้ ไี่ ด้จากการทางาน เพื่อเตรียมจัดทาเป็น ยทุ ธศาสตร์
และแผนแม่บท
๘. ๘. การจัดงานมหกรรมสอ่ื ปลอดภยั และสร้างสรรค์ชมุ ชน เป็นขั้นตอนสุดทา้ ยของ การ
แสดงผลงาน ทั้งตัวอย่างสื่อสร้างสรรค์ ตัวอย่างเครือข่ายชุมชนในแต่ละปัจจัย รวมถึง
กลไกในการทางานร่วมกัน เป็นงานแสดงผลลัพธ์ทั้ง สื่อต้นแบบ คน ต้นแบบ กลไก
ตน้ แบบ
9
10
“การทาส่อื ที่มีความหลากหลายทงั้ รูปแบบและเนือ้ หานนั้ ไมใ่ ช่เรื่องง่าย เพราะมิเพียงการนาเสนอเท่านนั้ แตย่ งั
ตอ้ งรกั ษาจดุ ยืน แนวคิด แนวทางอนั เป็นเอกลกั ษณอ์ ตั ตลกั ษณข์ องตนเองไวด้ ว้ ย ความพยายามที่จะผลติ และรวบรวมคดั
สรรเนือ้ หารูปแบบสื่อที่หลากหลายในลกั ษณะของเครือข่ายความร่วมมือเชิงบูรณาการก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตอ้ งใชท้ งั้
ศาสตรแ์ ละศิลป์ พรอ้ มทงั้ ทว่ งทานองอนั เป็นท่ียอมรบั ของสงั คม”
ส่ือเป็นเคร่ืองมือในการนาเนือ้ หาข่าวสารขอ้ มูลไปส่ผู ูร้ บั ชมรบั ฟัง หากใชส้ ื่ออย่างสรา้ งสรรคก์ ็จะเป็นการนา
เนอื้ หาสาระอนั เป็นประโยชนต์ อ่ การดาเนินชีวิตอยา่ งมคี ณุ คา่ ความหมาย ชีน้ าใหด้ าเนินชีวิตไปสทู่ ศิ ทางท่ถี กู ตอ้ ง ยงั ความ
สงบสขุ สนั ติใหบ้ งั เกิดขนึ้ ตอ่ ตนเองและสงั คมโลกโดยสว่ นรวม นค่ี ือท่มี าของคาขวญั ทีว่ า่
" สอ่ื สรา้ งสรรค์ พลงั แหง่ ปัญญา นาพาชีวิตใหง้ ดงาม "
การทาส่ือท่ีมีความหลากหลายทงั้ รูปแบบและเนือ้ หานนั้ ไม่ใช่เร่อื งง่าย เพราะมิเพียงการนาเสนอเทา่ นนั้ แต่ยงั
ตอ้ งรกั ษาจดุ ยืน แนวคิด แนวทางอนั เป็นเอกลกั ษณอ์ ตั ตลกั ษณข์ องตนเองไวด้ ว้ ย ความพยายามทจ่ี ะผลติ และรวบรวมคดั
สรรเนือ้ หารูปแบบสื่อท่ีหลากหลายในลกั ษณะของเครือข่ายความร่วมมือเชิงบูรณาการก็เป็นอีกเรื่องหน่ึงที่ตอ้ งใชท้ งั้
ศาสตรแ์ ละศิลป์ พรอ้ มทงั้ ทว่ งทานองอนั เป็นทย่ี อมรบั ของสงั คม ในโลกยคุ เทคโนโลยสี ารสนเทศอนั ไรพ้ รมแดน ไรข้ ีดจากดั
นนั้ คงเป็นเรอ่ื งท่ียากที่จะคดั กรองเนอื้ หารูปแบบท่ีพงึ ประสงคใ์ หไ้ ดอ้ ย่าง ๑๐๐ เปอรเ์ ซ็นตเ์ พ่ือนาเสนอแก่ผบู้ ริโภคสอ่ื คง
เป็นไปไดใ้ นแง่ของความพยายามอย่างเหมาะสม และแสดงออกอยา่ งเป็นรูปธรรมถึงจดุ ยืนอยา่ งสรา้ งสรรค์ สว่ นที่เป็นไป
ไดอ้ ยา่ งย่งิ ก็คอื ผบู้ รโิ ภคสอื่ ควรมีดลุ ยพินจิ พิจารณาเสพยข์ า่ วสารขอ้ มลู อยา่ งมสี ตปิ ัญญา พิจารณาโดยแยบคาย ยอ่ ยและ
ซึมซบั คณุ ค่าความหมายอนั เป็นประโยชนต์ ่อตนเองและเพ่ือนรว่ มสงั คมโลก ซึ่งการศึกษาเรยี นรูก้ ็เป็นกระบวนการทาง
ธรรมชาติของการพฒั นามนษุ ยอ์ ยแู่ ลว้ เรยี นรูโ้ ลก...เขา้ ใจโลก...เรียนรูช้ ีวิต...เขา้ ใจชีวิต...ใชช้ ีวิตใหอ้ ยกู่ บั โลกไดอ้ ย่างมี
คุณค่าความหมายท่ีถกู ตอ้ งตรงต่อความเป็นจริงอนั เป็นไปของโลกและชีวิต ความสุข ความสงบสนั ติทงั้ ภายในและ
ภายนอกก็จะปรากฏ