The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

081164 การจัดการโคสาวทดแทนเพื่อผลิตโคนมฯ--

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siriyakorn_18342, 2021-11-22 01:53:23

081164 การจัดการโคสาวทดแทนเพื่อผลิตโคนมฯ--

081164 การจัดการโคสาวทดแทนเพื่อผลิตโคนมฯ--

การจัดการโคสาวทดแทนเพ่อื ผลติ โคนมคณุ ภาพ

การจัดการโคสาวทดแทนเพอ่ื ผลิตโคนมคุณภาพ

คู่มอื การจัดการโคสาวทดแทนเพือ่ ผลิตโคนมคุณภาพ
สนับสนนุ โดย

สำนักงานการวิจยั แหง่ ชาติ
ผเู้ ขยี น

รองศาสตราจารย์ ดร. ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ และคณะ

คำนำ

การจดั การโคสาวทดแทนเพอื่ ผลติ โคนมคณุ ภาพ

คำนำ

โคสาว มีความสำคัญอย่างยิ่งในการผลิตโคนมคุณภาพดี การทำฟาร์ม
โคนมให้ประสบผลสำเร็จ นอกจากปริมาณน้ำนมและผลผลิตของโคนมของฟาร์ม
มีความสม่ำเสมอ มีรายได้ตลอดทั้งปี แต่ปัจจุบันเกษตรกรมักขาดความเอาใจใส่
หรือละเลยการเลี้ยงโคสาวทดแทน เพราะเป็นระยะที่ยังไม่ได้ให้ผลแล้ว ส่วนหนึ่ง
มาจากประสิทธิภาพการเลี้ยงดูโคสาวทดแทนที่เกิดขึ้นในฝูง ที่จะทำให้ผลผลิต
ผลิต เกษตรกรมักให้ความสำคัญกับโครีดนมมากกว่า เนื่องจากเป็นระยะที่สามารถ
ให้ผลผลิตน้ำนม ซึ่งเป็นรายได้หลักของฟาร์ม ทำให้โคทดแทน เช่น ลูกโค โครุ่น
โคสาวได้รับอาหารต่ำกว่าความต้องการ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตที่ช้า มีขนาด
และความสงู ตำ่ กว่ามาตรฐาน นำไปสปู่ ัญหาการผสมพนั ธ์ุได้ช้า และเมอ่ื คลอดลูกโค
แม่โคก็ใหผ้ ลผลติ น้ำนมต่ำกวา่ ความสามารถทางพนั ธกุ รรมทีค่ วรจะเปน็

ดงั นนั้ ทีมงานวทิ ยากรจึงจดั ทำคู่มอื สำหรับการจัดการโคสาวทดแทนเพ่ือ
เปน็ การลดต้นทนุ การผลิตและเพิม่ ศกั ยภาพในการผลติ โคนมคณุ ภาพ ใหเ้ กษตรกร
ได้มีความรู้ ความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการเลี้ยงโคสาวทดแทน โดยเฉพาะ
การเจริญเติบโต (น้ำหนักและความสูง) ตลอดจนการพัฒนาของระบบเต้านมใน
แต่ละระยะ เพอื่ ใหไ้ ดโ้ คสาวทดแทนท่มี คี ณุ ภาพดใี นอนาคตต่อไป

ไชยณรงค์ นาวานเุ คราะห์ และคณะ

การจดั การโคสาวทดแทนเพอ่ื ผลิตโคนมคุณภาพ

สารบัญ
บทนำ ....................................................................................................................1
บทที่ 1 การเจรญิ เตบิ โตและการพัฒนาของโคสาวทดแทน...............................2
บทท่ี 2 การจัดการการให้อาหารลูกโค ................................................................5
บทท่ี 3 การเล้ยี งและการจดั การผสมพนั ธโุ์ คสาว .............................................12
บทที่ 4 การจดั การการให้อาหารโคสาวทดแทน...............................................21
บทที่ 5 การจดั การเพือ่ ใหไ้ ดค้ วามสมบูรณ์ร่างกายโคนม.................................24
เอกสารอา้ งอิง .....................................................................................................31

1

การจัดการโคสาวทดแทนเพ่อื ผลติ โคนมคุณภาพ

บทที่ 1 บทนำ
การจัดการโคสาวทดแทนเพอ่ื ผลิตโคสาวคุณภาพ

เป้าหมายของการเล้ยี งโคทดแทน
1. ลูกโคมีการเจริญเติบโตที่เหมาะสมในระยะกินนม มีสุขภาพสมบูรณ์

แขง็ แรง สามารถหยา่ นมไดเ้ มอ่ื ลกู โคอายุประมาณ 2 - 3 เดอื น
2. ลูกโคหลังหย่านมมีการเจริญเติบโตทั้งน้ำหนักและความสูงอยู่

เหมาะสม สามารถผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุประมาณ 15 - 18 เดือน หรือมีอายุคลอด
ลูกตัวแรกประมาณ 24 - 27 เดือน และให้ผลผลิตนำ้ นมไดต้ ามความสามารถทาง
พนั ธุกรรม

2

การจดั การโคสาวทดแทนเพอ่ื ผลติ โคนมคณุ ภาพ

บทท่ี 2
การเจรญิ เตบิ โตและการพฒั นาของโคสาวทดแทน

โคนมพันธุ์โฮลสไตน์ ฟรีเชี่ยน มีอายุเริ่มเข้าสู่วัยสาว หรือวัยเจริญพันธ์ุ
เมื่ออายุประมาณ 8 - 10 เดือน แต่โคสาวควรเริ่มผสมพันธุ์เมื่อเป็นสัดครั้งท่ี 3
หรือ 4 (ในกรณีที่สังเกตการเป็นสัดอย่างสม่ำเสมอ) ซึ่งจะมีน้ำหนักประมาณ
ประมาณ 50 - 60 % ของน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ซึ่งประมาณ 300 กิโลกรัม สำหรับ
โคนมพันธุ์ไทยฟรีเชี่ยน (Thai Friesian) หรือ ประมาณ 350 กิโลกรัม สำหรับโคนม
พันธุ์แท้ หรือโคไทยฟรีเชี่ยนที่มีเลือดสูงมากกว่า 90 % ซึ่งถ้าหากโคสาวมี
การเลี้ยงดูและให้อาหารอย่างถูกต้องก็จะมีอายุประมาณ 15 - 18 เดือน อย่างไรก็
ตามเกษตรกรส่วนใหญ่มักมีการเลี้ยงโคทดแทนโดยใหอ้ าหารต่ำกว่าความต้องการ
อาจเนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจหรือให้ความสำคัญในการให้อาหารข้นแก่
โครดี นมมากกวา่ เพราะมนี ้ำนมซ่ึงเป็นรายได้หลักของฟาร์ม ทำใหโ้ คทดแทนได้แก่
ลกู โค โครุ่น โคสาวมขี นาดและความสูงตำ่ กวา่ มาตรฐานสง่ ผลทำให้ผสมพันธ์ุได้ช้า
และเมื่อคลอดลูกแม่โคก็ให้ ผลผลิตน้ำนมต่ำกว่าความสามารถทางพันธุกรรมท่ี
ควรจะเป็น ดังนั้นเกษตรกรจึงควรหันมาให้ความสนใจกับการเลี้ยงโคนมทดแทน
โดยเฉพาะการเจริญเติบโต (น้ำหนักและความสูง) ตลอดจนการพัฒนาของระบบ
เต้านมในแตล่ ะระยะเพ่อื ใหไ้ ดโ้ คสาวทดแทนทม่ี ีคุณภาพดังน้ี

1.1 ระยะลกู โค (อายแุ รกเกิด - 3 เดอื น)
ในระยะนี้การเจริญเติบโตของร่างกายและการพัฒนาระบบเต้านม

ของลกู โคมีการเจรญิ เติบโตใกล้เคียงกนั

3

การจดั การโคสาวทดแทนเพื่อผลติ โคนมคณุ ภาพ

1.2 ระยะก่อนวยั เจริญพนั ธ์ุ (อายุ 3 – 9 เดอื น)
โครุ่นในระยะนี้ มีความสําคัญมากต่อความก้าวหน้าของผลผลิตน้ำนม

ในฟาร์มในปีถัดๆ ไป นอกเหนือจากการปรับปรุงผลผลิตน้ำนมจากพันธุกรรม
เนื่องจากในช่วงนี้ลูกโคจะมีการพัฒนาของระบบ เต้านมเร็วกว่าการเจริญเติบโต
ของร่างกายประมาณ 1.8 ถึง 3.5 เท่า ดังนั้นการเร่งอาหาร (การขุนโคให้อ้วน)
หรือ การให้อาหารไม่พอ ในระยะนี้มีความสําคัญอย่างมากต่อปริมาณผลผลิต
น้ำนม เมื่อโคตัวนี้เติบโตและคลอดลูกเป็นแม่โครีดนม ในเวลาต่อมาปัญหาส่วน
ใหญ่ของเกษตรกรมักเกิดขึ้นในระยะนี้ โดยที่โคหลังหย่านมเกษตรกรมักปล่อย
เลี้ยงกับ โครุ่นโคสาวที่อายุมากกว่า ทำให้โคที่หย่านมกินอาหารข้นไม่ทัน หรือ
เกษตรกรมักไม่ให้อาหารข้น หรือให้อาหารข้นจำนวนน้อยทำให้โคระยะนี้เตบิ โต
ช้า ขนหยอง น้ำหนักลด เพราะโครุ่นในระยะนี้ถึงแม้กระเพาะหมัก จะมีการ
พัฒนา สามารถย่อยอาหารหยาบได้แล้ว แต่ความจุของกระเพาะยังจํากัด
จำเป็นต้องได้รับอาหารข้นอย่างพอเพียง เพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย
และพฒั นาระบบเตา้ นมซึ่งมี การพฒั นาอย่างรวดเร็วในระยะน้ี

4

การจดั การโคสาวทดแทนเพื่อผลติ โคนมคณุ ภาพ

1.3 ระยะวยั เจรญิ พนั ธุ์ (อายุ 10 – 15 เดอื น)
โคสาวในระยะนี้ต่อมน้ำนมมีการเจริญและพัฒนาเท่าๆ กับการ

เจริญเติบโตของร่างกาย จนกระทั่งโคสาวถึงอายุผสมพันธุ์และเมื่อโคสาวได้รับ
การผสมพันธุ์และตั้งท้อง ต่อมน้ำนมจะมีการเจริญ และพัฒนาเร็วกว่าการ
เจริญเติบโตของร่ายกายตามอิทธิพลของฮอร์โมนต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
อีกครั้งหนึ่ง โดยมีการพัฒนาของเต้านมอย่างต่อเนื่องอย่างสมบูรณ์ และต่อม
น้ำนมมีการสร้างนมน้ำเหลือง จนกระทั่งโคสาวคลอดลูก โคสาวในระยะตั้งท้อง
จะมีอัตราการเจริญเติบโตที่เหมาะสมเฉลี่ยประมาณ 650 กรัม / วัน ซึ่งถ้าหากมี
การเลยี้ งโคทดแทนให้เจริญเตบิ โตได้อย่างสม่ำเสมอต้ังแตล่ กู โคกจ็ ะทำให้น้ำหนัก
โคสาว เมื่อคลอดลูกตัวแรกประมาณ 550 – 560 กิโลกรัม สำหรับโคพันธุ์แท้
โฮลสไตน์ ฟรเี ชี่ยน หรอื ประมาณ 450 – 500 กิโลกรัม ในโคพันธุ์ไทยฟรเี ช่ียน

5

การจดั การโคสาวทดแทนเพอ่ื ผลติ โคนมคุณภาพ

บทที่ 2
การจัดการการใหอ้ าหารลกู โค

การเลีย้ งโคนม จำเปน็ ต้องคดั แม่โคนมออกจากฝูงในปหี นง่ึ ๆ ประมาณ
15 - 20 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ให้ผลผลิตต่ำ ผสมติดยาก
ปว่ ยดว้ ยโรคต่าง ๆ และอายุมาก เป็นต้น ดงั นั้นจึงจำเป็นต้องมีการจัดหาโคเพศเมีย
หรอื โคสาว เพอื่ เปน็ โคทดแทนจำนวนแมโ่ คท่คี ดั ออกไป ซ่งึ อาจทำได้โดย

1) จัดหาซื้อโคมาจากที่อื่นส่วนมากเป็นวิธีใช้อยู่ในฟาร์มที่มีจำนวนโค
อยู่น้อย หรือ ฟาร์มที่ต้องการลดภาระในการเลี้ยงดูลูกโค โดย
อาจจะหาซ้ือลูกโคหย่านมหรือ โคสาวมาเลีย้ ง แตก่ ม็ ีข้อเสยี คือ เสยี่ ง
ต้อการนําโรคเข้ามาในฝูงโค และ ไม่มีโอกาสปรับปรุงพันธุ์โคในฝูง
เปน็ ต้น

2) เลี้ยงลูกโคที่เกิดในฝูง เป็นวิธีที่จะสามารถปรับปรุงพันธุ์โคในฝูงได้
โดยการคัดเลือกลูกโคท่ีเกิดจากแมแ่ ละพ่อท่ีมีประวตั ิดีเก็บไว้ทำพันธุ์
และสามารถป้องกันโรคจากภายนอกฝูง ซึ่งวิธีนี้จะทำได้ก็ต้องมีการ
จดั เก็บข้อมูลทีเ่ ปน็ ระบบสามารถค้นหาไดเ้ มือ่ ตอ้ งการ

2.1 เปา้ หมายของการเลีย้ งลูกโค
1) ลูกโคมีการเจริญเติบโตที่ดีในช่วงระยะกินนมมีสุขภาพสมบูรณ์
แข็งแรง และสามารถหย่านมไดเ้ มอื่ อายุ 2-3 เดอื น
2) ลูกโคหลังหย่านมมีการเจริญเติบโตตามปกติสามารถผสมพันธุ์ได้
เมอื่ อายปุ ระมาณ 15- 18 เดอื น

6

การจัดการโคสาวทดแทนเพ่ือผลติ โคนมคณุ ภาพ

2.2 ความสำคญั ของนมนำ้ เหลืองนมนำ้ เหลือง
นมน้ำเหลือง (colostrum) เป็นนมที่ผลิตได้จากแม่โคในระยะแรก

คลอด ซึ่งลูกโคแรกเกิดต้องได้กินนมน้ำหลืองที่รีดได้มื้อแรกโดยเร็วภายใน 6
ชัว่ โมงหลังคลอด และไม่ควรเกิน 24 ชว่ั โมง เพราะนมนำ้ เหลอื ง มีโปรตีนสูงและ
ส่วนใหญ่เป็นโปรตีนที่มีคุณสมบัติเป็นภูมิคุ้มกัน มีวิตามินเอและวิตามินอีสูง
นมน้ำเหลืองจะมีอยู่ในเต้านมแม่โคในระยะก่อนคลอดและหลังคลอดเพียง
3 – 5 วัน หลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นน้ำนมธรรมดา ถ้าลูกโคกินนมน้ำเหลือง
ภายใน 24 ชั่วโมง ภูมิคุ้มกันต่าง ๆ จะสามารถดูดซึมเข้าสู่ผนังลําไส้และกระแส
เลือดลูกโคโดยไมม่ ีการเปลีย่ นแปลงส่วนประกอบ แต่หลังจากนี้ไปแล้วภูมิคุ้มกนั
จะไม่สามารถดูดซึมเข้าสู่ลําไส้ลูกโคในรูปนี้ได้ ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากภายใน
24 ชั่วโมงหลังคลอด ภายในกระเพาะลูกโค มีความเป็นกรดไม่พอที่จะทำให้
น้ำย่อย ย่อยโปรตีนได้ และเหตุผลอีกประการหนึ่งคือ ในนมน้ำเหลืองมีสารท่ี
ตอ่ ต้านการทำงานของนำ้ ย่อยโปรตีนทริปซิน

โดยนมน้ำเหลืองที่มีภูมิคุ้มกันสูงจะมีลักษณะ สีค่อนข้างเหลือง
มีความหนืดสูง และยังพบว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่มีผลต่อปริมาณภูมิคุ้มกันใน
นมน้ำเหลืองไดแ้ ก่ อายแุ มโ่ ค ฤดูกาลที่แมโ่ คคลอด และปริมาณนมน้ำเหลืองท่ีรีด
ได้มอ้ื แรก โดยแมโ่ คท่มี ีอายุมากจะมภี มู คิ ุ้มกันสูงกว่าแม่โคท่มี ีอายนุ ้อย เพราะแม่โค
มีโอกาสสัมผัสกับโรคต่างๆ มากกว่าแม่โคที่อายุน้อย แม่โคที่คลอดลูกใน ฤดูฝน
และปลายฤดูฝนเข้าสูงฤดูหนาวจะมีภูมิคุ้มกันสูงกว่าที่คลอดในฤดูร้อนเพราะใน
ฤดูฝนพื้นคอกโคและอากาศชื้น แม่โคมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคและป่วยจึงสร้าง
ภูมิคุ้มกันมากกว่า

7

การจดั การโคสาวทดแทนเพื่อผลิตโคนมคณุ ภาพ

ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือปริมาณนมน้ำเหลืองที่รีดได้มื้อแรกถ้ารีดได้ น้อย
กว่า 8 กิโลกรัม จะมีภูมิคุ้มกันสูงกว่าแม่โคที่รีดนมน้ำเหลืองได้มากกว่า ดังนั้น
การที่จะเลี้ยงลูกโคให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงต้องเริ่มจากให้ลูกโคได้กิน
น้ำเหลืองที่มีคุ้มกันสูง และถ้ามีจำนวนมากพอก็สามารถเก็บใส่ถุงพลาสติกแล้ว
นําไปแช่ในช่องแช่แข็ง โดยก่อนนํามาเลี้ยงควรนํามาแช่ในน้ำอุ่นไม่เกิน 40 องศา
เซลเซียส เพื่อให้ละลายแต่ห้ามนําไปต้มให้อุณหภูมินมน้ำเหลืองเกิน 40 องศา
เซลเซียส เพราะจะทำให้ภูมิคุ้มกันซึ่งเป็น โปรตีน เมื่อถูกความร้อนสูงจะจับ
เปน็ ก้อน และสูญเสยี คุณสมบัตใิ นการเป็นภมู คิ มุ้ กนั แกล่ กู โค

ตารางท่ี 2.1 สว่ นประกอบของนมนำ้ เหลืองทรี่ ดี ภายใน 3 ม้ือแรกและน้ำนมปกติ

ส่วนประกอบ นมนำ้ เหลือง น้ำนมปกติ

ของแขง็ ในนำ้ นม, % รดี ม้อื แรก รีดมอ้ื ที่ 2 รดี ม้ือที่ 3 12.9
ไขมัน, % 4.0
โปรตนี , % 23.9 14.1 13.6 3.1
นำ้ ตาลแลคโตส, % 5.0
วิตามนิ เอ,µg/dl 6.7 3.9 4.4 34
อิมมูโนโกลบลู ิน, % 14.0 5.1 4.1 0.1
2.7 4.4 4.7
295 113 74

6.0 2.4 1.0

ทมี่ า: Heinrich and Hargrove (1987)

8

การจดั การโคสาวทดแทนเพ่ือผลิตโคนมคณุ ภาพ

สำหรับลูกโคที่ไม่ได้รับนมน้ำเหลืองจะเลี้ยงยาก อ่อนแอ เพราะไม่มี
ภูมิคุม้ กันต่อโรค แต่ถา้ หากลูกโคมีอายุประมาณ 1 เดือนขึ้นไปก็จะสามารถสรา้ ง
ภูมิคุ้มกันได้บ้าง แต่ในกรณีที่ลูกโคไม่มีโอกาสได้รับนมน้ำเหลืองจากแม่โคด้วย
สาเหตใุ ด ๆ กต็ ามสามารถแกไ้ ขได้ดังนี้

1. ใช้ซีรั่มของแม่โคตัวอื่น ๆ ประมาณ 200 ซีซี. ผสมนมธรรมดาให้
ลูกโคกิน ประมาณ 1 - 2 วัน ทั้งนี้เนื่องจากในซีรั่มของโคจะมี
ภูมิคุ้มกนั อิมมโู นโกลบูลิน

2. ใชไ้ ข่ 1 ใบ ผสมนำ้ 300 ซีซี. และน้ำมันละห่งุ ครง่ึ ช้อนชา ตีให้เข้ากัน
แล้วนําไปผสมกับนม ธรรมดา 600 ซีซี. ให้กินติดต่อกัน 3 – 4 วัน
วันละ 3 มื้อ ไข่ขาวจะทำหน้าท่ีต้านแบคทีเรีย และอัลบูมินในไข่ ก็
จะดูดซมึ เขา้ ไปในกระแสเลือดของลกู โคทำหน้าท่ีเหมอื นภูมิคุ้มกันใน
นมนำ้ เหลอื ง

3. ใชย้ าปฏิชวี นะผสมลงในนมธรรมดาให้ลูกโคกนิ

9

การจัดการโคสาวทดแทนเพอื่ ผลติ โคนมคุณภาพ

2.3 อาหารขน้ สำหรับลกู โคระยะก่อนหย่านม
การเลี้ยงลูกโคแบบให้นมคงที่พร้อมกับเสริมอาหารข้น และหญ้าแห้ง

นอกจากเป็นการลคต้นทุนการผลิตแล้วขังทำให้กระเพาะหมักของลูกโค
มีการพัฒนาเร็วข้นึ อีกดว้ ย ดังน้ันอาหารข้นลกู โคในระยะนี้จงึ ควรมีลักษณะดงั น้ี

1. มีโปรตีน 18 - 20 % และพลังงานในรูปของยอดโภชนะย่อยได้
(TDN) 70-72%

2. วัตถุดิบที่จะใช้ผสมอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีน ควรมีกรดอะมิโนท่ี
จำเป็น (Essential amino acid) อยู่ครบ เช่น ปลาปน และ กากถั่วเหลอื ง
เป็นต้น เนื่องจากลูกโคระยะนี้กระเพาะหมักยังไม่พัฒนาที่จะ
สังเคราะห์อาหารได้โดยจุลนิ ทรีย์

3. มีแร่ธาตุ และ วิตามิน ครบถ้วน โดยใช้แร่ธาตุผง และ พรีมิกซ์เพื่อ
เป็นแหล่งวิตามินโดยเฉพาะวิตามินกลุ่มละลายในไขมันได้แก่ เอ ดี
อี และ เค

4. อาจมีหางนมผงผสมลงในสูตรอาหารเพื่อกระตุ้นให้ลูกโคกินอาหาร
ไดเ้ ร็ว

5. ห้ามใช้อาหารข้นท่ีมียูเรียแก่ลูกโคในระยะนี้ โดยเฉพาะอาหารแมโ่ ค
ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดถึงแม้จะมีโปรตีน 18 % แต่มักจะใส่ยูเรีย
เสมอ

6. ในกรณีทห่ี าซ้อื อาหารข้นลูกโคระยะก่อนหย่านมไมไ่ ด้ อาจใช้อาหาร
หมเู ล็กแทนกไ็ ด้

10

การจัดการโคสาวทดแทนเพอ่ื ผลติ โคนมคณุ ภาพ

ตารางที่ 2.2 ตัวอย่างสูตรอาหารลูกโคระยะก่อนหย่านม (โปรตีน 18- 20,
พลังงาน TDN 72 %)

วัตถดุ บิ นำ้ หนกั สด (กโิ ลกรัม)
1. เมด็ ขา้ วโพดปน่ 50
2. รำละเอยี ด 20
3. กากถ่ัวเหลือง 25
4. ปลาป่นั 3
5. แร่ธาตผุ ง (สตู รกรมปศสุ ัตว์) 1
6. หนิ ฝุ่น 1
7. วติ ามิน & พรมี ิกซ์ผง
(ดคู ำแนะนำขา้ งถงุ )

2.4 วธิ ีการหยา่ นมลูกโค
ปัจจุบันมีการหยา่ นมลกู โคเม่อื อายุประมาณ 3 เดอื น เกษตรกรบางราย

อาจหย่านมลูกโคที่อายุประมาณ 2 เดือน ถึง 2 เดือนครึ่ง ก็ได้โดยให้พิจารณา
จากปริมาณอาหารข้นที่ลูกโคกินได้ไม่ต่ำกว่า 700 กรัม/วัน (7 ขีด) เพื่อไม่ให้มี
ปัญหาการชะงักการเจริญเตบิ โตของลูกโคหลงั หยา่ นม

สำหรับวิธีการหย่านมลูกโคสามารถทำได้ทั้งวิธีการหยุดนมทันที แต่
ต้องไม่ย้ายคอกเพราะลูกโคจะเครียดควรเลี้ยงคอกเดิมไปก่อนประมาณ 1 เดือน
กับการหย่านมโดยวิธีลดปริมาณน้ำนมลงประมาณ 1 สัปดาห์ จึงหยุดนม
พรอ้ มกับตง้ั อาหารข้น และ นำ้ สะอาดไว้ให้กินตลอดเวลา

11

การจดั การโคสาวทดแทนเพื่อผลติ โคนมคุณภาพ

2.5 ขอ้ มลู นำ้ หนกั และการเจรญิ เตบิ โตของลกู โคนมโฮลสไตน์ท่เี ลี้ยงในเขตรอ้ น
สำหรับข้อมูลน้ำหนักและอัตราการเจริญเติบโตลูกโคพันธุ์ โฮลสไตน์

ฟรเี ช่ียนในระยะกอ่ นหยา่ นม (pre- weaning calves) จำนวนประมาณ 300 ตวั
ซงึ่ เลยี้ งอยู่ทศ่ี นู ย์วิจยั และบำรงุ พนั ธส์ุ ตั ว์เชียงใหมซ่ ่ึงพอสรุปได้ดังนี้

ตารางที่ 2.3 น้ำหนักและการเจริญเติบโตของลูกโคพันธุ์โฮลสไตน์ ฟรีเชี่ยนท่ี
เลย้ี งในเขตรอ้ น

รายการ คา่ เฉลีย่
( Mean ± SD)
1. น้ำหนกั แรกเกดิ (ก.ก.)
2. นำ้ หนักท่อี ายุ 1 เดอื น (ก.ก.) 36.9 ± 5.8
3. นำ้ หนักทอี่ ายุ 2 เดอื น (ก.ก.) 53.0 ± 6.8
4. น้ำหนกั ที่อายุ 3 เดือน (ก.ก.) (หย่านม) 80.8 ± 9.7
5. อัตราการเจริญเตบิ โตเฉลย่ี ระยะ 0 - 3 เดอื น (กรัม) 114.8 ± 14.6
6. อตั ราการเจรญิ เติบโตช่วงอายุ 0 - 1 เดือน (กรัม) 861 ± 159
7. อตั ราการเจรญิ เตบิ โตช่วงอายุ 1 - 2 เดอื น (กรัม) 537 ± 154
8. อตั ราการเจรญิ เตบิ โตช่วงอายุ 2 - 3 เดือน (กรัม) 925 ± 257
1,129 ± 372

ที่มา: สหัทยา และ สมเพชร (2546)

12

การจดั การโคสาวทดแทนเพื่อผลิตโคนมคณุ ภาพ

บทที่ 3
การเลีย้ งและการจัดการผสมพนั ธ์ุโคสาว

3.1 การจดั การโคหยา่ นมถึงอายผุ สมพันธ์ุ
โครุ่นหลังหย่านมเป็นระยะที่กระเพาะหมัก (rumen) มีการพัฒนา

พร้อมที่จะเป็นสัตว์กระเพาะรวมคือโคสามารถกินและย่อยอาหารหยาบได้
แต่เนื่องจากยังมีความจุจํากัดคือประมาณ 50 % ของกระเพาะทั้งหมดเม่ือ
เปรยี บเทียบกับแม่โคท่ีโตเต็มจะมีความจกุ ระเพาะหมกั ถงึ 70 % ดงั น้นั เกษตรกร
จึงควรมีการเสริมอาหารขุนท่ีมีโปรตีนประมาณ 16 - 18 % ตัวละ 2 – 4
กิโลกรัม ขึ้นกับคุณภาพของอาหารหยาบ การจัดสัดส่วนอาหารโครุน่ ที่มีน้ำหนกั
150 - 350 กิโลกรัม) และยังไม่ควรมียูเรียในอาหารแต่ควรรอถึงโครุ่นมีอายุ
มากกว่า 6 เดือน แต่ปัญหาที่สำคญั คือเกษตรกรส่วนใหญม่ ักให้อาหารข้น โปรตนี
ค่อนข้างต่ำ คือเพียง 12 – 16 % และให้ในปริมาณท่ีน้อย รวมทั้งมักนําไปเลี้ยง
รวมกับฝูงโคสาวท่ีมีขนาดใหญ่กว่าทำให้โครุ่นที่หย่านม จนถึงอายุประมาณ 6
เดอื น กนิ ไม่ทันโคสาวท่ีมีอายุมากกว่า

ประกอบกับปัญหาสุขภาพที่มักเกิดกับโคระยะนี้ได้แก่ พยาธิทางเดิน
อาหาร และตาอักเสบ ทำให้โคมีน้ำหนักและอัตราการเจริญเติบโตต่ำ ขนหยอง
ระบบเต้านมที่ต้องมีการเจริญพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วง อายุ 3 - 9 เดือน ต้อง
ชะงักลงอันเน่ืองมาจากไดร้ ับอาหารไมพ่ อเพียง ส่งผลใหผ้ สมตดิ ชา้ และใหผ้ ลผลิต
น้ำนมตำ่ กวา่ ความสามารถทางพันธ์กุ รรมเม่ือคลอดลูก ดงั น้นั โคในระยะน้ีจึงควร
แยกเลี้ยงแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ โครุ่นอายุ 3 - 6 เดือน โครุ่นอายุ 6 – 12
เดือน และโคสาวอายุ 1 ปีถึงผสมพันธ์ุ

13

การจัดการโคสาวทดแทนเพือ่ ผลติ โคนมคุณภาพ

3.2 นำ้ หนกั และอายโุ คสาวทีเ่ หมาะสมในการผสมพันธุ์
สำหรับเกษตรกรท่ีมีการจัดการให้อาหารฝูงโคสาวอย่างมีประสิทธิภาพ

ทำให้โคสาว มีการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม โคสาวพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเชี่ยนจะ
แสดงอาการเป็นสัดครั้งแรกเมื่ออายุเฉลี่ย ประมาณ 8 - 10 เดือน แต่เกษตรกร
ยังไมค่ วรผสมพันธ์ุ ควรรอจนโคสาวมอี ายุประมาณ 15 - 18 เดือน และมนี ้ำหนกั
ประมาณ 280 – 300 กิโลกรัมสำหรับโคนมพันธุ์ไทยฟรีเชี่ยน และน้ำหนัก
ประมาณ 350 กิโลกรัมสำหรบั โคนมพันธุ์โฮลสไตนฟ์ รเี ช่ียน แต่สำหรับเกษตรกร
ที่มีการจัดการให้อาหารต่ำกว่าความต้องการของโค ทำให้โคสาวมีน้ำหนักน้อย
กว่า 250 กิโลกรัม จึงควรพิจารณาชะลอการผสมพันธุ์จนโคสาวอายุประมาณ 2
ปี เพือ่ หลกี เลี่ยงปญั หาการคลอดยากและแมโ่ คทรุดโทรมหลงั คลอดอยา่ งรวดเรว็

รูปที่ 1 เป้าหมายน้ำหนักและอายุโคสาวทเ่ี หมาะสมในการผสมพนั ธุ์

14

การจดั การโคสาวทดแทนเพอื่ ผลิตโคนมคณุ ภาพ

3.3 รอบการเปน็ สัดในโคสาว (estrous cycle)
โคสาวเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธ์ุ (puberty) อิทธิพลของฮอร์โมนจาก

ต่อมใต้สมองส่วนหน้าท่ีสร้างฮอร์โมนกระตุ้นการพัฒนาของรังไข่ และฮอร์โมนท่ี
ทำให้ไขต่ ก รวมท้งั ฮอรโ์ มนท่ีสรา้ งจากรังไข่ ไดแ้ กเ่ อสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบสืบพันธุ์ ทำให้โคแสดงการเป็นสัดเฉลี่ย ทุกๆ 21
วัน (18 – 22 วัน) เรยี กวา่ รอบการเป็นสัด ซึ่งแบง่ ออกเป็น 4 ระยะดงั นี้

1. ระยะก่อนการเป็นสัด (proestrus) ประมาณ วันที่ 17 – 20 ของ
วงรอบการเป็นสัด เป็นระยะที่โคเริ่มเข้าสู่การเป็นสัดมีการพัฒนาของระบบ
สืบพันธุ์ฟอลลิเคิล (follicle) มีการเจริญอย่างรวดเร็ว คอร์ปัส ลูเทียมมีการฝ่อลง
ช่องคลอดเรม่ิ บวมแดง

2. ระยะเป็นสดั (estrus) คอื วนั ท่ี 21 ของวงรอบการเป็นสัด เป็นวันท่ี
โคแสดงอาการเป็นสัด ระยะนี้โคจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงสุด ทำให้โคแสดง
อาการเป็นสัดได้แก่ โคจะยอมให้โคตัวอื่นปีน ยืนนิ่ง หรือยอมรับการผสมพันธุ์
และมีไข่ตกในเวลาต่อมาขณะเดียวกันก็เป็นระยะที่โคมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
ต่ำสุด เนือ่ งจากคอร์ปสั ลูเทยี มของเดิมฝ่อลงแลว้

3. ระยะหลังการเปน็ สัด (metestrus) ประมาณ วันที่ 1 – 3 ของวงรอบ
การเป็นสัดของโค ช่วงนี้ถือว่าเป็นระยะที่ผ่านการเป็นสัดไปแล้ว มีไข่ตกจากรังไข่
เซลล์รอบๆ รังไข่ท่ีตกแล้วเร่มิ มกี ารพัฒนาเปน็ คอรป์ สั ลูเทยี ม เพอื่ ผลิตฮอรโ์ มนโป
รเจสเตอโรน สำหรับเตรียมการตง้ั ทอ้ งของโค

4. ระยะการเป็นสัดสงบ (diestrus) จะเกิดประมาณ วันที่ 4 - 17 ของ
วงรอบการเป็นสดั ซง่ึ เป็นระยะที่ยาวที่สุด ระยะนคี้ อร์ปัส ลูเทียมกาํ ลงั เจริญและผลิต
ฮอรโ์ มนโปรเจสเตอโรน พฒั นาผนังมดลูกเพอ่ื เตรียมพรอ้ มสำหรบั การต้งั ท้อง

15

การจดั การโคสาวทดแทนเพื่อผลติ โคนมคณุ ภาพ

รปู ที่ 2 รอบการเปน็ สัดของโคทกุ ๆ 21 วนั
ท่ีมา: ไชยณรงค์ (2562)

3.4 พฤตกิ รรมการแสดงการเปน็ สดั (heat) ของโค
เกษตรกรจะร้ไู ด้อยา่ งไรวา่ โคสาวตัวไหนเป็นสัด พรอ้ มที่จะผสมพันธ์ุ โดยให้

สังเกตการแสดงพฤติกรรมอย่างใดอยา่ งหนึ่งหรือหลายๆ อย่างพรอ้ มกนั ดงั น้ี
1. โคตัวนั้นจะแยกตัวออกจากฝูง ส่งเสียงร้อง กระวนกระวาย ไม่สนใจ
อาหาร
2. ไล่ข่ีตัวอ่ืนๆ ตอ่ มาโคทเี่ ป็นสดั จรงิ ๆ จะยอมน่งิ ใหโ้ คตวั อน่ื ปีนหลงั
3. อวัยวะเพศบวมแดง
4. มีนำ้ เมอื กใสเหนียวไหลออกจากช่องคลอด โดยเฉพาะขณะทโี่ คไลโ่ ดด
ปีนตวั อื่นๆ หรอื ขณะนอนพกั

16

การจัดการโคสาวทดแทนเพอ่ื ผลิตโคนมคุณภาพ

3.5 เทคนิคการผสมเทียมในโคสาว (TAI)

ระยะที่โคเป็นสัด (estrus) จะนานประมาณ 15 – 18 ชั่วโมงซึ่งเป็น
ค่าเฉลี่ย แต่ข้อมูลจริงอยู่ระหว่างตั้งแต่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง ถึง 30 ชั่วโมง ซึ่งเป็น
ค่าเฉลี่ยในเขตหนาว สำหรับในเขตร้อนชื้น แบบประเทศไทยได้มีการดําเนินงาน
วิจัย โดยปราณี และคณะ (2538) ในฟาร์มโคนมพันธ์ุโฮลสไตน์ ฟรีเชี่ยนใน
ปี 2537 – 2538 ศึกษาพฤติกรรมการเป็นสัดของแม่โครีดนมตลอด 24 ชั่วโมง
ในช่วงที่มีอากาศแห้ง (ฤดูหนาว) ระหว่างเดือน ธันวาคม - มกราคม เปรียบเทียบ
กับช่วงร้อนชื้น (ฤดูฝน) ระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เลี้ยงในโรงเรือน
ปล่อยอิสระที่มีซองนอน (loosing barn with free stall) พร้อมกับมีลานดิน
(exercise yard) ท่ีรองด้วยทรายและแกลบ เก็บตัวอย่างน้ำนม สัปดาห์ละ 2
คร้งั เพื่อหาระดับฮอรโ์ มนโปรเจสเตอโรน สรปุ ได้ ดังนี้

รายการ ฤดูแลง้ (Cool-dry season) ฤดฝู น (Hot-humid season)
Median (range) Median (range)
ระยะกอ่ นการเปน็ สัด (ชั่วโมง) 3.5 (0 - 14.5) <1 (0 - 23.5)
ระยะเป็นสัด (ช่ัวโมง) 5.7 (0.1 - 15.7) <1 (0 - 10.9)
ระยะหลงั เปน็ สดั (ช่ัวโมง) <1 (0 - 24.9) <1 (0 - 14)

จากข้อมูลในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย โครีดนมแสดง
อาการเป็นสัดค่อนข้าง สั้น และมีความแปรปรวนค่อนข้างสูง พบว่าในฤดูหนาว
ประสิทธิภาพในการสังเกตุการเป็นสัดตลอด 24 ชั่วโมง โดยคน เท่ากับ 90 %
และในฤดูฝนเท่ากบั 75 % เมือ่ เปรียบเทียบกับโปรเจสเตอโรน โปรไฟลใ์ นน้ำนม
ดังนั้นความถี่ของการเฝ้าสังเกตุการเป็นสัดจึงเป็น เรื่องที่สำคัญโดยควรเฝ้า
สังเกตุการเป็นสัดอย่างน้อยวันละ 2 คร้ังๆ ละ 1 – 2 ชว่ั โมงในตอนเช้าและตอน
เย็น

17

การจัดการโคสาวทดแทนเพอื่ ผลติ โคนมคณุ ภาพ

เวลาที่เหมาะสมสำหรับการผสมเทียมควรอยู่ในช่วงกลางของการเป็น
สัด จนถึงประมาณ 10 ชั่วโมง นับจากโคเริ่มยืนนิ่ง หรือในทางปฏิบัติเกษตรกร
อาจพลาดชั่งโมงที่โคเริ่มยืนนิ่ง จึงควรใช้หลักการผสมเช้าบ่ายก็ได้ผลดี
เชน่ เดียวกนั (รูปที่ 3)

รปู ท่ี 3 ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรบั การผสมเทยี ม
ที่มา: สำนักงานเทคโนโลยีชวี ภาพการผลติ ปศสุ ตั ว์ กรมปศสุ ัตว์

18

การจัดการโคสาวทดแทนเพือ่ ผลติ โคนมคณุ ภาพ

3.6 การผสมเทียมแบบกำหนดเวลาในโคสาว
เนื่องจากโคสาวมีสรีรวิทยาการสืบพันธุ์แตกต่างจากโคให้นม ส่งผลให้มี

ความสมบูรณ์พันธม์ุ ากกวา่ รวมทั้งมคี วามสมดุลของฮอร์โมนสเตียรอยด์ดีกว่าเม่ือ
เปรียบเทียบกับโคให้นม ดังนั้นการใช้ฮอร์โมน CIDR® สอดเป็นเวลา 7 วันร่วมกับ
การฉีด PGF2α ทำให้อัตราการเป็นสัด (85-95%) มากกว่าการใช้ PGF2α ซึ่งมี
อัตราการเป็นสัดเพียง 70% ส่วนการใช้ CIDR® เป็นเวลา 5 วันร่วมกับการใช้
ฮอร์โมน GnRH ในวันที่สอด CIDR® และให้ PGF2α 2 ครั้ง แล้วกำหนดเวลา
ผสมเทียม ทำให้อตั ราการผสมติดในโคสาวเฉลีย่ เท่ากบั 65%





รปู ท่ี 4 วธิ กี ารเหน่ยี วนำการเป็นสัดและตกไขใ่ นโคสาว
ก) วธิ ี 7-day CO-Synch + CIDR® ข) วธิ ี 5-day CO-Synch + CIDR®
ทมี่ า: Johnson et al. (2013)

19

การจดั การโคสาวทดแทนเพือ่ ผลิตโคนมคณุ ภาพ

3.7 การจดั การฝูงโคสาวท้อง
การตรวจการตั้งทอ้ งด้วยเคร่อื งอลั ตราซาวนด์
ปัจจุบันการตรวจการตั้งท้อง (pregnancy diagnoses) โคสาวเมื่อ

ผสมเทยี มแลว้ ถ้าไม่มกี ารกลับสดั ควรมกี ารล่วงตรวจทอ้ งทางทวารหนัก โดยปกติ
แล้วจะทำการล้วงตรวจด้วยมอื โดยผู้ทีม่ ีความชาํ นาญประมาณ 60 วันนับจากวัน
ผสม หรือผู้ที่มีประสบการณ์และความชํานาญมากอาจสามารถตรวจท้องที่
ประมาณ 45 วัน แต่การอัลตราซาวด์ซึ่งมีประสิทธิภาพของเครื่องสามารถทำให้
ทราบผลการตั้งท้องหรือไม่ตั้งท้องได้ทันที (real-time) จะช่วยให้เรามองเห็นได้
ชัดเจนขึ้น และยังช่วยทำนายวงรอบได้ ทำให้เราสามารถวินิจฉัยและแกไ้ ขปัญหา
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

นอกจากนี้ยังเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดของการตั้งท้อง คือการมองเห็นตัว
อ่อนในท้องที่มีการเต้นของหัวใจ แม้ว่าของเหลวในมดลูกและการพัฒนา
โครงสร้างของรกก็บ่งบอกถึงการตั้งท้องได้เช่นกัน สามารถทำนายขนาดของ
ตัวอ่อนและสามารถใช้เพื่อประมาณอายุตัวอ่อนและติดตามการ เจริญเติบโตได้
จากการวัดขนาด 2 รูปแบบคือ การวัด crown-rump length; CRL และการวัด
bi-parital diameter; BPD ซ่ึงสามารถคำนวณวนั คลอดของตัวอ่อนได้

20

การจัดการโคสาวทดแทนเพือ่ ผลิตโคนมคุณภาพ

ตวั อ่อน ตวั อ่อน

รูปที่ 5 มดลูกของโคท่ีท้อง ข
.

.

ฟอลลิเคิล

คอร์ปัส ลเู ทียม

รปู ท่ี 6 ก) รงั ไข่ทีม่ คี ลอปัส ลูเทียมขนาดใหญ่ และ ข) รังไข่ทีม่ ีฟอลลิเคลิ

21

การจัดการโคสาวทดแทนเพ่ือผลิตโคนมคณุ ภาพ

บทที่ 4
การจัดการการใหอ้ าหารโคสาวทดแทน

อาหารเป็นปัจจัยท่ีสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้การดำเนินกิจการฟาร์มโคนม
ประสบผลสำเร็จตาม เป้าหมาย ทั้งนี้เนื่องจากอาหารมีผลโดยตรงกับการดำรงชีพ
การเจริญเติบโต ผลผลิตน้ำนม สุขภาพโคนม ตลอดจนความสมบูรณ์พันธุ์ของโคนม
ซึ่งล้วนแต่เป็นลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจรวมทั้งต้นทุน การผลิตของฟาร์มเอง
เนื่องจากต้นทุนประมาณ 60 % ของการผลิตน้ำนม หรือโคนม จะเป็นค่าใช้จ่าย
เกี่ยวกับอาหารโคนม ดังนั้นเกษตรกร หรือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมจึงต้องให้ความสนใจ
และเข้าใจในความสำคัญในการจัดหาอาหารที่เหมาะสมทั้งในแง่คุณภาพ หาได้
ง่ายในทอ้ งถิ่น ตลอดจนมีราคาถูก มาคาํ นวณและจัดสดั ส่วนอาหาร (อาหารหยาบ
และอาหารข้นให้โควันละกี่กิโลกรัม) ให้ถูกต้องเพื่อใช้เลี้ยงโคนม สำหรับอาหาร
โคนมแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภทใหญๆ่ ได้แก่

4.1 อาหารหยาบ (roughages Feed)
หมายถึงอาหารที่มีเยื่อใยเกินกว่า 18 % ส่วนมากได้มาจากพืชอาหาร

สัตว์ชนิดต่างๆ ได้แก่ หญ้า ต้นข้าวโพด และต้นถั่วต่างๆ รวมทั้งผลผลิตพลอยได้
จากโรงงานหรือจากการเกษตร เช่น ต้นและเปลือกข้าวโพดฝักอ่อน ต้นและ
เปลือกข้าวโพดหวาน ยอดอ้อย ต้นถั่วลิส่ง และฟางข้าว เป็นต้น สำหรับในส่วน
ของคาร์โบไฮเดรตในอาหารหยาบซึ่งเป็นแหลงพลังงานของโค ส่วนใหญ่จะอยู่ใน
รูปของคาร์โบไฮเดรตที่เป็นโครงสร้างได้แก่ เซลลูโลส และเฮมิเซลลูโลส ซึ่งสาร
เหลานี้น้ำย่อยของโคย่อยไม่ได้ต้องอาศัยการย่อยโดยจุลินทรีย์ในกระเพาะหมัก
เพื่อเป็นแหลงพลังงานแก่โคยกเว้นในพืชอาหารสัตว์ที่แก่มากซึ่งสว่ นมากเป็นวัสดุ

22

การจดั การโคสาวทดแทนเพ่ือผลติ โคนมคุณภาพ

เหลือใช้จากการเกษตร เช่นฟางข้าว จะมีสารที่เรียกว่า ลิกนิน (lignin) อยู่ในต้น
พชื ซ่งึ จุลินทรยี ก์ ไ็ ม่สามารถย่อยได้ ทำให้การย่อยได้ของพชื อาหารสัตวน์ ้ันๆ ต่ำลง

4.2 อาหารข้น (concentrate Feed)
หมายถึงอาหารที่มีองค์ประกอบเยื่อใยค่อนข้างต่ำแต่มีโภชนะอื่นๆ สูง

เช่นกลุ่มอาหารข้นที่ใช้เป็นแหล่งของพลังงานคือมีคาร์โบไฮเดรตท่ีย่อยได้ง่าย
ประเภทแป้งและ น้ำตาลได้แก่ มันเส้น เมล็ดข้าวโพด และ รํา เป็นต้น
ส่วนอาหารขน้ ท่ีใช้เป็นแหลงโปรตีนไดแ้ ก่ปลาป่น กากถั่วเหลอื ง กากปาล์มเนื้อใน
กากมะพรา้ ว ฯลฯ สว่ นวตั ถุดบิ ชนดิ อ่นื ๆ ท่เี ป็นแหลงของแร่ธาตุวิตามนิ ต่างๆ เช่น
ไดแคลเซยี มฟอตเฟต หินฝนุ่ และเกลอื เปน็ ต้น

4.3 การจดั การอาหารแก่โคสาวท่ียงั ไมไ่ ด้ผสมพันธุ์
การเลี้ยงโคช่วงนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงสำคัญมากอย่างหนึ่งในวงจรชีวิตโค

เพราะจะเป็นช่วงที่โคสาว แสดงอาการเป็นสัดและผสมพันธุ์ ดังนั้นเป้าหมายของ
การจัดการโคสาว คือ ความสมบูรณ์พันธุ์ ไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป มีคะแนน
ร่างกาย (BCS) 2.5 - 3.0 มีอัตราการเจริญเติบโต (ADG) 0.5 - 0.8 กิโลกรัม/วัน
เพื่อให้มีน้ำหนักผสมเทียมครั้งแรก 320 กิโลกรัม ที่อายุ 15 เดือน โดยการเลี้ยง
อาจจะแบ่งโคออกเป็นกลุ่มๆ ให้มีความหนาแน่นต่อคอก 10 - 15 ตัว ให้อาหารข้น
3 - 4 กโิ ลกรัม/ตัว/วัน และใหอ้ าหารหยาบอย่างเต็มท่ี

4.4 การจัดการอาหารแก่โคสาวอายุ 15 เดือน ถงึ โคตง้ั ท้องแรก
โคสาวที่ตั้งท้อง จะต้องมีร่างกายที่สมบูรณ์เหมาะสม ไม่อ้วนหรือผอม

จนเกินไป ควรมคี ะแนนร่างกาย (BCS) 3.0 - 3.25 และกอ่ นคลอดไมค่ วรให้ BCS
เกิน 3.5 คะแนน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการคลอดยาก สำหรับอาหารข้น
(โปรตีน 14 – 16 %) ช่วงอุ้มท้อง ควรให้ 3 - 5 กิโลกรัม/ตัว/วัน และให้อาหารหยาบ

23

การจัดการโคสาวทดแทนเพ่ือผลิตโคนมคณุ ภาพ

อย่างเต็มที่ และในระยะ 2 เดือนก่นอคลอดให้อาหารข้น 2 - 3 กิโลกรัม/ตัว/วัน
และเข้าสูก่ ารเตรยี มคลอดคล้ายแมโ่ คดราย

4.5 การจัดสดั สว่ นอาหารโคสาวทดแทน
การคํานวณและการจัดสัดส่วนการให้อาหารโคนมในปัจจุบันนิยม

ใช้โปรแกรม (software) สำเร็จรูปในการคํานวณซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยใช้พื้นฐานความต้องการอาหารโคนมจากตาราง NRC
เนือ่ งจากสะดวก รวดเร็ว และคาํ นวณให้ไดโ้ ภชนะอาหารหลายๆ ชนดิ ใหต้ รงกบั ความ
ต้องการของโคไดม้ ากกว่าการใชเ้ ครื่องคดิ เลขธรรมดา

ดังนั้นการจัดสัดส่วนอาหาร จึงเป็นวิธีที่ดีท่ีสุดในการคํานวณ
และการจัดการให้อาหารโคแต่ละระยะแต่เนื่องจากเกษตรกรรายย่อย อาจมี
ข้อจํากัดและขาดความรู้ความเข้าใจในการให้อาหารโคนม จึงมักใช้วิธีการ
ประมาณเช่น โครุ่น โคสาว ให้อาหารข้น 1 – 2 กิโลกรัม ต่อวัน ส่วนโครีดนม
ให้อาหารข้น 1 กิโลกรัม ต่อผลผลิตน้ำนม 2 – 3 กิโลกรัม เป็นต้น ซึ่งก็ใกล้เคียง
สำหรับคุณภาพอาหารหยาบท่ีอยู่ในระดับดีเท่านั้น ส่วนอาหารหยาบ
ที่มีคุณภาพ ปานกลาง ถึงต่ำ โคจะได้รับโภชนะอาหารต่ำกว่าความตอ้ งการส่งผล
ใหโ้ คมีการเจริญเติบโตชา้ ใหผ้ ลผลติ นำ้ นมตำ่ มปี ัญหาระบบสืบพนั ธ์ุ เปน็ ต้น

24

การจดั การโคสาวทดแทนเพอ่ื ผลติ โคนมคณุ ภาพ

บทที่ 5
การจดั การเพอ่ื ให้ได้ความสมบูรณร์ า่ งกายโคนม

5.1 การคดั เลือกลกั ษณะรปู ร่างโคนม
ตามปกติจะมีการประเมินรูปร่างลักษณะส่วนต่างๆ ของโคนมเพศเมีย

พร้อมกับการเก็บข้อมูลผลผลิตน้ำนม เพื่อใช้ในการสรุปเพื่อประเมินพ่อพันธุ์
แต่สำหรับการประเมินรูปร่างลักษณะของโคนม เพศเมียในประเทศไทยยังไม่ได้มี
การดำเนินการกันอย่างแพร่หลาย ดังนั้นรายละเอียดพ่อพันธุ์ที่มีการทดสอบ
ในบา้ นเราจึงมกั มีรายละเอียดเฉพาะค่าดชั นกี ารถ่ายทอดทางผลผลิตน้ำนมเท่าน้ัน
แต่ไม่มีรายละเอียดด้านรูปร่างลักษณะเพื่อเป็นทางเลือกแก่เกษตรกร ในการใช้
เปน็ ข้อมลู ในการตัดสนิ ใจเลือก น้ำเชอ้ื เพอ่ื แก้ปญั หาจุดออ่ นบางลกั ษณะของแม่โค
บางตัวในฟาร์มเพื่อให้ได้ลูกหลานที่มีลักษณะความแข็งแรงของส่วนต่างๆ
ของรา่ งกายโคแตก่ ็มหี น่วยงานตา่ งๆ พยายามกระตนุ้ ให้เห็นถึงความสาํ คญั รปู ร่าง

การเริม่ ต้นการจดั การผสมพันธุ์ให้กบั โคสาว ควรคำนึงถึงหลกั ดังตอ่ ไปน้ี
1) อายุโคสาวไม่นอ้ ยกว่า 16 เดอื น
2) น้ำหนกั ไมน่ อ้ ยกวา่ 320 กโิ ลกรัม
3) ความยาวรอบอก ควรมากกว่า 55 นวิ้
4) คะแนนรา่ งกายไมน่ ้อยกว่า 2.5 – 3.0
5) ความสูงจากกีบเท้าถึงหัวไหล่ ไม่น้อยกว่า 125 เซนติเมตร และ
ความสงู จากกีบเทา้ ถงึ ก้นกบ ไมน่ อ้ ยกว่า 130 เซนติเมตร

25

การจดั การโคสาวทดแทนเพอื่ ผลติ โคนมคุณภาพ

130 ซม. 125 ซม.

รปู ท่ี 7 สว่ นสูงของโคสาวท่ีเหมาะสมกอ่ นได้รับการผสมพนั ธ์ุ

5.2 การให้ค่าคะแนนรา่ งกาย
การให้คะแนนร่างกายโค (body condition scoring) เป็นวิธีที่ใช้บ่งชี้

จํานวนไขมันที่สะสมอยู่ในตัวโค ซึ่งหมายถึงตัวชี้วัดพลังงานที่สัตว์สํารองไว้เพ่ือ
นําไปใช้ประโยชน์ในโอกาสต่อไป ซึ่งโดยธรรมชาติ สำหรับวงจรชีวิตของโคนมใน
รอบปี โคจะไดร้ ับอาหารและสํารองอาหารตา่ งๆ กัน เช่น โคกําลังรีดนมในระยะ
ต้นของการให้นม (early Lactation) โคจะกินอาหารหรือได้รับพลังงานจาก
อาหารนอ้ ยกว่าการนําไปใช้ในขบวนการสร้างน้ำนม การเจรญิ เตบิ โต รวมทั้งการ
พัฒนาระบบสืบพันธุ์และบางช่วง เช่น ในระยะปลายของการให้นม (late
Lactation) และระยะแห้งนม โคจะได้รับพลังงานจากอาหารมากกว่าการ
นําไปใชป้ ระโยชน์

26

การจัดการโคสาวทดแทนเพือ่ ผลิตโคนมคณุ ภาพ

ดังนั้นโคจึงนําพลังงานส่วนเกินไปสะสมเป็นไขมันในร่างกายเพื่อที่จะ
สํารองไว้ใช้ในระยะที่โคได้ รับพลังงานไม่พอเพียง (negative energy balance)
ซ่ึงสาเหตุท่ไี ด้รับไม่พอเพยี งอาจเกดิ ข้ึนเนื่องจาก

• อาหารท่ีโคได้รับมีคุณภาพต่ำ โคได้รับโภชนะอาหารไม่พอเพียง
กบั ความต้องการในการดํารงชีพ และใหผ้ ลผลติ

• สภาพของสิง่ แวดล้อมในชว่ ง หรอื ปีน้นั ๆ ไม่เหมาะสม เชน่ ร้อน หรือ
เย็นกวา่ ปกติ

• โคอยใู่ นระยะท่ีป่วย ทาํ ใหเ้ บ่อื อาหาร กินอาหารลดลง

ดงั นั้นในแต่ละปี จึงมคี วามจาํ เป็นในการให้คะแนนรา่ งกายโค เพ่ือ
ใช้ในการประเมินการจัดการให้อาหารโคทีผ่ า่ นมา นอกจากนั้นยงั เป็นเครื่องมอื ใน
การจัดการฝูงโคสำหรับให้อาหารให้ถูกต้องต่อไปการจัดสัดส่วนการให้อาหารโค
แต่ละระยะสำหรับเป็นการป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกบั โคอันมี สาเหตุ
เบื้องต้นจากการที่แม่โคได้รับพลังงานไม่สมดุล วิธีการให้ค่าคะแนนร่างกายโค
สามารถทําได้โดยอาศัยการพิจารณาจากไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ โดยเฉพาะ
สว่ นหลัง ( loin ) และส่วนท่าย ( rump ) ของโค ตามท่เี หน็ หรอื อาจใช้วิธีคลําดู
พร้อมกับจดบันทึกเป็นรายตัวทุกๆ ระยะเพื่อใช้ในเป็น ข้อมูลในการจัดการด้าน
ต่างๆ ตอ่ ไป สำหรบั ระบบการใหค้ ะแนนโคนมแบง่ ออกเป็นคะแนน 1 ถึง 5 และมี
รายละเอียดเป็นเลขทศนิยมระหว่างตัวเลขเต็มคือ 0.25 , 0.5 และ 0.75 โดย
คะแนน 1 คือ ผอมมาก (severe undercondition) และคะแนน 5 คือ อ้วน
เกินไป (severe overcondition) ดังน้ี

27

การจดั การโคสาวทดแทนเพ่อื ผลิตโคนมคณุ ภาพ

คะแนนรา่ ยกาย 1.00 1.25 1.50 1.75 คอื ผอม บางทกี ็เรียกรวมว่าคะแนนต่ำกว่า 2 ( minus 2)

คะแนนรา่ งกาย 2.00 2.25 2.50 2.75 คือค่อนขา้ งผอม บางทกี เ็ รียกวา่ รวมวา่ คะแนนต่ำกวา่ 3
(minus 3 )

คะแนนรา่ งกาย 3.00 3.25 3.50 3.75 คือเหมาะสม บางท่กี เ็ รยี กคะแนนมากกวา่ 3 ( 3 plus)

คะแนนรา่ งกาย 4.00 4.25 4.50 4.75 5.00 คอื กอ่ นขา้ งอ้วน หรอื อว้ นเกนิ ไป

รปู ที่ 8 ภาพตัดตามขวางของลำตัวโค

5.3 การใหค้ ะแนนร่างกายโค มีดังนี้
▪ คะแนนที่ 1 เป็นโคนมที่ผอมมากและไม่อยู่ในสภาพทีจ่ ะให้ผลผลิตได้
รวมถงึ ไมม่ ศี ักยภาพในการสืบพนั ธ์ุ

รูปท่ี 9 คะแนนรา่ งกายเท่ากับ 1

28

การจัดการโคสาวทดแทนเพือ่ ผลิตโคนมคุณภาพ

▪ คะแนนที่ 2 เป็นโคนมที่ผอมและให้ผลผลิตได้น้อยและให้น้ำนมได้ไม่
นานรวมถึงผสมตดิ ยาก

รปู ท่ี 10 คะแนนร่างกายเทา่ กับ 2
▪ คะแนนที่ 3 เป็นโคนมที่สมบูรณ์และผสมติดดีโครีดนมควรมีคะแนน
อย่ใู นช่วง 2.5-3.0 โคจะใชป้ ระโยชนจ์ ากอาหารมปี ระสทิ ธภิ าพท่ีสุด

รูปที่ 11 คะแนนรา่ งกายเท่ากบั 3

29

การจัดการโคสาวทดแทนเพื่อผลิตโคนมคุณภาพ

▪ คะแนนที่ 4 เป็นโคที่อ้วน โคจะเปลี่ยนอาหารไปเป็นอาหารสะสมใน
ร่างกาย เปน็ ลกั ษณะของโคท่ีไม่ตอ้ งการทุกระยะ

รูปท่ี 12 คะแนนร่างกายเท่ากับ 4
▪ คะแนนที่ 5 เป็นโคนมที่อ้วนมาก เสมือนโคขุน โคประเภทนี้จะกิน
มากอว้ นง่ายแตใ่ หน้ ำ้ นมนอ้ ย ผสมติดยาก และคลอดยาก

รูปที่ 13 คะแนนร่างกายเทา่ กับ 5

30

การจัดการโคสาวทดแทนเพ่ือผลติ โคนมคณุ ภาพ

กราฟที่ 5.1 คะแนนร่างกายโคทเ่ี หมาะสมของโคนมแตล่ ะระยะ

ทมี่ า: Hutjens (1999)

ตารางที่ 5.1 เปา้ หมายคะแนนรา่ งกายโคนมในแตล่ ะชว่ งการใหน้ ม

รายการ เป้าหมาย ช่วงคะแนน
โครนุ่ ประมาณ 4 เดือน 2.5 2.25 - 3.00
โคสาวประมาณ 1 ปี 3.0 2.50 - 3.00
โคสาวผสมพนั ธ์ุ 3.25 3.00 - 3.50
โคสาวท้อง 3.50 3.25 - 3.75
ระยะแหง้ นม 3.5 3.50 - 4.00
ชว่ งโคคลอดลูก 3.5 3.25 - 3.75
ช่วงแรกของการให้นม 3.0 2.50 - 3.25
ชว่ งกลางของการให้นม 3.25 3.00 - 3.50
ชว่ งปลายของการให้นม 3.5 3.00 - 3.75

31

การจดั การโคสาวทดแทนเพอ่ื ผลติ โคนมคุณภาพ

เอกสารอ้างอิง
ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์. 2562. วิทยาต่อมไร้ท่อและการสืบพันธุ์ในสัตว์

เล้ยี ง. โรงพมิ พ์มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.
สำนักงานเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์. เทคนิคการเลี้ยง

โคนมทดแทน. แหล่งข้อมูล: http://breeding.dld.go.th/th/images/
document/dairy/feedheifer.pdf. ค้นเมอ่ื 3 สิงหาคม 2564.
Heinrichs, A. J. and G. L. Hargrove. 1987. Standard of weight and
height for Holstein heifers. J. Dairy Sci. 70: 653 – 660.
Hutjens M. 1999. Feeding guide. Hoard’ s dairyman. Fort Atkinson.
USA.
Johnson, S.K., R.N. Funston, J.B. Hall, G.C. Lamb, J.W. Lauderdale, D.J.
Patterson, and G.A. Perry. 2013. Protocols for Synchronization
of Estrus and Ovulation. Proceedings Applied Reproductive
Strategies in Beef Cattle. San Antonio, TX, USA.

32

การจดั การโคสาวทดแทนเพ่ือผลติ โคนมคณุ ภาพ


Click to View FlipBook Version