The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by imjan2u, 2023-08-10 22:31:47

พันธะเคมีV1

พันธะเคมีV1

พันธะไอออนิก 1.พิจารณาว่าสารประกอบนั้น ประกอบด้วยธาตุชนิดใด •ธาตุโลหะหมู่ 1-2 มักเป็นไอออนบวก •ธาตุอโลหะหมู่ 6-7 มักเป็นไอออนลบ •ธาตุในหมู่ 3-5 อาจเป็นไอออนลบหรือ ไอออนบวกก็ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร •ไอออนบวกหรือไอออนลบ อาจเป็น ไอออนของธาตุเดี่ยว เช่น Na+ , Br- , Mg2+ , Cl- หรือกลุ่มอะตอมก็ได้ เช่น NH4 + , NO3 - หลักการเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก


พันธะไอออนิก หลักการเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก 2.เขียนสัญลักษณ์ของธาตุหรือกลุ่มอะตอมที่เป็นไอออนบวก ตามด้วยสัญลักษณ์ของธาตุหรือกลุ่มอะตอมที่เป็นไอออนลบ เสมอ โดยเขียนไอออนบวกและลบติดกัน และไม่ต้องเขียนแสดง ประจุของไอออน เช่น KBr, BaCl2 , NH4NO3 , NaCl 3.พิจารณาประจุของไอออนบวกและไอออนลบ โดยประจุรวมของ สารประกอบต้องเป็น “ศูนย์” โดยห้อยท้ายสัญลักษณ์ของ สัดส่วนไอออนบวกและไอออนลบที่ท าให้ประจุรวมเป็นศูนย์ด้วยเลข อาระบิก ตัวอย่างเช่น แมกนีเซียมฟลูอออไรด์ประกอบด้วยธาตุ แมกนีเซียม ( Mg ) และ ฟลูออรีน (F) ไอออนแมกนีเซียมมีประจุ +2 ไอออนของคลอไรด์มีประจุ -1 และผลรวมของประจุจะต้องเป็น ศูนย์ ดังนั้น สัดส่วน แมกนีเซียม : คลอไรด์ คือ 1 : 2 เพราะฉะนั้นสูตรของแมกนีเซียมคลอไรด์ คือ MgF2 สูตรอย่างง่าย หรือ สูตรเอมพิริคัล (empirical formula) Mg2+ F -1 Mg F2 MgF2


พันธะไอออนิก ตัวอย่างการเขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก ไอออนบวก ไอออนลบ อัตราส่วนประจุ (+ : -) สูตรสารประกอบไอออนิก Na+ Cl1 : 1 NaCl Mg2+ O 2- 2 : 2 MgO Fe3+ OH- 3 : 1 Fe(OH)3 สูตรสารประกอบไอออนิก ไอออนบวก ไอออนลบ ชื่อสารประกอบไอออนิก NaCl Na+ Clโซเดียมคลอไรด์ Al2 S3 Al3+ S 2- อะลูมิเนียมซัลไฟต์ Fe(OH)3 Fe3+ OHเหล็ก (III) ไฮดรอกไซด์ การเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก การเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก


พันธะไอออนิก 1.เรียกชื่อไอออนบวกตามด้วยไอออนลบ 2.เรียกไออนบวกที่เป็นไอออนของ อะตอมเดี่ยวตามชื่อของธาตุนั้น เช่น Ca2+ อ่านว่า แคลเซียม Na+ อ่านว่า โซเดียม Al3+ อ่านว่า อลูมิเนียม H + อ่านว่า ไฮโดรเจน Ag+ อ่านว่า ซิลเวอร์เป็นต้น หลักการเรียกชื่อ สารประกอบไอออนิก ไอออนบวก ไออออนลบ Na+ sodium ion Cl- chloride ion K + potassium ion Br- bromide ion Mg2+ magnesium ion S 2- sulfide ion Ca2+ calcium ion H - hydride ion Al3+ aluminium ion O 2- oxide ion


พันธะไอออนิก 3.ไอออนบวกของโลหะทรานสิชันที่มีเลข ออกซิเดชันหลายค่า จะเขียนชื่อธาตุ ตามด้วย เลขออกซิเดชันเป็นเลขโรมันในเครื่องหมาย วงเล็บ และให้เรียกชื่อด้วยภาษากรีก ( ถ้ามี ) แล้วลงท้ายไอออนที่มีเลขออกซิเดชันมากด้วย “อิก ( - ic )” และลงท้ายไอออนที่มีเลข ออกซิเดชันน้อยด้วย “อัส ( - ous )” เช่น หลักการเรียกชื่อ สารประกอบไอออนิก Hg (mercury) มีเลขออกซิเดชัน 2 ค่า คือ +1 และ +2 จะเขียนเป็น Hg(I) หรือ mercury(I) และเรียกว่า เมอร์คิวรัส (mercurous) Hg(II) หรือ mercury(II) เรียกว่า เมอร์คิวริก (mercuric) Fe มีชื่อภาษากรีก คือ เฟอร์รัม (Ferrum) มีเลขออกซิเดชัน 2 ค่า คือ +2 และ +3 จะเขียนเป็น Fe(II) หรือ iron(II) และเรียกว่า เฟอร์รัส (ferrous) Fe(III) หรือ iron(III) เรียกว่า เฟอร์ริก (ferric) Cu มีชื่อภาษากรีก คือ คิวปรัม (Cuprum) มีเลข ออกซิเดชัน 2 ค่า คือ +1 และ +2 จะเขียนเป็น Cu(I) หรือ copper(I) และเรียกว่า คิวปรัส (cuprous) Cu(II) หรือ copper(II) เรียกว่า คิวปริก (cupric)


พันธะไอออนิก นอกจากนี้ยังมีไอออนบวกที่มีชื่อเรียกเฉพาะ เช่น - H3O + เรียกว่า ไฮโดรเนียม (hydronium) มาจาก H2O - H3 S + เรียกว่า ซัลโฟเนียม (sulfonium) มาจาก H2 S (hydrogen sulfide) หลักการเรียกชื่อ สารประกอบไอออนิก 4. เรียกไอออนบวกที่มาจากกลุ่มอะตอมหรือโมเลกุลคล้ายชื่อเดิม แต่เปลี่ยนท้ายด้วย “-เนียม (-nium)” NH4 + เรียกว่า แอมโมเนียม (ammonium) มาจาก NH3 (ammonia) NH2 -NH3 + เรียกว่า ไฮดราซีเนียม (hydrazinium) มาจาก NH2 - NH2 (hydrazine) PH4 + เรียกว่า ฟอสโฟเนียม (phosphonium) มาจาก PH3 (phosphine)


พันธะไอออนิก หลักการเรียกชื่อ สารประกอบไอออนิก 5. ไอออนลบส่วนใหญ่เรียกชื่อโดยเปลี่ยนท้ายชื่อภาษาอังกฤษให้เป็น “-ไอด์ (-ide)” หรือบางชนิดเป็น “-เอต (-ate)” ตัวอย่างเช่น H - เรียกว่า ไฮไดรด์/ hydride F - เรียกว่า ฟลูออไรด์/ fluoride Clเรียกว่า คลอไรด์/chloride Brเรียกว่า โบรไมด์/ bromide I - เรียกว่า ไอโอไดด์/ iodide P 3- เรียกว่า ฟอสไฟด์/ phosphie N3 - เรียกว่า ไนไทรด์/ nitride O2 - เรียกว่า ซูเปอร์ออกไซด์/ superoxide O2 2- เรียกว่า เปอร์ออกไซด์/ peroxide O 2- เรียกว่า ออกไซด์/ oxide N3 - เรียกว่า เอไซด์/ azide S 2- เรียกว่า ซัลไฟด์/ sulfide CNเรียกว่า ไซยาไนด์/ cyanide OHเรียกว่า ไฮดรอกไซด์/ hydroxide SCNเรียกว่า ไทโอไซยาเนต/ thiocyanate NO3 - เรียกว่า ไนเทรต/ nitrate NCSเรียกว่า ไอโซไทโอไซยาเนต/ isothiocyanate NO2 - เรียกว่า ไนไทรต์/ nitrite


พันธะไอออนิก หลักการเรียกชื่อ สารประกอบไอออนิก 6. สารประกอบไอออนิกละลายในน้ าได้และจะแตกตัวเป็นไอออน การ เรียกชื่อไอออน จะเรียกชื่อไอออนนั้นๆ ตามด้วยค่าว่า “ไอออน” เช่น NaCl เรียกว่า sodium chloride/โซเดียมคลอไรด์ เมื่อละลายน้ าจะ แตกตัวให้ Na+ (sodium ion/ โซเดียมไอออน) และ Cl- (chloride ion/ คลอไรด์ไอออน) 7. สารประกอบไอออนิกจ่านวนมากมีโมเลกุลน้ าแทรกอยู่ในโครงผลึก เรียกว่า ไฮเดรต (hydrate) - การเขียนสูตรแสดงจ่านวนโมเลกุลของน้ าต่อ 1 หน่วยของ สารประกอบไอออนิกจะ ใช้เครื่องหมาย ๐ หลังสูตรของสารประกอบ แล้วตามด้วยจ่านวนน้ า - การเรียกชื่อจะเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกตามด้วยจ่านวนโมเลกุล น้ า ปิดท้ายด้วย ค่าว่า “ไฮเดรต (hydrate)” เช่น CuSO4๐5H2O เรียกว่า copper sulfate pentahydrate NaCl โซเดียมคลอไรด์/ sodium chloride BaBr2 แบเรียมโบรไมด์/ barium bromide KMnO4 โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต/ potassium permanganate CaC2O4 แคลเซียมออกซาเลต/ calcium oxalate NaHCO3 โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต หรือ โซเดียมไบ คาร์บอเนต sodium hydrogen carbonate, sodium bicarbonate MgSO4๐7H2O แมกนีเซียมซัลเฟตเฮปทะไฮเดรต/ magnesium sulfate heptahydrat (NH4 )2 SO4 แอมโมเนียมซัลเฟต/ammonium sulfate Co(NO3 ) 3 โคบอลต์(III)ไนเทรต/ cobalt(III) nitrate Co(NO3 )2 โคบอลต์(II)ไนเทรต/ cobalt(II) nitrate Fe2O3 เหล็ก(III)ออกไซด์ หรือ เฟอร์ริกออกไซด์ iron(III) oxide, ferric oxide


พันธะไอออนิก Li และ Cl Cs และ S Ca และ O Ba และ I Mg และ O Pb และ Cl TEST 1 เขียนสูตรโครงสร้างลิวอีส


พันธะไอออนิก Na และ Cl Mg และ F Ca และ O Mg และ PO4 3− Fe(II) และ S Fe(III) และ CO3 2− TEST 2 เขียนสูตรเคมี


พันธะไอออนิก TEST 2 อ่านชื่อ สารประกอบ การเรียกชื่อ NaNO2 NaNO3 NaHCO3 Mg(OH)2 Ba3 (PO4 )2 Al2 (SO4 ) 3 CuS


พันธะไอออนิก การศึกษาการเปลี่ยนแปลงพลังงานในการเกิดสารประกอบไอออนิก วัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ (Born-Haber cycyle) Max Born Fritz Haber ตั้งสมมติฐานว่า - การเกิดสารประกอบไอออนิกชนิดหนึ่งๆ นั้น มีหลายขั้นตอน ขึ้นอยู่กับสมบัติขอองสาร ตั้งต้น - ในแต่ละขั้นตอนมีการเปลี่ยนแปลงพลังงาน เกิดขึ้นด้วยพลังงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง


พันธะไอออนิก วัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ (Born-Haber cycyle) ชนิดพลังงาน ดูดหรือคาย พลังงานการระเหิด ดูดพลังงาน พลังงานไอออไนเซซัน ดูดพลังงาน พลังงานพันธะ ดูดพลังงาน สัมมันตภาพ อิเล็กตรอน คายพลังงาน พลังงานแลตทิช คายพลังงาน


พันธะไอออนิก วัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ (Born-Haber cycyle) พลังงานที่เกี่ยวข้องกับการรวมตัวของไอออนบวกและไอออนลบในสารประกอบไอออนิก เรียกว่า พลังงานโครงร่าง ผลึก (Lattice energy) ซึ่งค่าพลังงานค านวณ โดยอาศัยขั้นตอนการเกิดปฏิกิริยาย่อยๆ หลายขั้นตอน ตามวัฏจักร บอร์น-ฮาเบอร์(Born-Haber cycle) 1. โลหะโซเดียมสถานะของแข็งระเหิดกลายเป็นแก๊ส เรียกพลังงานที่ใช้ในขั้นนี้ว่า พลังงานการ ระเหิด (heat of sublimation) ; Hsub Na(s) Na(g) 2. อะตอมของโซเดียมในสถานะแก๊สจ่ายอิเล็กตรอนกลายเป็น Na+ เรียกพลังงานที่ใช้ในขั้นนี้ว่า พลังงานไอออไนเซชัน (ionization energy) ; IE Na(g) Na+ (g) + e3. โมเลกุลแก๊สคลอรีนสลายพันธะ Cl-Cl ได้อะตอมคลอรีน 2 อะตอมในสถานะแก๊ส เรียก พลังงาน ที่ใช้ในขั้นนี้ว่า พลังงานพันธะ (bond energy) ; D Cl2(g) 2Cl(g) Na Na+ Solid Liquid Cl Cl Cl Cl Cl2 Cl + Cl


พันธะไอออนิก วัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ (Born-Haber cycyle) พลังงานที่เกี่ยวข้องกับการรวมตัวของไอออนบวกและไอออนลบในสารประกอบไอออนิก เรียกว่า พลังงานโครงร่าง ผลึก (Lattice energy) ซึ่งค่าพลังงานค านวณ โดยอาศัยขั้นตอนการเกิดปฏิกิริยาย่อยๆ หลายขั้นตอน ตามวัฏจักร บอร์น-ฮาเบอร์(Born-Haber cycle) 3. โมเลกุลแก๊สคลอรีนสลายพันธะ Cl-Cl ได้อะตอมคลอรีน 2 อะตอมในสถานะแก๊ส เรียก พลังงาน ที่ใช้ในขั้นนี้ว่า พลังงานพันธะ (bond energy) ; D Cl2(g) 2Cl(g) 4. อะตอมคลอรีนในสถานะแก๊สรับอิเล็กตรอนแล้วกลายเป็น Cl- พลังงานที่ใช้ในขั้นนี้ เรียกว่า สัมพรรค ภาพอิเล็กตรอน (electron affinity) ; EA 5. เมื่อโซเดียมไอออนกับคลอไรด์ไอออนในสถานะแก๊สยึดกันเป็นผลึกโซเดียมคลอไรด์ พลังงานที่ได้ในขั้นนี้เรียกว่า พลังงานโครงผลึกหรือพลังงานแลตทิซ (Lattice energy) ; U Na+ (g) + Cl - (g) NaCl(s) Cl(g) + e- Cl - (g) Cl Clแต่ NaCl 1 โมล ประกอบด้วย Cl- 1 โมลไอออน ดังนั้น พลังงานที่ใช้ในขั้นนี้จะเป็นครึ่งหนึ่งของ พลังงานการสลายต่อโมลของ Cl2 นั้นคือจะใช้ พลังงานเพียง 121 กิโลจูลต่อโมล Na+ Cl-


พันธะไอออนิก วัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ (Born-Haber cycyle) ขั้นที่ 1 Na(s) Na(g) 107 kJ/mol ขั้นที่ 2 Na(g) Na+ (g) + e- 496 kJ/mol ขั้นที่ 3 1/2 Cl2 (g) Cl(g) 121 kJ/mol ขั้นที่ 4 Cl(g) + e- Cl- (g) -349 kJ/mol ขั้นที่ 5 Na+ (g) + Cl- (g) NaCl(s) พลังงานโครงผลึก รวมสมการ Na(s) + 1/2 Cl2 (g) NaCl(s) พลังงานรวม (∆Hf ) = 107 + 496 + 121 + (– 349) + (พลังงานแลคทิช) เนื่องจากพลังงานการเกิดสารประกอบโซเดียมคลอไรด์ซึ่งสารมารถหา ได้จากกการทดลอง มีค่า เป็น -412 กิโลจูลต่อโมล -412 = 107 + 496 + 121 + (-349) + พลังงานโครงผลึก พลังงานโครงผลึก(U) = -787 kJ/mol (∆Hf ) = -412 KJ/mol ค่าพลังงานรวม(∆Hf ) - มีค่าเป็นบวก + การเกิดสารเป็น แบบดูดความร้อน - มีค่าเป็นลบ - การเกิดสารเป็น แบบคายความร้อน


พันธะไอออนิก วัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ (Born-Haber cycyle) ก าหนดค่าพลังงานที่เกี่ยวข้องกับซีเซียมและฟลูออไรด์(Cs และ F) ชนิดพลังงาน ค่าพลังงาน KJ/mol พลังงานแลตทิซของ CsF 759 สัมพรรคภาพอิเล็กตรอนของ F 328 พลังงานการระเหิดของ Cs 76 พลังงานพันธะของ F2 159 พลังงานไอออไนเซชันล าดับที่1 ของ Cs 376 จากข้อมูลตอบค าถามต่อไปนี้ 1.1 เขียนสมการของปฏิกิริยาและสมการของปฏิกิริยาย่อยของสารประกอบพร้อมทั้งระบุว่า แต่ละ ขั้นตอนดูดพลังงานหรือคายพลังงาน 1.2 ค านวณพลังงานการเกิดสารประกอบซีเซียมฟลูออไรด์พร้อมทั้งระบุว่าเป็นปฏิกิริยาดูด พลังงาน หรือคายพลังงาน 1.3 เขียนแผนภาพวัฏจักจรบอร์น - ฮาเบอร์ของการเกิดสารประกอบซีเซียมฟลูออไรด์


พันธะไอออนิก TEST4 ก าหนดค่าพลังงานที่เกี่ยวข้องกับซีเซียมและฟลูออไรด์(Cs และ F) ชนิดพลังงาน ค่าพลังงาน KJ/mol พลังงานแลตทิซของ CsF 759 สัมพรรคภาพอิเล็กตรอนของ F 328 พลังงานการระเหิดของ Cs 76 พลังงานพันธะของ F2 159 พลังงานไอออไนเซชันล าดับที่1 ของ Cs 376 1.1 เขียนสมการของปฏิกิริยาและสมการของปฏิกิริยาย่อยของ สารประกอบพร้อมทั้งระบุว่า แต่ละ ขั้นตอนดูดพลังงานหรือคาย พลังงาน 1.2 ค านวณพลังงานการเกิดสารประกอบซีเซียมฟลูออไรด์พร้อม ทั้งระบุว่าเป็นปฏิกิริยาดูดพลังงาน หรือคายพลังงาน


พันธะไอออนิก วัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ (Born-Haber cycyle) ก าหนดค่าพลังงานที่เกี่ยวข้องกับซีเซียมและฟลูออไรด์(Cs และ F) ชนิดพลังงาน ค่าพลังงาน KJ/mol พลังงานแลตทิซของ CsF 759 สัมพรรคภาพอิเล็กตรอนของ F 328 พลังงานการระเหิดของ Cs 76 พลังงานพันธะของ F2 159 พลังงานไอออไนเซชันล าดับที่1 ของ Cs 376 1.3 เขียนแผนภาพวัฏจักจรบอร์น - ฮาเบอร์ของการเกิด สารประกอบซีเซียมฟลูออไรด์


พันธะไอออนิก สมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง <400oC เพราะการหลอมเหลวและการเดือดของ สารประกอบไอออนิกตองสลายพันธะไอออนิก ซึ่งเปนพันธะที่แข็งแรงมาก พันธะที่เกิดจาก 2 อะตอมมีค่า ENต่างกันมาก ความเป็นไอออนิกจะมากขึ้นไปด้วย 1 มีสถานะของแข็งที่อุณหภูมิหอง แตเปราะ แตกหักงาย เพราะเกิดแรงผลัก กันระหวางประจุที่เหมือนกัน 3 ในภาวะปกติเปนของแข็งจะไมน าไฟฟา แตเมื่อหลอมเหลวหรืออยูในรูป ของสารละลายไอออนบวกและไอออนลบจะแยกออกจากกันเล็กนอย ท าใหไอออนเกิดการเคลื่อนที่ จึงสามารถน าไฟฟาได 2 เมื่อละลายน ้าแลว จะแตกตัวเปนไอออน ท าใหไดสารละลายที่น าไฟฟาได เรียกวา สารละลายอิเล็กโทรไลต 4 น าไฟฟ้าในสถานะของเหลว l เปราะ แตกง่าย H2O H2O


พันธะไอออนิก เก็บคะแนนย่อย 1. จากธาตุที่ก าหนดให้ จงเขียนสูตรเคมีและเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกต่อไปนี้ ให้ถูกต้อง 1.1 Li, S 1.2 Cu, F 1.3 Fe, Cl 2. จงเรียกชื่อ ของสารประกอบที่มีสูตรเคมีดังต่อไปนี้ 2.1 Ba(CH3 COO)2 2.2 (NH4 )2 Fe(SO4 )2 2.3 Ca(NO3 )2 3. จงเขียนสูตรของสารประกอบหรือไอออนต่อไปนี้ 3.1 Sulfuric acid 3.2 Potassium chromate 3.3 Sodium dihydrogen phosphate 3.4 Aluminium oxalate


ความหมายของพันธะโลหะ พันธะโลหะ ความหมายและสมบัติของพันธะโลหะ เกิดจากการน าอิเล็กตรอนมาใชรวมกันของธาตุ โลหะ ซึ่งธาตุที่เปนโลหะจะมีคาพลังงานไอออไนเซชันต ่า จึงเสียอิเล็กตรอนไดงายทุกอะตอมแลวกลายเปน ไอออนบวก อะตอมจึงน าอิเล็กตรอนมาใชรวมกัน เกิดแรงยึดเหนี่ยวที่แข็งแรงมากระหวางไอออนบวก ในนิวเคลียสกับอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่อยางอิสระไป ทั่วทั้งกอนของโลหะ สมบัติของพันธะโลหะ 1 น าไฟฟาไดดีเมื่อเปนของแข็ง มีสถานะปกติเปนของแข็ง 2 มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง มีความเหนียว จึงสามารถตัด ดัด หรือยืดออก 3 4 มีผิวมันวาว


พันธะเคมี


ข้อที่ 1 ให้นักเรียนเติมค าตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ธาตุ เลขอะตอม เลขมวล โปรตรอน นิวตรอน อิเล็กตรอน การจัดเรียงอิเล็กตรอน คาบ หมู่ 13 27Al 4 9Be 20 40Ca 53 127I


ข้อที่ 2 ให้นักเรียนค านวณพลังงานพันธะ และหาว่าเป็นปฏิกิริยาดูดพลังงานหรือคายพลังงาน พันธะ H-F H-Cl Cl-Cl Cl-F พลังงาน (KJ/mol) 567 431 242 258 จากปฏิกิริยา HF(g) + Cl2 (g) HCl(g) + ClF(g) จงค านวณพลังงานพันธะ และหาว่าเป็นปฏิกิริยาดูดพลังงานหรือคายพลังงาน


ข้อที่ 3 พลังงานโครงสร้างผลึก ก าหนดให้ ล าดับ ชนิดพลังงาน ค่าพลังงาน (KJ/mol) 1 พลังงานแลตทิช CsF 750 2 สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน CsF 328 3 พลังงานการระเหิด Cs 76 4 พลังงานพันธะ F2 159 5 พลังงานไอออไนเชชัน ของ Cs 376 จงตอบค าถามดังต่อไปนี้ 1. เรียงล าดับขั้นตอนการเกิดพลังงานโครงสร้างผลึก 2. ค านวณพลังงานรวม ∆Hf พร้อมระบุว่าเป็น ปฏิกิริยาใด 3. เขียนวัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ ของการเกิดสารประกอบ เรียงล าดับหมายเลข ค านวณพลังงานรวมพร้อมระบุว่าเป็นปฏิกิริยาใด เขียนวัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ ของการเกิดสารประกอบ 1 2 3 4 5


Click to View FlipBook Version