เอกสารเผยแพร
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา
พิมพครัง้ ท่ี 1 : พ.ศ. 2555
จาํ นวนพมิ พ : 2,000 เลม
บรรณาธิการ : นพสิทธิ์ ลอ งจา , รชั นี จารุสนั ต
สุวิทย คํากองแกว
ออกแบบปก/จดั รูปเลม : วสิ ูตร เลศิ ประเสรฐิ
พมิ พเ ผยแพรโดย : สาํ นกั สงเสริมและฝก อบรม กาํ แพงแสน
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร วทิ ยาเขตกําแพงแสน
จงั หวัดนครปฐม 73140
พมิ พท ่ี : โรงพิมพส ํานักสง เสริมและฝกอบรม กําแพงแสน
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร วิทยาเขตกาํ แพงแสน
จังหวดั นครปฐม 73140 โทร. 0-3428-1653
(เอกสารเผยแพรแ จกฟรี หามจาํ หนา ย)
ค�ำนำ�
เหด็ ฟาง เปน็ เหด็ ทเ่ี พาะงา่ ย ใชเ้ วลานอ้ ย เมอื่ เปรยี บเทยี บกบั เหด็ ชนดิ อน่ื
มรี สชาติดี มคี ณุ ค่าทางอาหารสงู เป็นที่นยิ มของผู้บริโภคมาก
เกษตรกร หรือผู้สนใจ สามารถเพาะเห็ดฟางได้ โดยสามารถดัดแปลงใช้
วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่อยู่ในพ้ืนท่ีมาเพาะได้ แต่เดิมส่วนใหญ่เกษตรกรนิยม
เพาะเห็ดฟางกันในไร่นา หลงั ฤดกู าลท�ำนา โดยใช้ฟางขา้ วเป็นวสั ดุเพาะ แตป่ ัจจบุ ัน
ได้มีการพัฒนาการเพาะเห็ดแบบใหม่ ไม่ต้องใช้พ้ืนท่ีมากนัก สามารถเพาะได้เกือบ
ทกุ สถานท่ี การดแู ลกไ็ มย่ งุ่ ยากมากนกั นนั่ กค็ อื การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา้ ซง่ึ เหมาะ
สำ� หรับผทู้ ี่มพี ้นื ทจ่ี ำ� กัด
เอกสารเผยแพร่ฉบับนี้ จึงได้น�ำข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดฟางใน
ตะกร้า โดยได้รับข้อมูลและความร่วมมือจาก อาจารย์สุวิทย์ ค�ำกองแก้ว และ
คุณบญุ เรือน คำ� กองแก้ว เป็นอย่างดี จงึ ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้
ส�ำนักสง่ เสริมและฝกึ อบรม ก�ำแพงแสน
สารบญั
เร่อื ง หน้า
ความสำ� คญั 1
วัสดแุ ละอปุ กรณใ์ นการเพาะเหด็ ฟาง 1
วสั ดทุ ใ่ี ชใ้ นการเพาะเหด็ ฟาง 1
เชื้อเห็ดฟาง 3
อปุ กรณ์ในการเพาะเห็ดฟาง 4
การเตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณใ์ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา้ 5
ข้ันตอนการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า 6
สรปุ ตารางการดแู ลรกั ษาการเพาะเห็ดฟางในตะกรา้ 9
(ระยะประมาณ ๑๕ วัน)
¡ÒÃà¾ÒÐàË紿ҧ㹵СÌÒ
๑. ความสาํ คัญ
เหด็ ฟางเปน็ อาหารยอดนยิ มอยา่ งยง่ิ ของคนไทย แตล่ ะปป ระเทศไทยมกี ารเพาะ
เห็ดฟางไม่น้อยกว่าปละ ๖๐,๐๐๐ ตัน แต่ก็ยังไม่พอกับความต้องการของประชาชน
เนอ่ื งจากเหด็ ฟางมี รสชาตอิ รอ่ ย กลน่ิ หอม ทสี่ า� คญั มคี ณุ คา่ ทางอาหารสงู ทง้ั กรดอะมโิ น
โปรตนี ไขมนั คารโ์ บไฮเดรท และวติ ามนิ หลายชนดิ จงึ เปน็ ทนี่ ยิ มนา� ไปประกอบอาหาร
หลายชนดิ
เห็ดฟางเป็นเห็ดท่ีเพาะง่ายและใช้เวลาน้อยเม่ือเปรียบเทียบกับเห็ดชนิดอื่นๆ
จึงเป็นท่ีนิยมเพาะกันในชาวบ้านหรือเกษตรกร โดยใช้วัสดุท่ีหาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น
ฟางข้าว ไส้นุ่นหรือก้อนเห็ดเก่า ในอดีตท่ีผ่านมาจะเพาะแบบกองสูง แล้วพัฒนามา
เป็นกองเต้ีย โรงเรือน ปัจจุบันและการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า ซึ่งขณะนี้ก�าลังได้รับ
ความนิยมอย่างแพร่หลายเพราะสามารถเพาะได้เกือบทุกสถานท่ี สะดวกและดูแล
รกั ษางา่ ย เพราะฉะนนั้ การเพาะเหด็ ฟางในตะกร้า จึงนบั วา่ เป็นเรือ่ งที่นา่ ศึกษาต่อไป
๒. วัสดุและอุปกรณในการเพาะเหด็ ฟาง
๑. วัสดุท่ีใชใ นการเพาะเห็ดฟาง
วสั ดเุ พาะเหด็ ฟางสามารถใชอ้ าหารจากวสั ดทุ น่ี า� มาใชเ้ พาะเหด็ ฟางไดห้ ลาย
ชนดิ ได้แก่ ฟางขา้ ว เปลือกถ่วั เขยี ว ถ่วั ลสิ ง ต้นถ่ัวเขียว ชานอ้อย ไสน้ ่นุ ผกั ตบชวา ตน้
กล้วย จอกหูหนู ต้นขา้ วโพด ขฝ้ี า ย กากมนั สา� ปะหลงั ข้ีเรอ่ื ยจากยางพารา เปลอื กเงาะ
เปลือกทุเรียน ทะลายปาลม์ น�า้ มันหรอื ก้อนเห็ดเก่าทีผ่ ่านการเพาะเห็ดแล้ว
อำหำรเสริม เปน็ วัสดุท่ีช่วยให้เช้ือเห็ดฟางช่วงแรกทีใ่ ส่ในตะกรา้ เพาะ เจริญได้
ดีก่อนท่เี ชื้อเห็ดฟางจะเจริญในวสั ดุเพาะ อาหารเสริมตอ้ งเป็นวสั ดทุ ย่ี ่อยไดง้ ่าย ไดแ้ ก่
1
ฟำงข้ำว หมายถึง ฟางข้าวเหนียวหรือข้าวจ้าว
ก็ได้ ตอซังขา้ วจะใช้ไดด้ กี วา่ ปลายขา้ ว (ฟางขา้ ว) เพราะ
มีจ�านวนธาตอุ าหารสูงกวา่ ปลายฟางข้าว
เปลอื กถว่ั ตำ่ งๆ หมายถงึ เปลอื กถวั่ ของฝกั ถวั่ เขยี ว
ถว่ั เหลอื ง และถวั่ ลสิ ง
ขฝ้ี ำ ย หมายถึง เศษฝา ยที่ได้จากโรงงานปนั ดา้ ย
รวมเรยี กขีฝ้ า ย แบ่งออกเปน็ ๒ ชนดิ คือ
๑) ข้ฝี า ยดอก เป็นข้ฝี ายที่อยู่ใต้เครอ่ื ง จะถกู
ตดั ออกเน่อื งจากเป็นฝา ย “ปยุ ส้นั ”
๒) ข้ีฝายปกหรือขี้ฝายกระสือ เป็นขี้ฝายเบา
ละเอียดปกตจิ ะนา� มารวมกบั ขีฝ้ า ยดอก
ไส้นุ่น คือ ส่วนแกนกลางของผลนุ่นที่น�าเอาปุย
และเมลด็ นุ่นออกไปแลว้
ผักตบชวำ ใช้ได้ทั้งสดและแห้ง สามารถใช้ได้
ทุกส่วนทั้งต้น ใบ ราก ควรเลือกฝักตบชวาแก่เต็มที่
จงึ มคี วามเหมะสม อาจสบั เปน็ ชน้ิ เลก็ ๆ ประมาณ ๑ – ๒
เซนติเมตร
ต้นและใบขำ้ วโพด ภายหลังการเกบ็ เกย่ี วแล้ว
ควรสับหรือตตี น้ ขา้ วโพดให้แตกเลก็ ๆ กอ่ นแลว้ นา� ไปแช่
น้�า ๑ คนื จึงนา� ไป ใช้เปน็ วัสดุเพาะเห็ดฟาง
2
ชำนอ้อย เป็นส่วนที่น�าต้นอ้อยไปบีบน�้าอ้อย
ออกแล้วส่วนท่ีเหลือคือ กากหรือชานอ้อย สามารถน�า
มาใช้เพาะเห็ดฟางได้ ชานอ้อยที่บีบเอาน�้าออกแล้วจะ
น�าไปตากแดดให้แห้งกอ่ นนา� มาใช้เพาะเหด็ ฟาง
กำกเปลือกมันส�ำปะหลัง เปน็ กากของเปลือก
มันส�าปะหลังท่ีได้จากโรงงานแปงมัน มี ๒ ชนิด คือ
เปลือกดินได้จากการขูดผิวดินออก และเปลือกล้างได้
จากการปอกเปลอื กมนั ออกอีกหน่ึงช้ัน
ก้ำนกล้วยหรือใบตองแห้ง สามารถน�าเอามา
เพาะเหด็ ฟางได้บางครัง้ เอาหยวกกล้วยมาสบั ให้เป็นชิน้
แล้วตากแห้ง น�ามาเพาะเห็ดฟาง
๒. เช้ือเห็ดฟาง เช้ือเห็ดฟางที่น�ามาเพาะ ถ้าเป็นเช้ือเห็ดที่ได้จากการต่อเช้ือ
มาหลายๆ ชว่ งดอกทไี่ ดม้ ขี นาดเลก็ ออกดอกเปน็ จา� นวนมาก ดอกเหด็ โตเรว็ และบานเรว็
เชื้อเห็ดฟางจะเปน็ หัวเช้ือถุง จา� นวน ๑ ถุง เพาะได้ ๓ ตะกร้า หรือเช้ือถุงเล็กเพาะได้
๑ ตะกรา้ นอกจากนี้อาใชแ้ ปงขา้ วเหนยี วมาคลุกเชอื้ เหด็ ฟางกอ่ นก็ได้ เพ่ือให้เชอื้ ร่วน
และเชอ้ื เจรญิ เติบโตได้ดี
กำรเลอื กซื้อเช้อื เห็ดฟำง ควรเลือกซือ้ เชือ้ เหด็ ฟำงทีด่ ี ซ่ึงมีลกั ษณะดงั นี้
๑) เลอื กเชอื้ เหด็ ท่ีไมอ่ ่อนเกนิ ไป โดยเชื้อออ่ นจะเป็นเส้นใยฟูขาวแต่เจรญิ ไม่
ถงึ ก้นถุง
๒) เส้นใยต้องไม่มีอายุมากเกินไป เห็นได้จากเช้ือในถุงยังไม่ยุบตัวลงหมด
หรอื สลายตวั เปน็ สีเหลอื งติดเปน็ หยด ๆ
๓) วัสดุในถงุ เลยี้ งเชือ้ ต้องไม่เละ ไมเ่ ปยก สงั เกตว่าไมม่ นี ้�าเละทีก่ น้ ถงุ
3
๔) หวั เชอ้ื ในถงุ ตอ้ งเกาะกนั เปน็ มเี สน้ ใยรวมกนั แนน่ ไมแ่ ตก มกี ลนิ่ หอมแบบ
เหด็ ฟางและไม่เหม็นบูด เหม็นเปร้ยี วหรือกลิ่นอ่นื ๆ
๕) เสน้ ใยในบางถงุ อาจจะสรา้ งสปอรใ์ หเ้ หน็ เปน็ สแี ดง สนี า�้ ตาล และขาวขนุ่
๖) บางถุงอาจจะมีดอกเห็ดฟางขนาด
เล็กๆ ขึ้นอยู่ในถุงเล็กน้อยก็ถือว่าใช้เพาะเห็ดได้
เชน่ กัน
๗) ไมควรใชเ้ ชอื้ ในถงุ ทม่ี อี ายแุ กเ่ กนิ ไป
๘) ไม่ควรเก็บเช้ือไว้ในตู้เย็นหรือใน
สถานทท่ี ่มี ีอณุ หภูมิรอ้ นเกิน ๕๐ องศาเซลเซยี ส
๓. อุปกรณในการเพาะเห็ดฟาง
๓.๑ ตะกร้ำพลำสติก (ตะกร้าใส่
ผลไม)้ ขนาดเสน้ ผ่าศนู ย์กลางประมาณ ๑๘ น้ิว
สูงประมาณ ๑๑ นิ้ว มีตาห่างประมาณ ๑ น้ิว
มีจ�านวนช่องเป็นแถวจากล่างขึ้นบน ๗ ช่อง
กน้ ตะกร้าไมท่ ึบช่วยให้ระบายน�า้ ไดด้ ี
๓.๒ พลำสตกิ คลมุ วสั ดเุ พำะเหด็ ฟำง
ในตะกร้ำ จะใช้พลาสติกใสหรือสีก็ได้ขนาด ๔×๔ เมตร หรือจะใช้ถุงพลาสติกเย็บ
ติดตอ่ กันเป็นผนื ก็ได้ หรอื ใชพ้ ลาสตกิ ใส ขนาดกวา้ ง ๒×๔ เมตร ก็ได้
๓.๓ บัวรดน�ำ้ ชนดิ ฝอยละเอยี ด ไม้ทุบก้อนเชอื้ เหด็ เกรียงไม้ (สา� หรบั อัด
วสั ดเุ พาะเห็ด)
๓.๔ โครงไม้ไผห่ รือส่มุ ไก่ ส�าหรับครอบตะกรา้ เพาะเห็ดฟาง
๓.๕ กะละมงั ใช้ใส่วัสดุเพาะเหด็ ฟาง เชน่ เชอ้ื เห็ดฟาง อาหารเสริม
4
๔. การเตรยี มวัสดุและอปุ กรณใ นการเพาะเห็ดฟางในตะกรา
๔.๑ กำรเตรยี มพน้ื ทีเ่ พำะเห็ด
๔.๑.๑ ใตร้ ม่ ไม้หรอื ใตถ้ นุ บ้านกไ็ ด้
๔.๑.๒ ปรบั พืน้ ท่ีทา� ความสะอาด
๔.๑.๓ กา� จัดมด ปลวก ใหเ้ รยี บรอ้ ย โดยโรยปูนขาวใหท้ ่ัวกอ่ นเพาะ
๒ – ๓ วนั รดน้า� พอให้พน้ื ทีชุ่มชืน้ พอสมควร
๔.๒ กำรเตรียมวสั ดเุ พำะ
ฟางข้าวหรือเปลือกถ่ัว ชานอ้อย อย่างใดอย่างหน่ึง น�ามาแช่น้�าก่อนเพาะ
หนึ่งคืนจากน้ันน�าขน้ึ จากน้�า พร้อมที่จะนา� ไปเพาะได้
๔.๓ กำรเตรียมอำหำรเสรมิ
นิยมใช้ผกั ตบชวาสด เน่อื งจากได้ผลดีที่สุด นา� มาหน่ั ยาว ½ เซนติเมตร ถ้า
ใช้ไสน้ นุ่ ต้องนา� มาแชน่ า�้ กอ่ น บางคนใชข้ ี้ไก่แหง้ ผสมดินอัตราส่วน ๑:๓ ควรเคล้าให้
เข้ากนั สามารถนา� ไปใชไ้ ดเ้ ลย
๔.๔ น้�ำที่ใชเ้ พำะเหด็ ฟำง
ควรเปน็ นา�้ สะอาดจากบอ่ หนอง คลอง หรอื นา�้ บาดาล สว่ นนา้� ประปาทผ่ี สม
คลอรีนใชไ้ มไ่ ด้
๔.๕ ตะกร้ำพลำสตกิ
ถ้าเป็นตะกร้าใหม่ใช้ได้เลย แต่ถ้าเป็นตะกร้าเก่าต้องท�าความสะอาดฆ่าเช้ือ
ตากแดดไว้สกั คร่ึงวัน
๔.๖ กำรเตรยี มเช้ือเหด็ ฟำง
เชอ้ื เหด็ ฟางขนาด ๑ ปอนด์ ใชอ้ ัตราส่วน ๑ ถุงตอ่ ๓ ตะกรา้
5
๓. ข้นั ตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา
ขนั้ ตอนที่ ๑
นา� วสั ดทุ เี่ ตรยี มไวแ้ ลว้ ใสถ่ งุ ในตะกรา้ สงู จาก
ตะกร้าประมาณ ๑ ฝามอื หรือสงู ๒ – ๓ น้วิ กรณี
ถ้าเปน็ ขีเ้ ลอ่ื ยใช้เกรียงไม้กดขีเ้ ลื่อยใหพ้ อแน่นและ
ให้ชดิ ขอบตะกรา้ ใหม้ ากที่สุด
ขน้ั ตอนท่ี ๒
โรยอาหารเสริมทเ่ี ตรยี มไว้ประมาณ ๑ ลติ ร
หรอื ๑ ช้ัน บนขี้เล่ือยชดิ ขา้ งขอบตะกร้าประมาณ
๑ ฝามือ โดยรวมอย่าโรยอาหารเสริมหนาเกินไป
เพราะจะเกดิ เน่าเสยี ได้
ขัน้ ตอนท่ี ๓
น�าเชื้อเห็ดฟางออกจากถุง น�ามาแยกออก
เป็นชิ้น ๆ น�าไปคลุกกับแปงข้าวเหนียวพอติดผิว
นอกของเชื้อเห็ด แปงข้าวเหนียวจะเป็นอาหาร
เบ้ืองต้นท่ีช่วยกระตุ้นให้เช้ือเห็ดเจริญดีในระยะ
แรก ๆ และแบ่งเช้ือเหด็ ออกเป็น ๓ ส่วนเท่า ๆ กัน
นา� ส่วนที่ ๑ โดยบนอาหารเสรมิ โดยรอบ
ขัน้ ตอนที่ ๔
ทา� วสั ดเุ พาะชั้นที่ ๒ ทา� เหมือนช้นั ท่ี ๑
ขน้ั ตอนท่ี ๕
ทา� เหมอื นขน้ั ตอนท่ี ๑,๓ ชนั้ สดุ ทา้ ย จะตอ้ ง
โดยอาหารเสริมเต็มผวิ ดา้ นบนหนาประมาณ ๑ นิ้ว แลว้ โรยเช้อื เหด็ ฟางโดยรอบ
6
ขน้ั ตอนท่ี ๖
นา� น�้าประมาณ ๒๐ ลติ ร ผสมปุยย.ู เรยี
½ ช ้ อ น โ ต ะ ร า ด ด ้ า น บ น วั ส ดุ เ พ า ะ
ใหช้ มุ่ เสรจ็ แลว้ นา� ตะกรา้ นไี้ ปวางไวบ้ นพน้ื ทใี่ น
โรงเรือนทเี่ ตรยี มไว้
ข้นั ตอนท่ี ๗
น�าตะกรา้ มาเรียงกนั ๔ – ๕ ใบ เสร็จ
แลว้ จะนา� สมุ่ ไกค่ ลมุ ไว้ หรอื ทา� ทา� เปน็ โครงไมไ้ ผ่
ขั้นตอนที่ ๘
น�าผ้าพลาสติกมาคลุมสุ่มไก่ ด้านล่าง
ควรหาอิฐหรือหินทับโดยรอบเพ่ือไม่ให้
พลาสตกิ ปลิว
ขัน้ ตอนที่ ๙
ใช้ฟางข้าวคลุมโครงอีกชั้น เพื่อเพ่ิม
ความชื้นให้พอเหมาะต่อการเจริญเติบโตของ
เห็ดฟาง
ขนั้ ตอนที่ ๑๐
การดแู ลในชว่ ง ๑ – ๔ วนั แรก (ในฤดรู ้อนหรอื ฤดูฝน) สว่ นในฤดูหนาวชว่ ง
๑ – ๘ วันต้องควบคุมอุณหภูมิในสุ่มไก่ให้ได้ระดับ ๓๗ – ๔๐ องศาเซลเซียส
ถา้ หากอุณหภมู สิ ูงเกนิ ไป ใหเ้ ปดช่องลมระบายอากาศด้านบนหรอื รดนา้� รอบสุ่มไก่
เพ่ือลดอุณหภมู ลิ งก็ได้
7
ขัน้ ตอนที่ ๑๑
เมอ่ื ถงึ วนั ท่ี ๔-๕ ใหเ้ ปด พลาสตกิ คลมุ ดา้ นลา่ งของหวั หรอื ทา้ ยกอง กวา้ งประมาณ
๓-๔ น้ิว เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทและเพ่ือเป็นการกระตุ้นการรวมตัวของเส้นใยเห็ด
เปน็ ดอก การใหค้ วามชนื้ นา้� จะเปน็ การเพมิ่ ความชน้ื กระตนุ้ เสน้ ใยเชอ้ื เหด็ ฟาง และหยดุ
การสรา้ งเสน้ ใยและพรอ้ มทจ่ี ะเปลยี่ นเปน็ การสรา้ งดอก การใหค้ วามชนื้ จะรดนา้� บรเิ วณ
ดา้ นนอก รอบ ๆ กองอยา่ งสมา่� เสมอ ควรทา� ในระหวา่ งเชา้ หรอื เยน็ ประมาณวนั ที่ ๖-๗
จะเหน็ เปน็ ตมุ่ ดอกขนาดเลก็
ให้เปดช่องอากาศให้กว้าง
มากกว่าเดิม เมื่อเห็ดเกิด
เป็นดอกแล้วถ้าอากาศไม่
เพียงพอดอกจะขรุขระ และ
มีเส้นใยเห็ดเกิดข้ึนท่ีรอบๆ
ฐานดอก ถา้ อากาศเพยี งพอ
ดอกเห็ดจะมีผิวดอกเป็นมัน
ราบเรยี บ ดอกไมบ่ ิดงอ
ขน้ั ตอนท่ี ๑๒
ระหว่างวันท่ี ๗ – ๘ ตอ้ งควบคมุ อุณหภูมิในสุ่มไก่หรอื กระโจมไม้ ให้อยรู่ ะหว่าง
๒๘ – ๓๒ องศาเซลเซียส จะเหน็ ดอกเหด็ เกดิ เป็นจ�านวนมากพรอ้ มท่ีจะเกบ็ เกยี่ ว
ขน้ั ตอนท่ี ๑๓
การเกบ็ ผลผลติ ในฤดรู อ้ นประมาณวนั ที่ ๘ – ๑๐ ถา้ เปน็ ฤดหู นาววนั ท่ี ๑๒ – ๑๕
ในการเก็บให้ใช้หัวแม่มือกับนิ้วชี้จับดอกเห็ดฟางที่ได้ขนาดแล้วหมุนเล็กน้อยยกขึ้น
ดอกเหด็ จะหลุดออกมาโดยงา่ ย
8
สรุปตารางการดูแลรักษาการเพาะเห็ดฟางในตะกรา
(ระยะประมาณ ๑๕ วัน)
ลำ� ดบั ระยะเวลำ วิธีกำรปฏบิ ัตงิ ำน ข้อควรระวัง
๑. วนั ท่ี ๑ – ๔ ๑. ดแู ลความชน้ื ในกระโจมหรอื โรงเรอื น ๑. ระวงั พลาสติกท่ีคลมุ กระโจม
ใหอ้ ยใู่ นระดบั มากกวา่ ๘๐ % หรือโรงเรอื นฉีกขาดเพราะจะ
๒. รกั ษาอณุ หภูมิภายในไว้ประมาณ ทา� ให้ความชน้ื ลดลง
๓๗ – ๔๐ องศาเซลเซียส ๒. ต้องไม่เปด ประโจมหรอื
๓. ปอ งกนั มด ปลวก หนู แมว โรงเรือนบ่อย
๓. ระวงั ศตั รเู ห็ดฟาง เชน่ มด
ปลวกด้วย
๒. วันท่ี ๔ ๑. เปด พลาสติกแงม้ ไวต้ ลอด เพอ่ื ให้ ๑. ไมค่ วรใหเ้ สน้ ใยเห็ดฟางถูก
(ตอนเยน็ ) เส้นใยได้รับออกซิเจนอยา่ งพอเพียง แสงแดดมาก
๒. รดน�า้ ด้วยบวั ชนิดฝอยเพือ่ ตัด ๒. หา้ มใชน้ �้าที่มีสารคลอรนี
เส้นใยและในกรณที ่วี สั ดุแหง้ สารส้มและเกลอื ผสมโดยเดด็ ขาด
๓. ต้องพรางแสงหรอื ใชพ้ ลาสตกิ
ทึบแสงคลมุ ให้เรียบรอ้ ย
๓. วันท่ี ๕ – ๘ ๑. รดนา้� รอบๆ กระโจม หรือโรงเรือน ๑. ต้องรักษาความชื้นอย่เู สมอ
ใหช้ มุ่ ชืน้ อยเู่ สมอ ๒. ตอ้ งตรวจสอบอุณหภมู ิเสมอ
๒. รกั ษาอุณหภูมใิ ห้อยู่ระหว่าง ๒๘ โดยเฉพาะตอนบา่ ย (โดยเคร่ืองวัด
– ๓๒ องศาเซลเซยี ส หากอุณหภูมิ เทอรโ์ มมเิ ตอร)์
สงู กวา่ น้ตี ้องเปดช่องระบายอากาศ
ให้มากขนึ้
๔. วนั ท่ี ๙ – ๑๕ ๑. เห็ดฟางจะเริ่มออกดอกควรเก็บ
เห็ดฟางเวลาเชา้
๒. เลอื กเก็บเฉพาะดอกทไี่ ด้ขนาด
เท่านน้ั
๓. เกบ็ ประมาณ ๒ – ๖ ครั้ง ผลผลติ
รวมเฉลี่ยประมาณ ๑ กโิ ลกรัม (ขึ้นอยู่
กับวัสดุเพาะและอื่น ๆ ดว้ ย
9
คำ� แนะน�ำ
สนใจ เอกสารเพ่ือการเผยแพร่ ต้องการฝกึ อบรมความรู้
การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา้
ตดิ ตอ่ ฝา่ ยสง่ เสรมิ เผยแพร่ และฝึกอบรม
ส�ำนกั สง่ เสริมและฝกึ อบรม กำ� แพงแสน
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตกำ� แพงแสน
นครปฐม 73140
โทรศพั ท์ 0-3428-1650-1
http://naetc.eto.kps.ku.ac.th