The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

pdf_20220113_103520_0000

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-01-12 22:41:59

EBOOK

pdf_20220113_103520_0000

รายงาน

เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านด้วยกระบวนการวิเคราะห์เรื่องสั้น

โดย

นายปุรเชษฐ พลโยธา เลขที่ ๑
นางสาวปาณิสรา บัวคล้าย เลขที่ ๔
นางสาวสตรีรัตน์ จันทองดี เลขที่ ๕
นางสาวอัจจิมา ผ่องพูน เลขที่ ๖

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่๔/๒

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาค้นคว้า วิชา ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทยพื้นฐาน๒
ภาคเรียนที่๒ ปีการ๒๕๖๔

โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์
สำนักงานเขตประเวศ สังกัดกรุงเทพมหานคร

รายงาน

เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านด้วยกระบวนการวิเคราะห์เรื่องสั้น

โดย

นายปุรเชษฐ พลโยธา เลขที่ ๑
นางสาวปาณิสรา บัวคล้าย เลขที่ ๔
นางสาวสตรีรัตน์ จันทองดี เลขที่ ๕
นางสาวอัจจิมา ผ่องพูน เลขที่ ๖

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่๔/๒

เส
นอ

นางสาวพรทิพย์ เอมเจริญ



คำนำ

รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทยพื้นฐานเพื่อการเรียนรู้ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
โดยมีวัตถุประสงค์จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์

คณะผู้จัดทำหวังว่ารายงานนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาทักษะการอ่านและการวิเคราะห์
ให้กับคณะผู้จัดทำและผู้อ่านที่กำลังจะศึกษาและพัฒนาทักษะทางด้านการอ่านและการวิเคราะห์ หากมีข้อ
แนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย






คณะผู้จัดทำ



สารบัญ

เรื่อง

คำนำ หน้า
สารบัญ

เรื่องที่ ๑ โตขึ้นมาเป็นความสุข ก
เรื่องที่ ๒ ไม่ได้ขี้เกียจแค่ชาร์จพลัง

เรื่องที่ ๓ ยิ้มรับคนไม่ดีเข้ามาในชีวิต ข
เรื่องที่ ๔ เราเติบโตขึ้นในทุกวัน

บรรณานุกรม ๑


















ชื่อเรื่อง : โตขึ้นมาเป็ นความสุข
ผู้แต่ง : คิดมาก

โครงเรื่ อง
เมื่ออายุมากขึ้นแล้วลองมองย้อนกลับไป เราพบว่ายิ่งโตมาเรายิ่งทำความสุขหล่นหาย อายุมากขึ้น
แต่ความสุขกลับลดลง รวมทั้งการคิดในแง่ดี ทั้งการดำเนินชีวิต การทำงาน และการอยู่คนเดียวให้เป็น
และเราจะทำอย่างไรกับชีวิตได้บ้างเพื่อที่จะมีความสุขกับชีวิตในแต่ละวัน

คุณค่าด้านวรรณศิลป์
ด้านภาษา
เป็นการใช้ระดับภาษาที่ถูกต้องตามหลักภาษาไทยสละสลวยชัดเจนและเข้าใจง่าย เข้าใจถึงแก่นเรื่อง
และเป็ นการเขียนถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็ นตัวหนังสือและยังเป็ นการสื่ อความหมายที่ไม่คลุมเครือ
เข้าใจง่ายเข้าใจในสิ่งที่นักเขียนจะสื่อออกมา

ด้านสังคม
เป็ นการสะท้อนให้เห็นถึงด้านสังคมอย่างหนึ่ งเลยคือในปั จจุบันมีเด็กและผู้ใหญ่จำนวนมากมีความเครียด
ในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การงาน การเรียน และด้านสุขภาพทั้งกายและจิตใจ โดยที่หนังสือ
เล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านกำจัดกับความเครียดเหล่านี้อย่างไรโดยที่ไม่กดดันตัวเองมากจนเกินไปและทำให้เรา
เครียดมากจนทำให้เกิดการเป็ นโรคอย่างหนึ่ งที่เรียกว่า“โรคซึมเศร้า”ที่มีเพิ่มมากขึ้นในทุกวันไม่ว่าจะเป็ น
เด็กหรือผู้ใหญ่และควรใช้ชีวิตให้มีความสุขให้มากที่สุดทั้งในปั จจุบันและอนาคต





ข้อคิด
เราไม่ควรที่จะกดดันตัวเองจนเกินไปในทุกๆเรื่องและทำให้เราไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตและไม่ควร
เก็บเรื่องที่เราไม่สบายใจเอาไว้กับตัวเองควรที่จะเล่าให้คนที่เราไว้ใจเขาหรือสบายใจที่จะเล่าเรื่องต่างๆ
ให้เขาฟั งโดยที่ไม่ต้องเก็บเอาไว้ทำให้เราเครียดและเลือกทำในสิ่งที่เราชอบหรืออยากที่จะทำสิ่งเหล่านั้นจริงๆ



การนำไปปรับใช้
ตัวอย่างจากในหนังสือเช่น การที่เราเครียดว่าเราจะเรียนอะไรและในอนาคตราจะทำอาชีพอะไร?
ในหนังสือเขียนว่า
“อาชีพที่เรียนมา อาชีพที่ครอบครัวอยากให้ทำสุดท้ายเราก็พบว่า พอโตขึ้นมาแล้วไม่มีความสุข”



การนำไปปรับใช้คือ เราไม่ควรที่จะกดดันตัวเองด้านการเรียนหรือเลือกเรียนในด้านที่ตนเองไม่ถนัดเลือก
เรียนตามเพื่อนหรือตามกระแส นอกจากจะทำให้เราไม่เข้าใจในเนื้อหาในสายการเรียนนั้นๆบางวิชา
และจะทำให้เราเสียเวลาที่เราจะใช้ไปกับสิ่งที่ชอบที่จะทำจริงๆการเลือกเรียนแบบนี้ นอกจากจะทำให้เราเรียน
ไม่เข้าใจแล้วยังทำให้เราเครียดและกดดันตนเองเป็ นอย่างมากว่า“เราจะทำยังไงให้เรียนทันเพื่ อน”
ไม่มีความสุขกับการเรียนในแต่ละวิชา
เราควรเลือกสิ่งที่เราชอบหรือสิ่งที่เราอยากทำในด้านต่างๆไม่เฉพาะแต่ด้านการเรียนท่านั้นควรใช้ชีวิต
ให้มีความสุขในแต่ละวัน เลือกสายการเรียนที่ชอบจริงๆและทำในสิ่งที่เราชอบไม่ต้องทำตามใครๆแค่ทำตาม
ในสิ่งที่เราชอบโดยไม่กดดันตัวเองเพียงเท่านี้ก็จะทำให้เรามีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้น

โครงเรื่องย่อ

ชื่อเรื่อง : ไม่ได้ขี้เกียจแค่ชาร์จพลัง ๒
ผู้แต่ง : Dancing Snail

โครงเรื่ อง
เหนื่อย,ขี้เกียจ,เบื่อ เคยไหมที่รู้สึกแบบนี้ แต่กลับไม่รู้ว่าเบื่ออะไร เหนื่อย,ขี้เกียจเคยไหมที่รู้สึกแบบนี้ทั้งๆที่อยู่เฉยๆ
หมดพลังเคยไหมที่หมดพลังทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไร แล้วความรู้สึกที่ว่านี้ก็เกิดขึ้นวันละครั้ง แต่บางครั้งก็ไม่ได้แสดงออก
มีแค่ตัวเราที่รู้ว่าเรากำลังรู้สึกอะไร ก็พลังงานชีวิตคนเราไม่มีเลขบอกว่าเหลือกี่เปอร์เซ็นต์แล้วเหมือนกับแบตมือถือนี่นา
เวลาต้องใช้ชีวิตของแต่ละวัน ถ้าเลือกได้ก็คงไม่อยากเบื่อหรือหมดพลังหรอก แต่บางอย่างมันยากจะควบคุม งั้นเราลอง
มาทำความเข้าใจทั้งตัวเองและคนรอบข้าง รวมทั้งหาวิธีชาร์จพลังใจในแบบที่ใช่สำหรับตัวเองกันเถอะ ว่าแต่ตอนนี้
พลังงานชีวิตของคุณเหลืออยู่กี่เปอร์เซ็นต์นะ

หมดสนุกกับทุกสิ่ง รำคาญใจกับทุกอย่าง ทั้งที่อกไหม้ไส้ขม แต่กลับต้องฝืนยิ้มทำหน้ าชื่น
หัวใจกระวนกระวายขณะที่ร่างกายนิ่งเฉย เป็นทุกข์กับอนาคตจนนอนไม่หลับ ร่ำร่ำอยากยกเลิก
นักเมื่อใกล้ถึงวันนัด ทำไมฉันถึงเป็นแบบนี้ ง่วงเหงา เศร้าซึม ว่างเปล่า สับสน เบื่อหน่าย…พิชิต
จุดตกต่ำแห่งชีวิตที่ใครๆ ก็มีสิทธิ์เจอ ด้วยวิธีเล็กๆ น้ อยๆ แต่ชัดเจน ในการชาร์จพลังใจแก่คุณผู้อ่อนล้าวันแล้ววันเล่า

คุณค่าด้านวรรณศิลป์
ด้านภาษา
เป็ นการใช้ระดับภาษาที่ถูกต้องตามหลักภาษาไทยสละสลวยชัดเจนและเข้าใจง่ายและเข้าใจถึงแก่นเรื่ อง
และเป็ นการเขียนถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็ นตัวหนังสือและยังเป็ นการสื่ อความหมายที่ไม่คลุมเครือเข้าใจง่าย
ทำให้ผู้อ่านเข้าใจในสิ่งที่นักเขียนจะสื่อออกมาได้ชัดเจน

ด้านสังคม
หนังสือเล่มนี้จะเขียนให้เห็นถึงในปั จจุบันว่าผู้คนส่วนมากมักเริ่มที่จะรู้สึกท้อหรือเหนื่ อยที่จะทำสิ่งต่างๆโดยที่
ยังไม่ได้ทำอะไรแม้แต่ตอนที่อยู่เฉยๆ หนังสือเล่มนี้จะแสดงให้เห็นถึงว่าทำอย่างไรให้เรากำจัดความรู้สึกอย่างนี้ออกไป
อย่างไรโดยที่เราก็รู้สึกขี้เกียจ แต่ในทางกลับกันเราก็รู้สึกที่จะขี้เกียจได้แต่ไม่ใช่ว่าขี้เกียจแล้วไม่ทำอะไรเลยและ
ความขี้เกียจเหล่านั้นจะทำให้เราเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราเริ่มที่อยากทำงานหรือลองพยายามทำโดยที่ไม่ทำให้เราเสียโอกาสนั้นไป และไม่ทำให้
เรารู้สึก“เบื่อ”ในสิ่งต่างๆที่เรากำลังจะทำ และเลี่ยนจากคำที่ว่า“ไม่อยากทำ” “เบื่อ” เป็นการทำให้สำเร็จโดยที่
ไม่ต้องมีงานต่างๆมาค้างคา ทำให้เมื่อพอถึงเวลาที่มันจำเป็นต้องทำให้เสร็จจริงๆจะได้ไม่ต้องมากดดันตัวเองในภายหลัง
แต่เราก็รู้สึกที่จะขี้เกียจได้ไม่ใช่ว่าไม่ขี้เกียจเลย

ข้อคิด
เรามีความรู้สึกที่จะขี้เกียจได้แต่ในคำว่าขี้เกียจของนั้นเราควรที่จะขี้เกียจแต่พอดีไม่ใช่ว่าขี้เกียจและไม่ทำอะไรเลย
และเปลี่ยนจากขี้เกียจเป็นลองทำดูก่อน ไม่ปิดกั้นโอกาสไม่ใช่ว่ายังไม่ลองทำแต่กลับรู้สึกขี้เกียจไปแล้ว ทำให้เราเสียเวลา
ไปโดยเปล่าประโยชน์ทั้งที่ยังไม่ลองทำ และเราควรที่จะรู้สึกขี้เกียจบ้างในบางเรื่องไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกขี้เกียจเลยในบางเรื่อง
“ขี้เกียจก็หาเวลาไปพักซักนิดและกลับมาทำงานที่เราทำค้างคาไว้ให้เสร็จ”โดยที่จะได้ไม่ต้องมาเครียดว่างานไม่เสร็จ
หรือว่าอันนี้ก็ยังไม่ทำ อันนี้ก็ยังไม่เสร็จ อันนั้นก็ยังไม่เสร็จควรทำให้เสร็จไปเลย

การนำไปปรับใช้
ตัวอย่างจากในหนังสือ เช่น ทำไมเรารู้สึกขี้เกียจทั้งๆที่ยังไม่ทำอะไรเลย?
ในหนังสือเขียนว่า “[เหนื่อย] เคยไหมที่รู้สึกแบบนี้ทั้งๆที่อยู่เฉยๆ”

การนำไปปรับใช้คือ เรารู้สึก“ขี้เกียจ”ได้นะเพราะคนเราทุกคนมีความรู้สึกนี้เพราะคนเราทุกคนไม่ว่าจะอายุ
มากหรือน้ อยก็ล้วนมีความรู้สึกเหล่านี้กันทั้งนั้น แต่ในขอบเขตของคำว่า“ขี้เกียจ”เราควรขี้เกียจอย่างมีลิมิตไม่ใช่
ไม่มีความรู้สึกที่จะไม่อยากทำอะไรเลย



แต่คำว่า“ขี้เกียจ”มักจะมาพร้อมกับคำว่า“เหนื่อย”เสมอ จนบางทีเราก็จะรู้สึกกดดันตัวเองและ
เมื่อเราเหนื่อยมากๆจนมันทำให้เรารู้สึกที่ไม่อยากจะทำอะไรเลย แต่ในทางกลับกันถ้าเราเหนื่อยหรือ
มีความรู้สึกขี้เกียจ ให้เราพักกับงานที่กำลังทำแล้วหาอะไรทำไม่ให้เราเบื่อกับงานตรงหน้ าและไม่อยากทำมัน
ให้เราไปพักและเมื่อเราพักจนพอดี หรือพักจน ความรู้สึกเหล่านี้หายไปแล้วเราก็กลับมาทำงานที่เราทำค้างคาไว้
ให้เสร็จ

ดังนั้นเราสามารถมีความรู้สึกที่จะขี้เกียจ และ เหนื่อยได้นะเราไม่ผิด เราแค่ชาร์จพลังให้กับตัวเอง
เพื่อที่จะมีพลังมาทำงานต่างๆให้สำเร็จและมีความสุขกับการทำงานโดยที่ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป



ชื่อเรื่อง : ยิ้มรับคนไม่ดีเข้ามาในชีวิต
ผู้แต่ง : Jeong Moon Jeong

โครงเรื่ อง
เคยไหม ถูกคนรอบข้างทำร้ายจากทางคำพูดและการกระทำ แต่เรากลับคิดว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก
หรือเขาเป็ นคนแบบนี้แหละนั่นทำให้เราพบกับเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันกลายเป็ นเรื่ องปกติ
หลายต่อหลายครั้งที่การกระทำของบางคนทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ ซึ่งเอาเข้าจริงก็ คือ ปัญหาของผู้ถูกกระทำ
อย่างเราฝ่ายเดียว หากโต้ตอบกลับก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะมองเราไม่ดี หรือดูเป็นคนแรง ๆ แต่พอไม่ทำอะไร ปัญหาที่พบ
เจอก็กัดกินจิตใจจนทำให้เราห่อเหี่ยว

คุณค่าด้านวรรณศิลป์
ด้านภาษา
เป็นการใช้ระดับภาษาที่ถูกต้องตามหลักภาษาไทยและสละสลวยชัดเจน เข้าใจถึงแก่นเรื่องเป็นการเขียน
ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาและเป็ นการสื่ อความหมายที่ไม่คลุมเครือเข้าใจง่ายทำให้ผู้อ่านเข้าใจในสิ่งที่นักเขียน
จะสื่อออกมาได้ง่าย

ด้านสังคม
เนื่ องจากสังคมในปั จจุบันมีการเลื่ อมล้ำทางเพศเลยมีการทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่ อที่ไม่ให้มีการดูถูกหรือ
บูลลี่เพศตรงข้าม เพราะในทุกวันนี้ประเทศก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆวันไม่ว่าจะเพศไหนชายหรือหญิงก็
ไม่ควรที่จะมาดูถูกกันเรื่องเพศสภาพและแสดงให้เห็นถึงทุกคนมีเพศสภาพเดียวกันและให้ทุกคนเลือกที่จะยอมรับ
มากกว่าที่จะปฏิเสธ

ข้อคิด
ไม่ว่าเราจะเป็ นเพศสภาพไหนเราก็ไม่ควรที่จะดูถูกเพศตรงข้ามเพราะคนเราทุกคนก็มีสิทธิ์และเสรีภาพในสิ่งที่จะ
ทำหรือแม้แต่เรื่องที่เราจะพูดเราก็ควรเก็บมันไว้ในใจไม่ใช่พูดออกมาตรงๆจนคนฟังรู้สึกไม่ดี และเรื่องทุกเรื่อง
มักที่จะมีทางแก้เสมอ

การนำไปปรับใช้
ตัวอย่างให้หนังสือ ยิ้มรับคนไม่ดีเข้ามาในชีวิตและอย่าหวั่นไหวกับการกระทำของคนอื่น
ในหนังสือเขียนว่า
“ปัญหาส่วนใหญ่ก็เกิดจากคนนี่แหละ เจอคนแย่ๆอย่ายอมแพ้ แค่หาวิธีอยู่ร่วมกันให้ได้ก็พอ”

การนำไปปรับใช้คือ เราไม่ควรที่จะดูถูกคนอื่นไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงทุกคนก็มีสิทธิ์ในแบบของตนเอง
แค่สิ่งที่เราทำไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็พอ และมีความสุขกับสิ่ง ที่เราทำและพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นและควรภูมิใจใน
ตนเองมากๆ นอกจากจะไม่ดูถูกคนอื่นแล้ว สิ่งที่สำคัญเลย คือ อย่าดูถูกตัวเอง



ชื่อเรื่อง : เราเติบโตขึ้นในทุกวัน
ผู้แต่ง : คิดมาก

โครงเรื่ อง
กว่าที่เราจะเติบโตมาเป็นเราอย่างทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นโดยไร้เหตุผลแน่นอน
บางคนบอกว่า ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งคิดถึงอดีตบ่อยขึ้น แต่มองย้อนกลับไปในอดีต บางทีก็เหมือนเป็นการ
ต่อจิ๊กซอว์จะช่วยเติมเต็มภาพที่เรามองอยู่ในปั จจุบันให้สมบูรณ์ขึ้นได้และยิ่งเราเรียนรู้จากอดีตได้มาก
เท่าไหร่ เราก็ยิ่งรับมือกับอนาคตได้ดีมากเท่านั้น

คุณค่าด้านวรรรณศิลป์
ด้านภาษา
เป็นการใช้ระดับภาษาที่สุภาพและสละสลวยชัดเจน เข้าใจถึงแก่นเรื่องเป็นการเขียนถ่ายทอด
ความรู้สึกออกมาและเป็ นการสื่ อความหมายที่ไม่คลุมเครือเข้าใจง่ายทำให้ผู้อ่านเข้าใจในสิ่งที่นักเขียน
จะสื่อออกมาและยังใช้ภาษาถูกต้องตามหลักภาษาไทย

ด้านสังคม
โดยที่สังคมในปัจจุบัน คนบางคนอาจจะลืมไปแล้วว่ากว่าที่เราจะโตมาจนถึงปัจจุบันเราผ่านอะไร
มาบ้างแต่พอเราลองนึกย้อนกลับไปเราอาจจะมองเห็นข้อผิดพลาดบางอย่างที่เราได้ละเลยมันไป
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็ตาม รวมถึงเรื่องการที่“พ่อแม่”เลี้ยงดูเรามาจนถึงปัจจุบันว่า
ท่านผ่านอะไรมาบ้าง บางคนก็อาจจะละเลยในสิ่งนี้และไม่ได้ให้ความสำคัญกับท่านโดยที่เราจะเห็นได้
ทั่วไป“บนสะพานลอย” ยังมีผู้สูงอายุมานั่งขอทานอยู่เลย หนังสือเล่มนี้เป็นการบอกให้เราลองนึก
ว่าการที่เรามีความสุขในปั จจุบันเราผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะมีในทุกวันนี้

ข้อคิด
เราไม่ควรจะลืมสิ่งที่ต่างๆที่ผ่านมาทำให้เรามีทุกวันนี้เราไม่ควรลืมว่า“พ่อแม่”ท่านต้องทำงานหนักหรือ
พยายามทำทุกอย่างให้เรามีทุกวันนี้หรือเป็ นการใช้ชีวิตร่วมกับคนหมู่มากไม่ว่าจะเป็ นรุ่นพี่ในโรงเรียน
หรือเพื่อนร่วมชั้นเรียนและคุณครูหลายๆท่านที่คอยช่วยบอกช่วยสอนเราเสมอมาว่า กว่าเราจะทำงาน
หรือสิ่งๆหนึ่งมาได้ เราก็ได้ขอคำปรึกษาเสมอมาทำให้เราผ่านปัญหาเหล่านั้นมาอย่างมีความสุขและไม่ว่า
อย่างไรก็ตามเราต้องใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกๆวันไม่เครียดมากจนเกินไป

การนำไปปรับใช้
ตัวอย่างจากในหนังสือ เราเติบโตขึ้นมาในทุกๆวันเราผ่านอะไรมาบ้าง?
ในหนังสือเขียนว่า พอมาลองนึกย้อนดูก็พบว่าแต่ละช่วงเวลาจะมีเรื่องหรือปัญหา ซึ่งในตอนนั้นเรารู้สึกว่า
มัน“ยาก” เป็นเรื่องใหญ่ บางเรื่องก็อาจถึงขั้นนึกไม่ออกว่าจะผ่านมันไปได้ยังไงเลยด้วยซ้ำ

การนำไปปรับใช้ เราไม่ควรที่จะลืมสิ่งต่างๆที่ผ่านมาอาจจะเอาสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตให้เรามาลองมอง
เทียบกับในปัจจุบันดูว่าตัวเราในอดีตกับตอนนี้ต่างกันอย่างไร? และเราได้รับคำปรึกษาหรือคำแนะนำ
อะไรต่างๆกับผู้ใหญ่มา และนำสิ่งที่เราได้เรียนรู้มานั้นมาเล่าต่อหรือบอกสอนน้ องเราต่อไปและเราควรรัก
และกตัญญูกับ“พ่อแม่”หรือคนอื่นๆที่มีบุญคุณกับเราและในตอนที่ท่านเดือดร้อนเราก็ควรยื่นมือไปช่วย
เหลือในสิ่งที่เราทำได้และเราก็ควรมีความสุขกับการใช้ชีวิตให้มากๆ





บรรณ
านุกรม



คิดมาก. (2563). โตขึ้นมาเป็นความสุข (พิมพ์ครั้งที่6). กรุงเทพฯ : Springbooks.

คิดมาก. (2564). เราเติบโตขึ้นในทุกๆวัน. กรุงเทพฯ : Springbooks.

Dancing Snail.(2564). ไม่ได้ขี้เกียจ แค่กำลังชาร์จพลัง [I’m Not Lazy. I’m on Energy Saving Mode]
(ตรองสิริ ทองคำใส,ผู้แปล). กรุงเทพฯ : Springbooks.

Jeong Moon Jeong.(2562).ยิ้มรับคนไม่ดีเข้ามาในชีวิต [How to Deal with Rude People with a Smile]
(ตรองสิริ ทองคำใส,ผู้แปล).ส กรุงเทพฯ : Spring books.


Click to View FlipBook Version