E-BOOK
บทที่ 11 การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
(Photosynthesis)
จดั ทาํ โดย
นางสาว สิริประภา พงษพ์ ลู
ชน้ั มธั ยมศึกษาปี ที่ 5/8 เลขท3่ี 8
เสนอ
อาจารย์ นชิ าภา พฒั นว์ ิชยั โชติ
carbon fixation
(การตรงึ คารบอน)
เปน กระบวนการทพ่ี ืชนําพลงั งานเคมีท่ไี ดจ าก
ปฏิกิรยิ าแสงในรปู ATP และ NADPH มาใช
ในการสรางสารอนิ ทรยี คารบ อนไดออกไซด
จะถกู รดี วิ สเ ปนนา้ํ ตาลไตรโอสฟอสเฟตใน
Calvin Cycle เกิดขนึ้ ในสโตรมาของคลอโรพ
ลาสต
cyclic electron transfer
(การถายทอดอเิ ลก็ ตรอน
แบบเปน วัฏจกั ร)
เปนการถายทอดอเิ ล็กตรอนในระบบ
แสง I เพียงระบบเดยี ว
มกี ารถา ยทอดอเิ ล็กตรอนจาก P700 ไป
ยงั Ferridoxin, Cytochrome Complex,
Plastocyanin และ PSI
มีการสราง ATP ผานทาง Cytochrome
Complex
non-cyclic electron
transfer (การถา ยทอด
อเิ ลก็ ตรอนแบบไมเปน วัฏจกั ร)
เปน การถา ยทอดผานทง้ั ระบบแสง I และ
ระบบแสง II
มกี ารแตกตัวของน้ํา
สารสีใน PSI และ PSII ไดร ับการกระตนุ
จากพลงั งานแสงพรอ มกนั P700 ในระบบ
แสง I จะถา ยทอดอิเลก็ ตรอน
ใหก ับ Ferridoxin และสงไปยัง NADP+ ทํา
ให P700 ขาดอเิ ล็กตรอนซ่ึงไดรับทดแทน
จาก Plastocyanin
chlorophyll
(คลอโรฟลล)
เปนสารประกอบอินทรียท ่พี บไดทวั่ ไปใน
ทุกสวนท่ีเปนสเี ขยี วของพืช มกั พบมากในใบ
และในสวนอื่นๆ เชน ลาํ ตน กิ่ง ดอก ผล
และรากท่ีมสี ีเขียว
electromagnetic wave
(คลน่ื แมเ หล็กไฟฟา )
เกดิ จากการรบกวนทางแมเหลก็ ไฟฟา
(Electromagnetic disturbance) โดยการทาํ ให
สนามไฟฟาหรือสนามแมเ หลก็ มีการเปลย่ี นแปลง เมอ่ื
สนามไฟฟา มกี ารเปล่ียนแปลงจะเหนย่ี วนําใหเ กิด
สนามแมเ หล็ก หรอื ถาสนามแมเหล็กมกี าร
เปลี่ยนแปลงก็จะเหน่ียวนาํ ใหเ กิดสนามไฟฟา คลืน่
แมเ หลก็ ไฟฟาเปนคลืน่ ตามขวาง
carotene
(แคโรทนี )
เปน สารเคมีทีพ่ บมากในผักผลไมท่มี สี แี ดง
สม เหลอื ง และเขียว
carotenoid
(แคโรทนี อยด)
เปน สารประกอบอนิ ทรียส ีเหลอื ง สม และ
แดงท่ผี ลิตโดยพืชและสาหรา ย รวมถึง
แบคทเี รยี เหด็ รา และสตั วบ างชนิด
xanthophyll
(แซนโทฟลล)
เปนรงควัตถุสเี หลอื งทพ่ี บในธรรมชาติ เปน
หนึ่งในสารกลุมแคโรทนี อยด มีสตู รเคมีคือ
C40H56O2
light reaction
(ปฏกิ ิริยาแสง)
เปนปฏิกิรยิ าทพ่ี ชื รับพลังงานแสงมาใชสรา ง
สารอนิ ทรยี พ ลังงานสงู 2 ชนดิ
คอื ATP และ NADPH โดยใชนาํ้ เขารว ม
ปฏกิ ริ ยิ าและไดก าซออกซเิ จนเปน ผลติ ผลพลอย
ได
limiting factor
(ปจจยั จาํ กัด)
ปจ จยั ทมี่ ีผลในการจํากัดการเจรญิ เติบโต การ
แพรพ นั ธุ หรอื การกระจายของส่งิ มีชีวติ ใน
ระบบนเิ วศ Limiting factors. ปจจยั จาํ กดั ใน
ระบบนิเวศของสง่ิ มชี ีวิตนั้นแบง ออกไดเ ปน
สองประเภทเพ่อื ควบคมุ ปริมาณของสง่ิ มชี ีวติ
ใหระบบนิเวศคงอยูในสภาวะสมดลุ
photon
(โฟตอน)
อนุภาคไมม ีมวลซง่ึ ประกอบดวยควอนตัม
ของแสงหรอื คลื่นแมเ หล็กไฟฟา หรือโฟ
ตอน
Regeneration
(รเี จเนอเรชนั )
เปน ข้ันตอนทจ่ี ะสรางโมเลกลุ RuBP ขึน้ มาอกี
คร้ังหนงึ่ เพอ่ื วนกลับไปเปนตวั รบั CO2 ใน
รอบตอไป ในขน้ั ตอนนีต้ องอาศัยพลังงานจาก
ATP ซง่ึ ไดจากปฏิกิรยิ าแสง
reaction center
ศูนยก ลางปฏกิ ริ ยิ า
เปนข้นั ตอนท่ี 3-phosphoglycerate ถกู
reduced เกดิ เปน glyceraldehyde-3-
phosphate ซ่ึงเปน สารประเภทน้ําตาล
ข้นั ตอนน้ีจะมีการใชสารพลังงานสงู ทไ่ี ดจาก
ปฏกิ ริ ยิ าแสง คือ ATP และ NADPH
reduction
(รดี ักชัน)
เปนข้ันตอนที่ 3-phosphoglycerate ถูก
reduced เกิดเปน glyceraldehyde-3-
phosphate ซึ่งเปน สารประเภทน้ําตาล
ขน้ั ตอนนี้จะมีการใชส ารพลังงานสงู ทไ่ี ดจาก
ปฏิกริ ยิ าแสง คอื ATP และ NADPH
excited state
(สถานะกระตุน)
อะตอมทไี่ ดรับพลงั งานเพม่ิ ขน้ึ ทาํ ให
อเิ ลก็ ตรอนถกู กระตนุ ใหอ ยูในระดับพลงั งาน
สูงขน้ึ ทีส่ ถานะกระตนุ อะตอมจะไม
เสถียร เนือ่ งจากมพี ลังงานสูง
ground state
(สถานะพนื้ )
สถานะปกตขิ องออะตอมซง่ึ จะมีพลงั งานระดบั
ตํ่า สดุ คาหนงึ่ โดยปกติ
อิเลก็ ตรอนจะอยูในระดับ พลังงานต่ําสุดคานี้
จนกวา จะไดรบ พลงั งานจากภายนอกมากพอจงึ
จะขึ้นไปอยูในระดบั
พลังงานท่สี ูงกวา
visible light
(แสงทตี่ ามนษุ ยม องเหน็ ได)
สารมีสที ี่อยใู นเซลพืชหรือสตั ว เชน คอลโรฟล
เปน รงควตั ถุสีเขยี วซ่งึ ทําให ใบไมมีสีเขียว
pigment
(สารสี)
เปน ชว งหนง่ึ ของคลน่ื แมเ หล็กไฟฟาท่สี ามารถ
มองเหน็ ไดดวยดวงตาของมนุษย การแผรงั สี
คลื่นแมเหลก็ ไฟฟา ในชวงความยาวคล่ืนน้ี
บางคร้ังก็เรยี กวา "แสงท่ตี ามองเห็น" หรอื
"แสง" เฉยๆ
particle
(อนภุ าค)
นภุ าคเปนวตั ถุท่มี กี ารแปลขนาดเล็กซง่ึ
สามารถระบคุ ุณสมบัติทางกายภาพหรอื ทาง
เคมีไดหลายประการเชนปริมาตรความ
หนาแนน หรอื มวล
antenna
(แอนเทนนา)
โครงสรางของโปรตนี และกลุม ของสารสที ที่ ํา
หนา รบั สงพลังงาน