ลิลิตตะเลงพ่าย
พระนพิ นธ์ในสมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานชุ ิต
ชิโนรส เป็นวรรณคดีเฉลิมพระเกรยี รติสมเด็จพระนเรศวร
มหาราช โดยกลา่ วถงึ เหตุการณเ์ มื่อคร้งั ท่พี ระมหาอุปราชา
ของพม่ายกทพั มาเพื่อตกี รุงศรีอยุธยา แล้วสมเด็จพระ
นเรศวรมหาราชทรงกระทายทุ ธหัตถีกบั พระมหาอุปราชา
จนไดร้ บั ชัยชนะ
4
ตอนที่1
เริม่ บทกวี
กล่าวถึงพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตรยิ ์ เปน็ การยอพระเกียรติ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชว่าชนะราชศัตรู พระเกียรติยศ แผ่ไปทั่วแผ่นฟา้
แผ่นดิน กษัตรยิ ์ทุกทิศ ทุกประเทศต่างก็มาสวามิภักดิ ์ถวายบ้านเมือง ของตน
มาเปน็ เมืองข้นึ
ตอนท่ี 2 เหตุการณ์ทาง
เมอื งมอญ
กล่าวถึงพระเจ้ากรุงหงสาวดี กษัตรยิ ์พม่าขณะนั้น ทรงทราบข่าวว่า พระเจ้ากรุงหงสาวดีพระราชทานพรให้ได้ชยั ชนะ
พระมหาธรรมราชาสวรรคต ทรงคาดว่าพระราชโอรสทั้งคู่ คือ พระนเรศวร และพระราชทานพระบรมราโชวาท ๘ ประการ คือ
และพระเอกาทศรถจะต้องแย่งชิงราชสมบัติกัน เห็นเปน็ โอกาสดีที่จะยก
กองทัพมาตีไทย จึงมีรับส่ังให้พระมหาอุปราชานาํ ทัพมาตีกรุงศรอี ยธุ ยา ๑.มองสิ่งใดให้ลกึ ซ้งึ อย่าหู เบา
พระมหาอุปราชากราบทูลว่าโหรทํานายว่าพระองค์กําลังมีเคราะห์ถึง ๒. อย่าทําอะไรตามใจชอบ โดยไม่คิดถึงใจผู้อื่น
ฆาต พระเจ้านันทบุเรงก็ตรัสประชดว่า ถ้าพระมหาอุปราชาเกรงจะมี ๓. ให้เอาใจทหารให้มีกําลังใจฮึกเหิม กล้าหาญ
เคราะห์รา้ ย ก็ให้เอาเสื้อผ้าผู้หญิงมาสวมจะได้สิน้ เคราะห์ พระมหาอุปราชา ในการสู้รบเสมอ
ได้ฟงั คําเยาะเย้ยของพระราชบิดาว่าพระองค์ขลาด ดังสตรีเช่นน้ัน ก็ทรง
อับอายบรรดาอํามาตย์ข้าราชการทั้งหลาย ทั้งเกรงพระราชอาญา จึง ๔. อย่าไว้ใจคนขลาดและคนเขลา
เกิดขัตติยมานะรับอาสายกกองทัพมาตีไทย ๕. ควรรอบรูใ้ นการจัดกระบวนทัพทุกรูปแบบ
พระเจ้ากรุงหงสาวดีจึงประกาศเกณฑ์พลเมืองทั้งหลายมารวมกันท่ี ๖. รูห้ ลักพิชยั สงคราม การต้ังค่าย
กรุงหงสาวดี เมื่อกองทัพพรอ้ มแล้วจะเคล่อื นทัพในตอนเช้า คืนน้ันพระมหา ๗. รูจ้ ักปูนบําเหน็จความดีความชอบแก่แม่ทัพ
อุปราชาเสด็จไปลํ่าลาพระสนม แล้วเสด็จเข้าไปกราบทูลลาพระราชบิดา นายกองท่ีเก่งกล้าสามารถ
๘. มีความเพียรพยายามอย่าได้เกียจครา้ น
ตอนที่ 3 พระมหาอุปราชา
ยกทพั เข้าเมอื งกาญจนบรุ ี
พระมหาอุปราชายกกองทัพผ่านด่านเจดีย์สามองค์ ซ่งึ เปน็ เขตแดนระหว่างไทยกับ
พม่าฝ่ายเมืองกาญจนบุรีเมื่อได้ทราบข่าวศึก จึงให้อพยพผู้คนไปซุกซ่อนอยู่ในป่าคอยสืบ
ข่าวเหตุการณ์ฝา่ ยข้าศึก พระมหาอุปราชาให้เคล่อื นกองทัพมาทางลําน้ํากระเพิน ให้พระยา
จิตตองเปน็ แม่กองทําสะพานเรือกไม้ไผ่ข้ามลําน้ํา แล้วเดินทัพมาถึงตําบลพนมทวน
เกิดลมเวรัมภาพัดฉัตรหัก โหรทั้งหลายต่างรูว้ ่าเปน็ เหตุรา้ ย แต่ไม่กล้าทูลตามตรง ทูลแต่
สิ่งดี ๆ เพื่อกลบเกล่ือนพระมหาอุปราชาไม่เชอื่ คําทํานาย ทรงนกึ หวั่นวิตกว่าจะแพ้กองทัพ
ไทยทรง
ตอนท่ี 4 สมเด็จพระ
นเรศวรทรงปรารภ
เรือ่ งตเี มืองเขมร
สมเด็จพระนเรศวรมีพระราชดํารัสถามถึงทุกข์สุขของปวงชน ขุนนางก็กราบทูลให้ทรง
ทราบ พระองค์ทรงตัดสินคดีด้วยความยตุ ิธรรม ราษฎรก็อยู่ด้วยความรม่ เย็นเป็นสุข จากนั้นมี
พระราชดํารัสถึงการท่ีจะยกทัพไปตีเขมร โดยกําหนดวันที่จะยกทัพออกไป ส่วนทัพเรอื จะให้
เกณฑ์หัวเมืองปกั ษ์ใต้เพื่อยกไปตีเมืองพุทไธมาศและเมืองป่าสกั แล้วให้เข้าล้อมเมืองหลวงของ
เขมรไว้ พระองค์ทรงพระวิตกว่า พม่าจะยกกองทัพมา จึงได้ให้ผู้แทนพระองค์อยู่ปอ้ งกัน
บ้านเมืองรอพระองค์เสด็จกลับมา ทรงเห็นว่าพระยาจักรีเปน็ ผู้ท่ีเหมาะสมก็ทรงแต่งต้ังให้เป็น
ผู้รักษาบ้านเมือง แต่ทรงคาดคะเนว่าทัพพม่าพ่ึงจะแตกไปเมื่อต้นปี คงจะยังไม่ยกมาในปีนี้ หาก
มีก็เห็นจะเปน็ ปหี น้าขณะที่ทรงปรกึ ษากันอยู่นั้น ทูตเมืองกาญจนบุรีก็มาถึง และกราบทูล
เรื่องราวให้ทรงทราบ พระองค์กลับทรงยินดีที่ได้รับข่าวศึก จึงให้พระเอกาทศรถเข้าเฝา้ เพื่อแจ้ง
ข่าวให้ทราบ
ตอนท่ี 5 สมเด็จพระ
นเรศวรทรงเตรยี มการสู้
ศกึ มอญ
สมเด็จพระนเรศวรมีพระราชดํารัสว่า พระองค์เตรยี มทัพจะไปตีเขมรแต่ ศึกมอญกลับมาชงิ
ตัดหน้า จึงมีรับส่งั ให้ประกาศแก่เมืองราชบุรใี ห้เกณฑ์ทหารจํานวน 500 คน ไปซุ่มดูข้าศึกขณะกําลัง
ข้ามสะพานที่ลํากระเพิน ตัดสะพานให้ขาด จุดไฟเผาอย่าให้เหลอื แล้วให้หลบหนีกลับมาอย่าให้
ข้าศึกจับได้ พอรับส่งั เสรจ็ ทูตจากเมืองสิงห์ เมืองสรรค์ เมืองสุพรรณบุรี เข้าเฝา้ กราบบังคมทูลและ
ถวายสารให้ทรงทราบว่ากองทัพมอญลาดตระเวน เข้ามาถึงเขตเมืองวิเศษไชยชาญ สมเด็จพระ
นเรศวรโสมนัสท่ีจะได้ปราบข้าศึก ทั้งสองพระองค์ปรกึ ษาถึงกลศึกที่จะรับมือกับมอญ ขุนนางได้
ถวายคําแนะนําให้ออกไปรับข้าศึกนอกกรุงศรีอยธุ ยา ซ่งึ ตรงกลับพระดํารขิ องพระองค์ แล้วมีรับส่งั
ให้จัดทัพกําลังพลห้าหมื่น เกณฑ์จากหัวเมืองตรีและจัตวา จํานวน 23 หัวเมืองใต้ เปน็ ทัพหน้า ให้
พระยาศรีไสยณรงค์เป็นแม่ทัพ พระราชฤทธานนท์เป็นปลัดทัพ โดยให้กองหน้าออกไปต่อสู้ข้าศึก
หากสู้ไม่ได้พระองค์จะออกไปต่อสู้ในภายหลัง แม่ทัพรับพระบรมราชโองการแลว้ ก็ยกทพั ไปตงั้ อยตู่ ำบลหนองสำหรำ่ ย
โดยตงั้ คำ่ ยแบบพยหุ ไกรสร(สีหนำม)
ตอนที่ 6 พระนเรศวรทรง
ตรวจเตรยี มทัพ
สมเด็จพระนเรศวร ให้โหรหาฤกษ์ยามดีเพื่อเคล่อื นพลไปรบ หลวงญาณโยคโลกทีป โหรหลวง
ถวายคําพยากรณ์ทูลว่า พระองค์ได้จตุรงคโชค ให้เสด็จเคล่อื นทัพในวันอาทิตย์ข้นึ ๑๑ คํ่า เดือนย่ี เวลา
๘ นาฬิกา ๓๐ นาที เมื่อได้มงคลฤกษ์จึงเคล่ือนทัพ พระองค์ทรงสุบิน โหรทูลทํานายว่าพระสุบินครัง้ น้ี
เกิดเพราะเทวดาสงั หรณ์ให้ทราบเปน็ นัยว่าน้ําซ่งึ ไหลท่วมปา่ ทางทิศตะวันตกนั้นคือกองทัพพม่า ส่วน
จระเข้นั้นคือพระมหาอุปราชา การสงครามนี้ย่ิงใหญ่ ถึงขนาดต้องกระทํายทุ ธหัตถี และพระองค์จะเปน็
ฝ่ายได้รับชยั ชนะ ในระหว่างท่ีคอยพิชยั ฤกษ์อยู่ ทั้งสองพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระบรมสารรี กิ ธาตุ
เปล่ง รังสีโชติช่วงขนาดเท่าผลส้มเกล้ียง ลอยมาในท้องฟ้าทางทิศใต้ ลอยวนรอบกองทัพเป็น
ทักษิณาวรรต ๓ รอบ แล้วลอยผ่านไปทางทิศเหนือ ทั้งสองพระองค์กราบนมัสการพระบรมสารีรกิ ธาตุ
ด้วยความปลาบปล้มื ปติ ิยินดีย่ิง สมเด็จพระนเรศวรทรงช้างไชยานุภาพ ส่วนพระเอกาทศรถทรงช้าง
พลายปราบไตรจักร เสด็จเคล่อื นขบวนทัพ
ตอนที่ 7
พระมหาอปุ ราชาทรง
ปรกึ ษาการศกึ แลว้ ยก
ทพั เขา้ ปะทะหน้าของ
ไทย
ฝา่ ยกองตระเวนของมอญ ซ่งึ ได้รับคําส่งั ให้มาสืบข่าวดูกองทัพไทยซ่งึ จะออกมาต่อสู้ต้านทาน
จะได้นําข่าวมาพระมหาอุปราชา สมิงอะครา้ น สมิงเปอ่ สมิงซายม่วน พรอ้ มด้วยกองม้าจํานวน
500 คน ได้ไปพบกองทัพไทยต้ังค่ายรอรับอยู่ที่หนองสาหรา่ ยจึงรีบกลับไปทูลแด่องค์พระมหา
อุปราชา พระองค์ตรัสถามนายกองทั้งสามว่าประมาณกําลังพลฝ่ายไทยประมาณเท่าใด
ทัพไทยเคล่ือนออกจากหนองสาหรา่ ยถึงโคกเผาข้าวเวลาประมาณ 7 นาฬิกา ได้ปะทะกับทัพ
มอญ ทั้งสองฝา่ ยได้ต่อสู้กันด้วยอาวุธชนดิ เดียวกันเปน็ คู่ๆ ด้วยความสามารถ ต่างฝ่ายก็ล้ม
ตายเปน็ จํานวนมาก พวกท่ีเหลือก็ต่อสู้กันอย่างไม่เกรงกลัว กองทัพมอญที่ตามมามีมากข้นึ ตี
โอบล้อมกองทัพไทย ฝา่ ยไทยกําลังน้อยกว่า กระจายออกรับไม่ไหว จึงต้องถอยขณะนั้นสมเด็จ
พระนเรศวรและพระเอกาทศรถก็ทรงเตรียมกําลังทหารไว้อย่างพรอ้ มเพรยี งต้ังแต่ยงั ไม่
ตอนที่ 8
พระนเรศวรทรงปรึกษา
ยทุ ธวิธีเอาชนะขา้ ศกึ
ทัพหน้าไทยถอยไม่เปน็ กระบวน ในขณะท่ีพราหมณ์ได้ทําพิธีเบิกประตูปา่ และพิธีละว้าเซ่นไก่
หลวงมหาวิชยั ได้นําพระแสงดาบอาญาสิทธมิ์ าทําพิธีตัดไม้ข่มนาม สมเด็จพระนเรศวรทรงได้ยินเสียง
ปนื จึงมีบัญชาให้หมื่นทิพเสนาไปสืบข่าว หมื่นทิพเสนาได้กลับมาพรอ้ มกับขุนหมื่นมาเข้าเฝา้ สมเด็จ
พระนเรศวร และกราบทูลว่าทัพไทยได้สู้รบกับทัพมอญบรเิ วณตําบลโคกเผาข้าวตอน 7 นาฬิกาและได้
ถอยรน่ กองกําลังเข้ามาเนื่องจากข้าศึกมีจํานวนมากกว่า สมเด็จพระนเรศวรได้ปรกึ ษากับแม่ทัพ โดย
แม่ทัพทูลให้พระองค์ส่งกองทัพออกไปต้านทัพพม่า แต่พระองค์ทรงเห็นว่าจะเป็นการทําให้ทัพไทย
ต้องแตกพ่ายอีกครัง้ จึงได้ข้อสรุปว่าให้กองทัพที่แตกพ่ายนั้นถอยทัพเข้ามาเพื่อลวงให้ข้าศึกยกทัพ
ตามเข้ามา จากนั้นนํากองทัพใหญ่ออกโจมตีแทน ซ่งึ วิธีการนี้น่าจะได้รับชยั ชนะได้อย่างไม่ยากนัก
พระองค์จึงมีคําส่งั ให้หมื่นทิพเสนาและหมื่นราชามาตย์ไปบอกให้ทัพหน้ารับถอยทัพ ส่วนพม่าท่ีไม่รูใ้ น
อุบายครัง้ น้ีก็ได้รุกไล่เข้ามาตามที่ได้ทรงวางแผนไว้
ตอนที่9 ทัพหลวง
เคลอ่ื นพล ชา้ งทรงฯ
ฝ่าเขา้ กองทัพข้าศกึ
ข ณะท่ีกองทัพฝ่ายไทยกําลังรอฤกษ์ในการเคลื่อนทัพ ก็ได้ปรากฎเมฆลอยอยู่ในทิศตะวันตกเฉ่ียงเหนือ แต่
หลังจากนั้นท้องฟา้ ก็กลับเปน็ ปกติ มีแสงอาทิตย์ส่องลงมา ซ่งึ สิ่งเหล่านี้เปน็ นิมิตท่ีบ่งบอกถึงความโชคดี หลังจาก
นั้นสมเด็จพระเอกาทศรถและสมเด็จพระนเรศวรได้เคลื่อนย้ายกองทัพรูปเกล็ดนาคตามท่ีได้มีการกล่าวไว้ในตํารา
พิชยั สงคราม และได้เกิดการปะทะกับทัพของฝ่ายพม่า บังเอิญว่าพระเจ้าไชยานุภาพและเจ้าพระยาปราบไตรจักรได้ยิน
เสียงฆ้อง เสีลงกลอง เสียงปนื จึงได้วิ่งจนเจ้าไปใกล้กับกองหน้าของทัพข้าศึกทําให้มีเพียงกลางช้างและควาญช้าง
จํานวน 4 คนท่ีตามเสด็จได้ทัน โดยช้างทรงได้แทงช้างข้าศึกทําให้ทหารพม่าเสียชวี ิตไปมากมาย ทหารพม่าได้
พยายามยิงปนื แต่ไม่สามารถทําอันตรายช้างทรงได้ ซ่งึ ในการต่อสู้ครัง้ นั้นได้มีฝุ่นจํานวนมากทําให้วิสยั ทัศน์ไม่ดี
มองเห็นไม่สะดวก พระนเรศวรได้ตรัสแก่เหล่าเทวดาว่า ท่ีท่านเหล่านั้นได้ทําให้พระองค์มาประสูติเน่ืองจากได้หวังให้
พระองค์มาเปน็ กษัตรยิ ์และบํารุงพระพุทธศาสนาให้รุง่ เรอื ง แล้วเพราะอะไรท่านเหล่านั้นจึงไม่ทําให้ท้องฟ้าสว่าง
เพื่อให้เห็นข้าศึกได้ชดั หลังจากนั้นท้องฟา้ ก็เป็นปกติและพระองค์ทั้งสองทรงเห็นพระมหาอุปราชาถูกล้อมรอบด้วย
ทหาร ใต้ต้นข่อย จึงได้บังคับช้างเข้าไป ข้าศึกบางส่วนยิงปืนไฟเข้ามาแต่ก็ไม่ได้โดนพระวรกายแต่อย่างใด
ตอนที่ 10 ยุทธหัตถี และ
ชยั ชนะของไทย
สมเด็จพระนเรศวรทรงมีพระราชดํารัสทักทายพระมหาอุปราชาว่า ทรงเปน็ ใหญ่แห่งประเทศมอญ พระเกียรติยศเล่อื งลือไปไกลทั่ว
ทั้งสิบทิศ ไม่สมควรที่พระมหาอุปราชาจะประทับอยู่ใต้รม่ ไม้ พรอ้ มกับเชญิ มหาอุปราชา เสด็จมาทํายุทธหัตถี เพื่อแสดงเกียรติยศให้
ปรากฏ การทํายุทธหัตถีก็เปรยี บประดุจการเล่นท่ีรื่นเรงิ ของกษัตรยิ ์เพื่อให้ชมเล่นเปน็ ขวัญตาแก่มนุษย์จนถึงเมืองสวรรค์
สมเด็จพระนเรศวรได้ขอทูลเชญิ เทวดาและพรหมทั้งปวง มาประชุมเพื่อชมการยุทธหัตถี และขอทรงอวยพรให้ผู้ท่ีเชย่ี วชาญกว่าได้รับชยั
ชนะ
เม่ือพระมหาอุปราชาได้ทรงสดับก็เกิดขัตติยะมานะทรงรับคําท้าต่อสู้กัน จนถูกพระแสงของ้าวของสมเด็จพระนเรศวรฟนั พระอังสาขวา
ขาดสะพายแล่ง พระวรกายก็เอนซบสิ้นพระชนม์อยู่บนคอช้าง
ขณะน้ันควาญช้างของสมเด็จ พระนเรศวร คือ นายมหานุภาพก็ถูกปืนข้าศึกเสียชวี ิต ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถได้ทํายุทธหัตถีกับ มาง
จาชโร (พระพ่ีเล้ียงของพระมหาอุปราชา) พระเอกาทศรถได้ใช้พระแสงของ้าวฟนั ถูกมางจาชโรตายซบอยู่บนหลังพลายพัชเนียง
ชยั ชนะครัง้ น้ีเปน็ เพราะพระบรมเดชานุภาพของทั้งสองพระองค์ เพราะมีทหารตามเสด็จเพียงส่ีคน พระเกียรติยศจึงแผ่ไปไกล จากน้ัน
เมื่อกองทัพไทยติดตามมาทัน ต่างรีบเข้ามาช่วยรบ ฆ่าฟันทหาร พม่า มอญ ไทยใหญ่ ลาว เชยี งใหม่ ตายลงจํานวนมากเหลอื คณานับ ท่ี
เหลอื บุกปา่ ฝ่าดงหนีไป ทั้งนี้เป็นพระบรมเดชานุภาพของสมเด็จพระนเรศวร
ตอนท่ี 11 พระนเรศวร
ทรงสรา้ งสถปู และปูน
บาเหนจ็ ทหาร
สมเด็จพระนเรศวรมีรับส่งั ให้สรา้ งสถูปสวมทับที่พระองค์ทรงทํายทุ ธหัตถี ณ ตําบลตระพังตรุ เพื่อเป็น
การเฉลิมพระเกียรติสืบต่อไป จากนั้นโปรดให้เจ้าเมือง ไปแจ้งข่าวการแพ้สงครามและการสิ้นพระชนม์ของ
พระมหาอุปราชาแก่พระเจ้าหงสาวดี แล้วพระองค์ก็ยกทัพกลับกรุงศรีอยธุ ยา จากนั้นก็ทรงพระราชทานความดี
ความชอบแก่ พระยารามราฆพ ( กลางช้างของพระนเรศวร ) และ ขุนศรีคชคง ( ควาญช้างของพระเอกาทศรถ ) โดย
พระราชทานบําเหน็จ เครอ่ื งอุปโภค เงิน ทอง ทาส และเชลยให้แล้วก็พระราชทานบํานาญแก่บุตรภรรยาของ นาย
มหานุภาพ และ หมื่นภักดีศวร ที่เสียชวี ิตในสงครามให้สมกับความดีความชอบและความจงรักภักดี
ต่อมาทรงปรกึ ษาโทษแม่ทัพนายกองตามกฎอัยการศึกเมื่อข้าศึกเหยียบแดนถึงชานพระนคร เรือ่ งท่ีแม่
ทัพนายกองทั้งปวงกลับกลัวข้าศึกยิ่งกว่าพระอาญา ตามเสด็จไม่ทัน ปล่อยให้ทั้งสองพระองค์ทรงช้างพระท่ีน่ังฝา่
เข้าไปท่ามกลางข้าศึกตามลําพัง จนมีชยั ชนะลูกขุนเห็นว่าจะได้รับโทษถึงประหารชวี ิต แต่เนื่องจากใกล้วัน 15 คํ่า (
บัณรสี ) จึงทรงพระกรุณางดโทษไว้ก่อน ต่อวันหน่งึ คํ่า (ปาฏิบท) จึงให้ลงโทษประหาร
ตอนที่ 12 สมเดจ็ พระ
วนั รัตขอพระราชทาน
อภยั โทษ
สมเด็จพระวันรัตวัดป่าแก้ว กับพระราชาคณะ 25 รูปสองแผนก มาถวายพระพรและถามข่าวท่ีสมเด็จพระ
นเรศวรทรงมีชยั ชนะ เมื่อสมเด็จพระนเรศวรทรงเล่าจบ พระวันรัตกราบทูลว่าเมื่อพระองค์ทรงมีชยั ชนะ เหตุใดจึง
ลงโทษข้าราชบรภิ ารเหล่านั้น สมเด็จพระนเรศวรจึงตรัสต่อไปว่า แม่ทัพนายกองทั้งปวง เมื่อเห็นข้าศึกก็ตกใจกลัว
ย่ิงกว่ากลัวพระองค์ซ่งึ เปน็ เจ้านาย ไม่ตามเสด็จให้ทัน ปล่อยให้พระองค์สองพี่น้องเข้าสู้รบท่ามกลางข้าศึกจํานวน
มากจนมีชยั ชนะรอดพ้นความตาย ทั้งนี้เพราะคุณความดียิ่งใหญ่ที่ได้ทํานุบํารุงบ้านเมืองไว้คอยอุดหนุนพระบรมเด
ชานุภาพของพระองค์สองพี่น้อง ถ้าไม่ได้ความดีแต่เก่าแล้ว กรุงศรีอยธุ ยาจะต้องสิ้นอํานาจเสียแผ่นดินแก่
กรุงหงสาวดีเป็นการเสื่อมเสียเกียรติยศ จึงควรลงโทษตามพระอัยการศึกเพื่อมิให้คนอื่นเอาเย่ียงอย่างสืบไป
ตอนต่อไป
สมเด็จพระวันรัตจึงกราบทูลว่า เมื่อครัง้ สมเด็จพระสมั มาสมั พุทธเจ้า ( พระตรีโลกนาถ ) ทรงชนะพระยามาร
ลําพังพระองค์เองเช่นเดียวกับ สมเด็จพระนเรศวรและพระเอกาทศรถ พระเกียรติยศจึงเล่ืองลือกึกก้องไปทั่วทุก
แห่งหน หากมีทหารล้อมจํานวนมากแล้วเอาชนะได้ พระเกียรติยศก็ไม่ฟุ้งเฟื่องเพิ่มพูน และกษัตรยิ ์ทั้งหลายก็จะไม่
พากันออกพระนามเอิกเกรกิ กันเช่นนี้ ขอทั้งสองพระองค์ อย่าได้ทรงขุ่นแค้นพระทัย สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงฟงั
ก็ทรงเห็นด้วย พระวันรัตกราบทูลว่า แม่ทัพนายกองเหล่านี้มีความผิดรุนแรง ควรได้รับโทษทั้งโคตร แต่เคยได้รับ
ราชการสนองพระเดชพระคุณมาแต่ก่อน ขอให้ ทรงงดโทษประหารแม่ทัพนายกอง เพื่อจะได้เป็นกําลังส่งเสรมิ พระ
บรมเดชานุภาพ และเพิ่มพูนพระบารมีให้แผ่ไปทั่วบ้านเมือง สมเด็จพระนเรศวรทรงพระราชทานอภัยโทษตามคํา
ทูลของพระวันรัต แต่ทรงเห็นสมควรที่จะใช้ให้ไปตีเมืองตะนาวศรี ทวาย และ มะรดิ เป็นการชดเชยความผิดจึง
พระราชทานอภัยโทษแม่ทัพนายกอง และมีพระราชกําหนดให้ เจ้าพระยาคลังไปตีเมืองทวาย ให้เจ้าพระยาจักรีไปตี
เมือง มะรดิ และ ตะนาวศรี เป็นการไถ่โทษ ทรงมีพระราชดําริ ถึงศึกพม่า- มอญ ว่าคงจะลดลงถึงจะยกมาอีกคงไม่
น่ากลัว ควรจะได้ทะนุบํารุงหัวเมืองฝ่ายเหนือไว้ให้รุง่ เรอื งปรากฏเป็นเกียรติยศสืบต่อไปชว่ั กัลปาวสาน
สมาชกิ ในกลุ่ม
ชลธชิ า เลขท่ี 6 ชูเซนิ เลขที่ 8 ธดิ ารัตน์ เลขที่ 12
เมรสิ า เลขที่ 18 วรรณรัตน์ เลขท่ี 20
อุมาวดี เลขที่ 28
ขอบคุณค่ะ
Thank you
감사 해요
ありがとうございます
謝謝