ร า ย วิช า ชีว วิท ย า
ก ลุ่ ม ส า ร ะ ก า ร เ รี ย น รู้ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์
ร ะ ดั บ มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ที 5
โครงสรา้ งของดอก
และผล
โรงเรยี นเบญจมราชรงั สฤษฎิ๒ ผจู้ ดั ทํา นางสาว แพรวรงุ่ แก้วไพฑรู ย์
flowers
and
fruits
สารบญั
โครงสรา้ งของดอกไม้ 03
กลีบดอก 05
กลีบเลียง 06
เกสรเพศผู้ 07
เกสรเพศเมยี 08
ประเภทของดอก 09
โครงสรา้ งของผล 13
ลักษณะของผล 14
ประเภทของผล 15
โครงสรา้ งของ
"ดอก"
โครงสรา้ งของดอกไม้
ดอก Flower
ดอก เปนส่วนกําเนิดของพืชทีเจริญมาจาก
ตาดอก (Flower bud) ทีปลายยอด ปลาย
กิง ซอกใบ หรือข้างลําต้น
หน้าทีหลัก > การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศก่อ
เกิดพันธุ์ใหม่ ๆ เกิดความหลากหลายของ
สายพันธุ์พืช
ดอกไม้ประกอบด้วยส่วนต่างๆ 4 ส่วน โดยแต่ละส่วนจะเรียง
ตัวจากชันทีอยู่นอกสุดเข้าสู่ส่วนใน คือ กลีบเลียง กลีบดอก
เกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียตามลําดับ โดยส่วนประกอบทัง 4 นี
จะอยู่บนฐานรองดอก ซึงอยู่ปลายสุดของก้านชูดอกอีกทีหนึง
กลีบดอกและกลีบเลียง
กลีบดอก ( petal )
เปนส่วนทีอยู่ถัดจากกลีบเลียงเข้ามากลีบดอก
มักมีสีสันสวยงามเนืองจากมีรงควัตถุ เช่น แอ
นโทไซยานินละลายอยู่ใน sap vacuole ทําให้
เกิดสีแดง สีนาํ เงิน ม่วง นอกจากนียังมีสาร
แอนโทแซนทิน ละลายอยู่ด้วยทําให้เกิดสีต่างๆ
ได้หลายสี ในดอกไม้สีขาว เนืองจากในแซพแว
คิวโอล ไม่มีรงควัตถุชนิดใดบรรจุอยู่ หรือมีแอ
นโทแซนทินก็ได้ สารสีเหลืองหรือสีแดงเกิด
จากรงควัตถุชนิด แคโรทีนอยด์ กลีบดอกบาง
ชนิดสามารถเปลียนสีได้ เช่นดอกพุ ดตาน บาง
ชนิดมีกลินหอมเนืองจากมีต่อมกลินอยู่ด้วย
และทีโคนกลีบดอกมักมีต่อมนาํ หวาน ช่วยใน
การล่อแมลง วงกลีบดอกเรียกว่า คอโรลา (
corolla ) ถ้าหากกลีบเลียงและกลีบดอก
เหมือนกันจนแยกไม่ออกจะเรียกรวมกันว่า วง
กลีบรวม ( perianth ) ได้แก่ จาํ ป จาํ ปา บัว
หลวง ทิวลิป เปนต้น
กลีบเลียง ( Sepal )
เปนส่วนของดอกทีอยู่นอกสุด มีสีเขียว เหมือน
ใบ และทําหน้าทีสังเคราะห์ด้วยแสงได้ กลีบเลียง
ทําหน้าทีห่อหุ้ม และปองกันอันตรายให้แก่ส่วน
ของดอกทีอยู่ภายใน เมือดอกบานแล้วส่วนของ
กลีบเลียงอาจหมดหน้าทีแล้วหลุดร่วงไป วงของ
กลีบเลียงเรียกว่า แคลิกซ์ ( calyx )
กลีบเลียงทีไม่ใช่สีเขียวและทําหน้าทีล่อแมลงให้
มาผสมเกสรได้ เช่นเดียวกับกลีบดอก ใต้กลีบ
เลียงมีกลีบสีเขียวขนาดเล็กเรียงตัวเปนวงอยู่
ด้วย เรียกว่า ริวประดับ ( epicalyx) เช่น ใน
ดอกชบา และพู่ระหง
เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย
เกสรเพศผู้
เกสรเพศผู้ (Stamen) โดยรวมเรียกว่า วงเกสรเพศผู้
(androecium) ทีอยู่ถัดจากวงกลีบดอก เกสรเพศผู้ประกอบ
ด้วยอับเรณู (anther) ภายในมีเรณู (pollen) ทีสร้างเซลล์
สืบพันธุ์เพศผู้ และก้านเกสรเพศผู้ (filament) ทําหน้าทีชูอับ
เรณู
การติดของก้านเกสรเพศผู้ (anther attachment)
ติดทีฐาน (basifixed, innate) ส่วนปลายของก้านเกสร
เพศผู้ติดทีฐานของอับเรณู
ติดทีด้านหลัง (dorsifixed) ส่วนปลายของก้านเกสรเพศ
ผู้ติดตรงกลางด้านหลังของอับเรณู
เชือมติด (adnate) ก้านเกสรเพศผู้เชือมติดกับอับเรณู
โดยเชือมจากฐานอับเรณูไปตามความยาวของอับเรณู
เช่น เกสรเพศผู้ของบัวสาย
ติดกลาง (versatile) ส่วนปลายสุดของก้านเกสรเพศผู้
ติดตรงบริเวณกลางของอับเรณู และอับเรณูหมุนได้รอบ
ทิศ
การแตกของอับเรณู (anther dehiscence)
ติดทีฐาน ติดทีหลัง เชอื มติด
basifixed innate Dorsifixed adnate
ติดกลาง แตกตามยาว แตกตามชอ่ ง
versatile longitudinal dehiscence poricidal dehiscence
แตกตามขวาง แตกแบบมลี ินเปด-ปด
transverse dehiscence valvular dehiscence
เกสรเพศเมยี Pistil
1 Simple Pistil เกสรเดียว
>มี Carpel เพียงอันเดียว
2.Compound pistil เกสรประกอบ
>มี Carpal มารวมกัน
แยกอิสระ เชอื มติดกัน
Apocarpous pitill Syncarpous pitill
การติดของ Ovule กับผนังไข่
Placentation Types
พลาเซนตาแนวเดียว พลาเซนตารอบแกนรว่ น พลาเซนตาตามแนวตะเขบ็
(marginal placentation) (axile placentation) (parietal placentation)
พลาเซนตารอบแกน พลาเซนตาทัวผนงั พลาเซนตาทีฐาน พลาเซนตาที
(basal (apical
(free-central placentation) (laminar placentation)
placentation) placentation)
โครงสรา้ งของดอก
ดอกชอ่ (Inflorescence Flower)
คือ ดอกหลาย ๆ ดอกทีอยู่บนก้านดอกเดียวกัน เช่น ดอกผกา
กรอง ดอกหางนกยูง ดอกช่อเปนกลุ่มของดอกทีอยู่บนก้านช่อ
ดอก (Peduncle) เดียวกัน เรียกว่า ช่อดอก (Inflorescence)
แต่ละดอกในช่อดอกนีเรียกว่า ดอกย่อย (Floret) ซึงอาจมีก้าน
ดอกของตัวเองเรียกว่า เพดิเซล (Pedicel) ช่อดอกของพืช
แต่ละชนิดรูปร่างลักษณะแตกต่างกัน นักพฤกษศาสตร์ได้
จาํ แนกช่อดอกออกเปน 2 พวก ใหญ่ ๆ
1.ชอ่ ดอกทีมดี อกเกิดตามแกนกลาง ชอ่ ดอกนเี จรญิ ออกไปไดเ้ รอื ย ๆ ทําให้
ชอ่ ดอกยาวขนึ ดอกทีเกิดก่อนอยูด่ า้ นล่างจะบานก่อน เชน่ ดอกหอม ดอก
หางนกยูง ดอกคะนา้ เปนต้น
หางนกยูง ดอกหแอม
2.ชอ่ ดอกทีดอกยอ่ ยแตกออกจากแกนกลางหรอื ไมแ่ ตกออกจากแกนกลาง
ก็ได้ ลักษณะทีสาํ คัญคือ ดอกยอ่ ยทีอยูบ่ นสดุ จะแก่หรอื บานก่อนดอกยอ่ ย
อืน ๆ ทีอยูถ่ ัดออกมาดา้ นขา้ ง เชน่ ดอกหนา้ ววั ดอกมะพรา้ ว ดอกยอ
เปนต้น
ดอกยอ ดอกหนา้ ววั
ดอกเดียว (Solitary Flower)
คือ ดอกไม้ทีมีดอกอยู่เพียงดอกเดียวบนก้านชูดอก
เพียงก้านเดียว เช่น ดอกมะเขือ ดอกชบา ดอกฝรัง
ดอกกุหลาบ ดอกบัว ดอกฟกทอง เปนต้น
ดอกฝรงั
ดอกฟกทอง
ดอกรวม (Composite Flower)
เปนดอกช่อชนิดหนึง (แบบเฮด) ซึงจะประกอบด้วยดอกย่อย
เล็กๆ จาํ นวนมากรวมอยู่บนฐานรองดอก มีก้านชูดอกอัน
เดียวกันมองดูคล้ายดอกเดียว เช่น ดอกบานชืน เปนต้น
ดอกบานชนื
โครงสรา้ งของ
"ผล"
โครงสรา้ งของผล
ลักษณะของผล
เมือรังไข่เปลียนแปลงกลายเปนผล ผนังรังไข่จะเปลียนเปนเพริ
คาร์ป (pericarp) ห่อหุ้มเมล็ดอยู่ภายใน เพริคาร์ปของผล
แต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างกัน ประกอบด้วยเนือเยือ 3 ชัน
ได้แก่
เอกโซคาร์ป (exocarp) เปนชันนอกสุดของผลทีมักเรียก
ว่าเปลือก โดยทัวไปประกอบด้วยเนือเยือเอพิเดอร์มิสเพียง
ชันเดียว แต่ก็มีผลบางชนิดทีเอกโซคาร์ประกอบด้วย
เนือเยือหลายชันและอาจมีปากใบด้วย เอกโซคาร์ปของพืช
แต่ละชนิดจะมีลักษณะแตกต่างกันไป เช่น เรียบเหนียว เปน
มัน ขรุขระ อาจมีหนาม มีขนหรือต่อมนาํ มัน
มีโซคาร์ป (mesocarp) เปนชันกลางถัดจากเอกโซคาร์ป
เข้ามา ผลบางชนิดนันมีโซคาร์ปหนา บางชนิดบางมาก มีโซ
คาร์ปของผลบางชนิดเปนเนืออ่อนนุ่มใช้รับประทานได้
เอนโดคาร์ป (endocarp) เปนชันในสุดของเพริคาร์ป
ประกอบด้วยเนือเยือทีมีความหนาชันเดียวหรือหลายชันจน
มีลักษณะหนามาก บางชนิดเปนเนือนุ่มใช้รับประทานได้
ผลเดียว Simple Fruit
1. ผลเดียว ( Simple fruits ) เปนผลทีเกิด
จากดอกเพียงดอกเดียว ดอกอาจจะอยู่เดียวๆ
หรืออยู่เปนดอกช่อ
ตั ว อ ย่ า ง ผ ล เ ดี ย ว ที เ กิ ด จ า ก ด อ ก เ พี ย ง ด อ ก เ ดี ย ว
คือ ตําลึง มะเขือ แตงกวา สัม ฟกทอง
ตัวอย่างผลเดียวทีเกิดจากดอกช่อ เช่น ชมพู่
มะม่วง มะกอก มะปราง มะนาว
ลักษณะเด่นของผลเดียว คือ จะมีรังไข่เพียง 1
อัน ใน 1 ดอก ซึงจะเปนดอกเดียวหรือดอกช่อ
ก็ได้ สาํ หรับดอกช่อรังไข่ของแต่ละดอกต้องไม่มี
การหลอมรวมกัน
ดอกเดยี ว ดอกชอ่
ผลรวม ( Multiple fruits )
คือผลทีเกิดจากรังไข่ ของดอกแต่ละดอกของ
ดอกช่อซึงเชือมรวมกันแน่น รังไข่เหล่านีจะกลาย
เปนผลย่อย ๆ เชือมรวมกันแน่นจนคล้ายเปนผล
เดียวโดยลักษณะของดอกทีจะกลายเปนผลรวมนัน
จะเปนดอกช่อทีมีรังไข่ของดอกย่อย แต่ละดอกมา
เชือมรวมกัน ได้แก่ ผลสับปะรด ขนุน สาเก ยอ
หม่อน มะเดือ เปนต้น
ขนนุ มะเดอื
หมอ่ น สบั ปะรด
ผลกล่มุ ( Aggregate fruits )
เปนผลทีเกิดจากกลุ่มของรังไข่ทีอยู่ภายในดอก
เดียวกัน และอยู่บนฐานรองดอกเดียวกัน
โดยทีรังไข่แต่ละอันจะเปน ผลย่อยหนึงผลแต่
เมือผลเหล่านันอยู่อัดกันแน่น ทําให้ดูคล้ายเปน
ผลเดียว เช่น ลูกหวาย น้อยหน่า สตรอเบอรี
แต่ผลบางชนิดก็อยู่กันอย่างไม่อัดแน่น เห็น
แยกออกเปนผลเล็ก ๆ เช่น นมแมว การเวก
กระดังงา ลักษณะสาํ คัญของดอกทีจะกลายเปน
ผลกลุ่ม คือ ใน 1 ดอกของดอกเดียวมีรังไข่อยู่
หลายอัน
ซึงอาจจะเชือมรวมกันหรือไม่เชือมรวมกันก็ได้
สตอเบอรี ลกู หวาย
ลกู การเวก ลกู นมแมว