27
แผนผงั ความคดิ ศกึ ษาเรื่อง วงจรรักษาระดบั แรงดันใหค้ งที่โดยใช้ ไอซี
โดยบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
พอประมาณ ภูมิคุ้มกัน
3. เลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ สอดคล้องกับ 4. เห็นความสำคญั ในการทำงานร่วมกบั ผ้อู ืน่
งานและใชค้ ้มุ คา่ ประหยดั และคำนึงถึง
ความปลอดภยั คณุ ธรรม
มเี หตผุ ล 5. ทำงานด้วยความสามคั คมี ี
น้ำใจ มีวินยั มีความรบั ผิดชอบ
2.ตรวจสอบวงจรรกั ษาระดับ และด้วยความซ่ือสตั ย์
แรงดันคงท่ีดว้ ยไอซไี ด้ 6. ตระหนักคณุ ภาพของงาน
มคี วามประณตี รอบคอบ
บทที่ 4 ปลอดภัย
1. ความร/ู้ ทกั ษะ
-วงจรรักษาระดับแรงดันให้คงที่ด้วยไอซี 3ขาแบบแรงดันเอาตพ์ ุต
คงที่ บวก ลบ
-วงจรรกั ษาระดับแรงดันใหค้ งท่ีด้วยไอซี แบบปรับค่าได้
-วงจรรกั ษาระดบั แรงดนั ใหค้ งท่ีด้วยไอซี หลายขา
สังคม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม สิ่งแวดล้อม
1,6 2-3 5 4
ครูธญั ลักษณ์ หมีโชติ
28
แผนการจัดการเรยี นรู้
ชือ่ วชิ า อิเล็กทรอนกิ ส์กำลังเบอื้ งต้น รหสั วชิ า 20104-2103
บทที่ 4 วงจรรักษาแรงดนั ให้คงท่ีโดยใช้ไอซี
สอนคร้งั ที่ 7-8 ชั่วโมงท่ี 25-32 เวลา 8 ช่วั โมง
สาระสำคญั
ในปัจจบุ ันวงจรแหลง่ จ่ายไฟตรง ที่มใี ชก้ ันอยมู่ ักจะใช้วงจรรกั ษาระดับแรงดนั ดว้ ยไอซี (Integrated
Circuit, IC) เนื่องจาก ออกแบบงา่ ย ราคาถูก ขนาดเล็ก เปน็ การประหยดั พ้ืนที่ใช้งาน ท่สี ำคัญราคาไม่แพง
วงจรรกั ษาระดับแรงดันโดยใช้ ไอซี ก็จะแบ่งย่อยออกเปน็ วงจรรกั ษาระดบั แรงดนั ด้วยไอซี 3 ขา แบบ
แรงดนั คงที่เอาต์พุต เปน็ บวกและลบ วงจรรกั ษาระดับแรงดันดว้ ยไอซี 3 ขาแบบปรับค่าได้ และวงจร
รักษาระดับแรงดนั ด้วยไอซี หลายขา
วงจรรักษาระดับแรงดันดว้ ยไอซี จะต่ออยู่ระหวา่ งแหลง่ จ่ายไฟตรงไม่คงค่ากับโหลด มหี นา้ ท่ที ำให้
ไฟตรงทค่ี งค่า แลว้ จ่ายใหก้ ับโหลด
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
จดุ ประสงคท์ ัว่ ไป
มีความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกับวงจรรักษาระดับแรงดนั ใหค้ งที่โดยใช้ ไอซี
จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. อธิบายหลักการทำงานวงจรรักษาระดับแรงดันด้วยไอซี 3 ขา แบบแรงดันเอาต์พุตคงที่ บวก ลบ
ได้ถูกตอ้ ง
2. อธบิ ายหลกั การทำงานวงจรรกั ษาระดบั แรงดนั ด้วยไอซี 3 ขาแบบปรบั ค่าได้ได้ถูกต้อง
3. อธิบายหลักการทำงาน วงจรรักษาระดับแรงดนั ดว้ ยไอซี หลายขา ไดถ้ ูกตอ้ ง
4. ยกตวั อยา่ งวงจรใช้งานวงจรรกั ษาใหค้ งทโ่ี ดยใช้ ไอซีไดถ้ ูกตอ้ ง
5. มกี จิ นิสยั ในการทำงานด้วยความรอบคอบ ประณตี และปลอดภัย
สมรรถนะรายหนว่ ย
1. สามารถบอกลกั ษณะสมบัติและรูปแบบวงจรวงจรรกั ษาระดับแรงดันให้คงทโี่ ดยใช้ ไอซีได้
2.
หัวข้อการเรยี นรู้
1. วงจรรกั ษาระดบั แรงดนั ด้วยไอซี 3 ขา แบบแรงดันเอาต์พตุ คงท่ี บวก ลบ
2. วงจรรักษาระดบั แรงดันดว้ ยไอซี 3 ขาแบบปรับค่าได้
3. วงจรรกั ษาระดับแรงดนั ด้วยไอซี หลายขา
4. ตัวอย่างวงจรใชง้ านวงจรรักษาระดับแรงดันโดยใช้ ไอซี
ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ
29
กิจกรรมการเรียนรู้ (สัปดาห์ท่ี 7-8) กจิ กรรมนักเรียน
ขั้นสนใจปญั หา
กจิ กรรมครู 1. นักเรียนจดบันทกึ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ขน้ั ศกึ ษาขอ้ มูล
ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรียน 2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน
1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียน 3. นักเรยี นฟังครบู รรยายและจดบนั ทึก
4. นักเรยี นศกึ ษาหนว่ ยการเรียนที่ได้รับ
ขั้นสอนทฤษฎี มอบหมาย
2. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน 5. นกั เรยี นตอบคำถาม
3. ครูบรรยายเนอ้ื หาประกอบแผ่นใส/ power
point ขนั้ ศกึ ษาข้อมลู
4. ครใู ห้นกั เรยี นศึกษาเนื้อหาการเรยี นรูใ้ นหนังสอื 6. นักเรยี นศกึ ษาใบงานการทดลองประจำ
เรยี น หน่วยการเรียนรู้
5. ซกั ถามนักเรยี นเกย่ี วกับเนื้อหาทเ่ี รียน 7. นักเรียนจดั เตรียมเคร่ืองมือและอปุ กรณ์
ข้ันสอนปฏิบัติ ขั้นพยายามและข้ันสำเร็จผล
6. ครใู ห้นกั เรียนศึกษาใบงานการทดลอง 8. นกั เรยี นช่วยกันสรุปเน้ือหาทีเ่ รยี นและจด
7. ครใู หน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ จดั เตรยี มเครือ่ งมือและ บันทกึ
อปุ กรณ์ตามใบงานการทดลอง 9. นักเรียนปฏิบัติตามใบงานการทดลอง
8. ครูสงั เกตการปฏิบตั ิงานและคอยใหค้ ำแนะนำ ประจำหน่วยการเรียนรู้ เม่ือพบปญั หาให้
อยา่ งใกล้ชดิ สอบถามครูผ้สู อน
10. นักเรียนส่งผลการปฏบิ ตั ิงานให้ครตู รวจ
ข้ันสรุป 11.นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน
9. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปผลการเรียนรู้ 12. นกั เรยี นชว่ ยกันสรปุ เน้ือหาและจดบนั ทึก
10. ครใู ห้นักเรียนปฏิบัตติ ามใบงานการทดลอง ประกอบด้วยสาระเกย่ี วกบั เรื่องท่ีเรยี น
ประจำหน่วยการเรียนรู้ 13. นกั เรียนจดบันทึกนโยบายสถานศกึ ษา
11. ครคู อยสงั เกตลำดบั ขน้ั ตอนการทำงานและให้ 3 D พรอ้ มกบั อภิปรายแนวทางนำไปปฏบิ ัติ
คำแนะนำเม่ือพบนักเรยี นปฏิบัตไิ ม่ถูกต้อง ใชใ้ นชวี ิตประจำวันและในรายวชิ าท่เี รยี น
12. ครูใหน้ กั เรียนทป่ี ฏบิ ัติงานเสร็จแล้วสง่ ตรวจที่ 14. นกั เรียนรบั ฟงั และจดบนั ทึกหลักปรชั ญา
โต๊ะตรวจงานเพื่อขอคำแนะนำและและประเมนิ ผล ของเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีความรบั ผิดชอบ
13. ทำแบบทดสอบหลังเรยี น และพยายามสืบค้นข้อมูลและปฏบิ ัติงานให้
14. ครูแจง้ นโยบายสถานศึกษา 3D ของกระทรวง สำเร็จอย่างมีเหตุผล
ศกึ ษา ซึ่งเปน็ กจิ กรรมท่ีมุง่ ส่งเสรมิ พฒั นาผเู้ รยี นให้มี 15. นกั เรยี นชว่ ยกนั ทำความสะอาดเครอื่ งมือ
คุณลกั ษณะทด่ี ีงาม 3 ด้าน คือ 1. ด้าน อปุ กรณ์ จดั ห้องเรยี นให้เรียบรอ้ ย
ประชาธปิ ไตย (Democracy) 2. ดา้ นคุณธรรม
จรยิ ธรรม และความเปน็ ไทย (Decency) 3. ดา้ น
ภมู ิค้มุ กนั จากยาเสพติด (Drug – Free)
15. ครอู ธบิ ายหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพือ่ บูรณาการเขา้ กับกจิ กรรมการเรียนการสอน
ประกอบดว้ ย 1. ความพอประมาณ 2. ความมี
เหตผุ ล 3. การมีภมู คิ มุ้ กนั ในตัวทดี่ ี
16. ครซู ักถามนกั เรียนวา่ มีขอ้ สงสัยอะไรอีกหรอื ไม่
17. ครใู หน้ กั เรยี นทำความสะอาดห้องเรยี น
ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ
30
ขัน้ นำไปใช้ ข้ันนำไปใช้
18. ครใู ห้นักเรียนเขียนรายงานสรปุ ผลการเรยี นรู้ 16. นักเรียนทำแบบสรุปผลการเรียนรู้ประจำ
19. ครบู ันทึกหลังการสอน หนว่ ยการเรียน
การบรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ผู้เรียนมีวินัย ซื่อสัตย์ ประหยัด ใฝ่รู้ และปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายโดยยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
กิจกรรมเสนอแนะ/ งานที่มอบหมาย
ศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเตมิ เกีย่ วกบั ความรพู้ ้นื ฐานเกี่ยวกับสารก่งึ ตัวนำ
การวดั และประเมินผล
วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
- สงั เกตการทำงาน
- ทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน
เครอ่ื งมอื วัดและประเมินผล
- แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
เกณฑก์ ารวดั ผล และประเมนิ ผล
- ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ 80 ของแบบประเมนิ แต่ละประเภท
ดา้ นความรู้
- ประเมินจาก การสนทนา ตอบ ขอ้ ซกั ถาม
- ประเมนิ จากการทำแบบฝกึ หัด แบบทดสอบ
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต
รอบคอบ ประหยัดและมีความอดทน
ดา้ นทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน
วิธีการแก้ปัญหาในกรณีท่ผี เู้ รยี นไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินตามจดุ ประสงคท์ ่กี ำหนด
1. สอนซอ่ มเสรมิ ใหก้ ับผเู้ รยี นทไ่ี ม่ผ่านเกณฑใ์ นแต่ละจดุ ประสงค์ โดยใชว้ ธิ ีการดงั น้ี
- แนะนำ/สอนเสรมิ ในส่วนท่ยี ังไม่เข้าใจ
- มอบหมายใหเ้ พ่ือนทผ่ี า่ นเกณฑส์ อนเพื่อน
- มอบหมายใหง้ านเพ่ิมเติมนอกเวลา
2. ทดสอบเพอื่ ประเมินผล
ส่อื การเรยี นการสอน
1. เอกสารประกอบการสอน วิชา อปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนกิ ส์และวงจร 2104 - 2102
2. สอ่ื Power Point บทที่ 4 วงจรรักษาแรงดนั ใหค้ งที่โดยใชไ้ อซี
ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ
31
แบบฝกึ หัด
หน่วยท่ี 4 วงจรรกั ษาแรงดันใหค้ งที่โดยใช้ไอซี
เขยี นเคร่อื งหมายกากบาท (X) ลงในข้อที่ถูกต้องท่ีสุด
1. ถ้าวงจร Regulate ใช้งาน IC Regulator เบอร์ 7812 หมายความวา่ อย่างไร
ก. แรงดนั V0 = 12 V, 100 mA ไฟบวก (+12 V, 0 V)
ข. แรงดัน V0 = –12 V, 1A ไฟลบ (–12 V, 0 V)
ค. แรงดนั V0 = –12 V, 500 mA ไฟลบ (–12 V, 0 V)
ง. แรงดัน V0 = 12 V, 1 A ไฟบวก (+12 V, 0 V)
2. ถา้ ตอ้ งการประกอบวงจรภาคจา่ ยไฟคงท่ีไฟบวก 15 V ควรเลอื กใช้ไอซใี นข้อใด
ก. 7905 ข. 7915
ค. 7805 ง. 7815
3. ถ้าต้องการประกอบวงจรภาคจา่ ยไฟคงที่ไฟลบ 15 V ควรเลือกใช้ไอซใี นขอ้ ใด
ก. 7905 ข. 7915
ค. 7805 ง. 7815
4. ถ้าตอ้ งการประกอบวงจรภาคจา่ ยไฟโดยจ่ายไฟบวกปรับค่าได้ 0–30 V ควรเลือกใช้ไอซีในขอ้ ใด
ก. LM317 ข. 7912
ค. 7815 ง. LM337
5. ถา้ ตอ้ งการประกอบวงจรภาคจ่ายไฟโดยจ่ายไฟลบปรับค่าได้ 0–30 V ควรเลือกใช้ไอซีในขอ้ ใด
ก. 7818 ข. 7912
ค. LM317 ง. LM337
6. Dual Regulator Power Supply หมายความว่าอย่างไร
ก. แหล่งจา่ ยไฟคงทไ่ี ฟฟ้าบวกอยา่ งเดียว
ข. แหล่งจ่ายไฟคงทไ่ี ฟฟา้ ลบอย่างเดยี ว
ค. แหล่งจ่ายไฟคงที่ บวก (+), 0, ลบ (–)
ง. แหล่งจา่ ยไฟปรบั ค่าได้ บวก (+), 0, ลบ (–)
จากรูปใชต้ อบข้อ 7-9
ก. ข. ค. ง.
7. จากรูป ขอ้ ใดเปน็ IC Regulator ไฟบวกคา่ คงที่ ข
8. จากรปู ขอ้ ใดเปน็ IC Regulator ไฟลบคา่ คงที่ ก
9. จากรปู ข้อใดเปน็ IC Regulator แบบปรบั คา่ แรงดนั ได้ ค
ครูธญั ลกั ษณ์ หมีโชติ
32
10. ตำแหน่งการวางขาไอซดี งั รูป ถา้ เรยี งจากซ้ายมือไปขวามือ ขอ้ ใดถูกต้อง
ก. Adjust, Output, Input
ข. Adjust, Ground, Input
ค. Ground, Adjust, Input
ง. Adjust, Input, Output
ครูธญั ลักษณ์ หมีโชติ
33
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลังเรยี น
หนว่ ยที่ 4 วงจรรกั ษาแรงดนั ใหค้ งที่โดยใชไ้ อซี
คำชแี้ จง 1. จงทำเครื่องหมายกากบาท () ทบั ข้อท่ีถกู ทส่ี ดุ เพยี งข้อเดยี วลงในกระดาษคำตอบ
2. เวลาสอบ 10 นาที
จากรปู ใช้ตอบข้อ 1-3
ก. ข. ค. ง.
1. จากรูป ข้อใดเป็น IC Regulator ไฟบวกคา่ คงที่ ค
2. จากรปู ข้อใดเปน็ IC Regulator ไฟลบค่าคงที่ ก
3. จากรูป ข้อใดเปน็ IC Regulator แบบปรับค่าแรงดันได้ ข
4. ตำแหน่งการวางขาไอซดี ังรปู ถ้าเรียงจากซ้ายมือไปขวามอื ข้อใดถกู ต้อง
ก. Adjust, Output, Input
ข. Adjust, Ground, Input
ค. Ground, Adjust, Input
ง. Adjust, Input, Output
5. ถา้ ต้องการประกอบวงจรภาคจา่ ยไฟโดยจ่ายไฟลบปรบั ค่าได้ 0–30 V ควรเลือกใช้ไอซใี นข้อใด
ก. 7818 ข. 7912
ค. LM317 ง. LM337
6. ถ้าวงจร Regulate ใชง้ าน IC Regulator เบอร์ 7812 หมายความว่าอย่างไร
ก. แรงดัน V0 = 12 V, 100 mA ไฟบวก (+12 V, 0 V)
ข. แรงดนั V0 = –12 V, 1A ไฟลบ (–12 V, 0 V)
ค. แรงดัน V0 = –12 V, 500 mA ไฟลบ (–12 V, 0 V)
ง. แรงดนั V0 = 12 V, 1 A ไฟบวก (+12 V, 0 V)
7. ถา้ ตอ้ งการประกอบวงจรภาคจา่ ยไฟโดยจ่ายไฟบวกปรบั ค่าได้ 0–30 V ควรเลือกใชไ้ อซีในขอ้ ใด
ก. LM317 ข. 7912
ค. 7815 ง. LM337
ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ
34
8. ถา้ ต้องการประกอบวงจรภาคจา่ ยไฟคงที่ไฟลบ 15 V ควรเลือกใช้ไอซใี นข้อใด
ก. 7905 ข. 7915
ค. 7805 ง. 7815
9. Dual Regulator Power Supply หมายความว่าอยา่ งไร
ก. แหล่งจ่ายไฟคงทีไ่ ฟฟา้ บวกอยา่ งเดยี ว
ข. แหลง่ จ่ายไฟคงทไี่ ฟฟา้ ลบอย่างเดยี ว
ค. แหล่งจ่ายไฟคงท่ี บวก (+), 0, ลบ (–)
ง. แหล่งจ่ายไฟปรบั คา่ ได้ บวก (+), 0, ลบ (–)
10. ถ้าต้องการประกอบวงจรภาคจา่ ยไฟคงท่ีไฟบวก 15 V ควรเลือกใช้ไอซใี นข้อใด
ก. 7905 ข. 7915
ค. 7805 ง. 7815
ครูธญั ลกั ษณ์ หมีโชติ
35
แผนผังความคิด ศกึ ษาเร่ือง ไทรสิ เตอร์
โดยบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
พอประมาณ ภูมิคุม้ กนั
3. เลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ สอดคล้องกับ 4. เหน็ ความสำคญั ในการทำงานรว่ มกบั ผู้อ่ืน
งานและใชค้ ุม้ ค่า ประหยดั และคำนึงถึง
ความปลอดภัย คณุ ธรรม
มีเหตผุ ล 5. ทำงานด้วยความสามัคคีมี
น้ำใจ มีวนิ ัย มคี วามรบั ผิดชอบ
2.รู้จกั และบอกรปู แบบของ และดว้ ยความซื่อสัตย์
วงจรที่ใช้อปุ กรณไ์ ทรสิ เตอรไ์ ด้ 6. ตระหนักคณุ ภาพของงาน
มคี วามประณตี รอบคอบ
บทท่ี 5 ปลอดภัย
1. ความร้/ู ทักษะ
-ความหมายของไทรีสเตอร์
- หลกั กการทำงานของเอสซอี าร์
-หลกั กการทำงานของไดแอค
-หลกั กการทำงานของไตรแอค
-วงจรรักษาระดับแรงดันใหค้ งที่ดว้ ยไอซี แบบปรบั ค่าได้ วฒั นธรรม ส่งิ แวดล้อม
-วงจรรกั ษาระดสับังแครมงดนั ให้คงที่ดว้ ยไอเศซรี หษลฐากยจิ ขา 5 4
1,6 2-3
ครูธญั ลักษณ์ หมีโชติ
36
แผนการจัดการเรยี นรู้
ชือ่ วิชา อิเลก็ ทรอนกิ ส์กำลงั เบอื้ งต้น รหสั วชิ า 20104-2103
บทที่ 5 ไทริสเตอร์
สอนครงั้ ที่ 9-10 ชัว่ โมงที่ 33-40 เวลา 8 ช่วั โมง
สาระสำคัญ
ไทรีสเตอร์ (Thyristor) เปน็ อุปกรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์กำลงั ชนดิ หนงึ่ โดยทั่วแล้วจะนำไปใช้เป็นสวติ ซ์
ควบคุม โครงสรา้ งของอุปกรณป์ ระกอบดว้ ยสารกึ่งตัวนำ 4 ชน้ั (Four – Layer) ไทรีสเตอร์สามารถ
นำกระแสได้สูง ไทรสี เตอรถ์ ูกผลติ ในรปู แบบท่แี ตกต่างกันขึ้นอยกู่ ับลักษณะการใช้งาน ไทรสี เตอร์มอี ยู่
ดว้ ยกนั หลายชนดิ ซึง่ ขนึ้ อยู่กับการนำไปใช้งาน เช่น เอสซีอาร์ (SCR) ไตรแอค (Triac) และ ไดแอค (Diac)
เป็นต้น
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
จดุ ประสงคท์ ่วั ไป
มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกับอุปกรณ์ไทริสเตอร์ชนิดต่างๆ หลกั การทำงาน การนำไปประยุกตใ์ ช้งาน
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1.บอกความหมายของไทรสี เตอรไ์ ด้ถูกต้อง
2. อธิบายหลกั การทำงานของเอสซีอารไ์ ดถ้ ูกต้อง
3. อธิบายหลักการทำงานของไดแอคได้ถกู ต้อง
4. อธบิ ายหลกั การทำงานของไตรแอคได้ถูกต้อง
5. ยกตัวอยา่ งวงจรประยกุ ต์ใช้งานอปุ กรณไ์ ทรสี เตอร์ได้ถกู ต้อง
6. มีกจิ นิสัยในการทำงานดว้ ยความประณตี รอบคอบ และปลอดภยั
สมรรถนะรายหนว่ ย
1. สามารถบอกลักษณะสมบัติและรูปแบบของวงจรทเ่ี กยี่ วกับอปุ กรณ์ไทรสิ เตอร์
หัวข้อการเรยี นรู้
1. ความหมายของไทรสี เตอร์
2. เอสซีอาร์
3. ไดแอค
4. ไตรแอค
ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ
37
กจิ กรรมการเรียนรู้ (สปั ดาหท์ ี่ 9-10) กจิ กรรมนักเรียน
ขั้นสนใจปัญหา
กจิ กรรมครู 1. นักเรยี นจดบันทกึ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ขน้ั ศึกษาข้อมลู
ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น 2. นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
1. ครแู จง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ หน่วยการเรียน 3. นักเรียนฟังครูบรรยายและจดบนั ทึก
4. นกั เรยี นศึกษาหน่วยการเรียนท่ีไดร้ บั
ขั้นสอนทฤษฎี มอบหมาย
2. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น 5. นกั เรียนตอบคำถาม
3. ครบู รรยายเน้ือหาประกอบแผ่นใส/ power
point ข้ันศกึ ษาข้อมูล
4. ครูให้นกั เรยี นศึกษาเนื้อหาการเรียนรูใ้ นหนังสือ 6. นักเรยี นศกึ ษาใบงานการทดลองประจำ
เรยี น หน่วยการเรยี นรู้
5. ซกั ถามนักเรยี นเกี่ยวกับเนื้อหาท่ีเรียน 7. นักเรียนจดั เตรยี มเครื่องมือและอปุ กรณ์
ขั้นสอนปฏิบัติ ข้นั พยายามและขั้นสำเรจ็ ผล
6. ครูให้นกั เรยี นศึกษาใบงานการทดลอง 8. นักเรียนชว่ ยกนั สรุปเนื้อหาทเ่ี รียนและจด
7. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ จัดเตรยี มเครือ่ งมือและ บนั ทกึ
อุปกรณ์ตามใบงานการทดลอง 9. นักเรียนปฏิบตั ติ ามใบงานการทดลอง
8. ครสู งั เกตการปฏิบัติงานและคอยให้คำแนะนำ ประจำหนว่ ยการเรยี นรู้ เม่ือพบปญั หาให้
อยา่ งใกล้ชดิ สอบถามครูผูส้ อน
10. นักเรยี นสง่ ผลการปฏบิ ัติงานใหค้ รูตรวจ
ขัน้ สรปุ 11.นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
9. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ผลการเรียนรู้ 12. นกั เรยี นชว่ ยกนั สรุปเนื้อหาและจดบันทึก
10. ครใู หน้ ักเรยี นปฏบิ ัตติ ามใบงานการทดลอง ประกอบด้วยสาระเกี่ยวกบั เรื่องทเี่ รียน
ประจำหน่วยการเรยี นรู้ 13. นักเรียนจดบันทึกนโยบายสถานศกึ ษา
11. ครูคอยสงั เกตลำดบั ขนั้ ตอนการทำงานและให้ 3 D พรอ้ มกับอภิปรายแนวทางนำไปปฏิบัติ
คำแนะนำเม่ือพบนักเรียนปฏิบัตไิ มถ่ ูกต้อง ใช้ในชวี ิตประจำวนั และในรายวิชาท่เี รยี น
12. ครูให้นักเรยี นที่ปฏบิ ัติงานเสรจ็ แล้วส่งตรวจท่ี 14. นักเรยี นรับฟังและจดบนั ทึกหลกั ปรชั ญา
โต๊ะตรวจงานเพื่อขอคำแนะนำและและประเมินผล ของเศรษฐกจิ พอเพียงโดยมีความรบั ผดิ ชอบ
13. ทำแบบทดสอบหลงั เรียน และพยายามสบื คน้ ข้อมูลและปฏบิ ตั งิ านให้
14. ครแู จ้งนโยบายสถานศึกษา 3D ของกระทรวง สำเร็จอย่างมีเหตผุ ล
ศึกษา ซ่ึงเปน็ กจิ กรรมที่ม่งุ สง่ เสรมิ พฒั นาผเู้ รียนใหม้ ี 15. นกั เรยี นช่วยกนั ทำความสะอาดเครอ่ื งมือ
คณุ ลกั ษณะท่ีดงี าม 3 ด้าน คือ 1. ด้าน อุปกรณ์ จดั ห้องเรยี นใหเ้ รยี บรอ้ ย
ประชาธปิ ไตย (Democracy) 2. ดา้ นคุณธรรม
จริยธรรม และความเป็นไทย (Decency) 3. ด้าน
ภมู คิ ุ้มกนั จากยาเสพติด (Drug – Free)
15. ครูอธบิ ายหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพอ่ื บูรณาการเขา้ กับกจิ กรรมการเรียนการสอน
ประกอบด้วย 1. ความพอประมาณ 2. ความมี
เหตผุ ล 3. การมีภูมคิ ุ้มกนั ในตัวทด่ี ี
16. ครซู กั ถามนกั เรียนว่ามีขอ้ สงสัยอะไรอีกหรอื ไม่
17. ครใู ห้นกั เรียนทำความสะอาดห้องเรียน
ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ
38
ขน้ั นำไปใช้ ขนั้ นำไปใช้
18. ครูให้นักเรยี นเขียนรายงานสรปุ ผลการเรียนรู้ 16. นักเรียนทำแบบสรปุ ผลการเรียนร้ปู ระจำ
19. ครูบนั ทึกหลังการสอน หนว่ ยการเรียน
การบรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผู้เรียนมีวินัย ซื่อสัตย์ ประหยัด ใฝ่รู้ และปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายโดยยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
กจิ กรรมเสนอแนะ/ งานทมี่ อบหมาย
ศกึ ษาค้นควา้ เพ่มิ เตมิ เกีย่ วกับความรพู้ ื้นฐานเก่ียวกับสารกงึ่ ตวั นำ
การวัดและประเมนิ ผล
วธิ กี ารวัดและประเมินผล
- สงั เกตการทำงาน
- ทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน
เคร่ืองมอื วัดและประเมนิ ผล
- แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน
เกณฑก์ ารวัดผล และประเมนิ ผล
- ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ 80 ของแบบประเมินแตล่ ะประเภท
ดา้ นความรู้
- ประเมินจาก การสนทนา ตอบ ขอ้ ซกั ถาม
- ประเมนิ จากการทำแบบฝึกหัด แบบทดสอบ
ด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต
รอบคอบ ประหยดั และมีความอดทน
ด้านทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน
วิธกี ารแกป้ ัญหาในกรณที ี่ผู้เรียนไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมินตามจดุ ประสงคท์ ี่กำหนด
1. สอนซอ่ มเสรมิ ใหก้ ับผ้เู รียนทไี่ ม่ผ่านเกณฑใ์ นแตล่ ะจุดประสงค์ โดยใช้วธิ ีการดงั นี้
- แนะนำ/สอนเสรมิ ในส่วนท่ยี ังไม่เขา้ ใจ
- มอบหมายใหเ้ พ่อื นท่ีผ่านเกณฑส์ อนเพื่อน
- มอบหมายใหง้ านเพม่ิ เตมิ นอกเวลา
2. ทดสอบเพอื่ ประเมนิ ผล
ส่อื การเรยี นการสอน
1. เอกสารประกอบการสอน วิชา อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร 2104 - 2102
2. สอื่ Power Point บทท่ี 5 ไทรสิ เตอร์
ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ
39
แบบฝกึ หัด
หนว่ ยท่ี 5 ไทริสเตอร์
เขยี นเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ทถี่ ูกตอ้ งท่ีสดุ
1. โครงสรา้ งของ SCR จะประกอบดว้ ยรอยตอ่ ของสารกงึ่ ตัวนำอะไร
ก. P–N–P–N ข. N–P–P–N
ค. P–N–N–P ง. N–N–P–P
2. เอสซอี ารจ์ ะนำกระแสไฟฟ้าเมื่อใด
ก. A เป็น +, K เปน็ – และ G เปน็ – เม่อื เทียบกบั K
ข. A เปน็ +, K เปน็ – และ G เปน็ + เมอื่ เทยี บกบั K
ค. A เป็น +, K เปน็ – และ G เปน็ + เมอื่ เทยี บกับ A
ง. K เป็น +, K เปน็ – และ G เปน็ + เมอื่ เทียบกบั K
3. SCR ตา่ งกบั Diode ธรรมดาคอื ขอ้ ใด
ก. นำกระแสได้ทางเดียว
ข. การเรียงกระแสท่คี วบคมุ ได้
ค. นำกระแสไดส้ องทศิ ทาง
ง. สามารถใชก้ ับไฟฟ้ากระแสตรงได้
4. อปุ กรณ์ไทรสิ เตอร์มีหนา้ ที่คืออะไร
ก. ออสซิลเลเตอร์
ข. ควบคมุ แรงดันไฟฟ้าใหค้ งท่ี
ค. ขยายสัญญาณ
ง. สวติ ชอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์
5. กระแสต่ำสุดทีท่ ำให้ SCR อยใู่ นสภาวะนำกระแสได้คือ ข้อใด
ก. กระแสเกต (IG) ข. กระแสยดึ (IH)
ค. กระแสคา้ ง (IL) ง. กระแสโหลด (ILOAD)
6. ขณะที่ SCR นำกระแสอยไู่ ด้ กระแส (IAK) ที่ไหลผา่ น SCR จะต้องมคี า่ มากกวา่ คา่ กระแสอะไร
ก. กระแสเกต (IG) ข. กระแสยดึ (IH)
ค. กระแสค้าง (IL) ง. กระแสโหลด (ILOAD)
7. เมือ่ SCR นำกระแสแลว้ ข้อใดเปน็ การทำให้ SCR หยดุ นำกระแส
ก. ลดคา่ กระแสแอโนดให้ต่ำกว่ากระแสยดึ
ข. ลดค่ากระแสแอโนดให้ต่ำกวา่ กระแสโหลด
ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ
40
ค. ลดค่ากระแสแอโนดใหต้ ่ำกวา่ กระแสคา้ ง
ง. เพิ่มคา่ กระแสแอโนดให้สงู วา่ กระแสค้าง
8. ไดแอคนำกระแสได้อย่างไร
ก. นำกระแสเมอ่ื แรงดัน VF และ VR มคี า่ เทา่ กบั 0.7 V
ข. นำกระแสเมือ่ แรงดนั VF และ VR สงู ถงึ แรงดันเบรกโอเวอร์
ค. นำกระแสเม่ือแรงดัน VR สูงถงึ แรงดันเบรกดาวน์
ง. นำกระแสเมอ่ื แรงดนั VF และ VR มีค่าเทา่ กบั 0.3 V
9. ในการเลือกใช้งานของไตรแอคควรเลือกใชค้ วอแดรนทใ์ ด ซ่ึงเปน็ ควอแดรนท์ทม่ี ีการจุดชนวนง่ายทส่ี ุด
ก. ควอแดรนทท์ ่ี 1 และ 2 ข. ควอแดรนท์ที่ 1 และ 3
ค. ควอแดรนท์ที่ 1 และ 4 ง. ควอแดรนท์ท่ี 2 และ 3
10. ข้อใดคือสญั ลักษณข์ องไตรแอค
ก. ข.
ค. ง.
ครูธัญลักษณ์ หมีโชติ
41
แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรยี น
หนว่ ยที่ 5 ไทริสเตอร์
คำชแี้ จง 1. จงทำเครื่องหมายกากบาท () ทบั ข้อท่ีถกู ท่สี ุดเพยี งข้อเดยี วลงในกระดาษคำตอบ
2. เวลาสอบ 10 นาที
1. ไดแอคนำกระแสไดอ้ ยา่ งไร
ก. นำกระแสเมื่อแรงดนั VF และ VR มคี า่ เท่ากบั 0.7 V
ข. นำกระแสเมือ่ แรงดัน VF และ VR สูงถงึ แรงดันเบรกโอเวอร์
ค. นำกระแสเมอ่ื แรงดัน VR สูงถึงแรงดนั เบรกดาวน์
ง. นำกระแสเม่ือแรงดนั VF และ VR มคี า่ เทา่ กับ 0.3 V
2. อุปกรณไ์ ทริสเตอร์มีหนา้ ทค่ี อื อะไร
ก. ออสซิลเลเตอร์
ข. ควบคมุ แรงดันไฟฟ้าให้คงท่ี
ค. ขยายสญั ญาณ
ง. สวติ ช์อิเล็กทรอนกิ ส์
3. ขณะท่ี SCR นำกระแสอยูไ่ ด้ กระแส (IAK) ทไ่ี หลผา่ น SCR จะตอ้ งมคี ่ามากกว่าค่ากระแสอะไร
ก. กระแสเกต (IG) ข. กระแสยดึ (IH)
ค. กระแสค้าง (IL) ง. กระแสโหลด (ILOAD)
4. SCR ตา่ งกับ Diode ธรรมดาคอื ขอ้ ใด
ก. นำกระแสไดท้ างเดียว
ข. การเรียงกระแสที่ควบคุมได้
ค. นำกระแสไดส้ องทศิ ทาง
ง. สามารถใชก้ ับไฟฟ้ากระแสตรงได้
5. ขอ้ ใดคือสญั ลกั ษณ์ของไตรแอค
ก. ข.
ค. ง.
6. กระแสต่ำสดุ ทที่ ำให้ SCR อยใู่ นสภาวะนำกระแสไดค้ อื ขอ้ ใด
ก. กระแสเกต (IG) ข. กระแสยึด (IH)
ค. กระแสคา้ ง (IL) ง. กระแสโหลด (ILOAD)
7. ในการเลือกใช้งานของไตรแอคควรเลือกใช้ควอแดรนทใ์ ด ซึ่งเป็นควอแดรนท์ท่ีมกี ารจดุ ชนวนงา่ ยท่สี ุด
ก. ควอแดรนทท์ ี่ 1 และ 2 ข. ควอแดรนทท์ ี่ 1 และ 3
ค. ควอแดรนทท์ ี่ 1 และ 4 ง. ควอแดรนทท์ ่ี 2 และ 3
ครูธญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ
42
8. โครงสรา้ งของ SCR จะประกอบดว้ ยรอยตอ่ ของสารก่งึ ตัวนำอะไร
ก. P–N–P–N ข. N–P–P–N
ค. P–N–N–P ง. N–N–P–P
9. เม่ือ SCR นำกระแสแลว้ ข้อใดเป็นการทำให้ SCR หยดุ นำกระแส
ก. ลดคา่ กระแสแอโนดใหต้ ำ่ กว่ากระแสยึด
ข. ลดคา่ กระแสแอโนดให้ตำ่ กว่ากระแสโหลด
ค. ลดค่ากระแสแอโนดให้ตำ่ กวา่ กระแสค้าง
ง. เพ่มิ คา่ กระแสแอโนดใหส้ ูงวา่ กระแสคา้ ง
10. เอสซีอาร์จะนำกระแสไฟฟ้าเมื่อใด
ก. A เปน็ +, K เปน็ – และ G เป็น – เมื่อเทียบกบั K
ข. A เปน็ +, K เป็น – และ G เป็น + เม่อื เทียบกับ K
ค. A เป็น +, K เป็น – และ G เปน็ + เม่ือเทียบกับ A
ง. K เปน็ +, K เปน็ – และ G เปน็ + เมื่อเทยี บกับ K
ครูธัญลักษณ์ หมีโชติ
43
แผนผังความคิด ศกึ ษาเร่ือง อปุ กรณเ์ ขื่อมโยงทางแสง
โดยบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
พอประมาณ ภมู คิ ุ้มกัน
3. เลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ สอดคล้องกับ 4. เห็นความสำคญั ในการทำงานรว่ มกบั ผู้อืน่
งานและใช้คมุ้ คา่ ประหยัดและคำนึงถึง
ความปลอดภยั คณุ ธรรม
มีเหตุผล บทท่ี 6 5. ทำงานด้วยความสามคั คมี ี
นำ้ ใจ มวี นิ ยั มีความรบั ผิดชอบ
2.รจู้ กั และบอกรูปแบบของ และดว้ ยความซื่อสัตย์
วงจรทีใ่ ชอ้ ุปกรณ์เชอ่ื มโยงทาง 6. ตระหนักคณุ ภาพของงาน
แสงได้ มคี วามประณตี รอบคอบ
ปลอดภัย
1. ความรู/้ ทกั ษะ
-ความหมายของอุปกรณ์เชอื่ มโยงทางแสง
- หลกั กการทำงานของแอลอีดี
-หลกั กการทำงานของตวั ตา้ นทานไวแสง
-หลักกการทำงานของโฟโต้ไดโอด
-หลักกการทำงานของโฟโต้ทรานซิสเตอร์
-วงจรรกั ษาระดบั แรงดนั ใหค้ งท่ีด้วยไอซี หลายขา
สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม
1,6 2-3 5 4
ครูธญั ลักษณ์ หมีโชติ
44
แผนการจดั การเรียนรู้
ชอ่ื วิชา อเิ ลก็ ทรอนิกส์กำลงั เบอ้ื งต้น รหสั วชิ า 20104-2103
บทท่ี 6 อุปกรณเ์ ชื่อมโยงทางแสง
สอนครั้งที่ 11-12 ชั่วโมงท่ี 41-48 เวลา 8 ชัว่ โมง
สาระสำคญั
อปุ กรณเ์ ช่อื มโยงด้วยแสงแบง่ ออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดงั น้ี
1. อปุ กรณ์เปน็ ตัวอิสระ เชน่ ตัวเปล่งแสง และตัวตรวจจับแสง หรือ ดีเทคแสง อุปกรณ์ตวั
เปลง่ แสง หรอื กำเนิดแสง ได้แก่ แอลอีดี แอลอีดแี บบอนิ ฟาเรด สว่ นอปุ กรณ์ตวั ตรวจจบั แสง ไดแ้ ก่ โฟโต้
ไดโอด โฟโตท้ รานซิสเตอร์ โฟโต้รซี ิสเตอร์ โฟโตเ้ อสซอี าร์ เปน็ ต้น
2. อุปกรณ์เช่อื มโยงดว้ ยแสงซึ่งจะส่งผ่านสัญญาณไฟฟา้ โดยไม่ต้องมีสายเช่อื มโยง หรือเรียกว่า
ออฟโต้คัปเปลิ (Opto-Coupler) และออฟโต-ไอโซเลเตอร์ (Opto-Isolator)
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
จดุ ประสงค์ทั่วไป
มีความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับอปุ กรณ์เชอื่ มโยงทางแสงชนิดตา่ งๆ หลักการทำงานและการนำไป
ประยุกตใ์ ชง้ าน
จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. บอกความหมายของอุปกรณเ์ ชอ่ื มโยงทางแสงได้ถูกต้อง
2. อธิบายหลักการทำงานของแอลอดี ี
3. อธิบายหลักการทำงานของตัวตา้ นทานไวแสง
4. อธิบายหลักการของโฟโตไ้ ดโอดไดถ้ กู ต้อง
5. อธิบายหลักการทำงานโฟโตท้ รานซสิ เตอร์
6. อธบิ ายหลกั การทำงานอปุ กรณเ์ ชอ่ื มโยงทางแสง
7. ยกตวั อย่างวงจรประยุกตใ์ ช้งานอุปกรณเ์ ช่อื มโยงทางแสง
8. มกี จิ นิสัยในการทำงานด้วยความรอบคอบ ประณตี และปลอดภยั
สมรรถนะรายหนว่ ย
1. สามารถบอกลกั ษณะสมบัติและรปู แบบของวงจรท่ีเกีย่ วกบั อปุ กรณ์เชือ่ มโยงทางแสง
หัวขอ้ การเรยี นรู้
1. ความหมายของอุปกรณเ์ ชือ่ มโยงทางแสง
2. แอลอีดี
3. ตัวต้านทานไวแสง
4. โฟโตไ้ ดโอด
5. โฟโต้ทรานซสิ เตอร์
6. อุปกรณ์เชือ่ มโยงทางแสง
ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ
45
กจิ กรรมการเรียนรู้ (สปั ดาห์ที่ 11-12) กิจกรรมนักเรยี น
ขน้ั สนใจปญั หา
กิจกรรมครู 1. นักเรียนจดบันทึกจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ขน้ั ศึกษาขอ้ มลู
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น 2. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
1. ครแู จ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี น 3. นกั เรียนฟงั ครูบรรยายและจดบนั ทึก
4. นกั เรยี นศึกษาหนว่ ยการเรียนท่ีไดร้ บั
ขั้นสอนทฤษฎี มอบหมาย
2. ครใู ห้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน 5. นกั เรียนตอบคำถาม
3. ครบู รรยายเน้ือหาประกอบแผน่ ใส/ power
point ขน้ั ศกึ ษาข้อมลู
4. ครูให้นกั เรียนศึกษาเนื้อหาการเรยี นรใู้ นหนงั สอื 6. นักเรียนศกึ ษาใบงานการทดลองประจำ
เรยี น หน่วยการเรยี นรู้
5. ซกั ถามนักเรยี นเกยี่ วกับเน้ือหาที่เรยี น 7. นกั เรยี นจดั เตรยี มเคร่ืองมือและอปุ กรณ์
ข้ันสอนปฏบิ ตั ิ ขัน้ พยายามและข้นั สำเร็จผล
6. ครใู ห้นักเรยี นศึกษาใบงานการทดลอง 8. นักเรยี นช่วยกันสรปุ เน้อื หาท่ีเรียนและจด
7. ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่มจัดเตรยี มเครื่องมือและ บันทึก
อุปกรณ์ตามใบงานการทดลอง 9. นักเรยี นปฏบิ ัติตามใบงานการทดลอง
8. ครสู งั เกตการปฏบิ ัติงานและคอยให้คำแนะนำ ประจำหนว่ ยการเรยี นรู้ เม่ือพบปญั หาให้
อยา่ งใกลช้ ดิ สอบถามครผู ูส้ อน
10. นกั เรียนส่งผลการปฏิบตั ิงานใหค้ รูตรวจ
ข้ันสรปุ 11.นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
9. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปผลการเรียนรู้ 12. นักเรียนชว่ ยกนั สรุปเนอื้ หาและจดบันทึก
10. ครูให้นกั เรียนปฏบิ ัตติ ามใบงานการทดลอง ประกอบด้วยสาระเกีย่ วกบั เร่ืองทเี่ รียน
ประจำหน่วยการเรยี นรู้ 13. นกั เรยี นจดบันทกึ นโยบายสถานศกึ ษา
11. ครูคอยสังเกตลำดับขั้นตอนการทำงานและให้ 3 D พรอ้ มกับอภปิ รายแนวทางนำไปปฏิบตั ิ
คำแนะนำเมื่อพบนักเรียนปฏิบตั ไิ มถ่ ูกต้อง ใช้ในชวี ติ ประจำวันและในรายวชิ าท่เี รยี น
12. ครูใหน้ กั เรียนที่ปฏบิ ตั ิงานเสรจ็ แล้วส่งตรวจที่ 14. นักเรยี นรบั ฟงั และจดบันทกึ หลกั ปรชั ญา
โต๊ะตรวจงานเพ่ือขอคำแนะนำและและประเมนิ ผล ของเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีความรบั ผิดชอบ
13. ทำแบบทดสอบหลังเรยี น และพยายามสบื ค้นข้อมลู และปฏบิ ตั งิ านให้
14. ครูแจ้งนโยบายสถานศึกษา 3D ของกระทรวง สำเรจ็ อย่างมีเหตุผล
ศึกษา ซ่ึงเป็นกจิ กรรมท่ีมุ่งสง่ เสรมิ พัฒนาผู้เรยี นให้มี 15. นักเรียนช่วยกันทำความสะอาดเครอ่ื งมือ
คณุ ลกั ษณะทดี่ งี าม 3 ด้าน คือ 1. ดา้ น อปุ กรณ์ จดั ห้องเรยี นใหเ้ รยี บร้อย
ประชาธิปไตย (Democracy) 2. ดา้ นคุณธรรม
จริยธรรม และความเปน็ ไทย (Decency) 3. ดา้ น
ภมู คิ ุม้ กนั จากยาเสพติด (Drug – Free)
15. ครูอธิบายหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพอ่ื บูรณาการเขา้ กับกจิ กรรมการเรยี นการสอน
ประกอบด้วย 1. ความพอประมาณ 2. ความมี
เหตุผล 3. การมภี มู ิค้มุ กันในตัวท่ีดี
16. ครซู กั ถามนักเรยี นว่ามีข้อสงสยั อะไรอีกหรือไม่
17. ครูให้นักเรียนทำความสะอาดห้องเรยี น
ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ
46
ข้ันนำไปใช้ ข้นั นำไปใช้
18. ครูให้นักเรียนเขยี นรายงานสรุปผลการเรียนรู้ 16. นักเรียนทำแบบสรุปผลการเรียนรูป้ ระจำ
19. ครูบันทกึ หลังการสอน หนว่ ยการเรยี น
การบรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ผู้เรียนมีวินัย ซื่อสัตย์ ประหยัด ใฝ่รู้ และปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายโดยยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
กจิ กรรมเสนอแนะ/ งานท่มี อบหมาย
ศึกษาคน้ คว้าเพิ่มเตมิ เกย่ี วกบั ความรู้พื้นฐานเกีย่ วกบั สารก่ึงตวั นำ
การวดั และประเมนิ ผล
วิธีการวดั และประเมินผล
- สงั เกตการทำงาน
- ทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
เครอื่ งมือวดั และประเมนิ ผล
- แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรยี น
เกณฑก์ ารวัดผล และประเมินผล
- ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ 80 ของแบบประเมินแต่ละประเภท
ด้านความรู้
- ประเมินจาก การสนทนา ตอบ ข้อซักถาม
- ประเมนิ จากการทำแบบฝึกหัด แบบทดสอบ
ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต
รอบคอบ ประหยดั และมีความอดทน
ด้านทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน
วธิ ีการแก้ปญั หาในกรณีที่ผูเ้ รยี นไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามจุดประสงค์ทีก่ ำหนด
1. สอนซอ่ มเสรมิ ใหก้ ับผูเ้ รียนทไ่ี มผ่ ่านเกณฑใ์ นแต่ละจุดประสงค์ โดยใชว้ ิธีการดังน้ี
- แนะนำ/สอนเสริมในสว่ นท่ียังไมเ่ ขา้ ใจ
- มอบหมายใหเ้ พ่ือนท่ีผา่ นเกณฑ์สอนเพื่อน
- มอบหมายให้งานเพ่ิมเตมิ นอกเวลา
2. ทดสอบเพอื่ ประเมินผล
ส่ือการเรยี นการสอน
1. เอกสารประกอบการสอน วชิ า อุปกรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร 2104 - 2102
2. สอื่ Power Point บทที่ 6 อปุ กรณเ์ ขอ่ื มโยงทางแสง
ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ
47
แบบฝกึ หัด
หนว่ ยที่ 6 อปุ กรณเ์ ชื่อมโยงทางแสง
เขยี นเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในข้อทถ่ี ูกตอ้ งที่สดุ
1. LED สใี ด ในขณะทีไ่ ดร้ บั ไบแอสตรงจนมีแสงสวา่ งเต็มท่ีจะมีแรงดนั ตกครอ่ มมากทสี่ ุด
ก. สีขาว ข. สีแดง
ค. สเี ขียว ง. สเี หลือง
2. จากรูปสญั ลักษณค์ อื อปุ กรณใ์ นข้อใด
ก. โฟโตท้ รานซิสเตอร์
ข. โฟโต้ไดโอด
ค. โฟโตเ้ อสซอี าร์
ง. อุปกรณ์เช่อื มโยงทางแสง (Opto–Coupler)
3. โฟโตท้ รานซิสเตอร์ นยิ มใช้ในภาคไหนของวงจรรโี มทคอนโทรล
ก. ภาคขยายสญั ญาณ ข. ภาคสง่ สญั ญาณ
ค. ภาครับสัญญาณ ง. ภาครับสัญญาณและภาคสง่ สญั ญาณ
4. จากรูปจงคำนวณหาค่ากระแสไหลผา่ น LED
ก. 10.2 mA
ข. 15.3 mA
ค. 20.3 mA
ง. 25.3 mA
5. LDR มีชอื่ เรียกตรงกับข้อใด ข. ตัวตา้ นทานไวแสง
ก. Photo Resistor ง. ถกู ทุกขอ้
ค. Light Dependent Resistor
ครูธญั ลักษณ์ หมีโชติ
48
6. จากรูป รีเลย์จะทำงานเมื่อใด
ก. เมอื่ มแี สงตกกระทบ LDR
ข. เม่อื ไมม่ แี สงตกกระทบ LDR
ค. ไมแ่ น่ใจ
ง. ไม่มีข้อถูก
7. โฟโต้ดาร์ลิงตันทรานซสิ เตอร์ มีการทำงานแตกตา่ งจากโฟโตท้ รานซสิ เตอรอ์ ยา่ งไร
ก. ไมม่ ีข้อแตกตา่ ง ข. เพิ่มทรานซสิ เตอรอ์ ีกหนง่ึ ตัว
ค. ราคาสูงกวา่ ง. อตั ราการขยายกระแสสงู กว่า
8. การเลือกใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงทางแสง (Opto–Coupler) เพื่อควบคุมการทำงานของโหลดที่เป็นไฟฟ้า
กระแสสลับ ควรจะเลอื กใช้อุปกรณใ์ นข้อใด
ก. Photo Fet ข. Photo Triac
ค. Photo Diode ง. Photo Transistor
9. การเลือกใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงทางแสง (Opto–Coupler) เพื่อควบคุมการทำงานของโหลดที่เป็นไฟฟ้า
กระแสตรง ควรจะเลือกใช้อปุ กรณใ์ นขอ้ ใด
ก. Photo Diac
ข. Photo LED
ค. Photo Triac
ง. Photo Transistor
10. ขอ้ ใดคือหลักการทำงานของ Opto Electronics
ก. อาศยั หลกั การแสง “LED”
ข. อาศัยหลักการของคลน่ื แม่เหลก็
ค. อาศยั หลกั การแสงหลอดไฟ “Lamp”
ง. อาศยั หลักการแสง “Infrared LED”
ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ
49
แบบทดสอบก่อนเรยี น/หลงั เรียน
หนว่ ยท่ี 6 อปุ กรณเ์ ช่ือมโยงทางแสง
คำชี้แจง 1. จงทำเคร่ืองหมายกากบาท () ทับข้อท่ีถูกที่สุดเพยี งข้อเดยี วลงในกระดาษคำตอบ
2. เวลาสอบ 10 นาที
1. โฟโต้ทรานซสิ เตอร์ นยิ มใชใ้ นภาคไหนของวงจรรโี มทคอนโทรล
ก. ภาคขยายสัญญาณ ข. ภาคส่งสัญญาณ
ค. ภาครับสญั ญาณ ง. ภาครบั สญั ญาณและภาคส่งสญั ญาณ
2. จากรูป รีเลย์จะทำงานเม่อื ใด
ก. เม่อื มีแสงตกกระทบ LDR
ข. เมือ่ ไม่มแี สงตกกระทบ LDR
ค. ไม่แนใ่ จ
ง. ไม่มีข้อถูก
3. การเลือกใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงทางแสง (Opto–Coupler) เพื่อควบคุมการทำงานของโหลดที่เป็นไฟฟ้า
กระแสตรง ควรจะเลือกใช้อปุ กรณใ์ นข้อใด
ก. Photo Diac
ข. Photo LED
ค. Photo Triac
ง. Photo Transistor
4. LED สีใด ในขณะท่ไี ดร้ บั ไบแอสตรงจนมีแสงสวา่ งเตม็ ท่ีจะมีแรงดนั ตกครอ่ มมากท่สี ดุ
ก. สีขาว ข. สีแดง
ค. สีเขยี ว ง. สเี หลอื ง
5. LDR มชี อ่ื เรียกตรงกับขอ้ ใด ข. ตวั ตา้ นทานไวแสง
ก. Photo Resistor ง. ถูกทกุ ขอ้
ค. Light Dependent Resistor
6. ขอ้ ใดคือหลกั การทำงานของ Opto Electronics
ก. อาศัยหลกั การแสง “LED”
ครูธญั ลกั ษณ์ หมโี ชติ
50
ข. อาศยั หลักการของคลน่ื แม่เหล็ก
ค. อาศยั หลักการแสงหลอดไฟ “Lamp”
ง. อาศัยหลกั การแสง “Infrared LED”
7. โฟโต้ดารล์ ิงตนั ทรานซิสเตอร์ มกี ารทำงานแตกตา่ งจากโฟโต้ทรานซิสเตอรอ์ ยา่ งไร
ก. ไม่มขี ้อแตกตา่ ง ข. เพิม่ ทรานซิสเตอร์อีกหนง่ึ ตัว
ค. ราคาสงู กวา่ ง. อัตราการขยายกระแสสงู กวา่
8. จากรปู สญั ลกั ษณ์คืออปุ กรณ์ในข้อใด
ก. โฟโตท้ รานซิสเตอร์
ข. โฟโตไ้ ดโอด
ค. โฟโตเ้ อสซอี าร์
ง. อปุ กรณเ์ ช่อื มโยงทางแสง (Opto–Coupler)
9. การเลือกใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงทางแสง (Opto–Coupler) เพื่อควบคุมการทำงานของโหลดที่เป็นไฟฟ้า
กระแสสลับ ควรจะเลือกใช้อปุ กรณใ์ นข้อใด
ก. Photo Fet ข. Photo Triac
ค. Photo Diode ง. Photo Transistor
10.จากรูปจงคำนวณหาคา่ กระแสไหลผา่ น LED
ก. 10.2 mA
ข. 15.3 mA
ค. 20.3 mA
ง. 25.3 mA
ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ
51
แผนผงั ความคิด ศึกษาเร่ือง วงจรกำเนดิ สญั ญาณ
โดยบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
พอประมาณ ภูมิคมุ้ กัน
3. เลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ สอดคล้องกับ 4. เห็นความสำคัญในการทำงานร่วมกับผู้อืน่
งานและใชค้ ุ้มคา่ ประหยัดและคำนึงถึง
ความปลอดภัย คุณธรรม
มเี หตุผล 5. ทำงานด้วยความสามคั คีมี
น้ำใจ มีวนิ ยั มคี วามรบั ผิดชอบ
2.ร้จู ักและบอกรปู แบบของ และดว้ ยความซ่ือสตั ย์
วงจรกำเนิดสัญญาณได้ 6. ตระหนกั คณุ ภาพของงาน
มคี วามประณตี รอบคอบ
บทท่ี 7 ปลอดภัย
1. ความรู้/ทักษะ
-วงจรกำเนดิ สัญญาณดว้ ยไอซี เบอร์ 8038
-วงจรกำเนดิ สัญญาณสีเ่ หลยี่ มดว้ ยวงจรอะสเตเบิล มัลติไวเบร
เตอร์ โดยใชท้ รานซสิ เตอร์
วงจรกำเนิดสัญญาณด้วย IC 555
- วงจรกำเนดิ สญั ญาณด้วย IC OPAMP
- หลกั กการทำงานของแอลอีดี วฒั นธรรม สิ่งแวดล้อม
-หลักกการทำงานของตวั ตา้ นทานไวแสง 5 4
-หลกั กการทำงานของโฟโต้ไดโอด
--วหงลจักรกรกกั าษราทรำะงดาสับน1งั แ,คข6รอมงงดโนัฟใโหต้ค้ทงรทานี่ดซ้วยิสไเตอเศอซรรี 2ห์ษ-ล3ฐากยิจขา
ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ
52
แผนการจัดการเรยี นรู้
ชอ่ื วชิ า อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์กำลงั เบือ้ งต้น รหสั วิชา 20104-2103
บทท่ี 7 วงจรกำเนดิ สญั ญาณ
สอนครง้ั ท่ี 13 ชั่วโมงที่ 49-52 เวลา 4 ช่ัวโมง
สาระสำคญั
วงจรกำเนิดสัญญาณ (Oscillator or Waveform Generator) เปน็ วงจรหนึ่งทีม่ ี
ความสำคญั ในทางอิเล็กทรอนิกส์ และการส่ือสาร วงจรกำเนดิ สัญญาณ แบง่ ออกไดเ้ ปน็ สองกลุ่มใหญ่ๆ คือ
วงจรกำเนดิ สญั ญาณรปู ไซน์ (Sinusoidal waveform) และวงจรกำเนดิ สัญญาณรปู อืน่ ๆ ท่ีไมใ่ ช่สัญญาณ
ไซน์ (Non-Sinusoidal Waveform) ซงึ่ ได้แกส่ ัญญาณรูปสามเหลี่ยม (Triangular waveform) และ
สญั ญาณรูปส่ีเหลยี่ ม (Square waveform) สัญญาณรปู ฟันเล่อื ย ( Sawtooth waveform ) เป็นตน้
วงจรกำเนดิ สัญญาณ สามารถสร้างได้จากวงจรอิเลก็ ทรอนกิ ส์ หลายรูปแบบ เช่น วงจรกำเนิด
สญั ญาณดว้ ยวงจรทรานซิสเตอร์ วงจรกำเนดิ สัญญาณด้วยไอซีออปแอมป์ วงจรกำเนดิ สัญญาณดว้ ยไอซี
เบอร์ 555 และวงจรกำเนดิ สัญญาณทีป่ ระกอบด้วยอุปกรณไ์ ทริสเตอร์ เชน่ UJT, PUT รวมถึงการสรา้ ง
วงจรกำเนิดสัญญาณจากวงจรเกต (Gate) และวงจรกำเนดิ สัญญาณด้วยไอซี เบอร์ 8038 ทีส่ ามารถกำเนิด
สญั ญาณรูปไซน์ สัญญาณรูปสามเหล่ียม และสัญญาณรูปสเ่ี หล่ียม
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
จดุ ประสงคท์ ่ัวไป
มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับวงจรกำเนดิ สญั ญาณ หลักการทำงานและการนำไปประยุกตใ์ ชง้ าน
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. บอกความหมายของวงจรวงจรกำเนิดสญั ญาณไดถ้ ูกต้อง
2. อธบิ ายการทำงานวงจรกำเนดิ สัญญาณดว้ ยไอซี เบอร์ 8038ไดถ้ กู ตอ้ ง
3. อธิบายการทำงานวงจรกำเนิดสัญญาณด้วยวงจรอะสเตเบิล มัลติไวเบรเตอร์ ได้ถูกตอ้ ง
4. อธบิ ายการทำงานวงจรกำเนดิ สัญญาณด้วย IC 555 ไดถ้ กู ตอ้ ง
5. อธิบายการทำงานวงจรกำเนิดสญั ญาณด้วย IC OPAMPได้ถูกต้อง
6. มีกจิ นิสัยในการทำงานดว้ ยความรอบคอบ ประณีต และปลอดภัย
สมรรถนะรายหนว่ ย
1. สามารถบอกลักษณะสมบัติและรูปแบบของวงจรที่กำเนดิ สัญญาณ
หวั ขอ้ การเรียนรู้
1. วงจรกำเนดิ สญั ญาณดว้ ยไอซี เบอร์ 8038
2. วงจรกำเนิดสัญญาณสเ่ี หลีย่ มด้วยวงจรอะสเตเบิล มลั ตไิ วเบรเตอร์ โดยใชท้ รานซิสเตอร์
3. วงจรกำเนดิ สญั ญาณดว้ ย IC 555
4. วงจรกำเนดิ สญั ญาณด้วย IC OPAMP
ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ
53
กจิ กรรมการเรียนรู้ (สปั ดาห์ที่ 13) กิจกรรมนกั เรยี น
ขน้ั สนใจปญั หา
กจิ กรรมครู 1. นักเรียนจดบนั ทึกจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ขน้ั ศึกษาข้อมูล
ขนั้ นำเขา้ ส่บู ทเรียน 2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
1. ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียน 3. นักเรยี นฟงั ครูบรรยายและจดบนั ทึก
4. นักเรียนศึกษาหนว่ ยการเรียนท่ีไดร้ บั
ขน้ั สอนทฤษฎี มอบหมาย
2. ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน 5. นักเรยี นตอบคำถาม
3. ครบู รรยายเนือ้ หาประกอบแผน่ ใส/ power
point ขน้ั ศึกษาข้อมูล
4. ครใู หน้ กั เรยี นศึกษาเน้ือหาการเรียนรูใ้ นหนงั สอื 6. นกั เรยี นศกึ ษาใบงานการทดลองประจำ
เรียน หนว่ ยการเรียนรู้
5. ซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเน้ือหาทเ่ี รียน 7. นักเรียนจดั เตรียมเคร่ืองมือและอปุ กรณ์
ข้ันสอนปฏิบัติ ข้นั พยายามและขั้นสำเรจ็ ผล
6. ครใู หน้ ักเรยี นศึกษาใบงานการทดลอง 8. นกั เรียนชว่ ยกนั สรุปเนือ้ หาทีเ่ รียนและจด
7. ครูใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่มจดั เตรยี มเครอื่ งมือและ บนั ทึก
อุปกรณ์ตามใบงานการทดลอง 9. นกั เรยี นปฏิบัตติ ามใบงานการทดลอง
8. ครูสังเกตการปฏบิ ัติงานและคอยใหค้ ำแนะนำ ประจำหน่วยการเรยี นรู้ เม่ือพบปญั หาให้
อย่างใกลช้ ิด สอบถามครผู ู้สอน
10. นกั เรียนส่งผลการปฏบิ ตั ิงานใหค้ รูตรวจ
ข้นั สรุป 11.นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน
9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ผลการเรยี นรู้ 12. นักเรยี นชว่ ยกนั สรปุ เน้ือหาและจดบันทึก
10. ครใู ห้นกั เรียนปฏบิ ตั ติ ามใบงานการทดลอง ประกอบด้วยสาระเก่ยี วกับเรื่องทเี่ รียน
ประจำหนว่ ยการเรยี นรู้ 13. นกั เรียนจดบันทกึ นโยบายสถานศกึ ษา
11. ครคู อยสังเกตลำดบั ขนั้ ตอนการทำงานและให้ 3 D พร้อมกบั อภิปรายแนวทางนำไปปฏิบัติ
คำแนะนำเมื่อพบนักเรยี นปฏบิ ตั ไิ มถ่ ูกต้อง ใช้ในชีวิตประจำวันและในรายวชิ าท่เี รยี น
12. ครูใหน้ กั เรยี นทปี่ ฏบิ ัตงิ านเสร็จแลว้ สง่ ตรวจท่ี 14. นกั เรยี นรับฟังและจดบนั ทึกหลกั ปรชั ญา
โตะ๊ ตรวจงานเพื่อขอคำแนะนำและและประเมินผล ของเศรษฐกิจพอเพยี งโดยมีความรบั ผิดชอบ
13. ทำแบบทดสอบหลังเรียน และพยายามสบื ค้นขอ้ มลู และปฏบิ ตั งิ านให้
14. ครแู จง้ นโยบายสถานศึกษา 3D ของกระทรวง สำเร็จอยา่ งมเี หตผุ ล
ศกึ ษา ซ่ึงเปน็ กิจกรรมท่ีมุง่ สง่ เสริมพัฒนาผเู้ รียนใหม้ ี 15. นักเรยี นชว่ ยกันทำความสะอาดเครอ่ื งมือ
คณุ ลกั ษณะทีด่ งี าม 3 ด้าน คือ 1. ดา้ น อุปกรณ์ จดั ห้องเรยี นใหเ้ รยี บรอ้ ย
ประชาธิปไตย (Democracy) 2. ดา้ นคุณธรรม
จริยธรรม และความเปน็ ไทย (Decency) 3. ดา้ น
ภมู คิ ้มุ กนั จากยาเสพตดิ (Drug – Free)
15. ครอู ธบิ ายหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เพ่อื บูรณาการเขา้ กับกิจกรรมการเรียนการสอน
ประกอบดว้ ย 1. ความพอประมาณ 2. ความมี
เหตผุ ล 3. การมีภูมคิ ุม้ กนั ในตัวทีด่ ี
16. ครซู ักถามนกั เรยี นว่ามีข้อสงสยั อะไรอีกหรือไม่
17. ครูให้นกั เรียนทำความสะอาดห้องเรยี น
ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ
54
ขัน้ นำไปใช้ ข้นั นำไปใช้
18. ครใู หน้ กั เรียนเขียนรายงานสรุปผลการเรียนรู้ 16. นกั เรยี นทำแบบสรปุ ผลการเรียนรูป้ ระจำ
19. ครบู นั ทึกหลงั การสอน หน่วยการเรียน
การบูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผู้เรียนมีวินัย ซื่อสัตย์ ประหยัด ใฝ่รู้ และปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายโดยยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
กิจกรรมเสนอแนะ/ งานที่มอบหมาย
ศึกษาค้นควา้ เพ่ิมเตมิ เกีย่ วกับความร้พู นื้ ฐานเกยี่ วกับสารกงึ่ ตัวนำ
การวัดและประเมนิ ผล
วธิ กี ารวัดและประเมินผล
- สงั เกตการทำงาน
- ทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
เครอื่ งมอื วดั และประเมินผล
- แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
เกณฑ์การวัดผล และประเมนิ ผล
- ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ 80 ของแบบประเมินแตล่ ะประเภท
ดา้ นความรู้
- ประเมินจาก การสนทนา ตอบ ขอ้ ซักถาม
- ประเมนิ จากการทำแบบฝกึ หดั แบบทดสอบ
ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต
รอบคอบ ประหยัดและมีความอดทน
ด้านทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน
วิธกี ารแกป้ ัญหาในกรณที ่ีผเู้ รยี นไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามจดุ ประสงคท์ ี่กำหนด
1. สอนซอ่ มเสรมิ ให้กบั ผ้เู รยี นที่ไมผ่ า่ นเกณฑใ์ นแต่ละจดุ ประสงค์ โดยใชว้ ิธกี ารดงั น้ี
- แนะนำ/สอนเสรมิ ในส่วนท่ยี ังไม่เขา้ ใจ
- มอบหมายให้เพือ่ นทผี่ า่ นเกณฑส์ อนเพ่ือน
- มอบหมายใหง้ านเพ่ิมเติมนอกเวลา
2. ทดสอบเพ่อื ประเมินผล
ส่ือการเรยี นการสอน
1. เอกสารประกอบการสอน วชิ า อุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ สแ์ ละวงจร 2104 - 2102
2. สื่อ Power Point บทท่ี 7 วงจรกำเนิดสญั ญาณ
ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ
55
แบบฝึกหัด
หนว่ ยท่ี 7 วงจรกำเนิดสญั ญาณ
เขียนเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในข้อทถ่ี ูกต้องที่สุด
1. LED สีใด ในขณะทไี่ ด้รับไบแอสตรงจนมีแสงสว่างเตม็ ที่จะมีแรงดันตกคร่อมมากท่ีสุด
ก. สขี าว ข. สแี ดง
ค. สเี ขยี ว ง. สีเหลือง
2. จากรปู สัญลักษณค์ ืออุปกรณใ์ นขอ้ ใด
ก. โฟโต้ทรานซิสเตอร์
ข. โฟโต้ไดโอด
ค. โฟโตเ้ อสซอี าร์
ง. อุปกรณ์เชอ่ื มโยงทางแสง (Opto–Coupler)
3. โฟโต้ทรานซสิ เตอร์ นยิ มใชใ้ นภาคไหนของวงจรรโี มทคอนโทรล
ก. ภาคขยายสัญญาณ ข. ภาคสง่ สัญญาณ
ค. ภาครับสัญญาณ ง. ภาครับสญั ญาณและภาคสง่ สญั ญาณ
4. จากรูปจงคำนวณหาค่ากระแสไหลผ่าน LED
ก. 10.2 mA
ข. 15.3 mA
ค. 20.3 mA
ง. 25.3 mA
5. LDR มชี ื่อเรยี กตรงกบั ข้อใด ข. ตัวตา้ นทานไวแสง
ก. Photo Resistor ง. ถูกทกุ ข้อ
ค. Light Dependent Resistor
ครูธญั ลักษณ์ หมีโชติ
56
6. จากรูป รีเลย์จะทำงานเมื่อใด
ก. เมอื่ มแี สงตกกระทบ LDR
ข. เม่อื ไมม่ แี สงตกกระทบ LDR
ค. ไมแ่ น่ใจ
ง. ไม่มีข้อถูก
7. โฟโต้ดาร์ลิงตันทรานซสิ เตอร์ มีการทำงานแตกตา่ งจากโฟโตท้ รานซสิ เตอรอ์ ยา่ งไร
ก. ไมม่ ีข้อแตกตา่ ง ข. เพิ่มทรานซสิ เตอรอ์ ีกหนง่ึ ตัว
ค. ราคาสูงกวา่ ง. อตั ราการขยายกระแสสงู กว่า
8. การเลือกใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงทางแสง (Opto–Coupler) เพื่อควบคุมการทำงานของโหลดที่เป็นไฟฟ้า
กระแสสลับ ควรจะเลอื กใช้อุปกรณใ์ นข้อใด
ก. Photo Fet ข. Photo Triac
ค. Photo Diode ง. Photo Transistor
9. การเลือกใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงทางแสง (Opto–Coupler) เพื่อควบคุมการทำงานของโหลดที่เป็นไฟฟ้า
กระแสตรง ควรจะเลือกใชอ้ ปุ กรณใ์ นขอ้ ใด
ก. Photo Diac
ข. Photo LED
ค. Photo Triac
ง. Photo Transistor
10. ขอ้ ใดคือหลักการทำงานของ Opto Electronics
ก. อาศยั หลกั การแสง “LED”
ข. อาศัยหลักการของคลน่ื แม่เหลก็
ค. อาศยั หลกั การแสงหลอดไฟ “Lamp”
ง. อาศยั หลักการแสง “Infrared LED”
ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ
57
แบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรยี น
หนว่ ยท่ี 7 วงจรกำเนิดสญั ญาณ
คำชี้แจง 1. จงทำเครื่องหมายกากบาท () ทับข้อท่ีถกู ท่ีสดุ เพียงขอ้ เดียวลงในกระดาษคำตอบ
2. เวลาสอบ 10 นาที
1. โฟโต้ทรานซสิ เตอร์ นยิ มใช้ในภาคไหนของวงจรรโี มทคอนโทรล
ก. ภาคขยายสัญญาณ ข. ภาคสง่ สัญญาณ
ค. ภาครับสญั ญาณ ง. ภาครบั สัญญาณและภาคสง่ สัญญาณ
2. จากรปู รเี ลย์จะทำงานเม่ือใด
ก. เม่อื มแี สงตกกระทบ LDR
ข. เมอื่ ไม่มแี สงตกกระทบ LDR
ค. ไม่แน่ใจ
ง. ไม่มีข้อถูก
3. การเลือกใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงทางแสง (Opto–Coupler) เพื่อควบคุมการทำงานของโหลดที่เป็นไฟฟ้า
กระแสตรง ควรจะเลอื กใช้อปุ กรณใ์ นข้อใด
ก. Photo Diac
ข. Photo LED
ค. Photo Triac
ง. Photo Transistor
4. LED สีใด ในขณะทไ่ี ด้รบั ไบแอสตรงจนมีแสงสวา่ งเตม็ ทจ่ี ะมีแรงดนั ตกคร่อมมากท่สี ดุ
ก. สขี าว ข. สีแดง
ค. สเี ขียว ง. สีเหลอื ง
5. LDR มชี ่อื เรียกตรงกบั ข้อใด ข. ตัวต้านทานไวแสง
ก. Photo Resistor ง. ถูกทุกขอ้
ค. Light Dependent Resistor
6. ขอ้ ใดคือหลกั การทำงานของ Opto Electronics
ก. อาศยั หลักการแสง “LED”
ข. อาศยั หลักการของคลน่ื แม่เหล็ก
ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ
58
ค. อาศัยหลกั การแสงหลอดไฟ “Lamp”
ง. อาศยั หลักการแสง “Infrared LED”
7. โฟโต้ดารล์ งิ ตันทรานซสิ เตอร์ มกี ารทำงานแตกต่างจากโฟโต้ทรานซสิ เตอร์อยา่ งไร
ก. ไมม่ ีขอ้ แตกต่าง ข. เพิม่ ทรานซิสเตอร์อกี หนง่ึ ตัว
ค. ราคาสงู กว่า ง. อัตราการขยายกระแสสูงกวา่
8. จากรูปสัญลกั ษณค์ อื อปุ กรณ์ในข้อใด
ก. โฟโตท้ รานซสิ เตอร์
ข. โฟโต้ไดโอด
ค. โฟโต้เอสซีอาร์
ง. อุปกรณ์เชอ่ื มโยงทางแสง (Opto–Coupler)
9. การเลือกใช้อุปกรณ์เชื่อมโยงทางแสง (Opto–Coupler) เพื่อควบคุมการทำงานของโหลดที่เป็นไฟฟ้า
กระแสสลับ ควรจะเลือกใชอ้ ุปกรณ์ในข้อใด
ก. Photo Fet ข. Photo Triac
ค. Photo Diode ง. Photo Transistor
10.จากรปู จงคำนวณหาค่ากระแสไหลผา่ น LED
ก. 10.2 mA
ข. 15.3 mA
ค. 20.3 mA
ง. 25.3 mA
ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ
59
แผนผังความคิด ศึกษาเรือ่ ง วงจรตั้งเวลา
โดยบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
พอประมาณ ภมู คิ มุ้ กัน
3. เลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ สอดคล้องกับ 4. เห็นความสำคญั ในการทำงานร่วมกบั ผอู้ ่นื
งานและใช้คุ้มค่า ประหยัดและคำนึงถึง
ความปลอดภยั คุณธรรม
มเี หตผุ ล 5. ทำงานดว้ ยความสามคั คมี ี
น้ำใจ มีวนิ ัย มคี วามรบั ผดิ ชอบ
2.ร้จู ักและบอกรูปแบบของ และดว้ ยความซ่ือสตั ย์
วงจรกำเนิดสัญญาณได้ 6. ตระหนักคณุ ภาพของงาน
มคี วามประณตี รอบคอบ
บทท่ี 8 ปลอดภยั
1. ความร/ู้ ทกั ษะ
-หลกั การเบ้ืองตน้ ของวงจรตัง้ เวลา
-ไอซีเบอร์ 555
-วงจรโมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์ โดยใช้ ไอซีเบอร์ 555
สังคม เศรษฐกจิ วัฒนธรรม ส่งิ แวดล้อม
1,6 2-3 5 4
ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ
60
แผนการจัดการเรยี นรู้
ช่ือวชิ า อิเลก็ ทรอนกิ ส์กำลังเบอ้ื งตน้ รหสั วิชา 20104-2103
บทที่ 8 วงจรรวมตงั้ เวลา
สอนครง้ั ท่ี 14 ชว่ั โมงที่ 53 - 56 เวลา 8 ชวั่ โมง
สาระสำคัญ
วงจรรวมตง้ั เวลา (Timer Integrated circuit) มักจะนึกถึง ไอซีเบอร์ 555 ซ่งึ บางคร้งั เรยี กว่า
ไอซไี ทม์เมอร์ 555 เป็นไอซที ีส่ ามารถใช้งานไดห้ ลากหลาย นอกจากนี้ยังมีไอซีเบอร์ 556 โดยอาศัยการ
รวมไอซีเบอร์ 555 จำนวน 2 ตัวบนชิปตัวเดียว ขณะที่ไอซีเบอร์ 558 เป็นไอซีที่พัฒนาขึ้นไอซีเบอร์ 555
จำนวน 4 ตัว (โดยมีการปรับแต่งเล็กน้อย) มาไว้บนชิปตัวเดียว นอกจากนี้ยังมีรุ่นกำลังต่ำพิเศษ (Ultra
low power) ของไอซีเบอร์ 555 คอื ไอซเี บอร์ 7555 ไอซีเบอร์ 555 มโี หมดการทำงาน 3 โหมดคือ ไบสเต
เบิล มัลติไวเบรเตอร์ โมโนสเตเบิล มัลติไวเบรเตอร์ และอะสเตเบิล มัลติไวเบรเตอร์ โหมดที่นำมาใชเ้ ป็น
วงจรตัง้ เวลาจะเปน็ โหมด โมโนสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์
อย่างไรก็ตามในการสร้างวงจรตั้งเวลาด้วยไอซีนั้น ยังสามารถสร้างได้จากวงจร ไอซีเบอร์อื่นๆได้
เช่นไอซีเบอร์ 4060 หรือ อาจจะสรา้ งวงจรต้ังเวลาโดย ไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์ ก็ได้ แตใ่ นหน่วยเรียนน้ี
จะกล่าวถงึ เฉพาะไอซี เบอร์ 555 เทา่ น้ัน
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
จุดประสงคท์ ัว่ ไป
มคี วามรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวงจรรวมต้ังเวลา หลักการทำงานและการนำไปประยุกตใ์ ช้งาน
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1. บอกหลักการเบ้อื งต้นของวงจรตง้ั เวลาไดถ้ ูกต้อง
2. บอกหลักการทำงานเบ้อื งต้นของไอซีเบอร์ 555ได้ถูกตอ้ ง
3. อธิบายหลักการทำงานของวงจรโมโนสเตเบิล มัลติไวเบรเตอร์โดยใช้ ไอซีเบอร์ 555 ได้
ถูกตอ้ ง
4. ยกตวั อยา่ งวงจรประยุกตใ์ ชง้ านวงจรกำเนิดสัญญาณไดถ้ กู ต้อง
5. มกี ิจนิสยั ในการทำงานด้วยความรอบคอบ ประณตี และปลอดภัย
สมรรถนะรายหนว่ ย
1. สามารถบอกลักษณะสมบตั ิและรปู แบบของวงจรรวมตัง้ เวลาได้
หวั ข้อการเรยี นรู้
1. หลักการเบ้ืองต้นของวงจรต้ังเวลา
2. ไอซีเบอร์ 555
3 วงจรโมโนสเตเบิล มัลตไิ วเบรเตอร์ โดยใช้ ไอซเี บอร์ 555
4. ตวั อยา่ งวงจรประยกุ ต์ใชง้ านวงจรกำเนดิ สญั ญาณ
ครูธญั ลักษณ์ หมีโชติ
61
กจิ กรรมการเรียนรู้ (สัปดาห์ที่ 14) กิจกรรมนกั เรยี น
ขั้นสนใจปญั หา
กิจกรรมครู 1. นักเรียนจดบันทึกจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ขัน้ ศกึ ษาขอ้ มูล
ขนั้ นำเขา้ ส่บู ทเรียน 2. นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
1. ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ หนว่ ยการเรียน 3. นักเรียนฟังครูบรรยายและจดบนั ทึก
4. นักเรยี นศกึ ษาหนว่ ยการเรียนท่ีไดร้ บั
ข้นั สอนทฤษฎี มอบหมาย
2. ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น 5. นักเรยี นตอบคำถาม
3. ครบู รรยายเนือ้ หาประกอบแผน่ ใส/ power
point ขน้ั ศึกษาข้อมลู
4. ครใู หน้ กั เรยี นศึกษาเน้ือหาการเรียนรใู้ นหนังสือ 6. นักเรยี นศึกษาใบงานการทดลองประจำ
เรียน หน่วยการเรียนรู้
5. ซักถามนักเรียนเก่ยี วกบั เน้ือหาทเ่ี รียน 7. นกั เรียนจัดเตรียมเคร่ืองมือและอปุ กรณ์
ข้นั สอนปฏิบัติ ขน้ั พยายามและขั้นสำเรจ็ ผล
6. ครใู หน้ ักเรยี นศึกษาใบงานการทดลอง 8. นกั เรียนชว่ ยกันสรุปเนือ้ หาทีเ่ รียนและจด
7. ครูใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่มจดั เตรียมเครื่องมือและ บันทึก
อุปกรณ์ตามใบงานการทดลอง 9. นกั เรยี นปฏิบตั ติ ามใบงานการทดลอง
8. ครูสังเกตการปฏบิ ัตงิ านและคอยใหค้ ำแนะนำ ประจำหนว่ ยการเรยี นรู้ เม่ือพบปญั หาให้
อย่างใกล้ชิด สอบถามครผู ู้สอน
10. นกั เรียนส่งผลการปฏบิ ตั ิงานใหค้ รตู รวจ
ขน้ั สรุป 11.นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ผลการเรียนรู้ 12. นกั เรียนช่วยกนั สรปุ เน้ือหาและจดบันทึก
10. ครูให้นกั เรียนปฏบิ ตั ิตามใบงานการทดลอง ประกอบดว้ ยสาระเก่ยี วกับเรื่องทเี่ รียน
ประจำหนว่ ยการเรยี นรู้ 13. นักเรยี นจดบันทกึ นโยบายสถานศกึ ษา
11. ครคู อยสงั เกตลำดับข้นั ตอนการทำงานและให้ 3 D พรอ้ มกับอภปิ รายแนวทางนำไปปฏิบัติ
คำแนะนำเมื่อพบนักเรียนปฏบิ ตั ไิ ม่ถูกต้อง ใช้ในชวี ิตประจำวันและในรายวชิ าท่เี รียน
12. ครูใหน้ กั เรยี นท่ีปฏิบัตงิ านเสร็จแลว้ ส่งตรวจที่ 14. นักเรยี นรบั ฟงั และจดบนั ทึกหลกั ปรชั ญา
โตะ๊ ตรวจงานเพื่อขอคำแนะนำและและประเมินผล ของเศรษฐกิจพอเพยี งโดยมีความรบั ผิดชอบ
13. ทำแบบทดสอบหลังเรียน และพยายามสบื ค้นขอ้ มลู และปฏบิ ตั งิ านให้
14. ครูแจง้ นโยบายสถานศึกษา 3D ของกระทรวง สำเร็จอยา่ งมเี หตผุ ล
ศกึ ษา ซ่ึงเปน็ กิจกรรมที่มงุ่ สง่ เสริมพฒั นาผูเ้ รยี นใหม้ ี 15. นักเรียนช่วยกันทำความสะอาดเครอ่ื งมือ
คณุ ลกั ษณะทีด่ งี าม 3 ดา้ น คือ 1. ดา้ น อุปกรณ์ จดั ห้องเรยี นใหเ้ รยี บรอ้ ย
ประชาธิปไตย (Democracy) 2. ดา้ นคณุ ธรรม
จรยิ ธรรม และความเป็นไทย (Decency) 3. ดา้ น
ภูมคิ ุม้ กนั จากยาเสพตดิ (Drug – Free)
15. ครอู ธบิ ายหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เพื่อบูรณาการเขา้ กับกิจกรรมการเรียนการสอน
ประกอบดว้ ย 1. ความพอประมาณ 2. ความมี
เหตผุ ล 3. การมีภูมคิ มุ้ กนั ในตัวทด่ี ี
16. ครซู ักถามนกั เรยี นว่ามีข้อสงสัยอะไรอีกหรือไม่
17. ครใู หน้ กั เรียนทำความสะอาดห้องเรียน
ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ
62
ขั้นนำไปใช้ ขนั้ นำไปใช้
18. ครใู หน้ ักเรยี นเขียนรายงานสรุปผลการเรยี นรู้ 16. นกั เรียนทำแบบสรุปผลการเรยี นรปู้ ระจำ
19. ครบู ันทึกหลังการสอน หน่วยการเรยี น
การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผู้เรียนมีวินัย ซื่อสัตย์ ประหยัด ใฝ่รู้ และปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายโดยยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
กิจกรรมเสนอแนะ/ งานทม่ี อบหมาย
ศกึ ษาค้นคว้าเพมิ่ เตมิ เกี่ยวกบั ความรู้พน้ื ฐานเกย่ี วกับสารก่งึ ตวั นำ
การวัดและประเมนิ ผล
วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
- สงั เกตการทำงาน
- ทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน
เคร่อื งมอื วัดและประเมนิ ผล
- แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น
เกณฑ์การวดั ผล และประเมนิ ผล
- ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ 80 ของแบบประเมนิ แตล่ ะประเภท
ด้านความรู้
- ประเมนิ จาก การสนทนา ตอบ ข้อซักถาม
- ประเมนิ จากการทำแบบฝกึ หัด แบบทดสอบ
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต
รอบคอบ ประหยดั และมคี วามอดทน
ด้านทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน
วิธีการแกป้ ัญหาในกรณีทผ่ี เู้ รียนไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมินตามจดุ ประสงค์ท่กี ำหนด
1. สอนซอ่ มเสริมให้กับผูเ้ รยี นท่ไี มผ่ ่านเกณฑ์ในแตล่ ะจุดประสงค์ โดยใช้วธิ ีการดงั นี้
- แนะนำ/สอนเสริมในส่วนทยี่ ังไม่เข้าใจ
- มอบหมายใหเ้ พือ่ นทผี่ ่านเกณฑ์สอนเพ่ือน
- มอบหมายให้งานเพิ่มเตมิ นอกเวลา
2. ทดสอบเพอ่ื ประเมินผล
สอ่ื การเรียนการสอน
1. เอกสารประกอบการสอน วชิ า อปุ กรณ์อิเล็กทรอนกิ สแ์ ละวงจร 2104 - 2102
2. ส่ือ Power Point บทที่ 8 วงจรรวมตั้งเวลา
ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ
63
แบบฝึกหัด
หนว่ ยท่ี 8 วงจรรวมตง้ั เวลา
เขียนเคร่อื งหมายกากบาท (X) ลงในข้อท่ถี ูกตอ้ งที่สุด
1. คา่ เวลาคงท่ี (Time Constant) มคี า่ เทา่ กบั ขอ้ ใด
ก. QC ข. RC
ค. τ ง. TC
2. ขอ้ ใดท่นี ามาใชเ้ ป็นวงจรตงั้ เวลาของไอซี เบอร์ 555
ก. Rectifier and Filter ข. Bistable Multivibrator
ค. Astable Multivibrator ง. Monostable Multivibrator
3. ขอ้ ใดท่นี ามาใชเ้ ป็นวงจรฟลิปฟลอปของไอซี เบอร์ 555
ก. Rectifier and Filter ข. Bistable Multivibrator
ค. Astable Multivibrator ง. Monostable Multivibrator
4. จากรูป ถา้ R1 = 100 k, C1 = 100 F จงหาคา่ T
R
1
CC T = 1.1 R1
C1
ก. 11 วินาที 1 2
ค. 5.5 วนิ าที ข. 10 วนิ าที
ง. 2.5 วินาที
5. จากรูปในขอ้ 4 ขอ้ ใดตงั้ เวลาไดม้ ากท่สี ดุ
ข. 3.3 MΩ 47 F
ก. 470 kΩ 100 F ง. 100 kΩ 1000 F
ค. 1 MΩ 100 F
ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ
64
6. จากรูปในขอ้ 4 เป็นวงจรใด
ก. Monostable Multivibrator ข. Bistable Multivibrator
ค. Astable Multivibrator ง. Rectifier and Filter
7. คา่ เวลาคงท่ี (Time Constant) ใชต้ วั ยอ่ ตรงกบั ขอ้ ใด
ก. ι ข.
ค. τ ง. T
8. ขอ้ ใดไมใ่ ชโ่ หมดใชง้ านของไอซี เบอร์ 555
ก. Rectifier and Filter ข. Bistable Multivibrator
ค. Astable Multivibrator ง. Monostable Multivibrator
9. ขอ้ ใดท่นี ามาใชเ้ ป็นวงจรกาเนิดสญั ญาณของไอซี เบอร์ 555
ก. Rectifier and Filter ข. Bistable Multivibrator
ค. Astable Multivibrator ง. Monostable Multivibrator
10. การรเี ซต็ ขา 4 ของไอซี เบอร์ 555 หมายถึงขอ้ ใด
ก. การทาใหแ้ รงดนั เอาตพ์ ตุ เป็น “High” ข. การคายประจขุ องคาปาซิเตอร์
ค. การประจขุ องคาปาซเิ ตอร์ ง. การรเี ซ็ตตัวไอซี
ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ
65
แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรียน
หนว่ ยที่ 8 วงจรรวมตงั้ เวลา
คำช้ีแจง 1. จงทำเคร่ืองหมายกากบาท () ทับข้อที่ถูกทส่ี ดุ เพยี งข้อเดยี วลงในกระดาษคำตอบ
2. เวลาสอบ 10 นาที
1. ขอ้ ใดท่นี ามาใชเ้ ป็นวงจรกาเนิดสญั ญาณของไอซี เบอร์ 555
ก. Rectifier and Filter ข. Bistable Multivibrator
ค. Astable Multivibrator ง. Monostable Multivibrator
2. การรีเซต็ ขา 4 ของไอซี เบอร์ 555 หมายถงึ ขอ้ ใด
ก. การทาใหแ้ รงดนั เอาตพ์ ตุ เป็น “High” ข. การคายประจขุ องคาปาซเิ ตอร์
ค. การประจขุ องคาปาซเิ ตอร์ ง. การรเี ซ็ตตัวไอซี
3. คา่ เวลาคงท่ี (Time Constant) ใชต้ วั ย่อตรงกบั ขอ้ ใด
ก. ι ข.
ค. τ ง. T
4. จากรูป ถา้ R1 = 100 k, C1 = 100 F จงหาคา่ T
R
1
CC T = 1.1 R1
C1
ก. 11 วนิ าที 1 2
ค. 5.5 วนิ าที ข. 10 วินาที
ง. 2.5 วินาที
ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ
66
5. จากรูปในขอ้ 4 ขอ้ ใดตงั้ เวลาไดม้ ากท่สี ดุ ข. 3.3 MΩ 47 F
ง. 100 kΩ 1000 F
ก. 470 kΩ 100 F
ค. 1 MΩ 100 F
6. จากรูปในขอ้ 4 เป็นวงจรใด ข. Bistable Multivibrator
ก. Monostable Multivibrator ง. Rectifier and Filter
ค. Astable Multivibrator
7. ขอ้ ใดไม่ใช่โหมดใชง้ านของไอซี เบอร์ 555 ข. Bistable Multivibrator
ก. Rectifier and Filter ง. Monostable Multivibrator
ค. Astable Multivibrator
8. ค่าเวลาคงท่ี (Time Constant) มีค่าเทา่ กบั ขอ้ ใด
ก. QC ข. RC
ค. τ ง. TC
9. ขอ้ ใดท่นี ามาใชเ้ ป็นวงจรตงั้ เวลาของไอซี เบอร์ 555
ก. Rectifier and Filter ข. Bistable Multivibrator
ค. Astable Multivibrator ง. Monostable Multivibrator
10.ขอ้ ใดท่นี ามาใชเ้ ป็นวงจรฟลปิ ฟลอปของไอซี เบอร์ 555
ก. Rectifier and Filter ข. Bistable Multivibrator
ค. Astable Multivibrator ง. Monostable Multivibrator
ครูธญั ลักษณ์ หมโี ชติ
67
แผนผังความคดิ ศึกษาเรอ่ื ง การทำแผน่ วงจรพมิ พ์
โดยบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
พอประมาณ ภูมคิ มุ้ กนั
3. เลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ สอดคล้องกับ 4. เห็นความสำคัญในการทำงานรว่ มกบั ผู้อ่ืน
งานและใชค้ ุ้มคา่ ประหยดั และคำนึงถึง
ความปลอดภยั คุณธรรม
มเี หตุผล 5. ทำงานด้วยความสามคั คีมี
น้ำใจ มวี ินัย มีความรบั ผดิ ชอบ
2.รู้จักและบอกการทำ และดว้ ยความซอ่ื สตั ย์
แผน่ วงจรพมิ พไ์ ด้ 6. ตระหนักคณุ ภาพของงาน
มีความประณตี รอบคอบ
บทที่ 9 ปลอดภยั
1. ความรู้/ทกั ษะ
- ความหมายของแผน่ วงจรพมิ พ์
- ขั้นตอนการทำแผน่ วงจรพิมพ์
สังคม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม สงิ่ แวดล้อม
1,6 2-3 5 4
ครูธญั ลกั ษณ์ หมีโชติ
68
แผนการจัดการเรยี นรู้
ช่ือวชิ า อุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ สแ์ ละวงจร รหสั วชิ า 2104-2102
บทท่ี 9 การทำแผ่นวงจรพิมพ์
สอนครง้ั ท่ี 16 ช่ัวโมงที่ 57 - 60 เวลา 4 ช่ัวโมง
สาระสำคัญ
การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับการทดลอง มักจะต่อวงจรกับบอร์ดทดทดลอง
(Proto board) เพราะเป็นการประหยัดวัสดุ ง่ายต่อการถอดออก หรือเสียบอุปกรณ์เข้า เมื่อทดลองเสร็จ
ได้ผลการทดลองออกมาเป็นที่พอใจแล้ว ก็จะทำการถอดอุปกรณ์ออก เพราะการใช้งานจริงแล้วจะ
ประกอบวงจรลงแผน่ วงจรพิมพ์ หรือ เรียกกนั วา่ แผ่นปรน๊ิ หรือ แผ่น PCB (Print circuit board) การต่อ
วงจรด้วยแผ่นวงจรพิมพ์แทนการต่อด้วยบอร์ดทดลอง เพราะเป็นการประหยัดพื้นท่ี ลดการต่อเชื่อมโยงท่ี
ดูแล้วมคี วามสลบั ซบั ซอ้ น มีความม่ันคงและถาวรกว่าการต่อดว้ ยสายโยงหรอื การต่อกับบอร์ดทดลอง
ลักษณะของแผ่นปริ๊นจะมีอยู่ 2 ลักษณ์ คือ แผ่นปริ๊นเปล่า ที่ต้องออกแบบเอง และแผ่นปร๊ิน
เอนกประสงค์ ซงึ่ สามารถเสยี บตอ่ อุปกรณ์ไดเ้ ลย อาจมกี ารดดั แปลงเล็กนอ้ ย
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
จดุ ประสงคท์ ั่วไป
มีความร้คู วามเข้าใจเกยี่ วกับวงจรรวมต้งั เวลา หลักการทำงานและการนำไปประยกุ ตใ์ ช้งาน
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. บอกความหมายของการทำแผน่ วงจรพมิ พ์ได้ถูกต้อง
2. บอกอปุ กรณท์ ใี่ ช้ในการทำแผน่ วงจรพิมพ์ได้ถกู ต้อง
3. อธบิ ายขั้นตอนในการทำแผน่ วงจรพมิ พไ์ ด้ถูกต้อง
4. ออกแบบแผ่นวงจรพิมพไ์ ด้ถูกต้อง
5. ทำแผน่ วงจรพมิ พด์ ้วยวธิ ีตา่ ง ๆ ได้ถกู ตอ้ ง
6. มกี จิ นิสัยในการทำงานดว้ ยความรอบคอบ ประณีต และปลอดภัย
สมรรถนะรายหน่วย
1. สามารถทำแผ่นวงจรพิมพแ์ ละบอกขั้นตอนการทำแผน่ วงจรพิมพ์ได้
หวั ขอ้ การเรียนรู้
1. ความหมายของแผ่นวงจรพมิ พ์
2. ข้ันตอนการทำแผ่นวงจรพมิ พ์
กิจกรรมการเรยี นรู้ (สปั ดาห์ที่ 16) กจิ กรรมนักเรียน
กจิ กรรมครู ขน้ั สนใจปัญหา
ข้นั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น 1. นกั เรียนจดบนั ทึกจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ครูแจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ หน่วยการเรียน
ครูธัญลักษณ์ หมโี ชติ
69
ขั้นสอนทฤษฎี ขั้นศกึ ษาขอ้ มูล
2. ครใู หน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน 2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
3. ครบู รรยายเนอ้ื หาประกอบแผน่ ใส/ power 3. นกั เรยี นฟังครบู รรยายและจดบันทึก
point 4. นักเรยี นศกึ ษาหนว่ ยการเรียนที่ได้รับ
4. ครูใหน้ ักเรียนศึกษาเนื้อหาการเรยี นรูใ้ นหนงั สอื มอบหมาย
เรียน 5. นกั เรยี นตอบคำถาม
5. ซกั ถามนักเรียนเกีย่ วกับเน้ือหาที่เรยี น
ข้ันศกึ ษาขอ้ มลู
ข้นั สอนปฏิบัติ 6. นักเรยี นศกึ ษาใบงานการทดลองประจำ
6. ครูใหน้ กั เรยี นศึกษาใบงานการทดลอง หน่วยการเรยี นรู้
7. ครูใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ จัดเตรียมเคร่ืองมือและ 7. นักเรยี นจดั เตรียมเคร่ืองมือและอุปกรณ์
อปุ กรณ์ตามใบงานการทดลอง
8. ครูสงั เกตการปฏิบตั ิงานและคอยให้คำแนะนำ ข้นั พยายามและข้นั สำเร็จผล
อย่างใกล้ชิด 8. นกั เรียนช่วยกนั สรุปเนื้อหาที่เรียนและจด
บันทึก
ขน้ั สรุป 9. นกั เรยี นปฏิบัติตามใบงานการทดลอง
9. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปผลการเรียนรู้ ประจำหนว่ ยการเรยี นรู้ เมื่อพบปัญหาให้
10. ครใู หน้ ักเรยี นปฏิบตั ติ ามใบงานการทดลอง สอบถามครผู ้สู อน
ประจำหนว่ ยการเรียนรู้ 10. นกั เรยี นส่งผลการปฏิบัติงานให้ครูตรวจ
11. ครคู อยสงั เกตลำดับขน้ั ตอนการทำงานและให้ 11.นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน
คำแนะนำเม่ือพบนักเรยี นปฏบิ ัตไิ ม่ถูกต้อง 12. นกั เรียนชว่ ยกันสรปุ เนอ้ื หาและจดบนั ทึก
12. ครูใหน้ ักเรยี นทป่ี ฏิบัติงานเสร็จแลว้ สง่ ตรวจท่ี ประกอบดว้ ยสาระเก่ยี วกบั เร่ืองทเี่ รียน
โต๊ะตรวจงานเพ่ือขอคำแนะนำและและประเมนิ ผล 13. นักเรียนจดบนั ทึกนโยบายสถานศึกษา
13. ทำแบบทดสอบหลังเรียน 3 D พร้อมกบั อภปิ รายแนวทางนำไปปฏิบตั ิ
14. ครูแจ้งนโยบายสถานศึกษา 3D ของกระทรวง ใชใ้ นชีวติ ประจำวันและในรายวิชาท่เี รยี น
ศกึ ษา ซึ่งเป็นกจิ กรรมที่มุ่งสง่ เสรมิ พัฒนาผู้เรยี นให้มี 14. นกั เรยี นรับฟงั และจดบนั ทกึ หลักปรชั ญา
คุณลกั ษณะทีด่ งี าม 3 ด้าน คือ 1. ดา้ น ของเศรษฐกจิ พอเพยี งโดยมีความรับผิดชอบ
ประชาธปิ ไตย (Democracy) 2. ด้านคณุ ธรรม และพยายามสบื ค้นขอ้ มูลและปฏิบัตงิ านให้
จรยิ ธรรม และความเปน็ ไทย (Decency) 3. ด้าน สำเร็จอย่างมเี หตผุ ล
ภมู ิคุม้ กันจากยาเสพตดิ (Drug – Free) 15. นกั เรียนชว่ ยกันทำความสะอาดเครื่องมือ
15. ครอู ธิบายหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง อุปกรณ์ จดั ห้องเรยี นใหเ้ รียบรอ้ ย
เพอ่ื บูรณาการเข้ากับกจิ กรรมการเรยี นการสอน
ประกอบดว้ ย 1. ความพอประมาณ 2. ความมี ขั้นนำไปใช้
เหตผุ ล 3. การมีภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดี 16. นกั เรยี นทำแบบสรปุ ผลการเรยี นรปู้ ระจำ
16. ครซู กั ถามนักเรยี นวา่ มีขอ้ สงสยั อะไรอีกหรือไม่ หนว่ ยการเรยี น
17. ครใู หน้ ักเรียนทำความสะอาดหอ้ งเรยี น
ขนั้ นำไปใช้
18. ครใู ห้นักเรยี นเขียนรายงานสรุปผลการเรยี นรู้
19. ครบู นั ทึกหลังการสอน
ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ
70
การบูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผู้เรียนมีวินัย ซื่อสัตย์ ประหยัด ใฝ่รู้ และปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายโดยยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
กจิ กรรมเสนอแนะ/ งานทีม่ อบหมาย
ศึกษาค้นคว้าเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกับความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกับสารก่งึ ตัวนำ
การวดั และประเมินผล
วิธกี ารวดั และประเมินผล
- สงั เกตการทำงาน
- ทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น
เครอื่ งมือวัดและประเมินผล
- แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น
เกณฑก์ ารวัดผล และประเมนิ ผล
- ผ่านเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ 80 ของแบบประเมินแต่ละประเภท
ดา้ นความรู้
- ประเมนิ จาก การสนทนา ตอบ ขอ้ ซักถาม
- ประเมินจากการทำแบบฝกึ หดั แบบทดสอบ
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต
รอบคอบ ประหยัดและมคี วามอดทน
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
- กระบวนการทำงาน
วธิ ีการแกป้ ญั หาในกรณที ผ่ี ้เู รียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามจุดประสงค์ทีก่ ำหนด
1. สอนซ่อมเสริมใหก้ บั ผเู้ รยี นทไ่ี ม่ผ่านเกณฑ์ในแตล่ ะจุดประสงค์ โดยใชว้ ิธกี ารดงั นี้
- แนะนำ/สอนเสริมในสว่ นทย่ี งั ไม่เขา้ ใจ
- มอบหมายให้เพอื่ นท่ีผา่ นเกณฑส์ อนเพื่อน
- มอบหมายใหง้ านเพมิ่ เติมนอกเวลา
2. ทดสอบเพื่อประเมินผล
ส่อื การเรียนการสอน
1. เอกสารประกอบการสอน วชิ า อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์และวงจร 2104 - 2102
2. ส่ือ Power Point บทท่ี 9 การทำแผน่ วงจรพิมพ์
ครูธญั ลักษณ์ หมีโชติ
71
แบบฝึกหดั
หน่วยที่ 9 การทำแผ่นวงจรพิมพ์
เขียนเครอื่ งหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ที่ถูกต้องทีส่ ดุ
1. แผ่นปรนิ ตเ์ อนกประสงคต์ รงกบั ขอ้ ใด
ก. Froto Board ข. Veroboard
ค. Protoboard ง. Photo Board
2. แผน่ ปรนิ ตข์ อ้ ใดท่มี กี ระบวนการจดั ทาท่ซี บั ซอ้ นมากท่สี ดุ
ก. มัลติเลเยอร์ ข. แบบสองหนา้ เพลททรูโฮล
ค. แบบสองหนา้ ธรรมดา ง. แบบหนา้ เดยี ว
3. แผ่นปรนิ ตข์ อ้ ใดท่นี ยิ มนาไปใชก้ บั วงจรท่ใี ม่ย่งุ ยากซบั ซอ้ น
ก. มลั ตเิ ลเยอร์ ข. แบบสองหนา้ เพลททรูโฮล
ค. แบบสองหนา้ ธรรมดา ง. แบบหน้าเดียว
4. จากรูปเป็นแผ่นปรนิ ตช์ นิดใด
ก. เฟลก็ ซเิ บลิ้ ข. เทฟลอน
ค. เคมวนั ง. กลาสอีพอกซี่
5. จากรูปเป็นแผ่นปรนิ ตช์ นดิ ใด
ก. เฟลก็ ซิเบลิ ข. เทฟลอน
ค. เคมวนั ง. กลาสอีพอกซี่
6. ขอ้ ใดตรงกบั คาว่า บอรด์ ทดลอง
ก. Froto Board ข. Veroboard
ค. Protoboard ง. Photo Board
ครูธัญลักษณ์ หมีโชติ
72
7. แผน่ ปรนิ ตข์ อ้ ใดท่ไี มใ่ ชแ่ ผน่ ปรนิ ตท์ ่แี บง่ ตามวสั ดทุ ่นี ามาทาเป็นฉนวน
ก. มัลตเิ ลเยอร์ ข. เทฟลอน
ค. เคมวนั ง. กลาสอพี อกซี่
8. แผน่ ปรนิ ตข์ อ้ ใดท่นี ยิ มนาไปใชก้ บั วงจรเครือ่ งสง่
ก. มลั ตเิ ลเยอร์ ข. แบบสองหนา้ เพลททรูโฮล
ค. แบบสองหน้าธรรมดา ง. แบบหนา้ เดียว
9. การใชท้ นิ เนอรผ์ สมนา้ มนั สนเชด็ แผ่นปรนิ ตต์ เ์ พ่อื อะไร
ก. เพ่อื ขจดั คราบสกปรก ข. เพ่อื ทาความสะอาด
ค. เพอ่ื ป้องกนั ออกไซด์ ง. ถกู ทงั้ ขอ้ ก และขอ้ ข
10. จากรูปเป็นแผน่ ปรนิ ตช์ นดิ ใด
ก. เฟลก็ ซิเบลิ้ ข. เทฟลอน
ค. เคมวนั ง. กลาสอพี อกซี่
ครูธัญลักษณ์ หมีโชติ
73
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลังเรยี น
หนว่ ยที่ 9 การทำแผน่ วงจรพิมพ์
คำช้ีแจง 1. จงทำเครื่องหมายกากบาท () ทับข้อที่ถกู ทส่ี ุดเพยี งขอ้ เดียวลงในกระดาษคำตอบ
2. เวลาสอบ 10 นาที
1. จากรูปเป็นแผน่ ปรนิ ตช์ นิดใด
ก. เฟล็กซเิ บิล้ ข. เทฟลอน
ค. เคมวนั ง. กลาสอีพอกซ่ี
2. การใชท้ ินเนอรผ์ สมนา้ มนั สนเชด็ แผ่นปรนิ ตต์ เ์ พ่อื อะไร
ก. เพ่อื ขจดั คราบสกปรก ข. เพ่อื ทาความสะอาด
ค. เพื่อป้องกันออกไซด์ ง. ถกู ทงั้ ขอ้ ก และขอ้ ข
3. แผ่นปรนิ ตข์ อ้ ใดท่ไี ม่ใช่แผน่ ปรนิ ตท์ ่แี บ่งตามวสั ดทุ ่นี ามาทาเป็นฉนวน
ก. มลั ตเิ ลเยอร์ ข. เทฟลอน
ค. เคมวนั ง. กลาสอพี อกซี่
4. แผน่ ปรนิ ตเ์ อนกประสงคต์ รงกบั ขอ้ ใด
ก. Froto Board ข. Veroboard
ค. Protoboard ง. Photo Board
5. แผน่ ปรนิ ตข์ อ้ ใดท่มี ีกระบวนการจดั ทาท่ซี บั ซอ้ นมากท่สี ดุ
ก. มัลตเิ ลเยอร์ ข. แบบสองหนา้ เพลททรูโฮล
ค. แบบสองหนา้ ธรรมดา ง. แบบหนา้ เดียว
6. แผ่นปรนิ ตข์ อ้ ใดท่นี ิยมนาไปใชก้ บั วงจรท่ใี ม่ยงุ่ ยากซบั ซอ้ น
ก. มลั ตเิ ลเยอร์ ข. แบบสองหนา้ เพลททรูโฮล
ค. แบบสองหนา้ ธรรมดา ง. แบบหน้าเดียว
7. ขอ้ ใดตรงกบั คาวา่ บอรด์ ทดลอง
ก. Froto Board ข. Veroboard
ค. Protoboard ง. Photo Board
8. จากรูปเป็นแผน่ ปรนิ ตช์ นิดใด
ครูธัญลกั ษณ์ หมโี ชติ
74
ก. เฟลก็ ซิเบลิ้ ข. เทฟลอน
ค. เคมวนั ง. กลาสอีพอกซ่ี
9. จากรูปเป็นแผ่นปรนิ ตช์ นิดใด
ก. เฟล็กซิเบิล ข. เทฟลอน
ค. เคมวนั ง. กลาสอีพอกซี่
10.แผ่นปรนิ ตข์ อ้ ใดท่นี ิยมนาไปใชก้ บั วงจรเคร่ืองสง่
ก. มลั ติเลเยอร์ ข. แบบสองหนา้ เพลททรูโฮล
ค. แบบสองหน้าธรรมดา ง. แบบหนา้ เดียว
ครูธัญลักษณ์ หมีโชติ
75
แผนผังความคิด ศกึ ษาเร่ือง การประกอบและบัดกรอี ุปกรณ์ทดสอบและ
แก้ไขข้อบกพรอ่ ง
โดยบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
พอประมาณ ภมู คิ มุ้ กนั
3. เลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ สอดคล้องกับ 4. เห็นความสำคัญในการทำงานร่วมกับผอู้ ืน่
งานและใชค้ มุ้ ค่า ประหยัดและคำนึงถึง
ความปลอดภัย คุณธรรม
มเี หตผุ ล 5. ทำงานดว้ ยความสามคั คมี ี
น้ำใจ มีวนิ ัย มคี วามรบั ผิดชอบ
2.รู้จักและบอกการบดั กรีและ และด้วยความซ่ือสัตย์
แกไ้ ขขอ้ บกพร่องได้ 6. ตระหนกั คณุ ภาพของงาน
มีความประณตี รอบคอบ
บทที่ 10 ปลอดภัย
1. ความรู้/ทกั ษะ
ความหมายของการบดั กรี
ขนั้ ตอนการบดั กรี
ขัน้ ตอนตรวจสอบการบัดกรี
การถอนรอยบดั กรี
ตวั อย่างการประกอบวงจรและบัดกรีอปุ กรณ์
สังคม เศรษฐกิจ วฒั นธรรม ส่งิ แวดล้อม
1,6 2-3 5 4
ครูธัญลกั ษณ์ หมีโชติ
76
แผนการจัดการเรียนรู้
ชื่อวชิ า อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์กำลงั เบอ้ื งตน้ รหสั วิชา 20104-2103
บทท่ี 10 การประกอบและบดั กรีอุปกรณท์ ดสอบและ แก้ไขข้อบกพรอ่ ง
สอนครัง้ ที่ 16-17 ชวั่ โมงท่ี 61 - 68 เวลา 8 ชว่ั โมง
สาระสำคญั
การบัดกรีในทางไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ คือการเชื่อมเส้นทางเดินไฟฟ้า หรือวงจรไฟฟ้า
อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้วัสดุตัวกลางที่เรียกว่า “ตะกั่วบัดกรี” เครื่องมือ และอุปกรณ์หลักในการบัดกรี คือ
หวั แรง้ ตะกัว่ บัดกรี และทด่ี ดู ตะกวั่ แตอ่ าจจะมเี ครื่องมือ และอุปกรณเ์ สริม เช่น คีมตดั คีมจับ มดี คตั เตอร์
เป็นต้น รอยบัดกรีที่ดี และถูกต้องนั้น จะต้องมีลักษณะ ระหว่างขาอุปกรณ์ และแผ่นปริ๊นทต์ ้องแนบแนน่
แขง็ แรง ไม่มรี อยรา้ ว เปน็ ทรงกรวย และมนั วาว การทำงานบดั กรีและประกอบชิน้ งาน ควรจัดสถานที่ให้มี
อากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก หรอื มพี ัดลมดูดอากาศ เพราะในขณะทท่ี ำการบัดกรีจะมคี วนั ตะกัว่ ลอยออกมา ไม่
ควรสูดดมเข้าในร่างกาย เพราะควันตะกั่วบัดกรีเป็นสารโลหะหนัก สามารถเข้าไปสะสมในร่างกาย ถ้า
หายใจรับควันตะกั่วเข้าไปจำนวนมากอาจจะเกิดอาการเวียนศีรษะ ให้รีบออกจากสถานที่ที่มีควันตะกั่ว
ทันที การสัมผัสตะกั่วบดั กรี ควรล้างมอื ทันทเี มื่อทำงานเสร็จ ไม่ควรใช้มอื ที่สัมผัสตะก่ัวบัดกรีหยิบอาหาร
มารับประทาน ถ้าร่างกายสะสมสารตะกั่วในปริมาณมากๆ จากการทำงาน อาจจะส่งผลอันตรายถึงข้ัน
เสยี ชีวติ ได้
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงคท์ ว่ั ไป
มีความรูค้ วามเข้าใจเก่ยี วกับการประกอบและบัดกรีอปุ กรณ์ทดสอบและ แก้ไขขอ้ บกพรอ่ ง
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. บอกความหมายความหมายของการบดั กรีไดถ้ ูกต้อง
2. อธิบายขนั้ ตอนการบัดกรไี ด้ถกู ตอ้ ง
3. อธิบายข้ันตอนตรวจสอบการบัดกรีได้ถูกตอ้ ง
4. บอกวิธกี ารการถอนรอยบดั กรีได้ถูกต้อง
5. ตัวอยา่ งการประกอบวงจรและบดั กรีอปุ กรณ์ไดถ้ ูกต้อง
6. มีกจิ นิสยั ในการทำงานดว้ ยความรอบคอบ ประณตี และปลอดภัย
หัวข้อการเรียนรู้
1. ความหมายของการบดั กรี
2. ขนั้ ตอนการบัดกรี
3. ข้ันตอนตรวจสอบการบัดกรี
4. การถอนรอยบดั กรี
5. ตวั อย่างการประกอบวงจรและบัดกรีอปุ กรณ์
ครูธญั ลกั ษณ์ หมีโชติ