หน่วยที่ 3
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
และอิเล็กทรอนิกส์
หน่วยท่ี 3 เครอ่ื งมอื วัดทางไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์
เครือ่ งมือวดั ทางไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
(Electrical and electronic instruments)
๓.๑ มัลตมิ เิ ตอร์
เคร่ืองมือวัดทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอุปกรณ์ท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี
เพราะในการคิดค้นหรือประดิษฐ์เคร่ืองมือเครื่องใช้ท่ีเกี่ยวข้องกับไฟฟ้า จาเป็นต้องมีการตรวจสอบและ
ทดลองเพ่ือให้ได้อุปกรณ์และเครื่องมือเหล่านั้นมคี ุณภาพมีประสิทธิภาพ ทางานด้วยความถูกต้องแม่นยา
การตรวจสอบและการทดลองตอ้ งใช้เครอื่ งมือวัดไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ สเ์ ข้ามามีสว่ นรว่ ม เพือ่ ดผู ลดคู า่ ที่
เกิดขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด มีความแม่นยาถูกต้องมากน้อยเพียงใด สิ่งต่าง ๆ เหล่าน้ี
เครื่องมอื วดั ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สม์ ีสว่ นเข้ามาเก่ยี วขอ้ งโดยตรงทั้งสน้ิ
การศึกษาในวิชาช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเกี่ยวข้องกับปริมาณทางไฟฟ้า เช่น แรงดัน
กระแส กาลงั ไฟฟ้า และความตา้ นทาน เป็นต้น ปริมาณทางไฟฟ้าเหล่าน้ีไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยการ
สัมผัส การได้ยินด้วยหู การดูด้วยตา การจะตรวจสอบ ตรวจวัดปริมาณไฟฟ้าเหล่านี้ได้ จาเป็นต้องใช้
เคร่ืองมือวัดทางไฟฟ้าช่วยในการวัดและช่วยในการแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าออกมา เคร่ืองมือวัดไฟฟ้า
เบ้ืองต้นที่ควรทราบได้แก่ มัลติมิเตอร์ (Multimeter) ซึ่งถือได้ว่า เป็นเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าที่จาเป็นต่อ
ชา่ งไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ รวมไปถึงชา่ งที่ต้องมีความเก่ยี วข้องกบั ปรมิ าณทางไฟฟ้า
มัลติมิเตอร์เป็นมิเตอร์ที่มีความสาคัญต่อการใช้งาน สาหรับค่าปริมาณทางไฟฟ้าต่างๆ เช่น
แรงดนั ไฟตรง แรงดนั ไฟสลับ กระแสไฟตรง และความต้านทาน เปน็ ต้น นอกจากน้ัน มัลติมิเตอร์หลายรุ่น
หลายแบบ และหลายย่ีห้อถูกพัฒนามาใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น สามารถตรวจสอบ และตรวจวัดหาขา
ต่างๆของอุปกรณ์ ตรวจวัดดี-เสีย ตรวจวัดการต่อหรือขาดของวงจร รวมไปถึงการตรวจวัดคุณภาพของ
อปุ กรณ์ไฟฟา้ บางอยา่ งได้
ความสาคัญของการใช้งานมัลติมิเตอร์อยทู่ ่ีวิธกี ารใช้งานท่ีถกู ตอ้ ง การวดั ค่า การอา่ นค่าปรมิ าณ
ทางไฟฟ้าต่างๆ จึงจะได้คา่ ที่แท้จริงออกมา แม้ว่ามัลติมิเตอรแ์ ต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ และแต่ละบริษัทมีจะมี
ส่วนประกอบโครงสรา้ ง ลักษณะวงจร และรายละเอียดต่าง ๆ ของเครอ่ื งแตกต่างกันไปแต่การนาไปใชง้ าน
การวัดค่าการอ่านค่า มีหลกั การทเ่ี หมอื นกัน
๓.๑.๑ ลกั ษณะและสว่ นประกอบของมลั ตมิ ิเตอร์
๓.๑.๑ มัลติมิเตอร์ เป็นมิเตอร์ท่ีใช้วัดปริมาณทางไฟฟ้าได้หลายชนิด ถูกสร้างขึ้นเพื่ออานวย
ความสะดวกต่อผู้ใช้ ปริมาณทางไฟฟ้าที่วัดได้ เช่น แรงดัน กระแส ความต้านทาน และวัดปริมาณไฟฟ้า
อื่น ๆ ได้อีก ซ่ึงแล้วแต่รุ่นของมัลติมิเตอร์น้ัน ๆ การทาความรู้จักส่วนประกอบต่าง ๆ ของมัลติมิเตอร์จึง
เป็นเรอ่ื งท่ีจาเป็น จะชว่ ยให้สามารถใชง้ านมลั ติมเิ ตอรไ์ ดอ้ ยา่ งถกู ต้องและเกดิ ความปลอดภยั ทั้งมัลตมิ ิเตอร์
และตวั ผู้ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรเ์ อง สว่ นประกอบของมลั ติมเิ ตอร์ แสดงดังภาพที่ ๓.๑๑.๑
ภาพที่ ๓.๑ ส่วนประกอบของมลั ติมเิ ตอร์
จากภาพที่ ๓.๑ แสดงรูปร่างและตาแหน่งส่วนต่าง ๆ ของมัลติมิเตอร์ ถูกกากับไวด้ ้วยหมายเลข
แตล่ ะสว่ นอธบิ ายรายละเอียดได้ดงั น้ี
หมายเลข ๑ คอื หน้าปัดแสดงสเกลวัด สาหรับอ่านค่าทางไฟฟา้ ต่าง ๆ
หมายเลข ๒ คอื เขม็ ช้ขี องมลั ตมิ เิ ตอร์
หมายเลข ๓ คอื สวิตซ์ปรบั เลือกย่านวัด สามารถหมุนได้รอบตัว ใช้สาหรับเลือกปริมาณ
ไฟฟ้าที่จะวดั และยา่ นการตงั้ วัดท่เี หมาะสม
หมายเลข ๔ คือ ขว้ั ต่อ + หรอื ขวั้ P ใชต้ อ่ กบั สายวดั สแี ดง
หมายเลข ๕ คือ ขวั้ ตอ่ – หรอื COM ใชต้ ่อกบั สายวัดสดี า
หมายเลข ๖ คือ ปุ่มสาหรับปรับแต่งให้เข็มช้ีของมิเตอร์ช้ีที่ตาแหน่งศูนย์โอห์มพอดี (0Ω
ADJ) ขณะชอ็ ตปลายสายวัดของมลั ตมิ ิเตอร์เขา้ ดว้ ยกัน เม่อื ตง้ั ยา่ นวัดโอห์ม (Ω) ของมิเตอร์
๓.๑.๒ การอา่ นสเกลมัลติมเิ ตอร์
๓.๑.๑ สเกลหน้าปัดของมัลติมิเตอร์จะมหี ลายสเกล แต่ละสเกลใช้สาหรับการแสดงค่าปริมาณ
ไฟฟ้าทแ่ี ตกตา่ งกนั ไป ถูกแยกออกเป็นสเกลหลายช่องหลายแถว แต่ละช่องแต่ละแถวใช้แสดงปรมิ าณทาง
ไฟฟ้าแต่ละชนิดโดยเฉพาะ การใช้งาน การอ่านค่าของสเกลจึงจาเป็นต้องทาความเข้าใจเพ่ือการใช้งานที่
ถกู ต้อง สเกลหนา้ ปดั ของมลั ติมเิ ตอร์ แสดงดงั ภาพที่ ๓.๒
ภาพที่ ๓.๒ สเกลหน้าปัดของมลั ตมิ ิเตอร์
จากภาพที่ ๓.๒ แสดงสเกลหน้าปัดสาหรับการแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ แต่ละสเกลใช้
แสดงปรมิ าณไฟฟ้าแตล่ ะชนดิ ถูกกากบั ไว้ดว้ ยหมายเลข แต่ละส่วนอธบิ ายรายละเอียดได้ดงั น้ี
หมายเลข ๑ คือสเกลใช้แสดงค่าความต้านทาน (Ω) ใช้สาหรับอ่านค่าความต้านทานเม่ือ
ตง้ั ยา่ นวดั ความต้านทานหรือยา่ นโอหม์ (Ω)
หมายเลข ๒ คือสเกลใช้แสดงค่าแรงดันไฟไฟฟ้ากระแสตรง (DCV) แรงดันไฟฟ้า
กระแสสลับ (ACV) และกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DCmA) ใช้สาหรับอ่านค่าแรงดันไฟตรง เม่ือต้ังย่านวัด
แรงดันไฟตรงหรือย่าน DCV ใช้สาหรับอ่านค่าแรงดันไฟสลับ เม่ือตั้งย่านวัดแรงดนั ไฟหรือย่าน ACV และ
ใช้อา่ นคา่ กระแสไฟตรง เม่ือตั้งย่านวดั กระแสไฟตรงหรือยา่ น DCmA
หมายเลข ๓ คือสเกลใช้แสดงค่าแรงดันไฟสลับ 0-10 โวลต์ (ACV) ใช้สาหรับอ่านค่าแรง
ดันไฟสลับหรอื ยา่ น ACV
หมายเลข ๔ คือสเกลใช้แสดงค่าอัตราขยายกระแสไฟตรงของทรานซิสเตอร์ (hFE) ใช้
สาหรบั อ่านค่าอตั ราขยายกระแสไฟตรงของทรานซิสเตอร์เมื่อต้งั ย่านวดั โอหม์ (Ω) ทต่ี าแหนง่ ×10 (hFE)
หมายเลข ๕ คือสเกลใช้แสดงค่ากระแสร่ัวซึมหรือกระแสรั่วไหลของทรานซิสเตอร์
(ICEO) ใช้สาหรบั อ่านค่ากระแสรั่วไหลระหว่างขาคอลเลคเตอร์ (C) ขาอิมิตเตอร์ (E) ของตวั ทรานซิสเตอร์
เมือ่ ขาเบส (B) เปิดลอย
หมายเลข ๖ คอื สเกลใช้แสดงค่าแรงดันภาระ (Load Voltage) ในการวัดไดโอด (LV) ใช้
สาหรบั อา่ นแรงดนั ภาระที่วัดไดโอดด้วยยา่ นโอหม์ เป็นทัง้ การวัดกระแสไบอัสตรงและกระแสไบอัสกลับ
หมายเลข ๗ คือสเกลใช้แสดงคา่ ความดังของสญั ญาณเสียงบอกว่าคา่ ท่วี ัดออกมาเป็นเดซิ
เบล (dB) ใช้อา่ นคา่ ความดังของสญั ญาณเสยี ง เมอื่ ตงั้ ยา่ นวัดท่แี รงดันไฟสลับหรอื ยา่ น ACV
หมายเลข ๘ คอื กระจกเงา เพือ่ ให้การอา่ นคา่ บนสเกลดว้ ยเขม็ ช้ขี องมิเตอร์ถกู ต้องทสี่ ดุ
การอ่านคา่ ท่ถี กู ต้องคือตาแหน่งของเขม็ ช้ขี องมเิ ตอร์จริง กับตาแหนง่ เข็มชข้ี องมเิ ตอรใ์ นกระจกเงาซอ้ นกนั
พอดี
๓.๑.๓ การใชง้ านมัลตมิ เิ ตอร์
๓.๑.๑ มัลติมิเตอร์เป็นมิเตอร์ที่มีความสามารถในการวัดหาค่าปริมาณทางไฟฟ้าได้หลาย
รูปแบบ ซง่ึ ก็นับได้วา่ มีความจาเป็นอย่างมากในวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการวัดปริมาณทางไฟฟ้า
มีอยู่ ๔ ลกั ษณะ ไดแ้ ก่
๓.๑.๑ ๑. การวัดแรงดนั ไฟฟา้ กระแสตรง
๓.๑.๑ ๑. การวัดแรงดนั ไฟฟา้ กระแสตรง ใหต้ ้งั สวติ ซ์เลือกยา่ นไปที่ DCV โดยมลั ตมิ ิเตอร์
ทั่วไปจะมที ัง้ หมด ๗ ยา่ นวดั เตม็ สเกล คือ ยา่ น 0.1V, 0.5V, 2.5V, 10V, 50V, 250V และ1,000V แสดง
ดังภาพที่ ๓.๓
ภาพที่ ๓.๓ ยา่ นวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DCV)
ข้ันตอนการวัดคา่ ปฏบิ ัติมีดงั น้ี
๑. สายวดั สแี ดงเสียบเข้าทีข่ วั้ บวก (+) สายวัดสดี าเสยี บเข้าท่ขี ว้ั ลบ (-COM) ของมิเตอร์ การวัด
คา่ ใช้สายวดั ทั้งสองเส้นไปวดั คา่ แรงดัน
๒. ปรบั สวิตซ์เลือกย่านวัดไปท่ีย่านท่ีมีความเหมาะสม หากไม่ทราบค่าแรงดันไฟตรงให้ตง้ั ย่าน
วดั สูงสุดไวก้ อ่ นท่ี 1,000 V
๓. การวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง ต้องนามัลติมิเตอร์ไปต่อ ขนาน กับวงจร และขณะวัดต้อง
คานึงถึงข้ัวของมิเตอร์ให้ตรงกับข้ัวของแรงดันท่ีจะวัด โดยยึดหลักดังนี้ ใกล้บวกต่อบวก ใกล้ลบต่อลบ
ลักษณะการต่อมัลติมิเตอร์วดั แรงดนั ไฟไฟฟา้ กระแสตรงตรง แสดงดังภาพที่ ๓.๔
ภาพท่ี ๓.๔ การต่อมลั ติมเิ ตอรว์ ดั แรงดนั ไฟไฟฟ้ากระแสตรง
๔. ก่อนต่อมัลติมิเตอร์วัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงค่าสูง ควรตัดไฟของวงจรที่จะวัดออกก่อน
เม่อื ต่อมัลตมิ เิ ตอรเ์ ขา้ วงจรเรียบร้อยแล้วจงึ ตอ่ ไฟเขา้ ไปภายในวงจร
๕. อยา่ จับสายวดั หรือตวั มลั ติมเิ ตอร์ขณะวัดแรงดันไฟฟา้ กระแสตรงคา่ สูง เม่อื วัดเสรจ็ เรียบรอ้ ย
ควรตัดไฟท่ีทาการวดั เสยี ก่อน จงึ ปลดสายวดั ของมัลตมิ เิ ตอร์ออกจากวงจร
๖. การอ่านคา่ การใช้สเกลและการตัง้ ย่านวัดแรงดนั ไฟฟ้ากระแสตรง แสดงดังตารางท่ี ๓.๑
ตารางท่ี ๓.๑ การอา่ นคา่ การใชส้ เกล และการต้งั ยา่ นวดั แรงดนั ไฟฟา้ กระแสตรง
ยา่ นต้งั วัด สเกลใช้อา่ น การอา่ นค่า ค่าทีว่ ดั ได้
0.1V 0-10 ใช้ 0.01 คณู ค่าที่อ่านได้ 0-0.1V
0.5V 0-50 ใช้ 0.01 คูณค่าทอี่ ่านได้ 0-0.5V
2.5V 0-250 ใช้ 0.01 คณู ค่าทอ่ี ่านได้ 0-2.5V
10V 0-10 0-10V
50V 0-50 อ่านโดยตรง 0-50V
250V 0-250 อ่านโดยตรง 0-250V
1,000V 0-10 อ่านโดยตรง 0-1,000V
ใช้ 100 คูณคา่ ทอี่ ่านได้
๓.๑.๑ ๒. การวัดแรงดนั ไฟฟ้ากระแสสลบั
๓.๑.๑ ๑. การวัดแรงดันไฟฟา้ กระแสสลับ ตั้งสวติ ซ์เลือกย่านไปที่ ACV โดยมัลติมเิ ตอร์ท่วั ไป
จะมีท้ังหมด ๔ ยา่ นวดั เตม็ สเกลคือย่าน 10V 50V 250V และ 1,000V แสดงดังภาพที่ ๓.๕
ภาพที่ ๓.๕ ยา่ นวดั แรงดันไฟฟ้ากระแสสลบั (ACV)
ขั้นตอนการวดั คา่ ปฏบิ ัตมิ ดี งั น้ี
๑. สายวัดสีแดงเสยี บเข้าทข่ี ้ัวบวก (+) สายวัดสีดาเสยี บเข้าทขี่ ัว้ ลบ (-COM) ของมเิ ตอร์ การวัด
ค่าใช้สายวัดทั้งสองเส้นไปวัดค่าแรงดัน แต่ขณะวัดค่าแรงดันไม่ต้องคานึงถึงข้ัวลวกและลบเหมือน
แรงดันไฟตรง เพราะแรงดันไฟสลบั ไมม่ ขี ั้วทตี่ ายตัว ขั้วแรงดันสลบั ไปสลบั มาตลอดเวลา
๒. ปรับสวติ ซเ์ ลือกย่านวดั ไปทยี่ า่ นที่มคี วามเหมาะสม หากไมท่ ราบค่าแรงดนั ไฟสลับใหต้ ง้ั ย่าน
วดั สูงสุดไวก้ อ่ นที่ 1,000V
๓. การวัดแรงดนั ไฟสลับ ตอ้ งนามัลติมเิ ตอร์ไปตอ่ ขนานกับวงจรโดยไมต่ ้องคานึงถงึ ขว้ั วัด แสดง
ดงั ภาพท่ี ๓.๖
ภาพที่ ๓.๖ การตอ่ มลั ติมเิ ตอรว์ ดั แรงดนั ไฟไฟฟา้ กระแสสลับ
๔. กอ่ นต่อมลั ติมเิ ตอรว์ ดั แรงดันไฟสลบั คา่ สูง ควรตดั ไฟของวงจรทีจ่ ะวดั ออกก่อน เม่ือต่อมลั ติ
มเิ ตอรเ์ ข้าวงจรเรยี บร้อยแลว้ จงึ ตอ่ ไฟเข้าไปภายในวงจร
๕. อยา่ จบั สายวดั หรือตวั มลั ตมิ เิ ตอรข์ ณะวดั แรงดนั ไฟสลบั คา่ สูง เมอ่ื วดั เสรจ็ เรยี บร้อยควรตดั
ไฟท่ีทาการวดั เสียก่อน จึงปลดสายวดั ของมัลตมิ ิเตอร์ออกจากวงจร
๖. การอ่านค่า การใช้สเกลและการต้งั ย่านวัดแรงดนั ไฟสลบั แสดงดังตารางที่ ๓.๒
ตารางท่ี ๓.๒ การอ่านค่า การใชส้ เกล และการต้ังยา่ นวัดแรงดนั ไฟสลับ
ย่านต้งั วดั สเกลใชอ้ ่าน การอ่านคา่ คา่ ทว่ี ดั ได้
10V 0-10 อา่ นโดยตรง 0-10V
50V 0-50 อา่ นโดยตรง 0-50V
250V 0-250 อ่านโดยตรง 0-250V
1,000V 0-10 ใช้ 100 คูณค่าท่ีอ่านได้ 0-1,000V
๓.๑.๑ ๓. การวัดกระแสไฟฟ้ากระแสตรง
การวัดกระแสไฟฟ้ากระแสตรง ตั้งสวิตซ์เลือกย่านไปท่ี DCmA โดยมัลติมิเตอร์
ท่ัวไปจะมีท้ังหมด ๔ ย่านวัดเต็มสเกลคือย่าน 50µA (0.1VDC),2.5mA,25mA และ 0.25A (250mA)
แสดงดังภาพที่ ๓.๗
ภาพที่ ๔.๗ ยา่ นวัดกระแสไฟฟา้ กระแสตรง (DCmA)
ข้ันตอนการวดั คา่ ปฏิบตั มิ ีดงั น้ี
๑. สายวัดสแี ดงเสียบเข้าท่ีขว้ั บวก (+) สายวัดสีดาเสยี บเขา้ ท่ขี ้วั ลบ (-COM) ของมเิ ตอร์ การวัด
ค่าใช้สายวัดทั้งสองเส้นไปวดั ค่ากระแส แตข่ ณะวัดค่ากระไม่ต้องคานึงถึงขั้วบวกและลบเหมือนแรงดันไฟ
ตรง เพราะแรงดันไฟสลบั ไมม่ ีขัว้ ท่ตี ายตัว ข้ัวแรงดนั สลับไปสลบั มาตลอดเวลา
๒. ปรับสวิตซ์เลือกย่านวัดไปท่ีย่านท่ีมีความเหมาะสม หากไม่ทราบค่าแรงดันไฟตรงให้ตั้งย่าน
วัดสูงสุดไว้ก่อนท่ี 1,000V
๓. การวัดคา่ กระแสไฟตรง ต้องนามัลตมิ ิเตอร์ไปตอ่ อนุกรมกับวงจรโดยต้องคานึงถึงข้ัววัดการ
ต่อมลั ติมิเตอร์ แสดงดงั ภาพท่ี ๔.๘
ภาพที่ ๓.๖ การต่อมลั ติมเิ ตอรว์ ดั กระแสไฟไฟฟ้ากระแสตรง
๔. การอา่ นค่า การใชส้ เกลและการตัง้ ยา่ นวัดกระแสไฟฟา้ กระแสตรง แสดงดงั ตารางที่ ๓.๓
ตารางท่ี ๓.๓ การอา่ นคา่ การใชส้ เกล และการตง้ั ยา่ นวดั กระแสไฟฟา้ กระแสตรง
ยา่ นต้ังวดั สเกลใชอ้ า่ น การอ่านคา่ ค่าทวี่ ัดได้
50µA (0.1V) 0-50 อา่ นโดยตรงในหน่วย µA 0-50µA
2.5mA 0-250 ใช้ 0.01คณู ค่าท่ีอ่านได้ในหน่วย mA 0-2.5mA
25mA 0-250 ใช้ 0.1 คณู ค่าท่ไี ด้อ่านในหนว่ ย mA 0-25mA
0-250 0-250mA
0.25A (250mA) อา่ นโดยตรงในหนว่ ย mA
๓.๑.๑ ๔. การวัดความตา้ นทาน
การวัดความต้านทาน ต้ังสวิตซ์เลือกย่านไปที่ Ω โดยมัลติมิเตอร์ทั่วไปจะมที ั้งหมด
๕ ย่านวดั คือ ย่าน ×1, ×10, ×100, ×1k และ ×10k
ภาพที่ ๔.๙ ยา่ นการวดั ความต้านทาน (Ω)
ขัน้ ตอนการวดั ค่าปฏิบตั ดิ งั นี้
๑. โครงสร้างเบื้องต้นของโอห์มมิเตอร์ในมัลติมิเตอร์ ประกอบด้วยแบตเตอรี่ (ถ่านไฟฉาย) ๒
ชดุ คือแบตเตอรี่ 3 V (1.5×2) ใช้กบั ย่านวัด ×1, ×10, ×100 และ ×1k ส่วนแบตเตอรี่ 9 V ถูกต่ออนุกรม
รว่ มกับชุด 3 V เพ่อื ใชง้ านย่านวัด Ω ย่าน ×10k แบตเตอรี่ทัง้ ๒ ชดุ ตอ่ อนกุ รมร่วมกับตัวตา้ นทานปรบั ค่า
ได้ 0 Ω ADJ และตอ่ อนุกรมกับรว่ มกับชดุ ขดลวดเคลือ่ นที่ของมเิ ตอร์
๒. สายวดั สแี ดงเสียบเขา้ ทีข่ ้ัวบวก (+) สายวดั สีดาเสยี บเขา้ ท่ีขวั้ ลบ (-COM) ของมเิ ตอร์ การวดั
ความต้านทานใช้สายวดั ท้ังสองไปวดั ค่า
๓. กอ่ นนาโอห์มมิเตอร์ไปใชว้ ัดความตา้ นทานทุกครั้ง และทกุ ยา่ นที่ตั้งวัดโอหม์ ตอ้ งปรบั แตง่ เข็ม
ช้ีมเิ ตอร์ให้ชคี้ ่า 0 Ω กอ่ น ขณะช็อตปลายสายสีแดงและสีดาเขา้ ดว้ ยกนั โดยปรบั ท่ีปุม่ 0 Ω ADJ แสดงดัง
ภาพที่ ๓.๑๐
ภาพท่ี ๓.๑๐ ช็อตปลายสายเขา้ ดว้ ยกันเพือ่ ปรบั แตง่ โอห์มมเิ ตอร์ได้ 0 Ω พอดี
๔. สามารถนาโอห์มมเิ ตอรไ์ ปวัดคา่ ความต้านทานได้อย่างถูกต้อง ค่าท่ีอา่ นออกมาได้จากโอห์ม
มเิ ตอร์คือคา่ ความต้านทานของตัวต้านทานตัวนนั้
๕. การอ่านคา่ การใชส้ เกลและการต้งั ย่านวัดความต้านทาน แสดงดังตารางท่ี ๓.๔
ตารางที่ ๓.๔ การอา่ นคา่ และการใช้สเกลย่านวัดความตา้ นทาน
ย่านตงั้ วดั สเกลใช้อา่ น การอ่านค่า คา่ ทวี่ ัดได้
0-∞
×1 อา่ นโดยตรง 0-2kΩ
×10 ใช้ 10 คูณค่าทอี่ า่ นได้ 0-20kΩ
×100 ใช้ 100 คูณค่าทอ่ี า่ นได้ 0-200kΩ
×1k อ่านได้โดยตรงในหนว่ ย kΩ 0-2MΩ
×10k ใช้ 10 คูณค่าทีอ่ ่านไดใ้ นหนว่ ยของ kΩ 0-20MΩ
ข้อควรระวงั ในการใชง้ านมัลตมิ เิ ตอร์
มัลติมิเตอร์เป็นมิเตอร์ท่ีมีส่วนประกอบของอุปกรณ์หลายชนิด แต่ละชนิดมีขนาดเล็กและบอบ
บาง ยิ่งในส่วนของการเคล่ือนไหวประกอบร่วมกันเป็นเข็มช้ีมิเตอร์ยิ่งต้องระมัดระวังอย่างมาก ตลอดจน
การนาไปใช้งานก็ตอ้ งระวังในเรื่องของปรมิ าณไฟฟ้าทีท่ าการวัด และอีกหลายสงิ่ หลายอย่าง สามารถกลา่ ว
โดยสรปุ เป็นข้อ ๆ ได้ ดังนี้
๑. ส่วนเคล่อื นไหวของมลั ติมิเตอร์ ประกอบด้วยขดลวดเสน้ เล็กมาก ๆ และส่วนของเดือยและ
รองเดือยขนาดเล็กเช่นกัน มีความบอบบางมาก มีโอกาสชารุดเสียหายได้ง่าย หากได้รับกระแสไหลผ่าน
มากเกินไป หรอื หากไดร้ บั การกระทบกระเทอื นแรง ๆ ทีเ่ กิดจากการตกหล่น เกดิ จากการถกู กระแทกแรงๆ
ตลอดจนการต้ังย่านวดั ปริมาณไฟฟา้ ผดิ พลาด
๒. การวัดปริมาณไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ไม่ทราบค่า ครั้งแรกควรตั้งย่านวัดในย่านสูงสุดไวก้ ่อน เมอ่ื วัด
คา่ จึงค่อยๆลดย่านวัดต่าลงมาให้ถูกตอ้ งกับปริมาณทางไฟฟ้าท่ีทาการวดั ค่าและต้องต่อข้ัววัดบวกและลบ
ให้ถกู ตอ้ ง
๓. การต้ังย่านวัดปริมาณทางไฟฟ้าชนิดหน่ึง แต่นาไปวัดปริมาณไฟฟ้าอกี ชนิดหนึ่ง จะมีผลต่อ
การทาให้มลั ติมเิ ตอรช์ ารดุ เสยี หายได้ เชน่ ต้ังยา่ นกระแส แตน่ าไปวัดแรงดัน เป็นตน้
๔. ห้ามวัดค่าความต้านทานด้วยย่านวัดโอห์มของมัลติมิเตอร์ ในวงจรที่มีแรงดันไฟฟ้าจ่ายอยู่
เพราะจะทาให้ย่านวัดโอห์มของมัลติมิเตอร์เสียหายได้ ต้องตัดไฟจากวงจรก่อน และปลดขาตัวต้านทาน
หรือขาอุปกรณ์ตวั ท่ตี อ้ งการวัดออกจากวงจรเสียก่อน
๕. ขณะพกั การใช้มัลติมิเตอรท์ กุ ครั้งควรปรับสวิตซ์เลอื กยา่ นวัดไปท่ยี า่ น 1,000 VDC หรือยา่ น
1,000 VAC เสมอ เพราะเป็นย่านวดั ที่มีค่าความต้านทานภายในสูงสุด เป็นการป้องกันความผิดพลาดใน
การใช้งานครงั้ ตอ่ ไป เมอื่ ลมื เปลี่ยนยา่ นวดั แตใ่ นมัลติ-มเิ ตอร์บางรนุ่ อาจจะมีตาแหนง่ OFF บนสวติ ซเ์ ลือก
ยา่ นวดั ให้ปรับสวติ ซเ์ ลือกย่านวัดไปท่ีตาแหนง่ OFF เสมอ เพราะเป็นการตัดวงจรมิเตอรอ์ อกจากขว้ั ตอ่ วดั
๖. ถ้าต้องการหยุดการใช้งานมัลติมิเตอร์เป็นเวลานาน ๆ หรืองดใช้มัลติมิเตอร์ควรปลด
แบตเตอร่ีท่ีใส่ไว้ในมัลติมิเตอร์ออกจากตัวมัลตมิ เิ ตอร์ให้หมด เพอ่ื ป้องกันการเสอ่ื มของแบตเตอรี่ และการ
เกดิ สารเคมไี หลออกจากแบตเตอร่ี อาจจะกัดกร่อนอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในมัลติมิเตอรจ์ นเกิดความเสียหาย
ได้ ในการเก็บมลั ตมิ ิเตอร์ไมค่ วรเก็บไว้ในท่ีท่มี ีอุณหภูมิสูงหรือมีความชืน้ สูง หากมีความจาเปน็ ต้องเก็บใน
บรเิ วณดังกล่าว หรือไม่แน่ใจควรหาถุงพลาสตกิ หอ่ หมุ้ มัลติมิเตอรอ์ กี ชั้นใหม้ ิดชดิ ก่อนการเกบ็
๓.๒ เคร่อื งกาเนิดสัญญาณ (Function Generator)
๓.๒.๑ ลกั ษณะและส่วนประกอบของเครอ่ื งกาเนิดสญั ญาณ
๓.๑.๑ เครื่องกาเนิดสัญญาณไฟฟ้า หรือที่เรียกกันว่าซีกแนลเจนฯ (Signal Generator) หรือ
ฟังก์ชันเจนฯ (Function Generator) เป็นเคร่ืองมือท่ีใช้ผลิตสัญญาณทางไฟฟ้า รูปร่างต่าง ๆ เช่น รูป
ซายน์ (Sine Wave), รูปสี่เหล่ียม (Square Wave), รูปสามเหลี่ยมหรือรูปฟันเล่ือย (Triangle or Saw
Tooth Wave) เคร่ืองกาเนิดสัญญาณไฟฟ้าร่นุ ใหม่ท่ผี ลิตข้ึนมาใช้งานส่วนมากเป็นระบบดิจิตอล แสดงดัง
รปู ท่ี ๓.๑๑
ภาพที่ ๓.๑๑ เครื่องกาเนดิ สัญญาณไฟฟา้
โดยลกั ษณะและส่วนประกอบต่าง ๆ ของเคร่ืองกาเนิดสัญญาณไฟฟา้ แสดงดังรปู ท่ี ๓.๑๒
ภาพที่ ๓.๑๒ เครื่องกาเนดิ สญั ญาณไฟฟ้า
๓.๒.๒ การใช้งานเครือ่ งกาเนิดสญั ญาณไฟฟ้าเบ้ืองต้น
การใช้งานปุ่มตา่ ง ๆ ของเครอ่ื งกาเนดิ สญั ญาณ
๓.๑.๑ ๑. LED แสดงการทางาน
๓.๑.๑ ๒. สวติ ช์ ปดิ -เปดิ เครื่อง (POWER)
๓.๑.๑ ๓. ตวั ปรบั ลดทอนสญั ญาณ (ATTEUATOR)
๓.๑.๑ ๔. ขั้วต่อสญั ญาณขาออก (OUTPUT)
๓.๑.๑ ๕. ปุ่มเลือกรปู สญั ญาณ (WAVE FORM)
๓.๑.๑ ๖. ป่มุ เลอื กย่านความถ่ี (FREQ. RANGE)
๓.๑.๑ ๗. ตัวปรับระดบั แรงดันขาออก (AMPLITUDE)
๓.๑.๑ ๘. ตวั ปรับความถี่
๓.๑.๑ ๙. สเกลความถ่ี
๓.๑.๑ ๑๐. เข็มชค้ี า่ ความถ่ี
การใชง้ านเครอ่ื งกาเนดิ สัญญาณไฟฟ้า
๓.๑.๑ ๑. เปดิ ปุม่ POWER (หมายเลข 2)
๓.๑.๑ ๒. เลือกรปู แบบสัญญาณจากปุม่ เลือกรูปสญั ญาณ (หมายเลข 5)
๓.๑.๑ ๓. เลอื กย่านวดั จาก ป่มุ เลือกย่านความถ่ี (หมายเลข 6)
๓.๑.๑ ๔. ปรบั คา่ ความถจ่ี ากสเกล (หมายเลข 8)
๓.๑.๑ ๕. ปรับค่าความแรงสญั ญาณโดยการหมุน ตัวปรับระดับแรงดนั ขาออก (หมายเลข 7)
๓.๑.๑ ๖. ต่อสายตอ่ เขา้ ทีข่ ้วั ตอ่ สัญญาณขาออก (หมายเลข 4)
๓.๑.๑ ๗. ใชอ้ อสซลิ โลสโคป วดั ความแรงและรูปสัญญาณก่อนตอ่ ให้กับวงจร
๓.๑.๑ ๘. หากสญั ญาณแรงเกินไปให้ปรับลดความแรงจากตวั ปรับลดทอนสญั ญาณ
(หมายเลข 3)
๓.๑.๑ ๙. การใช้งานควรตอ่ ผา่ นตัวเก็บประจุ เพอื่ กันไฟตรงจากวงจรท่ีตอ่ ไหลเข้าเคร่อื ง
กาเนิดสญั ญาณ
เคร่ืองกาเนิดสัญญาณ ซ่ึงเป็นฟังก์ชันท์เจนเนอเรเตอร์ ยังแบ่งออกตามย่านความถ่ี คือย่าน
ความถี่เสียง (Audio Frequency) มักเรียกว่า เอเอฟเจนเนอเรเตอร์ (AF Generator) และ ย่านความถ่ี
วิทยุ (Radio Frequency) มักเรียกว่า อาร์เอฟเจนเนอเรเตอร์ (RF Generator) นอกจากนี้ ยังมีเคร่ือง
กาเนิดสัญญาณรูปสี่เหลี่ยมที่สามารถปรับช่วงความกว้างของสัญญาณ (Pulse Width) ได้ เรียกว่า พัลซ์
เจนเนอเรเตอร์ (Pulse Generator) และเคร่ืองกาเนิดสัญญาณรูปซายน์ ที่สามารถปรับช่วงความถี่ใน
ชว่ งกวา้ งเรยี กว่า สวีฟเจนเนอเรเตอร์ (Sweep Generator) ซง่ึ มกั ใชก้ ับวงจรวทิ ยุ-โทรทศั น์
๓.๓ ออสซลิ โลสโคป (Oscilloscope)
๓.๓.๑ ลักษณะและส่วนประกอบของออสซิลโลสโคป
๓.๑.๑ ออสซิลโลสโคป (Oscilloscope) เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดสัญญาณทางไฟฟ้า ข้อดีของ
ออสซิลโลสโคป คือ นอกจากจะได้ขนาดของสญั ญาณแลว้ ยังเห็นรูปร่างของสัญญาณด้วยว่ามีรูปอย่างไร
นอกจากนี้ออสซิลโลสโคปยังมีความต้านทานภายในสูงมากทาให้การวัดแรงดันมีความถูกต้องมากข้ึนใน
กรณวี ัดแรงดันตกคร่อมความต้านทานท่ีมคี า่ สูง ๆ ออสซิลโลสโคปที่ผลิตขึ้นมาใช้งานในปจั จบุ ันจะมีขนาด
เลก็ งา่ ยต่อการใชง้ าน นา้ หนักเบา มคี วามแมน่ ยาสูง และเป็นระบบดจิ ติ อลท้ังหมด เพราะเหตุนี้จงึ เรียกวา่
ดิจิตอลออสซลิ โลสโคป แสดงดงั ภาพท่ี ๓.๑๓
ภาพที่ ๓.๑๓ ดจิ ติ อลออสซิลโลสโคป
โดยลกั ษณะ และส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของออสซิลโลสโคปเป็นดังภาพที่ ๓.๑๔
ภาพที่ ๓.๑๔ ออสซลิ โลสโคป
๓.๓.๒ การใชง้ านออสซลิ โลสโคปเบ้ืองตน้
การใชง้ านปุ่มตา่ ง ๆ ของออสซลิ โลสโคป
๓.๑.๑ ๑. ปมุ่ POWER ใช้ ปิด-เปดิ เครื่อง
๓.๑.๑ ๒. ปุ่มปรับความเข้ม (INTENSITY) และโฟกัส (FOCUS)
๓.๑.๑ ๓. ชดุ สญั ญาณใน แชนแนล 1 (CH 1)
๓.๑.๑ ๔. ชดุ สญั ญาณใน แชนแนล 2 (CH 2)
๓.๑.๑ ๕. ช่องรับสญั ญาณ (INPUT)
๓.๑.๑ ๖. ปุม่ เลอื กการรบั สญั ญาณ (AC-DC-GND)
๓.๑.๑ ๗. ป่มุ เลือกสัญญาณ แชนแนล 1 (CH 1) –แชนแนล 2 (CH 2) –ทง้ั สองสญั ญาณ
(DUAL) –หรือรวมทง้ั สองสญั ญาณเข้าด้วยกัน (ADD)
๓.๑.๑ ๘. ปมุ่ หมุนปรับตาแหน่งทางแนวตง้ั
๓.๑.๑ ๙. ปุม่ หมนุ ปรบั ตาแหนง่ ทางแนวนอน
๓.๑.๑ ๑๐. ปุ่มหมุนปรบั ขยายชว่ งกวา้ งของสญั ญาณ (TIME/DIV)
๓.๑.๑ ๑๑. ปุ่มปรับระดบั ของการนง่ิ
๓.๑.๑ ๑๒. สวติ ช์เลอื กสวีฟโหมด
๓.๑.๑ ๑๓. สวติ ช์เลือกสญั ญาณทริกใหภ้ าพหยุดนิง่
๓.๑.๑ ๑๔. สวติ ช์เลอื กแหล่งสญั ญาณที่จะทริกใหภ้ าพหยุดน่ิง
๓.๑.๑ ๑๕. ช่องรบั สัญญาณทรกิ จากภายนอก
๓.๑.๑ ๑๖. ขาสญั ญาณมาตรฐาน ใช้ในการปรบั แต่งสายและหัววดั ของสโคป
การใช้งานออสซิลโลสโคปเบ้อื งตน้
๓.๑.๑ ก่อนการนาออสซิลโลสโคปไปใช้งานในการวดั ขนาดและสัญญาณต่าง ๆ เราจะต้องทา
การปรบั แต่งออสซิลโลสโคปให้ถูกต้องก่อนดังน้ี
๓.๑.๑ ๑. เปิดปุม่ Power ของเคร่ือง
๓.๑.๑ ๒. ปรับความเขม้ ของแสง (ป่มุ INTEN) และ โฟกสั (ปุ่ม FOCUS) ให้เหมาะสม
๓.๑.๑ ๓. ตอ่ สายวัดเขา้ กบั ข้ัวอินพุต ของ แชนแนล 1 (CH-1) หรอื แชนแนล 2 (CH-2)
๓.๑.๑ ๔. นาสายวัดตอ่ เข้าที่ขั้ว CAL ของออสซิลโลสโคป เพื่อตรวจสอบสาย และหัววดั ก่อน
เร่มิ วัด
๓.๑.๑ ๕. ต้ังแชนแนลการวัดให้ถูกต้อง โดยใช้ปุ่มเลือกแชนแนล (ปุ่มที่ 17) ว่าต้องการวัดที่
แชนแนลไหน หรอื ตอ้ งการแสดงทัง้ 2 แชนแนล (Dual)
๓.๑.๑ ๖. ตั้งสวติ ช์เลอื กไวท้ ตี่ าแหนง่ GND กอ่ น
๓.๑.๑ ๗. ทาการปรับเส้นภาพบนจอให้อยู่ตรงตาแหน่งแนวเส้นหลักโดยใช้ปุ่ม X-POS (ปุ่มที่
9) และ Y-POS (ปุ่มท8่ี ) แสดงดงั ภาพท่ี ๓.๑๕
ภาพท่ี ๓.๑๕ การปรับเส้นภาพใหอ้ ยู่ทรี่ ะดับ กราวด์ (GND Level)
การวดั แรงดันด้วยออสซลิ โลสโคป
วิธีวัดแรงดนั ดว้ ยออสซลิ โลสโคป ทาในลักษณะเชน่ เดียวกับการวัดดว้ ยมลั ตมิ เิ ตอร์ คอื ตอ่ สายวัด
เข้าครอ่ มตวั อุปกรณห์ รอื จุดทต่ี อ้ งการวดั แล้วทาการปรบั คา่ ต่าง ๆ ดังนี้
๑. ถ้าเป็นการวัดสัญญาณรวม ให้เล่ือนสวิตช์เลือกสัญญาณ DC-AC-GND ไปที่ DC แสดงดัง
ภาพที่ ๓.๑๖
๒. ถ้าต้องการตดั สัญญาณไฟตรงออกจากสัญญาณ ให้เลอ่ื นสวิตชเ์ ลือกสัญญาณ DC-AC-GND
ไปท่ี AC แสดงดงั ภาพท่ี ๓.๑๗
๓. การอ่านค่าแรงดันให้อ่านจากสเกลบนหน้าจอภาพ จากน้ันนามาคูณกับค่าของปุ่ม VOLTS/
DIV จะได้เป็นค่าแรงดนั
ตัวอยา่ งการอ่านคา่
เมือ่ ตง้ั VOLTS/DIV = 5
ค่าแรงดนั = 3 x 5
= 15 Vp
ภาพที่ ๓.๑๖ สญั ญาณเมอื่ เลอ่ื นสวติ ช์ เลือกสัญญาณมาที่ DC
ตวั อยา่ งการอา่ นค่า
เม่ือตั้ง VOLTS/DIV = 5
ค่าแรงดนั = 1.5 x 5
= 7.5 Vp - p
ภาพท่ี ๓.๑๗ สญั ญาณเมอ่ื เลื่อนสวติ ช์ เลอื กสัญญาณมาที่ AC
วัดกระแสด้วยออสซิลโลสโคป
ตามความเป็นจริง ออสซิลโลสโคปไม่สามารถวัดกระแสได้ แต่เราสามารถคานวณค่าเพ่ือหา
กระแสได้ โดยต่อตัวต้านทานค่าน้อย ๆ อนุกรมกับวงจร แล้ววัดค่าแรงดันตกคร่อมตัวต้านทานน้ัน แล้ว
นามาคานวณหาคา่ กระแสตามกฎของโอหม์ คอื
แรงดนั ตกคร่อมตวั ต้านทาน
กระแสท่วี ดั ได้ =
คา่ ความต้านทานของตัวตา้ นทาน
วัดความถีด่ ว้ ยออสซิลโลสโคป
การวัดความถด่ี ้วยออสซลิ โลสโคป ทาดังน้ี
๑. ต้ังระดับ GND ทเี่ สน้ แกนกลางมาตรฐานของออสซลิ โลสโคป
๒. ตอ่ สายวดั ของออสซลิ โลสโคปขนานกับจุดที่ตอ้ งการวัด
๓. ปรบั ขนาดแรงดันของสญั ญาณใหเ้ หมาะสม ดว้ ยปมุ่ VOLTS/DIV
๔. ขยายการแสดงผลดา้ นกว้างของสัญญาณให้เหน็ ไดช้ ัดเจน ด้วยปุ่ม TIMES/DIV
๕. อ่านคา่ สเกลในชว่ งคาบเวลาหน่ึง ลกู คลื่น (1 Cycle)
๖. นาค่าจากสเกลมาคณู กับค่าในการปรบั TIMES/DIV จะไดเ้ ปน็ ค่าคาบเวลาใน 1 ลูกคลน่ื
(Time Period)
๗. หาคา่ ความถจ่ี ากสว่ นกลับของคา่ Time Period โดย
1
คา่ ความถ่ี (Hz) =
ค่าคาบเวลา 1 ลูกคลื่น
ขอ้ ควรระวงั ในการวดั
ในออสซิลโลสโคปบางเครื่อง จะมีปุ่มปรับย่อยเพื่อให้การดูรูปสัญญาณ เรียกว่าปุ่ม VARIABLE
ซ่ึงมักเป็นปุ่มซ้อนอยู่กับปุ่มปรับย่านวัดแรงดัน (VOLTS/DIV) และปุ่มปรับวัดคาบเวลา (TIMES/DIV)
ดังนั้นในการวัดค่าท่ีถูกต้อง ปุ่มดงั กล่าวจะต้องอยู่ในตาแหน่ง CAL เพื่อให้การอ่านค่า จากจอภาพได้ค่าที่
ถูกต้อง นอกจากนี้ในบางเคร่ืองยังสามารถขยายสัญญาณ โดยดึงปุ่มย่อยดังกล่าวออกมาได้อีก จึงควร
ระมดั ระวงั เป็นพิเศษ มิฉะนน้ั จะทาให้การอา่ นไมถ่ ูกตอ้ ง
คาสง่ั ใหท้ าเครื่องหมายกากบาท (X) หน้าขอ้ คาตอบทีถ่ กู ตอ้ งที่สุดเพยี งขอ้ เดียว
๑. ปมุ่ ปรบั 0Ω ADJ ของมัลตมิ เิ ตอร์ ทาหนา้ ที่อะไร
ก. ตรวจสอบคา่ แรงดนั ของแบตเตอรภ่ี ายในมลั ตมิ เิ ตอร์
ข. ปรับแต่งมิเตอรใ์ หเ้ ข็มช้ี ชี้เลขศูนย์ทกุ ครัง้ ของการใช้มเิ ตอร์
ค. ปรับแต่งมิเตอรใ์ หม้ คี วามตา้ นทานภายในมเิ ตอรเ์ ป็นศูนยโ์ อหม์
ง. ปรบั แตง่ มิเตอร์ให้เข็มชี้ ชี้ที่ศนู ย์โอหม์ ขณะชอ็ ตปลายสายวัดของโอห์มมเิ ตอร์
๒. สเกลท่อี ยู่ตาแหน่งบนสดุ เหนอื กระจกเงา ใช้สาหรับอ่านคา่ ปรมิ าณทางไฟฟ้าของสิง่ ใด
ก. กระแสไฟฟา้ กระแสตรง ข. แรงดันไฟฟา้ กระแสตรง
ค. แรงดันไฟฟ้ากระแสสลบั ง. ความตา้ นทาน
๓. ตาแหน่งของสเกลท่รี ะบุ AC10V ใช้สาหรับอ่านค่าปริมาณทางไฟฟา้ ของส่งิ ใด
ก. แรงดันไฟฟา้ ไม่เกนิ 10V ข. กระแสไฟฟา้ ไมเ่ กนิ 10A
ค. แรงดันไฟฟ้าเกิน 10V ข้นึ ไป ง. กระแสไฟฟา้ เกนิ 10A ข้นึ ไป
๔. การวดั ปริมาณไฟฟ้าทต่ี อ้ งใชม้ เิ ตอรต์ อ่ อนุกรมกับวงจรตอ้ งตั้งมเิ ตอรย์ า่ นใด
ก. DCmA ข. DCV
ค. ACV ง. Ω
๕. ถา้ นามลั ติมเิ ตอรไ์ ปวดั คา่ แรงดันของแบตเตอรรี่ ถยนต์ ตอ้ งต้ังมเิ ตอร์ในย่านใด
ก. DCmA ข. DCV
ค. ACV ง. Ω
๖. ฟังกช์ ันเจนเนอเรเตอร์ผลติ รูปสัญญาณใดได้บา้ ง
ก. Sine Wave ข. Square Wave
ค. Triangle Wave ง. ถูกทุกข้อ
๗. ขอ้ ใดไม่เกยี่ วข้องกับฟังกช์ ันเจนเนอเรเตอร์
ก. Freq.Range ข. OutPut
ค. Amplitude ง. Volt/Div
๘. ออสซลิ โลสโคปทางานแตกต่างจากมลั ตมิ ิเตอรใ์ นส่วนใด
ก. วดั แรงดันไฟตรงได้ ข. แสดงรูปรา่ งสญั ญาณไฟฟา้ แบบต่าง ๆ ได้
ค. วัดแรงดันไฟสลับได้ ง. ถูกทกุ ข้อ
๙. การใชโ้ พรบของออสซิลโลสโคปวัดแรงดันไฟตรงผดิ ขว้ั จะทาให้เกิดผลเช่นไร
ก. เกิดเสน้ แสงกระเพือ่ มขึ้นลง ข. เสน้ แสงกระพรบิ ตลอดเวลา
ค. เส้นแสงเคลือ่ นที่ไปดา้ นต่าลง ง. เสน้ แสงไมเ่ คลอ่ื นทีแ่ ละไมแ่ สดงคา่ ใดๆ
๑๐. ขอ้ ใดคอื ส่ิงท่ีออสซลิ โลสโคปไมส่ ามารถวดั ค่าได้โดยตรง
ก. แรงดัน ข. กระแส
ค. คาบเวลา ง. ผลต่างทางเฟสของ ๒ สญั ญาณ
๑๑. การปรับลดทอนความแรงของสญั ญาณทางแนวตั้งของออสซลิ โลสโคปต้องปรับทป่ี มุ่ ใด
ก. VOLTS/DIV ข. VERT.ATT
ค. TIME/DIV ง. POSITION
๑๒. ถา้ ต้องการปรบั ความสว่างของรูปสัญญาณท่ีหนา้ จอออสซลิ โลสโคปต้องปรับทปี่ ่มุ ใด
ก. FOCUS ข. VARIABLE
ค. VERT.ATT ง. INTENSITY
Thanyalak Meechot