ขุนช้างขุนแผน ตอน ขันช้าถวายฎีกา
ประวัติ วั ติ ความเป็นมา ขุนช้างขุนแผนเกิดในสมัยอยุธยา ชาวกรุงเก่าได้กล่าวถึงเรื่อ รื่ งราวเกี่ย กี่ วกับขุน ช้างขุนแผนไว้ จากข้อมูลนี้ทำ นี้ ทำให้ทราบว่า ว่ ขุนแผนรับ รั ราชการอยู่ในสมัยสมเด็จ พันวษา ซึ่ง ซึ่ ครองราชย์ระหว่า ว่ ง (พ.ศ. ๒๐๓๕ - ๒๐๗๒) เมื่อ มื่ เทียบเรื่อ รื่ งขุนแผน ที่เ ที่ ป็นบทเสภาฉบับปัจจุบันกับคำ ให้การชาวกรุงเก่าก็จะเห็นได้ว่า ว่ แตกต่างกัน แต่เค้ามูลเรื่อ รื่ งเดิมยังอยู่ ความแตกต่างนับเป็นเรื่อ รื่ งธรรมดาเพราะเรื่อ รื่ งเล่า นิทานสืบต่อกันมานาน ในภายหลังเมื่อ มื่ ได้มีการนำ มาแต่งเป็นบทขับเสภาผู้แต่ง ได้แต่งเติมเนื้อ นื้ เรื่อ รื่ งให้สนุกสนานและยาวขึ้น ขึ้
เรื่อ รื่ งขุนช้างขุนแผนเกิดภายหลังที่มี ที่ มี เสภา สันนิษฐานว่า ว่ แต่เดิมเสภาขับเป็น นิทานเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดิน การนำ เรื่อ รื่ งขุนช้างขุนแผนมาขับเสภา นั้น นั้ คงจะมีขึ้น ขึ้ ราวๆสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่ง ซึ่ เป็นเวลาหลังจากเรื่อ รื่ งเกิดขึ้น ขึ้ ๑๐๐ ปี เป็นนิทานเล่ากันมาก่อนจึงมีการขับเป็นทำ นองลำ นำ ประกอบการเล่า นิทาน โดยแต่งเป็นกลอนสดๆขับโดยไม่มีปี่พ ปี่ าทย์ประกอบ บทเสภาในสมัย รัช รั กาลที่ ๒ นี้ไ นี้ ด้รับ รั ยกย่องว่า ว่ แต่งดีเยี่ย ยี่ ม กวีแ วี ต่ละคนได้แต่งเฉพาะตอนที่ต ที่ น พอใจ และการที่ไที่ ม่ได้เปิดเผยชื่อ ชื่ ผู้แต่งผู้แต่งจึงมีอิสระเต็มที่
ประวัติ วั ติ ผู้แต่ง วรรณคดีเรื่อ รื่ งขุนช้างขุนแผนมีกวีแ วี ต่งกันหลายคน ในสมัยอยุธยา รัต รั นโกสินทร์ต ร์ อนต้นตอนที่ไที่ พเราะส่วนมากแต่งในสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย(รัช รั กาลที่๒ ที่ )การแต่งเสภาเรื่อ รื่ งขุนช้างขุนแผนไม่นิยม บอกนามผู้แต่ง มีแค่เพียงการสันนิษฐานจากสำ นวนผู้แต่งเท่านั้น นั้ เสภาขุนช้าง ขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกาจึงไม่ทราบนามผู้แต่งที่แ ที่ น่ชัด
ลักษณะคำ ประพันธ์ เรื่อ รื่ งเสภาขุนช้างขุนแผนเป็นคำ ประพันธ์ประเภทกลอนเสภา ๔๓ ตอนซึ่ง ซึ่ มีอยู่ ๘ ตอนที่ไที่ ด้รับ รั ยกย่องว่า ว่ แต่งเยี่ย ยี่ มยอด ในเมื่อ มื่ ปี พ.ศ.๒๔๗๔ และตอนขุนช้างถวายฎีกา เป็นหนึ่ง นึ่ ในแปดตอนที่ไที่ ด้รับ รั การยกย่อง ลักษณะคำ ประพันธ์กลอนเสภาเป็นกลอน สุภาพ เสภาเป็นกลอนขั้น ขั้ เล่าเรื่อ รื่ งนิทานจึงใช้คำ มากเพื่อ พื่ ให้ข้อความชัดเจนแก่ผู้ฟัง และมุ่งเอาการขับไพเราะเป็นสำ คัญ สัมผัสของคำ ประพันธ์ คือ คำ สุดท้ายของวรรค ต้น สัมผัสไปยังคำ ใดคำ หนึ่ง นึ่ ใน ๕ คำ แรกของวรรคหลังสัมผัสวรรคอื่น อื่ และสัมผัส ระหว่า ว่ งบทเหมือนกลองสุภาพ
เรื่องย่อ ครั้ง รั้ หนึ่ง นึ่ สมเด็จพระพันวษา เสด็จประพาสสุพรรณบุรีเ รี พื่อ พื่ ทรงล่าควายป่าขุนไกร พ่อของพลายแก้วมีหน้าที่ต้ ที่ ต้ อนควายป่า เผอิญควายป่าแตกตื่น ตื่ ขวิด วิ ผู้คน ขุนไกรจึง รับ รั โทษประหาร ฝ่ายนางทองประศรีผู้ รี ผู้เป็นภรรยาได้พลายแก้วซึ่ง ซึ่ ยังเด็กอยู่หนี อาญาไปเมืองกาญจนบุรี เมื่อ มื่ พลายแก้วอายุ ๑๕ ปี ได้ไปบวชเรีย รี นที่วั ที่ ด วั ส้มใหญ่เมื่อ มื่ เรีย รี นรู้วิ รู้ ช วิ าอาคมจบแล้วได้ไปบวชเรีย รี นต่อที่วั ที่ ด วั ป่าเลไลยก์เมืองสุพรรณบุรี ต่อมา พลายแก้วได้แต่งงานกับนางพิมหลังจากแต่งงานได้ ๒ วัน วั พลายแก้วก็ต้องยกทัพไป ตีเมืองเชียงใหม่เมื่อ มื่ ได้รับ รั ชัยชนะก็ได้นางลาวทองเป็นภรรยา ขณะที่พ ที่ ลายแก้วไปทำ ศึก นางพิมล้มป่วย ขรัว รั ตาจู แนะนำ ให้เปลี่ย ลี่ นชื่อ ชื่ เป็นนางวัน วั ทองเพื่อ พื่ รัก รั ษาอาการไข้ ขุนช้างที่ห ที่ ลงรัก รั นางวัน วั ทองมาโดยตลอดได้ใช้อุบายลวงว่า ว่ พลายแก้วตายแล้วแหละ อ้างกฎหมายว่า ว่ ผู้หญิงม่ายที่ส ที่ ามีไปทัพตายจะถูกริบ ริ เป็นม่ายหลวง
นางศรีปรี ระจัน เชื่อ ชื่ ขุนช้างจึงบังคับให้นางวัน วั ทองแต่งงานกับขุนช้าง เมื่อ มื่ พลาย แก้วยกทัพกลับกรุงศรีอ รี ยุธยาพร้อ ร้ มนางลาวทอง พระพันวษาได้พระราชทาน บรรดาศักดิ์ใดิ์ ห้พลายแก้วเป็นขุนแผนแสนสะท้านขุนแผนรู้เ รู้ รื่อ รื่ งการแต่งงานของ นางวัน วั ทองกับขุนช้างก็โกรธ ประกอบนางลาวทองและนางวัน วั ทองเกิดวิว วิ าทกัน ขุนแผนจึงพานางลาวทองไปอยู่กาญจนบุรี ในที่สุ ที่ สุ ดนางวัน วั ทองก็ถูกนางศรีปรี ระจัน บังคับจนต้องตกเป็นเมียขุนช้าง ต่อมาขุนช้างกับขุนแผนได้ฝึก ฝึ ราชการกับหมื่น มื่ ศรี เสาวรัก รั ษ์ทั้ง ทั้ สองได้คืนดีกัน กระทั่ง ทั่ นางลาวทองล้มป่วย ขุนแผนจึงฝากเวรไว้กั ว้ กั บ ขุนช้างขุนช้างก็รับ รั ปากด้วยดีเมื่อ มื่ พระพันวษารับ รั สั่ง สั่ ถามถึงขุนแผนขุนช้างกลับทูล ว่า ว่ ขุนแผนหนีไปหานางลาวทอง พระพันวษากริ้ว ริ้ จึงลงโทษให้ขุนแผนตระเวนด่าน ห้ามเฝ้า ขุนแผนมีความอาฆาตขุนช้างมากจึงเดินทางไปสุพรรณบุรี สะเดาะประตู ขึ้น ขึ้ เรือ รื นขุนช้าง พานางวัน วั ทองหนีเข้าป่า
จนกระทั่ง ทั่ นางวัน วั ทองใกล้คลอด ขุนแผนจึงเข้าพึ่ง พึ่ พระพิจิตรกับนางบุษบา ขุนแผน เห็นว่า ว่ ความผิดของตนทำ ให้พระพิจิตรเดือดร้อ ร้ นจึงขอร้อ ร้ งให้พระพิจิตรส่งตัวไปสู้ คดีกับขุนช้าง ในที่สุ ที่ สุ ดขุนแผนก็เป็นฝ่ายชนะความ ขุนแผนคิดถึงนางลาวทองซึ่ง ซึ่ ถูก กักไว้ใว้ นวัง วั จึงได้ขอร้อ ร้ งให้จมื่น มื่ ศรีก รี ราบทูล ขอพระราชทานอภัยโทษให้นางลาวทอง เป็นผลให้พระพันวษากริ้ว ริ้ รับ รั สั่ง สั่ ให้จำ คุกขุนแผน ส่วนนางวัน วั ทองต้องจำ ใจอยู่กับ ขุนช้างและคลอดบุตรที่บ้ ที่ บ้ านขุนช้างให้ชื่อ ชื่ ว่า ว่ พลายงาม ขุนช้างรู้ว่ รู้ า ว่ ไม่ใช่บุตรของ ตนจึงวางอุบายฆ่า เมื่อ มื่ นางวัน วั ทองทราบเรื่อ รื่ งจากผีพายของขุนแผน จึงช่วยพลาย งามไว้ไว้ ด้ทันแล้วให้พลายงามเดินทางไปอยู่กับย่าทองประศรีที่ รี ที่ ก ที่ าญจนบุรี และได้ เล่าเรีย รี นวิช วิ าอาคมต่างๆเมื่อ มื่ เติบใหญ่จึงเข้ามาถวายตัวเป็นมหาดเล็ก
เมื่อ มื่ ครั้ง รั้ ที่พ ที่ ระพันวษากริ้ว ริ้ เจ้าเมืองเชียงใหม่ซึ่ง ซึ่ ส่งพระราชสาส์นมาท้าทายเป็นเหตุ ให้พลายงามมีโอกาสกราบทูลอาสาและขอขุนแผนไปทัพด้วย ขุนแผนจึงพ้นโทษ ขุนแผนกับพลายงามเคลื่อ ลื่ นทัพไปที่พั ที่ พั กเมืองพิจิตรพลายงานพบรัก รั กับศรีม รี าลา ลูกสาวพระพิจิตรกับนางบุษบา ขุนแผนได้ขอศรีม รี าลาให้กับพลายงามศึกเชียงใหม่ ขุนแผนและพลายงามได้ชัยชนะ ต่อมาจมื่น มื่ ไวยฯได้รอบขึ้น ขึ้ เรือ รื นขุนช้างพานางวัน วั ทองมาอยู่บ้านขุนช้างจึงถวายฎีกาพระพันวษารับ รั สั่ง สั่ ให้นางวัน วั ทองเลือกต้องการอยู่ กับใคร นางวัน วั ทองกราบทูลเป็นกลางว่า ว่ แล้วแต่พระพันวษาจะทรงตัดสิน พระพัน วษากริ้ว ริ้ จึงสั่ง สั่ ประหารนางวัน วั ทอง
นายปิยราชย์ ราชมนตรี เลขที่5 ที่ นายปวรุตน์ อ่อนแก้ว เลขที่6 ที่ นายกฤชพัฒน์ กิตติพิรุฬห์ เลขที่7 ที่ นายเจษฎา ด้วงมาก เลขที่9 ที่ นางสาวชนิสรา กอนแก้ว เลขที่3 ที่ 1 นางสาวนฤมล อี้ว อี้ งค์ เลขที่3 ที่ 5