The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thaninrat Kritchanthat Sirivisalsuwan, 2020-02-07 03:21:21

วารสารวิทยาจารย์ ปีที่ 117 ฉบับที่ 3 เดือนมกราคม 2561

3 วิทยาจารย์ มกราคม 2561

2. นําเสนอเน้ือหาในแตละหัวขอโดยวิเคราะหใหเห็นความเหมือน
หรือตางของขอมูลจากแหลงตางๆ ประเด็นที่งานวิจัยใหคําตอบชัดเจน
สมบูรณแลว หรือยังไมชัดเจน ไมสมบูรณโดยเขียนใหเปนภาษาของผูวิจัย
( ตอจากฉบบั ทแ่ี ไขลมอวเงปแ)นตกลาะรปครัดะลเดอ็นกยขออยมแลู ลจะาสกรแุปหรลวงมตาซงึ่งๆจะมเาชต่อื อมกโนั ยงแสลมั ว พสันงั เธคกรับาะกหารเ ปกนําหสนรุปด
องคประกอบสําคัญของงานวิจัย เชน นิยามตัวแปรและกรอบแนวคิด
แนวกคาดิรว/ิจยัทฤษฎีทเี่ กีย่ วของ / กรอบแนวคิดทใ่ี ชในการวิจยั

8. ถาม : ขอบกพรองที่มักพบในการนําเสนอเอกสารและงานวิจัย
ที่เก่ยี วของคืออะไร

ตอบ : ขอบกพรอ งทีส่ ําคญั เชน
1. เอกสารและงานวิจัยท่ีนํามาไมเก่ียวของ หรือเก่ียวของนอยมาก

กับหวั ขอ คาํ สําคัญหรอื ตวั แปรในการวจิ ัย ไมเ ชอ่ื มโยงใหเห็นความจําเปน
ท่ตี อ งทําวิจยั เร่ืองน้ี

2. การนําเสนอไมเปนการวิเคราะห สังเคราะหแนวคิด ทฤษฎี
และงานวิจัยท่ีศึกษา เปนการคัดลอกขอมูลจากแหลงตางๆ มาตอกัน
งานวิจัยคัดลอกบทคัดยอมาท้ังหมด ไมมีการสรุปทั้งในแตละประเด็นยอย
ท่เี ชื่อมโยงกับนิยามศัพท และการสรุปรวมทส่ี ัมพนั ธกับกรอบแนวคิด

3. การเรียบเรียงเนื้อหาสาระไมเปนระบบ ไมกําหนดเคาโครง
โดยจัดลําดับหัวขอหลัก หัวขอรอง หัวขอยอยท่ีเช่ือมโยงสัมพันธกัน
และสอดคลองกับประเดน็ สําคญั ที่จะศกึ ษา

4. เอกสารที่นํามาอางอิงลาสมัยโดยไมใชแหลงอางอิงที่เกา
2ใ2นลักษณะการเปนตนความคิด แหลงขอมูลที่อางอิงไมถูกตอง
ไมนาเชื่อถือ อางตอกันมาโดยไมตรวจสอบกับแหลงปฐมภูมิ อางอิง
ในลักษณะ “อา งถงึ ใน” มากเกนิ ไป โดยเฉพาะแหลง อา งองิ ที่เปนภาษาไทย
วิธีการเขียนอางอิงในเน้ือหาไมถูกรูปแบบ บรรณานุกรมไมครบ
รปู แบบไมถ กู ตอง

9. ถาม : กรอบแนวคิดการวิจัยมีท่ีมาอยางไร และควรนําเสนอในรูปแบบใด

ตอบ : กรอบแนวคิดการวิจัย (Conceptual framework) เปนแนวคิด
หรือแบบจําลองที่ผูวิจัยสรางขึ้นจากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี
ผลงานวจิ ัย ฯลฯ เพ่ือแสดงภาพรวมของเรื่องท่ีทําวิจัย ในกรณีท่ีมีตัวแปร
กรอบแนวคดิ ตองแสดงโครงสรางความสมั พนั ธท ีช่ ดั เจนระหวางตัวแปร
ท่ีผูวิจัยกําหนดข้ึน เพื่อนําไปตรวจสอบกับขอมูลเชิงประจักษ
และหาขอสรปุ

การนาํ เสนอกรอบแนวคดิ การวจิ ัยทําไดห ลายรูปแบบ เชน การบรรยาย
การนําเสนอเปนแผนภาพ แบบจําลองเชิงคณิตศาสตร ฯลฯ กรอบแนวคิด
การวิจัยอาจมีตัวแปรครบถวน หรือนอยกวาตัวแปรที่ไดจากกรอบแนวคิด
ทฤษฎี (Theoretical framework) ก็ได โดยตองมีเหตุผลสนับสนุน
การเลอื กกําหนดเฉพาะตวั แปรบางตัว หรอื การตัดบางตัวแปรออกไป

วิทยาจารย์ 49

50 วิทยาจารย์ แบบแผนการวจิ ยั เชงิ ทดลอง

10. ถาม : ชื่อเร่ืองของการวิจัยเชิงทดลองแตกตางจากวิธีวิจัยแบบสํารวจ
แบบวจิ ยั และพัฒนา หรอื แบบอ่ืนๆ อยา งไร

ตอบ : ควรแสดงความสัมพันธเชิงสาเหตุและผลระหวางตัวแปรอิสระ
กับตัวแปรตามในการวิจัยเชิงทดลอง เชน “ผลของการสอนแบบเพื่อน
ชวยสอนที่มีตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปที่ 4” สวนการวิจัยเชิงสํารวจจะตองระบุตัวแปรตามและประชากร
ท่ีศึกษา เชน “เจตคติตอวิทยาศาสตรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ตอนปลายในกรุงเทพมหานคร” สําหรับการวิจัยและพัฒนาจะตองระบุ
ส่ิงที่พัฒนา เชน “การพัฒนาชุดการสอนวิชาภาษาไทยสําหรับนักเรียน
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 6”
11. ถาม : ตัวแปรตามในการทดลองควรมีก่ีตวั

ตอบ : ตามปกติควรมีตัวเดียวเพราะสิ่งที่นํามาทดลองมีพื้นฐาน
ทางทฤษฎีที่มุงจะใหสงผลตอตัวแปรตามตัวเดียว เชน ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน แตถาตองการดูวาสงผลตอเจตคติดวยหรือไม จะตองมี
ทฤษฎีรองรับ และถาคิดวานาจะมีผลบางเล็กนอยก็จะไมสามารถ
เห็นผลได ถาตองการจะมีตัวแปรตามหลายตัวจําเปนจะตองมีทฤษฎี
รองรับและการวิเคราะหขอมูลจะตองเปนแบบพหุตัวแปร สวนที่มี
การวัดความพึงพอใจตอนวัตกรรมที่ใชนั้นไมถือวาเปนตัวแปรตาม
ทีเ่ ปน ผลจากการจัดกระทําในการทดลอง
12. ถาม : ตอ งมีสมมุตฐิ านในการวจิ ัยเชงิ ทดลองเสมอไปหรือไม

ตอบ : การวิจัยเชิงทดลองจําเปนตองมีสมมุติฐานเพราะผูวิจ25ัย
จะใชสมมุติฐานเปนแนวทางในการออกแบบการทดลอง โดยเหตุผลแลว
ผูว ิจัยจะตองคาดคะเนคาํ ตอบได เนอื่ งจากไดศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยแลว
วาจะจัดกระทําในการทดลองอยางไร ถึงจะสงผลตอตัวแปรตาม
ทตี่ องการ
13. ถาม : ตอ งนิยามตวั แปรหรอื ไม และนิยามอยา งไร

ตอบ : จะตองมีการนิยามท้ังตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม โดยเฉพาะ
การนิยามตัวแปรอิสระจะตองนิยามวิธีจัดกระทําทุกวิธี รวมท้ังวิธีที่ใช
กับกลุมควบคุมก็ตองนิยามดวย และตองนิยามเชิงปฏิบัติการ ซ่ึงให
ความหมายเปนรูปธรรมท่ีสามารถนําไปปฏิบัติได ถานิยามวิธีสอน
ก็อธิบายใหเห็นวาสอนอยางไร ถานิยามตัวแปรตามก็ใหเห็นพฤติกรรม

12. ถาม : ตอ งมีสมมตุ ิฐานในการวจิ ัยเชิงทดลองเสมอไปหรอื ไม วทิ ยาจารย์ 51

ตอบ : การวิจัยเชิงทดลองจําเปนตองมีสมมุติฐานเพราะผูวิจัย
จะใชสมมุติฐานเปนแนวทางในการออกแบบการทดลอง โดยเหตุผลแลว
ผวู ิจยั จะตอ งคาดคะเนคาํ ตอบได เน่อื งจากไดศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยแลว
วาจะจัดกระทําในการทดลองอยางไร ถึงจะสงผลตอตัวแปรตาม
ทตี่ องการ

13. ถาม : ตอ งนิยามตวั แปรหรือไม และนิยามอยา งไร

ตอบ : จะตองมีการนิยามทั้งตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม โดยเฉพาะ
การนิยามตัวแปรอิสระจะตองนิยามวิธีจัดกระทําทุกวิธี รวมทั้งวิธีท่ีใช
กับกลุมควบคุมก็ตองนิยามดวย และตองนิยามเชิงปฏิบัติการ ซ่ึงให
ความหมายเปนรูปธรรมที่สามารถนําไปปฏิบัติได ถานิยามวิธีสอน
ก็อธิบายใหเห็นวาสอนอยางไร ถานิยามตัวแปรตามก็ใหเห็นพฤติกรรม
ทส่ี งั เกตได เพื่อจะไดส รา งเครือ่ งมอื วัดได

14. ถาม : มีแนวทางในการกําหนดปญหาการวิจัยเชิงทดลองไดอ ยา งไร

ตอบ : นอกจากการนําทฤษฎี และการวิจัยที่ผานมาเปนแนวทาง
ในการกําหนดปญหาการวิจัยแลว ยังสามารถกําหนดปญหาการวิจัย
ใหหลากหลายได 3 รูปแบบ คือ 1) แบบใหกับไมให 2) แบบใหแบบ
ที่ตางกัน เชน ทาํ การฝก 2 แบบกับกลุม 2 กลุม 3) แบบใหปริมาณ
ท่ีตา งกัน เชน กลมุ หน่ึงใหฝก นอ ย อีกกลุม หน่งึ ใหฝ ก มากกวา
15. ถาม : การทดลองใชบทเรียนชวยสอนถือวาเปนการวิจัยเชิงทดลอง
26 หรอื ไม

ตอบ : การวิจัยบทเรียนชวยสอนโดยท่ัวไป ควรเปนการวิจัย
และพัฒนา (R&D) การทดลองใชบทเรียนชวยสอนเปนขั้นตอนหนึ่ง
ของการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะตองมีขั้นตอนหลายข้ันตอนจนกวาจะได
บทเรียนชวยสอนที่มีประสิทธิภาพ การวิจัยดังกลาวควรต้ังช่ือวา
การพัฒนาบทเรียนชวยสอน และใชวิธีวิจัยและพัฒนาในการวิจัยโดยใช
รูปแบบของบทเรียนชวยสอนที่รูวาเหมาะสมแลวมาใชพัฒนาบทเรียน
ที่ตองการ แตถาตองการศึกษาวารูปแบบของบทเรียนชวยสอนแบบใด
ทําใหเกิดการเรียนรูดี ก็มุงไปที่คิดรูปแบบแลวนํามาทดลอง
ดูผลของรูปแบบวา ไดผ ลดหี รอื ไม แบบนจ้ี ึงจะใชการวิจัยเชงิ ทดลอง

16. ถาม : ถาใชนักเรียนในหองเรียนที่สอนอยูสําหรับทําการทดลอง
ประชากรในการทดลองควรเปนใคร

ตอบ : ธรรมชาติของการวิจัยเชิงทดลองไมสามารถสุมตัวอยาง
จากประชากรไดโดยตรง จึงมีการกําหนดประชากรเปาหมาย (Target
Population) และประชากรที่สามารถทําการสุมได (Experimentally
Accessible Population) เชน ประชากรเปาหมาย คือ นักศึกษา
ระดับอุดมศึกษาในภาคใต ประชากรท่ีสามารถสุมได คือ นักศึกษา

การพัฒนาบทเรียนชวยสอน และใชวิธีวิจัยและพัฒนาในการวิจัยโดยใช
รูปแบบของบทเรียนชวยสอนที่รูวาเหมาะสมแลวมาใชพัฒนาบทเรียน
ที่ตองการ แตถาตองการศึกษาวารูปแบบของบทเรียนชวยสอนแบบใด
ทําใหเกิดการเรียนรูดี ก็มุงไปที่คิดรูปแบบแลวนํามาทดลอง
ดผู ลของรูปแบบวาไดผ ลดีหรอื ไม แบบน้ีจงึ จะใชการวิจัยเชงิ ทดลอง

16. ถาม : ถาใชนักเรียนในหองเรียนที่สอนอยูสําหรับทําการทดลอง
ประชากรในการทดลองควรเปน ใคร

ตอบ : ธรรมชาติของการวิจัยเชิงทดลองไมสามารถสุมตัวอยาง
จากประชากรไดโดยตรง จึงมีการกําหนดประชากรเปาหมาย (Target
Population) และประชากรที่สามารถทําการสุมได (Experimentally
Accessible Population) เชน ประชากรเปาหมาย คือ นักศึกษา
ระดับอุดมศึกษาในภาคใต ประชากรที่สามารถสุมได คือ นักศึกษา
ชั้นปที่ 2 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร วิทยาเขตหาดใหญ
หรืออาจกําหนดประชากรเปาหมาย คือ นักเรียนช้ัน ม.1 ในกรุงเทพมหานคร

สนอักนเรอียยนเู ปชนั้นปรมะ.1ชาโกรรงทเร่สี ียามนาแรหถสงหมุ ไนดึ่ง ในกรุงเทพมหานครที่ผูทดลอ27ง
ไมควรกําหนดประชากรเล็กๆ แลวทําการทดลองกับประชากร

และไมควรกําหนดประชากรเปนโรงเรียนเดียว เพราะการมีประชากร
กวางขวางกวา ทําใหการทดลองมีความหมายมากกวา ควรกําหนดเปน
เขต จังหวัด ภาค หรือกวางๆ กวานั้น ธรรมชาติของผลการทดลอง
มกั เปน จริงกบั คนอืน่ ๆ ไดก วางขวางกวาการวจิ ัยเชงิ สาํ รวจ

17. ถาม : การทดลองเกี่ยวกับการเรียนการสอนที่ใชแบบแผนการวิจัย
แบบมีกลุมเดียว และมีการสอบกอนและหลังที่ใชกันทั่วไป
มคี วามเหมาะสมหรอื ไม

ตอบ : แบบแผนการทดลองดังกลาวเปนแบบแผนที่อยูในกลุม
ไมคอยดี (Faulty Research Design) จะตองนาํ มาใชใหเหมาะสม
กับปญ หาการวจิ ัย

ถานําคะแนนสอบกอนกับสอบหลังมาเปรียบเทียบกันเพ่ือสรุปวา
นวตั กรรมทีน่ าํ มาใชไดผลดี เม่ือพบวาคะแนนสอบหลังสูงกวาสอบกอน
ถือวาไมเหมาะสม เพราะโดยทั่วไปสอนดวยวิธีใดมักจะไดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนสงู ขน้ึ

ถาใชกลุมทดลองกลุมเดียวการวิเคราะหขอมูลที่เหมาะสม
ควรทดสอบเปรยี บเทยี บคะแนนสอบหลังการทดลองกับเกณฑ เชน 70%
หรือตามความเหมาะสม หรือเทียบคะแนนความกาวหนากับเกณฑ
ที่กาํ หนดขน้ึ เปนรอ ยละ เชน 30% หรอื 40% ตามความเหมาะสม
28

52 วิทยาจารย์

18. ถาม : กรณที ี่มกี ลมุ ทดลอง และกลุมควบคุม ถาใชการสุมโดยจับฉลาก วทิ ยาจารย์ 53
ใหหองหน่ึงเปนกลุมทดลอง อีกหองหนึ่งเปนกลุมควบคุม
สามารถนําผลการทดลองมาเปรยี บเทียบกนั ไดหรอื ไม

ตอบ : ถานําผลการทดลองของสองกลุมมาเปรียบเทียบกันถือวา
การวิจัยไมมีความตรงภายใน (Internal Validity) เพราะทั้งสองกลุม
มีหลายอยางไมเทากัน เชน ผลสัมฤทธิ์ แรงจูงใจ ความตั้งใจ เจตคติ
ตอวิชาที่ทดลอง เปนตน ซึ่งเปนตัวแปรเกินที่จะสงผลตอตัวแปรตาม
ถาจําเปนตองทําดังกลาว ตองใชแบบแผนการทดลองแบบกึ่งทดลอง
แลวใชการวิเคราะหขอมูลท่ีเหมาะสม มิใชนําเอาคาเฉล่ียของคะแนน
หลังการทดลองมาเปรียบเทียบกันเพ่ือตอบวาวิธีใดดีกวากัน การสุม
แบงเปนสองกลุมที่ถูกตอง คือ การสุมทีละคนเขากลุมทดลอง
และกลุมควบคุมสลับกัน ซึ่งเรียกวา Random assignment จึงจะถือวา
ทําใหทั้งสองกลุมเทาเทียมกันในลักษณะตางๆ จะตางกันเฉพาะ
สงิ่ ท่ไี ดรบั จากการทดลอง

19. ถาม : ถาตองใชหองเรียนสองหองเปนกลุมควบคุมหนึ่งหองเรียน
อีกหองเรยี นหน่ึงเปนกลุมทดลองจะไดห รอื ไม

ตอบ : ปกติไมสะดวกท่ีจะทําการสุมทีละคนเขากลุมควบคุม
และกลุมทดลองถาตองการใชทั้งหองดังกลาว ควรเลือกหองท่ีมีลักษณะ
ที่สําคัญท่ีจําเปนเทากันท้ังสองกลุม เชน ถาทดลองการสอนภาษาไทยจะตอง
เลือกหองที่นักเรียนมีคะแนนวิชาภาษาไทยเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบน
มาตรฐานใกลเคียงกัน เรียกวา เปนการจับคูโดยการปรับใหท้ังสองกลุม
มกี ารแจกแจงเทากัน (Matching by frequency distribution control)
20. ถาม : การศึกษาผลของการใชชุดฝกตางกันโดยดูจากคะแน2น9

ผลสมั ฤทธไ์ิ ดห รอื ไม

ตอบ : ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนถือวาเกิดจากกิจกรรมการเรียน
ที่ใชแบบฝกเปนสวนหนึ่งของกิจกรรมในแผนการเรียนรู ดังนั้น
การเขียนจุดประสงค สมมุติฐานและแปลผลการวิจัยวาเปนผล
ท่ีเกิดจากชดุ ฝกน้ันๆ จงึ ไมถ ูกตอง

ผูทดลองจึงควรออกแบบการสอนท่ีเหมาะสม และเลือกรูปแบบ
ของชุดฝกที่สอดคลองกับการสอนแลวทดลองใชเพ่ือศึกษาอิทธิพล
ของการสอนทีใ่ ชชุดฝก ท่ีตอ งการ

กรณีท่ีตองการศึกษาอิทธิพลของชุดฝกเพียงอยางเดียวควรใช
แบบแผนการทดลองโดยใหกลุมควบคุมใชการฝกตามแผนการสอนปกติ
และใหกลุมทดลองใชก ารสอนแบบเดียวกัน แตใชชุดฝกตามท่ีคิดข้ึนมาใหม
ถาไดผลสัมฤทธ์ิท่ีตางกันแสดงวาชุดฝกท่ีคิดขึ้นมีอิทธิพลตอผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนดกี วาแบบเดมิ

เทาที่พบเห็นผลงานที่ใชขอตําแหนงวิทยฐานะ มักใชกลุมเดียว
ในการทดลองแลวสรุปวาเปนอิทธิพลของชุดฝกเม่ือพบวาคะแนนสอบ

54 วทิ ยาจารย์ กรณีที่ตองการศึกษาอิทธิพลของชุดฝกเพียงอยางเดียวควรใช
แบบแผนการทดลองโดยใหกลุมควบคุมใชการฝกตามแผนการสอนปกติ
และใหก ลมุ ทดลองใชก ารสอนแบบเดียวกัน แตใชชุดฝกตามที่คิดข้ึนมาใหม
ถาไดผลสัมฤทธ์ิที่ตางกันแสดงวาชุดฝกที่คิดข้ึนมีอิทธิพลตอผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นดีกวาแบบเดมิ

เทาที่พบเห็นผลงานท่ีใชขอตําแหนงวิทยฐานะ มักใชกลุมเดียว
ในการทดลองแลวสรุปวาเปนอิทธิพลของชุดฝกเมื่อพบวาคะแนนสอบ
หลังการทดลองสูงกวาคะแนนสอบกอนซึ่งถือวาไมถูกตองท่ีแปลผลวา
เปนผลของแบบฝก และไมสมเหตุสมผลเพราะใชการเปรียบคะแนน
สอบกอนกับหลังการทดลอง
21. ถาม : ในหัวขอขอบเขตการวิจัยเมื่อกลาวถึงประชากรมักจะกลาวถึง

กลุม ตวั อยา งทงั้ ขนาดและวธิ สี มุ จาํ เปนหรือไม
30 ตอบ : กลุมตัวอยางมีขนาดเทาไร ไดมาอยางไรนั้นอยูในหัวขอ
วิธีดําเนินการวิจัยซึ่งโดยปกติจะอยูในบทที่ 3 ในหัวขอขอบเขตการวิจัย
ควรระบุประชากร เพราะตองการจะช้ีใหเห็นวาสามารถสรุปพาดพิง
ผลการวจิ ยั ไปไดก วา งขวางเพียงใด

22. ถาม : กลมุ ควบคุม คือ กลมุ ท่ไี มไ ดร ับการทดลองโดยวิธีใดๆ ใชหรอื ไม
ตอบ : กลุมควบคุมเปนไดทั้งกลุมที่ไมไดรับการจัดกระทําใดๆ

หรืออาจเปนกลุมที่ไดรับการจัดกระทําตามปกติ ผูทดลองจะตองใช
วจิ ารณญาณวา เหมาะสมหรือไมทีจ่ ะมีการจัดกระทาํ แบบใดกับกลุมควบคุม
เชน มีการสอนตามคูมือครูในกลุมควบคุม หรือไมตองสอนเลย
ในกลมุ ควบคมุ

23. ถาม : ถาหองเรียนที่สอนอยูมีนักเรียนนอย สามารถทําการทดลอง
ไดหรือไม

ตอบ : การทําการทดลองกับกลุมเล็กเกินไปยอมไมเหมาะสม
ดวยเหตุผลทางสถิติ ถึงแมจะสามารถใชนอนพาราเมตริกไดก็ตาม
ถาสามารถเลือกขนาดกลุมที่ใหญกวาไดควรทํา ถามีความจําเปนก็ทําได
แตเ สนอใหท ําซาํ้ หลายๆ คร้ังเพื่อยนื ยนั ผล

24. ถาม : ใหครูคนหน่ึงสอนตามปกติ และผูวิจัยสอนตามวิธีที่ตองการ
แลวนาํ ผลมาเปรยี บเทียบกัน ถอื วาเหมาะสมหรอื ไม 31

ตอบ : ใชผูทดลองตางกันยอมมีผลท่ีเกิดจากผูทดลองตอตัวแปรตาม
ถ า จํา เ ป น ต อ ง ใ ช ค ว ร เ ลื อ ก ผู ท ด ล อ ง ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ ท า ง ก า ย ภ า พ
และทางจิตวิทยาใกลเคียงกัน รวมทั้งควรมีการฝกการทดทดลอง
เพ่ือใหส ามารถทําการทดลองใกลเ คียงกนั

25. ถาม : ไมรูวาจะทดลองนานเทาไร จึงทดลองทั้งภาคเรียนเลย
จะไดทดลองทกุ หนว ย นาจะไดผ ลการวจิ ยั ท่ดี ีใชไ หม

ตอบ : ตองศึกษางานวิจัยท่ีผานมาวามีการทดลองนานเทาไร

ตอบ : ใชผูทดลองตางกันยอมมีผลท่ีเกิดจากผูทดลองตอตัวแปรตาม วทิ ยาจารย์ 55
ถ า จํา เ ป น ต อ ง ใ ช ค ว ร เ ลื อ ก ผู ท ด ล อ ง ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ ท า ง ก า ย ภ า พ
และทางจิตวิทยาใกลเคียงกัน รวมทั้งควรมีการฝกการทดทดลอง
เพ่ือใหส ามารถทําการทดลองใกลเ คียงกัน

25. ถาม : ไมรูวาจะทดลองนานเทาไร จึงทดลองทั้งภาคเรียนเลย
จะไดทดลองทกุ หนว ย นา จะไดผลการวจิ ยั ทดี่ ีใชไ หม

ตอบ : ตองศึกษางานวิจัยท่ีผานมาวามีการทดลองนานเทาไร
เปนแนวทาง การทดลองนอ ยครงั้ เกนิ ไป จะยังไมทันเห็นผลของตัวแปรอิสระ
การทดลองนานเกินไปยอมเปดโอกาสใหเกิดอิทธิพลของตัวแปรเกิน
มากขึ้น เชน วุฒิภาวะ เหตุการณ ความออนลา เปนตน มีเงื่อนไข
สองประการที่จะสามารถเห็นผลของตัวแปรอิสระ คือ ตัวแปรอิสระ
มีอิทธิพลตอ ตัวแปรตามจริงๆ (Necessary Condition) และมีการจัดกระทํา
ที่มากพอที่อิทธิพลของตัวแปรอิสระจะสงผลตอตัวแปรตาม (Sufficient
condition) เชน บุหรี่เปนสาเหตุทําใหเกิดโรคมะเร็ง จะตองใชเวลานาน
เทา ไรจงึ จะเหน็ ผลถา จะทาํ การทดลอง
26. ถาม : การทาํ การทดลองนาํ รองจาํ เปน หรือไม

ตอบ : ถาตองการทราบวาการทดลองจะไดผลตามที่ตั้งสมมุติฐาน
ไวหรือไม สามารถตรวจสอบเบ้ืองตนดวยการทดลองกับกลุมเล็กๆ
นอกจากจะไดตรวจสอบผลเบ้ืองตนแลวยังสามารถตรวจสอบเครื่องมือ
แ3ล2ะกระบวนการไดด วย รวมท้ังยังชวยใหผูทดลองไดคุนเคยกับการทดลอง
อีกดวย การทดลองที่ตองสิ้นเปลืองมากอาจมีการทดลองนํารอง
เพื่อตรวจสอบผลเบ้ืองตนกอ น
27. ถาม : จําเปนตองมีการสอบกอน สอบหลังการทดลองหรือไม

ในการทดลองเกยี่ วกับวธิ ีสอน หรอื สือ่ การสอน
ตอบ : การสอบกอน สอบหลังการทดลองมักใชกับแบบแผนการวิจัย
แบบกึ่งทดลอง เพราะกลุมทดลองกับกลุมควบคุมมีลักษณะหลายอยาง
ไมเทากัน จะไดวิเคราะหผลของความกาวหนา หรือใชการวิเคราะห
ความแปรปรวนรว มในการทดสอบสมมุติฐานได
28. ถาม : ในรายงานการวิจัยเชิงทดลองควรกลาวถึงอะไรบางในหัวขอ

การดาํ เนนิ การทดลอง
ตอบ : ในหัวขอการดําเนินการทดลองมักจะพบวามีการเสนอ
รายละเอียดนอยเกินไป ควรเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการดําเนินการ
ทดลองจนสามารถเห็นวาผูอื่นสามารถทําไดตามท่ีตองการ และสามารถ
เห็นไดวามีการดําเนินการอยางเครงครัดในการควบคุมตัวแปรเกิน เชน
ระบุผูทดลองวาเปนใคร หรือกรณีที่มีมากกวา 1 คน ก็บอกวามีการฝก
และมีลักษณะอยางไร มีการเตรียมการอยางไร และมีการแนะนํากอน
และหลงั การทดลองอยางไร เปนตน

33

56 วิทยาจารย์ 29. ถาม : ทําการวิจัยเชิงทดลองอยางไร ถึงจะเปนผลงานทางวิชาการ
ทเี่ หมาะสาํ หรบั ขอตําแหนง วทิ ยฐานะ

ตอบ : จากเกณฑท ี่ใชใ นการประเมนิ ผลงานทางวิชาการระบุประเด็น
สําคัญเก่ียวกับ 1) ความสําคัญของผลท่ีไดรับจากการวิจัย 2) สามารถนํา
ผลการวิจัยไปใชไดกวางขวางเพียงใด และ 3) การดําเนินการวิจัย
มีความถูกตองหรือเหมาะสม ตัวอยางในการวิจัยและพัฒนา เชน
ถาทําการพัฒนาบทเรียน CAI สาํ หรับใชสอนควรทาํ ใหสามารถใชได
ทัง้ ภาคเรยี นเปนอยา งนอย หรือใชไ ดท ง้ั ปยิ่งดี สาํ หรบั การวจิ ัยเชิงทดลอง
ควรเลือกทดลองวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบตางๆ ที่สามารถ
นาํ ผลไปใชป ระโยชนไดก วา งขวาง

30. ถาม : ความตรงในการวิจัยเชงิ ทดลองมคี วามสําคญั อยา งไร
ตอบ : ความตรงในการวิจัยมีความสําคัญอยางย่ิง ความตรงในการวิจัย

มี 2 ชนิด คือ ความตรงภายใน หมายถึง ผลการวิจัยที่ไดเปนอิทธิพล
ของตัวแปรอิสระอยางแทจริง ผูวิจัยจะตองทําการควบคุมอิทธิพล
ของตัวแปรเกินและสิ่งอื่นๆที่ไมใชตัวแปรอิสระท่ีจะมีอิทธิพลตอ
ตัวแปรตาม สวนความตรงภายนอก หมายถึง ความสามารถในการสรุป
พาดพิงผลการวิจัยไปยังประชากรเปาหมายได ผูทดลองจะตองทําการ
เลือกกลุมตัวอยางใหเปนตัวแทนที่ดีของประชากร การวิจัยจําเปน
ตองมีความตรงท้ังสองชนิด ความตรงภายนอกเปนจุดออนของการวิจัย
เชิงทดลองที่ไมสามารถใชขนาดกลุมตัวอยางใหญมาก และไมสามารถ
สุมไดโดยตรงจากประชากร ผูวิจัยจะตองเนนที่การทําใหเกิดความตรง
ภายใน
3431. ถาม : องคค วามรทู ่ไี ดรับจากการวิจัยเชิงทดลอง นําไปใชประโยชน

อยางไร
ตอบ : ถาคนพบเทคนิควิธีหรือนวัตกรรมยอยๆ เชน ใชเทคนิค
การสอนท่ีทําใหจําไดดี หรือทําใหสนใจการเรียน หรือทําให
เปล่ียนแปลงพฤติกรรมบางอยางครูสามารถนําไปใชสอดแทรก
ในกระบวนการเรยี นการสอนไดทั่วไปตามความเหมาะสม และนําไปใช
ทาํ วจิ ยั กบั กลมุ อ่นื ๆ หรือวิชาอน่ื ๆ หรอื สภาพแวดลอ มอืน่ ๆ ตอไปได
ถาเปนการวิจัยเก่ียวกับกระบวนการเรียนการสอน หรือนวัตกรรม
การสอน เชน การสอนแบบสืบเสาะ การสอนโดยใชระบบเครือขาย
ออนไลน การสอนแบบโครงการ จะทําใหสามารถนําวิธีสอน
ท่ีใชทดลองใชในการเรียนการสอน หรือนําไปใชทําวิจัยและพัฒนา
ชุดการสอนท้ังวิชาได เชน พัฒนาชุดการสอนแบบใชปญหาเปนฐาน

อยางไร
ตอบ : ถาคนพบเทคนิควิธีหรือนวัตกรรมยอยๆ เชน ใชเทคนิค
การสอนท่ีทําใหจําไดดี หรือทําใหสนใจการเรียน หรือทําให
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอยางครูสามารถนําไปใชสอดแทรก
ในกระบวนการเรียนการสอนไดท่ัวไปตามความเหมาะสม และนําไปใช
ทําวิจยั กับกลมุ อ่นื ๆ หรอื วิชาอ่ืนๆ หรือสภาพแวดลอ มอ่ืนๆ ตอไปได
ถาเปนการวิจัยเกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอน หรือนวัตกรรม
การสอน เชน การสอนแบบสืบเสาะ การสอนโดยใชระบบเครือขาย
ออนไลน การสอนแบบโครงการ จะทําใหสามารถนําวิธีสอน
ที่ใชทดลองใชในการเรียนการสอน หรือนําไปใชทําวิจัยและพัฒนา
ชุดการสอนทั้งวิชาได เชน พัฒนาชุดการสอนแบบใชปญหาเปนฐาน
หรือพัฒนาชุดการสอนโดยใชบทเรียนออนไลน เปนตน นอกจากน้ัน
ยังสามารถนําไปทดลองกับกลุมประชากรอื่นๆ หรือวิชาอื่นๆ
หรอื สภาพแวดลอมท่ีตา งกัน
32. ถาม : การที่มีผูทรงคุณวุฒิกลาววา ในการสงผลงานวิจัยเพื่อ

ขอตาํ แหนงวทิ ยฐานะใหทาํ รายงานผลการสอนวาไดผลเพียงใด
หมายความวาอยา งไร
ตอบ : อาจมีการสื่อสารนอยเกินไปจนทําใหเขาใจผิดได ความหมาย
ที่ถูกตอง คือ ผูวิจัยจะตองสรางชุดการสอนท่ีเหมาะสมตามหลักวิชา
แลวนําไปใชเพื่อดูผลของชุดการสอนที่สรางขึ้น ซึ่งเขาขายการวิจัย
และพัฒนา ถามีการอธิบายกระบวนการตั้งแตเลือกแนวคิดที่จะใช
กใน็จะกเาปรนทกําชารุดวกิจาัยรแสลอะนพจัฒนนถาึงอไยดาผงลแกทาจรรใิงชโทดี่ใยชมวีกิธาีวริจเขัยีแยนละรพายัฒงนานา35
อยา งเปนระบบ มีรปู แบบท่เี ปน การวจิ ยั และพฒั นา
33. ถาม : ควรแปลผลการทดสอบทางสถิติ เชน การทดสอบคา t
หรอื การทดสอบคา F ในการวเิ คราะหความแปรปรวนอยางไร
ตอบ : ควรแปลผลการทดสอบและระบุคาสถิติทดสอบกอนวา
มนี ัยสาํ คัญทางสถิตหิ รอื ไม ท่ีระดับใด แลวจึงอธิบายวาคาเฉล่ียระหวางกลุม
แตกตางกันหรือไม เชน แปลผลวา “ผลการทดสอบมีนัยสําคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .01 (t (28) = 3.258, P = .008) แสดงวาคะแนนผลสัมฤทธิ์
ทางวิทยาศาสตรหลังทดลองของกลุมท่ีสอนดวยวิธีสืบเสาะสูงกวา
ของกลุม ท่ีสอนดวยวิธปี กตอิ ยางมนี ยั สําคัญทางสถติ ทิ ีร่ ะดบั .01”

36

วทิ ยาจารย์ 57

หนงึ่ โรงเรียน หนงึ่ นวตั กรรม

หนึง่ โรงเรียน หนง่ึ นวตั กรรม

ของครุ ุสภ� ประจ�ำ ปี ๒๕๖๐

รปู แบบการบรหิ ารการจดั การอาชวี ศกึ ษาแบบบรู ณาการ
ระเบียงเศรษฐกจิ พิเศษภาคตะวันออก จังหวดั ชลบรุ ี

วิทยาลัยเทคโนโลยชี ลบรุ ี เลขที่ ๘๐/๙๐ หมู่ ๓ ถนนสุขุมวทิ ตาำ บลเสมด็
อำาเภอเมอื งชลบุรี จงั หวดั ชลบุรี รหสั ไปรษณีย์ ๒๐๐๐๐

ปฐมบท ปรากฏการณ์

วทิ ยาลยั เทคโนโลยชี ลบรุ ี เปน็ สถานศกึ ษาเอกชนระดบั อาชวี ศกึ ษาเปดิ สอน ระดบั ประกาศนยี บตั ร
วิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) ในประเภทวิชาอุตสาหกรรม, ประเภทวิชา
บริหารธุรกิจ/พาณิชยกรรม และประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มีจำานวนนักเรียนและนักศึกษา
ท้ังสน้ิ ๓,๑๖๗ คน ในแต่ละปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๙ มีนกั เรยี น นักศกึ ษา สาำ เร็จการศกึ ษา ๑,๑๒๙ คน

นโยบายการปฏิรูปการศึกษาที่ใช้แนวคิดการจัดการศึกษาเชิงพ้ืนท่ีเป็นฐาน (Area Based
Education Management) และการปฏริ ูปการจดั การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รวมท้ังแนวทาง
การพฒั นาของแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี ๑๒ ทม่ี งุ่ เนน้ การพฒั นา เพอ่ื เพมิ่ ศกั ยภาพ
และขดี ความสามารถของประชากรวยั เรยี นทกุ ระดบั การศกึ ษา ใหม้ คี วามรู้ ความสามารถ ทกั ษะ พฤตกิ รรม
การทำางาน และคุณลักษณะนิสัยในการประกอบอาชีพ เพ่ือเสริมสร้างศักยภาพ และปลูกฝังให้ผู้เรียน
มสี มรรถนะและความพรอ้ มทจี่ ะดำาเนนิ ชวี ติ ในสงั คมทมี่ กี ารทำางานอตุ สาหกรรมเปน็ ฐาน (Industry - Based
Society) ใหส้ ามารถประกอบอาชพี สรา้ งรายไดท้ ม่ี ง่ั คงั่ และมนั่ คง เปน็ บคุ คลทม่ี วี นิ ยั เปยี่ มไปดว้ ยคณุ ธรรม
จริยธรรม มีจิตสำานกึ รับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อ่นื และสงั คมโลก

ปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๘ วทิ ยาลยั เทคโนโลยชี ลบรุ ไี ดร้ บั การคดั เลอื กใหเ้ ปน็ วทิ ยาลยั นาำ รอ่ งในโครงการ
ปฏริ ปู การศกึ ษาโดยใชจ้ งั หวดั เป็นฐาน เพือ่ คุณภาพของนกั เรยี น นักศกึ ษาที่สาำ เรจ็ การศกึ ษาให้มีงานทาำ
ดว้ ยการพฒั นาคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ (Attitude) ใหเ้ กดิ ในตวั ของนกั เรยี นนักศกึ ษา โดยเฉพาะนิสยั
ในการประกอบอาชพี ทจ่ี าำ เปน็ ตอ่ การทาำ งาน รวมถงึ มที กั ษะทจี่ าำ เปน็ ในการประกอบอาชพี (Skills) ไดแ้ ก่
ทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร (ICT) ทกั ษะการสือ่ สารภาษาอังกฤษ และทักษะวชิ า
ช่างพืน้ ฐานและงานอาชพี ตลอดจนมีความรทู้ ่ีเก่ียวขอ้ งกับการประกอบอาชพี (Knowledges) ความรู้
ตามหลักสูตรแกนกลางแต่ละระดับการศึกษา ความรู้ตามสาขาอาชีพในจังหวัดชลบุรี และความรู้
ตามสมรรถนะวิชาชีพในการปฏบิ ตั งิ าน

ปีการศึกษา ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบหลักการโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ
ภาคตะวนั ออก (Eastern Economic Corridor Development) ใหเ้ ป็นเขตเศรษฐกิจช้นั นำาของอาเซียน
เพอื่ สง่ เสรมิ ๑๐ อตุ สาหกรรมเปา้ หมายใหเ้ ปน็ กลไกในการขบั เคลอื่ นเศรษฐกจิ เพอื่ อนาคต (New Engine
of Growth) โดยมกี รอบแนวคดิ ในการพฒั นาฟนื้ ฟพู นื้ ทบ่ี รเิ วณชายฝง่ั ทะเลตะวนั ออก ใหเ้ ปน็ ฐานการผลติ
อตุ สาหกรรมหลักของประเทศท่ีขยายตัวอยา่ งมสี มดลุ มีประสทิ ธิภาพ สอดคลอ้ งกับศกั ยภาพของพ้นื ที่
บนพืน้ ฐานการมสี ่วนรว่ ม และได้รบั การยอมรบั จากชุมชน

58 วิทยาจารย์

26 One School One Innovation

หนงึ่ โรงเรียน หนงึ่ นวตั กรรม

ของครุ สุ ภ� ประจ�ำ ปี ๒๕๖๐

สรา้ งสรรคง์ านวทิ ยาลัยนักคดิ

เพ่ือเป็นการต่อยอดโครงการปฏิรูปการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน การจัดการศึกษาเพ่ือการมี
งานทำา วิทยาลยั เทคโนโลยชี ลบรุ ี ได้พฒั นาการจัดการศกึ ษาของสถานศกึ ษา โดยเฉพาะการวางแผนงาน
เพ่อื เพม่ิ ปริมาณผู้เรียนสายอาชพี ในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๐ ภายใต้หลกั การสำาคญั คือ การทำาใหว้ ทิ ยาลยั
เป็นเลิศทางการศึกษาเฉพาะทาง เน้นเปิดสาขาวิชาใหม่รองรับภาคอุตสาหกรรม การปรับค่านิยมและ
ภาพลักษณ์ โดยจัดทวิภาคีร่วมกับโรงเรียน สถานประกอบการ จัดตั้งเครือข่ายสถานศึกษาร่วมกัน
การศกึ ษาดูงาน ฯลฯ ประการสาำ คัญคือ การประกนั คุณภาพผู้เรียนอาชวี ศกึ ษา ท่ีจะต้องพฒั นาผูเ้ รยี น
ให้มีสมรรถนะดีและมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ การจัดหาตลาดแรงงานรองรับ การให้ทุนการศึกษา
การทาำ ใหเ้ หน็ เสน้ ทางความกา้ วหนา้ ของอาชพี ทชี่ ดั เจน รวมทง้ั การจดั การอาชวี ศกึ ษารว่ มกบั ตา่ งประเทศ
ในภูมิภาคอาเซียนและภูมิภาคยุโรป ด้วยความร่วมมือร่วมจัดสรรทรัพยากรระหว่างภาครัฐและเอกชน
เพอ่ื การอาชีวศกึ ษา

สรุปส�ระส�ำ คญั เปรยี บเทียบคว�มแตกต�่ งระหว�่ งผลง�นเดมิ กบั ผลง�นใหม่ เปน็ ดังน้ี

๑. กรอบแนวคดิ ผลง�นเดิม ๒๕๕๙ ผลง�นใหม่ ๒๕๖๐
๒. ขั้นตอนการพฒั นา
พัฒนาหลักสตู รสง่ เสรมิ การมีงานทำา พัฒนาหลกั สูตรสาขาใหม่รองรบั ระเบียง
๓. ผลท่เี กดิ ข้ึน เศรษฐกจิ พิเศษภาคตะวันออก จังหวัดชลบรุ ี
Road Map กรอบการดาำ เนนิ การขบั เคลอ่ื น Road Map กรอบการดาำ เนินการขบั เคล่ือน
CTCMODEL รูปแบบการบริหารสถานศึกษา CTCOS MODEL รปู แบบการบรหิ าร
เพ่ือการมงี านทำาของวทิ ยาลยั เทคโนโลยีชลบรุ ี การจดั การอาชีวศกึ ษาแบบบรู ณาการระเบียง
ทุกข้ันตอนใช้กระบวนการ PDCA เศรษฐกจิ พเิ ศษภาคตะวันออก จงั หวัดชลบุรี
เพ่ิม OS = Occupational Standard
ผูเ้ รยี นมงี านทำาในบริบทของจังหวัดชลบรุ ี ทกุ ข้ันตอนใชก้ ระบวนการ PDCA
- คณุ ลกั ษณะนสิ ยั เพื่อการประกอบอาชีพ ผู้เรียนมีงานทาำ ในและไดเ้ รียนรหู้ ลักสตู ร
- ทกั ษะที่จาำ เป็นในการประกอบอาชีพ ในสาขาท่สี อดคลอ้ งกับการพัฒนาระเบียง
- ความรูท้ เ่ี กี่ยวขอ้ งกบั การประกอบอาชพี เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก จังหวัดชลบรุ ี
วิชาชีพได้รบั การยอมรับจากสถานประกอบการ
- คุณลักษณะนสิ ยั เพ่ือการประกอบอาชพี
- ทักษะทจี่ าำ เป็นในการประกอบอาชพี
- ความรู้ที่เก่ยี วขอ้ งกบั การประกอบอาชีพ
- ได้คุณวฒุ ิ : มาตรฐานวิชาชีพ (OS)

One School One Innovation 27

2017 วิทยาจารย์ 59

หน่ึงโรงเรยี น หน่งึ นวตั กรรม

ของคุรุสภ� ประจ�ำ ปี ๒๕๖๐

ผลง�นเดิม ๒๕๕๙ ผลง�นใหม่ ๒๕๖๐
๔. ส่งิ ท่ีได้เรยี นรู้ ๑. ด�้ นนักเรยี น นักศึกษ� ไดร้ ับการพัฒนา ๑. ด�้ นนักเรยี น นกั ศกึ ษ� ได้รบั การพัฒนาให้

ใหเ้ กดิ ความพรอ้ มในการเขา้ สกู่ ารทาำ งาน เกดิ ความพรอ้ มในการเขา้ สูก่ ารทาำ งานอาชีพ

อาชีพทต่ี รงประเด็น ท้งั การปลูกฝังคุณลักษณะ ที่ตรงประเดน็ ทง้ั การปลกู ฝงั คุณลกั ษณะนสิ ัย

นสิ ัยทสี่ ถานประกอบการตอ้ งการทกั ษะ ท่สี ถานประกอบการตอ้ งการ ทักษะความ

ความสามารถในงานอาชพี เฉพาะสาขาอาชีพ สามารถในงานอาชีพเฉพาะสาขาอาชีพท่เี รยี น

ที่เรยี น ทำาให้นกั เรยี น นักศึกษาเห็นความสาำ คญั ทำาใหน้ ักเรียน นกั ศึกษาเห็นความสำาคัญของ

ของการทำางาน จนเกิดพฤตกิ รรมทีด่ ี การทาำ งาน จนเกิดพฤติกรรมที่ดตี ่อการทาำ งาน

ตอ่ การทาำ งาน ทาำ ใหล้ ดปัญหาการไมย่ อมรับ ทาำ ใหล้ ดปัญหาการไม่ยอมรับของ

ของสถานประกอบการได้ สถานประกอบการได้ โดยจัดแบบทวภิ าคี

และการบม่ เพาะรฐั วิสาหกจิ ชมุ ชน

๒. ด้�นครูผูส้ อน ไดแ้ นวทางในการจดั การสอน ๒. ด�้ นครผู สู้ อน ได้แนวทางในการจดั การ

ที่สอดคลอ้ งกับงานอาชพี โดยเฉพาะการทค่ี รู สอนท่สี อดคลอ้ งกับงานอาชพี โดยเฉพาะการ

ผู้สอนในแต่ละสาขาได้ทาำ การวเิ คราะห์ ท่ีครผู ูส้ อนในแต่ละสาขาได้ทำาการวเิ คราะหค์ ำา

คำาอธิบายรายวชิ าและสกัดความสาำ คญั ของ อธิบายรายวิชาและสกัดความสาำ คัญของสาระ

สาระทเ่ี รียนเชือ่ มโยงกับงานอาชีพ ทาำ ให้ ทเ่ี รยี นเช่อื มโยงกบั งานอาชีพ ทำาให้สามารถจดั

สามารถจัดประสบการณใ์ หน้ ักเรียน นกั ศึกษา ประสบการณ์ให้นักเรียน นักศกึ ษาในเชิงลึกดี

ในเชิงลึกดียงิ่ ขน้ึ ยง่ิ ขน้ึ ในเรื่องนน้ั สาขาท่รี องรบั การเปิดระเบียง

เศรษฐกจิ พิเศษภาคตะวันออก จงั หวดั ชลบรุ ี

๓. ด้�นสถ�นศกึ ษ� ทาำ ให้วิทยาลยั เทคโนโลยี ๓. ด้�นสถ�นศึกษ� ทำาใหว้ ิทยาลยั เทคโนโลยี

ชลบรุ ีมีแนวทางการบรหิ ารทสี่ อดคล้องกบั ชลบรุ มี แี นวทางการบริหารที่สอดคลอ้ งกบั

แนวคิดหลัก จนไดร้ ูปแบบการบรหิ ารทเ่ี ป็น แนวคิดหลกั จนได้รปู แบบการบริหารท่เี ป็น

Best Practice ใหแ้ กส่ ถานศกึ ษาระดบั Best Practice การพัฒนาหลกั สตู รรองรบั

อาชีวศกึ ษาอืน่ ๆ ในจงั หวัดชลบรุ ีในเรอื่ ง ระเบยี งเศรษฐกจิ ภาคตะวันออก จ.ชลบรุ ใี หแ้ ก่

การจดั การศึกษาท่ีมีงานทาำ นาำ ไปเปน็ แนวทาง สถานศกึ ษาระดบั อาชวี ศึกษาอื่น ๆ ในจังหวัด

ในการพฒั นาตอ่ ไป ชลบรุ นี ำาไปเป็นแนวทางในการพฒั นาตอ่ ไป

28 One School One Innovation

60 วทิ ยาจารย์ 2017

หนง่ึ โรงเรียน หนึ่งนวตั กรรม

ของครุ ุสภ� ประจำ�ปี ๒๕๖๐

กรอบแสดงคว�มเชอื่ มโยงจ�ก CHONBURI MODEL ไปสกู่ �รก�ำ หนดรูปแบบ
ก�รบริห�รเพอื่ ก�รมงี �นท�ำ ของวทิ ย�ลยั เทคโนโลยชี ลบรุ ี (C T C MODEL)

One School One Innovation 29

2017
วิทยาจารย์ 61

หนึง่ โรงเรยี น หนงึ่ นวัตกรรม

ของคุรสุ ภ� ประจ�ำ ปี ๒๕๖๐

จากการดาำ เนนิ การตามรปู แบบของการบรหิ ารจดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษาเพอื่ การมงี านทาำ CTC
Model ไดน้ าำ มาพฒั นาตอ่ ยอดเปน็ รปู แบบการบรหิ ารจดั การอาชวี ศกึ ษาแบบบรู ณาการระเบยี งเศรษฐกจิ
พเิ ศษภาคตะวนั ออก จงั หวดั ชลบรุ ี เปน็ การประกนั คณุ ภาพผลผลติ จดั ใหน้ กั เรยี น นกั ศกึ ษาผา่ นการทดสอบ
มาตรฐานอาชีพ โดยมีจดุ เนน้ ในการพฒั นา ๓ บวก ๑ ประกอบด้วย

C = Curriculum integration to Industrious Behaviors and Characteristics พัฒนา
หลักสตู รสถานศึกษาบรู ณาการเพอื่ การมงี านทำา โดยเพม่ิ เติมการเปดิ หลักสตู รในสาขาใหมร่ องรับ EEC
ได้แก่

ระดับประก�ศนียบัตรวิช�ชพี (ปวช.) ระดับประก�ศนียบตั รวชิ �ชีพชน้ั สงู (ปวส.)

ประเภทวชิ �พ�ณชิ ยกรรม ประเภทวชิ �อตุ ส�หกรรม
• สาขาวิชาธุรกิจสถานพยาบาล • สาขาวิชาเทคนคิ เครอ่ื งกล สาขางานเทคนคิ

เคร่ืองกลระบบขนสง่ ทางราง (ทวภิ าค)ี
• สาขาวชิ าไฟฟา้ สาขางานบำารงุ รักษา

ระบบไฟฟา้ ในระบบขนสง่ ทางราง (ทวิภาคี)
ประเภทวิช�บรหิ �รธรุ กิจ

• สาขาวชิ าธุรกิจการคา้ ระหวา่ งประเทศ
• สาขาวชิ าการตลาด

สาขางานธุรกจิ การบริการยานยนต์ (ทวภิ าคี)
• สาขาวชิ าธรุ กจิ สถานพยาบาล

T = Top Innovation Benchmarking Best Practice พฒั นานวัตกรรมในงานอาชพี เทยี บเคียง
สมรรถนะ เพื่อให้ผู้เรียนทักษะในการสร้างงานสร้างอาชีพ โดยมีจุดเน้นในการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยี
ช้นั สูงมาใชใ้ นการพัฒนานวัตกรรม เช่น การสรา้ งหุ่นยนต์แขนกล เปน็ ตน้

C = Collaboration network with Establishment & Vocational Education
สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการ และสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาผู้เรียน
เพ่ือการมงี านทาำ โดยมีจุดเน้นในการเปดิ หลักสตู รในระบบทวิภาคี

OS = Occupational Standard ประกนั คณุ ภาพผลผลติ โดยจดั ใหน้ กั เรยี น นกั ศกึ ษามกี ารทดสอบ
มาตรฐานอาชีพ เพอื่ ให้สถานประกอบการสามารถรับเขา้ ทำางานได้

เมอ่ื ไดร้ ปู แบบนวตั กรรมใหมจ่ ากการพฒั นาตอ่ ยอดนวตั กรรมจากปที แี่ ลว้ ซง่ึ เปน็ การสรา้ งนวตั กรรม
เพอ่ื การบรหิ ารตามบรบิ ทของสถานศกึ ษา ไดด้ าำ เนนิ การขบั เคลอ่ื น CTC OS MODEL รปู แบบการบรหิ าร
การจดั การอาชวี ศกึ ษา แบบบรู ณาการระเบยี งเศรษฐกจิ พเิ ศษภาคตะวนั ออก จงั หวดั ชลบรุ ี มกี ระบวนการ
๕ ข้นั ตอน ดงั น้ี

30 One School One Innovation

62 วิทยาจารย์ 2017

หนึง่ โรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม

ของครุ สุ ภ� ประจำ�ปี ๒๕๖๐

๑. ก�รจัดทำ�ข้อมูลส�รสนเทศ เป็นการศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์แรงงานในจังหวัดชลบุรี
ประมวลขอ้ มูลสารสนเทศ เพอ่ื นำาไปใช้ในการจัดการอาชีวศกึ ษาแบบบูรณาการระเบยี งเศรษฐกจิ พิเศษ
ภาคตะวนั ออก จงั หวดั ชลบรุ ี ทาำ ใหว้ ทิ ยาลยั มสี ารสนเทศนาำ ไปวางแผนจดั การอาชวี ศกึ ษาแบบบรู ณาการ
ระเบียงเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวันออก จงั หวดั ชลบรุ ี

๒. ก�รจดั ท�ำ แผนยทุ ธศ�สตรก์ �รบรหิ �ร โดยทบทวนและกาำ หนดนโยบาย/ยทุ ธศาสตรใ์ นการจดั
เพ่อื ไปวางแผน และสรา้ งความร่วมมอื กับสถานประกอบการ/ หน่วยงาน ตา่ ง ๆ แลว้ นำาไปปรบั กลยทุ ธ์
สถานศกึ ษาเพอื่ รองรบั การจดั การอาชวี ศกึ ษาบรู ณาการระเบยี งเศรษฐกจิ พเิ ศษภาคตะวนั ออก จงั หวดั ชลบรุ ี

๓. พฒั น�หลกั สตู รและก�รสอน พฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา โดยเสรมิ จดุ เน้นความรทู้ ่เี ก่ยี วข้อง
กบั การประกอบอาชีพ ส่งเสรมิ ให้บุคลากรจดั การเรียนการสอนในช้นั เรยี น รวมทัง้ การประเมินคณุ ภาพ
ผู้เรียนท้ังด้านคุณลักษณะนิสัยเพ่ือการประกอบอาชีพ ทักษะท่ีจำาเป็นในการประกอบอาชีพ ความรู้
ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ และการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ทำาให้ได้หลักสูตรสถานศึกษา
แบบบูรณาการระเบยี งเศรษฐกิจพเิ ศษ ภาคตะวันออก จงั หวดั ชลบุรี อยา่ งเปน็ รปู ธรรม

๔. พฒั น�ระบบนเิ ทศ/ประเมนิ ฯ แตง่ ตงั้ คณะกรรมการนเิ ทศ กำากบั ตดิ ตาม และประเมนิ คณุ ภาพ
การจดั การเรยี นการสอนของครู ๓ กลมุ่ คอื คณะบรหิ ารธรุ กจิ คณะชา่ งอตุ สาหกรรม และกลมุ่ วชิ าสามญั
จำาแนกตามสาขาวชิ า นเิ ทศการจัดการเรียนการสอนตามตารางการนิเทศท่กี าำ หนดไว้ และสรปุ รายงาน
ผลนิเทศ กาำ กบั ตดิ ตาม และประเมินคณุ ภาพการจัดการเรยี นการสอน ๓ กลุ่ม คือ คณะบริหารธุรกิจ
คณะชา่ งอุตสาหกรรม และกลมุ่ วชิ าสามัญ จำาแนกตามสาขาวชิ า เพอื่ นำาผลไปพฒั นาบูรณาการระเบยี ง
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก จงั หวัดชลบรุ ี ในปกี ารศกึ ษาต่อไปอย่างต่อเน่ือง

๕. พฒั น�ระบบประช�สมั พนั ธ์ กาำ หนดวตั ถปุ ระสงคก์ ารประชาสมั พนั ธ์ เลอื กวธิ ใี นการประชาสมั พนั ธ์
ตามกลมุ่ เปา้ หมาย บคุ ลากรในสถานศึกษา นักเรียน นกั ศึกษาในวิทยาลัย ผูป้ กครองนกั เรียน นักศกึ ษา
และภาคเครือข่ายความร่วมมือ (สถานประกอบการและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง) ประเมินความพึงพอใจ
ต่อการดำาเนินการของสถานศึกษาในการจัดการศึกษาเพ่ือการมีงานทำา นำาผลการประเมินไปใช้ในการ
วางแผนพฒั นาในปกี ารศกึ ษาตอ่ ไป

ผลติ ภาพ หน่งึ โรงเรยี นหน่งึ นวตั กรรม

ด้�นคุณภ�พผเู้ รยี น นักเรยี น/นกั ศึกษาของวิทยาลยั เทคโนโลยีชลบุรี มคี ุณลกั ษณะนสิ ยั เพ่ือการ
ประกอบอาชีพ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก ยกเว้นด้านการสื่อสารภาษาต่างประเทศอยู่ในระดับพอใช้
มีทักษะที่จำาเป็นในการประกอบอาชีพ และความรู้เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ อยู่ในระดับดีมาก
และทำาให้สามารถพัฒนานวัตกรรมหลากหลายในงานอาชีพเทียบเคียงสมรรถนะ Top Innovation
Benchmarking Best Practice นกั เรียน นกั ศึกษาทร่ี ่วมกจิ กรรมบม่ เพาะวิสาหกิจที่มุ่งให้ไดฝ้ ึกการเป็น
ผปู้ ระกอบการ อยใู่ นระดบั ดมี าก โดยเฉพาะนกั เรยี น/นกั ศกึ ษากลมุ่ ทวภิ าคี มคี วามเปน็ เลศิ ทางการศกึ ษา
เฉพาะทางในสาขางานอาชีพที่สถานประกอบการท่ีทำางานด้วยพึงพอใจ และนักเรียน นักศึกษาผ่าน
การทดสอบมาตรฐานวชิ าชพี เปน็ ที่ต้องการของผู้ประกอบการ รอ้ ยละ ๙๘.๐๐ ของผูเ้ ข้ารับการทดสอบ

One School One Innovation 31

2017วิทยาจารย์ 63

หนึง่ โรงเรยี น หน่งึ นวัตกรรม

ของครุ ุสภ� ประจำ�ปี ๒๕๖๐

ด้�นคุณภ�พกระบวนก�ร วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรีมีหลักสูตรสถานศึกษาบูรณาการรูปแบบ
การบริหารจัดการศึกษาบูรณาการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี สามารถท่ีเป็น
แบบอย่างแก่สถานศึกษาในระดับอาชีวศึกษาที่จะจัดการศึกษาบูรณาการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษได้
โดยเฉพาะการจัดต้ังศนู ยท์ ดสอบมาตรฐานวิชาชพี ในวิทยาลัย ซึ่งทาำ ใหผ้ ้เู รยี นทเ่ี ข้าทดสอบไดร้ ับคุณวุฒิ
ผ่านการทดสอบมาตรฐานวิชาชพี

ด�้ นคณุ ภ�พสถ�นศกึ ษ� วทิ ยาลยั เทคโนโลยชี ลบรุ มี เี ครอื ขา่ ยความรว่ มมอื กบั สถานประกอบการ
และสถาบนั การศกึ ษาในการพฒั นาสมรรถนะอาชพี รองรบั ระเบยี งเศรษฐกจิ พเิ ศษภาคตะวนั ออก จงั หวดั
ชลบุรี โดยเฉพาะการจัดการศึกษาส่งเสริมอาชีพ ด้วยการเปิดสาขาวิชาใหม่รองรับภาคอุตสาหกรรม
การปรบั คา่ นยิ มและภาพลกั ษณ์ โดยจดั ทวภิ าครี ว่ มกบั สถานประกอบการ จดั ตงั้ เครอื ขา่ ยสถานศกึ ษารว่ มกนั
การศึกษาดูงาน ฯลฯ จนได้รับการยอมรับมีสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาในจังหวัดชลบุรี
มาขอศึกษาดูงานเพ่ือนำาไปพิจารณาปรับการจัดการศึกษาของสถานศึกษาตนเองเพ่ือรองรับระเบียง
เศรษฐกจิ พเิ ศษ ภาคตะวนั ออก จังหวัดชลบุรี

รปู ธรรมที่ภาคภมู ิ

๑. นกั เรยี น นกั ศกึ ษา ไดร้ บั การพฒั นาใหเ้ กดิ ความพรอ้ มในการเขา้ สกู่ ารทาำ งานอาชพี ทต่ี รงประเดน็
ทั้งการปลูกฝังคุณลักษณะนิสัยท่ีสถานประกอบการต้องการ ทักษะความสามารถในงานอาชีพ
เฉพาะสาขาอาชีพท่ีเรียน ทำาใหน้ กั เรยี น นักศกึ ษาเห็นความสำาคัญของการทาำ งาน จนเกดิ พฤตกิ รรมทด่ี ี
ต่อการทาำ งาน ทาำ ให้ลดปญั หาการไมย่ อมรบั ของสถานประกอบการได้

๒. ครูผู้สอนได้แนวทางในการจัดการสอนที่สอดคล้องกับงานอาชีพ โดยเฉพาะการท่ีครูผู้สอน
ในแต่ละสาขาได้ทำาการวิเคราะห์คำาอธิบายรายวิชาและสกัดความสำาคัญของสาระที่เรียนเชื่อมโยงกับ
งานอาชีพ ทำาให้สามารถจัดประสบการณ์ให้นักเรียน นกั ศกึ ษาในเชิงลึกดีย่ิงขึ้น

๓. สถานศกึ ษา ทาำ ใหว้ ทิ ยาลัยเทคโนโลยชี ลบรุ ีมีแนวทางการบริหารท่สี อดคลอ้ งกับแนวคิดหลกั
จนได้รูปแบบการบรหิ ารทเี่ ป็น Best Practice ให้แก่สถานศกึ ษาระดบั อาชีวศกึ ษาอื่น ๆ ในจงั หวัดชลบรุ ี
นาำ ไปเปน็ แนวทางในการพัฒนาต่อไป

32 One School One Innovation

64 วทิ ยาจารย์2017

ประสบการณ์

ปณธิ ิ ภูศรเี ทศ

บนั ทกึ ถึงดวงดาว 88

แกบ อ่ บหน ใอว ดบ า่ เกแข จิฮยี ค กกน ำ�ร ๆงห ถรา่ มหล3าแย ขม.ทลังล เก ชจวนั้เกาท่ี ้ววรตาา ยน่บัใำ�บา่ใ ยีดกหคอ้คห ชพกกมนั2นภนก้นว่ันอื1งนั้กว่ีจิ.หีไกัาโไ.ตา่าด”ักทเใมลปก2พ เรลนรหั้ง“2รขงเ.้ังบัใ2รทยีาับีย7รเ.ต้“น2หด6อ.ร2บยมนนียำ�จ5อ.จ้ีบ2“น้4ม.นิงบ2นัไ�ำนๆบ3าสะน.จบนัม2บั.นอหอบันไับพทค1ึงัง่ไอนัรเดวทไาอันรยนจดจ�ำสิ�ำาู”้ไแอดสนคาำอ่ื��ำถไ“รจูบดู่ะง่ึคกลาวเดขสคไนักนแานหางปาพคนรมจิะ้ันไาคมลว่ังำ�รรเ์ลเรนูทามถร”รขกบอนือคไะทใก็ร3คอื่พค้ปคี่หนนั.ข้า2ถร์”ค.งกือี่1“อืจี่ม.ั้นใใไาท้รนพงึส?ือมช.จ“ง.ึดำ�บีม.ดบ.มก�ำ.รทชน.ีบอ.ป้มหต.?บีนั?ันอ้า.ไงกตึวั่นัชี่?นมานรารไมัน(ไ(ไาโไมตดอื่อ่เตดะก(”ถ่มดดไคขดนตโอ้อจ้อดกวใว้ยำ�ยีๆงึงจบ้อนงา”ำ�โงลา่จา่บน�ำชดโพไงคนไจาหำ�บัดแมนร“เมไเนายรวนงรร่ีพตรคมมอ้ยว่ตงิต่รอ่ืนยห์วกบีคาต่นๆทรล่องรอเง.นาฉทรำแ.�อ.”ูบรกี่จแาบมื.ย..จ.ช่ีหอืด.บพ.รย�ำาละว.ว.ส.ค.เงิ.กอ้.บหัวป่าวว้.า่ัง.อ่ห.าน้ัก.. . งิดา่ตน.ใ.สว.ระ“นมๆ็.น“ บับ.พ.กอ้ขค.ดค.ไา“่ะ อข.ี้ไเปกรว คงัน้ยือขราดอื2น้ั้อ“นบอื่อาื่นั้วบจิรกุบตพ้ม-อบงเเา่กันเันพนตอ้รเ3ใกบนัมไไรนยีน้ือ“งก์ลดบเดได็รยจหกัดนไหทนิบัทรเปมนิ ังเน็หทรท่ีกร่ีทาเบตนใทรไง่ีทยีแ�ำหน�ำมานวอื่ดัลอื่นบัำ�ดดนร้ั้นาแไ่กดใะว้งจว้ดสกสกัหลๆว้ยกยรใาบ้อทะ้มัยนเปไรงิับรอรมเนอมผนูวอหยีๆาาค”้า่ทก”ีคบสันลกน)”)วปน่ีก็าเวาเไรามปร”คฏกัาอ่ืม)อื่นมบิตเงหรนบัจตัรอยีวบัจ�ำาเิยงันปำ�เเวสปา่ดเนน็มลงร็นอีวปายจ็ไทนยรกรจ”ี่จามะะจกะาำ� ย

วทิ ยาจารย์ 65

หลงั จากท�ำกิจกรรมเสร็จแล้วนักเรียนจงึ ทราบวา่
กจิ กรรมขอ้ 1. กบั ขอ้ 2.1 - 2.3 เขยี นไดง้ า่ ยทส่ี ดุ เพราะเขยี นจากเหตกุ ารณท์ สี่ มั ผสั ดว้ ยตวั เอง
กิจกรรมต้ังแต่ข้อ 2.4 ถึงข้อ 3. เป็นเรื่องที่ต้องใช้ “จินตนาการ” ซ่ึง “เขียนได้ยากกว่า”
แต่ไมย่ ากเกินไปหากไดฝ้ กึ “คดิ - ฝัน - ปน้ั ตวั อักษร”
นอ้ งดาวจะเหน็ วา่ ถา้ พไี่ มใ่ หท้ ำ� กจิ กรรมขอ้ 1. และขอ้ 2.1 - 2.3 นกั เรยี นจะไมม่ ขี อ้ มลู เปรยี บเทยี บ
กบั การเขยี นเรอื่ งจากจนิ ตนาการได้ ขอ้ 2.4 - 2.6 ถา้ ตอบ “แบบกำ� ปน้ั ทบุ ดนิ ” นกั เรยี นจะตอบตามแนว
ทีพ่ ี่ห้ามไว้ซง่ึ ง่ายเกนิ ไป สุดท้ายพี่จึงไดค้ �ำตอบตาม “จนิ ตนาการของนักเรียน” เชน่
• บนั ไดไมค้ อื “ตวั แทนเรอื่ งความรกั ของมนษุ ย์ เพราะไมเ้ มอ่ื อยไู่ ปนานๆ ตอ้ งเจอแดดเจอฝน
ท�ำใหผ้ ุพังได้ ความรักก็เช่นกนั เม่อื อย่ไู ปนานๆ ก็อาจตอ้ งแยกจากกัน” (ด.ญ.สภุ าพร สาลกี ร)
• บันไดปูนคอื “บันไดทเี่ จอเรอ่ื งที่เลวรา้ ยจะหักพงั หรือแตกสลายไมม่ วี ันจะกลบั คนื มาดีได้”
(ด.ญ.กวินจา สกุลแก้ว)
• บนั ไดเหล็กคือ “บนั ไดแห่งความผูกพันท่ีมน่ั คง” (ด.ช.พฤฒพิ งษ์ แยม้ วตั ร)
• บนั ไดรักคือ “บันไดพรหมลขิ ิตที่ทำ� ให้คนรกั กนั ” (ด.ญ.ฐติ ิกาญจน์ ด้วงรอด)
• บนั ไดสวรรค์ “บนั ไดสวรรค์ ทำ� จากเมฆ ทอ่ี ยเู่ หนอื พนื้ โลก ในยามคำ่� คนื จะเหน็ ดวงดาวและ
พระจนั ทร”์ (ด.ช.ศราพิชยั มาลีตา)
ในบางครง้ั การฝกึ ใหน้ กั เรยี นรจู้ กั คดิ และสรา้ งจนิ ตนาการกท็ ำ� ใหค้ รคู ลายเครยี ดไดเ้ หมอื นกนั
เชน่ ครคู นหนึ่งให้นักเรียนทำ� กิจกรรมเก่ยี วกบั สำ� นวนไทย ก�ำหนดใหน้ ักเรียนยกตัวอย่างส�ำนวนไทย
ทมี่ ีค�ำว่า “ไข”่ ประสมอย่ดู ้วย แล้วครกู ไ็ ด้ส�ำนวน “เขน็ ไข่ขึน้ ครก / ขี่ไข่จบั ต๊กั แตน / เหน็ ชา้ งไขไ่ ข่ตาม
ชา้ ง...” อ่านแลว้ ไดห้ ัวเราะกนั สนุกสนานทั้งครแู ละนักเรยี น ก็นบั วา่ เปน็ เรอื่ งท่คี าดไม่ถึงเชน่ กนั
ผลงานนกั เรยี นนอกเหนอื จากการวดั -ประเมนิ ผลตามจดุ ประสงคท์ คี่ รวู เิ คราะหแ์ ละกำ� หนดไว้
ในแผนการจดั การเรียนรแู้ ลว้ ครูอาจไดพ้ บอะไรๆ ที่ซ่อนอยู ่ เปน็ เรอ่ื งราวท่ีนักเรียนมิได้ตั้งใจบอกเลา่
ใหค้ รรู ู้ แตห่ ากครสู งั เกตจะพบอะไรๆ มากมาย เชน่ พใ่ี หน้ กั เรยี นแตง่ กาพยย์ านจี ำ� นวน 2 บท แตต่ อ้ งมี
ชอื่ จริงของเพ่ือนในหอ้ งจำ� นวนอย่างนอ้ ย 4 ชอ่ื ประสมอยูด่ ้วย น้องดาวลองอา่ นผลงานนักเรยี นพ่ีนะ
แล้วลองตอบตัวเองในใจก็ได้ว่า พี่รู้อะไรมากกว่าการวัดและประเมินผลนักเรียนแต่งกาพย์ยานี 11
ผา่ นหรือไมผ่ า่ น

66 วทิ ยาจารย์

• ผลงาน ด.ญ.จิรัชญา แซ่โงว้ ชอบสะกิดลอกการบ้าน
ชว่ ยพ่อแมท่ ำ� งานดี
เพอ่ื นฉันช่ือครรชติ ว่ิงหนงี านทกุ ทกุ ที
สุภาภรณช์ อบล้างจาน ชอบชว่ ยเพอ่ื นท�ำงานเอย
ชุตภิ าเสยี งดงั จริง
แพรวร่งุ ครา้ นไมม่ ี

• ผลงาน ด.ญ.สภุ าพร สาสีกร รกั ไม่ย่งุ ม่งุ แต่เรียน
เป็นเพื่อนกับเยาวภา
เด็กหญิงช่ือแพรวรุ่ง แอบไปนอนทลี่ ับตา
ขยันและพากเพียร แล้วกพ็ ามาห้องเรยี น
วนั หน่ึงธนั ยาภรณ์
ครรชติ จึงไปหา

• ผลงาน ด.ช.ศราพิชัย มาลตี า ชอบกินคนเปน็ อาหาร
รัฐบาลทำ� อะไร
เพ่ือนผมชือ่ ศกั ดิ์พล ไปพมา่ ต้องทำ� ไง
กินแลว้ ถามอาจารย์ รัฐพงษน์ ่ังเล่นเกม
วริ ัชชอบถามวา่
มนตรีนัง่ เลน่ ไลน ์

พคี่ ดิ วา่ การไดอ้ ยกู่ บั เดก็ ๆ แมจ้ ะมเี รอ่ื งเครยี ดๆ บา้ ง แตถ่ า้ ครู “จดั การอารมณข์ องตวั เองได”้
ทกุ อยา่ งทเ่ี กยี่ วกบั งานโดยเฉพาะการเรยี นการสอนกจ็ ะเดนิ หนา้ ไปไดด้ ว้ ยดี หากครเู ครง่ - นกั เรยี นเครยี ด
แลว้ นกั เรียนจะพ่งึ พาใครไดห้ นอ
ห้างนาหลังเล็กๆ หลังคาผุพัง คงไม่คุ้มฟ้าคุ้มฝนหรือให้ร่มเงาแก่ใครได้ แต่ภาพห้างนา
ทพี่ วี่ าดยงั โชคดที มี่ รี ม่ ไมใ้ หญพ่ อใหผ้ คู้ นหลบรอ้ นจากแดดแรงไดบ้ า้ ง หากครเู ปน็ เสมอื นรม่ ไมพ้ เ่ี ชอ่ื วา่
นักเรียนจะมาโรงเรียนอย่างมีความสุข และอะไรๆ ท่ีครูและผู้ใหญ่วาดฝันและฝากความหวังไว้กับ
เยาวชนของชาตกิ ม็ ใิ ช่เรือ่ งไกลเกนิ ฝนั
ความรักความเมตตา เราแบง่ ปนั กนั ได.้ ..ใชไ่ หมน้องดาว

วทิ ยาจารย์ 67

มีรุ้งสายในแววตานำ� มาฝาก อีกลมปากกล่นิ มวลไมห้ ลากหลายสี
ย่งิ ในทรวงดวงใจมากไมตร ี แลว้ เชน่ น้ยี งั เกลียดกนั ...กระนัน้ ฤๅ
โลกมิได้อยู่ด้วยรวยเกลียดชัง โลกภินท์พงั ขาดผึงเพราะดงึ ดอ้ื
ปลกู ดอกรกั ยากสกั หน่อยค่อยฝกึ ปรือ ไมพ่ น้ มือหากหมายมน่ั ...แบง่ ปันรกั

รกั และคดิ ถงึ
พีด่ นิ

68 วทิ ยาจารย์

บทความพเิ ศษ

รองศาสตราจารย์ ดร.สมศกั ดิ์ คงเทย่ี ง

คณุ ลกั ษณะของคนท่มี ีคุณสมบตั ิ
เพื่อการขบั เคลอื่ นประเทศไทย ยุค 4.0

ทุนมนุษย์ เป็นองค์ประกอบส�ำคัญของการขับเคล่ือนประเทศไทย 4.0 การศึกษา
ในฐานะทเี่ ปน็ เครอ่ื งมอื สำ� คญั ในการพฒั นาคน จกั ตอ้ งปรบั เปลยี่ นการบรหิ ารจดั การศกึ ษา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้เรียนมากที่สุด คือ สถานศึกษาต้องปรับ
วิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน เพื่อให้สอดคล้องสนองตอบต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ
ท่ีส�ำคัญคือ แนวทางการเปล่ียนประเทศไทยสู่ยุค 4.0 การศึกษาไทยต้องพัฒนาคน
ให้เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ มีความรู้ ความสามารถ มีสมรรถนะ ทักษะท่ีเหมาะสมและจ�ำเป็น
เพราะทั้งน้ีทุนมนุษย์ท่ีมีคุณภาพ เป็นองค์ประกอบท่ีส�ำคัญย่ิงของการก้าวเข้าสู่
ประเทศไทยยุค 4.0

วทิ ยาจารย์ 69

จากแนวคิดและข้อเสนอของทุกภาคส่วน
พอประมวลไดว้ า่ คณุ ลกั ษณะของคนไทย ทจ่ี ะเปน็ ทนุ
มนุษย์ท่ีมีคุณภาพอันจะเป็นองค์ประกอบส�ำคัญของ
การขบั เคลอ่ื นประเทศไทยยคุ 4.0 ควรมี ดังนี้

70 วทิ ยาจารย์

คณุ ลกั ษณะของคนไทยมีคณุ ภาพ

1. มีวิถที างการคิด คอื คดิ สรา้ งสรรค์ คดิ วจิ ารณญาณ การแกป้ ัญหา การเรยี นรู้ และการตัดสินใจ
2. มวี ิถที างของการทำ� งาน คือ การตดิ ต่อส่อื สารและการรว่ มมือ
3. สร้างและใชเ้ ครือ่ งมอื สำ� หรบั การท�ำงาน คอื เทคโนโลวยสี ารสนเทศ และการรดู้ ้านข้อมลู
4. มีทักษะส�ำหรับการด�ำรงชีวิตในประเทศไทยยุค 4.0 คือ ความเป็นพลเมืองชีวิตและอาชีพ
ความรับผิดชอบตอ่ ตนเองและสงั คม
5. รู้ทันรู้น�ำโลก มีทักษะในการแสวงหา คัดสรร สร้างความรู้ มีทักษะการใช้และจัดการความรู้
มที กั ษะทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มที กั ษะในการวเิ คราะหแ์ ละแกป้ ญั หา มที กั ษะทางภาษา
และการสือ่ สาร
6. เรียนรู้ช�ำนาญเช่ียวชาญปฏิบัติ มีการคิดใหม่ การคิดสร้างสรรค์ การคิดแจ้งแทงตลอด
มจี ติ มุง่ คณุ ภาพและความเป็นเลศิ
7. การรวมพลังสร้างสรรค์สังคม ด้วยการท�ำงานแบบร่วมมือเป็นทีมและสร้างเครือข่าย การรู้จัก
การแข่งขันอดทนและสู่ส่ิงยาก การเห็นแก่ส่วนร่วม เป็นธรรม และยั่งยืน และสามารถ
ในการบริหารจัดการ
8. รักษว์ ฒั ธรรมไทย ใฝส่ นั ติ รกั และรกั ษาความเป็นไทยและยดึ มน่ั ในสนั ตธิ รรม
ลกั ษณะของคนไทยทมี่ คี ณุ ภาพเพอ่ื เปน็ องคป์ ระกอบสำ� คญั ของการเขา้ สปู่ ระเทศไทยยคุ 4.0นน้ั
ต้องคิดเป็นคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์ สามารถสร้างผลงานได้ท้ังท่ีเป็นรูปธรรมและนามธรรม มีความ
มั่นใจในตนเอง มีภาวะผู้น�ำ เสียสละ อดทน สร้างและใช้นวัตกรรมตลอดจนเทคโนโลยีและข้อมูล
ขา่ วสารมคี ณุ ภาพ และรจู้ กั การทำ� งานรว่ มกนั อยา่ งมคี วามรบั ผดิ ชอบ รวมทง้ั การเพม่ิ พนู ทกั ษะใหมๆ่
ท่ีจ�ำเป็นโดยเฉพาะอยา่ งยิง่ 3R + 7C + 2L
การทจ่ี ะพฒั นาคนไทยใหม้ คี ณุ ภาพไดน้ นั้ การบรหิ ารจดั การเรยี นรู้และการบรหิ ารสถานศกึ ษา
ควรได้รบั การส่งเสริมและสนับสนุ เป็นอยา่ งยง่ิ

บรรณานุกรม
ไพฑรู ย์ สนิ ลารัตน์. (2557). ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ตอ้ งก้าวให้พน้ กับดกั ของตะวันตก.
กรงุ เทพมหานคร: วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
. (2558). ปฏริ ปู การศกึ ษากลบั ทางจากลา่ งขนึ้ บน. กรุงเทพมหานคร:
สำ� นกั งานเลขาธกิ ารคุรสุ ภา
สาขาวชิ าการบริหารการศึกษา. (2557). การจัดการศกึ ษาสู่กระบวนการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21.
เอกสารสมั มนาทางวชิ าการ. กรงุ เทพมหานคร: มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ. สมุ น อมรวิวัฒน์.
(2541). ท�ำไมต้องปฏริ ปู การเรียนร้.ู กรุงเทพมหานคร: ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาต.ิ
. (2554). ครุศึกษากับการเปลย่ี นแปลงทีท่ ้าทาย. กรุงเทพมหานคร: คณะครุศาสตร์
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
สวุ ิทย์ เมชนิ ทรยี .์ (2559) “ประเทศไทย 4.0” สรา้ งเศรษฐกจิ ใหม่ คน้ เมือ่ 2 พฤษภาคม 2559 จาก
Http: //www. Thairath.co.th/ content/613903.

วทิ ยาจารย์ 71

IT Hero

Teacher COMP

ส่อื การเรียนการสอนยคุ เทคโนโลยี

สื่อการเรียนการสอน คือ ส่ิงต่างๆ ที่เป็นบุคคล วัสดุ อุปกรณ์ และเทคนิค
วิธีการ เป็นตัวกลางท�ำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ของการเรียน
การสอน เป็นเครื่องมือและตัวกลางท่ีเป็นส่วนส�ำคัญในกระบวนการเรียน
การสอน เป็นสื่อน�ำความต้องการของครูไปสู่ตัวนักเรียนอย่างถูกต้องและ
รวดเร็ว เป็นผลให้นักเรียนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปตามจุดมุ่งหมายการเรียน
การสอนได้ เช่น อุปกรณ์การสอน โสตทัศนูปกรณ์ เทคโนโลยีการศึกษา
ส่ือการเรียนการสอนส่ือการศึกษา เป็นต้น

สือ่ การเรยี นการสอนสมยั ใหม่ เป็นตัวกลางท่มี ีความสำ� คญั ในกระบวนการเรียนรูใ้ นยุคท่ี
เตม็ ไปดว้ ย ICT เทคโนโลยสี ารสนเทศและสอ่ื สารตา่ งๆ โดยเครอื่ งมอื เหลา่ นช้ี ว่ ยสรา้ งสสี นั ดงึ ดดู ใจ
เปดิ โลกการเรยี นรกู้ วา้ งไกลตอ่ ผเู้ รยี นมากยง่ิ ขน้ึ ซงึ่ สง่ิ ตา่ งๆ เหลา่ น้ี จะสง่ ผลโดยตรงถงึ ตวั ผเู้ รยี นเอง
ท�ำให้ผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เปล่ียนแปลงวิธีการเรียนรู้ พฤติกรรมในที่น้ีหมายถึง
ลกั ษณะในการเรยี นจะมคี วามอยากรอู้ ยากเหน็ มากยงิ่ ขนึ้ เพราะสงิ่ ทเี่ หน็ อยนู่ น้ั ถอื เปน็ สง่ิ ทแี่ ปลกใหม่
และแปลกตาสำ� หรบั เดก็ นกั เรยี น โดยสอ่ื การเรยี นการสอนทค่ี รนู ำ� มาสอนสว่ นใหญแ่ ลว้ มกั จะเปน็
สง่ิ ทท่ี นั สมยั มกี ารพฒั นาไปตามการเปลยี่ นแปลงตา่ งๆ อยา่ งไมห่ ยดุ ยงั้ ซงึ่ ครผู สู้ อนหรอื นกั วชิ าการ
จะเรียกชื่อสอ่ื การสอนเหลา่ น้ีแตกตา่ งกันออกไป อยา่ งเช่น โสตทัศนปู กรณ์ สื่อการเรียนการสอน
เทคโนโลยสี ารสนเทศ เปน็ ตน้
ดงั นนั้ จะเหน็ ไดว้ า่ ทง้ั สอื่ การเรยี นการสอนและสอ่ื การเรยี นการสอนสมยั ใหมม่ คี วามหมาย
ทใ่ี กลเ้ คยี งกนั จะแตกตา่ งกนั ตรงทเี่ ครอื่ งมอื ทใี่ ชเ้ ปน็ ตวั กลาง ในการเรยี นการสอนนน้ั ไมเ่ หมอื นกนั
ในสว่ นของสอ่ื การเรยี นการสอนแบบเดิมน้นั จะเป็นสือ่ ทีไ่ ม่หลากหลาย อาจจะไม่มคี วามทันสมัย
ไม่นา่ สนใจ อย่างเช่น ภาพ เสยี ง หรือสอื่ อะไรท่ีเกา่ ๆ แตส่ ำ� หรบั สอ่ื การเรียนการสอนสมัยใหม่นนั้
สว่ นมากแลว้ จะเปน็ สอื่ ทม่ี กี ารนำ� นวตั กรรมเทคโนโลยีITCตา่ งๆเขา้ มาเกย่ี วขอ้ งเพอื่ ใหเ้ กดิ ความสนใจ
อยากที่จะเรยี นมากขน้ึ อยา่ งเช่น สื่อ CAI บทเรียนออนไลน์ สื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เปน็ ต้น

72 วิทยาจารย์

ตัวอย่างส่อื การเรยี นการสอนสมัยใหม่

1. ส่อื CAI

คอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน (Computer Assisted Instruction) หรอื ซเี อไอ (CAI) คอมพวิ เตอร์
ชว่ ยสอนหรือโปรแกรมชว่ ยสอน คือ สอ่ื ท่ใี ช้ในการเรยี นการสอนอันหน่ึง CAI คลา้ ยกับสอื่ การสอนอน่ื ๆ
เช่น วิดีโอช่วยสอน บัตรค�ำช่วยสอน โปสเตอร์ แต่คอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะดีกว่าตรงที่ตัวสื่อการสอน
คอมพวิ เตอร์น้นั สามารถโต้ตอบกับนักเรียนได้ ไมว่ า่ จะเปน็ การรับค�ำสงั่ เพ่ือมาปฏิบัติ ตอบค�ำถามหรอื
ไม่เช่นนนั้ คอมพิวเตอร์กจ็ ะเป็นฝ่ายปอ้ นค�ำถาม
การนำ� คอมพวิ เตอรม์ าเปน็ เครอ่ื งมอื สรา้ งใหเ้ ปน็ โปรแกรมคอมพวิ เตอรเ์ พอื่ ใหผ้ เู้ รยี นนำ� ไปเรยี น
ดว้ ยตนเองและเกิดการเรยี นรใู้ นโปรแกรมประกอบไปด้วย เน้ือหาวชิ า แบบฝกึ หดั แบบทดสอบ ลกั ษณะ
ของการนำ� เสนออาจมที ง้ั ตวั หนงั สอื ภาพกราฟกิ ภาพเคลอื่ นไหวสหี รอื เสยี งเพอื่ ดงึ ดดู ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ความสนใจ
มากยิ่งข้ึน รวมทั้งการแสดงผลการเรียนให้ทราบทันทีด้วยข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) แก่ผู้เรียนและ
ยังมีการจัดล�ำดับวิธีการสอนหรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละคน นอกจากน้ัน
คอมพิวเตอรช์ ่วยสอนเองยังมีลกั ษณะท่ีเรียกว่า “บทเรียนสำ� เรจ็ รปู ” แต่เปน็ บทเรยี นส�ำเรจ็ รปู โดยการใช้
ไมโครคอมพวิ เตอรเ์ ปน็ ตวั กลางแทนสง่ิ พมิ พห์ รอื สอ่ื ประเภทตา่ งๆ ทำ� ใหบ้ ทเรยี นสำ� เรจ็ รปู ในคอมพวิ เตอร์
มศี กั ยภาพเหนอื กวา่ บทเรยี นสำ� เรจ็ รปู ในรปู แบบอน่ื ๆ ทงั้ หมดโดยเฉพาะมคี วามสามารถทเ่ี กอื บจะแทนครู
ที่เปน็ มนษุ ย์ได้

วทิ ยาจารย์ 73

2. e - Leaning หรือ บทเรียนออนไลน์

คำ� วา่ e - Learning คอื การเรยี นการสอนในลกั ษณะหรอื รปู แบบใดกไ็ ด้ซง่ึ การถา่ ยทอดเนอื้ หานน้ั
กระท�ำผ่านทางส่ืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ซีดีรอม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต หรือ
ทางสัญญาณโทรทัศน์หรือ สัญญาณดาวเทียม (Satellite) ฯลฯ เป็นต้นซ่ึงการเรียนลักษณะน้ีได้มี
การน�ำเขา้ สตู่ ลาดเมอื งไทยในระยะหนึ่งแลว้ เชน่ คอมพวิ เตอร์ช่วยสอนดว้ ยซดี รี อม การเรยี นการสอน
บนเวบ็ (Web - Based Learning) การเรยี นออนไลน์ (On - line Learning) การเรยี นทางไกลผา่ นดาวเทยี ม
หรอื การเรยี นด้วยวดี ีโอผ่านออนไลน์
ดร.สรุ สิทธิ์ วรรณไกรโรจน์ ผอู้ �ำนวยการโครงการการเรียนรู้แบบออนไลนแ์ ห่ง สวทช. ไดใ้ หค้ �ำ
จ�ำกดั ความของ บทเรียนออนไลน์ (Online) e - Learning (อีเลริ น์ น่ิง) คือ การเรยี นรูแ้ บบออนไลน์ หรือ
e - learning (อเี ลริ น์ นงิ่ ) การศกึ ษา เรยี นรผู้ า่ นเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรอ์ นิ เทอรเ์ นต็ (Internet) หรอื อนิ ทราเนต็
(Intranet) เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถและความสนใจของตน
โดยเนอื้ หาของบทเรยี นซง่ึ ประกอบดว้ ย ขอ้ ความ รปู ภาพ เสยี ง วดิ โี อ และมลั ตมิ เี ดยี อนื่ ๆ จะถกู สง่ ไปยงั
ผู้เรียนผ่าน Web Browser โดยผู้เรียน ผู้สอน และเพ่ือนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อ ปรึกษา
แลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ระหวา่ งกนั ไดเ้ ชน่ เดยี วกบั การเรยี นในชนั้ เรยี นปกติ โดยอาศยั เครอ่ื งมอื การตดิ ตอ่
สอื่ สารทท่ี นั สมยั เช่น e-mail webboard และ chat จึงเป็นการเรียนส�ำหรบั ทุกคน เรยี นไดท้ ุกเวลา และ
ทุกสถานท่ี (Learn for all : anyone, anywhere and anytime)

74 วิทยาจารย์

3. e - Book หรอื หนงั สอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์

อบี คุ๊ (e-book, e-Book, eBook, EBook,) เปน็ คำ� ภาษาตา่ งประเทศ ยอ่ มาจากคำ� วา่ Electronic
Book หมายถึง หนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์มีลักษณะเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถอ่านเอกสารผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ท้ังในระบบออฟไลน์
และออนไลน์คุณลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถเช่ือมโยงจุดไปยังส่วนต่างๆ ของหนังสือ
เวบ็ ไซตต์ า่ งๆ ตลอดจนมปี ฏสิ มั พนั ธแ์ ละโตต้ อบกบั ผเู้ รยี นได้ นอกจากนนั้ หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ สส์ ามารถ
แทรกภาพ เสยี ง ภาพเคลอื่ นไหว แบบทดสอบ และสามารถสง่ั พมิ พเ์ อกสารทต่ี อ้ งการออกทางเครอื่ งพมิ พไ์ ด้
อีกประการหน่ึงที่ส�ำคัญก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา
ซ่งึ คุณสมบัติเหลา่ นจ้ี ะไมม่ ีในหนังสอื ธรรมดาทั่วไป
หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เปน็ หนงั สอื ทจี่ ดั ทำ� ดว้ ยระบบคอมพวิ เตอร์ โดยไมต่ อ้ งพมิ พเ์ นอื้ หาสาระ
ของหนังสือบนกระดาษหรือจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถเปิดอ่านได้จากจอภาพ
ของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ เหมอื นกบั เปดิ อา่ นจากหนงั สอื โดยตรง ทง้ั นสี้ ามารถนำ� เสนอขอ้ มลู ไดท้ งั้ ตวั อกั ษร
หรอื ตวั เลข เรยี กวา่ ไฮเปอรเ์ ทก็ ซ์ (Hypertext) และถา้ หากขอ้ มลู นนั้ รวมถงึ ภาพ เสยี ง และภาพเคลอื่ นไหว
จะเรยี กวา่ ไฮเปอรม์ เี ดยี (Hypermedia)โดยการประสานเชอื่ มโยงสมั พนั ธข์ องเนอื้ หาทอี่ ยใู่ นแฟม้ เดยี วกนั
หรอื อยคู่ นละแฟม้ เขา้ ดว้ ยกนั ทำ� ใหผ้ ใู้ ช้ สามารถคน้ หาขอ้ มลู ทต่ี อ้ งการไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพ
ซึง่ ผู้เรียนสามารถท่ีจะเลอื กเรียนได้ตามความตอ้ งการไมจ่ ำ� กดั เวลาและสถานท่ี

วิทยาจารย์ 75

4. Tablet หรอื เครื่องคอมพิวเตอร์สำ� หรบั พกพา

“แทบ็ เลต็ คอมพวิ เตอร์ - Tablet Computer”หรอื เรยี กสนั้ ๆวา่ “แทบ็ เลต็ - Tablet”คอื “เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์
ทสี่ ามารถใชใ้ นขณะเคลอื่ นทไ่ี ดข้ นาดกลางและใชห้ นา้ จอสมั ผสั ในการทำ� งานเปน็ อนั ดบั แรก มคี ยี บ์ อรด์
เสมอื นจรงิ หรอื ปากกาดจิ ติ อลในการใชง้ านแทนทแี่ ปน้ พมิ พค์ ยี บ์ อรด์ และมคี วามหมายครอบคลมุ ถงึ โนค๊ บคุ๊
แบบ Convertible ทม่ี ีหน้าจอแบบสัมผสั และมีแป้นพิมพค์ ีย์บอร์ดติดมาดว้ ยไมว่ า่ จะเป็นแบบหมุนหรือ
แบบสไลดก์ ็ตาม”

5. กระดานอจั ฉรยิ ะ INTERACTIVE BOARD

Interactive Board หรือกระดาน
อจั ฉรยิ ะ เปน็ กระดานระบบสมั ผสั
ทมี่ หี นา้ จอขนาดใหญ่ ทำ� หนา้ ทเี่ ปน็
หน้าจอโปรเจคเตอร์คอมพิวเตอร์
(Computer Projector Screen)
ซ่ึงสามารถควบคุมโดยการสัมผัส
หรือเขียนบนหน้าจอแทนการใช้
เมาส์หรือคยี บ์ อรด์

76 วทิ ยาจารย์

เรื่องสัน้

ส.สันติ ทิพนา

ผดิ เปน็ ครู

“ห้องปกครองหนาวมาก” นกั เรียนมักโพสต์ขอ้ ความน้ี
ในเฟสบุ๊คบ่อยๆ หลังออกจากหอ้ งปกครอง

ห้องปกครองก้ันกระจกใส แบ่งออกเป็นสามส่วน ด้านหน้าสุดเป็นห้องขนาดใหญ่ ใช้ประชุม
รับแขก และสอบสวนนักเรียน มีโต๊ะประชุมยาวและเก้าอี้น่ังได้ 10 คน ทุกวันครูฝ่ายปกครอง
และครูที่ยังไม่มีชั่วโมงสอนจะนั่งจิบน�้ำชา - กาแฟ พูดคุย หรือสะสางคดีต่างๆ ท่ีคั่งค้างในห้องน้ี
ผมจัดให้ครูหัวหน้าระดับช้ันท้ัง 6 ระดับ คือ ม.1 - ม.6 อยู่ประจ�ำการที่ห้องน้ีในสองชั่วโมงแรก
ไม่ต้องมีชั่วโมงสอน คดีไหนตรงกับระดับช้ันไหนให้หัวหน้าระดับชั้นน้ันจัดการสอบสวน ลงโทษกัน
ตามระเบียบ นักเรียนทุกคนท่ีเข้ามาโรงเรียนต้องมาสแกนบัตรลงเวลาท่ีหน้าห้องน้ี นักเรียนท่ีมา
สาย แต่งกายผิดระเบียบ หรือมีความผิดมักไม่รอดสายตาครูฝ่ายปกครองไปได้ โดยภาพรวม
สามารถแก้ปัญหาพฤติกรรมนักเรียนได้มาก ส่วนที่สองเป็นห้องส�ำนักงาน และส่วนท่ีสามเป็น
ห้องผม คือห้องรองผู้อ�ำนวยการ

หัวหน้าระดับช้ันแต่ละคนท�ำหน้าท่ีไม่ต่างจากร้อยเวรหรือพนักงานสอบสวน ต้องคอยรับเรื่องราวต่างๆ
และสบื สวนหาขอ้ เทจ็ จรงิ กอ่ นจะลงโทษไปตามระเบยี บ หวั หนา้ ระดบั ชน้ั ตอ้ งไดท้ งั้ บแู๊ ละบนุ๋ ผมมหี ลกั ในการเลอื กคน
มาทำ� งานโดยดจู ติ ใจเปน็ สำ� คญั ตอ้ งเปน็ คนจรงิ ใจและรกั เมตตาตอ่ เดก็ ทำ� งานเพอ่ื งานจรงิ ๆ ไมใ่ ชท่ ำ� งานเพอื่ หวงั สองขนั้
พอไดส้ องขน้ั แลว้ ไมท่ ำ� งาน คนทจ่ี ะทำ� งานเปน็ ครฝู า่ ยปกครองตอ้ งเสยี สละพอสมควร เพราะผดิ พลาดอาจถกู รอ้ งเรยี น
นกั เรยี นไมพ่ อใจก็อาจไปกรดี รถ ปล่อยลมยาง สารพดั ที่จะโดนกลนั่ แกลง้

คดีชวนปวดหัวเช้าน้ีเร่ิมจากครูปราณีแจ้งมาว่า ปฐมพงศ์นักเรียนชั้น ม.5 หนีช่ัวโมงเรียนของแกเม่ือวาน
ตอ้ งการใหฝ้ า่ ยปกครองลงโทษนกั เรยี นใหไ้ ด้ เมอื่ ครไู พศาลหวั หนา้ ระดบั ชนั้ เรยี กนกั เรยี นมาสอบสวน นกั เรยี นยอมรบั วา่
เขา้ หอ้ งเรยี นชา้ ไป 10 นาที เลยถกู ครเู ชค็ ชอื ใหข้ าดเรยี น สาเหตทุ เี่ ขา้ หอ้ งเรยี นชา้ เพราะชวั่ โมงกอ่ นนน้ั เรยี นวชิ าฟสิ กิ ส์
อกี หอ้ งหนง่ึ เกดิ ขอ้ สงสยั เลยซกั ถามเพอื่ ใหค้ รอู ธบิ ายใหเ้ ขา้ ใจหลงั จากหมดชวั่ โมง ทำ� ใหเ้ ขา้ เรยี นวชิ าถดั ไปชา้ เมอื่ ไปถงึ
ครูเช็คช่ือเสร็จแล้ว และครูออกจากห้องไปไม่ได้กลับเข้ามาสอนอีกเลย ถามเพ่ือนนักเรียนในห้องบอกตรงกันว่า
ครปู ราณเี พยี งมาเชค็ ชอ่ื แตไ่ มไ่ ดส้ อน เมอื่ สอบถามไปยงั ครทู สี่ อนฟสิ กิ ส์ ครเู ปน็ พยานวา่ นกั เรยี นอยสู่ อบถามเรอื่ งฟสิ กิ ส์
หลงั จากหมดชั่วโมงจรงิ คดนี ี้ครไู พศาลหมดปญั ญาจะตัดสินเลยเข้ามาปรกึ ษาผม ให้ผมช่วยตดั สิน

“ท่านรองตัดสนิ เองเถอะคดีน้ี” ครูไพศาลยม้ิ อย่างอารมณด์ ี

ผมบอกใหเ้ รยี กนกั เรยี นเขา้ มาทหี่ อ้ งผม ดจู ากประวตั แิ ลว้ นกั เรยี นเปน็ เดก็ ตงั้ ใจเรยี น ความประพฤตเิ รยี บรอ้ ย
ไมเ่ คยมีประวัตทิ ำ� ความผิดมากอ่ น

“ครรู ู้เรอื่ งและเขา้ ใจหมดแล้ว” ผมบอกนกั เรียน “เธอจะให้ครตู ดั สนิ อย่างไร เขียนใส่กระดาษแผน่ น้ไี ว้”

ผมกเ็ ลยตดั สนิ ไปตามท่นี กั เรียนเสนอ

วทิ ยาจารย์ 77

หลงั จากตดั สนิ คดเี สรจ็ ผมออกไปจบิ นำ้� ชากบั เพอื่ นครทู ห่ี อ้ งประชมุ ผมรนิ นำ�้ ชาจากกาใสแ่ กว้ แลว้
ยกขน้ึ จบิ รูส้ ึกรสชาติแปลกๆ เลยเปิดฝากาดู
“ใครเอาใบอะไรมาใส”่ ผมถาม
ครสู มชายโบย้ หน้าไปทางครูสมบูรณ์
ผมหยบิ ข้ึนมาดูจงึ รวู้ ่าเปน็ ใบกระท่อม
“เราคอยจบั เดก็ ต้มน้�ำกระท่อม ครมู ากนิ เสียเอง” ผมวา่
“กนิ เป็นยา” ครูสมบรู ณ์ว่า “กนิ แลว้ ...แขง็ ”
ผมเทนำ้� ในแก้วของผมทง้ิ ไปกดนำ้� รอ้ นท่กี ระตกิ แล้วใส่ใบชา เห็นนักเรยี นหญงิ ม.ปลาย 2 คน
มาสาย จงึ เรยี กมาสอบถาม
นกั เรยี นบอกวา่ รถจกั รยานยนตย์ างรว่ั ผมเหน็ แววตามพี ริ ธุ เลยจบั แยกกนั ใหค้ นหนง่ึ นงั่ ในหอ้ ง
ประชมุ ส่วนอีกคนเข้าไปในห้องผม
“ยางรว่ั ลอ้ หนา้ หรอื ล้อหลัง” ผมถามนักเรียนหญิงท่ีอยูใ่ นหอ้ งประชุม
“ล้อหลงั ค่ะ” เธอตอบอยา่ งมน่ั ใจ
“เธอเปลยี่ นยางหรอื ปะ” ผมถามตอ่
“ปะค่ะ”
“ร้านไหน” ผมถาม “ถา้ ครูไปถามท่รี า้ นแล้วเธอโกหก โทษย่ิงหนกั นะ”
“รา้ นตรงสีแ่ ยกใกลโ้ ลตสั คะ่ ”
แลว้ ผมไปถามนกั เรยี นหญิงอกี คนทอ่ี ยู่ในหอ้ งผม
“ยางรั่วลอ้ หน้าหรอื ลอ้ หลงั ” ผมถามคำ� ถามเดมิ
“ลอ้ หลังค่ะ” เธอตอบ
“เธอเปลย่ี นยางหรอื ปะ” ผมถามตอ่
“ปะคะ่ ”
“ท�ำไมไมน่ ดั กนั มาใหด้ ี ถา้ คดิ จะโกหกครู” ผมตวาดเสียงดัง “คนหนงึ่ บอกลอ้ หน้า คนหนง่ึ บอก
ล้อหลัง คนหน่ึงบอกปะ อีกคนบอกเปล่ยี น”
เธอกม้ หน้าน่งิ
“ตกลงโกหกใช่มยั้ ” ผมข้ึนเสยี ง “โกหกใชม่ ัย้ บอกความจรงิ มา ท�ำไมมาสาย”
“แวะกินขา้ วอยคู่ ่ะ” เธอตอบแลว้ ยกมอื ไหว้ “รองขาหนขู อโทษ รองอย่าบอกแมห่ นนู ะคะ”
“คนท�ำผิดไมม่ สี ิทธิ์ต่อรอง”
ผมสัง่ ให้ครูหวั หน้าระดับตัดคะแนนความประพฤติและใหโ้ ทรศัพทร์ ายงานผปู้ กครอง หลังจาก
จดั การคดีเด็กมาสายแลว้ ผมน่ังจิบน้�ำชากบั เพอื่ นครูต่อ
ผ่านไปสองชั่วโมงครูแยกย้ายกันไปสอน มีโทรศัพท์จากผู้ปกครองโทรเข้ามาที่ห้องส�ำนักงาน
ขอคุยกบั ผม

78 วทิ ยาจารย์

“สวัสดีค่ะทา่ นรอง เปน็ แม่ของเด็กชายวรวิทย์ ม. 2/4 ค่ะ”
“ครบั มอี ะไรใหช้ ่วยครบั ”
“คือวนั นเี้ ด็กชายวรวทิ ยพ์ กบหุ รีไ่ ปโรงเรยี น ท่านรองช่วยจดั การลงโทษให้ทคี ่ะ”
“ครบั ”
“ท่านรองอย่าใหเ้ ขารู้นะคะ วา่ แมโ่ ทรมาบอก”
ผมวางสายและสั่งให้ครูหวั หน้าระดับชนั้ ม.2 ไปจัดการ
ผมกลับเขา้ หอ้ งท�ำงาน จัดการงานเอกสารได้ราวสิบนาท ี มโี ทรศพั ท์เขา้ มาทหี่ ้องส�ำนกั งาน ครมู ัลลกิ า
ซึ่งอยู่ประจ�ำส�ำนักงานรับสาย ชาวบ้านโทรศัพท์มาบอกว่าเห็นนักเรียนเราอยู่ร้านเกม บอกพิกัดร้านเรียบร้อย
ผมเรียกครูสมชายใหไ้ ปเป็นเพือ่ น ขบั กระบะส่ีประตขู องผมออกไป
ผมขับรถผ่านหน้าร้านเกมเห็นรองเท้านักเรียนวางอยู่หน้าร้านหลายคู่ คิดว่าต้องมีนักเรียนอยู่ข้างใน
จงึ ขบั รถวนไปจอดถนนฝง่ั ตรงขา้ ม แลว้ โทรศพั ทแ์ จง้ ตำ� รวจสายตรวจ ทจี่ รงิ ผมมบี ตั รเจา้ หนา้ ทสี่ ง่ เสรมิ ความประพฤติ
นักเรียนและนักศึกษา (สารวัตรนักเรียน) สามารถเข้าไปตรวจได้เลย แต่เพ่ือความปลอดภัยผมเลือกที่จะเข้าไป
พรอ้ มกบั ตำ� รวจ ผมนงั่ รอตำ� รวจอยใู่ นรถราวสามนาที ตำ� รวจมาถงึ จงึ เขา้ ไปในรา้ น พบนกั เรยี นแตง่ ชดุ พละ 4 คน
และผชู้ ายอายรุ าว 30 ปเี ป็นเจ้าของร้าน
“นกั เรียนท้งั หมดเลกิ เล่น จ่ายเงิน แล้วตามครูไปโรงเรยี น” ผมบอกนกั เรียน
“ปล่อยใหน้ กั เรียนเล่นเวลาเรียนได้ยังไง” ผมหนั ไปทางเจ้าของร้าน
“ผมตรวจบตั รแลว้ เห็นอายเุ กิน 18 แลว้ จงึ ใหเ้ ลน่ ” เจ้าของรา้ นตอบ
นกั เรียน 4 คน เรยี นอยชู่ ั้น ม.6 อายคุ งเกิน 18 ปแี ล้วจรงิ ๆ ผมจงึ ไมส่ ามารถเอาผดิ กับเจ้าของร้านได ้
นอกจากสัง่ ใหน้ กั เรยี นออกมาแล้วตามไปโรงเรยี น ต�ำรวจเดินตามผมออกมา ผมขอบคุณตำ� รวจ แลว้ กลบั มา
โรงเรียน มอบนักเรยี น 4 คนใหห้ ัวหนา้ ระดับชน้ั ม.6 จัดการต่อ
ผมน่ังได้ไม่ถึงนาทีมีโทรศัพท์เข้ามาที่ส�ำนักงาน ครูมัลลิกาบอกว่ารายเดิม โทรเข้ามาเกือบทุกวัน
ยน่ื โทรศพั ทใ์ ห้ผม
“เปน็ รองปกครองประสาอะไร นกั เรยี นมีลูกมีผวั แลว้ ยังใหม้ าเรียน ไมร่ ู้เรื่องบา้ งเหรอ” เสียงผู้ชายในสาย
วา่ มา
“รู้แล้ว แตป่ จั จบุ ันนกั เรยี นท้องไมผ่ ดิ ระเบยี บ เขาใหเ้ รียนได้” ผมวา่
“เหรอครบั ”
“ครับ แล้วอย่าโทรมากวนอกี ครเู ขาต้องท�ำงาน ถา้ โทรมาอกี ผมแจ้งตำ� รวจข้อหากอ่ กวน”
ผู้ชายคนนี้เคยพยายามติดตอ่ ผมทางเฟสบุ๊ค แตผ่ มบล็อกไป และสร้างเฟสบุ๊คใหมพ่ ยายามตดิ ตอ่ มา
หลายคร้งั เขาเป็นแฟนกบั นกั เรยี นคนที่ท้อง ผมไมร่ ู้รายละเอยี ดมากนกั เพราะไม่เคยเรียกนกั เรยี นมาสอบถาม
แต่พอจะรู้ว่าฝ่ายหญิงพยายามหนี ตีตัวออกห่างหลังจากคลอดลูก ฝ่ายชายจึงใช้ผมเป็นเคร่ืองมือในการข่มขู ่
โดยบอกว่าถ้าฝ่ายหญิงไม่ยอมกลับไปอยู่ด้วย จะแจ้งผมเพ่ือให้ถูกไล่ออกจากโรงเรียนผมพยายามไม่สนใจ
ประคองเวลาใหน้ กั เรยี นเรยี นจบ เพราะเหลอื อกี แคเ่ ทอมเดยี ว เผอ่ื เรยี นจบไดม้ งี านทำ� หรอื สอบเรยี นตอ่ ไปอยทู่ อ่ี น่ื
ไดห้ นไี ปจากผชู้ ายคนนี้ ซง่ึ ดแู ลว้ ไมใ่ ชค่ นเอาการเอางานอะไร แถมมรี อยสกั ทง้ั ตวั สว่ นความคดิ ทว่ี า่ ใหเ้ ขากลบั ไป
อยเู่ ป็นครอบครวั พ่อ แม่ ลูก เห็นจะเป็นไปไดย้ าก

วทิ ยาจารย์ 79

ช่วงบ่ายผมออกไปประชุมแทนผู้อ�ำนวยการที่ส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โทรศัพท์แบตเตอรี่หมดเลย
ไมไ่ ดร้ บั การรายงานใดๆ กลบั เขา้ มาในโรงเรยี นตอนบา่ ยสามโมง ผปู้ กครองราวสบิ คนทะเลาะกนั อยใู่ นหอ้ งปกครองด้านที่
เป็นหอ้ งประชมุ
“เขาจะฆา่ กนั แล้วรอง” ครมู ัลลิการีบรายงาน
“เร่อื งอะไรกนั ” ผมถาม
“เดก็ ผ้หู ญิงสองคนทมี่ าสายเมอ่ื เชา้ ไง เขาทะเลาะกัน ตบกนั ในห้องนำ�้ ทนี ผ้ี ปู้ กครองต่างฝา่ ยตา่ งไมย่ อมกนั ”
ผมเดินเข้าไปในห้องประชุมเห็นนักเรยี นต่างห้ามผปู้ กครองของฝา่ ยตนเองไมใ่ หท้ ะเลาะกนั
“หยดุ ทกุ คน แล้วฟังผม” ผมว่า “ผมไม่รูใ้ ครเปน็ ใคร แต่คนทไี่ ม่เก่ยี วข้อง ผมขอเชญิ ให้ออกไปก่อน ขอใหอ้ ยู่
เฉพาะพ่อ แม่ หรือผปู้ กครองที่เปน็ คนมามอบตวั เท่าน้นั ”
“พาคนทีไ่ มเ่ กย่ี วข้องออกไป” ผมหันไปสง่ั นักเรยี น
เม่ือคนที่ไม่เก่ียวข้องออกไป นักเรียนทั้งสองคนกลับเข้ามา ผมสังเกตเห็นแขนมีรอยช้�ำ และใบหน้ามีเล็บ
จากการขว่ นด้วยกันทง้ั คู่
“เอาอย่างน้นี ะครับ เรอื่ งเดก็ ผมจะยงั ไมต่ ดั สนิ ผู้ปกครองท้ังสองฝา่ ยคยุ กนั ใหร้ เู้ รอ่ื งกอ่ น ถา้ คุยกันรเู้ ร่อื งแลว้
ผมคอ่ ยมาตดั สนิ ถ้าคยุ กันไมร่ ูเ้ รือ่ งก็เชญิ ไปแจ้งความด�ำเนนิ คดีกันเองทโ่ี รงพกั ”
ผมบอกเสร็จก็เดินออกไปข้างนอก คยุ กับญาตๆิ ทีม่ าด้วย และบอกเหมือนกับที่บอกผู้ปกครองในห้องประชุม
แลว้ กลับไปน่ังในห้องผม
ราวครึง่ ชั่วโมง ครมู ัลลกิ าเข้ามาตาม บอกวา่ ผู้ปกครองคุยกนั รู้เร่อื งแลว้ ใจเยน็ ลงแล้ว ใหผ้ มไปตัดสนิ ได้
เมื่อผู้ปกครองกลบั กนั หมดแลว้ ผมเข้าไปในห้องเซ็นเอกสารทีค่ ัง่ ค้างอยู่ แล้วเก็บของกลบั บา้ น
ผมเดนิ ไปท่รี ถพบครูปราณีซ่งึ จอดรถใกล้ๆ กัน
“สวสั ดีค่ะน้องรอง จัดการเดก็ ให้พห่ี รือยังคะ”
“ผมจัดการให้แล้วครับพ”ี่
“เดก็ สมยั นไี้ มร่ เู้ ปน็ ยงั ไงนะนอ้ งรอง พเ่ี ปน็ ครมู าจนจะเกษยี ณแลว้ เหน็ เดก็ แยล่ งทกุ วนั ขเ้ี กยี จ ไมม่ คี วามรบั ผดิ ชอบ
พ่อแม่สมัยนี้ไม่รู้เขาเลี้ยงลูกกันยังไง ตอนสมัยลูกพ่ีเรียนอยู่ท่ีน่ีนะ ต่างกับเด็กสมัยน้ีลิบลับ ขยัน ตง้ั ใจเรยี น ....”
ครูปราณีพูดช่ืนชมลูกตัวเองอยู่ราวสิบนาที ผมต้องยืนฟัง ไม่มีโอกาสตัดบท จน ผอ. โทรศัพท์เข้ามา
ผมจงึ ขออนญุ าตรบั โทรศพั ทแ์ ละเดนิ ไปขึน้ รถ
“ครบั ผอ.”
“นอ้ ง วนั น้ีถ้าเมียพโ่ี ทรมาถาม บอกวา่ พีไ่ ปกินเหล้ากับน้องนะ”
“ครบั ใหบ้ อกว่ารา้ นไหน ได้บอกตรงกัน”
“ร้านที่นอ้ งพาครคู นสวยไปกินวันก่อนนั่นแหละ วนั นน้ั พ่เี หน็ นะ”
“ครับ ๆ” ผมวางสายแลว้ ถอนหายใจ

80 วทิ ยาจารย์

ประโยคสัญลกั ษณ์

โรงนำ�้ ชา

ประโยคสัญลักษณท์ ี่ 68

เสอื้ ยืดของเขา

หากคะเนเร็วๆ ด้วยสายตา ชายคนนั้นน่าจะอยู่ในวัยประมาณ 55 แต่ส่ิงท่ีเห็น
ได้ชัดเจนโดยไม่ต้องคะเนด้วยสายตาคือผิวข้นคล�้ำด�ำกร้าน ร่างกายผ่ายผอม
โทรมซบู จนเหน็ ซโี่ ครงบานยบุ ตามจงั หวะลมหายใจ ผมเผา้ หนวดเคราอนั ขาวหงอก
อยู่ในสภาพกระเซอะกระเซิงยาวยุ่งรุงรัง แก้มตอบฟันเหลือง

วิทยาจารย์ 81

ทั้งร่างกายมีเพียงกางเกงสีด�ำเก่าๆ เน่าๆ มอมๆ หากคะเนเร็วๆ ด้วยสายตา เด็กหนุ่มคนน้ันน่าจะ
เป็นอาภรณค์ ลมุ ร่างอยู่เพียงชิน้ เดยี ว อยู่ในวัยประมาณ 20 เขายังด�ำรงสถานภาพนักศึกษา
ทแี่ บกคานอยบู่ นบา่ ไรก้ ลา้ มเนอ้ื นนั้ คอื กระสอบปยุ๋ ในมหาวทิ ยาลยั เอกชนชน้ั แนวหนา้ ราคาคา่ หนว่ ยกติ แพงระยบั
เปอ่ื ยๆ ทมี่ นี ้�ำขุ่นๆ เหมน็ เนา่ รว่ั ซึมออกมาเปน็ ทาง หนา้ ตาผวิ พรรณจดั วา่ สขุ ภาพดเี ปลง่ ปลงั่ มอี อรา่ จนไมว่ า่ ใคร
คนไร้บา้ น... ก็ดอู อกวา่ เปน็ ลูกคนรวย
คนขา้ งถนน... แต่ลูกคนรวยคนน้ีกลับชอบเดินซื้อเสื้อผ้ามือสอง
คนจรจดั ... จากตลาดนดั สวนจตุจักร!
คนบา้ ... วนั อาทติ ยท์ พี่ ระอาทติ ยแ์ ผดแสงแรงรอ้ นนก้ี เ็ หมอื นกนั
คนไมเ่ ตม็ ... เขาน่ังรถไฟใต้ดินมาลงสถานีก�ำแพงเพชรแล้วเดินโผล่ข้ึน
คนสตไิ มด่ ี... กลางตลาดนดั สวนจตุจกั รตามปกติ
คนตดิ ยา... เตร่เข้าตรอกโน้นออกซอยนี้ในโซนเสื้อยืดมือสอง
คนดมกาว... อยา่ งเพลดิ เพลิน
คนเกบ็ ขยะขาย... บางรา้ นทรี่ จู้ กั คนุ้ เคยกท็ กั ทายพดู คยุ กนั อยา่ งสนทิ
ขอทาน... สนม ร้านเหล่าน้ันถ้ามีเส้ือมือสองสภาพดีเข้ามาก็มักจะส่ง
ขยะสังคม... ขา่ วบอกและเกบ็ ไวใ้ หเ้ ขากอ่ น
แลว้ แตใ่ ครจะนิยามเขาว่าอย่างไร เดินตั้งแต่บ่ายสองยันห้าโมงเย็น เขาแบกเสื้อยืด
เขาไม่สน เพราะเขาไม่ได้ยินว่าใครเรียกขานเขา มือสองเทๆ่ กลบั มาบ้าน 2 ถงุ ใหญ่!
วา่ อะไร
ชีวิตจริงๆ ท่ีเขาใช้คือเก็บขยะท่ีพอขายได้ไปขาย …
ขยะชน้ิ ไหนยงั พอใชไ้ ด้ หรอื แมแ้ ตย่ งั พอกนิ ได้ เขากเ็ กบ็ ไวใ้ ช้ รอบบา่ ยนเ้ี ดนิ เกบ็ ขยะตง้ั แตบ่ า่ ยสองยนั หา้ โมงเยน็
เก็บไวก้ นิ ช่วยประหยดั ไปได้อกี นดิ หน่อย นอกจากจะมีขยะที่พอจะเอาไปขายเป็นเงินได้บรรจุอยู่
ห้องหบั หลบั นอนหลักๆ คอื ใตเ้ ชงิ สะพาน บ้านรา้ ง เต็มกระสอบปุ๋ยเปื่อยๆ แล้ว เขายังได้ข้าวกล่องที่เหลือ
ตึกร้าง ที่เดินไปจบวันแล้วพบว่าพอพักค้างอ้างแรมได้ อยู่เศษหน่ึงส่วนสามกล่อง น�้ำอัดลมครึ่งกระป๋องบ้าง
ก็ไม่เกรงใจทจ่ี ะเข้าไปผอ่ นพกั สังขารอนั โรยลา้ ในแตล่ ะวัน
ชวี ิตเขากต็ ้องการแค่นั้น และเขาก็ไมค่ ดิ วา่ ใครจะ
ต้องการมากกวา่ นัน้



82 วิทยาจารย์

กน้ กระปอ๋ งบา้ ง รวมๆ กนั 8 กระปอ๋ ง ขอบพซิ ซา่ ประมาณ 10 ชน้ิ วนั หนึง่
ขนมปงั เบอรเ์ กอรจ์ ากคนทซ่ี อ้ื เบอรเ์ กอรม์ าแลว้ กนิ แตช่ น้ิ เนอ้ื เขาหยบิ เสอ้ื ยดื มอื สองตวั หนง่ึ ทซี่ อ้ื ในวนั นนั้ มาใส.่ ..
ตรงกลางและทงิ้ ขนมปงั เพราะกลวั อว้ น ไดม้ ามากกวา่ 10 ชน้ิ และพบว่าเสอ้ื หด!
ซึ่งสามารถแบ่งให้เพื่อนร่วมชะตาชีวิตที่บังเอิญเดินมา หดแบบน่าเกลยี ด!
พบเจอกันไดห้ ลายคนอยู่ “ซื้อเส้อื ยืดแมง่ เสือกหด!”
คนื นนั้ ฝนไมต่ ก เขาไดผ้ นื ดนิ แหง้ แขง็ ใตเ้ ชงิ ทางดว่ น เขาโพลง่ ออกมาดว้ ยความโมโหเดอื ดดาลจนถอดเสอ้ื
แหง่ หนงึ่ เป็นทพี่ กั กนิ มอ้ื เยน็ และพกั แรมอันแสนอบอ่นุ ออกมาฉกี ทงึ้ ขาดแควก่ เปน็ รวิ้ ขยำ� ขวา้ งลงกบั พนื้ แลว้ เหยยี บขย้ี
กระทบื เทา้ ลงไปปงั ๆๆ แลว้ ดงึ มนั ขน้ึ มาขยำ� เปน็ ครง้ั สดุ ทา้ ย
… ก่อนปาซวบลงถังขยะ ปากก็พร�่ำพ่นก่นสบถค�ำหยาบอยู่
คืนนัน้ ฝนไมต่ ก เขาใหค้ นรบั ใช้ในบ้านสวยหลังโต ตลอดเวลาดว้ ยความเคืองแคน้ !
จัดการซกั เสอื้ ยดื มือสองท้ัง 2 ถุงใหญท่ ี่ไดม้ าจากตลาดนัด เมอ่ื หยบิ เสอื้ ตวั ใหมม่ าใสแ่ ลว้ พอดี อารมณจ์ งึ คอ่ ย
จตจุ ักรวันนท้ี ันที เพือ่ จะได้หยิบมาใส่ได้ทนั ทีเมื่อมโี อกาส ดขี ึ้น...

… …
ผา่ นไป 2 วนั เส้ือยืดมือสองทุกตวั ทถี่ กู ซอ้ื มาจาก เขาคุย้ เสอ้ื ขึน้ มาไดต้ ัวหนง่ึ
ตลาดนัดจตุจักรก็ถูกพับไว้เรียบร้อยพร้อมใส่อยู่ในมุมหนึ่ง เส้ือตัวน้ันเนื้อผ้าดี ลวดลายที่พิมพ์ไว้บนเส้ือดู
ของ Walk - In Closet สวยงาม น่าจะเป็นเสื้อราคาแพง เสียแต่มันขาดว่ินเป็นร้ิว
ยบั เยนิ สกปรกเพราะถกู คยุ้ ขนึ้ มาจากถงั ขยะใหญห่ นา้ บา้ น
สวยหลงั โตหลังหนึง่
เขาหยิบเสื้อตัวใหม่มาใส่ มันค่อนข้างหลวมโคร่ง
สำ� หรับรา่ งกะหร่องของเขา รอยฉกี ขาดรอบตวั ก็ทำ� ให้มันดู
ไมเ่ หมอื นเสื้อเทา่ ไหร่
แต่ก็ดีกว่าไม่มีเส้ือใส่เสียเลยในค�่ำคืนที่ดูท่าว่าจะ
หนาวเหน็บกว่าปกต.ิ ..



วิทยาจารย์ 83

ดรรชนีกฬี า

เมฆา

ศัพท์
ในกฬี า
กอล์ฟ

สวัสดีครับ ฉบับน้ีเราจะมาคุยข้างกรีนกับ “เมฆา” ในคอลัมน์ ดรรชนีกีฬา.. จะมาคุยเร่ือง
“ศพั ทใ์ นกฬี ากอลฟ์ ” กนั นะครบั เรอ่ื งงา่ ยๆ เบสกิ กอลฟ์ เหมาะสำ� หรบั นกั กอลฟ์ ทเี่ พง่ิ เรม่ิ เลน่
ในกีฬากอล์ฟมีค�ำศัพท์มากมายที่โดยปกติแล้วท่านนักกอล์ฟพูดกันอยู่ตลอดเวลา
ขณะเล่นกอล์ฟ และวันน้ี “เมฆา” ก็จะมาเน้นย้�ำค�ำศัพท์ต่างๆ น้ีอีกครั้ง ดังน้ีครับ

84 วทิ ยาจารย์

A Addressing the Ball การจรดลกู โดยยนื แยกเทา้ ออกจากกนั จรดปลายไมก้ อ่ นทำ� การสวงิ
B Albatross การตีได้คะแนน 3 สโตรค หรือ 3 แต้มต�่ำกว่าพาร์ โดยทั่วไป
C ในหลมุ พาร์ 5 หมายถงึ การตี 2 สโตรคเทา่ นนั้ ลกู กล็ งหลมุ แลว้ หรอื
การตีได้ โฮล - อิน - วัน ในหลุมพาร์ 4
D Approach การตลี กู เขา้ หากรนี หลงั จากลกู อยใู่ นตำ� แหนง่ ทพ่ี อจะตขี นี้ กรนี ได้
ด้วยสโตรคเดียว
Apron บรเิ วณหญ้ารอบกรีน

Backswing การขน้ี ไมย้ กข้ีนเพอ่ื จะตี
Ball Position จุดทต่ี ้งั อยหู่ รือจุดท่ลี กู อยูข่ า้ งหนา้ ตอนจรดลูก
Ball To Target Line แนวจากลูกตรงไปยังเป้าหมายทผี่ ูเ้ ลน่ เล็งไว้ตอนจรดลกู ทเี่ ปน็
แนวขนานไปกับแนวเสน้ ตรงระหว่างปลายเท้าท้ังสองข้าง
Best Ball การเล่นลูกแต้มดีทีส่ ดุ
Birdie การตีไดส้ โตรค หรอื 1 แต้มต�่ำกว่าพาร์
Blade หน้าไมข้ องหัวเหล็ก
Bogey การตีได้คะแนน 1 สโตรคเกนิ พาร์
Brassie ชอ่ื เดมิ ของหวั ไมท้ ใี่ ชต้ บี นแฟรเ์ วย์ปจั จบุ นั คอื หวั ไมเ้ บอร์2หรอื หวั ไม้
ทท่ี �ำดว้ ยอลั ลอยและไดรเวอรห์ วั เซรามิคเบอร์ 2
Bunker บ่อทราย

Calsual Water บรเิ วณหนองนำ�้ หรอื แอง่ นำ้� บนสนามและตามแฟรเ์ วยท์ มี่ นี ำ�้ ขงั อยู่
บนสนามภายหลงั ฝนตกหนกั เปน็ ลกั ษณะของแอ่งช่วั คราว
Club Length ความยาวของหน่ีงชว่ งไม้กอล์ฟทใี่ ชเ้ ปน็ ชว่ งวัดระยะ
Course สนามกอล์ฟ
Caddie พนักงานสนามกอล์ฟที่ท�ำหน้าที่แบกถุงกอล์ฟและแจ้งต�ำแหน่ง
ทลี่ ูกกอล์ฟตกอยู่
Chip ชพิ หรือ ชบิ แอนดร์ ัน คือการโยนลูกระยะสน้ั จากบริเวณขา้ งกรีน
เพอ่ื ใหเ้ ข้าใกลห้ ลมุ ทส่ี ุดหรือลงหลุมไปเลย
Close การจรดลกู โดยเทา้ ขวาถอยลงมาจากแนวขนานระหวา่ งปลายเทา้
ทง้ั สองกบั แนวของลูกท่จี ะว่งิ ไปสู่เป้าหมาย โดยท่ีตอนสวงิ จะปดิ
หน้าไม้หนั เข้ามาในวงของสวิงเลก็ นอ้ ย
Cock การง้างขอ้ มอื ซา้ ยระหวา่ งแบคสวิงหรือการขึ้นไม้

Dead การทีล่ ูกกอล์ฟกลงิ้ ไปอยใู่ กลป้ ากหลมุ มาก ถา้ พัตอีกคร้งั กจ็ ะลง
Disqualify การตดั สทิ ธ์ิให้แพ้ (Disqualification)
Divot รอยพ้ืนสนามแหว่งเน่อื งจากการตแี บบขดุ
Dog-Leg ลักษณะการเลีย้ วของแฟร์เวยไ์ ปทางซ้ายหรอื ขวา
Down การแพ้ในการแข่ง
Draw การตีลูกแบบดึง หรือ ฮุคสปิน เพ่ือบังคับระยะการกล้ิงของลูก
เมอ่ื ตกถึงพืน้

วิทยาจารย์ 85

E Eagle การตตี �่ำกว่าพาร์ของหลุมไป 2 สโตรค
F Etiquette(s) มารยาทการเล่น

G Fade การตีลกู แบบสไลดส์ ปินบาง ๆเพ่อื ใหล้ ูกทีต่ ีตกพื้นแล้วหยดุ ทันที
H Fairway บริเวณสนามระหว่างทีกับกรนี ที่เปน็ บริเวณท่มี ีการตดั หญ้าไวอ้ ย่าง
เรยี บร้อย
I Fellow Competitors ผรู้ ่วมแข่ง
L Flagstick คนั ธง ดา้ มธงทปี่ กั อยู่ในหลุม
Fluffing การกระจยุ ของดนิ ท่เี กิดจากการโดนหน้าไมป้ ะทะหรอื ขุดขน้ึ มา
ในขณะตลี ูก
Fore ค�ำท่ีใช้ตะโกนบอกให้ข้างหน้าหลบ เน่ืองจากท่ีเราตีไปในทิศทาง
ที่มีคนอยู่
Four - Ball การเลน่ แบบ 4 คน บอล 4 ลกู
Foursome การเล่นแบบคน 4 คน ลูก 2 ลูก (ทีมละ 2คน ผลดั กันตี )

Green บรเิ วณหลมุ ทมี่ ีหญา้ เรยี บเหมาะสำ� หรับการพตั
Grip ลักษณะการจับด้ามไม้กอล์ฟ
Gross Score คะแนนหรอื สโตรครวมในการเลน่

Handicap แตม้ ตอ่ หรือจ�ำนวนสโตรคท่ีเพ่ิมจาก พาร์สำ� หรบั นักกอล์ฟสมคั รเล่น
ใช้ในการนับคะแนน เพื่อ..ให้นักกอล์ฟที่ฝีมือต่างระดับกันสามารถ
ทำ� การแขง่ ขนั กันได้...
Halved การนบั คะแนนหรือแตม้ ทเี่ ทา่ กันในหลุมใดหลุมหนึง่
Hazard บรเิ วณทเ่ี ปน็ อปุ สรรคในการตี เชน่ บอ่ ทราย นำ�้ ถา้ ลกู ตกอยใู่ นบรเิ วณนี้
หา้ มจรดลูกโดยไม้แตะพนื้ บรเิ วณน้เี ปน็ อนั ขาด
Honour ผ้ทู ไ่ี ด้รับเกียรติใหต้ ลี กู ก่อน

Interlock การจับกุมไม้กอลฟ์ โดยให้นว้ิ ก้อยขวาไปเก่ยี วกับนวิ้ ช้ีซ้าย
(สำ� หรับนกั กอลฟ์ ถนดั ขวา) เพอ่ื ให้มอื ทัง้ สองจบั ลอ็ คกนั ไดแ้ น่น
Iron ไมก้ อลฟ์ ชนดิ ท่ีเปน็ หัวโลหะลักษณะแบนๆ

Lateral Water Hazard อปุ สรรคนำ้� ด้านขา้ ง
Lie ท�ำเลหรือตำ� แน่งลูกทต่ี กอยู่
Local Rules กฎกตกิ าเฉพาะสนาม
Loft ลูกโดง่ หรอื มุมของหน้าไม้ทมี่ อี งศาต่างกัน
Loose Impediment สง่ิ กีดขวางท่ีหยบิ ออกได้

86 วิทยาจารย์

M Maker พนกั งานสนาม ทท่ี �ำหนา้ ทจ่ี ดแตม้
N (Ball) Marker ส่งิ ของเล็กๆ ท่ีใช้วางแทนลกู เม่อื ยกลูกกอลฟ์ ขน้ึ
O (Tee) Markers เครอ่ื งหมายบนแทน่ ทใี นแตล่ ะหลมุ โดยเขตหา้ มวางลกู ทจี่ ะตเี กนิ แนว
P Match Play การแข่งขันแบบหลุมต่อหลุม แล้วเอาจ�ำนวนการชนะในแต่ละหลุม
มารวมกันดูผลแพ้ชนะ
R
Nasshu การแขง่ ขนั โดยนับคะแนน 9 หลุมแรกเปน็ 1 คะแนน อีก 9 หลมุ หลงั
1 คะแนน และคะแนนรวม 18 หลุมอกี 1 ะแนน
Net Score คะแนนตลอดรอบหักด้วยแตม้ ต่อ

Obstruction ส่งิ กดี ขวางที่จงใจสรา้ งขึ้นเพ่อื ใหก้ ารเล่นกอล์ฟยากขึ้น
Open การจรดลูกโดยเท้าซ้ายถอยลงมาจากแนวขนานระหว่างปลายเท้า
ทงั้ สองกบั แนวของลกู ทจ่ี ะวงิ่ ไปสเู่ ปา้ หมายโดยทตี่ อนสวงิ จะเปดิ หนา้ ไม้
หันออกจากวงสวิงเลก็ นอ้ ย
Opponent คแู่ ข่งขัน
Out of Ball นอกเขตทกี่ �ำหนด ปกตใิ ชต้ วั ย่อว่า OB
Out Side Agency สาเหตจุ ากภายนอก

Par การตั้งจ�ำนวนการตีให้แต่ละหลุม โดยมาตรฐาน นั้นพิจารณาจาก
ความยากงา่ ยของหลมุ และจำ� นวนการพตั บนกรนี อกี 2 สโตรคเปน็ หลกั
ระยะทางทั้ง 18 หลุมของสนามจะอยู่ที่ 6000 - 7200 หลา และ
พารร์ วมท้งั 18 หลมุ จะอยูร่ ะหวา่ ง 69 - 72
Penalty โทษหรือการถูกปรบั แตม้
Penalty Stroke การถูกปรับ 1 สโตรค
Pitch พิช หรอื ชพิ เป็นการตลี ูกส้ันหรือพิชชิง่ เวจสวิงแบบไม่เตม็ วง
Player ผเู้ ลน่ ครบั
Provisional Ball ลกู สำ� รองลกู กอลฟ์ ลกู ท่ี 2 ใชแ้ ทนลกู ทต่ี อี อกนอกเขต สญู หายหาไมพ่ บ
หรอื ตกน�ำ้
Pull การตั้งใจตตี รงแตล่ ูกจะลอยเฉออกไปทางซ้ายของเป้าหมายสำ� หรับ
คนตีถนัดขวา
Push การตั้งใจตีตรงแต่ลูกจะลอยเฉออกไปทางขวาของเป้าหมายส�ำหรับ
คนตถี นัดซ้าย
Putter ไม้พัตเตอร์ที่มีหน้าไม้แบนเป็นมุมฉากกับพ้ืนใช้ตีลูกบนกรีนให้กล้ิง
ลงหลุม

Round รอบแข่งขันปกติ 18 หลุม
Rough บริเวณทีม่ หี ญ้าหนา สงู
Rub of the Green การกดี ขวางจากภายนอก
Rule of Golf กติกาขอ้ บังคบั การเลน่

วิทยาจารย์ 87

S Set ชดุ ไมก้ อลฟ์ ทง้ั ชุดสงู สดุ มี 14 ช้นิ ปกตมิ ีหวั ไม้ 3 ชนิ้ เหล็ก 10 ชิ้น
และพัตเตอร์อีก 1 ชน้ิ
T Set Up การจรดลูกกอ่ นสวงิ หรอื ตีลกู
U Shank การตที ห่ี นา้ ไมไ้ มโ่ ดนลกู แตอ่ าจจะเปน็ บรเิ วนอน่ื ไปกระทบลกู ทำ� ให้
W ลกู ลอยกระเด็นผดิ ทาง
Singles การแขง่ ขันระหว่างคนสองคนออกรอบดว้ ยกัน
Slice การตลี ูกแบบเฉอื นทำ� ใหล้ กู ลอยโค้งไปทางขวาของเป้าหมาย
(ส�ำหรบั ผถู้ นัดตีขวา)
Socket ส่วนเชอ่ื มต่อระหว่างดา้ มไมก้ ับหน้าไม้
Square คะแนนเทา่ กนั หรอื ลกั ษณะการยนื จรดลกู โดยแยกเทา้ ออกจากกนั
และแนวระหวา่ งปลายเทา้ ทงั้ คขู่ นานกบั แนวของลกู ไปยงั เปา้ หมาย
Stance การจัดระยะเทา้ ที่แยกออกจากกนั ขณะตั้งทา่ จรดลกู
Stroke จ�ำนวนการตลี ูก 1 ครง้ั
Stroke and Distance แตม้ และระยะ
Stroke Play การเล่นแบบนับจำ� นวนการตี
Swing Plane แนวสวงิ จากจดุ จรดลกู ขนึ้ ไปจดุ สงู สดุ ของการขน้ึ ไมแ้ ลว้ กลบั ลงมา
ณ จุดกระทบลูก

Tee หมดุ สำ� หรบั ตง้ั ลกู หรอื บรเิ วณสำ� หรบั ตงั้ ลกู เพอื่ เรมิ่ เลน่ แตล่ ะหลมุ
Teeing Ground บริเวณแท่นตี
Three Ball การเลน่ แบบ 3 คน 3 ลูก
Threesome การเล่น 3 คนใช้ 2 ลกู
Through the Green ใน หรอื บนกรนี
Top การตโี ดนส่วนบนของลกู หรือตีเข่น

Up การมีคะแนนน�ำคู่แขง่ ในการแข่งขนั

Waggle การกุมด้ามอย่างกระชับ เข้ายืนตั้งท่าจรดลูกหรือโยกแกว่งขยับ
ขอ้ มือเพ่ือให้กมุ ด้ามไดก้ ระชับขน้ึ
Water Hazard อปุ สรรคน้�ำ
Whiff ซอ้ มตลี ม
Wood ไมก้ อลฟ์ ทท่ี ำ� ดว้ ยไม้ ปจั จบุ นั เรยี กวา่ หวั ไม ้ แตบ่ างยห่ี อ้ กใ็ ชโ้ ลหะทำ�

88 วิทยาจารย์

ออมอย่างไร พิชิตการออม
ให้เงิน
งอกเงย : Money Man

ออมใน
กองทุนให้

งอกเงย

ฉบับมนษุ ยเ์ งินเดอื น

ลงทุน RMF

(ตอนที่ 2)

เราไดท้ ราบเงอ่ื นไขทสี่ ำ� คญั 4 ประการในการลงทนุ กองทนุ RMF ไปแลว้ ถา้ ทา่ นไหน
อยากจะลงทนุ RMF กพ็ ยายามอยา่ ผดิ เงอ่ื นไขดงั ทก่ี ลา่ วไปแลว้ ในบทกอ่ นหนา้ นะครบั
และหากผิดเงื่ิอนไขในแต่ละข้อแล้วจะมีผลอย่างไร เด๋ียวฉบับท้ายๆ ผู้เขียนค่อยมา
อธิบายเพิ่มเติมนะครับ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจลงทุนในกองทุน RMF
มักไม่ค่อยผิดเง่ือนไข เพราะจะท�ำให้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ดังนั้นในฉบับนี้ ผู้เขียน
จะกล่าวถึงนโยบายการลงทุนต่างๆ ของกองทุน RMF ก่อน

วิทยาจารย์ 89

กองทุนรวม RMF เป็นกองทุนท่ีลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภทด้วยกัน ไม่ได้เน้นเฉพาะ
การลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นสามัญเหมือนอย่างกองทุน LTF แต่จะมีให้เลือกหลากหลาย
เหมือนกองทุนรวมทั่วไป ต้ังแต่กองทุนที่มีความเสี่ยงต�่ำ เน้นลงทุนในตราสารหน้ี เช่น พันธบัตร
กองทุนท่ีมีความเสี่ยงปานกลาง ที่ผสมผสานระหว่างการลงทุนในตราสารหนี้ และตราสารทุน
ไปจนถึงกองทุนที่มีความเสี่ยงสูง เน้นลงทุนในตราสารทุน ผู้เขียนจึงรวบรวมประเภทกองทุน
RMF ตามนโยบายการลงทุนท่ีเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน ไว้ 4 ประเภท ดังน้ี

1. 2. 3.
กองทุนรวม กองทุนรวม กองทุนรวม
RMF ทเี่ นน้ ลงทุน RMF ที่เนน้ ลงทุน RMF ทเ่ี น้นลงทุน
ในตราสารหนี้ ในตราสารทนุ
แบบผสม
มนี โยบายการลงทนุ ในสนิ ทรพั ย์ เป็นกองทุนท่ีมีนโยบายการ
หรือหลักทรัพย์ท่ีเป็นตราสารหน้ีและ ลงทุนเน้นไปท่ีตราสารทุน น่ันคือ เป็นกองทุนท่ีมีนโยบายการ
เงนิ ฝาก ซง่ึ จะใหผ้ ลตอบแทนในรปู แบบ หนุ้ สามญั หนุ้ บรุ มิ สทิ ธิ ใบสำ� คญั แสดง ลงทนุ แบบผสมผสานระหวา่ งตราสารหน้ี
ดอกเบี้ย โดยกองทนุ RMF ประเภทนี้ สทิ ธใิ นการซอื้ หลงั ทรพั ย์ หรอื ถา้ จะให้ และตราสารทุน โดยสัดส่วนท่ีลงทุน
กจ็ ะนำ� เงนิ ไปลงทนุ ในเงนิ ฝาก พนั ธบตั ร เขา้ ใจงา่ ยๆ กค็ อื ห้นุ ทม่ี กี ารซอื้ ขายกนั จะผสมผสานกันหลายอย่างตั้งแต่
รฐั บาล พนั ธบตั รรฐั วสิ าหกจิ ตว๋ั เงนิ คลงั ในตลาดหลักทรัพย์หรือตลาดหุ้น 0 - 100 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
ตัว๋ สัญญาใช้เงนิ ตั๋วแลกเงิน หรอื หุน้ กู้ นน่ั หละ่ ครบั โดยกองทนุ RMF ประเภทนี้ ของกองทนุ RMFซงึ่ กองทนุ รวมประเภทน้ี
กองทุนประเภทนี้จึงมีความเส่ียง ก็จะน�ำเงินที่เราซ้ือกองทุนไปลงทุน จะให้ผลตอบแทน และความเส่ียง
น้อยท่ีสุด เน่ืองจากตราสารน้ีจะให้ ในหุ้นทม่ี ีปัจจยั พื้นฐานดี มีเงนิ ปันผล ที่หลากหลายข้ึนอยู่กับสัดส่วนของ
ผลตอบแทน ในรูปของอัตราดอกเบี้ย หรือลงทุนในหุ้นท่ีมีกิจการโตอย่าง การลงทุนในตราสารแต่ละประเภท
ซ่ึงก�ำหนดไว้ค่อนข้างแน่นอนและ ต่อเน่ือง และมีความม่ันคงในฐานะ ซึ่งหลกั ทรพั ย์หรอื ทรัพย์สินทลี่ งทนุ จะ
สม่�ำเสมอ ถึงแม้ราคาตราสารหนี้จะ ทางการเงนิ โดยจะลงทนุ ในตราสารทนุ มหี ลากหลายยกตวั อยา่ งเชน่ กองทนุ RMF
ผันผวนบ้างข้ึนลงตามสภาวะตลาด เฉลยี่ ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 65 ของมลู คา่ ที่มีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน
แต่ผลตอบแทนโดยเฉลยี่ กจ็ ะไมผ่ นั ผวน ทรพั ยส์ ินสุทธขิ องกองทุน RMF มากกว่าตราสารหนี้ผลตอบแทน
มากเหมอื นตราสารทุน ท่ีไดร้ บั รวมถงึ ความเสยี่ งทเี่ กดิ ขน้ึ จาก
การลงทุน ก็ย่อมสูงกว่ากองทุนรวม
ท่ีมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารหน้ี
มากกวา่ ตราสารทุน

90 วิทยาจารย์

4. จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่ากองทุน RMF มีหลากหลายประเภท
กองทุนรวม ดว้ ยกัน เราจะร้ไู ดอ้ ยา่ งไรว่ากองไหนเปน็ กองทนุ RMF ทีเ่ นน้ ตราสารหน้ี
RMF ทีเ่ น้นลงทนุ กองไหนเป็นกองทุน RMF ท่ีเน้นตราสารทุน กองไหนเป็นกองทุน RMF
ตา่ งประเทศ ทเี่ นน้ ผสมผสาน หรอื กองไหนเปน็ กองทนุ RMF ทเี่ นน้ ลงทนุ ในตา่ งประเทศ
เราสามารถดูรายละเอียดท้ังหมดของกองทุน RMF ได้จากหนังสือชี้ชวน
เป็นกองทุนที่มีนโยบาย ของกองทนุ นนั้ ๆแตห่ ากจะดงู า่ ยหนอ่ ยกด็ ตู รงสว่ นสรปุ สาระสำ� คญั ของกองทนุ
การลงทนุ ในตา่ งประเทศเปน็ สว่ นใหญ่ (Fact Sheet) หรอื บางแห่งเรียกวา่ หนังสือช้ีชวนฉบบั ย่อ เพราะในหวั ขอ้
โดยลงทุนในตราสารทุน ตราสารหน้ี นี้กองทุนรวมแต่ละกองจะสรุปสาระส�ำคัญหลักของกองทุนนั้นไว้ 7 เร่ือง
หรือสินทรัพย์อื่นๆ ในต่างประเทศ ประกอบด้วย คณุ กำ� ลังจะลงทุนอะไร กองทนุ รวมนเี้ หมาะกับใคร คณุ ตอ้ ง
ท่ัวโลก โดยส่วนใหญ่ลงทุนใน ระวังอะไรเป็นพิเศษ สัดส่วนของประเภทสินทรัพย์ท่ีลงทุน ค่าธรรมเนียม
ตา่ งประเทศไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของ ผลการดำ� เนินงาน และขอ้ มลู อนื่ ๆ
มูลคา่ ทรพั ย์สนิ สุทธขิ องกองทุน RMF แต่ถ้าถามว่ามีวิธีง่ายกว่านั้นไหมท่ีจะท�ำให้เราทราบว่ากองทุน
น้ันนำ� เงนิ ที่เราลงทุนไปลงทุนในสินทรพั ย์ประเภทไหน เบอ้ื งต้นก็สามารถ
ดูจากช่ือที่เป็นภาษาไทยของกองทุน RMF นั้นได้เลยครับ กองทุน RMF
ท่ีเน้นลงทุนในตราสารหน้ี ก็มักจะมีค�ำว่า ตราสารหน้ี เงินฝาก พันธบัตร
เช่น กองทนุ เปดิ บัวหลวงตราสารหนเี้ พ่ือการเลยี้ งชพี (BFRMF) กองทนุ
เปดิ เคตราสารหนีเ้ พื่อการเล้ยี งชีพ (KFIRMF) กองทุนเปิดกรุงศรพี ันธบตั ร
ระยะยาวเพื่อการเลี้ยงชีพ (KFLTGOVRMF) เป็นต้น ส่วนกองทุน RMF
ทเ่ี นน้ ลงทนุ ตราสารทนุ กม็ กั จะมคี ำ� วา่ ตราสารทนุ หนุ้ SET เชน่ กองทนุ เปดิ
หนุ้ คณุ คา่ เพอื่ การเลย้ี งชพี (V-RMF) กองทนุ เปดิ เค หนุ้ ทนุ เพอ่ื การเลย้ี งชพี
(KEQRMF) กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารทุนเพื่อการเล้ียงชีพ (BERMF)
กองทุนเปดิ ทหารไทย SET50 เพื่อการเล้ยี งชพี (TMB50RMF) เป็นตน้
จากรายละเอียดประเภทกองทุน RMF ท่ีกล่าวมาข้างต้น เราได้
ทราบกันแล้วนะครับวา่ กองทุน RMF มีกปี่ ระเภท อะไรบ้าง แลว้ หลายคน
กค็ งตง้ั คำ� ถามกนั วา่ แลว้ จะซอื้ กองทนุ RMF ประเภท ทจ่ี ะทำ� ใหไ้ ดป้ ระโยชน์
มากทสี่ ดุ จากเงนิ ลงทนุ อนั นผี้ เู้ ขยี นเองกค็ งตอบไมไ่ ดอ้ ยา่ ง 100 % นะครบั
ว่าคุณควรจะลงทุนในกองทุน RMF ประภทไหน แน่นอนว่า การลงทุน
ในกองทุน RMF ที่เน้นลงทุนในตราสารทุนย่อมมีโอกาสได้ผลตอบแทน
มากท่ีสุด แต่ก็ย่อมมีโอกาสที่เงินต้นของเราจะเหลือน้อยมากที่สุดเช่นกัน
(High Risk High Return) หากเทียบกับการลงทุนในการทุน RMF
ประเภทอนื่ ๆ ดงั นนั้ ผเู้ ขยี นคงบอกไมไ่ ดใ้ นทนั ทวี า่ เราควรเลอื กกองทนุ RMF
ประเภทไหน แต่จะแนะน�ำเบ้ืองต้นวา่ เราควรจะซอ้ื กองทุน RMF ประเภท
ไหนทจ่ี ะชว่ ยตอบโจทยต์ ามสไตลก์ ารลงทนุ ของเราไดม้ ากทสี่ ดุ อนั นผี้ เู้ ขยี น
จะมาอธบิ ายใหฟ้ งั อกี ทใี นครง้ั ถดั ไปนะครบั วา่ ลกั ษณะอยา่ งเราควรลงทนุ
แบบไหนถงึ จะตรงกับความต้องการของเราไดม้ ากที่สดุ

วทิ ยาจารย์ 91

ร้รู อบทศิ

ดร.ชยั ยศ อ่มิ สวุ รรณ์

การบูชาบรู พาจารย์ ในงานวนั ครู

พระอศิ วร
นับถือว่าเป็นมหาเทพในศาสนาพราหมณ์ มีฤๅษีท้ังหลายเป็นบริวาร
ถือวา่ เปน็ เทพผูป้ ระทานสรรพวทิ ยาแกฤ่ าษีทง้ั ปวง ฝ่ายนาฏศิลป์ ถือว่า
พระอิศวรหรือพระศิวะ เป็นบรมครูถ่ายทอดวิทยาการด้านนาฏศิลป์
ดังปรากฏเทวต�ำนานว่าพระศิวะ แสดงท่าร่ายต่างๆ ให้ฤาษีจดจ�ำ
ตามคำ� รอ้ งขอของพระนนทิทเ่ี มอื งจทิ มั พรมั ดงั จะเหน็ เทวรปู ปางศวิ นาฏราช
เป็นตวั แทนเหตุการณ์ดงั กล่าว

92 วทิ ยาจารย์

พระพรหม
นับถือว่า เป็นมหาเทพที่เป็นผู้ให้ก�ำเนิดพระเวท
ทัง้ พระฤคเวท พระยชรุ เวท และพระอาถรรพเวท
ถือว่าพระเวทดังกล่าวเกิดจากปากพระพรหม
ครั้งหนึ่งพระพรหมเทพบรรทมหลับ พระเวท
ไหลออกจากปาก พอดีกับสังข์ยักษ์มาพบเข้า
จงึ ลกั เอาพระเวทไปทำ� ใหโ้ ลกเดอื ดรอ้ นวา่ สรรพวทิ ยา
หายไป ร้อนถึงพระนารายณ์ต้องออกตามหา
ไปพบสังข์ยักษ์จึงจับปากสังข์ยักษ์ลากเอา
พระเวทคืนมา ท่ีปากสังข์จึงมีรอยคล้ายน้ิว
พระนารายณ์ มนุษย์จึงถือว่าหอยสังข์เป็นของ
มงคล เพราะเคยเป็นทสี่ ถติ ยข์ องพระเวท ดังนนั้
เมอื่ มกี ารมงคลจงึ เปา่ สงั ข์ หรอื รดนำ้� สงั ข์ เพอ่ื ให้
ไดย้ นิ เสยี งท่ีเปน็ มงคล หรือได้รบั นำ�้ ท่ีเปน็ มงคล

พระนารายณ์
นับถือว่า เป็นมหาเทพอีกองค์หนึ่ง ที่มี
สรรพวิทยาในการปกป้องรักษาโลกน้ีไว้
จากภัยอันตรายต่างๆ ดังจะเห็นว่า
พระนารายณ์ ต้องอวตารมาในปางต่างๆ
ถงึ 10ปางเพอื่ ปกปอ้ งโลก ในปางหนง่ึ อวตาร
มาเปน็ พระกฤษณะ ไดอ้ ธบิ ายพระเวทใหแ้ ก่
พระอรชุนฟังในการสงครามมหาภารตยุทธ
ดังปรากฏในคัมภีร์ภควัทคีตา ซึ่งเป็นกล
อธบิ ายปริญญาฮินดูชน้ั สงู

วทิ ยาจารย์ 93

พระคเณศวร พระวศิ ณกุ รรม
ถือว่าเป็นเทพท่ีขจัดอุปสรรคทั้งปวง เป็นใหญ่ใน นับถือว่าเป็นเทพท่ีเป็นครูของช่าง ซ่ึงสามารถ
พิธีไหว้ทั้งหลายได้ช่ือว่าเป็นพระคณบดี มีศรีษะ สร้างสรรค์ประดิษฐ์ส่ิงต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือ
เป็นช้างงาเดียว ถือกันว่าเป็นผู้ทรงสติปัญญา เครื่องใช้ในโลกนี้ ในบรรดาช่างทั้งหลายนับถือ
เปน็ เลศิ มเี ทวตำ� นานเลา่ วา่ ครงั้ หนงึ่ มกี ารแขง่ ขนั กนั พระวิศณุกรรมเป็นบรมครูของการช่าง บางคร้ังก็
ระหว่างพระขันธกุมาร ซึ่งเป็นพ่ีของพระคเณศวร เรยี กทา่ นวา่ พระวศิ วกรรม ซง่ึ หมายถงึ เทพผสู้ รา้ งโลก
และเทพตา่ งๆ วา่ ใครจะเดนิ ทางรอบโลกไดเ้ รว็ กวา่ กนั
ปรากฏว่าพระคเณศวรเดินท�ำประทักษิณรอบ
พระอศิ วรและเทวปี ารวตี ซงึ่ เปน็ พระบดิ าและมารดา
โดยพระคเณศวรอธิบายว่าบิดาและมารดานั้น
เปน็ โลกของลกู อยแู่ ลว้ การเดนิ ประทกั ษณิ รอบบดิ า
มารดาก็เท่ากับเป็นการเดินทางรอบโลกน่ันเอง
พระอิศวรรับรองว่าพระคเณศวรมีปัญญาเป็นเลิศ
ในประเทศไทยนับถือพระคเณศวรว่าเป็นเทพเจ้า
ของศิลปวิทยา โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงน�ำตราพระคเณศวร
มาเป็นตราของวรรณคดีสโมสร ตรามหาวิทยาลัย
ศิลปากร และกรมศิลปากร ดังน้ัน พระคเณศวร
จึงเป็นสญั ลกั ษณข์ องงานดา้ นศิลปะทง้ั หลายด้วย

94 วทิ ยาจารย์

พระพฤหัสบดี พระสุรสั วดหี รือเทวสี รุ สั วดี
เป็นเทวฤๅษี เป็นครูฝ่ายเทพในคติฮินดู เป็นเทพีเจ้าแห่งอักษรศาสตร์ และ
กลา่ ววา่ พระอศิ วรสรา้ งพระพฤหสั บดจี าก ศึกษาศาสตร์ ในคติฮินดูกล่าวว่า เทวี
ฤๅษี 19 ตน เป็นเทวฤๅษที ีม่ ีความรู้ เป็น เปน็ ศกั ดข์ิ องพระพรหม จงึ เปน็ ผรู้ จู้ กั พระเวท
สื่อกลางระหว่างเทพกับมนุษย์ เป็นผู้น�ำ เป็นอย่างดี เป็นเทวีท่ีทรงปรีชาญาณ
ความรู้มาสู่โลกผ่านทางฤๅษีทั้งหลาย อันแจ่มแจ้ง เช่ือกันว่าเป็นผู้ประดิษฐ์อักษร
เปน็ เทพแหง่ สตปิ ญั ญา ความสขุ มุ รอบคอบ เทวนาครีเป็นเทวีผู้เก่งด้านการดนตรี
และความยตุ ธิ รรมคตไิ ทยถอื วา่ วนั พฤหสั บดี การแต่งค�ำประพันธ์ต่างๆ รวมท้ังเป็นเทวี
เป็นวันครู ดังนั้น การเร่ิมต้นเรียนรู้ใดๆ แห่งการสวดมนต์ กรมการฝึกหัดครู
จะเรมิ่ เรยี นกนั ในวนั พฤหัสบดี วันไหวค้ รู กระทรวงศึกษาธิการ เคยน�ำรูปพระสุรัสวดี
ของโรงเรียนในประเทศไทยก็มักถือเอา มาเป็นตราประจ�ำกรม เพราะคือวา่ เปน็ เทพี
วนั พฤหสั บดแี รกของการเปดิ เทอมแรกเปน็ แห่งการศกึ ษา
วนั ไหวค้ รู ครสุ ภาถอื เอาตราพระพฤหสั บดี
เป็นตราประจ�ำคุรุสภา เพราะถือว่า วิทยาจารย์ 95
พระพฤหสั บดีเป็นครขู องครู

วิชาการบันเทงิ

มรกต กรนี

ความสว่างไสวของหวั ใจดวงน้อย

เมื่อประมาณ พ.ศ. 2521 มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ แผนงานการเรียนรู้
สู่สุขภาวะในสถานศึกษา และส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษานครสวรรค์ เขต 1 ได้รับ
งบประมาณสนับสนุนจากส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
จัดให้มีการสังเคราะห์ประสบการณ์ครูปฐมวัยภายในเขตพ้ืนที่การศึกษานครสวรรค์
เขต 1 จ�ำนวน 54 โรงเรียน หลังจากที่ได้อบรมการจัดการเรียนการสอนตามแนว
Brain - Based Learning แล้วน�ำมาจัดท�ำเป็นรูปเล่ม ใช้ช่ือหนังสือสุดเก๋ไก๋ว่า
“ความสว่างไสวของหัวใจดวงน้อย”

96 วทิ ยาจารย์

เมอื่ ไดเ้ ข้าไปสมั ผสั กบั เนอ้ื หาของหนังสือเลม่ นแี้ ล้ว ทำ� ใหม้ ีความหวังขึน้ มาทันที หลังจาก
ที่ท้อใจกับการถกเถยี งจากผู้ (ท่ดี เู หมือนจะ) รู้ ทเ่ี ขา้ มาช่วยกันร้อื ระบบการศกึ ษาไทย จนหลายคน
ให้ฉายากับการปฏริ ปู การศกึ ษาทุกคร้ังวา่ “ปฏริ ูปัง มรณงั ทกุ ขัง”
คุณครชู ตุ มิ า ภ่ชู ัน โรงเรียนวัดเนนิ มะขาม อำ� เภอเมืองนครสวรรค์ กล่าวไว้นา่ คิดวา่



ใหเ้ ดก็ ๆ ไดฝ้ กึ คดิ คะ่ เพราะความรทู้ ไ่ี ดร้ บั จากการอบรม ทำ� ใหร้ วู้ า่ ... สมองของเดก็ แตล่ ะวยั นน้ั
เขาจะมีพัฒนาการที่ต่างกัน ได้เห็นถึงการท�ำงานของสมอง... และการกระตุ้น
ใหส้ มองมศี กั ยภาพตามวยั ทำ� ใหเ้ ราเขา้ ใจเดก็ และกระตนุ้ เขาไดถ้ กู จดุ ... ผลพลอยไดอ้ กี อยา่ ง
ท่ีครูได้รับคือ... ตัวเองจะใจเย็นข้ึน... เพราะเราเข้าใจเด็ก... ยอมรับธรรมชาติของเขาค่ะ
ตอนนเ้ี วลาฟงั ข่าว... หรืออ่านหนงั สืออะไรใหเ้ ด็กฟัง กจ็ ะชวนเขาคุยค่ะ ได้ทัง้ ภาษา ได้ท้ัง
เสรมิ ประสบการณ.์ .. ท่ีสำ� คญั ... เราเห็นวา่ เขาคดิ ไดด้ ีทีเดียวค่ะ...



หนังสือเล่มนี้ได้สังเคราะห์ประสบการณ์ของครูปฐมวัยใน 5 มิติ คือ 1) นิทานแสนสนุก
2) ภาษาพาเพลนิ 3) สรา้ งสมองของนักคดิ 4) เรยี นรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ และ 5) รอ้ งเลน่ เตน้
ใหส้ มองแขง็ แรง ซง่ึ ในแตล่ ะมติ จิ ะมคี ณุ ครใู หข้ อ้ คดิ ไวอ้ ยา่ งนา่ ฟงั ดงั ทไี่ ดย้ กตวั อยา่ งมาขา้ งตน้ หรอื
อย่างเชน่

วทิ ยาจารย์ 97

คณุ ครวู รรณดี มีมุน จากโรงเรียนวัดสนั ตธิ รรม กลา่ ววา่

“ท่หี ้องมเี ดก็ ยส่ี ิบเจด็ คน... เรากต็ ้องยอมรบั วา่ การมเี ด็กจ�ำนวนมากๆ มาอยู่รวมกัน

ต้องใช้เทคนิคเยอะถึงจะเก็บเด็กให้อยู่ กระตุ้นให้เขามีพัฒนาการและการเรียนรู้ท่ีดี
มีระเบียบวินัย... ผู้ปกครองก็จะฝากกับคุณครูตลอดว่าขอให้ลูกเขาเรียนเก่งๆ นะ...
ครูกต็ ้องแนะนำ� พ่อแม่ตลอดวา่ ... ต้องเป็นไปตามวยั ให้เขาทำ� งา่ ยๆ... ท�ำไดแ้ ล้วไปทำ�
ส่ิงยากๆ... ที่ส�ำคัญเร่ืองอาหารน้ีก็จะเน้นให้ดูแลให้ดีค่ะ เพราะเด็กวัยน้ี ถ้าขาด
สารอาหาร สมองก็จะถูกท�ำลายถาวรได้ อยู่ท่ีโรงเรียนครูจะเตือนให้เด็กๆ ด่ืมน�้ำบ่อยๆ
เพ่อื ให้สมองของเขามคี วามชุม่ ชนื้ เรยี นรไู้ ด้ดีขึน้ ครูเองก็ก�ำลงั มลี กู เลก็ ๆ คะ่ ... ตรงนี้
เราเอาไปใชก้ ับลกู ดว้ ย ได้ผลท้ังกับลูกแล้วกก็ ับเดก็ นักเรยี นเลยค่ะ

” ได้ฟังครูพูดกันบ้างก็ดีอย่างนี้แหละ ฟังครูให้มากขึ้น แล้วเราจะได้ไม่ต้อง “ปฏิรูปัง”

กันอกี ต่อไป

คุณครูปรีชา อ่อนโฉม ครูปฐมวัยจากโรงเรียนบ้านเขากะลา แม้จะจบปริญญาตรี
ดา้ นกฎหมาย แตผ่ นั ตวั เองมาเปน็ ครู และไดผ้ า่ นการอบรมจากโครงการจดั การเรยี นรทู้ ส่ี อดคลอ้ ง
กับการท�ำงานของสมองเด็กปฐมวยั กล่าวไว้ในตอน... “นิทาน...คอื ไม้เดด็ ของคุณครูผู้ชาย
(เหมือนกัน!!)” ท�ำใหไ้ ด้คิดว่า ความรู้สกึ ของคนทวั่ ไปมักเช่อื กนั วา่ ครูผูห้ ญงิ จะเขา้ ใจเด็กและ
ใกล้ชดิ กับเดก็ ได้ดกี วา่ ครูผ้ชู าย

98 วิทยาจารย์


Click to View FlipBook Version