แผนการจดั การเรียนรูท ่ี ๑
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๔
หนว ยการเรียนรูที่ ๔ เร่ือง ผักสมนุ ไพรใบหญาฯ เวลา ๘ ชว่ั โมง
เรอื่ ง การอา นในใจบทเรยี น เวลา ๑ ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคิดไปใชตัดสินใจแกปญหา และสรางวิสัยทัศน
ในการดาํ เนินชวี ติ และมีนสิ ัยรกั การอา น
ตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ป.๔/๓ อา นเรอื่ งสั้นๆ ตามเวลาทก่ี าํ หนดและตอบคาํ ถามจากเร่ืองท่อี าน
สาระสําคัญ
การอา นในใจ ผอู านตอ งใชส มาธใิ นการอาน และอานอยา งพิจารณาจะทําใหตอบคําถาม ลําดับเหตุการณ
และสรปุ เรอ่ื งพรอ มท้งั ขอ คดิ จากเร่ืองที่อา น
จุดประสงคการเรียนรู
๑. อา นในใจและเก็บใจความสาํ คญั ของเร่อื งได
๒. ถายโอนสาระเรอ่ื งราวทอี่ านไปยงั ผอู ืน่ ได
๓. บอกความหมายคาํ ใหมใ นบทเรียนได
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยูอยา งพอเพียง
สาระการเรยี นรู
๑. การอานในใจเร่ือง “ผกั สมุนไพรใบหญา มคี ณุ คาทง้ั นั้น”
๒. การตงั้ คาํ ถาม ตอบคําถามจากเน้ือเรอ่ื ง “ผักสมนุ ไพรใบหญา มีคุณคา ทงั้ นั้น”
๓. เขียนตามคาํ บอกไดถกู ตอ ง
กระบวนการจัดการเรียนรู
ขัน้ ที่ ๑ ครูเขียนคําใหมในบทเรียนบนกระดาน ใหนักเรียนทุกคนอานออกเสียงตามครูพรอมกัน
จากน้ันสนทนากันเก่ียวกับความหมายของแตล ะคาํ และเขียนตามคําบอกอยางนอ ย ๑๕ – ๒๐ คํา
ข้นั ที่ ๒ ครแู ละนกั เรียนตั้งจดุ ประสงคในการอานในใจรวมกนั
- อา นในใจแลว ตอบคาํ ถามได
- อา นในใจแลวสรุปขอ คดิ จากเร่ืองทอ่ี าน
ขั้นท่ี ๓ นักเรียนอา นในใจเรือ่ ง “ผกั สมุนไพรใบหญามีคุณคาทั้งนั้น” จากหนังสือเรียนภาษาพาที ครู
สงั เกตพฤตกิ รรมการอานในใจและสนทนาสรุปความรทู ่ไี ดจากการอา นเนือ้ รว มกันในใจ จากนัน้ ชว ยกนั สรุปเรื่อง
โดยเลขานุการกลมุ เขยี นบทสรุปของเรอื่ งเพอ่ื เลา เร่อื งทหี่ นาช้ันเรียน
ขั้นท่ี ๔ นกั เรยี นสงตวั แทนเลาเรอ่ื งโดยยอทห่ี นา ชัน้ เรยี น และตัง้ คาํ ถามจากเรอื่ งใหเ พอ่ื นตอบ คนละ
๑ - ๒ คําถาม
สือ่ / แหลง เรยี นรู
- หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๔
วัดผลประเมินผล
๑. วิธีการประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
๒. เคร่อื งมอื ทใี่ ชใ นการประเมิน
- แบบการสงั เกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑการประเมนิ
- นักเรยี นผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๒
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๔
หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๔ เรื่อง ผกั สมุนไพรใบหญาฯ เวลา ๘ ช่ัวโมง
เร่ือง การอา นออกเสยี ง เวลา ๑ ชวั่ โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรูและความคิดไปใชตัดสินใจแกปญหา และสรางวิสัยทัศน
ในการดาํ เนนิ ชีวติ และมีนิสยั รกั การอา น
ตวั ช้วี ดั
ท ๑.๑ ป.๔/๓ อานเรือ่ งสน้ั ๆ ตามเวลาท่กี าํ หนดและตอบคาํ ถามจากเรื่องทอ่ี า น
สาระสําคญั
การอา นออกเสียง การอธบิ ายความหมายของคํา ประโยคและขอ ความไดอยางถูกตอง ผูอานตองรูและ
เขาใจ จงึ จะสามารถสือ่ สารกับผอู น่ื ไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
จุดประสงคการเรยี นรู
๑. อา นออกเสียงคํายากไดถ กู ตอง ชดั เจน
๒. อานประโยคในบทเรียนไดถ ูกตอ ง
๓. อา นออกเสียงในบทเรียนไดถกู ตอง
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรียนรู
๑. อา นออกเสยี งเรอ่ื ง “ผกั สมุนไพรใบหญาใหค ณุ คา ทั้งนน้ั ”
๒. การวเิ คราะหเรือ่ ง “ผักสมนุ ไพรใบหญา ใหคณุ คาทงั้ นัน้ ”
กระบวนการจัดการเรยี นรู
ขน้ั ที่ ๑ นักเรยี นแบงกลมุ ออกเปนกลมุ ละ ๔ – ๕ คน
ขัน้ ท่ี ๒ ใหนักเรียนแตละกลุมอานออกเสียงกลุมละ ๑ ยอหนา โดยอานตอกันจนจบเร่ือง “ ผัก
สมุนไพรใบหญา ใหค ณุ คา ท้งั นนั้ ” ถายงั อานไมค รบทกุ กลุมเร่มิ อานตั้งแตตน เรอ่ื งอกี คร้ัง จากน้ันจัดประกวดการ
อานออกเสยี ง โดยใหแตละกลุมสงตัวแทนเขาประกวดกลุมละ ๑ คน นักเรียนและครูรวมกันประเมินและ
ตดั สิน
ข้นั ท่ี ๓ ครเู สนอแนะเพิ่มเติม แลวยกตัวอยางการอานท่ีถูกตองไพเราะ และใหกําลังใจนักเรียนที่ยัง
อา นไมคลอง (อาจจดั กิจกรรมเพือ่ นชว ยเพือ่ นไดใ นเวลาวาง)
ข้นั ที่ ๔ นกั เรียนรวมกันอภิปรายสรุปขอคดิ ที่ไดจ ากบทเรียนดังนี้
- การใชเ วลาวางใหเ ปน ประโยชนโ ดยการหารายไดในระหวา งเรยี นเพ่ือชว ยเหลือครอบครัว
ฝก ความรับผิดชอบ ขยนั หม่นั เพียร มีวินัยในตนเอง
- การปลูกพืชผักพ้ืนบา นและสมนุ ไพรทมี่ ีประโยชนต อสขุ ภาพรางหายเปนการปลูกฝงนิสัย
ใหตระหนักเกยี่ วกบั การรับประทานอาหารทม่ี ีคณุ คา ชวี ิต และประหยัดรายจายตามหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ขนั้ ท่ี ๕ นักเรยี นทําแบบฝก หัดท่ี ๓ ขอ ๑, ๒ เสรจ็ แลว ครูเฉลยบนกระดาน นักเรียนแลกเปลี่ยนกัน
ตรวจ
สอื่ / แหลง เรียนรู
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๔
๒. แบบฝก หดั รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๔
วดั ผลประเมินผล
๑. วิธกี ารประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒. เคร่อื งมอื ที่ใชใ นการประเมนิ
- แบบการสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกหดั
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผา นเกณฑการทําแบบฝกหัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๓
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๔
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๔ เรอ่ื ง ผักสมุนไพรใบหญา ฯ เวลา ๘ ช่ัวโมง
เรอื่ ง การวเิ คราะหบ ทเรียน เวลา ๒ ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดูอยางมี วิจารณญาณ และพูดแสดงความรู ความคิด ความรูสึกใน
โอกาสตาง ๆ อยา งมวี ิจารณญาณและสรา งสรรค
สาระสําคญั
การวเิ คราะหเร่อื ง เปนการพจิ ารณาสวนตางๆ ของเรือ่ ง เชน ขอเท็จจรงิ และขอคิดเห็น สวนดีและสวน
บกพรองของเนอ้ื เรือ่ ง จุดประสงคข องผูแ ตง ความเหมาะสมในการใชคํา ประโยค ขอความ ฯลฯ สรุปขอคิดท่ีได
จากเร่ือง สามารถนาํ ความรทู ไี่ ดรับไปใชประโยชนในชวี ิตประจําวนั
ตัวชีว้ ัด
ท ๓.๑ ป.๔/๑ จาํ แนกขอ เท็จจริงและขอ คิดเห็นจากเร่ืองทฟ่ี งและดู
จดุ ประสงคการเรยี นรู
๑. นกั เรยี นบอกเน้ือหาสาระในบทเรยี นได
๒. นกั เรยี นวเิ คราะหแ ละแสดงความคิดเห็นในบทเรียนได
๓. นกั เรยี นนาํ ขอคิดจากเรือ่ งมาใชในชวี ติ ประจาํ วันได
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยูอยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
๑. การวิเคราะหและแสดงความคดิ เหน็ ตอบทเรียน
๒. การสรุปเนื้อหาในบทเรยี น
๓. การนาํ ขอคดิ จากบทเรยี นมาประยุกตใช
กระบวนการจดั การเรยี นรู
ขนั้ ที่ ๑ นักเรียนและครชู วยกนั ทบทวนบทเรยี นเรือ่ งในช่ัวโมงทแ่ี ลว
ขัน้ ที่ ๒ แบงกลุมนักเรยี นเปนกลมุ ๆ ละ ๓ - ๔ คน เลือกประธานและเลขานุการกลุม
ข้นั ที่ ๓ นักเรยี นชว ยกันสํารวจวาผกั ชนดิ ใดทน่ี กั เรยี นและเพือ่ นในหอ งเรียนชอบรับประทานมากท่ีสุด
นํามาจดั เรียงลําดับชนิดของผกั
ขั้นท่ี ๔ นักเรียนทุกคนเขียนชื่อผักที่ชอบรับประทานท่ีนักเรียนชอบอยางนอย ๕ ชื่อ พรอมทั้งวาด
ภาพประกอบและเขยี นประโยชนของผักน้ันๆ โดยคนควาจากหองสมุด และแหลงเรียนรูตางๆ แลวออกมาพูด
นาํ เสนอหนา ชัน้ เรยี น
ข้ันท่ี ๕ นกั เรยี นและครูรวมกนั สรุปเน้อื หาบทเรียน และบอกขอคิดทไี่ ดร ับจากเรือ่ ง
สื่อ / แหลง เรียนรู
- หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๔
วดั ผลประเมินผล
๑. วธิ ีการประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เคร่ืองมือท่ีใชใ นการประเมิน
- แบบการสงั เกตพฤตกิ รรม
- ผลงาน
๓. เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผานเกณฑก ารทําผลงาน รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๔
กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที่ ๔
หนว ยการเรียนรูท ่ี ๔ เรอื่ ง ผักสมนุ ไพรใบหญาฯ เวลา ๘ ชว่ั โมง
เรื่อง มาตราตวั สะกด เวลา ๒ ช่วั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภมู ปิ ญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ขิ องชาติ
สาระสาํ คัญ
มาตราตัวสะกด เปน พ้ืนฐานสาํ คญั ในการเรยี นรูภาษาไทย การเขยี นสะกดคาํ ไดถ ูกตอ งจะทําใหผูสงสาร
และผูรบั สารเขา ใจความหมายตรงกัน กอ ใหเ กดิ ประโยชนตอการนําไปใชในชวี ติ ประจาํ วนั ทง้ั ดานการฟง การพูด
การอาน และการเขยี น
ตวั ชว้ี ัด
ท ๔.๑ ป.๔/๑ สะกดคําและบอกความหมายของคาํ ในบรบิ ทตา งๆ
จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรียนบอกมาตราตวั สะกดในภาษาไทยได
๒. เขียนคาํ ไดถูกตองตามมาตรา ตัวสะกด
๓. นกั เรียนอา นคาํ ท่สี ะกดดวยมาตราตวั สะกดตางๆได
คุณลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยูอยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
๑. มาตราตวั สะกด แมกน แมกก แมก ด แมกบ
๒. การอานคาํ และเขยี นคํา
กระบวนการจดั การเรียนรู
ขน้ั ท่ี ๑ ตัวแทนนกั เรียนออกไปเขยี นชอ่ื ส่งิ ของบนกระดานดํา แลวรวมกันทบทวนความรูเดิม โดยครู
ถามนักเรียนวา ช่ือของนกั เรยี นคนใดสะกดดว ยมาตราตวั สะกด แมกน แมกก แมก ด แมก บ บา ง
ขัน้ ท่ี ๒ แบงกลุมนักเรยี นเปน ๔ กลมุ เลอื กประธานและเลขานุการกลุม
ขน้ั ที่ ๓ นักเรียนรับกระดาษเปลาจากครูกลุมละ ๑ แผน ครูใหเวลา ๕ นาที ใหทุกกลุมเขียน
คาํ ศัพทที่เกนิ ๒ พยางค จาก เรื่อง “ผักสมุนไพรใบหญามีคุณคา ทงั้ นั้น” ใหไ ดมากท่ีสดุ พอหมดเวลาใหแตละ
กลุม นบั ดูคําศัพทที่เขยี นไดว ามีท้งั หมดกคี่ ํา
ขัน้ ที่ ๔ ใหนักเรียนแตละกลุมบอกตัวสะกดในคําศัพทที่เขียนไดวาแตละคําสะกดดวยพยัญชนะตัว
ใดบาง จากนั้นครูใหนักเรียนศึกษา เรื่องมาตราตัวสะกด จากหนังสือภาษาพาที แลวสํารวจดูวาตัวสะกดใน
คาํ ศพั ทของกลุมของตนเองอยูในมาตราแมส ะกดใดบาง แยกออกเปนคําๆ แลว สงตัวแทนออกมารายงานหนาชั้น
เรยี น
ข้ันท่ี ๕ นักเรียนทําแบบฝก หดั ชดุ ที่ ๓ ขอ ๓ (๑ – ๓) เสร็จแลวนาํ สงครู
สื่อ / แหลงเรียนรู
๑. หนงั สอื เรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๔
๒. แบบฝก หดั รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวิต ทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๔
วดั ผลประเมินผล
๑. วธิ ีการประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒. เครอ่ื งมือทีใ่ ชใ นการประเมนิ
- แบบการสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกหัด
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรียนผานเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารทําแบบฝกหัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๕
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๔
หนว ยการเรยี นรูที่ ๔ เรอ่ื ง ผกั สมนุ ไพรใบหญา ฯ เวลา ๘ ชั่วโมง
เร่อื ง คําที่ประวิสรรชนยี แ ละไมประวิสรรชนีย เวลา ๑ ช่ัวโมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปน สมบัติของชาติ
สาระสําคัญ
การอานและเขียนท่ีถูกตองเปนการเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารใหสูงขึ้น การอานการเขียนแตง
ประโยคคาํ ที่ออกเสยี ง อะ ทีป่ ระและไมป ระวสิ รรชนยี เ ปน พ้ืนฐานท่สี าํ คัญในการใชภาษาไทย
ตัวชว้ี ัด
ท ๔.๑ ป. /๑ สะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ ในบรบิ ทตางๆ
จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. อานคําทที่ ป่ี ระและไมป ระวสิ รรชนยี ได
๒. เขียนคาํ ท่ีทป่ี ระและไมประวสิ รรชนียไ ด
๓. แตง ประโยคคาํ ท่อี อกเสียง อะ ที่ประและไมป ระวิสรรชนยี ได
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยูอ ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
๑. การอา นและเขยี นคําทไี่ มประวิสรรชนีย
๒. การแตง ประโยคดวยคําทไี่ มประวิสรรชนีย
กระบวนการจดั การเรยี นรู
ขั้นที่ ๑ ใหอาสาสมัครนักเรียน ๒ คน คนที่ ๑ ใสหนากากเสือ คนท่ี ๒ ใสหนากากลิง (เปนฝาย
เดยี วกับเพอื่ นๆ ทกุ คนในชั้นเรียน)
ขน้ั ที่ ๒ ฝา ยเสือตดิ แผนภูมิบนกระดานดํา
ธรุ ? พร ?
ม? ร? ป ?ท ?
ต ? ปู กร ? ท ?
ขนั้ ที่ ๓ ลงิ และเสือสนทนากนั ดงั นี้
เสือ : วันนเี้ รามปี ญ หามาถาม เพอ่ื นลงิ ทกุ ๆตัว ทานวา เพื่อนทราบไหมเอยทุกๆ คําที่มี
เคร่ืองหมายปรัศนียตอ งเติมอะไร
ลิง : สระอะ
เสือ : เติมสระอะแลวออกเสียงทีละคําซิ
ลงิ : ธุระ มะระ ตะปู พระ ปะทะ กระทะ
เสือ : เกง จรงิ ๆ นะจะบอกให สระ - ะ มชี อื่ วา วิสรรชนยี
ขั้นท่ี ๔ นักเรยี นอา นออกเสียงคําทีป่ ระวิสรรชนียและไมประวิสรรชนยี จากหนงั สอื เรยี น แลวชวยกัน
อภิปรายสรุป
ขั้นท่ี ๕ แบง นกั เรยี นเปน ๒ กลุม แขงขนั กันเขยี นคาํ ตามบตั รภาพ
กลุมที่ ๑ กลมุ ที่ ๒
๑. กระโปรง ๖. ขนมเคก
๒. ตะกรา ๗. ใบหญา
๓. มะละกอ ๘. สมดุ
๔. สะพาน ๙. แมลง
๕. กระเปา ๑๐. โทรทศั น
ขนั้ ที่ ๖ นกั เรียนชว ยกนั แตงประโยคจากคําในบัตรภาพดว ยปากเปลา
ขั้นที่ ๗ นักเรียนและครูรวมกันอภิปรายคําที่ประวิสรรชนียและไมประวิสรรชนีย แลวทําแบบฝกหัด
ทักษะภาษา แบบฝกหดั ท่ี ๓ ขอ ๓ (๕)
ส่ือ/ แหลง เรียนรู
๑. บัตรภาพ
๒. หนากากเสอื หนากากลิง
๓. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๔
๔. แบบฝก หัด รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ิต ทักษะภาษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๔
วดั ผลประเมนิ ผล
๑. วิธกี ารประเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒. เครือ่ งมอื ท่ใี ชในการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝกหดั
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผานเกณฑการทําแบบฝก หัด รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๖
กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๔
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๔ เร่ือง ผกั สมุนไพรใบหญา ฯ เวลา ๘ ชัว่ โมง
เรือ่ ง การใชไมยมก เวลา ๑ ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมิปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปน สมบัติของชาติ
สาระสาํ คัญ
การรูการใชเครื่องหมายไมยมก (ๆ) ในการอานและเขียนสามารถทําหาการสื่อสารไดถูกตองตาม
ความหมาย
ตัวช้วี ัด มาตรฐาน
ท ๔.๑ ป.๔/๑ สะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ ในบริบทตางๆ
จุดประสงคการเรียนรู
๑. นกั เรยี นเลอื กใชคําซํา้ และไมยมกได
๒. นักเรียนบอกหลักการใชไ มย มกได
๓. นกั เรยี นใชคาํ และขอความไดถูกตอ งตามบริบท
คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
๑. การใชไมยมก
๒. การเลือกใชคําและขอ ความ
กระบวนการจัดการเรยี นรู
ข้นั ท่ี ๑ ครูใหนักเรียนเลนเกมพรายกระซิบ โดยใหแตละกลุมเรียงเปนแถว ครูแจกกระดาษท่ีมี
ขอความใหคนแรก ของแตละกลุม จากน้ันใหคนแรกกระซิบที่หูบอกขอความนั้นใหคนตอไป และคนที่ไดฟง
ขอ ความที่กระซิบมาใหกระซิบบอกกับคนตอไปเรื่อยๆ จนถึงคนสุดทายใหว่ิงออกมาเขียนขอความที่ไดยินบน
กระดาน กลมุ ใดเขยี นขอ ความไดค รบถวนถกู ตองมากกวา เปน ฝายชนะ
ขน้ั ท่ี ๒ นกั เรียนดูประโยค แลว สนทนาดังนี้
- ประโยค “แดงคดิ ไปตางๆ นานา อานวา อยา งไร”
- เครื่องหมาย “ๆ” ในประโยคนีเ้ รยี กวา อะไร
ขน้ั ที่ ๓ นักเรยี นอา นความรูทางภาษาเร่อื งคําทใ่ี ชไ มย มก จากหนงั สอื เรยี น ภาษาพาที
ขน้ั ที่ ๔ นกั เรยี นและครรู ว มกนั อภิปราย เรือ่ งการใชไ มย มก แลว ใหน ักเรียนคิดคําท่ีใชไมยมกมาอยาง
นอ ยคนละ ๕ คาํ แลวรวบรวมเขียนลงสมดุ
ขน้ั ท่ี ๕ นกั เรยี นทําแบบฝก หดั ทกั ษะภาษา แบบฝกหัดท่ี ๓ ขอ ๖
สอ่ื / แหลงเรยี นรู
๑. เกมพรายกระซิบ
๒. หนงั สือเรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๔
๓. แบบฝกหดั รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวิต ทกั ษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๔
วัดผลประเมินผล
๑. วธิ ีการประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒. เคร่ืองมอื ท่ใี ชในการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝกหดั
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผา นเกณฑการทําแบบฝกหดั รอยละ ๗๕ – ๘๐