บทที่ 1 แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับสื่อทางสุขภาพ สังคมในปัจจุบันเป็นสังคมแห่งการแข่งขันและมีการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ประชาชนมีความ ตื่นตัวในด้านการศึกษาหาความรู้ทางสุขภาพจากสื่อเทคโนโลยี ด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่มากมายความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความส าคัญต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน การให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขภาพตลอดจนวิธีการสร้าง เสริมสุขภาพและวิธีป้องกันโรค การให้ความรู้ด้านสุขภาพนั้นเป็นวิธีการหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเน้นให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีต่อสุขภาพ มีทักษะการปฏิบัติตัวด้านสุขภาพ ที่ดี ความหมายของสื่อ สื่อ (Media) หมายถึง ตัวกลางที่ใช้ถ่ายทอดหรือน าข้อมูลข่าวสารหรือความรู้ในลักษณะ ต่าง ๆ จากผู้ส่งไปยังผู้รับ ให้เข้าใจความหมายได้ตรงกัน ในการเรียนการสอน สื่อที่ใช้เป็นตัวกลางน า ความรู้ในกระบวนการสื่อความหมายระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน เรียกว่าสื่อการเรียนการสอน (Instructional Media) สื่อการเรียนการสอน หมายถึง ตัวกลางหรือช่องทางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งความรู้ไปสู่ผู้เรียน และท าให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อกิจกรรม หมายถึง สื่อที่ผลิตขึ้นโดยมีลักษณะเฉพาะเพื่อใช้ในงานหรือโครงการโดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม 2. ประเภทของสื่อ 2.1 สื่อการเรียนการสอนแบ่งตามคุณลักษณะ ได้ 4 ประเภทคือ 2.1.1 สื่อประเภทวัสดุ ได้แก่สไลด์แผ่นใส เอกสาร ต ารา สารเคมีสิ่งพิมพ์ ต่าง ๆ และคู่มือการฝึกปฏิบัติ 2.1.2 สื่อประเภทอุปกรณ์ได้แก่ของจริง หุ่นจ าลอง เครื่องเล่นเทปเสียง เครื่องเล่นวีดิทัศน์เครื่องฉายแผ่นใส อุปกรณ์และเครื่องมือในห้องปฏิบัติการ 2.1.3 สื่อประเภทเทคนิคหรือวิธีการ ได้แก่การสาธิต การอภิปรายกลุ่ม การ ฝึกปฏิบัติการฝึกงานการจัดนิทรรศการ และสถานการณ์จ าลอง
2 2.1.4 สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ได้แก่คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) การ น าเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer presentation) การใช้ Intranet และ Internet เพื่อการ สื่อสาร (Electronic mail: E-mail) และการใช้ WWW (World Wide Web) 2.2 สื่อการเรียนการสอนจ าแนกตามประสบการณ์ (Dale’s Cone of Experience) 2.2.1 ประสบการณ์ตรงและมีความมุ่งหมาย ประสบการณ์ขั้นนี้เป็น รากฐานส าคัญของการศึกษาทั้งปวง เป็นประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้รับมาจากความเป็นจริงและด้วย ตัวเองโดยตรง ผู้รับประสบการณ์นี้จะได้เห็น ได้จับ ได้ท า ได้รู้สึก และได้ดมกลิ่นจากของจริง ดังนั้น สื่อการสอนที่ไห้ประสบการณ์การเรียนรู้ในขั้นนี้ก็คือของจริงหรือ ความเป็นจริงในชีวิตของคนเรา นั่นเอง 2.2.2 ประสบการณ์จ าลอง เป็นที่ยอมรับกันว่าศาสตร์ต่างๆ ในโลก มีมาก เกินกว่าที่จะเรียนรู้ได้หมดสิ้นจากประสบการณ์ตรงในชีวิต บางกรณีก็อยู่ในอดีต หรือซับซ้อนเร้นลับ หรือเป็นอันตรายไม่สะดวกต่อการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จึงได้มีการจ าลองสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมา เพื่อการศึกษาของจ าลองบางอย่างอาจจะเรียนได้ง่ายกว่าและสะดวกกว่า 2.2.3 ประสบการณ์นาฏการ ประสบการณ์ต่าง ๆ ของคนเรานั้นมีหลายสิ่ง หลายอย่างที่เราไม่สามารถประสบได้ด้วยตนเอง เช่น เหตุการณ์ในอดีต เรื่องราวในวรรณคดีการเรียน ในเรื่องที่มีปัญหาเกี่ยวกับสถานที่ หรือเรื่องธรรมชาติที่เป็นนามธรรม การแสดงละครจะช่วยไปให้เรา ได้เข้าไปใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด เช่น ฉาก เครื่องแต่งตัว เครื่องมือ หุ่นต่าง ๆ เป็นต้น 2.2.4 การสาธิต การสาธิตคือ การอธิบายถึงข้อเท็จจริงหรือแบ่งความคิด หรือกระบวนการต่างๆให้ผู้ฟังแลเห็นไปด้วย เช่น ครูวิทยาศาสตร์เตรียมก๊าซออกซิเจนให้นักเรียนดูก็ เป็นการสาธิต การสาธิตก็เหมือนกับนาฏการ หรือการศึกษานอกสถานที่ เราถือเป็นสื่อการสอนอย่าง หนึ่ง ซึ่งในการสาธิตนี้อาจรวมเอาสิ่งของที่ใช้ประกอบหลายอย่าง นับตั้งแต่ของจริงไปจนถึงตัวหนังสือ หรือค าพูดเข้าไว้ด้วยแต่เราไม่เพ่งเล็งถึงสิ่งเหล่านี้เราจะให้ความส าคัญกับกระบวนการทั้งหมดที่ผู้เรียน จะต้องเฝ้าสังเกตอยู่โดยตลอด 2.2.5 การศึกษานอกสถานที่ การพานักเรียนไปศึกษานอกสถานที่ เป็นการ สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตเพื่อให้นักเรียนได้เรียนจากแหล่งข้อมูล แหล่งความรู้ที่มีอยู่จริงภายนอก ห้องเรียน ดังนั้นการศึกษานอกสถานที่จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่เป็นสื่อกลางให้นักเรียน ได้เรียนจากของ จริง 2.2.6 นิทรรศการ นิทรรศการมีความหมายที่กว้างขวาง เพราะหมายถึง การจัดแสดงสิ่งต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชม ดังนั้นนิทรรศการจึงเป็นการรวมสื่อต่าง ๆ มากมายหลาย ชนิด การจัดนิทรรศการที่ให้ผู้เรียนมามีส่วนร่วมในการจัด จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีโอกาสคิด สร้างสรรค์มีส่วนร่วม และได้รับข้อมูลย้อนกลับด้วยตัวของเขาเอง
3 2.2.7 โทรทัศน์และภาพยนตร์โทรทัศน์เป็นสื่อการสอนที่มีบทบาทมากใน ปัจจุบัน เพราะได้เห็นทั้งภาพและได้ยินเสียงในเวลาเดียวกัน และยังสามารถแพร่และถ่ายทอด เหตุการณ์ที่ก าลังเกิดขึ้นได้ด้วยนอกจากนั้นโทรทัศน์ยังมีหลายรูปแบบ เช่น โทรทัศน์วงจรปิด ซึ่ง โรงเรียนสามารถน ามาใช้ในการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ยังมีโทรทัศน์วงจรปิด ที่เอื้อ ประโยชน์ต่อการศึกษาอย่างกว้างขวางภาพยนตร์เป็นสื่อที่จ าลองเหตุการณ์มาให้ผู้ชมหรือผู้เรียนได้ดู และได้ฟัง อย่างใกล้เคียงกับความจริงแต่ไม่สามารถถ่ายทอดเหตุการณ์ที่ก าลังเกิดขึ้นได้ถึงอย่างไรก็ ตามภาพยนตร์ก็ยังนับว่าเป็นสื่อที่มีบทบาทมากในการเรียนการสอน เช่นเดียวกันกับโทรทัศน์ 2.2.8 ภาพนิ่ง การบันทึกเสียง และวิทยุ ภาพนิ่ง ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพวาด ซึ่งมีทั้งภาพทึบแสงและโปร่งแสง ภาพทึบแสงคือรูปถ่าย ภาพวาด หรือภาพในสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ส่วน ภาพนิ่งโปร่งใสหมายถึงสไลด์ฟิล์มสตริป ภาพโปร่งใสที่ใช้กับเครื่องฉายวัสดุโปร่งใส เป็นต้น ภาพนิ่ง สามารถจ าลองความเป็นจริงมาให้เราศึกษาบนจอได้การบันทึกเสียง ได้แก่ แผ่นเสียงและเครื่องเล่น แผ่นเสียง เทปและเครื่องบันทึกเสียง และเครื่องขยายเสียงตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเสียง ซึ่ง นอกจากจะสามารถน ามาใช้อย่างอิสระในการเรียนการสอนด้วยแล้ว ยังใช้กับรายการวิทยุและ กิจกรรมการศึกษาอื่น ๆ ได้ด้วยส่วนวิทยุนั้น ปัจจุบันที่ยอมรับกันแล้วว่า ช่วยการศึกษาและการเรียน การสอนได้มาก ซึ่งไม่จ ากัดอยู่แต่เพียงวิทยุโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงวิทยุทั่วไปอีกด้วย 2.2.9 ทัศนสัญลักษณ์สื่อการสอนประเภททัศนสัญลักษณ์นี้ มีมากมาย หลายชนิด เช่น แผนภูมิแผนภาพ แผนที่ แผนผัง ภาพโฆษณา การ์ตูน เป็นต้น สื่อเหล่านี้เป็นสื่อที่มี ลักษณะเป็นสัญลักษณ์ส าหรับถ่ายทอดความหมายให้เข้าใจได้รวดเร็วขึ้น 2.2.10 วัจนสัญลักษณ์สื่อขั้นนี้เป็นสื่อที่จัดว่า เป็นขั้นที่เป็นนามธรรมมาก ที่สุด ซึ่งได้แก่ ตัวหนังสือหรืออักษร สัญลักษณ์ทางค าพูดที่เป็นเสียงพูด ความเป็นรูปธรรมของสื่อ ประเภทนี้จะไม่คงเหลืออยู่เลยอย่างไรก็ดีถึงแม้สื่อประเภทนี้จะมีลักษณะที่เป็นนามธรรมที่สุดก็ตาม เราก็ใช้ประโยชน์จากสื่อประเภทนี้มาก เพราะต้องใช้ในการสื่อความหมายอยู่ตลอดเวลา 2.3 สื่อการเรียนการสอนจ าแนกตามคุณสมบัติWilbure Young ได้จัดแบ่งไว้ดังนี้ 2.3.1 ทัศนวัสดุ (Visual Materials) เช่น กระดานด า กระดานผ้าส าลี) แผนภูมิรูปภาพฟิล์มสตริป สไลด์ฯลฯ 2.3.2 โสตวัสดุ (Audio Materisls ) เช่น เครื่องบันทึกเสียง (Tape Recorder) เครื่องรับวิทยุห้องปฏิบัติการทางภาษา ระบบขยายเสียง ฯลฯ 2.3.3 โสตทัศนวัสดุ (Audio Visual Materials) เช่น ภาพยนตร์โทรทัศน์ ฯลฯ 2.3.4 เครื่องมือหรืออุปกรณ์ (Equipments) เช่น เครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องฉายฟิล์มสตริปเครื่องฉายสไลด์
4 2.3.5 กิจกรรมต่าง ๆ (Activities )เช่น นิทรรศการ การสาธิต ทัศนศึกษา ฯลฯ 2.4 สื่อการเรียนการสอนจ าแนกตามรูปแบบ (Form) Louis Shores ได้แบ่ง ประเภทสื่อการสอนตามรูปแบบไว้ดังนี้ 2.4.1 สิ่งตีพิมพ์ (Printed Materials) เช่น หนังสือแบบเรียน เอกสารการ สอน ฯลฯ 2.4.2 วัสดุกกราฟิก เช่น แผนภูมิ ( Charts) แผนสถิติ (Graph) แผนภาพ (Diagram) ฯลฯ 2.4.3 วัสดุฉายและเครื่องฉาย (Projected Materials and Equipment) เช่น ภาพยนตร์สไลด์ฯลฯ 2.4.4 วัสดุถ่ายทอดเสียง (Transmission) เช่น วิทยุ เครื่องบันทึกเสียง 2.5 สื่อการเรียนการสอนตามลักษณะและการใช้ในทางเทคโนโลยีการศึกษา 2.5.1 เครื่องมือหรืออุปกรณ์ (Hardware) หรือสื่อใหญ่ (Big Media) หมายถึง สิ่งที่เป็นอุปกรณ์ทางเทคนิคทั้งหลายที่ประกอบด้วยกลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งไม่ใช่ สิ่งสิ้นเปลือง ได้แก่ เครื่องฉายประเภทต่าง ๆ เช่น เครื่องฉายภาพยนตร์เครื่องฉายสไลด์เครื่องฉาย ภาพข้ามศีรษะ เครื่องฉายภาพจากคอมพิวเตอร์เครื่องรับโทรทัศน์เครื่องเล่นซีดี/ดีวีดีเครื่องเสียง รวมทั้งเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางเทคนิคอื่น ๆ ที่เป็นทางผ่านของความรู้เช่น เครื่องฉายจุลชีวะ เครื่อง คอมพิวเตอร์เป็นต้น 2.5.2 วัสดุ (Software) หรือสื่อเล็ก (Small Media) ซึ่งเป็นวัสดุที่เก็บ ความรู้ในลักษณะของภาพเสียง และตัวอักษร ในรูปแบบต่าง ๆ โดยจ าแนกได้ 2 ประเภทคือ ก. วัสดุที่ต้องอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์ (Hardware) เพื่อการน าเสนอ เรื่องราว ข้อมูลหรือความรู้ออกมาสื่อความหมายแก่ผู้เรียน ได้แก่ ฟิล์ม แผ่นใส เทปบันทึกเสียง แผ่น ซีดี/ดีวีดีวัสดุบันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นต้น ข. วัสดุที่เสนอความรู้ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ ใด ๆ เช่น เอกสารต ารา หนังสือ คู่มือ รูปภาพ แผนภาพ ของจริง ของตัวอย่าง หุ่นจ าลอง เป็นต้น 2.5.3 เทคนิคหรือวิธีการ (Techniques or Methods) การสื่อความหมาย ในการเรียนการสอนบางครั้งไม่อาจท าได้ด้วยเครื่องมืออุปกรณ์หรือวัสดุแต่จะต้องอาศัยเทคนิคหรือ วิธีการ เพื่อการให้เกิดการเรียนรู้หรือใช้ทั้งวัสดุอุปกรณ์และวิธีการไปพร้อม ๆ กัน แต่เน้นที่วิธีการเป็น ส าคัญ เช่น การสาธิตประกอบการใช้เครื่องมือเครื่องจักร การทดลอง การแสดงบทบาท การศึกษา นอกสถานที่ การจัดนิทรรศการ เป็นต้น ดังนั้นเทคนิคหรือวิธีการต่าง ๆ ดังกล่าว จึงจัดว่าเป็นสื่อการ เรียนการสอนอีกประเภทหนึ่ง แต่สื่อประเภทนี้มักจะใช้ร่วมกับสื่อ 2 ประเภทแรก จึงจะได้ผลดี
5 ความส าคัญของการเผยแพร่สารสนเทศด้านสุขภาพ มนุษย์จะสามารถด ารงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุขจะต้องมีสภาวะสุขภาพที่สมบูรณ์ มีพฤติกรรม สุขภาพที่ถูกต้อง ซึ่งต้องเรียนรู้วิธีปฏิบัติที่สร้างเสริมสุขภาพที่ดีอยู่ตลอดเวลา การเผยแพร่สารสนเทศ สุขภาพจึงเป็นการศึกษาตลอดชีวิตที่มีความส าคัญอย่างยิ่งต่อบุคคล ครอบครัวและชุมชน ซึ่งการ เผยแพร่สารสนเทศด้านสุขภาพมีความส าคัญดังนี้ 1. ความส าคัญต่อบุคลมีความจ าเป็นต่อการด าเนินชีวิตประจ าวัน ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพที่ เจ็บป่วยหรือมีสุขภาพดีหรือกลุ่มที่เสี่ยงต่อความเจ็บป่วย มุ่งที่การสร้างเสริมความมีชีวิตอันดี หรือการ มีคุณภาพชีวิตที่ดีนั่นเอง โดยมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมในการสร้างเสริมการมีสุขภาพที่ดี สามารถด ารงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุขและด้วยความพอใจ โดยต้องเรียนรู้เรื่องสุขภาพอนามัยตลอดชีวิต 2. ความส าคัญต่อครอบครัวและชุมชน การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง เหมาะสมของแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการสนับสนุนส่งเสริม ของสมาชิกในครอบครัว ตลอดจนสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออ านวยในชุมชนด้วย และสุขภาพอนามมัยของ ครอบครัวและชุมชนจะดีได้นั้น ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมสุขภาพของบุคคล ครอบครัว และชุมชนด้วย 3. ความส าคัญต่อผู้ให้บริการสุขภาพ บุคคลที่มีบทบาทในการให้ความรู้ด้านสุขภาพนั้นมีอยู่หลายกลุ่ม โดยเฉพาะพยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข ซึ่งเป็นบุคคลที่มีบทบาทส าคัญต่อการเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพขอบเขตของ การปฏิบัติพยาบาลขอบเขตหนึ่ง คือ การสอนเกี่ยวกับสุขภาพซึ่งเป็นบทบาทที่ส าคัญของพยาบาล เพราะข้อมูลข่าวสารเป็นปัจจัยส าคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองและการพึ่งพาตนเองของ ประชาชน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนและชุมชนมีการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และมีภาวะ สุขภาพที่ดี (Nies & McEwen,2015) 4. ความส าคัญต่อการบริหารงานสุขภาพ สถานบริการสุขภาพทุกระดับ จะต้องให้บริการสุขภาพ ที่มีผลต่อการสร้างเสริมสุขภาพและ การป้องกันความเจ็บป่วย กิจกรรมด้านการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันความเจ็บป่วย เป็น นโยบายส าคัญในการพัฒนาสาธารณสุขของประเทศ การเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพเป็นกิจกรรม ส าคัญในการปฏิบัติเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันความเจ็บป่วย ดังนั้น สถานบริการสุขภาพ ต้องจัดให้มีการให้ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพแก่ผู้ป่วยและประชาชนเพื่อสนองตอบต่อนโยบาย สาธารณสุขของประเทศ ดังจะเห็นได้จากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดการเจ็บป่วยมีปริมาณ สูงมากขึ้น ถ้าหากว่าการให้ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพเกิดผลดีต่อการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกัน โรค และการฟื้นฟูสภาพแล้วย่อมมีผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริการสุขภาพลดลง
6 5. ความส าคัญต่อการพัฒนาประเทศ การที่มนุษย์ได้รับสารสนเทศด้านสุขภาพท าาให้มนุษย์มีสุขภาพที่ดี สามารถท าางาน หรือ ประกอบอาชีพได้อย่างราบรื่นนั้นเท่ากับเป็นการสร้างความมีคุณภาพชีวิตที่ดีนั่นเอง ซึ่งเกิดผลดีต่อ ตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศชาติ ส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม ของประเทศด้วย วัตถุประสงค์ของการเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพ การเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพเป็นวิธีการที่ท าาให้ประชาชนได้รู้จักการสร้างเสริมสุขภาพ และการป้องกันความเจ็บป่วยสร้างทัศนคติต่อสุขภาพและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพไปในทางที่ดี ท าาให้บุคคลได้เปลี่ยนแปลงความรู้ ทัศนคติและการปฏิบัติทางด้านสุขภาพ ดังนั้นการเผยแพร่ สารสนเทศสุขภาพจึงมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์, 2556) 1. มุ่งสร้างเสริมให้บุคคลมีสุขภาพดีทั้งด้านร่างกายจิตใจและสังคม 2. มุ่งสร้างเสริมให้ครอบครัวและชุมชนมีสุขภาพดีการที่บุคคลเพียงคนเดียวมีสุขภาพดียังไม่ เป็นการเพียงพอ ครอบครัวทั้งครอบครัวต้องมีสุขภาพดีด้วย และต้องให้ชุมชนมีสุขภาพดีด้วย 3. มุ่งให้บุคคลเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านพฤติกรรมสุขภาพ 3 ด้าน คือ ด้านความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติ 4. เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในเรื่องสุขภาพ ซึ่งสามารถตอบสนอง โดยการ ให้ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ 5. เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชน โดยการให้ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพแก่ประชาชน ให้ ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชน 6. เพื่อลดจ านวนประชาชนที่ไปปรึกษาปัญหาที่เกี่ยวกับสุขภาพที่สถานบริการสาธารณสุข 7. เพื่อลดจ านวนผู้ป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ ถ้าประชาชนได้รับสารสนเทศเกี่ยวกับการ ป้องกันโรค การแพร่กระจายโรคต่าง ๆ ที่ติดต่อไปยังผู้อื่นก็จะลดลงด้วย 8. เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพในระยะยาวของชุมชนเนื่องจากการเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพ เป็นมาตรการหนึ่งที่ใช้แก้ไขปัญหาสุขภาพของบุคคลหรือชุมชน ท าให้ปัญหาสุขภาพลดลงเนื่องจาก ประชาชนได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ สื่อส าหรับเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพ การเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพนั้น ควรใช้สื่อเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้ผู้รับเกิดความสนใจ เพราะสื่อจะดึงดูดความสนใจของผู้รับให้คล้อยตามและเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น การได้เห็นภาพหรือได้ยิน เสียงจากสื่อบางชนิด จะท าาให้ผู้รับจดจ าาเหตุการณ์เรื่องราวต่าง ๆ ได้ดีกว่าการไม่ใช้สื่อ สื่อส าาหรับ เผยแพร่สารสนเทศสุขภาพเป็นเครื่องมือส าคัญในการถ่ายทอดข่าวสารและความรู้ด้านสุขภาพจาก
7 ผู้เผยแพร่ความรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติที่ดี และการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมสุขภาพในทางที่ดี สื่อส าหรับเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพมีความส าคัญต่อกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งช่วยกระตุ้นความสนใจ เพิ่มการจดจ าาได้มากขึ้น ตลอดจนท าาให้เกิดความคิดและสามารถ แก้ปัญหาได้ ผู้เผยแพร่ความรู้ควรตระหนักถึงความส าคัญของสื่อที่ใช้ส าาหรับเผยแพร่ความรู้และ เลือกใช้สื่อให้เหมาะสม (บรรจง พลไชย, 2557) ความส าคัญของสื่อส าาหรับเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพ การเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพให้แก่ประชาชน จะต้องอาศัยเครื่องมือในการส่งสาร ซึ่งก็คือ การใช้สื่อเป็นตัวกลางหรือช่องทางในการเผยแพร่ สื่อส าาหรับเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพ จึงมี ความส าคัญดังนี้ 1. ช่วยให้รับสารสนเทศได้ในปริมาณที่มากขึ้นในเวลาที่จ าากัด 2. ท าาให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความเข้าใจในเรื่องยาก ๆ ให้เป็นเรื่องที่ง่าย ขึ้นในระยะเวลาอันสั้น 3. ช่วยให้เผยแพร่สารสนเทศได้ง่ายขึ้น 4. ช่วยกระตุ้นและสร้างความสนใจให้กับกลุ่มเป้าหมายท าาให้ติดตามสารสนเทศสุขภาพได้ อย่างต่อเนื่อง 5. ช่วยให้เกิดความน่าสนใจยิ่งขึ้น เกิดความ สนุกสนานในการเรียนรู้ 6. ช่วยส่งข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว 7. ช่วยในการน าาเสนอสารสนเทศสุขภาพไปสู่กลุ่มเป้าหมายโดยผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า 8. ช่วยให้เพิ่มการจดจ าาได้มากขึ้น สามารถใช้สื่อในการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ โดยการดูหรือ ฟังสื่อนั้นซ้ า ๆ ได้ตามต้องการ 9. ช่วยให้ผู้รับสารสนเทศสามารถเรียนรู้และค้นคว้าสารสนเทศสุขภาพได้ด้วยตนเอง ประเภทของสื่อส าหรับเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพ สื่อส าหรับเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพสู่กลุ่มเป้าหมายสามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้ 1. สื่อบุคคล หมายถึง ตัวบุคคลที่ท าาหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ สู่บุคคลอื่น จัดได้ว่าเป็น สื่อที่ได้รับความสนใจและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านการ โน้มน้าวจิตใจ และมีอิทธิพลส าคัญใน การเป็นตัวอย่างของผู้รับความรู้ด้านการปฏิบัติตัวเองให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้อื่นเลียนแบบ สื่อบุคคล ได้แก่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้น าชุมชน พระสงฆ์ ผู้น าาศาสนา อาสาสมัคร สาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน หมอพื้นบ้าน ครู
8 2. สื่อสิ่งพิมพ์เป็นสื่อที่มีความส าคัญและมีความจ าาเป็นอย่างยิ่งในการให้ความรู้ ความ เข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องสุขภาพอนามัย และเผยแพร่กิจกรรมการด าาเนินงานของหน่วยงาน เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจและสร้างภาพพจน์ที่ดีแก่ประชาชน สื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ ใบปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ จดหมายข่าว ภาพพลิก จุลสาร วารสาร และหนังสือ เป็นต้น 3. สื่อมวลชน หมายถึง ช่องทางที่สามารถสื่อสารให้เข้าถึงคนจ านวนมากที่มีความ หลากหลายได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หอกระจายข่าว เสียงตามสาย สถานีวิทยุชุมชน เป็นต้น 4. สื่ออิเล็กทรอนิกส์คือ สื่อเฉพาะกิจที่ผลิตออกมาในรูปแสง สีและเสียง เช่น เทป บันทึกเสียง วิดีทัศน์ ภาพยนตร์ เว็บไซต์ออนไลน์ เป็นต้น 5. สื่อพื้นบ้าน หมายถึง สื่อที่อาจเป็นบุคคล คณะบุคคลตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์เกี่ยวกับ การแสดงกิจกรรมและวัฒนธรรม โดยเป็นสื่อที่ชาวบ้านสร้างสรรค์ขึ้นและยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมา เช่น หมอล าา ลิเก เพลง ตลอดจนประเพณี และพิธีกรรมต่าง ๆ 6. สื่อกิจกรรม ได้แก่ การจัดแสดงขบวนแห่ การจัดรถเคลื่อนที่ การจัดสนทนากลุ่มตัวอย่าง การศึกษาของ จันทิราเพียรอดวงษ์, อุดมศักดิ์ มหาวีรวัฒน์ และ จุฬาภรณ์ โสตะ (2555)ที่ได้ศึกษา การพัฒนาการจัดการสุขภาพผู้สูงอายุ ต าบลคันธารราษฎร์อ าาเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม พบว่า ผู้สูงอายุได้รับความรู้ด้านสุขภาพจากการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ และจากกิจกรรมที่ได้ ถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนในระดับหมู่บ้านและการศึกษาของ วิไลวรรณ คมข าา, กฤษณา หงส์ทอง และ คมสัน แก้วระยะ (2555) ที่ได้ศึกษาภาวะสุขภาพและพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ต าบล ธงชัย อ าเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมกับทางชุมชนและ ได้รับข่าวสารทางด้านสุขภาพจากบุคลากรสุขภาพ ผู้เผยแพร่สารสนเทศสุขภาพจะเลือกใช้สื่อประเภทใด ในการเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพควรค านึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 1. สื่อต้องสัมพันธ์กับเนื้อหาและจุดมุ่งหมายที่จะถ่ายทอดไปยังกลุ่มเป้าหมาย 2. สื่อต้องเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย วัย ระดับการศึกษา และสภาพท้องถิ่น 3. สื่อต้องราคาไม่แพงจนเกินไป ถ้าจะผลิตเองควรคุ้มค่ากับการลงทุนและระยะเวลาที่ น าไปใช้ 4. สื่อต้องมีความสะดวกในการใช้ ผู้ใช้ต้องรู้จักการเก็บและบ ารุงรักษาให้ใช้งานได้ยาวนาน คุ้มค่าแก่การลงทุน 5. สื่อต้องมีคุณภาพและคุณลักษณะที่ท าให้ผู้รับสารสนเทศบรรลุวัตถุประสงค์ได้ 6. เลือกสื่อที่กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจ
9 7. สื่อต้องมีความน่าเชื่อถือ 8. สื่อต้องมีความเหมาะสมกับรูปแบบของการเผยแพร่สารสนเทศ เช่น เผยแพร่สารสนเทศ โดยวิธีการสาธิต สื่อที่ใช้ก็ควรจะเป็นตัวอย่างของจริงไม่ควรใช้รูปภาพ สรุป สื่อส าหรับเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพเป็นเครื่องมือส าคัญในการถ่ายทอดสารสนเทศสุขภาพ จากผู้ส่งไปยังผู้รับ ท าให้ผู้รับมีความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดี และมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สุขภาพในทางที่ดี สื่อส าหรับเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพนั้นมีความส าคัญต่อการเรียนรู้ของผู้รับ สารสนเทศ ช่วยเพิ่มการจดจ าได้มากขึ้น ท าให้เกิดความคิดและสามารถแก้ปัญหาได้ ดังนั้นผู้เผยแพร่ สารสนเทศจึงควรตระหนักถึงความส าคัญของสื่อและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสม ตัวอย่างของสื่อส าาหรับ เผยแพร่สารสนเทศสุขภาพ ได้แก่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจ าาหมู่บ้าน แผ่น พับ จดหมายข่าว จุลสาร วารสาร นิตยสาร หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และการจัดหน่วย เคลื่อนที่ อ้างอิง บรรจง พลไชย และ ณัติยา พรหมสาขา ณ สกลนคร. (มปป). สื่อส าหรับเผยแพร่สารสนเทศสุขภาพ. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม ฉบับการประชุมวิชาการครบรอบ 25 ปี.วิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนีนครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม หน้า 269-275.