The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ป.4 เทอม 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by meionjira29, 2023-06-19 20:56:56

แผนจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ป.4 เทอม 1

แผนจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ป.4 เทอม 1

ภาคเรียนที่..…1…../.................. ชื่อผู้สอน …………………………………………………….. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่……4..... จ านวน……5….คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่ ..……3…..… เรื่อง............ผักสมุนไพรใบหญ้า มีคุณค่าทั้งนั้น........... สัปดาห์ที่ 6 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 เขียนสื่อสารโดยใช้ค าได้ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 เขียนสื่อสารโดยใช้ค าได้ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติอธิบายข้อคิดจากการอ่านเพื่อน าไปใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 สะกดค าและบอกความหมายของค าในบริบทต่าง ๆ ตัวชี้วัดที่ ป 4/5 แต่งบทร้อยกรองและค าขวัญ มาตรฐานที่ ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและน ามา ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทานคติธรรม ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 อธิบายข้อคิดจากการอ่านเพื่อน าไปใช้ในชีวิตจริง 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหา ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ ค าขวัญ เป็นถ้อยค าที่แต่งขึ้น เพื่อเตือนใจหรือเพื่อเป็นสิริมงคล มีลักษณะเป็นการเชิญชวน หรือขอร้องให้ผู้อ่านหรือ ผู้ฟังยึดเป็นแนวในการปฏิบัติ ถ้อยค ามักมีความคล้องจอง หรือมีสัมผัสเป็นร้อยกรองสั้น ๆ เพื่อให้จดจ าขึ้นใจ อักษรคู่ อักษรเดี่ยว อักษรต่ าที่มีเสียงคู่กับอักษรสูง เรียกว่า อักษรคู่ อักษรต่ าที่ไม่มีเสียงคู่กับอักษรสูง เรียกว่า อักษร เดี่ยว การเรียนรู้จะช่วยให้น าไปใช้ได้ถูกต้อง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. รู้และเข้าใจลักษณะของค าขวัญ (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การเขียนและความหมายของอักษรคู่ – อักษรเดี่ยว (K) 4. อ่านเรื่องได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P) 5. เขียนค าขวัญให้ถูกต้อง (P)


6. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน (P) 7. อ่าน เขียนและน าค าที่มีไม้ยมก ไปใช้ได้ถูกต้อง (P) 8. เห็นความส าคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A) 9. กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. รู้และเข้าใจลักษณะของค าขวัญ (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การเขียนและความหมายของอักษรคู่ – อักษรเดี่ยว (K) 5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอ่าน จับใจความ น้ าผึ้งหยดเดียว การอ่านจับใจความ น้ าผึ้งหยดเดียว สาระส าคัญ การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของ ข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการ สื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับโคลงสี่สุภาพน้ าผึ้งหยดเดียว ในระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 โดยครูใช้ค าถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ -โคลงสี่สุภาพนี้มีใจความอย่างไร - เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดี - นักเรียนได้แง่คิดอะไรบ้าง 2. นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอ่านสรุปใจความ โดยใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - การอ่านสรุปใจความคืออะไร - นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ 3. นักเรียนเข้ากลุ่มอ่านในใจเรื่อง น้ าผึ้งหยดเดียว จากหนังสือวรรณคดีล าน า ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 โดยน าหลักการอ่านในใจมาใช้ ครูสังเกตการณ์อ่านของนักเรียนแต่ละคนว่า ปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักการอ่านหรือไม่ ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ คาบที่ 1


การเขียนค าขวัญ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มท ากิจกรรมวิเคราะห์ใจความส าคัญของเรื่อง น้ าผึ้งหยดเดียว 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนคิดว่าปัญหาทั้งหมดเริ่มจากอะไร - จากการศึกษาเรื่อง น้ าผึ้งหยดเดียว นักเรียนสามารถน าไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 6. นักเรียนท ากิจกรรมการถามตอบจากเรื่องที่ศึกษา โดยการตั้งค าถามกลุ่มละ 5 ข้อ 7. นักเรียนร่วมกันสรุปข้อคิดจากเรื่อง น้ าผึ้งหยดเดียว ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 8. นักเรียนน าเสนอการท ากิจกรรมในข้อที่ 6 โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่เรียกนักเรียนออกมา น าเสนอหน้าชั้นเรียนประมาณ 4-5 คน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร การเขียนค าขวัญ สาระส าคัญ ค าขวัญเป็นถ้อยค าที่แต่งขึ้น เพื่อเตือนใจหรือเพื่อเป็นสิริมงคล มีลักษณะเป็นการเชิญชวน หรือขอร้องให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังยึดเป็นแนวในการปฏิบัติ ถ้อยค ามักมีความคล้องจอง หรือมีสัมผัสเป็น ร้อยกรองสั้น ๆ เพื่อให้จดจ าขึ้นใจ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนอ่านค าขวัญแล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม - สิ่งที่นักเรียนอ่านเรียกว่าอะไร - นักเรียนคิดว่าในสถานการณ์ปัจจุบันควรเขียนค าขวัญเพื่อเตือนใจในเรื่องใด 2. นักเรียนศึกษาเรื่องการเขียนค าขวัญ ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนอ่านค าขวัญต่อไปนี้ ทรัพยากรน้ ามีวันหมด ใช้ทุกหยดอย่างรู้คุณค่า แล้ว วิเคราะห์เกี่ยวกับลักษณะของค าขวัญโดยครูใช้ค าถามดังนี้ - การเขียนค าขวัญต้องค านึงถึงสิ่งใดบ้าง - ค าขวัญที่นักเรียนอ่านเกี่ยวข้องกับเรื่องใด - ค าขวัญที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 - 5 คน เขียนค าขวัญกลุ่มละ 1 ค าขวัญ และวาด ภาพประกอบตกแต่งให้สวยงาม เพื่อน าไปติดภายในห้องเรียน 6. นักเรียนร่วมกันสรุปความส าคัญของการเขียนค าขวัญ ครูอธิบายเพิ่มเติมดังนี้ ค าขวัญเป็นถ้อยค าที่แต่งขึ้น เพื่อเตือนใจหรือเพื่อเป็นสิริมงคล มีลักษณะเป็นการ เชิญชวน หรือขอร้องให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังยึดเป็นแนวในการปฏิบัติ ถ้อยค ามักมีความคล้องจอง หรือมี สัมผัสเป็นร้อยกรองสั้น ๆ เพื่อให้จดจ าขึ้นใจ คาบที่ 2-3


อักษรคู่ อักษรเดี่ยว ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 7. นักเรียนน าค าขวัญมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน และจัดแสดงผลงานที่ป้ายนิเทศ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 8. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ -นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร อักษรคู่ อักษรเดี่ยว สาระส าคัญ อักษรต่ าที่มีเสียงคู่กับอักษรสูง เรียกว่า อักษรคู่ อักษรต่ าที่ไม่มีเสียงคู่กับอักษรสูง เรียกว่า อักษรเดี่ยว การเรียนรู้จะช่วยให้น าไปใช้ได้ถูกต้อง ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนช่วยกันออกมาเขียนชื่ออวัยวะของร่างกายบนกระดาน แบ่งตามหมวด พยัญชนะต้นแต่ละหมู่ โดยให้ถือเอาพยัญชนะต้นตัวแรกเป็นเกณฑ์ว่าเป็นอักษรหมู่ใด (เพราะจะ ออกเสียงตามพยัญชนะตัวแรก เช่น หน้า – ห /จมูก - จ) แล้วจ าแนกเป็นอักษรสูง อักษรกลาง และอักษรต่ า ให้ทุกคนร่วมกันพิจารณาความถูกต้องของค าที่เขียน และตรงตามประเภทของหมู่อักษร จากนั้นให้สังเกตค าในหมู่อักษรต่ า ค าใดมีอักษรคู่ (ฟัน คิ้ว เท้า ซี่โครง พุง) ค าใดมีอักษรเดี่ยว (มือ ลิ้น อก) 2. นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับอักษรคู่ อักษรเดี่ยว ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนสังเกตค าในบัตรค าบนกระดาน ดังนี้ แพะ ม้า งู นก ลิง ช้าง ยีราฟ แล้วสนทนาถามตอบโดยครูใช้ค าถามดังนี้ 1) ทุกค ามีพยัญชนะต้นเป็นอักษรในหมู่ใด (อักษรต่ าทั้งหมด) 2) ค าว่า แพะ มีเสียงพยัญชนะต้นคล้ายกับอักษรสูงตัวใด (ผ) 3) ค าว่า ช้าง มีเสียงพยัญชนะต้นคล้ายกับอักษรสูงตัวใด (ฉ) 4) ค าว่า ม้า มีเสียงพยัญชนะต้นคล้ายกับอักษรสูงตัวใด (ไม่มี) ครูอธิบายเพิ่มเติมดังนี้ อักษรคู่ คือ อักษรต่ าที่มีเสียงคู่กับอักษรสูงมี 14 ตัว ได้แก่ ค ฅ ฆ ช ซ ฌ ฑ ฒ ท ธ พ ฟ ภ ฮ เช่น ช มีเสียงคู่กับ ฉ / พ มีเสียงคู่กับ ผ และอักษรเดี่ยว คือ อักษรต่ าที่ไม่มีเสียงคู่กับอักษรสูงมี 10 ตัว คือ ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ 4. นักเรียนคิดประเมินเพิ่มคุณค่า โดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนหรืออาสาสมัคร 5 คน ออกมาบอกอักษรต่ าตัวใดตัวหนึ่งให้เพื่อนบอกว่าเป็น อักษรคู่หรืออักษรเดี่ยว สลับกันประมาณคนละ 4 – 5 ตัว เช่น พูดว่า ค อีกคนหนึ่งคิดในใจว่า คาบที่ 5-6 อักษรสูง แขน ขา หู ผม ข้อศอก ไหล่ หัวเข่า ศีรษะ หน้า ฯลฯ อักษรกลาง ตา ปาก จมูก บ่า อก ฯลฯ อักษรต ่า มือ เท้า ฟัน คิ้ว เล็บ คอ ท้อง(พุง) ซี่โครง ลิ้น ฯลฯ


6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ด้านความรู้ (K) -การตอบค าถาม -ท าแบบฝึกหัด -ท าใบงาน -ค าถาม -แบบฝึกหัด -ใบงาน ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ -ทักษะการเขียน -แบบประเมินการอ่านในใจ -ใบงาน ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยม (A) -สังเกตพฤติกรรมในการร่วม กิจกรรม การท างานกลุ่ม -สังเกตพฤติกรรมความ กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม 7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 1. บัตรค าที่ใช้ไม้ยมก 2. ตัวอย่าง ค าขวัญ 3. กระดาษ A4 4. หนังสือภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 5.ไม้เรียกเลขที่ 6. แบบฝึกหัด คอ - ขอ มีเสียงคู่กัน จะรีบพูดว่า อักษรคู่ ถ้าพูดว่า ล จะคิดในใจว่า ลอ - ไม่มีตัว หลอ จะรู้ได้ว่า เป็นอักษรเดี่ยว 6. นักเรียนเล่นเกมอักษรคู่ อักษรเดี่ยว ครูติดบัตรค าอักษรคู่และอักษรเดี่ยวในกระดาน กลุ่มไหนออกมาเขียนได้มากกว่าก็จะได้คะแนน แล้วอ่านออกเสียงพร้อมกัน 7. นักเรียนร่วมกันสรุปค าอักษรต่ าคู่และอักษรต่ าเดี่ยวดังนี้ ๏ อักษรต่ าที่มีเสียงคู่กับอักษรสูง เรียกว่า อักษรคู่ อักษรต่ าที่ไม่มีคู่กับอักษรสูง เรียกว่า อักษรเดี่ยว 8. นักเรียนน าแบบฝึกหัด ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 9. นักเรียนน าเสนออักษรคู่ อักษรเดี่ยวหน้าชั้นเรียน โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เรียกนักเรียนออกมายกตัวอย่างอักษรคู่ และอักษรเดี่ยวหน้าชั้นเรียนประมาณ 4-5 คน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 10. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ -นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร


8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... vv ลงชื่อ.............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)


ภาคเรียนที่..…1…../.................. ชื่อผู้สอน …………………………………………………….. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่……4..... จ านวน……5….คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่ ..……4…..… เรื่อง.............................ภูมิใจมรดกโลก.................... สัปดาห์ที่ 7 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 อธิบายความหมายของค า ประโยค และส านวนจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/3 อ่านเรื่องสั้นๆตามเวลาที่ก าหนดและตอบค าถามจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/4 แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/6 สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านเพื่อน าไปใช้ในการด าเนินชีวิต ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการอ่าน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 เขียนสื่อสารโดยใช้ค าได้ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 สะกดค าและบอกความหมายของค าในบริบทต่าง ๆ 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหา ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ การเขียนสื่อสาร การเขียนสื่อสารเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจตรงกัน ต้องเลือกใช้ค าที่ถูกต้องเหมาะสม สามารถสื่อความหมาย ได้ชัดเจนตรงตามจุดประสงค์ การผันเสียงวรรณยุกต์ ค าที่มีอักษรสูงกับอักษรต่ าที่มีเสียงคู่กัน สามารถผันเสียงร่วมกันให้ครบ 5 เสียงได้ ส่วนอักษร เดี่ยวก็สามารถผันเสียงให้ครบ 5 เสียงได้ โดยมี ห เป็นอักษรน าช่วยผันเสียง การผันค าตามเสียงวรรณยุกต์ต้องใช้หลักการ ของไตรยางศ์และค าเป็น ค าตาย ควบคู่กัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. อธิบายวิธีการเขียนข้อแนะน าสิ่งของ (K) 3. เข้าใจหลักการผันอักษร (K) 4. อ่านเรื่องได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P)


5. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน (P) 6. เขียนแนะน าสิ่งของ (P) 7. ผันค าที่มีอักษรในหมู่ต่าง ๆ ได้ (P) 8. ยกตัวอย่างค าที่มีรูปวรรณยุกต์ บอกความหมายของค า (P) 9. เห็นความส าคัญของการเขียนข้อแนะน าสิ่งของ (A) 10. เห็นความส าคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A) 11. กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. อธิบายวิธีการเขียนข้อแนะน าสิ่งของ (K) 3. เข้าใจหลักการผันอักษร (K) 5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอ่าน จับใจความ ภูมิใจมรดกไทย การอ่านจับใจความ ภูมิใจมรดกไทย สาระส าคัญ การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของ ข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการ สื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. ครูพูดคุยทักทายนักเรียน จากนั้นครูถามนักเรียนเกี่ยวกับสถานที่ส าคัญในชุมชนของ นักเรียน จังหวัดของนักเรียน และสถานที่ส าคัญที่เป็นมรดกโลกที่ประเทศไทยได้รับการรับรองที่ นักเรียนรู้จักพร้อมทั้งถามนาว่านักเรียนรู้สึกอย่างไรต่อสถานที่ต่าง ๆ และภาคภูมิใจหรือไม่ที่มี สถานที่ส าคัญในประเทศไทย 2. นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอ่านสรุปใจความ โดยใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - การอ่านสรุปใจความคืออะไร - นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ *ในการตอบค าถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อให้นักเรียนตอบทีละคน โดยถามค าถามก่อน จะเรียกเลขที่เพื่อให้ทุกคนได้คิด ในแต่ละค าถามควรให้นักเรียนน าเสนอ 4-5 คน ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มอ่านในใจเรื่อง ภูมิใจมรดกโลก จากหนังสือภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยน าหลักการอ่านในใจมาใช้ ครูสังเกตการอ่านของนักเรียนแต่ละ คนว่าปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักการอ่านหรือไม่ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปใจความส าคัญของเรื่องจาก ภูมิใจมรดกโลก 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนคิดว่ามรดกไทยมีความส าคัญอย่างไร - จากการศึกษาเรื่อง ภูมิใจมรดกโลก นักเรียนสามารถน าไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ คาบที่ 1


การเขียน แนะน าสิ่งของ 6. นักเรียนท ากิจกรรมการถามตอบจากเรื่องที่ศึกษา และตั้งค าถามกลุ่มละ 5 ค าถาม 7. นักเรียนร่วมกันสรุปข้อคิดที่ได้จากเรื่อง ภูมิใจมรดกโลก ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 8. แต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลของการท ากิจกรรมจากข้อที่ 6 *ขณะที่นักเรียนน าเสนอ ครูพยายามสังเกตพฤติกรรมทั้งของผู้ฟังและผู้น าเสนอ เพื่อเก็บไปเป็นข้อมูลในการพัฒนาปรับปรุงต่อไป พฤติกรรมที่น าไปเป็นเงื่อนไขพัฒนา เช่น - มารยาทในการพูดและฟัง - ความสนใจ ให้เกียรติ - การซักถาม เสนอแนวคิดแย้งหรือคล้อยตามอย่างมีเหตุผล - การใช้ทักษะทางภาษาเพื่อการสื่อสาร ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร การเขียนแนะน าสิ่งของ สาระส าคัญ การเขียนสื่อสารเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจตรงกัน ต้องเลือกใช้ค าที่ถูกต้องเหมาะสม สามารถสื่อ ความหมายได้ชัดเจนตรงตามจุดประสงค์ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับค าที่ใช้ในการเขียนแนะน าสินค้าจากการโฆษณาตาม สื่อต่าง ๆ 2. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนแนะน าสิ่งของ แล้วร่วมกันสนทนา โดยครูใช้ ค าถามดังนี้ - นักเรียนต้องค านึงถึงเรื่องใดเป็นส าคัญในการเขียนแนะน าสิ่งของ ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนดูภาพ การเขียนแนะน าสิ่งของ แล้วร่วมกันวิเคราะห์ โดยครูถามค าถามดังนี้ - ในการเขียนแนะน าสิ่งของ มีองค์ประกอบอะไรบ้าง - การเขียนแนะน าสิ่งของมีประโยชน์อย่างไร 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพิ่มคุณค่า โดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. ครูแบ่งนักเรียนเป็น 4 กลุ่ม ตามความเหมาะสม ครูและนักเรียนร่วมกันก าหนดหัวข้อ การเขียนให้ตัวแทนกลุ่มจับฉลาก เพื่อฝึกการเขียนแนะน าสิ่งของ พร้อมภาพประกอบ ดังนี้ กลุ่มที่ 1 แนะน าดินสอ กลุ่มที่ 2 แนะน ากระเป๋า กลุ่มที่ 3 แนะน ารองเท้า กลุ่มที่ 4 แนะน าโทรศัพท์ 6. นักเรียนร่วมกันสรุปความส าคัญของการเขียนแนะน าสิ่งของ ครูอธิบายเพิ่มเติม เกี่ยวกับองค์ประกอบที่จะต้องมีในการเขียนแนะน าสิ่งต่าง ๆ ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 7. นักเรียนน าเสนอผลงานของกลุ่ม โดยการจัดแสดงที่ป้ายนิเทศหน้าชั้นเรียน คาบที่ 2-3


การผันเสียง วรรณยุกต์ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 8. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ -นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร การผันเสียงวรรณยุกต์ สาระส าคัญ ค าที่มีอักษรสูงกับอักษรต่ าที่มีเสียงคู่กัน สามารถผันเสียงร่วมกันให้ครบ 5 เสียงได้ ส่วน อักษรเดี่ยวก็สามารถผันเสียงให้ครบ 5 เสียงได้ โดยมี ห เป็นอักษรน าช่วยผันเสียง การผันค า ตามเสียงวรรณยุกต์ต้องใช้หลักการของไตรยางศ์และค าเป็น ค าตาย ควบคู่กัน ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนร่วมกันสนทนา โดยครูใช้ค าถามดังนี้ ๏ ค าว่า เกิด กับ ตาย ค าใดผันเสียงวรรณยุกต์ได้มากกว่ากันเพราะอะไร 2. นักเรียนศึกษาการผันวรรณยุกต์ดังนี้ อักษรกลาง - ค าเป็นก่อน เพราะสามารถผันเสียงวรรณยุกต์ได้ครบ 5 เสียง (ใช้รูปวรรณยุกต์ได้ครบ 4 รูป) เช่น ๏ เกง เก่ง เก้ง เก๊ง เก๋ง ๏ บาน บ่าน บ้าน บ๊าน บ๋าน ค าต่าง ๆ นี้มีเสียงวรรณยุกต์ตรง กับรูปวรรณยุกต์ เช่น บ้าน มีเสียงโท, อุ๊ย มีเสียงตรี, ปุ๋ย มีเสียงจัตวา อักษรสูง - และอักษรต่ า ค าเป็นที่ผันได้อย่างละ 3 เสียงเท่ากัน เช่น อักษรสูง : ขา ข่า ข้า ๏ เฉา เฉ่า เฉ้า ๏ สอง ส่อง ส้อง (มีพื้นเสียงเป็นเสียงจัตวา) อักษรต่ า : คา ค่า ค้า ๏ เรา เร่า เร้า ๏ ซอน ซ่อน ซ้อน (มีพื้นเสียงเป็นเสียงสามัญ) และให้ผันเสียงเพิ่มเติม * ข้อสังเกต ค าที่มีพยัญชนะต้นเป็นอักษรสูง และอักษรต่ า ใช้รูปวรรณยุกต์ เอก และ โท (อักษรสูง ใช้รูปใดก็มีเสียงนั้น เช่น ห่อผ้า ห่อ - เสียงเอก, ผ้า - เสียงโท ส่วน อักษรต่ า ใช้ วรรณยุกต์เอก แต่มีเสียงโท ใช้วรรณยุกต์โท เป็นเสียงตรี เช่น แม่ค้า แม่ - เสียงโท, ค้า – เสียงตรี) ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนแบ่งกลุ่มแข่งขันเติมรูปวรรณยุกต์ให้เป็นค าที่ถูกต้อง ดังนี้ ๏ เจาฟา กลวยไข ตนออย วิงเปียว ตืนเตน วุนเสน เสือผา กอกน า กระปอง มานัง ใสปุย กินโจก รองเจียก ๆ เมื่อเติมวรรณยุกต์ครบแล้วให้บอกเสียงวรรณยุกต์ของค าดังนี้ ๏ กล้วยไข่ เสียงโท - เอก ๏ วิ่งเปี้ยว เสียงโท - โท ๏ ร้องเจี๊ยก เสียงตรี - ตรี ๏ ม้านั่ง เสียงตรี - โท 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพิ่มคุณค่า โดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ คาบที่ 4-5


6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ด้านความรู้ (K) -การตอบค าถาม -ท าแบบฝึกหัด -ค าถาม -แบบฝึกหัด ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่าน -ทักษะการเขียน -แบบประเมินการอ่านในใจ -แบบฝึกหัด ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยม (A) -สังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม การท างานกลุ่ม -สังเกตพฤติกรรมความกระตือรือร้นใน การร่วมกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม 7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพเกี่ยวกับมรดกไทยและมรดกโลก 2. ตัวอย่างการเขียนแนะน า 3. บัตรค าวรรณยุกต์ 4. หนังสือภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 5. ไม้เรียกเลขที่ 6. ตัวอย่าง ตารางการผันวรรณยุกต์ 5. นักเรียนเล่นเกมบอกชื่อสัตว์ที่มีเสียงวรรณยุกต์ เอก บอกชื่อผลไม้ที่มีเสียงวรรณยุกต์ โท เล่นจนครบทุกเสียงวรรณยุกต์ โดยใช้ไม้เรียกเลขที่เรียกชื่อนักเรียนตอบทีละคน ครูเขียน ค าตอบของนักเรียนบนกระดานด า แล้วอ่านออกเสียงพร้อมกันให้ทุกคนช่วยกันพิจารณาความ ถูกต้องของการผันวรรณยุกต์ 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มเติมการผันเสียงวรรณยุกต์ดังนี้ ผันเสียงค าในอักษรหมู่ต่าง ๆ จากตารางการผันเสียงให้คล่องขึ้น เช่น ค า หมู่อักษร เสียงวรรณยุกต์ สามัญ เอก โท ตรี จัตวา ไห สั่ง ด้าน บ้าง รอย เชา คลอง ตรวจค าตอบพร้อมกันทั้งชั้นเรียนโดยให้แต่ละกลุ่มสลับกันตรวจ 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการผันเสียงวรรณยุกต์ 8. นักเรียนท าแบบฝึกหัด ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 9. นักเรียนน าเสนอการผันวรรณยุกต์ โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่เพื่อให้นักเรียนน าเสนอการ ผันค าทีละคน เพื่อนๆช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 10. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ -นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร


8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... vv ลงชื่อ.............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)


ภาคเรียนที่..…1…../.................. ชื่อผู้สอน …………………………………………………….. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่……4..... จ านวน……5….คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่ ..……4…..… เรื่อง.............................ภูมิใจมรดกโลก.................... สัปดาห์ที่ 8 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 อธิบายความหมายของค าประโยคและส านวนจากเรื่องที่อ่าน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 4/7 เขียนเรื่องตามจินตนาการ ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 สะกดค าและบอกความหมายของค าในบริบทต่าง ๆ มาตรฐานที่ ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและน ามา ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทานคติธรรม ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 อธิบายข้อคิดจากการอ่านเพื่อน าไปใช้ในชีวิตจริง 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหา ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ การเขียนเรื่องตามจินตนาการช่วยฝึกการสังเกต พัฒนาการคิดอารมณ์ ความรู้สึก และ สามารถถ่ายทอดออกมาด้วยการเขียน อักษรควบ ค าที่มีอักษรควบเป็นการน าพยัญชนะ 2 ตัวมาเรียงกันเป็นพยัญชนะต้น และประสมด้วยสระเดียวกัน เวลา อ่านจะอ่านออกเสียงพยัญชนะต้น 2 ตัวพร้อมกัน พยัญชนะตัวที่ 2 ที่น ามาควบ ได้แก่ ร ล ว 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. อธิบายการเขียนเรื่องตามจินตนาการ (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การเขียนอักษรควบ (K) 4. อ่านเรื่องได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P) 5. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน (P) 6. เขียนเรื่องตามจินตนาการ (P) 7. อ่าน เขียนและจ าแนกประเภทค าควบกล้ าได้ (P)


8. เห็นความส าคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A) 9. เห็นความส าคัญของการเขียนและมีมารยาทในการเขียน (A) 10. กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. อธิบายการเขียนเรื่องตามจินตนาการ (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การเขียนอักษรควบ (K) 5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอ่าน จับใจความ ระบ าสายฟ้า การอ่านจับใจความ ระบ าสายฟ้า สาระส าคัญ การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของ ข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการ สื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาและดูภาพเกี่ยวกับการเกิดฟ้าร้อง ฟ้าผ่า โดยครูใช้ค าถาม กระตุ้นความคิด ดังนี้ - นักเรียนเคยเห็นฟ้าผ่าหรือไม่ - นักเรียนคิดว่า ฟ้าร้อง ฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้อย่างไร จากนั้นครูอธิบายว่าต านานไทยกล่าวถึงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ดังนี้ คาบที่ 1 ต ำนำนไทยโบรำณกล่ำวว่ำ ฟ้ำแลบเกิดจำกกำรที่นำง เมขลำน ำดวงแก้วมณี มำโยนเล่นท ำให้เกิดแสงแปลบปลำบ ส่วน ฟ้ำร้อง ฟ้ำผ่ำเกดิจำกกำรที่รำมสูรขว้ำงขวำนเพชรอนัเป็นอำวุธคู่ กำย ไปยังนำงเมขลำ หวังจะฆ่ำนำงเพื่อแย่ง ดวงแก้วมณีนั้น แต่ นำงไม่เป็นอนัตรำยเพรำะอำ นำจแก้ววเิศษคุ้มครองอยู่นำงมณี เมขลำ หรือเรียกโดยย่อว่ำ นำงเมขลำ เป็ นธิดำพญำมังกรเจ้ำแห่ง สมุทร นำงเป็นผู้มีอำรมณ์เบิกบำนชอบเทยี่วเล่น คร้ันเมื่อเป็นสำว รุ่นพญำมังกรน ำไปถวำยพระอนิทร์พร้อมด้วยดวงแก้วมณีพระ อินทร์ได้ตั้งให้เป็ นนำงสนม วันหนึ่งนำงเมขลำขโมยแก้วมณีแล้ว เหำะออกจำกวิมำนไปเที่ยวเล่นร่ำยร ำอยู่ระหว่ำงก้อนเมฆอย่ำงเป็น สุข พระอนิทร์พยำยำมติดตำมพำนำงกลบัมำ หลำยครั้งแต่ ไม่ส ำเร็จจึงให้นำงเป็นเทพธิดำทำ หน้ำทตี่รวจตรำดูแลมหำสมุทร คอยช่วยเหลือคนดีที่ประสบภัยจำกเรืออับปำงไม่ให้จมน ้ำตำย


การเขียนตาม จินตนาการจากค า และถามนักเรียนว่ารู้สึกอย่างไรเวลาฟ้าร้อง หรือฟ้าผ่า ให้นักเรียนช่วยกันตอบ - การอ่านสรุปใจความคืออะไร - นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ - นักเรียนจะน าหลักการอ่านสรุปความไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร *ในการตอบค าถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อให้นักเรียนตอบทีละคน โดยถามค าถามก่อน จะเรียกเลขที่เพื่อให้ทุกคนได้คิด ในแต่ละค าถามควรให้นักเรียนน าเสนอ 4-5 คน 2. นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอ่านสรุปใจความ โดยใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - การอ่านสรุปใจความคืออะไร - นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มอ่านในใจเรื่อง จากระบ าสายฟ้า จากหนังสือวรรณคดีล า น า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยน าหลักการอ่านในใจมาใช้ ครูสังเกตการอ่านของนักเรียนแต่ ละคนว่าปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักการอ่านหรือไม่ ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปใจความส าคัญของเรื่องจากระบ าสายฟ้า 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - ท าไมจึงมีฟ้าร้องฟ้าผ่า ก่อนฝนตก - จากการศึกษาเรื่อง ระบ าสายฟ้า นักเรียนสามารถน าไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 6. นักเรียนท ากิจกรรมการถามตอบจากเรื่องที่ศึกษาและตั้งค าถามกลุ่มละ 5 ค าถาม 7. นักเรียนร่วมกันสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่านเรื่อง ระบ าสายฟ้า ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 8. นักเรียนน าเสนอค าถาม โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เรียกนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ -นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร การเขียนตามจินตนาการจากค า สาระส าคัญ การเขียนเรื่องตามจินตนาการช่วยฝึกการสังเกต พัฒนาการคิดอารมณ์ ความรู้สึก และ สามารถถ่ายทอดออกมาด้วยการเขียน ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนดูภาพแล้วร่วมกันสนทนาสิ่งที่นักเรียนเห็นจากภาพ และออกมาเขียน ค าศัพท์ที่เห็นจากภาพ ว่ามีค าอะไรบ้าง ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าการเขียนจินตนาการจากค าศัพท์นั้น ควรให้มีเนื้อหาสอดคล้องกับความหมาย เนื้อหา น าไปใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม 2. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนจินตนาการจากค าแล้วร่วมกันสนทนาโดยครู ใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนจะเขียนตามจินตนาการจากค านักเรียนต้องค านึงถึงเรื่องอะไรมากที่สุด ๏ นักเรียนควรระมัดระวังเกี่ยวกับการเขียนตามจินตนาการจากค า ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ คาบที่ 2-3


อักษรควบ 3. นักเรียนดูตัวอย่างการเขียนเรื่องตามจินตนาการ แล้วร่วมกันสนทนาโดยครู ใช้ค าถามดังนี้ - การเขียนตามจินตนาการที่นักเรียนอ่านเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร - เรื่องที่นักเรียนอ่านมีลักษณะอย่างไร 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม สมาชิกในกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ภาพแล้วเขียน จินตนาการให้สอดคล้องกับค าที่ก าหนด 6. นักเรียนร่วมกันสรุปความส าคัญของการเขียนตามจินตนาการจากค า ครูอธิบาย เพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์ประกอบของเรื่องที่นักเรียนเขียน ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน เพื่อนกลุ่มอื่นร่วมกันแสดงความ คิดเห็น 8. นักเรียนน าผลงานจัดแสดงที่ป้ายนิเทศหน้าชั้นเรียน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร อักษรควบ สาระส าคัญ ค าที่มีอักษรควบเป็นการน าพยัญชนะ 2 ตัวมาเรียงกันเป็นพยัญชนะต้น และประสมด้วย สระเดียวกัน เวลาอ่านจะอ่านออกเสียงพยัญชนะต้น 2 ตัวพร้อมกัน พยัญชนะตัวที่ 2 ที่น ามาควบ ได้แก่ ร ล ว ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. ครูและนักเรียนร่วมกันเล่นเกม “ฉันคืออะไรลองทายดู” โดยครูเขียนประโยคปริศนาบน กระดาน ดังนี้ - อักษรตัวแรกแทรกอยู่กับ หย าเหยอะ แต่ไม่อยู่กับ หยอกล้อ (เ-) - อักษรตัวที่สองต้องหาที่ ตะกละ แต่ไม่อยู่ที่ ละครสัตว์(ก) - อักษรตัวที่สามถามหากับ นกหวีด แต่ไม่อยู่กับ ก าหนด (วี) - อักษรตัวที่สี่พบได้ที่ นายก แต่ไม่อยู่กับ กานท์(ย) - อักษรตัวที่ห้ามาอยู่กับ สนอง แต่ไม่อยู่กับ สยดสยอง (น) นักเรียนหาค าตอบจากปริศนา แล้วครูอ่านค าทายประโยคสุดท้ายที่เป็นค ารวมของปริศนา - ฉันมีลักษณนามว่า เล่ม แต่ไม่ใช่เข็ม เพราะฉันเป็นพาหนะชนิดหนึ่ง ฉันคืออะไร (เกวียน) 2. นักเรียนร่วมกันศึกษาเกี่ยวกับอักษรควบ แล้วร่วมกันสนทนาโดยครูใช้ค าถามดังนี้ - อักษรควบมีกี่ประเภท และมีอะไรบ้าง - อักษรควบมีลักษณะการเขียนและการอ่านอย่างไร ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์แถบประโยคต่อไปนี้ แล้วร่วมกันสนทนาโดยครูใช้ค าถามดังนี้ นักท่องเที่ยวใช้กล้องถ่ายภาพสร้อยคอทองค าและภาพควายก าลังไถนา - จากแถบประโยคที่อ่านมีค าใดบ้างที่เป็นค าควบกล้ า คาบที่ 4-5


6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ด้านความรู้ (K) -การตอบค าถาม -ท าแบบฝึกหัด -ค าถาม -แบบฝึกหัด ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่าน -ทักษะการเขียน -แบบประเมินการอ่าน -แบบฝึกหัด ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยม (A) -สังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม การท างานกลุ่ม -สังเกตพฤติกรรมความกระตือรือร้นใน การร่วมกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม 7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพประกอบเกี่ยวกับการเกิดฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า 2. บัตรค าควบกล้ า 3. หนังสือนิทาน 4. ตัวอย่างการเขียนตามจินตนาการ 5. หนังสือภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 6. ไม้เรียกเลขที่ - ค าว่า สร้อย กับ ควาย ต่างกันอย่างไร 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพิ่มคุณค่า โดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มแยก ค าอักษรควบแท้ และอักษรควบไม่แท้ โดยใช้บัตรค าดังต่อไปนี้ เกรง กล้า กลอง คราม แกว่ง ทราย กวาง พร้อม ความ กล้วย ทรวง ปรามปราม สรง กวาด ทรง ปรับปรุง ปล่อย ปลา สร้าง ปลอม โทรม ค าอักษรควบแท้ ค าอักษรควบไม่แท้ ตรวจค าตอบพร้อมกันทั้งชั้นเรียนโดยให้แต่ละกลุ่มสลับกันตรวจ 6. นักเรียนร่วมกันสรุปค าที่เป็นอักษรควบแท้ และอักษรควบไม่แท้ 7. นักเรียนท าแบบฝึกหัด ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 8. นักเรียนน าเสนอการท าแบบฝึกหัด โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่เรียกให้นักเรียนน าเสนอทีละ คน เพื่อนๆช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ -นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร


8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)


ภาคเรียนที่..…1…../.................. ชื่อผู้สอน …………………………………………………….. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่……4..... จ านวน……5….คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่ ..……5…..… เรื่อง...........................ชีวิตที่ถูกเมิน......................... สัปดาห์ที่ 11 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 อธิบายความหมายของค า ประโยค และส านวนจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/3 อ่านเรื่องสั้นๆตามเวลาที่ก าหนดและตอบค าถามจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/4 แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/6 สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านเพื่อน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการอ่าน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 4/3 เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึกในโอกาส ต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 จ าแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 พูดสรุปจากการฟังและดู ตัวชี้วัดที่ ป 4/3 พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น และความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู ตัวชี้วัดที่ ป 4/4 ตั้งค าถามและตอบค าถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู ตัวชี้วัดที่ ป 4/5 รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา ตัวชี้วัดที่ ป 4/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหา ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ การเขียนแผนภพโครงเรื่อง คือ การน าความรู้และเหตุการณ์ต่าง ๆ ไปเขียนเป็นแผนภาพโครงเรื่องจะท าให้เข้าใจ เรื่องราวหรือแนวคิดของเรื่องได้ดียิ่งขึ้น อักษรน า ค าที่มีอักษรน าเป็นการน าพยัญชนะ 2 ตัว มาเรียงกัน ประสมด้วยสระเดียวกัน พยัญชนะตัวแรกจะอ่านออก เสียง อะ กึ่งเสียง พยัญชนะตัวหลังจะออกเสียงตามสระที่ประสม และอ่านออกเสียงวรรณยุกต์ตามพยัญชนะตัวแรก การศึกษา เรื่อง ค าที่มีอักษรน า จะท าให้อ่านและเขียนค าที่มีอักษรน าได้ถูกต้อง


3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. อธิบายรูปแบบของแผนภาพโครงเรื่อง (K) 3. รู้และเข้าใจการอ่านและเขียนอักษรน า (K) 4. อ่านเรื่องได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P) 5. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน (P) 6. เขียนแผนภาพโครงเรื่อง (P) 7. สรุปข้อคิดจากการฟัง (P) 8. น าความรู้เรื่องการเขียนแผนภาพไปพัฒนางานเขียน (A) 9. เห็นความส าคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A) 10. มีวิจารณญาณและกระตือรือร้นในการท ากิจกรรม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. อธิบายรูปแบบของแผนภาพโครงเรื่อง (K) 3. รู้และเข้าใจการอ่านและเขียนอักษรน า (K) 5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอ่าน จับใจความ ชีวิตที่ถูกเมิน การอ่านจับใจความ ชีวิตที่ถูกเมิน สาระส าคัญ การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลัก ของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อ การสื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความ ช านาญ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเรื่องสัตว์เลื้อยคลานเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน โดยครู ใช้ค าถามดังนี้ - ถ้าพูดถึงงู นักเรียนจะนึกถึงงูชนิดใด - นักเรียนรู้จักสัตว์เลื้อยคลานอะไรบ้าง - นักเรียนกลัวตุ๊กแกหรือไม่ เพราะอะไร 2. นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอ่านสรุปใจความ โดยใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - การอ่านสรุปใจความคืออะไร - นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ *ในการตอบค าถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อให้นักเรียนตอบทีละคน โดยถามค าถามก่อน จะเรียกเลขที่เพื่อให้ทุกคนได้คิด 3. นักเรียนเข้ากลุ่มศึกษาเรื่อง ชีวิตที่ถูกเมิน ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - ตัวละครส าคัญในเรื่องมีใครบ้าง แต่ละตัวมีนิสัยอย่างไร คาบที่ 1


การเขียน แผนภาพ โครงเรื่อง - หากนักเรียนถูกเมินจากคนอื่นนักเรียนจะรู้สึกอย่างไรและมีวิธีในการแก้ปัญหา อย่างไร - จากเรื่องที่อ่านนักเรียนได้ข้อคิดอะไรบ้าง 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 6. นักเรียนเข้ากลุ่มท ากิจกรรมการตั้งค าถามและตอบค าถามจากเรื่องที่อ่าน กลุ่มละ 5 ข้อ กติกาในการตั้งค าถาม คุณครูแบ่งจ านวนหน้าที่แต่ละกลุ่มจะต้องรับผิดชอบในการ ตั้งค าถาม เพื่อป้องกันไม่ให้การตั้งค าถามของแต่ละกลุ่มไม่ให้ซ้ ากัน 7. นักเรียนร่วมกันสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่าน ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอค าถามหน้าชั้นเรียน แล้วให้เพื่อนตอบค าถาม ขั้นที่ 5ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร การเขียนแผนภพโครงเรื่อง สาระส าคัญ การน าความรู้และเหตุการณ์ต่าง ๆ ไปเขียนเป็นแผนภาพโครงเรื่องจะท าให้เข้าใจเรื่องราว หรือแนวคิดของเรื่องได้ดียิ่งขึ้น ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. สนทนาพูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับนิทานต่างๆ ที่นักเรียนเคยอ่านหรือรู้จักและให้ นักเรียนอ่านข้อมูลดังนี้ คาบที่ 2-3 ววัตวัหน่ึงเที่ยวเล็มหญา้อยตู่ามชายทุ่งขณะที่เดินเลียบไปตามคูเผอิญยา่งเทา้ ไปเหยียบ ลูกอ่ึงอ่างครอกหน่ึงตายเกือบหมดเหลืออยตู่วัเดียวคร้ังแม่อ่ึงอ่างกลบัมาจากหากิน ลูกอ่ึงอ่าง จึงเล่าใหแ้ม่ฟังวา่ “แม่แม่เมื่อตะก้ีมีสัตวอ์ะไรตวัหน่ึง ใหญ่โตจริง ๆ มาเหยียบลูก ของแม่ตายหมด รอดอย ู่แต่ฉนัตวัเดียวเท่าน้นั” แม่ถามวา่“สัตวอ์ะไรตวัใหญ่ นกัหนา ใหญ่เท่าน้ีไดไ้หม” แลว้ก็พองตวัข้ึน ลูกตอบวา่“มนั ใหญ่กวา่น้นัอีกแม่” แม่อ่ึงอ่างก็พองตวัข้ึนอีกแลว้ถามลูกวา่“เท่าน้ีไดไ้หม” ลูกตอบวา่“นนั่ก็ยงัโต ไม่ไดค้ร่ึงตวัของมนัเลยแม” ่แม่ไดฟ้ ังดงัน้นัมีความขดัเคือง นึกอยใู่นใจวา่ ไฉนตน จะทา ใหต้วัโตเท่าเทียมสัตวใ์หญ่น้นั ไม่ได้เมื่อคิดดงัน้นัแลว้ก็ค่อย ๆ เบ่งใหต้วัพอง ข้ึนทีละนอ้ย ๆ จนเกินขนาด ทอ้งแตกตายอยกู่บัที่ นิทำนเรื่อง “อึ่งอ่ำงกับวัว”


และถามค าถามนักเรียนดังนี้ - ข้อมูล 2 แบบนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไร 2. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนอ่านนิทานเรื่อง “ราชสีห์กับหนู” และร่วมกันวิเคราะห์เพื่อเขียนแผนภาพโครง เรื่อง นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนจะล าดับเหตุการณ์ในการเขียนแผนภาพโครงเรื่องให้ได้ดีอย่างไร - จากนิทานมีตัวละครอะไรบ้าง - เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน - จากนิทานมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง - นักเรียนได้ข้อคิดอะไรบ้างจากนิทานเรื่องนี้


อักษรน า 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนแบ่งกลุ่มท าแผนภาพโครงเรื่อง นิทานเรื่อง “ราชสีห์กับหนู” 6. นักเรียนร่วมกันสรุปวิธีการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง และครูอธิบายเพิ่มเติมดังนี้ การน าความรู้และเหตุการณ์ต่าง ๆ ไปเขียนเป็นแผนภาพโครงเรื่องจะท าให้เข้าใจ เรื่องราวหรือแนวคิดของเรื่องได้ดียิ่งขึ้น ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 8. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ -นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร อักษรน า สาระส าคัญ ค าที่มีอักษรน าเป็นการน าพยัญชนะ 2 ตัว มาเรียงกัน ประสมด้วยสระเดียวกัน พยัญชนะ ตัวแรกจะอ่านออกเสียง อะ กึ่งเสียง พยัญชนะตัวหลังจะออกเสียงตามสระที่ประสม และอ่านออก เสียงวรรณยุกต์ตามพยัญชนะตัวแรก การศึกษาเรื่อง ค าที่มีอักษรน า จะท าให้อ่านและเขียนค าที่มี อักษรน าได้ถูกต้อง ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนอ่านบัตรค าต่อไปนี้ หงอก หงาย หรอก หมาย ขนม ฉลาด ผลิต กนก อร่อย จรวด แล้วร่วมกันสนทนาโดยใช้ค าถามดังนี้ - ค าที่นักเรียนอ่านมีลักษณะเหมือนกันอย่างไร - ค าที่นักเรียนอ่านเรียกว่าค าอะไร 2. นักเรียนศึกษาเรื่องอักษรน า แล้วร่วมกันสนทนาโดยใช้ค าถามดังนี้ - อักษรน าหมายถึงอะไร - อักษรน าแบ่งออกเป็นกี่ประเภทและมีอะไรบ้าง ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนเขียนค าอักษรน า ใต้ภาพที่ครูน ามาติด ดังนี้ หมี หมอ หมู หมอน ขนม ตลาด ตลก ฉลาม สนาม ถนน ให้ทุกคนช่วยกันพิจารณาความถูกต้องของค าประกอบภาพอักษรน า 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพิ่มคุณค่า โดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนเล่นเกมโดยคิดชื่อ ผัก ผลไม้ สัตว์และของใช้ต่างๆ สถานที่ ที่เป็นค า อักษรน า โดยใช้ไม้เรียกเลขที่เรียกชื่อนักเรียนตอบทีละคน ครูเขียนค าตอบของนักเรียนบน กระดานด า แล้วอ่านออกเสียงพร้อมกัน ให้ทุกคนช่วยกันพิจารณาความถูกต้องของค าอักษรน า 6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปค าอักษรน า ดังนี้ ที่มีอักษรน าเป็นการน าพยัญชนะ 2 ตัว มาเรียงกัน ประสมด้วยสระเดียวกัน พยัญชนะตัวแรกจะอ่านออกเสียง อะ กึ่งเสียง พยัญชนะตัวหลังจะออกเสียงตามสระที่ประสม และ อ่านออกเสียงวรรณยุกต์ตามพยัญชนะตัวแรก การศึกษาเรื่อง ค าที่มีอักษรน า จะท าให้อ่านและ เขียนค าที่มีอักษรน าได้ถูกต้อง คาบที่ 4-5


6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ด้านความรู้ (K) -การตอบค าถาม -ท าแบบฝึกหัด -ค าถาม -แบบฝึกหัด ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่าน -ทักษะการเขียน -แบบประเมินการอ่าน -แบบประเมินการเขียน -แบบฝึกหัด ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยม (A) -สังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม การท างานกลุ่ม -สังเกตพฤติกรรมความกระตือรือร้น ในการร่วมกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม 7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพประกอบเกี่ยวกับการสัตว์เลื้อยคลาน 2. ตัวอย่างนิทาน 3. ตัวอย่างแผนภาพโครงเรื่อง 4. หนังสือภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 5. ไม้เรียกเลขที่ 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... 7. นักเรียนท าแบบฝึกหัด ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 8. นักเรียนน าเสนอค าอักษรน า โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่เรียกให้นักเรียนยกตัวอย่าง อักษรน า ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร ลงชื่อ.............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)


ภาคเรียนที่..…1…../.................. ชื่อผู้สอน …………………………………………………….. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่……4..... จ านวน……5….คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่ ..……5…..… เรื่อง...........................ชีวิตที่ถูกเมิน......................... สัปดาห์ที่ 12 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 ระบุชนิดและหน้าที่ของค าในประโยค และอธิบายความหมายของค า มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 เขียนสื่อสารโดยใช้ค าได้ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสม ตัวชี้วัดที่ ป 4/6 เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษา ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 สะกดค าและบอกความหมายของค าในบริบทต่าง ๆ ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 ระบุชนิดและหน้าที่ของค าในประโยค และอธิบายความหมายของค า มาตรฐานที่ ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและน ามา ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทานคติธรรม ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 อธิบายข้อคิดจากการอ่านเพื่อน าไปใช้ในชีวิตจริง 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหา ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ การเขียนรายงาน การเขียนรายงานจะต้องมีการก าหนดหัวข้อ เขียนโครงเรื่องศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เรียบเรียง และจัดท ารายงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ให้ผู้ที่สนใจ ซึ่งผู้เขียนรายงานจะได้พัฒนาความรู้และพัฒนาการเขียนของตนเองด้วย ตัวการันต์ ค าที่มี ไม้ทัณฑฆาต - ก ากับอยู่บนพยัญชนะ เพื่อแสดงให้รู้ว่าไม่ต้องอ่านออกเสียงพยัญชนะตัวนั้น ใช้วางบนพยัญชนะที่ไม่ต้องการออกเสียง ซึ่งอาจวางไว้บนพยัญชนะซึ่งอยู่ท้ายประโยค หรือบางค ามีพยัญชนะที่ไม่ใช่ตัวสะกด อยู่ข้างหน้าพยัญชนะที่มีไม้ทัณฑฆาต - ก็ไม่ออกเสียง พยัญชนะตัวนั้นเช่นกัน ไม่ออกเสียงพยัญชนะที่มีเครื่องหมาย ทัณฑฆาตก ากับ แม้พยัญชนะตัวนั้นไม่ได้อยู่ท้ายพยางค์ และไม่ออกเสียงพยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาตก ากับ แม้พยัญชนะตัวนั้นจะมีสระประสมอยู่ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K)


2. อธิบายวิธีการท ารายงาน (K) 3. รู้และเข้าใจหลักอ่าน เขียน และใช้ค าที่มีตัวการันต์ ได้ถูกต้อง (K) 4. อ่านเรื่องได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P) 5. เขียนรายงานตามความสนใจ (P) 6. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน (P) 7. อ่าน เขียนและน าค าที่มีตัวการันต์ไปใช้ได้ถูกต้อง (P) 8. เห็นความส าคัญของการเขียนรายงาน (A) 9. กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม (A) 10. เห็นความส าคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. อธิบายวิธีการท ารายงาน (K) 3. รู้และเข้าใจหลักอ่าน เขียน และใช้ค าที่มีตัวการันต์ ได้ถูกต้อง (K) 5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอ่าน จับใจความ เรื่องเล่าจากพัทลุง การอ่านจับใจความ เรื่องเล่าจากพัทลุง สาระส าคัญ การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของ ข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการ สื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนา โดยครูใช้ค าถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ - ถ้าพูดถึงเงาะป่านักเรียนจะนึกถึงใคร - นักเรียนคิดว่าเงาะป่าที่เป็นมนุษย์มีจริงหรืไม่ ให้นักเรียนช่วยกันตอบ เพื่อโยง เข้าสู่สาระการเรียนรู้ นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอ่านจับใจความส าคัญโดยครูใช้ค าถามดังนี้ - การอ่านสรุปใจความคืออะไร - นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ *ในการตอบค าถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อให้นักเรียนตอบทีละคน โดยถามค าถามก่อน จะเรียกเลขที่เพื่อให้ทุกคนได้คิด 2. นักเรียนเข้ากลุ่มศึกษาเรื่อง เล่าจากพัทลุง ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - ตัวละครส าคัญในเรื่องมีใครบ้าง แต่ละตัวมีนิสัยอย่างไร - จากเรื่องที่อ่านนักเรียนได้ข้อคิดอะไรบ้าง 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร คาบที่ 1


การเขียนรายงาน ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนเข้ากลุ่มท ากิจกรรมการตั้งค าถามและตอบค าถามจากเรื่องที่อ่าน กลุ่มละ 5 ข้อ กติกาในการตั้งค าถาม คุณครูแบ่งจ านวนหน้าที่แต่ละกลุ่มจะต้องรับผิดชอบในการ ตั้งค าถาม เพื่อป้องกันไม่ให้การตั้งค าถามของแต่ละกลุ่มไม่ให้ซ้ ากัน 6. นักเรียนร่วมกันสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่าน ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอค าถามหน้าชั้นเรียน แล้วให้เพื่อนตอบค าถาม ขั้นที่ 5ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 8. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร การเขียนรายงาน สาระส าคัญ การเขียนรายงานจะต้องมีการก าหนดหัวข้อ เขียนโครงเรื่องศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เรียบเรียงและจัดท ารายงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ให้ผู้ที่สนใจ ซึ่งผู้เขียนรายงานจะได้พัฒนาความรู้ และพัฒนาการเขียนของตนเองด้วย ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนดูตัวอย่างรายงาน แล้วร่วมกันสนทนาโดยครูใช้ค าถามดังนี้ - เอกสารที่นักเรียนดูเรียกว่าอะไร - นักเรียนเคยเห็นรายงานหรือไม่ 2. นักเรียนร่วมกันศึกษาเรื่อง การเขียนรายงาน แล้วร่วมสนทนาโดยครูใช้ค าถามดังนี้ - การเขียนรายงานมีประโยชน์อย่างไร - องค์ประกอบของรายงานมีอะไรบ้าง - การเขียนแผนภาพความคิดก่อนท ารายงานมีประโยชน์อย่างไร ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนร่วมวิเคราะห์ว่าการเขียนรายงานเรื่องหมีแพนดาจะต้องเขียนเรื่องอะไรบ้าง โดยเขียนเป็นแผนภาพความคิด ตัวอย่าง เช่น 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนเข้ากลุ่มท ากิจกรรมเขียนรายงาน ตามหัวข้อที่สมาชิกในกลุ่มสนใจที่จะศึกษา คาบที่ 2-3


ตัวการันต์ 6. นักเรียนร่วมกันสรุปความส าคัญของการเขียนรายงาน ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ เขียนรายงาน ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน เพื่อนกลุ่มอื่นร่วมกันแสดงความคิดเห็น 8. นักเรียนรวบรวมเล่มการเขียนรายงานไว้ที่มุมห้องเรียนเพื่อให้เพื่อนๆได้ศึกษาต่อไป ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร ตัวการันต์ สาระส าคัญ ค าที่มี ไม้ทัณฑฆาต - ก ากับอยู่บนพยัญชนะ เพื่อแสดงให้รู้ว่าไม่ต้องอ่านออกเสียง พยัญชนะตัวนั้น ใช้วางบนพยัญชนะที่ไม่ต้องการออกเสียง ซึ่งอาจวางไว้บนพยัญชนะซึ่งอยู่ท้าย ประโยค หรือบางค ามีพยัญชนะที่ไม่ใช่ตัวสะกดอยู่ข้างหน้าพยัญชนะที่มีไม้ทัณฑฆาต - ก็ไม่ออก เสียง พยัญชนะตัวนั้นเช่นกัน ไม่ออกเสียงพยัญชนะที่มีเครื่องหมาย ทัณฑฆาตก ากับ แม้พยัญชนะ ตัวนั้นไม่ได้อยู่ท้ายพยางค์ และไม่ออกเสียงพยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาตก ากับ แม้พยัญชนะ ตัวนั้นจะมีสระประสมอยู่ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวการันต์ โดยเล่นเกมดังนี้ ให้นักเรียนเล่น “ เกมลมเพ ลมพัด ” โดยให้นักเรียนเข้าแถววงกลม หันหน้า เข้าหากัน ครูพูดว่า “ ลมเพ ลมพัด ” นักเรียนถามว่า “ พัดอะไร ” ครูตอบว่า “ พัดคนที่ ชื่อมีตัวการันต์ ” นักเรียนที่ชื่อมีตัวการันต์ ให้วิ่งสลับที่กัน เมื่อครูเป่านกหวีด ใครสลับที่ไม่ได้ให้ ออกมายืนกลางวงเป็นคนท าหน้าที่ด าเนินกิจกรรมแทนครูโดยเริ่มตั้งแต่ “ ลมเพ ลมพัด ” แล้ว เปลี่ยนเป็น “ พัดคนที่นามสกุล มีตัวการันต์ ” หรือ “ พัดคนที่ชื่อมี น์, ต์ , หรือ ย์ ” เป็นต้น แล้วร่วมกันสนทนาโดยใช้ค าถามดังนี้ - พยัญชนะตัวใดบ้างที่ใช้เป็นตัวการันต์ 2. นักเรียนศึกษาเรื่องตัวการันต์ แล้วร่วมสนทนาโดยครูใช้ค าถามดังนี้ - อักษรการันต์หมายถึงอะไร - อักษรการันต์มีวิธีการอ่านอย่างไร - อักษรการันต์มีกี่ลักษณะ ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนสังเกตบัตรค าบนกระดาน และออกมาเติมตัวการันต์ เช่น จัน........... ศุก............... ทุก.............. ศาส........... รถยน............... ภาพยน........... ให้ทุกคนช่วยกันพิจารณาความถูกต้องของตัวการันต์ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพิ่มคุณค่า โดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนเล่นเกมโดยคิดค าที่มีตัวการันต์ เช่น ต์ ย์ ข์ ตร์ ว์ ทร์ โดยใช้ไม้เรียกเลขที่เรียกชื่อนักเรียนตอบทีละคน ครูเขียนค าตอบของนักเรียนบนกระดานด า แล้ว อ่านออกเสียงพร้อมกัน ให้ทุกคนช่วยกันพิจารณาความถูกต้องของตัวการันต์ คาบที่ 4-5


6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ด้านความรู้ (K) -การตอบค าถาม -ท าแบบฝึกหัด -ค าถาม -แบบฝึกหัด ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่านในใจ -ทักษะการเขียน -ทักษะการวิเคราะห์ -แบบประเมินการอ่านในใจ -แบบประเมินการเขียน -ค าถาม -แบบฝึกหัด ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยม (A) -สังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม การท างานกลุ่ม -สังเกตพฤติกรรมความกระตือรือร้นใน การร่วมกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม 7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพประกอบเกี่ยวกับเงาะป่า 2. ตัวอย่างแผนผังความคิดรายงาน 3. ตัวอย่างรายงาน 4. หนังสือภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 5. ไม้เรียกเลขที่ 6. บัตรค าที่มีตัวการันต์ 6. นักเรียนเข้ากลุ่มท ากิจกรรมคิดค าที่มีตัวการันต์ โดยส่งตัวแทนออกมาจับฉลากตัว การันต์ 7. นักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องตัวการันต์ ดังนี้ ค าที่มี ไม้ทัณฑฆาต - ก ากับอยู่บนพยัญชนะ เพื่อแสดงให้รู้ว่าไม่ต้องอ่านออกเสียง พยัญชนะตัวนั้น ใช้วางบนพยัญชนะที่ไม่ต้องการออกเสียง ซึ่งอาจวางไว้บนพยัญชนะซึ่งอยู่ท้าย ประโยค หรือบางค ามีพยัญชนะที่ไม่ใช่ตัวสะกดอยู่ข้างหน้าพยัญชนะที่มีไม้ทัณฑฆาต - ก็ไม่ออก เสียง พยัญชนะตัวนั้นเช่นกัน ไม่ออกเสียงพยัญชนะที่มีเครื่องหมาย ทัณฑฆาตก ากับ แม้พยัญชนะ ตัวนั้นไม่ได้อยู่ท้ายพยางค์ และไม่ออกเสียงพยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาตก ากับ แม้พยัญชนะ ตัวนั้นจะมีสระประสมอยู่ 8. นักเรียนท าแบบฝึกหัด ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 9. นักเรียนน าเสนอค าตัวการันต์ตามกลุ่มที่จับฉลากได้ โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อให้ นักเรียนน าเสนอทีละกลุ่ม และร่วมกันแสดงความคิดเห็น และรวบรวมเป็นเล่มไว้ที่มุมห้องเรียน ให้เพื่อนๆได้อ่านด้วย ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 10. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้ อย่างไร


8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... . ลงชื่อ.............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)


ภาคเรียนที่..…1…../.................. ชื่อผู้สอน …………………………………………………….. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่……4..... จ านวน……5….คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่ ..……6…..… เรื่อง...................โอม! พินิจมหาพิจารณา.................... ......................... สัปดาห์ที่ 13 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 อธิบายความหมายของค า ประโยค และส านวนจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/3 อ่านเรื่องสั้นๆตามเวลาที่ก าหนดและตอบค าถามจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/4 แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/6 สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านเพื่อน าไปใช้ในการด าเนินชีวิต ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการอ่าน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 4/4 เขียนย่อความจากเรื่องสั้น ๆ ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 สะกดค าและบอกความหมายของค าในบริบทต่าง ๆ 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหา ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ การเขียนย่อนิทาน การเขียนย่อความเป็นการสรุปสาระส าคัญของเนื้อเรื่องน าเสนอต่อผู้อื่น พยางค์ และค า เป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจ าวัน การเข้าใจลักษณะและการใช้พยางค์ และ ค า จะท าให้เข้าใจประโยคต่าง ๆ และน าไปใช้สื่อสารได้ถูกต้อง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. อธิบายวิธีการเขียนย่อความที่ดี (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การ เขียน พยางค์และค า (K) 4. อ่านเรื่องได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P) 5. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน (P) 6. เขียนย่อความนิทาน (P)


7. อ่าน เขียนและน าพยางค์และค าไปใช้ได้ถูกต้อง (P) 8. เห็นความส าคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A) 9. น าความรู้เรื่องการเขียนย่อความไปใช้ในชีวิตประจ าวัน (A) 10. กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. อธิบายวิธีการเขียนย่อความที่ดี (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การ เขียน พยางค์และค า (K) 5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอ่าน จับใจความ เรื่อง โอม! พินิจมหา พิจารณา การอ่านจับใจความ เรื่อง โอม! พินิจมหาพิจารณา สาระส าคัญ การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของ ข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการ สื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนสนทนาเกี่ยวกับ จดหมายลูกโซ่ แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อโยงเข้าสู่ บทเรียนโดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนเคยได้รับจดหมายลูกโซ่หรือไม่ - นักเรียนเชื่อเรื่องจดหมายลูกโซ่หรือไม่ เพราะอะไร 2. นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอ่านสรุปใจความ โดยใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - การอ่านสรุปใจความคืออะไร - นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ *ในการตอบค าถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อให้นักเรียนตอบทีละคน โดยถามค าถามก่อน จะเรียกเลขที่เพื่อให้ทุกคนได้คิด 3. นักเรียนอ่านในใจเรื่อง โอม! พินิจมหาพิจารณา จากหนังสือภาษาพาที ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 โดยน าหลักการอ่านในใจมาใช้ ครูสังเกตการอ่านของนักเรียนแต่ละคน ว่าปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักการอ่านหรือไม่ ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 4. นักเรียนร่วมกันสรุปใจความส าคัญของเรื่อง โอม! พินิจมหาพิจารณา 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - ความเชื่อและความศรัทธา มีความส าคัญในการด าเนินชีวิตประจ าวันหรือไม่ อย่างไร - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 6. นักเรียนเข้ากลุ่มท ากิจกรรมการตั้งค าถามจากเรื่องที่อ่านกลุ่มละ 5 ข้อ และส่งตัวแทน อ่านให้เพื่อนฟัง เพื่อนๆช่วยกันตอบค าถาม กติกาการตั้งค าถาม ครูแบ่งเนื้อหาให้แต่ละกลุ่มตั้งค าถามกลุ่มละ 2-3 หน้า คาบที่ 1


การเขียนย่อนิทาน 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่าน ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 8. แต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน *ขณะที่นักเรียนน าเสนอ ครูพยายามสังเกตพฤติกรรมทั้งของผู้ฟังและผู้น าเสนอ เพื่อเก็บ ไปเป็นข้อมูลในการพัฒนาปรับปรุงต่อไป พฤติกรรมที่น าไปเป็นเงื่อนไขพัฒนา เช่น - มารยาทในการพูดและฟัง - ความสนใจ ให้เกียรติ - การซักถาม เสนอแนวคิดแย้งหรือคล้อยตามอย่างมีเหตุผล - การใช้ทักษะทางภาษาเพื่อการสื่อสาร ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ -นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร การเขียนย่อนิทาน สาระส าคัญ การเขียนย่อความเป็นการสรุปสาระส าคัญของเนื้อเรื่องน าเสนอต่อผู้อื่น ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับนิทานที่นักเรียนรู้จัก และขออาสาสมัครเล่านิทาน 1 คน นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามท้าทาย ดังนี้ - นักเรียนคิดว่าเพื่อนใช้หลักการอะไรในการเล่านิทาน - ภาษาที่เพื่อนใช้ในการเล่าเป็นอย่างไร - นักเรียนทราบหรือไม่ว่าหลักการย่อความมีอะไรบ้าง 2. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การย่อนิทานแล้วร่วมกันสนทนาโดยครูใช้ค าถามดังนี้ - ในการย่อนิทานนักเรียนต้องค านึงถึงเรื่องอะไรมากที่สุด - นักเรียนควรระมัดระวังเกี่ยวกับอะไรในการย่อนิทาน ครูอธิบายเพิ่มเติมถึงหลักการย่อความดังนี้ หลักการย่อความ 1. อ่านเรื่องที่จะย่อให้เข้าใจ 2. จับใจความส าคัญหรือสาระส าคัญของเรื่อง 3. ใช้ส านวนภาษาง่าย ๆ ของผู้ย่อเองโดยไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องเดิม 4. เปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 1 หรือสรรพนามบุรุษที่ 2 เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนศึกษาตัวอย่างการย่อนิทานแล้วร่วมกันวิเคราะห์ โดยครูถามค าถามดังนี้ - การย่อนิทานมีความส าคัญอย่างไร - นักเรียนน าเสนอรูปแบบการย่อนิทาน รูปแบบการย่อนิทาน นิทานเรื่อง...................จาก....................ของ....................ความว่า............................. - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนท ากิจกรรมการเขียนย่อนิทาน ตามรูปแบบที่เรียน จากหนังสือนิทานที่ นักเรียนน ามา คาบที่ 2-3


พยางค์ และ ค า 6. นักเรียนร่วมกันสรุปความส าคัญของการย่อนิทาน ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ องค์ประกอบของการย่อนิทาน ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 7. นักเรียนแต่ละคนน าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน เพื่อนในห้องเรียนร่วมกันแสดงความ คิดเห็น ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 8. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร พยางค์ และ ค า สาระส าคัญ พยางค์ และค า เป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจ าวัน การเข้าใจ ลักษณะและการใช้พยางค์ และค า จะท าให้เข้าใจประโยคต่าง ๆ และน าไปใช้สื่อสารได้ถูกต้อง ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนอ่านออกเสียงค าต่อไปนี้ กระดาน โต๊ะ ธรรมชาติ อุตสาหกรรม แล้วสังเกต การอ่านออกเสียง โดยครูใช้ค าถามดังนี้ -ค าที่นักเรียนอ่านแตกต่างกันอย่างไร 2. นักเรียนศึกษาเรื่อง พยางค์และค าในหนังสือเรียนชุดภาษาเพื่อชีวิต(ภาษาพาที)หน้า 13 ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนร่วมกันคิดวิเคราะห์โดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - พยางค์หมายถึงอะไร - ค าหมายถึงอะไร - พยางค์และค าแตกต่างกันอย่างไร 4. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มจับสลากเลือกนิทานที่ครูเตรียมมากลุ่มละ 1 เรื่อง ให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติดังนี้ - เลือกค าจากในเนื้อเรื่องมาเขียน และจัดประเภทค าพยางค์เดียว ค าสองพยางค์ ค าสามพยางค์ ค าสี่พยางค์ ค าห้าพยางค์ ฯลฯ เมื่อท าเสร็จแล้ว ให้วาดภาพประกอบ 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 6. ครูติดแผนภูมิค าขวัญจังหวัดภูเก็ตบนกระดานด า ให้นักเรียนช่วยกันจ าแนกประเภท ดังนี้ 1.1 ค าพยางค์เดียว 1.2 ค าสองพยางค์ 1.3 ค าสามพยางค์ 1.4 ค าสี่พยางค์ โดยให้นักเรียนเขียนบนกระดานด า ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องแล้ว อ่านออก เสียงพร้อมกัน 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องพยางค์และค าดังนี้ “จ านวนครั้งที่ออกเสียงเรียกว่า พยางค์ จะมีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ได้แต่หากออกเสียงแล้วมีความหมาย เรียกว่า ค า ค า 1 คา อาจมีหลายพยางค์ได้ คาบที่ 4-5


6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ด้านความรู้ (K) -การตอบค าถาม -ท าแบบฝึกหัด -ค าถาม -แบบฝึกหัด ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่าน -ทักษะการเขียน -ทักษะคิดวิเคราะห์ -แบบประเมินการอ่าน -ใบงานการเขียนย่อนิทาน -แบบฝึกหัด -ค าถาม ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยม (A) -สังเกตพฤติกรรมในการร่วม กิจกรรม การท างานกลุ่ม -สังเกตพฤติกรรมความ กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม 7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 1.ภาพประกอบเกี่ยวตัวอย่างจดหมายลูกโซ่ 2.หนังสือนิทาน 3. หนังสือภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 4.ไม้เรียกเลขที่ 5. บัตรค า 6.เกมเรื่องพยางค์และค า 7.รูปภาพ 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... 8. นักเรียนท าแบบฝึกหัดเรื่อง จ าแนกพยางค์และค า ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 9. นักเรียนน าเสนอพยางค์และค าหน้าชั้นเรียน โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่เรียกนักเรียน ออกมาน าเสนอ 4-5 คน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 10. นักเรียนช่วยกันสรุปบทเรียน ครูสรุปเพิ่มเติมด้วยการสุ่มถามนักเรียนบางคน เพื่อเป็น การประเมินความเข้าใจไปในตัวด้วย 11. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร ลงชื่อ.............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)


ภาคเรียนที่..…1…../.................. ชื่อผู้สอน …………………………………………………….. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่……4..... จ านวน……5….คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่ ..……6…..… เรื่อง...................โอม! พินิจมหาพิจารณา.................... ......................... สัปดาห์ที่ 14 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และ มีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 อธิบายความหมายของค า ประโยคและส านวนจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/3 อ่านเรื่องสั้นๆตามเวลาที่ก าหนดและตอบค าถามจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/4 แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/6 สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านเพื่อน าไปใช้ในการด าเนินชีวิต ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 4/6 เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า ตัวชี้วัดที่ ป 4/7 เขียนเรื่องตามจินตนาการ ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 สะกดค าและบอกความหมายของค าในบริบทต่าง ๆ 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหา ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ การเขียนเรียงความ คือ การเขียนข้อความหลายย่อหน้าที่บรรยายหรืออธิบายเรื่อง หรือความคิดเห็นอย่างไดอย่างหนึ่ง และการฝึกทักษะการเขียนอย่างสม่ าเสมอ จะช่วยให้การเขียนเรียงความมีความน่าสนใจและน่าติดตามอ่านยิ่งขึ้น ค าที่ประวิสรรชนีย์และค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์ ค าประวิสรรชนีย์ หมายถึง การเขียนค าที่มีรูปสระ อะ ส่วนค า ไม่ประวิสรรชนีย์ คือ การเขียนค าที่ไม่มีรูปสระ อะ แต่ออกเสียงสระ อะ โดยมีหลักเกณฑ์ก าหนดไว้อย่างชัดเจน นักเรียน จ าเป็นต้องเรียนรู้เพื่อการน าไปใช้ได้อย่างถูกต้อง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. เข้าใจลักษณะของการเขียนเรียงความ (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การ เขียน ค าที่ประวิสรรชนีย์ และไม่ประวิสรรชนีย์ (K) 4. อ่านเรื่องได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P) 5. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน (P)


6. เขียนเรียงความได้อย่างเหมาะสม (P) 7. อ่าน เขียนและน าค าที่ประวิสรรชนีย์ และไม่ประวิสรรชนีย์ไปใช้ได้ถูกต้อง (P) 8. เห็นความส าคัญของการเขียน (A) 9. เห็นความส าคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A) 10. กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. เข้าใจลักษณะของการเขียนเรียงความ (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การ เขียน ค าที่ประวิสรรชนีย์ และไม่ประวิสรรชนีย์ (K) 5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอ่าน จับใจความ เรื่องสั้น การอ่านจับใจความ เรื่องสั้น สาระส าคัญ การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของ ข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการ สื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1.นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอ่านสรุปใจความ โดยใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - การอ่านสรุปใจความคืออะไร - นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ 2.นักเรียนอ่านเรื่อง พ่อยอมแล้วลูก ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น พ่อยอมแล้วลูก นายดีเป็นคนบ้านนอกบ้านนา เขาได้ตัดสินใจส่งลูกชายไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ อยู่มาวันหนึ่งนายดีได้ไปเยี่ยม ลูกชายลูกชายก็ได้บอกพ่อว่า “ตอนนี้พ่อมาอยู่กับผมที่กรุงเทพฯ พ่อจะท าอะไรเหมือนตอนอยู่ที่บ้านเราไม่ได้นะพ่อ เพื่อความแน่ใจ ถ้าพ่อเห็นผมท าอะไร พ่อก็ท า ตามผมก็แล้วกันนะ”มีอยู่วันหนึ่ง ลูกชายจ าต้องไปงานเลี้ยง จึงได้ชวนนายดีพ่อของตนไปงานเลี้ยง ด้วย นายดีแกท าอะไรไม่ค่อยจะถูกก็เพราะว่าไม่เคยเข้างานสังคม แกจึงกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะ กลัวว่าจะท าอะไรให้เป็นที่ขายหน้าให้แก่ลูกชาย ขณะที่นายดีก าลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ ด้วยกัน นายดีก็พยายามดูการกระท าของลูกชายแกอยู่ตลอดเวลา ถ้าแกเห็น ลูกชายของแกท า อะไรแกก็จะท าตาม ในเมนูแรกเขายกอ้อยควั่นมาเสิร์ฟ ลูกชายก็หยิบเอาอ้อยเข้าปากนายดีก็ท า ตามลูกชาย ต่างคนต่างกิน พอน้ าอ้อยหมดก็เหลือแต่กากอ้อย ทางฝ่ายลูกชายนั้นก็เอาผ้าเช็ดปาก มาปิดปากแล้วจึงค่อยคายกากอ้อยออกมา ในตอนนั้นนายดีไม่ทันได้สังเกต คิดว่าลูกชายแค่จะเช็ด ปากเฉยๆนายดีจึงไม่ได้คายกากอ้อยออกมา นายดีจึงเคี้ยวกากอ้อยต่อไปอยู่พักใหญ่ ก็ไม่เห็นลูก ชายจะคายกากอ้อยออกมา แกจึงคิดในใจ คาบที่ 1


การเขียน เรียงความ “เอ..มันคายกากอ้อยออกมาตอนไหนกันหว่า ที่ใต้โต๊ะก็ไม่มี หรือมันจะกลืนลงท้องไปแล้ว หว่า” คิดได้ดังนั้นแกจึงตัดสินใจว่า “เอา..กลืนก็กลืนวะ” เมื่อกลืนลงไปแล้วกากอ้อยก็ติดอยู่ใน คอ นายดีจึงจ าเป็นต้องดื่มน้ าตามเข้าไปมากๆ กว่ากากอ้อยจะหลุดลงคอลงไปได้ แกกินน้ าไป หลายแก้วทีเดียว อาหารเมนูต่อมาเขาก็น าขนมจีนมาเสิร์ฟ ฝ่ายลูกชายก็ตักขนมจีนมากิน นายดีก็ ท าตามเช่นเคย ระหว่างที่กินกันอยู่นั้น ลูกชายก็บังเกิดความสงสัยขึ้นว่า ตอนที่พ่อกินอ้อยอยู่ พ่อ เอากากไปทิ้งไว้ที่ไหน มองดูรอบบริเวณที่นายดีนั่งอยู่ก็ไม่เห็นว่ามีกากอ้อยตกอยู่เลย ลูกชายจึง ถามพ่อขึ้นมาว่า “พ่อ..ตอนที่พ่อกินอ้อยอยู่นะ พ่อเอากากอ้อยไปทิ้งไว้ที่ไหน วางทิ้งไว้เรี่ยราดไม่ได้ นะพ่อ” นายทองดีตอบลูกชายว่า “พ่อก็กลืนเข้าไปนะซิวะ เพราะพ่อไม่เห็นแกคายกากอ้อย ออกมาเลยนะซิ” พอลูกชายได้ยินดังนั้นก็ข าขึ้นมาจนกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ ก็เลยส าลักขนมจีนที่กินเข้า ไป เส้นขนมจีนจึงออกมาทางจมูก นายดีเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นมาว่า “พ่อยอมแล้วลูก ที่ลูกท าแบบนี้ พ่อท าตามไม่ได้หรอก” นายดีกล่าวขึ้นพร้อมกับทั้งยกมือไหว้ลูกชายของตน ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - ตัวละครส าคัญในเรื่องแต่ละคนมีนิสัยอย่างไร - จากเรื่องที่อ่านนักเรียนได้ข้อคิดอะไรบ้าง 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนเข้ากลุ่มท ากิจกรรมการตั้งค าถามและตอบค าถามจากเรื่องที่อ่าน กลุ่มละ 5 ข้อ กติกาในการตั้งค าถาม คุณครูแบ่งจ านวนหน้าที่แต่ละกลุ่มจะต้องรับผิดชอบในการตั้งค าถาม เพื่อป้องกันไม่ให้การตั้งค าถามของแต่ละกลุ่มไม่ให้ซ้ ากัน 6. นักเรียนร่วมกันสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่าน ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอค าถามหน้าชั้นเรียน แล้วให้เพื่อนตอบค าถาม ขั้นที่ 5ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 8. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร การเขียนเรียงความ สาระส าคัญ การเขียนเรียงความ คือ การเขียนข้อความหลายย่อหน้าที่บรรยายหรืออธิบายเรื่อง หรือ ความคิดเห็นอย่างไดอย่างหนึ่ง และการฝึกทักษะการเขียนอย่างสม่ าเสมอ จะช่วยให้การเขียน เรียงความมีความน่าสนใจและน่าติดตามอ่านยิ่งขึ้น ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการเขียนเรียงความ โดยครูใช้ค าถามท้าทาย ดังนี้ - นักเรียนเคยได้อ่านเรียงความหรือเขียนเรียงความมาบ้างหรือไม่ - หากนักเรียนจะเขียนเรียงความต้องค านึงถึงเรื่องอะไรมากที่สุด - นักเรียนทราบหรือไม่ว่าการเขียนเรียงความมีส่วนประกอบอะไรบ้าง 2. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนเรียงความแล้วร่วมกันสนทนาโดยครูใช้ค าถามดังนี้ - ในการเขียนเรียงความนักเรียนต้องค านึงถึงเรื่องอะไรมากที่สุด - นักเรียนควรระมัดระวังเกี่ยวกับอะไรในการเขียนเรียงความ คาบที่ 2-3


ค าที่ประวิสรรชนีย์ และค าที่ไม่ประ วิสรรชนีย์ ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนอ่านตัวอย่างการเขียนเรียงความแล้วร่วมกันวิเคราะห์ โดยครูถามค าถามดังนี้ - การเรียงความมีความส าคัญอย่างไร 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนเขียนเรียงความเรื่องวันแม่ 6. นักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องการเขียนเรียงความ ดังนี้ การเขียนเรียงความ คือ การเขียนข้อความหลายย่อหน้าที่บรรยายหรืออธิบาย เรื่อง หรือความคิดเห็นอย่างไดอย่างหนึ่ง และการฝึกทักษะการเขียนอย่างสม่ าเสมอ จะช่วยให้การ เขียนเรียงความมีความน่าสนใจและน่าติดตามอ่านยิ่งขึ้น ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 7. นักเรียนแต่ละคนน าเสนอผลงานการเขียนเรียงความหน้าชั้นเรียน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 8. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร ค าที่ประวิสรรชนีย์และค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์ สาระส าคัญ ค าประวิสรรชนีย์ หมายถึง การเขียนค าที่มีรูปสระ อะ ส่วนค าไม่ประวิสรรชนีย์ คือ การ เขียนค าที่ไม่มีรูปสระ อะ แต่ออกเสียงสระ อะ โดยมีหลักเกณฑ์ก าหนดไว้อย่างชัดเจน นักเรียน จ าเป็นต้องเรียนรู้เพื่อการน าไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนฟังเพลง “ค าประวิสรรชนีย์” 2 ครั้ง หลังจากนั้นร่วมกันร้องพร้อมปรบมือ และร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - ค าที่ประวิสรรชนีย์ ใช้ท าอะไรได้บ้าง - ถ้าไม่มีค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์ นักเรียนคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น - ท าไมเราจึงต้องเรียนค าที่ประวิสรรชนีย์และค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์ 2. นักเรียนศึกษาเรื่อง ค าที่ประวิสรรชนีย์และค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์ แล้วร่วมสนทนาโดย ครูใช้ค าถามดังนี้ - ค าที่ประวิสรรชนีย์และค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์หมายถึงอะไร - ค าที่ประวิสรรชนีย์และค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์แตกต่างกันอย่างไร ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนเล่นเกมเขียนค าที่ประวิสรรชนีย์และค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์ โดยคุณครูอ่าน ค าถามและนักเรียนเขียนในกระดาษ ดังนี้ - จงเขียนชื่อดอกไม้ที่เป็นค าประวิสรรชนีย์มา 3 ชนิด ( กระดังงา,พู่ระหง,มะลิ ฯลฯ) - จงเขียนชื่อขนมที่เป็นค าประวิสรรชนีย์มา 3 อย่าง (กะละแม,ตะโก้,กระยาสารท ฯลฯ) - จงเขียนชื่อจังหวัดที่เป็นค าประวิสรรชนีย์มา 3 จังหวัด (ระนอง,ยะลา,ระยอง ฯลฯ) คาบที่ 4-5


6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ด้านความรู้ (K) -การตอบค าถาม -ท าแบบฝึกหัด -ค าถาม -แบบฝึกหัด ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่าน -ทักษะการเขียน -ทักษะการคิดวิเคราะห์ -แบบประเมินการอ่าน -แบบประเมินการเขียน -แบบฝึกหัด -ค าถาม ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยม (A) -สังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม การท างานกลุ่ม -แบบสังเกตพฤติกรรม - จงเขียนชื่อผลไม้ที่เป็นค าประวิสรรชนีย์มา 3 ชนิด (มะละกอ,มะม่วง,มะกอก ฯลฯ) - จงเขียนอาชีพที่เป็นค าไม่ประวิสรรชนีย์มา 3 อาชีพ (เกษตรกร,พยาบาล,ทหาร ฯลฯ ) - จงเขียนชื่อประเทศที่ไม่เป็นค าประวิสรรชนีย์มา 3 ประเทศ (อเมริกา,เขมร,พม่า ฯลฯ) - จงเขียนชื่อสถานที่ ที่ไม่เป็นค าประวิสรรชนีย์มา 3 สถานที่ ( ตลาด,โรงพยาบาล,อนามัย ฯลฯ) ตัวแทนแต่ละกลุ่มอ่านค าตอบของแต่ละข้อ โดยครูจะเป็นคนเลือกเองว่าใครเฉลย ข้อไหน 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าสิ่งที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังปฏิบัติ 5. นักเรียนฝึกอ่านค าที่ประวิสรรชนีย์และค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์จากบัตรค า และเล่นเกม ยกตัวอย่างค า 6. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเรื่อง ค าที่ประวิสรรชนีย์และค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์ดังนี้ ค าประวิสรรชนีย์ หมายถึง การเขียนค าที่มีรูปสระ อะ ส่วนค าไม่ประวิสรรชนีย์ คือ การเขียนค าที่ไม่มีรูปสระ อะ แต่ออกเสียงสระ อะ โดยมีหลักเกณฑ์ก าหนดไว้อย่าง ชัดเจน นักเรียนจ าเป็นต้องเรียนรู้เพื่อการน าไปใช้ได้อย่างถูกต้อง 7. นักเรียนท าแบบฝึกหัดเรื่อง ค าที่ประวิสรรชนีย์และค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์ ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 8. นักเรียนออกมาน าเสนอค าที่ประวิสรรชนีย์และค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์ โดยครูใช้ไม้เรียก เลขที่ให้นักเรียนอ่าน บัตรค าและบอกว่าเป็นค าที่อ่านเป็นค าประวิสรรชนีย์หรือค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มพูนคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นโดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้ อย่างไร


-สังเกตพฤติกรรมความกระตือรือร้น ในการร่วมกิจกรรม 7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 1.ตัวอย่างเรื่องสั้น 2. ตัวอย่างการเขียนเรียงความ 3. หนังสือภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 4.ไม้เรียกเลขที่ 5. บัตรค า 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... . ลงชื่อ.............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)


ภาคเรียนที่..…1…../................... ชื่อผู้สอน …………………………………………………….. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่……4..... จ านวน……5….คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่ ..……7…..… เรื่อง....................แรงพิโรธจากฟ้าดิน....................... ......................... สัปดาห์ที่ 15 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ตัวชี้วัดที่ ป 4/2 อธิบายความหมายของค า ประโยค และส านวนจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/3 อ่านเรื่องสั้นๆตามเวลาที่ก าหนดและตอบค าถามจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/4 แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/6 สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านเพื่อน าไปใช้ในการด าเนินชีวิต ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัดที่ ป 4/1 สะกดค าและบอกความหมายของค าในบริบทต่าง ๆ ตัวชี้วัดที่ ป 4/5 แต่งบทร้อยกรองและค าขวัญ 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหา ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ การแต่งกลอนสี่ ต้องมีค าสัมผัสบังคับให้ครบถ้วน และเลือกใช้ค าให้เหมาะสมกับใจความเป็นเรื่องราวเดียวกันทั้งบท ค าที่ อ่านออกเสียงอะ กลางค า ค าที่อ่านออกเสียง อะ กลางค า คือ ค าหลายๆพยางค์ ซึ่งพยางค์หน้ามีตัวสะกด และอ่านออกเสียงอะ เชื่อมระหว่างพยางค์ต่อไปด้วย การอ่านและเขียนคล่องช่วยให้น าไปใช้ได้ถูกต้อง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. สรุปความรู้เรื่องกลอนสี่ (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การเขียน ค าที่ออกเสียง อะ กลางค า (K) 4. อ่านเรื่องได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P) 5. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน (P) 6. แต่งกลอนสี่ได้ (P) 7. อ่าน เขียนและน าค าที่ออกเสียง อะ กึ่งเสียง ไปใช้ได้ถูกต้อง (P) 8. เห็นความส าคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)


9. กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. สรุปความรู้เรื่องกลอนสี่ (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การเขียน ค าที่ออกเสียง อะ กลางค า (K) 5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอ่าน จับใจความ แรง พิโรธจากฟ้าดิน การอ่านจับใจความ แรงพิโรธจากฟ้าดิน สาระส าคัญ การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของ ข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการ สื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเรื่องภัยธรรมชาติ โดยใช้ค าถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ - นักเรียนรู้จักภัยธรรมชาติอะไรบ้าง - นักเรียนเคยดูข่าวผู้ประสบภัยภัยธรรมชาติบ้างหรือไม่ ให้นักเรียนช่วยกันตอบ โดยครูถามน าเพื่อโยงเข้าสู่สาระการเรียนรู้และกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน และน าเสนอภาพ เกี่ยวกับภัยธรรมชาติต่างๆ 2. นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอ่านสรุปใจความ โดยใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - การอ่านสรุปใจความคืออะไร - นักเรียนใช้ทักษะอะไรบ้างในการอ่านสรุปใจความ 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มอ่านในใจเรื่อง แรงพิโรธจากฟ้าดิน จากหนังสือภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยน าหลักการอ่านในใจมาใช้ ครูสังเกตการอ่านของนักเรียนแต่ละ คนว่าปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักการอ่านหรือไม่ *ในการตอบค าถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อให้นักเรียนตอบทีละคน โดยถาม ค าถามก่อนจะเรียกเลขที่เพื่อให้ทุกคนได้คิด ในแต่ละค าถามควรให้นักเรียนน าเสนอ 4-5 คน ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 4. นักเรียนร่วมกันสรุปใจความส าคัญของเรื่อง แรงพิโรธจากฟ้าดิน 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - ความเชื่อและความศรัทธา มีความส าคัญในการด าเนินชีวิตประจ าวันหรือไม่ อย่างไร - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 6. นักเรียนเข้ากลุ่มท ากิจกรรมการตั้งค าถามจากเรื่องที่อ่านกลุ่มละ 5 ข้อ และส่งตัวแทน อ่านให้เพื่อนฟัง เพื่อนๆช่วยกันตอบค าถาม กติกาการตั้งค าถาม ครูแบ่งเนื้อหาให้แต่ละกลุ่มตั้งค าถามกลุ่มละ 2-3 หน้า 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่าน คาบที่ 1


การเขียนกลอนสี่ ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 8. แต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน *ขณะที่นักเรียนน าเสนอ ครูพยายามสังเกตพฤติกรรมทั้งของผู้ฟังและผู้ น าเสนอ เพื่อเก็บไปเป็นข้อมูลในการพัฒนาปรับปรุงต่อไป พฤติกรรมที่น าไปเป็นเงื่อนไขพัฒนา เช่น - มารยาทในการพูดและฟัง - ความสนใจ ให้เกียรติ - การซักถาม เสนอแนวคิดแย้งหรือคล้อยตามอย่างมีเหตุผล - การใช้ทักษะทางภาษาเพื่อการสื่อสาร ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร การเขียนกลอนสี่ สาระส าคัญ การแต่งกลอนสี่ ต้องมีค าสัมผัสบังคับให้ครบถ้วน และเลือกใช้ค าให้เหมาะสมกับใจความ เป็นเรื่องราวเดียวกันทั้งบท ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการแต่งกลอน โดยใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนรู้จักกลอนประเภทใดบ้าง - นักเรียนเคยแต่งกลอนบ้างไหม และครูน าเข้าสู่บทเรียนโดยน าเสนอ ค าที่มีสระเดียวกัน ให้นักเรียนฟังช่วยกันคิดว่ามีค า ใดที่มีลักษณะคล้องจองกัน และยกตัวอย่างเช่น จ านวนค า 3 คู่ ค าคู่ที่ 1 ค าว่า ไร่-ไก่ ค าคู่ที่ 2 ค าว่า หา-นา ค าคู่ที่ 3 ค าว่า ก่อน-นอน จากนั้นให้นักเรียนลองฝึกการเรียงบัตรค าสี่พยางค์ 1) ชีวิต / มีพิษ / มีภัย / อากาศ ............................. .................. 2) รักษา / แม่น้ า / ให้ดี / มีค่า ................................................ 3) ให้ดี / ยังมี / แยกขยะ / คุณค่า ................................................ 4) ชีวิต / ได้เลี้ยง / พอเพียง / ครอบครัว ................................................. 2. นักเรียนสังเกตค าเฉลย เมื่อเรียงถูกต้องเรียบร้อยแล้วจะเรียงได้ดังนี้ 1) อากาศมีพิษ ชีวิตมีภัย 2) แม่น้ ามีค่า รักษาอย่าให้ดี 3) แยกขยะให้ดี ยังมีคุณค่า 4) ชีวิตพอเพียง ได้เลี้ยงครอบครัว ครูสรุปให้นักเรียนเข้าใจตรงกันว่า การน าค าที่คล้องจองกันมา 3 คู่ มีลักษณะสัมผัส คล้องจองกัน ซึ่งค าเหล่านี้เราจะพบให้บทร้อยกรอง หรือค าประพันธ์ทุกชนิด 3. นักเรียนศึกษาเรื่อง กลอนสี่ ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 4. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ ฉันทลักษณ์กลอนสี่ และตัวอย่างกลอนสี่ คาบที่ 2-3


ฉันทลักษณ์ กลอนสี่ ตัวอย่าง กลอนสี่ เป็นค าประพันธ์ประเภทกลอน ใน 1 บท มี 2 บาท 1 บาท มี 2 วรรค วรรค ละ 4 ค า กลอน 4 ตามหลักฐานทางวรรณคดีไทย กลอน 4 ที่เก่าที่สุดพบในมหาชาติค าหลวงกัณฑ์มหาพน (สมัย อยุธยา) แต่ต่อมาไม่ปรากฏในวรรณคดีไทยมากนัก มักแทรกอยู่ตามกลอนบทละครต่าง ๆ ตัวอย่างกลอน 4 ในวรรณคดีไทยที่พบมี 2 แบบ คือ กลอน 4 แบบที่ 1 กลอน 4 แบบนี้ บทหนึ่งจะประกอบด้วย 2 บาท บาทละ 2 วรรค วรรคละ 4 ค า ตามผัง O O O O O O O O O O O O O O O O สัมผัส แบบกลอนทั่วไป คือ ค าสุดท้ายวรรคหน้าสัมผัสกับค าที่สองของวรรคหลัง และค าสุดท้ายวรรคที่สองสัมผัสกับค าสุดท้ายวรรคที่สาม ส่วนสัมผัสระหว่างบทก็เช่นเดียวกัน คือ ค าสุดท้ายวรรคที่สี่ของบทแรก สัมผัสกับค าสุดท้ายของวรรคที่สองของบทถัดไป กลอน 4 แบบที่ 2 คณะ กลอน 4 แบบนี้ บทหนึ่งประกอบด้วย 4 บาท บาทละ 2 วรรค วรรคละ 4 ค า ตามผัง O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O O


ค าที่ อ่านออก เสียงอะ กลางค า สัมผัสนอก ในทุกบาท ค าสุดท้ายของวรรคหน้า สัมผัสกับค าที่สองของวรรคหลัง มี สัมผัสระหว่างบาทที่สองกับสาม คือ ค าสุดท้ายวรรคที่สี่สัมผัสกับค าสุดท้ายวรรคที่หก ส่วนสัมผัส ระหว่างบทนั้นจะแตกต่างจากแบบแรก เนื่องจากให้ค าสุดท้ายของบทแรกสัมผัสกับค าสุดท้ายของ วรรคที่สี่ของบทถัดไป (ดูตัวอย่าง) จักกรีดจักกราย จักย้ายจักย่อง ไม่เมินไม่มอง ไม่หมองไม่หมาง งามเนื้องามนิ่ม งามยิ้มงามย่าง ดูคิ้วดูคาง ดูปรางดูปรุง กลบทจาตุรงคนายก, ศิริวิบุลกิตติ, หลวงปีชา (เซ่ง) 6. นักเรียนคิดประเมินเพิ่มคุณค่า โดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 7. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 - 5 คน ฝึกแต่งกลอนสี่ 8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง กลอนสี่ ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 9. นักเรียนน าเสนอการแต่งกลอนสี่ โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อให้นักเรียนน าเสนอที ละกลุ่ม เพื่อนๆช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 10. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร ค าที่ อ่านออกเสียงอะ กลางค า สาระส าคัญ ค าที่อ่านออกเสียง อะ กลางค า คือ ค าหลายๆพยางค์ ซึ่งพยางค์หน้ามีตัวสะกดและ อ่านออกเสียงอะ เชื่อมระหว่างพยางค์ต่อไปด้วย การอ่านและเขียนคล่องช่วยให้น าไปใช้ได้ถูกต้อง ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1 .นักเรียนอ่านออกเสียงค าต่อไปนี้ วิทยา ธุรกิจ ศาสดา รัฐบาล พัฒนา จักร ทฤษฎี วรรณกรรม กรรมการ ธรรมชาติ แล้วร่วมสนทนาโยงเข้าสู่บทเรียนโดย ครูใช้ค าถามดังนี้ - ค าที่อ่านมีลักษณะเหมือนกันอย่างไร - ค าที่อ่านเรียกว่าค าอะไร - ค าที่อ่านออกเสียง อะ กลางค า มีลักษณะอย่างไร 2. นักเรียนศึกษาเรื่อง ค าที่อ่านออกเสียง อะ กลางค า ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 3. นักเรียนช่วยกันคิดและเขียนค าที่อ่านออกเสียง อะ กลางค า ให้ทุกคนช่วยกัน พิจารณาความถูกต้องของค าที่อ่านออกเสียง อะ กลางค า 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพิ่มคุณค่า โดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนสามารถน าเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ คาบที่ 4-5


6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ด้านความรู้ (K) -การตอบค าถาม -ท าแบบฝึกหัด -ค าถาม -แบบฝึกหัด ด้านทักษะและกระบวนการ (P) -ทักษะการอ่าน -ทักษะการเขียน -ทักษะการคิดวิเคราะห์ -แบบประเมินการอ่าน -แบบประเมินการเขียน -แบบฝึกหัด -ค าถาม ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยม (A) -สังเกตพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม การท างานกลุ่ม -สังเกตพฤติกรรมความกระตือรือร้น ในการร่วมกิจกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม 7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ 1. ภาพประกอบเกี่ยวกับภัยธรรมชาติต่างๆ 2. ตัวอย่างฉันทลักษณ์กลอนสี่ 3. ตัวอย่างกลอนสี่ 4. บัตรค า 5. หนังสือภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 6. ไม้เรียกเลขที่ 8. กิจกรรมเสนอแนะ 5. นักเรียนเล่นเกมโดยคิดชื่อ ผัก ผลไม้ สัตว์และของใช้ต่างๆ สถานที่ ที่เป็นค าที่ อ่านออกเสียง อะ กลางค า โดยใช้ไม้เรียกเลขที่เรียกชื่อนักเรียนตอบทีละคน ครูเขียนค าตอบ ของนักเรียนบนกระดานด า แล้วอ่านออกเสียงพร้อมกัน ให้ทุกคนช่วยกันพิจารณาความถูกต้อง ของค าที่อ่านออกเสียง อะ กลางค า 6. นักเรียนจับฉลากค าที่อ่านออกเสียง อะ กลางค า กลุ่มละ 10 ค า แล้วให้นักเรียน แต่ละกลุ่มเขียนนิทาน 7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปค าที่อ่านออกเสียง อะ กลางค า 8. นักเรียนท าแบบฝึกหัด ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 9. นักเรียนน าเสนอการแต่งนิทาน โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อให้นักเรียนน าเสนอทีละ กลุ่ม ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 10. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร


......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... . ลงชื่อ.............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)


ภาคเรียนที่..…1…../.................. ชื่อผู้สอน …………………………………………………….. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่……4..... จ านวน……5….คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่ ..……7…..… เรื่อง....................แรงพิโรธจากฟ้าดิน....................... ......................... สัปดาห์ที่ 16 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานที่ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/3 อ่านเรื่องสั้นๆตามเวลาที่ก าหนดและตอบค าถามจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/4 แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ตัวชี้วัดที่ ป 4/6 สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านเพื่อน าไปใช้ในการด าเนินชีวิต ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 4/8 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัดที่ ป 4/5 แต่งบทร้อยกรองและค าขวัญ 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหา ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ การเขียนค าขวัญ ค าขวัญเป็นถ้อยค าที่แต่งขึ้น เพื่อเตือนใจหรือเพื่อเป็นสิริมงคล มีลักษณะเป็นการเชิญชวน หรือ ขอร้องให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังยึดเป็นแนวในการปฏิบัติ ถ้อยค ามักมีความคล้องจอง หรือมีสัมผัสเป็นร้อยกรองสั้น ๆ เพื่อให้จดจ าขึ้น ใจ วลี หรือ กลุ่มค า เป็นการน าค าตั้งแต่สองค าขึ้นไปมาเรียงต่อกันท าให้เกิดความหมายเพิ่มขึ้น มีความหมายมาจากค าเดิม ที่น ามารวมมารวมกันแต่ไม่สมบูรณ์เหมือนประโยค วลีส่วนใหญ่มีค ากลางที่ส าคัญหนึ่งค าที่เป็นตัวบ่งบอกถึงประเภทของวลีค า นั้นเรียกว่าเป็น “ค าหลัก” ของวลี 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. บอกลักษณะของค าขวัญได้ (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การเขียน วลี (K) 4. อ่านเรื่องได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถูกต้องตามอักขรวิธี (P) 5. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน (P) 6. แต่ค าขวัญได้ถูกต้อง (P) 7. อ่าน เขียนและน าวลีไปใช้ได้ถูกต้อง (P)


8. เห็นความส าคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A) 9. กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. อธิบายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความส าคัญ (K) 2. บอกลักษณะของค าขวัญได้ (K) 3. รู้และเข้าใจหลักการอ่าน การเขียน วลี (K) 5. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอ่าน จับใจความ นิทานชาดก การอ่านจับใจความ นิทานชาดก สาระส าคัญ การอ่านจับใจความส าคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดส าคัญหลักของ ข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน การอ่านจับใจความส าคัญ ถือเป็นทักษะส าคัญที่ใช้ในการอ่านเพื่อการ สื่อสารมากที่สุด เพราะเป็นพื้นฐานส าคัญในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความช านาญ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเรื่องนิทานชาดก โดยใช้ค าถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ - นักเรียนรู้จักนิทานชาดกหรือไม่ - นักเรียนเคยดูนิทานชาดกบ้างหรือไม่ ให้นักเรียนช่วยกันตอบ 2. นักเรียนศึกษาวิธีการอ่านจับใจความส าคัญ และสนทนาเกี่ยวกับการอ่านจับใจความ ส าคัญโดยครูใช้ค าถามดังนี้ - การอ่านจับใจความส าคัญคืออะไร *ในการตอบค าถามให้ครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพื่อให้นักเรียนตอบทีละคน โดยถามค าถามก่อน จะเรียกเลขที่เพื่อให้ทุกคนได้คิด ในแต่ละค าถามควรให้นักเรียนน าเสนอ 4-5 คน 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านในใจ นิทานชาดก โดยน าหลักการอ่านในใจมาใช้ ครูสังเกต การอ่านของนักเรียนแต่ละคนว่าปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักการอ่านหรือไม่ ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปใจความส าคัญของเรื่อง 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้ค าถามดังต่อไปนี้ - จากการอ่านนิทานชาดก ในกลุ่มของนักเรียนสามารถน าไปปรับใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจ าวันได้อย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ 6. นักเรียนท ากิจกรรมการตั้งค าถามจากนิทานที่อ่าน 7. นักเรียนร่วมกันสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่านนิทานชาดก ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและน าเสนอ 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอค าถามหน้าชั้นเรียน ให้เพื่อนตอบค าถาม ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้ค าถามดังนี้ - นักเรียนสามารถน าความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร คาบที่ 1


Click to View FlipBook Version