หน่วยท่ี 5
โรงเรือนและอุปกรณ์
64
หัวขอ้ เร่อื ง
1. การเลือกทาเลที่ตง้ั ฟารม์ สตั ว์ปีก
2. โรงเรอื นเลย้ี งเลย้ี งปกี
3. อุปกรณเ์ ล้ียงสตั ว์ปกี
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายลักษณะภมู ิประเทศหรือทาเลที่ตั้งฟาร์มสตั ว์ปีกทด่ี ไี ด้
2. สามารถจาแนกรปู แบบและชนดิ ของโรงเรอื นเล้ยี งสตั ว์ปกี ได้
3. บอกอุปกรณ์ที่สาคญั ในการเล้ยี งสตั ว์ปีกได้
เนือ้ หาการสอน
โรงเรือนเป็นองค์ประกอบท่ีสาคัญประการหน่ึงในการเลี้ยงสัตว์ปีก เป็นสถานที่ท่ีเลี้ยงสัตว์ปีกตั้งแต่
แรกเกิดจนกระทั่งปลดขาย การออกแบบโรงเรือนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมจะทาให้สัตว์ปีกอยู่ได้อย่าง
สบาย มีการเจริญเติบโตตามปกติ ให้ผลผลิตดี ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตอากาศร้อนชื้น ดังนั้นจึงมีปัญหา
เกี่ยวกับอากาศร้อน ลักษณะการจัดสร้างโรงเรือนเพ่ือเล้ียงสัตว์ปีกมีอยู่หลายรูปแบบ การจะสร้างแบบใดน้ัน
ขนึ้ อยูก่ บั วตั ถปุ ระสงค์รปู แบบของการเล้ยี ง ความยากง่าย ทุน และวัสดอุ ุปกรณ์ที่มอี ยู่ในท้องถน่ิ น้ัน ๆ ปัจจัยที่
เกย่ี วขอ้ งในการสร้างโรงเรอื นประกอบด้วย
1. การเลือกทาเลในการก่อสร้างฟารม์ ไก่เนื้อ
ก่อนท่ีเราจะลงมือเล้ียงไก่จาเป็นที่จะต้องหาทาเลท่ีเหมาะสมกับการเลี้ยงไก่เนื้อ ทาเลท่ี เหมาะสม
หมายถึง เป็นสถานท่ีที่เอื้ออานวยต่อการเจริญเติบโตของไก่ ลดความเสี่ยง และช่วยลดต้นทุนการผลิตไก่ไขใ่ ห้
มากที่สุดเทา่ ท่ีจะมากได้ การเลอื กทาเลจึงควรคานงึ ถงึ ดงั น้ี
1) พ้ืนที่ควรระบายน้าได้ดี ฟาร์มเล้ียงสัตว์ปีกนั้นควรอยู่ในท่ีสูงเพื่อช่วยในการระบายน้าตลอดจน
ปอ้ งกนั ไมใ่ หน้ ้าทว่ มในฤดฝู น ท้งั นเี้ พือ่ ให้พน้ื คอกและบริเวณโรงเรอื นแหง้ และสะอาดอยู่เสมอ โรคระบาดจะได้
ไมร่ บกวน
2) มีน้าจืดเพียงพอ การเล้ียงสัตว์ปีกน้ันจาเป็นจะต้องอาศัยนา้ จืดท่ีสะอาด และจะต้องมีปริมาณมาก
พอเพ่อื ที่จะใช้กนิ และลา้ งทาความสะอาดโรงเรอื นและอปุ กรณ์ตา่ งๆ
3) ไฟฟา้ มีความจาเป็นต่อการเลี้ยงสัตว์ปีก เพราะอุปกรณ์ท่ีจาเปน็ เช่น เครือ่ งกก เครอื่ งผสมอาหาร
ตลอดจนแสงสวา่ งภายในโรงเรอื น จาเป็นต้องอาศัยแหลง่ พลงั งานจากกระแสไฟฟ้า ดังน้นั ฟารม์ สตั ว์ปีกจงึ ควร
ตั้งอยู่ในทาเลท่ีไฟฟ้าสามารถเขา้ ถงึ
4) การคมนาคม การท่ฟี ารม์ ไก่อยูใ่ กล้ทางคมนาคม ทาใหเ้ กิดความสะดวกในการเล้ียงและการจัดการ
หลายอย่าง เช่น เพ่ือความสะดวกในการขนส่งอาหาร ลูกสัตว์ปีก ยารักษาโรค หรือขนส่งสัตว์ปีกออกสู่ตลาด
ถ้าสถานที่ต้ังฟาร์มอยู่ไกลจากตลาดจะทาให้การขนส่งลาบาก เสียค่าใช้จ่ายสูง หรือสูญเสียน้าหนักตัวใน
ระหว่างการขนสง่ มาก
5) ควรอยู่ห่างจากบ้านพกั อาศัยพอสมควร เพอ่ื ลดความเดอื ดรอ้ นหรอื รบกวนผอู้ ่นื
65
6) สถานที่นั้นควรจะไม่เคยมโี รคสัตว์ปีกระบาดมากอ่ น ผู้เล้ียงจะต้องพิจารณาวา่ สถานท่ีที่จะใช้เลย้ี ง
สัตว์ปกี นั้น เคยมีโรคระบาดของไกม่ ากอ่ นหรือไม่
7) สถานท่นี ้ันสามารถขยายออกไปได้ หากเป็นไปไดก้ ารเลอื กสถานที่ใช้เล้ียงสตั ว์ปกี ควรอยู่ในท่ีที่อาจ
ขยายออกไปได้ ถ้าหากกิจการเลย้ี งสัตว์ปกี เจริญข้นึ
2. โรงเรอื นเลย้ี งสตั วป์ ีก
2.1 ลกั ษณะโรงเรือนท่ดี ี
การจัดสร้างโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกเพ่ือการค้าน้ันจาเป็นจะต้องจัดสร้างโรงเรือนให้ถูกแบบ มีความ
แข็งแรง ทนทาน และสามารถใช้เล้ียงสัตว์ปีกได้นานปี จาเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เล้ียงสัตวป์ ีกจะต้องสร้างโรงเรือนให้
ถูกแบบมาตรฐาน ตามสภาพแวดล้อมของประเทศไทย โรงเรอื นทด่ี คี วรมลี ักษณะ ดงั น้ี
1) สามารถป้องกนั แดด ลม และฝน ได้ดี
2) ป้องกนั ศัตรูต่างๆ เชน่ นก หนู แมว ได้
3) รกั ษาความสะอาดไดง้ า่ ย ลกั ษณะทดี่ โี รงเรอื นควรเป็นลวด ไมร่ กรุงรัง น้าไมข่ งั
4) ควรห่างจากบ้านคนพอสมควร ไม่ควรอยู่ทางต้นลมของบ้าน เพราะกลิ่นข้ีไก่อาจจะไป
รบกวน 5) ควรเปน็ แบบที่สรา้ งได้งา่ ย ราคาถกู ใชว้ ัสดุก่อสร้างทห่ี าได้ในทอ้ งถ่นิ
6) หากมีโรงเรือนไก่ไข่หลายๆ หลังการจัดสร้างไมค่ วรให้เป็นเรือนแฝด แต่ควรเว้นระยะหา่ ง
ของแต่ละโรงเรือนไมน่ ้อยกว่า 10 เมตร ท้ังนี้ เพ่ือให้มีการระบายอากาศ และความชน้ื ดขี น้ึ
7) ความยาวของโรงเรอื นอยูในแนวตะวันออก-ตะวนั ตก เพ่ือหลกี เล่ียงแดดร้อนจัด
2.2 รปู แบบของโรงเรือน
ลักษณะการจัดสร้างโรงเรือนเพ่ือเล้ียงไก่ไข่มีอยู่หลายรูปแบบ การจะสร้างแบบใดนั้นข้ึนอยู่กับ
วัตถุประสงค์รูปแบบของการเลี้ยง ความยากง่าย ทุน และวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่นนนั้ ๆ แต่โดยท่ัวไปแลว้
โรงเรือนเล้ยี งไกเ่ ทา่ ท่ีมกี ารจัดสร้างในประเทศไทยมรี ปู แบบต่างๆ กันดังนี้
1) แบบเพิงหมาแหงน จัดเป็นโรงเรือนท่ีสร้างได้ง่ายท่ีสุด เพราะไม่สลับซับซ้อน ลงทุนน้อย
แต่มีข้อเสียคือ ถ้าหันหน้าของโรงเรือนเข้าในแนวทางของลมมรสุม ฝนจะกลับเข้าไปในโรงเรือนได้ โรงเรือน
แบบนไ้ี ม่คอ่ ยมีความทนทานเทา่ ท่ีควร เนื่องจากจะถูกฝนและแดดอย่เู ป็นประจา
2) แบบเพงิ หมาแหงนกลาย ลกั ษณะของโรงเรือนแบบน้ีจะดีกว่าแบบเพงิ หมาแหงนและแบบ
หน้าจ่ัว ท้ังนี้เพราะมกี ารระบายอากาศร้อน กนั ฝน กันแดดได้ดกี ว่าและข้อสาคัญคอื ค่าก่อสร้างจะถูกกว่าแบบ
หนา้ จ่ัวกลาย
3) แบบหนา้ จัว่ การสรา้ งโรงเรือนแบบน้ีจะสร้างยากกวา่ แบบแรก ท้ังนเี้ พราะตอ้ งพิถพี ิถันใน
การจัดสร้างมากขึ้น รวมถึงความประณีตด้วย ดังนั้น ค่าวัสดุอุปกรณ์และค่าแรงงานในการก่อสร้างจึงสูงกว่า
แบบแรก แตโ่ รงเรือนแบบน้มี ขี อ้ ดคี ือ สามารถป้องกันแดดและฝนไดด้ ีกวา่ แบบเพงิ หมาแหวน
4) แบบจั่วสองชั้น ลักษณะของโรงเรอื นแบบน้จี ะสรา้ งได้ยากกวา่ สองแบบแรก แต่มีข้อดีคือ
อากาศภายในโรงเรอื นแบบนีจ้ ะเย็นกวา่ สองแบบแรกมาก ทง้ั นเ้ี พราะจวั่ สองช้ันจะเปน็ ทรี่ ะบายอากาศร้อนได้ดี
66
ทาใหไ้ ก่อยู่ได้อย่างสบายโดยไมเ่ กดิ ความเครยี ด
5) แบบจ่ัวสองชั้นกลาย ลักษณะของโรงเรือนแบบนี้จะสร้างได้ยากกว่าสามแบบแรก แต่มี
ข้อดีคือ อากาศภายในโรงเรือนแบบน้ีจะเย็นกว่าสองแบบแรกมาก ทั้งน้ีเพราะจั่วสองชั้นกลายจะเป็นที่ระบาย
อากาศร้อนได้ดี ทาให้ไกอ่ ยไู่ ด้อยา่ งสบายโดยไมเ่ กดิ ความเครียด
ภาพที่ 5.1 ลกั ษณะของโรงเรือนรูปแบบต่าง ๆ
2.3 การวางแผนผังฟาร์ม
ลักษณะของแผนผงั ฟารม์ สัตว์ปีกทีไ่ ด้มาตรฐาน ได้แก่ เนื้อทีข่ องฟาร์มตอ้ งมีความเหมาะสมกับจานวน
โรงเรือนของฟารม์ และไม่ก่อให้เกิดปัญหาสงิ่ แวดล้อมและสุขภาพสตั ว์ ตอ้ งมีการแบง่ พ้นื ทเ่ี ลีย้ งสัตว์เป็นสัดเป็น
ส่วน โดยมีโรงเก็บอาหารสัตว์หรือพื้นที่เก็บอาหารเป็นสัดส่วน มีถนนภายในฟาร์ม มีอาคารสานักงาน ที่พัก
อาศัยแยกเป็นสัดส่วน มีทจ่ี อดรถ ซงึ่ ต้องมีผงั แสดงการจัดวาง ขนาด ระยะห่างทแี่ นน่ อน และตอ้ งมรี ้ัวป้องกัน
สตั วอ์ ืน่ เขา้ ออกได้
ภาพที่ 5.2 การวางแผนผังฟาร์ม
67
แผนภาพท่ี 5.1 แสดงแผนผงั องคป์ ระกอบหลักฟาร์มไกไ่ ขแ่ บบโรงเรอื นเปดิ
ทม่ี า : กรมปศุสตั ว์ (2547)
2.4 ประเภทของโรงเรอื น
โรงเรือนท่ีนิยมเลี้ยงสัตว์ปีก ในปัจจุบันมี 2 ประเภท คือ โรงเรือนระบบเปิด (open house) และ
โรงเรอื นระบบเปดิ (evaporative cooling system house) โรงเรือนท่ใี ช้เลี้ยงสัตว์ปีกจะมีลักษณะและขนาด
ที่เหมาะสมกับจานวนของสัตว์ปีก ระยะห่างของโรงเรือนที่ถูกต้องตามมาตรฐานฟาร์ม บริเวณหน้าประตูของ
โรงเรือนต้องมีอ่างน้ายาฆา่ เชอื้ โรค สาหรับจุ่มเท้าเวลาเข้า-ออกโรงเรือน
1) ระบบโรงเรือนเปิด (open house) เปน็ โรงเรอื นทพี่ บโดยทัว่ ไปในฟาร์มสัตว์ปีกมีลักษณะ
เปน็ โรงเรอื นเปดิ โลง่ เพ่ือการระบายอากาศท่ดี ี กรุด้วยลวดตาขา่ ยท้ัง 4 ดา้ นเพื่อปอ้ งกนั ศตั รูเชน่ หนู สุนขั ฯลฯ
ด้านหน้าและด้านหลงั อาจปิดทบึ เพือ่ เปน็ ทางเขา-ออก
68
แผนภาพท่ี 5.2 แสดงโรงเรือนไก่ไขแ่ บบเปิดดา้ นหน้า
ที่มา : กรมปศุสตั ว์ (2547)
ลักษณะภายนอก ลักษณะภายใน
ภาพท่ี 5.3 โรงเรือนระบบเปดิ
2) ระบบโรงเรือนปิด (evaporative cooling system houses) เป็นระบบการทาความเย็น
ใน โรงเรือนสัตว์ปีกท่ีเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย กาลังเป็นท่ีนิยมมากโรงเรือนแบบปิดน้ี
สามารถควบคุมอุณหภูมภิ ายในโรงเรอื นได้ด้วยแผ่นรงั ผึง้ และพัดลม (pad and fan cooling) โดยการบงั คับให้
อากาศเข้าไปในโรงเรือนโดยผ่านแผ่นรังผึ้ง (cooling pad) ที่ชุ่มด้วยน้าจึงทาให้อุณหภูมิท่ีผ่านเข้าไปนั้นจะ
ลดลงและความช้ืนจะสูงขึน้
69
แผนภาพท่ี 5.3 แสดงโรงเรอื นไกไ่ ขแ่ บบปิดด้านหลัง
ทม่ี า : กรมปศุสตั ว์ (2547)
ลักษณะภายนอก
ลกั ษณะภายใน
ภาพที่ 5.4 โรงเรอื นไก่ไข่ระบบปิด
70
2.5 อุปกรณ์ท่สี าคัญในการเลี้ยงสัตว์ปกี
อุปกรณ์ในการเล้ียงสัตว์ปีกมีให้เลือกใช้หลายชนิด เช่น ถาดอาหารลูกไก่และที่ให้น้าลูกไก่ ฯลฯ
การเลี้ยงสัตว์ปีกเป็นอาชีพหรือเพ่ือการค้าจาเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์การเลี้ยงท่ีจาเป็นและที่สาคัญนับต้ังแต่
ระยะของการเลย้ี ง ดงั น้ี
1) อปุ กรณ์การให้อาหาร มอี ยหู่ ลายแบบแต่ที่นิยมใช้กันมากมี 4 ชนดิ ดังน้ี
(1) ถาดอาหาร ขนาด 48 x 72 x 6.5 เซนติเมตร (กว้าง x ยาว x สูง) จานวน 1 ถาด
ใชก้ บั ลูกไก่อายุ 1-7 วนั ได้จานวน 100 ตวั วางไวใ้ ต้เคร่ืองกก เพื่อหดั ไก่กินอาหารเปน็ เรว็ ข้นึ
ภาพท่ี 5.5 ถาดใหอ้ าหารไกเ่ ลก็
ภาพที่ 5.6 ถาดใหอ้ าหารไก่เล็กอัตโนมตั ิ
)2) รางอาหาร รางอาหารทาด้วยไม้ สังกะสีเอสล่อนหรือพลาสติกทาเป็นรางยาวให้ไก่ยืนกินได้ข้าง
เดียวหรือสองข้าง ที่มีจาหน่ายโดยท่ัวไปมี 2 ขนาดคือ ขนาดเล็กสาหรับลูกไก่และขนาดใหญ่ใช้กับไก่อายุประมาณ 2
สปั ดาห์ขึ้นไป นอกจากนี้รางอาหารอาจทาจากปล้องไมไ้ ผ่ทม่ี ีขนาดใหญก่ ไ็ ด้
71
ภาพท่ี 5.7 รางอาหารไกเ่ ลก็
)3) ถังอาหาร ถังอาหารไก่ทาด้วยเอสล่อนหรือพลาสติก เป็นแบบถังแขวนมีขนาดเดียวเป็นมาตรฐาน
มขี นาดเสน้ ผ่าศูนย์กลาง 16 นว้ิ มเี สน้ รอบวงประมาณ 50 น้วิ หลังจากลูกไก่อายุได้ 15 วนั อาจใชถ้ งั อาหารแบบแขวน
ได้ และให้อาหารด้วยถังตลอดไป การให้อาหารดว้ ยการใช้ถังแขวนน้ี ต้องปรับใหอ้ ยู่ในระดับเดียวกับหลงั ไกห่ รือต่ากว่า
หลังไก่เล็กน้อย อาหารจะไหลลงจานล่างได้โดยอัตโนมัติ และควรเขย่าถังบ่อยๆ เพ่ือไม่ให้อาหารติดค้างอยู่ภายในถัง
สาหรับจานวนถังสาหรับถังที่ใช้จะแตกตา่ งไปตามอายขุ องไก่
ภาพที่ 5.8 ถงั อาหาร
ภาพท่ี 5.9 ถังอาหารอตั โนมตั ิ
72
(4) รางอาหารแบบอัตโนมัติ โรงเรือนขนาดกว้างประมาณ 10-12 เมตร ใช้รางอัตโนมัติ 2
แถว แล้วเพิ่มถังอาหารแบบแขวนจานวน 6-8 ถงั ต่อไกจ่ านวน 1000 ตัว แต่ถา้ โรงเรอื นทมี่ ีความกว้างเกิน 12
เมตร ควรตงั้ รางอาหารเกิน 4 แถว
ภาพท่ี 5.10 รางอาหารอตั โนมัติ
2) อุปกรณ์ให้น้า อปุ กรณ์ให้น้าไก่จะแตกต่างกนั ไปตามช่วงอายุของไก่ อุปกรณ์ใหน้ ้าท่นี ิยม มีอยู่ 3
แบบ ดังนี้
(1) แบบรางยาว รางน้าอาจทาด้วยสังกะสี พลาสติกหรือเอสล่อน การเล้ียงลูกไก่อายุ 1-3
สัปดาห์ ถ้าใช้รางน้าท่ีเข้าไปกินได้ด้านเดียว ควรใช้รางยาว 2-2.5 ฟุตต่อลูกไก่ 100 ตัว สาหรับไก่อายุ 3
สัปดาห์ขึ้นไปให้เพ่ิมอีก 3 เท่า โดยเฉพาะอย่างย่ิงในฤดูรอ้ นควรเพม่ิ ขึ้นอีก สาหรับไก่ในระยะไข่ควรให้มีเนอ้ื ท่ี
รางประมาณ 1 นิ้ว ตอ่ ไก่ 1 ตัว
ภาพที่ 5.11 รางน้าท่ที าจากสังกะสี
(2) แบบขวดมีฝาครอบ เป็นภาชนะให้น้าท่ีนิยมใช้กันมากเพราะใช้สะดวกมีขายอยู่ท่ัวไปมี
หลายขนาด เชน่ ถังใหน้ า้ ขนาด 1 ลิตร 4 ลติ ร 8 ลติ ร ควรเลอื กใช้ให้เหมาะสมกับอายุของไก สาหรบั ถงั น้าลูก
73
ไกมีลักษณะพเิ ศษคอื ฐานท่รี องรับน้าจะมขี อบสงเพ่ือปอ้ งกันลูกไกลงไปเล่นน้า เลีย้ งลกู ไกใ่ นระยะ 1-2 สปั ดาห์
แรกใช้ขวดนา้ ขนาดบรรจุ 2 แกลลอน ในอตั ราสว่ น 2 ใบ ต่อลูกไก่ 100 ตัว เมื่อไก่อายุ 3-6 สปั ดาห์ ใช้ขวดน้า
ขนาดบรรจุ 2 แกลลอน ควรใช้ 2 ใบตอ่ ลูกไก่ 100 ตัว
ภาพที่ 5.12 ท่ใี หน้ า้ แบบขวดมฝี าครอบ
(3) ทใ่ี ห้นา้ อัตโนมัติ มี 2 ชนดิ คือ แบบถงั แขวน จะมีวาลวสามารถปรับจานวนน้าไดตาม
ความเหมาะสมของขนาด และจานวนไก และแบบหยด (น๊ปิ เปิล)
ภาพที่ 5.13 ทใี่ ห้นา้ อัตโนมตั ิแบบถงั แขวน ภาพที่ 5.14 ทใ่ี ห้นา้ อัตโนมตั แิ บบแบบหยด (น๊ิปเปลิ )
3) เคร่ืองกกลูกไก่ เครอื่ งกกลูกไก่เป็นอุปกรณ์ที่มีความสาคญั มากในการเลี้ยงลกู ไก่ ทาหน้าท่ีให้ความอบอุ่น
แทนแม่ไกใ่ นขณะท่ีลกู ไกย่ ังเล็กอยู่ซง่ึ มีหลายแบบ ดังนี้
(1) เคร่ืองกกไฟฟา้ แบบฝาชี เป็นเครื่องกกท่ีนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายกวา่ เครื่องกกแบบอนื่
มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน ส่วนมากมีรูปร่างกลมหรือเป็นเหล่ียม ทาด้วยโลหะช่วยให้สะท้อนลงสู่พื้นกก
ขนาดของกกแบบฝาชีโดยท่วั ไปมีเสน้ ผ่าศูนยก์ ลางประมาณ 1.5-2 เมตร สามารถกกลูกไกไ่ ด้ประมาณ 500 ตวั
เคร่อื งกกแบบฝาชีอาจจะเปน็ ห้อยแขวนกบั เพดานสามารถปรับให้สูงต่าได้ตามความต้องการ เมื่อไม่ตอ้ งการใช้
กส็ ามารถดงึ ขน้ึ เกบ็ ไวห้ รืออาจเปน็ แบบมขี าวางกับพน้ื คอกที่สามารถปรับให้สงู ต่าได้ และยกออกจากบริเวณกก
เม่อื ไมต่ ้องการใช้ เครื่องกกแบบน้ีส่วนมากจะใช้ไฟฟา้ น้ามันหรอื แก๊ส เป็นแหล่งให้ความร้อน
74
ภาพท่ี 5.15 เครื่องกกแบบฝาชแี ผงล้อมไม้ไผ่ ภาพที่ 5.16 เคร่ืองกกแบบฝาชแี ผงล้อมสงั กะสี
ภาพที่ 5.17 เคร่ืองกกฝาชแี บบใช้ขดลวดไฟฟ้า
(2) เคร่ืองกกไฟฟ้าแบบหลอดอินฟราเรด การกกด้วยเครื่องกกแบบนี้โดยใช้หลอดไฟ
อินฟราเรด ซึ่งหลอดไฟอินฟราเรดขนาด 250 วัตต์ 1 หลอดแขวนไว้เหนือพนื้ ดินประมาณ 45.60 เซนติเมตร
จะสามารถกกลูกไก่ได้ประมาณ 60-100 ตัว แต่โดยทั่วไปแล้วจะใช้หลอดอินฟราเรด จานวน 4 หลอดต่อกก
ความร้อนทไี่ ดจ้ ากหลอดไฟจะมาชว่ ยให้อากาศรอบๆ อนุ่ แตจ่ ะให้ความอบอนุ่ โดยตรงแก่ลกู ไก่
ภาพท่ี 5.18 เครื่องกกแบบหลอดอนิ ฟราเรด
(3) เคร่อื งกกแกส๊ ในฟาร์มทเี่ ลีย้ งไกเปน็ การค้าปัจจุบันนยิ มใช้เครือ่ งกกแบบกกแกส เนอ่ื งจาก
สามารถกกลูกไก่ได้จานวนมาก ๆ และไมมีปญั หาเร่ืองไฟฟ้าดับ นอกจากนีก้ ารกกอาจเปน็ แบบปล่อยความร้อน
ออกมากระจายไปทว่ั ทัง้ คอก
75
ภาพที่ 5.19 เครอ่ื งกกแกส๊ อนิ ฟราเรด
ภาพที่ 5.20 เคร่ืองกกแกส็ แบบโบลวเ์ วอร์
4) อปุ กรณเ์ ลยี้ งสตั ว์ปีกอืน่ ๆ
(1) วัสดุรองพ้ืน วัสดุที่ใช้รองพื้นคอกเลี้ยงไก่ควรหาได้ง่ายในท้องถิ่น ราคาถูก และเม่ือเลิกใช้แล้ว
สามรถนาไปใช้เปน็ ปุ๋ยได้อย่างดี วัสดรุ องพืน้ ทเี่ หมาะสาหรับใช้ในประเทศไทยและนิยมใชก้ ันทั่วไปได้แก่ แกลบ ขี้กบ ข้ี
เล่ือย ชานอ้อย ฟางข้าว ซังข้าวโพด ต้นข้าวโพด เปลือกฝ้าย เปลือกถั่วลิสง เปลือกไม้และทราย ถ้าใช้แกลบควรมีฟาง
โรยหนา้ บางๆ เพ่อื ป้องกันไกค่ ้ยุ แกลบลงไปในรางนา้ และรางอาหาร
ภาพท่ี 5.21 วัสดรุ องพ้นื (แกลบดิบ(
76
((2อุปกรณ์การให้แสง เนือ่ งจากแสงสวา่ งมีความจาเปน็ ต่อการมองเห็นของไก่ ไม่วา่ เวลากนิ อาหาร
กนิ น้า หรืออื่นๆ นอกจากนีแ้ สงยงั มีความสาคญั ตอ่ การให้ไขข่ องไก่ ดังนั้นภายในโรงเรือนจะตอ้ งมีอุปกรณก์ ารให้แสง
สว่างอย่างเพยี งพอ โดยทว่ั ไปนยิ มตดิ ตง้ั หลอดไฟ หลอดไฟที่นยิ มใช้กันมากคอื หลอดกลมธรรมดา และหลอดฟลอู อเรส
เซน็ ตห์ รือหลอดนอี อน
ภาพท่ี 5.22 อปุ กรณ์การให้แสงสว่าง
(3) ผา้ ม่าน ในระยะกกลกู ไกร่ อบๆ คอกมีผ้าม่านไว้เพ่อื ป้องกนั ลมพดั แรงโดยเฉพาะในช่วงฤดู
หนาว การปิดผ้าม่านจะทาให้อุณหภูมิภายในโรงเรือนและอุณหภูมิใต้เคร่ืองกกอยู่ในสภาพท่ีค่อนข้างคงท่ีไม่
เปลีย่ นแปลงขึ้นลงอย่างรวดเรว็ สาหรบั การกกลกู ไก่ในฤดูร้อนควรเปิดม่านข้นึ เล็กน้อยในเวลากลางวนั เพอื่ ให้
ลมพดผ่านภายในโรงเรือน และปิดมา่ นในตอนเยน็
ภาพท่ี 5.23 ผา้ ม่านโรงเรือนระบบปดิ
ภาพท่ี 5.24 ผา้ ม่านโรงเรอื นระบบเปิด
(4) เคร่ืองฉดี นา้ แรงดันใช้ในการลา้ งทาความ สะอาดโรงเรอื นและใช้พ่นยาฆ่าเช้อื
77
ภาพที่ 5.25 เคร่อื งฉดี นา้ แรงดนั
ภาพที่ 5.26 ไม้กวาด ภาพที่ 5.27 พลว่ั