The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกทักษะเรื่องการเขียนสะกดคำ นักเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kru Beam, 2021-12-11 04:15:30

แบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำ

แบบฝึกทักษะเรื่องการเขียนสะกดคำ นักเรียน

แบบฝึ กทกั ษะเรอ่ื งการเขยี นสะกดคา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1

โดย
นางสาวชตุ ิกาญจน์ เกตมุ ะยรู
นกั ศึกษาฝึ กประสบการณว์ ิชาชีพคร ู

โรงเรยี นบางมดวิทยา “สสี กุ หวาดจวนอปุ ถมั ภ”์

ชื่อ.................................................................หอ้ ง........เลขท่ี........

คำช้แี จง

แบบฝึกทักษะวิชาภาษาไทยเร่ือง การเขียนสะกดคา จัดทาขึ้นเพ่ือแก้ปัญหาการเขียนสะกดคาของ
นกั เรยี นและทาให้นกั เรยี นมีผลสมั ฤทธิ์ทางการเขยี นสะกดคาสูงขึ้ง โดยแบง่ เนือ้ หาออกเปน็ 5 เร่ือง ดังน้ี

1. วรรณยกุ ต์ไทย
2. ใสใ่ จวสิ รรชนีย์
3. คาทีใ่ ช้ ซ ทร
4. คาท่ีใช้ รร (ร หนั )
5. อศั จรรยค์ าพ้องเสียง

ใบควำมรู้ เรือ่ ง วรรณยุกต์ไทย

วรรณยุกต์ คือ เครื่องหมายที่เขียนกากับไว้บนคา เเล้วทาให้เสียงและความหมายของคาเปลี่ยนไป
จากเดมิ

วรรณยกุ ตแ์ บ่งเปน็ รูปวรรณยกุ ต์ 4 รปู และเสียงวรรณยุกต์ 5 เสยี ง ได้แก่ สามัญ เอก โท ตรี และจัตวา
การวางรปู วรรณยุกต์ จะวางไว้บนพยัญชนะต้นของคา เช่น ป้า เข่า จ๋า นุ่น แต่ถ้าคาน้ันมีพยญั ชนะต้น 2 ตัว
จะวางรปู วรรณยกุ ตไ์ วบ้ นพยญั ชนะตน้ ตัวที่สอง เช่น กลอ้ ง หญ้า ควา่ แพร่
ตัวอยำ่ ง

การจาแนกคาตามเสยี งวรรณยกุ ต์
เสยี งสามัญ = กา ปู ลาไย ชาม เรือ ยาดี
เสียงเอก = ปั่น กบ ประดู่ หาด แหย่ ขัด
เสียงโท = ตู้ ท่อง อา้ สู้ หา้ ย่วั
เสียงตรี = น้อง งา้ ง เกยี๊ ว นก รอ้ น รัก
เสยี งจตั วา = หาม ขาว เด๋ียว หวั หมู ป๋า

 ข้อสังเกต
บางคาอาจมรี ูปวรรณยุกตไ์ มต่ รงกบั เสยี ง เช่น

- หัก ไมม่ รี ูปวรรณยกุ ต์ แต่ออกเสียงเป็น เสียงเอก
- เลา่ มรี ูปวรรณยกุ ตเ์ อก เเตอ่ อกเสียงเป็น เสยี งโท

กำรผันวรรณยุกต์ คือ การเปลี่ยนเสียงของคาไปตามเสียงวรรณยุกต์ต่าง ๆ เเละทาให้ความหมายของคา
เปลี่ยนไปจากเดิม

การผนั วรรณยุกต์กับอักษรสามหมูห่ รอื ไตรยางศ์ ผันได้ ดงั น้ี

จำกตำรำงกำรผันวรรณยกุ ต์ จะพบวำ่
1. คาที่มี พยัญชนะต้น เป็นอักษรกลางและเป็นคาเป็น จะผันเสียงวรรณยุกต์ได้ครบทุกเสียงและรูป
วรรณยุกตก์ บั เสียงวรรณยุกต์ตรงกันมากท่สี ดุ
2. คาที่มีเสยี งวรรณยกุ ต์สามัญ มเี พยี งคาทมี่ พี ยญั ชนะต้นเปน็ อกั ษรกลางและอักษรตา่ คาเป็นเท่านัน้
3. คาที่มีพื้นเสียงเป็นเสียงจัตวานั้น มีเฉพาะคาที่มีพยัญชนะต้นเปน็ อกั ษรสูง และ ห นา อักษรเดี่ยว
หรืออกั ษรสูงนาอักษรเดยี่ วคาเปน็ เทา่ น้ัน
4. คาทมี่ รี ูปและเสียงวรรณยุกตไ์ มต่ รงกนั เลย ได้แก่คาที่มพี ยัญชนะตน้ เป็นอกั ษรตา่ คาตายเทา่ นัน้
5. คาที่มีพยญั ชนะต้นเป็นอักษรตา่ คาตาย ระหวา่ งสระเสยี งสั้นกับสระเสยี ง ยาว จะผันเสยี งวรรณยุกต์
ตา่ งกนั ยกเวน้ เสยี งจตั วา
6. คาที่ผันเสียงวรรณยุกต์ได้น้อยท่ีสุด คือ คาที่มีพยัญชนะตน้ เป็นอักษรสูงหรือ ห นาอักษรเดี่ยวหรือ
อกั ษรสูงนาอักษรเดย่ี ว คาตาย

ตัวอยำ่ งกำรผันวรรณยุกต์
ไตรยางศ์ สามญั เอก โท ตรี จัตวา
อกั ษรกลาง เกา เกา่ เกา้ เก๊า เก๋า
อกั ษรสงู - เข่า เข้า - เขา
อักษรต่า เลา - เล่า เลา้

ในการผันวรรณยกุ ตก์ ับอกั ษรสงู และอกั ษรตา่ จะผนั ได้ 3 เสียง แต่ก็สามารถผันใหค้ รบ 5 เสียงเหมือน
อกั ษรกลางได้ โดยใช้อกั ษรตา่ คู่

คำ รปู วรรณยกุ ต์ เสยี งวรรณยุกต์

ร้งุ ไมโ้ ท ( ) เสียงตรี

เน่ือง ไมเ้ อก ( ) เสียงโท

โก้ ไม้โท ( ) เสยี งโท

เตา๋ ไมจ้ ัตวา ( ) เสยี งจตั วา

เจ๊ ไม้ตรี ( ) เสียงตรี

โนต้ ไม้โท ( ) เสียงตรี

วา่ ไม้เอก ( ) เสยี งโท

อักษรต่ำคู่

อกั ษรต่ำคู่ หมายถงึ อักษรตา่ ทมี่ ีเสยี งคู่กบั อกั ษรสูง อักษรตา่ ท่มี เี สียงค่กู บั อกั ษรสงู ได้แก่

อกั ษรตา่ คู่ อกั ษรสงู

คฆ ข

ชฌ ฉ

ซศ ษส

ฑฒทธ ฐถ

พภผ

ฟฝ

ฮห

ตัวอยำ่ ง
การผันวรรณยกุ ต์กบั อกั ษรตา่ คู่
คา สามัญ เอก โท ตรี จตั วา
เขา เขา เถา่ เท่า เถ้า เท้า เถา
เชา เชา เฉ่า เช่า เฉ้า เช้า เฉา
เคา เคา เข่า เคา่ เขา้ เคา้ เขา
อกั ษรตำ่ เดยี ว
อกั ษรตำ่ เดียว หมายถงึ อกั ษรตา่ ทไี่ มม่ ีเสียงค่กู ับอักษรสูง

อกั ษรต่าเดยี ว มี 10 ตวั ได้แก่ ง ญ ณ น ม ร ล ว ฬ ซึง่ อกั ษรตา่ เดยี่ วสามารถผันวรรณยกุ ต์ให้ครบ 5 เสยี งได้
โดยใช้ อ หรอื ห นา
ตัวอยำ่ งกำรผันวรรณยุกต์กบั อกั ษรเดย่ี ว

คำ สำมญั เอก โท ตรี จัตวำ
ยา ยา อย่า ยา่ , หยา้ ยา้ หยา
มี มี หมี่ ม่ี, หม้ี มี้ หมี
ลอ ลอ หล่อ ล่อ, หลอ้ ล้อ หลอ

แบบฝกึ ทักษะที่ 1
เรอ่ื ง วรรณยกุ ตไ์ ทย
ตอนที่ 1

คำช้ีแจง : นักเรยี นผนั วรรณยุกตจ์ ำกคำท่ีกำหนดให้ แล้วเติมคำลงในช่องวำ่ งใหถ้ ูกตอ้ ง

ตวั อยำ่ ง แก = ตุ๊กแก ยายแก่ แก้ไข

1. คา = ....หวาน .....เช้า ....ถ่อ

2. ทอ = ....ผ้า ....นา้ ....แท้

3. นา = หนู.... ....รัก ....อา

4. คาง = ....คก ลิง.... ....คาว

5. คา = หญา้ .... ม.ี ... ....ขาย

ตอนท่ี 2

คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นขดี เส้นใตค้ ำที่เขยี นสะกดคำถกู ตอ้ งตรงตำมควำมหมำยของคำ

1. ( กวยเต๋ยี ว/กวยเตย๋ี ว ) หมายถึง ชอื่ ของกนิ ทาดวยแปงขาวเจาเปนเสน ๆ

2. ( คกุ กี้/ค้กกี้ ) หมายถึง ชือ่ ขนมชนิดหนึ่ง

3. ( ตงั โอ/ต้งั โอ ) หมายถงึ ชือ่ ไมลมลุกชนิดหนึ่ง กนิ ได

4. ( แทกซี่/แท็กซ่ี ) หมายถึง รถยนตรบั จางสาธารณะ

5. ( เสอื้ เชิ้ท/เสือ้ เชิ้ต ) หมายถงึ เคร่อื งสวมกายทอนบนทาดวยผา

ตั้งใจทานะคะเด็ก ๆ

ใบควำมรู้เรือ่ ง ใสใ่ จวิสรรชนยี ์

คำท่ีประวสิ รรชนยี ์

คาที่ประวิสรรชนีย์ คือ คาที่นาพยัญชนะมาประสมสระ อะ และคงรูปสระ อะ ไว้หลังพยัญชนะเวลา

อา่ นออกเสยี งจะอ่านออกเสียง อะ เต็มเสียง (ถ้าประสมอยทู่ ี่พยางค์หนา้ ให้ออกเสียง อะ กง่ึ เสยี ง) เชน่ กระจก

กระชาก กระทะ ตะลุย คะนึง ตะลงึ ละเอียด ธรรมะ กะปิ คะนึง ทะนง

คำทีไ่ ม่มปี ระวสิ รรชนยี ์

คาท่ีไม่มปี ระวสิ รรชนีย์ คอื คาทีป่ ระสมสระ อะ เวลาอา่ นออกเสียงคาทไ่ี ม่ประวิสรรชนีย์จะอ่านออกเสียง

อะ กึ่งเสียง เช่น ขนุน ฉลาม ถลา เมล็ด สารพดั สมยั ถนน ตลก ตลิง ทนาย ทยอย สกดั สงบ สไบ ขโมย

หลักการประวิสรรชนีย์ (ประ = เขียน) การประวิสรรชนีย์ หมายถึง การเขียนรูปสระ อะ กากับท้าย

พยางค์เมือ่ ออกเสียงสระ อะ มหี ลักดงั นี้

1. คาไทยแทท้ ุกคาให้ประวสิ รรชนยี ์ เช่น ทะนุ ทะนาน จะ นะ ละ คะ สะ กะ ดะ ขะ ฯลฯ

2. คาทมี่ ีพยางค์ท้ายออกเสยี ง อะ ต้องประวสิ รรชนยี ์ เชน่ ธรุ ะ พละ ศิลปะ วรรณะ สุขะ พละ เป็นตน้

3. คาประสมบางคา เมือ่ คาหนา้ กรอ่ นลงเปน็ เสยี ง อะ ให้ประวิสรรชนีย์ เช่น

หมาก กร่อนเปน็ มะ เชน่

หมากพรา้ ว เป็น มะพร้าว

หมากมว่ ง เปน็ มะมว่ ง

หมากขาม เปน็ มะขาม

ต้น กร่อนเป็น ตะ เชน่

ตน้ เคยี น เปน็ ตะเคยี น

ตน้ ขาบ เปน็ ตะขาบ

4. ค าที่ออกเสียง อะ เต็มมาตรา เช่น กะทัดรัด กะทันหัน คะแนน มะละกอ สะดวก

สะอาด สะเทอื น เปน็ ต้น

5. คาที่มีอักษรควบกับ ร เมื่อออกเสียง อะ มักประวิสรรชนีย์ เช่น กระป๋อง ประกาศ กระษัตริย์

(กษตั รยิ )์ ตระกูล เปน็ ตน้

6. คาท่ีใช้ ป ในภาษาบาลี และใช้ ปร ในภาษาสันสกฤต เม่ือนามาใช้ในภาษาไทยจะไมป่ ระวสิ รรชนยี ท์ ่ี

หลงั ป แต่จะประวสิ รรชนีย์ทหี่ ลงั ปร เช่น

ปทุม เป็น ประทมุ

ปทีป เปน็ ประทีป

ปฐม เปน็ ประถม
7. พยางค์กลางที่ออกเสียง อะ มักจะประวิสรรชนีย์ เพื่อให้อ่านสะดวก เช่น ชามะนาด สับปะรด
สาระแน อาละวาด เป็นตน้
8. คาที่มาจากภาษาอื่นบางคาจะประวิสรรชนีย์ตรงพยางค์ที่ออกเสียง อะ เช่น มะนิลา (ชื่อเมือง)
อาระเบยี เตหะราน อะแลสกา เอดนิ บะระ เป็นตน้

ตัวอยำ่ งคำทป่ี ระวสิ รรชนีย์

กะทกรก กะหนุงกะหนิง กะโหลก กระงกกระเงิ่น กระง่อนกระแงน่ กระจก ขะมกั เขมน้ ขะมุ
กขะมอม ขะเย้อแขย่ง คะนอง คะแนน คะยั้นคะยอ คระไล จะเข้ จะงอย จะละเม็ด จะละหวั่น
ฉะฉาน

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี 2
เรอ่ื ง ใส่ใจวสิ รรชนยี ์
ตอนที่ 1

คำชี้แจง : ใหน้ ักเรียนเลอื กคำตอ่ ไปนเี้ ตมิ ลงในช่องวำ่ งของคำทีม่ คี วำมหมำยตรงกัน

ประวัติศาสตร์ ชะลอ อัจฉรยิ ะ กะทนั หนั ขะมกั เขมน้

1. ............................ หมายถงึ ลากเลื่อนสิ่งของที่หนักให้ค่อย ๆ เคลื่อนไปจากท่ี, พยุง หรือ

ประคองไว้, ค่อย ๆ ประคองไป

2. ............................ หมายถงึ ทันทที นั ใด, ปจั จบุ ันทันดว่ นจี วนแจ, กระชน้ั ชิด

3. ............................ หมานถึง ทาอย่างตั้งใจ และรีบเร่งเพื่อให้เสร็จโดยเร็ว, ก้มหน้ากม้ ตาทาไม่

สนใจอยา่ งอน่ื

4. ............................ หมายถงึ เรื่องราวลาดบั เหตกุ ารณค์ วามเป็นมาในอดตี

5. ............................ หมายถงึ วิเศษนา่ อัศจรรย์, มีปญั ญาความสามารถเกินกวา่ ระดบั ปกติ

ตอนที่ 2

คำชแี้ จง : จงเขยี นคำจำกคำอำ่ นตอ่ ไปน้ีให้ถกู ต้อง

1. มะ - โห - ระ - ทึก เขยี นวา่ ................................................

2. สา - ระ - ประ - โหยด เขียนว่า ................................................

3. อาด - สะ - นะ เขียนวา่ ...............................................

4. ขะ - หมบุ - ขะ - หมิบ เขยี นว่า ...............................................

5. วะ - จะ - นะ เขยี นวา่ ...............................................

ตง้ั ใจทานะคะเดก็ ๆ

ใบควำมรเู้ ร่อื ง คำทใ่ี ช้ ซ ทร

กำรใช้ ซ-ทร

การใช้ ซ กบั ทร ในกรณีทอี่ อกเสียงเปน็ "ซอ" เหมอื นกัน ไม่มหี ลักที่แนน่ อน จาเป็นต้องอาศัยการ
จดจา และความคนุ้ เคยในการใช้ เช่น

-ซ ซาก(ศพ) ซาง(โรคเด็กอ่อน,ชื่อไม้) ซาบ(ซมึ เข้าไป) ซา่ หริ่ม(ช่อื ขนม) ซมึ ซาบ(เอิบอาบเขา้ ทั่วถึง) ซู่
(เสยี งฝนตก) เซน็ (ลงลายมือช่อื ) เซซวด ซอกแซก(ซกุ เขา้ ไปในท่ีแคบ, คดเคี้ยว) โซก(หยุด,ตก) โซม(ชโลม,
อาย) ไซ(ชื่อหญ้า, เครื่องมอื ดกั ปลา)

-ทร ทราม(เลว) ทราย ทราบ(ร้)ู ซมึ ทราบ(รลู้ ะเอยี ด) พทุ รา ทรวดทรง(รปู รา่ ง,สณั ฐาน) แทรกแซง(สอด
เข้าไปเก่ยี วขอ้ ง) โทรม(รมุ กัน,ระดมกัน) ทรุดโทรม(เสื่อมไป) ไทร(ช่ือต้นไม้)

การเขยี นคาโดยใช้ ซ และ ทร ในภาษาไทยมีคาอยูจ่ านวนหนงึ่ ทอ่ี อกเสยี ง "ซ" แต่เขียนเป็น 2 รูป คอื
"ซ" และ"ทร"

หลักกำรใช้ "ซ"และ "ทร" มดี งั นี้

1. คาไทยแท้ที่ออกเสยี ง ซอ มักใช้ "ซ" เช่น ซด ซน ซบ ฯลฯ
2. คาทร่ี ับมาจากภาษาเขมรซง่ึ ในภาษาเดิมใช้ ชร ไทยใช้รูป "ทร" และออกเสียง "ซอ" เช่น ทรง
ทรวง ทรามฯลฯ
3. คาที่รับมาจากภาษาสันสกฤตซงึ่ ในภาษาเดมิ ใช้ ทร ไทยใชร้ ปู "ทร" และออกเสียง "ซอ" เช่น
ทรัพย์ พุทรา ฯลฯ
4. คาทม่ี าจากภาษาตา่ งประเทศอนื่ ๆ ทอ่ี อกเสียงซอ ใช้ "ซ" เช่น เซยี มซี ซา่ หรม่ิ ซุป เซลล์ ฯลฯ

 คาไทยที่ใช้ ทร ออกเสียง ซ มีอยู่ประมาณ 19 คา มีหลักในการจาง่าย ๆ โดยจาเป็นบทกลอน

ดังนี้

ทรวดทรงทรำบทรำมทรำย ทรุดโทรมหมายนกอินทรี
มัทรีอินทรยี ์มี เทริดนนทรีพทุ รำเพรา
ทรวงไทรทรัพย์แทรกวัด โทรมนัสฉะเชิงเทรำ
ตัว “ทร” เหล่าน้เี รา ออกสาเนียงเป็นเสียง “ซอ”

แบบฝึกทักษะท่ี 3

เร่อื ง คำที่ใช้ ซ ทร

คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นอำ่ นข้อควำมแล้วเตมิ คำในชอ่ งว่ำงของขอ้ ควำมท่ีกำหนดใหโ้ ดยเลอื กคำข้ำงล่ำงท่ี
ถกู ตอ้ งมำใส่ในชอ่ งว่ำง

ตาทรงยศ………1……….. หาซื้อปูนตรานก………2……….. เดินจน………3……….. ……………4………… จน
จะคลาย………………5……………. จึงไปนั่งพักอยู่ที่ใตตน……………6…………………. พอตาทรงยศหายเหนื่อย ก็
ลุกขึ้น แต่ว่าร่างกายก็……………7…………. จิตใจก็……………8………….. ตาทรงยศจึง……………9……………
กลับบาน พอกลบั ถึงบาน ปรากฏวาภรรยาซอื้ ปนู มาแลว ตาทรงยศกม็ คี วามรูสกึ ……………10………...จิตใจ

(1) ซอกแทรก ซอกแซก

(2) อินทรี อินทรยี ์

(3) ทรวดทรง ซวดทรง

(4) ซดุ โซม ทรุดโทรม

(5) ทรากศพ ซากศพ

(6) พดุ ทรา พุทรา

(7) ซวดเซ ทรวดเซ

(8) ซบเทรา ซบเซา ตงั้ ใจทานะคะเด็ก ๆ
(9) ซมซาน ทรมซาน

(10) ทราบซาน ซาบซาน

ใบควำมรเู้ รื่อง คำทีใ่ ช้ รร (ร หัน)

คาทมี่ ี รร (อ่านว่า ร หัน) ออกเสียงเปน็ สระ อะ หรือ สระ อะ+น ดังน้ี
1. พยางค์ท่ีพยัญชนะตน้ ประสมกบั รร ออกเสยี งเปน็ อัน (รร = อะ+น) เชน่

กรรไกร อา่ นวา่ กนั -ไกร
หรรษา อ่านวา่ หัน-ษา
มรรยาท อ่านว่า มนั –ยาด
และมีคาทีอ่ ่านได้ 2 อยา่ งเช่น ภรรยา อา่ นว่า พัน-ยา, พัน-ระ-ยา สรรเสริญ อ่านว่า สนั -เสิน, สนั -ระ-
เสิน
2. พยางคท์ พ่ี ยญั ชนะตน้ ประสมกบั รร และมีพยัญชนะอน่ื ตามมา ใหอ้ า่ นพยัญชนะทีต่ ามมานัน้ เป็น
ตัวสะกด เชน่
วรรคตอน อ่านว่า วกั -ตอน
พรรคพวก อ่านว่า พัก-พวก
3. พยางค์ท่ีมพี ยัญชนะตน้ ประสมดว้ ย รร มีพยัญชนะอน่ื ตามมาใหอ้ อกเสียงเป็น อะ+น พยัญชนะที่
ตามมาใหอ้ อกเสียงประสมกับสระ เป็นพยางคต์ ่อไป และออกเสียงพยางค์เบา เชน่
บรรพบุรษุ อา่ นว่า บัน-พะ-บุ-หรดุ
พรรณนา อา่ นว่า พนั -นะ-นา
วรรณคดี อ่านว่า วนั -นะ-คะ-ดี
4. พยางค์ที่มีพยัญชนะต้นประสมกับ รร มตี วั พ เป็นตัวสะกด ใหอ้ อกเสียง อะ + บ และออกเสียง พ ประสม
กบั สระอะ ด้วย เช่น
สรรพคณุ อ่านวา่ สับ-พะ-คุน
สรรพส่งิ อา่ นว่า สบั -พะ-ส่ิง
การเขยี น “บรร” ทีเ่ ป็นพยางคห์ นา้ ของคาจะอา่ นเหมอื น “บนั ” เชน่
บรรทดั อ่านวา่ บนั -ทัด
บรรทุก อา่ นว่า บนั -ทกุ
บรรพชา อ่านวา่ บัน-พะ-ชา
บรรดา อ่านวา่ บัน-ดา
บรรณารกั ษ์ อ่านว่า บัน-นา-รกั

แบบฝึกทักษะที่ 4

เรือ่ ง คำท่ีใช้ รร (ร หนั )

ตอนท่ี 1

คำช้ีแจง ให้นักเรยี นเขียนคำใหถ้ ูกต้องจำกคำอำ่ นต่อไปน้ี

1. อัด-สะ-จนั หมายถึง แปลก, ประหลาด, นา่ พิศวง
เขยี นว่า ………………………………………….
2. สัง-สนั หมายถงึ พบปะสนทนากันดว้ ยความสนทิ สนม
เขียนว่า ...............................................
3. บัน-พะ-บ-ุ รุด หมายถึง ผู้เป็นตน้ วงศต์ ระกูลซึ่งมผี สู้ บื สายโลหติ มา, บุคคลนับต้งั แต่ชั้นปู่ย่าตายายขน้ึ ไป
เขียนวา่ ...............................................
4. หนั -สา หมายถงึ ความรนื่ เริง, ความปลาบปลม้ื , ความยินดี
เขยี นวา่ ..............................................
5. พัน-นะ-นา หมายถงึ บรรยาย หรอื กลา่ วไวโ้ ดยละเอยี ดเพื่อให้ผู้อา่ น หรือผู้ฟงั นึกเห็นภาพ
เขยี นว่า ...............................................

ตอนที่ 2

คำชีแ้ จง : ให้นกั เรยี นขดี เส้นใตค้ ำทเี่ ขียนสะกดคำถกู ต้องตรงตำมควำมหมำยของคำ
1. (บรรทม/บันทม) หมายถึง นอน
2. (บรรได/บนั ได) หมายถงึ สิ่งท่ีทาเปน็ ขั้น ๆ ตามแนวนอน วางทอดลงมาสาหรับก้าวข้ึนลง
3. (กลองจุลทัศน/กลองจลุ ทรรศน ) หมายถงึ เครอ่ื งสองของเล็กใหเห็นใหญ
4. (กนั ไกร/กรรไกร) หมายถงึ เครื่องมือสาหรบั ใช้ตัด มี 2 ขา
5. (มหพั ภาค/มหรรพภาค) หมายถงึ เครื่องหมายวรรคตอนมรี ูป “.”, เคร่อื งหมายจุด หรือฟลุ สต็อป

ต้ังใจทานะคะเดก็ ๆ

ใบควำมรู้เรื่อง อัศจรรยค์ ำพอ้ งเสียง

คำพอ้ งเสยี ง คือ คาท่อี า่ นออกเสยี งเหมอื นกนั เเตเ่ ขยี นต่างกัน คาพ้องเสยี งบางคาเป็นคาไทยเเท้ และ

บางคามาจากภาษาอ่ืน เชน่ ภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต เป็นตน้

ตัวอยำ่ ง

1. รด หมายถึง เท ราด สาดนา้ ลงไปให้เปยี กชมุ่

ตวั อย่างประโยค ฉันช่วยพ่อเเมร่ ดน้าตน้ ไม้

รถ หมายถงึ ยานทีม่ ีลอ้ สาหรบั เคลอ่ื นไป

ตวั อยา่ งประโยค ฉันน่ังรถโดยสารประจาทางไปโรงเรียนทุกวัน

2. กนั หมายถึง กดี ขวางไวไ้ ม่ให้เขา้ มาหรือออกไป

กลั ป์ หมายถึง ระยะหน่งึ ในชว่ งเวลาอันยาวนาน

กรรณ หมายถึง หู

3. ครรภ์ หมายถงึ ท้อง เชน่ หญงิ มคี รรภ์

คนั ธ์ หมายถงึ กลน่ิ หอม

4. พรรณ หมายถงึ สขี องผวิ ชนิด

พนั ธุ์ หมายถงึ พวกพ้อง พี่น้อง วงศ์วาน เหล่ากอ

5. จนั ทร์ หมายถึง ดวงเดือน

จนั ทน์ หมายถึง ช่ือพรรณไม้ ใช้ทายาและปรุงเครอ่ื งหอม

กำพยช์ ว่ ยจำ คำชว่ ยจด คำพ้องเสียง

ขา้ รู้ค่ำของใจที่ไม่ฆำ่ ด้วยเมตตาพาใจใฝก่ ศุ ล

เดก็ ข้ีเกยี จเขยี นเลขคมี่ ีสามคน ขอ้ ยไมบ่ น่ คอ่ ยทาไปจนได้ดี

เขาข้อนอกเพราะวจีที่ขอดคอ่ น ทกุ ข้นั ตอนค่นั ไวใ้ หเ้ ป็นท่ี

ข้ัวโลกใตถ้ ่ัวโอชาถา้ ควั่ ดี ใชส้ อ้ มนี้ชว่ ยซ่อมได้ลองใช้ดู

ฟังเพลงคำ่ วขา้ งกองขำ้ วหนาวในอก เหน็ ค่ำงกกลกู แนบข้ำงนางหดหู่

หมาเเยกเข้ยี วเราขบั เคีย่ วลดเล้ียวดู ใครอย่าฉอ้ ชอ่ พบชู ใู หช้ ม

ถ้ำคอยทำ่ ผเู้ ฒำ่ เปน็ เถำ้ แก่ ท่านมาแน่ด้วยเอน็ ดคู เู่ สกสม

ผหู้ ญิงชอบหมวกมีพู่ดูขาคม ฝนตกซสู่ ู้ฝ่าลมมาเยีย่ มเยอื น

แบบฝึกทกั ษะท่ี 5
เรอื่ ง อศั จรรยค์ ำพ้องเสยี ง
ตอนท่ี 1

คำชแ้ี จง : ให้นกั เรียนขีดเส้นใต้คำทเี่ ขียนถูกต้องเหมำะสมกับประโยคหรอื ข้อควำม
1. หนนู าหนาแดง (กรา่ /กล่า/ก่า ) เลย ไปตากแดดท่ไี หนมา
2. เพอื่ นรกั เราตอง (พัด/พรดั /พลดั ) พรากจากกนั แลวนะ
3. สารคดีเรื่องนีม้ ี (เก็ด/เกร็ด/เกลด็ ) ความรมู้ ากมาย
4. มมู ู่เป็นคน (ก้า/กล้า/กรา้ ) หาญมาก ๆ
5. มดี ีนอนกรน (คอก ๆ /ครอก ๆ /คลอก ๆ ) เลย
6. แมวตัวน้ันออกลกู มาเป็น (คอก ๆ / ครอก ๆ / คลอกๆ )
7. เวลายนื ตอ่ หนา้ ผใู้ หญ่อย่าเอามือ (ไพ/่ ไพล/่ ไพร่) หลัง มนั ดไู มส่ ุภาพ
8. ปา้ หมูถูกจาตรวจจบั เพราะเลน่ (ไพ/่ ไพล/่ ไพร)่ กับญาติ ๆ ในบ้าน
9. เปน็ เดก็ ดจี ะตอ้ งไม่ (ก้าว/ เก้า/ กร้าว) ร้าวแบบน้ี
10. ดาดา้ ยืน (รถ/ รด/ รส) น้าตน้ ไม้อยู่ที่สวนหน้าบ้าน

ต้งั ใจทานะคะเดก็ ๆ


Click to View FlipBook Version