โครงงานอาชีพ
เรอื่ ง เสือ้ มดั ย้อม
จดั ทาโดย
นางสาวปานทองทพิ ย์ เบิกศรีใส เลขท่ี 10
นางสาวภัทรียา แรงกสกิ ร เลขที่ 13
นางสาวเมริษา รัตนไตรศรี เลขท่ี 15
นางสาวพัชรนันท์ จนั ทรบ์ ัวรม เลขที่ 19
เสนอ
ครูวนิดา บญุ พเิ ชฐวงศ์
ครูชานาญการพิเศษ
โรงเรียนสตรรี าชนิ ูทศิ
สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาเขต ๒๐ อุดรธานี
ก
คานา
โครงงานเร่ืองนีเ้ ป็นสว่ นหน่งี ของวชิ าธรุ กจิ การงานอาชพี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕ เพ่ือใหไ้ ดค้ วามรูใ้ น
เร่อื ง เสือ้ มดั ยอ้ ม และไดศ้ ึกษาเรือ่ งท่ีสนใจเพ่อเป็นประโยชนใ์ นการศกึ ษา
ผจู้ ดั ทาหวงั ว่าโครงงานเลม่ นีจ้ ะเป็นประโยชนต์ ่อผา่ น นกั เรยี น นกั ศกึ ษา ท่ีกาลงั ศึกษาเรอื งนอี้ ยู่
หากมขี อ้ ผิดพลาดประการใดคณะผจู้ ดั ทาขออภยั ไว้ ณ ท่นี ่ดี ว้ ย
คณะผจู้ ดั ทา
สารบญั ข
คานา
กติ ติกรรมประกาศ ก
บทท่ี ๑ บทนา ค
บทท่ี ๒ เอกสารประกอบการศกึ ษา ๑
บทท่ี ๓ วิธีการดาเนนิ งาน ๒
บทท่ี ๔ ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ๖
บทท่ี ๕ สรุปการดาเนินงาน ๑๐
บรรณานุกรม ๑๑
๑๒
ค
กิตตกิ รรมประกาศ
โครงงานนสี้ าเรจ็ ลลุ ว่ งไดด้ ว้ ยความกรุณาจากครุ ครูวนิดา บยุ พเิ ชฐวงศ์ คณุ ครูท่ีปรกึ ษาวชิ าธุรกิจ
การงานอาชพี ท่ไี ดใ้ หค้ าเสนอแนะ แนวคิด ตลอดจนแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งต่างๆมาโดยตลอดจนดครงงานเล่มนี้
สาเรจ็ สมบรู ณ์ ผษู้ ึกษาจึงขอขอบพระคณุ เป็นอย่างสงู
ขอกราบขอบพระคณุ พ่อกแมแ่ ละผูป้ กครองท่ีใหค้ าปรกึ ษารวมทงั้ เป็นกาลงั ใจท่ีดีเสมอมา
ขอขอบคณุ เจา้ หนา้ ท่ีหอ้ งสมดุ โรวเรยี นสตรรี าชินทู ิศ ท่ชี ่วยแนะนาหนงั สือดีๆใหแ้ กผศุ้ กึ ษา
สดุ ทา้ ยนขี้ อขอบคณุ เพอ่ นๆชนั้ มีธยมศกึ ษาปีท่ี ๕/๑๒ ท่ไี ดใ้ หค้ วามรว่ มมือในการทาโครงงานครงั้ นี้
จนทาใหโ้ ครงงานสาเรจ็ ลลุ ่วงไปได้
ปานทองทพิ ย์ เบิกศรใี ส
ภทั รยี า แรงกสิกร
เมรษิ า รตั นไตรศรี
พชั รนนั ท์ จนั ทรบ์ วั รม
๑
บทที่ ๑
บทนา
ทมี่ าและความสาคัญ
ในปัจจบุ นั สิง่ ของตา่ งๆมรี าคาแพง ผปู้ กครองนกั เรยี นตอ้ งรบั ภาระเสยี ค่าใชจ้ า่ ยในครอบครวั สงู
ผปู้ กครองนกั เรียนโรงเรียนบา้ นคลองพระยาสว่ นมากมีรายไดจ้ ากการทาสวนปาลม์ และสวนยางแต่ใน
ปัจจบุ นั ราคาของพชื เศรษฐกิจทงั้ สองราคาตกต่าทาใหร้ ายไดไ้ ม่พอกบั การยงั ชีพ คณะผจู้ ดั ทาโครงงานเห็น
วา่ นกั เรียนก็สามารถท่จี ะหารายไดช้ ่วยเหลอื ครอบครวั ได้ จึงมกี ารจดั ทาโครงงานสรา้ งเสรมิ ทกั ษะอาชีพใน
นกั เรียนไดม้ ีทกั ษะความรูน้ าไปใชใ้ นการหารายไดเ้ สรมิ ระหวา่ งเรยี นโดยคิดโครงงานอาชพี ผา้ มดั ยอ้ ม ซ่งึ
เป็นงานอาชพี ท่ีสามารถทาไดง้ ่ายไมย่ ่งุ ยาก และเพ่อื เป็นการนอ้ มหลกั เศรษฐกจิ พอเพียงมาประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชีวติ ประจาวนั คณะผจู้ ดั ทาโครงงานจงึ ไดป้ รกึ ษากบั ครูผสู้ อนและจดั ทาโครงงานอาชีพผา้ มดั ยอ้ มขึน้ มา
วัตถุประสงค์
. ๑.เพ่ือใหน้ กั เรียนสามารถทาผา้ มดั ยอ้ มได้
. ๒.เพ่อื ใหน้ กั เรียนมรี ายไดเ้ สรมิ ระหว่างเรยี น
. ๓.เพ่ือปลกู ฝังคณุ ธรรมพนื้ ฐาน ๘ ประการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลคาดว่าจะได้รับ
๑.นกั เรยี นสามารถทาผา้ มดั ยอ้ มได้
๒.นกั เรียนมีรายไดเ้ สรมิ ระหว่างเรียน
ขอบเขตการศกึ ษา
สถานท่ี โรงเรียนสตรีราชนิ ูทศิ จงั หวดั อดุ รธานี
ระยะเวลา เดือนกรกฏาคม ๒๔๖๓-เดือนตลุ าคม ๒๔๖๓
ประชากร นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕/๑๒ กลมุ่ เสือ้ มดั ยอ้ ม จานวน ๔ คน
งบประมาณ
เงินสว่ นตวั นกั เรียนคนละไมเ่ กิน ๓๐๐ บาท
๒
บทที่ ๒
เอกสารประกอบการศกึ ษา
ประวตั คิ วามเป็ นมาของผา้ มัดยอ้ ม
สนั นษิ ฐานว่าการยอ้ มผา้ มีมากว่า ๑๐๐ ปี มกี ารยอ้ มสีแหหรอื อวน จบั ปลาเพ่อื ป้องกนั การเป่ือย
และเก่างา่ ย โดยใชไ้ มม้ ะเกลอื มาตม้ ใหเ้ กิดสี ต่อมาใชเ้ ปลือกไมต้ า่ งๆ เช่น ไมโ้ กงกาง ไมโ้ ปรงแดง ไมโ้ ปรง
ดา ไมต้ ะบนู ไมต้ ะบนั แตท่ ่นี ิยมกนั มาก คือไมโ้ ปรง กบั ไมต้ ะบนู ซง่ึ เรียกการยอ้ มนนั้ ว่า การยอ้ มผา้ นา้ กะ
เตา ซง่ึ มี สีนา้ ตาลอยา่ งเดียว การยอ้ มเสือ้ ผา้ สมยั ก่อนเกิดจากผทู้ ่มี ีอาชีพตดั ไม้ โดยตดั ไมแ้ ลว้ ทาใหย้ าง
ไมต้ ดิ เสือ้ ผา้ ซกั ไมอ่ อก จึงเกิดการนาเปลือกไมม้ าตม้ แลว้ นาเสือ้ ผา้ มายอ้ มซ่งึ ทาใหใ้ สแ่ ลว้ เย็น สบาย ผทู้ ่มี ี
อาชพี ตดั ไม้ และเผาถา่ นจงึ นยิ มยอ้ มเสือ้ ผา้ เพ่ือนาไปใส่ในการประกอบอาชพี ต่อมามีการฟื้นฟู
พพิ ิธภณั ฑเ์ ขาย่สี าร จงึ มีการคิดคน้ เพ่อื ทาเป็นของท่ีระลกึ เวลามีนกั ท่องเท่ยี ว หรือนกั ศกึ ษาคน้ ควา้ มาเย่ียม
ชมพพิ ธิ ภณั ฑเ์ ขาย่สี าร โดยมีการสบื สาน ภมู ิปัญญาการยอ้ มผา้ ดว้ ยเปลือกไมธ้ รรมชาติซ่ึงนามาจากพชื
ป่าชายเลนท่มี ีอยใู่ นทอ้ งถ่ิน มาจดั ทาเป็นเสือ้ กางเกง ผา้ เชด็ หนา้ กระเป๋ า เป็นตน้ โดยเรยี นการมดั ยอ้ ม
จากสานกั งานพฒั นาฝีมือแรงงานจงั หวดั สมทุ รสงครามและพฒั นามาเป็นลวดลายของตนเอง โดยแต่ละ
ชิน้ งานไมซ่ า้ แบบใคร และยึดหลกั การใชส้ ีธรรมชาตเิ ป็นเอกลกั ษณส์ บื สานต่อมา
(https://thth.facebook.com,๒๕๖๑)
ขัน้ ตอนในการทาผา้ มัดย้อม
๑. การเตรยี มผา้
ผา้ ท่ใี ชท้ าผา้ มดั ยอ้ มควรใชผ้ า้ สีขาวหรือผา้ สีอ่อนผา้ ท่มี ีขายตามทอ้ งตลาดเป็นผา้ ท่ผี ่านการแต่ง
มากอ่ น เพ่ือใหผ้ า้ แขง็ ตวั และเป็นเงาเรียบ ผผู้ ลติ จะแต่งและอาบผา้ ดว้ ยสารเรซิน่ หรือแปง้ ใชเ้ ป็นสว่ นมาก
สารตวั ท่ีกลา่ วมานนี้ บั วา่ เป็น อปุ สรรคต่อการแทรกซมึ ของนา้ สี ฉะนนั้ ก่อนจะลงมือยอ้ มสี ควรขจดั สง่ิ
เหลา่ นอี้ อกใหห้ มดเสยี กอ่ น แตถ่ า้ มีสารอาบผวิ ใสจ่ านวนนอ้ ยอาจทาความสะอาดได้ โดยการใชผ้ งซกั ฟอก
ได้
๒. การเตรยี มลายมดั ยอ้ ม
ผปู้ ฏิบตั ผิ า้ มดั ยอ้ มยอ่ มปรารถนาใหล้ ายท่ีเกดิ ขนึ้ บนผา้ ลายท่ไี ม่อยากใหซ้ า้ กบั ผอู้ ่นื ดงั นนั้ ผทู้ ่ี
ปฏบิ ตั ิงานมดั ยอ้ มจงึ ผกู ผา้ ของตนเองไดอ้ ย่างอิสระ โดยการใหค้ วามคดิ คานงึ สรา้ งสรรค์ ลายท่ีออกมา
ย่อมเป็นงานท่พี งึ พอใจของผปู้ ฏบิ ตั เิ อง
๓
๓. การเตรียมน้าสาหรับย้อมผา้
การทาผา้ มดั ยอ้ มสามารถยอ้ มไดต้ ามวธิ ีกรรมถงึ สที ่ียอ้ มไดใ้ นอณุ หภมู ิสงู และต่าได้ แตท่ งั้ นีจ้ ะตอ้ ง
คานึงถงึ ประเภทของสแี ละผา้ ใหถ้ กู ตอ้ งหลายๆสี ภายหลงั ท่ีไดย้ อ้ มสแี รกเสรจ็ แลว้ เช่นนเี้ ร่อื ยไปจนกวา่ จะ
ไดส้ ีและลายท่ีตอ้ งการ การมดั ยอ้ มโดยการเล่นสใี หเ้ ป็นสีอ่อนสแี ก่ในผนื เดยี วกนั ในการยอ้ มสีอาจทาได้
โดยการเร่มิ จากสีอ่อนไปจนถึงสเี ขม้ จดั
๔. สรี ีแอด๊ ทฟี
สปี ระเภทนมี้ คี วามทนทานสงู ใหส้ สี ดใส ยอ้ มง่าย ซมึ เขา้ ในเสน้ ใยไดด้ ี โดยทาปฏิกริ ยิ ากบั สารเคมี
จะทาใหส้ ีสดใส แตร่ าคาค่อนขา้ งสงู ยอ้ มง่าย แต่ถา้ ยอ้ มนา้ เขม้ จะตอ้ งเอาผา้ ท่ียอ้ มเก็บคา้ งคืนเสยี ก่อนจงึ
นาไปลา้ ง จะไดส้ ผี า้ สเี ขม้ และสที ่ีไดจ้ ะสดใสสวยงาม
๕. วิธีย้อม
ละลายสีดว้ ยนา้ อ่นุ หรือนา้ รอ้ น เตมิ นา้ เย็นใหค้ รบตามจานวน ใสซ่ ิลิเกตตามลาดบั คนสารละลาย
ใหเ้ ขา้ กนั นาผา้ ลงยอ้ ม ใชเ้ วลาคนผา้ กลบั ไปกลบั มา ประมาณ ๒๐ นาที เพ่ือใหผ้ า้ ดดู ซมึ สไี ดท้ ่วั แลว้ แช่ผา้
ตอ่ อีก ๓๐ นาที หลงั จากนนั้ จงึ นาไปซกั นา้ ใหส้ ะอาด
๖. ขนั้ ตอนการทาผ้ามัดย้อม
๑. เตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ์
๒. ละลายสีดว้ ยนา้ อ่นุ
๓. ใสซ่ ิลเิ กต
๔. ใสน่ า้ ใหค้ รบตามจานวน
๕. พกั ไว้
๖. เตรียมผา้ ท่มี ดั ไวแ้ ลว้ ใสล่ งในนา้ ยอ้ ม
๗. คนพลิกไปพลกิ มา
๘. แชท่ งิ้ ไวป้ ระมาณ ๓๐ นาที
๙. ลา้ งนา้ ใหส้ ะอาดแลว้ แกะเชอื กออก
๔
๑๐. ไดล้ วดลายตามตอ้ งการ
สรรพคุณของซลิ เิ กต
โซเดียมซิลิเกต หมายถงึ โซเดยี มซลิ เิ กต คอื นา้ ยาคงสภาพสี มีลกั ษณะเหนยี วขน้ โซเดยี มซิลเิ กต
ไมเ่ ป็นอนั ตรายตอ่ ผิวหนงั แตไ่ มค่ วรใหโ้ ดนบาดแผล หรือเนอื้ ไม้ ถา้ โดนใหร้ ีบลา้ งออกทนั ที
"โซเดียม ซลิ เิ กต" หรือท่ีรูจ้ กั กนั ในช่อื "นา้ แกว้ หรือ นา้ กาว" โดยขอ้ มูลในอินเตอรเ์ น็ตระบวุ า่
สารเคมีตวั นเี้ ป็นนา้ ยาบ่มคอนกรีตชนิดโซเดียม ซิลเิ กต สามารถแทรกซมึ บนพืน้ ผวิ ของคอนกรตี และปนู
ฉาบไดเ้ ป็นอย่างดี หนา้ ท่ีถกู กาหนดใหม้ าทาปฏิกิรยิ ากบั หินปนู สว่ นท่เี หลือจากปฏิกริ ยิ าไฮโดรช่นั อีกครง้ั
หน่ึง จึงทาใหผ้ ิวหนา้ ของคอนกรีตแขง็ ขึน้ ลดรูพรุนท่เี กิดจากนา้ ในคอนกรีตท่รี ะเหยออกมาได้
กระบวนการผลิต เรม่ิ จากการนาเอาโซดาแอชกบั ซลิ กิ ามาหลอมใหเ้ ป็นนา้ แกว้ ท่ีอณุ หภมู ิประมาณ
1200 องศาเซลเซียส แลว้ ทาใหเ้ ยน็ ตวั เป็นกอ้ นแกว้ แลว้ นาไปเขา้ Autoclave เพ่อื ละลายอีกครงั้ ให้
กลายเป็นนา้ แกว้ สดั สว่ นของโซเดียมกบั ซลิ เิ กตจะบง่ บอกถงึ คณุ สมบตั ิของ โซเดียมซิลิเกต ถา้ ทาให้
สดั สว่ นใกลก้ นั มากเราจะไดเ้ ป็นผลกึ ของของแข็งท่เี รยี กว่าโซเดยี มเมตาซิลเิ กต
ซิลเิ กตมปี ระโยชนม์ ากสาหรบั อตุ สาหกรรมผงซกั ฟอก อตุ สาหกรรมก่อสรา้ ง และกาลงั มีบทบาทใน
ฐานะเป็นตวั เช่ือมและทาใหเ้ กดิ โครงสรา้ งของพวก Geopolymer ท่ไี ม่จาเป็นตอ้ งเผาสงู เหมอื นการผลิต
เซรามกิ สาหรบั ในอตุ สาหกรรมเซรามิก ถือว่าเป็นสดั สว่ นท่นี อ้ ยมากๆเม่ือเทียบกบั การใช้ งานใน
อตุ สาหกรรมอ่นื ๆ เราเอาไวใ้ ชส้ าหรบั เป็นตวั ช่วยกระจายลอยตวั เป็นตวั เช่ือมประสานสาหรบั การก่ออิฐเตา
เป็นเคลือบใสสาหรบั ผลิตภณั ฑท์ ่ีตอ้ งการความมนั แบบไม่มากนกั เป็นแค่ปิดผิวจางๆ (https://th
wikipedia.org/wiki/ซิลเิ กต,๒๕๖๑)
หลักการมดั ผา้
การคิด ประดิษฐ์ลายผา้ ขนึ้ อย่กู บั จินตนาการและการสงั เกตของแต่ละคน ซง่ึ การมดั แตล่ ะครง้ั หรือ
แต่ละคน ลายผา้ ท่ไี ดจ้ ะไม่เหมือนกนั แต่ก็สามารถปรบั ปรุง หรือออกแบบใหใ้ กลเ้ คียง หรอื คลา้ ยกนั ได้
ขนึ้ อย่กู บั การสงั เกตและพฒั นาการของแตล่ ะคนดว้ ย ซง่ึ การมดั ลายแบบพนื้ ฐานอยา่ งงา่ ยมี ๔ แบบ ดงั นี้
๑.การพบั แลว้ มดั กล่าวคอื เป็นการพบั ผา้ เป็นรูปต่างๆ แลว้ มดั ดว้ ยยางหรอื เชือก ผลท่ไี ดจ้ ะได้
ลวดลายท่มี ลี กั ษณะลายดา้ นซา้ ยและลายดา้ นขวาจะมีความใกลเ้ คยี งกนั แต่จะมสี อี อ่ นดา้ นหนึง่ และสเี ขม้
ดา้ นหนึ่ง เน่อื งจากวา่ หากดา้ นใดโดนพบั ไวด้ า้ นในสีก็จะซมึ เขา้ ไปนอ้ ย ผลท่ีไดก้ ็คือจะมสี จี างกว่าน่นั เอง
๕
๒. การห่อแลว้ มดั กล่าวคือ เป็นการใชผ้ า้ หอ่ วตั ถตุ ่างๆ ไวแ้ ลว้ มดั ดว้ ยยางหรอื เชือก ลายท่เี กดิ ขนึ้
จะเป็นลายใหญ่หรือเลก็ ขนึ้ อยกู่ บั วตั ถุท่นี ามาใช้ และลกั ษณะของการมดั เชน่ การนาผา้ มาห่อกอ้ นหิน
รูปทรงแปลกๆ ท่มี ขี นาดไม่ใหญ่นกั แลว้ มดั ไขวไ้ ปมา โดยเวน้ จงั หวะของการมดั ใหม้ ีพนื้ ท่วี า่ งใหส้ ีซมึ เขา้ ไป
ได้ อย่างนีก้ จ็ ะมีลายเกิดขนึ้ สวยงามแตกตา่ งจากการมดั ลกั ษณะวตั ถอุ ่ืนๆ ดว้ ย
๓. การขยาแลว้ มดั กล่าวคือ เป็นการขยาผา้ อย่างไม่ตงั้ ใจแลว้ มดั ดว้ ยยางหรือเชือก ผลท่ีไดจ้ ะได้
ลวดลายแบบอิสระ เรียกว่าลายสวยแบบบงั เอิญ ทาแบบนอี้ กี ก็ไม่ไดล้ ายนีอ้ กี แลว้ เน่ืองจากการขยาแตล่ ะ
ครง้ั เราไม่สามารถควบคมุ การทบั ซอ้ นของผา้ ได้ ฉะนัน้ ลายท่ไี ดเ้ ป็นลายท่เี กิดจากความบงั เอญิ จรงิ ๆ
เปรยี บเทียบเหมือนกบั การท่ีเราเห็นกอ้ นเมฆ กอ้ นเมฆแต่ละกอ้ นจะมีลกั ษณะแตกต่างกนั และเม่อื ผ่าน
สกั ครูล่ ายหรือลกั ษณะของกอ้ นเมฆก็จะเปลย่ี นไปเราเรียกว่าลายอิสระ หรือรูปรา่ งรูปทรงอิสระน่นั เอง
๔. พบั แลว้ หนีบ กลา่ วคือ เป็นการพบั ผา้ เป็นรูปแบบตา่ งๆ แลว้ เอาไมไ้ อศกรมี หรอื ไมไ้ ผผ่ า่ บางๆ
หนบี ไวท้ งั้ สองขา้ งเหมือนปิ้งปลาตอ้ งมดั ไมใ้ หแ้ นน่ ภาพท่ีออกมากจ็ ะเป็นรูปต่างๆ เชน่ รูปดอกไม้ รูป
สเี่ หลยี่ ม เป็นตน้ (https://th wikipedia.org/wiki/ซลิ เิ กต,๒๕๖๑)
ข้อสงั เกต และ ขอ้ ควรระวัง
๑. ความแนน่ ของการมดั
- กรณีแรกมดั มากเกินไปจนไม่เหลอื พนื้ ท่ใี หส้ แี ทรกซมึ เขา้ ไปได้ เลย ผลท่ไี ดก้ ็คือ ไดส้ ีขาวของ
เนอื้ ผา้ เดมิ อาจมีสียอ้ ม แทรกซมึ เขา้ มาไดเ้ ล็กนอ้ ย อย่างนเี้ กิดลายนอ้ ย
- กรณีท่สี องมดั นอ้ ยเกินไป เหลอื พนื้ ท่ใี หส้ ยี อ้ มติดเกือบเตม็ ผนื อย่างนเี้ กิดลายนอ้ ยเชน่ กนั ทงั้ ผนื
มสี ยี อ้ มแต่แทบไม่มลี ายเลย
- กรณีท่สี าม มดั เหมือนกนั แต่มดั ไมแ่ น่น อย่างนีเ้ ท่ากบั ไมไ่ ดม้ ดั เพราะหากมดั ไมแ่ น่นสีก็จะแทรก
ซมึ ผ่านเขา้ ไปไดท้ ่วั ทงั้ ผนื
๒. การใชอ้ ปุ กรณช์ ว่ ยในการหนีบผา้ แลว้ มดั เพ่ือใหเ้ กิด ความ แนน่ และเกิดลวดลายตามแมแ่ บบท่ี
ใชห้ นบี ดงั นนั้ ลายสวยเพียงใดขนึ้ อยกู่ บั การออกแบบแม่แบบท่จี ะใชห้ นบี ดว้ ย
๓. ความสม่าเสมอของสียอ้ ม สยี อ้ มท่ีติดผา้ จะสม่าเสมอไดข้ นึ้ อย่กู ับอณุ หภมู คิ วามรอ้ นขณะนาผา้
ลงยอ้ ม และการกลบั ผา้ ไปมาการขยาผา้ เกือบตลอดเวลาของการยอ้ มหนง่ึ ถึงหนึง่ ช่วั โมงครง่ึ กอ่ นท่จี ะแช่ผา้
ไว(้ https://th wikipedia.org/wiki/ซิลเิ กต,๒๕๖๑)
๖
บทที่ ๓
วัสดุอุปกรณแ์ ละวธิ ดี าเนินงาน
๑.วสั ดุอุปกรณ์
๑.๑ ผา้ ขาว (ผา้ สปันเรยอน)
๑.๒ สี
๑.๓ ซิลเิ กต
๑.๔ เชอื กฟาง
๑.๕ หนงั ยาง
๑.๖ ลกู แกว้
๑.๗ ไมไ้ อศกรีม
๑.๘ ชอ้ นโต๊ะ
๑.๙ กะละมงั
๑.๑๐ กรรไกร
๑.๑๑ ถงุ มือยาง
๑.๑๒ เหยือกตวง
๑.๑๓ นา้ อนุ่
๑.๑๔ นา้ เปลา่
๗
ข้ันตอนการดาเนินงาน
การเตรียมการ
๑.ศกึ ษาสารวจขอ้ มลู เขยี นโครงการ ขออนมุ ตั ิโครงงาน ออกสารวจและสมั ภาษณเ์ พ่อื เกบ็ รวบรวม
ขอ้ มลู
๒.กาหนดรูปแบบการทาผา้ มดั ยอ้ ม
การเตรียมสถานท่ี
จดั สถานท่ี / เตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ์
ตารางการดาเนินงาน
วัน เดอื น ปี รายการกจิ กรรม สถานที่ ผูร้ ับผดิ ชอบ หมาย
เหตุ
๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ศกึ ษาหาความรู้ หอ้ งคอมพิวเตอร์ สมาชกิ ทงั้ ๔ คน
เบอื้ งตน้ จาก Internet
๑๕ กรกฎาคม ศกึ ษาการเขียน หอ้ งคอมพิวเตอร์ สมาชิกทงั้ ๔ คม
๒๕๖๓
โครงงานจาก Internet
๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ ขออนมุ ตั กิ ารทาเสือ้ มดั หอ้ งเรียนธุรกจิ สมาชกิ ทงั้ ๔ คน
ยอ้ ม
๑๖ สงิ หาคม ๒๕๖๓ วาวแผนปฏิบตั ิงาน หอ้ งเรียนธรุ กจิ สมาชกิ ทงั้ ๔ คน
เตรียมเครอื่ งมอื ใชว้ สั ดุ
อปุ กรณ์
๘ กนั ยายน - ๑๔ ลงมอื ทาเสอื มดั ยอ้ ม หอ้ งเรียนธกุ จิ สมาชกิ ทงั้ ๔ คน
กนั ยายน ๒๕๖๓ บรรจุ ประมาณราคา
๒๐ ตลุ าคม ๒๕๖๓ สรุปผลและรายงานผฃ หอ้ งเรียนธุรกจิ สมาชิกทงั้ ๔ คน
๘
วธิ ีทาผา้ มดั ยอ้ ม
๑.เตรียมผา้ ขาว(ผา้ สปันเรยอง) นามาตดั ตามขนาดท่ีตอ้ งการ
๒.นาผา้ ไปซกั ในนา้ เปลา่ เพ่ือลา้ งแปง้ ท่ีตดิ ผา้ มาใหห้ ลดุ ออก ทาใหผ้ า้ นมุ่ และดดู สไี ดด้ ี
๓.นาผา้ ท่เี ตรียมไวม้ ามดั ลายตามตอ้ งการ
๔.ผสมสีกบั นา้ อ่นุ
๕.ผสมซิลเิ กต ลงไปในนา้ สีคนใหเ้ ขา้ กนั
๖.นาผา้ ท่เี ตรยี มไวล้ งไปแชใ่ นนา้ สี แช่ทงิ้ ไว้ ๓๐ นาที (ในการแช่ผา้ ตอ้ งใหผ้ า้ โดนสที ่วั ทงั้ ผนื เพ่ือให้
ผา้ ดดู สไี ดส้ ม่าเสมอกนั )
๗.นาผา้ มาลา้ งดว้ ยนา้ เปลา่ แลว้ ตดั เชือกหรอื หนงั ยางออกแลว้ นาผา้ ท่ไี ดไ้ ปซักดว้ ยนา้ เปลา่ อีกครงั้
แลว้ ไปตากใหแ้ หง้ แลว้ นาไปรีดใหเ้ รียบ
๘.แลว้ เรากไ็ ดผ้ า้ มดั ยอ้ มท่ีสวยงาม
๙
บทที่ ๔
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล
การดาเนินงานตามขนั้ ตอนการทาผา้ มดั ยอ้ ม เพ่อื จาหนา่ ยในแต่ละครง้ั อปุ กรณท์ ่ีใชไ้ ดแ้ ก่
กะละมงั ลกู แกว้ ชอ้ น เหยือกตวง กรรไกร ไดย้ ืมของโรงเรยี น สว่ นท่ตี อ้ งลงทนุ ไดแ้ ก่ ผา้ สี ซิลิเกต เชือกฝาง
ไมไ้ อศกรีม หนงั ยาง และถงุ มือยางในการลงทนุ ทาผา้ มดั ยอ้ มมวี สั ดุอปุ กรณ์ ตามตารางดงั นี้
ตารางแสดงการลงทุนการทาผ้ามดั ย้อม
ที่ รายงาน ปริมาณ ราคา/หน่วย จานวนเงนิ
๑ เสือ้ เก่า ตามตอ้ งการ ๐ ๐
๒ สี ๒ กรมั ๓ ๖
๓ ซิลเิ กต ๕๐๐ มลิ ลลิ ติ ร ๑๘ ๑๘
๔ เชือกฟาง ๑ มว้ น ๑๐ ๑๐
๕ หยงั ยาง ๒๐ เสน้ ๒ ๒
๖ ถงุ มือยาง ตามจานวนผทู้ า ๗ ๗
๗ ไมไ้ อศกรีม ๑ แพค็ ๑๕ ๑๕
๘ ลกู แกว้ ๑๐ ลกู ๕ ๕
๙ กะละมงั ๓ ใบ - -
๑๐ ยา้ อนุ่ ๕๐๐ มลิ ลลิ ิตร - -
๑๑ นา้ เปลา่ ๕๐๐ มลิ ลลิ ิตร - -
๑๒ เหยือกดวง ๑ ใบ - -
๑๓ กรรไกร ตามตอ้ งการ - -
รวมจานวนเงนิ ๖๓ บาท
๑๐
บทที่ ๕
สรุป อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
สรุปผลการดาเนินงาน
การทาโครงงานผา้ มดั ยอ้ มตลอดระยะเวลาระหว่างปฏิบตั งิ านผลสาเรจ็ เป็นท่นี า่ พงึ พอใจแก่
ผปู้ ฏิบตั ิงานเป็นอยา่ งมาก เพราะนอกจากการทาโครงงานอาชีพแลว้ การปฏบิ ตั ิงานยงั ชว่ ยใหก้ ่อ
ประโยชนใ์ นดา้ นอ่นื ๆอีกมากมาย ไม่วา่ จะเป็นดา้ นการวางแผนการรบั ผิดชอบหนา้ ท่แี ตล่ ะบคุ คลซง่ึ ทกั ษะ
ตา่ งๆไมส่ ามารถท่จี ะเรียนรูไ้ ดใ้ นหอ้ งเรยี นทงั้ การปฏบิ ตั ิงานครงั้ นีย้ งั เป็นแบบอย่างใหแ้ ก่บุคคลท่านอ่ืนท่ี
ผ่านมาเห็นขณะทากจิ กรรมไดร้ บั คาช่นื ชมจากหลายบคุ คลในการรูจ้ กั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ เป็น
แบบอย่างใหร้ ุ่นนอ้ งทาตามเพ่อื หารายไดเ้ สรมิ เพราะเป็นการปฏบิ ตั ิงานท่ใี ชไ้ ดจ้ รงิ
อภปิ รายผล
การทาผา้ มดั ยอ้ มในครงั้ นีผ้ บู้ รโิ ภคพอใจในสินคา้ ท่อี อกมามลี วดลายท่สี วยงาม และมีสีสนั สดใส
เหมาะสมกบั การใชง้ าน
ประโยชนท์ ไ่ี ด้รับ
๑.มคี วามรูแ้ ละประสบการณใ์ นการทาผา้ มดั ยอ้ ม
๒.มองเหน็ แนวทางในการประกอบอาชพี
๓.ทาใหม้ รี ายไดใ้ นระหว่างเรียน และเหน็ คณุ ค่าของการประกอบอาชีพ
๔.นกั เรยี นมีคณุ ธรรมพนื้ ฐาน ๘ ประการ
ข้อเสนอแนะ
ผบู้ รโิ ภคเสนอแนะใหน้ าผลผลติ ออกเผยแพร่ ออกแบบลายผา้ ใหห้ ลากหลายและออกแบบสนิ คา้
เพ่ิม เชน่ นามาตดั เย็บเป็นเสือ้ กางเกง เป็นตน้
๑๑
บรรณานุกรม
https://thth.facebook.com,๒๕๖๑
https://th wikipedia.org/wiki/ซิลิเกต,๒๕๖๑
https://th wikipedia.org/wiki/ซิลเิ กต,๒๕๖๑
ผศู้ กึ ษาไดท้ าการคน้ ควา้ ท่หี อ้ งสมดุ โรงเรียนสตรีราชนิ ทุ ิศมและไดข้ อคาแนะนาจากพ่อแม่ผปู้ กครอง
เพ่มิ เติม