โครงการส่งเสรมิ สุขภาพ ลดปวดกลา้ มเนอื้
จัดทำโดย
นักศึกษาพยาบาลชัน้ ปีที่ 3
เสนอ
อาจารย์พรรณพิไล สุทธนะ
รายงานฉบบั นีเ้ ปน็ ส่วนหนงึ่ ของ วิชา พย. 1316 ปฏิบตั กิ ารพยาบาล
ครอบครัวและชมุ ชน 1
ปกี ารศึกษาท่ี 3/2564 วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี แพร่
คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสขุ
โครงการส่งเสรมิ สุขภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อ I ก
คำนำ
โครงการส่งเสริมสุขภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อจัดทำขึ้นเพื่อศึกษาเกี่ยวกับอาชีพประกอบอาหารใน
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี แพร่ การประเมินสถานที่ และประเมินปัญหาทางสุขภาพที่พบ ซึ่งจากการ
ประเมนิ เบ้ืองตน้ พบวา่ อาชพี ประกอบอาหารที่มีความเส่ียงต่อการเกิดปัญหาทางสุขภาพ จงึ ได้จดั ทำโครงการ
ดังกล่าวขึน้ เพื่อเป็นการใหค้ วามรู้เรื่องปัญหาโรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อจากการทำงาน และแนะนำการ
ปฏิบตั ิตามกิจกรรมทางกายในขณะปฏบิ ัตกิ ิจวัตรประจำ วนั 5 ทา่ ซง่ึ หลังจากการสอนท่าบรหิ ารแลว้ จะมีการ
ตดิ ตามผลของการบริหารร่างกายเพอ่ื ใหผ้ รู้ ับบริการมีสขุ ภาพท่ีดีและมคี วามต่อเนอ่ื งในการบริหารรา่ งกาย
โครงการนี้สำเร็จได้ด้วยความกรุณาจาก อาจารย์พรรณพิไล สุทธนะ ซึ่งเป็นอาจารย์ท่ีปรกึ ษาประจำ
กลุ่มโดยได้ใหค้ ำปรกึ ษาข้อชแ้ี นะและช่วยเหลอื ในการจัดทำโครงการให้ลุล่วงไปไดด้ ว้ ยดี และขอขอบคุณแหล่ง
เรียนรูว้ ิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี แพร่ ที่เออ้ื เฟอ้ื สถานทอ่ี นญุ าตใหค้ ณะผู้จัดทำให้ฝึกประสบการณ์ ซง่ึ ทาง
คณะผจู้ ดั ทำหวังเปน็ อยา่ งย่ิงวา่ รายงานฉบบั นจ้ี ะเป็นประโยชนต์ อ่ ทกุ ทา่ น
คณะผู้จัดทำโครงการ
นักศกึ ษาพยาบาลศาสตรช์ ้ันปที ่ี 3
โครงการสง่ เสริมสุขภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อ I ข
สารบญั
คำนำ ก
สารบัญ ข
แบบสอบถามและบนั ทกึ ขอ้ มูลการตรวจสุขภาพประจำปี 1
แบบสอบถามและสำรวจสิง่ แวดลอ้ มการทำงานของสถานประกอบกจิ การ 3
ส่วนที่1 ขอ้ มูลจากการสอบถามฝ่ายบริหาร 3
3
1. ขอ้ มูลท่ัวไป 4
2. ขอ้ มลู สวัสดกิ าร 4
3. ข้อมูลการจดั บริการสขุ ภาพอนามัย 5
4. ขอ้ มูลความปลอดภัย 7
ส่วนท่ี 2 กระบวนการผลิตและวัตถุดบิ ทใี่ ช้ 9
สว่ นที่ 3 จำนวนคนงานที่สมั ผสั กับส่ิงคุกคามสุขภาพอนามัยต่าง ๆ 10
ส่วนท่ี 4 แบบประเมินปัญหาหลังการสำรวจสถานประกอบกจิ การเบ้ืองตน้ 11
ปัญหา/ภาวะสุขภาพท่ีพบ 26
การประเมนิ ผลกจิ กรรม (Check) 26
ขนั้ ปรับปรงุ (Act) 26
งบประมาณ 26
ประโยชน์ที่คาดว่าจะไดร้ บั 26
ส่วนท่ี 5 การประเมนิ ผลโครงการ 32
เอกสารอ้างองิ 33
ภาคผนวก
โครงการส่งเสรมิ สขุ ภาพ ลดปวดกลา้ มเนื้อ I 1
แบบสอบถามและบนั ทกึ ข้อมลู การตรวจสขุ ภาพประจำปี
1. ข้อมลู ทัว่ ไป
- อายเุ ฉลยี่ 47 ปี
- เพศ ชาย จำนวน 1 คน คิดเปน็ ร้อยละ 25 และเพศหญงิ จำนวน 3 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 75
- ระดับการศกึ ษาสงู สุด คือ ปรญิ ญาตรหี รือสงู กว่าจำนวน 1 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 25
มัธยมศึกษาหรอื เทียบเท่าจำนวน 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 75
ประถมศกึ ษาจำนวน 1 คน คิดเปน็ ร้อยละ 25
- พนักงานขายอาหารในวทิ ยาลยั จำนวน 4 คน มสี ถานภาพสมรสคู่ คดิ เปน็ ร้อยละ 100
- ประสบการณก์ ารทำงานในวทิ ยาลัย < 5 ปี จำนวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100
2. ขอ้ มูลดา้ นสุขภาพ
- น้ำหนักเฉลยี่ 56.75 กก. ส่วนสูงเฉลีย่ 159 ซม.
- ดัชนมี วลกาย (Body Mass Index) อยู่ในระดบั อว้ น จำนวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 50 และอยใู่ นระดบั
ปกติ จำนวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ 50
- ความดันโลหิต Systolic อยใู่ นชว่ ง 130 มิลลิเมตรปรอท Diastolic อยูใ่ นช่วง 90 มิลลิเมตรปรอท
- ระดับความดนั โลหติ อยูใ่ นระดบั ปกติจำนวน 3 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 75
- มปี ระวัติการเกดิ อบุ ัตเิ หตหุ รือการเจ็บป่วยในอดตี จำนวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 50 โดยมีประวัติไดร้ บั
อุบัตเิ หตุหรอื บาดเจ็บ จำนวน 2 คน
- มโี รคประจำตวั จำนวน 1 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 25 โดยมปี ระวัตเิ ปน็ โรคความดันโลหิตสูง
- ไมม่ ปี ระวตั กิ ารสูบบหุ ร่ี
- มปี ระวตั ิการดืม่ สรุ าหรอื เครื่องดื่มแอลกอฮอลเ์ ป็นคร้ังคราวจำนวน 4 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100
- มปี ระวตั กิ ารด่ืมชากาแฟเปน็ ครง้ั คราว จำนวน 3 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 75
- มีประวัติการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังที่มีส่วนผสมของสารคาเฟอีน เป็นครั้งคราว จำนวน 1 คน คิดเป็น
ร้อยละ 25
- การรบั ประทานอาหารเชา้ ทกุ วนั จำนวน 4 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100
- การออกกำลงั กายเดอื นละ 1-2 คร้งั จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 50 และ นาน ๆ ครัง้ หรือไมไ่ ด้ออก
กำลังกาย จำนวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ 50
- การนอนหลับพักผ่อนมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 50 และพักผ่อนไม่
เพยี งพอนอ้ ยกวา่ 7 ชว่ั โมงต่อวนั จำนวน 2 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 50
โครงการส่งเสริมสุขภาพ ลดปวดกลา้ มเนอื้ I 2
3. ข้อมูลดา้ นสภาพการทำงาน
ปัจจุบันทำงานวันละ 12 ชั่วโมง อยู่ในช่วงเวลาตั้งแต่ เวลา 05.00 น. ถึง เวลา 17.00 น. จำนวน 2
คน คิดเป็นร้อยละ 50 และ ทำงานต้ังแต่ เวลา 05.00น.- 18.00 น. จำนวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 50
ส่งิ คกุ คามทางสุขภาพ
- ไดร้ ับสงิ่ คุกคามทางกายภาพ คือ ความร้อน จำนวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100
- การใช้อปุ กรณ์ปอ้ งกันอนั ตรายบางคร้ังขณะทำงาน คือ เสอ้ื แขนยาวป้องกันน้ำมันกระเดน็ จำนวน 2
คน คิดเป็นรอ้ ยละ 50 และไมใ่ ช้เพราะไม่ถนัด/ไม่เคยชนิ จำนวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 50
- ได้รับสิ่งคุกคามทางเคมี คือ น้ำยาล้างจาน จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 50 และไม่มีการใช้อุปกรณ์
ปอ้ งกนั อันตรายทุกคร้ังขณะทำงาน เพราะไมถ่ นัดและน้ำยาไม่มีฤทธิ์กดั มือ จำนวน 2 คน คิดเปน็ ร้อย
ละ 50 และไม่ใช้เพราะไมม่ ีอุปกรณ์ จำนวน 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 50
- ไม่ไดร้ ับสิ่งคกุ คามทางชีวภาพ จำนวน 4 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100
- ได้รับสิ่งคุกคามทางการยศาสตร์หรือความถนัดเกี่ยวกับท่าทางในการทำงาน คือ นั่งหรือยืนทำงาน
ติดต่อกันเป็นเวลานาน ก้มๆ เงยๆ เวลาทำงาน การยกอุปกรณ์ ลากสิ่งของ จำนวน 4 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 100
- ไมไ่ ด้รบั อุบตั ิเหตุระหว่างการทำงานในรอบปีที่ผ่านมา คอื อืน่ ๆ ระบุ มีดบาดขณะที่ขูดหนังหมู และ
โดนความรอ้ นจากหม้อทำกว๋ ยเต๋ียว จำนวน 4 คน คดิ เป็นร้อยละ 100
ความรู้หรือความตอ้ งการด้านสขุ ภาพ
1. การแกไ้ ขอาการปวดชาไหล่ บ่า ปวดศีรษะ เวียนศรี ษะ
2. ความรูเ้ รอ่ื งความเหมาะสมของทา่ ทางการทำงาน เชน่ การยกของ การปรุงอาหาร
โครงการสง่ เสริมสขุ ภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อ I 3
แบบสอบถามและสำรวจสิ่งแวดล้อมการทำงานของสถานประกอบกจิ การ
ส่วนท่ี1 ข้อมลู จากการสอบถามฝา่ ยบริหาร
1. ข้อมลู ทั่วไป
ชื่อสถานประกอบกิจการ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี แพร่
ท่ตี ้ังเลขที่ 319/1 หม7ู่ ซอย - ถนนยันตรกจิ โกศล ตำบลนาจกั ร อำเภอเมือง จงั หวัดแพร่
โทรศพั ท์ 054 069 615 โทรสาร –
ประเภทผลติ ภณั ฑ์ -
ปีที่เรม่ิ ดำเนินการ พ.ศ. 2562
จำนวนคนงาน 4 คน ชาย 1 คน หญิง 3 คน
การทำงาน มีการทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 13 ชั่งโมง (05.00 -18.00น.) มีการแบ่งพื้นท่ี
ให้บริการอาหารเปน็ 2 โซน ได้แก่ รา้ นก๋วยเต๋ียวและร้านอาหารตามสงั่
แผนที่ตัง้ สถานประกอบกิจการโดยสังเขป
โครงการส่งเสริมสุขภาพ ลดปวดกลา้ มเนอ้ื I 4
2. ข้อมลู สวสั ดกิ าร มี ไม่มี
2.1 การจัดหานำ้ ดืม่ √ ……….
2.2 โรงอาหารหรือสถานทส่ี ำหรบั รับประทานอาหาร ………. √
ถา้ มี แยกจากอาคารโรงงานหรอื ไม่
1. แยก 2. ไม่แยก √ ………..
2.3 อา่ งล้างมอื ……….. √
2.4 หอ้ งอาบน้ำ
2.5 หอ้ งส้วม(โรงยมิ ) √ ………..
2.6 การเปล่ียนชุดหรอื เสื้อคลุมทำงาน ………. √
2.7 หอ้ งเปล่ยี นเส้ือผา้ /ตเู้ กบ็ ของ ……….. √
2.8 การจัดท่ีพกั สำหรบั คนงาน ……….. √
ถ้ามี อยูใ่ นหรอื นอกบรเิ วณโรงงาน
1. โนโรงงาน 2. นอกโรงงาน ……….. √
2.9 การจัดรถรับสง่ คนงาน มี ไมม่ ี
√ ………..
3. ข้อมูลการจัดบริการสุขภาพอนามัย √ ………..
3.1 ปัจจยั ปฐมพยาบาลตามกฎหมาย
3.2 ห้องพยาบาล ……….. √
3.3 แพทยห์ รอื พยาบาลประจำ ………..
3.4 มีแพทยม์ าประจำโรงงาน…-…….ชวั่ โมง/วัน
และ……-……วนั / สัปดาห์ ……….. √
3.5 มพี ยาบาลประจำโรงงาน……-……ชั่วโมง/วนั
และ………….วนั / สปั ดาห์ √ ………..
3.6 มพี นักงานท่ผี ่านมาอบรม เพ่ือใหบ้ รกิ ารปฐมพยาบาลฉุกเฉนิ √ ………..
3.7 การติดตอ่ กับสถานบรกิ ารทางการแพทย์เพอ่ื ใหบ้ ริการแก่คนงาน
ถา้ มี สถานบริการชอ่ื โรงพยาบาลแพร่ ……….. √
ทตี่ ั้ง 144 ถนนช่อแฮ ตำบลในเวยี ง อำเภอเมอื ง จงั หวัดแพร่
3.8 การประกนั สังคมกับสถานบริการทางการแพทย์ ……….. √
ถา้ มี ทำประกันสงั คมกับโรงพยาบาลแพร่
3.9 การประกนั สขุ ภาพหรอื ประกันอุบตั เิ หตุอนื่ ๆ
ถ้ามี ระบปุ ระเภท………………………..
บริษทั ประกัน…………….…………
โครงการส่งเสรมิ สุขภาพ ลดปวดกลา้ มเนอื้ I 5
มี ไม่มี
√
3.10 การตรวจสขุ ภาพของคนงานใหม่และเกา่ ………..
√
เมอื่ มีการเปลยี่ นงานหรอื หน้าที่
√
ถ้ามี สิ่งที่ตรวจคอื √
√
……. หู ……. เลือด ไม่มี
√
……. ตา ……. ปสั สาวะ
……. X-ray ปอด ……. ตรวจสมรรถภาพปอด
…….อ่ืน ๆ ระบ…ุ ………………….
3.11 การตรวจสุขภาพประจำปี หรอื เป็นระยะของคนงาน ………..
ถา้ มสี ่ิงที่ตรวจคือ
……. หู ……. เลอื ด
……. ตา ……. ปสั สาวะ
……. X-ray ปอด ……. ตรวจสมรรถภาพปอด
…….อ่นื ๆ ระบุ…………………….
3.12 สวสั ดกิ ารการฟืน้ ฟสู มรรถภาพ กรณีคนงานได้รบั บาดเจบ็ ………..
หรอื ป่วยจากการทำงาน
ถ้ามอี ย่างไรชดเชยดว้ ยเงินและวนั หยุด
3.13 การรบั คนงานพิการจากการทำงานใหท้ ำงานต่อ ………..
3.14 การบนั ทกึ ข้อมลู ด้านสุขภาพของคนงาน ………..
(ถา้ มี ให้ขอดูบนั ทึกน้นั ดว้ ย)
4. ขอ้ มูลความปลอดภยั มี
4.1 การจดั หาอุปกรณป์ ูองกนั อันตรายสว่ นบคุ คลใหค้ นงาน ………..
ถา้ มี อปุ กรณ์น้นั คอื
1. หมวก 6. รองเทา้
2. แว่นตา 7. ถุงมอื
3. หนา้ กาก 8. ผ้ากนั เปือ้ น
4. ท่คี รอบหู 9. ชุดกันความร้อน
5. ทอ่ี ดุ หู 10. อ่นื ๆ ระบุ………………..
ถ้ามี จดั หาใหอ้ ยา่ งไร ........................
1. ให้ฟรี ระบุอุปกรณ์ แวน่ ตา หนา้ กาก ท่ีอุดหู รองเท้า ถุงมอื
2. ให้คนงานจา่ ยคร่งึ ราคา ระบอุ ุปกรณ…์ …………………
3. ใหค้ นงานจ่ายเต็มราคา ระบุอปุ กรณ์ หมวก
4. อ่นื ๆ ระบ…ุ ……………………………………………
โครงการส่งเสรมิ สุขภาพ ลดปวดกลา้ มเนอ้ื I 6
4.2 เจา้ หน้าท่ีความปลอดภยั (จป.) มี ไม่มี
4.3 การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยแกค่ นงาน ……….. √
4.4 การเผยแพรค่ วามรดู้ า้ นความปลอดภยั ในโรงงาน ……….. √
เช่น ตดิ โปสเตอร์ เสยี งตามสาย √ ………..
4.5 กจิ กรรมส่งเสรมิ เพอ่ื ความปลอดภัยจดั สัปดาห์ เช่น
……….. √
รณรงค์ความปลอดภยั ตดิ เครือ่ งหมายเตอื นภยั
ชื่อผู้ตรวจ กลุ่มท่ี 1
วนั ที่ 13 มกราคม 2565
โครงการส่งเสริมสุขภาพ ลดปวดกลา้ มเนื้อ I 7
ส่วนที่ 2 กระบวนการผลิตและวตั ถุดิบทใ่ี ช้
แผนภาพกระบวนการผลติ กระบวนการทำ สารเคมแี ละวัตถุดบิ ท่ีใช้
การเตรียมวัตถุดบิ ข้นั ตอนการเตรยี ม วัตถุดิบสำหรบั การทำก๋วยเต๋ยี ว
1. เตรียมนำ้ สะอาด 3 ลิตร 1. น้ำสะอาด
2. ลวกเนื้อหมู หมูสไลด์ หมูสับ 2. เน้อื หมู /หมสู บั
ลกู ชิ้น 3. ลกู ชนิ้
3. หัน่ ผกั ตา่ งๆไว้ 4. เลอื ดหมู
4. ทุบรากผกั ชี 5. เส้นบะหมี่,เส้นหมีข่ าว,เส้นเล็ก
5. ลวกผักตา่ งๆไว้ ,วนุ้ เส้น และมามา่
6. ผักบงุ้
7. ถ่ัวงอก
8. หัวไชเทา้
9. ขนึ้ ฉา่ ย
10. ตน้ หอมผกั ชี
11. เกลอื ป่น
12. ผงชรู ส
13. ผงปรุงรส
14. ซอี ๊ิวขาว
14. กระเทียมเจยี ว
15. พริกไทยป่น
อุปกรณ์สำหรับการเตรียม
วตั ถุดิบ
1. หม้อตม้ กว๋ ยเตี๋ยว
2. ชาม
3. มีด
4. เขยี ง
5. ตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยว
6. กระบวยตักน้ำซปุ
7. เตาแกส๊
โครงการส่งเสริมสขุ ภาพ ลดปวดกลา้ มเนอื้ I 8
การปรงุ ขน้ั ตอนการปรงุ อุปกรณส์ ำหรับทำกว๋ ยเต๋ียว
การบรรจุผลิตภณั ฑ์ 1. ต้มน้ำสะอาดในหมอ้ รอจนน้ำ 1.หม้อต้มกว๋ ยเตี๋ยว
จำหนา่ ย
เดือด
2. ใส่เครื่องปรุง วัตถุดิบต่างๆ
เช่น หมู ลกู ชน้ิ เปน็ ตน้
3. ต่อมาเตรียมวัตถุดิบสำหรับ
เครื่องก๋วยเตี๋ยว เช่น เส้น, ผัก ,
เนื้อหมู , ลูกช้ิน เปน็ ตน้
ขั้นตอนการบรรจุภณั ฑ์ อปุ กรณ์สำหรบั การบรรจภุ ัณฑ์
1. นำเครื่องกว๋ ยเตี๋ยวใส่ลงในถ้วย 1. ถ้วย
หรือถุงแกง 2. ถุงร้อนใส
2. รดั ถุงดว้ ยหนงั ยางใหแ้ นน่ 3. ยางรดั
3. นำถุงก๋วยเตี๋ยวมาบรรจุใส่ถุง 4. ถุงหว้ิ ใส
หิ้ว
โครงการสง่ เสรมิ สุขภาพ ลดปวดกลา้ มเน้อื I 9
ส่วนท่ี 3 จำนวนคนงานท่สี มั ผสั กบั สงิ่ คุกคามสุขภาพอนามัยต่าง ๆ
จำนวนคนทสี่ ัมผัสกบั สง่ิ ทค่ี ุกคาม จำนวน
คนงาน
ตามสขุ ภาพอนามัย ท้งั หมด
ในแผนก
แผนก ขั้นตอนการผลิต สาร เสยี ง ความ แสง อนื่ ๆ
เคมี ดัง รอ้ น ไม่ ระบุ
ฝ่นุ พอ
ข้นั ตอนการเตรยี ม
1. เตรยี มนำ้ สะอาด 3 ลติ ร -- -- - - -
เตรียม 2. ลวกเนื้อหมู หมูสไลด์ หมสู ับลูกช้ิน -- -4 - - 4
วตั ถดุ บิ 3. หั่นผักตา่ งๆไว้ -- -- - - -
4. ทุบรากผักชี -- -- - - -
5. ลวกผักตา่ งๆไว้ -- -- - - -
ขน้ั ตอนการปรุง
1. ต้มน้ำสะอาดในหม้อ รอจนน้ำเดือด -- -4 - - 4
2. ใส่เครอ่ื งปรงุ วตั ถดุ ิบตา่ งๆ เช่น หมู ลกู ช้นิ เปน็ - - - - - - -
การปรุง ต้น - - -4 - - 4
3. ต่อมาเตรียมวัตถุดิบสำหรับเครื่องก๋วยเตี๋ยว
เช่น เส้น, ผัก ,เนือ้ หมู , ลกู ช้นิ เปน็ ต้น
ข้นั ตอนการบรรจภุ ัณฑ์
การ 1. นำเครือ่ งกว๋ ยเตย๋ี วใส่ลงในถว้ ยหรอื ถุงแกง - - - 4 - - 4
บรรจุ 2. รัดถุงดว้ ยหนงั ยางใหแ้ น่น -- -- - - -
ภณั ฑ์ 3. นำถุงก๋วยเต๋ยี วมาบรรจใุ ส่ถุงหิ้ว -- -- - - -
1.วางขายที่โรงอาหารวิทยาลัยพยาบาลบรมราช- - - - - - - -
ชนนี แพร่ (ชัน้ G) -- -- - - -
จำหน่าย 2.รบั ทำตามออเดอร์ท่ีไดร้ บั
โครงการส่งเสรมิ สุขภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อ I 10
สว่ นที่ 4 แบบประเมนิ ปญั หาหลังการสำรวจสถานประกอบกิจการเบอื้ งตน้
สถานทีท่ ำงาน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี แพร่
จากการตรวจสุขภาพของพนักงานจำนวน 4 คนพบว่า ผรู้ บั บริการมีน้ำหนักเกนิ เกณฑ์มาตรฐานร้อย
ละ 50 มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติร้อยละ 50 ซึ่งพบว่ามีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง มี
ความสัมพันธ์กบั พฤติกรรมในการออกกำลงั กาย คอื สว่ นใหญ่จะมพี ฤติกรรมการออกกำลังกายนานๆ คร้งั หรือ
ไม่ได้ออกกำลังกายเลยและมีบางส่วนออกกำลังกายเฉลี่ย เดือนละ1-2ครั้ง จากการสำรวจสภาพการทำงาน
พบว่าพนักงาน ทำงานวันละ 12-15 ช่ัวโมง ในช่วงเวลาตัง้ แต่ 04.00 น. ถึงเวลา 19.00 น. โดยส่วนใหญ่จะทำ
ในช่วงเวลาวันราชการ ในระหว่างการปฏิบตั งิ านมีสง่ิ คุกคามทางสุขภาพ จากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมการทำงาน
ไดแ้ ก่ ปจั จัยคุกคามด้านกายภาพ คอื ความร้อน, ผูร้ บั บรกิ ารมีการใชอ้ ุปกรณป์ ้องกันอันตรายขณะทำงานเป็น
บางครั้ง เชน่ ใส่เส้ือแขนยาวเพอื่ ป้องกนั ความรอ้ นจากนำ้ มันกระเดน็ ปัจจัยคกุ คามดา้ นเคมี คือ น้ำยาล้างจาน
ผู้รับบริการมีการใช้ถุงมือยางในการป้องกันสารเคมีขณะทำงานเป็นบางครั้ง และปัจจัยคุกคามด้าน
การยศาสตร์ คือ การนั่งหรือยืนทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน ก้มๆ เงยๆ เวลาทำงาน การยกอุปกรณ์ เข็น
ลากส่ิงของ และจากการสอบถามความรูห้ รอื ความต้องการดา้ นสุขภาพ ผรู้ บั บริการบอกวา่ “มีอาการปวดคอ
บ่า ไหล่ หลังส่วนล่าง และบั้นเอว ปวดเมื่อยตามร่างกายหลังจากการทำงาน” ดังนั้นทางคณะผู้จัดทำจึงได้
วิเคราะห์เปน็ ปญั หาทางสุขภาพ ดงั น้ี
โครงการส่งเสรมิ สุขภาพ ลดปวดกลา้ มเน้อื I 11
ปญั หา/ภาวะสขุ ภาพทพ่ี บ
1. มีปัญหาปวดคอ บ่า ไหล่ เนือ่ งจากมขี ้อจำกัดในการทำงาน
ขอ้ มูลสนับสนนุ
S: -กรณศี กึ ษาบอกวา่ มีอาการ ปวดคอ บ่า ไหล่ จากการยืนขายของทง้ั วนั และกม้ ๆ เงยๆ ยกของหนกั
O: - ปัจจุบันทำงานวันละ 13 ชั่วโมง อยู่ในช่วงเวลาตั้งแต่ เวลา 05.00 น. ถึง เวลา 18.00 น. จำนวน 2 คน
คิดเป็น ร้อยละ 50 (ต้องไม่เกินวันละ 7 ชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งไม่เกิน 42 ช่ัวโมง(ธันยวงศ์ เศรษฐ์พิทักษ์
,2558))
- ได้รับสิ่งคุกคามทางการยศาสตร์หรือความถนัดเกี่ยวกับท่าทางในการทำงาน คือ นั่งหรือยืนทำงาน
ตดิ ตอ่ กันเปน็ เวลานาน ก้มๆ เงยๆ เวลาทำงาน การยกอุปกรณ์ ลากสงิ่ ของ จำนวน 4 คน คดิ เป็นร้อยละ 100
2. เสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากความร้อนจากการประกอบอาหารเนื่องจากพฤติกรรมการ ป้องกันท่ี
เหมาะสม
ขอ้ มูลสนบั สนุน
S: -กรณศี กึ ษาบอกว่า ไม่ป้องกนั อันตรายเพราะทำให้ทำงานไดไ้ มส่ ะดวก
O: - ได้รับสงิ่ คกุ คามทางกายภาพ คือ ความรอ้ น จำนวน 4 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100
- การใชอ้ ปุ กรณ์ปอ้ งกันอนั ตรายทกุ คร้ังขณะทำงาน คือ เส้อื แขนยาวปอ้ งกนั น้ำมันกระเดน็ จำนวน 2 คน คิด
เป็นรอ้ ยละ 50 และไม่ใช้เพราะไม่ถนดั /ไม่เคยชิน จำนวน 2 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 50
3. มปี ญั หาภาวะน้ำหนกั เกนิ เนอื่ งจากมพี ฤติกรรมการรับประทานอาหารไมเ่ หมาะสม
ข้อมลู สนับสนนุ
S: -
O:- น้ำหนักเฉลยี่ 56.75 กก. ส่วนสงู เฉลย่ี 159 ซม.
- การออกกำลงั กายเดอื นละ 1-2 ครั้ง จำนวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 50 และ นาน ๆ ครั้ง หรือไม่ได้
ออกกำลงั กาย จำนวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ 50
- ดชั นมี วลกาย (Body Mass Index) อยูใ่ นระดับอ้วน จำนวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 50
- มีประวตั กิ ารดื่มชากาแฟเป็นคร้งั คราว จำนวน 3 คน คิดเปน็ ร้อยละ 75
- มีประวัตกิ ารดมื่ เคร่อื งด่มื ชกู ำลงั ทม่ี สี ว่ นผสมของสารคาเฟอีน เปน็ ครั้งคราว จำนวน 1 คน คดิ เปน็
ร้อยละ 25
โครงการส่งเสรมิ สุขภาพ ลดปวดกล้ามเนือ้ I 12
4. เสย่ี งต่อการเกดิ โรคความดันโลหิตสูงเนอ่ื งจากพฤตกิ รรมการดุแลตนเองไมเ่ หมาะสม
ข้อมลู สนับสนนุ
S: -
O: - มีโรคประจำตัวจำนวน 1 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 25 โดยมีประวัติเปน็ โรคความดนั โลหติ สูง
- มีประวตั ิการด่มื สรุ าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอลเ์ ปน็ ครงั้ คราวจำนวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100
- มีประวตั ิการดืม่ ชากาแฟเปน็ ครง้ั คราว จำนวน 3 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 75
- มีประวตั กิ ารดื่มเคร่อื งด่ืมชกู ำลงั ที่มีส่วนผสมของสารคาเฟอีน เปน็ ครั้งคราว จำนวน 1 คน คิดเป็น
ร้อยละ 25
- ความดนั โลหติ Systolic อยู่ในชว่ ง 130 มลิ ลเิ มตรปรอท Diastolic อยู่ในชว่ ง 90 มิลลิเมตรปรอท
- ระดับความดนั โลหิต อยู่ในระดบั ปกตจิ ำนวน 3 คน คิดเปน็ ร้อยละ 75
หลกั เกณฑ์ท่ีใชใ้ นการเลอื กปัญหา
เนื่องจากพิจารณาถึงความสำคัญของปัญหาที่ต้องแก้ไขก่อนหลัง(Set Priority) เกี่ยวกับด้านอาชีว
อนามัยโดยจากปัญหาทั้ง 4 ปัญหา คือปัญหาปวดบริเวณคอ บ่าไหล่ หลังและบั้นเอว จากข้อจำกัดในการ
ทำงาน ภาวะคุกคามในการทำงานจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ภาวะน้ำหนักเกิน และความดันโลหิตสูง
พบว่าปัญหาท่มี ีความรนุ แรงกค็ ือ อาการปวดบริเวณคอ บา่ ไหล่ หลงั และบน้ั เอวทเ่ี กิดจากการการทำงาน
โครงการสง่ เสริมสขุ ภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อ I 13
1. ชอ่ื กจิ กรรม/โครงการ
โครงการส่งเสริมสขุ ภาพ ลดปวดกลา้ มเนื้อ
2. หน่วยงานทีร่ บั ผดิ ชอบ
วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี แพร่
3. ผูร้ ับผิดชอบโครงการ
นกั ศึกษาพยาบาลศาสตรช์ ัน้ ปที ี่ 3
4. หลกั การและเหตุผล
อาการปวดเมือ่ ยโครงร่างและกล้ามเนื้อจากการทำงาน (Musculoskeletal disorders; MSDs) เป็น
ปัญหาที่พบได้บ่อย ในกลุ่มผูป้ ระกอบอาชพี ที่มีลักษณะการทำงานตอ้ งใช้แรง อาทิ งานยก แบก หาม รวมถงึ
การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ หรืออยู่กับที่เป็นเวลานาน ทั้งหมดนี้ล้วนก่อให้เกิดอาการที่ส่งผลต่อระบบโครงรา่ งและ
กล้ามเน้ือของรา่ งกาย อาการปวดหลังแรก ๆ อาจจะไมอ่ นั ตรายมากนักแต่เม่ือสะสมนานเขา้ อาจจะกลายเป็น
อาการเรื้อรังได้ บางรายปวดเฉพาะท่ีในบริเวณหลังหรือสะโพก บางรายปวดหลังร้าวลงไปขาข้างใดข้างหน่ึง
บางรายอาจปวดเอว เนื่องจากลักษณะการทำงานทีต่ ้องก้มเป็นประจำการยกของหนัก และมีการเอย้ี วไปเอี้ยว
มา รวมถึงลักษณะสภาพแวดล้อมในการทำงานท่ไี มเ่ อ้อื อำนวยตอ่ การเคล่ือนไหวของร่างกาย เช่น ยกของหนัก
ในบริเวณทางชัน ช่องทางที่แคบ หรือเลี้ยวไปมา เป็นต้น (ยุพยง หมั่นกิจ และกติกา สระมณีอินทร์, 2561)
และจากรายงานสถานการณ์โรคจากการประกอบอาชีพและสงิ่ แวดล้อม พ.ศ. 2561 พบผปู้ ่วยโรคกระดูกและ
กลา้ มเนอื้ เฉพาะรายทีเ่ ก่ียวข้องกับภาวะการทำงาน จำนวน 114,578 ราย คดิ เปน็ อัตราป่วยต่อประชากรแสน
ราย เท่ากบั 189.37 ซ่ึงเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2560 ทีพ่ บผู้ป่วยโรคกระดกู และกล้ามเนอื้ เฉพาะรายทเี่ กี่ยวข้องกับ
ภาวะการทำงาน จำนวน 100,743 ราย (อัตราป่วย167.22 ต่อประชากรแสนราย) สำนักโรคไม่ติดต่อ กรม
ควบคุมโรค ไดร้ ายงานขอ้ มลู สถติ ิของอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดกู ในปี 2558 พบว่ามคี นงาน ร้อยละ
50.5 มีอาการปวดเมือ่ ยกล้ามเนื้อและกระดูก โดยเป็นเพศหญิง ร้อยละ 52.3 และเพศชาย ร้อยละ 48.8 ซึ่ง
เมือ่ อายุมากขึ้นจะมีอาการปวดเม่ือยเพิ่มมากข้นึ ด้วย โดยสาเหตุของการปวดมาจากการทำงานติดต่อกันในท่า
เดิมซ้ำๆ มากที่สุด ร้อยละ 78.1 ท่าทางการทำงานไม่เหมาะสม ร้อยละ 50.3 และการยกของหนักเกิน 25
กโิ ลกรมั ร้อยละ 49.2 ตามลำดบั
อาการปวดหลังส่วนล่างในผู้ประกอบอาหารเป็นปัญหาสุขภาพท่ีสำคัญ เกิดจากการยืนในครวั ทัง้ วนั
เช่นเดียวกับการยกหม้อหรือกระทะที่หนัก ปกติความสูงของโต๊ะในครัวมีการออกแบบมาให้พอเหมาะกับคน
โดยเฉล่ีย ดังนน้ั จงึ อาจไม่เหมาะสมกับแต่ละคน และการพงิ ขอบโตะ๊ ขณะทำงานก็ทำให้มีอนั ตรายต่อเอ็นและ
กระดูกหลังทำให้มอี าการปวดได้ การยืนแล้วมีที่รองขาข้างหนึ่งจะชว่ ยลดการกดเส้นเอ็นและเส้นประสาทซึ่ง
ทำให้อาการลดลง การยกหม้อหรือกระทะก็ทำให้มีอาการปวดได้ จากการสังเกตและสอบถามผู้ประกอบ
อาหาร พบวา่ ทา่ ทางในการทำงานจะมีการน่ังหรือยนื ทำงานติดตอ่ กันเปน็ เวลานาน กม้ ๆ เงยๆ เวลาทำงาน
การยกอุปกรณ์ เข็น ลากสิ่งของ ส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติของโครงร่างและกล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่
โดยเฉพาะอาการปวดหลงั ส่วนลา่ งซง่ึ เปน็ ปญั หาเรื้อรัง
โครงการส่งเสรมิ สขุ ภาพ ลดปวดกลา้ มเนอ้ื I 14
ผลจากการตรวจสุขภาพผปู้ ระกอบอาชีพขายอาหารในวิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี แพร่ พบวา่ ทกุ
คน นั่งหรือยนื ทำงานตดิ ต่อกันเป็นเวลานาน ก้มๆ เงยๆ เวลาทำงาน ยกอุปกรณ์ เข็น ลากสิ่งของที่มีน้ำหนกั
มาก ดังนัน้ คณะนกั ศกึ ษา จงึ สนใจทจี่ ะปรบั เปลย่ี นทา่ ทางในการปฏิบัตงิ านและยืดเหยยี ดกล้ามเน้ือต่ออาการ
ปวดคอ บ่า ไหล่ หลังส่วนล่าง และขั้นเอว ในผู้ประกอบอาหาร เพื่อช่วยลดอาการปวดเพิ่มความสามารถใน
การปฏิบัติงาน และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ให้กับผู้ประกอบอาหารที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง
ส่วนล่าง และขน้ั เอว เพ่ือให้สามารถทำงานได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
5. วัตถุประสงค์ เมื่อสนิ้ สดุ การดำเนนิ โครงการผู้เข้ารว่ มโครงการ
1. มีความรู้และความเขา้ ใจในการปฏบิ ัติตวั เกยี่ วกบั ทา่ ลดปวดบ่า ไหล่ และหลัง
2. สามารถนำความรูท้ ่ไี ด้ไปปฏบิ ัตไิ ดอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม
6. เป้าหมายการดำเนินงาน/ตวั ชี้วดั
1. ร้อยละ 100 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้และความเขา้ ใจเกี่ยวกับท่าลดอาการปวดบ่า ไหล่ และ
หลงั
2. รอ้ ยละ 100 ของผ้เู ขา้ ร่วมโครงการสามารถสาธิตย้อนกลบั ไดอ้ ยา่ งน้อย 3 ใน 5 ท่า
3. ร้อยละ 50 ของผู้เขา้ ร่วมโครงการมีความพงึ พอใจในการเข้ารว่ มโครงการ
7. ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
วันท่ี 17 มกราคม 2565
8. สถานท่ีดำเนนิ งาน
ช้ัน G ตึก 11 ชัน้ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี แพร่ ต.นาจักร อ.เมอื ง จ.แพร่
9. วิธีดำเนินการ
ขนั้ เตรียมการ (Plan)
1. สำรวจข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและบันทึกข้อมูลการตรวจสุขภาพประจำปี
กบั ผปู้ ระกอบการร้านอาหาร วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี แพร่ ต.นาจกั ร อ.เมอื ง จ.แพร่
ซงึ่ เป็นแหลง่ ในการฝึกปฏิบัตริ ายวิชาปฏบิ ัตกิ ารพยาบาลครอบครวั และชุมชน 1 (กจิ กรรมอา
ชีวอนามัย)
2. ประสานงานกับอาจารย์ทีป่ รกึ ษาเพอ่ื รว่ มกันวางแผนการจดั ทำรายละเอยี ดของกจิ กรรม
3. เสนอกจิ กรรมต่ออาจารยป์ ระจำกลุม่ เพอ่ื พจิ ารณาอนมุ ัติ
4. วางแผนจดั ลำดับข้นั ตอนการดำเนนิ งานและกำหนดหน้าที่ผูร้ บั ผดิ ชอบ
ขัน้ ดำเนินการ (Do)
1. กจิ กรรมเตรียมการ
1.1. จดั ทำแผนงาน เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ สอื่ ท่ีใชใ้ นการจดั ทำโครงการ
โครงการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ลดปวดกลา้ มเน้ือ I 15
นวตั กรรม ไมน้ วดลดปวด
2. กิจกรรมตามโครงการ
2.1. แนะนำตัว ชแ้ี จงการดำเนนิ งานใหก้ บั ผู้เกีย่ วข้องในโครงการรับทราบ
2.2. ให้ความร้เู ก่ยี วกบั เร่อื งวธิ ีการนวดลดปวดกล้ามเนื้อแกผ่ เู้ ข้าร่วมโครงการ
2.3. สาธิตการปฏบิ ัตติ ามกิจกรรมทางกายในขณะปฏบิ ัตกิ จิ วัตรประจำวนั 5 ท่า ดังน้ี
กิจกรรมทางกายในขณะปฏิบัตกิ จิ วัตรประจำวัน 5 ทา่
ท่าท่ี 1 ทา่ แกป้ วดคอ
วิธปี ฏิบตั ิ
1. อยูใ่ นท่าน่งั หรอื ยนื ลำตัวตรงใช้มอื ทั้ง 2 ข้างจบั ไม้นวดให้
มน่ั คงวางไม้ นวดไว้บริเวณตน้ คอ
2. กล้งิ ข้นึ -ลง นบั 1 ครั้ง ทำ 10 ครง้ั เท่ากบั 1 รอบ
ทำขา้ งซ้าย 3 รอบ ข้างขวา 3 รอบ
ชว่ ยลดอาการปวดเมือ่ ยกลา้ มเน้ือ : บริเวณต้นคอ
ทา่ ที่ 2 ท่าแก้ปวดบ่าไหล่ โครงการสง่ เสริมสุขภาพ ลดปวดกล้ามเนือ้ I 16
วิธีปฏิบตั ิ
1. อยู่ในทา่ นงั่ หรอื ยนื ลาตวั ตรงใชม้ อื ทงั้ 2 ขา้ งจบั ไมน้ วดให้
มนั่ คงวางไม้ นวดไวบ้ รเิ วณไหล่
2. กลง้ิ ขน้ึ -ลง นับ 1 ครงั้ ทา 10 ครงั้ เทา่ กบั 1 รอบ
ทาขา้ งซา้ ย 3 รอบ ขา้ งขวา 3 รอบ
ช่วยลดอาการปวดเม่อื ยกลา้ มเน้อื : ช่วยการไหลเวยี นของโลหติ
และน้าเหลอื ง
ทา่ ที่ 3 ท่าแก้ปวดหลงั (บริเวณสะโพกถงึ สนั หลัง)
วธิ ีปฏบิ ัติ
1. อย่ใู นท่าน่ังหรือยนื ลำตวั ตรงใชม้ ือ 1 ข้าง จับไมน้ วดให้
ม่นั คง
2. กลง้ิ ขนึ้ -ลง นบั 1 ครัง้ ทำ 10 ครง้ั เท่ากบั 1 รอบ
ทำข้างซา้ ย 3 รอบ ขา้ งขวา 3 รอบ
ช่วยลดอาการปวดเม่อื ยกลา้ มเนื้อ : บริเวณหลัง แกล้ มจุกอก
ท่าท่ี 4 ท่าแก้ปวดหลัง (บรเิ วณสนั หลัง) โครงการส่งเสรมิ สุขภาพ ลดปวดกลา้ มเนื้อ I 17
วิธีปฏิบัติ
1. อยใู่ นท่าน่ังหรือท่ายนื ลำตัวตรง ใชม้ ือ1ข้าง
จบั ไม้นวดให้มน่ั คง นวดบรเิ วณข้อพับแขนถึง
ขอ้ มอื จากดา้ นในไปดา้ นนอก
2. กลงิ้ ออก-เข้า นับ 1 ครงั้ ทำ 10 ครั้ง เท่ากับ
1 รอบ ทำข้างซ้าย 3 รอบ ข้างขวา 3 รอบ
ชว่ ยลดอาการปวดเมือ่ ยกล้ามเนอื้ : บรเิ วณหลงั
ท่าที่ 5 ท่าแกป้ วดบัน้ เอว
วิธีปฏิบัติ
1. อยู่ในท่าน่งั หรือทา่ ยืนลำตวั ตรง ใช้มอื 1ข้าง จบั ไม้นวดให้
มั่นคง นวดบริเวณด้านขา้ งลำตวั ขึ้นลง
2. กลง้ิ ซา้ ย-ขวา นบั 1 ครั้ง ทำ 10 ครงั้ เท่ากบั 1 รอบ
ทำขา้ งซา้ ย 3 รอบ ข้างขวา 3 รอบ
ชว่ ยลดอาการปวดเมื่อยกลา้ มเนือ้ : บริเวณบัน้ เอว
โครงการสง่ เสรมิ สุขภาพ ลดปวดกล้ามเนือ้ I 18
ข้อพงึ ระวังในการใชน้ วตั กรรม
คำแนะนำเกี่ยวกบั ขอ้ ควรปฏบิ ตั ิใน การใช้นวัตกรรมเพื่อไม่ให้เพ่ิมความรุนแรงของโรคมากข้ึน ดังน้ี
1. ไม่ควรใช้ไมน้ วดบรเิ วณทม่ี ีบาดแผลตดิ เชอื้ หรอื แผลยังไม่สมานสนิท
2. ไมค่ วรใชไ้ ม้บริเวณทม่ี กี ารอักเสบเน่ืองจาก การอุดตนั ของเสน้ เลือดเพราะอาจจะทำให้เกิดอนั ตรายได้
3. ผู้ท่มี ปี ัญหาเกีย่ วกบั ความผิดปกตใิ นการแขง็ ตวั ของเลือด เพราะการใชไ้ ม้นวด คือ การเพ่ิมการ
ไหลเวียนของโลหิต อาจพบอาการเลือดออกใต้ผิวหนงั รวมท้งั เกิดเลอื ดออกในอวัยวะตา่ งๆ และ
กลา้ มเน้อื
_____________________________________________
ตารางการวเิ คราะห์แล
ระบสุ ถานการณป์ ัญหา
กรณีศกึ ษาอยู่ในวัยผ้ใู หญ่ มโี รคประจำตวั เปน็ โรคความดนั โลหิตสูง มีประวตั กิ
หรือความถนัดเก่ียวกับท่าทางในการทำงาน คือ น่ังหรอื ยนื ทำงานติดตอ่ กนั เป็นเวลาน
อาการปวดชาไหล่ บา่ ลำคอ หลัง และบน้ั เอว ดงั นัน้ กรณศี ึกษาจงึ เส่ยี งต่อปญั หาปวดค
การสง่ เสริมการนวดและทา่ บริหารรา่ งกาย เพื่อบรรเทาอาการปวดชาบ่าไหล่ ลำคอ ห
ต้ังคำถาม PICO model
การบรหิ ารรา่ งกายโดยใช้ไมน้ วดลดปวดสามารถลดอาการปวดและเพิม่ ความแ
หรอื ไม่
P : Patient กรณีศึกษาทีม่ ีปัญหาปวดคอ บ่า
I : Intervention or Area of Interest การบรหิ ารรา่ งกาย
C : Comparison -
O : Outcome ลดอาการปวด และเพิม่ ความแข
โครงการส่งเสริมสุขภาพ ลดปวดกล้ามเน้ือ I 19
ละสังเคราะหง์ านวิจยั
การดมื่ สรุ าหรือเคร่อื งดื่มแอลกอฮอลเ์ ปน็ ครั้งคราว ไดร้ ับส่ิงคุกคามทางการยศาสตร์
นาน ก้มๆ เงยๆ เวลาทำงาน การยกอุปกรณ์ ลากสิ่งของ จงึ ทำใหก้ รณีศกึ ษามอี าการ
คอบ่าไหล่ หลัง และบ้นั เอว เน่ืองจากมีข้อจำกดั ในการทำงานขายอาหาร จงึ ควรได้รับ
หลงั และบนั้ เอว
แข็งแรงของกล้ามเนือ้ ในกรณศี กึ ษาที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลงั และบนั้ เอวได้
า ไหล่ หลัง บ้นั เอว
ข็งแรงของกล้ามเนื้อ
_____________________________________________
ช่ือผแู้ ตง่ /ปี พ.ศ./ชอ่ื เรื่อง วัตถุประสงค/์ ขนาดกลุ่มตัว
การออกแบบการวิจัย
เบญจมาศ ศิรกิ มลเสถียร และ วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจัย กล่มุ ตวั อย่าง
อัจฉรา สกนุ ตนยิ ม. (2561). เพ่อื เปรียบเทยี บค่าคะแนน ผสู้ ูงอายุท่ีมอี าย
ผลของการนวดดว้ ยตนเองตอ่ เฉลยี่ ของความปวดเม่อื ย 60 ปีข้นึ ไปท่มี ีอ
ความปวดของผู้สูงอายุ ใน กล้ามเนอื้ ก่อนและหลงั การ ปวดเม่อื ยกลา้ มเ
ชมุ ชนรมิ คลองหลอแหล เขต นวดดว้ ยตนเองของผู้สูงอายุทม่ี ี อาศัยอยใู่ นชุมช
คันนายาว.วารสารพยาบาล อาการปวดเมื่อยกล้ามเนอื้ ใน คลองหลอแหล
สงขลานครนิ ทร์, 38(3), 92- ชุมชนริมคลองหลอแหลเขตคัน คันนายาว
102. นายาวจังหวัดกรงุ เทพมหานคร กรงุ เทพมหานค
การออกแบบงานวิจยั รูปแบบ จาํ านวน 42 คน
การศกึ ษาแบบกึง่ ทดลอง
ภาสติ ศิริเทศ,รัชดาวัลย์ จติ ร วัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั กล่มุ ตัวอยา่ ง
พรกลุ วศิน, มกุ ข์ดา ผดุงยาม, เพือ่ นำเสนอแนวคดิ ทสี่ ำคัญ ผสู้ ูงอายทุ ม่ี อี าย
จินตนา สนิ ธสุ วุ รรณ์, และสร เก่ยี วกบั ผสู้ งู อายปุ ญั หาสุขภาพ 35 คน
ศักด์ิ ทองเพชร. (2562). ไม้ ของผสู้ งู อายกุ ารพัฒนา
นวดลกู กล้ิง : นวตั กรรม นวตั กรรมสุขภาพในรูปแบบ
สขุ ภาพจากไมต้ ้นตาล เพื่อ “ไมน้ วดลูกกลิ้ง” เป็นการ
ผสู้ ูงอายุท่ีมีอาการปวดเมือ่ ย พัฒนาจากปญั หาสขุ ภาพทีพ่ บ
โครงการส่งเสริมสขุ ภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อ I 20
วอยา่ ง ผลการวจิ ัย การวิเคราะห/์ การนำไปใช้
ยุตั้งแต่ ผลการวิจยั พบว่า จากการวเิ คราะห์ขอ้ มูลพบว่า
อาการ การนวด คอ บา่ ไหล่ ดว้ ยตนเอง การนวดนสี้ ามารถลดความ
เนือ้ สามารถลดความปวดเมอื่ ยของ ปวดเมอื่ ยของกลา้ มเน้อื ได้ จึง
ชนริม กล้ามเน้อื ได้ ดงั น้ันจงึ ควรสง่ เสริมให้ นำผลนมี้ าปรบั ใชก้ บั กรณศี ึกษา
ในเขต ผูส้ งู อายมุ ีทกั ษะเกี่ยวกบั การนวด เพอ่ื สามารถอาการปวดเม่อื ย
ตนเอง เพ่อื ใหส้ ามารถทาํ การบรรเทา กลา้ มเนื้อคอและบ่าไหล่
คร อาการของตนเองได้
น
ยุ จำนวน ผลการวจิ ยั พบว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบวา่
จากการประเมินในกลมุ่ ผูส้ งู อายุที่ อาการปวดจะรบกวนการนอน
ทดลองใช้นวัตกรรมจำนวน 35 คน หลบั บ่นั ทอน สขุ ภาพจิต และ
พบว่าผู้สูงอายมุ คี วามพึงพอใจตอ่ การ คณุ ภาพชวี ิตทงั้ ดา้ นสว่ นตวั
ใชน้ วัตกรรมไม้นวดลูกกลง้ิ โดยภาพ ครอบครัวและ สงั คม มีผลตอ่
รวมอยใู่ นระดับมากคะแนนเฉล่ีย ความสามารถในการทำงานการ
4.47 คะแนนเม่ือพจิ ารณารายขอ้ ลดลง ความสามารถของรา่ กาย
ทั้งหมด 5 ดา้ นพบวา่ มี 3 ด้านทม่ี ีคา่ ถกู จำกัดความสามารถในการ
_____________________________________________
ชือ่ ผแู้ ต่ง/ปี พ.ศ./ชื่อเรอื่ ง วตั ถปุ ระสงค/์ ขนาดกลมุ่ ตัว
การออกแบบการวิจยั
กลา้ มเนอื้ . วารสารพยาบาล ในกลมุ่ ผู้สูงอายทุ ่มี ีอาการปวด
ทหารบก, 21(1), 1-7. เม่อื ยกลา้ มเนอื้
การออกแบบการวิจัย
การศกึ ษาวจิ ัยเชิงพรรณนา
มัสยา มนษุ ย.(2564).การนวด วัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั กลมุ่ ตวั อยา่ ง
รักษาอาการปวดหลงั สว่ นล่าง : 1. ศึกษาองคค์ วามรจู้ ุดนวด -
การศึกษาตารานวดจดุ วัดราช รักษาอาการโรคปวดหลัง
โครงการสง่ เสริมสขุ ภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อ I 21
วอยา่ ง ผลการวิจยั การวเิ คราะห/์ การนำไปใช้
คะแนนเฉล่ยี ระดบั ความพึงพอใจอยู่ ก้มเงยลดลง จากกล้ามเนอื้ หลงั
ในระดับมากคือความเหมาะสมของ ตงึ จนไม่สามารถก้มและเงยได้
นวตั กรรมมีคะแนนเฉลยี่ 4.32 อย่างเตม็ ที่ ทำให้ความสามารถ
นวตั กรรมสามารถใช้ได้จรงิ และลด ในการทำกจิ วัตรประจำวันและ
อาการปวดเม่ือกลา้ มเนื้อมคี ะแนน ประสทิ ธภิ าพการทำงานลดลง
เฉลี่ย 4.42 และวสั ดุทนี่ ำมาประดษิ ฐ์ กลา้ มเน้อื โดยเฉพาะบริเวณ
สามารถหาได้ในท้องถนิ่ มคี ะแนนเฉล่ยี หลงั ออ่ นแรงเพมิ่ มากขน้ึ ทำให้
4.45 ส่วนอกี 2 ดา้ นมคี ่าคะแนนเฉล่ีย เกิด อาการปวดมากข้นึ หาก
ระดับความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก ปลอ่ ยให้อาการคงอยู่นานไม่รับ
ท่ีสดุ คือประสทิ ธิภาพและความ การรกั ษาอาจจะส่งผลใหเ้ กิด
แขง็ แรงของนวตั กรรมมคี ะแนนเฉลี่ย ความพกิ ารได้ จงึ จะนำ
4.58 และการนำไปใชป้ ระโยชน์มี นวัตกรรมไปใชใ้ นการฟน้ื ฟู
คะแนนเฉลยี่ 4.57 สภาพผูป้ ่วย ที่มอี าการปวด
เมอ่ื ยกลา้ มเนือ้ และเป็นการ
ปอ้ งกันปัญหาสุขภาพ กลมุ่ วัย
ทำงาน
ผลการวิจยั อาการปวดหลังส่วนล่างตาม
จดุ นวดแกอ้ าการปวดหลัง บัน้ เอว ตำรา เนน้ การนวดกดจดุ รกั ษา
สะโพก ตาแหน่งจดุ นวด ผ่านแนว และนวดกดจุดแยก เพ่ือให้
_____________________________________________
ชื่อผ้แู ตง่ /ปี พ.ศ./ช่อื เรือ่ ง วตั ถปุ ระสงค/์ ขนาดกลุ่มตวั
การออกแบบการวจิ ัย
สิทธาราม เขตบางกอกใหญ่ สว่ นลา่ งของตารานวดจดุ วดั
กรงุ เทพมหานคร.มหาวิทยาลยั ราชสทิ ธาราม
ราชภัฏสวนสุนนั ทา.สืบคน้ วันท่ี 2. ศกึ ษาเปรยี บเทยี บตำแหน่ง
14 มกราคม 2565.จาก ทางกายวิภาคศาสตร์ อาการ
www.journalgrad.ssru.ac.th ปวดหลังส่วนล่างของตารานวด
จุดวดั ราชสิทธาราม
การออกแบบงานวจิ ยั
วจิ ัยเชงิ คณุ ภาพ
วรี ะศักด์ิ ตะ๊ ปญั ญา, นพรตั น์ วตั ถุประสงค์ของการวิจัย กลุ่มตวั อยา่ ง
สังฆฤทธิ์ และสายสุนยี ์ คน เพ่อื ศึกษาถงึ ผลเฉียบพลัน ของ วยั ทำงานทม่ี ี อา
สนทิ . (2560). ผลเฉียบพลนั การนวดกล้ามเนือ้ คอและไหล่ ปวดกลา้ มเน้อื ค
ของอุปกรณ์นวดกดจดุ ด้วยอปุ กรณ์นวดด้วย ลกู ไหล่จากการทำง
กลา้ มเนื้อคอและไหล่ท่ีพฒั นา เทนนสิ ท่ไี ด้พฒั นาขนึ้ ใหมต่ อ่ อายุระหว่าง 18
จากลูกเทนนิส. ศรีนครินทร์เวช ระดับความเจบ็ ปวด จำนวน 20 ราย
สาร, 32(2), 150-156. การออกแบบการวิจยั
โครงการสง่ เสรมิ สุขภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อ I 22
วอย่าง ผลการวจิ ัย การวเิ คราะห/์ การนำไปใช้
กลา้ มเน้ือ 4 สว่ น คือ กลา้ มเน้ือหนา้ กลา้ มเน้ือคลายตัวและกระตุ้น
ทอ้ ง กลา้ มเนอื้ หลงั กล้ามเน้อื แขน การไหลเวยี นของเลอื ด ดังนน้ั
และ กลา้ มเนื้อขา เป็นกลา้ มเนือ้ ที่ เมอ่ื นวดกดจุดรกั ษาและจุด
เกยี่ วข้องกบั การเคล่อื นไหวของ แยกให้กล้ามเนื้อคลายตวั และ
ร่างกาย อาการปวดหลงั ส่วนล่างตาม ปรับการไหลเวียนของเลอื ดให้
ตาราเนน้ การนวดกดจดุ รกั ษาและ สมดลุ แล้ว จะลดอาการปวด
นวดกดจุดแยก เพ่อื ให้กล้ามเนอ้ื คลาย หลงั ส่วนลา่ งได้ จึงนำผลของ
ตัวและกระต้นุ การไหลเวยี นของเลอื ด การศกึ ษาทา่ แก้ปวดหลงั บั้น
เมื่อนวดกดจุดรกั ษาและจดุ แยกให้ เอว และสะโพกมาประยุกตใ์ ช้
กล้ามเนอ้ื คลายตวั และปรับการ กบั กรณศี กึ ษา เพอ่ื ให้บรรเทา
ไหลเวยี นของเลอื ดใหส้ มดลุ แล้ว จะลด อาการปวดเหล่านี้
อาการปวดหลงั สว่ นลา่ งได้
ผลการวิจยั จากการวเิ คราะหข์ ้อมูลพบวา่
าการ พบวา่ ระดบั ความรสู้ ึกเจ็บปวดมคี ่า การนวดเพือ่ ลดปวดเป็นการ
คอและ
งาน ลดลง อย่างมีนัยสำคญั ทางสถติ ิ รกั ษาทางกายภาพบำบัด ที่
8-45 ปี
ย (p<0.01)ระดบั กัน้ ความรู้สึก เจ็บปวด สำคญั อย่างหนง่ึ ซ่ึงการนวดมี
ดว้ ยแรงกดมีคา่ เพ่มิ ขึน้ อยา่ งมี วธิ แี ละเทคนคิ ต่างๆ เพ่อื
นยั สำคญั ทางสถิติ (p<0.01) และ วตั ถปุ ระสงค์ทแ่ี ตกต่างกัน
องศาการเคลือ่ นไหวของคอในทศิ ทาง ออกไป เชน่ การกด
_____________________________________________
ชอ่ื ผแู้ ต่ง/ปี พ.ศ./ช่ือเร่อื ง วตั ถปุ ระสงค/์ ขนาดกล่มุ ตวั
การออกแบบการวจิ ยั
การศกึ ษาวจิ ัยกึง่ ทดลอง
โครงการส่งเสริมสขุ ภาพ ลดปวดกล้ามเนอื้ I 23
วอยา่ ง ผลการวจิ ยั การวเิ คราะห/์ การนำไปใช้
กม้ คอ เงยคอและเอยี งคอไปทางขวา (pressing) การคลงึ (circling)
มีคา่ เพิ่มขึ้นอยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถติ ิ และการยดื (stretching) เป็น
(p<0.05) ต้น ซึง่ ผล ของการนวดโดยรวม
แล้วจะมีผลตอ่ การลดปวด ลด
ความ ตงึ ตัวของกลา้ มเน้ือ
เพิ่มการไหลเวยี นของเลือด
ลดความวติ กกงั วล และชว่ ยให้
รา่ งกายผอ่ นคลาย จงึ นำผล
เฉยี บพลันของอุปกรณ์นวดกด
จดุ กลา้ มเน้ือคอและไหลท่ ่ี
พัฒนาจากลกู เทนนิสมา
ประยกุ ตใ์ ช้ เพราะวา่ การนวด
ตวั ดว้ ยลูกเทนนสิ ถือเปน็ การ
การนวดอกี รูปแบบหน่งึ ที่มกี าร
นำมาใชก้ นั อย่างแพร่หลาย
เนื่องจากผูท้ ่ีมอี าการปวด
สามารถทำการนวดได้ด้วย
ตวั เอง
_____________________________________________
ชื่อผู้แตง่ /ปี พ.ศ./ช่อื เรอ่ื ง วตั ถปุ ระสงค/์ ขนาดกลมุ่ ตวั
การออกแบบการวจิ ัย
อา้ พล บุญเพยี ร, และ ลดาวัลย์ วตั ถุประสงค์ของการวิจยั กลุ่มตวั อย่าง
อนุ่ ประเสริฐพงศ์ นชิ โรจน์. เพอื่ ศกึ ษาและเปรยี บเทยี บ กลุ่มตวั อยา่ งเปน็
(2562). การศกึ ษาประสทิ ธิผล ประสิทธผิ ลของการนวดดว้ ย นักศึกษาวิทยาล
ของการนวดด้วยนำ้ คนั้ ไพล นำ้ ค้ันจากไพลและ น้ำมนั ไพล เทคโนโลยที าง
และนำ้ มันไพลต่ออาการปวด ตอ่ อาการปวดกลา้ มเนื้อคอ บ่า การแพทย์และ
กลา้ มเนื้อคอ บ่า ไหล่ใน ไหล สาธารณสุข กาญ
นกั ศกึ ษาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี การออกแบบการวจิ ัย ภิเษก จำนวน 6
ทางการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ การศกึ ษาวิจัยกึง่ ทดลอง เลือกกลุ่มตัวอย่า
กาญจนาภิเษก.วารสาร จ้าเพาะเจาะจง
เครอื ขา่ ยวิทยาลัยพยาบาลและ
สาธารณสุขภาคใต้,6(1), 121-
128.
โครงการส่งเสริมสุขภาพ ลดปวดกล้ามเนอ้ื I 24
วอย่าง ผลการวิจัย การวเิ คราะห/์ การนำไปใช้
น ผลการวิจัย จากการวเิ คราะหข์ อ้ มลู พบว่า
ลยั พบว่าหลงั การนวดด้วยน้ำค้ันไพลและ สามารถนำการนวดด้วยนำ้ คนั้
น้ำมันไพลมผี ลต่อ ระดับอาการปวด ไพลและน้ำมันไพลมาสง่ เสรมิ
ญจนา ระดบั ความร้สู ึกกดเจ็บเและองศาการ การนวดใหม้ ีประสทิ ธิภาพมาก
60 ราย เคลอ่ื นไหวคอ อย่างมีนัยสำคัญทาง ยง่ิ ขน้ึ เน่อื งจากช่วยลดระดบั
างแบบ สถติ ิท่ี .05 การใช้นำ้ คัน้ ไพลจึง ความอาการปวดคอ บ่า ไหล่ได้
สามารถ เป็นทางเลอื กในการรกั ษา ดีมากย่งิ ขน้ึ เมื่อเทียบกบั การ
อาการปวดคอ บ่า ไหล่ มีประสทิ ธิผล นวดแบบไมใ่ ชค้ ้นั ไพลและ
ของการนวดเพือ่ ผอ่ นคลาย ตลอดจน นำ้ มนั ไพล
พัฒนาเปน็ ผลติ ภณั ฑท์ ีม่ ีคุณภาพมาก
ยิง่ ขึ้น
_____________________________________________ ____โครงการสง่ เสริมสุขภาพ ลดปวดกลา้ มเนือ้ I 25
การตัดสินใจเลือกงานวิจัย : เนื่องจากกรณีศึกษาไม่ค่อยมีเวลาดูแลสุขภาพ อีกทั้งยังขาดการออก
กำลังกาย และมีความเชื่อว่าการทำงานนั้นเป็นการออกกำลังกายจึงไม่ให้ความสนใจในการออกกำลังกาย
เท่าที่ควร ซึ่งกรณีศึกษาจะเข้าไปรักษาทีส่ ถานพยาบาลด้วยอาการปวดชาบ่า ไหล่ คอ หลังส่วนล่าง และบั้น
เอว เป็นต้น ท่าทางการทำงานทไี่ มเ่ หมาะสม อริ ิยาบถทฝี่ ืนธรรมชาติ เช่น การทตี่ อ้ งนงั่ อยู่ทเ่ี ดิม มกี ารใช้ข้อมือ
และแขน ในการประกอบอาหาร โดยใชข้ ้อมอื ซ้ำๆ อกี ทั้งมกี ารก้มหรอื เงยศีรษะอยู่สม่ำเสมอ ทำให้เกิดอาการ
ปวดเม่อื ยกล้ามเนอ้ื เร้ือรังตามสว่ นต่างๆ ของร่างกาย ซง่ึ เป็นปัญหาที่ควรไดร้ ับการแก้ไข ดังนั้นทางกลุ่มจึงได้
คิดค้นนวตั กรรมทีส่ ามารถฟน้ื ฟูและปอ้ งกนั ปญั หาสุขภาพท่เี ก่ยี วขอ้ งกับกลุ่มโรคกระดกู และกลา้ มเนอ้ื
โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ทั้งหมด 3 เรื่องมาประยุกต์ใช้ในการทำนวัตกรรม คือ 1.ไม้นวดลูกกล้ิง :
นวัตกรรมสขุ ภาพจากไมต้ น้ ตาลเพือ่ ผสู้ ูงอายทุ ม่ี อี าการปวดเมอ่ื ยกล้ามเนอ้ื .(2562) 2.การนวดรักษาอาการปวด
หลังส่วนล่าง : การศึกษาตารานวดจุดวัดราชสิทธาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร.(2565) 3.
การศึกษาประสิทธิผลของการนวดด้วยน้ำคั้นไพลและน้ำมันไพลต่ออาการปวดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ใน
นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก.(2562) มาปรับใช้เป็นนวัตกรรม
“ไม้นวดลูกกล้ิง และท่าบริหารร่างกาย” โดยการใช้ไม้นวดลูกกลิ้งนวดบริเวณท่ีปวดร่วมกับการทาน้ำมนั ไพล
เพื่อบรรเทาอาการปวดบ่า ไหล่ คอ หลังส่วนล่าง และบั้นเอว เพื่อกระตุ้นให้กรณีศึกษาเกิดการรับรู้
ความสามารถของตนเองในการจดั การสุขภาพ ดูแลสุขภาพของตนเองได้ส่งผลใหม้ คี ุณภาพชวี ติ ทด่ี ีเทียบเท่ากับ
วัยทำงาน สามารถเลือกหรือกำหนดพฤตกิ รรมที่เหมาะสมกับตนเองได้โดยมีความคาดหวังต่อผลที่จะเกิดขนึ้
ตลอดจนปฏิบตั ิกิจกรรมน้นั ๆได้อยา่ งต่อเนอ่ื งและยง่ั ยืน
_____________________________________________ ____โครงการส่งเสรมิ สขุ ภาพ ลดปวดกล้ามเนอ้ื I 26
การประเมนิ ผลกจิ กรรม (Check)
1. ประเมนิ ผู้เขา้ รว่ มโครงการหลังจากไดร้ ับความรู้โดยใชแ้ บบทดสอบหลงั ให้ความรู้
2. ประเมินการปฏิบตั ิตามกิจกรรมทางกายในขณะปฏิบตั ิกิจวัตรประจำวัน 5 ท่าโดยการสาธติ
ย้อนกลบั
3. ประเมินความพึงพอใจผู้เข้าร่วมโครงการหลังจากเข้าร่วมโครงการ "ส่งเสริมสุขภาพลดปวด
กลา้ มเนือ้ "
ขนั้ ปรบั ปรุง (Act)
1. วเิ คราะหป์ ัญหา เสนอแนวทางการปรบั ปรงุ แก้ไขและข้อเสนอแนะในการดำเนินกิจกรรม
ในครง้ั ถดั ไป
2. จัดทำรายงานสรปุ และประเมนิ ผลกจิ กรรม
3. ประชุมสรปุ ผลการดำเนนิ โครงการและเสนอตอ่ อาจารย์ทปี่ รึกษา
10. งบประมาณ
1. ไม้นวด 150 บาท
2. น้ำมนั ไพล 100 บาท
รวมทั้งสิ้น 250 บาท
11. ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ ับ
ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำท่าบริหารร่างกายไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่อง และ
บรรเทาอาการปวดบา่ ไหล่ หลังส่วนลา่ ง และบนั้ เอวได้
สว่ นที่ 5 การประเมินผลโครงการ
โครงการ “ส่งเสริมสุขภาพ ลดปวดกล้ามเนอื้ ”
1. วันท่ดี ำเนนิ การโครงการ 17 มกราคม 2565
สรปุ จำนวนผู้เขา้ รว่ มโครงการ มีจำนวนผ้เู ขา้ รว่ มโครงการท้งั หมด 4 คน
2. กจิ กรรมทีด่ ำเนินการ
- ชแี้ จงวตั ถุประสงคก์ ารดำเนนิ โครงการใหก้ ับผู้เข้ารว่ มโครงการรบั ทราบ
- ให้ความรเู้ กี่ยวกับเร่อื งวิธกี ารนวดลดปวดกล้ามเน้ือแก่ผูเ้ ขา้ รว่ มโครงการ
- สาธติ การปฏบิ ัติตามกิจกรรมทางกายในขณะปฏบิ ัตกิ จิ วตั รประจำ วนั 5 ท่า
- ประเมินการปฏิบัตติ ามกิจกรรมทางกายในขณะปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจำวนั 5 ทา่ โดยการสาธิต
ย้อนกลบั
_____________________________________________ ____โครงการสง่ เสริมสขุ ภาพ ลดปวดกลา้ มเนอ้ื I 27
- ประเมนิ ความพงึ พอใจผู้เข้ารว่ มโครงการหลงั จากเขา้ รว่ มโครงการ “ส่งเสรมิ สขุ ภาพ ลดปวด
กลา้ มเน้อื ”
3. สรุปงบประมาณ
1. ไม้นวด 150 บาท
2. นำ้ มันไพล 100 บาท
รวมทั้งสน้ิ 250 บาท (สองรอ้ ยห้าสิบบาทถว้ น)
3. ตารางสรุปผลการดำเนนิ งานตามดชั นชี ้วี ัดความสำเร็จ
ดชั นชี ว้ี ดั ความสำเร็จ ผลการดำเนนิ งาน
1.ร้อยละ 100 ของมีผู้เข้ารว่ มโครงการมีความรู้ใน ผลการวิเคราะห์ความรู้หลังเข้าร่วมโครงการ พบว่าผู้เข้าร่วม
เรื่องวิธีการนวดลดปวดกลา้ มเน้ือ โครงการมีความรู้ในเรื่องวิธีการนวดลดปวดกล้ามเนื้อจากการ
ทำงานคิดเปน็ ร้อยละ 100
2. รอ้ ยละ 100 ของผู้เข้ารว่ มโครงการสามารถ ผลการวิเคราะห์ผูเ้ ข้าร่วมโครงการสามารถสาธติ ย้อนกลับได้ อย่าง
สาธติ ยอ้ นกลับไดอ้ ยา่ งน้อย 3 ใน 5 ท่า นอ้ ย 3 ใน 5 ทา่ ในทันที คิดเปน็ ร้อยละ 100
3. ร้อยละ 50 ของผ้เู ขา้ รว่ มโครงการมคี วามพึง ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจหลังเข้าร่วมโครงการ พบว่า
พอใจในการเขา้ ร่วมโครงการ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการได้
คะแนนเฉลี่ย 4.5 อย่ใู นระดับดี
_____________________________________________ ____โครงการส่งเสรมิ สขุ ภาพ ลดปวดกล้ามเนอื้ I 28
5. สรปุ ผลการทดสอบก่อนและหลงั เข้ารว่ มโครงการ
ตารางที่ 1 ตารางแสดงจำนวนและร้อยละความรู้เกี่ยวกับวิธีการนวดลดปวดกล้ามเนื้อก่อนและหลังเขา้
ร่วมโครงการส่งเสริมสขุ ภาพ ลดปวดกลา้ มเนื้อ
ความรู้เก่ยี วกบั วิธกี ารนวดลดปวดกลา้ มเนอื้ ก่อน หลัง
(n=4) จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ
(คน) (คน)
1. อาการปวดหลังแรก ๆ จะไม่อันตราย แต่เมื่อสะสม
นานจะกลายเป็นอาการเรื้อรงั ได้ 2 50 4 100
2. การยกหมอ้ หรือกระทะไม่เก่ียวกับอาการปวดหลัง
3. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความผิดปกติในการแข็งตัวของ 2 50 4 100
เลอื ดสามารถใช้ไม้นวดได้ 1 25 4 100
4. การทำงานยกอุปกรณ์ เข็น ลากสิ่งของ ส่งผลทำให้
เกิดความผิดปกติของโครงรา่ งและกลา้ มเนื้อ 2 50 4 100
5. การนวดดว้ ยไม้ทำใหอ้ าการปวดหายขาดได้
3 75 4 100
จากตารางที่ 1 พบว่าก่อนให้ความรู้ผู้เขา้ รว่ มโครงการส่งเสริมสุขภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่มี
ความรู้การนวดด้วยไมท้ ำใหอ้ าการปวดหายขาดได้ จำนวน 3 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 75 รองลงมา คอื อาการปวด
หลังแรก ๆ จะไม่อันตราย แต่เมื่อสะสมนานจะกลายเป็นอาการเรื้อรังได้, การยกหม้อหรือกระทะไม่เกี่ยวกับ
อาการปวดหลัง, การทำงานยกอุปกรณ์ เข็น ลากสิ่งของ ส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติของโครงร่างและ
กล้ามเนอ้ื จำนวน 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 50
หลังจากให้ความรูป้ ระชาชนเกย่ี วกบั วธิ กี ารนวดลดปวดกล้ามเน้ือ พบวา่ ผู้เข้าร่วมโครงการ ส่วนใหญ่
มีความรู้เร่อื งวธิ กี ารนวดลดปวดกลา้ มเนือ้ กอ่ นจำนวน 4 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100
_____________________________________________ ____โครงการส่งเสรมิ สุขภาพ ลดปวดกล้ามเน้ือ I 29
ตารางที่ 2 เปรยี บเทียบการเปลีย่ นแปลงความร้เู กยี่ วกบั วธิ กี ารนวดลดปวดกล้ามเน้อื กอ่ นและหลังเข้าร่วม
โครงการสง่ เสรมิ สุขภาพ ลดปวดกลา้ มเนื้อ
เกณฑก์ ารแบง่ ช่วงคะแนนคา่ เฉลีย่ เกณฑ์การแบง่ ชว่ งคะแนนค่าเฉลี่ยไดก้ ำหนดเกณฑ์ประเมนิ ไว้ดงั น้ี
5 คะแนน หมายถงึ ระดับความรดู้ มี าก
4 คะแนน หมายถงึ ระดบั ความรู้ดี
3 คะแนน หมายถงึ ระดบั ความรปู้ านกลาง
2 คะแนน หมายถงึ ระดับความรู้นอ้ ย
1 คะแนน หมายถงึ ระดับความรนู้ อ้ ยที่สดุ
ความรเู้ กย่ี วกบั วิธีการนวดลดปวดกลา้ มเน้อื กอ่ น หลงั
(n=4)
จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ
(คน) (คน)
ความรู้อยูใ่ นระดบั ดีมาก 00 4 100
ความรู้อยู่ในระดบั ดี
ความรู้อยใู่ นระดับปานกลาง 1 25 00
ความรู้อยใู่ นระดับนอ้ ย
ความรู้อยใู่ นระดับนอ้ ยทส่ี ดุ 1 25 00
2 50 00
00 00
รวม 4 100 4 100
จากตารางท่ี 2 พบว่ากอ่ นใหค้ วามรเู้ ก่ียวกบั วิธีการนวดลดปวดกล้ามเนื้อ ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการส่วนใหญ่
มีความรู้อยู่ในระดับน้อย จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 50 รองลงมาคือ มีความรู้อยู่ในระดับดีและปานกลาง
จำนวน 2 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 25
หลังจากให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการนวดลดปวดกล้ามเนื้อ ผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่มีความรู้อยู่ใน
ระดับดีมาก จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 100
_____________________________________________ ____โครงการสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อ I 30
ตารางที่ 3 ตารางแสดงจำนวนและรอ้ ยละการปฏิบัตกิ ิจวตั รประจำวัน 5 ทา่ หลังเข้าร่วมโครงการสง่ เสริม
สุขภาพ ลดปวดกล้ามเน้อื
ปฏบิ ตั กิ จิ วัตรประจำวนั 5 ทา่ ปฏบิ ตั ิ ปฏิบตั ิไม่
(n=4) ถกู ต้อง
(คน) ร้อยละ ถกู ตอ้ ง ร้อยละ
ทา่ ที่ 1 ท่าแก้ปวดคอ
ท่าท่ี 2 ท่าแก้ปวดบ่าไหล่ 4 (คน)
ท่าที่ 3 ทา่ แก้ปวดหลัง (บรเิ วณสะโพกถงึ สันหลงั ) 3
ทา่ ที่ 4 ท่าแก้ปวดหลัง (บริเวณสันหลงั ) 4 100 0 0
ท่าท่ี 5 ทา่ แก้ปวดบัน้ เอว 4
4 75 1 25
100 0 0
100 0 0
100 0 0
จากตารางที่ 3 พบว่า ทา่ ที่ 1 ท่าแกป้ วดคอ, ท่าท่ี 3 ทา่ แกป้ วดหลัง (บรเิ วณสะโพกถงึ สันหลัง), ท่าที่
4 ทา่ แกป้ วดหลงั (บริเวณสันหลัง) และท่าที่ 5 ท่าแก้ปวดบน้ั เอว ปฏิบตั ิถกู ตอ้ ง 4 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100 ส่วน
ท่าท่ี 2 ทา่ แกป้ วดบ่าไหล่ ปฏิบตั ถิ กู ตอ้ ง 3 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 75
_____________________________________________ ____โครงการส่งเสรมิ สุขภาพ ลดปวดกลา้ มเนอื้ I 31
ตารางท่ี 4 แสดงคา่ เฉลีย่ ระดบั ความพึงพอใจของผรู้ ่วมกิจกรรม
เกณฑก์ ารแบง่ ช่วงคะแนนค่าเฉลยี่ เกณฑ์การแบ่งช่วงคะแนนคา่ เฉล่ียได้กำหนดเกณฑป์ ระเมินไวด้ งั นี้
ค่าเฉลย่ี 4.51 – 5.00 หมายถงึ ระดบั ความพงึ พอใจ/ความรู้ความเข้าใจในระดบั ดีมาก
คา่ เฉล่ีย 3.51 – 4.50 หมายถึง ระดับความพึงพอใจ/ความรู้ความเข้าใจในระดับดี
คา่ เฉลยี่ 2.51 – 3.50 หมายถึงระดบั ความพงึ พอใจ/ความร้คู วามเข้าใจในระดับปานกลาง
คา่ เฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึงระดบั ความพงึ พอใจระดับ/ความรู้ความเขา้ ใจในระดับนอ้ ย
ค่าเฉล่ยี 1.00 – 1.50 หมายถงึ ระดบั ความพงึ พอใจ/ความรู้ความเข้าใจในระดบั นอ้ ยที่สุด
ความพงึ พอใจของผรู้ ว่ มกจิ กรรม ระดบั ความพึงพอใจ
การประชาสัมพนั ธ์โครงการฯ คา่ เฉลย่ี SD. แปลผล
ความเหมาะสมของสถานท่ี
ความเหมาะสมของระยะเวลา 4.5 0.58 ดี
การจดั ลำดบั ขน้ั ตอนของกจิ กรรม
โสตทัศนูปกรณ์ 4.5 0.58 ดี
เจา้ หน้าท่ีสนบั สนนุ
อาหาร, เครอื่ งดม่ื และสถานที่ 4 0 ดี
ท่านได้รับความร้แู นวคิด ทักษะและประสบการณ์ใหม่ ๆ จากโครงการ
ทา่ นสามารถนำสง่ิ ทีไ่ ด้รับจากโครงการไปปรับใช้และแนะนำบุคคลอื่นได้ 4.75 0.5 ดมี าก
สงิ่ ท่ีท่านไดร้ ับจากโครงการครัง้ นต้ี รงตามความคาดหวังของท่าน
ท่านได้รบั ประโยชนจ์ ากโครงการนี้ 4.5 0.58 ดี
รวม 4.25 0.5 ดี
4.5 0.58 ดี
4.5 0.58 ดี
4.25 0.5 ดี
4.75 0.5 ดมี าก
5 0 ดีมาก
4.5 0.45 ดี
จากตารางที่ 4 พบว่า ระดับความพึงพอใจของผู้ร่วมกิจกรรมในภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับดี
(X =4.5, S.D. = 0.45) โดยส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจมากที่สุดในสว่ นของท่านได้รับประโยชนจ์ ากโครงการน้ี
(X =5, S.D. = 0) รองลงมาคือการจัดลำดับขั้นตอนของกิจกรรม และสิ่งที่ท่านได้รับจากโครงการครั้งนี้ตรง
ตามความคาดหวังของท่าน( X = 4.75, S.D. = 0.5 ) และน้อยที่สุดในส่วนของความเหมาะสมของระยะเวลา
(X = 4 , S.D. = 0)
_____________________________________________ ____โครงการสง่ เสริมสขุ ภาพ ลดปวดกล้ามเนื้อ I 32
เอกสารอา้ งอิง
เบญจมาศ ศิริกมลเสถียร และอัจฉรา สกุนตนิยม. (2561). ผลของการนวดด้วยตนเองต่อความปวดของ
ผู้สูงอายุ ในชุมชนริมคลองหลอแหล เขตคันนายาว. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์, 38(3), 92-
102.
ภาสิต ศิริเทศ, รัชดาวัลย์ จิตรพรกุลวศิน, มุกข์ดา ผดุงยาม, จินตนา สินธุสุวรรณ์, และสรศักดิ์ ทองเพชร.
(2562). ไมน้ วดลูกกล้ิง : นวตั กรรมสุขภาพจากไม้ต้นตาล เพอ่ื ผสู้ ูงอายุทีม่ อี าการปวดเมื่อยกล้ามเน้ือ.
วารสารพยาบาลทหารบก, 21(1), 1-7.
มัสยา มนุษย. (2564). การนวดรักษาอาการปวดหลังส่วนล่าง : การศึกษาตารานวดจุดวัดราชสิทธาราม เขต
บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. สืบค้นวันที่ 14 มกราคม 2565.
จาก www.journalgrad.ssru.ac.th
วีระศักด์ิ ต๊ะปัญญา, นพรัตน์ สังฆฤทธ์ิ, และสายสุนีย์ คนสนิท. (2560). ผลเฉียบพลันของอุปกรณน์ วดกดจดุ
กลา้ มเนอื้ คอและไหล่ที่พัฒนาจากลกู เทนนิส. ศรนี ครินทร์เวชสาร, 32(2), 150-156.
อ้าพล บุญเพียร และลดาวัลย์ อุ่นประเสรฐิ พงศ์ นิชโรจน์. (2562). การศึกษาประสทิ ธิผลของการนวดดว้ ยนำ้
คั้นไพลและน้ำมันไพลต่ออาการปวดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ในนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีทาง
การแพทยแ์ ละสาธารณสขุ กาญจนาภเิ ษก. วารสารเครอื ข่ายวทิ ยาลัยพยาบาลและสาธารณสุขภาคใต้,
6(1), 121-128.
_____________________________________________ ____โครงการส่งเสริมสขุ ภาพ ลดปวดกลา้ มเน้อื I 33
ภาคผนวก
_____________________________________________ ____โครงการส่งเสรมิ สขุ ภาพ ลดปวดกลา้ มเน้อื I 34
แบบประเมินความรูก้ ่อน/หลังเก่ยี วกับความรูใ้ นเร่ืองวธิ ีการนวดลดปวดกล้ามเนื้อ
คำช้ีแจง โปรดเตมิ เคร่อื งหมาย ในช่องว่าง
ขอ้ คำถาม ถกู ผดิ
1. อาการปวดหลงั แรก ๆ จะไม่อันตรายแต่เม่อื สะสมนานจะกลายเป็นอาการเรื้อรังได้
2. การยกหม้อหรอื กระทะไม่เก่ียวกับอาการปวดหลงั
3. ผ้ทู ี่มีปัญหาเกย่ี วกับความผิดปกตใิ นการแขง็ ตัวของเลอื ดสามารถใช้ไมน้ วดได้
4. การทำงานยกอปุ กรณ์ เขน็ ลากส่ิงของ สง่ ผลทำให้เกดิ ความผิดปกติของโครงร่าง
และกล้ามเนือ้
5. การนวดดว้ ยไมท้ ำให้อาการปวดหายขาดได้
_____________________________________________ ____โครงการสง่ เสรมิ สุขภาพ ลดปวดกล้ามเนือ้ I 35
แบบประเมินสาธิตยอ้ นกลบั การปฏิบัติกิจวตั รประจำวัน 5 ทา่
ปฏิบตั ิกจิ วัตรประจำวัน 5 ท่า ถูก ผิด
ทา่ ที่ 1 ทา่ แก้ปวดคอ
ทา่ ท่ี 2 ท่าแก้ปวดบา่ ไหล่
ท่าที่ 3 ท่าแก้ปวดหลัง (บรเิ วณสะโพกถงึ สนั หลัง)
ทา่ ที่ 4 ท่าแก้ปวดหลัง (บริเวณสันหลงั )
ท่าที่ 5 ท่าแก้ปวดบน้ั เอว
_____________________________________________ ____โครงการส่งเสรมิ สขุ ภาพ ลดปวดกล้ามเน้อื I 36
แบบประเมินความพงึ พอใจของโครงการ “สง่ เสรมิ สขุ ภาพ ลดปวดกลา้ มเนื้อ”
คำชแ้ี จง แบบสอบถาม
1. โปรดเตมิ เครื่องหมาย และกรอกข้อความให้สมบรู ณ์
2. ระดับ 5 = มากทส่ี ุดหรอื ดมี าก
4 = มากหรือดี
3 = ปานกลางหรอื พอใช้
2 = น้อยหรือตำ่ กว่ามาตรฐาน
1 = น้อยที่สุดหรอื ต้องปรับปรุงแก้ไข
รายละเอยี ด ระดับความพงึ พอใจ
54321
1. กระบวนการ ขัน้ ตอนการใหบ้ ริการ
1.1 การประชาสมั พนั ธ์โครงการฯ
1.2 ความเหมาะสมของสถานท่ี
1.3 ความเหมาะสมของระยะเวลา
1.4 การจัดลำดับขัน้ ตอนของกจิ กรรม
2. การอำนวยความสะดวก
2.1 โสตทัศนูปกรณ์
2.2 เจา้ หนา้ ท่ีสนบั สนุน
2.3 อาหาร, เครอ่ื งด่ืม และสถานท่ี
3. คณุ ภาพการใหบ้ รกิ าร
3.1 ทา่ นไดร้ บั ความรู้แนวคดิ ทักษะและประสบการณใ์ หม่ ๆ จากโครงการ
3.2 ทา่ นสามารถนำส่งิ ทไ่ี ด้รับจากโครงการไปปรบั ใช้และแนะนำบุคคลอน่ื ได้
3.3 สง่ิ ทที่ ่านได้รบั จากโครงการครัง้ น้ีตรงตามความคาดหวังของทา่ น
3.5 ท่านไดร้ ับประโยชน์จากโครงการนี้
ข้อเสนอแนะโครงการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
_____________________________________________ ____โครงการสง่ เสรมิ สุขภาพ ลดปวดกลา้ มเนื้อ I 37
บทบาทของพยาบาลอาชีวอนามัย
1. ผู้ให้บริการทางคลินิก / เวชปฏิบัติ (Clinician / practitioner) เป็นบทบาทที่จำเป็นสำหรับ
พยาบาลอาชีวอนามัย โดยการประยุกต์กระบวนการพยาบาลในการดูแลรักษาคนทำงานทั้งที่เจ็บป่วยและ
บาดเจ็บจากการทำงาน กล่าวคือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างการประกอบอาหาร อาทิ น้ำร้อนลวก น้ำมัน
กระเด็นใส่ มีดบาด เป็นต้น ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ ในบทบาทของพยาบาลอาชีวอนามัย สามารถช่วย
รักษาพยาบาล การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งต่อรักษาให้กับสถานพยาบาล เพื่อที่จะสามารถลดความ
รุนแรงของอาการและสามารถฟื้นฟูได้ในเวลาอันสั้นได้ อีกทัง้ พยาบาลอาชีวอนามัย สามารถเสนอแนะแนว
ทางการป้องกันอุบัตเิ หตไุ ม่ใหเ้ กิดข้ึนในครง้ั ต่อไปแก่ผู้รับบริการได้
2. ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมสุขภาพ (Health promotion specialist) เป็นบทบาทที่มุ่งเน้น
การใช้ความรู้และทกั ษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันการเจบ็ ปว่ ยและการบาดเจบ็ การควบคุมความ
เสี่ยงรวมทั้งสามารถจัดโครงการสร้างเสริมสุขภาพที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของคนทํางาน
กล่าวคือ ให้ความรแู้ ละสาธิตเก่ียวกับการลดปวดจากการทำงาน เช่น การยกของหนัก การยนื และการก้มเป็น
เวลานาน เป็นต้น ผ่านนวัตกรรมของโครงการที่ทางพยาบาลอาชีวอนามัยได้จัดทำขึ้น สามารถลดปวด
กล้ามเนื้อและป้องกันการอักเสบจากการใช้งานของกล้ามเนือ้ เป็นเวลานานได้ อีกทั้ง สามารถลดค่าใชจ้ ่ายใน
การรกั ษาพยาบาลได้
3. ผู้ให้ความรู้ (Educator) พยาบาลอาชีวอนามัย ควรมีความรู้แบบสหวิทยา จัดหาข้อมูลข่าวสาร
เกี่ยวกับการศึกษาอบรมการฝึกปฏิบัติด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมแก่ทีมงานด้านอาชีวอนามัย สอน
คนทํางานถึงวธิ กี ารรกั ษาสุขภาพการใช้สถานบริการสุขภาพและการปฏิบัติ เพื่อให้เกดิ ความปลอดภัยในการ
ทำงาน กลา่ วคอื พยาบาลอาชีวอนามัย เป็นผใู้ หค้ วามรู้เกีย่ วกบั ทา่ ลดปวด 5 ทา่ จากการทำงานทใ่ี ช้กล้ามเนื้อ
อยา่ งหนัก เพื่อเปน็ การดูแลรกั ษาตนเองเบ้ืองต้นและปอ้ งกนั ความรนุ แรงท่อี าจจะเกิดขึน้ ได้ อกี ทงั้ สามารถให้
ความรูใ้ นการจัดส่ิงแวดลอ้ มสำหรับการประกอบอาหาร อาทิ การจัดวางพลาสติกใหห้ ่างจากเปลวไฟหรือความ
ร้อน จัดวางของมีคมในอุปกรณ์ที่มิดชิด จัดระเบียบบริเวณทางเดิน ไม่วางของเกะกะ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลด
อุบัตเิ หตุไดด้ ีย่ิงข้ึน สง่ ผลให้ผู้รบั บริการตระหนักในการระมัดระวงั ตนเองจากการประกอบอาหาร
4. ผู้ให้คำปรึกษา (Consultant) พยาบาลอาชีวอนามัยมีหน้าที่สำคัญในการให้คำปรึกษาแก่
บุคลากร อื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริหาร หัวหน้างานและคณะกรรมการอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม โดยให้
ปรึกษาการวางแผนและปรับปรุงระบบการทำงานด้านอาชวี อนามัยและส่งิ แวดลอ้ ม กลา่ วคอื พยาบาลอาชีวอ
นามยั สามารถใหค้ ำปรกึ ษาเก่ยี วกบั การจัดสถานท่แี ละสิ่งแวดลอ้ มให้ปลอดภัยและเอื้ออำนวยตอ่ การประกอบ
อาหารแก่ผู้รับบริการ เช่น การวางทำเลร้านอาหารให้มีอากาศถ่ายเท และไม่รบกวนอาคารอื่นๆ รวมทั้ง ให้
คำปรึกษาเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ขณะประกอบอาการ เช่น การสวมแมส สวมหมวก ใส่ถุงมือ และ
การใสผ่ า้ กันเป้อื น เพอ่ื รักษาความสะอาดและสร้างความเชื่อม่นั ใหก้ ับลกู คา้ ในการรบั บริการได้