The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ส่วนที่ 5 การประเมินผลการดำเนินงานอนามัยชุมชน (community evaluation)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panpilai_suth, 2022-02-03 22:09:37

การประเมินผลการดำเนินงานอนามัยชุมชน (community evaluation)

ส่วนที่ 5 การประเมินผลการดำเนินงานอนามัยชุมชน (community evaluation)

1

สว่ นท่ี 5 การประเมนิ ผลการดำเนนิ งานอนามยั ชุมชน (community evaluation)

ภายหลงั จากการปฏบิ ตั ิงานตามโครงการ “ชมุ ชนรอ่ งถ่านรว่ มใจ บริโภคปลอดภยั หา่ งไกลโรค”
แลว้ นักศึกษาพยาบาล ได้ทำการประเมินผลการปฏิบัตงิ านเพอ่ื ใหท้ ราบว่าโครงการนม้ี ผี ลลัพธเ์ ปน็ ไปตาม
เป้าหมายและวตั ถปุ ระสงค์ทกี่ ำหนดไว้ ดังนี้

สรุปผลการดำเนินโครงการและงบประมาณท่ใี ช้
วันท่จี ัดทำโครงการ “ชมุ ชนรอ่ งถ่านร่วมใจ บรโิ ภคปลอดภยั หา่ งไกลโรค”

วันศกุ ร์ ท่ี 14 เดือน มกราคม พ.ศ. 2565 เวลา 08.30 – 16.30 น.

จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
จำนวน 58 คน (บรรลุตามกลุม่ เป้าหมายทต่ี ้ังไว้ เน่ืองจากมผี ูส้ นใจเขา้ ร่วมโครงการเปน็ จำนวนมาก)

2

ตารางที่ 7 จำนวนและรอ้ ยละของผู้เข้ารว่ มโครงการ “ชมุ ชนรอ่ งถ่านรว่ มใจ บรโิ ภคปลอดภยั หา่ งไกลโรค”
จำแนกตามข้อมูลทว่ั ไปของกลุ่มตวั อยา่ ง (n=50)

ข้อมลู ทัว่ ไป กลุ่มทดลอง (n=50)

จำนวน ร้อยละ

เพศ

ชาย 7 14.00
หญิง 43 86.00

ชว่ งอายุ

21- 30 ปี 1 2.00
31- 40 ปี 3 6.00

41-50 ปี 14 28.00
51-60 ปี 22 44.00

60 ปีขึ้นไป 10 20.00

ท่ีมา : แบบทดสอบความรกู้ ่อนและหลังเข้ารว่ มโครงการเข้ารว่ มโครงการ “ชุมชนรอ่ งถา่ นรว่ มใจ บรโิ ภคปลอดภยั หา่ งไกล

โรค” ทำแบบทดสอบ เมือ่ วนั ท่ี 14 มกราคม 2565

จากตารางที่ 7 กลุ่มตวั อยา่ งส่วนใหญเ่ ป็นเพศหญิง จำนวน 43 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 86 และรองลงมา

เปน็ เพศชาย จำนวน 7 คน คิดเปน็ ร้อยละ 14 และส่วนใหญม่ อี ายอุ ยใู่ นชว่ ง 51-60 ปี จำนวน 22 คน คิด

เปน็ รอ้ ยละ 44 รองลงมามอี ายุอยใู่ นช่วง 41-50 ปี จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 28 และน้อยทสี่ ุด มีอายุ
อยู่ในชว่ ง 21-30 ปี จำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 2

ตารางท่ี 8 การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความรกู้ ารรบั ประทานอาหารที่ไม่ถกู สุขลกั ษณะก

ความรกู้ ารรบั ประทานอาหารที่ไมถ่ กู สุขลักษณะ กอ่ นเขา้ ร่วมโ
(n=50
1. ร่างกายตอ้ งการน้ำตาลไม่เกนิ วันละ 6 ช้อนชา
2. ผลกระทบของผ้ทู ่รี ับประทานน้ำตาลเยอะ เช่น ฟันผุ กระดกู รอ้ ยละ
เปราะ ผวิ เหย่ี ว กลมุ่ โรคไม่ตดิ ต่อเรอื้ รัง 72.00
3. ผลไมร้ สหวานจัดหรือผลไมแ้ ปรรปู ท่ีมนี ้ำตาลสูง ไม่ก่อใหเ้ กดิ
โรคเบาหวาน 94.00
4. การดม่ื น้ำอัดลม กาแฟ ชา นำ้ หวาน นมเปรีย้ ว ที่มีนำ้ ตาลสูง
เปน็ ประจำเส่ยี งต่อการเปน็ โรคเบาหวาน 42.00
5. การรับประทานผักใบเขียวสามารถชว่ ยลดการดูดซมึ นำ้ ตาล
6. ไขมนั ดีเปน็ ไขมนั ทม่ี าจากพืชและไขมันจากปลาซึง่ เปน็ ไขมนั ไมอ่ ่มิ ตัว 96.00
7. ไขต่ ้ม 1 ฟอง มพี ลังงานมากกวา่ ไข่เจียว 1 ฟอง
8. ใน 1 วนั ไมค่ วรรบั ประทานนำ้ มันเกินวนั ละ 6 ช้อนชา (30 กรัม) 80.00
9. กนิ มนั มากมีผลต่อสุขภาพ เช่น เส่ยี งตอ่ ภาวะอว้ น เสยี่ งต่อ 86.00
ภาวการณเ์ ป็นโรคหัวใจและหลอดเลอื ด 36.00
10. เลือกกินเนอ้ื หมตู ดิ มันเพ่ือชว่ ยใหร้ า่ งกายได้รับพลงั งาน 78.00
11. การรบั ประทานเกลอื ในปรมิ าณทีม่ ากไมก่ ่อให้เกิดโรคความ
ดนั โลหติ สงู และโรคไต 94.00
12. เกลือถูกแบง่ ออกเป็น3รสชาติไดแ้ ก่ เกลอื เคม็ เกลอื หวานเกลอื จดื
13. ควรชิมก่อนเตมิ เครอื่ งปรงุ ลดการเติมเครอ่ื งปรงุ ลดการกนิ 54.00
นำ้ ซุปและนำ้ จม้ิ
46.00

70.00

92.00

กอ่ นและหลังเข้ารว่ มโครงการ

โครงการ ระดบั หลังเข้าร่วมโครงการ ระดับ
0) มาก (n=33)
มากที่สดุ
SD ร้อยละ SD มากทสี่ ดุ
0.45 81.82 0.39
มากที่สดุ
0.24 มากทส่ี ดุ 96.97 0.17
มาก
0.50 น้อยท่สี ดุ 96.97 0.17 มากทสี่ ุด
นอ้ ยทสี่ ดุ
0.20 มากทส่ี ุด 75.76 0.44 มากทีส่ ุด
มากที่สดุ
0.40 มากทส่ี ดุ 90.91 0.29
0.35 มากทส่ี ดุ 45.45 0.51 มาก
0.48 น้อยที่สุด 93.94 0.24 มากทส่ี ดุ
0.42 มาก 87.88 0.33 มากทส่ี ดุ
ปานกลาง
0.24 มากทส่ี ดุ 75.76 0.44 มากทสี่ ุด

0.48 นอ้ ย 93.94 0.24

0.50 น้อยที่สดุ 93.94 0.24

0.46 มาก 60.61 0.50

0.27 มากทส่ี ดุ 96.97 0.17

ก่อนเขา้ ร่วมโ

ความรกู้ ารรับประทานอาหารทไ่ี ม่ถูกสขุ ลักษณะ (n=50

รอ้ ยละ

14. อ่านฉลากก่อนซอื้ เลือกอาหารท่ีมีโซเดียมตำ่ 86.00
15. ใน 1 วัน ไม่ควรบริโภคโซเดยี มเกนิ 2,400 หรอื บริโภคเกลือ
ไม่เกิน 1 ชอ้ นชา 12.00

16. การรบั ประทานอาหารแปรรปู เช่น ผักดอง ไข่เค็ม ปลาร้า 38.00
หมยู อ ไมท่ ำใหเ้ กดิ โรคไมต่ ดิ ต่อเรื้อรงั

17. แตล่ ะวนั ไมค่ วรรับประทานเกิน หวาน : มัน : เค็ม 6 : 6 :1 90.00
18. ควรล้างมอื ก่อนประทานอาหาร 92.00

19. การรบั ประทานอาหารไม่ตอ้ งใช้ช้อนกลาง 48.00
20. กนิ อาหาร สุก ๆ ดบิ ๆ อาจมพี ยาธเิ สีย่ งตอ่ โรคทอ้ งร่วง
โรคมะเรง็ ทางเดินอาหาร 86.00

รวม 69.60

ที่มา : แบบทดสอบความรกู้ ่อนและหลงั เขา้ รว่ มโครงการเขา้ รว่ มโครงการ “ชุมชนรอ่ งถ่านรว่ มใจ บ

จากตารางท่ี 8 ภาพรวมของขอ้ คำถามความรู้การรบั ประทานอาหารทีไ่ มถ่ ูกส

มากทสี่ ดุ คือมีความรู้เรอื่ งอา่ นฉลากก่อนซ้อื เลือกอาหารท่มี โี ซเดยี มตำ่ คิดเปน็ รอ้ ย
รองลงมาคอื มีความรู้เกีย่ วกับการดม่ื น้ำอัดลม กาแฟ ชา น้ำหวาน นมเปรี้ยว ทม่ี นี ำ้ ตา

และกินมันมากมผี ลต่อสุขภาพ เช่น เสี่ยงตอ่ ภาวะอ้วน เสยี่ งตอ่ ภาวการณ์เป็นโรคหัวใ
ไขมันทม่ี าจากพชื และไขมนั จากปลา ซ่ึงเป็นไขมันไมอ่ ิม่ ตัว คิดเป็นรอ้ ยละ 45.45

โครงการ ระดับ หลังเขา้ ร่วมโครงการ 4
0) (n=33)
มากที่สดุ ระดบั
SD นอ้ ยที่สดุ รอ้ ยละ SD
0.35 100.00 0.00 มากที่สดุ
ปานกลาง
0.33 60.61 0.50
ปานกลาง
0.49 นอ้ ยทีส่ ดุ 69.70 0.47 มากทสี่ ุด
มากที่สดุ
0.30 มากที่สุด 87.88 0.33 มากท่สี ุด
0.27 มากทส่ี ดุ 100.00 0.00 มากที่สุด
0.50 น้อยที่สุด 96.97 0.17 มากทีส่ ุด

0.35 มากท่ีสดุ 90.91 0.29

0.38 ปานกลาง 84.85 0.30

บรโิ ภคปลอดภยั ห่างไกลโรค”เมอื่ วันที่ 14 มกราคม 2565

สุขลกั ษณะ จำนวน 20 ข้อ เม่ือพจิ ารณาเป็นรายข้อพบวา่ ขอ้ ท่ีมีคา่ เฉล่ยี อยใู่ นระดับ

ยละ 100 และความรูเ้ กี่ยวกับการล้างมือกอ่ นประทานอาหาร คิดเปน็ ร้อยละ 100
าลสงู เปน็ ประจำเส่ียงตอ่ การเป็นโรคเบาหวาน อย่ใู นระดบั มาก คิดเปน็ ร้อยละ 75.76

ใจและหลอดเลอื ด คิดเป็นร้อยละ 75.76 และค่าเฉล่ยี ขอ้ ทีน่ อ้ ยท่สี ดุ คอื ไขมนั ดี เป็น

5

ตารางที่ 9 ระดบั ความพงึ พอใจของกลุ่มตวั อยา่ งต่อการเข้ารว่ มโครงการ (n=33)

ขอ้ ความ ̅ SD ระดบั ความพึงพอใจ

1. การจดั กจิ กรรมในครงั้ น้มี ีประโยชน์ตอ่ ทา่ น 4.79 0.42 มากทีส่ ุด
2. ทา่ นได้มีสว่ นร่วมในการจดั กิจกรรม 4.58 0.87 มากทส่ี ดุ

3. ทา่ นไดร้ บั ความรู้/ประโยชน์จากการเข้ารว่ ม 4.79 0.42 มากทสี่ ุด
กจิ กรรมเพื่อไปปรบั ใชไ้ ด้

4. รปู แบบ/หวั ข้อ ในการจดั กิจกรรมมคี วามเหมาะสม 4.79 0.42 มากที่สดุ

5. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 4.64 0.65 มากที่สุด
6. การประชาสัมพันธ์การจดั กจิ กรรม 4.73 0.45 มากที่สุด

7. สถานท่จี ดั กิจกรรมมคี วามเหมาะสม 4.70 0.53 มากที่สุด

8. เจา้ หนา้ ท่ีสามารถให้ขอ้ มลู หรือตอบข้อซกั ถามได้ 4.85 0.36 มากที่สดุ
เปน็ อยา่ งดี

9. เจา้ หนา้ ท่ีมีความสขุ ภาพ เปน็ มิตร และเปน็ กันเอง 4.85 0.36 มากที่สดุ

10. ภาพรวมความพึงพอใจในการจัดกจิ กรรมคร้งั นี้ 4.88 0.33 มากที่สดุ

รวม 4.76 0.48 มากทสี่ ดุ

ทม่ี า : แบบทดสอบความรกู้ ่อนและหลังเข้ารว่ มโครงการเข้ารว่ มโครงการ “ชมุ ชนรอ่ งถ่านรว่ มใจ บริโภคปลอดภยั หา่ งไกล

โรค” วนั ท่ี 14 มกราคม 2565

จากตารางท่ี 9 ผู้เข้าร่วมโครงการมีระดบั ความพึงพอใจมากที่สดุ ทกุ ด้าน แต่เม่ือพจิ ารณาคะแนน

เฉล่ยี ความพึงพอใจ พบว่า โครงการมีภาพรวมความพึงพอใจในการจัดกจิ กรรมครง้ั น้ี มีคะแนนเฉล่ียความ
พงึ พอใจสงู ทีส่ ดุ เทา่ กบั 4.88 (SD=0.33 ) รองลงมาคอื เจา้ หนา้ ทส่ี ามารถให้ขอ้ มลู หรือตอบขอ้ ซกั ถามได้

เปน็ อยา่ งดี มคี ะแนนเฉล่ียความพงึ พอใจสูงที่สุด เท่ากับ 4.85 (SD=0.36) และเจา้ หน้าท่ีมีคว ามสุขภาพ
เป็นมติ ร และเปน็ กนั เอง คะแนนเฉล่ยี ความพึงพอใจสูงท่สี ดุ เท่ากับ 4.85 (SD=0.36)

6

ตารางท่ี 10 จำนวนและร้อยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตามระดบั ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม เร่ืองการ
รบั ประทานอาหารที่ไมถ่ กู สุขลักษณะชมุ ชนบ้านรอ่ งถา่ น ก่อน-หลัง เขา้ ร่วมโครงการ “ชมุ ชนร่องถ่านร่วมใจ
บรโิ ภคปลอดภัย หา่ งไกลโรค”

ระดับ Pre-KAP Re-KAP

จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ

ระดับความรู้

ระดับความรู้สงู 5 16.67 23 77.00

ระดบั ความรปู้ านกลาง 15 50.00 7 23.00

ระดับความรูต้ ำ่ 10 33.33 0 0.00
รวม 30 100.00 30 100.00
ระดบั ทศั นคติ

ระดับทศั นคติสูง 0 0 24 80.00
ระดับทัศนคตปิ านกลาง
ระดบั ทศั นคตติ ่ำ 0 0 6 20.00
30 100 0 0.00
พฤตกิ รรม รวม 30 100 30 100

พฤติกรรมการรบั ประทานอาหารดี 15 50.00 24 80.00
พฤติกรรมการรับประทานอาหารปานกลาง 5 16.67 6 20.00
พฤติกรรมการรับประทานอาหารตำ่ 10 33.33 0 0.00

รวม 30 100.00 30 100.00
ทีม่ า: จากการสำรวจ KAP survey โดยนกั ศกึ ษาพยาบาลศาสตร์ชนั้ ปที ี่ 4 ณ วันท่ี 22 ธันวาคม 2564 - 16 มกราคม 2565

จากตารางที่ 10 พบว่า กอ่ นใหค้ วามรู้กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่มคี วามรู้อยู่ในระดับปานกล างมากท่ีสุด
จำนวน 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 50 ทัศนคติอยใู่ นระดับตำ่ มาท่ีสุด จำนวน 30 คน คดิ เป็นร้อยละ 100 และ
พฤติกรรมอยใู่ นระดับดมี ากท่สี ุด จำนวน 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 50 หลงั ให้ความรูก้ ลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่มี
ความรอู้ ย่ใู นระดับสงู มากทส่ี ดุ จำนวน 23 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 77 ทศั นคติอยู่ในระดบั สูงมาที่สุด จำนวน 24
คน คดิ เป็นร้อยละ 80 และพฤตกิ รรมอยู่ในระดบั ดมี ากทส่ี ดุ จำนวน 24 คน คดิ เป็นร้อยละ 80

7

ตารางท่ี 11 ระดับความพงึ พอใจของกลุ่มตวั อยา่ งตอ่ นวตั กรรมคมั ภรี ป์ รุงถกู สุขภาพดี (n=30)

ข้อความ M SD ระดับความพงึ พอใจ

1. ความเปน็ ไปได้ 4.87 0.57 มากที่สดุ
สามารถนำนวัตกรรมนำไปไดใ้ ชจ้ ริง

2. ความยากงา่ ยในการใช้ 4.77 0.50 มากทส่ี ุด
นวัตกรรมมคี วามง่ายในการนำไปใช้

3. ความปลอดภยั 4.87 0.35 มากทส่ี ุด
เจา้ หนา้ ที่/ผู้ปว่ ยสามารถใช้นวัตกรรมไดโ้ ดยไม่ก่อให้เกดิ อนั ตราย

4. ประโยชน์ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ 4.87 0.35 มากทส่ี ุด
นวตั กรรมมีประโยชน์ตรงตามวัตถปุ ระสงค์ของเจา้ หน้าที่/ผูป้ ว่ ย
5. ความค้มุ ค่า คุ้มทุน และความทนทาน

นวัตกรรมน้ีใชท้ รพั ยากรอยา่ งคุ้มคา่ มีประสิทธิภาพ ไมฟ่ มุ่ เฟือย 4.93 0.25 มากทส่ี ุด
และมีความทนทานสามารถใช้งานไดใ้ นระยะเวลานาน

6. มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ 4.87 0.35 มากที่สุด
นวัตกรรมมคี วามคดิ สร้างสรรค์ นา่ ใช้
7. เปน็ ส่อื การสอนท่ีเขา้ ใจงา่ ย 4.90 0.31 มากที่สดุ

8. ตวั หนังสือชัดเจน อา่ นงา่ ย 4.90 0.31 มากทีส่ ุด
9. สามารถปฏบิ ตั ติ ามไดง้ า่ ย 5.00 0.00 มากทส่ี ดุ

รวม 4.89 0.33 มากที่สดุ

ทีม่ า: จากการสำรวจความพงึ พอใจ โดยนักศกึ ษาพยาบาลศาสตรช์ ้ันปที ี่ 4 ณ วนั ท่ี 22 ธันวาคม 2564 - 16 มกราคม 2565

จากตารางท่ี 11 ผใู้ ชน้ วตั กรรมมีระดบั ความพึงพอใจมากท่สี ดุ ทุกดา้ น แตเ่ ม่อื พิจารณาคะแนนเฉลี่ย
ความพงึ พอใจ พบว่า นวตั กรรมสามารถนำไปปฏบิ ัตติ ามไดง้ า่ ย มีคะแนนเฉลย่ี ความพงึ พอใจสูงท่สี ุด เท่ากับ

5.00 (SD=0.00) รองลงมาคอื ความคมุ้ คา่ คุ้มทนุ และความทนทาน มีคะแนนเฉล่ยี ความพึงพอใจสูงท่ีสุด

เท่ากับ 4.93 (SD=0.25)

สรปุ งบประมาณท่ีใช้
การจัดทำโครงการ “ชุมชนร่องถา่ นร่วมใจ บรโิ ภคปลอดภัย หา่ งไกลโรค” ครงั้ น้ี ได้รับการสนบั สนุน

งบประมาณจาก กองทนุ หลักประกนั สุขภาพในระดับท้องถน่ิ หรือพ้ืนที่ เทศบาลตำบลทงุ่ โฮง้ อำเภอเมืองแพร่

จงั หวดั แพร่ จำนวน 13,500 บาท ซ่งึ ไดน้ ำมาเป็นคา่ ใชจ้ ่ายในการดำเนินโครงการ ดงั น้ี
1. คา่ สมนาคุณวทิ ยากร 600 บาท X 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800 บาท

2. ค่าสมนาคุณวทิ ยากรกลมุ่ 600 บาท X 2 ชว่ั โมง X 2 คน เปน็ เงิน 2,400 บาท
3. คา่ อาหารกลางวัน 50 บาท X 50 คน เป็นเงนิ 2,500 บาท

4. คา่ อาหารวา่ งและเคร่อื งดม่ื 25 บาท X 50 คน X 2 มอ้ื เปน็ เงนิ 2,500 บาท

5. ค่าจา้ งเหมาทำปา้ ยโครงการ ขนาด 2 เมตร x 3 เมตร จำนวน 1 ปา้ ย เปน็ เงิน 500 บาท
6. คา่ วสั ดอุ ุปกรณ์ เช่น กระดาษปรู๊ฟ ปากกา ปากกาเคมี สมุด กระเป๋าผ้าฯ เปน็ เงิน 3,800 บาท

รวมเปน็ เงนิ ทงั้ ส้ิน 13,500 บาท (หนง่ึ หมื่นสามพนั หา้ ร้อยบาทถ้วน)
สรุปการใช้งบประมาณท้ังหมด 13,500 บาท คดิ เปน็ ร้อยละ 100 ของงบประมาณที่ได้รับการสนบั สนนุ

8

ผลการประเมินประสิทธภิ าพ (Efficiency) และประสทิ ธิผล (Effectiveness) ของโครงการ
การประเมินประสทิ ธิภาพ (Efficiency) ของโครงการ

จากการจัดทำโครงการคร้ังน้ี นกั ศึกษาได้ใช้ความพยายามทุ่มเทเวลา และกำลงั กายโดยทำต าม

กระบวนการหลักการและทฤษฎีตามขน้ั ตอนของกระบวนการพยาบาลทง้ั 5 ข้ันตอน ผลการดำเนนิ โครงการ
เป็นทพี่ อใจ โดยจำนวนประชากรที่เขา้ ร่วมโครงการเป็นไปตามที่กลุ่มเป้าหมายทก่ี ำหนดไว้ และได้มีการ

ประเมินประสทิ ธภิ าพของโครงการ ซึ่งเปน็ การเปรยี บเทียบผลการดำเนินงานกบั ทรพั ยากร (งบประมาณ) ที่ใช้
ดงั นี้

ค่าใชจ้ า่ ยตอ่ หนว่ ย = ค่าใชจ้ า่ ยทั้งหมด/จำนวนประชากร

คา่ ใชจ้ ่ายต่อหัวประชากร = 13,500

50

= 270.00 บาท

การประเมินประสทิ ธผิ ล (Effectiveness) ของโครงการ

การดำเนินโครงการ “ชุมชนรอ่ งถ่านร่วมใจ บริโภคปลอดภัย ห่างไกลโรค” คร้งั นี้ มีการกำหนด

ตัวช้วี ดั ความสำเรจ็ ของโครงการตามวัตถปุ ระสงค์ของโครงการ ดังน้ี
1. ร้อยละ 90 ของผเู้ ขา้ รว่ มโครงการมคี วามรู้ เกย่ี วกบั การบริโภคอาหารทถ่ี กู สขุ ลกั ษณะ

2. ร้อยละ 80 ของผเู้ ข้าร่วมโครงการเกิดความตระหนกั ถึงผลกระทบจากการบรโิ ภคอาหารทไี่ มถ่ ูก
สขุ ลกั ษณะ

3. ร้อยละ 70 ของผู้เขา้ รว่ มโครงการมีแนวทางปฏบิ ตั ิตวั ในการบริโภคอาหารให้ถูกสขุ ลกั ษณะ

4. ร้อยละ 80 ของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการมีความพง่ึ พอใจในการเขา้ รว่ มโครงการ อยูใ่ นระดับดีมาก
ผลการประเมินประสิทธิผล (Effectiveness) เปน็ ไปตามวัตถุประสงคห์ รือเปา้ หมาย และตาม

ทรัพยากร (งบประมาณ) ดงั นี้

1) ประสิทธผิ ลตามตวั ชี้วดั ความสำเร็จของโครงการตามวัตถปุ ระสงค์ = วัตถุประสงคท์ ไี่ ด้ x 100
วตั ถปุ ระสงคท์ ี่กำหนด

2) ประเมนิ ประสิทธิผลตามทรัพยากร (งบประมาณ) = จำนวนเงนิ ท่ีใช้ x 100
จำนวนเงนิ ที่กำหนด
จำนวนเงนิ ท่ีใช้ 13,500 บาท
จำนวนเงนิ ทีก่ ำหนด 13,500 บาท = 13,500 x 100

ประเมนิ ประสทิ ธิผลตามทรพั ยากรงบประมาณ 13,500

= 100.00 %

9

ตารางที่ 12 จำนวนและร้อยละของกล่มุ เป้าหมาย จำแนกตามรอ้ ยละ และประสิทธิผลแยกตามวัตถปุ ระสง
ของโครงการ หลังการเขา้ รว่ มโครงการ “ชมุ ชนรอ่ งถา่ นร่วมใจ บรโิ ภคปลอดภยั ห่างไกลโรค”

หัวขอ้ ตวั ช้ีวดั /วัตถุประสงค์ ผลการคำนวณ
ทไ่ี ด้ ที่กำหนดไว้ ประสิทธิผล
(รอ้ ยละ) (รอ้ ยละ)

วตั ถุประสงค์ท่ี 1 ผู้เขา้ ร่วมโครงการมีความรู้ 90 94.67 x 100 105.19 %

ความเข้าใจ เกย่ี วกบั การบรโิ ภคอ าหารที่ถูก 94.67 90
สขุ ลักษณะ

วัตถปุ ระสงคท์ ี่ 2 ผเู้ ข้าร่วมโครงการเกดิ ความ 80 83.33 x 100 104.16 %
ตระหนกั ถึงผลกระทบจากการบรโิ ภคอาหารที่ 83.33
ไมถ่ ูกสุขลักษณะ 80

วัตถปุ ระสงคท์ ี่ 3 ผเู้ ข้าร่วมโครงการมแี นวทาง 70.67 70 70.67 x 100 100.95 %
ปฏบิ ตั ิตัวในการบริโภคอาหารใหถ้ กู สขุ ลักษณะ
70

วัตถุประสงค์ที่ 4 ผู้เขา้ รว่ มโครงการมีความพึง 95.15 70 95.15 x 100 118.94 %
พอใจในการเข้ารว่ มโครงการ อย่ใู นระดบั ดมี าก
80

ประเมินประสิทธิผลตามทรัพยาก ร - - - 100.00 %
(งบประมาณ)

สรุปผลดำเนินงานตามดัชนชี ้วี ัดความสำเร็จของโครงการ

ดัชนีชี้วดั ความสำเร็จ ผลการดำเนนิ งาน

1. ร้อยละ 90 ของผูเ้ ข้ารว่ มโครงการมี 1. ผลการวเิ คราะหค์ วามรหู้ ลังเข้าร่วมโครงก ารพบว่า

ความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับการบริโรค ผเู้ ข้ารว่ มโครงการมคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับการบริ
อาหารทถ่ี กู สขุ ลักษณะ โรคอาหารทถ่ี กู สขุ ลกั ษณะ คิดเป็นรอ้ ยละ 94.67

2. ร้อยละ 80 ของผู้เขา้ ร่วมโครงการเกิด 2. ผลการวิเคราะห์ความรู้หลังเข้าร่วมโครงการพบว่า
ความตระหนักถึงผลกระทบจาก ก าร ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความตระหนักถึงผลกระทบจากการ

บริโภคอาหารทไี่ มถ่ กู สขุ ลักษณะ บรโิ ภคอาหารทไี่ มถ่ ูกสุขลักษณะ คดิ เป็นร้อยละ 83.33

3. ร้อยละ 70 ของผู้เข้าร่วมโครงการ 3. ผลการวเิ คราะห์ความรู้หลงั เขา้ รว่ มโครงก ารพบว่า

มแี นวทางปฏิบัติตวั ในการบรโิ ภคอ าหาร ผู้เขา้ รว่ มโครงการมีแนวทางปฏิบัติตัวในก ารบ ริโภค
ให้ถูกสขุ ลักษณะ อาหารให้ถกู สุขลักษณะ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 70.67

4. ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมี 4. ผลการวิเคราะห์ความรหู้ ลงั เข้ารว่ มโครงก ารพบว่า

ความพึงพอใจในการเขา้ รว่ มโครงการ อยู่ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในการเข้าร่วม

ในระดับ ดีมาก โครงการ คิดเป็นรอ้ ยละ 95.15 มีระดบั ความพึงพอใจ

อย่ใู นระดับดมี ากทส่ี ดุ

10

ปญั หา ขอ้ เสนอแนะ และแนวทางการแกไ้ ข
การฝกึ ภาคปฏิบตั งิ านวิชาปฏิบัติการยาบาลครอบครัวและชุมชน 2 ของนกั ศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชน้ั

ปีท่ี 4 กล่มุ ที่ 1 จำนวน 8 คน ณ ชมุ ชนบา้ นร่องถา่ น หมทู่ ี่ 3 ตำบลทงุ่ โฮ้ง อำเภอเมือง จังหวดั แพร่ ระยะเวลา
การฝกึ 6 สปั ดาห์ คอื ระหวา่ งวันที่ 13 ธนั วาคม 2564 – 20 มกราคม 2565 ระหวา่ งการฝึกปฏิบัติได้พบ
ปัญหา อุปสรรค และเสนอแนะแนวทางในการแกไ้ ขปัญหา ดังต่อไปน้ี

ปัญหาและอุปสรรค จากการฝกึ ภาคปฏบิ ัติ
1. จากการลงพน้ื ท่ีเก็บขอ้ มลู พบปัญหาวา่ ไมส่ ามารถเกบ็ ข้อมูลประชากรให้ได้ครบทั้งหมด 145
หลงั คาเรือน เนือ่ งจากประชากรในชมุ ชนส่วนใหญ่มีการประกอบอาชพี รบั จ้างทวั่ ไป ในช่วงเวลากลางวนั จึงมี
การออกไปทำงานนอกชุมชน
2. ระยะเวลาในการรวบรวมและวิเคราะห์ผลมีระยะเวลาส้นั จึงส่งผลให้ตอ้ งรบี ดำเนินการวิเคราะห์
และการประมวลผลขอ้ มูล อาจทำใหข้ ้อมลู มคี วามคลาดเคลอ่ื น
3. จากการฝึกปฏบิ ตั งิ าน พบปัญหาการแพร่ระบาดของสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งสง่ ผลกระทบให้
คณะผู้จัดทำโครงการอยู่ในกลุม่ เสี่ยงวงท่ี 1 (ระดับความเสี่ยงตำ่ ) เนื่องจาก ขณะเข้ารว่ มประชุมเพ่ือ
ปรึกษาหารอื กบั วทิ ยากร และนักศกึ ษาฝึกปฏิบัตงิ านของโรงพยาบาล แพร่ ทราบภายหลงั ว่า มีผู้เข้าร่วม
ประชมุ มีการติดเช้อื COVID-19 แต่ ณ ขณะประชมุ ผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ ทกุ คน มีการปฏบิ ัติตาม DMHTTA โดย
การน่งั เว้นระยะห่าง สวมใส่หน้ากากอนามยั (Mask) อยตู่ ลอดเวลา
ขอ้ เสนอแนะ
1. เพื่อใหไ้ ด้ข้อมลู จากประชาชนอย่างครบถว้ น ควรมกี ารขยายระยะเวลาในการฝึกเพอ่ื ให้มรี ะยะเวลา
ในการเก็บรวบรวมข้อมลู มากข้นึ และครบถ้วนมากท่สี ดุ
2. ควรมกี ารเพม่ิ ระยะเวลาในการเกบ็ รวบรวมข้อมูลและการวิเคราะหข์ ้อมูลเพ่ิมมากข้ึนเพื่อลด
คลาดเคลือ่ นของขอ้ มลู
3. ภายหลังทราบเหตกุ ารณท์ ่ีเกดิ ขน้ึ ของการแพร่ระบาดสถานการณ์ COVID-19 และเก่ยี วข้องเป็น
กล่มุ เส่ียงวงที่ 1 (ระดบั ความเสีย่ งตำ่ ) จึงไดม้ สี อบถามถึงการปฏิบตั ติ ัวของผสู้ มั ผสั วงที่ 1 ซึง่ ทางทีมงานระบาด
ได้ให้คะแนะนำ ดังน้ี ใหส้ ามารถฝกึ ปฏบิ ตั ิงานได้ตามปกติ โดยยดื หลกั DMHTTA

จุดออ่ นและจุดแขง็ ของจดั โครงการ
จุดอ่อนของโครงการ
1. ระยะเวลาในการบรรยายให้ความรูน้ านเกินไป ทำใหผ้ ้เู ขา้ ร่วมโครงการเกดิ ความเบอ่ื หนา่ ย
2. การประเมนิ ความรหู้ ลังจากจดั กิจกรรมอาจเกิดการคาดเคลอ่ื นไดเ้ นือ่ งจากผเู้ ขา้ รว่ มโครงการก่อน
และหลังมีจำนวนท่ไี ม่สมั พันธ์กัน
3. ระยะเวลาในการติดตามปัญหาหลังจากการจัดกจิ กรรมให้ความรู้ สรา้ งทัศนคติที่ดี และพฤติกรรม
ทถ่ี กู ต้องสั้นจนเกินไป จงึ ทำใหก้ ารประเมนิ ผลการปรับเปลี่ยนพฤตกิ รรมของผูเ้ ข้าร่วมโครงการเกิดการคาด
เคลือ่ นได้

จุดแข็งของโครงการ
1. ผ้นู ำชุมชนและกลุ่มอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจำชุมชนใหค้ วามร่วมมือในการทำกิจกรรมของ
โครงการเป็นอยา่ งดี

11

2. กิจกรรมในโครงการมีความหลากหลาย ทงั้ การบรรยายให้ความรู้ กิจกรรมสาธติ การป ระกอบ
อาหารและการเข้าตามฐานตา่ ง ๆ

3. มกี ารใช้นวตั กรรมและการสาธิตการประกอบอาหารในการใหค้ วามรู้ ทำให้ผู้เขา้ รว่ มโครงการเกิด
การเรียนรู้ เหน็ ภาพชดั เจน และเขา้ ใจได้ง่ายมากยิง่ ข้นึ

แนวทางการแก้ไขปัญหา
1. ควรมีการกระตุ้นผเู้ ข้าร่วมโครงการในการตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ผู้เข้าร่วม
โครงการมสว่ นร่วมในกิจกรรมการบรรยายมากขนึ้
2. ลดระยะเวลาในการบรรยายให้ความรู้ เพม่ิ การสาธิตการทำอาหารเพื่อใหผ้ ู้เขา้ ร่วมโครงการเกิด
การเรียนรู้ เห็นภาพชัดเจน และเข้าใจได้ง่ายมากยิง่ ข้นึ
3. ควรมีการติดตามพฤติกรรมของผูเ้ ข้ารว่ มโครงการในระยะยาวเพือ่ ประเมิน การปรบั เปลี่ยน
พฤติกรรมและภาวะสขุ ภาพของผู้เขา้ รว่ มโครงการ

การสง่ ต่อโครงการใหก้ ับหนว่ ยงานท่เี กีย่ วข้อง
อาสาสมัครสาธารณสุขและผู้นำชุมชน

1. ติดตามประเมนิ ความรู้ และพฤตกิ รรมการรบั ประทานอาหารท่ีถูกสุขลกั ษณะ อยา่ งต่อเนอ่ื ง
2. ควรมใี ห้ความรูเ้ กีย่ วกบั การรบั ประทานอาหารทีถ่ ูกสขุ ลักษณะ อาหารลดหวาน มนั เค็ม แก่
ประชากรในละแวกทร่ี ับผิดชอบ โดยใช้ นวตั กรรม “คัมภีรป์ รุงถูก สุขภาพดี” เป็นสอ่ื การสเรยี นรู้
3. ค้นหาต้นแบบของคนที่มีการปรับเปลีย่ นพฤติกรรม ลดหวาน มัน เค็ม และปรุงอาหารทีถ่ ูก
สขุ ลักษณะ เพือ่ จะได้เปน็ ตวั อยา่ งให้กับคนในชมุ ชน
4. คดั กรองโรคไมต่ ิดตอ่ เร้อื รังประจำปอี ยา่ งตอ่ เนื่อง พรอ้ มท้ังใหค้ วามร้แู ก่ประชาชนในชุมชนเก่ยี วกบั
การรับประทานทีถ่ กู สุขลกั ษณะและได้มาตรฐาน เพอ่ื ป้องกนั การเกิดโรคไมต่ ิดตอ่ เร้ือรัง เช่น โรคความดัน
โลหติ สงู โรคไขมนั ในเลอื ดสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น และเพ่ือให้ประชาชนบ้านร่องถา่ นมีความต ระห นักถึง
ความสำคัญของการดูแลสขุ ภาพมากข้นึ

กองสาธารณสขุ และสงิ่ แวดล้อม เทศบาลตำบลทุง่ โฮง้
1. ประสานงานกบั ทีมโภชนากรของโรงพยาบาลแพร่ เพอื่
1) จัดอบรมใหค้ วามร้กู ับประชาชน เกี่ยวกับ อาหารลดหวาน มนั เคม็ การรับประทานอาหารท่ีถูก

สขุ ลกั ษณะและได้มาตรฐาน
2) พัฒนาศกั ยภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผนู้ ำชุมชน ให้มีความรู้เก่ียวกับ

อาหารลดหวาน มนั เคม็ การรับประทานอาหารทถี่ กู สุขลักษณะและได้มาตรฐาน เพอ่ื ให้สามารถนำความร้ไู ป
ให้คำแนะนำแกค่ นในชมุ ชนต่อไป

2. สนบั สนุนงบประมาณในการจดั โครงการเกย่ี วกับ การรับประทานอาหารท่ไี ม่ถูกสขุ ลักษณะ อาหารลด
หวาน มนั เค็ม และโรคไม่ติดต่อเรือ้ รังเป็นประจำทุกปี เพ่อื ใหม้ ีการดำเนนิ โครงการอย่างตอ่ เนอื่ ง

3. อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เช่น อำนวยความสะดวกในเรอ่ื งการ เดนิ ทางไปคัดกรองโรคไม่
ติดต่อเรื้อรังและประสานงานแก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งโฮ้ง มีการแจ้งข่าวสาร
การตรวจคดั กรองโรคใหแ้ ก่ประชาชนในชมุ ชนทราบ

12

ข้อเสนอแนะการฝึกปฏบิ ัตงิ าน
1. ในการฝกึ ปฏิบตั ิงานในรายวิชา การพยาบาลครอบครัวและชมุ ชน 2 รว่ มกบั รายวชิ าปฏิบัติการ

โครงงานพฒั นาสขุ ภาพ ตลอดระยะเวลการฝึกรวมท้งั สิ้น 6 สัปดาห์ ควรมีการแบ่งระยะเวลาใ นก ารฝึกให้
ชัดเจน เชน่ การดำเนินงานและจัดทำรูปเล่มรายงานของรายวชิ าการพยาบาลครอบครัวและชมุ ชน 2 ใหเ้ สร็จ
สิน้ ในระยะเวลา 4 สปั ดาห์ จากนน้ั จงึ เรมิ่ ดำเนินการในสัปดาหท์ ่ี 5และ 6 ในการฝึกรายวิช าปฏิบัติการ
โครงงานพฒั นาสขุ ภาพ เพื่อลดความสับสนของผูป้ ฏิบัตงิ าน อีกทั้งเพื่อให้ไดข้ ้อมูลและผลงานตรงตาม
วัตถุประสงค์ของรายวชิ าน้ัน ๆ

2. ควรเพ่ิมระยะเวลาในการฝึกปฏบิ ตั ิงานภาคชมุ ชนและควรหลีกเลยี่ งการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ
นอกชมุ ชนเพื่อลดการรบกวนการฝึกปฏบิ ตั ิงานในภาคชมุ ชน อีกทง้ั ระยะเวลาทถี่ กู รบกวนด้วยกิจกรรมตา่ ง ๆ
ส่งผลทำให้กจิ กรรมที่ตอ้ งปฏบิ ตั งิ านในภาคชมุ ชนลดลง ซงึ่ อาจสง่ ผลทำให้ประสิทธภิ าพของการทำงานลดลง
3. ทพี่ ักอาศัยของนักศกึ ษาควรจดั ใหอ้ ยภู่ ายในเขตชุมชนเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความคนุ้ ชนิ ของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตใน
ชมุ ชน อกี ทงั้ ยงั เป็นการสรา้ งสัมพนั ธภาพกบั คนในชมุ ชน ซงึ่ อาจสง่ ผลให้การเก็บข้อมูลและการดำเนินโครงการ
เป็นไปอย่างราบร่ืน

กิจกรรมท่ีทำนอกเหนอื จากโครงการ
การประชาสัมพันธ์ “สาระตามสาย” จำนวน 4 ครง้ั
การเยีย่ มบา้ นกรณีศกึ ษาประกอบด้วยผู้ปว่ ยด้วยโรคติดตอ่ เร้อื รัง โรคไม่ติดตอ่ เรอ้ื รงั และหญิงหลัง

คลอด โดยกรณีศึกษามที ง้ั หมดจำนวน 8 คน และทำการเยี่ยมบา้ นกรณีศกึ ษาทงั้ หมด 3 ครงั้ /คน
ในการฝึกปฏิบตั ไิ ด้มกี จิ กรรมเย่ยี มบา้ น เพื่อให้คำแนะนำตามปญั หาสุขภาพ จำนวน 8 case ดงั นี้

ตอ่ ดว้ ย one page สรปุ การเย่ียมบา้ น ท้ัง 8 case


Click to View FlipBook Version