๑
รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ แบบฝึกหดั แบบฝกึ หัดฉบับท่ี ๑
หนว่ ยการเรยี นรู้ ลกั ษณะสำคัญของภาษา สว่ น ใชป้ ระกอบแผน ฯ ท่ี ๑
ภมู ปิ ัญญาภาษา ประกอบของภาษา องคป์ ระกอบ
ของพยางคแ์ ละคำ
ช่ือ………………………………………เลขท่ี………….ชัน้ ม.๕ /………สมาชิกกลุ่ม……………………..
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อธิบายลกั ษณะของภาษา ส่วนประกอบของภาษาได้
๒. อธบิ ายองค์ประกอบของพยางค์และคำได้
๓. อธบิ ายการใชค้ ำและกล่มุ คำสรา้ งประโยคไดต้ รงตามวัตถปุ ระสงค์
แบบฝกึ หดั
๑. ใหต้ อบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกตอ้ ง สมบรู ณ์
๑. สญั ลกั ษณ์ท่มี นุษย์คิดขนึ้ มาใช้แทนเสยี ง เรียกว่า.......................ในภาษาไทยแบง่ เปน็ ๓ ประเภท
ไดแ้ ก.่ ....................................................................................................................................
๒. พยัญชนะไทย มี..................รูป.........................เสียง
๓. เสียงพยญั ชนะพยญั ชนะตน้ มีท้งั หมด.............เสียง เปน็ พยญั ชนะสะกด ได้..........เสยี ง ไดแ้ ก่
.......................................................................................................................................................
๔. สระมี.....................เสยี ง แบ่งเป็นสระเด่ยี ว......................เสยี ง สระประสม.......................เสยี ง
๕. สระเด่ยี วได้แก่.........................................................................................................................
๖. สระประสมเกดิ จากการนำสระ.................... จำนวน.............เสียง มาประสมกัน
๗. สระประสมได้แก่ ...................................................................................................................
๘. วรรณยุกต์ม.ี ....................รูป ....................เสยี ง
๙. เมอ่ื นำวรรณยุกตป์ ระสมกบั พยัญชนะทเ่ี ป็นอกั ษร...........จะทำให้เสยี งกบั รูปวรรณยุกต์ไม่ตรงกนั
๑๐. “โลกน้มี ที ง้ั คนดแี ละคนเลวปะปนกัน” คำทมี่ ีเสียงสามญั ...........................เสียงเอก........................
เสียงโท..............................เสียงตร.ี ....................................เสยี งจตั วา..........................
๑๑. พยางค์ เป็น.........................................................................................................................
ประกอบด้วย............................................................................................................................
๑๒. พยางค์กับคำ แตกต่างกันคือ................................................................................................
๑๓. ลกั ษณะของคำ......................................................................................................................
๑๔. คำที่เกดิ จากการประกอบคำในภาษาไทย ได้แก่.......................................................................
แผนการจัดการเรยี นรู้ วิชาภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๕
....................................................................................................................................................
๒
รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ขอ้ ทดสอบ ขอ้ ทดสอบฉบบั ท่ี ๑
หน่วยการเรยี นรู้ ลักษณะสำคญั ของภาษา สว่ น ใชป้ ระกอบแผน ฯ ที่ ๑
ภูมปิ ญั ญาภาษา ประกอบของภาษา องคป์ ระกอบ
ของพยางค์และคำ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. อธิบายลักษณะของภาษา สว่ นประกอบของภาษาได้
๒. อธบิ ายองค์ประกอบของพยางค์และคำได้
ข้อทดสอบ
คำสัง่ ให้นักเรียนพจิ ารณาคำตอบทีถ่ กู ที่สุด แลว้ ทำเคร่อื งหมายกากบาทลงในกระดาษคำตอบเพียงข้อเดียว
๑. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ตวั อกั ษรในภาษาไทย
ก. พยัญชนะ ข. สระ
ค. วรรณยุกต์ ง. เครอื่ งหมายวรรคตอน
จ. ข้อ ข และขอ้ ค
๒. ข้อใดกลา่ วไมถ่ ูกต้อง
ก. พยัญชนะไทย มี ๔๔ รปู ๒๑ เสยี ง
ข. เสยี งพยัญชนะใชเ้ ป็นเสียงพยัญชนะต้นได้ ๒๑ เสยี ง เปน็ พยญั ชนะสะกดได้ ๘ เสียง
ค. สระประสม โดยแทจ้ ริง มี ๖ เสยี ง
ง. วรรณยุกต์ภาษาไทยมี ๔ รูป ๕ เสียง
จ.วรรณยุกตเ์ ม่อื นำไปประสมกับอักษรกลาง ทำให้รปู และเสยี งวรรณยุกตไ์ ม่ตรงกนั
๓. ข้อใดกลา่ วไมถ่ ูกต้อง
ก. สระในภาษาไทยมี ๒๑ รูป
ข. สระประสมเกิดจากการประสมสระเด่ียวสองเสยี ง
ค. สระประสมบางคร้ังเรยี กว่า สระเลื่อน
ง. วรรณยกุ ต์ในภาษาไทยมี ๔ รูป ๔ เสยี ง
แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๕
จ. คำในภาษาไทยทกุ คำ ตอ้ งมเี สยี งวรรณยกุ ตก์ ำกบั
๔. ข้อความตอ่ ไปน้ี สว่ นใดไมม่ ีสระประสม
(๑) ชว่ งฤดูหนาวในจงั หวัดนครพนม (๒) อากาศหนาวเยน็ ตอ้ งห่อหมุ้ รา่ งกายใหอ้ บอนุ่ (๓) เพราะมี
ลมมรสุมพดั มาจากประเทศเพอื่ นบ้าน (๔) ต้ังแตเ่ วยี ดนามถงึ สาธารณรัฐประชาชนลาว
ก. สว่ นท่ี ๑ ข. ส่วนท่ี ๒ ค. ส่วนท่ี ๓
ง. สว่ นที่ ๔ จ. สว่ นท่ี ๑ และ ๔
๕. ข้อใดมีเสียงวรรณยกุ ตค์ รบ ๕ เสียง
ก. บรรจงปลูกแต่ต้นยงั นอ้ ย ข. จะหอมกลิน่ ลั่นทมทถ่ี กู ใจ
ค. ตอ้ งเตรยี มใจรอดอกรว่ งมา ง. ผ่านรอ้ นหนาวกค่ี รั้งยงั ยนื ตน้
จ. หอมเอยหอมกลิ่นจันทร์เจา้ หอม
๓
๖. ขอ้ ใดมคี ำที่เสยี งกบั รปู วรรณยกุ ต์ไม่ตรงกนั รวมอยดู่ ้วย
ก. สาเหตุของการตดิ สิ่งเสพตดิ ข. กรดทมี่ อี ยใู่ นนำ้ มะนาวช่วยขบั นำ้ ลาย
ค. เตอื นสติให้คนทำส่งิ ถกู ต้อง ง. อุทยานประวตั ศิ าสตรส์ โุ ขทัย
จ. ขณั ฑสกรเป็นสารให้ความหวานแบบสังเคราะห์
๗. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ ลกั ษณะพยางค์ไม่ถกู ต้อง
ก. พยางคไ์ มม่ ีความหมาย
ข. พยางค์เป็นหน่วยทเ่ี ล็กท่สี ดุ ในการพดู เพอ่ื ส่อื ความหมาย
ค. พยางค์ประกอบด้วยเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยกุ ต์
ง. พยางคต์ ้องไม่มีเสยี งพยัญชนะทา้ ยหรือพยัญชนะตัวสะกด
จ. พยางคค์ อื เสียงทเี่ ปล่งออกมา โดยเสียงนน้ั จะมคี วามหมายหรอื ไมม่ ีความหมายกไ็ ด้
๘. คำในขอ้ ใด มีจำนวนพยางค์ตา่ งจากข้ออ่ืน
ก. วฒั นธรรม ข. อันตราย ค. ปฏิรปู
ง. เศรษฐกจิ จ. ศีลธรรม
๙. ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ ูกตอ้ งเก่ยี วเรื่องเสยี งหนัก เบาของพยางค์
ก. พยางคท์ ่ปี ระสมสระเสยี งสัน้ จะออกเสยี งหนกั
ข. พยางค์ท่ีมเี สียงพยัญชนะทา้ ย จะเนน้ เสยี งหนัก
ค. พยางค์สดุ ทา้ ยของคำจะเน้นเสยี งหนัก
ง. การออกเสยี งหนักเบาเก่ียวข้องกับสว่ นประกอบของพยางค์
จ. คำสองพยางค์ จะลงเสยี งหนักท่ีพยางคท์ ่ีสอง
๑๐. ข้อใดไมม่ คี ำซ้อน
ก. หน้าตาของสมศรีสดใสเมื่อได้คะแนนดี
แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๕
ข. ฉันไมร่ จู้ ักมักคุ้นกบั เขาแตก่ เ็ ห็นใจ
ค. เกยี รตติ กอยู่ในวงั วนของความทุกขท์ ยี่ ่งิ ใหญ่
ง. รัตตยิ าไม่เดือดร้อนทคี่ นเขา้ ใจผิดเรอ่ื งการทำงาน
จ. พ่อแมย่ อมกูห้ นย้ี ืมสนิ มาก็เพอ่ื ลูก
๔
รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ แบบฝกึ หัด แบบฝึกหดั ฉบบั ที่ ๑
หนว่ ยการเรียนรู้ การใช้คำและกลุ่มคำสรา้ งประโยค ใชป้ ระกอบแผน ฯ ท่ี ๒
ภมู ิปัญญาภาษา
ชอ่ื ………………………………………เลขท…ี่ ……….ชนั้ ม.๕ /………สมาชกิ กลมุ่ ……………………..
จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. ใช้คำและกลุม่ คำสรา้ งประโยคไดต้ รงตามวัตถปุ ระสงค์
แบบฝกึ หดั
๑. ให้พิจารณาว่าประโยคต่อไปนี้ วา่ เปน็ ประโยคชนดิ ใด (ประโยคความเดียว, ความรวม, ความซอ้ น)
๑. ทิพย์สดุ าเกบ็ ผลไมใ้ นสวนที่อยู่ติดกับสวนดอกไม้ เป็นประโยค..................................................
๒. หลังจากวนั พชื มงคลผ่านไป ชาวนาจงึ เร่ิมการทำนา เปน็ ประโยค................................................
๓. ฉันนงั่ อา่ นหนงั สอื คนเดียว เปน็ ประโยค...............................................................................
๔. ต้นขา้ วซ่ึงชาวนาดูแลเอาใจใส่ งอกงามอวดรวงสที อง เปน็ ประโยค............................................
๕. มนษุ ย์ควรมคี วามใกล้ชดิ กับธรรมชาติและสังคมให้มากข้ึน เป็นประโยค.....................................
แผนการจัดการเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๕
๒. ให้พจิ ารณาวา่ ประโยคตอ่ ไปน้ี ว่าผู้ส่งสารมีเจตนาอยา่ งไร
๑. สงกรานตท์ ีถ่ นนขา้ วเหนยี วมกี ารเล่นเวปท่ียาวที่สุดในโลก เจตนา..............................................
๒. เขาอยากไมอ่ ยากเปน็ ครู แต่พอ่ ต้องการใหเ้ รยี นครู เจตนา..........................................................
๓. วนั สำคญั ทางศาสนา ชาวพุทธควรบำเพ็ญทาน รักษาศลี เจริญภาวนา เจตนา............................
๔. นำ้ ทว่ มหนกั ทางภาคใต้ เพราะคนทำลายธรรมชาติใช่ไหม เจตนา................................................
๕. คนไทยตอ้ งทำประโยชนใ์ ห้แกบ่ า้ นเมืองและส่วนรวม เจตนา......................................................
๓. ให้นกั เรียนพิจารณาว่าประโยคตอ่ ไปน้ี มีการรอ้ ยเรยี งประโยคดว้ ยวธิ ีการใด
การเช่อื มประโยค การซา้ คาหรอื วลี การละคาหรอื วลี การแทนดว้ ยคาหรอื วลี
๑. คนใชเ้ ครือ่ งปรับอากาศ เพราะอากาศร้อนมากขึ้น วิธีการ……………………………………….
เน้ือความ..............................................................................................................................
๒. นักเรยี นท่มี ีส่วนรว่ มในการทำกิจกรรมของโรงเรยี น จะตดิ บหุ รนี่ ้อยกวา่ นกั เรยี นที่มีเวลาวา่ งมาก
วิธกี าร……………………………………………………………………………………………….
๓. โบสถว์ ัดศาลาลอยก่อสรา้ งดว้ ยศลิ ปกรรมที่แปลกตาและใชว้ สั ดุประเภทดินเผา นักเรยี นควรไปชม
วิธีการ……………………………………………………………………………………………….
๔. ในอดตี คนที่เป็นไขเ้ ลือดออกมีแตเ่ ดก็ เทา่ น้นั ปจั จุบันไมว่ า่ เดก็ หรือผู้ใหญม่ โี อกาสเปน็ โรคน้ีได้
เทา่ ๆ กัน วธิ กี าร…………………………………………………………………………………
๕
รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ แบบฝึกหัด แบบฝึกหดั ท่ี ๒
หนว่ ยการเรียนรู้ เรือ่ งคำ สำนวน และ การใชค้ ำ ใช้ประกอบแผน ฯ ท่ี ๒
ภูมปิ ัญญาภาษา
ช่อื …………………………………………เลขที่…………ชนั้ ม.๕/………สมาชิกกลมุ่ …………………...
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ รีบทำเลยนะครับ
๑. อธิบายความหมายของคำได้
๒. อธบิ ายความหมายของสำนวนได้ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๕
แผนการจัดการเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑
๓. ใชค้ ำได้ถกู ต้อง
แบบฝึกหัด
๑. ใหพ้ ิจารณาว่า คำทข่ี ดี เส้นใต้ มคี วามหมายอย่ใู นกลุ่มใด โดยนำขอ้ ความทอี่ ยใู่ นกรอบ
ไปเติมลงในช่องว่างใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. คำท่ีมีควำมหมำยเหมือนกนั ๒. คำท่ีมีควำมหมำยตรงขำ้ ม ๓. คำท่ีมีควำมหมำย
คลำ้ ยกนั หรือร่วมกนั ๔. คำท่ีมีควำมหมำยแคบกวำ้ ง ๕. ควำมหมำยตำมตวั หรือนยั ตรง
๖. ควำมหมำยเชิงอุปมำ ๗. ควำมหมำยนยั ประหวดั
๑. ฉนั ดบั ไฟแลว้
………………………………………………………………………………………
๒. ตกั๊ แตนเป็นนกั รอ้ งทนี่ ่ารกั เพื่อน ๆ รว่ มงาน ไม่มใี ครรังเกียจเธอเลย
………………………………………………………………………………………
๓. ลกู เปน็ แกว้ ตาของพ่อแม่
………………………………………………………………………………………
๔. อำพลถกู เล่ือยขาเกา้ อ้ี
………………………………………………………………………………………
๕. นราศักดยิ์ งั เปน็ ไก่อ่อนในวงการซอ้ื ขายหนุ้
………………………………………………………………………………………
๖. คำวา่ สุรยี ์ สรุ ิยะ มคี วามหมายว่า ดวงอาทิตย์
……………………………………………………………………………………
๗. นกั เรยี นช่วยกันซอยมะละกอ และสับเน้อื หมู่ เตรียมทำกับขา้ วกลางวนั
………………………………………………………………………………………
๘. นกยูงตวั ผรู้ ำแพนหางสวยมากแตด่ ุ มนั ชอบจกิ คนที่เข้าใกล้
………………………………………………………………………………………
๖
๙. ประเทศไทยมีผลไมอ้ ดุ มสมบูรณ์ตลอดปี ทั้งเงาะ สม้ ทุเรยี น มังคุด ฝรั่ง
………………………………………………………………………………………
๑๐. รา้ นนีจ้ ำหน่ายปลาหมกึ แห้ง กงุ้ แหง้ ข้าวเกรียบปลาอนิ ทรี ปลาทเู คม็ ซึ่งเป็นอาหารทะเล
ทัง้ สน้ิ ……………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๕
๒. เลอื กใชค้ ำใหถ้ กู ต้อง
๑. เขาชอบทำตัวเปน็ นกั เลง เม่อื วานนถ้ี ูกต่อยเลอื ด…………ปากเลย (กบ, กลบ)
๒. อากาศบรเิ วณน้ี…..……ดี ฉันรู้สึกสมอง…..…… (บริสุทธิ์ , โล่ง)
๓. ปีนมี้ ีฝนตก………….กวา่ ปีท่ผี ่านมา (ชุก , แรง)
๔. การสรา้ งคนใหม้ ีความรู้ ความสามารถ ………มกี ารศกึ ษาเปน็ สงิ่ ………สำคญั มากในการ
สรา้ งประเทศของเรา………..เป็นมหารัฐ (และ ที่ ให)้
๕. สวัสดีคะ่ คณุ ครู ……………………….อาหารกลางวนั หรือยงั คะ (กิน, รับประทาน)
๓. ใช้คำตอบตอ่ ไปนี้ เตมิ ลงในชอ่ งวา่ ง ให้ถูกตอ้ ง
มะนาวไมม่ นี า้ หนา้ เนือ้ ใจเสอื เข็นครกขนึ้ ภเู ขา ฆอ้ งปากแตก เป็นป่ีเป็นขลยุ่
ไมเ้ บ่ือไมเ้ มา จบั แพะชนแกะ หอกขา้ งแคร่ ดินพอกหางหมู ขิงกร็ าข่ากแ็ รง
๑. เรืองรองมักจะทำหนา้ ยิ้มแย้ม แต่ใจคดิ มงุ่ รา้ ยผู้อ่นื เสมอ เข้าทำนอง…………………............
๒. เขาพูดจากระโชกโฮกฮาก เหมือน………………………………..........................................
๓. พอ่ ลกู คนู่ ี้ และคนใชเ้ ขา้ กนั ไดด้ ี ……………………………….............................................
๔. โครงงานเรอื่ งน้ยี ากมาก เหมอื น…………………………………..........................................
๕. สามี ภรรยาคู่น้ี มเี ร่ืองต้องทะเลาะกันตลอดเวลา เปน็ ................................................. ......
๖. คนใกลช้ ดิ ทำใหไ้ ม่สบายใจอย่เู สมอ เปรียบเสมือน........................................................ ......
๗. พ่ีน้องคู่นท้ี ะเลาะอย่างรุนแรง ไม่มีใครยอมใคร เขา้ ทำนอง............................................ ......
๘. เขาชอบทำงานอย่างขอไปที ไมไ่ ด้อยา่ งนกี้ ็เอาอยา่ งน้ัน พอให้เสรจ็ เรยี กวา่ .............................
๙. เมื่อรเู้ ร่ืองอะไรของใครแล้ว เขาชอบเอาไปพดู ต่อโดยไม่คดิ ไตรต่ รอง เหมอื น.............................
๑๐. เขาชอบเกบ็ ภาระงานทไี่ ด้รบั จากครทู กุ คนไว้ ตอนนีง้ านมากเปน็ .............................................
แผนการจัดการเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๕
๗
รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ข้อทดสอบ ขอ้ ทดสอบฉบบั ที่ ๑
หน่วยการเรียนรู้ การใชค้ ำและกล่มุ คำสรา้ งประโยค ใช้ประกอบแผน ฯ ท่ี ๒
ภมู ิปญั ญาภาษา
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. ใช้คำและกล่มุ คำสรา้ งประโยคไดต้ รงตามวัตถปุ ระสงค์
๒. อธบิ ายความหมายของคำได้
๓. อธิบายความหมายของสำนวนได้
๔. ใช้คำไดถ้ กู ต้อง
คำสง่ั ให้นักเรยี นพจิ ารณาคำตอบท่ถี กู ทีส่ ุด แลว้ ทำวงกลมล้อมรอบหัวขอ้ คำตอบทตี่ อ้ งการเพยี งขอ้ เดียว
๑. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยคความรวม
ก. นักเรียนไม่ใชส้ ะพานลอย ครูจงึ ตอ้ งตกั เตือน
ข. คนไทยรกั สงบ แต่ยามรบก็ไมข่ ลาด
ค. พอฝนจะตกเรากร็ ีบกลบั บา้ นทันที
ง. ฉันอ่านหนงั สือ แตน่ อ้ งเลน่ ตุ๊กตา
จ. ปีน้ีฝนตกเรว็ ดังนน้ั เกษตรกรจงึ เรม่ิ เพาะปลกู เร็วขึน้
๒. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยคความซ้อน
ก. สง่ิ ท่เี ขาตง้ั ใจทำให้พอ่ แมค่ ือการตั้งใจเรยี นและเปน็ เด็กดี
ข. ถนนสายใหม่ทเี่ พ่งิ เปิดใช้ชว่ ยใหก้ ารจราจรคลอ่ งตัวขนึ้
ค. ตึกแถวริมถนนใหญ่ที่หน้าบา้ นฉันมีคนมาซือ้ แล้ว
ง. เขาขายโทรศพั ท์ที่จบั ฉลากได้ไปเมอ่ื วานนี้
จ. พ่อแม่ทำงานหนักเพอ่ื ลกู จะมอี นาคตสดใส
ให้ใช้คำตอบตอ่ ไปนี้ ตอบคำถามขอ้ ๓ - ๔
ก. ประโยคแจง้ ให้ทราบ ข. ประโยคถามให้ตอบ
ค. ประโยคบอกใหท้ ำ
๓. “พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวทรงเป็นศูนย์รวมใจคนไทยทั้งชาติ” เปน็ ประโยคชนดิ ใด
๔. “บุคคลท่ตี ้องการมคี วามสุขในชีวติ จะตอ้ งไมต่ ั้งตนอยู่ในความประมาท” เปน็ ประโยคชนิดใด
แผนการจัดการเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๕
๘
๕. “ถ้ามกี ารดำเนนิ ชวี ติ ท่เี รยี บง่าย ความสุขและความพอใจในชวี ิตจะเกดิ ข้ึนได้” ประโยคน้ีใชว้ ธิ ีการร้อยเรียง
ประโยคแบบใด เนือ้ ความเปน็ อย่างไร
ก. การเชอ่ื มประโยค เน้อื ความคล้อยตามกนั
ข. การเช่อื มประโยค เนอ้ื ความขัดแย้งกนั
ค. การเชื่อมประโยค เนือ้ ความแสดงความเกยี่ วขอ้ งกันด้านเป็นเง่ือนไข
ง. การเชือ่ มประโยค เนอ้ื ความแสดงความเกีย่ วข้องกนั ตามเวลา
จ. การเช่ือมประโยค เนอื้ ความขัดแย้งและคลอ้ มตามกัน
ใหใ้ ช้คำตอบต่อไปน้ี ตอบคำถามข้อ ๕ – ๗
ก. คำที่มคี วามหมายเหมอื นกัน ข. คำทม่ี ีความหมายคลา้ ยกนั หรือรว่ มกนั
ค. ความหมายตามตัวหรอื นัยตรง ง. ความหมายเชงิ อุปมา
๖. “โพยม นภา อัมพร ทิฆัมพร ทกุ คำแปลวา่ ทอ้ งฟ้า” มีความหมายตรงกับข้อใด
๗. “ปรับปรุง – เปลีย่ นแปลง , กดี ขวาง - ขดั ขวาง” มคี วามหมายตรงกบั ขอ้ ใด
๘. ข้อใดใชส้ ำนวนไดถ้ ูกต้อง
ก. ลกู คา้ ขายขาดทนุ หลายครงั้ แตพ่ อ่ แมก่ ฆ็ ่าไมต่ ายขายไมข่ าด ต้องชว่ ยเหลอื ทกุ คร้ัง
ข. ตอนน้เี ขาร่ำรวยข้นึ แตเ่ มอื่ หนุม่ ๆ ยากจนแทบจะไม่มกี นิ เข้าทำนองตีนถีบปากกัด
ค. เธอบอกว่าไมช่ อบนายเอ แต่พอเขาชวนไปกนิ เนือ้ ยา่ งก็ไป เขา้ ตำราปากวา่ ตาขยิบ
ง. คุณปไู่ ดแ้ กงเทน้ำพรกิ พอมีหลานสาวคนใหม่ ก็ไมเ่ หลียวแลหลานชายคนโต
จ. ตาเล่าวา่ แต่กอ่ นมีฐานะดีมาก ขนาดทีเ่ รียกวา่ ข้าวเหลอื เกลืออิ่ม
๙. การทำงานของเขาครงั้ นเ้ี หมอื น....................เพราะลงทุนไปต้ังมากมายแตไ่ ด้ผลตอบแทนเพยี งนิดเดยี ว
ควรเตมิ สำนวนอะไรลงในชอ่ งวา่ ง
ก. ตำนำ้ พรกิ ละลายแม่นำ้ ข. ขีช่ า้ งจบั ต๊ักแตน ค. เห็นชา้ งขี้ ขี้ตามชา้ ง
ง. เกยี่ วแฝกมุงปา่ จ. จับเสอื มอื เปล่า
๑๐. ขอ้ ใดใชค้ ำขยายถูกต้องตรงตามความหมาย
ก. ดาราสมัยนม้ี กั ประพฤตติ วั แหลกเหลว ไมว่ ่าชายหรอื หญงิ
ข. ทา่ ทขี องไทยตอ่ ปญั หากมั พูชาตอ้ งประกาศออกมาให้โจง่ แจ้ง
แผนการจดั การเรียนรู้ วิชาภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕
ค. การแข่งขันกีฬาครงั้ นเี้ จ้าภาพนำสุดโตง่ ท้ิงคแู่ ข่งขันอ่นื ๆ
ง. นักกีฬาของเราอยใู่ นสภาพพรอ้ ม แข็งแกร่งทง้ั กายท้งั ใจ
จ. เรือ่ งท่ตี อ้ งไปรับตำแหนง่ ใหม่ เขารู้ข่าวกะทนั หนั มากไมท่ นั ได้รตู้ วั จงึ ทำอะไรไมถ่ ูก
๙
รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ใบความรู้ ใบความรูฉ้ บบั ท่ี ๑
หน่วยการเรียนรู้ ภูมปิ ัญญาภาษา เร่ือง อิทธพิ ลภาษาตา่ งประเทศทีม่ ี ใชป้ ระกอบแผน ฯ ท่ี ๓
ตอ่ ภาษาไทย
อทิ ธพิ ลของภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
๑. สาเหตทุ ่ีทำใหภ้ าษาตา่ งประเทศเขา้ มาปะปนในภาษาไทย
๑) อทิ ธิพลทางภมู ิศาสตร์ ได้แก่ การมีอาณาเขตใกล้เคียงกัน การตดิ ต่อกนั ทำใหม้ ีการรับคำใน
ภาษาตา่ ง ๆ มาใช้ เช่น ภาษาจนี ภาษาพมา่ ภาษาเขมร ภาษามลายู เป็นตน้
๒) อิทธิพลทางดา้ นการพาณชิ ย์ มชี นชาตอิ ่ืน ๆ เขา้ มาติดตอ่ คา้ ขายในประเทศไทยหลายชาติ
ทำให้มกี ารพดู จาติดต่อซ้ือขายกนั มีการใชภ้ าษาในการโฆษณาสนิ ค้า เชน่ ภาษาจีน ภาษาองั กฤษ
๓) อิทธพิ ลทางดา้ นการทตู มีการเจรญิ สมั พันธไมตรี สง่ ราชทตู ไปตดิ ต่อระหวา่ งประเทศ จงึ มคี ำ
ภาษาตา่ งประเทศเขา้ มา เชน่ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝร่ังเศส
๔) อิทธพิ ลทางดา้ นวัฒนธรรมและศาสนา มีการเผยแพรท่ างวฒั นธรรม เชน่ ศิลปะ
วรรณคดี เป็นตน้ จงึ มกี ารรับภาษาสันสกฤต ชวา มลายู เขมรเขา้ มา และการรับศาสนาพทุ ธมาเปน็ ศาสนา
ประจำชาติ ทำใหม้ กี ารรับภาษาบาลีเขา้ มา
๕) อทิ ธิพลทางดา้ นความเจริญทางเทคโนโลยี และอิทธพิ ลทางการศกึ ษา บางชาตมิ คี วาม
เจรญิ ก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยสี ูง มกี ารคิดค้นเคร่ืองมือเคร่ืองใชส้ ำหรับอำนวยความสะดวกในกจิ การต่าง ๆ ไทย
แผนการจดั การเรยี นรู้ วิชาภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๕
ได้รบั อทิ ธพิ ลความเจรญิ เหลา่ นั้น มกี ารรบั เอาเครอื่ งมอื เครอ่ื งใชแ้ ละความรู้ทางวชิ าการเฉพาะอยา่ งเขา้ มาใน
ประเทศไทย ชื่อและศัพทว์ ิชาบางคำจึงตดิ เข้ามารวมอยใู่ นภาษาไทยดว้ ย
๖) อิทธพิ ลทางดา้ นธรุ กจิ ส่วนตวั ของบคุ คลระหว่างชาติ ชาวไทยมีการตดิ ต่อทางธรุ กิจสว่ นตวั กบั
ชาติอน่ื ๆ ในหลาย ๆ ดา้ น เช่น การคบค้าสมาคมเปน็ มติ รสหายกัน การอุปการะเกอื้ กลู กัน การววิ าห์ ฯลฯ
๗) อิทธิพลทางภาษาและวรรณคดี มกี ารแปลวรรณคดขี องชาติตา่ ง ๆ มาเป็นภาษาไทย จงึ ทำให้
เกิดการถา่ ยทอดกันทางภาษา เช่น ภาษาชวา ภาษาอังกฤษ ภาษาบาลี สนั สกฤต เปน็ ตน้
ด้วยสาเหตุดังกลา่ วจึงทำใหภ้ าษาตา่ งประเทศเขา้ มาใชแ้ พรห่ ลายรวมอยใู่ นภาษาไทย
ภาษาต่างประเทศทม่ี ีใชแ้ พรห่ ลายในภาษาไทย ได้แก่ ภาษาจีน ชวา – มลายู ทมิฬ เขมร เปอรเ์ ชีย อาหรบั
โปรตุเกส ฝร่งั เศส องั กฤษ ญ่ีปุ่น มอญ พม่า บาลี สนั สกฤต
ภาษาตา่ งประเทศเหล่านมี้ รี ปู ลักษณะแตกต่างไปจากลกั ษณะของภาษาไทย เมื่อเข้ามาปะปน
กบั ภาษาไทย จึงมีอิทธิพลทำให้เอกลักษณ์ของภาษาไทยเปลี่ยนแปลงไป
วิธยี มื คำภาษาตา่ งประเทศมาใช้ในภาษาไทย
๑. การทับศัพท์ คอื การถา่ ยทอดเสียงจากภาษาเดิมมาเปน็ ภาษาไทยใหใ้ กลเ้ คียงกบั เสียงในภาษาเดมิ ให้
มากท่ีสุด เชน่ ฟตุ บอล แก๊ส เชติ้ ชอ็ กโกแลต เปน็ ต้น
๒. การบัญญตั ศิ พั ท์ คือการกำหนดศัพทข์ น้ึ ใหม่ มีความหมายตรงตามภาษาเดิม เช่น Seminar บญั ญัติ
วา่ สมั มนา Globalization บัญญตั ิวา่ โลกาภวิ ัตน์ เป็นต้น
๓. การแปลศัพทห์ รือแปลความ เชน่ Star แปลวา่ ดารา My God แปลวา่ พุทโธ่ แมเ่ จา้ โวย้
๑๑
๔. การแปลงศัพทห์ รอื คำยมื ทำได้ดังน้ี
๑) การแปลงเสียงวรรณยุกต์ เช่น โค้ก โคมา โค้ชฟตุ บอล เชิ้ต พ่าห์ เป็นตน้
๒) การแปลงสระ เช่น Sign แปลงเปน็ เซ็น Pipe แปลงเป็น แปบ๊
Vitamin แปลงเปน็ วติ ามนิ
๓) การแปลงเสียงพยญั ชนะ เชน่ Chassi แปลงเป็น คัสซี ปิตา แปลงเป็น บดิ า
มาตา แปลงเปน็ มารดา
๔) การตดั เสยี ง เชน่ หฤทัย เป็น ฤทัย อัญชลี เปน็ ชลี ชุลี Double เปน็ เบล้ิ
๕) การเตมิ เสียง เชน่ สตรี (ส.) เป็น อิสตรี (ทมฬิ ) ณรงค์ เป็น รณรงค์
๕. การแปลงความหมาย ทำได้ดงั นี้
๑) ความหมายแคบเขา้ เช่น Boy เดิมหมายถึง เดก็ ชาย ปจั จุบนั หมายถึงพนกั งาน
รับใช้ (บ๋อย) Park เดมิ หมายถึง สวนสาธารณะ ปจั จุบัน หมายถงึ ท่ีจอดรถ (P.)
๒) ความหมายกว้างออก เชน่ วิตถาร เดิมหมายถึง กวา้ ง ละเอียด ไทยใช้
แปลกประหลาด, กษัย เดิมหมายถึง สนิ้ ไป ไทยใช้ หมายถึง สิ้นไป โรคซูบผอม
๓) ความหมายยา้ ยที่ เชน่ Fit เดิมหมายถึง พอดี พอเหมาะ ไทยใชห้ มายถึง คบั
สงสาร เดิมหมายถึง การเวียนวา่ ยตายเกดิ ไทยใชห้ มายถงึ เมตตา
แผนการจดั การเรยี นรู้ วิชาภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕
๖. การลากเขา้ ความ คอื คำยืมทเ่ี ราไมค่ นุ้ เคย จงึ ลากเข้าหาเสยี งหรอื คำที่คุน้ เคย หรือคำทไี่ ม่มี
ความหมาย หรอื ความหมายไมด่ ลี ากเขา้ หาคำท่ีมคี วามหมายดี เชน่ Mcfarland เปน็ เมฆฟา้ ล่นั ศาลาทำศพ
เป็น ศาลาธรรมสพน์ (ศาลาฟังธรรม) บา้ นตากแดด เป็น บา้ นตากแสงสุริยา
คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
๑. ภาษาสนั สกฤต คำสนั สกฤตมีหลักสังเกต ดังน้ี
๑) คำที่ประสมดว้ ยสระ ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ ไอ เอา เช่น ฤดี ฤๅษี ไอศรู ย์ ไมตรี เป็นตน้
๒) คำทีป่ ระสมดว้ ย ศ ษ ส่วนมากเปน็ ภาษาสนั สกฤต เช่น เกษตร ทฤษฎี ศึกษา เปน็ ตน้
๓) คำทีใ่ ช้ ส แตน่ ำหน้าพยัญชนะวรรค ตะ เช่น พัสดุ สตรี สถาน เป็นตน้
๔) คำที่มีอกั ษรควบกลำ้ เช่น ปรชั ญา สตรี มติ ร จกั ร สมทุ ร เปน็ ตน้
๕) คำที่มี ร หัน ในภาษาไทยที่แผลงมาจาก ร เรผะ เชน่ กรรม ธรรม วรรณ เป็นต้น
๖) คำทใี่ ช้ ฑ เช่น กรฑี า จฑุ า ครฑุ เป็นต้น
๗) คำที่ไม่มีหลักเกณฑแ์ น่นอน เชน่ หสั ดิน พนัส อาชญา ปรชั ญา
๒. ภาษาบาลี คำบาลี มหี ลกั สงั เกต ดงั น้ี
๑) คำทปี่ ระสมสระ อะ อิ อุ แทน ฤ ในภาษาสันกฤต เชน่ อมตะ อตุ ุ หทัย เป็นตน้
๒) คำบาลีนยิ มใชพ้ ยัญชนะ ๒ ตวั ซอ้ นกัน เรยี กวา่ พยัญชนะสังโยค เพราะภาษาบาลีไมน่ ิยม
อกั ษรควบกล้ำหรอื อักษรนำ เชน่ สัจจะ สกั กะ ปัญญา จติ ต์ เป็นตน้
๓) สังเกตจากพยญั ชนะตวั สะกดและตวั ตามในภาษาบาลี ซึง่ มหี ลักการดงั นี้
(๑) พยญั ชนะบาลี เม่ือมตี ัวสะกดต้องมีตวั ตาม
(๒) พยัญชนะทเ่ี ป็นตัวสะกดได้ คอื พยญั ชนะแถวท่ี ๑, ๓, ๕
(๓) พยญั ชนะแถวที่ ๑ สะกด พยญั ชนะแถวที่ ๑, ๒ ตาม เชน่ มจั ฉา บปุ ผา
(๔) พยญั ชนะแถวที่ ๓ สะกด พยญั ชนะแถวที่ ๓, ๔ ตาม เชน่ อคั คี พทุ ธ สิทธิ
(๕) พยัญชนะแถวที่ ๕ สะกด พยญั ชนะทกุ ตวั ในวรรคเดยี วกันตามได้ เชน่ องก์
องค์ สงฆ์ สญั จร สัญญา สัณฐาน สันธาน สมั ผัส คมั ภีร์
๑๒
(๖) พยัญชนะเศษวรรค เป็นตัวสะกดได้บา้ งบางตวั เช่น อัยกา มลิ ลิกา อสั สะ
วริ ฬุ ห์ ชวิ หา
๓. ภาษาเขมร หลกั สังเกตคำเขมรมดี ังน้ี
๑) ภาษาเขมรมพี ยางคเ์ หมือนภาษาไทย เชน่ แข ไข แด โดม เพญ็ โสม
๒) ภาษาเขมรนยิ มคำควบกลำ้ และอักษรนำ เช่น กระบอื ขลา (เสอื ) ขลัง ไถง สลา
๓) ภาษาเขมรส่วนมากสะกดด้วยตวั ร ล ญ จ เชน่ ขจร ระเมียร (ด)ู เมลิ (ด)ู บันดาล
๔) คำภาษาเขมรมีการเตมิ อุปสรรค บํ ประ เชน่ บำเพ็ญ บำบัด บำบวง บงั ควร บงั คบั
บังอาจ ประจุ ประชมุ ประจบ
๕) คำภาษาเขมรนิยมการแผลงคำ เช่น กำเนิด กำลงั แผนก ระบำ อำนาจ กำเดา
แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๕
๖) คำภาษาเขมรนยิ มใชเ้ ปน็ คำราชาศัพท์ เชน่ เสวย เขนย เสดจ็ ทรง ประทบั ตรัส โปรด
๔. ภาษามอญ เปน็ ภาษาตระกลู เดียวกบั ภาษาเขมรและไทย เป็นภาษาตน้ กำเนิดอักษรไทยสมัยพอ่ ขนุ
รามคำแหง ภาษามอญจะปรากฏอยู่ในเรือ่ งราชาธิราชและเรอ่ื งขนุ ช้างขนุ แผน เชน่ มะ เมย้ เปงิ มาง พลาย
ประเคน
๕. ภาษามลายู เปน็ ภาษาอยู่ในตระกลู ภาษาคำติดตอ่ หรือภาษาสองพยางค์ มีการสรา้ งคำแบบเตมิ หนา้
และเติมหลงั เขา้ มาปะปนในภาษาไทยทางสีจ่ ังหวดั ภาคใตข้ องไทย เช่น ยะลา เบตง นอ้ ยหน่า ทุเรียน
กลั ปังหา ผ้าปาเต๊ะ รำมะนา ลมสลาตัน โจรสลดั
๖. ภาษาชวา เปน็ ภาษาอยใู่ นตระกูลเดียวกับภาษามลายู บางคร้งั เรยี กรวมกันว่า ภาษาชวา-มลายู เช่น
ระเด่น ระตู บุหลัน องั กะลุง อรุ งั อุตงั อิเหนา กระยาหงัน อสญั แดหวา ตนุ าหงนั สตาหมนั ปนั หยี บหุ รง
๗. ภาษาญีป่ ุ่น เชน่ ยูโด กโิ มโน ปิยามา ไฮกุ ซาโยนาระ ซากรุ ะ ฟูจิ สุกีย้ ากี้
๘. ภาษาฝร่งั เศส ไดแ้ กค่ ำว่า โก้เก๋ กงสุล บุเค โชเฟอร์ มองสิเออร์ กาสิโน กาเฟอีน กโิ ยติน
กิโลกรมั กิโลเมตร กโิ ลลิตร คูปอง ลติ ร เปตอง ปาร์เกต์
๙. ภาษาจีน เปน็ ภาษาตระกูลคำโดด มรี ะดบั เสียงวรรณยกุ ต์ มคี ำพยางค์เดียว เช่น ก๊ก ก๋ี เก๊ เก๊ก
เก๊ยี ะ เก๊ยี ว จ๋อ มกี ารสรา้ งคำแบบคำประสม เช่น เก้ียมไฉ่ เกย้ี มอี๋ เกาเหลา
๑๐. ภาษาอังกฤษ เปน็ ภาษาตระกลู วิภตั ติปจั จยั แต่มีคำพยางคเ์ ดียวทใี่ กล้เคียงกับภาษาไทย เช่น คำวา่
เหยือก หรดี ริม เซน็ คำทบั ศัพท์ เชน่ เชยี ร์ ฟุตบอล กตี าร์
อิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศต่อภาษาไทย
การรบั ภาษาตา่ งประเทศเขา้ มาในภาษาไทย ทำให้มีการเปลยี่ นแปลงทั้งดา้ นเสยี ง คำ ความหมาย และ
ไวยากรณ์
๑. ทำใหภ้ าษาไทยมหี ลายพยางค์ เนือ่ งจากการยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ เช่น เผด็จ เสวย ตะหลิว
ประไหมสหุ รี คลนิ กิ แคชเชยี ร์ ปรชั ญา
๒. ทำใหค้ ำไทยมีเสยี งควบกลำ้ มากข้นึ และยังเพมิ่ เสียงควบกลำ้ ท่ีไมม่ ีในภาษาไทย เช่น
ทร จนั ทรา นทิ รา ทรานซสิ เตอร์ เอน็ ทรานซ์
ดร ดรมี ดรัมเมเยอร์ ดรา๊ ฟ
๓. ทำใหค้ ำไทยแท้มีตวั สะกดเพิม่ ขน้ึ แต่คำยืมจากภาษาตา่ งประเทศจะสะกดไม่ตรงตามมาตราตวั สะกด
เชน่
แมก่ ก สขุ เมฆ พยคั ฆ์ เช็ค
แม่กด ฤทธิ์ พธุ เลศิ รัฐ กา๊ ซ ฟติ ซอ้ ส
๑๓
๔. ทำใหภ้ าษาไทยมีคำศพั ท์เพิม่ มากขน้ึ สามารถเลือกใชใ้ ห้เหมาะสมกบั โอกาสและความตอ้ งการได้
๑) มคี ำท่ีมคี วามหมายเดยี วกนั ใหเ้ ลอื กใช้ตามความเหมาะสม
นำ้ ชล อทุ ก วารี ธาร ชโลทร
แผนการจัดการเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๕
ผหู้ ญงิ อิตถี สตรี นารี กัลยา สดุ า สมร วนิดา
พระอาทิตย์ สรุ ยิ า สรุ ยิ ัน รพิ รวิ ภากร
๒) มีคำท่ีแจกแจงความหมายไดล้ ะเอยี ด แตกต่างกนั ในลกั ษณะต่าง ๆ เช่น
ท่อี ยอู่ าศัยในลักษณะต่าง ๆ - อาคาร คฤหาสน์ นเิ วศน์ ปราสาท วมิ าน
๓) มคี ำที่ใชแ้ สดงถงึ ฐานะหรอื ระดบั ของบุคคลมากข้นึ เชน่
ผัว สามี สวามี พระสวามี ภราดา
เมยี ภรรยา ภริยา ชายา มเหสี
๔) มคี ำใชเ้ รยี กสงิ่ ประดษิ ฐใ์ หม่ ๆ ตลอดจนความหมายของส่ิงทยี่ ังไมม่ คี ำใชเ้ รียก เช่น
คอมพวิ เตอร์ อินเทอรเ์ นต็ เทคโนโลยี โทรภาพ โทรเลข โทรศัพท์ มรสุม ประชาธปิ ไตย
โลกาภวิ ฒั น์ ไอศกรมี ลปิ สตกิ อั้งโล่
๕) มีคำภาษาต่างประเทศบางคำนำไปใชเ้ ป็นคำราชาศพั ท์ เช่น เสดจ็ บรรทม เสวย โปรด
๕. การเรยี บเรยี งประโยค ไทยรบั ภาษาตา่ งประเทศเข้ามาส่วนใหญเ่ ป็นการรับคำเข้ามา แตโ่ ครงสร้าง
ทางภาษาหรือไวยากรณค์ งเป็นแบบไทย มีเพยี งส่วนนอ้ ยทเี่ รารบั เข้ามา เชน่
การเรียงคำลักษณะนาม เช่น หา้ ดาว (Five Stars) ควรเป็น ดาว ๕ ดวง ตามแบบเดมิ ของไทย
การเรียงคำเขา้ ประโยค เชน่ เขาถูกเชญิ เข้ารว่ มสมั มนา ควรเป็น เขา้ ได้รบั เชิญเข้ารว่ มสัมมนา
ภาษาถน่ิ
ภาษาถ่ิน คอื ภาษาที่พดู แตกตา่ งกนั ออกไปตามทอ้ งถน่ิ ต่าง ๆ แตส่ ามารถติดต่อสื่อสารความ
เข้าใจกันได้ แม้สำเนียงคำจะแตกตา่ งกนั บ้าง แตถ่ ือว่าเป็นภาษาเดียวกัน แตแ่ ตกตา่ งกันตามทอ้ งถ่นิ ตา่ ง ๆ เทา่ นนั้
ภาษาถ่ิน บางทีเรียกวา่ ภาษาพนื้ เมือง เพราะยังไม่ยอมรับวา่ เปน็ ภาษามาตรฐาน
ภาษามาตรฐานหรือภาษากลาง หมายถงึ ภาษาที่เปน็ ทางราชการ เป็นภาษาเมืองหลวง เปน็ ภาษา
หนงั สอื และวรรณคดี และเป็นภาษาที่ถ่ายทอดเสยี งพดู เปน็ ตวั อกั ษรได้ใกลเ้ คยี งทีส่ ดุ และเป็นภาษาของคนสว่ นใหญ่
ของประเทศ
สาเหตุทีท่ ำใหเ้ กดิ ภาษาถิน่
๑. ภาวะทางภมู ศิ าสตร์ ความแตกตา่ งทางสภาพภมู ิศาสตร์ ความห่างไกลขาดการไปมาหาสู่ซง่ึ กันและ
กนั เปน็ เวลานานหลายชัว่ อายคุ น ภาษายอ่ มเปล่ยี นแปลงไป
๒. กาลเวลา ระยะเวลายาวนานจากสมัยหนึ่งสู่สมยั หนึ่ง ทำใหภ้ าษาเปลี่ยนแปลงไปตามกาลสมัยและ
เทคโนโลยีสมัยใหม่ ๆ ทรี่ บั เข้ามา ภาษาก็ยอ่ มเปลยี่ นไป
๓. อิทธิของภาษาอ่ืนท่ีอยใู่ กลเ้ คียงกัน ทำใหเ้ กิดการผสมทางเชอ้ื ชาติ เช่น ภาคอสี าน มีภาษาลาว ภาษา
เขมรเข้ามาปน ภาษาใตม้ ีภาษามลายู ชวา เขา้ มาปน
๔. การผสมทางวฒั นธรรม ภาษามีการแลกเปล่ียนทางวัฒนธรรม เชน่ คำทกั ทาย ภาษาทีม่ วี ัฒนธรรมสงู
กวา่ ยอ่ มถา่ ยทอดสู่วฒั นธรรมทตี่ ่ำกวา่ ภาษาของชาติทชี่ นะสงครามย่อมถ่ายทอดสูช่ าติที่แพ้สงคราม ในชาตเิ ดียวกนั
แผนการจดั การเรยี นรู้ วิชาภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕
ก็เกิดการผสมผสานกัน เช่น ภาษาไทยกลางผสมผสานกบั ภาษาถน่ิ อสี าน เกดิ เปน็ ภาษาถ่ินโคราช ภาษาไทยกลางกบั
ภาษาถ่นิ ใต้ กลายเป็นภาษาถิ่นสพุ รรณบุรี เปน็ ต้น
๑๔
ความสำคญั ของภาษาถนิ่
๑. ภาษาถ่ินเป็นเอกลักษณ์ของวฒั นธรรมท้องถิน่
๒. ภาษาถ่นิ เป็นสัญลักษณข์ องความเข้าใจอนั ดขี องเจ้าของภาษาท้องถนิ่ แสดงวา่ เปน็ พวกเดียวกนั
๓. ภาษาถน่ิ เปน็ ทีม่ าและเป็นส่วนหนง่ึ ของภาษาไทย และวรรณคดีไทย ฉะนนั้ การศึกษาภาษาถ่ินทำให้
ฃเข้าใจภาษาและวรรณคดีลกึ ซ่ึงยง่ิ ขึ้น
๔. การศึกษาภาษาถน่ิ เปน็ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและทัศนคติท่ีดตี อ่ กนั ระหว่างคนในชาติ
การแบง่ กลมุ่ ภาษาถน่ิ ตามสภาพภูมศิ าสตร์
๑. ภาษาถน่ิ กรงุ เทพ ฯ (ภาษาภาคกลาง)
๒. ภาษาถนิ่ อีสาน
๓. ภาษาถ่ินเหนือ
๔. ภาษาถน่ิ ใต้
หน่วยเสียงภาษาถิน่
๑. หน่วยเสียงพยญั ชนะในภาษาถน่ิ เมือ่ เทียบกบั ภาษากลางจำนวน ๒๑ หน่วยเสยี ง มเี สยี งตรงกัน
๑๗ หนว่ ยเสียง แตกตา่ งกนั ๔ หนว่ ยเสียง ดงั นี้
ภาษาถ่ินเหนอื ไม่มีหน่วยเสยี ง / ช / และ / ร / ภาษาถ่ินอีสาน ไม่มีหนว่ ยเสยี ง / ช / และ / ร /
ภาษาถนิ่ ใต้ ไม่มหี นว่ ยเสียง / ง / และ / ร / ภาคกลาง ไมม่ หี นว่ ยเสียง / ญ / ย หรือ ญ นาสกิ
๒. หนว่ ยเสียงวรรณยกุ ตใ์ นภาษาถนิ่ เสยี งวรรณยกุ ต์ในภาษาถ่ินจะแตกต่างกันไปตามแต่ละทอ้ งถ่ิน
และในภาคเดยี วกันอาจแตกตา่ งกนั ได้
เสียงวรรณยุกตภ์ าคเหนอื มี ๖ ระดบั เสยี ง ภาคอีสานมี ๖ ระดับเสียง ภาคใต้ มี ๗ ระดับเสียง
นอกจากเสียงสามัญ เอก โท ตรี และจัตวาแล้ว ยังมเี สียงสามญั หางเสยี งตรี และเสียงสามัญหางเสยี งจัตวา
การกลายเสียงในภาษาถนิ่
๑. การกลายเสียงพยญั ชนะ
คำไทยกลางเป็น / ช / ไทยเหนอื ป็น /จ / เช่น ชา้ ง – จา๊ ง
คำไทยกลางเป็น / ร / ไทยเหนอื ไทยอสี านเป็น / ฮ / หรือ / ห / เช่น รกั – ฮัก
คำไทยกลางเปน็ / ญ / / ย / คำไทยเหนือ ไทยอีสานเป็น /ญ / นาสิก เชน่ หญิง – ญิง (นาสิก)
คำไทยกลางเป็น / พ / คำไทยเหนอื เป็น / ป / เชน่ เพื่อน – เปิ้น
คำควบกล้ำในภาษาไทยกลาง คำไทยอีสานไม่มี เช่น กลว้ ย – ก้วย
คำควบกล้ำทีค่ วบ ว ในภาษาไทยกลาง คำอสี านจะออกเสียงเฉพาะพยัญชนะตน้ แลว้
จะกลายเสียง / อา / เป็น / อัว/ เช่น ขวา – ขวั ขวาน – ขวน
แผนการจัดการเรยี นรู้ วิชาภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๕
การสบั เสยี งพยญั ชนะ เช่น ตะกรา้ – กะตา้ ตะกร้อ – กะตอ้ ตะกรดุ - กะตดุ
การตัดเสยี งพยางคห์ น้าในภาษาถิ่นใต้ ตลาด - หลาด แถลง – แหลง จมกู – หมกู
๒. การกลายเสียงสระ
คำไทยกลางเป็น / อิ / คำไทยเหนือเป็น / อึ / เช่น คดิ – คึด้
คำไทยกลางเปน็ / อึ / คำไทยเหนอื เปน็ / เออ / เชน่ ถงึ – เถิง
คำไทยกลางเปน็ / อุ / / อู / คำไทยเหนือเปน็ / โอะ / / โอ / เช่น ทุ่ง – ท่ง
คำไทยกลางเป็น / เออื / คำไทยเหนือ คำไทยอีสานเปน็ / เอีย / เชน่ เนอ้ื – เนี่ย
คำไทยกลางเป็น / เอือ / คำไทยอสี านเปน็ / เออ / เช่น เกอื ก – เกิบ
คำไทยกลางเป็น / อวั / คำไทยอีสานเปน็ / โอ / เช่น ตวั – โต
๑๕
คำไทยกลางเป็น / อึ / / อือ / คำไทยใตเ้ ป็น / เออะ / / เออ / เชน่ ชอ่ื – เช่อ เรอื น –
เริน
คำไทยกลางเป็น / อุ / / อู / คำไทยใต้เป็น / โอะ / / โอ / เช่น หมู่ – โหม
คำไทยกลางเปน็ / เอะ / / เอ / คำไทยใต้เปน็ / แอะ / / แอ / เชน่ เด็ก – แด็ก
๓. การกลายความหมาย
แถลง แสดง บอก แจ้ง ภาษาใต้ พดู
นำ้ ตาล ธาตุรสหวานจากอ้อย ตาล ภาษาใต้ นำ้ ตาลสดเทา่ น้ัน
หมากก้อง เสยี งดงั ไทยเหนอื และไทยใหญ่ หมายถึง ปนื
แพรมน ภาษาอีสาน หมายถึง ผา้ เช็ดหน้า ภาษาใต้เรียกผา้ เชด็ หนา้ วา่ ผา้ นยุ้ (ผ้าน้อย)
การสรา้ งคำในภาษาถ่นิ ทำไดด้ ังน้ี
๑. การเรยี งคำ จะกลบั คำกับภาษากลาง เชน่ ตำสม้ (สม้ ตำ) เฮ็ดซอย
(ทำชว่ ย –ชว่ ยทำ) พ่อหลวง (หลวงพอ่ ) พหี่ ลวง (หลวงพ่ี)
๒. การสรา้ งคำแบบคำประสม
ภาษาถ่นิ เหนอื พอ่ เลี้ยง (คนมีฐานะร่ำรวย) พอ่ นา้ (บดิ าเลี้ยง) ลกู แก้ว (เณร)
พ่ออุ้ย (คณุ ตา) มะเขอื สม้ (มะเขอื เทศ)
ภาษาถิน่ อสี าน เขา้ ปุ้น (ขนมจนี ) ขีเ่ กยี้ ม (จิง้ จก) กะปอม (กง่ิ ก่า) กบ๊ แก
(ตกุ๊ แก) ขค่ี ันคาก (คางคก) ข่ตี ว๊ั ะ (โกหก)
ภาษาถิน่ ใต้ เหลก็ ขูด (กระต่ายขูดมะพรา้ ว) เหลก็ โคน (ตะป)ู ผา้ รา้ ย
(ผา้ ขรี้ ิว้ ) สายคอ (สร้อยคอ) สายเอว (เข็มขดั )
อทิ ธิพลของภาษาถ่ิน
๑. มอี ิทธพิ ลในการออกเสียงภาษากลาง ทำนองสำเนียงสอ่ ภาษา เชน่ ภาษาเหนอื จะมีสำเนียงไพเราะ
ภาษาอีสานจะมสี ำเนยี งปรับเข้าภาษาเหนือและภาษาใต้ ได้งา่ ย สว่ นภาษาถ่ินใต้มีสำเนยี งรวั เร็ว หว้ นห้าว
๒. การศกึ ษาภาษาถิ่นให้เขา้ ใจ จะชว่ ยใหเ้ ข้าใจความหมายของภาษาไดด้ ยี ิ่งขน้ึ โดยเฉพาะคำซอ้ น เช่น
แผนการจัดการเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕
คอเหนียง เหนียง = คอ ภาษาเหนอื หย่ารา้ ง ร้าง = หยา่ ภาษาเหนอื
บาดแผลบาด = แผล ภาษาอสี าน มากหลาย หลาย = มาก ภาษาอีสาน
เขด็ หลาบ หลาบ = เขด็ ภาษาใต้ เช้ือเชิญ เช้อื = เชญิ ภาษาใต้
๓. การศกึ ษาภาษาถน่ิ ทำใหเ้ ข้าใจภาษาในวรรณคดมี ากยง่ิ ขน้ึ เพราะภาษาถน่ิ มใี นวรรณคดมี ากมาย
องคเ์ อวกลมอรรแถ้ง อรอรรแถ้งทา้ ยเลิศนี้ (มหาชาติคำหลวง) คำวา่ ท้าย (อีสาน) หมายถึงสะโพก
ปู่เอาไมไ้ ผ่ไขว่ลกู ลม (ลิลติ พระลอ) ลูกลม (ใต้) หมายถึง กังหัน
๔. ภาษาถ่นิ ทำใหเ้ กิดความภาคภมู ิในทอ้ งถน่ิ รกั และผกู พันกับบา้ นเกิด แตถ่ า้ มากเกนิ ไปอาจเปน็ ภาค
นยิ ม ท้องถิน่ นิยม ฉะน้นั ควรถือว่าถงึ จะอยถู่ ่นิ ไหนก็คือคนไทยดว้ ยกัน
๑๖
รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ แบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัดท่ี ๑
หน่วยการเรยี นรู้ ภูมิปญั ญาภาษา ใชป้ ระกอบแผน ฯ ที่ ๓
เร่ือง วฒั นธรรมกับภาษา
ภาษาตา่ งประเทศ ภาษาถ่ิน
ชอื่ ……………………………………ช้ัน ม.๕/…… เลขที่…………..สมาชิกกลมุ่ ……………………….
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. อธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างวัฒนธรรมกับภาษาได้
๒. บอกลักษณะภาษาต่างประเทศและภาษาถ่นิ ในภาษาไทยได้
คำสง่ั ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาขอ้ ความต่อไปน้ีวา่ ขอ้ ใดมีความสมั พันธก์ นั ใหน้ ำตัวอักษรหนา้ ขอ้ ความดา้ น
ขวามอื มาใสห่ น้าข้อดา้ นซ้ายมือ
……๑. “วฒั นธรรม” หมายถงึ สิง่ ที่มนษุ ย์สรา้ งข้นึ ก. ไดแ้ ก่ขนบธรรมเนยี มประเพณี พิธีกรรม
มาเพือ่ ประโยชน์ในการดำเนินชวี ิตของคน ศลิ ปะ การละเลน่ คา่ นยิ ม ความเชอื่ และ
ในสังคม ภาษา
……๒. ภาษาเปน็ วฒั นธรรมท่มี ีความสำคญั ตอ่ ชวี ิตมนุษย์ ข. สภาพทางภูมิศาสตร์ สภาพภูมอิ ากาศ
……๓. สง่ิ ทีท่ ำใหว้ ฒั นธรรมแตกต่างกนั ลกั ษณะทางชาตพิ นั ธุ์
แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๕
……๔. สงิ่ ทแ่ี สดงให้เห็นวัฒนธรรมทางภาษา ค. โดยเฉพาะด้านการสอื่ สารใหเ้ กดิ ความเข้าใจกนั
……๕. การใช้ภาษาไทยใหถ้ ูกต้องตามวัฒนธรรม ฆ. ใช้ภาษาให้ถูกต้องตามแบบแผน ใช้ภาษา
สภุ าพ ใชภ้ าษาใหถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจน ใช้ให้
ถูกตอ้ งตามความหมาย กาลเทศะและฐานะ
ของบุคคล
ง. มีการลดหลัน่ การใช้ภาษาตามความเคารพ มี
ลักษณะนาม รบั ภาษาตา่ งประเทศเข้ามาใช้
นยิ มใช้คำสัมผสั มีคำศพั ท์วชิ าการเพ่อื
การศกึ ษา มีภาษามาตรฐาน และมีภาษาถน่ิ
ให้ตอบคำถามตอ่ ไปน้ีให้ถกู ตอ้ ง
๑. ภาษาตา่ งประเทศท่ีเข้ามาปะปนเนอ่ื งจากอิทธิพลทางภมู ศิ าสตร์ มอี าณาเขตใกลเ้ คียงกัน ได้แก่
ภาษา ................................................ใหย้ กตัวอย่างประกอบอย่างนอ้ ย ๓ คำ ……………… ………….
๒. ภาษาตา่ งประเทศทเ่ี ขา้ มาปะปนเนอื่ งจากอิทธพิ ลทางดา้ นการพาณชิ ย์ มกี ารตดิ ต่อคา้ ขายในประเทศไทย
ไดแ้ ก่ภาษา........................................................ใหย้ กตวั อยา่ งประกอบอยา่ งน้อย ๓ คำ
…………………………………………………………
๓. ภาษาต่างประเทศที่เข้ามาปะปนเน่ืองจากอิทธพิ ลทางด้านวฒั นธรรมและศาสนา ไดแ้ ก่ภาษา...............
…....................................ใหย้ กตวั อย่างประกอบอยา่ งน้อย ๓ คำ ………………… …………………
๔. ภาษาตา่ งประเทศที่เข้ามาปะปนเน่อื งจากอิทธิพลทางด้านความเจริญทางเทคโนโลยี และอิทธิพลทางการ
ศึกษา ได้แก่ภาษา...................................................ใหย้ กตวั อย่างประกอบอยา่ งนอ้ ย ๓ คำ
……………………………………………………………
๑๗
๕. ภาษาตา่ งประเทศทเ่ี ขา้ มาปะปนเน่ืองจากอิทธพิ ลทางภาษาและวรรณคดี ไดแ้ กภ่ าษา
........................................................................ ใหย้ กตวั อยา่ งประกอบอย่างน้อย ๓ คำ
………………… ……………………..........
๖. วธิ ยี ืมคำภาษาตา่ งประเทศต่อไปนีม้ าใช้ในภาษาไทย ทำไดด้ ว้ ยวธิ ีการใดบ้าง
๑. บาสเก็ตบอล คอมพวิ เตอร์ กว๋ ยเตี๋ยว ยืมมาใชโ้ ดยวิธีการ……………………………………….
๒. สมั มนา ยมื มาใช้โดยวิธีการ………………………………………………………………………..
๓. good แปลว่า ดี ice แปลวา่ นำ้ แข็ง ยืมมาใชโ้ ดยวธิ กี าร……………………………………….
๔. Vitamin ใช้ วติ ามนิ ยมื มาใช้โดยวธิ กี าร…………………………………………………...........
๕. คำวา่ คำวา่ คำว่า Park หมายถึงท่ีจอดรถ ยืมมาใชใ้ นภาษาไทยโดยการ………………..........
คำสงั่ ใหน้ กั เรยี นทำเครอ่ื งหมายถกู หนา้ ขอ้ ทีเ่ ห็นว่าถกู ทำเคร่ืองผิด หน้าขอ้ ท่ีเหน็ วา่ ผดิ
..........๑. ภาษาถิน่ หมายถึงภาษายอ่ ยของภาษาใดภาษาหน่ึง ซ่งึ แตกตา่ งกนั ไปตามท้องถิ่นทีผ่ ู้พดู อาศัยอยู่
แผนการจดั การเรยี นรู้ วิชาภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๕
..........๒. ภาษามาตรฐาน หมายถึงภาษาท่ีเปน็ ยอมรบั ใหใ้ ช้เป็นภาษากลางในการตดิ ตอ่ สอ่ื สาร และใช้เปน็
ภาษาทางราชการและในการศกึ ษาทัว่ ประเทศ
..........๓. การกำหนดภาษาถน่ิ ยึดระบบของภาษาเพยี งด้านเดียว
..........๔. สาเหตุท่ที ำให้เกดิ ภาษาถิ่น ไดแ้ ก่สภาวะทางภมู ิศาสตร์และการผสมระหว่างเช้ือชาตแิ ละวฒั นธรรม
..........๕. ภาษาถิ่นเป็นท่มี าและเป็นส่วนหน่ึงของภาษาไทย และวรรณคดไี ทย ฉะนนั้ การศกึ ษาภาษาถิน่
ทำใหเ้ ข้าใจภาษาและวรรณคดลี กึ ซึง่ ย่ิงข้นึ
คำสงั่ ใหน้ กั เรยี นบอกคำที่ใชใ้ นภาษาถิน่ จากคำภาษากลาง
ภาษากลาง ภาษาถ่ิน ภาษากลาง ภาษาถน่ิ
ช้าง กล้วย
รกั ขวาน
สนกุ พูด
หญงิ ถงึ
ฝรั่ง เนื้อ
ตะกรดุ ส้มตำ
๑๘
รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ขอ้ ทดสอบ ข้อทดสอบฉบบั ที่ ๑
หนว่ ยการเรียนรู้ ภูมปิ ญั ญาภาษา เร่อื ง วฒั นธรรมกบั ภาษา ใชป้ ระกอบแผน ฯ ท่ี ๓
คำสงั่ ใหน้ ักเรยี นพิจารณาคำตอบท่ีถกู ท่สี ดุ แลว้ ทำเครื่องหมายกากบาทลงในกระดาษคำตอบเพยี งข้อเดยี ว
แผนการจัดการเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๕
๑. ขอ้ ใดจดั เป็นวฒั นธรรม
ก. ขนบธรรมเนียมประเพณี พธิ กี รรม ข. ศลิ ปะ การละเล่น
ค. ค่านิยม ความเชอ่ื ภาษา ง.ภาษา ศลิ ปะ พิธกี รรม
จ. ทุกประการรวมกนั
๒. วฒั นธรรมของแต่ละชนชาตมิ คี วามแตกต่างกนั เน่อื งจากสาเหตใุ นข้อใด
ก. ภูมิอากาศ สภาพทางภูมิศาสตร์ ข. ลักษณะทางชาติพนั ธ์ุ
ค. นกั ปราชญ์ หรือประมุข ง. ความเชื่อและคา่ นยิ ม
จ. ทุกประการรวมกัน
๓. ข้อใดไมใ่ ช่วฒั นธรรมทางการใช้ภาษา
ก. ใชใ้ ห้ถกู ต้องตาม ความหมาย ข. ใช้ภาษาให้ถูกต้องและสภุ าพ
ค. กาลเทศะและฐานะของบคุ คล ง. ใช้ภาษาไทยควบคู่กับภาษาตา่ งประเทศ
จ. ใชภ้ าษาให้ถูกตอ้ งตามแบบแผน ใช้ภาษาสภุ าพ
๔. การทีภ่ าษาไทยมีการใชค้ ำราชาศพั ท์ สำหรบั พระมหากษตั ริย์ พระบรมวงศานวุ งศ์ เจ้านาย พระสงฆ์
และสุภาพชน สะทอ้ นให้เห็นวฒั นธรรมท่ีเด่นที่สุดในข้อใด
ก. วัฒนธรรมไทยมคี วามเจริญรุ่งเรืองมานานแล้ว
ข. วัฒนธรรมไทยมกี ารลดหลน่ั ชนั้ เชิงตามฐานะของบุคคล
ค. วัฒนธรรมไทยเปน็ วฒั นธรรมประสมประสาน
ง. วัฒนธรรมไทยมีความเจริญในทุก ๆ ดา้ น
จ. วฒั นธรรมไทยมคี วามเป็นเสรีภาพ
๕. หลกั ศิลาจารกึ พ่อขนุ รามคำแหงจารึกไวว้ ่า “….ในน้ำมีปลา ในนามขี ้าว เพือ่ นจูงววั ไปคา้ ขมี่ า้ ไปขาย”
สะท้อนใหเ้ ห็นวัฒนธรรมในข้อใด
ก. วฒั นธรรมไทยนิยมใชค้ ำสมั ผัสคลอ้ งจองกัน ข. วฒั นธรรมไทยนยิ มความประณีตละเมียดละไม
ค. วัฒนธรรมมีความเจรญิ ดา้ นศิลปวฒั นธรรม ง. วฒั นธรรมไทยเป็นวฒั นธรรมประสมประสาน
จ. วัฒนธรรมไทยเป็นวัฒนธรรมประยกุ ต์
๖. ภาษาลาว พมา่ จีน มลายู เข้ามาปะปนกับภาษาไทยเพราะสาเหตอุ ะไร
ก. สภาพทางภมู ิศาสตร์ ข. การคา้ ขาย การศกึ ษา ค. วรรณคดี เทคโนโลยี
ง. ศาสนา และศิลปะ จ. คา่ นิยม ความเชื่อ
๗. คำวา่ “บษุ บา บหุ รง หัสดนิ ทร์ อานสิ งส์ อัตตา ” เขา้ มาปะปนกับภาษาไทยเพราะสาเหตุอะไร
ก. สภาพทางภมู ศิ าสตร์ ข. การคา้ ขาย การศกึ ษา ค. วรรณคดี ศาสนา
ง. เทคโนโลยี ศิลปะ จ. ค่านิยม ความเชอื่
แผนการจัดการเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ๑๙
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๕
๘. คำวา่ บาสเกต็ บอล คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี ภาษาไทยยมื มาใชด้ ้วยวธิ กี ารในขอ้ ใด
ก. ใช้ทับศพั ท์ ข. การแปลความหมาย ค. การแปลงศัพท์
ง. การแปลงความหมาย จ. การเลยี นเสียง
๙. ขอ้ ใดคือประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับจากการรบั ภาษาตา่ งประเทศเข้ามาใช้
ก. ทำให้ภาษาไทยมหี ลายพยางค์ ข. ทำให้คำไทยมเี สียงควบกลำ้ มากขึน้
ค. ทำให้ภาษาไทยมีคำศพั ท์เพม่ิ มากขนึ้ ง. ทำใหเ้ พ่มิ วงศ์คำศพั ท์ในภาไทยมากข้นึ
จ. ทุกประการรวมกัน
๑๐. คำในขอ้ ใดได้รับอทิ ธิพลจากภาษาตา่ งประเทศ
ก. พอ่ แม่ ข. หา้ ดาว ค. ช้าง เสอื
ง . ไข่ ไก่ จ. ต้น เล่ม ปื้น
๑๑. ข้อใดเป็นลกั ษณะของภาษามาตรฐาน
ก. เป็นที่ยอมรับใชเ้ ป็นภาษากลางในการสือ่ สาร ข. ใช้เป็นภาษาทางราชการ
ค. ใช้เปน็ สอื่ ในการศกึ ษาทั่วประเทศ ง. ใชใ้ นการส่อื สารและใชใ้ นการศกึ ษา
จ. ทุกประการทกี่ ลา่ วมา
๑๒. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ระบบของภาษาในการกำหนดภาษาถ่นิ
ก. โครงสรา้ งของประโยค วลี คำ ข. มีคำศพั ทพ์ ื้นฐานทีใ่ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั เหมือนกัน
ค. มรี ะบบเสียงสงู เสียงต่ำเหมอื นกนั ง. มหี น่วยเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยกุ ต์คลา้ ยกัน
จ. ภาษาไทยท่ใี ชท้ ุกถิ่นมรี ะบบของภาษาเปน็ อยา่ งเดียวกนั คือ เปน็ ภาษาคำโดด
๑๓. ข้อใดเปน็ ความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาไทยถน่ิ กับภาษาไทยมาตรฐาน
ก. ออกเสยี งแตกตา่ งกันทัง้ เสยี งพยัญชนะ สระ และวรรณยกุ ต์
ข. ใชค้ ำลงทา้ ยประโยคหรอื วลตี า่ งกนั
ค. ใช้คำเดยี วกนั แตค่ วามหมายตา่ งกนั
ง. คำศพั ทแ์ ตกตา่ งกัน
จ. ทกุ ประการทีก่ ลา่ วมา
๑๔. ข้อใดกล่าวถงึ การแบง่ ภาษาถ่ินได้ถูกตอ้ ง
ก. ภาษาไทยถ่นิ กลาง ภาษาไทยถิน่ เหนอื
ข. ภาษาถ่ินกลาง ภาษาไทยอสี าน
ค. ภาษาไทยถ่นิ กลาง ภาษาไทยถ่นิ เหนอื ภาษาไทยถ่ินอีสาน
ง. ภาษาไทยถิน่ กลาง ภาษาไทยถิ่นเหนือ ภาษาไทยถ่ินอสี าน ภาษาไทยถน่ิ ใต้
จ. ภาษาไทยกลาง ภาษาไทยถ่นิ เหนอื ภาษาไทยถ่ินอีสาน ภาษาไทยถิน่ ใต้
๑๕. ภาษาถนิ่ มปี ระโยชน์ ในการสบื ทอดวัฒนธรรมอย่างไร
ก. ทำให้ทราบประวตั ขิ องคำ
ข. ทำใหท้ ราบประวตั ขิ องภาษามาตรฐาน
แผนการจดั การเรียนรู้ วิชาภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๕
ค. ทำใหท้ ราบประวตั ขิ องภาษาพดู
ง. ทำให้ทราบความหมายของคำ
จ. ทำให้เขา้ ใจความเปน็ มาของภาษา
แผนการจัดการเรยี นรู้ วชิ าภาษาไทย ท ๓๒๑๐๑ ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๕