The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ของดีเมืองภูเก็ตการแต่งกายบาบ๋าย่าหยา ปนัดดา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by palmpor2544, 2021-09-11 22:05:19

ของดีเมืองภูเก็ตการแต่งกายบาบ๋าย่าหยา ปนัดดา

ของดีเมืองภูเก็ตการแต่งกายบาบ๋าย่าหยา ปนัดดา

ของดเี มอื งภูเกต็
เรื่อง การแตง่ กายบาบ๋ายา่ หยา

จัดทาโดย
นางสาวปนัดดา กิสลยั รหัส6210136119 บทม.621

เสนอ
อาจารย์ เดชา สดี ูกา
รายงานเลม่ นเี้ ปน็ ส่วนหนึ่งของวิชาการจดั การความรู้และองคก์ ารแห่งการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่1 /2564 หลักสูตรการบรหิ ารทรัพยากรมนุษย์
คณะวิทยาการจดั การ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต



คานา

รายงานฉบบั นเี้ ป็นส่วนหนง่ึ ของวชิ าการจดั การความรแู้ ละองค์กรแหง่ การเรยี นรู้ โดยมจี ดุ ประสงค์เพอ่ื ให้
ผ้จู ัดทาไดึ้ กึ าาค้นคว้าความรทู้ ่ไี ดจ้ ากรายงานของดเี มอื งภูเกต็ เร่อื งการแตง่ กายบาบ๋าย่าหยา ท้งั นีใ้ นรายงานนี้มี
เนือ้ หาประกอบด้วยความรเู้ กย่ี วกับ ประวัตวิ ฒั นธรรมการแต่งกายรปู แบบการแตง่ กายและเครอ่ื งประดับ ความ
เป็นมาของเทึกาลววิ าหบ์ าบา๋ ขัน้ ตอนและพธิ ีการเอกลกั าณ์ และความพเิ ึาของพธิ แี ต่งงานบาบา๋

ผู้จัดทาไดเ้ ลอื กหัวข้อน้ีในการทารายงาน เน่ืองจากเป็นเรอ่ื งทีน่ ่าสนใจควรแกก่ ารึกึ าาเรียนรคู้ วามเป็นมา
ของการแตง่ กายทส่ี วยงานซง่ึ มีมานาน ตอ้ งขอขอบคณุ อาจารย์ เดชา สดี ูกา ผ้ใู หค้ วามรู้ และแนวทางการึกึ าา
หวงั วา่ รายงานฉบบั นจี้ ะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผทู้ จี่ ะึึกาาทุก ๆ ทา่ น หากมขี ้อเสนอแนะประการใด
ผูจ้ ัดทาขอรบั ไว้ดว้ ยความขอบพระคุณย่ิง

ปนัดดา กิสลัย

ผู้จัดทา

สารบญั ข

เรอ่ื ง หน้า

คานา ก
สารบญั ข
ประวัติวฒั นธรรมการแต่งกาย 1-4
รปู แบบการแต่งกายและเครอื่ งประดบั 5-7
ความเป็นมาของเทึกาลวิวาห์บาบ๋า 8
ขน้ั ตอนและพธิ กี าร 8-9
เอกลักาณ์ 9
ความพิเึาของพิธีแต่งงานบาบ๋า 9-10
อา้ งอิง 11

1

2

https://sites.google.com/site/kheruxngtaengkaybabayahya/chud-ba-bayahya/prawatiwathnthrrm-kar-taeng-kay

เปอรานากนั (มลายู : Peranakan) หรือ บา้ บา๋ - ยา่ หยา คอื กลุม่ ลูกครง่ึ มลายู - จีน ท่ีมีวฒั นธรรม
ผสมผสานและสรา้ งวัฒนธรรมแบบใหมข่ ้นึ มา โดยเปน็ การนาเอาสว่ นดรี ะหว่างจนี และมลายูมารวมกัน โดยชอื่
"เปอรานากนั " มีความหมายวา่ "เกดิ ทน่ี ี่"

เปอรานากนั เปน็ กลมุ่ ชาวจนี ท่ีมเี ชือ้ สายมลายู เน่อื งจากในอดตี กลมุ่ พอ่ คา้ ชาวจนี โดยเฉพาะกลุ่มฮกเกย้ี น
เดินทางเข้ามาค้าขายในบริเวณดนิ แดนคาบสมทุ รมลายู และตดั สินใจตั้งถิ่นฐานในเมือง มะละกาประเทึ
มาเลเซีย ในตอนตน้ ทึวรราท่ี 14 โดยแต่งงานกับชาวมลายูท้องถ่ิน โดยภรรยาชาวมลายจู ะเป็นผดู้ แู ลกจิ การ
การคา้ ทีน่ ี่ แม้แต่คนในระดบั พระราชวงึ์ กม็ สี ัมพนั ธไมตรรี ะหว่างกันระหวา่ งสลุ ตา่ นมะละกากบั จกั รพรรดิ
ราชวงึ์หมงิ โดยในปี ค.ึ.1460 สุลต่านมนั โซชาห์ ทรงอภเิ ากกับเจ้าหญิงฮงั ลโี ปแหง่ ราชวงึ์หมิงและทรงประทับ
บนภูเขาจนี หรอื บกู ติ จนี า (Bukit Cina) พรอ้ มเชือ้ พระวงึ์อกี 500 พระองค์

3

สาหรบั สายเลอื ดใหมข่ องชายชาวจีนกับหญงิ มลายหู ากเป็นชายจะไดร้ ับการเรียกขานวา่ บา้ บา๋ หรือบา้ บ๋า
(Baba) ส่วนผหู้ ญงิ จะเรียกวา่ ย่าหยา (Nyonya) และเมอ่ื คนกลุม่ นม้ี ีจานวนมากข้ึนก็ไดส้ รา้ งวฒั นธรรมรปู แบบ
ใหมท่ แ่ี ตกต่างไปจากเดิมของบรรพบุราุ โดยมาผสมผสานกนั เปน็ วฒั นธรรมใหม่ เมอื่ พวกเขาอพยพไปตงั้ ถ่ินฐานใน
บริเวณนี้ ก็ได้นาวัฒนธรรมของตนกระจายไปด้วยวฒั นธรรมใหมน่ ีจ้ งึ ถูก เรยี กรวมๆ ว่า จีนชอ่ งแคบ

ต่อมาเม่อื สมยั อาณานคิ มดัตช์ ช่วงต้นทึวรรา 1800 ไดม้ ชี าวจนี อพยพเข้ามามากขนึ้ จนทาใหเ้ ลือดมลายู
ของชาวเปอรานากนั จางลง จนรุ่นหลงั แทบจะเปน็ จีนเต็มตวั ไปแล้วแตก่ ไ็ มไ่ ด้ทาให้วฒั นธรรมผสมผสานของชาว
เปอรานากันจดื จางลงไปเลย การผสมผสานน้ยี งั มีใหเ้ หน็ ในการแตง่ กายแบบมลายู เชน่ ซารงุ กบายา และชดุ
ยา่ หยา ซึ่งถือเปน็ การแตง่ กายอนั สวยงามทผี่ สมผสานรูปแบบของชาวจนี และมลายเู ขา้ ดว้ ยกนั อย่างงดงาม ฝ่าย
หญิงใส่เส้ือฉลุลายดอกไม้ รอบคอ เอว และปลายแขนอยา่ งงดงาม นิยมนงุ่ ผ้าซิน่ ปาเต๊ะ ฝา่ ยชายยงั คงแต่งกาย
คล้ายรูปแบบจนี ดงั้ เดิม อาหารแบบเฉพาะตวั และภาาาทผี่ สมผสานคาทง้ั มลายู จนี และองั กฤาไว้ดว้ ยกนั ดว้ ย
การรบั เอาวฒั นธรรมอันหลากหลายเขา้ มาคาเรียกของชาวเปอรานากันนน้ั จึงแบง่ เป็นชายและหญงิ โดยรับต่อ
ภาาาต่างๆ ท่ีเข้ามามีอทิ ธิพลทางด้านวฒั นธรรมในดนิ แดนแหง่ นี้

บา้ บา๋ หรือบาบา๋ (Baba) เป็นคาทีภ่ าาามลายู ท่ียืมาจากภาาาเปอรเ์ ซยี โดยคานี้เป็นคาให้เกยี รติแก่
ป่ยู ่าตายาย โดยคานจี้ ะใชเ้ รียกชาวเปอรานากันทเี่ ป็นผู้ชาย โดยเริม่ จากการเป็นภาาาตลาด จากคนหาบเร่ และ
ผูข้ าย จนสดุ ท้ายคาว่า บ้าบ๋า น้ีได้ใช้กนั โดยทั่วไป

ยา่ หยา ญอญ่ะ หรือโญญ่ะ (Nyonya) เป็นคาภาาาชวา ท่ยี มื มาจากภาาาดตั ช์ คาวา่ Dona
หมายถึง ผ้หู ญงิ ต่างประเทึแตง่ งาน เนอื่ งจากภาาาชวามีความโนม้ เอียง เพอื่ เนน้ ถงึ ผหู้ ญงิ ต่างประเทึ ภายหลัง
ไดใ้ ชเ้ รียกชาวเปอรานากันที่เปน็ ผู้หญงิ แตช่ าวเปอรานากันในประเทึไทยย่าหยาเป็นคาเรียกชุดสตรีชนิดหนงึ่

ในประเทึไทยคนกลมุ่ นจ้ี ะอย่ใู นจงั หวัดภูเก็ต โดยมบี รรพบรุ าุ อพยพมาจากปนี งั และมะละกาโดย
คนกลุ่มน้มี ี วัฒนธรรมใกลเ้ คียงกับกลมุ่ เปอรานากนั ในประเทึมาเลเซยี ,อนิ โดนีเซยี และ สงิ คโปร์ ชาว เปอรานา
กนั ในไทย ใช้ภาาาไทยถิ่นใต้ ท่ีเจอื ไปด้วยคาึัพทจ์ ากภาาามาเลย์ , จีน และอังกฤา ชาวเปอรานากนั ใน
ภเู กต็ นิยมเรียกกันว่า บา้ บ๋า ได้ทง้ั ชาย และหญงิ

4

https://sites.google.com/site/kheruxngtaengkaybabayahya/chud-ba-bayahya/prawatiwathnthrrm-kar-taeng-kay
https://sites.google.com/site/kheruxngtaengkaybabayahya/chud-ba-ba-yahya

5

6

การแต่งกายของคนภูเก็ตจะเปน็ การผสมผสานของหลายชนชาตอิ อกมาอยา่ งสวยงาม ซงึ่ ปจ๎ จุบันชาว
ภเู กต็ ยังคงรักาา วัฒนธรรมการแต่งกายแบบจีนบาบ๋าไว้ โดยปรับเปลยี่ นรายละเอยี ดใหเ้ หมาะสมกบั ยคุ สมยั โดย
ชดุ แต่งกายทน่ี าเสนอจะเปน็ การแต่งกายของคนภูเก็ต เมอ่ื สมยั ร้อยกว่าปมี าแลว้ ซึ่งเป็นการผสมผสานของหลาย
ชนชาตอิ อกมาอย่างสวยงาม

– ชุดเสอ้ื คอตง้ั แขนจบี ชุดน้ีใช้ไดต้ ้งั แต่วยั เด็กจนถึงผสู้ งู อายุ ใช้ในชีวิตประจาวนั ในโอกาสไปตลาด ไปวดั ไปไหว้
พระที่ึาลเจา้ ผ้านุ่งเป็นผา้ ปาเตะ๊ ตัวเสื้อความยาวระดบั เอวชายเสื้อแตง่ ขอบด้วยลกู ไม้ คอต้ังตดิ คอผ่าหน้าติด
กระดมุ ทองหรอื เขม็ กลดั แถว แขนเสื้อยาวจบี ปลายแขน มกี ระเปา๋ ใบใหญ่สองขา้ ง

– ชดุ นายเหมืองและภรรยา ชุดนายเหมอื ง ประกอบด้วยกางเกงและเสอื้ คอตั้ง แขนเสอ้ื ยาว มีกระเปา๋ คล้ายชดุ ราช
ประเดน็ สวมหมวกกะโล่ สาหรบั ผสู้ ูงวัยกจ็ ะใชไ้ มเ้ ทา้ ดว้ ยสว่ นภรรยา หากออกงานพธิ ีการสาคญั ๆ จะแต่งชุดเสื้อ
ครุย ประกอบดว้ ยเสื้อตัวในเป็นเส้อื คอตง้ั ปลายแขนจบี เหมอื นชดุ เสื้อคอตั้งแขนจีบทัว่ ไป นงุ่ ผา้ ปาเต๊ะ สวมทบั ดว้ ย
เสอื้ ครยุ ยาวผ้าป่านรูเบียหรือผา้ มัสลนิ มลี วดลาย ตดิ เข็มกลดั ชิ้นใหญ่เป็นชดุ เรียกว่าชดุ โกสงั ซ่ึงมี 3 ตัว ใสก่ าไลข้อ
เทา้ สวมรองเทา้ ปก๎ ดนิ้ หรอื ลกู ป๎ด ทรงผม เกล้าผมทรงสูง ดา้ นหน้าเรยี บตึง ดา้ นหลังโปง่ ออกเรียก ชักอีโบย เกลา้
มวยไว้บนึรี าะ ส่วนด้านขา้ งสองขา้ งดงึ ให้โป่งออกเรียกวา่ อเี ปง มวยดา้ นบนดึงขนึ้ เป็นรปู หอยโข่งใชด้ อกมะลิหรือ
ดอกพดุ ตมู ประดบั รอบมวยผมแล้วปก๎ ปน่ิ ทอง

– ชุดเจ้าสาว มลี ักาณะเครือ่ งแตง่ กายและทรงผมแบบเดียวกบั ชดุ คหปตานี ต่างกนั ท่ีเส้อื ครุยเจ้าสาวส่วนใหญจ่ ะ
ใชผ้ า้ ลกู ไม้โปรง่ หรอื ผ้าป่านแก้ว ส่วนผ้านงุ่ จะใชป้ าเต๊ะสสี ด รอบมวยผมเป็นฮัว่ ก๋วน หรือ มงกฎุ เจ้าสาว ประดับ
ดว้ ยดอกไม้ไหว ซง่ึ ทาจากทองคา ปก๎ ปน่ิ ทองคา เครอื่ งประดับ เป็นทองและเพชรอลงั การ ใสต่ ุ้มหรู ะย้า สวม
สรอ้ ยคอทอง เรียก หลั่นเตป่ า๋ ย ทีห่ น้าอกเสือ้ จะประดบั ประดาด้วยป่ินตง้ั ทองคาเหมอื นรปู ดาวเตม็ หน้าอก ห้อย
สายสร้อยทอง สวมแหวน กาไลมือ กาไลขอ้ เทา้ สวมรองเทา้ ปก๎ ดน้ิ เงนิ ดนิ้ ส่วนชุดเจา้ บา่ ว จะหนั มานิยมสวมสูท
แบบตะวนั ตก แต่ยงั นาจสี้ ร้อยคอหรอื ป่ินตง้ั มาตดิ ทป่ี กเสื้อ

– ชุดย่าหยา เปน็ ชุดลาลอง ตวั เส้ือตดั ดว้ ยผ้าลกู ไมห้ รอื ผ้าปา่ นรเู บีย แขนยาว เขา้ เอวรัดรปู ป๎กลายฉลทุ งั้ ที่คอเสอ้ื
ชายเส้ือ และปลายแขน ตัวเสื้อด้านหน้าปลายแหลมยาว ความยาวตวั เส้อื จะอยู่ระดบั สะโพกบน ปกเสือ้ ด้านหนา้
แบะออกสาหรบั ตดิ โกสงั หรือกระดุมทองฝง๎ เพชรทรี่ ้อยเชอ่ื มดว้ ยสรอ้ ยทอง ส่วนผา้ นงุ่ ปจ๎ จบุ นั นยิ มใช้ผ้าปาเตะ๊ ปก๎
เล่อื ม เพือ่ สนบั สนุนงานฝมี ือของกล่มุ แมบ่ า้ นในชมุ ชน

7

http://www.tbayatbaya.com/baba-nyonnya/

8

ความเป็นมาของเทศกาลวิวาห์บาบา๋

เนือ่ งจากในชว่ งสมัยรชั กาลท่ี 1 มีการอพยพของชาวจีนมายงั ประเทึไทยเปน็ อย่างมาก เพราะประเทึ
จีนในชว่ งน้ันมีความไม่สงบทางการเมือง และภาวะสงครามท่กี ่อใหเ้ กดิ ความอดอยากแรน้ แค้น ซึ่งสว่ นใหญผ่ ู้ท่ี
อพยพมาน้ันจะเป็นชายหนุ่มและเดก็ หนมุ่ ท่ยี ังไมม่ คี รอบครวั โดยบางคนกไ็ ดม้ าสรา้ งครอบครวั ใหมก่ บั คนทอ้ งถน่ิ
ทาใหเ้ กดิ คาวา่ "บาบ๋า" คอื ลกู ชาวจีน และคาว่า "เพอรานากัน" เป็นคามาเลย์ แปลว่า "เดก็ ท่เี กดิ ในทอ้ งถน่ิ " เป็น
ที่มาของคาว่า บาบ๋า หรอื เพอรานากัน หมายถึง ลูกหลานทสี่ บื เชือ้ สายมาจากบรรพบุรุาชาวจนี และคนทอ้ งถิ่น ที่
อาึัยอยใู่ นภูเกต็ มาเป็นเวลานาน

ประเพณีการแตง่ งานบาบ๋า หรอื ประเพณวี วิ าห์บาบ๋า ย่ายา๋ เพอรานากนั เป็นการแตง่ งานแบบจนี ใน
ภูเกต็ ทสี่ ืบทอดกนั มากว่า 100 ปี และยังเปน็ เอกลกั าณท์ ่โี ดดเด่นของชาวภูเก็ตเชื้อสายจนี โดยมีวัตถปุ ระสงคเ์ พื่อ
เปน็ การสบื ทอดประเพณีโบราณ รวมทง้ั เปน็ การให้เกยี รติแก่ฝ่ายเจ้าสาวและครอบครวั ใหม้ ีความม่นั ใจในตวั
เจ้าบา่ วทจี่ ะสามารถดูแลเจา้ สาวอย่างมีความสุขดว้ ยการทาบทาม ส่ขู อ หม้ันหมาย หรือทเ่ี รียกว่า "ผา่ งเต๋" คอื การ
เชิญญาตผิ ้ใู หญจ่ ิบนา้ ชา และ "เวียนสาดเวียนหมอน" คือ พิธสี ่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ้ งนอน โดยมี "อม่ึ หลาง" หรอื "แม่
ส่ือ" และ "แมก่ าร" เปน็ ผดู้ าเนนิ พธิ กี ารต่าง ๆ ให้ เพราะในสมัยก่อนคสู่ มรสมกั ไมเ่ คยเห็นหนา้ กันมากอ่ น จนกวา่
จะถึงวันแตง่ กัน

ข้นั ตอนและพิธกี าร

1. บรรดาญาตพิ น่ี ้องของเจ้าบ่าวจะจดุ ประทัดเคลอ่ื นขบวนขันหมากไปบา้ นเจ้าสาว เพ่อื เชญิ เจา้ สาวไปจดั
พธิ ี "ผา่ งเต๋" ณ สถานทไี่ ด้ตกลงไว้ โดยมีกล่มุ ดนตรบี รรเลงนา ดว้ ยการตฆี อ้ งจนี และปีจีน หรือท่เี รยี กว่า ตีตอ่ ตี
เชง้ ท่ีหมายถึงการแต่ง

2. ภายในขบวนขนั หมากของเจ้าบ่าว จะประกอบดว้ ย ฮวดหนา(ตะกร้าจนี เลก็ ) ใสเ่ งินทองของมีคา่ และ
ของหมนั้ รวมทงั้ เสยี่ หนา (ตะกรา้ จีนขนาดใหญ)่ บรรทกุ รถหรอื หาบภายในใสอ่ าหาร ขนม เคร่อื งดื่ม ชุดนา้ ชา ธูป
เทยี น เครอ่ื งหอมเซน่ ไหว้ เม่อื ถงึ บ้านเจา้ สาว อม่ึ หลาง (แมส่ อ่ื ) จะเป็นผดู้ าเนินการมอบของเหลา่ ให้แก่ผู้ใหญข่ อง
ฝา่ ยหญงิ

9

สาหรับหน่งึ ในประเพณีอันโดดเด่นเปน็ เอกลักาณ์กค็ อื “ประเพณกี ารแตง่ งานของบาบ๋า” หรอื “ววิ าห์
บาบา๋ ภเู กต็ ”ซ่งึ เป็นประเพณีการออกเรอื นของบา่ วสาวแบบโบราณ ทชี่ าวบาบา๋ จังหวดั ภูเกต็ ยังคงรกั าา
ขนบธรรมเนยี มนีไ้ ว้ และรว่ มกันสบื ทอดอนรุ กั า์ไวไ้ ม่ใหห้ ายไปจากรนุ่ สรู่ ุ่น

“คนบาบา๋ ท่ีภูเกต็ เร่มิ หันมาให้ความสนใจในการแต่งงานแบบบาบ๋ามากข้นึ เสนห่ ข์ องการแต่งงานของชาว
บาบ๋า จดุ เดน่ ทสี่ าคัญมากๆ เลย ก็คอื ความสวยงาม ความอลงั การ และจุดเดน่ ทตี่ ามมาอีกเรอื่ งกค็ ือ ความ
กตัญํู ความกลมเกลยี วใน ครอบครัว และถือว่าเปน็ ความขลงั ของการแตง่ งานท่ีชาวบาบา๋ ไดร้ ม่ กันอนรุ ักาไ์ ว้”

เอกลักษณ์ “วิวาห์บาบ๋า” ภูเก็ต

การสรา้ งครอบครัว ขยายขนาดของสังคม เป็นกิจกรรมทีข่ าดไม่ได้ในสงั คมมนาุ ย์ทุกที่ ประเพณี “วิวาห์
บาบ๋าภูเกต็ ” ผสมผสานระหวา่ งวัฒนธรรมของชาวภูเกต็ เชือ้ สายจีนฮกเกี้ยน ประมาณไดว้ ่าเป็นประเพณที มี่ คี วาม
เป็นมาย้อนหลงั ไมต่ า่ กว่า 70-80 ปี ซ่ึงเป็นชว่ งเวลาท่ชี าวจนี มอี ิทธิพลมากในภเู กต็ ผสมผสานกับวัฒนธรรมของ
ชุมชนจนี ในปนี ัง ประเทึมาเลเซยี และวฒั นธรรมท้องถน่ิ ภูเก็ตเองด้วย

ความพเิ ศษของพธิ แี ตง่ งานบาบา๋

มหี ลายอยา่ งด้วยกนั โดยเรมิ่ ตัง้ แตช่ ดุ แตง่ งานของ บ่าว-สาว ชดุ ของเจา้ บ่าวมลี กั าณะ เปน็ สทู แบบฝร่งั
เพื่อเป็นการสะทอ้ นใหเ้ ห็นถงึ ความมงั่ คงั่ และการดาเนนิ ชีวิตของชาวพารานากัน ที่ค้าขายกบั บริาทั ชาวต่างชาติ
สว่ นชดุ เจา้ สาว จะใสช่ ดุ ป๎นจปู ๎นจงั เป็นชดุ ยาวท่ีมีความงดงามดว้ ยลายผา้ เสื้อตัวในเป็นเสอื้ ลกู ไมส้ ขี าวคอ ตั้งแขน
จบี น่งุ ผ้าลายปาเต๊ะ สวมเสอ้ื ครยุ ผา้ ปา่ นรเู ปีย หรือผา้ มสั ลนิ ป๎กลวดลาย ซงึ่ จะเลือกสคี ลมุ โทนเดยี วกับผา้ นุ่ง สวม
ใสเ่ ครือ่ งประดบั ประจาตระกลู ตดิ เครอ่ื งประดบั ทองชดุ ใหญ่ ท่เี รียกว่า โกสงั มเี ข็มกลดั ช้ินใหญ่ และอกี 3 ชิน้ เลก็
ใส่กาไลข้อเทา้ สวมรองเทา้ ปก๎ ดนิ้ หรือลกู ปด๎ ทรงผมมเี อกลกั าณ์ คอื ทรงผมเกลา้ สงู มีชือ่ เรยี กว่า ทรงซักอโี บย
และท่ี สาคัญ คอื เจ้าสาวต้องใสม่ งกุฎทอง “ดอกไมไ้ หว” ทท่ี าด้วยทองคา

10

https://sites.google.com/site/theskalwiwahbaba/

11

อ้างอิง

ประวตั วิ ฒั นธรรมการแต่งกาย. (2564) . ของดเี มอื งภเู ก็ต. สืบค้น 7 กนั ยายน 2564.จาก
https://sites.google.com/site/kheruxngtaengkaybabayahya/chud-ba-ba-yahya/prawati-
wathnthrrm-kar-taeng-kay

ชุดบาบา๋ ย่าหยา.(2559).admin tbaya.สบื ค้น 7 กันยายน 2564.จาก
http://www.tbayatbaya.com/baba-nyonnya/

รปู แบบการแตง่ กายและเครอ่ื งประดบั .(2564).ของดีเมอื งภเู กต็ . สืบคน้ 7 กันยายน 2564.จาก
https://sites.google.com/site/kheruxngtaengkaybabayahya/chud-ba-ba-yahya

เทึกาลวิวาหบ์ าบา๋ .(2558).Janjeranan Faingam.สบื ค้น 7 กันยายน 2564.จาก

https://sites.google.com/site/theskalwiwahbaba/

12


Click to View FlipBook Version