The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านกุดจิก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nathaya2532, 2020-06-19 02:21:34

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านกุดจิก

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านกุดจิก



หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั
โรงเรยี นบา้ นกดุ จกิ พทุ ธศักราช ๒๕๖๓

ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐

สำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาอุดรธานี เขต ๒

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร



คำนำ

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านกุดจิก พุทธศักราช ๒๕๖๓ จัดทำขึ้นเพื่อให้โรงเรียนบ้านกุดจิก
ซึ่งจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับเด็ก
และสภาพท้องถิ่น เพื่อที่กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม
และสติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย สำนึกความเป็นไทย และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และ
ประเทศไทยในอนาคต อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานตามจุดหมายหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช
๒๕๖๐

โรงเรียนบ้านกุดจิก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ ขอขอบคุณผู้ที่มี
ส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน รวมทั้งคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านกุดจิก ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษาการศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นบา้ นกดุ จิก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓ ใหม้ ีความเหมาะสมต่อการนำไปใชจ้ ดั การศึกษา
ในระดบั ปฐมวัยของโรงเรียนต่อไป

โรงเรียนบา้ นกดุ จกิ

สารบญั ๓

เรอื่ ง หน้า

คำนำ ข
สารบญั ๑
ความนำ ๒
ปรัชญาการศกึ ษาปฐมวัยโรงเรยี นบา้ นกุดจิก ๓
วสิ ัยทัศน์/พันธกิจ/เปา้ หมาย ๔
จุดหมาย ๕
มาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ ตวั บ่งชี้ และสภาพท่ีพึงประสงค์ ๑๖
ระยะเวลาเรยี น ๑๖
สาระการเรียนรู้รายปี ๕๘
การจดั ประสบการณ์ ๖๑
การจดั สภาพแวดล้อม ส่ือ แหล่งเรยี นรู้ ๗๑
การประเมนิ พัฒนาการ ๘๕
การบรหิ ารจดั การหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ๙๐
การเชื่อมต่อของการศึกษาระดบั ปฐมวัย กบั ระดบั ประถมศึกษาปีที่ ๑ ๙๓
ภาคผนวก ๙๔
๙๖
- ประกาศแตง่ ต้ังคณะกรรมการจดั ทำหลักสตู ร
- ประกาศใช้หลักสตู ร



ความนำ

สภาพการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศประกอบกับ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐ -
๒๕๗๙) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) แผนการศึกษาแห่งชาติ
(พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) เป้าหมายยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑) แผน
ยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) นำไปสู่การกำหนดทักษะสำคัญสำหรับเด็กในศตวรรษที่ ๒๑
ที่มีความสำคัญต่อการกำหนดเปา้ หมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้มีความสอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทกุ
ด้านกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้มีการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยได้แต่งต้ัง
คณะทำงานพิจารณาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพการเปล่ี ยนแปลงดังกล่าว
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นหลักสูตรสำหรับสถานศึกษา สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและได้
มาตรฐานตามจดุ หมายหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ที่กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวยั ให้
มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย สำนึกความเป็นไทย และมีความ
รบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และ ประเทศชาตใิ นอนาคต

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร ขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวขอ้ งทุกท่าน
รวมทั้งหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา มหาวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎ ตลอดจนภาคเอกชนที่มีสว่ นร่วมในการพัฒนา
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ให้มีความเหมาะสมต่อการนำไปใช้จัดการศึกษาระดับปฐมวัยของ
ประเทศต่อไป



ปรชั ญาการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านกุดจกิ
โรงเรียนบ้านกุดจิก จัดการพัฒนาเด็กอายุ ๔ – ๖ ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริม
กระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาการทางสมองของเด็กแต่ละคนให้เต็มตามศักยภาพ ผ่านการเล่น การ
ปฏิบัติกิจกรรมประจำวัน มีทักษะในการดำรงชีวิตประจำวันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีทักษะพื้นฐาน
ทางวิทยาศาสตร์ มีความสามารถทำงานหรอื กิจกรรมร่วมกบั ผู้อื่น ด้วยความรัก ความเข้าใจในความแตกตา่ งระหวา่ ง
บุคคลของเด็ก สร้างสังคมที่ไม่ยอมรับการทจุ รติ เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตและพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการทั้งดา้ น
ร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสติปญั ญา

วิสัยทศั น์
ภายในปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ โรงเรียนบ้านกุดจิก มุ่งเน้นพัฒนาเด็กอายุ ๔ – ๖ ปี ให้มีพัฒนาการ
ทางด้านร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ สังคม และสติปัญญา เหมาะสมกับวัย เน้นให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น การปฏิบัติ
กิจกรรม การทำงานกลุ่ม ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และปลูกฝังให้เด็กมีนิสัยการประหยัดอด
ออม รู้จักใฝ่หาความรู้ มีทักษะในการแก้ปัญหาได้ตามวัยไม่ยอมรับการทุจริต โดยการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง
ชมุ ชนและทุกฝ่ายท่ีเกย่ี วข้อง

พนั ธกจิ
๑. พฒั นาหลักสูตรสถานศกึ ษาที่มงุ่ เนน้ พัฒนาการเด็กปฐมวยั ทัง้ ๔ ด้าน อยา่ งสมดลุ และเต็มศักยภาพ
๒. พัฒนาครูและบคุ ลากรด้านการจดั ประสบการณ์ทีส่ ่งเสรมิ การเรยี นรผู้ า่ นการเล่นท่ีมจี ุดหมายอยา่ ง

ต่อเนื่อง
๓. ส่งเสรมิ สนับสนุนการจัดสภาพแวดลอ้ ม สื่อ เทคโนโลยแี ละแหลง่ เรียนรู้ในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
๔. จัดประสบการณก์ ารเรียนรู้ที่หลากหลายซึง่ สอดคลอ้ งกบั พัฒนาการทางสมองของเดก็ โดยนำหลกั

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและแหลง่ เรียนรู้ ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ กจิ กรรมตามโครงการบา้ น
วทิ ยาศาสตร์น้อย มาใชเ้ สริมสร้างพฒั นาการและการเรียนร้ขู องเด็ก
๕. ส่งเสริมการมีสว่ นร่วมของผูป้ กครองและชมุ ชนในการพัฒนาเด็กปฐมวัย



เปา้ หมาย
๑. เดก็ ปฐมวัยทกุ คนได้รับการพฒั นาด้านร่างกาย อารมณ์ – จติ ใจ สงั คม และสติปัญญา เปน็ องค์รวมอย่าง

สมดุลและมคี วามสุข
๒. ครูมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่นโดยใช้

กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ และการทดลองเพอื่ หาคำตอบ
๓. มีสภาพแวดล้อม สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยอย่าง

เพียงพอ
๔. มีสอื่ การเรยี นรทู้ หี่ ลากหลายและแหล่งเรยี นรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ภูมปิ ญั ญาท้องถ่ินท่ีเอ้ือ

ตอ่ การสง่ เสริมพฒั นาการเด็ก
๕. ผปู้ กครอง ชุมชน และหน่วยงานทเี่ กีย่ วขอ้ งมสี ว่ นร่วมในการพัฒนาเดก็ ปฐมวัย

จุดหมาย
หลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวยั มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มตามศักยภาพและมีความพร้อม
ในการเรียนรู้ในระดับสูงต่อไป โรงเรียนบ้านกุดจิก จึงกำหนดจุดหมายเพื่อให้เกิดกับเด็กเมื่อเด็กจบการศึกษาระดับ
ปฐมวัย ดงั น้ี

๑. ร่างกายเจริญเตบิ โตตามวยั แขง็ แรง และมสี ุขนิสยั ทดี่ ี
๒. สขุ ภาพจิตดี มีสนุ ทรียภาพ มที ศั นคติที่ดใี นการต่อต้านการทุจริต มีคณุ ธรรม จริยธรรมและจติ ใจทีด่ งี าม
๓. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมี

ความสุข
๔. มีทกั ษะการคิด การใชภ้ าษาสื่อสาร และการแสวงหาความรู้ไดเ้ หมาะสมกับวยั



มาตรฐานคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ ตวั บ่งชี้ และสภาพท่พี งึ ประสงค์

หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย สำหรับเดก็ อายุ ๔ – ๖ ปี กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พงึ ประสงคจ์ ำนวน
๑๒ มาตรฐาน ประกอบด้วย

๑.พัฒนาการด้านรา่ งกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐานคอื
มาตรฐานท่ี ๑ รา่ งกายเจรญิ เติบโตตามวยั และมีสุขนิสัยท่ีดี
มาตรฐานท่ี ๒ กลา้ มเน้ือใหญ่และกล้ามเน้ือเลก็ แขง็ แรงใชไ้ ดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ และประสาน

สมั พนั ธ์กัน
๒.พฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ ประกอบดว้ ย ๓ มาตรฐานคือ
มาตรฐานที่ ๓ มสี ุขภาพจิตดีและมคี วามสุข
มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอื่ นไหว
มาตรฐานท่ี ๕ มคี ุณธรรม จริยธรรม และมจี ติ ใจท่ีดีงาม
๓.พฒั นาการดา้ นสังคม ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคอื
มาตรฐานที่ ๖ มีทกั ษะชวี ติ และปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
มาตรฐานที่ ๗ รกั ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม และความเป็นไทย
มาตรฐานที่ ๘ อยู่รว่ มกบั ผู้อน่ื ได้อยา่ งมีความสุขและปฏบิ ตั ิตนเป็นสมาชกิ ทดี่ ีของสังคมใน

ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข
๔.พฒั นาการดา้ นสตปิ ญั ญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐานคือ
มาตรฐานที่ ๙ ใชภ้ าษาส่ือสารได้เหมาะสมกบั วัย
มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดท่ีเปน็ พ้ืนฐานการเรียนรู้
มาตรฐานที่ ๑๑ มีจนิ ตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์
มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติท่ีดตี ่อการเรยี นรูแ้ ละมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้

เหมาะสมกับวัย

ตัวบ่งชี้

ตัวบ่งช้ี เปน็ เปา้ หมายในการพัฒนาเดก็ ทมี่ ีความสัมพันธส์ อดคล้องกบั มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์



สภาพทพี่ ึงประสงค์

สภาพทีพ่ ึงประสงค์เป็นพฤตกิ รรมหรอื ความสามารถตามวยั ที่คาดหวงั ใหเ้ กดิ กบั เด็ก บนพ้ืนฐานพัฒนาการ
ตามวยั หรือความสามารถตามธรรมชาตใิ นแตล่ ะระดับอายุเพ่ือนำไปใชใ้ นการกำหนดสาระเรียนร้ใู น การจดั
ประสบการณ์ กิจกรรมและประเมนิ พัฒนาการเด็ก โดยมรี ายละเอียดของมาตรฐาน มาตรฐานคุณลักษณะที่พึง
ประสงค์ ตัวบง่ ชี้ และสภาพท่ีพงึ ประสงค์ ดงั น้ี
๑.พฒั นาการดา้ นรา่ งกาย
มาตรฐานท่ี ๑ รา่ งกายเจริญเติบโตตามวยั เด็กมสี ุขนสิ ัยที่ดี

ตวั บ่งชี้ท่ี ๑.๑ มีน้ำหนักและสว่ นสูงตามเกณฑ์

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-น้ำหนกั และสว่ นสูงตามเกณฑข์ องกรมอนามัย -น้ำหนักและสว่ นสงู ตามเกณฑข์ องกรมอนามัย

ตวั บง่ ชีท้ ี่ ๑.๒ มีสุขภาพอนามยั สุขนิสยั ท่ดี ี

สภาพทพี่ ึงประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-รับประทานอาหารทมี่ ปี ระโยชน์และด่มื น้ำสะอาด -รบั ประทานอาหารทมี่ ีประโยชน์ไดห้ ลายชนิดและด่มื

ด้วยตนเอง น้ำสะอาดได้ด้วยตนเอง

-ลา้ งมือก่อนรับประทานอาหารและหลงั จากใช้ -ล้างมอื ก่อนรบั ประทานอาหารและหลงั จากใช้

ห้องน้ำห้องสว้ มด้วยตนเอง หอ้ งน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง

-นอนพักผ่อนเป็นเวลา -นอนพกั ผ่อนเป็นเวลา

-ออกกำลงั กายเปน็ เวลา -ออกกำลังกายเปน็ เวลา

ตัวบ่งชที้ ี่ ๑.๓ รักษาความปลอดภยั ของตนเองและผู้อืน่

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-เลน่ และทำกิจกรรมอย่างปลอดภัยดว้ ยตนเอง -เล่นและทำกจิ กรรมและปฏิบัตติ ่อผ้อู ื่นอยา่ ง

ปลอดภัย



มาตรฐานที่ ๒ กลา้ มเนื้อใหญแ่ ละกล้ามเน้อื เล็กแข็งแรงใช้ได้อยา่ งคล่องแคลว่ และประสานสัมพนั ธก์ นั

ตัวบ่งชีท้ ี่ ๒.๑ เคลือ่ นไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วประสานสัมพนั ธแ์ ละทรงตัวได้

สภาพท่ีพงึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-เดนิ ต่อเทา้ ไปขา้ งหน้าเป็นเส้นตรงไดโ้ ดยไมต่ ้องกาง -เดนิ ต่อเท้าถอยหลงั เป็นเสน้ ตรงไดโ้ ดยไม่ตอ้ งกางแขน

แขน

-กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้โดยไมเ่ สียการทรงตวั -กระโดดขาเดยี ว ไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนอ่ื งโดยไม่เสียการ

ทรงตวั

-วง่ิ หลบหลีกสง่ิ กดี ขวางได้ -ว่ิงหลบหลีกส่งิ กดี ขวางได้อย่างคลอ่ งแคล่ว

-รบั ลูกบอลโดยใชม้ ือทง้ั สองข้าง -รับลกู บอลทกี่ ระดอนข้ึนจากพื้นได้

ตวั บ่งชท้ี ี่ ๒.๒ ใช้มือ – ตา ประสานสมั พนั ธ์กัน

สภาพท่พี ึงประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-ใชก้ รรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นตรงได้ -ใชก้ รรไกรตดั กระดาษตามแนวเสน้ โค้งได้

-เขยี นรูปสเี่ หล่ยี มตามแบบได้อยา่ งมีมุมชัดเจน -เขยี นรูปสามเหลีย่ มตามแบบได้อยา่ งมีมุมชัดเจน

-รอ้ ยวสั ดุทีม่ รี ขู นาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง ๐.๕ ซม.ได้ -ร้อยวสั ดทุ ี่มีรขู นาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง๐.๒๕ ซม.ได้

๒.พฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ

มาตรฐานที่ ๓ มสี ขุ ภาพจติ ดีและมีความสุข

ตัวบ่งชีท้ ่ี ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์ไดอ้ ย่างเหมาะสม

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

แสดงอารมณ์ ความรสู้ ึกได้ตามสถานการณ์ แสดงอารมณ์ ความรสู้ ึกไดส้ อดคลอ้ งกับสถานการณ์อย่าง

เหมาะสม



ตวั บง่ ชีท้ ี่ ๓.๒ มคี วามร้สู กึ ท่ีดตี ่อตนเองและผู้อ่ืน

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-กลา้ พดู กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมบาง กล้าพูดกล้าแสดงออกอยา่ งเหมาะสมตามสถานการณ์

สถานการณ์

-แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของ -แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเอง

ตนเอง และผ้อู น่ื

มาตรฐานที่ ๔ ช่นื ชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว

ตวั บง่ ชท้ี ่ี ๔.๑ สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผา่ นงานศิลปะ ดนตรแี ละการเคลือ่ นไหว

สภาพที่พงึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-สนใจมีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ -สนใจมคี วามสขุ และแสดงออกผา่ นงานศิลปะ

-สนใจ มคี วามสุขและแสดงออกผา่ นเสยี งเพลง -สนใจ มคี วามสุขและแสดงออกผ่านเสยี งเพลง ดนตรี

ดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว -สนใจ มคี วามสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลง
ประกอบเพลง จงั หวะและ ดนตรี จังหวะและดนตรี

มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรมและมจี ิตใจทด่ี งี าม

ตวั บง่ ชี้ที่ ๕.๑ ซื่อสัตย์ สุจริต

สภาพที่พงึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

- ขออนญุ าตหรือรอคอยเม่ือต้องการส่ิงของของผูอ้ ื่น - ขออนญุ าตหรือรอคอยเมื่อต้องการส่ิงของของผ้อู นื่ ดว้ ย

เมอื่ มีผู้ชีแ้ นะ ตนเอง

ตวั บ่งชีท้ ่ี ๕.๒ มคี วามเมตตากรณุ า มนี ้ำใจและชว่ ยเหลือแบ่งปัน

อายุ ๔ – ๕ ปี สภาพท่ีพงึ ประสงค์
-แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์เล้ยี ง อายุ ๕ – ๖ ปี
-ชว่ ยเหลือและแบ่งปันผ้อู นื่ ได้เมือ่ มีผูช้ แี้ นะ
-แสดงความรกั เพือ่ นและมีเมตตาสัตว์เล้ียง
-ชว่ ยเหลอื และแบง่ ปนั ผู้อ่นื ได้ด้วยตนเอง



ตวั บง่ ช้ีที่ ๕.๓ มีความเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ นื่ สภาพท่ีพึงประสงค์
อายุ ๕ – ๖ ปี
อายุ ๔ – ๕ ปี
-แสดงสีหนา้ และทา่ ทางรบั รคู้ วามรู้สกึ ผอู้ ื่น -แสดงสหี นา้ และท่าทางรับรู้ความรสู้ กึ ผอู้ น่ื อย่างสอดคลอ้ ง
กบั สถานการณ์

ตัวบง่ ชี้ที่ ๕.๔ มคี วามรบั ผดิ ชอบ

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-ทำงานทไี่ ด้รบั มอบหมายจนสำเรจ็ เมือ่ มีผ้ชู ้แี นะ -ทำงานทไี่ ด้รบั มอบหมายจนสำเรจ็ ด้วยตนเอง

๓.พัฒนาการดา้ นสงั คม

มาตรฐานท่ี ๖ มที ักษะชีวติ และปฏิบัตติ นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ตัวบ่งชท้ี ่ี ๖.๑ ช่วยเหลอื ตนเองในการปฏบิ ัติกจิ วัตรประจำวนั

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

- แต่งตัวดว้ ยตนเอง - แต่งตวั ดว้ ยตนเองได้อย่างคล่องแคลว่

-รับประทานอาหารด้วยตนเอง - รบั ประทานอาหารดว้ ยตนเองอย่างถูกวิธี

-ใช้หอ้ งนำ้ ห้องส้วมดว้ ยตนเอง -ใช้และทำความสะอาดหลงั ใชห้ อ้ งนำ้ ห้องสว้ มด้วยตนเอง

ตวั บง่ ชท้ี ี่ ๖.๒ มีวนิ ยั ในตนอง สภาพที่พงึ ประสงค์
อายุ ๕ – ๖ ปี
อายุ ๔ – ๕ ปี
-เกบ็ ของเลน่ ของใช้เข้าทดี่ ้วยตนเอง -เกบ็ ของเล่นของใช้เขา้ ทอ่ี ยา่ งเรยี บรอ้ ยด้วยตนเอง
-เขา้ แถวตามลำดับก่อนหลังไดด้ ว้ ยตนเอง -เข้าแถวตามลำดับก่อนหลงั ไดด้ ว้ ยตนเอง

ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๓ ประหยัดและพอเพยี ง

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-ใช้สิง่ ของเคร่ืองใช้อยา่ งประหยดั และพอเพียงเม่ือมี -ใช้สิ่งของเครื่องใช้อยา่ งประหยดั และพอเพยี งด้วยตนเอง

ผู้ชีแ้ นะ



มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อม วฒั นธรรม และความเป็นไทย

ตวั บ่งชที้ ่ี ๗.๑ ดูแลรกั ษาธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-มีส่วนร่วมดแู ลรักษาธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อมเม่ือมี -มสี ่วนรว่ มดแู ลรักษาธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มดว้ ยตนเอง

ผชู้ ้ีแนะ

-ทง้ิ ขยะไดถ้ ูกท่ี -ทิง้ ขยะได้ถูกที่

ตวั บง่ ชีท้ ี่ ๗.๒ มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรกั ความเปน็ ไทย

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-ปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทยได้ด้วยตนเอง -ปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทยได้ ตามกาลเทศะ

-กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วยตนเอง -กล่าวคำขอบคุณและขอโทษดว้ ยตนเอง

-ยนื ตรงเม่ือไดย้ ินเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญ -ยืนตรงและร่วมร้องเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสรญิ พระ

พระบารมี บารมี

มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นไดอ้ ย่างมคี วามสุขและปฏิบัตติ นเป็นสมาชกิ ทดี่ ีของสงั คมในระบอบประชาธิปไตย

อันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข

ตัวบ่งช้ที ่ี ๘.๑ ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งบุคคล

สภาพท่พี ึงประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-เล่นและทำกจิ กรรมร่วมกบั กลุ่มเดก็ ทีแ่ ตกต่างไป -เล่นและทำกจิ กรรมร่วมกับเดก็ ทแ่ี ตกต่างไปจากตน

จากตน

๑๐

ตวั บง่ ชี้ท่ี ๘.๒ มีปฏสิ ัมพนั ธท์ ี่ดีกับผู้อนื่

สภาพทพี่ งึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-เลน่ หรอื ทำงานรว่ มกับเพ่ือนเป็นกลุ่ม -เล่นหรอื ทำงานร่วมมือกบั เพื่อนอยา่ งมเี ป้าหมาย

-ยิ้ม ทักทายหรือพดู คยุ กับผใู้ หญแ่ ละบุคคลท่ีคนุ้ เคย -ยมิ้ ทักทายและพดู คุยกบั ผ้ใู หญ่และบุคคลท่ีคุ้นเคยได้

ไดด้ ้วยตนเอง เหมาะสมกบั สถานการณ์

ตวั บง่ ช้ีท่ี ๘.๓ ปฏิบตั ติ นเบ้ืองต้นในการเป็นสมาชิกที่ดขี องสงั คม

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-มีส่วนรว่ มสรา้ งข้อตกลงและปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง -มสี ่วนรว่ มสรา้ งขอ้ ตกลงและปฏิบตั ติ ามข้อตกลงดว้ ยตนเอง

เม่ือมผี ูช้ แี้ นะ

-ปฏิบัติตนเปน็ ผนู้ ำและผู้ตามไดด้ ว้ ยตนเอง -ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผูน้ ำและผูต้ ามได้เหมาะสมกบั สถานการณ์

-ประนปี ระนอมแกไ้ ขปญั หาโดยปราศจากการใช้ -ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดยปราศจากการใช้ความรนุ แรง

ความรนุ แรงเมื่อมีผู้ช้แี นะ ด้วยตนเอง

๔. พฒั นาการดา้ นสติปัญญา

มาตรฐานท่ี ๙ ใช้ภาษาส่ือสารไดเ้ หมาะสมกบั วยั

ตัวบง่ ชท้ี ่ี ๙.๑ สนทนาโตต้ อบและเล่าเรอื่ งใหผ้ ู้อ่ืนเข้าใจ

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-ฟังผ้อู ่นื พูดจนจบและสนทนาโตต้ อบสอดคล้องกบั -ฟงั ผอู้ น่ื พูดจนจบและสนทนาโต้ตอบอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยง

เร่อื งที่ฟัง กับเรื่องทฟี่ ัง

-เล่าเร่ืองเป็นประโยคอย่างต่อเนอื่ ง -เล่าเป็นเรือ่ งราวต่อเนื่องได้

๑๑

ตัวบง่ ชี้ท่ี ๙.๒ อ่าน เขยี นภาพและสัญลกั ษณ์ได้

สภาพทพ่ี ึงประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-อา่ นภาพ สัญลกั ษณ์ คำ พร้อมท้ังชี้ หรือกวาดตา -อา่ นภาพ สัญลักษณ์ คำ ด้วยการช้ี หรอื กวาดตามอง

มองข้อความตามบรรทัด จุดเรมิ่ ตน้ และจดุ จบของข้อความ

-เขียนคลา้ ยตวั อักษร -เขยี นชือ่ ของตนเอง ตามแบบ เขยี นขอ้ ความด้วยวิธีทคี่ ดิ ขนึ้

เอง

มาตรฐานท่ี ๑๐ มคี วามสามารถในการคดิ ท่เี ป็นพน้ื ฐานในการเรยี นรู้

ตัวบง่ ช้ีท่ี ๑๐.๑ มีความสามารถในการคิดรวบยอด

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-บอกลักษณะและสว่ นประกอบของสิง่ ของต่างๆจาก -บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การเปล่ียนแปลง หรอื ความ

การสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผสั สมั พนั ธ์ของสงิ่ ของตา่ งๆจากการสงั เกตโดยใชป้ ระสาทสมั ผัส

-จับคูแ่ ละเปรียบเทยี บความแตกต่างหรือความ -จับคูแ่ ละเปรียบเทยี บความแตกตา่ งและความเหมอื นของส่ิง

เหมอื นของสิง่ ตา่ งๆโดยใชล้ กั ษณะท่ีสงั เกตพบเพยี ง ต่างๆโดยใชล้ ักษณะทสี่ ังเกตพบ ๒ ลกั ษณะขึน้ ไป

ลักษณะเดยี ว

-จำแนกและจัดกลุ่มส่ิงตา่ งๆโดยใชอ้ ย่างน้อย ๑ -จำแนกและจัดกลมุ่ สงิ่ ตา่ งๆโดยใช้ต้งั แต่ ๒ ลักษณะขึน้ ไป

ลกั ษณะเป็นเกณฑ์ เป็นเกณฑ์

-เรยี งลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย ๔ ลำดบั -เรยี งลำดับส่ิงของและเหตุการณอ์ ยา่ งน้อย ๕ ลำดบั

ตัวบ่งชีท้ ่ี ๑๐.๒ มีความสามารถในการคดิ เชิงเหตผุ ล

สภาพทพี่ งึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-ระบสุ าเหตุหรือผลทเี่ กิดข้ึนในเหตุการณห์ รือ การ -อธิบายเชือ่ มโยงสาเหตแุ ละผลท่ีเกิดข้ึนในเหตุการณ์หรือ

กระทำเม่อื มผี ชู้ ้ีแนะ การกระทำด้วยตนเอง

-คาดเดา หรือคาดคะเนส่งิ ท่ีอาจจะเกิดขน้ึ หรอื มี -คาดคะเนสงิ่ ทอี่ าจจะเกิดข้นึ และมสี ่วนรว่ มในการลง

สว่ นร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูล ความเหน็ จากข้อมูลอยา่ งมีเหตุผล

๑๒

ตัวบ่งช้ที ่ี ๑๐.๓ มคี วามสามารถในการคดิ แก้ปญั หาและตดั สินใจ

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-ตัดสนิ ใจในเรอ่ื งง่ายๆและเร่ิมเรียนรู้ผลทเี่ กดิ ขึ้น -ตัดสนิ ใจในเรอื่ งง่ายๆและยอมรบั ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ

-ระบปุ ัญหา และแกป้ ัญหาโดยลองผดิ ลองถูก -ระบุปัญหาสร้างทางเลอื กและเลือกวิธีแกป้ ญั หา

มาตรฐานท่ี ๑๑ มีจินตนาการและความคดิ สร้างสรรค์

ตัวบ่งช้ที ี่ ๑๑.๑ ทำงานศิลปะตามจนิ ตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์

สภาพทพี่ ึงประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-สรา้ งผลงานศลิ ปะเพ่ือสอ่ื สารความคดิ ความรู้สึก -สร้างผลงานศลิ ปะเพื่อสอ่ื สารความคิด ความรูส้ ึกของตนเอง

ของตนเองโดยมีการดดั แปลงและแปลกใหม่จากเดิม โดยมกี ารดดั แปลง แปลกใหม่จากเดิมและมรี ายละเอยี ด

หรอื มรี ายละเอยี ดเพ่ิมข้นึ เพิม่ ข้นึ

ตวั บ่งชี้ท่ี ๑๑.๒ แสดงทา่ ทาง/เคลื่อนไหวตามจนิ ตนาการอยา่ งสรา้ งสรรค์

สภาพท่พี ึงประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-เคลอื่ นไหวทา่ ทางเพ่อื ส่ือสารความคดิ ความรสู้ ึก -เคลอื่ นไหวทา่ ทางเพื่อส่ือสารความคิด ความรสู้ ึกของตนเอง

ของตนเองอยา่ งหลากหลายหรือแปลกใหม่ อย่างหลากหลายและแปลกใหม่

มาตรฐานท่ี ๑๒ มเี จตคติที่ดีตอ่ การเรียนรู้ และมคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้ได้

เหมาะสมกับวัย

ตวั บ่งชีท้ ี่ ๑๒.๑ มีเจตคติทีด่ ีตอ่ การเรยี นรู้

สภาพทพ่ี ึงประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-สนใจซกั ถามเกย่ี วกับสญั ลกั ษณห์ รือตัวหนังสือที่พบ -สนใจหยิบหนังสอื มาอ่านและเขียนสอ่ื ความคิดดว้ ยตนเอง

เห็น เปน็ ประจำอย่างต่อเน่ือง

-กระตือรือรน้ ในการเขา้ รว่ มกิจกรรม -กระตือรอื รน้ ในการร่วมกจิ กรรมต้งั แต่ตน้ จนจบ

๑๓

ตัวบ่งชท้ี ่ี ๑๒.๒ มีความสามารถในการแสวงหาความรู้

สภาพที่พงึ ประสงค์

อายุ ๔ – ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี

-ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยตา่ งๆ ตามวธิ กี ารของ -คน้ หาคำตอบของข้อสงสยั ตา่ งๆ โดยใช้วธิ ีการที่หลากหลาย

ตนเอง ด้วยตนเอง

-ใช้ประโยคคำถามว่า “ท่ีไหน” “ทำไม” ในการ -ใช้ประโยคคำถามวา่ “เมื่อไร” “อย่างไร” ในการค้นหา

ค้นหาคำตอบ คำตอบ

๑๔

โครงสรา้ งหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พ.ศ.๒๕๖๐

คณุ ลักษณะพึงประสงคต์ ามวัย สาระการเรยี นรู้ ระยะเวลาเรยี น

๑๒ มาตรฐาน ประสบการณส์ ำคัญ ๒๐๐วัน : ๑ ปีการศึกษา

ครอบคลุมพัฒนาการท้งั ๔ ด้าน วันละ ๕ ชวั่ โมง
ด้านรา่ งกาย ดา้ นอารมณ์จติ ใจ ดา้ นสังคม ดา้ นสติปญั ญา แบ่งเป็น ๒ ภาคเรยี น
ภาคเรียนที่ ๑ : ๑๐๐ วนั
ภาคเรยี นท่ี ๒ : ๑๐๐ วนั

สาระที่ควรรู้

สาระท่ี ๑ เรอื่ งราวเกี่ยวกับตวั เด็ก (หลักสูตรต้านทจุ ริตศึกษา)
สาระท่ี ๒ บคุ คลและสถานท่ีแวดลอ้ มเด็ก สาระที่ ๑ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์
สาระที่ ๓ ธรรมชาตริ อบตัว
สาระที่ ๔ สงิ่ ตา่ งๆ รอบตัวเดก็ สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
สาระที่ ๒ ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ
สาระท่ี ๓ STRONG: จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ
สาระที่ ๔ พลเมืองกับความรับผิดชอบตอ่ สงั คม

๑๕

โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรู้

ภาคเรียนที่ ๑ หน่วยการเรยี นรู้ ภาคเรยี นที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้
๑ ปฐมนิเทศ หน่วยที่ ๑,๒,๓,๔ (ปปช.)
๒ โรงเรยี นของเราหนว่ ยท่ี ๑,๒,๓,๔ ๑ รรู้ อบปลอดภยั หน่วยที่ ๑ (ปปช.)
(ปปช.)
๓ ตัวเราหน่วยท่ี ๑,๒,๓,๔ (ปปช.) ๒ ลอยกระทงหนว่ ยท่ี ๓ (ปปช.)
๔ หนนู อ้ ยน่ารัก หนว่ ยท่ี ๑,๒,๓,๔ (ปปช.)
๕ ครอบครัวมสี ุข หนว่ ยที่ ๓,๔ (ปปช.) ๓ กลางวนั กลางคืน หนว่ ยที่ ๔ (ปปช.)
๖ อาหารดีมปี ระโยชน์ ๔ คา่ นยิ มไทย หน่วยท่ี ๓,๔ (ปปช.)
หน่วยท่ี ๑,๒,๓ (ปปช.) ๕ วนั ชาติ หน่วยท่ี ๔ (ปปช.)
๗ ฝนจ๋า หนว่ ยท่ี ๑,๒ (ปปช.) ๖ เศรษฐกจิ พอเพยี ง หน่วยที่ ๔ (ปปช.)
๘ ข้าว หนว่ ยท่ี ๔ (ปปช.)
๙ ปลอดภยั ไว้กอ่ น หน่วยท่ี ๑,๒,๓,๔ ๗ เทคโนโลยีและการสอื่ สาร หน่วยท่ี ๑ (ปปช.)
(ปปช.) ๘ วนั ขนึ้ ปใี หม่หนว่ ยที่ ๔ (ปปช.)
๑๐ วันเฉลิมพระชนมพรรษา ๙ สนกุ กบั ตัวเลข หน่วยท่ี ๓,๔ (ปปช.)
หน่วยท่ี ๔ (ปปช.)
๑๑ วนั แม่ หน่วยท่ี ๓,๔ (ปปช.) ๑๐ ขนาด รูปรา่ ง รปู ทรงหนว่ ยที่ ๓,๔ (ปปช.)
๑๒ รกั เมอื งไทย หน่วยท่ี ๑,๒,๓,๔ (ปปช.)
๑๓ ของเล่นของใช้ หน่วยท่ี ๑,๒,๓,๔ ๑๑ วนั เดก็ วันครู หน่วยท่ี ๓,๔ (ปปช.)
(ปปช.) ๑๒ โลกสวยด้วยสีสันหนว่ ยที่ ๑,๒,๓,๔ (ปปช.)
๑๔ ชมุ ชนทรี่ ัก หนว่ ยท่ี ๑,๒,๓,๔ (ปปช.) ๑๓ ฤดูหนาวหนว่ ยที่ ๑,๓,๔ (ปปช.)
๑๕ ตน้ ไมท้ รี่ ัก หนว่ ยที่ ๔ (ปปช.)
๑๖ หิน ดิน ทราย หนว่ ยที่ ๓,๔ (ปปช.) ๑๔ วิทยาศาสตรน์ า่ รหู้ นว่ ยที่ ๓,๔ (ปปช.)
๑๗ สัตว์นา่ รกั หนว่ ยที่ ๔ (ปปช.) ๑๕ เสียงรอบตวั หน่วยที่ ๓ (ปปช.)
๑๘ คมนาคม หนว่ ยท่ี ๑,๒,๓,๔ (ปปช.) ๑๖ รกั การอา่ นหนว่ ยท่ี ๓ (ปปช.)
๑๙ วนั สำคัญหนว่ ยที่ ๑,๒,๓,๔ (ปปช.) ๑๗ ปรมิ าตร นำ้ หนักหน่วยที่ ๓ (ปปช.)
๑๘ ฤดรู อ้ นหน่วยท่ี ๑๓,๔ (ปปช.)
๑๙ วนั สำคญั หน่วยที่ ๑,๒,๓,๔ (ปปช.)

หมายเหตุ หน่วยการเรียนตามหลกั สตู รต้านทุจรติ ศกึ ษา (ปปช.)
หนว่ ยท่ี ๑ การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
หนว่ ยท่ี ๒ ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต
หน่วยที่ ๓ STRONG /จติ พอเพียงตอ่ ต้านการทุจรติ
หน่วยท่ี ๔ พลเมืองกบั ความรับผิดชอบต่อสังคม

๑๖

ระยะเวลาเรียน
หลกั สูตรสถานศกึ ษาการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านกุดจกิ กำหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาในการจัดประสบการณ์

ให้กับเด็ก ๑ – ๒ ปีการศึกษาโดยประมาณ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กที่เริ่มเข้าศึกษาในสถานศึกษา เวลาเรียน
สำหรับเด็กปฐมวัยมเี วลาเรยี นไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วันตอ่ ๑ ปกี ารศึกษา ในแต่ละวันจะใช้เวลาไม่นอ้ ยกวา่ ๕ ช่ัวโมง โดย
สามารถปรบั เปลี่ยนให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษา

สาระการเรยี นร้รู ายปี
สาระการเรียนรู้ใช้เป็นสื่อกลางในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน

ใหเ้ ปน็ ไปตามจดุ หมายของหลกั สตู รทกี่ ำหนด ประกอบดว้ ย ประสบการณ์สำคัญและสาระทีค่ วรเรยี นรู้ ดังน้ี
๑. ประสบการณ์สำคัญ
ประสบการณ์สำคัญเป็นแนวทางสำหรับผู้สอนไปใช้ในการออกแบบการจัดประสบการณ์ ให้เด็กปฐมวัย

เรยี นรู้ ลงมือปฏบิ ัติ และได้รบั การสง่ เสรมิ พัฒนาการครอบคลุมทุกดา้ น ดงั น้ี
๑.๑ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนา

การใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาท ในการทำกิจวัตร
ประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆ รวมท้ังสนับสนนุ ใหเ้ ด็กมีโอกาสดแู ลสุขภาพ สขุ อนามัย และการรกั ษาความปลอดภัย
ดังน้ี

๑.๑.๑ การใชก้ ล้ามเน้ือใหญ่
๑.๑.๑.๑ การเคลือ่ นไหวอยู่กับที่
๑.๑.๑.๒ การเคล่อื นไหวเคล่ือนท่ี
๑.๑.๑.๓ การเคลอ่ื นไหวพร้อมวัสดอุ ุปกรณ์
๑.๑.๑.๔ การเคลื่อนไหวที่ใช้การประสานสัมพันธ์ของการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการขว้าง การจับ

การโยน การเตะ
๑.๑.๑.๕ การเล่นเครือ่ งเล่นสนามอยา่ งอสิ ระ

๑.๑.๒ การใช้กล้ามเน้ือเลก็
๑.๑.๒.๑ การเลน่ เครอ่ื งเล่นสมั ผัสและการสร้างจากแท่งไม้ บลอ็ ก
๑.๑.๒.๒ การเขยี นภาพและการเลน่ กับสี
๑.๑.๒.๓ การป้ัน
๑.๑.๒.๔ การประดิษฐส์ ิ่งต่างๆด้วย เศษวสั ดุ
๑.๑.๒.๕ การหยิบจบั การใช้กรรไกร การฉีก การตดั การปะ และการร้อยวัสดุ

๑๗

๑.๑.๓ การรักษาสขุ ภาพอนามยั ส่วนตวั
๑.๑.๓.๑ การปฏิบัติตนตามสขุ อนามยั สุขนสิ ยั ทีด่ ใี นกจิ วัตรประจำวนั

๑.๑.๔ การรกั ษาความปลอดภัย
๑.๑.๔.๑ การปฏิบตั ิตนใหป้ ลอดภยั ในกจิ วัตรประจำวัน
๑.๑.๔.๒ การฟงั นิทาน เรื่องราว เหตกุ ารณ์ เกย่ี วกับการปอ้ งกนั และรักษาความปลอดภยั
๑.๑.๔.๓ การเลน่ เคร่อื งเลน่ อย่างปลอดภยั
๑.๑.๔.๔ การเลน่ บทบาทสมมตเิ หตกุ ารณต์ า่ งๆ

๑.๑.๕ การตระหนกั รเู้ กี่ยวกับรา่ งกายตนเอง
๑.๑.๕.๑ การเคลือ่ นไหวเพื่อควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดบั และพืน้ ท่ี
๑.๑.๕.๒ การเคลอ่ื นไหวข้ามสิง่ กีดขวาง

๑.๒ ประสบการณส์ ำคญั ทีส่ ่งเสริมพัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ เป็นการสนบั สนุนใหเ้ ด็กได้แสดงออก
ทางอารมณ์และความรสู้ ึกของตนเองท่ีเหมาะสมกบั วัย ตระหนกั ถึงลักษณะพิเศษเฉพาะที่เป็นอัตลักษณ์ ความเป็นตัว
ของตวั เอง มีความสุข รา่ เรงิ แจ่มใส การเหน็ อกเหน็ ใจผู้อ่ืนได้พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม สุนทรียภาพ ความรู้สึกที่ดีต่อ
ตนเอง และความเชอื่ ม่ันในตนเองขณะปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ดงั น้ี

๑.๒.๑ สนุ ทรียภาพ ดนตรี
๑.๒.๑.๑ การฟังเพลง การร้องเพลง และการแสดงปฏิกิรยิ าโตต้ อบเสยี งดนตรี
๑.๒.๑.๒ การเคลือ่ นไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี
๑.๒.๑.๓ การเลน่ บทบาทสมมติ
๑.๒.๑.๔ การทำกิจกรรมศลิ ปะต่างๆ
๑.๒.๑.๕ การสร้างสรรคส์ ่งิ สวยงาม

๑.๒.๒ การเล่น
๑.๒.๒.๑ การเล่นอิสระ
๑.๒.๒.๒ การเล่นรายบคุ คล กลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่
๑.๒.๒.๓ การเลน่ ตามมุมประสบการณ์
๑.๒.๒.๔ การเลน่ นอกห้องเรียน
๑.๒.๓ คณุ ธรรม จริยธรรม
๑.๒.๓.๑ การปฏิบัตติ นตามหลกั ศาสนาท่นี ับถอื
๑.๒.๓.๒ การฟังนิทานเก่ยี วกับคุณธรรม จริยธรรม
๑.๒.๓.๓ การร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงจรยิ ธรรม

๑๘

๑.๒.๔ การแสดงออกทางอารมณ์
๑.๒.๔.๑ การสะทอ้ นความรสู้ กึ ของตนเองและผู้อน่ื
๑.๒.๔.๒ การเลน่ บทบาทสมมติ
๑.๒.๔.๓ การเคล่อื นไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี
๑.๒.๔.๔การร้องเพลง
๑.๒.๔.๕ การทำงานศิลปะ
๑.๒.๕ การมีอตั ลักษณ์เฉพาะตนและเชือ่ วา่ ตนเองมีความสามารถ
๑.๒.๕.๑ การปฏบิ ัติกิจกรรมต่างๆตามความสามารถของตนเอง
๑.๒.๖ การเห็นอกเห็นใจผู้อืน่
๑.๒.๖.๑ การแสดงความยินดเี มอ่ื ผู้อนื่ มคี วามสุข เห็นอกเหน็ ใจเมือ่ ผ้อู น่ื เศร้าหรือเสียใจ และการ
ชว่ ยเหลอื ปลอบโยนเมื่อผอู้ ่ืนได้รบั บาดเจ็บ
๑.๓ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสปฏสิ ัมพันธ์
กับบุคลและสงิ่ แวดล้อมตา่ งๆรอบตัวจากการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ผา่ นการเรียนรู้ทางสังคม เช่น การเล่น การทำงาน
กับผอู้ ืน่ การปฏบิ ตั กิ จิ วัตรประจำวัน การแก้ปัญหาขอ้ ขัดแยง้ ตา่ งๆ
๑.๓.๑ การปฏบิ ัตกิ จิ วัตรประจำวนั
๑.๓.๑.๑ การชว่ ยเหลอื ตนเองในกิจวัตรประจำวนั
๑.๓.๑.๒ การปฏิบตั ติ นตามแนวทางหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๑.๓.๒ การดแู ลรกั ษาธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
๑.๓.๒.๑ การมีสว่ นรว่ มรบั ผิดชอบดูแลรกั ษาส่ิงแวดล้อมทง้ั ภายในและภายนอกห้องเรยี น
๑.๓.๒.๒ การทำงานศลิ ปะทใี่ ชว้ ัสดุหรอื ส่ิงของท่ีใชแ้ ลว้ มาใช้ซำ้ หรือแปรรปู แล้วนำกลับมาใชใ้ หม่
๑.๓.๒.๓ การเพาะปลกู และดูแลต้นไม้
๑.๓.๒.๔ การเลย้ี งสตั ว์
๑.๓.๒.๕ การสนทนาขา่ วและเหตุการณ์ท่ีเก่ียวกับธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มในชีวิตประจำวัน
๑.๓.๓ การปฏิบตั ติ ามวฒั นธรรมท้องถิน่ ท่อี าศัยและความเป็นไทย
๑.๓.๓.๑ การเลน่ บทบาทสมมุติการปฏิบัติตนในความเป็นคนไทย
๑.๓.๓.๒ การปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมท้องถ่นิ ทอ่ี าศัยและประเพณีไทย
๑.๓.๓.๓ การประกอบอาหารไทย
๑.๓.๓.๔ การศกึ ษานอกสถานท่ี
๑.๓.๓.๕ การละเล่นพน้ื บา้ นของไทย

๑๙

๑.๓.๔ การมปี ฏิสมั พันธ์ มีวินัย มสี วนรว่ ม และบทบาทสมาชกิ ของสังคม
๑.๓.๔.๑ การร่วมกำหนดข้อตกลงของห้องเรยี น
๑.๓.๔.๒ การปฏิบัตติ นเป็นสมาชทิ ีด่ ีของห้องเรียน
๑.๓.๔.๓ การให้ความรว่ มมอื ในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ
๑.๓.๔.๔ การดแู ลหอ้ งเรียนร่วมกนั
๑.๓.๔.๕ การร่วมกจิ กรรมวนั สำคญั

๑.๓.๕ การเล่นแบบรว่ มมือร่วมใจ
๑.๓.๕.๑ การรว่ มสนทนาและแลกเปลีย่ นความคิดเห็น
๑.๓.๕.๒ การเล่นและทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื
๑.๓.๕.๓ การทำศิลปะแบบร่วมมือ

๑.๓.๖ การแกป้ ัญหาความขัดแย้ง
๑.๓.๖.๑ การมสี ว่ นรว่ มในการเลอื กวธิ ีการแก้ปญั หา
๑.๓.๖.๒ การมสี ่วนรว่ มในการแกป้ ัญหาความขัดแย้ง

๑.๓.๗ การยอมรับในความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล
๑.๓.๗.๑ การเล่นหรือ ทำกิจกรรมรว่ มกับกลมุ่ เพื่อน

๑.๔ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้ เรียนรู้สิ่ง
ต่างๆรอบตัวผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่างๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อเปิด
โอกาสให้เด็กพัฒนาการใช้ภาษา จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การคิดเชิงเหตุผล และการคิดรวบ
ยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวและมีความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในระดับที่สูงข้ึน
ตอ่ ไป

๑.๔.๑ การใชภ้ าษา
๑.๔.๑.๑ การฟงั เสียงตา่ งๆ ในสงิ่ แวดล้อม
๑.๔.๑.๒ การฟงั และปฏิบตั ติ ามคำแนะนำ
๑.๔.๑.๓ การฟังเพลง นิทาน คำคล้องจอง บทร้อยกรองหรือเร่ืองราวต่างๆ
๑.๔.๑.๔ การแสดงความคดิ ความรสู้ ึก และความต้องการ
๑.๔.๑.๕ การพูดกับผูอ้ ่นื เกีย่ วกบั ประสบการณ์ของตนเอง หรือพูดเล่าเรื่องราวเก่ยี วกับตนเอง
๑.๔.๑.๖ การพูดอธิบายเกย่ี วกบั สงิ่ ของ เหตุการณ์ และความสัมพันธ์ของสง่ิ ตา่ งๆ
๑.๔.๑.๗ การพูดอย่างสร้างสรรค์ในการเล่น และการกระทำตา่ งๆ

๒๐

๑.๔.๑.๘ การรอจงั หวะท่ีเหมาะสมในการพูด
๑.๔.๑.๙ การพดู เรยี งลำดับเพอื่ ใชใ้ นการส่ือสาร
๑.๔.๑.๑๐ การอา่ นหนงั สือภาพ นิทาน หลากหลายประเภท/รูปแบบ
๑.๔.๑.๑๑ การอา่ นอสิ ระตามลำพัง การอ่านร่วมกัน การอ่านโดยมผี ้ชู แี้ นะ
๑.๔.๑.๑๒ การเหน็ แบบอยา่ งของการอา่ นท่ีถูกตอ้ ง
๑.๔.๑.๑๓ การสงั เกตทศิ ทางการอา่ นตวั อักษร คำ และข้อความ
๑.๔.๑.๑๔ การอ่านและชีข้ ้อความ โดยกวาดสายตาตามบรรทดั จากซ้ายไปขวา จากบนลงลา่ ง
๑.๔.๑.๑๕ การสังเกตตัวอักษรในชอ่ื ของตน หรอื คำค้นุ เคย
๑.๔.๑.๑๖ การสังเกตตวั อักษรที่ประกอบเป็นคำผา่ นการอา่ นหรือเขียนของผ้ใู หญ่
๑.๔.๑.๑๗ การคาดเดาคำ วลี หรอื ประโยค ท่มี ีโครงสร้างซ้ำๆกัน จากนทิ าน เพลง คำคล้องจอง
๑.๔.๑.๑๘ การเล่นเกมทางภาษา
๑.๔.๑.๑๙ การเหน็ แบบอย่างของการเขยี นท่ีถกู ตอ้ ง
๑.๔.๑.๒๐ การเขยี นร่วมกนั ตามโอกาส และการเขียนอสิ ระ
๑.๔.๑.๒๑ การเขยี นคำทมี่ ีความหมายกบั ตวั เดก็ /คำคุน้ เคย
๑.๔.๑.๒๒ การคิดสะกดคำและเขียนเพอ่ื ส่ือความหมายดว้ ยตนเองอย่างอสิ ระ
๑.๔.๒ การคดิ รวบยอด การคิดเชิงเหตผุ ล การตัดสินใจและแกป้ ญั หา
๑.๔.๒.๑ การสงั เกตลกั ษณะ ส่วนประกอบ การเปล่ยี นแปลง และความสัมพันธข์ องสงิ่ ต่างๆ โดยใช้
ประสาทสัมผสั อย่างเหมาะสม
๑.๔.๒.๒ การสงั เกตสิ่งต่างๆ และสถานทจี่ ากมุมมองทต่ี า่ งกัน
๑.๔.๒.๓ การบอกและแสดงตำแหนง่ ทศิ ทาง และระยะทางของสงิ่ ต่างๆด้วยการกระทำ ภาพวาด
ภาพถา่ ย และรปู ภาพ
๑.๔.๒.๔ การเล่นกบั ส่ือต่างๆท่ีเปน็ ทรงกลม ทรงสเี่ หล่ยี มมุมฉาก ทรงกระบอก กรวย
๑.๔.๒.๕ การคดั แยก การจัดกลมุ่ และการจำแนกสง่ิ ต่างๆตามลักษณะและรูปรา่ ง รปู ทรง
๑.๔.๒.๖ การต่อของช้นิ เลก็ เติมในชน้ิ ใหญใ่ หส้ มบูรณ์ และการแยกชน้ิ ส่วน
๑.๔.๒.๗ การทำซ้ำ การต่อเติม และการสรา้ งแบบรปู
๑.๔.๒.๘ การนบั และแสดงจำนวนของส่งิ ต่างๆในชวี ิตประจำวนั
๑.๔.๒.๙ การเปรยี บเทยี บและเรียงลำดับจำนวนของสงิ่ ต่างๆ
๑.๔.๒.๑๐ การรวมและการแยกสง่ิ ต่างๆ

๒๑

๑.๔.๒.๑๑ การบอกและแสดงอนั ดับที่ของสง่ิ ต่างๆ
๑.๔.๒.๑๒ การช่ัง ตวง วดั สง่ิ ตา่ งๆโดยใชเ้ ครื่องมือและหน่วยทไี่ มใ่ ช่หน่วยมาตรฐาน
๑.๔.๒.๑๓ การจบั คู่ การเปรียบเทียบ และการเรยี งลำดบั ส่ิงต่างๆ ตามลกั ษณะความยาว/ความสงู
นำ้ หนัก ปรมิ าตร
๑.๔.๒.๑๔ การบอกและเรยี งลำดับกจิ กรรมหรือเหตุการณ์ตามช่วงเวลา
๑.๔.๒.๑๕ การใชภ้ าษาทางคณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน
๑.๔.๒.๑๖ การอธิบายเช่ือมโยงสาเหตแุ ละผลทเี่ กิดขน้ึ ในเหตุการณห์ รือการกระทำ
๑.๔.๒.๑๗ การคาดเดาหรือการคาดคะเนส่ิงที่อาจเกิดขน้ึ อย่างมีเหตผุ ล
๑.๔.๒.๑๘ การมสี ่วนรว่ มในการลงความเหน็ จากขอ้ มูลอย่างมเี หตุผล
๑.๔.๒.๑๙ การตัดสนิ ใจและมีส่วนรว่ มในกระบวนการแก้ปัญหา
๑.๔.๓ จนิ ตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์
๑.๔.๓.๑ การรบั รู้ และแสดงความคดิ ความรสู้ กึ ผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่น และช้ินงาน
๑.๔.๓.๒ การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผา่ นภาษา ท่าทาง การเคลอื่ นไหว และศลิ ปะ
๑.๔.๓.๓ การสร้างสรรคช์ ้นิ งานโดยใช้รปู รา่ งรูปทรงจากวัสดทุ ่หี ลากหลาย
๑.๔.๔ เจตคติท่ีดตี ่อการเรยี นรู้และการแสวงหาความรู้
๑.๔.๔.๑ การสำรวจสิง่ ตา่ งๆ และแหล่งเรียนรู้รอบตวั
๑.๔.๔.๒ การตัง้ คำถามในเร่อื งทีส่ นใจ
๑.๔.๔.๓ การสบื เสาะหาความรู้เพ่ือค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ
๑.๔.๔.๔ การมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจากการสืบเสาะหาความรู้ใน
รูปแบบตา่ งๆและแผนภูมอิ ยา่ งงา่ ย
๒. สาระทค่ี วรเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่นำมาเป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดแนวคิดหลังจาก
นำสาระการเรียนรู้นั้น ๆ มาจัดประสบการณ์ให้เด็ก เพื่อให้บรรลุจุดหมายที่กำหนดไว้ทั้งนี้ ไม่เน้นการท่องจำเนื้อหา
ครูสามารถกำหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคลอ้ งกับวัย ความต้องการ และความสนใจของเด็ก โดยให้เด็กได้เรียนรู้
ผา่ นประสบการณ์สำคญั ทัง้ น้ี อาจยดื หยุ่นเน้ือหาได้โดยคำนงึ ถึงประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมในชวี ิตจรงิ ของเด็ก ดงั นี้
๒.๑ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรรู้จักชื่อ นามสกุล รูปร่างหน้าตา รู้จักอวัยวะต่างๆ วิธีระวังรักษา
ร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยทีด่ ี การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การระมัดระวังความปลอดภัยของ
ตนเองจากผู้อน่ื และภยั ใกล้ตัว รวมทง้ั การปฏบิ ัตติ อ่ ผ้อู ื่นอยา่ งปลอดภยั การรู้จกั ความเปน็ มาของตนเองและ

๒๒

ครอบครัว การปฏบิ ัติตนเปน็ สมาชกิ ท่ีดีของครอบครวั และโรงเรียน การเคารพสทิ ธิของตนเองและผู้อืน่ การรู้จักแสดง
ความคิดเห็นของตนเองและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การกำกับตนเอง การเล่นและทำสิ่งต่างๆด้วยตนเองตาม
ลำพงั หรือกบั ผู้อื่น การตระหนกั รเู้ ก่ียวกับตนเอง ความภาคภูมใิ จในตนเอง การสะท้อนการรบั รู้อารมณ์และความรู้สึก
ของตนเองและผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกอย่างเหมาะสม การแสดงมารยาทที่ดี การมีคุณธรรม
จริยธรรม

๒.๒ เร่อื งราวเกีย่ วกับบคุ คลและสถานทแี่ วดล้อมเด็ก เด็กควรเรยี นรเู้ กีย่ วกับครอบครวั สถานศกึ ษา ชุมชน
และบุคคลตา่ งๆ ที่เดก็ ต้องเก่ียวข้องหรือใกลช้ ดิ และมีปฏสิ ัมพันธ์ในชีวติ ประจำวัน สถานท่ีสำคัญ วันสำคญั อาชีพของ
คนในชุมชน ศาสนา แหล่งวัฒนาธรรมในชุมชน สัญลักษณ์สำคัญของชาติไทยและการปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่น
และความเป็นไทย หรือแหล่งเรียนรจู้ ากภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ อนื่ ๆ

๒.๓ ธรรมชาตริ อบตัว เดก็ ควรเรยี นรู้เก่ยี วกบั ชื่อ ลกั ษณะ ส่วนประกอบ การเปลีย่ นแปลงและความสัมพันธ์
ของมนุษย์ สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จักเกี่ยวกับดิน น้ำ ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรงและพลังงาน ในชีวิต
ประจำวันท่แี วดล้อมเด็ก รวมทง้ั การอนุรกั ษส์ ่งิ แวดล้อมและการรกั ษาสาธารณสมบัติ

๒.๔ สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายในชีวิตประจำวัน ความรู้
พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ำหนัก
จำนวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆรอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ การใช้งาน และ
การเลือกใชส้ ิ่งของเคร่ืองใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยแี ละการส่ือสารต่างๆ ท่ใี ชอ้ ย่ใู นชวี ติ ประจำวันอย่าง
ประหยดั ปลอดภัยและรกั ษาสง่ิ แวดล้อม

การวิเคราะหส์

(สำหรบั

พัฒนาการดา้ นรา่ งกาย

มาตรฐานที่ ๑ รา่ งกายเจริญเติบโตตามวัย

สภาพที่พึงประสงค์

ตวั บง่ ชี้ ช้นั อนบุ าล ๒ ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบก

(๔ – ๕ ปี) (๕ – ๖ ป)ี

๑.๑ นำ้ หนกั และ ๑.๑.๑ มนี ำ้ หนัก ๑.๑.๑ มีน้ำหนกั - การปฏิบัติตนตาม

สว่ นสูงตามเกณฑ์ สว่ นสงู ตามเกณฑ์ ส่วนสงู ตามเกณฑ์ ดใี นกจิ วัตรประจำว

ของกรมอนามัย ของกรมอนามยั

๑.๒ มสี ุขภาพ ๑.๒.๑ ๑.๒.๑ ๑. การประกอบอา

อนามยั และสุขนสิ ัย รับประทาน รับประทาน ๒. การปฏิบตั ิตนตา

ทด่ี ี อาหารที่มี อาหารทม่ี ี ๓. สุขนสิ ัยทีด่ ีในกจิ

ประโยชนแ์ ละด่ืม ประโยชน์ได้

นำ้ สะอาดด้วย หลายชนดิ และดม่ื

ตนเอง น้ำสะอาดไดด้ ้วย

ตนเอง

๒๓

สาระการเรียนรู้รายปี
บอายุ ๔ – ๖ ปี)

สาระการเรยี นรู้รายปี

การณ์สำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรู้

มสขุ อนามัย สขุ นิสัย ท่ี อาหารทชี่ ่วยใหร้ า่ งกายเจรญิ เติบโต อาหารดมี ปี ระโยชน์
วนั

าหารไทย ๑ อาหารทีม่ ปี ระโยชน์และไม่มี อาหารดมี ปี ระโยชน์
ามสขุ อนามัย ประโยชน์
จวตั รประจำวัน ๒ อาหารหลัก ๕ หมู่
๓ การมีเจตคติท่ีดีตอ่ การ
รับประทานอาหารท่ีมปี ระโยชน์
๔ มารยาทในการรบั ประทาน
อาหาร เคารพกติกาในการ
รบั ประทานอาหาร (ปปช.)
๕. ความละอายและไม่แยง่ อาหาร
หรอื ขโมยอาหารเพ่ือน (ปปช.)

๒๓

พัฒนาการด้านรา่ งกาย

มาตรฐานท่ี ๑ รา่ งกายเจรญิ เติบโตตามวัย (ต่อ)

สภาพที่พึงประสงค์

ตวั บง่ ชี้ ชั้น อนบุ าล ๒ ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบ

(๔ – ๕ ปี) (๕ – ๖ ป)ี

๑.๒.๒ ลา้ งมอื ๑.๒.๒ ล้างมือ ๑. การปฏิบตั ิตนตา
กอ่ นรับประทาน กอ่ นรับประทาน ๒. สขุ นิสยั ท่ดี ใี นกจิ
อาหารและ อาหารและ ๓. การชว่ ยเหลอื ตน
หลงั จากใช้หอ้ งนำ้ หลงั จากใช้ห้องนำ้ ๔. การปฏบิ ตั ิตนให
หอ้ งส้วมดว้ ย หอ้ งสว้ มด้วย ชีวิตประจำวัน
ตนเอง ตนเอง ๕. การฟงั นทิ านเร่ือ

๖. การปฏบิ ัติตนให
ประจำวนั

๑.๒.๓ นอน ๑.๒.๓ นอน การปฏบิ ัตติ นตามส
พกั ผ่อนเปน็ เวลา พักผอ่ นเป็นเวลา กิจวัตรประจำวัน

๒๔

สาระการเรยี นร้รู ายปี

บการณ์สำคญั สาระทคี่ วรเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้

ามสขุ อนามยั ๑ อวยั วะตา่ งๆ ของรา่ งกายและการ - ตัวเรา
จวตั รประจำวัน รักษาความปลอดภัย - หนูน้อยนา่ รัก
นเองในกจิ วัตรประจำวัน ๒ วธิ รี ะวงั รักษาร่างกายให้สะอาด
หป้ ลอดภยั ใน และมีสขุ ภาพอนามยั ทดี่ ี - หนูนอ้ ยน่ารัก
องราวเก่ยี วกบั สขุ นสิ ัยที่ดี ๓ ผลดีของการแต่งกายด้วยตนเองท่ี
ห้ปลอดภัยในกจิ วตั ร ส่งผลต่อตนเองและผู้อื่น (ปปช.)
๔ การแต่งกายดว้ ยตนเองโดยไม่เอา
สุขอนามัย สุขนสิ ัยทีด่ ใี น เคร่ืองแตง่ กายของผู้อื่นมาเป็นของ
ตน (ปปช.)
๖ การใชห้ อ้ งน้ำอยา่ งถูกวิธี (ปปช.)
๗ ผลของการใชห้ ้องนำ้ ที่ส่งผลต่อ
ตนเองและส่วนรวม (ปปช.)
๘ การปฏบิ ัติตนให้ปลอดภยั และการ
ใหค้ ำแนะนำผอู้ นื่ (ปปช.)
ประโยชนข์ องการนอนหลับพักผอ่ น

๒๔

พฒั นาการด้านร่างกาย

มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจรญิ เติบโตตามวัย (ต่อ)

สภาพที่พึงประสงค์

ตัวบง่ ชี้ ช้ัน อนุบาล ๒ ช้ัน อนบุ าล ๓ ประสบก

(๔ – ๕ ป)ี (๕ – ๖ ป)ี ๑. การเล่นอิสระ
๒. การเคล่อื นไหวข้าม
๑.๒.๔ ออก ๑.๒.๔ ออก ๓. การเลน่ เครื่องเล่นอ
กำลงั กายเป็น กำลงั กายเป็น การละเล่นพนื้ บ้านไทย
เวลา เวลา ๔. การเลน่ นอกหอ้ งเร
๕. การเล่นเคร่ืองเลน่ ส
๑.๓ รักษาความ ๑.๓.๑ เลน่ และ ๑.๓.๑ เลน่ ทำ ๖. การปฏิบตั ติ นให้ปล
ประจำวนั
ปลอดภัยของตนเอง ทำกจิ กรรมอยา่ ง กจิ กรรมและ ๑. การปฏิบตั ิตนให้ปล
๒. การฟังนิทาน เรื่อง
และผู้อน่ื ปลอดภัยดว้ ย ปฏิบัตติ อ่ ผู้อนื่ การปอ้ งกันและรกั ษาค
๓. การเลน่ บทบาทสม
ตนเอง อย่างปลอดภยั ๔. การพดู กับผอู้ ื่นเกย่ี
ตนเองหรือพูดเล่าเรื่อง
๕. การเล่นเคร่ืองเลน่ อ
๖. การเลน่ และทำงาน

๒๕

สาระการเรียนรรู้ ายปี

การณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้

มสง่ิ กีดขวาง ๑. ประโยชน์ของการออกกำลังกาย- - ปลอดภยั ไว้ก่อน
อย่างปลอดภยั - ๒. การเล่นเครอื่ งเล่นสนามอย่างถกู - ของเลน่ ของใช้
ย วธิ ี - ร้รู อบปลอดภยั
รียน
สนาม
ลอดภัยในกจิ วัตร

ลอดภัยในชีวติ ประจำวัน ๑. การรกั ษาความปลอดภยั ของ - ปลอดภัยไวก้ อ่ น
งราว เหตุการณ์เกย่ี วกบั ตนเองและการปฏิบัตติ ่อผ้อู ่ืนอย่าง - ของเล่นของใช้
ความปลอดภยั ปลอดภยั ในชวี ติ ประจำวนั - ร้รู อบปลอดภยั
มมติเหตุการณ์ต่างๆ ๒. การปฏบิ ตั ิตนอย่างเหมาะสมเมื่อ
ยวกบั ประสบการณ์ของ เจบ็ ป่วย
งราวเก่ียวกบั ตนเอง ๓. การระวงั ภยั จากคนแปลกหน้า
อย่างปลอดภยั และอบุ ตั ิภัยต่างๆ
นร่วมกบั ผู้อื่น ๔ การปฏิบตั ิในการเลน่ ของเล่น(ปปช.)

๒๕

พัฒนาการดา้ นร่างกาย

มาตรฐานที่ ๒ กลา้ มเนอ้ื ใหญล่ ะกล้ามเน้ือเล็กแขง็ แรง ใชไ้ ด้อย่างคล่องแคลว่ และป

สภาพทพ่ี ึงประสงค์

ตวั บง่ ช้ี ชนั้ อนบุ าล ๒ ชัน้ อนบุ าล ๓ ประสบ

๒.๑ เคลอื่ นไหว (๔ – ๕ ปี) (๕ – ๖ ป)ี
ร่างกายอย่าง
คลอ่ งแคลว่ ๒.๑.๑. เดินต่อ ๒.๑.๑. เดินต่อเท้า ๑. การเคลื่อนไหวเ
ประสาน สัมพนั ธ์
และทรงตวั ได้ เทา้ ไปขา้ งหนา้ ถอยหลังเปน็ ๒. การเคลื่อนไหวอ

เปน็ เสน้ ตรงได้ เสน้ ตรงได้โดยไม่ ๓. การเคลื่อนไหวโ

โดยไม่ต้องกาง ต้องกางแขน ทศิ ทาง ระดบั และ

แขน ๔. การเลน่ เคร่อื งเล

๒.๑.๒ กระโดด ๒.๑.๒ กระโดดขา ๑. การเคลือ่ นไหวเ

ขาเดยี วอยู่กับท่ี เดยี วไปข้างหน้าได้ ๒. การเคลื่อนไหวอ

โดยไมเ่ สียการ อยา่ งต่อเนือ่ งโดย

ทรงตวั ไมเ่ สียการทรงตัว

๒.๑.๓วง่ิ หลบ ๒.๑.๓ วิ่งหลบหลีก ๑. การเคล่ือนไหวเ

หลีกสิ่งกีดขวาง สิ่งกีดขวางได้อย่าง ๒. การเคลอ่ื นไหวข

ได้ คลอ่ งแคลว่

๒.๑.๔ รบั ลูกบอล ๒.๑.๔ รับลูกบอล ๑. การเคลอ่ื นไหวท
ของการใช้กลา้ มเน
โดยใช้มือทง้ั สอง ทีก่ ระดอนข้ึนจาก การเตะ
ข้าง พื้นได้ ๒. การเล่นพื้นบา้ น

๒๖

ประสานสัมพันธ์กัน
สาระการเรยี นรู้รายปี

บการณ์สำคญั สาระที่ควรเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้

เคล่ือนท่ี ๑. การเลน่ และทำส่ิงตา่ ง ๆด้วยตนเอง - ของเล่นของใช้
อยู่กับที่
โดยควบคมุ ตนเองไปใน ตามลำพังหรือกับผู้อ่นื - ตัวเรา
ะพนื้ ที่
ลน่ สนาม ๒. การดูแลสุขภาพอนามยั
เคลื่อนที่
อยู่กับที่ ๓. การออกกำลงั กาย

การเลน่ และทำสงิ่ ต่าง ๆดว้ ยตนเอง - ของเล่นของใช้
ตามลำพังหรือกบั ผู้อ่นื

เคล่ือนที่ การรกั ษาความปลอดภัยของตนเอง - ปลอดภัยไว้ก่อน
ข้ามส่ิงกดี ขวาง รวมท้งั การปฏบิ ตั ติ ่อผอู้ ่ืนอย่าง
ปลอดภยั - ของเลน่ ของใช้
- ตัวเรา
ท่ใี ช้การประสานสัมพนั ธ์ การเลน่ และทำสิง่ ตา่ ง ๆด้วยตนเอง
นอื้ ใหญ่ในการจับ การโยน ตามลำพังหรือกบั ผู้อน่ื

นของไทย

๒๖

พฒั นาการด้านรา่ งกาย

มาตรฐานท่ี ๒ กล้ามเนือ้ ใหญ่ละกล้ามเน้ือเลก็ แขง็ แรง ใช้ไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่วและป

สภาพที่พงึ ประสงค์

ตัวบง่ ช้ี ช้ัน อนุบาล ๒ ช้ัน อนบุ าล ๓ ประสบ

(๔ – ๕ ป)ี (๕ – ๖ ปี)

๒.๒ ใช้มอื ตา ๒.๒.๑ ใชก้ รรไกร ๒.๒.๑ ใช้ ๑. การหยบิ จบั การใช
ประสานสมั พนั ธ์ ตดั กระดาษ กรรไกร ตดั ๒. การตัด การปะ แล
กนั ตามแนวเส้นตรง กระดาษ
ได้ ตามแนวเส้นโค้ง
ได้

๒.๒.๒ เขยี นรูป ๒.๒.๒ เขียนรปู ๑. การเขยี นภาพและ
สเี่ หลี่ยมตามแบบ สามเหล่ียมตาม ๒. การทำศิลปะแบบร

ได้อย่างมมี ุม แบบได้อย่างมี ๓. การทำงานศิลปะท
ชดั เจน มมุ ชัดเจน เครอ่ื งใช้ท่ีใช้แล้วมาใช
กลบั มาใช้ใหม่

๒๗

ประสานสมั พันธก์ นั (ต่อ) สาระทคี่ วรเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้
สาระการเรียนรรู้ ายปี

บการณ์สำคญั

ช้กรรไกร การฉกี การรกั ษาความปลอดภยั ของตนเอง -ปลอดภัยไว้กอ่ น
ละการร้อยวัสดุ รวมท้ังการปฏบิ ัตติ ่อผอู้ ืน่ อย่าง
ปลอดภยั

ะการเลน่ กบั สี การเล่นและทำสิ่งต่าง ๆดว้ ยตนเอง - ของเลน่ ของใช้
ร่วมมอื ตามลำพังหรือกับผู้อ่ืน
ทนี่ ำวัสดุหรือสง่ิ ของ
ช้ซำ้ หรอื แปรรูปแลว้ นำ

๒๗

พัฒนาการดา้ นร่างกาย

มาตรฐานที่ ๒ กลา้ มเน้ือใหญ่ละกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใชไ้ ด้อย่างคล่องแคลว่ และป

สภาพทพ่ี ึงประสงค์

ตวั บง่ ชี้ ชั้น อนุบาล ๒ ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบ

(๔ – ๕ ป)ี (๕ – ๖ ป)ี

๒.๒.๓ ร้อยวัสดทุ ่ี ๒.๒.๓ รอ้ ยวัสดุ ๑. การเคลอ่ื นไหวที่ใช

มี รขู นาด ที่มี รูขนาด การใชก้ ลา้ มเนื้อใหญ่ใ

เสน้ ผ่าศูนยก์ ลาง เสน้ ผา่ ศูนย์กลาง ๒. การทำศลิ ปะแบบร

๐.๕ เซนติเมตรได้ ๐.๒๕ ๓. การทำงานศลิ ปะท

เซนติเมตรได้ ทีใ่ ช้แล้วมาใชซ้ ำ้ หรอื แ

๔. การเล่นกับสือ่ ตา่ ง

ส่เี หลย่ี มมุมฉาก ทรงก

๒๘

ประสานสมั พันธ์กนั (ต่อ) สาระทคี่ วรเรียนรู้ หนว่ ยการเรียนรู้
สาระเรียนรรู้ ายปี

บการณส์ ำคญั

ช้การประสาน สัมพนั ธข์ อง การเล่นและทำสิง่ ต่าง ๆดว้ ยตนเอง - ของเลน่ ของใช้
ในการจับ การโยน การเตะ ตามลำพังหรือกบั ผู้อื่น
รว่ มมือ
ทน่ี ำวัสดุหรอื สิ่งของเครื่องใช้
แปรรปู แลว้ นำกลับมาใชใ้ หม่
ๆ ทเี่ ป็นทรงกลม ทรง
กระบอก ทรงกรวย

๒๘

พัฒนาการด้านอารมณ์ จติ ใจ

มาตรฐานท่ี ๓ มสี ุขภาพจิตดีและมีความสขุ

ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ ประส
ช้นั อนุบาล ๒ ช้ัน อนุบาล ๓
๓.๑ แสดงออก (๔ – ๕ ปี) (๕ – ๖ ป)ี ๑. การเล่นบทบาทส
ทางอารมณไ์ ด้ ๓.๑.๑. แสดง ๓.๑.๑ แสดง ๒. การฟงั เพลง การ
อยา่ งเหมาะสม อารมณ์ความรสู้ ึก อารมณ์ความรสู้ กึ ปฏิกิริยาโต้ตอบเสียง
ไดต้ าม ได้สอดคลอ้ งกบั ๓. การเลน่ บทบาทส
๓.๒ มคี วามรูส้ กึ ท่ี สถานการณ์ สถานการณ์อย่าง ๔. การเลน่ ตามมุมป
ดตี อ่ ตนเองและ ๕. การเลน่ อสิ ระ
ผ้อู น่ื เหมาะสม ๑. การพูดสะท้อนคว
๒. การเล่นบทบาทส
๓.๒.๑กลา้ พดู ๓.๒.๑กลา้ พดู กล้า ๓. การแสดงความย
กล้าแสดงออก แสดงออกอย่าง ใจเมือ่ ผู้อื่นเศรา้ หรือ
อย่างเหมาะสม เหมาะสมตาม ปลอบโยนเมื่อผู้อื่นได
บางสถานการณ์ สถานการณ์ ๔. การสนทนาข่าวแ
ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวด
๕. การร่วมสนทนาแ
เชงิ จรยิ ธรรม

๒๙

สาระการเรียนรู้รายปี

สบการณส์ ำคัญ สาระท่ีควรเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรู้

สมมติเหตุการณต์ ่าง ๆ ๑. การสะทอ้ นการรับรอู้ ารมณแ์ ละ - ชุมชนของเรา
รร้องเพลง และการแสดง ความรูส้ กึ ของตนเองและผอู้ น่ื - ครอบครวั มีสขุ
งดนตรี ๒. การแสดงออกทางอารมณ์และ
สมมติ ความร้สู กึ อย่างเหมาะสม
ประสบการณ์/มมุ ต่างๆ

วามรสู้ ึกของตนเองและผู้อน่ื ๑. การรจู้ กั แสดงความคดิ เห็นของ - หนูนอ้ ยน่ารกั
สมมติ ตนเองและรบั ฟังความคิดเหน็ ของ - เทคโนโลยแี ละการ
ยินดีเมื่อผู้อนื่ มคี วามสุข เห็น ผู้อื่น สอื่ สาร
อเสียใจและการช่วย ๒. การเคารพสิทธขิ องตนเองและ
ด้รับบาดเจบ็ ผู้อื่น
และเหตุการณ์ทเี่ ก่ยี วกับ ๓. พฤตกิ รรมการตนื่ รู้ (ปปช.)
ดลอ้ มในชีวิตประจำวนั ๔. พฤตกิ รรมการเอื้ออาทร (ปปช.)
และแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ ๕. วิธกี ารชว่ ยเหลอื เพ่อื น (ปปช.)

๒๙

พัฒนาการด้านอารมณ์ จติ ใจ

มาตรฐานท่ี ๓ มสี ขุ ภาพจิตดีและมคี วามสุข (ต่อ)

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

ตัวบง่ ชี้ ช้นั อนุบาล ๒ ชัน้ อนุบาล ๓ ประส

(๔ – ๕ ปี) (๕ – ๖ ปี)

๓.๒.๒ แสดง ๓.๒.๒ แสดง ๑. การทำกิจกรรมศ
ความพอใจใน
ผลงานและ ความพอใจใน ๒. การสรา้ งสรรคส์ ง่ิ
ความสามารถ
ของตนเอง ผลงานและ ๓. การทำงานศลิ ปะ

ความสามารถของ ๔. การปฏบิ ัตกิ ิจกรร

ตนเองและผู้อื่น ของตนเอง

๕. การพดู แสดงควา

ตอ้ งการ

๖. การรับรู้และแสด

วัสดุ ของเล่น และช

๓๐

สาระการเรียนรู้รายปี

สบการณส์ ำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้

ศิลปะต่าง ๆ ๑. ความภาคภูมใิ จในตนเอง - การส่อื สาร
งสวยงาม ๒. การรู้จกั แสดงความคดิ เห็นของ - ชมุ ชนของเรา
ะ ตนเองและรบั ฟังความคิดเห็นของ - ครอบครัวมสี ขุ
รมต่าง ๆ ตามความสามารถ คนอนื่
๓. การแสดงออกทางอารมณ์และ
ามคดิ ความรูส้ ึกและความ ความรู้สึกอย่างเหมาะสม

ดงความคิด ความรู้สึกผา่ นส่อื
ช้นิ งาน

๓๐

พฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ

มาตรฐานท่ี ๔ ชน่ื ชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว

สภาพท่พี ึงประสงค์

ตวั บง่ ชี้ ชนั้ อนบุ าล ๒ ชน้ั อนุบาล ๓ ประส

(๔ – ๕ ป)ี (๕ – ๖ ปี)

๔.๑ สนใจ ๔.๑.๑ สนใจมี ๔.๑.๑ สนใจมี ๑. การเขียนภาพแล
มีความสุขและ ความสุขและ ความสขุ และ ๒. การปัน้
แสดงออก ผ่าน แสดงออกผา่ น แสดงออกผ่าน ๓. การประดิษฐ์สง่ิ ต
งานศิลปะ ดนตรี งานศิลปะ งานศิลปะ ๔. การหยิบจับ การ
และการ การปะ และการร้อย
เคลอื่ นไหว ๕. การทำกิจกรรมศ
๖. การสร้างสรรคส์ ิ่ง
๗. การทำงานศลิ ปะ
๘. การปฏิบัติกิจกรร
ของตนเอง
๙. การแสดงความค
ท่าทาง การเคลือ่ นไห
๑๐. การสรา้ งสรรค์ช

จากวัสดุที่หลากหลา

๓๑

สาระการเรียนรู้รายปี

สบการณ์สำคัญ สาระทค่ี วรเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรู้

ละการเล่นกับสี ๑. การเล่นและทำส่ิงตา่ ง ๆ ด้วย - ของเลน่ ของใช้

ตา่ ง ๆ ดว้ ยเศษวสั ดุ ตนเองตามลำพังหรือกับผู้อน่ื - เทคโนโลยแี ละการ
รใช้กรรไกร การฉกี การตัด
อยวัสดุ ๒. ความภมู ใิ จในตนเอง สอื่ สาร
ศิลปะต่างๆ
งสวยงาม ๓. การสะทอ้ นการรบั รอู้ ารมณแ์ ละ

รมตา่ ง ๆ ตามความสามารถ ความรู้สึกของตนเองและผู้อ่ืน

คิดสรา้ งสรรคผ์ า่ นภาษา
หว และศิลปะ
ชน้ิ งานโดยใชร้ ปู รา่ งรูปทรง
าย

๓๑

พฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ

มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว

สภาพท่พี ึงประสงค์

ตวั บ่งช้ี ช้นั อนบุ าล ๒ ช้ัน อนบุ าล ๓ ป
(๔ – ๕ ปี) (๕ – ๖ ป)ี

๔.๑.๒ สนใจมี ๔.๑.๒ สนใจมี ๑. การเคลื่อนไหวอย

ความสขุ และ ความสุขและ ๒. การเคลื่อนไหวเค

แสดงออกผ่าน แสดงออกผา่ น ๓. การเคลอ่ื นไหวพร

เสียงเพลงดนตรี เสียงเพลงดนตรี ๔. การเล่นเครือ่ งดน

๕. การเคลื่อนไหวตา

๖. การร้องเพลง

๗. การฟังเพลง นทิ า

เรอ่ื งราวต่าง ๆ

๔.๑.๓ สนใจ ๔.๑.๓ สนใจ ๑. การเคลื่อนไหวอย

มีความสุขและ มคี วามสุขและ ๒. การเคลื่อนไหวเค

แสดงทา่ ทาง/ แสดงท่าทาง/ ๓. การเคลอื่ นไหวพร

เคลอ่ื นไหว เคลอ่ื นไหว ๔. การเล่นเครื่องดน

ประกอบเพลง ประกอบเพลง ๕. การเคลื่อนไหวตา

จังหวะ และ จงั หวะ และดนตรี ๖. การร้องเพลง

ดนตรี ๗. การฟงั เพลง นทิ า

เรอื่ งราวต่าง ๆ

๘. การฟงั และปฏบิ ัต

๓๒

สาระการเรียนร้รู ายปี สาระทค่ี วรเรยี นรู้ หน่วยการเรียนรู้

ประสบการณ์สำคญั ๑. การแสดงออกทาง - ตัวเรา
อารมณ์และความรสู้ ึก - เทคโนโลยีและการ
ยู่กบั ท่ี อยา่ งเหมาะสม สอื่ สาร
คลื่อนที่ ๒. การสะทอ้ นรบั รู้
ร้อมอุปกรณ์ อารมณ์และความรู้สกึ ของ
นตรีประกอบจังหวะ ตนเองและผูอ้ ่ืน
ามเสยี งเพลง/ดนตรี

าน คำคล้องจอง บทร้อยกรอง หรอื

ยู่กบั ท่ี ๑. การแสดงออกทาง - ตวั เรา
คล่ือนที่ อารมณ์และความรู้สกึ - เทคโนโลยแี ละการ
ร้อมอุปกรณ์ อยา่ งเหมาะสม สื่อสาร
นตรปี ระกอบจังหวะ ๒. การสะท้อนรับรู้
ามเสียงเพลง/ดนตรี อารมณ์และความร้สู ึกของ
ตนเองและผ้อู ่ืน
าน คำคล้องจอง บทร้อยกรอง หรือ

ตติ ามคำแนะนำ

๓๒

พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ

มาตรฐานท่ี ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมจี ติ ใจที่ดีงาม

สาภาพทพ่ี งึ ประสงค์

ตวั บ่งชี้ ชั้น อนบุ าล ๒ ช้ัน อนุบาล ๓ ประสบการณ

(๔ – ๕ ปี) (๕ – ๖ ป)ี ๑. การฟังนทิ าน เกย่ี
จรยิ ธรรม
๕.๑ ซื่อสัตย์สจุ รติ ๕.๑.๑ ขอ ๕.๑.๑ ขอ ๒. การร่วมสนทนาแ
อนุญาตหรือรอ อนญุ าตหรือรอ ความคดิ เห็นเชิงจรยิ
คอยเมื่อต้องการ คอยเมื่อต้องการ ๓. การเลน่ บทบาทส
ส่งิ ของของผู้อ่ืน สิง่ ของของผู้อ่ืน ๔. การเลน่ และทำงา
เมอ่ื มผี ้ชู ี้แนะ ด้วยตนเอง ๕. การปฏบิ ัติตนเปน็
ของห้องเรียน

๓๓

สาระการเรียนรรู้ ายปี

ณ์สำคัญ สาระท่คี วรเรียนรู้ หนว่ ยการเรียนรู้

ยวกับคุณธรรม ๑. คณุ ธรรม จรยิ ธรรม - ของเลน่ ของใช้

- ความซ่ือสตั ยส์ ุจริต - วันเข้าพรรษา/วัน

และแลกเปลย่ี น - ความเกรงใจ อาสาฬหบูชา

ยธรรม ๒. การกำกับตนเอง - คา่ นิยมไทย

สมมติ ๓. การเคารพสทิ ธิของตนเองและผ้อู ื่น

านรว่ มกับผอู้ ่ืน ๔. การจำแนกของใช้ส่วนตัวและส่วนรวม

นสมาชกิ ท่ดี ี (ปปช.)

๕. การปฏิบตั ิตนในการใช้ของใชส้ ว่ นตวั และ

สว่ นรวม (ปปช.)

๖. ความละอายและไม่แยง่ หรือขโมยของใช้

ผอู้ ่นื (ปปช.)

๗. ผลดแี ละผลเสยี ของการเก็บของและไม่

เกบ็ ของท่ีมีต่อตนเองและผอู้ ื่น (ปปช.)

๘. โทษของการนำของผอู้ นื่ มาเป็นของตน

โดยไม่ไดร้ ับอนญุ าต (ปปช.)

๓๓

ตวั บง่ ช้ี สาภาพทพ่ี งึ ประสงค์ ประสบ
ช้ัน อนบุ าล ๒ ช้ัน อนบุ าล ๓
๕.๒ มคี วาม (๔ – ๕ ปี) (๕ – ๖ ปี) ๑. การฟงั นทิ าน เกี่ย
เมตตา กรณุ า มี ๕.๒.๑ ๑ แสดง ๕.๒.๑ ๑ แสดง ๒. การเล่นบทบาทส
นำ้ ใจและ ความรักเพอื่ น ความรกั เพอ่ื น ๓. การเลีย้ งสัตว์
ช่วยเหลอื แบ่งปนั และมีเมตตาสัตว์ และมเี มตตาสตั ว์
เลี้ยง เลี้ยง ๑. การฟังนทิ าน เกีย่
๕.๒.๒ ช่วยเหลือ ๕.๒.๒ ชว่ ยเหลือ ๒. การเลน่ บทบาทส
และแบ่งปนั ผู้อน่ื และ แบง่ ปนั ผู้อ่ืน ๓. การปฏบิ ัติตนเป็น
ได้เมื่อมผี ู้ชี้แนะ ไดด้ ว้ ยตนเอง

๓๔

สาระการเรียนรรู้ ายปี

บการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้
- สัตว์บกน่ารกั
ยวกบั คณุ ธรรม จริยธรรม คณุ ธรรมจริยธรรม
สมมติ - ความเมตตา กรุณา

ยวกบั คุณธรรม จริยธรรม คุณธรรมจริยธรรม - วนั ไหวค้ รู
สมมติ ๑. ความมนี ำ้ ใจ ช่วยเหลอื - วนั เด็ก/วนั ครู
นสมาชกิ ทีด่ ขี องหอ้ งเรียน แบง่ ปนั (ปปช.) - วันเฉลมิ พระชนมพรรษา
๒. ประโยชนข์ องการแบง่ ปนั ท่มี ี - วันพ่อแหง่ ชาติ
ต่อตนเองและผู้อน่ื (ปปช.) - วันแมแ่ ห่งชาติ
๓. พฤติกรรมการแบ่งปันและการ - ค่านิยมไทย
ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้ทมี่ คี วามละอาย
และไม่ทนต่อการทุจรติ (ปปช.)

๓๔

พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ

มาตรฐานท่ี ๕ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และมจี ิตใจที่ดีงาม (ตอ่ )

สาภาพที่พงึ ประสงค์

ตวั บ่งช้ี ชั้น อนุบาล ๒ ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบก

(๔ – ๕ ปี) (๕ – ๖ ปี)

๕.๓ มีความเห็น ๕.๓.๑ แสดงสี ๕.๓.๑ แสดงสีหนา้ ๑. การเล่นและทำงา
อกเห็นใจผูอ้ ื่น หน้าหรือท่าทาง หรือทา่ ทางรบั รู้ ๒. การเล่นบทบาทส
รบั รู้ความรู้สึก ความรู้สึกผู้อื่น
ผ้อู น่ื อย่างสอดคล้องกบั
สถานการณ์

๕.๔ มคี วาม ๕.๔.๑ ทำงานท่ี ๕.๔.๑ ทำงานท่ี ๑. การทำกิจกรรมศิล
รบั ผิดชอบ ไดร้ บั มอบหมาย ไดร้ บั มอบหมาย ๒. การดูแลห้องเรียน

จนสำเรจ็ เมือ่ มีผู้ จนสำเรจ็ ด้วย ๓. การมีสว่ นรว่ มรับ
ช้ีแนะ ตนเอง สิ่งแวดลอ้ มท้งั ภายใน
๔. การร่วมกำหนดข


Click to View FlipBook Version