พฤติกรรมนกั ทอ่ งเท่ียว
ชาวองั กฤษ
รหสั วชิ า 20700-1004
เสนอ
อาจารยจ์ ามจุรี โพธ์ิกลดั
จดั ทาโดย
นางสาว ศิรดา จนั ทร์สุรางค์ รหสั 059
แผนกการทอ่ งเท่ียว
วิทยาลยั เทคนิคกระบ่ี
องั กฤษ หรือในอดีตเรียกวา่ แควน้ องั กฤษ เป็นประเทศอนั เป็นส่วนหน่ึงของส
หราชอาณาจกั ร มีพรมแดนทางบกติดตอ่ กบั สกอตแลนดท์ างเหนือ และเวลส์ทาง
ตะวนั ตก ทะเลไอร์แลนดท์ างตะวนั ตกเฉียงเหนือ ทะเลเคลติกทางตะวนั ตกเฉียงใต้
ทะเลเหนือทางตะวนั ออก และช่องแคบองั กฤษซ่ึงคนั่ ระหวา่ งองั กฤษกบั ยโุ รป
แผน่ ดินใหญ่ พ้นื ที่ประเทศองั กฤษส่วนใหญ่ต้งั อยทู่ างตอนกลางและตอนใตข้ อง
เกาะบริเตนใหญใ่ นมหาสมทุ รแอตแลนติกเหนือ ประเทศองั กฤษยงั รวมถึงเกาะที่เลก็
กวา่ อีกกวา่ 100 เกาะ เช่น หมเู่ กาะซิลลีและเกาะไวต์
ภูมิประเทศขององั กฤษส่วนมากประกอบดว้ ยเขาเต้ีย ๆ และที่ราบ โดยเฉพาะ
ทางตอนกลางและตอนใตข้ ององั กฤษ อยา่ งไรกต็ าม ทางเหนือและทางตะวนั ตกเฉียง
ใตเ้ ป็นท่ีสูง วนิ เชสเตอร์เป็นเมืองหลวงเก่าขององั กฤษกระทง่ั เปลี่ยนมาเป็นลอนดอน
ใน พ.ศ. 1609 ปัจจุบนั ลอนดอนเป็นเขตมหานครใหญท่ ี่สุดในสหราชอาณาจกั ร และ
พ้นื ท่ีเมืองใหญ่ที่สุดในสหภาพยโุ รปเม่ือวดั ดว้ ยเกณฑส์ ่วนใหญ่ ประชากรองั กฤษมีอยู่
ราว 51 ลา้ นคน คิดเป็น 84% ของประชากรสหราชอาณาจกั ร และส่วนใหญ่อาศยั อยใู่ น
กรุงลอนดอน ภาคตะวนั ออกเฉียงใตแ้ ละเขตเมืองขยายในภาคมิดแลนดส์ ภาค
ตะวนั ตกเฉียงเหนือและยอร์กเชอร์ ซ่ึงไดร้ ับการพฒั นาเป็นพ้นื ทอ่ี ตุ สาหกรรมสาคญั
ระหวา่ งคริสตศ์ ตวรรษที่ 19
ราชอาณาจกั รองั กฤษ ซ่ึงหลงั จาก พ.ศ. 1827 รวมเวลส์เขา้ ไปดว้ ยน้นั เป็นรัฐ
อธิปไตยกระทงั่ วนั ท่ี 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2250 เมื่อพระราชบญั ญตั ิสหภาพมีผลใช้
บงั คบั ตามเง่ือนไขซ่ึงตกลงกนั ในสนธิสัญญาสหภาพเม่ือปี ก่อน ส่งผลใหม้ ีการรวม
ทางการเมืองกบั ราชอาณาจกั รสกอตแลนด์ และสถาปนาราชอาณาจกั รบริเตนใหญ่
[7][8] พ.ศ. 2344 บริเตนใหญร่ วมกบั ราชอาณาจกั รไอร์แลนด์ ผา่ นพระราชบญั ญตั ิ
สหภาพอีกฉบบั หน่ึงกลายเป็นสหราชอาณาจกั รบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ พ.ศ. 2465
รัฐอิสระไอร์แลนดไ์ ดร้ ับการสถาปนาเป็นอาณาจกั รแยกตา่ งหาก แต่ Royal and
Parliamentary Titles Act 1927 รวมไอร์แลนดเ์ หนือเขา้ กบั สหราชอาณาจกั รอีกคร้ัง
และสถาปนาสหราชอาณาจกั รบริเตนใหญแ่ ละไอร์แลนดเ์ หนือปัจจบุ นั อยา่ งเป็น
ทางการ
ทต่ี ้งั
ภมู ิประเทศขององั กฤษเป็นแบบที่ราบสูง ในเชิงภมู ิศาสตร์ องั กฤษกินพ้นื ท่ีถงึ
สองในสามของเกาะบริเตนใหญ่ทางตอนกลางและทางใต้ รวมท้งั เกาะนอกชายฝ่ัง เช่น
ไอลอ์ อฟไวทแ์ ละไอลส์ ออฟซิลลี มพี รมแดนติดกบั ประเทศอื่น ๆ อีกสองประเทศ
ของสหราชอาณาจกั ร: ทางเหนือติดสกอตแลนด์ และทางตะวนั ตกตดิ เวลส์ องั กฤษอยู่
ใกลท้ วปี ยโุ รปมากกวา่ ส่วนอ่ืนๆ ของแผน่ ดินใหญ่ของสหราชอาณาจกั ร มนั ถกู แยก
ออกจากฝร่ังเศส (Hauts-de-France) ดว้ ยช่องวา่ งทะเล 21 ไมล์ (34 กม.) แมว้ า่ ท้งั สอง
ประเทศจะเชื่อมต่อกนั ดว้ ยอโุ มงคช์ ่องแคบใกลโ้ ฟลค์ สโตน องั กฤษยงั มีชายฝั่งทะเล
ไอริช ทะเลเหนือ และมหาสมุทรแอตแลนติก[10][11]
ทา่ เรือตา่ งๆ ของลอนดอน ลิเวอร์พลู และนิวคาสเซิลต้งั อยบู่ นแมน่ ้าเทมส์ เมอร์
ซีย์ และไทนต์ ามลาดบั ท่ี 220 ไมล์ (350 กม.) แมน่ ้าเวิร์นเป็นแมน่ ้าทย่ี าวท่ีสุดที่ไหล
ผา่ นองั กฤษและลงสู่บริสตอลแชนเนลและมีชื่อเสียงในเร่ือง Severn Bore (น้ำขึน้ นำ้
ลง) ซ่ึงสามารถสูงถึง 2 เมตร (6.6 ฟุต) อยา่ งไรก็ตาม แมน่ ้าที่ยาวท่ีสุดในองั กฤษ
ท้งั หมดคือแมน่ ้าเทมส์ ซ่ึงมีความยาว 215 ไมล์ (346 กม.)
มีทะเลสาบหลายแห่งในองั กฤษ ที่ใหญท่ ี่สุดคือวนิ เดอร์เมียร์ ภูมิประเทศส่วน
ใหญข่ ององั กฤษประกอบดว้ ยเนินเขาและท่ีราบต่า โดยมีภมู ิประเทศเป็นท่ีสูงและเป็น
ที่ราบสูงทางทิศเหนือและทิศตะวนั ตกของประเทศ พ้นื ที่สูงทางตอนเหนือ
ไดแ้ ก่ Pennines ซ่ึงเป็นที่ราบสูงที่แบ่งระหวา่ งตะวนั ออกและตะวนั ตก เทือกเขา Lake
District ใน Cumbria และ Cheviot Hills ที่ครอบคลมุ พรมแดนระหวา่ งองั กฤษและ
สกอตแลนด์ จุดท่ีสูงทส่ี ุดในองั กฤษที่ 978 เมตร (3,209 ฟตุ ) คือ Scafell Pike ใน Lake
District
ภูมอิ ากาศ
เน่ืองจากประเทศองั กฤษจดั เป็นประเทศที่เป็นหมู่เกาะ ดงั น้นั จึงมอี ากาศ
เปล่ียนแปลงมากและมีฝนตกอยเู่ รื่อยๆ ซ่ึงสภาพภูมิอากาศทางตอนเหนือของประเทศ
องั กฤษจะมีอากาศหนาวมากกวา่ ทางองั กฤษ ตอนใต้ เดือนท่ีฝนตกนอ้ ย คือ ช่วงเดือน
กมุ ภาพนั ธ์ถงึ เดือนกรกฎาคม อณุ หภูมิเฉลี่ยต่าสุดจะอยใู่ นช่วงเดือนมกราคม 1-4 องศา
เซลเซียส และมีอณุ หภมู ิสูงสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม 18 องศาเซลเซียส
ประเทศองั กฤษ มีท้งั หมด 4 ฤดูกาล ไดแ้ ก่:
ฤดรู ้อน (Summer): จะอยใู่ นระหวา่ งเดือนมิถนุ ายน – สิงหาคมซ่ึงสภาพในช่วงน้ี
อากาศจะอบอนุ่ และแสงแดดจดั จา้ ซ่ึงอาจจะมบี างวนั ท่ีอณุ หภูมิจะเยน็ ลง
ฤดใู บไม้ร่วง (Autumn): จะอยใู่ นระหวา่ งเดือนกนั ยายน – พฤศจิกายนอุณหภูมิในช่วง
น้ีจะเริ่มเยน็ ข้ึนเร่ือย ๆ ใบไมเ้ ร่ิมมีการเปลี่ยนสีและร่วงหลน่ ซ่ึงสภาพอากาศจะไม่
หนาวมากเพราะในช่วง เดือนกนั ยายนจดั วา่ อากาศจะยงั คงความอบอนุ่ ซ่ึงอุณหภูมิจะ
เริ่มเปล่ียนแปลง จริงๆในช่วงปลายเดือนตุลาคม
ฤดหู นาว (Winter): จะอยใู่ นระหวา่ งเดือนธนั วาคม – กุมภาพนั ธ์โดยสภาพอากาศ
ในช่วงน้ีจดั ไดว้ า่ มีสภาพอากาศท่ีหนาวมากทส่ี ุดมี หิมะตกในบางพ้นื ที่ซ่ึงระยะเวลา
กลางคืนจะยาวกวา่ กลางวนั และมืดเร็วกวา่ ปกติ
ฤดูใบไม้ผลิ (Spring): จะอยใู่ นระหวา่ งเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ถอื วา่ เป็นฤดูกาลท่ีมี
สภาวะ อากาศทแี่ ปรปรวนและอากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อย บางวนั ก็จะมีอากาศท่ี
อบอนุ่ ไปดว้ ยแสงแดดในช่วงเชา้ แต่อาจจะมีการเปล่ียนแปลง เป็นหนาวเยน็ หรือฝนตก
ในช่วงบา่ ยๆ
ประวตั ิศาสตร์
มนุษยโ์ บราณไดเ้ ขา้ มาต้งั รกรากบริเวณแควน้ องั กฤษหลายพนั ปี ก่อนคริสตกาล
จากน้นั ถดั มาเป็นจูเลียสซีซาร์ ชาวโรมนั ยดึ ครององั กฤษประมาณ ค. ศ. 43 และ
ปกครององั กฤษไปจนถึงการลม่ สลายของจกั รวรรดิโรมนั Angles, Saxons และ Jutes
เร่ิมอพยพเขา้ มาและสร้างอาณาจกั ร Anglo Saxon Kingdom ข้ึนในศตวรรษที่ 7
หลงั จากการยดึ ครอง ไวกิงชาวเดนมาร์คเริ่มมาองั กฤษและเขา้ ควบคุมทางการทหาร
ในศตรรรษที่ 11 วิลเฮลม์ ผพู้ ชิ ิตยดึ พ้นื ที่ไดจ้ นถึงชายฝั่งทางตอนใตข้ ององั กฤษและ
พิชิตแผน่ ดินพร้อมกบั กองทพั เร่ร่อน
สงคราม 'ร้อยปี ' กบั ฝรงั่ เศสเริ่มข้ึนในศตวรรษต่อมา ความขดั แยง้ ระหวา่ งรัช
ทายาทกบั ราชบลั ลงั ก์ และราชวงศก์ บั คริสตจกั รก็เกิดข้ึนในช่วงเวลาน้ี ในศตวรรษที่
16 เร่ืองการสมรสของ พระเจา้ เฮนรีที่ 8 นาไปสู่การยตุ ิความสมั พนั ธข์ องคริสตจกั ร
โรมนั คาทอลิก รัฐสภาเสนอชื่อเฮนรี่ที่ 8 ข้ึนเป็นผนู้ าของนิกายเชิร์ชออฟองิ แลนด์
องั กฤษยงั มีอาณานิคมนบั เป็นของตนเองอีกนบั ไม่ถว้ น อาณานิคมเหล่าน้ีต้งั อยู่
บนชายฝ่ังอเมริกา บริษทั อินเดียตะวนั ออก (East India Company) รวมท้งั ในแคนาดา
และออสเตรเลีย องั กฤษพฒั นาไปสู่การเป็นศนู ยก์ ลางอตุ สาหกรรมในศตวรรษที่ 19
เมืองอุตสาหกรรมท่ีเกิดข้ึนใน Midlands และเป็นส่วนในการช่วยผลกั ดนั การคา้
ระหวา่ งประเทศ สมเดจ็ พระราชินีวิกตอเรียแห่งประเทศองั กฤษมีมหาอานาจมากท่ีสุด
ในโลกในช่วงเวลาเวลา ค. ศ. 1837 ถึง 1901 องั กฤษเป็นหน่ึงในพนั ธมิตรใน
สงครามโลกคร้ังที่สองและมีบทบาทสาคญั ในการเอาชนะ นาซีเยอรมนี
พระมหากษตั ริย์
สหราชอาณาจกั รมีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุขและสญั ลกั ษณ์ของประเทศ
(ปัจจุบนั ประมขุ คือ สมเด็จพระราชินี อลิซาเบธท่ี 2 ซ่ึงเป็นกษตั ริยพ์ ระองคท์ ่ี 4 แห่ง
ราชวงศว์ ินดเ์ ซอร์) โดยใชอ้ านาจนิติบญั ญตั ิ ดว้ ยการลงพระปรมาภิไธยในกฎหมาย
ตา่ งๆ และแมจ้ ะไมม่ ีอานาจใดๆ ทางการเมือง แต่กท็ รงใชอ้ านาจการบริหารผา่ น
คณะรัฐมนตรีได้ นอกจากน้ี ทรงมีอานาจในการเรียกประชุม หรือ ยบุ สภา ตลอดจน
ใหค้ วามเห็นชอบต่อร่างพระราชบญั ญตั ิ รวมท้งั มีอานาจในการแตง่ ต้งั นายกรัฐมนตรี
จากผทู้ ี่เป็นหวั หนา้ พรรคการเมืองที่สามารถควบคุมเสียงขา้ งมากในรัฐสภาได้ อยา่ งไร
กต็ าม พระมหากษตั ริยก์ ม็ ีสิทธิท่ีจะไดร้ ับทราบถึงนโยบายตา่ งๆ ของรัฐบาล ท้งั น้ี
นายกรัฐมนตรีจะตอ้ งเขา้ เฝ้าถวายรายงานทกุ สัปดาห์บทบาทท่ีสาคญั ทางการเมืองของ
พระมหากษตั ริย์ ไดแ้ ก่ การกลา่ วพระราชดารัสต่อที่ประชุมรัฐสภาในการเปิ ดสมยั
ประชุมรัฐสภา ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซ่ึงถือวา่ พระราชดารัสดงั กลา่ วเป็นการ
แถลงนโยบายของรัฐบาล
รัฐธรรมนูญ
ประเทศองั กฤษ เป็นแมแ่ บบของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบ
รัฐสภา และที่สาคญั อยา่ งยงิ่ คือ การมีรัฐธรรมนูญที่ไมเ่ ป็นลายลกั ษณ์อกั ษร อนั
เนื่องมาจากการที่ประเทศองั กฤษมีประวตั ิศาสตร์ทางการเมอื งการปกครองท่ีมี
พฒั นาการมาเป็นเวลายาวนาน กฎหมายรัฐธรรมนูญองั กฤษมีเอกลกั ษณ์ที่น่าสนใจ คือ
องั กฤษเป็นประเทศเดียวท่ีไมม่ ีรัฐธรรมนูญเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร (Unwritten
Constitution) ซ่ึงหมายถึง หลกั การปกครองตา่ งๆ ไม่ไดอ้ ยรู่ วมกนั เป็นรัฐธรรมนูญ
เฉพาะ แตก่ ระจายอยตู่ ามกฎหมายตา่ งๆ และคาพิพากษาตา่ งๆ รวมท้งั ธรรมเนียม
ปฏิบตั ิที่ สืบทอดกนั มาจนกลายเป็นจารีตประเพณี ดงั น้นั จึงมีความยดื หยนุ่ สามารถมี
การเปล่ียนแปลงไดเ้ สมอ เสมือนเป็นส่ิงมีชีวติ ส่ิงท่ีกลา่ วมาน้ีทาใหร้ ัฐธรรมนูญ
องั กฤษมีเอกลกั ษณ์เฉพาะของตนเอง อนั เป็นผลมาจากวิวฒั นาการยาวนานของระบอบ
ประชาธิปไตยในประเทศองั กฤษที่สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในดุลอานาจ
ของกลมุ่ และชนช้นั ตา่ งกฎหมายรัฐธรรมนูญองั กฤษจึงเป็นการคอ่ ยๆ ลดพระราช
อานาจของพระมหากษตั ริยล์ งที่ละเลก็ ละนอ้ ย ดงั จะเห็นไดว้ า่ รัฐธรรมนูญองั กฤษใน
ยคุ แรกเป็นการดุลอานาจระหวา่ งพระมหากษตั ริยก์ บั กลมุ่ ขนุ นาง ตอ่ มาในศตวรรษที่
19 มีรัฐธรรมนูญท่ีเป็นตวั แทนของชนช้นั กลางมากข้ึน เร่ือยมาจนเป็นรัฐธรรมนูญ
แบบประชาธิปไตยในศตวรรษท่ี 20
เศรษฐกจิ
กรุงลอนดอน หน่ึงในเมืองหลวงหลกั ที่เป็นศนู ยก์ ลางทางเศรษฐกิจของโลก
ทา่ เรือลอนดอน หน่ึงในทา่ เรือท่ีสร้างรายไดม้ หาศาลใหแ้ ก่สหราชอาณาจกั ร
เศรษฐกิจขององั กฤษเป็นเศรษฐกิจท่ีใหญท่ ่ีสุดแห่งหน่ึงและมีพลวตั มากที่สุด
ในโลก โดยมีจีดีพีเฉลี่ยต่อหวั อยทู่ ี่ 28,100 ปอนดห์ รือ 36,000 ดอลลาร์
กระทรวงการคลงั มีหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบในการพฒั นาและดาเนินการตามนโยบายการเงิน
สาธารณะและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล มกั ถกู มองวา่ เป็นเศรษฐกิจแบบตลาดผสม
โดยไดน้ าหลกั การตลาดเสรีมาใชห้ ลายอยา่ ง แต่ยงั คงรักษาโครงสร้างพ้นื ฐานดา้ น
สวสั ดิการสงั คมข้นั สูงไวไ้ ด้ สกลุ เงินอยา่ งเป็นทางการในองั กฤษคือปอนดส์ เตอร์ลิงซ่ึง
มีรหสั ISO 4217 คือ GBP การเกบ็ ภาษีในองั กฤษค่อนขา้ งสูงเม่ือเทียบกบั ส่วนอ่ืนๆ
ของยโุ รป โดยในปี 2014 อตั ราภาษีส่วนบุคคลข้นั พ้ืนฐานอยทู่ ี่ 20% จากรายไดท้ ่ีตอ้ ง
เสียภาษีซ่ึงสูงกวา่ คา่ เผ่ือปลอดภาษีส่วนบุคคลถึง 31,865 ปอนด์ (ปกติ 10,000 ปอนด)์
เศรษฐกิจขององั กฤษเป็นส่วนท่ีใหญท่ ่ีสุดของสหราชอาณาจกั รซ่ึงมี จีดีพี
และ พพี พี ี ต่อหวั สูงสุดเป็นอนั ดบั ที่ 18 ของโลก องั กฤษเป็นผนู้ าในภาคเคมี และ
เภสชั กรรม และในอตุ สาหกรรมทางเทคนิคทีส่ าคญั โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การบินและ
อวกาศ อตุ สาหกรรมอาวธุ และดา้ นการผลิตของอุตสาหกรรมซอฟตแ์ วร์ ลอนดอนซ่ึง
เป็นท่ีต้งั ของตลาดหลกั ทรัพยล์ อนดอน ตลาดหลกั ทรัพยห์ ลกั ของสหราชอาณาจกั ร
และใหญท่ ่ีสุดในยโุ รป เป็นศนู ยก์ ลางทางการเงินขององั กฤษ โดยมีบริษทั ที่ใหญ่ที่สุด
100 แห่งจาก 500 แห่งในยโุ รปต้งั อยทู่ ี่นนั่ ลอนดอนเป็นศนู ยก์ ลางทางการเงินท่ีใหญ่
ที่สุดในยโุ รป และในปี 2014 น้นั ใหญเ่ ป็นอนั ดบั สองของโลก แมนเชสเตอร์เป็นภาค
ส่วนบริการทางการเงินและวชิ าชีพท่ีใหญท่ ่ีสุดนอกลอนดอน และเป็นเมืองหลวงของ
ไพรเวทอิควติ ้ีระดบั กลางของยโุ รป เช่นเดียวกบั ศูนยก์ ลางเทคโนโลยที ่ีกาลงั เติบโต
แห่งหน่ึงของยโุ รป
ธนาคารแห่งประเทศองั กฤษ ก่อต้งั ข้ึนในปี 1694 โดยนาย William Paterson
นายธนาคารชาวสกอ็ ต เป็นธนาคารกลางของสหราชอาณาจกั ร ก่อต้งั ข้ึนคร้ังแรกใน
ฐานะนายธนาคารเอกชนของรัฐบาลองั กฤษ ต้งั แต่ปี พ.ศ. 2489 เป็นสถาบนั ของรัฐ
ธนาคารมีการผกู ขาดในเร่ืองของธนบตั รในองั กฤษและเวลส์ แมว้ า่ จะไม่ไดอ้ ยใู่ นส่วน
อื่น ๆ ของสหราชอาณาจกั รก็ตาม รัฐบาลไดม้ อบความรับผดิ ชอบให้
คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารในการบริหารนโยบายการเงินของประเทศ
และกาหนดอตั ราดอกเบ้ีย
ท่าเรือลอนดอน ยงั ถือเป็นศนู ยก์ ลางการคมนาคมท่ีสร้างรายไดม้ หาศาลใหแ้ ก่ส
หราชอาณาจกั รต้งั อยบู่ นฝ่ังทางตอนใตข้ องแมน่ ้าเทมส์ในกรุงลอนดอน คร้ังหน่ึงเคย
เป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นท่าเรือท่ีใหญเ่ ป็นอนั ดบั สองของสหราชอาณาจกั ร
รองจาก Grimsby & Immingham ณ ปี 2555 ทา่ เรือสามารถรองรับเรือสาราญ เรือขา้ ม
ฟากโรลออนโรลออน และสินคา้ ทกุ ประเภทที่โรงงานขนาดใหญใ่ นภาคตะวนั ออก
เช่นเดียวกบั ทา่ เรือในยโุ รปในประวตั ิศาสตร์ทีค่ ลา้ ยคลึงกนั หลายแห่งเช่น แอนต์
เวริ ์ป และ รอตเตอร์ดมั
แมว้ า่ องั กฤษจะเป็นประเทศพฒั นาแลว้ และมีเทคโนโลยเี ป็นลาดบั ตน้ ๆ แต่
การเกษตรยงั ถือเป็นปัจจยั หลกั ในการขบั เคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ และมีประสิทธิภาพ
ตามมาตรฐานยโุ รป สองในสามของการผลิตเกิดจากการทาปศสุ ตั ว์ ส่วนอีกส่วนหน่ึง
มาจากการเพาะปลูก พชื ผลหลกั ท่ีปลกู คือขา้ วสาลี ขา้ วบาร์เลย์ ขา้ วโอต๊ มนั ฝรั่ง หวั บีต
น้าตาล องั กฤษยงั คงเป็นอุตสาหกรรมการประมงที่สาคญั แมว้ า่ อตุ สาหกรรมการ
ประมงจะลดลงมาก มชี ื่อเสียงในการจบั ปลาเฮอริ่ง และยงั อดุ มไปดว้ ย
ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ถา่ นหิน ปิ โตรเลียม กา๊ ซธรรมชาติ ดีบกุ หินปนู แร่
เหลก็ เกลือ ดินเหนียว ชอลก์ ยปิ ซม่ั ตะกว่ั และซิลิกา
การทอ่ งเทย่ี ว
ลอนดอนอายยามค่าคืน
การท่องเท่ียวเป็นส่วนสาคญั ในชีวิตทางเศรษฐกิจของประเทศองั กฤษ ในปี 2018
สหราชอาณาจกั รมีนกั ท่องเท่ียวมาเยอื นมากที่สุดเป็นลาดบั ท่ี 10 ของโลก และองั กฤษ
มีมรดกโลกที่ไดร้ ับการรับรองโดยยเู นสโก 17 แห่ง (รวมสหราชอาณาจกั ร) โดยมี
สถานที่ท่องเที่ยวท่ีสาคญั มากมาย เช่น
1. The Palace of Westminster & Big Ben (พระราชวงั เวสต์มินสเตอร์และ
บกิ เบน)
พระราชวงั เวสตม์ ินสเตอร์ เป็นสถานที่ประชุมของรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจกั ร ซ่ึง
เป็นที่รู้จกั กนั ดีในปัจจุบนั ในฐานะอาคารรัฐสภาเป็นพระราชวงั ท่ีเกา่ แก่ท่ีสุดใน
ลอนดอนซ่ึงเป็นมรดกโลกและเป็นหน่ึงในอาคารท่ีเป็นที่รู้จกั มากที่สุดในโลก
ในส่วนของหอนาฬิกาบิกเบน (Big Ben) เป็นสถานที่สาคญั ในลอนดอนที่มชี ่ือเสียง
กอ้ งโลกและเป็นสมบตั ิล้าค่าของประเทศองั กฤษ โดยแต่เดิมน้นั คาวา่ บิ๊กเบนเป็นชื่อ
ของระฆงั ในหอนาฬิกาท่ีใหญ่ที่สุด ระฆงั น้ีเรียกอีกอยา่ งวา่ มหาระฆงั หรือเดอะเกรท
เบลล์
2. London Eye (ลอนดอนอาย)
ลอนดอนอาย (London Eye) หรือ มิลเลเนียมวีล (Millennium Wheel) เป็นชิงชา้
สวรรคท์ ี่สูงที่สุดในทวปี ยโุ รป มีความสูง 135 เมตร (443 ฟุต) ซ่ึงในอดีตเคยเป็นชิงชา้
สวรรคก์ ่อสร้างท่ีสูงที่สุดในโลก
3. Westminster Abbey (เวสต์มินเตอร์แอบบยี ์)
เวสตม์ ินสเตอร์แอบบีย์ (Westminster Abbey) เป็นสถานท่ีประกอบพธิ ีราชาภิเษกและ
ท่ีฝังพระบรมศพพระมหากษตั ริยอ์ งั กฤษและพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ ระหวา่ ง ค.ศ.
1546-56 แอบบียไ์ ดร้ ับเล่ือนฐานะข้ึนเป็นอาสนวหิ าร ต่อมาในรัชสมยั ของสมเด็จพระ
ราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แอบบียน์ ้ีก็ไดร้ ับแตง่ ต้งั ใหเ้ ป็นพระอารามหลวง (Royal
Peculiar)โดยส่วนท่ีมชี ่ือเสียงท่ีสุดของ วหิ ารเวสตม์ ินสเตอร์ แอบบีย์ คือ มุมนกั กวี
(Poets' Corner)[40][41]
4.Buckingham Palace (พระราชวงั บกั กงิ แฮม)
เป็นพระราชวงั ท่ีเป็นที่ประทบั เป็นทางการของราชวงศอ์ งั กฤษ ต้งั อยทู่ ี่กรุงลอนดอน
ใชส้ าหรับการเล้ียงรับรองของรัฐและยงั เป็นสิ่งดึงดูดนกั ทอ่ งเท่ียวสาคญั ที่หน่ึงของ
กรุงลอนดอน และยงั เป็นที่รวมพลงั ใจท้งั ในการฉลองและในยามคบั ขนั ของชาว
องั กฤษ
5.สโตนเฮนจ์
เป็นอนุสรณ์สถาน ยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ กลางทุ่งราบกวา้ งใหญบ่ นที่ราบซอลส์บรี
(Salisbury Plain) ในบริเวณตอนใตข้ องเกาะองั กฤษ ตวั อนุสรณ์สถานประกอบดว้ ย
แท่งหินขนาดยกั ษ์ 112 กอ้ น ต้งั เรียงกนั เป็นวงกลมซอ้ นกนั 3 วง แทง่ หินบางอนั ต้งั ข้ึน
บางอนั วางนอนลง และบางอนั ก็ถกู วางซอ้ นกนั สโตนเฮนจแ์ ละบริเวณโดยรอบไดถ้ กู
ข้ึนทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1986 และยงั ถกู จดั ใหเ้ ป็นหน่ึงในเจด็ ส่ิงมหศั จรรย์
ของโลกในยคุ กลางอีกดว้ ย