นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ห้อง ๔ กลุ่ม ๑ มหาวิทยาลันพิษณุโลก โครงการหญ้าแฝก โครงการหญ้าแฝก จากสภาพปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินและสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในประเทศ ไทย ซึ่งส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง และบางพื้นที่ประสบปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน อย่างรุนแรง ดังนั้น จึงได้จัดท้าโครงการรณรงค์การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้้า เฉลิมพระ เกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในปีมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ขึ้น โดยแบ่งงานรณรงค์เป็น 2 ช่วง คือ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน 2554 และวันที่ 15 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2554 เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในปีมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 และร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” โดยด้าเนินการในพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจะได้จัดให้มี กิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ข้าราชการ ประชาชนรบ เกษตรกร นักเรียน อบต. หมอดินอาสา หน่วยงาน ราชการ และภาคเอกชน ได้รับทราบถึงวิธีการและขั้นตอนในการน้าหญ้าแฝกไปใช้ประโยชน์ เพื่อการ อนุรักษ์ดินและน้้าและปรับปรุงสภาพแวดล้อม และรู้จักคุณประโยชน์ของหญ้าแฝก โดยร่วมกันปลูก หญ้าแฝกในพื้นที่ต่างๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งการใช้ระบบหญ้าแฝกจะช่วยลดต้นทุนในการป้องกัน การชะล้างพังทลายของดินให้น้อยลง ขณะเดียวกันประสิทธิภาพในการดักตะกอนดิน ป้องกันดินถล่ม น้้าท่วมฉับพลันได้ในระดับหนึ่ง และความคงทนสามารถอยู่ได้นานหลายปี พร้อมเป็นการรักษา สภาพแวดล้อมอีกด้วยตามความเหมาะสม หญ้าแฝกมีหลักวิธีดังนี้ จะช่วยการป้องกันการพังทลายของหน้าดิน รักษาความชุ่มชื้นในดิน เก็บกัก ตะกอนดินและสารพิษต่าง ๆ ไม่ให้ไหลลงในน้้า ซึ่งจะอ้านวยผลประโยชน์อย่างยิ่งแก่การอนุรักษ์ดิน และน้้า ตลอดจนการฟื้นฟูดินและป่าไม้ให้สมบูรณ์ขึ้น
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ห้อง ๔ กลุ่ม ๑ มหาวิทยาลันพิษณุโลก โครงการหญ้าแฝก เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2534 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชด้าริเกี่ยวกับหญ้าแฝกเป็นครั้งแรกกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ กปร. ในขณะนั้นว่า ให้ท้าการศึกษาทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และอนุรักษ์ความ ชุ่มชื้นไว้ในดิน เพราะขั้นตอนการด้าเนินงานเป็นวิธีการแบบง่าย ๆ ประหยัด และที่ส้าคัญคือเกษตรกรสามารถ ด้าเนินการเองได้ โดยไม่ต้องให้การดูแลภายหลังการปลูกมากนัก และได้พระราชทานพระราชด้าริอีกกว่า 20 ครั้ง เกี่ยวกับการน้าหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในลักษณะต่างๆ “ปลูกหญ้าแฝกจะต้องปลูกให้ชิดติดกันเป็นแผงและวางแนวให้เหมาะสมกับลักษณะภูมิประเทศ เป็นต้นว่าบน พื้นที่สูงจะต้องปลูกตามแนวขวางของความลาดชันของร่องน้้า บนพื้นที่ราบจะต้องปลูกรอบแปลงหรือปลูกตามร่อง สลับกับพืชไร่ ในพื้นที่เก็บกักน้้าจะต้องปลูกเป็นแนวเหนือแหล่งน้้า หญ้าแฝกมีหลักวิธีดังนี้ จะช่วยการป้องกันการ พังทลายของหน้าดิน รักษาความชุ่มชื้นในดิน เก็บกักตะกอนดินและสารพิษต่าง ๆ ไม่ให้ไหลลงในน้้า ซึ่งจะอ้านวย ผลประโยชน์อย่างยิ่งแก่การอนุรักษ์ดินและน้้า ตลอดจนการฟื้นฟูดินและป่าไม้ให้สมบูรณ์ขึ้น” พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่ผู้ส้าเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2540
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ห้อง ๔ กลุ่ม ๑ มหาวิทยาลันพิษณุโลก โครงการหญ้าแฝก หญ้าแฝก เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวตระกูลหญ้าชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย ซึ่งพบ กระจายอยู่ทั่วไปหลายพื้นที่ตามธรรมชาติ จากการส้ารวจพบว่า มีกระจายอยู่ทั่วโลกประมาณ ๑๒ ชนิด และ ส้ารวจพบในประเทศไทย ๒ ชนิด ได้แก่ ๑. กลุ่มพันธุ์หญ้าแฝกลุ่ม ได้แก่ พันธุ์สุราษฎร์ธานี ก้าแพงเพชร ๒ ศรีลังกา สงขลา ๓ และ พระราชทาน ฯลฯ ๒. กลุ่มพันธุ์หญ้าแฝกดอน ได้แก่ พันธุ์ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ร้อยเอ็ด ก้าแพงเพชร ๑ นครสวรรค์และเลยเป็นต้น หญ้าแฝกเป็นหญ้าที่ขึ้นเป็นกอ หน่อเบียดกันแน่น ใบของหญ้าแฝกมีลักษณะ แคบยาว ขอบขนานปลายสอบแหลม ด้านท้องใบจะมีสีจางกว่าด้านหลังใบ มีรากเป็นระบบรากฝอยที่สานกันแน่นยาว หยั่งลึกในดิน มีช่อดอกตั้ง ประกอบด้วยดอกขนาดเล็กดอกจ้านวนครึ่งหนึ่งเป็นหมัน การที่หญ้าแฝกถูกน้ามาใช้ปลูกในการอนุรักษ์ดินและน้้า เนื่องมาจากมีลักษณะเด่นหลายประการ ดังนี้ ๑. มีการแตกหน่อรวมเป็นกอ เบียดกันแน่น ไม่แผ่ขยายด้านข้าง ๒. มีการแตกหน่อและใบใหม่ ไม่ต้องดูแลมาก ๓. หญ้าแฝกมีข้อที่ล้าต้นถี่ ขยายพันธุ์โดยใช้หน่อได้ตลอดปี ๔. ส่วนใหญ่ไม่ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ท้าให้ควบคุมการแพร่ขยายได้ ๕. มีใบยาว ตัดและแตกใหม่ง่าย แข็งแรงและทนต่อการย่อยสลาย ๖. ระบบรากยาว สานกันแน่น และช่วยอุ้มน้้า ลักษณะของหญ้าแฝกและประโยชน์ของหญ้าแฝก ลักษณะพิเศษของหญ้าแฝก
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ห้อง ๔ กลุ่ม ๑ มหาวิทยาลันพิษณุโลก โครงการหญ้าแฝก ๗. บริเวณรากเป็นที่อาศัยของจุลินทรีย์ ๘. ปรับตัวกับสภาพต่าง ๆ ได้ดี ทนทานต่อโรคพืชทั่วไป ๙. ส่วนที่เจริญต่้ากว่าผิวดิน ช่วยให้อยู่รอดได้ดีในสภาพต่าง ๆ คุณสมบัติของหญ้าแฝก โครงการวิจัยอันเนื่องมาจากพระราชด้าริพบว่าหญ้าแฝกสามารถน้ามาปลูกเป็นแถวเป็นแนวเพื่อเป็นปราการ ธรรมชาติ ช่วยกรองตะกอนดินที่ถูกชะล้างมากักเก็บไว้ ชะลอความเร็วของน้้าตามธรรมชาติและท้าให้ดินดูดซับน้้า ได้ทัน หญ้าแฝกสามารถน้ามาใช้ในการปกป้องและอนุรักษ์ดูแลทรัพยากรธรรมชาติได้ เช่น ปลูกตามแนวคลอง ชลประทาน อ่างเก็บน้้าและหนองบึง รวมทั้งไหล่ถนนและบริเวณใกล้สะพาน รากที่สานกันแน่นเหมือนตาข่ายจะ พยุงดินไว้ กลายเป็น ‘ก้าแพงใต้ดินที่มีชีวิต’ ช่วยชะลอแรงน้้า ท้าให้น้้าซึมลงในดินได้มากขึ้น ช่วยป้องกันหน้าดิน ถูกกัดเซาะพังทลาย ในส่วนของบริเวณเชิงเขาแนวรั้วหญ้าแฝกยังช่วยหยุดยั้งการพังทลายของดินด้วยเช่นกัน การเตรียมกล้าและดินเพื่อปลูกหญ้าแฝก 1. การก้าจัดวัชพืชและเตรียมพื้นที่ 2. การปลูกหญ้าแฝกในช่วงต้นฤดูฝน พื้นที่ปลูกต้องมีความชุ่มชื้น 3. การเตรียมแนวร่องปลูก โดยการวางแนวร่องปลูกขวางความลาดชัด ตามแนวระดับขนานไปตามสภาพพื้นที่ 4. การใส่ปุ๋ยหมักรองกันหลุมในแนวร่องปลูก เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์แก่ดิน 5. การปลูกกล้าหญ้าแฝกในแปลงปลูก โดยการใช้กล้าเพาะช้าถุงขนาดเล็ก ใช้ระยะปลูก 10 เซนติเมตร หรือกล้า รากเปลือยใช้ระยะปลูก 5 เซนติเมตร 6. ความห่างของแถวหญ้าแฝกแต่ละแถว ขึ้นกับความลาดเทของพื้นที่ และชนิดของพื้นที่ปลูก โดยขอค้าแนะน้า เพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ แต่โดยทั่วไปจะใช้ระยะห่างทางแนวดิ่ง 1.5-3 เมตร 7. กลบดินในร่องปลูกให้ต่้ากว่าระดับผิวดินปกติ เพื่อให้น้้าขัง และซึมลงดินได้ ช่วยให้ดินชุ่มชื้นขึ้น 8. ควรปลูกซ่อมแซมให้ได้แนวรั้วหญ้าแฝกที่เป็นแนวยาวต่อเนื่อง ลักษณะโดยทั่วไป ต้นแตกกอแน่น เมื่อโตเต็มที่สูงประมาณ 2 เมตรหรือกว่านั้น ออกดอกเป็นช่อยาว 15-30 ซม. สีเหลืองปนเทา หรือม่วง ดอกเกิดเป็นคู่ๆ ดอกหนึ่งมีก้านดอก อีกดอกหนึ่งไม่มีก้านดอก ดอกที่ไม่มีก้านดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กล่าวคือมีทั้งเกสรตัวผู้และตัวเมีย ส่วนดอกที่มีก้านดอกเป็นเพศผู้ หญ้าแฝกมีรากยาวและแข็งแรง ที่ปลายรากมี โครงสร้างคล้ายฟองน้้าหุ้ม บางพันธุ์มีกลิ่นหอม เท่าที่สังเกตหญ้าแฝกจากแหล่งต่างๆ ที่น้ามาปลูกไว้ในโครงการฯ คุณสมบัติของหญ้าแฝก
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ห้อง ๔ กลุ่ม ๑ มหาวิทยาลันพิษณุโลก โครงการหญ้าแฝก อาจจ้าแนกอย่างหยาบๆ ในขณะนี้ออกเป็น 2 พวก พวกที่มาจากแหล่งธรรมชาติและพวกที่มีผู้น้าเข้ามาจาก ต่างประเทศมาปลูกไว้ โดยอ้างว่าเป็นหญ้าแฝกที่รากมีกลิ่นหอม ทั้ง 2 พวกต่างออกดอกที่มีลักษณะและสีสัน ใกล้เคียงกัน ส้าหรับรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะช่อดอก การผลิตเมล็ดและการงอกของเมล็ด ขณะนี้ก้าลังด้าเนิน การศึกษาอยู่ ความแตกต่างของหญ้าแฝกทั้ง 2 พวก เท่าที่สังเกตพบว่า หญ้าแฝกจากแหล่งธรรมชาติมีล้าต้นหนา ปานกลางรากสั้นกว่า แต่แตกแขนงและกิ่งก้านมากกว่า ส่วนพวกที่มีรากหอมมีล้าต้นหนากว่า รากยาวกว่า แต่ไม่ แตกแขนงหรือมีกิ่งก้านมากเหมือนพวกมาจากธรรมชาติ การศึกษาจากเอกสาร Grasses of the Malaya 1971. โดย H.B.Gilliland* พบว่า Vetiveria nemoralis มีกลักษณะดังนี้ เป็นพืชที่อยู่ข้ามปี ล้าต้นแตกกอแน่น สูงถึง 75 ซม. กาบใบที่โคนแบนหลวม (ไม่ติดแน่นกับล้า ต้น) ยาว 3-4 ซม. ไม่มีขน ข้อห่าง ใบยาว 15-20 ซม. กว้าง 3-5 มม. ใบแคบปลายแหลมมักม้วน เกลี้ยงไม่มีขน ขอบใบคม ที่กาบใบมีหูยาว 3 มม. อยู่ด้านโคนใบ ช่อดอกเป็น Panicle ยาว 12 ซม. กว้าง 6 ซม. แขนงของช่อย่อย ประกอบด้วยดอกย่อยที่ไม่มีก้าน 1 หรือ 2 ดอก ส่วนดอกที่อยู่ปลายช่อมีก้านและเป็นดอกตัวผู้ ดอกที่อยู่ถัดลงมา เป็นดอกย่อยมีก้าน 1 ดอก มีข้อห่างกัน 5 มม. ก้านช่อดอกต่้าลงมา 2 มม. จะมีขน เกสรตัวผู้มี 3 เกสรตัวเมีย 2 เกสรตัวเมียมีขนมาก โดยที่ถนนในเขตโครงการพัฒนาดอยตุง มีระยะทางยาวประมาณ 120 กิโลเมตร ดังนั้นจึงได้มีการ กระจายแหล่งขยายพันธุ์ไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้ใกล้บริเวณที่จะน้าไปปลูกกันดินเลื่อนไหล การขยายพันธุ์ด้าเนินการทั้ง ปักช้าลงถุงและช้าในแปลงนา การปักช้าลงถุงได้จ้านวนต้นน้อยกว่าและเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการปักช้าในแปลงนา แต่การช้าลงถุงมีข้อได้เปรียบที่น้าไปปลูกในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาดินพังทลายเลื่อนไหลได้ทันที อัตรารอดสูง รากงอก เกาะยึดดินได้ในระยะเวลาอันสั้น การปักช้าในแปลงนาเสียค่าใช้จ่ายในระยะต้นน้อย ท้าได้เร็ว เพิ่มจ้านวนต้นกล้าได้ 50-100 เท่า ในระยะเวลา 1 ปี แต่เมื่อจะน้าไปปลูกในพื้นที่ หากเตรียมการไม่ดี เวลาปลูกไม่สอดคล้องกับช่วงฝนตกอัตรารอด จะต่้า หรือถ้าประสบกับช่วงฝนตกหนัก น้้าฝนจะชะพาหน่อหญ้าแฝกเลื่อนไหลไปจากแนวที่ปลูกท้าให้เขื่อนหญ้า แฝกไม่ติดต่อกัน ดังนั้นโครงการฯ จึงใช้วิธีปักช้าลงในแปลงนาก่อน แล้วจึงถอนหน่อที่มีรากน้าลงปักช้าในถุงอีก ระยะหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นการท้างาน 2 ครั้ง แต่เป็นวิธีขยายพันธุ์ได้รวดเร็วทันเวลาการใช้ต้นพันธุ์หญ้าแฝกและลด อัตราการสูญเสีย นอกจากการขยายพันธุ์ตามที่กล่าวแล้ว โครงการยังได้ทดลองการขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นเช่น การ ช้าปล้อง/ข้อ การโน้มช่อดอกจนมีรากงอกออกตามข้อ การเลี้ยงเนื้อเยื่อ วิธีขยายพันธุ์เหล่านี้ยังอยู่ในขั้นทดลอง ซึ่ง จะกล่าวถึงขั้นตอนในการปฏิบัติไว้ภายใต้หัวข้อเรื่องการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับหญ้าแฝกต่อไป การขยายพันธุ์หญ้าแฝก
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ห้อง ๔ กลุ่ม ๑ มหาวิทยาลันพิษณุโลก โครงการหญ้าแฝก การดูแลรักษาหญ้าแฝก 1.การคัดเลือกกล้าที่มีคุณภาพ กล้าหญ้าแฝกที่มีคุณภาพโดยทั่วไปเป็นกล้าที่มีอายุ 45 ถึง 60 วัน เมื่อน้ากล้าที่ แข็งแรงมาปลูกก็จะได้แนวรั้วหญ้าแฝก ที่มีการเจริญเติบโตแข็งแรงอย่างสม่้าเสมอ 2.การเลือกช่วงเวลาปลูก การปลูกหญ้าแฝกในช่วงต้นฤดูฝนจะเหมาะสมที่สุด สภาพของดินที่ปลูกในช่วงต้นฤดูฝน จะมีความชุ่มชื้นสูงติดต่อกันมากกว่า 15 วันขึ้นไป 3.การตัดใบ ในช่วงต้นฤดูฝนให้ตัดใบหญ้าแฝกให้สั้น สูงจากพื้นผิว 5 เซนติเมตร เพื่อให้เกิดการแตกหน่อใหม่ และ ก้าจัดหน่อแก่ที่แห้งตาย ในช่วงกลางฤดูฝนให้เกี่ยวใบสูง ไม่ต่้ากว่า 45 เซนติเมตร เพื่อให้มีแนวกอที่หนาแน่นใน การรับแรงปะทะของน้้าไหลบ่า และในช่วงปลายฤดูฝน เกี่ยวใบให้สั้น 5 เซนติเมตร อีกครั้งเพื่อให้หญ้าแฝกแตกใบ เขียว ในฤดูแล้ง 4.การดูแลรักษาตามความเหมาะสม ในต้นฤดูฝนให้ใส่ปุ๋ยหมักตามแถวหญ้าแฝกก็จะเป็นการช่วยให้หญ้าแฝกมีการ เจริญเติบโตดีขึ้น และก้าจัดวัชพืชข้างแนวจะเป็นการช่วยให้สังเกตแนวหญ้าแฝกได้ชัดเจน ช่วยให้หญ้าแฝก เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และเพื่อป้องกันการไถแนวทิ้งเนื่องจากสังเกตไม่เห็น 5.การปลูกซ่อมและแยกหน่อแก่ออก การปลูกซ่อมแซมในช่วงฤดูฝนจะท้าให้ได้แนวรั้วหญ้าแฝกที่แข็งแรง และควร ตัดแยกหน่อแก่ที่ออกดอก หรือแห้งออกไป เพื่อจะให้หน่อใหม่ได้แทรกขึ้นมาได้อย่างเต็มที่ การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่เกษตรกรรม ส้าหรับการปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่เกษตรกรรมมีจุดประสงค์ที่ส้าคัญเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรดินและ การอนุรักษ์ดินและน้้า ซึ่งประกอบด้วย 1.การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ลาดชัน ควรปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวตามแนวระดับขวางความลาดเทในต้นฤดูฝน โดยการท้าแนวร่องปลูก ตามแนวระดับ ใช้ระยะระหว่างต้น 5 เซนติเมตร ส้าหรับกล้ารากเปลือยและระยะ 10 เซนติเมตร ส้าหรับกล้าถุง ระยะห่างแถวตามแนวดิ่งไม่เกิน 2 เมตร หญ้าแฝกจะเจริญเติบโตแตกกอชิดกันภายใน 4-6 เดือน 2.การปลูกเพื่อควบคุมร่องน้้าและกระจายน้้า น้ากล้าหญ้าแฝกในถุงพลาสติกที่มีการแตกกอ และแข็งแรงดีแล้วไปปลูกในร่องน้้า โดยขุดหลุมปลูก ขวางร่องน้้า เป็นแนวตรง หรือแนวหัวลูกศรชี้ย้อนไปทิศทางน้้าไหล อาจใช้กระสอบทรายหรือก้อนหิน ช่วยท้าคัน เสริมฐานให้มั่นคงตามแนวปลูกหญ้าแฝก ระยะห่างระหว่างต้น 5 เซนติเมตร ส้าหรับกล้ารากเปลือย และ 10 เซนติเมตร ส้าหรับกล้าถุง และระหว่างแนวปลูกหญ้าแฝกไม่เกิน 2 เมตร ตามแนวตั้งหลังจากเกิดคันดินกั้นน้้า ควร ปลูกหญ้าแฝกต่อจากแนวคันดินกั้นน้้าออกไปทั้งสองข้าง เพื่อเป็นการกระจายน้้าเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ห้อง ๔ กลุ่ม ๑ มหาวิทยาลันพิษณุโลก โครงการหญ้าแฝก 3.การปลูกเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในสวนผลไม้ ควรปลูกหญ้าแฝกในสวนผลไม้ ระยะที่ไม้ผลยังไม่โต หรือปลูกก่อนที่จะลงไม้ผล โดยปลูกแถวหญ้า แฝกขนานไปกับแถวของไม้ผลที่ระยะกึ่งกลางของแถวไม้ผล หรือปลูกเป็นรูปครึ่งวงกลมให้ห่างจากโคนต้นไม้ผล 2.5 เมตร เพื่อไม้ผลเจริญเติบโตขึ้นมาคลุมพื้นที่ หญ้าแฝกจะตายไปกลายเป็นอินทรีย์วัตถุในดินต่อไป 4.การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ดอนที่ปลูกพืชไร่ การปลูกหญ้าแฝกตามแนวระดับในพื้นที่ดอนที่ปลูกพืชไร่ โดยการขุดร่องปลูกตามแนวระดับ ระยะห่างระหว่างต้น 5 เซนติเมตร ส้าหรับกล้ารากเปลือย และ 10 เซนติเมตร ส้าหรับกล้าถุง ควรใช้ปุ๋ยหมักรอง พื้นก่อนปลูกหญ้าแฝก หรือปลูกหญ้าแฝกเป็นแนะระหว่างแถวปลูกพืชไร่ และควรปลูกในสภาพดินที่มีความชุ่มชื้น ในช่วงต้นฤดูฝน 5.การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ราบหรือพื้นที่ลุ่ม ในสภาพพื้นที่ราบหรือพื้นที่ลุ่ม ที่มีการปรับสภาพเป็นแปลงยกร่องเพื่อปลูกพืชนั้น สามารถปลูก หญ้าแฝกเป็นแถวรอบขอบเขตพื้นที่ หรือปลูกที่ขอบแปลงยกร่องหญ้าแฝก จะช่วยยึดดินไม่ให้พังทลาย และรักษา ความชื้นในดินเอาไว้ 6.การปลูกรอบขอบสระเพื่อกรองตะกอนดิน ควรปลูกตามแนวที่ระดับน้้าสูงสุดท่วมถึง 1 แนว และปลูกเพิ่มขึ้นอีก 1-2 แนวเหนือแนวแรก ซึ่ง ขึ้นอยู่กับความลึกของขอบสระ ระยะห่างระหว่างต้น 5 เซนติเมตร ส้าหรับกล้ารากเปลือย และ 10 เซนติเมตร ส้าหรับกล้าถุง โดยขุดหลุมปลูกต่อเนื่องกันไป ในระยะแรกควรดูแลปลูกซ่อมแซมให้แถวหญ้าแฝกเจริญเติบโต หนาแน่น เมื่อน้้าไหลบ่ามาลงสระ ตะกอนดินที่ถูกพัดพามากับน้้า จะติดค้างอยู่กับแถวหญ้าแฝก ส่วนน้้าจะค่อย ๆ ไหลผ่านลงสู่สระ และระบบรากของหญ้าแฝกยังช่วยยึดติดดินรอบ ๆ ขอบสระไม่ให้เกิดการพังทลาย เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขี้น เนื่องจากหญ้าแฝกเป็นพืชที่สามารถ น้ามาใช้ประโยชน์ได้ง่าย มีรากที่ยาว แผ่กระจายลงไปในดินตรง ๆ เป็นแผง และง่ายต่อการรักษา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2534 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชด้าริเป็นครั้งแรกให้หน่วยงานต่าง ๆ ท้าการศึกษา ทดลอง และด้าเนินการปลูกหญ้าแฝกเพื่อเป็นการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและเพื่อประโยชน์อื่น ๆ หน่วยงานทั้งหลายจึงได้รับสนองพระราชด้าริตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาโดยมีส้านักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อ ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด้าริ (ส้านักงาน กปร.) เป็นผู้ประสานงาน
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ห้อง ๔ กลุ่ม ๑ มหาวิทยาลันพิษณุโลก โครงการหญ้าแฝก ความเป็นมาของการปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่โรงการฯ ในเดือนมกราคม พ.ศ.2535 ในช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชด้าเนินมา เฝ้าฯ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ วังสระปทุม โดยสม่้าเสมอนั้น ได้ทรงทราบปัญหาการพังทลายของ ดินบริเวณที่มีการตัดถนนสายใหม่จากบ้านสันกองขึ้นไปยังพระธาตุดอยตุง วันหนึ่งพระองค์ได้ทรงน้าแผ่นพับ เกี่ยวกับเรื่องหญ้าแฝกมาถวาย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทอดพระเนตร และทรงมีพระราชด้ารัสถึง คุณสมบัติพิเศษของหญ้าแฝกในการป้องกันการชะล้างพังทลายตลอดจนการเสื่อมสลายของผิวดิน อันเนื่องมาจาก ฝนตกชะล้าง และจากสาเหตุอื่นๆ ค่้าวันต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชด้าเนินมาเฝ้าฯ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ได้ทรงน้้าหนังสือเกี่ยวกับเรื่องหญ้าแฝกมาถวายเพิ่มเติม เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ทอดพระเนตรหนังสือต่างๆ เหล่านั้น ประกอบพระบรมราชาอธิบาย แล้วจึงทรงมีพระราชด้าริ ที่จะน้าหญ้าแฝกมาทดลองแก้ไขปัญหาการชะล้างพังทลายของดินในโครงการพัฒนาดอย ตุง การที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ทรงมีพระราชด้าริให้ทดลองปลูกหญ้าแฝก ทั้งนี้ เพราะหญ้าแฝกมีรากที่แข็งแรงยาวและหยั่งลึก แผ่นกระจายเป็นลักษณะตาข่ายลงในพื้นดิน สามารถยึดเกาะดิน ไม่ให้เลื่อนไหล นอกจากนี้เมื่อน้้าไหลผ่านจากที่สูงลงต่้า โดยไม่จ้ากัดความลาดเทของพื้นดิน ล้าต้นหรือกอของ หญ้าแฝกจะกรองตะกอนดินที่น้้ากัดเซาะพามา และลดอัตราเร็วของการไหล ท้าให้น้้าซึมลงสู่พื้นดินได้ดีขึ้น และยัง แก้ปัญหาการสูญเสียหน้าดินเนื่องจากการกัดเซาะของน้้าด้วย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้มีพระราชกระแสรับสั่งกับหม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ให้พิจารณาด้าเนินการปลูกหญ้าแฝกตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแนวทางด้าเนินการ คือ พิจารณาลักษณะแตกต่างกันของพันธุ์หญ้าแฝก ลักษณะ ภูมิประเทศที่จะปลูก พร้อมทั้งศึกษาทดลองและจัดเก็บข้อมูลให้ทราบถึงการเจริญเติบโตของหญ้าแฝกแต่ละพันธุ์ ตลอดไปถึงการศึกษาความสามารถ ในการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน การรักษาความชุ่มชื้นในดิน ซึ่งหาก ด้าเนินการได้ผลดี จะเป็นแหล่งที่ให้ความรู้ให้การศึกษากับโครงการพัฒนาอื่นๆ และนานาประเทศได้ ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ได้น้าพระราชด้าริ มาจัดตั้งเป็นโครงการศึกษาพัฒนาหญ้าแฝกใน โครงการพัฒนาดอยตุงทันที มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทางหลวง กรมวิชาการ เกษตร กรมป่าไม้ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดินและประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกัน ด้าเนินการสนองพระราชด้าริในการแก้ปัญหาเรื่องดินพังทลาย โดยมีแผนงานในขั้นต้นดังนี้ ตัวอย่าง โครงการหญ้าแฝกดอยตุง
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ห้อง ๔ กลุ่ม ๑ มหาวิทยาลันพิษณุโลก โครงการหญ้าแฝก ๑.ปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการเลื่อนไหลและพังทลายของดิน และกรองตะกอนดินที่ไหลมากับน้้า ในบริเวณที่มีปัญหา เช่น บริเวณการสร้างทาง ทั้งด้านดินตัดและดินถม และบริเวณรอบอ่างกักเก็บน้้าที่มีทั้งการตัด และถมดิน เพื่อกันตะกอนดินไหลลงอ่าง ๒.ปลูกหญ้าแฝกก้ากับพื้นที่เพาะปลูกพืชบนที่ลาดชัน เพื่อป้องกันการเลื่อนไหลสูญเสียของดิน ผิวหน้า และเพื่อให้ดินดูดซับน้้าได้ดีขึ้น อันเป็นผลดีต่อพืชที่ปลูก ๓.ปลูกหญ้าแฝกบริเวณริมรางและท่อระบายน้้า เพื่อกันการพังทลายและกันดินไหลลงในรางและ ท่อระบายน้้า ๔.ปลูกหญ้าแฝกล้อมรอบพืชยืนต้นอายุยืน เพื่อรักษาน้้าและสารอาหารไว้ส้าหรับพืชนั้นๆ โดยเฉพาะเมื่อปลูกอยู่ในพื้นที่ที่มีความลาดชันมาก โครงการพัฒนาดอยตุงระยะที่ 1 (พ.ศ.2531-2535) เน้นหนักในโครงสร้างพื้นฐานอันเป็น สาธารณูปโภคที่ส้าคัญได้แก่ การสร้างทาง การจัดหาน้้าเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเดินสายไฟให้ทั่งถึงทุกกลุ่ม บ้าน พร้อมไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ได้แก่ การศึกษา การสุขอนามัย และการเรียนรู้ ภาษาไทยเป็นต้น การสร้างทางเป็นงานเร่งด่วนที่สุดเพื่อเปิดทางให้กับงานพัฒนาอื่นๆ ของโครงการฯ การก่อสร้างทางในระยะนั้นเป็นงานดินตัดทั้งหมด โดยตัดไหล่เขาให้ส่วนที่เป็นถนนอยู่บนดินเดิมทั้งหมด แล้วดัน ดินส่วนที่ตัดออกทิ้งลงข้างทางโดยไม่ให้อัดดินไหล่ทาง ท้าให้ไหล่ทางเป็นดินหลวมง่ายต่อการกัดเซาะของน้้า เมื่อ ฝนตกดินจึงพังทลายลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ไหล่ทางด้านดินตัด (Back slope) เองก็ถูกน้้ากัดเซาะพังทลายลงทับถนน และไหลข้ามตกลงมาทางด้านดินถม (Side slope) กรมทางหลวงได้ด้าเนินการแก้ไขโดยใช้ลวดตาข่ายดาดพร้อมกับท้าท่อระบายน้้าบริเวณด้านดินตัด ที่เกิดปัญหา แล้วฉีดพ่นซีเมนต์ลงบนตาข่าย สามารถหยุดยั้งการพังทลายของดินได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ท้าให้ทิวทัศน์ บริเวณนั้นขาดความสวยงามตามธรรมชาติ แม้จะได้ปลูกพืชคลุมเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ ก็ยังไม่สามารถบังก้าแพง ดินได้ทั้งหมด และวิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ต่อมาได้มีการทดลองใช้วิธีฉีดเมล็ดพืชผสมกับปุ๋ยเยื่อกระดาษ และกาว ธรรมชาติบนผิวดินและดินถม (Hydroseeding) เพื่อให้มีพืชชนิดต่างๆ เจริญปกคลุมท้าให้บริเวณนั้นดูเป็น ธรรมชาติมากกว่าและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า อย่างไรก็ตามวิธีการดังกล่าวคงแก้ปัญหาได้บางส่วนเท่านั้น นอกจากนั้นกรมทางหลวงได้ทดลองใช้ถุงทรายท้าเป็นก้าแพงดินขอบถนนด้านดินถม พร้อมกับปลูกพืชคลุมบริเวณ ด้านนอกถุงทราย เพื่อให้มีใบพืชที่เขียวปกคลุมซ่อนถุงทรายอยู่ด้านใน การสร้างก้าแพงกันดินด้วยวิธีนี้ได้ผลดีแต่ ค่าใช้จ่ายสูงมาก สูงกว่าการใช้ซีเมนต์ฉีดพ่นหลายเท่าตัวยังไม่เหมาะที่จะน้ามาใช้บริเวณขอบถนนด้านดินถมและ ดินตัด กม.18 ทางหลวงสายสันกอง-พระธาตุดอยตุง ในภาพแสดงว่า หญ้าแฝกอายุประมาณ 14 เดือน ที่ปลูกไว้ ในดินที่มีหินปะปน รากหญ้แฝกสามารถแทรกผ่านมวลดินลูกรังที่อัดแน่นและรอยร้าวในก้อนหินเกาะตัวแน่นบนผิว ดินที่ติดอยู่เป็นชั้นบางๆ บนก้อนหิน แสดงการปลูกพืชระหว่างแถวหญ้าแฝกบนพื้นที่ลาดชัน แถวหญ้าแฝกที่ปลูก ก้ากับแปลงพืช ช่วยเก็บความชื้นและอาหารพืช ท้าให้พืชทุกชนิดเจริญงอกงามมีใบเขียวสด (บน) แสดงการปลูก หญ้าแฝกเป็นแถวขวางทางน้้าไหล ท้าให้ตะกอนดินที่ไหลมากับน้้าทับถมอยู่บริเวณด้านหน้าของแถวหญ้าแฝก (ล่าง)แสดงการปลูกหญ้าแฝกตามแนวขอบรางระบายน้้าเพื่อป้องกันดินไหลลงในราง
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู ปีการศึกษา ๒๕๖๗ ห้อง ๔ กลุ่ม ๑ มหาวิทยาลันพิษณุโลก โครงการหญ้าแฝก บริเวณขอบถนนด้านดินถมและดินตัด กม.18 ทางหลวงสายสันกอง-พระธาตุดอยตุง ในภาพแสดง ว่า หญ้าแฝกอายุประมาณ 14 เดือน ที่ปลูกไว้ในดินที่มีหินปะปน รากหญ้าแฝกสามารถแทรกผ่านมวลดินลูกรังที่ อัดแน่นและรอยร้าวในก้อนหินเกาะตัวแน่นบนผิวดินที่ติดอยู่เป็นชั้นบางๆ บนก้อนหิน แสดงการปลูกพืชระหว่างแถวหญ้าแฝกบนพื้นที่ลาดชัน แถวหญ้าแฝกที่ปลูกก้ากับแปลงพืช ช่วยเก็บความชื้น และอาหารพืชท้าให้พืชทุกชนิดเจริญงอกงามมีใบเขียวสด บน) แสดงการปลูกหญ้าแฝกเป็นแถว ขวางทางน้้าไหล ท้าให้ตะกอนดินที่ไหลมากับ น้้าทับถมอยู่บริเวณด้านหน้าของแถวหญ้า แฝก (ล่าง)แสดงการปลูกหญ้าแฝกตามแนวขอบ รางระบายน้้าเพื่อป้องกันดินไหลลงในราง แสดงการปลูกหญ้าแฝกล้อมขอบสระน้้าเพื่อ ป้องกันตลิ่งพัง และกันตะกอนดินไหลลงสระ ขอบถนนด้านดินตัดบริเวณ กม.13 ทางหลวง สายบ้านสันกอง-พระธาตุดอยตุง ก่อนการฉีด พ่นด้วยซีเมนต์